ที่มา thaifreenews
โดน TAN007
25/10/54 ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ตัวแทนเวบประชาทอล์คและอินเตอร์เน็ตเสรี เข้าพบนายกรัฐมนตรีคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพื่อมอบเงินบริจาคของสมาชิกเวบเพื่อช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
บรรยากาศระหว่างรอคิวพบ ท่านนายก
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Monday, November 28, 2011
ภาพตัวแทนเวบประชาทอล์ค+IF เข้าพบนายกยิ่งลักษณ์!!
@PravitR: ทวีตนี้แด่ มัลลิกา บุญมีตระกูล
ที่มา ประชาไท
ประวิตร โรจนพฤกษ์
@PravitR
หลังจากคุณมัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้แสดงเจตจำนงเสนอรัฐบาลให้พยายามจัดการกับ “เพจหมิ่น” โดยใช้มาตรการขั้นสุดท้าย หากวิธีการอื่นไม่ได้ผล ด้วยการปิดเฟซบุ๊ก และยูทูบ เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ผมได้รับแรงบันดาลใจในการทวีตเรื่องเสรีภาพในการแสดงความเห็นต่าง และการเซ็นเซอร์ในสังคมไทย จากเธอโดยตรง ทั้งที่ผมไม่เคยรู้จัก หรือดูรายการที่เธอเคยเป็นพิธีกรมาก่อน ต้องขอบคุณคุณมัลลิกามา ณ ที่นี้
1. ตื่นเถิดชาวไทยอย่ามัวให้เขาปิดหูปิดตา
2. ไหนบอกเรารักกัน แต่ทำไมต้องมาเซ็นเซอร์กัน?
3. Censorship อย่างยั่งยืน = ปิดประเทศแม่งเลย!
4. คุณมัลลิกาอยากเอากะลาครอบสังคมไทย?
5. คนที่ชอบเลี้ยงกบในกะลามักชอบปิดหูปิดตาประชาชน
6. ไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่าการปิดหูปิดตาประชาชนและบอกว่ามันดีต่อประชาชน!
7. พวกเขาอยากบอนไซเรา ให้เราเป็นสัตว์เซื่องๆพิกลพิการ
8. คุณปิดตาเขา เท่ากับคุณปิดใจตัวคุณเอง
9. นี่ถ้าผมไปปิดหูปิดตาคุณมัลลิกา เธออาจชอบมากก็ได้!
10. มุขตลก! หัวหน้า: นี่คุณมัลลิกาแย่งซีนเอาไอเดียคนส่วนใหญ่ในพรรคเพื่อเอาหน้าคนเดียวได้ไงกัน?
11. คนไทยควรรีบเอ็นจอย FB & You Tube ก่อนอาจไม่มีโอกาสได้เล่นอีกตลอดชีวิต
12. ผมพวกบอกพวกเขาหลายครั้งแล้วว่ายิ่งปิดคนก็ยิ่งสงสัย แต่พวกเขาไม่ฟัง
13. ปิดสิๆๆๆๆ แล้วจะดูซิว่าจะอยู่กันยังไง
14. หากปิด FB + You Tube แล้วยังไม่ได้ผล คุณมัลลิกาควรพิจารณาเลิกใช้ไฟฟ้าและสิ่งพิมพ์ทั้งหมดด้วยนะครับ
15. ใครจะตาสว่างก็ตาสว่างไป ข้าขอคลั่งของข้าต่อ
16. เกิดมาชาตินี้ไม่เคยนึกว่าจะต้องถูกปิดหูปิดตาขนาดนี้
17. มัลลิกาเสนอปิด FB + You Tube = โยนหินถามทางเผื่อคนไทยบ้าจี้?
18. ให้ข้อมูลด้านเดียวซ้ำๆซากๆ ไม่กลัวคนเขาเบื่อหรือสงสัยบ้างหรือครับ?
19. สังคมปิดไม่มีขาย หากอยากได้ต้องช่วยกันสนับสนุน'มาตรการ'คุณมัลลิกา! #ปิดประเทศ
20. สังคมไทยชอบข้อมูลด้านเดียวหรือถูกทำให้ไม่มีทางเลือก?
21. เชื่อกว่าคนเล่น FB เกินล้านอยาก unfriend คุณมัลลิกา
22. ข้อสงสัย: คุณมัลลิกาๆ คุณรับเงินทักษิณมาทำให้คนเขาขำกับพรรคปชป.หรือเปล่า? :-) #ปิดประเทศ
23. หลักการอยู่อย่างมีความสุขในสังคมปิด: จงเชื่อๆๆๆ เชื่อคุณมัลลิกา #ปิดประเทศ
24. การปิด FB & You Tube เป็นการบอนไซพัฒนาการทางสมองของคนไทย
25. มนุษย์ก็มีทั้งคนรักคนชัง แต่ถ้าคุณโยนคนชังเข้าคุก มันก็จะมีคนชังเพิ่มมากขึ้น
26. คุณมัลลิกาเธอคิดยังไงของเธอจึงอยากปิดหูปิดตาคนทั้งประเทศ?
27. เงียบซะ! ถ้าไม่เงียบก็จะปิด internet ปิดประเทศเสียเลย!
28. ปิด FB + You Tube = 'กระชับพื้นที่' สมองประชาชน
29. ไม่มีใครมีสิทธิปิดหูปิดตาคนทั้งแผ่นดิน
30. ช่วง 'ยุคทอง' ของสังคมไทย มีคนเสนอให้ปิดประเทศ
31. คุณมัลลิกาจบโทจากเกาหลีเหนือหรือเปล่าครับ? เห็นความคิดความอ่านย้อนยุค (retro) เหลือเกิน ตอนนี้แฟชั่น retro กำลังฮิตอยู่ด้วย in trend น่าดู
32. คุณมัลลิกาอยากปิดทุกอย่างเพื่อตาเรา - ตาเราจะได้ไม่มีวันสว่าง
33. คำเตือน: การยัดเยียดข้อมูลด้านเดียวอย่างไม่พอเพียงอาจทำให้เกิดอาการดื้อข้อมูลได้
34. พม่าทึ่ง เกาหลีเหนืออึ้ง กับ 'ปัญญา' คุณมัลลิกา
35. ประชาชนผู้โหยหาข้อมูลอันแตกต่างแห่กันมาเข้า FB ดู You Tube & เล่น Twitter เต็มไปหมด
36. อย่าไปตำหนิคุณมัลลิกาเลย เธอเพียงอยากให้คนไทย 'ว่านอนสอนง่าย' แค่นั้นแหละ #ปิดประเทศ
ปล. หลังจากชั่วโมงกว่าผมก็ทวีตถึงคุณมัลลิกาว่า "ผม tweet cc @MallikaBoon เป็นชั่วโมง เธอกลับไม่เห็นตอบ สงสัยเธอเชื่อว่า twitter เป็นพื้นที่ monologue สำหรับยัดเยียดข้อมูลด้านเดียว"
ปล.2 เมื่อเวลาประมาณ 08.00น. คุณมัลลิกาทวีตว่า "วันนี้ต้องติดตามการอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างใกล้ชิด! ไม่มีเวลาตอบโต้กลุ่มหางแดงที่ตัดต่อประเด็นเรื่องยูทุปเฟสบุคของมัลลิกาไป ปลุกกระแส!"
ปล.3 อีกเหตุการณ์ที่สะเทือนใจทำให้ผมต้องลุกขึ้นมาทวีตก็คือกรณีอากง ซึ่งอ่านได้ที่ @PravitR: ทวีตนี้แด่อากง SMS
'ประชาธิปไตยของขอทาน' (?)
ที่มา ประชาไท
นักปรัชญาชายขอบ
สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล
(ที่มา: http://www.facebook.com/prfile.php?id=100002500442297&ref=tn_tnmn)
กรณีศาลตัดสินจำคุก “อากง” 20 ปี ในความผิด ม.112 เนื่องจากส่งข้อความหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์และพระราชินีผ่าน SMS ไปยังโทรศัพท์มือถือของเลขาฯ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทำให้เกิดการตั้งคำถามอย่างกว้างขวาง เช่น
1) ทำไมการทำผิดด้วย “คำพูด” หรือ “ข้อความ” จึงต้องติดคุกถึง 20 ปี หากกฎหมายมีไว้เพื่อรักษา “ความยุติธรรม” เราจะอธิบายอย่างไรว่าการทำผิดกับการลงโทษในกรณีดังกล่าวมีความยุติธรรม อย่างไร ไม่ใช่เพียงอธิบายไม่ได้ว่ามันยุติธรรมอย่างไรแก่ผู้ถูกลงโทษเช่นอากงเป็น ต้นเท่านั้น มันยังอธิบายไม่ได้ในทางหลักการว่า การที่รัฐออกกฎหมายให้ลงโทษประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยอย่างหนักเกิน ไปเช่นนี้มันยุติธรรมแก่ประชาชนทั้งประเทศอย่างไร และยังอธิบายไม่ได้ด้วยว่าทำไมสถาบันกษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตยจึงสมควรได้ รับการปกป้องให้ดำรง “สถานะอันศักดิ์สิทธิ์” บน “ความอยุติธรรม” ที่ประชาชนต้องแบกรับอย่างหนักหนาสาหัสเช่นนี้
2) ข้อความที่ศาลตัดสินว่าหมิ่นประมาททำให้พระมหากษัตริย์และพระราชินีอาจถูก เกลียดชัง และกระทบต่อความมั่นคงของราชอาณาจักรนั้น เป็นข้อความที่สาธารณชนไม่มีโอกาสได้รับรู้เลย เป็นแค่ข้อความที่ส่งไปทางโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของบุคคลผู้หนึ่งเท่านั้น และไม่มีประจักษ์พยานว่าอากงเป็นผู้ส่งข้อความนั้นจริง ผู้พิพากษาอาศัยเพียงพยานแวดล้อมก็สรุป “เจตนาภายใน” เพื่อตัดสินจำคุกชายชราสุขภาพแย่ถึง 20 ปี จึงเกิดคำถามต่อการใช้ดุลพินิจของศาลไทยเป็นอย่างยิ่งว่า สังคมจะเชื่อมั่นได้อย่างไรว่าดุลพินิจของศาลยึด “ความยุติธรรม” แก่ประชาชนอย่างสูงสุดเป็นหลัก
นั่นคือปัญหาเกี่ยวกับกฎหมายหมิ่นฯ กับระบบตุลาการที่คนจำนวนไม่น้อยรู้สึกอายต่อชาวโลก สื่อและนักวิชาการต่างชาติเขามองอย่างตระหนกและงวยงงว่า ในยุคที่โลกเน้นความสำคัญของ “สิทธิมนุษยชน” มากขนาดนี้ ประเทศที่อ้างว่าเป็นประชาธิปไตยอย่างไทยยังมีกฎหมายแบบนี้ มีดุลพินิจของศาลออกมาแบบนี้ได้อย่างไร
นั่นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของคำถาม แต่ยังมีคำถามที่สำคัญไม่น้อยกว่ากันคือ คำถามต่อบทบาทของ “ผู้นำ นปช.” ดังที่สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ตั้งคำถามข้างต้น
หากยังจำกันได้หลังเกิดการสลายการชุมนุมวันที่ 10 เมษายน 2553 สมศักดิ์ออกมาเตือนสติแกนนำ นปช.ในเวลานั้นตรงๆ ว่า “อย่าว่าแต่ 25 ศพ เลย แม้แต่ประชาชนเสียชีวิตเพียง 1 คน ก็ไม่คุ้มหากเป้าหมายการต่อสู้เพียงเพื่อให้ได้การเลือกตั้ง” แต่ ณ เวลานั้นแกนำตั้งธงแน่วแน่ว่าจะต้องสู้เอาชนะให้ได้ วาทกรรม “โค่นอำมาตย์” ถูกตอกย้ำอย่างหนักแน่นจริงจังจนฝังอยู่ในจิตสำนึกของผู้คน
แต่ผลที่สุดคือคนตายร่วมร้อยและไม่ได้การเลือกตั้งในทันที ที่พูดเรื่องนี้ขึ้นมาไม่ใช่ผมต้องการ “ฟื้นฝอยหาตะเข็บ” เพียงแต่ต้องการย้ำให้เห็นภาพความเอาจริงเอาจัง ความต้องการเอาชนะให้ได้ของ “แกนนำ” ในเวลานั้น ทั้งที่เป็นฝ่ายเสียเปรียบขนาดนั้น ยังทุ่มเทยอมเสี่ยงขนาดนั้น แต่เวลานี้ชนะเลือกตั้งแล้ว มีอำนาจรัฐอยู่ในมือแล้ว ความเอาจริงเอาจัง ทุ่มเท กล้าเสี่ยงเพื่อให้ได้มาซึ่ง “ประชาธิปไตย” ตามที่เคยประกาศเป็นสัญญาประชาคมหายไปไหน?!
