WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, November 27, 2011

โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัมเตรียมเอาเรื่อง ปชป.

ที่มา Voice TV









"พรรคทหาร" หรือ "Party of the Army" คือชื่อที่นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายส่วนตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มองว่าควรเป็นชื่อที่แท้จริงของพรรคประชาธิปัตย์

เพราะจากการกระทำที่ผ่านมา ตั้งแต่การรัฐประหารจนถึงปัจจุบัน ตรงกันข้ามกับอุดมการณ์เสรีนิยมทุกอย่าง ทำให้นายอัมสเตอร์ดัม ยื่นถอดถอนพรรคประชาธิปัตย์ออกจากการเป็นสมาชิกของสหพันธ์พรรคการเมืองเสรี นิยมสากล

คำร้องฉบับนี้ไม่ใช่ฉบับแรกที่นายอัมสเตอร์ดัมยื่นต่อสหพันธ์พรรคการเมือง เสรีนิยมสากล แต่เป็นข้อเรียกร้องที่นายอัมสเตอร์ดัมเขียนขึ้นมาใหม่ หลังจากที่พบหลักฐานพฤติกรรมอันไม่เป็นประชาธิปไตยของพรรคประชาธิปัตย์เพิ่ม เติม

ซึ่งจุดประสงค์สำหรับการยื่นถอดถอนพรรคประชาธิปัตย์ คือต้องการให้พรรคประชาธิปัตย์รับผิดชอบในการกระทำของตัวเอง โดยไม่มีเจตนาในการยุบพรรคให้หายไปจากการเมืองไทย

สหพันธ์พรรคการเมืองเสรีนิยมสากลก่อตั้งขึ้นในปี 2490 เพื่อส่งเสริมค่านิยมเสรีนิยม เสรีภาพของปัจเจกบุคคล สิทธิมนุษยชน นิติธรรม ความเท่าเทียมทางโอกาส ความยุติธรรมทางสังคม การค้าเสรี และเศรษฐกิจแบบตลาด ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งสิ้น 62 พรรค จากหลากหลายภูมิภาคทั่วโลก

ส่วนคำร้องของนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัมทั้งต้นฉบับและฉบับแปลภาษาไทย จะนำขึ้นเว็บไซต์ เพื่อเปิดให้ประชาชนที่เห็นด้วยร่วมลงชื่อสนับสนุนเร็วๆ นี้ ที่ www.robertamsterdam.com

"ชูวิทย์" โวยกลางสภา เป็นฝ่ายค้านถูกปิดกั้นไม่ให้อภิปราย

ที่มา Voice TV









นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรครักประเทศไทย กล่าวระหว่างการอภิปรายไม้ไว้วางใจตอนหนึ่งต่อประธานสภาฯ ว่า ตนอยู่ฝ่ายค้าน แต่ไม่มีการจัดสรรเวลาในการภิปรายไม่ไว้วางใจให้ เพราะในฐานะฝ่ายค้านอยากชี้แจงปัญหาให้ประชาชนได้ทราบ

นอกจากนี้ยังได้กล่าวถึงกรณีการถกญัติในการอภิปรายในวันนี้ (27พ.ย.54) ด้วยว่า ตนทราบญัตติก่อนเริ่มอภิปรายเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น มั่นใจมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพียงพอ แต่ไม่มีเวลาเท่านั้นเอง

'ประชา'ติงไม่ควรอภิปรายพาดพิงพรฎ อภัยโทษ 25 11 54

ที่มา PheuthaiParty

การุณท้าศิริโชคกล้าลาออกหรือไม่หากพูดเท็จกลางสภา 27 พ ย 54

ที่มา PheuthaiParty

ความจริงกรณีการ์ดนปช.จับคนเสื้อแดงส่งตำรวจคดี112 ความจริงคือเธอถูกปล่อยตัวไม่ได้ติดคุก

ที่มา Thai E-News



หมายเหตุไทยอีนิวส์:ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ได้วิจารณ์ผ่านเฟซบุ๊คว่า แกนนำนปช. เพิกเฉยต่อการตัดสินจำคุกอากง 20 ปี ทั้งที่นปช. ผู้อ้างเป็น "กองหน้า" (คำของ อ.ธิดา วันแถลงข่าว) มีส่วน (contribution) อะไรบ้าง?? เกือบเท่ากับ "ศุนย์" เลยครับ อันที่จริง "ติดลบ" ต่ำกว่า ศูนย์ ด้วยซ้ำ เพราะ นปช. มีประวัติของการให้ การ์ด จับคน "หมิ่น" ส่งตำรวจเอง ... วันก่อน ที่ตัดสินไปคดีหนึ่ง ก็มาจากการจับของ "การ์ด" นปช. .. ลองหา link ข่าวกันเองดู)

แต่เมื่อเราได้ค้นหารายชื่อนักโทษการเมืองในคดี 112 น่าเชื่อว่าไม่มีกรณีที่ดร.สมศักดิ์กล่าวถึง หากดร.สมศักดิ์จะหมายถึงกรณีผู้หญิงรายหนึ่งที่ถูกการ์ดนปช.จับส่งตำรวจ (ดูที่เฟซบุ๊คของ ผู้หญิงรายนี้ยังมีการอัพเดตล่าสุดโดยเธอเองเมื่อ 2 วันก่อน) ยกเว้นว่าดร.สมศักดิ์ จะหมายถึงกรณีอื่น ซึ่งในชั้นนี้เรายังไม่ทราบ เพราะหากจะมีกรณีใกล้เคียงว่าถูกจับในที่ชุมนุมนั้นมีอีก 2 กรณีคือกรณีเอกชัย กับเสถียร แต่เอกชัยถูกจับที่ชุมนุมของแดงสยาม ส่วนเสถียรถูกจับกรณีขายซีดีในที่ชุมนุม(ดูข่าว)


