ที่มา ประชาไท
ขวัญชัย' นำแถลงข่าว 'เสื้อแดง' อีสาน 1,800 คน เข้าร่วมงานเทิดพระเกียรติ 5 ธันวาฯ ที่สนามหลวง
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Monday, December 5, 2011
ขวัญชัยฯ นำเสื้อแดงร่วมเทิดพระเกียรติ 5 ธ.ค. ที่สนามหลวง
ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 05/12/54 ฝ่ายหนึ่งทำให้กลัว...ฝ่ายหนึ่งเริงร่า
ที่มา blablabla
โดย 3บลา ประชาไท
กฤษดาภินิหารอันบดบังมิได้ของวีรชนสามัญชน:5ธันวา54วีรบุรุษมีอนุสาวรีย์ประดับเกียรติยศ
ที่มา Thai E-News
'ข้าพเจ้า เป็นราษฎรไทย ทั้งข้าพเจ้าต้องการให้ทุกๆ คนบนพื้นอันเป็นสยามประเทศนี้เป็นราษฎรเสมอหน้ากันหมด ปราศจากความเหลื่อมล้ำต่ำสูง ความเป็นราษฎรจึงเป็นอุดมคติที่ข้าพเจ้าบูชา'-เตียง ศิริขันธ์ ( 5 ธันวาคม 2452-12 ธันวาคม 2495)
เรียบเรียงโดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
5 ธันวาคม 2554


ประวัติศาสตร์-ประวัติศาสตร์เป็นเครื่องมือ สำคัญของรัฐ การปลูกสร้างประวัติศาสตร์เพื่อปลูกความทรงจำให้กับพลเมืองในเรื่องที่อยาก ให้จดจำ แม้กระทั่งการสร้างขึ้นมาใหม่บนความว่างเปล่า เพื่อโฆษณาชวนเชื่อให้พลเมืองฝังหัวตามที่รัฐต้องการ ขณะเดียวกันหลายเรื่องรัฐก็ลบทิ้งออกจากความทรงจำของพลเมือง กรณีวีรบุรุษครูเตียงและวีรกรรมกู้ชาติของขบวนการเสรีไทย เป็นตัวอย่างที่ดีในประการหลังนี้

สหายศึก-เตียง ศิริขันธ์ กับทหารอังกฤษ พันตรีเดวิด สไมเลย์(ซ้าย)และสิบเอก"กันเนอร์"คอลลินส์ พนักงานวิทยุของผู้พันสไมเลย์
ไทยมีอิสรภาพและมีเอกราชสืบมาถึงวันนี้ น้ำใจเสียสละอาจหาญอุทิศตัวไม่กลัวความยากลำบาก ไม่กลัวตายของเตียงกับคณะพลพรรคเสรีไทยอีสาน มีส่วนสำคัญที่ชาวไทยในรุ่นเราพึงน้อมสำนึกในบุญคุณ

ภารกิจของกองบัญชาการเสรีไทยภายในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้ง"พลพรรคเสรีไทย"สามารถ บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ได้ก็ด้วยความร่วมมืออย่างเอาชีวิตเข้าแลกของ บรรดาผู้แทนราษฎรที่มีความรักชาติและมีความศรัทธาในตัวนายปรีดี พนมยงค์ หัวหน้าขบวนการเสรีไทย
โดยรับคำสั่งและนโยบายไปปฏิบัติอย่างเอาจริงเอาจังและมีประสิทธิภาพ ผู้แทนราษฎรที่เข้าร่วมในขบวนการเสรีไทยส่วนใหญ่เป็นส.ส.จากภาคตะวันออก เฉียงเหนือ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ภารกิจของขบวนการเสรีไทยมีความหลากหลาย มีความเป็นปึกแผ่นของพลพรรค มีการจัดสร้างสนามบินลับเพื่อรับส่งบุคคลากร ตลอดจนอาวุธยุทโธปกรณ์จากฝ่ายสัมพันธมิตร

เตียงขณะปฏิบัติภารกิจลับเสรีไทยกู้ชาติบนเทือกเขาภูพาน