ผมเข้าใจความซับซ้อนของปัญหาและความจำเป็นต้องรอบคอบของรัฐบาลเพื่อไทย ทักษิณ และแกนนำ นปช. ครับ แต่ว่าในเมื่อพวกคุณเป็นผู้นำมวลชน ประกาศแก่ประชาชนว่าต่อสู้เพื่อ “ประชาธิปไตย” พวกคุณจะยอมให้การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยตกอยู่ในสภาพ “ประชาธิปไตยของขอทาน” ตลอดไปได้อย่างไร (1) ขอทานการเลือกตั้งที่ต้องแลกด้วยชีวิตประชาชนร่วมร้อยศพ (2) ขอทานให้อีกฝ่ายลืมอดีต ขอทานความปรองดอง ขอทานความยุติธรรม ในขณะที่เพื่อนร่วมชะตากรรมยังติดคุก ไม่ได้ประกันตัว และถูกตัดสินจำคุก 20 ปี บ้าง 30 ปี บ้าง ด้วยข้อหาผิด ม.112 และข้อหาก่อการร้าย และ (3) ถึงชนะเลือกตั้งแล้วก็ยังเป็นรัฐบาลที่ถูกอีกฝ่ายข่ม และขากถุยอยู่ทุกวัน ทั้งที่พยายามอดทนพินอบพิเทาอย่างยิ่ง
แต่เราจะอยู่ในสภาพของขอทาน พินอบพิเทา อดทน ไปเรื่อยๆ (ไม่รู้จะไปได้ยืดแค่ไหน?) ทั้งๆ ที่เพื่อนร่วมชะตากรรมไม่ได้รับความยุติธรรม และถูกกระทำอย่างอยุติธรรมคนแล้วคนเล่าเช่นนั้นหรือ?
ขณะที่ยังไม่ได้อำนาจรัฐยังกล้าเสี่ยงแม้ต้องแลกด้วยชีวิต ประชาชน แต่เมื่อมีอำนาจรัฐแล้วทำไมไม่กล้าเสี่ยงแม้แต่จะรับข้อเสนอของกลุ่มนิติ ราษฎร์ไปดำเนินการต่อ แม้แต่จะรับข้อเรียกร้องการแก้ ม.112 ไปดำเนินการต่อ มีอะไรบ้างครับที่ไม่ต้องเสี่ยง ขอทานความยุติธรรม ขอทานความปรองดองอย่างพินอบพิเทาอย่างที่ทำๆ อยู่มันไม่เสี่ยงจริงหรือ?
ถ้าไม่ทำอะไรเรื่อง ม.112 แต่อีกฝ่ายทำอยู่เรื่อยๆ จนมาถึงกรณีอากง แล้วไงครับผู้นำประชาชนต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เห็นประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยถูกตัดสินติดคุก 20 ปี เพราะความผิดจากการใช้ “ข้อความหมิ่นฯ” ซึ่งไม่ทำให้ใครต้องมีแม้แต่ “บาดแผลบนผิวหนัง” กฎหมายอย่างนี้ยุติธรรมไหม เป็นประชาธิปไตยไหมครับ การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยหากไม่แก้กฎหมาย แก้ระบบให้เป็นประชาธิปไตย มันก็เป็นการต่อสู้ที่ไม่มีผลเป็นรูปธรรม การชุมนุมกลางถนนเพื่อขอทานประชาธิปไตยกับพวกที่มีปืน มีรถถัง มีกำลังทหารในอยู่มือก็ไม่มีวันสิ้นสุด
มันคงเป็นเรื่อง “ตลกร้าย” อย่างยิ่ง ถ้าการต่อสู้ของประชาชนในประเทศนี้ที่มีสัญญาประชาคมตั้งแต่ 24 มิถุนายน 2475 แล้วว่าพวกเขาคือเจ้าของอำนาจอธิปไตย เป็นเจ้าของแผ่นดิน หรือประชาชนทุกคนมีสิทธิเป็นเจ้าของแผ่นดินนี้อย่างเท่าเทียม แต่ในความเป็นจริงพวกเขาถูกทำให้เชื่อว่าพวกตนเป็นเสมือน “ผู้อาศัย” ในแผ่นดินที่มีเจ้าของ และการเรียกร้องสิทธิ เสรีภาพ ประชาธิปไตยของพวกเขาก็อยู่ในสภาพเสมือนดัง “ขอทาน” (ขอทานยังไม่ต้องแลกด้วยชีวิต แต่นี่แลกมาหลายครั้งแล้ว)
อยากถามทักษิณ รัฐบาลเพื่อไทย ผู้นำ นปช.ว่า ในฐานะที่พวกคุณได้อำนาจรัฐมาด้วยการเสียสละชีวิตของประชาชน พวกคุณยังจะขอทานความปรองดอง ความยุติธรรม อย่างพินอบพิเทา เช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ หรือ ขณะที่เพื่อนร่วมชะตากรรมของพวกคุณถูกกระทำอย่างอยุติธรรม พวกคุณมีคำตอบหรือไม่ว่าจะช่วยพวกเขาให้ได้รับความยุติธรรมอย่างไร อำนาจรัฐที่ได้มาจะช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบเพื่อให้สังคมเป็น ประชาธิปไตยตามที่สัญญาไว้แก่มวลชนอย่างไร
ผมเข้าใจว่าพวกคุณยังมีความ “กล้าหาญที่จะเสี่ยง” เพราะพวกคุณไม่มีวันหลีกเลี่ยงความเสี่ยงได้อยู่แล้ว พวกคุณต้องเสี่ยงตลอดเวลา แต่ทำไมเมื่อความอยุติธรรมไล่ล่าประชาชนขนาดนี้ พวกคุณจึงไม่กล้าเสี่ยงเพื่อประชาชน ทำไมไม่ทำให้การเสี่ยงเพื่อประชาชน เพื่อประชาธิปไตย กับเสี่ยงเพื่อทักษิณไปด้วยกันได้อย่างมีเหตุมีผลที่อธิบายต่อมโนธรรมทาง สังคมได้!โสภณ พรโชคชัย: ใครคือผู้ปกป้องชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ตัวจริง
ที่มา ประชาไท
ดร.โสภณ พรโชคชัย
เผยแพร่ครั้งแรกในเฟซบุ๊ก Sopon Pornchokchai
คำตอบคือสามัญชน หาใช่ใครอื่น ผมเคยทำงานเป็นที่ปรึกษากระทรวงการคลัง เวียดนาม ไปบรรยายในโครงการของกระทรวงการคลัง กัมพูชา ไปร่วมกับหอการค้าลาว และพม่าจัดสัมมนา และไปทำสำรวจวิจัยอสังหาริมทรัพย์ในประเทศภูมิภาคนี้หลายครั้ง จึงพอรู้เรื่องอินโดจีนบ้าง ผมจึงมั่นใจว่าคนที่ออกมาเย้ว ๆ ว่ารักชาตินั้น มีเพียงส่วนน้อยที่รักจริง แต่ส่วนใหญ่ก็แค่มาแสดงเพื่อเอาดีใส่ตัว ผู้ที่เป็นตัวจริงในการปกป้องบ้านเมือง ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ คือสามัญชนคนธรรมดาต่างหาก
จากประสบการณ์สงครามอินโดจีนในกรณีลาว เขมร เวียดนามที่เมื่อใกล้ ‘กรุงแตก” คนที่หนีไปก่อนเป็นใครบ้าง
1. พวกคหบดีมีอันจะกิน หรือชนชั้นสูง หากเกิดอะไรขึ้น พวกนี้ก็เตรียมตัวเปิดหนีไปต่างประเทศได้ทันที จำนวนมากก็มีสัญชาติหรือ ‘กรีนการ์ด’ สหรัฐอเมริกาหรือชาติอื่นอยู่แล้ว ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับประเทศชาติจริง ก็พร้อมจะ ‘สละเรือ’ ได้ทุกเมื่อ
2. อาจารย์ ปัญญาชน – ชนชั้นกลางค่อนข้างสูงที่มีโอกาสไต่เต้า หากเกิดกรณี ‘สิ้นชาติ’ พวกเขาคงไม่อยู่ให้เสียความปลอดภัยของครอบครัว หรือเสียเวลาแห่งความสุขของตัวเองแน่นอน
3. นายทหารชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งมักบูชายศศักดิ์ และยิ่งมียศศักดิ์สูง ยิ่งเห็นคนอื่นต่ำต้อยด้อยค่า คนระดับนี้มีทรัพย์ศฤงคารมากมายอย่างไม่ปรากฏที่มา ในประวัติศาสตร์อินโดจีนที่ผ่านมา พวกนายพล นายพันทั้งหลายหนีไปซุกใต้ปีกสหรัฐอเมริกาและประเทศตะวันตกที่พวกเขาล้วน เรียนจบมา และประเทศเหล่านี้ก็รู้ว่าพวกเขามีทรัพยากรมาก จะได้ไปช่วยสร้างชาติให้พวกฝรั่งตาน้ำข้าวอีกต่อหนึ่ง
4. ข้าราชการระดับสูง ซึ่งมีสถานะไม่ต่างจากพวกนายทหารชั้นผู้ใหญ่ พวกเขาสุขสบายด้วยอภิสิทธิ์มากมายในสมัยรับราชการ พวกนี้ทำตัวให้ชาติเลี้ยง สูบเลือดจากชาติมากกว่าที่จะทำดีเพื่อชาติ
แต่ในยามสงบ คนเหล่านี้ส่งเสียงดังในการโฆษณาชวนเชื่อในการปกป้องชาติกันใหญ่ ซึ่งก็คงเป็นการทำตามกระแส ทำเพื่อเอาดีใส่ตัว เพื่อประโยชน์ทางธุรกิจ เพื่อการเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่ง เพื่อหลอกให้สามัญชนไปตายแทนพวกตน หรือทำไปตามหน้าที่เป็นสำคัญ อย่างไรก็ตามก็ยังมีบางคนในกลุ่มข้างต้นที่ไม่หนีและอยู่ร่วมกู้ชาติจนตลอด รอดฝั่ง แต่ก็คงเป็นเพียงคนส่วนน้อยเท่านั้น
ส่วนสามัญชนคนทั่วไปนี่แหละที่อยู่ปกป้องชาติ และฟื้นฟูชาติตัวจริง พวกเขาคือผู้ที่ไปตายเพื่อชาติในสงครามต่าง ๆ ที่พวกเขาไม่เคยได้ก่อ แต่มักก่อโดยชนชั้นปกครอง แม้ในยามชาติล่มจม เช่น ลาว เขมร เวียดนาม สามัญชนนี่แหละคือผู้ที่ยังอยู่สร้างชาติขึ้นมาใหม่ พวกเขาต้องอยู่เผชิญชะตากรรมอันโหดร้ายร่วมกับประเทศชาติในภาวะตกต่ำสุดขีด ประเทศในอินโดจีนที่ฟื้นตัวขึ้นมาใหม่นั้นเป็นเพราะพวกสามัญชน “ฝุ่นเมือง” ที่ไร้ที่ไปนั่นเอง พอพวกเขาได้มีโอกาสทำมาหากินตามปกติสุข เศรษฐกิจก็เดินหน้าต่อไปได้
สามัญชนคนธรรมดาทั่วไปนี่แหละที่บำรุงชาติ เพราะพวกเขาเสียภาษีทั้งทางตรงและทางอ้อมเพื่อให้ประเทศชาติอยู่ได้ เจริญขึ้น สามัญชนเหล่านี้กลายเป็นแรงงานราคาถูกให้กับนายทุนข้ามชาติที่มาลงทุน จึงทำให้ประเทศเจริญขึ้นมาอย่างก้าวกระโดด และเมื่อฝุ่นจางลงแล้ว ประเทศเข้าสู่ความสงบอีกครั้ง พวกสามัญชนได้สร้างบ้านเมืองขึ้นใหม่จนมั่นคงแล้ว เหล่าคหบดี ปัญญาชน-กฎุมพีชาวลาว เขมร เวียดนาม ที่หนีไปก่อนหน้านี้และตอนนี้กลายเป็นอเมริกันชนไปแล้ว ก็ได้ทีกลับมาทำมาหากินในประเทศเกิดอีกครั้งหนึ่ง
