WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, November 26, 2011

ผู้ประท้วงอียิปต์ไม่ยอมรับ นายกฯ ใหม่ที่สภาทหารแต่งตั้ง

ที่มา ประชาไท

กองทัพอียิปต์ออกมากล่าวแสดงความเสียใจและขอขมาผู้ที่เสียชีวิต แต่ก็ยังขอให้ "พลเรือนผู้น่าภาคภูมิ" ช่วยจับตาผู้ชุมนุมไม่ให้บุกรุกที่ทำการกระทรวงมหาดไทย มีการแต่งตั้งนายกฯ คนใหม่โดยสภาทหาร แต่ก็ยังไม่ได้รับการยอมรับจากกลุ่มผู้ชุมนุม ด้านอัลจาซีร่าทำแบบสำรวจความเชื่อใจในกองทัพ พบว่าครึ่งหนึ่งของผู้ทำแบบสำรวจไม่เชื่อใจกองทัพ

เมื่อวันที่ 25 พ.ย. 2011 สื่อรัฐบาลอียิปต์รายงานว่าสภาทหารได้แต่งตั้งให้คามาล เอล กันซูรี เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของอียิปต์ ขณะที่มวลชนจำนวนมากยังคงออกมาชุมนุมประท้วงที่เรียกว่า "วันศุกร์แห่งโอกาสสุดท้าย"

กันซูรีเป็นนักเศรษฐศาสตร์ ผู้ที่เคยรับตำแหน่งนายกฯ มาก่อนในช่วงสมัยอดีตประธานาธิบดีมูบารัคระหว่างปี 1996-1999

หลังจากที่มีการประท้วงขับไล่มูบารัคในช่วงต้นปีที่ผ่านมา กันซูรีกล่าวให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ด้วยท่าทีแบบตีตัวออกห่างมูบารัค ทำให้นักกิจกรรมหลายคนแนะนำว่าเขาควรลงสมัครเลือกตั้งประธานาธิบดีในสมัยต่อไป

แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อสื่อเอกชนรายงานเรื่องการแต่งตั้งเขาในคืนวัน 24 พ.ย. ที่ผ่านมา ผู้ชุมนุมในจัตุรัสทาห์เรียที่ทราบข่าวก็พากันโห่ร้องอย่างโกรธแค้นว่า "พวกเราไม่ต้องการเขา"

และหลังจากที่ทางการประกาศแต่งตั้งกันซูรีอย่างเป็นทางการแล้ว อิหม่ามท่านหนึ่งก็นำมวลชนผู้นับถือศาสนาในจัตุรัสทาห์เรียสวดภาวนา เรียกร้องให้ สภาคณะทหารสูงสุดของอียิปต์ (Supreme Council of the Armed Forces) มอบอำนาจให้กับ "รัฐบาลผู้กอบกู้ชาติ"

ชีค มาซฮาร์ ชาฮิน กล่าวว่าผู้ปรัท้วงจะยังคงปักหลักชุมนุมอยู่ที่จัตุรัสจนหว่าข้อเรียกร้องจะได้รับการตอบสนอง

สภาทหารขอโทษผู้เสียชีวิตในเหตุรุนแรง

ตั้งแต่วันที่ 19 พ.ย. เป็นต้นมาจัตุรัสทาห์เรียก็กลายเป็นพื้นที่ปะทะกันระหว่างฝ่ายเจ้าหน้าที่และฝ่ายผู้ประท้วง จนกระทั่งสงบลงในวันที่ 24 พ.ย. ที่ผ่านมา รวมแล้วมีผู้เสียชีวิตจากเหตุปะทะทั้งนกรุงไคโรและเมืองอื่นๆ ของอียิปต์ 41 ราย มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 3,200 ราย

ซึ่งจากเหตุการณ์นี้ทางสภาทหารก็ได้ออกมาขอโทษการสูญเสียของผู้ชุมนุมและสัญญาว่าจะยังคงจัดการเลือกตั้งส.ส. ตามเวลาที่กำหนดคือวันที่ 28 พ.ย. แม้จะมีนักกิจกรรมและพรรคการเมืองบางส่วนเรียกร้องให้มีการเลื่อนออกไป

แถลงการของสภาทหารในเฟสบุ๊คระบุว่า พวกเขาได้ "แสดงความเสียใจและขอขมาอย่างสุดซึ้งต่อความตายของเหล่าผู้พลีชีพซึ่งเป็นลูกหลานผู้ภักดีของอียิปต์ในเหตุการณ์ที่จัตุรัสทาห์เรียในช่วงที่ผ่านมา"

อย่างไรก็ตาม ทางสภาทหารของอียิปต์ก็ได้เรียกร้องให้ "พลเรือนผู้น่าภาคภูมิ" ออกมาปกป้องจัตุรัส โดยแยกผู้ชุมนุมออกจากตำรวจปราบจลาจลของที่ทำการกระทรวงมหาดไทย และจับตัวผู้ที่ดูน่าสงสัย ซึ่งบางคนเริ่มเป็นห่วงมากขึ้นว่า คำประกาศนี้ยิ่งเปรียบเสมือนเป็นการออกใบอนุญาตให้ใช้ความรุนแรงบนท้องถนนมากขึ้น

นอกจากนี้แล้วทางทหารยังได้ย้ำว่าจะมีการวางกำลังตรวจตราตามท้องถนนมากขึ้น เพื่อช่วยเหลือตำรวจในการรักษาความปลอดภัยช่วงที่มีการเลือกตั้ง และมีการตั้งกำแพงคอนกรีตสูงสองเมตรเป็นแนวกั้นตามถนนโมฮัมเมด มาห์มูด ซึ่งถนนดังกล่าวเป็นถนนที่นำไปสู่ที่ทำการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นจุดที่มีการปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างผู้ประท้วงและเจ้าหน้าที่

ทางผุ้นำกองทัพกล่าวอีกว่าพวกเขาจะถ่ายโอนอำนาจมาสู่ประชาชน แต่กระบวนการเช่นนี้ไม่ควรเร่งรีบเนื่องจากจะทำให้เกิดความโกลาหล

ขณะที่สหรัฐฯ ซึ่งก่อนหน้านี้คอยสนับสนุนกองทัพของอียิปต์มายาวนาน ได้เรียกร้องให้ผู้นำกองทัพอียิปต์ลงจากอำนาจให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้และมอบอำนาจที่แท้จริงให้แก่รัฐสภาใหม่โดยทันที

"การถ่านโอนอำนาจมาสู่รัฐบาลพลเรือนควรดำเนินการให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยดำเนินการอย่างเป็นธรรม และในเชิงครอบคลุมอันจะตอบสนองต่อความต้องการโดยชอบธรรมของประชาชนชาวอียิปต์" เจย์ คาร์นี่ โฆษกทำเนียบขาวกล่าวในแถลงการณ์ โดยยังได้บอกอีกว่าทางสหรัฐฯ เชื่อมั่นว่ารัฐบาลใหม่ของอียิปต์ควรจะได้รับอำนาจการปกครองอย่างแท้จริงโดยทันที

ผลสำรวจระบุ ครึ่งหนึ่งไม่เชื่อในตัวกองทัพ

เมื่อวันที่ 25 พ.ย. สำนักข่าวอัลจาซีร่าได้รายงานผลสำรวจ Al Jazeera's Vote Compass ซึ่งระบุว่า ราวร้อยละ 51 ของผู้ทำแบบสำรวจไม่เชื่อในตัวกองทัพ ขณะที่อีกราวร้อยละ 40 บอกว่าพวกตนอยากให้กองทัพแทรกแซงทางการเมืองเพื่อรักษาระเบียบ

ผลสำรวจ Vote Compass ยังแสดงให้เห้นว่า ความเชื่อต่อกลุ่มธุรกิจ ตำรวจ และสื่อของรัฐก็แบ่งเป็นสองข้างในจำนวนคล้ายๆ กัน โดยร้อยละ 60 ของผู้ทำแบบสำรวจระบุว่าตนไม่เชื่อในสื่อของรัฐบาลอียิปต์

ทางฝ่ายศาลของอียิปต์ได้ยังได้รับคะแนนความน่าเชื่อถืออยู่มากจากผลสำรวจ โดยราวร้อยละ 80 ของผู้ทำแบบสำรวจระบุว่าตนเชื่อมั่นใจศาลของอียิปต์ ขณะที่ราวร้อยละ 63 ระบุว่าตนเชื่อมั่นในสื่อเอกชนของอียิปต์

ความเห็นด้านความน่าเชื่อถือต่อกองทัพยังแตกต่างกันตามกลุ่มผู้นิยมพรรคการเมืองอีกด้วย โดยร้อยละ 56 ของผู้ที่สนับสนุนพรรค Wafd ระบุว่าพวกตนสนับสนุนการแทรกแซงทางการเมืองของกองทัพ ซึ่งพรรค Wafd เป็นพรรคการเมืองอนุรักษ์นิยมที่ถูกกล่าวหาว่าทำงานใกล้ชิดกับอดีตประธานาธิบดีมูบารัค

ขณะที่มีผู้สนับสนุนพรรค Freedom and Justice ของกลุ่มภราดรภาพมุสลิมเพียงร้อยละ 36 เท่านั้นที่สนับสนุนการแทรกแซงของทหาร

อัลจาซีร่าเปิดเผยว่าในตอนนี้มีคนมากกว่า 43,000 คนแล้วที่ใช้เครื่องมือ Vote Compass ซึ่งเป็นเครื่องมือช่วยให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในอียิปต์ค้นหาว่าพรรคการเมืองใดเหมาะสมกับทัศนคติของตน