นายเตียง ผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนครเป็นเสรีไทยที่มีผลงานโดดเด่นที่สุดผู้หนึ่ง จนกระทั่งได้รับสมญาว่า"ขุนพลภูพาน"
นายเตียงเป็นคนหนึ่งที่ได้ไปพบนายปรีดีที่บ้านถนนสีลมในตอนค่ำของวันที่ 8 ธันวาคม 2484 หลังจากญี่ปุ่นบุกเข้ายึดประเทศไทยในรุ่งสางวันนั้น และรัฐบาลจอมพลป.พิบูลสงครามได้มีมติยอมให้ญี่ปุ่นเดินทัพผ่านประเทศไทยไป โจมตีมลายูและพม่า อาณานิคมของอังกฤษ
การประชุมในวันนั้นทุกคนได้ตกลงร่วมมือกันจัดตั้ง"องค์การต่อต้านญี่ปุ่น"ขึ้น และมอบให้นายปรีดี ซึ่งขณะนั้นเป็นผู้สำเร็จราชการ เป็นหัวหน้า
ผู้ที่มาพบนายปรีดีเพื่อร่วมกันก่อตั้งหน่วยใต้ดินต่อต้านญี่ปุ่นค่ำวันนั้น ประกอบไปด้วย หลวงบรรณกรโกวิท(เปา จักกะพาก) หลวงเดชาติวงศ์วราวัตน์(ม.ล.กรี เดชาติวงศ์) นายสงวน ตุลารักษ์ นายจำกัด พลางกูร นายวิจิตร ลุลิตานนท์ นายเตียง ศิริขันธ์ ส.ส.สกลนคร นายถวิล อุดล ส.ส.ร้อยเอ็ด เป็นต้น
ทั้งหมดมอบหมายคณะกู้ชาติให้อยู่ใต้บังคับบัญชาของนายปรีดีโดยเด็ดขาด และกระทำสัตย์สาบานว่า จะอยู่ในระเบียบวินัยอย่างเคร่งครัด รวมทั้งอุทิศตัว หรือแม้กระทั่งชีวิตสำหรับการทำงานเพื่อชาติ
ควรบันทึกคั่นไว้ด้วยว่า ในเวลานั้นนายปรีดี พนมยงค์ เป็นผู้สำเร็จราชการ ในห้วงเวลานั้นในหลวงรัชกาลที่ 8 รวมทั้งพระชนนี สมเด็จพระอนุชา(ในหลวงรัชกาลปัจจุบัน) ประทับอยูที่สวิตเซอร์แลนด์
พระราชวงศ์ชั้นสูงในเวลานั้นที่ประทับในเมืองไทยมีสมเด็จพระพันวสาอัยยิกา เจ้า นายปรีดีได้เชิญเสด็จอพยพไปประทับที่อยุธยา ระหว่างที่เสด็จอพยพหลบภัยอยู่นี้ สมเด็จฯ ทรงมีพระราชหฤทัยนึกถึงสมเด็จพระราชนัดดาอยู่เสมอ ได้ตรัสว่า
“ดีใจ๊ ดีใจ หลานอยู่เมืองนอกไม่ต้องมาลำบากอย่างนี้ ไม่อย่างนั้นฉันคงเอาไม่รอด ห่วงหลาน”
การถวายความอารักขาให้พ้นภัยสงครามครั้งนั้น สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ได้ทรงซาบซึ้งพระทัยดี และเมื่อสิ้นสงคราม ได้รับสั่งเรียกนายปรีดี ไปที่ประทับและขอบใจ ซึ่งคณะเสรีไทยถือว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นอย่างยิ่ง (อ่านรายละเอียด)

องค์การใต้ดินนี้ ซึ่งต่อมาคือเสรีไทย มีภารกิจที่จะต้องปฏิบัติอยู่ 3 ด้านคือ
1.ต่อสู้ ญี่ปุ่นผู้รุกรานโดยพลังของคนไทยผู้รักชาติและร่วมมือกับฝ่ายสัมพันธมิตร และ2.ปฏิบัติการเพื่อให้สัมพันธมิตรรับรองว่าเจตนารมณ์อันแท้จริงของคนไทย นั้นไม่ได้เป็นศัตรูต่อสัมพันธมิตร และ3.การปฏิบัติการเพื่อให้สัมพันธมิตรรับรองว่าประเทศไทยจะไม่ตกเป็นฝ่าย แพ้สงคราม และการผ่อนหนักเป็นเบาเมื่อสงครามยุติ