เมื่อเรารู้แล้วว่าสามัญชนนี่แหละคือคนปกป้องชาติ ศาสน์ กษัตรย์ ตัวจริง เราจึงต้องตระหนักถึงความสำคัญของประชาชนคนเล็กคนน้อยในประเทศเป็นสำคัญ นโยบายของรัฐจึงต้องทำเพื่อประชาชนคนส่วนใหญ่ ไม่ใช่พวกคหบดีใหญ่หรือพวกอภิสิทธิ์ชนที่มีทางเลือกซึ่งมักไม่คิดจะอยู่ช่วย กู้ชาติ แต่จะค่อยกลับมาในยามสงบแล้วเท่านั้น
เข้าใจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตัดสินคดีโจ กอร์ดอน - แค่เบิกตัวพบ พนง.คุมประพฤติสอบเพิ่ม
ที่มา ประชาไท
(28 พ.ย.54) ที่ศาลอาญา รัชดา - ตามที่มีการแจ้งจากทนายความของโจ กอร์ดอน หรือเลอพงษ์ (สงวนนามสกุล) ว่าจะมีการเลื่อนนัดฟังคำพิพากษาคดีโจ กอร์ดอน วันนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ศาลแจ้งว่าไม่มีการตัดสินในวันนี้ โดยการเบิกตัวนายโจ กอร์ดอน เป็นการเรียกพบพนักงานคุมประพฤติ สืบเนื่องจากศาลสั่งสืบเสาะเพิ่ม โดย วันนัดฟังคำตัดสินนั้นยังคงเป็นวันที่ 8 ธ.ค.54 ทั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่จากสถานทูตสหรัฐฯ เดินทางมาเพื่อรับฟังคำตัดสิน รวมถึงเข้าเยี่ยมนายโจ กอร์ดอนด้วย
อนึ่ง เมื่อสอบถามญาติซึ่งเป็นผู้แจ้งข่าวทนายกล่าวว่า เธอได้รับแจ้งเพียงว่าโจต้องมาศาลในวันนี้
คดีโจ กอร์ดอน:เทพีเสรีภาพยืนหลับ
ที่มา Thai E-News
ต่อมาโจได้ยอมสารภาพต่อศาล ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าเพราะทนความยากลำบากในคุกเพราะอาการเจ็บป่วยของเขา และสิ้นหวังหลังพยายามยื่นประกันตัวมานับสิบครั้งแต่ล้มเหลว หรือเพราะมีข้อตกระหว่าง"พี่ใหญ่"เพื่อให้เขาถูกตัดสิน ก่อนขอพระราชทานอภัยโทษให้ทัน 5 ธันวาคมนี้ หรือทั้งสองอย่างรวมกัน
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
28 พฤศจิกายน 2554
นัดด่วน! พิพากษา "โจ กอร์ดอน" เช้านี้ (28)
ประชาไท รายงานว่า นายอานนท์ นำภา ทนายความของ โจ กอร์ดอน ระบุว่า เพิ่งทราบข่าววันนี้ (27 พ.ย.54) ว่า ศาลอาญา รัชดาได้เลื่อนนัดฟังคำพิพากษาคดีของโจ กอร์ดอน เป็นวันพรุ่งนี้ (28 พ.ย.54) เวลา 9.00น. จากเดิมที่เลื่อนออกไปเป็นวันที่ 8 ธ.ค. เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วม
จนถึงเวลา 11.50 น.เรายังไม่ทราบผลตัดสินคดี
อนึ่ง โจ (เลอพงษ์) กอร์ดอน ชาวไทยสัญชาติอเมริกัน-ไทย ถูกเจ้าพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) จับกุมตัวที่บ้านพักจังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 24 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยโจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำผิดโดยนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อความที่เป็นการดูหมิ่น หมิ่นประมาท แสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา โดยใช้นามแฝงว่า "สิน แซ่จิ้ว" พร้อมประกาศตนว่า กูไม่ใช่ฝุ่นใต้ฝ่าตีนบุคคลใด นอกจากนี้ยังบังอาจแปลหนังสือ The King Never Smiles ซึ่งเป็นหนังสือต้องห้ามภายในราชอาณาจักร
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 10 ต.ค.54 นายโจ (เลอพงษ์) กอร์ดอน รับสารภาพต่อหน้าบัลลังก์ว่า “ผมไม่ต่อสู้คดี ยอมรับสารภาพ” จากเดิมที่เขาให้การปฏิเสธทั้งในชั้นจับกุม และชั้นสอบสวน โดยศาลนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 9 พ.ย. แต่ถูกเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 8 ธ.ค.54 เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วม
หนังสือ"The King Never Smile" ที่โจ เลอพงษ์ถูกกล่า่วหาเป็นผู้แปลและเผยแพร่นั้น ตีพิมพ์ในภาษาอังกฤษโดยสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยชั้นเยล ทางราชการไทยได้สั่งห้ามนำเข้ามาภายในประเทศ ถูกใช้เป็นแบบเรียนเพื่ออ่านประกอบการเรียนการสอนวิชา "ไทยศึกษา" ของมหาวิทยาลัยเยล ซึ่งมีศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียงหลายคน เช่น อดีตประธานาธิบดีจอร์ช ดับเบิลยู บุช ,บิล คลินตัน และฮิลลาลี คลินตัน
ก่อนหน้านี้เมื่้อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โจ กอร์ดอน ได้เขียนจดหมายเปิดผนึกถึงประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประเทศที่ได้ชื่อว่า “สิทธิมนุษยชน” ถูกบังคับใช้อย่างกว้างขวางและเท่าเทียม ทว่า ชายคนนี้ คนที่ต้องหาในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในประเทศไทย ไม่เคยสัมผัสแต่เพียงนิดเดียว…ดังต่อไปนี้(รายละเอียดฉบับภาษาอังกฤษอ่าน ข่าว:จดหมายจากคุกถึงทำเนียบขาว ท่านประธานาธิบดีเสรีภาพอเมริกันถูกย่ำยีโดยประเทศโลกที่3อย่างไทย)
กราบเรียน ท่านประธานาธิบดีโอบาม่า
ผมเขียนจดหมายนี้ถึงท่าน เป็นเรื่องความเป็นความตายของผมในคุกที่กรุงเทพ,ประเทศไทย ทางการไทยจับกุมผมด้วยข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และกฎหมายความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ รัฐบาลไทยใช้กฎหมายนี้กับนักกิจกรรม ปัญญาชน นักข่าว นักเขียน และนักการเมือง โดยคุมขังคนเหล่านี้ในเรือนจำนานนับทศวรรษในหลายกรณีแล้ว
ผมไม่สามารถต่อสู้คดีนี้ในกระบวนการยุติธรรมไทยได้แต่เพียงลำพัง เพราะว่า มันเป็นกระบวนการที่ฉ้อฉล อคติ และละเมิดสิทธิมนุษยชน ซ้ำร้ายยังเต็มไปด้วยการปฏิบัติที่ไม่ยุติธรรม เป็นต้นว่า ในกรณีของผม มีการจองจำโดยไม่ให้ประกันตัว ผมจึงรู้สึกว่าน่าสลดใจที่เสรีภาพในการแสดงออกของเราชาวอเมริกัน ได้ถูกละเมิด ย่ำยี และลดทอนคุณค่าลงโดยประเทศโลกที่สามอย่างไทย
ผมอยากเรียกร้องให้อเมริกันชนทั้งมวลลุกขึ้นเถิดเพื่อสนับสนุนการปกป้องต่อ เกียรติภูมิของรัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกาที่บัญญัติให้เสรีภาพในการแสดงออก เป็นข้อบทที่สำคัญยิ่ง ทว่ารัฐบาลไทยไม่ยอมรับ รัฐบาลอเมริกันควรต้องพิทักษ์ปกป้องและประณามที่ไทยใช้กฎหมายอันมิชอบนี้ เป็นเครื่องมือปกป้องสถาบันกษัตริย์ให้พ้นไปจากการวิพากษ์วิจารณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนอเมริกันเช่นผมที่โดนกระทำอยู่ในเวลานี้ และเพรียกหาอิสรภาพ ประเทศไทยต้องปล่อยผมจากคุกตั้งแต่บัดนี้
ขอพระเจ้าทรงอำนวยพระพรท่านประธานาธิบดี และอเมริกา
ด้วยความเคารพยิ่ง
โจ กอร์ด้อน
เรือนจำกรุงเทพฯ ประเทศไทย
ดา ตอร์ปิโดถูกย้ายไปเรือนจำบางไผ่ โคราช หมดหวังขอพระราชทานอภัยโทษ
เว็บไซต์ Time Up Thailandรายงาน ว่า นางสาวดารณี ชาญเชิงศิลปกุล (ดา ตอร์ปิโด) ได้เขียนจดหมายถึงนายสุธาชัย ยิ้มประเสริฐ นักวิชาการ จุฬาฯ ลงวันที่ 14 พฤศจิกายน มีเนื้อหาดังต่อไปนี้
ห้อง 3/1 เรือนนอน 2 (แดน 2) ทัณฑสถานหญิงนครราชสีมา ถ.มิตรภาพ ตำบลคลองไผ่ อำเภอสีคิ้ว จ.นครราชสีมา 30340
สวัสดีค่ะอาจารย์สุธาชัยที่นับถือ
ดาเขียนมาถึงอาจารย์ด้วยความระลึกถึง และต้องการขอความช่วยเหลือจากอาจารย์ให้ช่วยดำเนินการบอกต่อกับพวกกลุ่ม เสื่อแดง ว่าขณะนี้ดาโดนย้ายฉุกเฉินหนีน้ำท่วมมาอยู่เรือนจำคลองไผ่ ตั้งแต่ปลายเดือนตุลาที่ผ่านมาโดยยังไม่มีใครมาเยี่ยม และเข้าบัญชีเงินตลอดจนซื้อของให้ เพราะยังไม่มีใครรู้ อีกทั้งบุคส์บัญชีเงินที่ลาดยาวก็ไม่ได้ตามมา ทำให้ดาไม่มีตังค์ซื้ออาหารกับของใช้อื่น
ในขณะที่ดาไม่สะดวกด้านสุขภาพที่ทานพวกอาหารแข็งและทานเร็วไม่ได้ เพราะอย่างที่อาจารย์ยิ้มเคยทราบมา ว่าอ้าปากไม่ค่อยได้ การเข้าไปทานใโรงอาหารต้องทานพร้อมคนอื่น และต้องทานให้เร็วเสร็จพร้อมคนอื่น จึงเป็นไปด้วยความยากลำบากอย่างมาก
