WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, November 23, 2011

คนแรกนักฉ้อโกงคนที่2หยาบคาย คนสุดท้ายตอแหล

ที่มา Thai E-News

สนธิ แก้วสรร เสรี มีความคิดเห็นเหมือนกษัตริย์ ขุนนางและนักปราชญ์อนุรักษ์ของอังกฤษเมื่อ ๓๐๐ ปีที่แล้ว ใช้ทรรศนะว่า ประชาชนโง่ และเป็นผู้อยู่ใต้การปกครองมาตลอด จะปกครองตนเองได้หรือ? ขอถามสักนิดว่า พวกคุณมีฉลาดและมีคุณธรรมจริงหรือเปล่า

ใครๆก็รู้จักพวกคุณทั้ง๓

คนแรกนักฉ้อโกง
คนที่๒ หยาบคาย
คนที่๓ ตอแหล


ที่มา:เฟซบุ๊ค Jaran Ditapichai (จรัล ดิษฐาภิชัย )

คำขวัญท้ายรถประจำฤดูกาล

ทีมา Thai E-News

ของเดิมที่ว่า"อย่าตามมา กูก็หลง"หนะ มันเก่าแล้ว

ที่มา:เว็บFAIL

สมยศ:เจ็ดเดือนไม่เห็นดาวพราวระยับ

ที่มา Thai E-News


เจ็ดเดือนไม่เห็นดาวพราวระยับ
นั่งนอนนับวันเวลาพาใจเศร้า
ฉันยังอยู่ในคุกเนิ่นนานเนาว์
ได้แต่เฝ้าเพรียกหาเสรีภาพ

เดือนสิบเอ็ดน้ำนองถึงสองฝั่ง
น้ำท่วมขังถั่งโถมชโลมราบ
พายุซ้ำ พิรุณร่ำกระหน่ำทาบ
ทั้งจ้วงจาบจ่อมจมถล่มพัง

มหาอุทกภัยครั้งยิ่งใหญ่
ทะลักใหลล้นบ่ามาห้องขัง
ถูกย้ายยัดใส่รถยืนเซซัง
ประเดดังซังกระตายคล้ายสัตว์ป่า

ถึงสระแก้วแว่วดังเสียงนกร้อง
เป็นทำนองเพลงหวังดังก้องฟ้า
แม้แออัดยัดเยียดเหมือนขังหมา
แต่ใช่ว่ายอมพ่ายต่อภัยพาล

"แต่ใช่ว่ายอมพ่ายต่อภัยพาล"


สมยศ พฤกษาเกษมสุข
เรือนจำ จ.สระแก้ว

********
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:

ซีรีส์ชุดคำถามตัวโตๆต่อรัฐบาลนี้:คำถามแรกพวกคุณมีหัวใจไหม?ทำไมเพิกเฉยกับคนเสื้อแดงที่่ติดคุก


-23 พ.ย.นัดพิพากษาคดีชายวัย 61 ส่ง SMS เข้าข่ายหมิ่นสถาบัน

คดี อำพล ตั้งนพกุล

ตัดสินคดีอากงส่งSMSหมิ่นจำคุก20ปีทั้งที่คอป.ให้ชลอคดี!




ศาลตัดสินคดีอากงส่งSMSหมิ่นพระบรมเดชานุภาพจำคุก 20 ปี ทั้งที่คอป.ชี้เป็นคดีการเมือง ให้ชลอคดีไว้ก่อนก็ตาม คำถามตัวโตๆต่อรัฐบาลนี้:พวกคุณมีหัวใจไหม?ทำไมเพิกเฉยกับคนเสื้อแดง-ผู้ เรียกร้องประชาธิปไตยที่่ติดคุก(คลิกดูข่าว)

Tuesday, November 22, 2011

กทม. ชั้นในไม่ท่วมแล้ว คุณปูต้อง"เปิดศึกใหญ่ระบายน้ำ" ช่วย คนนนท์/ปทุม ด่วน

ที่มา thaifreenews

โดย ลูกชาวนาไทย

ผมคิดว่าจะไม่ออกความเห็นเรื่องน้ำอีกแล้ว เพราะไปติดอยู่ที่ "รื้อบิ๊กแบ็ค" หรือไม่รื้อเท่านั้น

คือ วันนี้ผมสรุปได้ว่า การรื้อบิ๊กแบ็คเพื่อให้น้ำไหลเข้ามา กทม.จนถึงหน้า อตก. อีก นั้นคงเป็นไปไม่ได้ ไม่ว่าจะอ้างความเท่าเทียมกัน ความเดือดร้อนของคนอยู่นอกคันกั้นน้ำ หรืออะไรก็ตาม เพราะมันกลายเป็นปัญหาทางการเมืองที่ไม่มีทางออก มันเป็น Zero-sum game คือ คนนอกคันกั้นน้ำได้ประโยชน์ คน กทม.ในคันกันน้ำก็ต้องโดนน้ำท่วม