นายปรีดีได้ขอให้ผู้ร่วมก่อตั้งขบวนการรักษาความลับและปฎิบัติตามวินัยอย่าง เคร่งครัด เพื่อป้องกันมิให้ศัตรูทำลายขบวนการได้ และให้ถือว่าเขตปฏิบัติการของขบวนการภายในประเทศคือ ดินแดนของประเทศไทยที่ตกอยู่ภายใต้การยึดครองของญี่ปุ่น และรัฐบาลไทยที่อยู่ภายใต้อำนาจและอิทธิพลของญี่ปุ่น ทั้งนี้จนกว่าจะยึดพื้นที่นอกกรุงเทพฯได้ แล้วจัดตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นขึ้นต่อต้านญี่ปุ่น การต่อสู้จึงจะกระทำการอย่างเปิดเผย
หลังจากพยายามจัดตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นขึ้นในหลายที่ใกล้เคียงกับไทย รวมทั้งพม่าไม่บรรลุผล ในปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2486 นายปรีดีตัดสินใจส่งนายจำกัด พลางกูร นักเรียนนอกอังกฤษ บัณฑิตเกียรตินิยมจากมหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ดเป็นผู้แทนขององค์การเล็ดลอดออก จากประเทศไทยไปนครจุงกิงของจีน เพื่อประสานงานกับฝ่ายสัมพันธมิตร คือจีน อังกฤษ สหรัฐฯ เพื่อขอการสนับสนุนจัดตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นในอินเดียขึ้นต่อต้านญี่ปุ่น
หัวหน้าขบวนการเสรีไทยได้มอบหมายให้เตียงเป็นผู้นำทางจำกัดไปยังจังหวัด นครพนมเพื่อลงเรือข้ามฟากแม่น้ำโขงไปยังเมืองท่าแขกของลาว และเล็ดลอดเข้าประเทศจีน
เตียงกับจำกัดเป็นสหายร่วมอุดมการณ์ประชาธิปไตย และเป็นคนต้นคิดตั้งขบวนการองค์การต่อต้านญี่ปุ่นด้วยกัน ก่อนจะไปขอให้ปรีดีเป็นหัวหน้าขบวนการ

เตียงกับภรรยา นางนิวาศน์ ศิริขันธ์
เตียงได้ถอดแหวนนามสกุลของเขาที่สวมอยู่ให้จำกัดเอาไว้ขายยามที่ ต้องการใช้เงิน นอกจากนั้นได้ขอยืมกำไลและสร้อยล็อกเก็ตฝังเพชรของนางนิวาศน์ ศิริขันธ์ ผู้ภรรยาให้จำกัดนำไปใช้ติดตัวในภารกิจกู้ชาติ ก่อนส่งจำกัดข้ามโขง
คุณฉลบชลัยย์ พลางกูร ( ภรรยาของจำกัด พลางกูร ) กล่าวไว้ตอนหนึ่งว่า...
"...ตอนนั้นคุณเตียงให้คุณนิวาศน์ ถอดเครื่องประดับทั้งหมด มีสายสร้อย ล็อกเกต แหวน รวมทั้งแหวนของตัวเองด้วย มอบให้จำกัดเผื่อว่าจะไปตกทุกข์ได้ยาก เพราะการเดินทางนั้นมืดมนเต็มที ญี่ปุ่นอยู่เต็มไปหมด ดิฉันเชื่อว่าถ้าคุณเตียงรู้ตัวก่อนนั้น คงจะรวบรวมเงินทองให้จำกัดอีกเป็นแน่ และของเหล่านี้ (จำกัดเขียนไว้ในสมุดบันทึก) ว่าได้ช่วยเขาอย่างมากจริงๆ..." (จาก คำเกริ่นนำโดย ฉลบชลัยย์ พลางกูร ในหนังสือ เตียง ศิริขันธ์ วีรชนนักประชาธิปไตย ขุนพลภูพาน โดย ศ.วิสุทธ์ บุษยกุล หน้า 17)
นั่นเป็นหนสุดท้ายที่สหายร่วมอุดมการณ์ได้พบกัน เพราะหลังจากไปปฏิบัติภารกิจกู้ชาติในจีนอย่างยากลำบาก จำกัดได้เสียชีวิตลงในจีนเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2486 นั่นเอง