ผู้ตอบแบบสำรวจส่วนใหญ่เป็นประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตเมือง ซึ่งเป็นที่อยู่ของคนส่วนมากในอียิปต์ โดยหนึ่งในสามของผุ้ทำแบบสำรวจมาจากกรุงไคโร อีกร้อยละ 14 มาจากอเล็กซานเตรีย เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของอียิปต์ นอกจากนี้ยังมีอย่างน้อย 500 คนที่มาจากเมืองกีซา แมนซูรา และทันทา


ที่มา:

Crowds swell in Cairo as new PM appointed, Aljazeera, 25-11-2011
http://www.aljazeera.com/news/middleeast/2011/11/2011112510285039729.html

Survey shows declining trust in Egyptian army, Aljazeera, 25-11-2011
http://www.aljazeera.com/news/middleeast/2011/11/2011112583623231904.html

'สหภาพแรงงาน อสมท.' จี้บอร์ดชุด 'สุรพล นิติไกรพจน์' ลาออก

ที่มา ประชาไท

สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บมจ.อสมท ออกจดหมายเปิดผนึกจำนวน 2 ฉบับ วอนประธานบอร์ด อสมท. และคนอื่นๆ ลาออกยกชุด หวังช่วย อสมท. เสียหายน้อยที่สุด

24 พ.ย. 54 - เว็บไซต์ข่าวสดรายงานว่าสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บมจ.อสมท ออกจดหมายเปิดผนึกจำนวน 2 ฉบับ โดยฉบับแรกถึงประธานกรรมการ บมจ.อสมท (สุรพล นิติไกรพจน์) และกรรมการ บมจ.อสมท มีหัวข้อว่า " วอน!!! เสียสละ ละวาง เพื่อ อสมท องค์กรของประชาชน " มีเนื้อหาว่า สืบเนื่องจากกรณีปัญหาความขัดแย้งระหว่างคณะกรรมการ บมจ.อสมท (บอร์ด) และกระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ที่ปรากฏอยู่ในขณะนี้ ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของ อสมท อย่างหนัก จากการที่ต่างฝ่ายมีข้อโต้แย้งทางกฎหมายและมีแนวโน้มว่าจะสามารถหาข้อยุติ ได้ในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ในวันที่ 9 ธันวาคมนี้

ที่ผ่านมาสหภาพ บมจ.อสมท ได้รับฟังเหตุผลความจำเป็นทั้งของบอร์ด อสมท ฝ่ายการเมืองที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนผู้บริหาร อสมท ที่พยายามใช้การเจรจา เพื่อหาทางออกที่จะมีผลกระทบต่อ อสมท ให้น้อยที่สุด จึงไม่ได้ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องกดดัน เพราะเห็นว่าผู้เกี่ยวข้องล้วนเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ มีชื่อเสียงทั้งในแวดวงราชการและสังคม แค่ปรากฏว่า เหตุผลสำคัญที่ทำให้การเจรจาต่างๆ ไม่เป็นผล กลับเป็นเหตุผลส่วนตัวของประธานกรรมการ บมจ.อสมท ที่เห็นว่าวิธีการของกระทรวงการคลังเป็นการไม่ให้เกียรติกัน ขณะที่ภายในองค์กรเกิดปัญหาความไม่แน่นอนในเชิงบริหาร ตลอดจนแผนงานที่ต้องแข่งขันทางธุรกิจในอนาคต สำคัญที่สุดคือเสียงสะท้อนจากนักลงทุน พันธมิตรทางธุรกิจ และสาธารณชน ที่เห็นว่า อสมท เป็นแดนสนธยาจากปัญหาเกมการเมืองที่ไม่จบสิ้น

จดหมายยังระบุว่า ในฐานะตัวแทนพนักงานสหภาพ บมจ.อสมท ไม่ประสงค์ให้ อสมท กลายเป็นเวทีประลองกำลังทางการเมืองของใครใดๆ ทั้งสิ้น เนื่องจาก อสมท เป็นรัฐวิสาหกิจและบริษัทมหาชนเพียงแห่งเดียว ที่ทำหน้าที่สื่อสารมวลชนให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน เพื่อรักษาบทบาทหน้าที่สื่อและสมบัติชาติที่มีมูลค่าสินทรัพย์กว่าหมื่นล้าน บาทแห่งนี้

สหภาพ บมจ.อสมท ขอความกรุณามายังบอร์ด อสมท ทุกท่าน โปรดละวางความรู้สึกส่วนตัวและเสียสละเป็นครั้งสุดท้ายด้วยการลาออกเพื่อ พิทักษ์องค์กรแห่งนี้ และยอมรับการเปลี่ยนแปลงตามวิถีทางการเมือง เช่นเดียวกับนายธีรศักดิ์ สุวรรณยศ ที่แสดงสปิริตลาออกจากบอร์ด อสมท โดยไม่ยึดติดกับผลประโยชน์ส่วนตัว รวมถึงบอร์ด อสมท คนอื่นที่ลาออกไปก่อนหน้านี้

สหภาพ บมจ.อสมท ขอยืนหยัดการทำหน้าที่ตรวจสอบและพิทักษ์ผลประโยชน์ของ อสมท อย่างเข้มข้น กับบอร์ด อสมท ทุกชุด และกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.อสมท ทุกคน ไม่ว่าจะมาจากรัฐบาลชุดใดก็ตาม

ส่วนฉบับที่สองถึง รมว.คลัง มีเนื้อหาว่า จากกรณีการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น บมจ.อสมท ซึ่งบอร์ด อสมท ได้เลื่อนวันประชุมจากเหตุอุทกภัยออกไปเป็นวันที่ 9 ธันวาคม 2554 โดยจะมีวาระการพิจารณาถอดถอนบอร์ด อสมท ด้วยนั้น ในฐานะที่กระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ สหภาพแรงงาน บมจ.อสมท ใคร่ขอความกรุณาช่วยหาทางหลีกเลี่ยงปัญหาข้อขัดแย้งที่จะบานปลายเป็นประเด็น ทางการเมือง โดยหาข้อยุติกับบอร์ด อสมท ในแนวทางที่เกิดผลกระทบต่อ อสมท และพนักงานให้น้อยที่สุด

ขณะเดียวกันสหภาพ บมจ.อสมท ได้ทำจดหมายเปิดผนึก ขอให้บอร์ด อสมท เสียสละลาออกจากตำแหน่งเพื่อเป็นการยุติปัญหาอีกทางหนึ่งแล้ว

จดหมายฉบับที่สองปิดท้ายว่า สำหรับการพิจารณาบอร์ด อสมท ชุดใหม่ ตลอดจนกระบวนการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.อสมท นั้น สหภาพ บมจ.อสมท ขอเรียกร้องให้กระทรวงการคลังมีความโปร่งใส และสรรหาบุคคลโดยยึดหลักธรรมาภิบาล มีความรู้ความสามารถในงานสื่อสารมวลชนและเชิงธุรกิจ พร้อมขอให้พิจารณาเปิดโอกาสให้สหภาพ บมจ.อสมท ได้ร่วมสังเกตการณ์ในกระบวนการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.อสมท เพื่อให้ได้บุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสม สามารถสร้างควานน่าเชื่อถือและความเจริญเติบโตให้แก่ บมจ.อสมท อันเป็นรัฐวิสาหกิจและบริษัทมหาชนด้านสื่อสารมวลชนแห่งเดียวของรัฐบาลต่อไป

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 26/11/54 น้ำระลอก 2.....

ที่มา blablabla

โดย

ภาพถ่ายของฉัน


ภัยพิบัติ ซัดซ้ำ กระหน่ำใส่
ทุกข์ทั่วไทย ปวดร้าว คราวแสนเข็ญ
ต่างร่วมด้วย ช่วยสร้าง ทางร่มเย็น
หวังให้เป็น เช่นวันวาน ที่ผ่านมา....


คนบางพวก เล่นการเมือง เป็นเรื่องใหญ่
หวังก่อไฟ สามานย์ เผาผลาญล่า
ทุกที่ไทย ต่างหม่นหมอง นองน้ำตา
พวกชาติหมา กลับล้ำลึก ทำคึกคะนอง....


ประชาราษฎร์ ยากแค้น แสนรันทด
พวกโป้ปด ย้ำให้เห็น ไม่เป็นสอง
มันหาเรื่อง สับหลีก ฉีกครรลอง
เอาเศร้าหมอง ของประชา มาหากิน....


กี่เรื่องร้าย สาดโคลน หวังโยนผิด
ยังยึดติด เลวทราม ยามพลิกลิ้น
เอาความทุกข์ หมองมัว ทั่วผืนดิน
ไม่สูญสิ้น ต้นฉบับ พวกอัปรีย์....


จะสาดโคลน ใส่ไฟ ไม่แยแส
พวกขี้แพ้ สาไถย ไร้ศักดิ์ศรี
เล่นการเมือง แบบระยำ ชอบย่ำยี
พรรคกาลี โคตรโสมม สมดักดาน....