ปากคำสาวเสื้อแดงที่โดนการ์ดนปช.คุมตัวส่งตำรวจกรณีแจกเอกสารม.112ในที่ชุมนุมใหญ่12มีนาคม 2554

เผยแพร่ครั้งแรก 14 มีนาคม 2554
ที่มา เฟซบุ๊คคุณปลา แด่เพื่อนผู้เดือดร้อน


ภาพบน-การรณรงค์ยกเลิกม.112ในที่ชุมนุมใหญ่12 มีนาคม 2554 ภาพล่าง-เหตุระหว่างการ์ดนปช.คุมตัวกลุ่มที่เผยแพร่เอกสารม.112ส่งตำรวจ

หมายเหตุไทยอีนิวส์:เมื่อวันชุมนุมใหญ่ 12 มีนาคม 2554 ที่ผ่านมา เกิดเหตุการ์ดนปช.คุมตัวสตรีเสื้อแดงรายหนึ่งที่นำเอกสารเกี่ยวกับม.112จะไป เผยแพร่ในที่ชุมนุมส่งตำรวจ แต่ตำรวจปล่อยตัวเพราะตรววจสอบแล้วไม่มีความผิด ประเด็นนี้ได้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในหมู่คนเสื้อแดงอย่างกว้างขวาง สตรีรายนี้ได้เขียนบันทึกในเฟซบุ๊คเรื่อง ชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีเจ้าหน้าที่การ์ดนปช. นำส่งปลาให้คุณตำรวจสอบสวน ดังต่อไปนี้


13 มี.ค. 54 เรียนพี่น้องท่านที่เคารพ,

หลังจากผ่านพ้นคืนวันอันยากลำบากเมื่อวาน (12 มี.ค.) ตอบคำถามมิตรสหายที่ห่วงใยพร้อมให้ข้อมูลผู้ใหญ่อีกทั้งวัน รวมไปถึงพยายามจดจ่อกับข้อความมากมายที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างดุเดือด ทั้งรุนแรง เตือนสติ ติติง ด่าทอ ชื่นชม และให้กำลังใจ ซึ่งปลายินดีน้อมรับทุกความคิดเห็น จึงคิดว่าคงปล่อยทำมึนๆ อึนๆ อยู่เฉยอีกไม่ได้ เขียนอะไรเพื่อรับผิดชอบการกระทำ และชี้แจงเหตุการณ์เสียหน่อยดีกว่า

เรื่องไม่มีอะไรมาก เตรียมเอกสารมา 3 ชุด โดยจุดประสงค์ในใจเพื่อให้ความรู้กับชาวบ้าน เจตนาตั้งใจให้ชาวบ้านที่ไม่มีอินเตอร์เน็ต ได้เข้าถึงข่าวสาร รับรู้เหตุการณ์บ้าง

หลังจากกรำงานหนักทั้งอาทิตย์ อดนอนวันศุกร์อีกทั้งคืน เพื่อผลิตงานที่อาจจะเป็นได้ทั้งโบดำและโบแดงสำหรับใครหลายๆ คน เสร็จตอนรุ่งสาง อาบน้ำแต่งตัว เตรียมอุปกรณ์กล้อง และโน้ตบุ๊ก เดินทางข้ามจังหวัด เอาต้นฉบับเอกสารมาหาที่พิมพ์ สอบถามร้านถ่ายเอกสารและโรเนียวมาไม่ต่ำกว่า 15 ร้าน เพื่อหาร้านที่ถูก และดีที่สุด ตั้งแต่มหาชัย จุฬา ธรรมศาสตร์ วังหลัง ปิ่นเกล้า แล้วก็กลับมาจบที่วังหลัง

เงินติดตัวรวมกันกับเพื่อน มีอยู่ 1500 บาท ทำได้แค่อย่างมาก 3 รีม หน้าหลัง ไม่รู้ด้วยเหตุผลกลใดก็ตาม และด้วยความประมาทไม่ได้กดเงินออกมา พอจะใช้ขึ้นมาจริงๆ บัตร ATM และบัตรเครดิตทั้งหมดที่มี กดไม่ได้ ด้วยเหตุผลให้ติดต่อธนาคารเจ้าของบัตร ส่วนเพื่อนก็ลืมประเป๋าตังค์ไว้ที่บ้าน ตกลงใจ X-rox ทั้งหมดอย่างละรีม

เสร็จสิ้นขบวนการ ราวๆ เกือบบ่าย 2 ข้าวเช้ายังไม่ตกถึงท้องและยังไม่ได้นอนเลย ถึงที่ชุมนุมราวบ่าย 2 กว่าๆ ฝนเริ่มโปรยลงมาพอเป็นกระษัย เพื่อนอีก 2 คน ตัดสินใจนำเอกสารที่ได้ทั้งหมดมาอุ้มไว้ ระหว่างหันรีหันขวางจะเอายังไง ก็เริ่มมีคนสงสัยใฝ่รู้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นมวลชนสูงอายุ ที่ไม่น่าจะมี Facebook ไว้ระบาย

เริ่มเดินมาเมียงมองสงสัยสอบถาม Target มาแล้ว!!!