วันนี้น้ำลดแล้วใน กทม. หากให้มันกลับมาท่วมอีก รัฐบาลคงอยู่ได้ยาก

ดังนั้น ผมคิดว่าแนวคิดแบบนี้คงไปไม่ได้ ยิ่งดันทุรังในแนวคิดแบบนี้ มันคงเป็นไปได้ยาก

แต่เมื่อครู่ ผมได้ความคิดใหม่ว่า ลองลืมเรื่องบิ๊กแบ๊กไปก่อน

รัฐบาล /ศปภ. หรือ "นายกฯปู" โดยตรง ควรเปิดยุทธการใหญ่ว่า จะหาทางลดปริมาณน้ำนอกคันกั้นน้ำอย่างไร ให้เร็ว ต้องระดมสรรพกำลังใหญ่โต อีกครั้งหนึ่ง นายกฯลงมากำกับ ลุยงานเองอีกครั้งหนึ่งเพราะงาน ASEAN SUMMIT จบแล้ว คุณปูต้อง ทุ่มเทอีกครั้งหนึ่ง

ตอนนี้ทุ่มเทเพื่อพี่น้องปทุม-นนท์ ที่อยู่นอกคันกันน้ำ

ระดม สรรพกำลัง งบประมาณ กำลังคน ระดมสมอง ขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศ ระดมกันเลยว่าจะระบานน้ำก้อนใหญ่นอกคันกั้นน้ำให้ลงทะเลลงไปอย่างรวดเร็วได้ อย่างไร จะต้องลอกคลอง ขุดคลอง ทุบประตูน้ำ ระดมเรือผลักดันน้ำ จำนวนมากมายเท่าไหร่อีกก็ทำ

กำหนดระยะเวลาให้แน่นอน อาจต้องสูบน้ำเป็น เขตพื้นที่ ก็ต้องทำ ระดมสรรพกำลังใหญ่โต
ผมว่าชาวบ้านเห็นการทำงานที่แน่นอน ก็คงสบายใจขี้น

อาจ ต้องทำคลองลอยฟ้า แบบที่เขาทำกันตรงฝั่งธนฯ ระบายน้ำลัดลงแม่น้ำเจ้าพระยาอีกก็ต้องทำครับ จะหมดงบประมาณอีกสัก 1,000 ล้านบาทก็ต้องทำ

เพราะไม่งั้นความไม่เข้าใจ ภาวะการจลาจล วุ่นวาย ก็จะตามมา ทำให้ฝ่ายตรงข้าม สอดแทรกได้ง่ายๆ

ผมเสนอว่าคุณปู เปิดยุทธการใหญ่ ทำให้เป็นวาระแห่งชาติอีกสัก 1 เดือน ลุยให้เต็มที่

ตอนนี้ งานใหญ่คือ ระบายน้ำออกจาก ปทุมธานี กับ นนทบุรี เป็นเรื่องเร่งด่วน

เป็นวาระสำคัญของรัฐบาล

ปล่อยกรุงเทพฯ ไปได้แล้ว เพราะยังไงน้ำก็คงท่วมแค่นี้ สำหรับ กทม.

ศปภ. เลื่อนขึ้นไปตั้งทัพหน้าที่ปทุมธานี นอกแนวคันกันน้ำได้แล้ว

หากชะลาใจ คิดว่า ผ่อนคลายแล้ว น้ำไม่ท่วม กทม.ชั้นในแล้ว เลยผ่อนคลายลง
ผมคิดว่า จะเกิดจลาจลตามมาแน่นอน

ดังนั้น การเปิดยุทธการใหญ่รอบสอง ช่วยระบายน้ำให้คนปทุม/นนทบุรีได้แล้วครับ

ปล. ผมรู้ว่า ดร.อภิวันท์ วิริยะชัย มีฐานคะแนนหลักอยู่ที่นนทบุรี ขอเชิญพี่เปีย วางงานอื่นก่อน ระดมสส. นนท์-ปทุม ร่วมกันออกมากระทุ้งรัฐบาลหรือ ศปภ. หรือเปิดเจรจากับรัฐบาลในพรรค ให้ระดมสรรพกำลังเต็มที่ออกมาช่วยคนนนทบุรี/ปทุมธานี้ก่อนครับ

ผมคิดว่า สส.นนท์-ปทุม น่าจะเป็น สส.ใหม่ ไม่รู้ว่าจะช่วยชาวบ้านอย่างไร ช่วยด้วยกำลังส่วนตัวเองก็คงไม่ไหว

ตอนนี้น่าจะร่วมกัน กระทุ้งรัฐบาลให้ระดมกำลังเต็มที่ ไปช่วยเปิดศีกกับน้ำที่หลังคันกั้นน้ำเลยครับ

ไม่งั้นเกิดจลาจล จนได้แหละครับ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันนี้ เวลา 07:49:53 PM โดย ลูกชาวนาไทย » บันทึกการเข้า

Long live the people !, long live democracy !
ลูกชาวนาไทย
ตาสว่าง
****

Karma: +31/-18
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,918



« ตอบ #1 เมื่อ: วันนี้ เวลา 07:46:44 PM »