๓ บลา / ๒๖ พ.ย.๕๔

ผู้พิืพากษาคุก20ปีอากงSMSเคยนั่งบัลลังก์คดีจีรนุชประชาไท พงศ์เทพให้จับตาพิเศษถ้าหน้าซ้ำก็แหม่งๆ

ที่มา Thai E-News

หน้าเพจของหนังสือพิมพ์ theguardian นำ เสนอรายงานข่าวพร้อมพระบรมฉายาลักษณ์ทั้งสามพระองค์ในหัวข้อเรื่อง Thai Facebookers warned not to 'like' anti-monarchy groups. Country's strict laws against insulting the monarch have been used to jail a man for 20 years for sending text messages (ผู้ใช้เฟซบุ๊คชาวไทยได้รับคำเตือนอย่ากดlikeในเฟซบุ๊คที่ต่อต้านราชวงศ์ หลังมีการจำคุก 20 ปีผู้ส่งข้อความหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ)


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
26 พฤศจิกายน 2554

ผม เห็นว่า การติดตามคดีประเภทนี้ ควรให้ความสำคัญกับผู้พิพากษาที่ตัดสินว่า เป็นใครด้วย ถ้าเป็นคนซ้ำๆมาตัดสินคดีประเภทนี้ ก็ควรจับตาเป็นพิเศษเกี่ยวกับการจ่ายสำนวน ดังนั้นเวลาสื่อใดก็ตามเสนอข้อมูลการตัดสินคดีควรเสนอชื่อผู้พิพากษาเจ้าของ สำนวน และองค์คณะให้สาธารณชนทราบด้วย-พงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตผู้พิพากษา และอดีตรัฐมนตรียุติธรรม

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรสวงยุติธรรม และอดีตผู้พิพากษา ตอบข้อซักถามผู้ที่สอบถามทางเฟซบุ๊ค Phongthep Thepkanjana คดีอากง SMS ถูกศาลตัดสินจำึุคุก 20 ปีว่า เนื่องจากไม่เห้นข้อเท็จจริงในสำนวน คงให้ความเห็นได้เพียงว่า คดีนี้มี 2 ประเด็น หลัก คือ

1. อากงส่ง sms ตามฟ้องหรือไม่ ข้อมูลทางเท็คนิคเกี่ยวกับเลขอีมี่ซ้ำได้หรือไม่ เป็นเรื่องที่ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้น่าจะทำความกระจ่างได้ แต่ข้อมูลในสำนวนมีหรือไม่ ผมไม่ทราบ

2. จะลงโทษอย่างไร เมื่อผมไม่ทราบข้อความที่ถูกฟ้องว่าส่ง ก็ให้ความเห็นยากว่าโทษจำคุก 20 ปี หนักไปหรือไม่

อย่างไรก็ตามผมเห็นว่า การติดตามคดีประเภทนี้ ควรให้ความสำคัญกับผู้พิพากษาที่ตัดสินว่า เป็นใครด้วย ถ้าเป็นคนซ้ำๆมาตัดสินคดีประเภทนี้ ก็ควรจับตาเป็นพิเศษเกี่ยวกับการจ่ายสำนวน ดังนั้นเวลาสื่อใดก็ตามเสนอข้อมูลการตัดสินคดีควรเสนอชื่อผู้พิพากษาเจ้าของ สำนวน และองค์คณะให้สาธารณชนทราบด้วยครับ

สำหรับสำนวนคดีนี้ ผู้อ่านสามารถอ่านรายงานเพิ่มเติมในเว็บไซต์ประชาไท เรื่อง เปิดคำแถลงปิดคดี ‘อากง SMS’ ต่อจิ๊กซอว์จากเบอร์ต้นทางถึงชายแก่ปลายทาง ซึ่งประชาไทได้นำคำแถลงปิดคดีของฝ่ายจำเลยมานำเสนอ และชี้ให้เห็นถึงความไม่น่าเชื่อถือของฝ่ายโจทก์ อันทำให้ขาดความน่าเชื่อถือในการเชื่อมโยงถึงจำเลย

สำหรับผู้พิพากษาคดีนี้ คือนายชนาธิป เหมือนพะวงศ์ ซึ่งเป็นผู้พิพากษาผู้นั่งบัลลังก์ คดีนางสาวจีรนุช เปรมชัยพร ผู้อำนวยการเว็บไซต์ประชาไท ตกเป็นจำเลย ในความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 จากการโพสต์ข้อความหมิ่นพระบรมเดชานุภาพของผู้อ่านในเว็บบอร์ดของประชาไท

เว็บไซต์ประชาไทเคย รายงานว่า เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2553 นางสาวจีรนุช จำเลยแถลงขอให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา ศาลรับคำร้องและสอบคู่ความเกี่ยวกับพยานหลักฐาน ได้ข้อสรุปว่า โจทก์ประสงค์จะสืบพยาน 14 ปาก ขอนัดสืบ 4 นัด ขณะที่จำเลยประสงค์จะสืบพยาน 13 ปาก จะขอนัดสืบ 4 นัดเช่นกัน อย่างไรก็ตาม นายชนาธิป เหมือนพะวงศ์ ผู้พิพากษาผู้นั่งบัลลังก์ เห็นควรว่าน่าจะตัดออกไปบ้าง คัดเลือกพยานเฉพาะที่อยู่ในประเด็น สืบเพียง 2 นัดก็น่าจะเพียงพอ จะได้ไม่เสียเวลาทุกฝ่าย แต่ทนายจำเลยและจำเลยยืนยันว่าทุกปากมีความจำเป็น

ผู้พิพากษาจึงขอให้ระบุในรายงานไว้ให้ชัดเจนว่าต้องสิ้นสุดภายใน 4 นัด หากพยานรายใดไม่มาให้เป็นอันตกไป ไม่มีการเลื่อนสืบ ทนายจำเลยยินยอมต่อข้อผูกมัดดังกล่าว แต่ขอให้ผู้พิพากษาระบุเงื่อนไขเช่นเดียวกันนี้กับฝ่ายโจทก์ แต่ผู้พิพิกษาไม่เห็นด้วย ท้ายที่สุดทนายจำเลยและจำเลยยังคงยืนยันอย่างแข็งขัน ศาลจึงไม่ระบุเงื่อนไขดังกล่าวทั้งสองฝ่าย และนัดสืบพยาน 4 นัดเท่ากัน

ต่อมาในวันที่ 11 ตุลาคม 2554 ประชาไท รายงานว่า สืบพยานคดี “จีรนุช เปรมชัยพร” ผ่านผู้เชี่ยวชาญกฎหมายอินเทอร์เน็ตจากสหรัฐอเมริกา แต่การแปลผ่านล่ามที่ศาลจัดไว้ให้มีปัญหาขลุกขลัก ศาลตัดบทให้ใช้พยานเอกสารแทน พร้อมเลื่อนสืบพยานจำเลยช่วง ต.ค. นี้ไปเป็น ก.พ. ปีหน้าเนื่องจากน้ำท่วม

นายกำพล รุ่งรัตน์ ผู้พิพากษาที่ขึ้นนั่งบัลลังก์ในวันนั้น กล่าวว่า “แม้ต่างประเทศจะบอกว่าคดีนี้ไม่ผิดกฎหมายก็ตาม แต่ศาลไทยต้องตัดสินตามกฎหมายไทย”

นายชนาธิปเป็นศิษย์เก่าสวนกุหลาบวิทยาลัย (OSK 100) สำเร็จปริญญาโท คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ด้านกฎหมายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ประว้ติรับราชการ

-ผู้พิพากษาศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
-ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดเกาะสมุย
-ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดตราด
-ปัจจุบัน ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอาญา

เครื่องราชอิสริยาภรณ์-มหาวชิรมงกุฎ
คณะ อาสาสมัครคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม จังหวัดตราด ร่วมกันจัดโครงการอาสาสมัครคุมประพฤติและผู้ถูกคุมประพฤติร่วมใจถวายงานเทิด ไท้องค์ราชันย์ เนื่องไนโอกาส วันเฉลิมพระชนม์พรรษา 5 ธันวา เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2551 โดยมีท่านผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดตราด นายชนาธิป เหมือนพะวงศ์ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม ณ วัดคลองเพชร อำเภอเมือง จังหวัดตราด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ หัว ภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงตรากตรำเหน็ดเหนื่อยพระวรกายในการทรงงานช่วยเหลือประชาชน ของพระองค์ และเพื่อให้ผู้ถูกคุมความประพฤติ ซึ่งอยู่ในความดูแลของสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดตราด ได้มีโอกาสทำความดีถวายพระองค์ท่าน ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้มีอาสาสมัครคุมประพฤติผู้ถูกคุมประพฤติ และแขกผู้มีเกียรติร่วมกิจกรรมจำนวน 126 คน (ภาพข่าวและคำบรรยายจากเ้ว็บไซต์สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดตราด เมื่อครั้งนายชนาธิป เป็นผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดตราด เมื่อปี 2551)

*********
ข่าวเกี่ยวเนื่อง:เมืองไทยเรานี้แสนดีหนักหนาส่งSMS20ปีกดLikeเฟซบุ๊คคุก5ปี อ.นิติราษฎร์ฟันธงมั่วใหญ่แล้วไม่เข้าข่าย

เมืองไทยเรานี้แสนดีหนักหนาส่งSMS20ปีกดLikeเฟซบุ๊คคุก5ปี อ.นิติราษฎร์ฟันธงมั่วใหญ่แล้วไม่เข้าข่าย

ที่มา Thai E-News

ติ่งขอเบิ้ลเบาไปหาหนัก-จะ ทำหนังสือถึงรัฐบาลขอให้ปราบปรามเว็บไซต์ที่มีเนื้อหากระทบกระเทือนสถาบัน พระมหากษัตริย์ โดยวิธีการที่จะเสนอ เบาที่สุด คือให้ประสานงานไปยังรัฐบาลที่เว็บไซต์นั้นตั้งอยู่เพื่อขอให้ปิดเว็บไซต์ ดังกล่าว แต่แรงที่สุด คือให้ปิดเว็บไซต์ยูทูปหรือเฟซบุ๊กไปเลย เหมือนอย่างที่รัฐบาลจีนเคยทำ -มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษก ปชป.

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
26 พฤศจิกายน 2554

ดร.สาวตรี สุขศรี อาจารย์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สมาชิกกลุ่มนิติราษฎร์ ได้ทวีตข้อความในทวิตเตอร์ @Sawatree กรณีICTเตือน การกด Share หรือ Like หรือ Comment ในเฟซบุ๊คทีี่มีเนื้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ว่า

"การ like หรือ comment เพจ หรือสเตตัสคนอื่น" ถือเป็นการ "เผยแพร่" หรือ "ส่งต่อ" ที่ผิดพรบ.คอมฯ ม. 14 (5) หรือไม่...มีคนพยายามอธิบายว่า "เมื่อไปกดชอบ หรือเมนท์แล้ว มันจะ feed ขึ้นมาในหน้า home ของเราเสมือนหนึ่งเป็นการเผยแพร่แล้ว ดังนั้น ขอให้ user พึงระวัง..."

