WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, December 4, 2011

กองทัพรัฐฉาน SSA ลงนามหยุดยิงกับรัฐบาลพม่าแล้ว

ที่มา ประชาไท

ตัวแทนกองทัพรัฐฉาน SSA กลุ่มเจ้ายอดศึก และรัฐบาลพม่า พบหารือกันครั้งรอบสองที่เมืองตองจี เมืองหลวงของรัฐฉาน สองฝ่ายลงนามหยุดยิงอย่างเป็นทางการ ด้านทหารพม่าในรัฐฉานสั่งผู้ใหญ่บ้านประกาศแจ้งชาวบ้านให้เลิกหวั่นกลัวภัยสู้รบ

(แฟ้มภาพ) กองทัพรัฐฉาน SSA ระหว่างสวนสนามที่ฐานดอยไตแลง เืนื่องในวันปฏิวัติประชาชนรัฐฉานปีที่ 53 เมื่อ 21 พ.ค. 2554 ล่าสุด SSA เพิ่งลงนามหยุดยิงกับรัฐบาลพม่าหลังการหารือรอบที่สองที่เมืองตองจี

สำนักข่าว Mizzima/SHAN รายงานว่า เมื่อวานนี้ (2 ธ.ค.) คณะเจรจาสภากอบกู้รัฐฉาน / กองทัพรัฐฉาน RCSS/SSA หรือ กองกำลังไทใหญ่ "ใต้" กลุ่ม พล.ท.เจ้ายอดศึก ที่มีกองบัญชาการอยู่ที่ดอยไตแลง ตรงข้ามอำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้พบเจรจากับคณะตัวแทนรัฐบาลพม่า ที่เมืองตองจี เมืองหลวงของรัฐฉาน ฝ่ายคณะตัวแทนรัฐบาลพม่านำโดยนายอูอ่องมิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการขนส่งทางรถไฟ และ อูขิ่นหม่องโซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานที่ 2 ส่วนฝ่ายคณะเจรจาสภากอบกู้รัฐฉาน / กองทัพรัฐฉาน RCSS/SSA นำโดย พลจัตวา จายลู และ พ.อ.จายละ

การเจรจาของทั้งสองฝ่ายครั้งนี้นับเป็นครั้งที่สอง หลังจากได้มีการนัดพบเจรจากันครั้งแรกไปเมื่อวันที่ 19 พ.ย. ที่ผ่านมา ที่บริเวณชายแดนไทย–พม่า (รัฐฉาน) โดยในการเจรจาทั้งสองฝ่ายได้หยิบยกประเด็นข้อเสนอจากการเจรจากันครั้งแรกมาหารือกัน จากนั้นในช่วงบ่ายทั้งสองฝ่ายได้ข้อสรุปเห็นชอบและลงนามอย่างเป็นทางการร่วมกัน

โดยข้อเสนอที่ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบและลงนามร่วมกันมีทั้งหมด 8 ข้อ เป็นข้อเสนอจากฝ่ายรัฐบาลพม่า 4 ข้อ ได้แก่ 1. ให้ทั้งสองฝ่ายยุติสู้รบกัน 2. แต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานและเปิดสำนักงานเจรจาระหว่างกัน 3. หากไม่พกพาอาวุธให้อนุญาตเข้าพื้นที่เคลื่อนไหวซึ่งกันและกัน 4. กำหนดวันเวลาและสถานที่ในการพบเจรจากันครั้งต่อไป และข้อเสนอจากฝ่ายสภากอบกู้รัฐฉาน / กองทัพรัฐฉาน RCSS/SSA 4 ข้อ ประกอบด้วย 1. ขอทั้งสองฝ่ายยุติสู้รบกัน 2. ให้แก้ไขปัญหาทางการเมืองร่วมกัน 3. ขอเขตพื้นที่พิเศษเพื่อการพัฒนา และ 4. ขอปราบปรามยาเสพติดร่วมกัน

นอกจากนี้ คณะตัวแทนรัฐบาลพม่าได้เสนอให้สภากอบกู้รัฐฉาน / กองทัพรัฐฉาน RCSS/SSA เปิดสำนักงานประสานงานใน 10 อำเภอ ในรัฐฉาน เช่น ท่าขี้เหล็ก, เชียงตุง, ตองจี, โขหลำ, เมืองโต๋น ส่วนรายละเอียดข้อเสนอเรื่องขอเขตพื้นที่พิเศษเพื่อการพัฒนานั้น ทางรัฐบาลพม่าจะนำไปพิจารณาเพื่อกำหนดข้อชัดเจนต่อไป

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า ในวันเดียวกันหลังการลงนามหยุดยิงอย่างเป็นทางการระหว่างรัฐบาล พม่าและกองทัพรัฐฉาน SSA ได้ไม่นาน ผู้ใหญ่บ้านบ้านปุ่งป่าแขม บ้านนากองมู อำเภอเมืองโต๋น จังหวัดเมืองสาด (อยู่ตรงข้ามอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่) ได้รับคำสั่งให้ประกาศแจ้งชาวบ้านทราบเกี่ยวกับการหยุดยิงของทั้งสองฝ่าย โดยระบุว่า นับจากนี้ชาวบ้านไม่ต้องหวั่นกลัวภัยสู้รบอีก และหากพบเห็นทหารกองกำลังไทใหญ่ SSA เข้ามาในเมืองก็อย่าได้ตื่นกลัวเพราะทั้งสองฝ่ายได้หยุดยิงกันแล้ว

ชมภาพ / อ่านข่าวย้อนหลังได้ที่
http://www.khonkhurtai.org/


"คนเครือไท" เป็นศูนย์ข่าวภาคภาษาไทยเครือข่ายสำนักข่าวอิสระไทใหญ่ หรือ สำนักข่าวฉาน (SHAN – Shan Herald Agency for News) มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารจากเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในรัฐฉาน สหภาพพม่า ตลอดจนตามแนวชายแดนไทย ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับองค์กรการเมือง / การทหารกลุ่มใด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ shan_th@cm.ksc.co.th หรือ ติดตามอ่านข่าวสารภาคภาษาอังกฤษได้ที่ www.shanland.org ภาคภาษาไทใหญ่ที่ www.mongloi.org และภาคภาษาไทยที่ www.khonkhurtai.org

‘นักธุรกิจสงขลา’ ชงเมกะโปรเจ็กต์ภาคใต้ ‘ยิ่งลักษณ์’ รับพิจารณา

ที่มา ประชาไท

“นักธุรกิจสงขลา” ชงเดินหน้าเมกะโปรเจ็กต์ภาคใต้ “แลนด์บริดจ์-เซาเทิร์นซีบอร์ด” “ยิ่งลักษณ์” รับสอดคล้องนโยบายรัฐบาล พร้อมนำข้อเสนอพิจารณา

นางสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ระหว่างพบปะกับนักธุรกิจจังหวัดสงขลา เพื่อรับฟังข้อเสนอแนวทางและความเห็น ในการพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดสงขลา และภาคใต้ ณ โรงแรมซากุระแกรนด์วิว อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

วันที่ 2 ธ.ค.54 เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น.ที่ห้องชัยพฤกษ์ โรงแรมซากุระแกรนด์วิว อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะ ได้เดินทางร่วมพบปะกับนักธุรกิจจังหวัดสงขลา เพื่อรับฟังข้อเสนอแนวทางและความเห็นในการพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดสงขลา และภาคใต้ และร่วมรับประทานอาหารกลางวัน โดยมีผู้เข้าร่วมประมาณ 50 คน
นายสุรชัย จิตภักดีบดินทร์ ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา เสนอต่อนางสาวยิ่งลักษณ์ว่า ให้รัฐบาลเร่งพิจารณาการลงทุนในโครงการเมกะโปรเจกต์ และผลักดันการลงทุนในระบบสาธารณูปโภคที่สำคัญของภาคใต้ ประกอบด้วย โครงการก่อสร้างด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ และขยายพรมแดนด่านสะเดา โครงการมอเตอร์เวย์เชื่อมด่านสะเดา-หาดใหญ่ โครงการรางรถไฟคู่และรถไฟความเร็วสูงในภาคใต้ และโครงการสะพานเศรษฐกิจ (แลนด์บริดจ์) สงขลา-สตูล สนับสนุนให้หาดใหญ่เป็นศูนย์ธุรกิจบันเทิงครบวงจร โครงการตลาดน้ำริมคลอง
อีกทั้งขอให้รัฐบาลมุ่งแก้ปัญหาและมีมาตรการที่ชัดเจนในการรักษาความ มั่นคง ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งส่งผลต่อความมั่นใจในด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวในจังหวัดชายแดนภาคใต้
ส่วนนายสมบูรณ์ พฤกษานุศักดิ์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา เสนอให้รัฐบาลเร่งพัฒนาแผนงานโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่าย อินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย (IMT-GT) เนื่องจากที่ผ่านมานั้นไม่คืบหน้าเท่าที่ควร
“อยากให้เร่งรัดการก่อสร้างทางหลวงพิเศษ โครงการพัฒนาชายฝั่งทะเลภาคใต้ (Southern Seaboard) ท่าเรือน้ำลึกปากบารา อำเภอละงู จังหวัดสตูล และพัฒนาแผนงานพิจารณาขยายคลองระบายน้ำ 1-6 เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายจากภัยพิบัติน้ำท่วมด้วย” นายสมบูรณ์ กล่าว
ด้านนายสมชาติ พิมพ์ธนะพูนพร ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา เสนอให้เปิดเส้นทางการบินใหม่เพิ่มขึ้น เพื่อกระตุ้นการเดินทางมาท่องเที่ยวของชาวต่างชาติ
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวในการพบปะว่า โครงการที่นำเสนอทั้งหมดเป็นไปในแนวทางเดียวกับนโยบายของรัฐบาลที่จะพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานของทั้งประเทศอยู่แล้ว โดยเฉพาะด้านการคมนาคมและด้านการท่องเที่ยว แต่ทั้งนี้จะนำโครงการที่นำเสนอไปพิจารณาโดยการนำไปหารือกับผู้เกี่ยวข้อง อีกครั้งหนึ่ง
นางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานต่างๆ ซึ่งรัฐบาลมีนโนบายเร่งฟื้นฟูอย่างเร่งด่วนภายใน 1 ปี และในปี 2555 ที่จะถึงนี้ รัฐบาลมีโครงการ มหัศจรรย์ไทยแลนด์ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวมด้วย
“ส่วนเรื่องแผนพัฒนาเขตเศรษฐกิจไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย นั้น จะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด เพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และเตรียมตัวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” นางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าว

6ปีพระราชดำรัส4ธ.ค.48:พระบารมีปกเกล้า

ที่มา Thai E-News



สถานการณ์ที่สำคัญของเหตุการณ์บ้านเมืองในระหว่างเดือนกันยายน-เดือนธันวาคม 2548

6 กันยายน 2548-สนธิ ลิ้มทองกุล นำบทกวี"ลูกแกะหลงทาง"อ่านออกรายการเมืองไทยรายสัปดาห์

18 กันยายน 2548- รายการเมืองไทยรายสัปดาห์ของสนธิหลุดผังช่อง 9

8 พฤศจิกายน 2548-พ.ต.ท.สำเนียง ลือเจียงคำ รองผกก.สส.สภอ.เมือง ยโสธร ร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีนายสนธิ หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามมาตรา112 โดยกล่่าวหาว่า การที่นายสนธิโจมตีรัฐบาลทักษิณ(ในขณะนั้น) โดยได้พูดแอบอ้างถึงพระราชอำนาจแห่งพระบรมจักรีวงศ์ มาเปรียบเทียบกับสามัญชนตลอด เป็นคำพูดที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง จึงเข้าข่ายเป็นความผิดมาตรา 112

10พฤศจิกายน2548-นายประชา ประสพดี และนายสิทธิชัย กิตติธเนศวร ส.ส.พรรคไทยรักไทย แจ้งความร้องทุกข์ต่อ ผบช.ก.เพื่อดำเนินคดีมาตรา112ต่อนายสนธิ กรณีวัดพระแก้ว โดยชี้ว่านายสนธิมีเจตนาเพื่อหวังทำลาย พ.ต.ท.ทักษิณ นายกรัฐมนตรี โดยนำสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นสถาบันสูงสุดซึ่งอยู่เหนือการเมืองมา พาดพิงโดยความเท็จ เป็นการดึงฟ้าให้ลงต่ำโดยหวังผลเพื่อใส่ความนายกรัฐมนตรี อันเป็นการกระทำผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

11 พฤศจิกายน 2548- นายเทพพนม ศิริวิทยารักษ์ ชาวจังหวัดสุรินทร์ แจ้งความดำเนินคดีสนธิคดี112อีกคดี

23 พฤศจิกายน 2548-ตำรวจยโสธรยื่นต่อศาลขอออกหมายจับสนธิ แต่ศาลไม่อนุมัติเพราะเห็นว่าสนธิมุ่งวิจารณ์ทักษิณ ไม่ได้หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