ดาจึงขอรบกวนทางอาจารย์ช่วยประสานกลุ่มต่างๆ ให้ดาด่วนด้วย จักขอบพระคุณอย่างสูง เพราะตอนนี้ดาไม่สามารถติดต่อกลุ่มไหนได้เลย เพราะไม่มีใครรู้ว่าดาโดนย้ายด่วนมาที่นี่
ดาเลยต้องการให้อาจารย์ช่วยแจ้งข่าวของดา และช่วยบอกพี่ชายดาให้มาเยี่ยมด้วยถ้าเขาสะดวก
รวมถึงแจ้งเรื่องการขอประกันตัวดาด้วย เพราะช่วงนี้เห็นทางเจ้าหน้าที่ลาดยาวเคยบอกว่า เป็นช่วงอนุโลมการขอประกันตัวในช่วงน้ำท่วมจะทำเรื่องได้ง่ายกว่าปกติ มิฉะนั้นอาจพลาดโอกาสดีนี้ไป เนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่ศาลอาจเลื่อนการฟังคำพิพากษา เพราะเป็นช่วงน้ำท่วม
ดาเลยอยากให้ทางเราลองเสี่ยงทำดู เผ่ือจะฟลุ๊กโชคดี ดาหวังว่าการประสานงานจากทางอาจารย์จะช่วยดาได้อย่างมาก ดังที่ผ่านมา
ดาออกไปได้เมื่อไรจะไม่ลืมความช่วยเหลือที่ผ่านมาที่อาจารย์ช่วยเป็นอย่างดี กอร์ปดาเองก็ทราบมาว่าต้องอยู่ที่คลองไผ่นาน ถ้าอยู่โดยปราศจากปัจจัยด้านเงินไว้ซื้อของจำเป็นคงแย่แน่เลย หวังว่าอาจารย์คงเข้าใจในความจำเป็นของดาในครั้งนี้นะคะ
ด้วยความนับถือ&ระลึกถึงเสมอ
(ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล (ดา ตอร์ปิโด)
สมศักดิ์ เจียมฯยันหลักฐานการ์ดนปช.จับยัดคุกคดี112 ตำหนิแกนนำแดงปิดปากเงียบกรณีอากงSMS-นปช.แจงไม่ได้เพิกเฉย
ก่อนหน้านี้เมื่อว้ันที่ 17 ตุลาคม ศาลอาญาได้นัดให้ดา ตอร์ปิโดฟังคำพิพากษาในวันที่ 15 ธันวาคม 2554 เวลา 9.00 น. ที่ศาลอาญา ซึ่งหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์รายงาน การสัมภาษณ์ดารณี ว่า เธอได้แต่หวังว่าศาลจะเมตตาร่นเวลาพิจารณาตัดสินคดีเสียใหม่มาเป็นภายในสิ้น เดือนพฤศจิกายน เพื่อที่จะให้โอกาสเธอได้ยื่่นขอพระราชทานอภัยโทษเนื่องในวันเฉลิมพระ ชนมพรรษา 5 ธันวาคมนี้ เพราะการที่ศาลแจ้งว่าจะตัดสินคดีของเธอในวันที่ 15 ธันวาคมนั้น เป็นกา่รไม่ยุติธรรมและตัดโอกาสของเธอในการขอพระราชทานอภัยโทษ
ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล เขียนโพสต์ในเฟสบุ๊คกรณีไทยอีนิวส์นำเสนอข่าวเรื่อง ความจริงกรณีการ์ดนปช.จับคนเสื้อแดงส่งตำรวจคดี112 ความจริงคือเธอถูกปล่อยตัวไม่ได้ติดคุกว่า เป็นคนละกรณีกัน และยืนยันเรื่องที่เขาได้ระบุไปก่อนหน้านี้
ก่อนหน้านี้ไทยอีนิวส์นำเสนอข่าวว่า
กรณีที่ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ได้วิจารณ์ผ่านเฟซบุ๊คว่า แกนนำนปช. เพิกเฉยต่อการตัดสินจำคุกอากง 20 ปี ทั้งที่นปช. ผู้อ้างเป็น "กองหน้า" (คำของ อ.ธิดา วันแถลงข่าว) มีส่วน (contribution) อะไรบ้าง?? เกือบเท่ากับ "ศุนย์" เลยครับ อันที่จริง "ติดลบ" ต่ำกว่า ศูนย์ ด้วยซ้ำ เพราะ นปช. มีประวัติของการให้ การ์ด จับคน "หมิ่น" ส่งตำรวจเอง ... วันก่อน ที่ตัดสินไปคดีหนึ่ง ก็มาจากการจับของ "การ์ด" นปช. .. ลองหา link ข่าวกันเองดู)
แต่เมื่อเราได้ค้นหารายชื่อนักโทษการเมืองในคดี 112 น่าเชื่อว่าไม่มีกรณีที่ดร.สมศักดิ์กล่าวถึง หากดร.สมศักดิ์จะหมายถึงกรณีผู้หญิงรายหนึ่งที่ถูกการ์ดนปช.จับส่งตำรวจ (ดูที่เฟซบุ๊คของผู้หญิงรายนี้ยังมีการอัพเดตล่าสุดโดยเธอเองเมื่อ 2 วันก่อน) ยกเว้นว่าดร.สมศักดิ์ จะหมายถึงกรณีอื่น ซึ่งในชั้นนี้เรายังไม่ทราบ เพราะหากจะมีกรณีใกล้เคียงว่าถูกจับในที่ชุมนุมนั้นมีอีก 2 กรณีคือกรณีเอกชัย กับเสถียร แต่เอกชัยถูกจับที่ชุมนุมของแดงสยาม ส่วนเสถียรถูกจับกรณีขายซีดีในที่ชุมนุม(รายละเอียด)
ดร.สมศักดิ์โพสต์ว่า เรียน ไทยอีนิวส์ เรื่องซีเรียสแบบนี้ ผมไม่พลาด หรอกครับ
หนึ่งในกระทู้ข้างล่าง ที่ผมวิจารณ์กรณี นปช เรื่อง "ทำอะไรเกียวกับ 112" แล้วผมเอ่ยว่า เป็น "ศูนย์" หรือที่จริง "ติดลบ" ต่ำกว่าศูนย์ เสียอีก เพราะเคยมี การ์ด นปช เอง จับคนไปส่งตำรวจ ในคดีหมิ่น จนตัดสินติดคุกมาแล้ว
"ไทยอีนิวส์" ต้องถึงกับขึ้นกระทู้ชี้แจงว่า ที่ผมเขียนไปนั้น พลาด กรณีการ์ด นปช จับคนไปส่งตำรวจคดีหมิ่น เพราะคุณผู้หญิงคนที่ถูกจับนั้น ถูกปล่อยตัว ...
ผมไม่ได้พลาดหรอกครับ กรณีคุณผู้หญิงคนนั้น ปล่อยตัวมา ผมรู้ดีอยู่ (จริงๆ แล้ว ผมจะยกกรณีนี้ เป็นเรื่อง "ติดลบ" ก็ได้ เพราะจริงๆ ใครจะไปรู้ว่า ที่จับไปส่งนั้น จะไม่ถูกตั้งข้อหา การจับไปส่ง จริงๆ ก็เรียกว่าเป็น การ "ติดลบ" แล้ว เรื่อง 112 แต่ทีผมเขียนไปจริงๆ ไม่ได้หมายถึงกรณีนี้)
ผมหมายถึงกรณีนี้ครับ "คนเชื้อสายสิงคโปร์" แต่อยู่เมืองไทยมา 30 ปีแล้ว ถูกตัดสินจำคุก 10 ปี คดีหมิ่น จากการจับของการ์ด นปช. (ดูลิ้งค์ข่าวประชาไท:รายงาน ผู้ต้องขัง ม.112 ตกสำรวจ และรวมปฏิทินคดีหมิ่นพระบรมเดชานภาพ)
"..... เขาเล่าให้ผู้ใกล้ชิดฟังว่า เขาไม่ได้สังกัดกลุ่มใด และเคยไปฟังเวทีปราศรัยของ นปช.เพียง 2-3 ครั้ง ในวันเกิดเหตุ เขาต้องการไปแจกใบปลิวที่ธรรมศาสตร์ แต่เนื่องจากเป็นวันหยุด จึงตัดสินใจไปแจกในที่ชุมนุมแทน จนกระทั่งการ์ดของ นปช.ที่ดูแลบริเวณที่ชุมนุมได้จับตัวเขาส่งตำรวจ หลังจากเห็นข้อความในเอกสาร
เขาเสียใจและโกรธแค้น นปช.อย่างมาก และยืนยันว่าแม้จะใช้ถ้อยคำรุนแรง แต่เขามีเหตุผล ...."
เมื่อเราได้ตรวจดูรายชื่อนักโทษคดีการเมือง คดี 112 ซึ่งอยู่ในรายชื่อที่นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประสานงานให้กรมคุ้มครองสิทธิ กระทรวงยุติธรรมยื่นประกันตัวในสัปดาห์หน้า ปรากฎว่านักโทษรายนี้คือนายวันชัย (สงวนนามสกุล)ตามเอกสารว่าถูกตัดสินจำคุก 5 ปี อย่างไรก็ตามในรายงานข่าวประชาไทแจ้งว่าถูกตัดสินจำคุก 10 ปี โดยแยกเป็น 2 กระทงๆละ 5 ปี (ดูรายชื่อในธิดา'ลิสต์)
ธิดา'List-รายชื่อ 101 นักโทษการเมือง รวมคดี 112 ที่นางธิดา ถาวรเศรษฐ รักษาการประธานนปช.ยื่นข้อเสนอต่อรัฐมนตรียุติธรรมขอให้ปล่อยตัวตามข้อเสนอ ของ คอป.ซึ่งมีข้อสรุปว่าจะให้กรมคุ้มครองสิทธิยื่นประกันในสัปดาห์หน้า อย่างไรก็ดีมีเสียงวิจารณ์ว่านปช.มา"ช้า"ไป และยังไม่ยอมหยิบยกกรณี 112 ขึ้นมารณรงค์เคลื่อนไหว และเพิกเฉยต่อกรณีอากงSMS
ซึ่งตามรายงานข่าวของประชาไทระบุเหตุการณ์จับกุมในวันที่ 6 เมษายน 2552 ในช่วงนปช.ภายใต้การนำของนายวีระ มุสิกพงษ์ ประธานนปช.(ในเวลานั้น)จัดการชุมนุมใหญ่ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล ก่อนจะจบลงด้วยการยอมจำนนต่อฝ่ายรัฐบาลของแกนนำนปช.ในเหตุการณ์ที่เรียกกัน ว่า"สงกรานต์เลืิอด 2552"
คลิปข่าวรักษาการประธานนปช.ยื่นหนังสือเจรจากับรัฐมนตรียุติธรรมและปลัด กระทรวงยุติธรรมให้ปล่อยตัวนักโทษคดีการเมือง 101 ราย โดยให้รวมนักโทษคดี 112 ด้วยตามข้อเสนอ คอป.ซึ่ง ปคอป.มีมติเห็นด้วย และครม.เมื่อวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมามีติให้ปฏิบัติตาม และมีหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อธิบดีDSI และอัยการสูงสุดให้ปฏิบัติตาม และได้ข้อตกลง 2 ข้อคือจะยื่นประกันตัวสัปดาห์หน้า กับให้ย้ายนักโทษการเมืองกรณีตัดสินเด็ดขาด แยกออกมาอยู่ในสถานที่คุมขังเฉพาะนักโทษคดีการเมือง คาดว่าอาจเป็นบริเวณหลังสโมสรตำรวจ
ดร.สมศักดิ์เขียนในเฟซบุ๊คเพิ่มเติมว่า เรื่องที่ อ.ธิดา ไปยื่นหนังสือกับประชา เรื่องประกันตัวผู้ต้องหาการเมือง โดยรวม 112 เข้าไว้นั้น ผมก็ได้เขียนในกระทู้ข้างล่างเหล่านั้นไปแล้ว คือ ผมตระหนักถึงข่าวนั้นดีอยู่ แต่ความจริงคือ นี่เป็นการทำที่ "ช้า" มาก และเกิดขึ้นในปริบทของการที่ ในระหว่างเรื่อง พรฎ. อภัยโทษ ทักษิณ ผม และคนอื่นๆ (รวมทั้ง ไทยอีนิวส์ ที่ส่วนหนึ่งนำที่ผมโพสต์ไปตั้งกระทู้ต่อ) ได้ โวยวายเรื่อง "ถ้าแข็งพอจะช่วยทักษิณ..."