ผมคิดว่าต้องเอาแผนที่น้ำท่วมมากางเลย
แล้วเลื่อนยุทธการกับน้ำไปหลังแนวคันกั้นน้ำ

ภาระ กิจ หรือ Mission มีอย่างเดียวคือ "ต้องระบายน้ำหลังแนวคันกันน้ำ ปทุมธานี นนทบุรีอย่างไร งานนี้คงให้ระดับจังหวัดทำอย่างเดียวคงไม่ได้ ศปภ. หรือรัฐบาลต้องลงไปลุยเอง

ปล่อยแนวรบในเขต กทม. ให้ กทม.ไปได้แล้ว หน้าที่ต่อไปหลังแนวคันกั้นน้ำ ให้ กทม.ทำ

ศปภ. ระดมสรรพกำลัง ออกไปนอกแนวคันกั้นน้ำ ที่ช่วงแรกจำต้องละทิ้งแนวรบ เพราะน้ำบุกอย่างรวดเร็ว ต้องถอยมาป้องกัน กทม. อันนี้เป็นที่เข้าใจได้ เพราะเป็นความจำเป็นทางการเมือง

ตอนนี้ผมว่า "งานของ ศปภ.หลังแนวคันกั้นน้ำ" นั้นไม่มีแล้ว โยนภาระให้ กทม.ไปได้แล้ว

ตอนนี้น้ำเริ่มสงบแล้ว ไม่รุกรุนแรงอีกแล้ว ภาระการสร้างแนวกระสอบทรายรับการบุกของน้ำหมดแล้ว

ตอนนี้ภาระกิจใหม่ที่ใหญ่คือ "การระบายน้ำเหนือแนวคันกั้นน้ำ"

ไม่ใช่ปล่อยให้มันไหลลงตามธรรมชาติ ต้องขึ้นไปจัดการกับมัน

จะระดมเครื่องสูบน้ำอีกสัก 1,000 ตัว ยืมประเทศอื่นๆ อย่างไรก็ต้องทำครับ

ไม่อย่างนั้นก็ต้องตั้ง ศปภ.2 หน้าที่คือระบายน้ำหลังแนวคันกั้นน้ำ

คงปล่อยให้ รองอธิบดีกรมชล คุณวีระ ทำคนเดียวคงไม่ไหว ตำแหน่งเล็กไป

ผม เข้าใจคนที่โดนน้ำท่วม น้ำท่วมนานมันหงุดหงิด และยิ่งไม่รู้ว่าจะลงเมื่อไหร่ มันยิ่งหงุดหงิดมากยิ่งขึ้น (ที่หอพักผมแม้น้ำจะลงแล้วแต่ก็ยังอีกแค่เข่า)

ทำงานกันหนักอีกสักเดือน ผมว่าจะสามารถผ่อนคลายได้ครับ

Re:

เรื่องจ่ายเงินชดเชย ผมคิดว่าจำเป็นครับ

แต่คงไม่ใช่ทั้งหมด เรื่องเร่งด่วนตอนนี้น่าจะเป็นเรื่องการระบายน้ำออกจากหลังแนวคันกั้นน้ำ คงต้องระดมสูบลงแม่น้ำเจ้าพระยา หรือไม่อย่างนั้นก็ต้องเร่งสูบลงไปทางคลองแสนแสบ คลองอื่นๆ

การชดเชยจำเป็น แต่คงช่วยอะไรได้ไม่มากในช่วงนี้ครับ เงิน 5,000 บาท ใช้ไม่กี่วันคงหมด

แต่การทำให้น้ำลดลง น่าจะช่วยด้านจิตวิทยาสูงกว่า

จดหมายจากดูไบ

ที่มา thaifreenews

โดย bozo



พญาไม้

ด้วยความรักและคิดถึง..สำหรับพี่น้องไทยที่เคารพรัก..
ลงท้ายและขึ้นต้นที่ดูเป็นธรรมดาๆ นี้...มันไม่ธรรมดา..
เพราะมันลงท้าย..ปลายสุดข้อความว่า..ผู้เขียนคือ..

พันตำราจโท ทักษิณ ชินวัตร..

จดหมายนี้..มีความศักดิ์สิทธิ์และเด็ดขาด..
เพราะมันทำให้ความเคลื่อนไหว..
ของ สนธิ ลิ้มทองกุล กับ สมุนบริวาร ทั้งหลายของเขา..
หยุด..เดินหน้าเพื่อจะรวบรวมผู้คนขึ้นมาขัดขวาง..
พระราชกฤษฏีกาพระราชทานอภัยโทษประจำปี..
และเป็นปีสำคัญอันเนื่องมาจาก..7 รอบแห่งพระชนมายุของ..ล้นเกล้า

จดหมายฉบับนี้..
ทักษิณยืนยันว่า..เขาจะไม่ได้ประโยชน์ใดๆ จากพระราชกฤษฏีกาฉบับนี้

ความปรองดองสมานฉันท์..
ความสามัคคีปรองดองของคนในชาติ เป็นความต้องการสูงสุดของเขา..