จากนั้นระหว่างที่เพื่อนเริ่มตอบคำถามสนทนา คนแรกเริ่มดึง คนที่สองเริ่มตาม เอกสารเริ่มอยู่ในมือผู้สนทนา ระหว่างนั้นเรายืนถ่ายภาพบรรยากาศคนไม่หนีฝนอยู่ หันมาอีกที มีคุณการ์ดหนึ่งคนมาคว้าข้อมือเพื่อนเรา ดึงเอกสารออกไปอย่างค่อนข้างรุนแรง เจรจาว่าจะแจกอะไร ควรขออนุญาตส่วนกลาง

เราจึงตกลงให้เค้าเดินนำเราไปที่ส่วนกลางเพื่อชี้แจงจุดประสงค์ในการแจก เอกสารอย่างเต็มใจ ไม่มีท่าทีขัดขืน เมื่อไปถึง เราขอเดินเข้าไปชี้แจงเรื่องที่มาของเอกสารและแสดงตนอย่างบริสุทธิ์ใจ การ์ดเดินไปรายงานผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่เราค่อนข้างคุ้นเคย มีหน้าที่ดูแลการ์ดส่วนกลางโดยตรง

หลังจากพบปะเห็นหน้าทักทาย ผู้ใหญ่รับรองกับทุกคนถึงสถานะของเราว่าไม่ใช่คนอื่นมาแฝง แกรู้จัก เราจึงแจ้งเรื่องเอกสารว่าจะขออนุญาต จากนั้นได้เดินแยกออกมาเพื่อกลับออกมาจากหลังเวที

จากนั้นมีชายประมาณ 6 – 7 คน เข้ามาพูดคุยยึดเอาเอกสารไปจากมือเรา พร้อมทั้งขอค้นตัว ค้นกระเป๋า เมื่อความเหนื่อย อดนอน บวกกับความไม่เข้าใจในพฤติกรรมของการ์ดเริ่มปะทุออกมาในเวลาเดียวกัน ความไม่พอใจจึงเริ่มบังเกิด เราขอร้องแค่เพียงให้เขาอ่านเอกสารสักนิด เขาตอบกลับมาว่า “ไม่อ่าน ไม่มีอำนาจตัดสินใจ” และไม่ให้เรากลับเข้าไปพบผู้ใหญ่ท่านนั้นเพื่อสอบถามความชัดเจน

ซึ่งภายหลังเราทราบว่าไม่ใช่การ์ดที่รับผิดชอบส่วนกลาง เพียงแต่อาจจะหวังดีและด่วนตัดสินใจ เนื่องจากซื่อตรงและตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่ เมื่อตกลงกันไม่ได้ เนื่องจากเราไม่เข้าใจว่าทำไมจึงไม่อ่านเอกสารทบทวนก่อน พิจารณาก่อน เมื่อเริ่มไม่รู้เรื่อง เริ่มเสียงดัง เค้าบอกเราว่า โอเค งั้นน้องมาคุยกับพี่ด้านนอก

เราจึงเดินตามออกไป ด้วยเข้าใจว่าคงไม่น่ามีอะไร น่าจะตกลงเจรจากันได้ แต่ผลปรากฏ คือ เขานำเอกสารทั้งหมดไปวางปึ้ง! ที่โต๊ะเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมสำทับว่า น้องนี่ทำเอกสารหมิ่นมาแจก ขอให้เจ้าที่ตำรวจสอบปากคำและพิจารณาได้เลย เราหันไปมองหน้าพวกเขาด้วยความไม่เข้าใจ ทวงถามว่าเหตุใดที่ด่วนตัดสินเรา ไม่ฟังความ แทนที่จะเจรจาคุยกัน แต่กลับเลือกที่จะทำเรื่องราวให้บานปลายใหญ่โต

จากนั้นมีเรื่องราวเรื่องเครื่องหมายชฎา กับอะไรต่อมิอะไรตามมาอีกมากมาย เราได้แต่บอกว่าขอให้ใครสักคนในที่นี้ช่วยอ่านสักนิด ช่วยพิจารณา ก่อนได้มั้ย จากนั้นแล้ว หากจะตัดสินเราว่าผิดอย่างไร ก็ค่อยมาว่ากันต่อ

ไม่มีคำตอบใดๆ มีเพียงแต่สายตาเหยียดหยามดูแคลนของการ์ดเพียงบางคน(ที่เข้าใจว่าเรามาแฝง) กับการตัดสินคนโดยด่วนสรุป และประโยคที่ว่า “เดี๋ยวเราไปคุยกันที่โรงพัก” จากคุณตำรวจ เราได้แต่ก้มหน้าจำทนกับความไม่ยุติธรรมที่เกิดตรงหน้า

จริงอยู่ ไม่ได้จับกุมคุมขัง

จริงอยู่ ไม่ได้ใส่กุญแจมือ

จริงอยู่ ไม่ได้มีการลงบันทึกการจับกุม

แต่หัวใจ โดนคุมขังไปแล้วเสียสิ้น... กับคำกล่าวหาที่คุณตำรวจคนหนึ่ง เอ่ยกับเราว่า “คุณมันศรีธนญชัยนี่ !!!”


โดนพิพากษา???

ระหว่างเดินไปขึ้นรถ... หันมาบอกเพื่อนอีก 2 คน อย่ายุ่ง อย่าออกตัว ขอรับผิดคนเดียว ปลาทำเอง สมควรที่จะต้องรับผิดชอบการกระทำของตนเอง เพื่อนมาร่วมหัวจมท้าย เอาตัวมาเสี่ยงช่วยกัน ก็ดีเท่าไหร่แล้ว ยังมีหน้าจะหวังเอาความผิดไปให้เพื่อนได้อีกหรือ เพื่อนคนหนึ่งทำงานในที่แจ้งตลอดเวลา ในขณะที่อีกคนมีเรื่องเงื่อนที่ทำงานมาผูกรัดตัวไว้

ไปถึงสน.หลังจากคุณตำรวจทุกคนช่วยกันอ่านเอกสาร และกำลังพิจารณา เราตัดสินใจขอใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อยืนยันถึงที่มาของข้อมูล ว่าเป็นข้อมูลสาธารณะ เผยแพร่อย่างเปิดเผย ไม่ได้มีลับลมคมในเป็นที่ปกปิดแต่อย่างใด ความหวังเรายังคงมี ว่าคุณตำรวจอาจจะเข้าใจเนื้อหาที่เราพยายามสื่อสาร ประกอบกับไม่มีเจตนาจะรบกวนให้ผู้อื่นต้องมาเป็นธุระลำบาก เราจึงไม่ได้โทรติดต่อขอความช่วยเหลือจากใคร ใดๆ