4 ธันวาคม 2548-ในหลวงทรงมีกระแสพระราชดำรัสความสำคัญตอนหนึ่ง ดังนี้

แต่อย่างไรก็ตาม เข้าคุกแล้ว ถ้าเป็นการละเมิดพระมหากษัตริย์ พระมหากษัตริย์เองเดือดร้อน เดือดร้อนหลายทาง ทางหนึ่งต่างประเทศเขาบอกว่าเมืองไทยนี่พูดวิจารณ์พระมหากษัตริย์ไม่ได้ ว่าวิจารณ์ไม่ได้ก็เข้าคุก มีที่เข้าคุก เดือดร้อนพระมหากษัตริย์

ต้องบอกว่าเข้าคุกแล้วต้องให้อภัย ทั้งที่เขาด่าเราอย่างหนัก ฝรั่งเขาบอกว่าในเมืองไทยนี่ พระมหากษัตริย์ถูกด่า ต้องเข้าคุก ที่จริงควรเข้าคุก แต่เพราะฝรั่งบอกอย่างนั้นก็ไม่ให้เข้า ไม่มีใครกล้าเอาคนที่ด่าพระมหากษัตริย์เข้าคุก เพราะพระมหากษัตริย์เดือดร้อน เขาหาว่าพระมหากษัตริย์เป็นคนที่ไม่ดี อย่างน้อยที่สุด ก็เป็นคนที่จั๊กจี้ ใครว่าไรซักนิดก็บอกให้เข้าคุก

ที่จริงพระมหากษัตริย์ไม่เคยบอกให้เข้าคุก ตั้งแต่สมัยรัชกาลก่อนๆ เป็นกบฏ ก็ยังไม่จับใส่คุก ไม่ลงโทษ รัชกาลที่ 6 ท่านไม่ลงโทษ ไม่ได้ลงโทษผู้ที่เป็นกบฏ มาจนกระทั่งถึง ต่อมา รัชกาลที่ 9 ใครเป็นกบฏ ก็ไม่เคยมีแท้ๆ ที่จริงก็ทำแบบเดียวกันไม่ให้เข้าคุก ให้ปล่อย หรือถ้าเข้าคุกแล้วก็ให้ปล่อย ถ้าไม่เข้าก็ไม่ฟ้อง เพราะเดือดร้อนผู้ที่ถูกด่า เป็นคนเดือดร้อน อย่างที่คนที่ละเมิดพระมหากษัตริย์ และถูกทำโทษไม่ใช่คนนั้นเดือดร้อน

พระมหากษัตริย์เดือดร้อน นี่ก็แปลก

7 ธันวาคม 2548-ทักษิณให้ถอนฟ้องคดี 112 ต่อสนธิ รวมทั้งคดีหมิ่นประมาทเคยฟ้องเรียกค่าเสียหาย2,000ล้านบาทด้วย

ข้อมูลที่มา:เว็บไซต์ASTVผู้จัดการ

**********
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:เฟซบุ๊คยิ่งลักษณ์พลาดนำพระฉายาลักษณ์ร.8ขึ้นถวายพระพร5ธันวา ต้องเร่งส่งหนังสือขอพระราชทานอภัยโทษ

เฟซบุ๊ค Yingluck Shinawatraของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งโพสต์โดยทีมงานในช่วงเวลาราว 23 นาฬิกาเมื่อคืนวันที่ 3 ธันวาคมได้แจ้งว่า

"ด้วยทางทีมงานของเฟสบุ๊คนี้ ได้ดำเนินการผิดพลาดในการขึ้นพระบรมฉายาลักษณ์ และได้รายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบ

นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้แก้ไข และจะได้มีหนังสือกราบเรียนท่านราชเลขาธิการเพื่อนำความกราบบังคมทูลเพื่อขอ พระราชทานอภัยโทษในข้อผิดพลาดดังกล่าว"(ทีมงาน)

ทั้งนี้พระบรมฉายาลักษณ์ดังกล่าวอยู่ในส่วนของ"เย็นศิระเพราะพระบริบาล"เกิด ความผิดพลาดขึ้นเมื่อทีมงานได้เผยแพร่ข้อความ "‎5 ธันวา รวมพลังคนไทย รวมหัวใจถวายพระพรชัยมงคล" แต่ภาพประกอบกลับเป็นพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล (รัชกาลที่ 8)มีนายปรีดี พนมยงค์ นายกรัฐมนตรีในเวลานั้นเข้าเฝ้าฯ

หลังจากนั้นเมื่อเวลาประมาณ 23.20 น. ทางหน้าเฟซบุ๊กได้ลบภาพดังกล่าวออก และระบุข้อความว่า "ด้วยทางทีมงานของเฟสบุ๊คนี้ ได้ดำเนินการผิดพลาดในการขึ้นพระบรมฉายาลักษณ์ และได้รายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบ

นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้แก้ไข และจะได้มีหนังสือกราบเรียนท่านราชเลขาธิการเพื่อนำความกราบบังคมทูลเพื่อขอ พระราชทานอภัยโทษในข้อผิดพลาดดังกล่าว (ทีมงาน)"

พ่องตาย

ที่มา Thai E-News

หัวข้อบทความของโสภณ องค์การ ในผู้จัดการรายสัปดาห์:ต้องให้ทนทุกข์ ทนอาย อีกนานมั้ย?

ตอบ:ไม่นานหรอก ก็จนกว่าพ่องเมิงตาย!

รูปนี้สำหรับคนที่มองเห็นแค่"นม"

ที่มา Thai E-News

Saturday, December 3, 2011

แถลงข่าว: ตอบคลิปข่าวของรายการ "เจาะข่าวร้อน ล้วงข่าวลึก" ตอน "แผ่นดินจะลุกเป็นไฟ"

ที่มา thaifreenews

โดย เสรีชน คนใต้

โดย Junya Lek Yimprasert เมื่อ 3 ธันวาคม 2011 เวลา 13:21 น.

ACT4DEM
3 ธันวาคม2554

สืบ เนื่องจากคลิปข่าว "แผ่นดินจะลุกเป็นไฟ" ที่ลง YouTube เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม ที่นำเสนอเรื่อง "การรณรงค์เรียกร้องรัฐบาลให้ ยกเลิกมาตรา 112 ปล่อยนักโทษการเมืองและนักโทษคดีหมิ่นฯ" และมีการให้ข่าวที่บิดเบือน ทำนองยั่วยุว่า อาจจะส่งผลให้เกิดการปะทะระหว่าง "กลุ่มหนุน" การเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรา 112 กับกลุ่มต้าน(กลุ่มรักสถาบันฯ) และจะทำให้ "แผ่นดินลุกเป็นไฟ"