ที่สำคัญการ "ช่วย" คนต้องโทษกรณีหมิ่นฯนั้น ที่สำคัญ ไมใช่แค่ยื่นประกันครับ ยื่นยังไง ก็ยากจะได้
แต่ที่ควรทำ (มานานแล้ว) คือ การ "เรส" ประเด็น 112 ครับ
ดร.สมศักดิ์เขียนวิจารณ์นปช.ว่า อันนี้ต่อเนื่องจากประเด็นทีผมวิจารณ์ นปช. ว่า เป็น "ศูนย์" กระทั่ง "ติดลบ" กรณี 112 และแม้แต่กรณี อากง ที่คนเขาพูดกันทั้งบ้านทั้งเมืองด้วยความ "ช็อค" นปช. ก็ไม่ยอมพูดถึงเลย
โดยที่ก่อนหน้านี้ ผมได้ชี้ให้เห็นว่า ในการแถลงต่อนักข่าว 2 ครั้ง ในวันพุธ ของ อ.ธิดา (บ่ายโมง และ บ่ายสาม) ก็ไม่ยอมพูดถึงเลย
อันที่จริง ไมใช่กรณีอากงเท่านั้น กรณีอื่นๆก่อนหน้านี้ ก็ควรพูดมานานแล้ว ทีสำคัญคือพูดประเด็น 112 นี่แหละ ไม่ใช่ เอาแต่คอย "ตาม" ให้คนอื่น ทำให้ก่อน จนกลายเป็นข่าวคราวไปทั่วโลก (เช่น กรณียูเอ็น) จึงค่อยออกมา กระมิดกระเมี้ยน พูดตามแบบเล็กๆน้อยๆ
แต่กรณีอากงมัน "ช็อค" มากๆอย่างที่ว่าจริงๆ และถ้าไม่พูด ก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรแล้ว
ผมอยากยกตัวอย่างให้ดูว่า เรื่องนี้ แม้แต่ นสพ. "คอนเซอร์เวถีป" ที่แอนตี้ทักษิณ อย่าง Bangkok Post วันนี้ ยังมีถึง 2 คอลัมน์ ที่ยกประเด็นเรื่อง อากง ขึ้นมา แล้วเสนอว่า 112 "ต้องมีการทบทวนปฏิรูป" แม้เนื้อหาและจุดยืนที่เขียน ผมจะไม่เห็นด้วยเยอะ แต่อย่างน้อย แสดงว่า กรณี อากง มันสะท้อนความวิปริตของ 112 จนกระทัง ขนาด Bangkok Post ต้องออกมาแบบนี้
-บทนำBangkok Post
-บทความของคุณวรนัย
(บอกตรงๆว่า ผมดูคุณตู่ คุณเต้น "สรวลเสเฮฮา" ตลอดรายการ (แซว ประชาธิปัตย์) แล้ว เซ็ง นะในสถานการณ์ที่คนแก่ เจ็บป่วย เพิ่งถูกส่งติดคุก 20 ปีน่ะ - ลองคิดดู ขนาด Bangkok Post ยัง "ช็อค" จนต้องออกมาพูดน่ะ)
อย่างที่ผมเขียนไปแล้วว่า record หรือ ประวัติ เรื่อง 112 ของ นปช. นี้ เป็นอะไรทีน่าจะ "อาย" มาก ในฐานะทีอ้างเป็น "กองหน้า" หรือ "ผู้นำ" ของ ขบวนการประชาธิปไตย
หมอหวายลูกชายธิดาแจงนปช.ไม่ได้เพิกเฉย
นายแพทย์สลักักธรรม โตจิราการ บุตรชายรักษาการประธานนปช.เขียนในเฟซบุ๊คของเขาว่า วันนี้ดูสถานะของcelebsบางคนแล้วแสดงว่าไม่ได้ติดตามการทำงานของ นปช.เลย เช่นกล่าวว่า นปช.ไม่ได้ประกันนักโทษคดี112 ทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยประกันอ.สุรชัยและอ.สมยศไปแต่ไม่สำเร็จทำให้ต้อง เปลี่ยนยุทธวิธีเพื่อให้มีโอกาสประกันสำเร็จ และการเตรียมการเร่งรัดความยุติธรรมกับรัฐนั้นมีการตกลงมานานพอควร(แต่ผมได้ รู้ล่วงหน้ามา3วันก่อนวันยื่นหนังสือที่เป็นวันเดียวกับที่อากงโดนพิพากษา) และก็ได้ผลเชิงรูปธรรมสามารถยกคุณภาพชีวิตได้จริงโดยการและเข้าใกล้ความ สำเร็จในการประกันตัวพวกเขามากขึ้น แน่นอนว่าเราคงไม่ทำแค่นี้ ขั้นต่อไปคือลากคนผิดในคดีสังหารประชาชนเมื่อปีที่แล้วพร้อมกับกับชำระ กระบวนการใส่ไคล้ประชาชนด้วย
มีคนสงสัยถึงประโยชน์ของการต่อสู้ของ นปช.ที่ให้แยกที่คุมขังนักโทษการเมืองและให้ปฏิบัติอย่างมีศักดิ์ศรี การออกแรงทำให้รัฐเป็นผู้ประกันนักโทษการเมือง และการทบทวนการตั้งข้อหาว่าเป็นเรื่อง "หน่อมแน้ม" หรือไม่ ผมคิดว่าการต่อสู้ใน 3 ข้อนี้ เป็นเรื่องสำคัญกว่าการต่อสู้ให้แก้ตัวอักษรในข้อกฎหมายใดๆมาก เพราะแม้จะมีการแก้ไขหรือลบ ม.112 ,พรก.ฉุกเฉิน หรือ พรบ.คอมฯ ก็ตาม กระบวนการอำนาจรัฐของระบอบอมาตยาธิปไตยก็ยังคงสามารถใช้กฎหมายข้ออื่น ร่างกฎหมายหรือ"จริยธรรม"ขึ้นมาใหม่หรือใช้กลไกดิบเถื่อนเล่นงานการแสดงออก ซึ่งความคิดอย่างเสรี เช่น การไม่ให้ประกันตัว การสร้างความเกลียดชังในสังคม
ฉะนั้น การให้รัฐเปลี่ยนแปลงการคุมขัง การให้รัฐเป็นผู้ยื่นประกันตัว และการให้มีการทบทวนการพิจารณาคดีและการตั้งข้อหา จึงเป็นหลักประกันว่าต่อไปอำนาจรัฐที่แท้จริงจะไม่สามารถใช้การคุมขังทางการ เมืองมาจำกัดสิทธิภาพไม่ว่าด้วยข้อหาใดก็ตาม นายแพทย์สลักธรรมกล่าวในเฟซบุ๊ค
**********
รายงานเกี่ยวเนื่อง:
-รายงานข่าวประชาไท:แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล’ ชี้ ‘อากง’ เป็น ‘นักโทษการเมือง’- ‘อาร์ติเคิล 19’ ประณามคำตัดสินคดี
-รายงานไทยอีนิวส์:นิรโทษกรรมสากลจี้รัฐเว้นวรรค112เร่งแก้ไขสู่มาตรฐานสากล ปล่อยนักโทษทางความคิดทันที
112รายวันร่นตัดสินโจ กอร์ดอนวันนี้จี้ติดอากง ย้ายดาตอร์ปิโดขังคุกโคราชหมดหวังอภัยโทษ5ธันวา
ที่มา Thai E-News
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
28 พฤศจิกายน 2554
นัดด่วน! พิพากษา "โจ กอร์ดอน" พรุ่งนี้ (28)
ประชาไท รายงานว่า นายอานนท์ นำภา ทนายความของ โจ กอร์ดอน ระบุว่า เพิ่งทราบข่าววันนี้ (27 พ.ย.54) ว่า ศาลอาญา รัชดาได้เลื่อนนัดฟังคำพิพากษาคดีของโจ กอร์ดอน เป็นวันพรุ่งนี้ (28 พ.ย.54) เวลา 9.00น. จากเดิมที่เลื่อนออกไปเป็นวันที่ 8 ธ.ค. เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วม
อนึ่ง โจ (เลอพงษ์) กอร์ดอน ชาวไทยสัญชาติอเมริกัน-ไทย ถูกเจ้าพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) จับกุมตัวที่บ้านพักจังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 24 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยโจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำผิดโดยนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อความที่เป็นการดูหมิ่น หมิ่นประมาท แสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา โดยใช้นามแฝงว่า "สิน แซ่จิ้ว" พร้อมประกาศตนว่า กูไม่ใช่ฝุ่นใต้ฝ่าตีนบุคคลใด นอกจากนี้ยังบังอาจแปลหนังสือ The King Never Smiles ซึ่งเป็นหนังสือต้องห้ามภายในราชอาณาจักร
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 10 ต.ค.54 นายโจ (เลอพงษ์) กอร์ดอน รับสารภาพต่อหน้าบัลลังก์ว่า “ผมไม่ต่อสู้คดี ยอมรับสารภาพ” จากเดิมที่เขาให้การปฏิเสธทั้งในชั้นจับกุม และชั้นสอบสวน โดยศาลนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 9 พ.ย. แต่ถูกเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 8 ธ.ค.54 เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วม
ดา ตอร์ปิโดถูกย้ายไปเรือนจำบางไผ่ โคราช หมดหวังขอพระราชทานอภัยโทษ