“ผมพร้อมที่จะเสียสละความสุขส่วนตัว
ทั้งๆ ที่ผมไม่ได้รับความเป็นธรรมมากว่า 5 ปีแล้ว เพื่อพี่น้องประชาชนผมจะอดทน...

อีกทั้ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงพระประชวรอยู่
เราต้องไม่ทำให้พระองค์ทรงหนักพระราชหฤทัยเป็นอันขาด”

ก็เป็นอันว่า..ด้วยชั้นเชิงการเมืองที่เหนือกว่า..
ทักษิณ ชินวัตร..ได้โยนเหยื่อที่แสนจะธรรมดา..ให้ปลาโง่หลายตัวเข้ามาติดเบ็ด..

ความปรารถนาและต้องการ..ให้เกิดความสงบสุขของประชาชนส่วนใหญ่ในชาติ..
ต้องตรงกันกับ ทักษิณ ชินวัตร..

ในขณะที่ผู้วุ่นวายยุ่งเหยิงทั้งหลาย..ฟังไม่ได้ศัพท์จับเอาไปกระเดียด..
เสียรังวัดไปตามๆ กัน..
อันดับหนึ่งของ..คนเสียค่าโง่..คือ หัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน..
กุมารเจ้าอาวาสพรรคประชาธิปัตย์..และศานุศิษย์ทั้งหลาย

เพราะ..หากเงียบๆ กันสักสองสามเวลา...
ปล่อยให้เรื่องราวมันเกิดขึ้นมาก่อน...จนเขากลับตัวไม่ทัน...
แล้วค่อยดำเนินการเคลื่อนไหว..คนมีปัญญาเขาจะต้องรู้จักการรอคอย..

คนไม่ใช่กระต่ายจะได้ตื่นตูมเอาง่ายๆ จนตายทั้งกลมแบบนี้

ประชาธิปัตย์..จะต้องรู้จักคนไทยให้มากกว่านี้..
เพราะคนไทยนั้น..
จะไม่อดทนหากเห็นความไม่ยุติธรรมความไม่เป็นธรรม..มาปรากฏอยู่ต่อหน้า..

และดูเหมือนว่า..ความสำเร็จของทักษิณนั้น..ข้อสำคัญที่สุด..เขารู้จักคนไทย


http://www.bangkok-today.com/node/11170

สุขุมพันธ์ สุกำพล เล่นอะไรอยู่?

ที่มา thaifreenews

โดย bozo



รัฐบาล”ยิ่งลักษณ์”ถูกด่าฟรี
เพราะเสนาบดี”เป็ดง่อย”!!