ACT4DEM เป็นกลุ่มคนรักประชาธิปไตย เคารพสิทธิมนุษยชน และนับถือในความเท่าเทียมของทุกคนในสังคม เราปฏิบัติงานตาม "ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน" ของสหประชาชาติ" ที่ประเทศไทยได้ร่วมจัดทำและร่วมให้สัตยาบันในปี พ.ศ. 2491) ซึ่งปฏิญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ฉบับนี้ เกิดขึ้นเพราะทุกประเทศทั่วโลก "ต้องการยุติสงคราม" จึงลงมติร่วมกันเพื่อวางกรอบ กติกาแห่งสันติภาพ

การ จัดทำข้อเรียกร้องนี้ ซึ่งขณะนี้กำลังแปลเป็นภาษาต่างๆ รวมแล้ว 6 ภาษาคือ ไทย อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน สวีเดน และฟินแลนด์ ไม่ได้จัดทำจากกลุ่มคนที่มีแนวคิดหัวรุนแรง หรือต้องการให้เกิดการปะทะกันในสังคม แต่ตรงกันข้าม เกิดจากกลุ่มคนที่ต้องการ “ให้เกิดสันติภาพ” ในสังคม ที่สามารถทำได้ด้วย “สันติวิธี เป็นประชาธิปไตย และเป็นอารยชน”

นั่นคือการที่คนทั้งประเทศยอมรับ “สิทธิและเสรีภาพ” ที่เคารพ “ความเท่าเทียม” ของทุกคนในสังคม

ซึ่ง การร่วมลงชื่อคือวิธีการหนึ่งในการแสดง ความคิดเห็น เจตจำนงค์ ที่ทุกประเทศประชาธิปไตยทั่วโลกก็ทำกัน และเป็นการกระทำที่กกฎหมาย และสมควรจัดทำเป็นอย่างยิ่ง ร่วมกัน “แสดงความคิดเห็น” และแสดง “การมีส่วนร่วม” ตามครรลองวิถีประชาธิปไตย ที่มุ่งให้เกิด “ความยุติธรรม” “ความเป็นธรรม” และ “สันติสุข” ในประเทศ

การยกเลิกมาตรา 112 ปล่อยนักโทษการเมือง และนักโทษคดีหมิ่นฯ จึงเป็นหนึ่งในวิถีทางที่จะนำประเทศสู่สันติสุข “ไม่ใช่ลุกเป็นไฟ” ดังเช่นที่ผู้นำเสนอข่าวนี้กำลังบอกผ่านสื่อของตัวเอง”

ผู้ลงชื่อ ต้องการเห็นความยุติธรรมและสันติภาพ

ใน โลกศตวรรษที่ 21 ที่ผู้คนเห็นความรุนแรง โหดร้ายของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ หรือสังหารหมู่ เพราะความคิด ความเชื่อทางการเมือง ศาสนา หรือ "ความรัก" ต่างกัน มามากมายเกินพอแล้ว . .

แม้ไม่อาจพูดในนามทุกคนที่ร่วมลง ชื่อได้ แต่ขอพูดว่า “เราเชื่อว่าทุกคนที่ร่วมลงชื่อ ต่างก็เพราะรักในแผ่นดินเกิด รักประเทศ และรักเพื่อนมนุษย์ และต้องการเห็นประเทศพัฒนาไปข้างหน้าอย่างยั่งยืนเป็นประชาธิปไตย ที่เคารพเสียงและการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง

จรรยา ยิ้มประเสริฐ ACT4DEM
3 ธันวาคม 2554


อ่านข้อเรียกร้องของ ACT4DEM ได้ที่http://hirvikatu10.net/timeupthailand/?page_id=2007&lang=th

คลิปข่าว "แผ่นดินจะลุกเป็นไฟ"http://www.youtube.com/watch?v=Dzm9ChilUPI&feature=share

รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน 03-12-2011

ที่มา thaifreenews

โดย bozo

RuMi CBR



รายการ "รัฐบาลยิ่งลักษณ์ พบประชาชน"

ประจำวันเสาร์ที่ 3 ธันวาคม 2554

ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย

และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์




http://www.thaivoice.org/board/index.php?

เปลือยอกแรงก็จริงแต่ยังไม่เพียงพอที่จะปลดปล่อยอากง สมศักดิ์ เจียมฯเสนอนิรโทษกรรมคือทางออก

ที่มา Thai E-News

ที่มา:facebook Bimbim Cosmicgirl

No More "อากง"-จากเฟซบุ๊คของ Jesiga NoMo
แรง!แต่ไร้ผล-คำ ผกา(ภาพล่าง)กับสาวนิรนาม(ภาพบน)เปลือยอกเขียนข้อความให้ปลดปล่อยอากง ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล มองแรงกระตุกสังคมให้หันมาตระหนัก แต่มันเพียงพอที่จะมีผลให้ปลดปล่อยอากงกับนักโทษการเมืองแน่หรือ?
เอาด้วย-ภาพจากเฟซบุ๊คโหดสัส



โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
3 ธันวาคม 2554

ดร.สม ศักดิ์เขียนในเฟซบุ๊คของเขาว่า ผมเห็นด้วยในแง่ที่ว่า การรณรงค์ทาง facebook การชุมนุม "เชิงสัญลักษณ์" (ที่เรียกกันว่า "จัดอีเว้นต์" อะไรแบบนั้น) เขียนชื่ออากง ฯลฯมีข้อจำกัด

คืออาจจะ "ฮือฮา" กันอยู่สักระยะ (อาจจะเป็นสัปดาห์ เป็นเดือน)

แต่ถ้าลำพังการเคลื่อนไหวแบบนี้ โดยตัวเอง ยากจะนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลง ที่เป็นจริงได้

ผมเน้นคำว่า "ลำพัง..." เพราะผมมองว่า จะว่าการเคลื่อนไหวในลักษณะนี้ "ไม่ได้ประโยชน์อะไร" ล้วนๆ ผมว่า ไม่ใช่นะ มันมีประโยชน์อยู่จริง ในแง่ของการทำให้คนที่ไม่มาสนใจ มาสนใจ หรือทำให้เป็นการแสดงความเห็น ความรู้สึกของคนจำนวนมาก ให้สื่อ ให้บรรดาคนในระดับการเมือง กลุ่มผลประโยชน์ผลักดัน (เช่น พวก นปช อย่างนี้แหละ) อะไรแบบนี้ มองเห็น ...