โดยส่วนตัวเรา เรากลับเห็นว่า เพียงแค่กดชอบ หรือเมนท์ ไม่ถือเป็นการ "เผยแพร่" ตามกฎหมาย

เพราะอะไร ?...เพราะโดยสภาพแล้วการกดไลค์ ผู้กดมีเป้าเพียงแสดงความชื่นชอบเท่านั้น ไม่ได้มี "เจตนา" เผยแพร่ต่อไป....ประเด็นนี้มันอาจตัดได้ไม่มีองค์ประกอบภายใน คือ ไม่มี "เจตนาเผยแพร่"

อย่างไรก็ตาม ถ้าจะไถพิจารณาเลยไปว่ามี "เจตนาเล็งเห็นผล" จะได้หรือไม่ ..คำตอบก็คือ ..ถ้าจะไถพิจารณาเลยไปว่ามี "เจตนาเล็งเห็นผล" เพราะ ฟังค์ชั่นของเฟสบุ๊ก มีการ โชว์ "ว่าเราไปทำอะไรไว้" ที่ไหน แล้ว "เพื่อน ๆ" อาจเกิดความสนใจเลยจิ้มเข้าไปดูต่อ....ก็อาจต้องถกเถียงกันต่อไปอีก อย่างน้อย ๆ ก็ สองประเด็น คือ

๑. ฟังชั่นของเฟสบุ๊กเปลี่ยนแปลงแทบจะรายเดือน และทั้งผู้ใช้บริการสามารถตั้งเป็นฟังชั่นไม่แสดงผลได้...เช่นนี้อะไรจะเกิดขึ้น กับ

๒. ที่ผ่านมา ประเด็นเรื่องรู้หรือไม่รู้ว่ามีฟังค์ชั่นหรือไม่ มักไม่ถูกนำมาเป็นข้อพิจารณาว่า ผู้กระทำมีเจตนา ยกตัวอย่างเปรียบ การใช้บิททอเรนท์ ผู้โหลดบิท บางคนก็รู้ บางคนก็ไม่รู้ว่า ขณะที่ดาวน์โหลด ตัวเองกำลังเผยแพร่ (อัพโหลด) อยู่ด้วย แต่ที่ผ่านมา คนดาวน์โหลดมักไม่ถูกฟ้องในฐานะผู้เผยแพร่ ถ้าจะผิดก็เป็น "ผู้ใช้ของละเมิดลิขสิทธิ์" เท่านั้น

ประเด็นเพิ่มเติมอีกเรื่องที่น่าสนใจก็คือ การทำให้เกิดการ "ลิงค์" ไป ถือเป็นการเผยแพร่เนื้อหาแล้วหรือ ?? (กม. ต่างประเทศ ยกตัวอย่าง เยอรมัน ไม่ถือเป็นการ "เผยแพร่" แต่เป็นการ "เปิดช่องทางการเข้าถึง" ตามกฎหมายปกติเยอรมันไม่ผิด...สุดท้าย เยอรมันต้องแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเกี่ยวกับความผิดทางอินเทอร์เน็ต ให้ "การเปิดช่องทางการเข้าถึง" เป็นความผิดด้วย ....ปัญหาก็คือ เรื่องแบบนี้ ประเทศไทยยังไปไม่ถึงขนาดนั้น)

ก่อนหน้านี้กระทรวงไอซีที (กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร) โดย นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ ออกประกาศเตือนประชาชนชาวเน็ตทุกคน ถึงเรื่องเด่นประเด็นร้อนที่กำลังเกิดขึ้นบนเว็บเครือข่ายสังคมออนไลน์หรือ Facebook ในช่วงนี้ คือ การโพสต์เนื้อหา(ข้อความ/รูปภาพ) ที่หมิ่นสถานบันฯ โดยขอความร่วมมือให้ทุกคนที่เห็นเนื้อหาดังกล่าว กรุณาอย่ากด Like, Share หรือ Comment ในเนื้อหานั้นเด็ดขาด เพราะยิ่งแต่จะเป็นการช่วยเผยแพร่ข้อความเหล่านั้นให้ออกไปสู่วงกว้างมาก ขึ้น (ไม่ว่าจะเป็นการแสดงความคิดเห็นด่าทอ หรือต่อต้านก็ตาม) นอกจากนั้น นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ ยังกล่าวต่ออีกว่า ผู้ที่ทำการ อย่ากด Like, Share, Comment เนื้อหาดังกล่าวนั้น ว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 โดยไม่รู้ตัว มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อีกด้วย

…ส่วนการกด Share หรือ Like หรือ Comment นั้น เป็นการกระทำที่มีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 โดยที่ผู้กระทำอาจไม่รู้ตัว เนื่องจากเป็นการเผยแพร่ข้อมูลต่อในทางอ้อม กระทรวงไอซีที จึงขอให้ประชาชนที่หวังดีและต้องการปกป้องสถาบันปฏิบัติตามคำแนะนำ ของกระทรวงฯ

โดย หากพบเจอเว็บไซต์ไม่เหมาะสมขอให้แจ้งข้อมูลมาที่หมายเลข 1212 รวมทั้งหยุดการเข้าไปดูหน้าเว็บดังกล่าว และไม่บอกตและไม่บอกต่อ เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบผู้กระทำความผิดได้อย่างรวดเร็ว สำหรับวิธีปฏิบัติเมื่อพบเจอเว็บไซต์ที่เผยแพร่เนื้อหาไม่เหมาะสมนั้น สิ่งที่ควรกระทำ คือ ห้ามกด Share โดยเด็ดขาด…


มัลลิกา' เตรียมยื่นหนังสือจี้นายกและ รมว.ไอซีที 28 พ.ย.นี้ เพื่อขอให้ปราบปรามเว็บหมิ่นฯ ชี้อาจใช้ยาแรงสุดคือปิดยูทูปหรือเฟซบุ๊กเหมือนอย่างที่รัฐบาลจีนทำ

มติชนออนไลน์รายงาน ว่าเมื่อเวลา 11.15 น. ที่พรรรคประชาธปัตย์ (ปชป.) น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษก ปชป.แถลงว่า ในวันที่ 28 พ.ย.นี้ ตนจะทำหนังสือถึงนายกฯ และ รมว.ไอซีที เพื่อขอให้ปราบปรามเว็บไซต์ที่มีเนื้อหากระทบกระเทือนสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยวิธีการที่ตนจะเสนอ เบาที่สุด คือให้ประสานงานไปยังรัฐบาลที่เว็บไซต์นั้นตั้งอยู่เพื่อขอให้ปิดเว็บไซต์ ดังกล่าว แต่แรงที่สุด คือให้ปิดเว็บไซต์ยูทูปหรือเฟซบุ๊กไปเลย เหมือนอย่างที่รัฐบาลจีนเคยทำ ทั้งนี้ ปชป.ได้เปิดเฟซบุ๊ก Fight Bad Web พร้อมอีเมล์ Fightbadweb@gmail.com เพื่อรับเรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับการทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2551 ใน 4 ฐานความผิด ได้แก่ 1.หมิ่นสถาบัน 2.ความมั่นคง 3.ลามกอนาจาร และ 4.การพนัน

"อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมทำร้าย ทำลาย จาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์เวลานี้ได้ลามจากโซเชียลมีเดีย ไปตามร้านเสริมสวย ร้านข้าวต้ม สภากาแฟฯ ในต่างจังหวัด หากผบ.ตร.ต้องการทราบว่ามีร้านไหนบ้าง ดิฉันจะพาไปดูทั้งใน จ.พะเยา ลำปาง และแพร่" น.ส.มัลลิกากล่าว

ความรับผิดชอบทางการเมือง ทางแพ่ง และทางอาญาต้องปรากฎ อย่าปล่อยเลือนหายกับสายน้ำ

ที่มา Thai E-News

บรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษารัฐมนตรีเกษตรฯ กับธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีเกษตรฯ ประเด็นไม่ได้อยู่ที่รัฐบาลเก่าหรือรัฐบาลใหม่ต้องรับผิดชอบ เพราะนายธีระร่างเงาของนายบรรหารเป็นรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบต่อเนื่องมาจาก รัฐบาลเก่าถึงรัฐบาลใหม่ และกล่าวยอมรับผิดแล้ว คำถามตัวโตๆมีต่อไปว่า การรับผิดนั้นต้องมีทั้งทางการเมือง ทางอาญา และทางแพร่ง อย่าปล่อยให้มันเลือนหายไปกับสายน้ำ..

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
26 พฤศจิกายน 2554

ในวันพรุ่งนี้ (27 พฤศจิกายน )ฝ่ายค้านจะเปิดอภิปรายไม่้ไว้วางใจรองนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ผู้อำนวยการ ศปภ. ผิดถูกชั่วดี หรือแม้กระทั่งกรุงเทพมหานคร ใต้ร่มเงาพรรคประชาธิปัีตย์ อาจโดนจัดหนักคืนไม่แพ้กัน เดี๋ยวคงได้รู้

ประชาธิปัตย์ก็คงใช้แท็กติกเก่าๆคือทำเรื่องไม่เป็นเรื่องใ้ห้กลายเป็น เรื่อง อย่างเรื่องถุงยังชีพ ขณะที่ไม่พยายามทำเรื่องใหญ่ๆที่อยู่ในความกระหายใคร่รู้ของผู้คนให้ปรากฎ

แต่มหาพิบัติภัยน้ำท่วม 2554 นี้ที่คนกังขากันมากคือ มันไม่ใช่น้ำท่วมธรรมชาติ ทว่ามนุษย์มีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง มีเสียงเรียกร้องให้เกิดกระบวนการสืบสวนสอบสวนอย่างจริงจัง เพื่อสาวหาตัวคนผิดมาลงโทษ และเป็นการป้องปรามไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นในอนาคต เพราะเวลานี้ไม่มีใครมั่นใจอีกแล้วว่า

ปีหน้ายังจะท่วมอีกหรือไม่?