แต่สักพักไม่นาน มีคนหลายคนทยอยมากันอย่างที่เราเองก็ยังคงนึกงงๆ เพื่อนๆสนนท. ที่เราเองไม่เคยรู้จักกันเป็นการส่วนตัว ได้แต่ทราบจากหน้าค่าตา ว่าใครเป็นใครในบัญชีรายชื่อเพื่อนใน FB ไม่เคยคุยกันเลยด้วยซ้ำ เพื่อนๆคุณพ่อที่มาเป็นทั้งตัวแทนพรรคการเมืองและตัวแทนทางใจกับครอบครัว เพื่อนๆ พี่ๆ รวมไปถึงผู้ใหญ่ที่เราเคารพนับถืออีกหลายท่าน ทนายความและอาจารย์จากนิติราษฎร์ และอีกนับไม่ถ้วนที่ทยอยกันมาอย่างไม่ขาดสาย ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาเพื่อมารับฟังข่าวสารด้วยความห่วงใยและพยายามหาทาง ช่วยเหลือ (แต่ไม่ยักกะมีใคร เอาข้าวผัดกับโอเลี้ยงมาเยี่ยมแฮะ =_=” )

ระหว่างนั้นเราชี้แจงเรื่องที่มาข้อมูลและจุดประสงค์ในการจัดทำให้ จพนง.สืบสวนได้ทราบ พร้อมทั้งคุยกันอย่างเปิดใจ เป็นความโชคดีที่คุณตำรวจหลายๆท่านเปิดโอกาส ยินดีรับฟังคำอธิบาย ประกอบทั้งคำให้การ, หลักฐาน และเจตนา เจ้าพนักงานสืบสวนจึงลงความเห็นว่าไม่มีความผิด ไม่สามารถแจ้งข้อกล่าวหาใดๆได้ ซึ่งก่อนจะได้รับการปล่อยตัวกลับบ้าน หลัง จากอยู่ที่นั่นมาร่วม 6 - 7 ชั่วโมง รองผู้กำกับการยืนยันว่าเราต้องแสดงตน แหล่งที่อยู่ที่ชัดเจน เราจึงบริสุทธิ์ใจโดยพาไปที่บ้าน และได้กลับมาที่ชุมนุมอีกครั้ง เพื่อมาแสดงตนว่าบริสุทธิ์ และมาขอคำอธิบาย

ได้รับทราบว่าทุกคนเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้รับทราบว่าไม่มีใครมีเจตนาอยากจะให้เกิด เราเองก็เช่นกัน...

*ขอขอบคุณทุกๆความช่วยเหลือ จากเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่ไปเป็นกำลังใจที่โรงพักทุกท่าน มันเป็นความอบอุ่น และน้ำใจอันยิ่งใหญ่ บ่งบอกให้รู้ว่า “พวกคุณไม่ทิ้งเพื่อนแน่นอน”

*ขอขอบคุณผู้ใหญ่ทุกๆ ท่านที่เป็นธุระจัดหา ประสานงานขอความช่วยเหลือทั้งเบื้องหน้า และเบื้องหลัง

*ขอขอบคุณแดงสยาม สนนท. พี่กุ้ย ประชาไท อ.สาวตรี อ.ประเวศ อ.ปิยบุตร แสงกนกกุล อ.สุดา รังกุพันธ์ พี่หนิง จิตรา คชเดช พี่โรส(ทนาย112) ทนายอานนท์ สำหรับแรงสนับสนุน ความเข้าใจ กำลังใจ และการให้ความช่วยเหลือ แนะนำด้านกฎหมาย

*ขอขอบคุณแดงนปช. รวมไปถึงแดงปัจเจก แดงเสรีชน ทุกคน ที่เป็นห่วงเป็นใยถามไถ่ และร่วมผนึกกำลังกันให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มความสามารถ

*ขอขอบคุณ ผู้ใหญ่ (พี่ชายคนนั้น) , ดร.ประแสง มงคลศิริ และคุณณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่พยายามติดต่อประสานงานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่ช่วยชี้แจง ข้อเท็จจริง และเหตุการณ์ รวมทั้งอุดช่องโหว่ไม่ให้ปลาถูกฉกฉวยจังหวะในการให้ร้ายเพิ่มเติม

*ขอขอบคุณคุณตำรวจ ส่วนใหญ่ที่ยังคงรักษาไว้ซึ่งความยุติธรรม เข้าใจ และเปิดใจรับฟังคำชี้แจง


ในกรณีนี้ปลาจะขอไม่โทษว่าเป็นความผิดของใคร หรืออะไร แต่เกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์และความเข้าใจผิดกันล้วนๆ หลาย ครั้งที่เราพลาดเพราะความเป็นห่วง กังวล เฉกเช่นเดียวกันกับที่แกนนำและเจ้าหน้าที่การ์ดที่ต้องดูแลรับผิดชอบคนจำนวน มากที่มีพฤติกรรมหลากหลาย เค้าเหล่านั้นย่อมต้องห่วง กังวลถึงเหตุร้ายไม่พึงประสงค์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ซึ่งนี่อาจจะเป็นจุดอ่อนของคนเสื้อแดง


** 6 ศพวัดปทุม ตายเพราะพยายามช่วยเหลือกันและกัน

** วีรชนหลายคนตาย เพราะเลือกที่จะปกป้องพี่น้องคนอื่นๆ ไม่ให้ทหารเข้ามาถึงตัว จึงเลือกที่จะเป็นด่านหน้าแทนที่จะหลบหนี

** วีรชนหลายคนตาย ในขณะที่พยายามช่วยเหลือคนอื่นๆ ที่บาดเจ็บและกำลังลำบาก

*** แดงนปช. มีปัญหากับแดงสยาม เนื่องจากแดงนปช. ห่วงผลกระทบต่อมวลชน ในขณะที่แดงสยามห่วงความรู้สึกของมวลชน แต่ไม่ว่ายังไง ทั้งสองแดง มีประชาชนเป็นจุดศูนย์กลาง ซึ่งนั่นถือเป็นสิ่งดี***