ครับใช่ แต่ถ้าลำพังแค่นี้ เท่านั้น โอกาสที่มัน จะ frizzle out (แตกกระสานกันไป) หลังจากระยะหนึ่ง โดยไม่เกิดอะไรขึนตามมา (ยกเว้นทีบรรยายในย่อหน้าที่แล้่ว ที่อาจจะเรียกว่าทำให้ เกิด awareness ในระดับหนึ่ง)

อย่างกรณี อากง ผมจึงเสนอว่า ต้อง "พ่วง" หรือพูดให้ถูก คือ เสนอ มาตราการอะไรที่จะมีผลในเชิง realistic ด้วย

ซึง สำหรับโทษทีตัดสินแล้ว อย่าง อากง หรือ เผาจวน นั้น มีทางทำให้หลุดได้เพียง 2 ทางเท่าน้น ในทางกฎหมาย คือ อภัยโทษ (ซึ่ง ต้อง "ยอมรับสารภาพ" และขออภัยโทษ และต้องมีประวัติ มีความผิดตัดตัว ซึง โดยรวมแล้ว ไม่ดี) กับ นิรโทษกรรม

ผมจึงเสนอว่า บรรดาท่านผุ้ร่วมรณรงค์ครั้งนี้ ควรต้อง ช่วยกันผลักดันเสนอ รบ. สส. ให้ออก นิรโทษกรรม กรณีอากง กรณีเผาจวน และอื่นๆ

ผมว่านะ เรื่องนี้ ถ้าจะทำจริงๆ ใช้เวลาไม่นานหรอก ร่างกฎหมาย เสนอสภา ผ่านสภา ทำได้ ภายในไม่กี่สัปดาห์

อยากย้ำประเด็นเรื่อง เอาระดับล่างออกให้หมด คือ ในเมื่อเสื้อแดงเอง ก็ยังต้องการดำเนินคดีอภิสิทธิ์ สุเทพ และอาจจะผู้นำทหารด้วย ฝ่ายพันธมิตร เองก็ต้องยืนยัน ดำเนินคดีแกนนำเสื้อแดงด้วย ยิ่งกรณีคุณทักษิณ ยิ่งแล้วใหญ่ ถ้าคิดจะออกกฎหมายนิรโทษกรรม คงต้อง สู้กันหลายยก ดังนั้น จะรอให้ชะตาของคนระดับล่างๆ ไปผูกอยู่กับคนระดับนำ ทั้งสองฝ่ายแบบนี้ โอกาสจะไปถึงไหน จะยาก และแต่ละวัน คนระดับล่างเหล่านี้ ก็ลำบาก (ระดับ ส่วนใหญ่ ทั้งสองฝ่าย ไม่ได้อยู่ในคุกอยู่แล้ว)

ไม่รู่้นะ ผมมองไม่เห็นทางอื่นที่ realistic (เป็นจริงได้) มากกว่านี้ ไม่วา กรณีอากง หรือกรณี สมยศ สุรชัย หรือ พวกเผาจวน ฯลฯ

ผมนึกวิธีที่ realistic กว่านี้ไม่ออก - ยินดีรับฟังความเห็น หรือข้อเสนอ ว่า ท่านอื่นมีข้อเสนออะไรไหม แต่จุดสำคัญที่อยากย้ำ คือ เรื่อง realistic ที่ จะทำให้ปล่อย อากง และคนอื่นๆ ออกมาได้จริงๆ

ทั้งนี้มีทนายความจำเลยคดี112อยู่2รายที่แสดงความเห็นด้วยกับดร.สมศักดิ์คือทนายอานนท์ นำภา และทนายประเวศ ประภานุกูล

โดยทนายอานนท์ ทนายความของอากงแสดงความเห็นว่า หากการใช้อำนาจนิติบัญญัติในการออกกฎหมายนิรโทษกรรมครั้งนี้จะพอคลีคลาย สถานการณ์บ้าง ก็น่าจะชอบธรรมในฐานแห่งการถ่วงดุลอำนาจของฝ่ายตุลาการ เพราะเราเล็งเห็นถึงความไม่เสถียรของระบบแล้ว เราควรใช้อำนาจที่มีฐานมาจากปวงชนชาวไทย ในการจัดการกับอำนาจที่มีฐานจากระบอบราชการแบบเก่า ๆ ผมเห็นดังนี้จริงๆ

ทนายประเวศ ทนายความของดา ตอร์ปิโด แสดงความเห็นว่า เห็นด้วยกับ อ.สมศักดิ์ นะครับว่า ควรต้องมีการรณรงค์ แบบ เอาจริงเอาจัง กันเสียที กับข้อเสนอของอาจารย์ต่อการเรียกร้องให้ออกกฎหมายนิรโทษกรรม นักโทษการเมือง(ที่ไม่ใช่แกนนำของทั้ง 2 ฝ่าย) ผมไม่มีอะไรคัดค้านครับ

อย่างไรก็ตามมีผู้แสดงความเห็นว่า การเรียกร้องให้มีพรบ.นิรโทษกรรมอาจกลายเป็นประเด็นการเมือง และจะไม่มีผลปฏิบัติจริง ควรเคลื่อนไหวเรียกร้องตามข้อเสนอของคอป.ที่เสนอต่อรัฐบาล จนมีการแต่งตั้ง ปคอป.มาดำเนิืนการตาม และมีมติครม.ออกมาแล้วเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ต่อมาได้มีการทำหนังสือขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานที่เกี่นยวข้องคือปลัด กระทรวงยุติธรรม อัยการสูงสุด ผบ.ตร. อธิบดีดีเอสไอ กล่าวโดยสรุปคือเห็นว่าคดีที่เกิดขึ้นหลังรัฐปนระหาร 19 กันยายน เป็นคดีการเมืองทั้งหมด รวมทั้งคดี112 ศาลต้องตัดสินคดีด้วยบริบทนี้ไม่ใช่มองเป็นอาชญากรรมปกติ อัยการอย่าเพิ่งสั่งฟ้อง ให้ชลอคดีออกไปก่อน(คือเว้นวรรคไว้ก่อน)จนกว่าจะหาสูตรความยุติธรรมในระยะ เปลี่ยนยผ่านได้ ส่วนกรณีศาลได้ตัดตัดสินคดีในชั้นต้นไปแล้ว ก็ควรต้องไปต่อสู้ในชั้นอุทธรณ์ โดยขอให้ศาลอุทธรณ์ต้องพิจารณาตัดสินโดยอิงตามข้อเสนอของคอป.นี้ คือให้เว้นวรรคชลอคดี ปล่อยตัวออกมาก่อน

"นี่เป็นมติคอป. ปคอป. มติครม. และหนังสือถึงหน่วยงานต่างๆ http://issuu.com/thai_e-news/docs/trc_comments?mode=window&backgroundColor=%23222222 ดังนั้นก็ควรติดตามเร่งรัดรัฐบาล และหน่วนยงานที่เกี่ยวข้องคือ ปคอป. กระทรวงยุติธรรม ศาล อัยการ ดีเอสไอ ให้ทำตามก็พอแล้ว ทำไมจะไปเริ่มต้นใหม่ขอให้ออกพรบ.นิรโทษกรรมแบบเว้นวรรคไม่ให้นิรโทษกรรม แม้ว หรือแกนนำ มันจะกลายเป็นประเด็นปัญหาใหม่ทางการเมืองมากกว่ามังครับ"

