WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, November 24, 2011

ศาลปกครองสงขลาสั่งชดใช้ 5 แสน ทหารคุมตัวเกินอำนาจกฎอัยการศึก

ที่มา ประชาไท

เมื่อเวลา10.00 น.วันที่ 22 พฤศจิกายน 2554 ที่ห้องพิจารณาคดี 1 ศาลปกครองสงขลา นายสมยศ วัฒนภิรมย์ ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสงขลาออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษา คดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ อันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย ระหว่างนายอิสมาแล เตะและนายอามีซี มานาก ผู้ฟ้องคดี 1,2 กับกองทัพบกและกระทรวงกลาโหม ผู้ถูกฟ้องที่ 1, 2 คดีหมายเลขดำที่187/ 2554 คดีหมายเลขแดงที่ 235/2554 และคดีหมายเลขดำที่ 188/2554 คดีหมายเลขแดงที่ 236/2554

คำพิพากษาสรุปว่า ให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ชำระเงินแก่ผู้ฟ้องคดีที่ 1จำนวน 255,000 บาท และผู้ฟ้องที่ 2 จำนวน 250,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ตั้งแต่วันที่ 14 มกราคม 2552 ซึ่งเป็นวันฟ้องคดี ภายใน 60 วัน นับตั้งแต่มีคำพิพากษาถึงที่สุด

คำพิพากษาระบุสรุปว่า เนื่องจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารได้ใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. 2457 ควบคุมตัวผู้ฟ้องคดีทั้งสองไว้เป็นเวลา 9 วัน ตั้งแต่ 27 มกราคม 2551 และปล่อยตัวไปในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2551 ซึ่งเกินกว่าที่พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. 2457 ให้อำนาจในการควบคุมตัว ซึ่งตามมาตรา 15 ทวิ ของพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. 2457 กำหนดให้เจ้าหน้าที่สามารถกักไว้ได้ไม่เกิน 7 วัน จึงเป็นการกักตัวไว้โดยไม่ชอบด้วย

“ส่วนค่าเสียหายจากการถูกควบคุมตัวที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายอันเป็นการละเมิด ผู้ฟ้องคดีทั้งสองได้เรียกความเสียหายจากผู้ถูกฟ้องคดี เป็นเงิน 500,000 บาท ถือว่าสูงเกินไป เพราะผู้ฟ้องคดีทั้งสอง ไม่ได้ถูกควบคุมในเรือนจำและไม่ใช่ในฐานะจำเลยหรือผู้กระทำความผิด จึงเห็นควรลดเหลือกึ่งหนึ่งจำนวน 250,000 บาท” คำพิพากษาระบุ

“...การการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของบุคคล ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 บัญญัติรับรองไว้ อีกทั้งเมื่อเป็นการใช้อำนาจตามกฎหมายพิเศษ อันเป็นกฎหมายที่ลิดรอนสิทธิของบุคคลอื่น จึงควรต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง และต้องแก้ไขเยียวยาความเสียหายให้แก่บุคคล ซึ่งรับผลดังกล่าวตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติไว้” คำพิพากษาระบุ

คำพิพากษาระบุสรุปอีกว่า สำหรับค่าเสียหายของผู้ฟ้องคดีทั้งสองจากการรักษาพยาบาล กรณีเจ้าหน้าที่ใช้กำลังทำร้ายผู้ฟ้องคดีทั้งสองในระหว่างการจับกุมและควบ คุมตัว ผู้ฟ้องคดีที่ 1 ได้ยื่นพยานหลักฐาน ได้แก่ สำเนาเวชระเบียนบันทึกตรวจโรค เลขที่ 0516385 ของโรงพยาบาลยะลา ประกอบกับภาพถ่ายบาดแผลที่สอดคล้องกัน จึ่งน่าเชื่อว่า บาดแผลตามที่แพทย์วินิจฉัยไว้เกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นกระทำการละเมิดตามมาตรา 420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ดังนั้นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 จึงต้องรับผิดชอบชดใช้ค่ารักษาพยาบาลให้แก่ผู้ฟ้องที่ 1 จำนวน 5,000 บาท ส่วนผู้ฟ้องคดีที่ 2 ไม่ปรากฏพยานหลักฐานใดๆ ว่าถูกการกระทำร้ายร่างกาย ศาลจึงไม่อาจกำหนดค่าเสียหายในส่วนนี้ได้

ส่วนคำขออื่นให้ยก และให้ยกฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ทั้งนี้นายอิสมาแล เตะ และนายอามีซี มานาก ถูกทหารควบคุมตัวขณะยังเป้นนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 24/11/54 บิ๊ก คลีนนิ่ง เดย์

ที่มา blablabla

โดย

ภาพถ่ายของฉัน



ร่วมฟื้นฟู ทุกที่ทาง อย่างสร้างสรรค์
ก้าวสู่วัน ข้างหน้า พาสดใส
หล่อหลอมแรง ร่วมสู้ ช่วยกู้ภัย
เพื่อเมืองไทย ผ่องผุด ดุจแสงทอง....


หลังน้ำท่วม อ่วมทั่วทิศ จนจิตตก
ทิ้งรอยเปื้อน สกปรก อกกลัดหนอง
ทั้งน้ำหลาก ทั้งน้ำตา บ่าไหลนอง
ผ่านเศร้าหมอง มาร่วมด้วย ช่วย..บิ๊กคลีน....


ส่วนอีกฝั่ง คลั่งแค้น แสนอุบาทว์
มันเติมวาด สาดโคลนซ้ำ ระยำสิ้น
เล่นการเมือง แบบชั่วช้า เป็นอาจิณ
ทั้งเล่นลิ้น เชือดเฉือน เปื้อนน้ำลาย....


อีกสื่อชั่ว สายอำมาตย์ ชาติสถุน
เติมว้าวุ่น วกวน จนฉิบหาย
สร้างข่าวลวง ถาโถม อย่างงมงาย
หวังใส่ร้าย ดิสเครดิต คิดได้ระยำ....


ทั้งน้ำลาย น้ำท่วม..อ่วมแน่แน่
ความจริงแท้ กลางเมือง เรื่องน่าขำ
บิ๊กคลีนนิ่ง มาร่วมด้วย ช่วยกันทำ
เพื่อหนุนนำ วันสดใส ให้กลับคืน....