เว็บไซต์ Time Up Thailandรายงาน ว่า นางสาวดารณี ชาญเชิงศิลปกุล (ดา ตอร์ปิโด) ได้เขียนจดหมายถึงนายสุธาชัย ยิ้มประเสริฐ นักวิชาการ จุฬาฯ ลงวันที่ 14 พฤศจิกายน มีเนื้อหาดังต่อไปนี้
ห้อง 3/1 เรือนนอน 2 (แดน 2) ทัณฑสถานหญิงนครราชสีมา ถ.มิตรภาพ ตำบลคลองไผ่ อำเภอสีคิ้ว จ.นครราชสีมา 30340
สวัสดีค่ะอาจารย์สุธาชัยที่นับถือ
ดาเขียนมาถึงอาจารย์ด้วยความระลึกถึง และต้องการขอความช่วยเหลือจากอาจารย์ให้ช่วยดำเนินการบอกต่อกับพวกกลุ่ม เสื่อแดง ว่าขณะนี้ดาโดนย้ายฉุกเฉินหนีน้ำท่วมมาอยู่เรือนจำคลองไผ่ ตั้งแต่ปลายเดือนตุลาที่ผ่านมาโดยยังไม่มีใครมาเยี่ยม และเข้าบัญชีเงินตลอดจนซื้อของให้ เพราะยังไม่มีใครรู้ อีกทั้งบุคส์บัญชีเงินที่ลาดยาวก็ไม่ได้ตามมา ทำให้ดาไม่มีตังค์ซื้ออาหารกับของใช้อื่น
ในขณะที่ดาไม่สะดวกด้านสุขภาพที่ทานพวกอาหารแข็งและทานเร็วไม่ได้ เพราะอย่างที่อาจารย์ยิ้มเคยทราบมา ว่าอ้าปากไม่ค่อยได้ การเข้าไปทานใโรงอาหารต้องทานพร้อมคนอื่น และต้องทานให้เร็วเสร็จพร้อมคนอื่น จึงเป็นไปด้วยความยากลำบากอย่างมาก
ดาจึงขอรบกวนทางอาจารย์ช่วยประสานกลุ่มต่างๆ ให้ดาด่วนด้วย จักขอบพระคุณอย่างสูง เพราะตอนนี้ดาไม่สามารถติดต่อกลุ่มไหนได้เลย เพราะไม่มีใครรู้ว่าดาโดนย้ายด่วนมาที่นี่
ดาเลยต้องการให้อาจารย์ช่วยแจ้งข่าวของดา และช่วยบอกพี่ชายดาให้มาเยี่ยมด้วยถ้าเขาสะดวก
รวมถึงแจ้งเรื่องการขอประกันตัวดาด้วย เพราะช่วงนี้เห็นทางเจ้าหน้าที่ลาดยาวเคยบอกว่า เป็นช่วงอนุโลมการขอประกันตัวในช่วงน้ำท่วมจะทำเรื่องได้ง่ายกว่าปกติ มิฉะนั้นอาจพลาดโอกาสดีนี้ไป เนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่ศาลอาจเลื่อนการฟังคำพิพากษา เพราะเป็นช่วงน้ำท่วม
ดาเลยอยากให้ทางเราลองเสี่ยงทำดู เผ่ือจะฟลุ๊กโชคดี ดาหวังว่าการประสานงานจากทางอาจารย์จะช่วยดาได้อย่างมาก ดังที่ผ่านมา
ดาออกไปได้เมื่อไรจะไม่ลืมความช่วยเหลือที่ผ่านมาที่อาจารย์ช่วยเป็นอย่างดี กอร์ปดาเองก็ทราบมาว่าต้องอยู่ที่คลองไผ่นาน ถ้าอยู่โดยปราศจากปัจจัยด้านเงินไว้ซื้อของจำเป็นคงแย่แน่เลย หวังว่าอาจารย์คงเข้าใจในความจำเป็นของดาในครั้งนี้นะคะ
ด้วยความนับถือ&ระลึกถึงเสมอ
(ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล (ดา ตอร์ปิโด)
สมศักดิ์ เจียมฯยันหลักฐานการ์ดนปช.จับยัดคุกคดี112 ตำหนิแกนนำแดงปิดปากเงียบกรณีอากงSMS-นปช.แจงไม่ได้เพิกเฉย
ก่อนหน้านี้เมื่อว้ันที่ 17 ตุลาคม ศาลอาญาได้นัดให้ดา ตอร์ปิโดฟังคำพิพากษาในวันที่ 15 ธันวาคม 2554 เวลา 9.00 น. ที่ศาลอาญา ซึ่งหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์รายงาน การสัมภาษณ์ดารณี ว่า เธอได้แต่หวังว่าศาลจะเมตตาร่นเวลาพิจารณาตัดสินคดีเสียใหม่มาเป็นภายในสิ้น เดือนพฤศจิกายน เพื่อที่จะให้โอกาสเธอได้ยื่่นขอพระราชทานอภัยโทษเนื่องในวันเฉลิมพระ ชนมพรรษา 5 ธันวาคมนี้ เพราะการที่ศาลแจ้งว่าจะตัดสินคดีของเธอในวันที่ 15 ธันวาคมนั้น เป็นกา่รไม่ยุติธรรมและตัดโอกาสของเธอในการขอพระราชทานอภัยโทษ
ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล เขียนโพสต์ในเฟสบุ๊คกรณีไทยอีนิวส์นำเสนอข่าวเรื่อง ความจริงกรณีการ์ดนปช.จับคนเสื้อแดงส่งตำรวจคดี112 ความจริงคือเธอถูกปล่อยตัวไม่ได้ติดคุกว่า เป็นคนละกรณีกัน และยืนยันเรื่องที่เขาได้ระบุไปก่อนหน้านี้
ก่อนหน้านี้ไทยอีนิวส์นำเสนอข่าวว่า
กรณีที่ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ได้วิจารณ์ผ่านเฟซบุ๊คว่า แกนนำนปช. เพิกเฉยต่อการตัดสินจำคุกอากง 20 ปี ทั้งที่นปช. ผู้อ้างเป็น "กองหน้า" (คำของ อ.ธิดา วันแถลงข่าว) มีส่วน (contribution) อะไรบ้าง?? เกือบเท่ากับ "ศุนย์" เลยครับ อันที่จริง "ติดลบ" ต่ำกว่า ศูนย์ ด้วยซ้ำ เพราะ นปช. มีประวัติของการให้ การ์ด จับคน "หมิ่น" ส่งตำรวจเอง ... วันก่อน ที่ตัดสินไปคดีหนึ่ง ก็มาจากการจับของ "การ์ด" นปช. .. ลองหา link ข่าวกันเองดู)
แต่เมื่อเราได้ค้นหารายชื่อนักโทษการเมืองในคดี 112 น่าเชื่อว่าไม่มีกรณีที่ดร.สมศักดิ์กล่าวถึง หากดร.สมศักดิ์จะหมายถึงกรณีผู้หญิงรายหนึ่งที่ถูกการ์ดนปช.จับส่งตำรวจ (ดูที่เฟซบุ๊คของผู้หญิงรายนี้ยังมีการอัพเดตล่าสุดโดยเธอเองเมื่อ 2 วันก่อน) ยกเว้นว่าดร.สมศักดิ์ จะหมายถึงกรณีอื่น ซึ่งในชั้นนี้เรายังไม่ทราบ เพราะหากจะมีกรณีใกล้เคียงว่าถูกจับในที่ชุมนุมนั้นมีอีก 2 กรณีคือกรณีเอกชัย กับเสถียร แต่เอกชัยถูกจับที่ชุมนุมของแดงสยาม ส่วนเสถียรถูกจับกรณีขายซีดีในที่ชุมนุม(รายละเอียด)
ดร.สมศักดิ์โพสต์ว่า เรียน ไทยอีนิวส์ เรื่องซีเรียสแบบนี้ ผมไม่พลาด หรอกครับ
หนึ่งในกระทู้ข้างล่าง ที่ผมวิจารณ์กรณี นปช เรื่อง "ทำอะไรเกียวกับ 112" แล้วผมเอ่ยว่า เป็น "ศูนย์" หรือที่จริง "ติดลบ" ต่ำกว่าศูนย์ เสียอีก เพราะเคยมี การ์ด นปช เอง จับคนไปส่งตำรวจ ในคดีหมิ่น จนตัดสินติดคุกมาแล้ว
"ไทยอีนิวส์" ต้องถึงกับขึ้นกระทู้ชี้แจงว่า ที่ผมเขียนไปนั้น พลาด กรณีการ์ด นปช จับคนไปส่งตำรวจคดีหมิ่น เพราะคุณผู้หญิงคนที่ถูกจับนั้น ถูกปล่อยตัว ...
ผมไม่ได้พลาดหรอกครับ กรณีคุณผู้หญิงคนนั้น ปล่อยตัวมา ผมรู้ดีอยู่ (จริงๆ แล้ว ผมจะยกกรณีนี้ เป็นเรื่อง "ติดลบ" ก็ได้ เพราะจริงๆ ใครจะไปรู้ว่า ที่จับไปส่งนั้น จะไม่ถูกตั้งข้อหา การจับไปส่ง จริงๆ ก็เรียกว่าเป็น การ "ติดลบ" แล้ว เรื่อง 112 แต่ทีผมเขียนไปจริงๆ ไม่ได้หมายถึงกรณีนี้)
ผมหมายถึงกรณีนี้ครับ "คนเชื้อสายสิงคโปร์" แต่อยู่เมืองไทยมา 30 ปีแล้ว ถูกตัดสินจำคุก 10 ปี คดีหมิ่น จากการจับของการ์ด นปช. (ดูลิ้งค์ข่าวประชาไท:รายงาน ผู้ต้องขัง ม.112 ตกสำรวจ และรวมปฏิทินคดีหมิ่นพระบรมเดชานภาพ)
"..... เขาเล่าให้ผู้ใกล้ชิดฟังว่า เขาไม่ได้สังกัดกลุ่มใด และเคยไปฟังเวทีปราศรัยของ นปช.เพียง 2-3 ครั้ง ในวันเกิดเหตุ เขาต้องการไปแจกใบปลิวที่ธรรมศาสตร์ แต่เนื่องจากเป็นวันหยุด จึงตัดสินใจไปแจกในที่ชุมนุมแทน จนกระทั่งการ์ดของ นปช.ที่ดูแลบริเวณที่ชุมนุมได้จับตัวเขาส่งตำรวจ หลังจากเห็นข้อความในเอกสาร
เขาเสียใจและโกรธแค้น นปช.อย่างมาก และยืนยันว่าแม้จะใช้ถ้อยคำรุนแรง แต่เขามีเหตุผล ...."