แต่ด้วยผลงานของจำกัดที่ไปติดต่อกับฝ่ายสัมพันธมิตรจนสำเร็จ ในกลางปี2487 กองบัญชาการเสรีไทยในกรุงเทพฯสามารถติดต่อกองบัญชาการสูงสุดของพันธมิตรได้ ทางฝ่ายสัมพันธมิตรจึงเริ่มจัดส่งอาวุธยุทโธปกรณ์มาให้เสรีไทย โดยทิ้งร่มลงมาทางเครื่องบิน

เตียงกับทองอินทร์ ภูริพัฒน์ สหายร่วมรบเสรีไทย 1 ใน 4 รัฐมนตรีอีสานที่ถูกสังหารโหดทางการเมืองในเวลาต่อมา
นายเตียงได้รับมอบหมายจากปรีดีให้เป็นหัวหน้าเสรีไทยอีสาน ทำงานร่วมกับทองอินทร์ ภูริพัฒน์ ส.ส.อุบลราชธานี จำลอง ดาวเรือง ส.ส.มหาสารคาม ถวิล อุดล ส.ส.ร้อยเอ็ด โดยเตียงใช้รหัสลับว่า"พลูโต"เป็นผู้ควบคุมปฏิบัติการทั้งหมด
เตียงได้จัดตั้งค่ายพลพรรคเสรีไทยหน่วยแรกขึ้นที่บ้านโนนหอม อยู่ห่างจากจังหวัดสกลนครไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 15 กิโลเมตร ต่อมาจัดตั้งหน่วยอื่นๆขึ้นที่บ้านเต่างอย และบ้านตาดภูวง เป็นต้น และร่วมกับจำลอง ดาวเรือง จัดตั้งค่ายที่บ้านนาคู กุจินารายณ์ กาฬสินธุ์ เชิงเทือกเขาภูพาน และสร้างสนามบินลับนาคูขึ้นเพื่อใช้สำหรับการขึ้นลงของเครื่องบินฝ่าย สัมพันธมิตร
การจัดตั้งพลพรรคเสรีไทยอีสานนี้ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากส.ส.อีสานที่รักชาติ ผู้นำชาวบ้าน ผู้นำครู รวมทั้งครูครอง จันดาวงศ์ (ซึ่ง ต่อมาถูกจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัตน์ สั่งยิงเป้าข้อหาคอมมิวนิสต์) และสงวน ตุลารักษ์ ซึ่งเดินทางกลับจากจีนได้มาร่วมมือกับเตียงในการตั้งสถานีรับส่งวิทยุที่ เทือกเขาภูพาน
นายทหารเสรีไทยสายอังกฤษ และสหรัฐฯที่เดินทางเล็ดลอดเข้ามาร่วมภารกิจกู้ชาติกับนายเตียง เช่น ร.อ.กฤษณ์ โตษยานนท์ ร.อ.ฉลอง ปึงตระกูล ร.อ.อำนวย พูนพิพัฒน์ เป็นต้น
ภารกิจเสรีไทยนั้นเป็นเรื่องเสี่ยงอันตราย เพราะกองทหารญี่ปุ่นกระจายไปยึดครองทั่วประเทศ ไม่ใช่การใช้ประเทศไทยเป็นทางเดินทัพผ่านอย่างที่พูดกัน
นายสุจิต โรจนชีวะ อดีตครูโรงเรียนสกลราชวิทยานุกูล เขียนบันทึกไว้ว่า ในเดือนมกราคม 2488 นายเตียงเป็นหัวหน้าใหญ่มาอบรมให้พวกเราเป็นกองโจรกู้ชาติ ต้องทนต่อความลำบากหลายอย่าง ในวันที่ 26 กรกฎาคม 2488 ขณะหัวหน้าใหญ่(เตียง)กำลังฝึกอบรมอยู่ก็มีรายนงานว่าทหารญี่ปุ่น 12 นายเดินทางมาใกล้ค่ายของเรา หัวหน้าใหญ่ได้รวมพลและสั่งให้พวกเรารักษาค่าย และออกสกัดจับทหารญี่ปุ่นทั้ง 12 นายให้ได้ โดยเราติดตามทหารญี่ปุ่นไปจนเวลาตีหนึ่งกว่าจึงทราบพิกัด และวางแผนจับในเช้าวันรุ่งขึ้น หากพบญี่ปุ่นคนใดขัดขืนก็คงต้องยิงกัน และจับไม่ให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว แต่ราว16.00น.ก็มีรายงานว่าญี่ปุ่นเล็ดรอดดงหลวงเข้าไปตัวเมืองสกลนครเสีย แล้ว เราจึงถอนตัวกลับเข้าค่าย