๓ บลา / ๒๔ พ.ย.๕๔

พระราชดำรัส4ธ.ค.48กับผู้พิพากษาคดีอากงSMS

ที่มา Thai E-News



พระราชดำรัส 4 ธันวาคม 2548

แต่อย่างไรก็ตาม เข้าคุกแล้ว ถ้าเป็นการละเมิดพระมหากษัตริย์ พระมหากษัตริย์เองเดือดร้อน เดือดร้อนหลายทาง ทางหนึ่งต่างประเทศเขาบอกว่าเมืองไทยนี่พูดวิจารณ์พระมหากษัตริย์ไม่ได้ ว่าวิจารณ์ไม่ได้ก็เข้าคุก มีที่เข้าคุก เดือดร้อนพระมหากษัตริย์

ต้องบอกว่าเข้าคุกแล้วต้องให้อภัย ทั้งที่เขาด่าเราอย่างหนัก ฝรั่งเขาบอกว่าในเมืองไทยนี่ พระมหากษัตริย์ถูกด่า ต้องเข้าคุก ที่จริงควรเข้าคุก แต่เพราะฝรั่งบอกอย่างนั้นก็ไม่ให้เข้า ไม่มีใครกล้าเอาคนที่ด่าพระมหากษัตริย์เข้าคุก เพราะพระมหากษัตริย์เดือดร้อน เขาหาว่าพระมหากษัตริย์เป็นคนที่ไม่ดี อย่างน้อยที่สุด ก็เป็นคนที่จั๊กจี้ ใครว่าไรซักนิดก็บอกให้เข้าคุก

ที่จริงพระมหากษัตริย์ไม่เคยบอกให้เข้าคุก ตั้งแต่สมัยรัชกาลก่อนๆ เป็นกบฏ ก็ยังไม่จับใส่คุก ไม่ลงโทษ รัชกาลที่ 6 ท่านไม่ลงโทษ ไม่ได้ลงโทษผู้ที่เป็นกบฏ มาจนกระทั่งถึง ต่อมา รัชกาลที่ 9 ใครเป็นกบฏ ก็ไม่เคยมีแท้ๆ ที่จริงก็ทำแบบเดียวกันไม่ให้เข้าคุก ให้ปล่อย หรือถ้าเข้าคุกแล้วก็ให้ปล่อย ถ้าไม่เข้าก็ไม่ฟ้อง เพราะเดือดร้อนผู้ที่ถูกด่า เป็นคนเดือดร้อน อย่างที่คนที่ละเมิดพระมหากษัตริย์ และถูกทำโทษไม่ใช่คนนั้นเดือดร้อน

พระมหากษัตริย์เดือดร้อน นี่ก็แปลก

ความในพระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ตอนหนึ่ง , 4 ธันวาคม 2548

...........

ท่านผู้พิพากษาคดีอากงSMS

นาย ชนาธิป เหมือนพะวงศ์ ( ธิป) ผู้พิพากษา ศาลอาญา รัชดา ผู้ตัดสินจำคุก “อากง” 20 ปี ซึ่งหากอากงมีชีวิตยืนยาวพอจะพ้นโทษตอนอายุ 82 ปี

นายชนาธิป เป็นศิษย์เก่า สวนกุหลาบวิทยาลัย (OSK 100) สำเร็จปริญญาโท คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ด้านกฎหมายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ประว้ติรับราชการ

-ผู้พิพากษาศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
-ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดเกาะสมุย
-ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดตราด
-ปัจจุบัน ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอาญา

เครื่องราชอิสริยาภรณ์-มหาวชิรมงกุฎ

แม้โจทก์จะไม่สามารถนำสืบพยานให้เห็นได้อย่างชัดแจ้งว่า จำเลยเป็นผู้ที่ส่งข้อความตามฟ้องจากโทรศัพท์เคลื่อนที่เครื่องดังกล่าว ไปยังโทรศัพท์เคลื่อนที่ของนายสมเกียรติ แต่ก็เพราะเป็นการยากที่โจทก์จะสามารถนำสืบได้ด้วยประจักษ์พยาน เนื่องจากจำเลยซึ่งเป็นผู้กระทำความผิดดังกล่าวย่อมจะต้องปกปิดการกระทำของ ตนมิให้บุคคลอื่นได้ล่วงรู้ จึงจำเป็นต้องอาศัยเหตุผลประจักษ์พยานแวดล้อมที่โจทก์นำสืบเพื่อชี้วัดให้ เห็นเจตนาที่อยู่ภายใน

การส่งเอสเอ็มเอส ซึ่งข้อความดังกล่าวไม่เป็นความจริง ประกอบข้อเท็จจริงเป็นที่ประจักษ์โดยทั่วไปว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาถทรงเปี่ยมไปด้วยพระ เมตตา ทรงห่วงใยประชาชนทุกหมู่เหล่า ทรงประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อปวงชนชาวไทย การกระทำของจำเลยจึงเป็นการนำเข้าสู่ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ กระทบต่อความมั่นคงของประเทศ และเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร

ให้จำคุกกระทงละ 5 ปี ความผิด 4 กระทง รวมโทษจำคุกทั้งหมด 20 ปี

คำพิพากษาตอนหนึ่งของนายชนาธิป เหมือนพะวงศ์ , 23 พฤศจิกายน 2554

ข้อวิจารณ์คำตัดสินคดีจากดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล

ผมเข้าเน็ตประมาณช่วงเที่ยงๆ เพื่อเช็คข่าวว่า ผลการตัดสินคดี "อากง" เป็นอย่างไร
พอเห็นข่าว พูดไม่ออกเลย
ทั้งเศร้าลึกๆ และโกรธ มากๆ ผสมกันไป
จนร้องไห้อยู่พักนึง (ครับ ผุ้ชายก็ร้องครับ)
เขียนอะไรไม่ออก ที่อยากเขียนขึ้นมาทันทีในใจ ก็คงเขียนออกมาไม่ได้

สงบสติอารมณ์ อยุ่ครึ่งวัน (อ่านหนังสือ สุบหรี่ ดูน้ำเน่าหน้าบ้าน ฯลฯ) จนเมือครู่นี้ จึงนึกคำออกมาได้เท่านี้ ดังที่โพสต์