ดร.สมศักดิ์ได้โต้แย้งว่าข้อเสนอ คอป ตามเอกสารที่ ครม.นำมาสรุปนี้ ไม่สามารถใช้ในการครอบคลุมประเด็นทีผมเสนอเลย

- จะสังเกตว่า ข้อแรกสุดเรื่อง ให้ทบทวนว่า มีการตั้งข้อหาเกินจริงหรือไม่ ผมว่า อันนี้ ไม่ได้รวมถึงคดีทีขึ้นศาล ดำเนินไปจนจบ (ตัดสินแล้ว) เลยครับ เพราะรวมไม่ได้ เพราะพอถึงจุดนั้นแล้ว ไมได้อยู่ในอำนาจของฝ่ายบริหาร หรือแม้แต่ อัยการแล้ว (คือ ถ้ายังดำเนินอยู่ อาจจะบอกว่า ให้อัยการถอนฟ้อง หรือยุติการดำเนินคดีได้) ดังน้ัน คดีอย่าง อากง หรือ คดี เผาจวน และคดีอื่นๆที่ตัดสินไปแล้ว ตามข้อเสนอนี้ ไม่ครอบคลุมแล้วครับ (เช่น ต่อให้กรรมการของรัฐบาล สรุปว่า คดีเผาจวน เป็นการต้งข้อหาเกินไป จะให้ทำยังไงครับ ถ้ารบ. คิดจะแก้? ก็ต้องออกเป็น พรบ.นิรโทษกรรมอยู่ดี)

- การพูดถึง 112 ของเอกสารรัฐบาลนี้ อันที่จริง เป็นการพูดแบบรวมๆครับ ในข้อเสนอขอ คอป (ซึงไม่ได้อยู่ในเอกสารตาม link นี้ มีการพูดถึง 112 จริง แต่ก็พูดไว้น้อยมาก จริงว่า คดีอย่างสมยศ หรือ สุรชัย อาจจะสามารถทำเป็นข้อสรุป ตามนี้ว่า "ตั้งมากเกินจริง" และอาจจะหาทางทำให้ อัยการ ถอนฟ้อง หรือยุติคดีได้ แต่คดี ดา หนุ่ม และครับ คดี อากง ก็ไม่รวมอยู่นั่นเอง ตามที่กล่าวมาในย่อหน้าที่แล้ว

ดังนั้น ไม่มีทางอื่นครับ ทีจะทำให้คนที่ถูกตัดสินไปแล้ว อย่าง อากง เผาจวน ฯลฯ สามารถหลุดออกมาได้

ความจริง เรืองนี้เป็น "เบสิค" อยู่แล้วครับ มันก็เหมือนกรณีคดีทักษิณนั่นแหละ ที่วิธี "หลุด" มี 2 วิธี เท่านั้น คือ อภัยโทษ หรือ นิรโทษกรรม ซึงแน่นอนวิธีแรกอยู่ในอำนาจ ครม.ระดับหนึง เช่นออกเป็น พรฎ (อย่างที่เพิ่งคิดจะทำ) แต่ก็มีข้อเสียตรงทีต้องยอมรับว่า มีโทษติดตัวอยู่ และ พรฎ น้ันเป็นกรณีพิเศษด้วย ถ้าเป็นอภัยโทษปกติ ก็ต้อง "สารภาพ" ซึง อากง หรือ คุณหนุ่ม หรือ ดา จนถึงตอนนี้ ไม่ได้คิดจะรับ

หรืออีกทางคือ นิรโทษกรรม ซึ่งดีกว่าแน่ๆ เพราะคดีหลุดเลย ถือว่าเสมือนไม่มีคดี

สรุปแล้ว ถ้าต้องการช่วยคนเหล่านี้จริงๆ โดยเฉพาะกรณีอากง ไม่มีทางอื่นครับ อย่งน้อย ไม่มีทางอื่นที่ผมคิดอออก

ตามระบบกฎหมาย มี 2 ทางเท่านั้นจริงๆ สำหรับคดีที่ตัดสินแล้ว คือ อภัยโทษ (จากการสารภาพ) หรือ นิรโทษกรรม ครับ

ส่วนที่เสนอให้พูดถึงคดีที่ตัดสินศาลชันต้นไปแล้ว ให้ใช้ข้อเสนอ คอป ไปอ้างต่อศาลอุทธรณ์ ให้ "ชะลอคดี" นั้น ก็ยังไมใช่การปล่อยครับ ถ้า ไม่มีการประกันในระหว่างอุทธรณ์ จะยิ่งแย่ แต่ต่อให้มีการประกัน คดีก็ยังอยู่ครับ ซึง ดังที่ผมบอกว่า คดียังติดตัวอยู่ สำหรับคนธรรมดาๆ มันไมใช่เรื่องสบาย ... สรุปอีกทีว่า คดีทีตัดสินแล้ว อย่างอากง หรือ เผาจวน มี 2 ทาง คือ ไม่ "อภัยโทษ" ก็ "นิรโทษกรรม" ซึงถ้าไม่เอาอภัยโทษ (ต้องสารภาพ ต้องมีประวัติติด) ก็ต้อง นิรโทษ อย่างเดียวเท่านั้นครับ

เนวินก็เคยเสนอให้นิรโทษกรรมมวลชนยกเว้นแกนนำแต่ไม่สำเร็จ ขนาดไม่รวม112และกรณีผิดชัดเผาห้าง-ศาลากลาง

อย่างไรก็ตามข้อเสนอให้นิรโทษกรรมให้แก่แนวร่วมหรือมวลชน โดยไม่รวมแกนนำหรือตัวการสำคัญนั้น นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทยเคยเคลื่อนไหวเมื่อปีที่แล้ว แต่เผชิญแรงต้าน จนเขากล่าวในเวทีสัมมนาหนหนึ่ง ว่า่
การ นิรโทษกรรมเป็นการแก้ปัญหาแบบไทยสไตล์ คือ อโหสิแก่กัน วันนี้มีคนตกเป็นผู้ต้องหามากมาย ต่างฝ่ายก็ไม่ลดราวาศอก หากไม่เอาฟืนออกจากไฟ เอาคนบริสุทธิ์ออกมาก่อน ปัญหาก็จะลุกลาม แต่พอมีแนวคิดนี้ก็มีเสียงคัดค้านผมก็ประหลาดใจว่าในขณะที่มีความพยายาม นิรโทษกรรมให้คนที่เคลื่อนไหวโดยบริสุทธิ์ใจกลับถูกคัดค้าน แต่การเรียกร้องให้อภัยโทษคนคนเดียวกับมีความสนับสนุน