ในวันที่ 28 กรกฎาคมเมื่อหัวหน้าใหญ่(เตียง)ได้กลับจากสนามบินลับนาคู พวกเราก็รายงานเรื่องนี้ให้ทราบ หัวหน้าใหญ่กล่าวว่า ที่พวกเรามิได้ทำอันตรายใดๆให้แก่ญี่ปุ่นเป็นการดีแล้ว เพราะถ้าญี่ปุ่นได้รับอันตรายกจะเป็นชนวนให้เกิดเรื่องใหญ่ระดับชาติ "รูธ"(ปรีดี)หัวหน้าใหญ่เสรีไทยได้สั่งการมาว่าอย่าเพิ่งทำอันตรายแก่ญี่ปุ่นเป็นอันขาด
รุ่งขึ้นพวกเราต้องอพยพย้ายค่ายไปยังถ้ำผาด่าง,ถ้ำผานาง เพราะญี่ปุ่นสงสัยว่ามีกองโจรต่อต้านญี่ปุ่นอยู่ที่ค่ายนี้ ส่วนรัฐบาลไทยอ้างว่าเป็นที่หลบภัยของรัฐบาลไทย เมื่อพวกเราอพยพไปแล้วก็ได้ดัดแปลงให้เป็นที่หลบภัยของฝ่ายรัฐบาลไทยตามที่ อ้างไว้กับญี่ปุ่น การเดินทางเป็นไปด้วยความยากลำบากเพราะต้องขนยุทโธปกรณ์ไปด้วย การอยู่ในถ้ำก็ลำบากมาก เพราะอยู่ในชะเง้อหินใต้เขายาวไปตามไหล่เขา อีกข้างเป็นเหวลึก เมื่อโผล่ออกจากถ้ำจะเห็นพื้นดินชันลง45องศา กลางวันแทบไม่เห็นพระอาทิตย์
ต่อมาทหารญี่ปุ่น200นายขอเข้าค้นค่ายกองโจรของเรา เราก็เตรียมปะทะเต็มที่ แต่พอถึงวันที่ 10 สิงหาคม 2488 ได้รับทราบจากวิทยุสนามของอังกฤษว่าญี่ปุ่นยอมแพ้สงครามแล้วหลังจากถูก สัมพันธมิตรทิ้งระเบิดปรมาณู วันที่15สิงหาคมข้าพเจ้าพร้อมกับหัวหน้าใหญ่ได้ไปร่วมงานเลี้ยงฉลองที่ ญี่ปุ่นยอมยุสงครามในโรงเรีบนประจำอำเภอพรรณานิคม
ในปลายเดือนกันยายน2488เมื่อสงครามสงบลง มีการสวนสนามของพลพรรคเสรีไทยทั่วประเทศ จังหวัดสกลนครได้ร่วมขบวนสวนสนามจำนวน 4 กองร้อย เดินสวนสนามจากสนามหลวงมาตามถนนราชดำเนินใน ผ่านอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยถึงพระบรมรูปทรงม้า เป็นการสิ้นสุดสวนสนาม นับเป็นอันสิ้นสุดภารกิจเสรีไทย

การเดินสวนสนามของเสรีไทย ณ ถนนราชดำเนิน เมื่อ 25 กันยายน 2488
ต่อจากนั้นข้าพเจ้าก็กลับไปรับราชการครู โดยมิได้รับอะไรเป็นเครื่องตอบแทนในการทำงานเสรีไทยแต่ประการใด มีแต่ความภาคภูมิใจที่ได้ทำงานเพื่อประเทศชาติ เมื่อมีความจำเป็นก็ต้องพร้อมสละกระทั่งชีวิต โดยมิได้หวังผลตอบแทนใดๆทั้งสิ้น นอกจากเพื่อความเป็นเอกราชของชาติ
ส่วนผู้ปฏิบัติงานเสรีไทยที่สนามบินลับนาคูเล่าว่า ในภารกิจกู้ชาติร่วมกับเตียงและส.ส.ถิล ส.ส.จำลองนั้นเกิดการปะทะกับทหารญี่ปุ่น2ครั้ง ครั้งแรกพลพรรคเสรีไทยที่เป็นครูประชาบาลเสียสละชีพ 1 นาย ส่วนทหารญี่ปุ่นเสียชีวิตหมด หนที่สองปะทะกันที่บ้านหนองห้างห่างจากสนามบินลับ 17 กิโลเมตร ทหารญี่ปุ่นถูกสังหาร 18 นาย พลพรรคเสรีไทยปลอดภัย