ยังไม่ใช่ที่อยากจะพูดจริงๆหรอก แต่มีปัญญาพูดได้เท่านี้

ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ,facebook ,24 พศ๗ิกายน 2554

*******
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:

-AFP:20 years' jail for Thai anti-royal texts: lawyer

-ย้าย101นักโทษการเมืองไปพลตร.บางเขน รัฐเป็นเจ้าภาพยื่นประกันรวมอากงSMSขึ้นกับศาลเมตตา

Wednesday, November 23, 2011

"ประชา"จัดพื้นที่หลัง"สโมสรตำรวจ"รับรอง "นักโทษการเมืองแดง" เตรียมพิจารณาให้ประกัน พร้อม"ผู้ต้องหาคดีหมิ่นฯ-พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์"

ที่มา มติชน

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน ที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย(ศปภ.) นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ รักษาการประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) พร้อมด้วยกลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 30 คน ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม เพื่อขอให้เร่งรัดดำเนินการประกันตัวผู้ที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำอันเนื่อง มาจากเหตุการณ์ชุมนุมเมื่อเดือนมีนาคม-พฤษภาคม 2553 และความขัดแย้งทางการเมืองที่ผ่านมา ตามข้อเสนอของคณะกรรมการประสานและติดตามผลการดำเนินการของคณะกรรมการอิสระ ตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ(ปคอป.) และคณะกรรมการอิสระตรวจสอบเพื่อค้นหาความจริงพื่อความปรองดองแห่งชาติ(คอป.)

โดยนางธิดากล่าวว่า ทาง ครม. มีมติรับทราบผลการดำเนินการของ ปคอป. เมื่อวันที่ 25 ตุลาคมไปแล้ว และได้ให้กระทรวงยุติธรรมดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อให้มีการปล่อยตัวชั่ว คราวผู้ต้องขังที่ถูกคุมขัง อันสืบเนื่องมาจากความขัดแย้งทางการเมือง ทั้งก่อนและหลังการรัฐประหารปี 2549 ซึ่งคนเสื้อแดงขอเรียกร้องให้กระทรวงยุติธรรมดำเนินการพิจารณาตามหลักเกณฑ์ สำคัญ 4 ข้อ คือ 1.ทุกคนควรได้รับการประกันตัวโดยรัฐ 2.กรณีที่ยังไม่ได้รับประกันตัว ขอให้ได้รับการคุมขังในที่สถานที่ที่เหมาะสม 3.คดีที่อยู่ในระหว่างการดำเนินคดี ขอให้ชะลอออกไป เพราะยังขาดข้อมูลข่าวสาร และ 4.ขอให้ทบทวนการตั้งข้อหา เพราะมีหลายกรณีที่เกินกว่าความเป็นจริง

นางธิดากล่าวอีกว่า ภายหลังจากการหารือร่วมกับ พล.ต.อ.ประชา เบื้องต้นทางกระทรวงยุติธรรมรับปากจะดำเนินการให้ใน 2 เรื่อง คือ 1.เรื่องการจัดหาสถานที่คุมขังที่เหมาะสม ภายในสัปดาห์หน้า คาดว่าน่าจะอยู่บริเวณหลังสโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดี และ 2.เรื่องจำนวนผู้ที่มีสิทธิได้รับการประกันตัว ซึ่งทางกรมราชทัณฑ์สำรวจมาว่ามีนักโทษที่เป็นคนเสื้อแดงจำนวนกว่า 70 คนนั้น ก็จะครอบคลุมถึงผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามมาตรา 112 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ด้วย สำหรับข้อเรียกร้องในการให้ทบทวนข้อกล่าวหา และการชะลอคดีความออกไปนั้นทางกลุ่ม นปช.คงจะต้องเดินทางไปยื่นเรื่องกับสำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งจะต้องหารือกับฝ่ายกฎหมายอีกครั้ง

"พร้อมพงศ์"ปูด 2 นักการเมือง เตรียมเคลื่อนย้ายเงินมหาศาล หลัง"อดีตปลัด คค."ถูกสอบร่ำรวยผิดปกติ

ที่มา มติชน

เมื่อเวลา 16.30 น. ที่รัฐสภา นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยในฐานะโฆษกพรรค แถลงว่า ตนขอสนับสนุนกรณีที่ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (คค.) มีคำสั่งแต่งตั้งนายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม ถูกกล่าวหาว่าร่ำรวยผิดปกติ และตนในฐานะประธานตรวจสอบ 172 โครงการของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ จะตรวจสอบเรื่องนี้คู่ขนานกันไปอย่างใกล้ชิด เพราะตั้งข้อสังเกตว่าเงินดังกล่าวน่าจะมีที่มามิชอบและน่าจะเกี่ยวโยงกับ โครงการเมกกะโปรเจ็กต์หนึ่ง ทั้งนี้ ทราบว่านักการเมืองอย่างน้อย 2 คนที่ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กำลังกังวลกรณีที่นายสุพจน์ถูกสอบสวน จึงได้เตรียมขนย้ายเงินชนิดที่รถสิบล้อก็ขนไม่หมดด้วยวิธีการที่ซับซ้อนซ่อน เงื่อน เรากำลังจับจ้องคนเหล่านี้อย่างใกล้ชิดเพื่อหาข้อมูลเชิงลึก หากความจริงปรากฏอาจถึงขั้นช็อกโลกก็ได้

ม็อบน้ำท่วมลำลูกกาเดือดบุกปิดโทลล์เวย์-ปะทะคนใช้รถหวิดจลาจล

ที่มา ข่าวสด




เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 23 พ.ย. มีชาวบ้านจากชุมชนต่างๆ อาทิ หมู่บ้าน ริเวอร์ ปาร์ค ชาวบ้านซอยวัดประยูรและชาวบ้านใกล้เคียงศูนย์การค้าเซียร์ รังสิต ชุมชนริมคลองคูคต-ลำลูกกา คลอง 1 จำนวนกว่า 400 คน เดินเท้าขึ้นมาปิดถนนทางด่วนโทลล์เวย์ ช่วงขาเข้ากรุงเทพฯ บริเวณหน้าศูนย์การค้าเซียร์รังสิต ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี หลังจากประสบปัญหาน้ำท่วมขังมานานนับเดือนทั้งนี้ข้อเรียกร้องของชาวบ้านก็ คือเพื่อประท้วงให้ทางศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย( ศปภ.)เร่งแก้ไขปัญหาระบายน้ำเข้าไปกรุงเทพฯ บ้าง