ดูข้อเสนอของเนวินในรายงานข่าว "เนวิน"เดินหน้าล่ารายชื่อ "นิรโทษกรรม"ผู้บริสุทธิ์ ย้ำให้รู้จัก "อโหสิกรรม"
ขอ เน้นย้ำว่า เฉพาะผู้ชุมนุมทางการเมืองโดยบริสุทธิ์ ไม่ได้สร้างปัญหาความรุนแรง หรือก่อการร้าย หรือเป็นแกนนำของการชุมนุม และ/หรือคนที่โดนตัดสิทธิ์ทางการเมืองจากการถูกยุบพรรค

เนวิน กล่าวย้ำว่า การเดินหน้านิรโทษกรรมให้แก่ผู้บริสุทธิ์ เป็นเรื่องที่ต้องทำ เพราะเรายอมรับหรือไม่ว่าคนที่ไปยืนหน้าศาลากลางที่ถูกเผา ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ก็ตกเป็นผู้ต้องหา วันนี้เรายอมรับหรือไม่ มีหลายคนไม่ได้เป็นผู้ก่อการ แต่มาด้วยจิตวิญญาณบริสุทธิ์ เขา ก็ตกเป็นผู้ต้องหา ทำไมเราไม่กันคนเหล่านั้นออกมาจากความแตกแยก ส่วนใครที่เป็นแกนนำ ใครเป็นผู้ก่อการ ผู้ต้องหาคดีอาญา ก็ดำเนินคดีไป คนที่มีหลักฐานมีคดีชัดเจนก็ดำเนินคดีอาญาไป แต่คนที่ไม่มีหลักฐาน แต่กลับต้องติดบ่วงก็นิรโทษกรรมให้เขาไป

เนวินย้ำชัดว่า การนิรโทษกรรมครั้งนี้ ไม่เกี่ยวกับบ้านเลขที่ 111 และบ้านเลขที่ 109 เพราะประเด็นของตน คือการนิรโทษกรรมให้ผู้ที่ไม่ได้กระทำความผิดตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นกรณีเสื้อเหลืองหรือเสื้อแดง ควรจะได้รับการเยียวยา โดยตนอยากให้แยกพี่น้องประชาชนที่มีเจตนาบริสุทธิ์ออกไปเสียจากวงนี้ ที่ทำให้เขาเป็นผู้ต้องหา เป็นผู้ถูกกล่าวหา ไม่ว่าเป็นข้าราชการหรือประชาชน ไม่ว่าราชประสงค์หรือสุวรรณภูมิที่มีเจตนาบริสุทธิ์ในการมาชุมนุมและการทำ หน้าที่ ส่วนเรื่องจาบจ้วงสถาบันต้องดำเนินการอยู่แล้วจะนิรโทษกรรมไม่ได้

หมอเหวงเผยกระทรวงยุติธรรมจะนำคดีพิจารณาใหม่กรณีตั้งข้อหาแรงไป

นพ.เหวง โตจิราการ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่ม นปช. กล่าวกับทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ กรณีวานนี้ (2 ธ.ค.) นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ ประธานกลุ่ม นปช. ได้เข้าเยี่ยมกลุ่มนปช.ที่ยังถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ เพื่อหารือเรื่องการเตรียมขอประกันตัว และสอบถามความเป็นอยู่ว่า นางธิดาได้เดินทางเข้าไปแล้ว ดังนั้น จะเร่งทำเรื่องขอประกันตัวได้ในเร็วๆ นี้ เพราะนางธิดาได้มีการหารือกับ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม เรียบร้อยแล้ว ซึ่งรัฐบาลมีความยินดีจะดำเนินการเป็นเจ้าภาพในการเดินเรื่องขอประกันตัวจาก ศาล โดยจะจัดหาหลักทรัพย์ในการประกันตัวให้ผู้ที่ขาด แคลนทุนทรัพย์ รวมทั้งกระทรวงยุติธรรมพร้อมจะนำคดีความมาพิจารณาใหม่ คดีใดที่มีการตั้งข้อหารุนแรงเกินไป หรือมีหลักฐานไม่สมบูรณ์ จะได้พิจารณาใหม่ ซึ่งพล.ต.อ.ประชา ได้ตอบรับแล้วเช่นกัน
เมื่อ เช้าวานนี้ อ.ธิดา, คุณหมอหวง และทีมทนายความมีนัดกับผู้ต้องขังเนื่องจากความขัดแย้งทางการเมือง ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ก่อนเข้าไปภายในเรือนจำ อาจารย์ได้พบกับภรรยาของคุณอำพล(อากง) ที่มาดักรอพบและ เธอได้เข้ามาแนะนำตัวและฝากให้ช่วยอากงด้วย ซึ่งอาจารย์รับปากว่าจะช่วยอย่างเต็มกำลังเท่าที่สามารถทำได้ จึงได้ถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน และหลังจากได้เข้าไปพบกับอากงแล้ว เห็นว่าอากงเป็นผู้สูงอายุธรรมดา ๆ คนหนึ่ง ไม่รู้การใช้เทคโนโลยีเท่าไร ไม่ได้อยู่้ในขบวนของคนเสื้อแดง ไม่ได้ถูกจับกุมในการชุมนุม แต่การที่ได้รับการตัดสินคดีอย่างนี้ก็ คงต้องมีการอุทธรณ์กันต่อไปเพราะคดีของอากงนั้นมีบทบาทสูงมาก(ที่มา:facebook อ.ธิดา)

หลัง จากพบปะพูดคุยกับพี่น้องในเรือนจำแล้ว ออกมาให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว DNN และ Spring News ที่มารอทำข่าวอยู่ โดยในวันนี้ได้ข้อสรุปว่าพี่น้องในเรือนจำดีใจที่จะได้ย้ายไปที่ใหม่ที่มี ศักดิ์ศรี ไม่ต้องอยู่ปะปนกับอาชญากรในคดีต่าง ๆ มีผู้ที่คาดว่าจะได้รับการพระราชทานอภัยโทษจำนวน 11 คน อีก 5 คนกำลังรอลุ้นอยู่เนื่องจากโทษที่ได้รับยังเหลืออีกมากกว่า 1 ปี ผู้ที่ขอให้ทางรัฐบาลประกันตัวมี 17 คน และอีก 6 คนนั้นคดีเด็ดขาดไปแล้ว ไม่สามารถประกันตัวได้ แต่ก็ได้ย้ายไปอยู่ในที่แห่งใหม่แน่นอน