กลไกใดๆ จะสามารถทำงานได้เป็นอย่างดี
เฟืองทุกเฟืองจะต้องช่วยกันทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ
หากมีเฟืองตัวใดตัวหนึ่ง ทำงานไม่มีประสิทธิภาพ ไม่ยอมหมุน
หรือมีฟันเฟืองที่บิดเบี้ยว เฉเก ไม่เข้ากับเฟืองตัวอื่นๆ
ไม่เพียงแต่จะทำให้การทำงานในภาพรวมมีปัญหา แต่ยังทำให้เฟืองตัวอื่นๆเหนื่อยไปด้วย
สุดท้ายระบบการทำงานก็จะพัง และกลายเป็นถูกตำหนิว่าไร้ประสิทธิภาพ
หรือถ้าหากเป็นกรณีความเสียหายที่รุนแรง ก็จะถูกก่นด่าไปเลย
สภาพเช่นนี้คงต้องตั้งคำถามไปยัง ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ว่าใช่หรือไม่
ที่ยังมีเฟืองบางเฟืองไม่ยอมทำงาน หรือทำงานแบบไม่เต็มประสิทธิภาพ
กรณีที่เกิดขึ้นกับประชาชน
ชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วมขังเกิน 1 เดือน ไม่ว่าจะเป็นบริเวณพื้นที่รังสิต
หรือคนในจังหวัดนนทบุรี ไม่ว่าจะเป็น บางบัวทอง บางใหญ่ บางกรวย ไทรน้อย
ที่ออกมารวมตัวกันเรียกร้องให้มีการแก้ไขน้ำท่วมขัง
เป็นความพยายามของผู้เดือดร้อน ที่ต้องการสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาในการทำงาน
ซึ่ง ศปภ. โดย พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
ในฐานะผู้อำนวยการ ศปภ. จะต้องเร่งตรวจสอบว่า กลไกตรงไหนมีปัญหา
จึงทำให้ประชาชนเกิดความรู้สึกว่าถูกทอดทิ้ง ว่าไม่ได้รับการช่วยเหลือบ้างเลย
ถึงต้องออกมากดดันเช่นนั้น
ทั้งๆที่การทำลายคันกั้น หรือการปิดถนนรัตนาธิเบศร์
จริงๆแล้วไม่ใช่การทำให้หายน้ำท่วมขังได้ แต่ชาวบ้านเหล่านั้นมองว่า
นั่นคือการทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องหันมามองดูบ้าง
ไม่ใช่เงียบหายเหมือนกับที่ผ่านมา ราวกับไม่มีคนสนใจที่จะรับรู้ความเดือดร้อนของคนกลุ่มนี้
ซึ่งหากดูข้อเรียกร้องของคนทั้ง 2 กลุ่ม ไม่ได้สุดโต่งว่าต้องการให้น้ำแห้ง
แต่ต้องการให้น้ำทะยอยลดลงมาบ้าง
อย่างน้อยถ้าลดลงวันละแค่ 2-3 เซนติเมตร 10 วัน ครึ่งเดือนน้ำก็ยังพอจะลดลงได้เป็นฟุต
อย่างน้อยก็จะได้ไม่ต้องเจอสภาพน้ำท่วมอกท่วมเอวอีกต่อไป
แต่ที่สำคัญก็คือ ประชาชนเหล่านี้ไม่เข้าใจว่า
ทำไมในเมื่อคลองในพื้นที่ กทม. น้ำลดลงไปแล้ว
เหตุใด ผู้ว่าฯกทม. ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร จึงไม่สั่งการ
ให้มีการทะยอยผันน้ำมาผ่านระบบคลองใน กทม.บ้างเลย
อย่างถนนวิภาวดีรังสิต คลองระบายน้ำเลียบถนน
ระดับน้ำก็ได้ลดลงมามากระดับ 60-80 เซนติเมตรแล้ว
ทำไมทาง กทม.ไม่ใช้เป็นทางในการระบายน้ำออกมาบ้าง
เช่นเดียวกันกับคนในพื้นที่จังหวัดนนทบุรีทั้งหลายที่ไม่เข้าใจว่า
ในเมื่อระดับน้ำในคลองทวีวัฒนาลดลงอย่างมาก
ต่ำกว่าระดับคันคลองร่วมเมตรแล้ว
ทำไมกทม.จึงไม่ใช้ช่วยระบายน้ำจากบางใหญ่ บางบัวทองบ้าง
ผู้ว่าฯกทม.คิดอะไรอยู่???
หรือคิดอย่างที่เคยพูดเอาไว้จริงๆ ว่า
น้ำท่วมในกทม.ควรจะต้องเป็นน้ำใน กทม.เท่านั้น
ไม่ควรจะเป็นน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดอื่นๆทะลักเข้ามาใน กทม.
ทั้งๆที่หาก ผู้ว่าฯจะคิดสักนิดว่า
การช่วยสูบน้ำในพื้นที่ท่วมขังบริเวณแนวตะเข็บปริมณฑลของพื้นที่ กทม.
เข้ามาสู่คลองใน กทม. จะสามารถควบคุมได้ทั้งปริมาณน้ำ
และทิศทางการไหลของน้ำ.. กทม. ก็จะเป็นพระเอกได้
แต่หากเป็นกรณีการทำลายคันกั้นน้ำ
ไม่ว่าปริมาณน้ำหรือทิศทางการไหลของน้ำจะควบคุมไม่ได้เลย
หากปล่อยให้เกิดขึ้น กทม.จะเป็นผู้ร้ายในทันที... คิดกันเป็นบ้างหรือไม่
นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนที่กำลังเกิดขึ้น
และคนนนทบุรีก็กำลังรวมพลเพื่อทวงคำตอบอยู่ แน่นอนว่าผู้ทีรับบทหนักก็คือ