เนื่องจากในชุมชนดังกล่าวมีน้ำท่วมขังมานานกว่า 1 เดือน และปริมาณน้ำยังไม่ลดลงเลยอีกทั้งยังมีกลิ่นเน่าเหม็นอีกด้วย สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชนดังกล่าวจำนวนมาก ทั้งนี้มีบ้านเรือนหลายหมื่มครอบครัวได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก

โดยหลังชาวบ้านกลุ่มดังกล่าวรวมตัวกันปิดทางด่วนโทลล์เวย์ทำให้การจรา จติดขัดอย่างหนักซึ่งขณะนี้ท้ายแถวขาเข้ากรุงเทพฯอยู่ในเขต อ.คลองหลวง หน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เพราะเส้นทางด้านล่างไม่สามารถมีรถผ่านเข้าไปได้เนื่องจากน้ำได้ท่วมถนนเต็ม ทั้งหมด ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว พล.ต.ต.วัฒนา เขตร์สมุทร ผบก.ภจว.ปทุมธานีได้สั่งการทางวิทยุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจลาจล (ปจ) ภจว.ปทุมธานีทุกโรงพักเดินทางมาควบคุมสถานที่เกิดเหตุแล้วซึ่งอยู่ระหว่าง การเจรจา

ขณะที่ชาวบ้านส่วนหนึ่งได้ไปรื้อคันบิ๊กแบ็กแยกคปอ. อย่างต่อเนื่อง โดยจากการสอบถามชาวบ้านในเหตุการณ์ เผยว่า วันนี้ชาวบ้านที่อยู่เหนือคันบิ๊กแบ็กที่มารวมกันปักหลักรื้อแนวคันกั้นน้ำ ที่บริเวณถนนพหลโยธิน ทั้งขาเข้า-ขาออก ในขณะนี้รื้อได้ร่วมกว่า 10 เมตรแล้ว และคาดว่า ระดับน้ำฝั่งเหนือคันบิ๊กแบ็กจะลดลง 50-60 เซนติเมตร สามารถที่จะบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนลงได้ ขณะที่น้ำจ่อเข้าพื้นที่เขตสายไหม ทั้งนี้มีเพียงเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด


ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" รายงานด้วยว่า ผลจากการปิดโทลล์เวย์ประท้วง ส่งผลให้รถติดยาวนับสิบก.ม. เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าเจรจากับชาวบ้าน เพื่อขอระบายการจราจรในพื้นที่เพราะผู้ที่ต้องใช้รถใช้ถนนในเส้นทางดังกล่าว ติดขัดเป็นอัมพาต แต่การเจรจาไม่เป็นผล เพราะทางฝ่ายชาวบ้านต้องการให้มีเจ้าหน้าที่หรือผู้ว่าราชการจังหวัด ปทุมธานี เข้าเจรจาและให้คำตอบในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากระดับน้ำในพื้นที่เท่า นั้น จึงจะยินยอมเปิดเส้นทางการจราจรให้


แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานร่วมชั่วโมง ประกอบกับในช่วงเวลาที่เกิดเหตุอากาศร้อน และมีแดดจัด ทำให้ผู้ที่ใช้รถใช้ถนนมีอารมณ์เพราะก็ได้รับความเดือดร้อนจากการจราจรที่ ติดขัด เป็นเหตุทำให้กลุ่มผู้ใช้ถนนจำนวนประมาณ 30-40 คน มีปากเสียงกับกับทางชาวบ้านลำลูกกาถึงขั้นลงไม้ลงมือกัน ผลักดันกันด้วยอารมณ์ทั้งสองฝ่าย ขณะนั้นมีผู้ใช้ถนนขับรถพยายามจะฝ่าวงล้อมกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อใช้เส้นทาง ก็ทำให้ชาวบ้านลำลูกกาเข้าขวางทางรถ และมีหนุ่มรุ่นคนหนึ่งพยายามปีนขึ้นไปบนรถเก๋งคันดังกล่าว และใช้เท้ากระทืบที่กระจกรถเก๋งจนได้รับความเสียหาย และทำให้มีผู้บาดเจ็บที่ข้อมือ 1 รายเป็นกลุ่มชาวบ้านลำลูกกา


ต่อมา กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คูคต เข้าระงับเหตุจนสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ส่วนเจ้าของรถเก๋งคันดังกล่าวฝ่าวงล้อมกลุ่มผู้ชุมนุมหายไป และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าเจรจาต่อรองกับชาวบ้านในการขอเปิดช่องทางการ จราจร 1 ช่องทางเนื่องจากประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนบนท้องถนนมีคนชรา,เด็ก,และรถ พยาบาลที่ต้องติดขัดอยู่ ทำให้ชาวบ้านจึงยินยอมเปิดการจราจรให้สามารถเดินรถได้ 1 ช่องทาง แต่ยังคงปิดการจราจรไว้อีก 2 ช่องทาง โดยกำหนดไว้ 2 ชม.เพื่อรอผลและคำตอบการเข้าเจรจาในครั้งนี้ หากไม่มีใครเดินทางเข้าเจรจาก็จะดำเนินการปิดถนนในช่องทางโทล์เวย์ฝั่งขาออก อีก

เวลา 15.00 น. พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผบตร. ในฐานะโฆษกศปภ. เดินทางเข้าเจรจากับทางชาวบ้านเพื่อรับฟังปัญหาและความเดือดร้อนของชาวบ้าน ในเขตพื้นที่ อ.ลำลูกกา ในการวางแผนการแก้ไขปัญหา โดยรับปากกับชาวบ้านว่าจะมีการดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนในพื้นที่ อ.ลำลูกกา ด้วยการวางแผนการระบายน้ำในพื้นที่ให้ลดระดับลง โดยจะทำให้ระดับน้ำลดลง วันละ 3-4 เซนติเมตร รวม 30 เซนติเมตร ภายในสิ้นเดือนนี้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ อ.ลำลูกกา

ย้าย101นักโทษการเมืองไปพลตร.บางเขน รัฐเป็นเจ้าภาพยื่นประกันรวมอากงSMSขึ้นกับศาลเมตตา