ขณะที่ให้สัมภาษณ์อยู่นั้น ได้มีคุณอาทิตย์ เบ้าสุวรรณ และคุณพรชัย โลหิตดี สองคนนี้ได้รับการปล่อยตัวเมื่อค่ำวันที่ 1-12-54 มาคอยพบอาจารย์ ทักทายและพูดคุยกันอยู่พอสมควร ซึ่งทั้งสองคนบอกว่าจะขอกลับบ้านที่ต่างจังหวัดก่อน หลังจากนั้นจะเข้ามาเดินเรื่องปรึกษาทนายและนปช.ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป


วานนี้นางธิดา ไปเยี่ยมนักโทษการเมืองและให้สัมภาษณ์สื่อว่า นปช. เราดำเนินการผลักดันและพยายามให้การช่วยเหลือคนเสื้อแดงที่ยังอยู่ในเรือนจำ ตลอดมาโดยตลอด และในวันนี้ก็ไปเยี่ยมและหารือกับผู้ต้องขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มา เพื่อทำความเข้าใจในเรื่องการย้ายไปควบคุมตัวไปที่โรงเรียนพลตำรวจบางเขน เพื่อแยกจากคดีทั่วไป โดยคาดว่าจะสามารถย้ายได้ไม่เกินกลางเดือน ธ.ค.นี้ รวมทั้งการเซ็นชื่อในการขอประกันตัวเพิ่มเติมอีก 18 รายด้วย

อย่างไรก็ตามในเรื่องการย้ายที่ควบคุมตัวบางคนอาจจะว่าตนหน่อมแน้ม แต่ก็ต้องขอทำความเข้าใจว่าบางเรื่องที่เกี่ยวกับศาลเราไม่สามารถก้าวล่วง ได้ ต้องให้เป็นไปตามกระบวนการแต่ยืนยันว่าหลังจากย้ายที่คุมขังแล้ว เรื่องการประกันตัวก็ยังดำเนินการต่อไปรวมทั้งประเด็นอากงที่ส่งเอสเอ็มเอส ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันมากซึ่งอยู่จำนวน 102 คน ที่เรากำลังดำเนินการให้ความช่วยเหลือด้วย

“นอกจากนั้นเบื้องต้นทราบมาว่า จะมีนักโทษการเมืองที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษในวันที่ 5 ธ.ค.นี้ โดยเป็นคนเสื้อแดงที่อยู่ในเรือนจำพิเศษ 10 กว่าราย ต่างจังหวัดอีก 20-30 ราย ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี ส่วนผู้ต้องขังที่ยังไม่สามารถประกันตัวได้ ในส่วนกลาง นปช. จะเป็นฝ่ายดำเนินการ และในต่างจังหวัด ส.ส. แต่ละพื้นที่ก็กำลังเร่งดำเนินการอยู่เช่นกัน ทั้งนี้ในเรื่องความล่าช้าของการช่วยเหลือคนที่เสื้อนั้นต้องยอมรับว่า รัฐบาลนี้ล่าช้า แต่ความล่าช้าและติดขัดก็เกิดจากรัฐบาลที่แล้วเช่นกัน เพราะเราดำเนินการในเรื่องขอย้ายจากนักโทษอาญามาเป็นนักโทษการเมืองแล้วแต่ เขาก็ไม่ยอม ขอให้ลองมาติดคุกบ้างแล้วจะได้รู้ แล้ววันนั้นอย่ามาขออยู่โรงเรียนพลตำรวจบางเขนที่พวกเราพยายามเคลี่อนไหวให้ ย้ายมาก็แล้วกัน ”นางธิดา กล่าว

เมื่อถามว่าเวลานี้มีนักวิชาการที่เคยเป็นแนวร่วมของนปช. ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของพรรคเพื่อไทยและแกนนำนปช.ว่ามัวแต่แก้ปัญหา ทางการเมืองของตัวเอง โดยไม่สนใจคนเสื้อแดงที่ถูกดำเนินคดีเช่น กรณีเอสเอ็มเอสอากงและคนเสื้อแดงที่ยังอยู่ในคุกจำนวนมากนั้น จะทำให้เสียแนวร่วมหรือไม่ นางธิดา กล่าวว่า ในเรื่องของการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลนั้นก็แล้วแต่จะคิด แต่ตนก็ยอมรับว่ารัฐบาลดำเนินการเรื่องนี้ล่าช้าจริง

นายแพทย์สลักธรรม โตจิราการ บุตรชายนางธิดา กล่าวทางเฟซบุ๊คว่า คุณแม่ไปประชุมในเรือนจำ เจอทั้ง อากง คุณสุรชัย คุณธันย์ฐวุฒิ และคนอื่นๆทั้งหมด รวมถึงเมียอากงด้วย เมียอากงมาฝากฝังอากงกับคุณแม่ด้วยน้ำตาคลอเบ้า ซึ่งคุณแม่รับปากว่าจะช่วยเหลือให้ถึงที่สุดทั้งเรื่องการดูแลสภาพที่คุมขัง การประกันตัวและการสู้คดี และก็พูดคุยกันถึงเรีื่องย้ายเรือนจำ คุณแม่ก็เลยเล่าว่ามีบางคนบอกว่าการย้ายเรือนจำเป็นเรื่องหน่อมแน้ม หลายคนในนั้นเลยฝากมาบอกว่า "ให้ลองมาติดคุกดูเองดูครับ" เดี๋ยวคุณแม่คงจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมครับ

ดร.สมศักดิ์ได้วิจารณ์ด้วยการขึ้นภาพนี้ในเฟซบุ๊คของเขา

รายการ รู้เขา รู้เรา 02-12-2011

ที่มา thaifreenews

โดย bozo

RuMi CBR


ดร.สุทิน คลังแสง & ดร.สุนัย จุลพงศธร
รายการ รู้เขา รู้เรา ทาง Asia Update

ประจำวันศุกร์ที่ 2 ธันวาคม 2554

mp3

http://www.mediafire.com/?mniob26mseeekco

http://www.4shared.com/audio/XXag7IoG/__02-12-2011.html




http://www.thaivoice.org/board/index.php?

ใกล้ความจริงใครฆ่า 16 ศพเสื้อแดง

ที่มา Voice TV









นวันที่ 17 ธันวาคมนี้ จะครบกรอบเวลาการสอบสวนการชันสูตรพลิกศพ 16 ศพเเนวร่วม นปช.ที่เสียชีวิตในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม 2553 เเต่การเลื่อนเข้าให้ ข้อมูลของอดีตนายกฯและอดีต ผู้อำนวยการ ศอฉ.ในวันนี้ จะทำให้การสรุปสำนวนดังกล่าวล่าช้าออกไป โดยเฉพาะการชันสูตรพลิกศพของนักข่าวญี่ปุ่น ที่เหลือเพียงการให้ปากคำของทั้ง 2 คนนี้เท่านั้นก็จะสมบูรณ์และสามารถส่งไปยังอัยการได้