ศปภ. ทั้งๆที่เป็นผลมาจากการทำงานและวิธีคิดของ กทม.
ภายใต้สไตล์ของ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร นั่นเอง
เป็นตัวอย่างแรกที่สะท้อนให้เห็นว่า
สุดท้ายแล้วทำไม ศปภ.ถูกด่า ทำไมรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถูกด่า
และทำไม พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ถูกเล่นหนักทางการเมืองอยู่ในขณะนี้
ขณะที่อีกตัวอย่างหนึ่ง ที่มีลักษณะไม่แตกต่างกัน คือ
ฟันเฟืองไม่ยอมทำงาน จนทำให้รัฐบาลถูกด่าเละ
นั่นคือฟันเฟืองของกระทรวงคมนาคม
ที่มี พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต นั่งเป็นรัฐมนตรีว่าการอยู่ในขณะนี้
ซึ่งบรรดาประชาชนที่ต้องเดินทางไปภาคเหนือและภาคอีสาน ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่??
กระทรวงคมนาคม และ พล.อ.อ.สุกำพล ไม่รู้เลยหรือว่า
ในภาวะน้ำท่วมใหญ่ ในขณะที่ กทม.โดนน้ำท่วมล้อมรอบไปหมดเช่นนี้
เส้นทางคมนาคมถือเป็นความจำเป็นหลักของประชาชน
โดยเฉพาะเส้นทางที่จะเดินทางไปภาคเหนือและภาคอีสาน
ถ้าเส้นทางถูกตัดขาดสัญจรไม่ได้ หรือมีปัญหา ก็เท่ากับประเทศชาติจะเป็นอัมพาตไปโดยปริยาย
ดังนั้นยุทธศาสตร์หลักของกระทรวงคมนาคม ในภาวะวิกฤตน้ำท่วมเช่นนี้
ก็คือการปกป้องเส้นทางหรือถนนสายหลักๆเอาไว้อย่างเต็มความสามารถ
พล.อ.อ.สุกำพล เป็นนายทหารที่ควรจะต้องเข้าใจยุทธศาสตร์
ในการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินได้เป็นอย่างดี
แต่สิ่งที่เกิดขึ้น ที่ทำให้ประชาชนก่นด่าตำหนิรัฐบาลอยู่ในเวลานี้ก็คือ
กลายเป็นว่าเส้นทางถนนหลักอย่างเช่นถนนพหลโยธิน
ควรที่จะต้องได้รับการดูแลรักษาให้ดีตลอดเส้นทาง
เพื่ออำนวยความสะดวกให้เกิดความคล่องตัวในการสัญจรให้มากที่สุด
ซึ่งถือเป็นหน้าที่หลักของกระทรวงคมนาคมอยู่แล้วด้วยซ้ำ
แต่ พล.อ.อ.สุกำพลรู้หรือไม่ว่า หลายช่วงบนถนนพหลโยธิน
ซึ่งเป็นเส้นทางสายหลัก กลับถูกปล่อยปละละเลยให้เจอปัญหาอย่างไม่น่าเชื่อ
แล้วให้ชาวบ้านที่ต้องใช้เส้นทางไปหาทางช่วยตัวเองกันไปตามยะถากรรม
อย่างตัวอย่างที่ชัดเจนที่สะท้อนประสิทธิภาพในการทำงานในการบริหารงานก็คือ
ช่วงบริเวณหน้าโรงกษาปณ์ ซึ่งเป็นเส้นทางที่จะผ่านไปอยุธยา สระบุรี เพื่อขึ้นเหนือ
หรือเพื่อที่จะแยกไปภาคอีสาน ซึ่งเป็นระยะทางที่ไม่ได้ยาวมากจนถึงขนาดที่จะกู้
หรือที่จะป้องกันไม่ได้
แต่ปรากฏว่ากระทรวงคมนาคม กลับปล่อยให้น้ำท่วมขังอยู่อย่างนั้น
เหมือนกับว่าไม่รู้ว่านี่เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการเดินทาง
ปล่อยให้ผู้จำเป็นต้องใช้เส้นทางหาทางที่จะลุยกันไปเอง จะลำบากหรือจะเดือดร้อนกันแค่ไหน
ก็เป็นเรื่องช่วยไม่ได้
เมื่อฟันเฟืองที่ควรจะทำหน้าที่ กลับไม่ได้ทำหน้าที่
เสียงด่าว่าจากประชาชนที่เดือดร้อนก็ย่อมที่จะเกิดขึ้นมาเซ็งแซ่อย่างช่วยไม่ได้
ทั้งๆที่ด้วยระยะทางไม่มาก หากจะทำคันกั้นเพื่อกู้ถนนให้รถสามารถที่จะสัญจรได้สะดวก
จะได้ทำให้เศรษฐกิจของชาติเดินไปได้โดยไม่สะดุด แต่กลับไม่ทำ
คำถามจึงมีว่ากรมทางหลวงซึ่งต้องรับผิดชอบดูแลนั้นทำอะไรอยู่
และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมทำไมจึงไม่สั่งการ!!!
ที่ต้องเตือนกันตรงๆ ก็เพราะไม่ใช่แค่ปัญหาที่เกิดขึ้นกับถนนพหลโยธินเส้นทางหลักเท่านั้น
แต่แม้กระทั่งเส้นทางรอง
ซึ่งเป็นทางเลี่ยงที่ประชาชนจะใช้สัญจรไปยังภาคเหนือภาคอีสานได้
ในยามที่เส้นทางหลักมีปัญหา
ก็กลับเจอปัญหาตลกร้ายขึ้นมาประจานประสิทธิภาพกระทรวงคมนาคมเสียอีก
โดยเส้นทางรองที่ว่า ก็คือเส้นทางไปฉะเชิงเทรา พนมสารคาม ที่จะไปออกปราจีนบุรี
เพื่อที่จะแยกไปขึ้นเหนือก็ได้ หรือไปภาคอีสานก็ได้