ที่มา Thai E- News

สำนัก ข่าวAFPนำเสนอรายงานข่าว 20 years' jail for Thai anti-royal texts: lawyer พร้อมไฟล์ภาพพระบรมฉายาลักษณ์ประกอบรายงานข่าวศาลตัดสินจำคุกผู้ถูกกล่าวหา ส่งข้อความหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เป็นเวลา 20 ปี (รายละเอียดข่าว)

รัฐบาลจะยื่นประกัน-ศาล อาญารัชดา ตัดสินจำคุกอากง คดีถูกกล่าวหาส่งSMSหมิ่นฯ 20 ปี แม้ว่าคอป.ได้เสนอต่อรัฐบาลยิ่งลักษณ์เมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมาให้ชลอเว้นวรรคปล่อยตัวคดีคนเสื้อแดง และคดี112ไว้ก่อน และเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2554 เลขาธิการนายกรัฐมนตรีส่งหนังสือถึงปลัดยุติธรรมให้ดำเนินตามมติคอป.(ดาวน์โหลดดูหนังสือ) ก็ตาม วันนี้นปช.ได้ไปยื่นหนังสือต่อรมต.ยุติธรรมให้ปลดปล่อยนักโทษการเมืองที่คง ยังถูกคุมขังไว้ 101 คนให้เป็นอิสระ ซึ่งรมต.ยุติธรรมตกลงจะย้ายนักโทษการเมืองไปที่รร.พลตำรวจบางเขน และรัฐบาลจะเป็นผู้ยื่นประกัน 101 นักโทษคดีการเมือง รวมทั้งอากงSMSต่อศาล (ภาพจากแฟ้มภาพ)

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
23 พฤศจิกายน 2554

ผลนปช.ถกรมต.ยุติธรรมจะย้ายนักโทษการเมืองไปรร.พลตำรวจบางเขน และรัฐจะยื่นขอประกันต่อศาล

นายแพทย์สลักธรรม โตจิราการ บุตรชายนางธิดา ถาวรเศรษฐ รักษาการประธาน นปช. กล่าวเปิดเผยผลการเดินทางเข้าพบหารือพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ของนปช.ช่วงบ่ายวันนี้ทางเฟซบุ๊คส่วนตัว ว่า นปช.เตรียมยื่นประกันนักโทษการเมืองทั้ง 101คน รวมทั้งคดี "อากงส่ง SMS"ที่ศาลตัดสินจำคุก 20 ปีในวันนี้ ให้เป็นคดีพิเศษ

ซึ่งผลหารือสรุปว่า รัฐจะย้ายที่คุมขังนักโทษคดีการเมืองไปที่โรงเรียนตพลำรวจบางเขน ทยอยๆไป และรัฐบาลจะเป็นผู้ยื่นประกันตัวให้ แต่การให้ประกันขึ้นกับดุลพินิจของศาล

ส่วนเหตุที่นปช.ต้องรอจนถึงตอนนี้ เพราะว่าหลักทรัพย์การประกันตัวสูงมาก และโอกาสสำเร็จต่ำ แต่ว่ามาตอนนี้เห็นจังหวะที่เหมาะสม และประเมินแล้วว่า สถานการณ์ในการประกันตัวมีโอกาสสำเร็จสูงขึ้นอย่างมาก (แต่ก็ต้องบอกว่าบางคดียังยาก เพราะความคิดในแวดวงผู้พิพากษา) พร้อมกันขอให้รัฐบาลรับผิดชอบเรื่องหลักทรัพย์ในการประกันตัวร่วมกันด้วย

ข้อเสนอของคอป.ให้ชลอคดีการเมืองไร้ความหมาย ศาลจำคุกคดีอากงส่งSMSหมิ่น20ปี

แม้ว่า คอป.ได้เสนอต่อรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มานานร่วม 2 เดือน เมื่อ 15 กันยานที่ผ่านมา เสนอให้ปล่อยตัวชั่วคราว อย่าเพิ่งให้ศาลตัดสินคดี ให้ชลอคดี หรือเว้นวรรค ปล่อยตัวออกมาก่อน เพราะเป็นคดีการเมือง และเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2554 เลขาธิการนายกรัฐมนตรีส่งหนังสือถึงปลัดยุติธรรมให้ดำเนินตามมติคอป.(ดาวน์โหลดดูหนังสือ) แต่ความเป็นจริงปรากฎว่า ศาลได้ตัดสินจำคุกคนเสื้อแดงและผู้ต้องหาคดี 112 อย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดช่วงสายวันนี้ นายชนาธิป เหมือนพะวงศ์ ผู้พิพากษา ศาลอาญา รัชดา ได้ตัดสินจำคุกนายอำพล (สงวนนามกุล) อายุ 61 ปี หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า “อากง” ซึ่งถูกฟ้องว่ากระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 โดยข้อกล่าวหาว่าส่งเอสเอ็มเอสที่มีข้อความหมิ่นพระบรมเดชานุภาพไปยัง โทรศัพท์ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี

ศาลพิพากษาว่าจำเลยกระทำความผิดจริงตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และพระราชบัญญัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์มาตรา 14 อนุ 2 และ 3 ลงโทษจำคุก 20 ปี

ทั้งนี้ ศาลใช้วิธีอ่านคำพิพากษาผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอรเรนซ์ เนื่องไม่สามารถนำตัวจำเลยมาฟังคำพิพากษาได้เพราะน้ำท่วมเรือนจำ หลังฟังคำพิาพากษา ภรรยา ลูกและหลานๆ ของนายอำพลพากันร่ำไห้ ขณะที่มีประชาชนผู้สนใจคดีดังกล่าวร่วมฟังคำพิพากษาราว 30 คน

ทางด้านนางสาวพูนสุข พูนสุขเจริญ ทนายจำเลยระบุว่า จะมีการหารือกับทีมทนายและครอบครัวจำเลยอีกครั้ง เบื้องต้นคาดว่าน่าจะไม่อุทธรณ์คดีและขอพระราชอภัยโทษ (อ่านรายละเอียดคำพิพากษา)

-สำนักข่าวAFP:20 years' jail for Thai anti-royal texts: lawyer



นปช.แถลงรัฐบาลอย่าดีแต่พูดแบบรัฐบาลก่อนเข้าพบประชาให้ทำตามข้อเสนอคอป.ปล่อย101นักโทษคดีการเมือง