*** หลายครั้ง ใครหลายคนทะเลาะกันเองอย่างดุเดือดเลือดพล่าน แต่บทสรุปสุดท้าย ต่างคนต่างก็ห่วงชาวบ้าน ห่วงอนาคตประเทศชาติ และห่วงหาอาทรต่อความยุติธรรมเฉกเช่นเดียวกัน ***


ครั้งนี้ก็เช่นกัน พวกคุณหลายคน มีปัญหากัน ขุ่นเคืองและตั้งคำถามใส่กัน เพราะความห่วง ---- ห่วงปลาบ้าง ห่วงภาพลักษณ์บ้าง ห่วงสถานภาพมวลชนโดยรวมบ้าง และห่วงชีวิต – จิตวิญญาณของมวลชนบ้าง

ข้อดีของสิ่งๆ นี้ คือ บ่งบอกให้รู้ว่าเรายังคงเป็นมนุษย์ มีชีวิตจิตใจ มีความรู้สึกนึกคิดดีอยู่ ไม่เลือดเย็นเข่นฆ่าใครได้ เหมือนอย่างฝ่ายตรงข้ามที่เรานึกรังเกียจในวิธีคิดและปฏิบัติ ปลาเชื่อและพยายามเชื่อเหลือเกินว่าเราจะไม่สามารถบูชายันต์พวกเดียวกันเอง ได้ไม่ว่าในกรณีใดๆ ก็ตาม

นอกจากนี้ ปลาขออนุญาตชี้แจงเหตุผลที่มาที่ไปของการจัดทำเอกสารชุดนี้ให้เพื่อนๆ ได้รับทราบ..

ประการแรก ขออนุญาตแจ้งความจำนงก่อนเลยว่า เจตนาทำมาเพื่อเผยแพร่เนื้อหาให้แก่พี่น้องเราที่ไม่มีโอกาสเข้าถึงอินเทอร์เน็ตให้ได้รับรู้ รับฟังข่าวสาร เข้าถึงเหตุการณ์ให้ง่ายขึ้น

ดังที่มีคุณตาย่าน จากเว็บ Prachatalk ได้ วิจารณ์ไว้ ว่าจะโง่ เสล่อ มาเดินแจกทำไม ทำไมไม่เอาแต่ลิ้งค์มาให้ ถ้าอยากรู้อะไรจะเข้าไปหาเอง คำตอบ คือ ก็แล้วปลาจะเสียเวลาเผยแพร่ให้พวกคุณไปทำไมเล่าคะ เพราะในเมื่อคุณเองก็สามารถเข้าตามลิ้งค์ได้ เข้าถึงได้ง่ายอยู่แล้ว เหตุใดคุณจึงจะไม่มีความสามารถ พยายามใฝ่หา ใฝ่รู้ ไปค้นหาเองบ้างโดยที่ไม่ต้องมีคนเอื้ออำนวยให้ จริงมั้ยคะ???

ดังนั้น กลุ่มเป้าหมาย หรือ Target จึงไม่ใช่คนอื่นคนไกล เป็นพี่น้องลุงๆ ป้าๆ เรานี่เอง ที่หากจะให้ญาติผู้ใหญ่เราเหล่านั้นไปเปิด Facebook สักอัน เพื่ออัพเดตข่าวสารนั้น คงจะกล้ำกลืนฝืนทนเต็มที

ในแผ่นที่ว่าด้วยเรื่อง 112 นั้น ได้ประมวลข้อกฎหมายมาตราต่างๆเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นหลักและแนวทางให้เห็นถึงข้อกำหนดและบทลงโทษตามมาตราต่างๆ รวมไปถึงชี้แจงตาม

โจรปล้น10ครั้งยังไม่เท่าไฟใหม้ครั้งเดียว..ใช้ไม่ได้แล้ว

ที่มา การ์ตูนมะนาว



องค์กรสิทธิ ‘อาร์ติเคิล 19’-‘แอมเนสตี้ฯ’ ประณามคำตัดสินคดี ’อากง’

ที่มา ประชาไท

องค์กรสิทธิมนุษยชนนานาชาติ ‘อาร์ติเคิล 19’ แถลงการณ์ประณามผลการตัดสินคดี ‘อากง’ เหยื่อคดีหมิ่นฯ รายล่าสุดที่ถูกตัดสินจำคุก 20 ปี ร้องรัฐไทยต้องโมฆะตัดสินดังกล่าว พร้อมแก้ไขมาตรา 112-พ.ร.บ. คอมพ์ฯ ด้าน ‘แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล’ ชี้ ‘อากง’ เป็น ‘นักโทษการเมือง’

สืบเนื่องจากคดีนายอำพล (ขอสงวนนามสกุล) จำเลยในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ- พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ที่ถูกตัดสินจำคุก 20 ปี เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา (17 พ.ย. 54) เนื่องจากถูกกล่าวหาว่าส่งข้อความทางโทรศัพท์มือถือหมิ่นเบื้องสูงไปหา เลขานุการของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะจำนวน 4 ข้อความนั้น

องค์กรรณรงค์ระหว่างประเทศด้านสิทธิด้านเสรีภาพในการแสดงออก ‘อาร์ติเคิล 19’ (Article 19) และแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล องค์กรสิทธิมนุษยชนสากล ได้ออกแถลงการณ์ประณามคำตัดสินดังกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยระบุว่า คำตัดสินดังกล่าวเป็นที่น่าตกใจอย่างมาก แสดงให้เห็นถึงการจงใจละเมิดเสรีภาพในการแสดงออกอย่างชัดเจนของทางการไทย