จุดปัญหาอยู่ในช่วงทางออกมอเตอร์เวย์ที่จะเลี้ยวขึ้นไปฉะเชิงเทรา
ระยะทางจุดนั้นไม่น่าที่จะเกิน 400 เมตรเท่านั้นเอง
ปัญหาคือจุดดังกล่าวมีการซ่อมแซมบูรณะทางอยู่ตั้งแต่ก่อนที่จะน้ำท่วมด้วยซ้ำ
แต่จนขณะนี้ก็ยังซ่อมไม่เสร็จเสียที
ทั้งๆที่เวลานี้เส้นทางนี้คือตัวช่วยที่สำคัญในการเดินทางไปเหนือไปอีสานในสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้
กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีว่าการ ไม่รู้เลยหรือว่านี่คือ
เส้นทางรองที่จำเป็นอย่างมากในภาวะน้ำท่วมเช่นขณะนี้
ทำไมจึงไม่มีการเร่งซ่อมแซมอย่างเร่งด่วนที่สุด
รถราจะได้ไม่ต้องติดวินาศสันตะโร จนทำให้รัฐบาลถูกด่าว่าเช่นที่เกิดขึ้นในขณะนี้
พล.อ.อ.สุกำพล ในวันนี้คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ภาพของรัฐบาลที่เกิดขึ้นไม่ว่าบวกหรือลบ
ก็ย่อมมีส่วนที่จะต้องรับผิดชอบด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ยิ่งในสถานการณ์ที่ผ่านมา ได้เกิดเสียงเรียกร้องให้มีการปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรี
โดยเอารัฐมนตรีที่ไม่มีผลงาน หรือทำงานไม่ได้
รวมทั้งบรรดารัฐมนตรีที่โลกลืมที่ชาวบ้านไม่รู้จักออกไปให้หมด
เชื่อว่า พล.อ.อ.สุกำพล ก็ย่อมรู้ดีว่า เสียงที่มีต่อตนเองนั้นมีหรือไม่ และบวกหรือลบ!!!
ดังนั้นเรื่องการสร้างผลงาน การสะท้อนความคิดความสามารถในการทำงาน
ในการบริหารมีเท่าไรต้องรับงัดออกมาโชว์
ไม่ใช่อย่างกรณีที่เกิดการปล้นบ้านนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม
คนร้ายได้เงินไปมากกว่าปกติที่คนเราโดยทั่วๆไปจะเก็บเงินสดเอาไว้ในบ้าน
รวมทั้งเกิดกระแสข่าวกระฉ่อนไปหมดว่าในบ้านน่าจะมีเงินสดระดับเป็นพันล้านบาท
แต่เมื่อถูกถามในฐานะเจ้ากระทรวง พล.อ.อ.สุกำพล กลับบอกว่าเป็นเรื่องส่วนตัว!!!
ทั้งๆที่ พล.อ.อ.สุกำพล เป็นข้าราชการมาตลอด
น่าจะรู้ว่าเงินหลายสิบหลายร้อยล้านบาทเป็นเรื่องปกติเช่นนั้นหรือที่ข้าราชการจะพึงมี
แม้แต่กระทั่งว่าเป็นเรื่องของสินสอดของลูกก็ตาม ใครกันที่ทุ่มเทให้สินสอดในระดับนี้ได้
เรื่องเช่นนี้หรือที่รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงบอกว่าเป็นเรื่องส่วนตัวที่กระทรวงจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวตรวจสอบ
แถมยังคิดว่าเป็นการแสดงสปิริตในการที่จะไม่ดำเนินการใดๆ ด้วยการอ้างว่าไม้ล้มไม่ควรข้าม
เรื่องนี้สะท้อนวิธีคิดที่มีปัญหาอะไรหรือไม่ในฐานะรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง
อย่างน้อยที่สุดด้วยการที่รับราชการจนถึงระดับนี้
ย่อมจะต้องรู้ดีว่าลำพังเงินเดือนข้าราชการนั้นสักเท่าไรกัน เก็บออมชั่วชีวิตจะได้สักแค่ไหน
อย่างน้อยก็ควรแสดงบทบาทเจ้ากระทรวงว่าจะสอบที่มาที่ไปของเงินจำนวนนี้ให้กระจ่างชัด
ถ้าไม่มีอะไรจริงๆก็เท่ากับช่วยฟอกให้นายสุพจน์ไปด้วย หรือถ้ามีปัญหาก็จะได้เร่งจัดการเสียแต่เนิ่นๆ
เพราะชาวบ้านทั่วไปยังอดตั้งคำถามไม่ได้เลยว่า เงินเยอะมากมายขนาดนี้มีที่มาจากไหน
เกี่ยวข้องกับนักการเมืองชื่อ น. กับชื่อ ส. จริงๆหรือไม่!!!
และนายพล ส. ที่ว่านั้นเป็นใครกัน???
พล.อ.อ.สุกำพล ควรเล่นบทตรวจสอบอย่างเข้มข้น ไม่ใช่แค่อ้างหน้าตาเฉยว่าเรื่องส่วนตัว
และไม่อยากข้ามคนล้ม...
จนกลายเป็นว่ารัฐบาลต้องเข้ามาสั่งย้ายด่วนเสียเอง
เพราะกระทรวงไม่ทำอะไร... นี่คือจุดอ่อนหรือไม่??
ขณะเดียวกันรัฐบาล และ ศปภ. จากข้อมูลเหล่านี้ก็คงได้รับรู้แล้วว่า
ทำไมจึงยังมีเสียงบ่นด่าในเรื่องโน่นนี่นั่นอยู่ตลอดเวลา
ก็เพราะการทำงานของเฟืองบางตัวมีปัญหานั่นเอง
เปลี่ยนเฟืองบางตัวเซ่นน้ำท่วมใหญ่ก็ดีนะ!!