วันนี้เวลา13.00 น.นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ รักษาการประธานนปช.ได้แถลงข่าวประจำสัปดาห์ ในวันพุธที่ 23 พฤศจิกายนว่า ในเวลาราว 15.00 น.วันนี้นปช.จะเดินทางไปพบพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่ศปภ.อาคารเอ็นเนอร์ยี่ เพื่อยื่นหนังสือและเจรจาขอให้กระทรวงยุติธรรมดำเนินการปลดปล่อยผู้ต้องหา คดีเสื้อแดง และผู้ต้องหาคดีการเมืองทั้งหมดที่ยังถูกคุมขังอยู่ 101 คน (ดาวน์โหลดรายชื่อที่นี่) ตามมติของ คอป.ที่ได้นำเสนอต่อรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา

"ความจริงคอป.เ้สนอมาตั้งแต่รัฐบาลอภิสิทธิ์แล้วให้ปล่อยตัวนัก โทษคดีการเมืองทั้งหมด แต่รัฐบาลนั้นดีแต่พูดไม่ยอมทำตามข้อเสนอ ทั้งที่เป็นรัฐบาลที่แต่งตั้งคอป.ขึ้นมาเอง ส่วนรัฐบาลนายกฯยิ่งลักษณ์คงจะไม่ดีแต่พูดแบบรัฐบาลก่อน"

สัปดาห์ต่อไปจะไปพบรองนายกฯยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ ในฐานะประธาน ปคอป. เพื่อเร่งรัดให้ปลดปล่อยผู้ต้องหาการเมืองทั้งหมดตามมติคอป. และเรื่องการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม

นอกจากนั้นนปช.จะดำเนินการเรื่องที่ 2 คือการทำความจริงให้ปรากฎ โดยมีหลักฐานออกมาเรื่อยๆโยงไปถึงรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ที่เป็นผู้สั่งการเข่น ฆ่าประชาชน ล่าสุดมีผู้นำูเอกสารศูนย์ปฏิบัติการพิเศษที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯขณะนั้น ในฐานะผอ.ศอฉ.แต่งตั้งขึ้นมา เช่น นปพ.ของกองทัพอากาศ มีเรืออากาศเอกเป็นหัวหน้าหน่วย มีพลยิงแต่ละหน่วย 5 คน

คำถามคือยิงใคร นี่เป็นหลักฐานยืนยันที่พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด เคยบอกว่าผอ.ศอฉ.สั่งการ แต่อ้างว่าไม่ได้สั่งยิงประชาชน แล้วเอกสารล่าสุดนี้ทำไมมีตำแหน่ง"พลยิง" ไม่ใช่เพื่อคุ้มครองตัวเอง หรือประชาชน แต่เป็นพลยิงประชาชน ดังนั้่นหากทหารมีคำสั่งอะไรก็แจ้งมา เพื่อจะได้นำผู้สั่งการมาลงโทษ

เรื่องที่ 3 ป้องกันไม่้ให้เกิดปัญหาการฆ่าประชาชนขึ้นมาอีก ต้องดำเนินกา่รลงโทษผู้เข่นฆ่าประชาชนให้เข็ดหลาบ จะได้ไม่กล้าสังหารประชาชนในคราวหน้า จึงขอเชิญประชาชนผู้พบเห็นเหตุการณ์สังหารประชาชนระหว่าง 10 เมษา-19 พฤษภาคม 2554มาที่ศูนย์เยียวยา อิมพีเรียลลาดพร้าว ชั้น 5 เพื่อเอาผิดฆาตกรและผู้สั่งการลงโทษต่อไป


สำหรับหนังสือที่ยื่นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมมีรายละเอียดดังต่อไปนี้


เรื่อง ขอให้ฯพณฯเร่งรัดดำเนินการประกันตัวผู้ที่ถูกคุมขังในเรือนจำอันเนื่องมาจาก เหตุการณ์ การชุมนุมเมื่อเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ๒๕๕๓ และความขัดแย้งทางการเมืองที่ผ่านมา

โดยอ้างถึงหนังสื่อด่วนที่สุดที่ นร ๐๕๐๖/๒๓๓๑๐ลงวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๔ ได้ระบุไว้อย่างชัดแจ้งว่า

“คณะรัฐมนตรีได้ประชุมปรึกษาเมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม๒๕๕๔ ลงมติรับทราบผลการดำเนินงานของคณะกรรมการประสานและติดตามผลการดำเนินงานตาม ข้อเสนอแนะของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่ง ชาติ(ปคอป.)การประชุมครั้งแรก เมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม๒๕๕๔และเห็นชอบให้ กระทรวงยุติธรรม............................ดำเนินการตามที่สำนักเลขาธิการ นายกรัฐนตรีเสนอ”

ซึ่งปรากฏรายละเอียดตามบันทึกข้อความด่วนที่สุดตามที่อ้างถึงในข้อ๒.ข้างต้น ว่า

๒.๒วงเล็บ๒

“ดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อให้มีการปล่อยตัวชั่วคราว อันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ต้องหาและจำเลยสามารถต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ ความบริสุทธิ์และลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับตนเองและครอบครัวอันเกิดจากการถูก จำกัดเสรีภาพในกรณีที่ศาลอนุญาตให้มีการปล่อยตัวชั่วคราวแต่กำหนดให้มีหลัก ประกันตัวด้วยนั้น ชอบที่รัฐบาลจะจัดหาหลักประกันดังกล่าวให้แก่ผู้ต้องหาและจำเลยที่ไม่สามารถ จะจัดหาหลักประกันได้ หากผู้ต้องหาและจำเลยไม่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว รัฐบาลควรจัดหาสถานที่ในการควบคุมที่เหมาะสมที่ไม่ใช่เรือนจำปกติ ดังเช่นที่เคยใช้กับนักโทษการเมืองในอดีต”

ดังนั้น แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)แดงทั้งแผ่นดิน จึงขอเรียกร้องให้ท่านได้โปรด เร่งรัดดำเนินการประกันตัวผู้ถูกคุมขังทั้ง๗๐คนตามเรือนจำต่างๆทั่วประเทศ ตามที่ได้ส่งมาในสิ่งที่ส่งมาด้วยแล้วนั้นตามมติของคณะรัฐมนตรีเมื่อวัน ที่๒๕ตุลาคม๒๕๕๔ดังกล่าวข้าวต้น

เพราะสำหรับผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมที่แท้จริง ชีวิตที่อยู่ในเรือนจำแม้เพียงวันเดียวก็เป็นความทุกข์ยากอย่างแสนสาหัส