ปรีดี พนมยงค์ "รูธ"หัวหน้าขบวนการเสรีไทยประกาศสันติภาพ ฝ่ายสัมพันธมิตรรับรองเอกราชอธิปไตยของชาติไทย รับรองคุณูปการของเสรีไทยและรับรองฐานะผู้นำขบวนการเสรีไทย
หลังญี่ปุ่นประกาศยอมยุติสงคราม นายปรีดีได้ประกาศสันติภาพในวันที่ 16 สิงหาคม 2488 วีรกรรมของเสรีไทยทำให้ประเทศไทยพ้นจากสภาพประเทศแพ้สงคราม ไม่ต้องถูกมหาอำนาจผู้ชนะต้องยึดครอง หรือแบ่งแยกประเทศไทยออกเป็นเสี่ยงๆเหมือนที่กระทำกับประเทศผู้แพ้สงครามโดย ทั่วไป
ไทยมีอิสรภาพและมีเอกราชสืบมาถึงวันนี้ น้ำใจเสียสละอาจหาญอุทิศตัวไม่กลัวความยากลำบาก ไม่กลัวตายของเตียงกับคณะพลพรรคเสรีไทยอีสาน มีส่วนสำคัญที่ชาวไทยในรุ่นเราพึงน้อมสำนึกในบุญคุณ
ปฏิทิน 102 ปีชาตกาลขุนพลภูพาน:วีรบุรุษที่ยังไร้อนุสาวรีย์'ข้าพเจ้าเป็นราษฎรไทย ทั้งข้าพเจ้าต้องการให้ทุกๆ คนบนพื้นอันเป็นสยามประเทศนี้เป็นราษฎรเสมอหน้ากันหมด ปราศจากความเหลื่อมล้ำต่ำสูง ความเป็นราษฎรจึงเป็นอุดมคติที่ข้าพเจ้าบูชา'-เตียง ศิริขันธ์ ( 5 ธันวาคม 2452-12 ธันวาคม 2495,นสพ.เสรีราษฎร 9 กรกฎาคม 2479 )
-5 ธันวาคม 2452 เตียง ศิริขันธ์ เกิดที่จังหวัดสกลนคร หากมีชีวิตถึงวันนี้จะอายุครบ 102 ปี
-พ.ศ.2473 จบการศึกษาจากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ
-พ.ศ.2477 ถูกจับกุมข้อหาคอมมิวนิสต์ ขณะเป็นครูที่อุดรธานี
-7พ.ย.2480เป็นส.ส.สมัยแรก และเป็นต่อมาอีก5สมัย
-8ธ.ค.2484วันญี่ปุ่นบุกยึดไทย นายเตียงเข้าพบปรีดี พนมยงค์ขอให้ตั้งขบวนการเสรีไทย
-ปฏิบัติงานเสรีไทยใช้รหัสชื่อ"พลูโต"เป็นหัวหน้าเสรีไทยภาคอีสานจนถึงวันประกาศสันติภาพ16ส.ค.2488
-31ส.ค.2488 เป็นรัฐมนตรีครั้งแรก
-9 มิ.ย. 2489 เกิดกรณีร.8สวรรคต นายปรีดี พนมยงค์ลาออก
-8 พ.ย.2490 เกิดรัฐประหารยึดอำนาจ กลุ่มนายปรีดีถูกขจัดออกจากอำนาจ
-26ก.พ.2492 นายปรีดีพยายามยึดอำนาจคืนแต่พ่ายแพ้กลายเป็นกบฎวังหลวง
-4 มี.ค.2492 อดีต4รัฐมนตรีสายปรีดีถูกสังหารโหดที่บางเขนคือดร.ทองเปลว ชลภูมิ,ถวิล อุดล,จำลอง ดาวเรือง,ทองอินทร์ ภูริพัฒน์ แต่ครูเตียงรอด
เตียงได้เขียนบันทึกถึงกรณีนี้ไว้ว่า..."...การตายของพวกนาย ทำให้เราเศร้าใจและว้าเหว่มาก แต่เมื่อนึกถึงการตายในสภาพเดียวกันของนักการเมืองและบุคคลสำคัญทางประวัติ ศาสตร์อีกหลายคนก็พอจะทำให้เราคลายความขมขื่นลงไปบ้าง ส่วนด้านประชาชนแล้วรู้สึกว่าจะเป็นเรื่องทำลายขวัญกันอย่างรุนแรง โดยเฉพาะประชาชนชาวอีสานการตายของพวกนายมิใช่เป็นการหลู่เกียรติกันอย่าง เดียว แต่เป็นการท้าทายประชาชนชาวอีสานทั้งมวล...