“การตัดสินลงโทษดังกล่าวเป็นการละเมิดต่อเสรีภาพในการแสดงออกอย่างชัด แจ้ง” นายเบนจามิน ซาแวกกี นักวิจัยสากลของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลประจำประเทศไทยกล่าว “อำพลเป็นนักโทษการเมือง” เขาระบุ

นายเบนจามินยังชี้ว่า กฎหมายอาญามาตรา 112 มีผลเหนือคำสั่งตามรัฐธรรมนูญของไทย และบทบัญญัติและการใช้ของกฎหมายดังกล่าว ยังขัดแย้งกับพันธกรณีของไทยที่ต้องมีต่อหลักกฎหมายระหว่างประเทศอีกด้วย

ทั้งนี้ ประเทศไทยได้ให้สัตยาบันในกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิ ทางการเมืองแห่งสหประชาชาติแล้วตั้งแต่ปี 2540 ซึ่งกำหนดให้รัฐบาลไทยต้องคุ้มครองเสรีภาพทางความคิด และสิทธิของพลเมืองในการแสดงความเห็นและการแสดงออกโดยเท่าเทียมกัน

องค์กร ‘อาร์ติเคิล 19’ ยังได้เรียกร้องให้ไทยยกคำตัดสินในคดีนายอำพลเป็นโมฆะโดยทันที เนื่องจากมองว่า การใช้กฎหมายหมิ่นฯ เป็นการละเมิดสิทธิในการแสดงออกอย่างร้ายแรง และยังปรากฎถึงการใช้หลักฐานที่ยังขาดความน่าเชื่อถือในการเอาผิดนายอำพลอีก ด้วย อาร์ติเคิล 19 ระบุในแถลงการณ์ว่า จะยังคงเรียกร้องให้รัฐบาลไทยยกเลิกกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และแก้ไขพ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ให้สอดคล้องกับรัฐธรมนูญไทยและมาตรฐานกฎหมายสากลต่อไป

ด้านนายสมชาย หอมลออ กรรมการอิสระค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ให้ความเห็นว่า การตัดสินคดีนายอำพลแสดงให้เห็นถึงความไม่เอาจริงเอาจังของรัฐบาลในการแก้ ปัญหาการละเมิดสิทธิ เช่นเดียวกับการดำเนินคดีของนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข และชี้ว่า การใช้กฎหมายดังกล่าวในทางที่ผิด ยิ่งแต่จะทำให้เกิดการเผชิญหน้าระหว่างฝ่ายที่เห็นต่างในสังคมรุนแรงขึ้น และนำมาซึ่งความเสื่อมเสียแก่สถาบันฯ มากกว่าเดิม

ฉลองปีใหม่อิสลาม ฮ.ศ.1433 ปัตตานีจัดใหญ่พ่วงมหกรรมตาดีกา

ที่มา ประชาไท

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 26 พฤศจิกายน 2554 ที่หน้าอาคารสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี มูลนิธิศูนย์ประสานงานตาดีกา 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (PERKASA) ร่วมกับองค์กรต่างๆ จัดงานต้อนรับปีใหม่อิสลาม มหกรรมตาดีกาจังหวัดปัตตานี ระหว่างวันที่ 26 – 27 พฤศจิกายน 2554 โดยมีนักเรียนตาดีกา (โรงเรียนสอนศาสนาอิสลามขึ้นพื้นฐาน) จากชมรมตาดีกาในอำเภอต่างๆ ในจังหวัดปัตตานีเข้าร่วมประมาณ 500 คน
ทั้งนี้เนื่องจากวันนี้ตรงกับวันที่ 1 เดือนมุฮัรรอม ปีฮิจเราะห์ศักราช(ฮ.ศ.) 1433 ซึ่งเป็นวันเริ่มต้นปีใหม่ตามปฏิทินอิสลาม
งานเริ่มด้วยการจัดเดินขบวนไปตามเส้นทางต่างในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี โดยผู้ร่วมขบวนแต่งกายตามประเพณีและวัฒนธรรมอิสลามอย่างมีสีสันหลากหลาย
ในงานมีกิจกรรมต่างๆ ประกอบด้วย การแข่งขันกีฬาของนักเรียนตาดีกา เช่น ฟุตบอล วอลเลย์บอล เซปักตะกร้า จัดที่สนามกีฬากลาง องค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี
ส่วนกลางคืนมีกิจกรรมบนเวที เช่น การประกวดร้องเพลงอนาซีด การแข่งขันท่องจำอัลกุรอาน การแข่งขันอภิปรายภาษามลายู (sarah) การประกวดอ่านบทกวีภาษามลายู (ซาเญาะห์) เป็นต้น
นายอับดุลมูไฮมีน สาและ ประธานมูลนิธิศูนย์ประสานงานตาดีกา 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในฐานะประธานจัดงาน เปิดเผยว่า การจัดงานมหกรรมตาดีกาจังหวัดปัตตานีครั้งนี้เป็นครั้งที่ 31 แล้ว แต่ปีนี้มีความพิเศษกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากตรงกับวันปีใหม่ของอิสลาม โดยองค์กรต่างๆในจังหวัดปัตตานีร่วมสนับสนุน
นายอับดุลมูไฮมีน เปิดเผยต่อไปว่า จุดประสงค์ของโครงการ นอกจากเพื่อต้อนรับปีใหม่อิสลามแล้ว ยังเป็นการแสดงความรู้สึกสำนึกต่อศาสนาอิสลาม และแสดงความยิ่งใหญ่ของประชาชาติอิสลาม รวมทั้งเพื่อทดสอบความสามารถของเด็กๆ มุสลิม โดยมีเวทีให้เด็กๆได้แสดออก และเพื่อส่งเสริมความสามัคคีและความเป็นเอกภาภาพของชาวมุสลิม
นายแวดือราแม มะมิงจิ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า การจัดโครงการต้อนรับปีใหม่อิสลามและมหกรรมตาดีกา เพื่อการรักษาอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและประเพณีของมลายูมุสลิมใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
สำหรับองค์กรร่วมจัดงานนี้ ประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี องค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี สหกรณ์ออมทรัพย์อิสลามปัตตานี มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมจังหวัดปัตตานี Bugaraya Group มูลนิธิทรัพยากรเอเชีย และชมรมส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรมชายแดนภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