ในระยะแรกของการควานหาตัวผู้รับผิดชอบและทำให้เกิดน้ำท่วมนั้น ก็ขึ้นกับจุดยืนทางการเมืองและอคติของคน

ฝ่ายที่ต่อต้านรัฐบาลนี้บอกว่า น้ำท่วมเพราะ

-ทักษิณเจ้าเก่าขาประจำ โดยปล่อยข่าวทางฟอร์เวิร์ดเมล์และเฟซบุ๊คสลิ่มว่า เพราะทักษิณพาแขกซา่อุฯมาทำนาที่สุพรรณฯ ทักษิณเลยไม่อยากให้น้ำไปท่วมนาแขกก็เลยปล่อยไปท่วมที่อื่น แต่เรื่องนี้บรรหาร ศิลปอาชา ปฏิเสธอย่างแข็งขัน หรือแม้แต่สื่อASTVผู้จัดการ ที่ต่อต้านทักษิณทุกท่า ก็มารายงานเมื่อวานนี้ในหัวข้อข่าว แม้วฉุนขาด “เสี่ยเติ้ง” !? โดยบอกว่าการที่กระทรวงเกษตรซึ่งมีเงาร่างบรรหารรับผิดชอบอยู่บริหารจัดการน้ำห่วยแตก ทำให้เสียชื่อมาถึงรัฐบาลน้องสาวของเขา


-รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ข้อกล่าวหานี้มาจากพรรคประชาธิปัตย์ โดยโยนความรับผิดชอบว่า ยุครัฐบาลก่อนของปชป.จัดการบริหารดีเลยไม่ท่วม แต่พอยิ่งลักษณ์เข้ามาแย่ก็เลยท่วมหนัก พร้อมกับนำชาร์ตปริมาณน้ำในเขื่อนมาอธิบายประักอบขึงขัง แต่หมัดเด็ดที่ว่าย้อนศรมาน็อกลูกพี่มาร์คเสียเอง เพราะเรื่องวันเวลาที่อ้างว่าทำผิดพลาดจนน้ำท่วม ดันเป็นเวลาที่รัฐบาลรักษาการของนายอภิสิทธิ์คงยังรับผิดชอบบริหารประเทศ อยู่ (ดูข่าว:หมัดเด็ดลูกพรรคปชป.ย้อนศรน็อกมาร์คซะเอง )

ส่วนฝ่ายที่โปรรัฐบาลนี้บอกว่าคนทำน้ำท่วมคือ

-รัฐบาลอภิสิทธิ์ เพราะหลักฐานที่ลูกพรรคงัดหมัดเด็ด (หมัดเด็ดลูกพรรคปชป.ย้อนศรน็อกมาร์คซะเอง )เป็นหลักฐานโต้งๆ
-อำมาตย์เจ้าเก่าขาประจำ ฝ่ายที่โปรรัฐบาลนี้พากันชี้ไปทางอำมาตย์ว่าเป็นคนทำ ปล่อยน้ำจากเขื่อนท่วมบ้านท่วมเมือง เพื่อหวังใช้น้ำท่วมเป็นอุทกรัฐประหารคว่ำล้มรัฐบาล ซึ่งไทยอีนิวส์ได้พยายามสืบค้นข่าวนี้และนำเสนออย่างต่อเนื่องในทำนองว่า หลักฐานแวดล้อมยังคลุมเครือไม่ชัดเจนตามข้อกล่าวหา ยังต้องพิสูจน์หักล้างอีกมาก

(ดูข่าวสืบสวนในทิศทางนี้ในหัวข้อ -พิสูจน์ด้วยตาคุณเองข่าวปล่อยน้ำทำลายรัฐบาล?)

ถึงแม้การสืบสวนไปในทิศทางนี้ จะเจอตัวผู้รับผิดชอบลางๆว่าเป็นอธิบดีกรมชลประทาน ผู้รับผิดชอบการปล่อยน้ำจากเขื่อน แต่ข้อมูลจากกฟผ.ได้ชี้แจงโดยอ้างว่า น้ำที่ลงมาท่วมกรุงเทพฯนี้มาจากขื่อนแค่ 16% ที่้เหลือราว84%เป็นน้ำธรรมชาติ

ดังนั้นท้ายที่สุดหากจบลงที่มีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนหาผู้กระทำผิด มารับผิดชอบต่อเหตุการณ์ภัยพิบัติครั้งนี้ตามแนวทางสืบทิศทางนี้ ไทยอีนิวส์จึงสรุปแบบเสียดเย้ยว่า
"เชื่อได้ว่า"เราก็น่าจะได้ผู้ร้ายเจ้าประจำสังคมไทย คือหากไม่เป็น"ไอ้ปื๊ด" ก็คงไปหวยออกที่"ชายชุดดำ"

(ดูรายละเอียดในรายงานข่าว:สุดท้ายชายชุดดำผิดภัยพิบัติน้ำถล่มกรุง)

อย่างไรก็ดีจากการสืบสวนอย่างต่อเนื่อง ทำให้เราเข้าใกล้ข้อสรุปมากขึ้นในรายงานข่าวเรื่อง นักการเมืองคนไหนทำน้ำท่วม กฟผ.ขว้างงูไม่พ้นคอแจงเขื่อนภูมิพล-สิริกิติ์ไม่เกี่ยวกลายเป็นหลักฐานมัด

โดยสรุปก็คือว่า การตั้งธงของทั้งสองฝ่าย คือฝ่ายหนุนกับฝ่ายต้านรัฐบาลนั้นอาจผิดทางตั้งแต่ต้น เพราะมีจุดยืนมาแต่ต้นแล้ว เลยไปหลงทางกัน เนื่องจากมักวิจารณ์กันว่าใครต้องรับผิดชอบกับการปล่อยน้ำจากเขื่อนมาท่วม บ้านเมือง รัฐบาลเก่าหรือรัฐบาลใหม่? เพื่อโยนผิดให้กัน

แต่ความจริงแล้วรับฟังได้ว่า ทั้ง 2 รัฐบาลต่างก็มีนายธีระ วงศ์สมุทร รมว. เกษตรฯคนเดียวกัน ซึ่งน่ากังขาว่าอาจมีวาระซ่อนเร้นเรื่องหาผลประโยชน์เข้าพรรคจากภัยพิบัติน้ำท่วม และยังอาจหวังผลทางการเมืองด้วย

อย่าลืมว่าปีกลายก็ท่วม จนกังขากันว่าวัตถุประสงค์ของการก่ออุทกภัยเพื่อจะประกาศเขตภัยพิบัติ ซึ่งมีผลต่อการปรับระเบียบการเบิกจ่ายงบกลาง และงบเงินสะสม มีการหักเปอร์เซ็นต์เงินช่วยเหลือ เพื่อระดมทุนก่อนการหาเสียงเลือกตั้งใหญ่หรือไม่?

และการสร้างผลงานว่า เห็นไหมจังหวัดอื่นท่วม ไม่ท่วมเฉพาะจังหวัดเรา เป็นการแสดงอาณาบารมีขนาดไหนของคนๆนี้(คนที่ชูวิทย์บอกว่า อย่าเพิ่งตาย)

ส่วนคำชี้แจงจากกฟผ.ที่บอกว่าเขื่อนภูมิพลกับเขื่อนสิริกิติ์ไม่เกี่ยวข้อง นั้น ผู้รู้ย่อมจะเห็นชัดเจนว่า ได้กลายเป็นหลักฐานมัดคอซะเอง นี่เป็นการ "จงใจ" ให้เกิดอุทกภัยอย่างแน่นอน ตรงไหน ให้อ่านในรายงานข่าวนักการเมืองคนไหนทำน้ำท่วม กฟผ.ขว้างงูไม่พ้นคอแจงเขื่อนภูมิพล-สิริกิติ์ไม่เกี่ยวกลายเป็นหลักฐานมัด ชัดๆ..