http://www.bangkok-today.com/node/11169

ที่นี่ความจริง 22-11-2011

ที่มา thaifreenews

โดย bozo

กาแฟ









speedhorse

MP3
http://www.mediafire.com/?wnham198txmcszq


http://speedhorse.blogsite.org/read.php?tid=651

สื่อนอกรายงาน 'ทักษิณ' ดอดเยือนเกาหลีใต้ 3 วัน ดูแนวทางแก้น้ำท่วมช่วย 'ปู'

ที่มา thaifreenews

โดย bozo



สำนักข่าวยอนฮัพของเกาหลีใต้ระบุ
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย
เดินทางถึงกรุงโซลแล้ววันนี้
เพื่อเริ่มภารกิจเยือนดินแดนโสมขาวเป็นเวลา 3 วัน
พร้อมเดินทางเข้าชมกิจการเขื่อนป้องกันน้ำท่วมของเกาหลีใต้
ก่อนจะเดินทางกลับในวันพฤหัสบดี (24)...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 22 พ.ย.
โดยอ้างสำนักข่าวยอนฮัพของเกาหลีใต้ระบุ
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย
เดินทางถึงกรุงโซลแล้วในวันนี้
เพื่อเริ่มภารกิจเยือนดินแดนโสมขาวเป็นเวลา 3 วัน
พร้อมเดินทางเข้าชมกิจการโครงการป้องกันน้ำท่วมของเกาหลีใต้
ก่อนจะเดินทางกลับในวันพฤหัสบดี (24) นี้



รายงานข่าวระบุว่า
อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยวัย 62 ปี ซึ่งถูกกองทัพโค่นอำนาจเมื่อปี 2006
ได้เข้าเยี่ยมชมโครงการกักเก็บน้ำขนาดใหญ่
ที่ทำหน้าที่ควบคุมปริมาณน้ำจากแม่น้ำ 4 สาย คืีอ
แม่น้ำฮัน, นัคดง, กึม และแม่น้ำยองซาน ไม่ให้ไหลเอ่อล้นเข้าท่วมเขตเมือง

ด้านโชซอน อิลโบ หนังสือพิมพ์ชื่อดังรายงาน
โดยอ้างการเปิดเผยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งเดินทางไปเยือนเกาหลีใต้พร้อมผู้ช่วย 3 คนว่า
ความเสียหายจากเหตุน้ำท่วมในไทย จะลดลงเหลือเพียง 1 ใน 5 จากระดับปัจจุบัน
หากโครงการควบคุมน้ำในลักษณะเช่นนี้ถูกนำมาใช้ในประเทศไทย

ทั้งนี้ สื่อหลายสำนักในแดนโสมขาว รวมถึงสื่อของจีนต่างระบุว่า
พ.ต.ท.ทักษิณ อาจนำสิ่งที่ได้จากการเยี่ยมชม
โครงการด้านการบริหารจัดการน้ำดังกล่าวของเกาหลีใต้ไปถ่ายทอด
แก่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย ซึ่งเป็นน้องสาว
เพื่อปรับใช้ในประเทศไทย
หลังเผชิญวิกฤติน้ำท่วมครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบมากกว่าครึ่งศตวรรษ.


http://www.thairath.co.th/content/oversea/218410

ภูฏานส่ง‘พระธาตุเขี้ยวแก้ว’ให้คนไทยสักการะ

ที่มา ข่าวสด


เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 22 พ.ย. ผู้สื่อข่าว‘ข่าวสด’รายงานว่า ที่ทำเนียบรัฐบาล นางฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ แจ้งในที่ประชุมครม.ว่า เมื่อวันที่ 21 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้เข้าเฝ้าฯสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก และสมเด็จพระราชินีเจตซุน เพมา แห่งราชอาณาจักรภูฏาน ซึ่งประเทศภูฏานยินดีที่จะให้อันเชิญพระธาตุเขี้ยวแก้วมายังประเทศไทย จึงมอบหมายทางกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงวัฒนธรรมเป็นผู้ประสานงานนำพระ ธาตุเขี้ยวแก้วมาให้คนไทยสักการะต่อไป

การ์ตูนล้อการเมือง"อรุณ วัชระสวัสดิ์"โบราณว่า น้ำลดตอผุดแต่ใครบางคน น้ำลด...โผล่

ที่มา thaifreenews

โดย bozo

คอลัมน์ คิวคน โดย อรุณ วัชระสวัสดิ์ มติชน 22 พ.ย.2554





http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1321933733&grpid=&catid=03&subcatid=0305