เมื่อเราได้ตรวจดูรายชื่อนักโทษคดีการเมือง คดี 112 ซึ่งอยู่ในรายชื่อที่นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประสานงานให้กรมคุ้มครองสิทธิ กระทรวงยุติธรรมยื่นประกันตัวในสัปดาห์หน้า ปรากฎว่านักโทษรายนี้คือนายวันชัย (สงวนนามสกุล)ตามเอกสารว่าถูกตัดสินจำคุก 5 ปี อย่างไรก็ตามในรายงานข่าวประชาไทแจ้งว่าถูกตัดสินจำคุก 10 ปี โดยแยกเป็น 2 กระทงๆละ 5 ปี (ดูรายชื่อในธิดา'ลิสต์)
ธิดา'List-รายชื่อ 101 นักโทษการเมือง รวมคดี 112 ที่นางธิดา ถาวรเศรษฐ รักษาการประธานนปช.ยื่นข้อเสนอต่อรัฐมนตรียุติธรรมขอให้ปล่อยตัวตามข้อเสนอ ของ คอป.ซึ่งมีข้อสรุปว่าจะให้กรมคุ้มครองสิทธิยื่นประกันในสัปดาห์หน้า อย่างไรก็ดีมีเสียงวิจารณ์ว่านปช.มา"ช้า"ไป และยังไม่ยอมหยิบยกกรณี 112 ขึ้นมารณรงค์เคลื่อนไหว และเพิกเฉยต่อกรณีอากงSMS
ซึ่งตามรายงานข่าวของประชาไทระบุเหตุการณ์จับกุมในวันที่ 6 เมษายน 2552 ในช่วงนปช.ภายใต้การนำของนายวีระ มุสิกพงษ์ ประธานนปช.(ในเวลานั้น)จัดการชุมนุมใหญ่ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล ก่อนจะจบลงด้วยการยอมจำนนต่อฝ่ายรัฐบาลของแกนนำนปช.ในเหตุการณ์ที่เรียกกัน ว่า"สงกรานต์เลืิอด 2552"
คลิปข่าวรักษาการประธานนปช.ยื่นหนังสือเจรจากับรัฐมนตรียุติธรรมและปลัด กระทรวงยุติธรรมให้ปล่อยตัวนักโทษคดีการเมือง 101 ราย โดยให้รวมนักโทษคดี 112 ด้วยตามข้อเสนอ คอป.ซึ่ง ปคอป.มีมติเห็นด้วย และครม.เมื่อวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมามีติให้ปฏิบัติตาม และมีหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อธิบดีDSI และอัยการสูงสุดให้ปฏิบัติตาม และได้ข้อตกลง 2 ข้อคือจะยื่นประกันตัวสัปดาห์หน้า กับให้ย้ายนักโทษการเมืองกรณีตัดสินเด็ดขาด แยกออกมาอยู่ในสถานที่คุมขังเฉพาะนักโทษคดีการเมือง คาดว่าอาจเป็นบริเวณหลังสโมสรตำรวจ
ดร.สมศักดิ์เขียนในเฟซบุ๊คเพิ่มเติมว่า เรื่องที่ อ.ธิดา ไปยื่นหนังสือกับประชา เรื่องประกันตัวผู้ต้องหาการเมือง โดยรวม 112 เข้าไว้นั้น ผมก็ได้เขียนในกระทู้ข้างล่างเหล่านั้นไปแล้ว คือ ผมตระหนักถึงข่าวนั้นดีอยู่ แต่ความจริงคือ นี่เป็นการทำที่ "ช้า" มาก และเกิดขึ้นในปริบทของการที่ ในระหว่างเรื่อง พรฎ. อภัยโทษ ทักษิณ ผม และคนอื่นๆ (รวมทั้ง ไทยอีนิวส์ ที่ส่วนหนึ่งนำที่ผมโพสต์ไปตั้งกระทู้ต่อ) ได้ โวยวายเรื่อง "ถ้าแข็งพอจะช่วยทักษิณ..."
ที่สำคัญการ "ช่วย" คนต้องโทษกรณีหมิ่นฯนั้น ที่สำคัญ ไมใช่แค่ยื่นประกันครับ ยื่นยังไง ก็ยากจะได้
แต่ที่ควรทำ (มานานแล้ว) คือ การ "เรส" ประเด็น 112 ครับ
ดร.สมศักดิ์เขียนวิจารณ์นปช.ว่า อันนี้ต่อเนื่องจากประเด็นทีผมวิจารณ์ นปช. ว่า เป็น "ศูนย์" กระทั่ง "ติดลบ" กรณี 112 และแม้แต่กรณี อากง ที่คนเขาพูดกันทั้งบ้านทั้งเมืองด้วยความ "ช็อค" นปช. ก็ไม่ยอมพูดถึงเลย
โดยที่ก่อนหน้านี้ ผมได้ชี้ให้เห็นว่า ในการแถลงต่อนักข่าว 2 ครั้ง ในวันพุธ ของ อ.ธิดา (บ่ายโมง และ บ่ายสาม) ก็ไม่ยอมพูดถึงเลย
อันที่จริง ไมใช่กรณีอากงเท่านั้น กรณีอื่นๆก่อนหน้านี้ ก็ควรพูดมานานแล้ว ทีสำคัญคือพูดประเด็น 112 นี่แหละ ไม่ใช่ เอาแต่คอย "ตาม" ให้คนอื่น ทำให้ก่อน จนกลายเป็นข่าวคราวไปทั่วโลก (เช่น กรณียูเอ็น) จึงค่อยออกมา กระมิดกระเมี้ยน พูดตามแบบเล็กๆน้อยๆ
แต่กรณีอากงมัน "ช็อค" มากๆอย่างที่ว่าจริงๆ และถ้าไม่พูด ก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรแล้ว
ผมอยากยกตัวอย่างให้ดูว่า เรื่องนี้ แม้แต่ นสพ. "คอนเซอร์เวถีป" ที่แอนตี้ทักษิณ อย่าง Bangkok Post วันนี้ ยังมีถึง 2 คอลัมน์ ที่ยกประเด็นเรื่อง อากง ขึ้นมา แล้วเสนอว่า 112 "ต้องมีการทบทวนปฏิรูป" แม้เนื้อหาและจุดยืนที่เขียน ผมจะไม่เห็นด้วยเยอะ แต่อย่างน้อย แสดงว่า กรณี อากง มันสะท้อนความวิปริตของ 112 จนกระทัง ขนาด Bangkok Post ต้องออกมาแบบนี้
-บทนำBangkok Post
-บทความของคุณวรนัย
(บอกตรงๆว่า ผมดูคุณตู่ คุณเต้น "สรวลเสเฮฮา" ตลอดรายการ (แซว ประชาธิปัตย์) แล้ว เซ็ง นะในสถานการณ์ที่คนแก่ เจ็บป่วย เพิ่งถูกส่งติดคุก 20 ปีน่ะ - ลองคิดดู ขนาด Bangkok Post ยัง "ช็อค" จนต้องออกมาพูดน่ะ)
อย่างที่ผมเขียนไปแล้วว่า record หรือ ประวัติ เรื่อง 112 ของ นปช. นี้ เป็นอะไรทีน่าจะ "อาย" มาก ในฐานะทีอ้างเป็น "กองหน้า" หรือ "ผู้นำ" ของ ขบวนการประชาธิปไตย
หมอหวายลูกชายธิดาแจงนปช.ไม่ได้เพิกเฉย
นายแพทย์สลักักธรรม โตจิราการ บุตรชายรักษาการประธานนปช.เขียนในเฟซบุ๊คของเขาว่า วันนี้ดูสถานะของcelebsบางคนแล้วแสดงว่าไม่ได้ติดตามการทำงานของ นปช.เลย เช่นกล่าวว่า นปช.ไม่ได้ประกันนักโทษคดี112 ทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยประกันอ.สุรชัยและอ.สมยศไปแต่ไม่สำเร็จทำให้ต้อง เปลี่ยนยุทธวิธีเพื่อให้มีโอกาสประกันสำเร็จ และการเตรียมการเร่งรัดความยุติธรรมกับรัฐนั้นมีการตกลงมานานพอควร(แต่ผมได้ รู้ล่วงหน้ามา3วันก่อนวันยื่นหนังสือที่เป็นวันเดียวกับที่อากงโดนพิพากษา) และก็ได้ผลเชิงรูปธรรมสามารถยกคุณภาพชีวิตได้จริงโดยการและเข้าใกล้ความ สำเร็จในการประกันตัวพวกเขามากขึ้น แน่นอนว่าเราคงไม่ทำแค่นี้ ขั้นต่อไปคือลากคนผิดในคดีสังหารประชาชนเมื่อปีที่แล้วพร้อมกับกับชำระ กระบวนการใส่ไคล้ประชาชนด้วย
มีคนสงสัยถึงประโยชน์ของการต่อสู้ของ นปช.ที่ให้แยกที่คุมขังนักโทษการเมืองและให้ปฏิบัติอย่างมีศักดิ์ศรี การออกแรงทำให้รัฐเป็นผู้ประกันนักโทษการเมือง และการทบทวนการตั้งข้อหาว่าเป็นเรื่อง "หน่อมแน้ม" หรือไม่ ผมคิดว่าการต่อสู้ใน 3 ข้อนี้ เป็นเรื่องสำคัญกว่าการต่อสู้ให้แก้ตัวอักษรในข้อกฎหมายใดๆมาก เพราะแม้จะมีการแก้ไขหรือลบ ม.112 ,พรก.ฉุกเฉิน หรือ พรบ.คอมฯ ก็ตาม กระบวนการอำนาจรัฐของระบอบอมาตยาธิปไตยก็ยังคงสามารถใช้กฎหมายข้ออื่น ร่างกฎหมายหรือ"จริยธรรม"ขึ้นมาใหม่หรือใช้กลไกดิบเถื่อนเล่นงานการแสดงออก ซึ่งความคิดอย่างเสรี เช่น การไม่ให้ประกันตัว การสร้างความเกลียดชังในสังคม
ฉะนั้น การให้รัฐเปลี่ยนแปลงการคุมขัง การให้รัฐเป็นผู้ยื่นประกันตัว และการให้มีการทบทวนการพิจารณาคดีและการตั้งข้อหา จึงเป็นหลักประกันว่าต่อไปอำนาจรัฐที่แท้จริงจะไม่สามารถใช้การคุมขังทางการ เมืองมาจำกัดสิทธิภาพไม่ว่าด้วยข้อหาใดก็ตาม นายแพทย์สลักธรรมกล่าวในเฟซบุ๊ค
**********
รายงานเกี่ยวเนื่อง:
-รายงานข่าวประชาไท:แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล’ ชี้ ‘อากง’ เป็น ‘นักโทษการเมือง’- ‘อาร์ติเคิล 19’ ประณามคำตัดสินคดี
-รายงานไทยอีนิวส์:นิรโทษกรรมสากลจี้รัฐเว้นวรรค112เร่งแก้ไขสู่มาตรฐานสากล ปล่อยนักโทษทางความคิดทันที
Sunday, November 27, 2011
สมศักดิ์ เจียมฯยันหลักฐานการ์ดนปช.จับยัดคุกคดี112 ตำหนิแกนนำแดงปิดปากเงียบกรณีอากงSMS
ที่มา Thai E-News
ธิดา'List-รายชื่อ 101 นักโทษการเมือง รวมคดี 112 ที่นางธิดา ถาวรเศรษฐ รักษาการประธานนปช.ยื่นข้อเสนอต่อรัฐมนตรียุติธรรมขอให้ปล่อยตัวตามข้อเสนอ ของ คอป.ซึ่งมีข้อสรุปว่าจะให้กรมคุ้มครองสิทธิยื่นประกันในสัปดาห์หน้า อย่างไรก็ดีมีเสียงวิจารณ์ว่านปช.มา"ช้า"ไป และยังไม่ยอมหยิบยกกรณี 112 ขึื้นมารณรงค์เคลื่อนไหว และเพิกเฉยต่อกรณีอากงSMS
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
27 พฤศจิกายน 2554
ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล เขียนโพสต์ในเฟสบุ๊คกรณีไทยอีนิวส์นำเสนอข่าวเรื่อง ความจริงกรณีการ์ดนปช.จับคนเสื้อแดงส่งตำรวจคดี112 ความจริงคือเธอถูกปล่อยตัวไม่ได้ติดคุกว่า เป็นคนละกรณีกัน และยืนยันเรื่องที่เขาได้ระบุไปก่อนหน้านี้
ก่อนหน้านี้ไทยอีนิวส์นำเสนอข่าวว่า
กรณีที่ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ได้วิจารณ์ผ่านเฟซบุ๊คว่า แกนนำนปช. เพิกเฉยต่อการตัดสินจำคุกอากง 20 ปี ทั้งที่นปช. ผู้อ้างเป็น "กองหน้า" (คำของ อ.ธิดา วันแถลงข่าว) มีส่วน (contribution) อะไรบ้าง?? เกือบเท่ากับ "ศุนย์" เลยครับ อันที่จริง "ติดลบ" ต่ำกว่า ศูนย์ ด้วยซ้ำ เพราะ นปช. มีประวัติของการให้ การ์ด จับคน "หมิ่น" ส่งตำรวจเอง ... วันก่อน ที่ตัดสินไปคดีหนึ่ง ก็มาจากการจับของ "การ์ด" นปช. .. ลองหา link ข่าวกันเองดู)
แต่เมื่อเราได้ค้นหารายชื่อนักโทษการเมืองในคดี 112 น่าเชื่อว่าไม่มีกรณีที่ดร.สมศักดิ์กล่าวถึง หากดร.สมศักดิ์จะหมายถึงกรณีผู้หญิงรายหนึ่งที่ถูกการ์ดนปช.จับส่งตำรวจ (ดูที่เฟซบุ๊คของผู้หญิงรายนี้ยังมีการอัพเดตล่าสุดโดยเธอเองเมื่อ 2 วันก่อน) ยกเว้นว่าดร.สมศักดิ์ จะหมายถึงกรณีอื่น ซึ่งในชั้นนี้เรายังไม่ทราบ เพราะหากจะมีกรณีใกล้เคียงว่าถูกจับในที่ชุมนุมนั้นมีอีก 2 กรณีคือกรณีเอกชัย กับเสถียร แต่เอกชัยถูกจับที่ชุมนุมของแดงสยาม ส่วนเสถียรถูกจับกรณีขายซีดีในที่ชุมนุม(รายละเอียด)
ดร.สมศักดิ์โพสต์ว่า เรียน ไทยอีนิวส์ เรื่องซีเรียสแบบนี้ ผมไม่พลาด หรอกครับ
หนึ่งในกระทู้ข้างล่าง ที่ผมวิจารณ์กรณี นปช เรื่อง "ทำอะไรเกียวกับ 112" แล้วผมเอ่ยว่า เป็น "ศูนย์" หรือที่จริง "ติดลบ" ต่ำกว่าศูนย์ เสียอีก เพราะเคยมี การ์ด นปช เอง จับคนไปส่งตำรวจ ในคดีหมิ่น จนตัดสินติดคุกมาแล้ว
"ไทยอีนิวส์" ต้องถึงกับขึ้นกระทู้ชี้แจงว่า ที่ผมเขียนไปนั้น พลาด กรณีการ์ด นปช จับคนไปส่งตำรวจคดีหมิ่น เพราะคุณผู้หญิงคนที่ถูกจับนั้น ถูกปล่อยตัว ...