บทสรุปของรายงานข่าวเชิงสืบสวนนี้มาจบลงเมื่อวัีนที่ 11 พฤศจิกายนในหัวข้อ แฉหลักฐานอัปยศป้องบรรหารบุรีปล่อยท่วมประเทศ

โดยรายละเอียดของรายงานข่าวมีดังต่อไปนี้

จากรายงานข่าวชิ้นนี้จะตอบคำถามที่คาใจคนเรื่องที่ว่า ทำไมน้ำไม่ท่วมสุพรรณบุรี หรือที่เรียกขานกันว่า"บรรหารบุรี"แล้วให้ไปท่วมจังหวัดอื่นแทน นั่นก็เพราะกรมชลประทาน ซึ่งอยู่ใต้สังกัดกระทรวงการเกษตรฯที่มีนายธีระ วงศ์สมุทร คนของพรรคชาติไทยพัฒนาเป็นเจ้ากระทรวงอยู่ อาจจะ"รายงานเท็จ"ต่อหน่วยงานและสถาบัีนต่างๆ ว่ามีการระบายน้ำไปที่สุพรรณบุรีแล้ว ความจริงคือไม่

แต่จากหลักฐานคลิปข่าว และรายงานตัวเลขจากกรมชลประทานเองพบว่า ไม่มีการระบายน้ำไปทางบรรหารบุรีแต่อย่างใด จนคนของนายบรรหาร ศิลปอาชา ต้องมาบอกว่า นายบรรหารให้ระบายไปสุพรรณได้แล้วเพื่อคลี่คลายปัญหา แต่ตามตัวเลขในรายงานข่าวนี้พบว่า ไม่มีการระบายไปแต่อย่างใด

การที่แม่น้ำท่าจีน สุพรรณบุรี หรือบรรหารบุรี ไม่ได้ช่วยระบายน้ำนั้น ส่งผลให้แม่น้ำเจ้าพระยาต้องระบายน้ำเพียงสายเดียว จึงเกิดการอั้นของน้ำ ทำให้ จังหวัดอื่นคือ อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ ท่วมและน้ำกักขัง และเมื่อแม่น้ำเจ้าพระยาระบายเพ­ียงสายเดียว ทำให้ต้องรับภาระมาก และส่งผลให้น้ำท่วมจังหวัด สิงห์บุรี อ่างทอง อยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี จังหวัดที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระ­ยา รวมทั้งกรุงเทพ ฯ ด้วย

ที่เว็บบอร์ดของกรมชลประทาน ได้มีประชาชนไปตั้งกระทู้ถามหาความรับผิดชอบในหัวข้อเรื่อง สาเหตุที่แท้จริงของน้ำท่วมมาจากไหน และใครควรมีสำนึกรับผิดชอบต่อความผิดพลาดที่เกิดขึ้น

ได้มีผู้ใช้นาม"สาวกรมชล"มาตอบว่า ถ้าบอกความจริงไปแล้ว จะไม่เชื่อตัวเองว่าเป็นไปได้ "เพราะมันเป็นความผิดมหันต์ ที่เกิดมาอีก สิบชาติ ก็ยังชดใช้ความเสียหายของประเทศนี้ไม่หมด" เป็นเพราะประมาท เหิมเกริม ดูถูกข้าราชการด้วยกัน ว่า ไม่มีใครกล้าคิด กล้าพูด ลองดูที่ youtube นี้ก่อนเถอะ แต่ขอให้ดูสัก 2 เที่ยว แล้วจดไว้ว่า ผอ.ชลประทานได้รับว่า ปิดประตูน้ำพลเทพไปกี่วัน และ ชาวบ้านผู้เลี้ยงปลากระชัง บอกว่า ประตูพลเทพ ปิดน้ำจนปลากระชังตาย ปิดกี่วัน

ปลากระชังน้ำนิ่งจนปลาตายนั้น น้ำต้องนิ่งอย่างน้อย 3 วัน คือปิดประตู น้ำไม่ไหล 3 วัน




นคลิปนี้ผอ.ชลประทาน บอกว่า เหตุที่ไม่ได้ปล่อยน้ำไปทางแม่น้ำท่าจีนไปสุพรรณบุรีมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม จนถึงกันยายน เพราะว่า ทุ่งสุพรรณบุรียังไม่ได้เกี่ยวข้าว ต้องรอให้ทางสุพรรณบุรีเกี่ยวข้าวก่อนจึงจะระบายไป และยอมรับว่าไม่ได้เปิดประตูระบายน้ำไปหลายวัน จนปลาตาย /เพราะน้ำขัง ขณะที่ชาวชัยนาทบอกว่าไำม่จริง คนสุพรรณฯเกี่ยวข้าวหมดแล้ว ขอว่าให้ปล่อยไปทางสุพรรณฯบ้่าง ไม่ใช่ปล่อยจังหวัดอื่น 12 จังหวัดจม แต่ผอ.ชลประทานก็บ่ายเบี่ยงว่าต้องรอชาวนาสุพรรณเก็บเกี่ยวข้าวก่อน

แต่แล้วนายประภัตร โพธสุธน คนสนิทของนายบรรหาร ก็โผล่มาพูดตอนท้ายคลิปข่าวที่ 2 ว่า นายบรรหาร ศิลปอาชา สั่งมาให้ปล่อยระบายน้ำไปได้ ให้ปล่อยวันนี้เลย ปลาอยมากกว่าที่ชาวบ้านขอ ฯพณฯบรรหารสั่งมาแล้ว คนสุพรรณฯพร้อมเสียสละ

คลิปนี้ตอนท้ายๆคือคำตอบว่าใครมีอำนาจสั่งการเปิดปิดประตูน้ำให้ขังท่วม หรือระบายไปทางไหนชัดเจนที่สุด



จดกันไว้ได้ กี่วัน กี่ครั้ง ที่เขาปิดประตูระบาย พลเทพ.. ดิฉันจดได้ 6-8 วัน

แต่จากรายงานปริมาณน้ำไหลผ่าน ประตูระบายพลเทพ(ท่าจีน) ในเดือนกันยายน 2554 จาก เว็บไซต์แล้ว คลิ้กดู 6.สถานการณ์น้ำ/รายงาน คลิ้กต่อที่ สถานการณ์น้ำ ลุ่มเจ้าพระยา (สชป.12) และคลิ้กดูที่ แม่น้ำท่าจีน (ปตร.พลเทพ) - Thajeen River เดือนกันยายน 2554

ข้อมูลสถานการณ์น้ำ แม่น้ำท่าจีน (ปตร.พลเทพ)
ประจำเดือน กันยายน 2554


วันที่ ระดับน้ำเหนือ (ม.รทก.) ระดับน้ำท้าย (ม.รทก.) ปริมาณน้ำ(ม.3/วิ)
1 16.77 14.58 120.17
2 16.81 14.65 120.52
3 16.77 14.80 180.77
4 16.87 15.19 200.76
5 17.17 15.40 200.15
6 17.47 15.51 200.16
7 17.51 16.05 250.66
8 17.53 16.47 280.52
9 17.53 16.71 280.00
10 16.75 16.80 280.94
11 17.61 16.89 280.08
12 17.73 16.95 280.24
13 17.91 16.45 280.32
14 18.19 16.60 280.47
15 18.53 16.65 280.76
16 18.79 15.69 150.31
17 19.06 15.59 100.15
18 19.26 15.08 100.67
19 19.31 15.79 150.47
20 19.49 16.03 170.50
21 19.56 16.18 170.11
22 19.56 16.13 170.82
23 19.58 16.15 170.85
24 19.62 16.15 170.18
25 19.59 16.34 197.49
26 19.56 16.34 210.28
27 19.51 16.22 210.57
28 19.46 16.37 225.73
29 19.44 16.36 225.64
30 19.41 16.33 225.94

ดูกันซิว่า มีวันไหนในเดือนกันยายน 2554 ที่เขาปิดประตูระบายน้ำมั่ง คำตอบคือ ไม่ได้ปิดประตูเลย

แต่เขารายงานกรมชลฯ รายงานจังหวัด องค์การต่างๆ สถาบันหลักที่สำคัญต่างๆ และ ครม.ว่าเปิดประตูตลอด แต่ ผอ.ชป.บอก ว่าปิดประตูน้ำหลายๆครั้ง

ใครรับผิดชอบ.การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

"ไม่มีวันใดปิดประตูระบาย ประตูน้ำพลเทพ"
แสดงว่า รายงานการระบายน้ำที่รายงานว่า ระบายไปจังหวัดสุพรรณบุรีทุกวันนี้ เป็นรายงานที่ไม่เป็นความจริง(เป็นเท็จ)


นี่หรือเปล่า ที่เป็นต้นเหตุให้แผนป้องกันน้ำท่วมประเทศขณะนี้ล้มเหลว เกิดความเสียหายหลายแสนล้าน
"เป็น เพราะว่า รายงานการระบายน้ำไปทางตะวันตก เป็นรายงานที่เป็นเท็จ รายงานไม่จริงไปให้คณะรัฐมนตรี ไปให้หน่วยงานต่างๆ ไปให้สถาบันสำคัญๆ หลักของชาตินั้นเป็นรายงานที่เป็นเท็จ"

ความเสียหายที่รายงานที่ไม่เป็นความจริงนี้ ก่อความเสียหายมหาศาล เนื่องจาก ช่วงปิดประตูระบาย ก็ยังรายงานว่าเป็นระบายไปทางแม่น้ำท่าจีน

แล้วประตูระบายตัวอื่นรายงานไม่จริงด้วยหรือไม่ ??

ผู้ใช้ชื่อ"คนกรมนี้"แสดงความเห็นว่า ตัวเลขเปิดปิดประตูจะต้องออนไลน์ ไปที่หน่วยงานต่างๆ เช่น กระทรวงทรัพยฯ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรฯ ครม.ฯลฯ ส่วนราชการอื่นๆ ถ้าตัวเลขเป็นเท็จ หน่วยงานอื่นก็จะได้ตัวเลขเท็จไป สำหรับเจ้าหน้าที่ อาจมีความผิด ข้อหากรอกข้อมูลอันเป็นเท็จ แถมอาจโดนฟ้องแพ่งด้วยนะ

ขณะที่มีผู้ใช้ชื่อว่า "ชาวบ้านเฝ้ามอง"ตอบว่า อยากรู้จริงๆใช่ไหมครับ ว่าเป็นเพราะอะไร และกรมชลประทานต้องรับผิดชอบด้วยไหม??
ก็ลองไล่ดูดังนี้ครับ

ปลายเดือนมิถุนายน 2554 พายุไหหม่า ก่อตัวเป็นดีเปรสชั่นทำให้ฝนตกทั่วไปทางภาคเหนือ น้ำเริ่มท่วมจังหวัดน่าน อุดรดิตถ์

ปลายเดือนมิถุนายน 2554 เป็นช่วงฉลองวันเกิดกรมชลประทาน

ต้นเดือนกรกฎาคม 2554 ชาวบ้านนครสวรรค์และชุมแสงพยุหคีรี เดินขบวนปิดเขื่อนเจ้าพระยา เรียกร้องใหเขื่อนเปิดประตูระบายน้ำเขื่อนเพื่อเร่งระบายน้ำที่ขังบริเวณ จังหวัดนครสวรรค์