ขอแสดงความนับถือ

( นาง ธิดา ถาวรเศรษฐ )
ประธานแนวร่วมต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)แดงทั้งแผ่นดิน


นางธิดาได้นำเอกสารที่ คอป. ได้ยื่นข้อเสนอ(นโยบายปรองดอง) ต่อนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อ 15 กันยายน 2554 (ดูรายละเอียดหนังสือ) ที่ผ่านมาประกอบการแถลงข่าวว่า คอป.ได้เสนอให้ถือว่านักโทษเสื้อแดง และนักโทษคดีหมิ่นฯ112นั้นมีแรงจูงใจจากการเมือง เป็นนักโทษคดีการเมือง จะปล่อยให้ศาลเร่งรัดตัดสินแบบผู้ร้ายก่ออาชญากรรมทั่วไปไม่ได้ ต้องปล่อยตัว หรือเว้นวรรคชลอคดีไว้ก่อน

โดยมีสาระสำคัญดังนี้

คอป. เห็นว่าสภาพความขัดแย้งในทางการเมืองในห้วงเวลาที่ผ่านมาเป็นสาเหตุสำคัญ ที่นำมาสู่ความรุนแรงและการกระทำความผิดกฎหมายอาญาของผู้ที่เกี่ยวข้องใน ความขัดแย้งฝ่ายต่างๆ ความรุนแรงและการกระทำความผิดกฎหมายอาญาในลักษณะเช่นนี้มิใช่พฤติกรรมที่เกิดขึ้นในสังคมในภาวะปกติทั่วไปที่ไม่มีความขัดแย้งในทางการเมืองเช่นนี้

เพราะการกระทำความผิดมีมูลฐานเริ่มต้นจากความคิดเห็นในทางการเมือง ดังนั้น แม้พฤติกรรมที่ผิดกฎหมายที่ก่อให้เกิดผลกระทบและสร้างความเสียหายแก่บุคคล และส่วนรวมเป็นเรื่องที่ผู้กระทำต้องมีความรับผิดชอบ (accountability) ในทางกฎหมายที่เหมาะสม

แต่ในหลายกรณี ความรับผิดชอบในทางอาญาด้วยการฟ้องคดีและการลงโทษทางอาญาแต่เพียงอย่างเดียว อาจไม่สอดคล้องต่อปรัชญาในการลงโทษ ไม่ก่อให้เกิดความยุติธรรม และไม่สามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งได้ ทั้งนี้ เพราะผู้กระทำความผิดที่มีเหตุจูงใจทางการเมืองแตกต่างจากผู้กระทำความผิดอาญาทั่วไปที่เป็นผู้ร้ายหรืออาชญากรโดยกมลสันดาน

การลงโทษพฤติกรรมความรุนแรงที่เกิดขึ้นย่อมไม่สามารถส่งผลในการสร้างความ ยับยั้งหรือความหลาบจำ (deterrence) ให้กับผู้กระทำความผิดเองและสังคมโดยรวมตามหลักทฤษฎีในการลงโทษทั่วไปได้

นอกจากนี้การดำเนินคดีอาญาที่เกี่ยวเนื่องกับความขัดแย้งทางการเมืองยังมีปัญหาที่เกิดขึ้นจากข้อจากัดของกระบวนการในการสืบสวนสอบสวน การตั้งข้อหา การรวบรวมพยานหลักฐานที่ถูกมองว่าไม่เป็นกลางและ โน้มเอียงไปในทางที่เป็นคุณต่อผู้กุมอำนาจรัฐในแต่ละช่วงเวลาอีกด้วย

ด้วยเหตุนี้ คอป. จึงมีความเห็นว่าการดำเนินคดีอาญาในคดีความผิดตามพระราชกาหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ความผิดฐานมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปตามมาตรา ๒๑๕ แห่งประมวลกฎหมายอาญา และคดีที่เกี่ยวเนื่อง ซึ่งเป็นช่วงเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองทั้งหลายทั้งก่อนและหลังการรัฐ ประหารเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ รวมทั้งคดีที่เกี่ยวเนื่องกับการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพตามมาตรา ๑๑๒ แห่งประมวลกฎหมายอาญา และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ ล้วนเป็นเรื่องที่มีลักษณะเกี่ยวเนื่องกับความขัดแย้งทางการเมือง รัฐบาลสมควรดาเนินการในส่วนที่เกี่ยวกับการดำเนินคดีในความผิดดังกล่าว ดังนี้

-เร่งรัดตรวจสอบให้ชัดเจนว่าการแจ้งข้อหาและการดาเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาและจาเลยสอดคล้องกับพฤติการณ์แห่งการกระทำหรือไม่ และทบทวนว่า มีการตั้งข้อหาที่รุนแรงเกินสมควร หรือการดำเนินคดีที่พยานหลักฐานอ่อนไม่เพียงพอต่อการพิสูจน์ความผิดหรือไม่

-ดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อให้มีการปล่อยชั่วคราวอันเป็นสิทธิพื้นฐาน ของผู้ต้องหาและจำเลย เพื่อให้ผู้ต้องหาและจำเลยสามารถต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ และลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับตนเองและครอบครัวอันเกิดจากการถูกจากัดเสรีภาพ โดย ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น พนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ต้องหาและจำเลยว่ามีเหตุที่จะ หลบหนี เหตุที่จะทำลายพยานหลักฐาน หรือเหตุที่จะเป็นอันตรายต่อสังคม หากได้รับการปล่อยชั่วคราวหรือไม่

หากไม่มีสาเหตุดังกล่าว ให้ยืนยันหลักกฎหมายในการคุ้มครองสิทธิพื้นฐานว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยมีสิทธิได้รับการปล่อยชั่วคราว และ ในการปล่อยชั่วคราวนั้น แม้ตามมาตรา ๑๑๐ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จะไม่เรียกร้องหลักประกันก็ตาม แต่ในทางปฏิบัติขององค์กรในกระบวนการยุติธรรมยังมีการกาหนดให้มีหลักประกัน อันเป็นการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องตามหลักกฎหมายเสมอมานั้น ทาให้เกิดความเสียหายต่อกระบวนการยุติธรรมอย่างมาก