เครือข่ายย้ายถิ่นน้ำโขงจี้รัฐลงทะเบียนสถานภาพแรงงานข้ามชาติ

ที่มา ประชาไท

26 พ.ย. 54 - แถลงการณ์เครือข่ายการย้ายถิ่นในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงต่อการประชุมระดับโลก เรื่องการย้ายถิ่นและการพัฒนาครั้งที่ห้า โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
แถลงการณ์เครือข่ายการย้ายถิ่นในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงต่อการประชุมระดับโลก

เรื่องการย้ายถิ่นและการพัฒนาครั้งที่ห้า
แรงงานข้ามชาติจากประเทศเพื่อนบ้านในลุ่มน้ำโขงมีความชำนาญอย่างยิ่ง และสามารถฟื้นคืนสภาพเดิมและเรียกร้องให้มีการตระหนักและเคารพตามสิทธิจาก รัฐบาลของพวกเขา
แรงงานจากอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงไม่สามารถที่จะไว้วางใจกับรัฐใดๆหรือ องค์กรระหว่างประเทศองค์กรไหนที่จะให้อำนายความสะดวกหรือจัดการการย้ายถิ่น หรือปกป้องสิทธิของพวกเขา แทนที่จะรอการช่วยเหลือพวกเขาได้จัดการการเคลื่อนย้ายและจัดตั้งตนเองเพื่อ ทวงถามถึงสิทธิของตน แรงงานได้ค้ำจุนครอบครัวและชุมชนของพวกเขาโดยที่ไม่ได้รับการตระหนักหรือการ อำนายความสะดวกใดๆ พวกเขาเองได้สร้างระบบซึ่งมีประสิทธิภาพ สะดวกและเหมาะสม
ในช่วงเวลาวิกฤตแรงงานได้จัดสร้างชุมชนของพวกเขาเพื่อที่จะให้การช่วย เหลือด้านที่พักพิงและสนับสนุนสำหรับแรงงานข้ามชาติคนอื่นที่ต้องการความ ช่วยเหลือ ล่าสุดชุมชนแรงงานข้ามชาติทุกหนทุกแห่งในประเทศไทยได้จัดกิจกรรมเพื่อหาเงิน ช่วยเหลือแรงงานข้ามชาติและประชาชนไทยที่เดือดร้อนจากน้ำท่วม ในขณะเดียวกันชุมชนแรงงานข้ามชาติในพื้นที่ชายแดนได้ต้อนรับผู้คนร่วมชาติ ที่หนีจากน้ำท่วมในกรุงเทพฯและจังหวัดอื่นๆในพื้นที่ภาคกลางของไทย โดยไม่คำนึงถึงคำขู่จากเจ้าหน้าที่ที่ว่าจะมีการกวาดล้างแรงงานผิดกฎหมาย
ในขณะที่แรงงานข้ามชาติจากประเทศเพื่อนบ้านในลุ่มน้ำโขงมีความเชี่ยว ชาญอย่างยิ่งและสามารถฟื้นคืนสภาพเดิมได้ แต่พวกเขาเหล่านั้นยังคงมีความประสงค์ที่จะเรียกร้องตามสิทธิที่ยังไม่ได้ รับจากรัฐบาลและรอคอยด้วยใจจดจ่อเพื่อให้รัฐบาลปฏิบัติการต่อข้อเสนอ ดังต่อไปนี้คือ
ผู้ย้ายถิ่นประสงค์เป็นอย่างยิ่งที่จะให้รัฐบาลในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง อุทิศทรัพยากรที่ดีกว่านี้เพื่อการบริการทางสังคมที่จำเป็นสำหรับประชากรทุก คนในภูมิภาค หากดำเนินการเช่นนั้นจะทำให้ผู้ย้ายถิ่นสามารถที่จะเข้าถึงการบริการที่จำ เป็นได้ในประเทศต้นทางและปลายทาง การย้ายถิ่นและผู้ย้ายถิ่นต้องได้รับการบรรจุในวาระแห่งชาติเรื่องแผนด้าน เศรษฐกิจและสังคม
เพื่อที่แรงงานจะสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนและประเทศของพวกเขา แรงงานยังต้องการให้รัฐบาลปฏิบัติการโดยทันทีในการต่อต้านการคุกคาม การเลือกปฏิบัติและความรุนแรงในทุกรูปแบบที่แรงงานประสบอยู่ทุกเมื่อเชื่อ วันจากตำรวจ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง นายจ้างและคนอื่นๆที่แสวงหาผลประโยชน์เอารัดเอาเปรียบจากกระบวนการย้ายถิ่น ความรุนแรงเหล่านั้นมีผลกระทบเชิงลบในการพัฒนาและความมั่นคงของประชาชนในอนุ ภูมิภาคลุ่มน้ำโขง
ผู้ย้ายถิ่นจากอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงอยากให้รัฐบาลเข้าใจว่า การจับ การกักขังและส่งกลับแรงงานในข้อหาที่เกี่ยวกับการเข้าเมืองผิดกฎหมาย เป็นการจัดการที่ไร้ประโยชน์ เสียเวลา และสิ้นเปลืองงบประมาณ แรงงานข้ามชาติต้องการที่จะทำงาน อุตสาหกรรมและเศรษฐกิจของประเทศต้องการแรงงาน ดังนั้นแรงงานที่ถูกส่งกลับก็จะกลับเข้ามาใหม่
การแก้ปัญหาดังกล่าว แรงงานย้ายถิ่นขอร้องให้รัฐบาลจัดให้มีการลงทะเบียนสถานภาพซึ่งส่งผลให้พวกเขาสามารถที่จะอยู่และทำงานถูกต้องได้
อนุภูมิภาคนี้ได้เป็นประจักษ์ถึงการบังคับการย้ายถิ่นในหลากหลายรูปแบบ ผู้ที่ย้ายถิ่นในสภาพที่ถูกบังคับต้องการการคุ้มครองที่เฉพาะจากรัฐบาลและ หน่วยงานของสหประชาชาติ
ผู้ย้ายถิ่นที่หลบหนีจากความขัดแย้ง การกดขี่ทางการเมืองและการสู้รบในภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรุนแรงที่ใช้ต่อต้านชนกลุ่มน้อยคะฉิ่นและกระเหรี่ยงใน พม่า พวกเขาไม่ได้อยู่ในภาวะที่สามารถจัดการตนเองได้ในทันทีและต้องการการช่วย เหลือ และคุ้มครองในช่วงแรกและมีความมั่นคงและสามารถปรับตัวสอดคล้องได้ในระยะยาว รัฐบาลควรที่จะยึดหลักหลักการไม่ผลักดันกลับ (non-refoulement) เพื่อปฏิบัติต่อผู้ลี้ภัยและผู้ที่แสวงหาที่ลี้ภัยในภูมิภาค
แรงงานที่ถูกค้ามนุษย์ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเอง ได้โดยทันที พวกเขาต้องการให้รัฐบาลยึดการปฏิบัติเพื่อให้พวกเขาและเธอเข้าถึงความ ยุติธรรมและจัดให้มีการเข้าถึงค่าชดเชยและเยียวยาความเสียหายที่น่าพึงพอใจ พวกเขาไม่ควรถูกบังคับให้อยู่ในบ้านพักโดยที่ไม่เต็มใจ ในสถานการณ์ที่ผู้ถูกค้ามนุษย์ขอให้มีการจัดให้อยู่ในบ้านพัก บ้านพักนั้นควรมีการจัดให้เป็นบ้านพักที่ให้การต้อนรับ มีบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหมาะสมและเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
อีกทั้งยังมีผู้คนในภูมิภาคที่สูญเสียสัญชาติหรือเกิดมาโดยที่ไม่ได้ รับการรับรองสภาพบุคคลทางกฎหมายจากรัฐใดรัฐหนึ่ง รัฐบาลในภูมิภาคนี้และหน่วยงานสหประชาชาติต้องพัฒนาการตอบรับที่สมบูรณ์แบบ ต่อสถานการณ์ของผู้ไร้สัญชาติทุกคนในภูมิภาคและทำให้มั่นใจว่าพวกเขาจะมี สิทธิที่จะได้รับสัญชาติ
เครือข่ายการย้ายถิ่นในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงตระหนักดีว่าในขณะที่ข้อ ห่วงใยบางประการที่กล่าวมาข้างต้น ควรได้รับการแก้ไขจากรัฐบาลในประเทศในภูมิภาค ทั้งในระดับประเทศและระดับอนุภูมิภาค แต่ยังมีข้อห่วงใยบางประการที่ต้องอาศัยความร่วมมือกับสหประชาชาติในการ แก้ไขปัญหา
เราเชื่อว่าสหประชาชาติเป็นหน่วยงานที่มีความเหมาะสมอย่างที่สุดที่จะ จัดการสนทนาระดับโลกเรื่องการย้ายถิ่น และเชื่อว่าสมาชิกของสหประชาชาติจะเห็นสอดคล้องที่จะนำการประชุมระดับโลก เรื่องการย้ายถิ่นกลับไปจัดภายใต้หน่วยงานของสหประชาชาติ อย่างไรก็ตาม เรายังมีความกังวลว่าหน่วยงานสหประชาชาติในปัจจุบันยังไม่มีหน่วยงานที่รับ ผิดชอบโดยตรงในการปกป้องและส่งเสริมสิทธิแรงงานข้ามชาติ 21 ปีหลังจากที่มีการอนุมัติให้มีอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิแรงงานและ ครอบครัว ปี 1990 เรามีความเชื่ออย่างเต็มเปี่ยมว่า ถึงเวลาแล้วที่สหประชาชาติจะสร้างหน่วยงานของตนเพื่ออุทิศการทำงานเพื่อแรง งานย้ายถิ่น