กลางเดือนกรกฎาคม 2554 กรมชลประทานได้ประชุมการบริหารน้ำที่เขื่อนเจ้าพระยา โดยให้เร่งรัดระบายนำออกทางด้านตะวันตกและตกวันออก

30 กรกฎาคม 2554 พายุนกเต็นเข้าไทย ทำให้น้ำท่วมไปทั่วภาคเหนือและลามและสะสมมาที่จังหวัดนครสวรรค์ พยุหคีรีและชัยนาท ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2554-กรกฎาคม 2554 ไม่มีการระบายน้ำจากเขื่อนภูมิพลและสิริกิติ์

สิงหาคม 2554 ข้าราชการระดับปฏิบัติงานควบคุมการส่งน้ำในพื้นที่ เดือนท่างไปท่องเที่ยวยุโรปและอเมริกา หลายชุดหลายระลอก กรมชลประทานอนุมัติให้ ผอ.สำนัก ผอ.โครงการไปเที่ยวเมืองนอกยกสำนักฯ

กันยายน 2554 น้ำเริ่มท่วมชัยนาท สรรพยา สิงห์บุรี อ่างทอง ราษฎรวัดสิงห์ขอให้เปิดน้ำไปทางตะวันตกมากขึ้น แต่ได้รับการปฏิเสธ

13-14 กันยายน 2554 ประตูระบายบางโฉมศรีพังเสียหาย

13-15 กันยายน 2554 ข้าราชการกรมชลประทานเลี้ยงส่งเกษียณอายุ

ชูวิทย์อภิปรายสับ"คนตัวสั้นๆ"ทำน้ำท่วมเว้นวรรค บอกอย่าเพิ่งตาย



นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ ส.ส.พรรครักประเทศไทย กล่าวอภิปรายในสภาว่า อุทกภัยไม่ได้เกิดจากธรรมชาติ เกิดจาก"มนุษย์คนๆหนึ่ง ต้องโทษคนสั้นๆ เพราะความเห็นแก่ตัว เพราะความโหดเหี้ยมหรือเปล่า น้ำทำไมมันท่วมเว้นวรรคบางจังหวัดได้ คนสั้นๆนี้อย่าเพิ่งตาย เพราะน้ำท่วมคราวนี้มีคนตาย500คน"

รัฐมนตรีเกษตรฯยอมรับกลางสภากักน้ำให้ชาวนาเกี่ยวข้าว

สุดท้ายความจริงก็ปรากฏออกมาเมื่อ "ธีระ วงศ์สมุทร " รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้ยอมรับกลางสภาหลังจากถูกไล่บี้จากฝ่ายค้านว่า

"ผมยอมรับว่าพูดจริงที่สั่งชะลอน้ำเพื่อให้พี่น้องชาวนาได้เกี่ยวข้าว ก่อนปล่อยน้ำเข้าทุ่ง"

นายธีระกล่าว ส่วนที่ฝ่ายค้านบอกว่า ผมให้สัมภาษณ์สั่งให้ชะลอการปล่อยน้ำจากเขื่อนภูมิพลนั้นจริง เพราะตอนนั้นเราชะลอการโหลดน้ำลงเจ้าพระยา เพราะไม่ว่าที่ไหนหรือทุ่งไหนจะเกี่ยวข้าว เราก็ต้องทำแบบนี้ อยู่รัฐบาลที่แล้วผมก็ทำ เพราะประชาชนกำลังจะเกี่ยวข้าว(ที่มา:มติชนออนไลน์)

บรรหาร ตอบโจทย์น้ำก็ท่วมสุพรรณฯ



เพื่อความเป็นธรรมและรอบด้าน ลองฟังนายบรรหารตอบโจทย์เรื่องนี้ด้วย

........
ต่อมาเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน นายสหรัฐ กุลศรี ส.ส.สุพรรณบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้ชาว อ.เดิมบางนางบวช และหลายอำเภอใน จ.สุพรรณบุรี ไม่มีน้ำทำนา และมีพรรคการเมืองบางพรรคใส่ร้ายว่าพรรคเพื่อไทยไม่ยอมเปิดประตูน้ำให้คน สุพรรณบุรีทำนา ซึ่งไม่เป็นความจริง

นายพรม บุญมาช่วย ประธานสหกรณ์การเกษตรเมืองสุพรรณบุรี แฉว่า ขณะนี้ ชาวนา ในพื้นที่ อ.เดิมบางนางบวช, อ.สามชุก, อ.ดอนเจดีย์, อ.อู่ทอง และ อ.สองพี่น้อง ที่ใช้น้ำจาก คลองมะขามเฒ่า ในการทำนา กำลังได้รับความเดือดร้อน เนื่องจาก ชลประทาน ไม่ยอมปล่อยน้ำเข้าคลอง

ชาวนาต่างตั้งข้อสงสัยกันว่า ที่ผ่านมา และ ในขณะนี้น้ำยังมีปริมาณอยู่จำนวนมาก เหตุใด ชลประทาน จะต้องจัดเวรการปล่อยน้ำด้วย ที่ผ่านมา การทำหน้าที่ของ ชลประทาน มีข้อบกพร่องอยู่มากมาย มีส่วนที่ทำให้เกิดน้ำท่วมขัง อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ แล้วนี่ จู่ๆ น้ำยังมีอยู่มาก กลับไม่ปล่อยมาให้ ชาวนา ได้ทำนา น่าแปลกจริงๆ

นี่เป็นการตอกย้ำหลักฐานมัดแน่นขึ้นไปอีกว่า การป้องกันบรรหารบุรีให้เว้นวรรคไม่โดนน้ำท่วมจังหวัดเดียว จนแห้งขอดไม่พอทำนา แล้วปล่อยไปท่วมจังหวัดอื่น รวมทั้ง 12 จังหวัดภาคกลางและกรุงเทพฯนั้น ใคร?ต้องรับผิดชอบ

กระบวนการสืบสวนสอบสวนโดยคณะกรรมการที่เชื่อถือได้และเป็นอิสระต้องเกิดขึ้น โดยไว ในเมื่อพรรคฝ่ายค้านไม่ยอมตรวจสอบ เพราะยังยั้งดาบไว้ไมตรี เลือกไปตีที่พล.ต.อ.ประชาอย่างชนิดที่ไม่รู้สี่รู้แปดอะไรเลย

และกล่าวสำหรับรัฐบาลนี้

คำถามตัวโตๆต่อรัฐบาลนี้และฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีอยู่ว่า

ไหนหละความรับผิดชอบทางการเมือง พรรคชาติไทยพัฒนาของนายบรรหาร ยังสมควรได้รัีบความวางใจให้คุมกระทรวงเ้กษตรฯและการชลประทานต่อไปอีกหรือ?

ไหนหละความรับผิดชอบทางอาญา ในเมื่อหลักฐานโยงไปถึง นายธีระก็สารภาพกลา่งสภาแล้ว งานนี้ไม่ต้องมีใครติดคุกหรือ?

ไหนหละความรับผิดชอบทางแพ่ง เกิดความเสียหา่ยนับล้านล้านบาท GDPของประเทศหดวูบจากที่คาดว่าจะโต4%เหลือ1.5%ในปีนี้ นักลงทุนต่างชาติขาดความเชื่อมั่น ไม่รู้จะลงทุนในไทยต่อไปหรือไม่หรือจะเผ่นหนี แล้วไม่ต้องมีใครจ่ายชดใช้ชดเชยความเสียหายมหาศาลนับล้านล้านบาทเหล่านี้ หรือ?

คำตอบต้องปรากฎโดยไว ก่อนจะเลือนหายไปกับสายน้ำ

Friday, November 25, 2011

ชาวfbขื่นขันอันหาที่สุดมิได้Side effectอากงSMS

ที่มา thaifreenews

ชาวfacebookพากันโพสต์ภาพSide effectจากกรณีอากง SMSโดนจำคุก 20 ปี


กูรู้....แต่กูพูดไม่ได้..????....


เสียงของชายชราอายุ ๖๑ กับชะตาชีวิตหลังลูกกรงอีก ๒๐ ปี!

ทิศทางเศรษฐกิจไทยหลังน้ำท่วม

ที่มา Voice TV



รายการ Intelligence ประจำวันที่ 25 พ.ย. 2554

น้ำท่วมครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในไตรมาส4 อย่างหนัก ซึ่งเห็นได้จากการปรับลดการคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจไทยในปี 2554 จากหลายหน่วยงาน แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยในปีหน้าจะฟื้นตัวขึ้น จากการฟื้นฟูประเทศ

อย่างไรก็ตามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกล่าวว่าสิ่งที่สำคัญคือการสร้าง ความเชื่อมั่นให้นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศโดยการประกาศมาตรการป้องกันน้ำ ท่วมอย่างชัดเจน รวมถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆ อีกทั้งวิกฤติที่เกิดขึ้น จะเป็นโอกาสในการปรับโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจไทย ติดตามใน Intelligence

ดร รอยล จิตรถอน แจงสถานการณ์น้ำและขั้นตอนการระบายน้ำ 25พ ย 54

ที่มา

เปิดหลักฐานกระบวนการอยุติธรรมไทยไม่ปรองดอง ฟันอีกคดีหมิ่น-ถ่วงคดีก่อการร้ายยึดสนามบินครบ3ปี