ในกรณีที่ศาลอนุญาตให้มีการปล่อยชั่วคราวแต่กำหนดให้มีหลักประกันด้วยนั้น ก็ชอบแล้วที่รัฐบาลจะจัดหาหลักประกันดังกล่าวให้แก่ผู้ต้องหาและจำเลยทุกคนที่ไม่สามารถจัดหาหลักประกันได้ตามทางปฏิบัติที่ผ่านมา

อนึ่ง ต้องพึงตระหนักว่าการที่ผู้ต้องหาและจำเลยถูกตั้งข้อหาร้ายแรงนั้นไม่ใช่ข้ออ้างที่จะไม่อนุญาตให้มีการปล่อยชั่วคราวตามกฎหมาย

-เนื่องจากผู้ต้องหาและจาเลยมิใช่เป็นผู้ร้ายหรืออาชญากรดังเช่นในคดีอาญาตามปกติ แต่เป็นผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดอันมีมูลเหตุเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในทางการเมือง หากผู้ต้องหาและจาเลยนั้นไม่ได้รับการปล่อยชั่วคราว รัฐบาลสมควรจัดหาสถานที่ในการควบคุมที่เหมาะสมที่มิใช่เรือนจาปกติเป็นสถานที่ควบคุมผู้ต้องหาและจาเลย ดังเช่นที่เคยใช้กับนักโทษทางการเมืองในอดีต

-เนื่องจากคดีอาญาเหล่านี้เป็นเรื่องที่สืบเนื่องมาจากความขัดแย้งทางการเมืองที่ดาเนินอยู่ในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมาโดย ผู้กระทำผิดมีมูลเหตุจูงใจในทางการเมือง และปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น มีรากเหง้าที่สาคัญมาจากสภาพสังคมไทยอยู่ในระหว่างการเปลี่ยนผ่าน (Transition)

การนำเอาหลัก ความยุติธรรมทางอาญา (Criminal Justice) ที่มีเพียงมาตรการการฟ้องคดีอาญาในเชิงลงโทษมาใช้ในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง จึงไม่เหมาะสมกับสภาพของปัญหา ดังนั้น จึงสมควรที่จะนาเอาหลักวิชาการเกี่ยวกับความยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่าน (Transitional Justice) และความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ (Restorative Justice) มาศึกษาและปรับใช้ เพื่อนำหลักการและแนวทางของหลักวิชาการดังกล่าว ตลอดจนประสบการณ์ของต่างประเทศที่เคยเผชิญความขัดแย้งอย่างรุนแรงมาปรับใช้ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของประเทศไทย

ด้วยเหตุนี้ ในระหว่างที่มีการศึกษาถึงแนวทางในการนำมาตรการต่างๆ ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ความขัดแย้งในประเทศไทยมาใช้ สมควรขอความร่วมมือให้อัยการชะลอการดำเนินคดีอาญาเหล่านี้ไว้ โดยยังไม่พิจารณานำคดีขึ้นสู่ศาล โดยรอให้มีข้อมูลที่ครบถ้วนในทุกๆ ด้าน ทั้งข้อมูลที่ถูกต้องและเชื่อถือได้เกี่ยวกับพฤติการณ์แห่งคดี ข้อมูลในภาพรวมของสาเหตุของปัญหา ข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางในด้านวิชาการเกี่ยวกับมาตรการทางกฎหมายในกรอบของความ ยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่าน และความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์

เพื่อให้อัยการมีข้อมูลที่ครบถ้วนสมบูรณ์ในการประเมินความเหมาะสมทางด้าน ประโยชน์สาธารณะ รวมทั้งมาตรการทางอาญาที่เหมาะสมก่อนการสั่งคดี

*******
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:

-ซีรีส์ชุดคำถามตัวโตๆต่อรัฐบาลนี้:คำถามแรกพวกคุณมีหัวใจไหม?ทำไมเพิกเฉยกับคนเสื้อแดงที่่ติดคุก

คำถามตัวโตๆต่อรัฐบาลนี้(2):เมื่อไรจะเอาคนสั่งฆ่าไปขังคุก มันลำบากตรงไหนกับการให้สัตยาบันICC?

เลือกตั้งผู้ว่าทุกจังหวัด แก้น้ำท่วม

ที่มา Voice TV



รายการ Wake Up Thailand ประจำวันพุธที่ 23 พฤศจิกายน 2554

นำเสนอประเด็น

- นายกฯ ยืนยัน รายชื่อขออภัยโทษ 5 ธันวาคม 54 ไม่มีชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ
- รมว.ยุติธรรม นำ พรฎ.อภัยโทษขึ้นทูลเกล้าฯแล้ว เอาตำแหน่งเป็นเดิมพัน ไม่เอื้อประโยชน์ ทักษิณ
- นพ.ตุลย์ พบ พล.ต.อ.ประชา นำรายชื่อประชาชน 3.2 หมื่นรายชื่อ ยื่นค้าน พรฎ.อภัยโทษ
- ร.ต.อ.เฉลิม หนุนแนวทาง กมธ.ปรองดอง ชุด พล.อ.สนธิ ดันออก พรบ.นิรโทษ
- พรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัย: อำนาจในการอภัยโทษกับหลักนิติรัฐ
- ครม.อนุมัติงบปี 2555 วงเงิน 2,650 ลบ. เยียวยาน้ำท่วม
- ศปภ.มั่นใจน้ำท่วมใกล้จบ เชื่อ กทม.ฝั่งธนฯ นนทบุรี น้ำลดภายใน 10 วัน
- รัฐมนตรีอียิปต์ประกาศยื่นลาออกหลังประชาชนเสียชีวิต 33 ราย
- เพลงประจำซีเกมส์ครั้งที่26 "Kita Bisa": เพลงแห่งประชาคมอาเซียน?
- ปิดฉากซีเกมส์ ครั้งที่ 26 ปาเลมบัง อินโดนีเซีย
- เนปีดอ เมืองหลวงใหม่พม่า เจ้าภาพซีเกมส์ ปี 2013
- สภาเกาหลีเดือด!ปาแก๊สน้ำตาต้านเอฟทีเอ

ค้นหาความเป็นธรรม 23-11-2011

ที่มา thaifreenews

โดย bozo

speedhorse










http://speedhorse.blogsite.org/read.php?tid=657

ตรงไป ตรงมา 23-11-2011

ที่มา thaifreenews

โดย bozo

speedhorse










http://speedhorse.blogsite.org/read.php?tid=656