Like สะท้านฟ้า...ล่าสะท้านนรก

ที่มา blablabla

โดย

ภาพถ่ายของฉัน



ณ แผ่นดิน..เลื่องลือ..ชื่อตอแหล
ความจริงแท้..แดนมนุษย์..สุดน่าขัน
สังคมเมือง..เรืองไสว..วิไลวรรณ
คำโจษจัน..สวรรค์สร้าง..ต่างร่ำลือ....


ในโซเซียล..มีเม้นท์-ไล้ท์..ไว้แยกสี
ทั้งชั่ว-ดี..เลวระยำ..ทำไขสือ
นักแสดง..พวกดารา..หน้ากระบือ
ต่างยืมมือ..กดเม้นท์-ไลท์..ไว้ประจาน....


ถึงคราวยุค..มืดมน..จากคนรัฐฯ
ออกกฎมัด..เม้นท์-ไลท์..ให้ฟุ้งซ่าน
พอได้คืบ..จะเอาศอก..บอกสันดาน
เผยสามานย์..ซ้ำซาก..จากรัฐมนตรี....


ยุคบ้านป่า..แดนเถื่อน..เหมือนเมืองทาส
เติมอุบาทว์..ให้ผองชน..หม่นหมองศรี
ช่างสมชื่อ..ตอแหลแลนด์..แดนอัปรีย์
ชอบย่ำยี..ประชาราษฎร์..ใต้บาทตน....


๓ บลา / บ่าย ๒๗ พ.ย.๕๔