ที่มา Thai E-News


ไม่ปรองดองมีแต่ปูดอง2มาตรฐานต่อไป-หนังสือปลัดสำนักนายกรัฐมตรี ลงวันที่ 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา มีคำสั่งขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ กระทรวงยุติธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) อัยการสูงสุด ให้ปฏิบัติตามมติครม.เรื่องการให้ปล่อยตัว และชลอคดีคนเสื้อแดง กับคดี112 และหากตัดสินเด็ดขาดแล้วให้แยกที่คุมขังนักโทษคดีการเมืองออกจากนักโทษ อาชญากรทั่วไป แต่กระบวนการยุติธรรมไทยไม่สน เมื่อวานตัดสินจำคุกอากงSMS 20 ปี วันนี้สั่งฟ้องคดี112อีกราย ส่วนคดีผู้ก่อการร้ายพันธมิตรยึดสนามบินครบ 3 ปีวันนี้ อัยการดองเค็มต่อไป

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
25 พฤศจิกายน 2554


กระบวน การยุติธรรมไทยยังไม่มีทีท่าว่าจะสนใจปฏิบัติตามข้อเสนอปรองดองของคอป.แต่ อย่างใด แม้ว่าล่าสุดเลขาธิการนายกรัฐมนตรีมีหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว หลังจากเมื่อวานนี้ตัดสินจำคุกอากงSMS 20 ปี วันนี้มีรายงานว่าอัยการได้สั่งฟ้องดำเนินคดีนายสุรภักดิ์ ภูไชยแสง ผู้ต้องหาคดี ม. 112 รายล่าสุด ขณะที่คดีผู้ก่อการร้ายพันธมิตรยึดสนามบินผ่านมาครบ 3 ปี หรือ 1,095 วัน ในวันนี้ อัยการได้เลื่อนการสั่งคดีออกไปเรื่อยๆ

มีรายงานด้วยว่า ตำรวจได้เรียกผู้ต้องหาคดี 11 2เข้าพบอีกรายในสิ้นเดือนนี้ คราวนี้เป็นคิวของผู้ถูกกล่าวหาที่เป็นเยาชน หลังจากจัดการจำคุกคนชราอายุ 61 ปีอย่างอากงไปแล้ว

นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ รักษาการประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เปิดเผยความคืบหน้าการช่วยเหลือนักโทษการเมืองคดีคนเสื้อแดง และคดี 112 ว่า หลังจากยื่นสือต่อ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ให้รัฐบาลปฏิบัติตามข้อเสนอของคณะกรรมการประสานและติดตามผลการดำเนินการของ คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ(ปคอป.) และคณะกรรมการอิสระตรวจสอบเพื่อค้นหาความจริงพื่อความปรองดองแห่งชาติ(คอ ป.)แล้วนั้น

พล.ต.อ.ประชา รับปากจะดำเนินการให้ใน 2 เรื่อง คือ

1.เรื่องการจัดหาสถานที่คุมขังที่เหมาะสม ภายในสัปดาห์หน้า คาดว่าน่าจะอยู่บริเวณหลังสโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดี

และ 2.เรื่องจำนวนผู้ที่มีสิทธิได้รับการประกันตัว ซึ่งทางกรมราชทัณฑ์สำรวจมาว่า มีนักโทษที่เป็นคนเสื้อแดงจำนวนกว่า 70 คนนั้น ก็จะครอบคลุมถึงผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามมาตรา 112 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ด้วย โดยจะดำเนินการยื่นประกันในสัปดาห์หน้า

สำำหรับข้อ เรียกร้องในการให้ทบทวนข้อกล่าวหา และการชะลอคดีความออกไปนั้นทางกลุ่ม นปช.คงจะต้องเดินทางไปยื่นเรื่องกับสำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งจะต้องหารือกับฝ่ายกฎหมายอีกครั้ง

นางธิดาได้โพสต์ลงในเฟซบุ๊ควันนี้ว่า

ประกาศด่วน

นปช.เตรียม ประสานงานกับกรมคุ้มครองสิทธิ กระทรวงยุติธรรม ในการขอประกันตัวผู้ถูกคุมขังในคดีอันเนื่องมาจากความขัดแย้งทางการเมือง (ยกเว้นผู้ที่มีหลักทรัพย์และต้องการประกันตัวเอง)

จึงขอให้ผู้ประสงค์จะประกันตัวให้ผู้ถูกคุมขังคนใดโดยเฉพาะแจ้งข่าวมายัง นปช. ด่วนที่

E-Mail : Hec2011@hotmail.co.th

Fax : 0-2934-9467

รายชื่อ 101 นักโทษคดีการเมืองคนเสื้อแดง และคดี 112

นายแพทย์สลักธรรม โตจิราการ บุตรชายนางธิดา โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊คว่า สำหรับผู้ที่กังวลเรื่องคดีการเมืองอื่นๆ รวมถึงคดี "อากง" ตอนนี้ ทาง นปช.ได้เจรจาให้รัฐบาล และกรมคุ้มครองสิทธิ เป็นผู้ทำการประกันตัวให้กับนักโทษคดีการเมืองทุกคน และขอให้ย้ายนักโทษการเมืองทุกคน รวมถึง "อากง" ไปขังแยกกับนักโทษอื่น และได้รับการปฏิบัติที่ควรแก่มนุษยธรรม ตอนนี้ทางพล.ต.อ.ปะชารับปากว่า จะทยอยย้ายนักโทษการเมืองรวมถึง "อากง" ไปไว้ที่โรงเรียนพลตำรวจบางเขนครับ

ขณะ ที่นายใจ อึ๊งภากรณ์ ที่กำลังลี้ภัยคดี 112 ในอังกฤษโพสต์แสดงคสวามเห็นบนเฟซบุ๊คนายแพทย์สลักธรรมว่า นปช.ต้องทำมากกว่านั้นครับ คือต้องรณรงค์อย่างเปิดเผยให้ปล่อยนักโทษการเมือง ไม่ใช่เจรจาให้ย้ายไปขังที่อื่น และต้องประนามการขังอากงและกฏหมาย 112 ครับ

สำหรับหนังสือที่ยื่นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมมีรายละเอียดดังต่อไปนี้


เรื่อง ขอให้ฯพณฯเร่งรัดดำเนินการประกันตัวผู้ที่ถูกคุมขังในเรือนจำอันเนื่องมาจาก เหตุการณ์ การชุมนุมเมื่อเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ๒๕๕๓ และความขัดแย้งทางการเมืองที่ผ่านมา

โดยอ้างถึงหนังสื่อด่วนที่สุดที่ นร ๐๕๐๖/๒๓๓๑๐ลงวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๔ ได้ระบุไว้อย่างชัดแจ้งว่า

“คณะ รัฐมนตรีได้ประชุมปรึกษาเมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม๒๕๕๔ ลงมติรับทราบผลการดำเนินงานของคณะกรรมการประสานและติดตามผลการดำเนินงานตาม ข้อเสนอแนะของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่ง ชาติ(ปคอป.)การประชุมครั้งแรก เมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม๒๕๕๔และเห็นชอบให้ กระทรวงยุติธรรม............................ดำเนินการตามที่สำนักเลขาธิการ นายกรัฐนตรีเสนอ”

ซึ่งปรากฏรายละเอียดตามบันทึกข้อความด่วนที่สุดตามที่อ้างถึงในข้อ๒.ข้างต้น ว่า

๒.๒วงเล็บ๒

“ดำเนิน การอย่างจริงจังเพื่อให้มีการปล่อยตัวชั่วคราว อันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ต้องหาและจำเลยสามารถต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ ความบริสุทธิ์และลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับตนเองและครอบครัวอันเกิดจากการถูก จำกัดเสรีภาพในกรณีที่ศาลอนุญาตให้มีการปล่อยตัวชั่วคราวแต่กำหนดให้มีหลัก ประกันตัวด้วยนั้น ชอบที่รัฐบาลจะจัดหาหลักประกันดังกล่าวให้แก่ผู้ต้องหาและจำเลยที่ไม่สามารถ จะจัดหาหลักประกันได้ หากผู้ต้องหาและจำเลยไม่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว รัฐบาลควรจัดหาสถานที่ในการควบคุมที่เหมาะสมที่ไม่ใช่เรือนจำปกติ ดังเช่นที่เคยใช้กับนักโทษการเมืองในอดีต”

ดังนั้น แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)แดงทั้งแผ่นดิน จึงขอเรียกร้องให้ท่านได้โปรด เร่งรัดดำเนินการประกันตัวผู้ถูกคุมขังทั้ง๗๐คนตามเรือนจำต่างๆทั่วประเทศ ตามที่ได้ส่งมาในสิ่งที่ส่งมาด้วยแล้วนั้นตามมติของคณะรัฐมนตรีเมื่อวัน ที่๒๕ตุลาคม๒๕๕๔ดังกล่าวข้าวต้น

เพราะสำหรับผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมที่แท้จริง ชีวิตที่อยู่ในเรือนจำแม้เพียงวันเดียวก็เป็นความทุกข์ยากอย่างแสนสาหัส

ขอแสดงความนับถือ

( นาง ธิดา ถาวรเศรษฐ )
ประธานแนวร่วมต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)แดงทั้งแผ่นดิน

********


เรื่องเกี่ยวเนื่อง:

-ซีรีส์ชุดคำถามตัวโตๆต่อรัฐบาลนี้:คำถามแรกพวกคุณมีหัวใจไหม?ทำไมเพิกเฉยกับคนเสื้อแดงที่่ติดคุก

คำถามตัวโตๆต่อรัฐบาลนี้(2):เมื่อไรจะเอาคนสั่งฆ่าไปขังคุก มันลำบากตรงไหนกับการให้สัตยาบันICC?

-คำถามตัวโตๆต่อรัฐบาลนี้(3):เมื่อไรผู้ก่อการร้ายยึดสนามบินจะติดคุกซะที นี่คือ"การแก้ไขไม่ใช่แก้แค้น"

กาหลิบ:อวสานปรองดอง