ผมไม่ได้พลาดหรอกครับ กรณีคุณผู้หญิงคนนั้น ปล่อยตัวมา ผมรู้ดีอยู่ (จริงๆ แล้ว ผมจะยกกรณีนี้ เป็นเรื่อง "ติดลบ" ก็ได้ เพราะจริงๆ ใครจะไปรู้ว่า ที่จับไปส่งนั้น จะไม่ถูกตั้งข้อหา การจับไปส่ง จริงๆ ก็เรียกว่าเป็น การ "ติดลบ" แล้ว เรื่อง 112 แต่ทีผมเขียนไปจริงๆ ไม่ได้หมายถึงกรณีนี้)
ผมหมายถึงกรณีนี้ครับ "คนเชื้อสายสิงคโปร์" แต่อยู่เมืองไทยมา 30 ปีแล้ว ถูกตัดสินจำคุก 10 ปี คดีหมิ่น จากการจับของการ์ด นปช. (ดูลิ้งค์ข่าวประชาไท:รายงาน ผู้ต้องขัง ม.112 ตกสำรวจ และรวมปฏิทินคดีหมิ่นพระบรมเดชานภาพ)
"..... เขาเล่าให้ผู้ใกล้ชิดฟังว่า เขาไม่ได้สังกัดกลุ่มใด และเคยไปฟังเวทีปราศรัยของ นปช.เพียง 2-3 ครั้ง ในวันเกิดเหตุ เขาต้องการไปแจกใบปลิวที่ธรรมศาสตร์ แต่เนื่องจากเป็นวันหยุด จึงตัดสินใจไปแจกในที่ชุมนุมแทน จนกระทั่งการ์ดของ นปช.ที่ดูแลบริเวณที่ชุมนุมได้จับตัวเขาส่งตำรวจ หลังจากเห็นข้อความในเอกสาร
เขาเสียใจและโกรธแค้น นปช.อย่างมาก และยืนยันว่าแม้จะใช้ถ้อยคำรุนแรง แต่เขามีเหตุผล ...."
้เมื่อเ้ราได้ตรวจดูรายชื่อนักโทษคดีการเมือง คดี 112 ซึ่งอยู่ในรายชื่อที่นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประสานงานให้กรมคุ้มครองสิทธิ กระทรวงยุติธรรมยื่นประกันตัวในสัปดาห์หน้า ปรากฎว่านักโทษรายนี้คือนายวันชัย (สงวนนามสกุล)ถูกตัดสินจำคุก 5 ปี (ดูรายชื่อในธิดา'ลิสต์ข้างบน)
ซึ่งตามรายงานข่าวของประชาไทระบุเหตุการณ์จับกุมในวันที่ 6 เมษายน 2552 ในช่วงนปช.ภายใต้การนำของนายวีระ มุสิกพงษ์ ประธานนปช.(ในเวลานั้น)จัดการชุมนุมใหญ่ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล ก่อนจะจบลงด้วยการยอมจำนนต่อฝ่ายรัฐบาลของแกนนำนปช.ในเหตุการณ์ที่เรียกกัน ว่า"สงกรานต์เลืิอด 2552"
คลิปข่าวรักษาการประธานนปช.ยื่นหนังสือเจรจากับรัฐมนตรียุติธรรมและปลัด กระทรวงยุติธรรมให้ปล่อยตัวนักโทษคดีการเมือง 101 ราย โดยให้รวมนักโทษคดี 112 ด้วยตามข้อเสนอ คอป.ซึ่ง ปคอป.มีมติเห็นด้วย และครม.เมื่อวันที่ 25 ตุลาึคมที่ผ่านมามีติให้ปฏิบัติตาม และมีหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อธิบดีDSI และอัยการสูงสุดให้ปฏิบัติตาม และได้ข้อตกลง 2 ข้อคือจะยื่นประกันตัวสัปดาห์หน้า กับให้ย้ายนักโทษการเมืองกรณีตัดสินเด็ดขาด แยกออกมาอยู่ในสถานที่คุมขังเฉพาะนักโทษคดีการเมือง คาดว่าอาจเป็นบริเวณหลังสโมสรตำรวจ
ดร.สมศักดิ์เขียนในเฟซบุ๊คเพิ่มเติมว่า เรื่องที่ อ.ธิดา ไปยื่นหนังสือกับประชา เรื่องประกันตัวผู้ต้องหาการเมือง โดยรวม 112 เข้าไว้นั้น ผมก็ได้เขียนในกระทู้ข้างล่างเหล่านั้นไปแล้ว คือ ผมตระหนักถึงข่าวนั้นดีอยู่ แต่ความจริงคือ นี่เป็นการทำที่ "ช้า" มาก และเกิดขึ้นในปริบทของการที่ ในระหว่างเรื่อง พรฎ. อภัยโทษ ทักษิณ ผม และคนอื่นๆ (รวมทั้ง ไทยอีนิวส์ ทีส่วนหนึ่งนำที่ผมโพสต์ไปตั้งกระทู้ต่อ) ได้ โวยวายเรื่อง "ถ้าแข็งพอจะช่วยทักษิณ..."
ที่สำคัญการ "ช่วย" คนต้องโทษกรณีหมิ่นฯนั้น ที่สำคัญ ไมใช่แค่ยื่นประกันครับ ยื่นยังไง ก็ยากจะได้
แต่ที่ควรทำ (มานานแล้ว) คือ การ "เรส" ประเด็น 112 ครับ
ดร.สมศักดิ์เขียนวิจารณ์นปช.ว่า อันนี้ต่อเนื่องจากประเด็นทีผมวิจารณ์ นปช. ว่า เป็น "ศูนย์" กระทั่ง "ติดลบ" กรณี 112 และแม้แต่กรณี อากง ที่คนเขาพูดกันทั้งบ้านทั้งเมืองด้วยความ "ช็อค" นปช. ก็ไม่ยอมพูดถึงเลย
โดยที่ก่อนหน้านี้ ผมได้ชี้ให้เห็นว่า ในการแถลงต่อนักข่าว 2 ครั้ง ในวันพุธ ของ อ.ธิดา (บ่ายโมง และ บ่ายสาม) ก็ไม่ยอมพูดถึงเลย
อันทีจริง ไมใช่กรณีอากงเท่านั้น กรณีอื่นๆก่อนหน้านี้ ก็ควรพูดมานานแล้ว ทีสำคัญคือพูดประเด็น 112 นี่แหละ ไม่ใช่ เอาแต่คอย "ตาม" ให้คนอื่น ทำให้ก่อน จนกลายเป็นข่าวคราวไปทั่วโลก (เช่น กรณียูเอ็น) จึงค่อยออกมา กระมิดกระเมี้ยน พูดตามแบบเล็กๆน้อยๆ
แต่กรณีอากงมัน "ช็อค" มากๆอย่างที่ว่าจริงๆ และถ้าไม่พูด ก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรแล้ว
ผมอยากยกตัวอย่างให้ดูว่า เรื่องนี้ แม้แต่ นสพ. "คอนเซอร์เวถีป" ที่แอนตี้ทักษิณ อย่าง Bangkok Post วันนี้ ยังมีถึง 2 คอลัมน์ ที่ยกประเด็นเรื่อง อากง ขึ้นมา แล้วเสนอว่า 112 "ต้องมีการทบทวนปฏิรูป" แม้เนื้อหาและจุดยืนทีเขียน ผมจะไม่เห็นด้วยเยอะ แต่อย่างน้อย แสดงว่า กรณี อากง มันสะท้อนความวิปริตของ 112 จนกระทัง ขนาด Bangkok Post ต้องออกมาแบบนี้
-บทนำBangkok Post
-บทความของคุณวรนัย
(บอกตรงๆว่า ผมดูคุณตู่ คุณเต้น "สรวลเสเฮฮา" ตลอดรายการ (แซว ประชาธิปัตย์) แล้ว เซ็ง นะในสถานการณ์ที่คนแก่ เจ็บป่วย เพิ่งถูกส่งติดคุก 20 ปีน่ะ - ลองคิดดู ขนาด Bangkok Post ยัง "ช็อค" จนต้องออกมาพูดน่ะ)
อย่างที่ผมเขียนไปแล้วว่า record หรือ ประวัติ เรื่อง 112 ของ นปช. นี้ เป็นอะไรทีน่าจะ "อาย" มาก ในฐานะทีอ้างเป็น "กองหน้า" หรือ "ผู้นำ" ของ ขบวนการประชาธิปไตย
เร่งกู้วิกฤติศรัทธา หลังศึกซักฟอก
ที่มา Voice TV
รายการ Flash Forward ประจำวันที่ 27 พ.ย. 2554
ความร้อนแรงดุจไฟลามทุ่งของ ร่างพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ ถูกดับลงด้วยจดหมายเปิดผนึกของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แต่ความหวาดระแวงยังคงดำรงอยู่ในสังคมไทย
ขณะที่สุดสัปดาห์นี้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ จะเผชิญศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจแม้ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก จะตกเป็นเป้า แต่พรรคฝ่ายค้านอาชีพอย่างประชาธิปัตย์ ก็คงล็อคเป้าพาดพิงนายกหญิงยิ่งลักษณ์ด้วย โดยมีการประเมินว่าช่วงต้นปีหน้าจะมีการปรับครม.เพื่อกอบกู้วิกฤติศรัทธา
ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย วันที่ 28/11/54 เงินนี้..เจ้าทุกข์ไม่อยากได้คืน
ที่มา blablabla
โดย 3บลา ประชาไท