ถึงแม้พวกนายจากไปแล้วก็ตาม เรายังคงยึดมั่นในอุดมการณ์สละชีพอยู่อย่างเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แต่ชีวิตและความเป็นอยู่ของเราขณะนี้ ทั้งในด้านส่วนตัวและการเมือง ตกอยู่ในสภาวะที่เลวร้ายที่สุด มันเป็นอุปสรรคอันสำคัญยิ่งที่เราไม่สามารถปฏิบัติงานใดๆ ได้ดังปรารถนา ถ้าหากว่าเรามีอิทธิพลทางการเมืองขึ้นเมื่อใด เมื่อนั้นเราจะดำเนินงานตามอุดมคติของเราทันที" (จากข้อความปกหลังหนังสือ เตียง ศิริขันธ์ ลับสุดยอดเมื่อข้าพเจ้าเป็นเสรีไทย โดย สวัสดิ์ ตราชู)
-12 ธ.ค.2495 ครูเตียงถูกพล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์เชิญไปพบและหายสาบสูญ หลายปีต่อมาถูกเปิดเผยว่าโดนฆ่ารัดคอและเผาที่กาญจนบุรี เมื่อ14 ธ.ค.2495 เสียชีวิตในวัยเพียง 43 ปี
-16 ส.ค.2554 วันสันติภาพไทยครบรอบ 66 ปี มีการประดิษฐานและเปิดอนุสาวรีย์เตียง ศิริขันธ์ ที่ถ้ำเสรีไทย จังหวัดสกลนคร(ดูภาพชุด)
ศรีบูรพา หรือ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ได้กล่าวถึงนายเตียง ตอนหนึ่งความว่า "บุคคลที่มีความสุจริต จริงใจ และบากบั่นในการทำหน้าที่ของตนนั้น เป็นบุคคลที่ข้าพเจ้าเห็นว่าสมควรเป็นผู้แทนราษฎรอย่างยิ่ง ข้าพเจ้าแน่ใจว่า ข้าพเจ้าได้พบคุณสมบัติสาระสำคัญนี้ใน เตียง ศิริขันธ์ ผู้แทนของชาวสกลนคร"
สุภา ศิริมานนท์ นักหนังสือพิมพ์อุดมคติ กล่าวถึงครูเตียงว่า "ในจำนวนผู้แทนราษฎรทั้งหมด…เตียง ศิริขันธ์ เป็นบุคคลที่ดี ซึ่งมีอยู่ไม่กี่คน เตียง ศิริขันธ์ เป็นนักรัฐธรรมนูญที่แท้จริง เขาทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรชาวสยาม สมหน้าที่โดยสมบูรณ์"
ส่วนเตียงพูดถึงตัวเองในวัยหนุ่มว่า “...ข้าพเจ้าเป็นคนไทย ข้าพเจ้าเป็นไทแก่ตนเอง ข้าพเจ้าเป็นราษฎรไทยราษฎรสยาม ทั้งข้าพเจ้าต้องการให้ทุกๆ คนบนพื้นอันเป็นสยามประเทศนี้เป็นราษฎรเสมอหน้ากันหมด ปราศจากความเหลื่อมล้ำต่ำสูง...จึงเป็นอุดมคติที่ข้าพเจ้าบูชาอีกอันหนึ่ง” (จากบทความ เตียง ศิริขันธ์ เผยแพร่ใน นสพ.เสรีราษฎร 9 ก.ค.2779)
5 ธันวาคม 2554 ครบ 102 ปีชาตกาลของเตียง ดูเหมือนอุดมคติที่เขาบูชายังอยู่ห่างไกล แต่ประชาชนชาวไทยยังยืดหยัดสืบสานเจตนารมณ์ให้สมบูรณ์

********
ซีรีส์ชุดเดียวกันนี้
-ฮ้า!จริงดิ?ไทยก็มีวันเอกราชของชาติ
เชื่อ ไหมว่าทำเนียบรัฐบาลไทยเคยชื่อว่า"ทำเนียบ16สิงหา"เพื่อเป็นเกียรติยศแก่การ ประกาศสันติภาพ ด้วยการเสียสละต่อสู้ของเสรีไทยทำให้ไม่ต้องตกเป็นประเทศผู้แพ้สงคราม และวัะนดังกล่าวบางทีก็เรียกว่าวันเอกราชไทย แต่คนไทยจำนวนมากกลับ...ไม่รู้ว่ามีด้วยเหรอ?
-สดุดีวีรประวัติสามัญชน 66 ปีวันสันติภาพ(ตอนที่1):การะเวก ศรีวิจารณ์ วีรชนเสรีไทยกู้เอกราช

สหายศึกเสรีไทย-(จากซ้าย)โผน อินทรทัต-พอล (ชื่อรหัส ไทย รักไทย),จำรัส ฟอลเล็ต-ดิ๊ค และการะเวก ศรีวิจารณ์-แครี่ ทั้งนี้แครี่เสียสละชีวิตเพื่อชาติระหว่างเล็ดลอดเข้าไทย ถูกตำรวจไทยสังหารพร้อมกับสมพงษ์ ศัลยพงษ์(แซล)เพื่อชิงทองคำที่หน่วยลับของอเมริกาให้ติดตัวนำมากอบกู้ชาติ ส่วนไทย รักไทย(บิดาพล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต)ถูกสังหารหลังเป็นแกนนำขบวนการประชาธิปไตยกุมภาพันธ์2492เพื่อโค่น ล้มรัฐบาลเผด็จการทหารประสบความล้มเหลวลง
-สดุดีวีรประวัติสามัญชน66ปีวันสันติภาพ(2):สมพงษ์ ศัลยพงษ์ 'ผมทำงานเพื่อชาติ ไม่ควรฆ่าผมเลย'

สมพงษ์ ศัลยพงษ์ (แซล)ในชุดนายทหารเสรีไทย เขาได้รับมอบภารกิจลับเล็ดลอดเข้าประเทศเพื่อประสานงานกับเสรีไทยในประเทศ เพื่อกอบกู้ชาติ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งไทยถูกญี่ปุ่นรุกรานยึดครองอยู่ แต่ถูกตำรวจไทยยิงหายไปกลางลำน้ำโขง แม้ในปัจจุบันญาติๆยังหวังว่าเขาอาจจะยังไม่ตาย
-สดุดีวีรประวัติสามัญชน66ปีวันสันติภาพ(4):จำกัด พลางกูร กับภารกิจเพื่อชาติ และเพื่อมนุษยชาติ
จำกัด พลางกูร เสียสละชีวิตลงในว้นที่ 7 ตุลาคม 2486 ขณะปฏิบัติภารกิจกู้ชาติในต่างแดน โดยเปล่งปัจฉิมวาจาว่า"เพื่อชาติ--เพื่อhumanity--" ในภายหลังม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ได้เป็นนายกรัฐมนตรีหลังสิ้นสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้บันทึกถึงวีรชนผู้นี้ว่า "เพราะจำกัดตาย ข้าพเจ้าจึงเห็นแล้วว่า ยังมีเกียรติสูงสุดอันพึงใฝ่สูงกว่าเกียรติของการเป็นนายกรัฐมนตรี ใหญ่ยิ่งกว่าเกียรติของกษัตริย์ เกียรติอันนั้นคือ เกียรติของผู้ตายเพื่อชาติ วงศ์กษัตริย์มีวันล้ม ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมีวันเปลี่ยนมือ แต่เกียรติของผู้ตายอย่างจำกัดนี้ ไม่มีใครแย่งไปจากเขาได้"
ASTVผู้จัดการรายงานภาพข่าว:ประชาชนหลั่งไหลชื่นชมงาน5ธันวาฯสุดคึกคักเนืองแน่นสนามหลวง
ที่มา Thai E-News
ASTVผู้จัดการ รายงานว่า บรรยากาศกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 ที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง เต็มไปด้วยความคึกคัก ประชาชนแห่เก็บภาพกิจกรรมต่างๆที่บรรจงตกแต่งด้วยดอกไม้ ดวงไฟสีต่างๆไว้อย่างงดงาม โดยกิจกรรมที่ประชาชนสนใจมากที่สุด คือร่วมลงนามถวายพระพรลงบนใบโพธิ์ทอง ก่อนนำไปติดบนต้นโพธิ์เงินขนาดใหญ่ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงงานหนัก เพื่อคนไทยทั่งประเทศมาโดยตลอด
ประชาชน ทยอยเฝ้าฯ รอรับเสด็จฯ ในหลวง ชื่นชมพระบารมีในหลวง เสด็จออกมหาสมาคม (ภาพข่าวINN)
มติชนออนไลน์เสนอภาพเสื้อตราสัญลักษณ์84พรรษากองรอคนซื้อใส่เทิดพระเกียรติ
มติ ชนออนไลน์ รายงานว่า ประชาชนย่านศิริราช ต่างให้ความสนใจเลือกซื้อเสื้อสีชมพูเพื่อนำมาใส่ในงานพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครบ 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554
********
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:อนุมัติเพิ่ม117ล้านเทิดพระเกียรติ84พรรษา ทักษิณชวนถวายพระพร พระราชทานเครื่องราชฯยิ่งลักษณ์
ก็แค่สงสัย?ทำไมพวกมึงไม่รักในหลวง!
ที่มา Thai E-News
ทุกๆวันผมตื่นแต่เช้ามืด กดรีโมตเปิดทีวีดู
สถานีเปิดพร้อมกับเพลงสรรเสริญพระบารมี
แล้วผมก็ได้ดูรายการโปรด
เรื่องเล่าเช้านี้ทางช่อง3
รายการบอกว่า ในหลวงทรงมีพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น
ผมรักสรยุทธ์ เพราะสรยุทธ์ก็รักในหลวงเหมือนผม
ผมลุกจากเตียงจะไปล้างหน้าแปรงฟันอันเป็นกิจวัตร
เมื่อหยิบหลอดยาสีฟันขึ้นมา...
ผมขนลุกซู่และตันตื้นเมื่อหวนคิดถึงโฆษณาเมื่อคืน
..ยาสีฟันหลอดแฟบ เป็นสัญลักษณ์เตือนว่าผมต้องรู้จักพอเพียง
ผมน้ำตาไหล
แต่งตัวเสร็จผมขึ้นรถเบ๊นซ์500จะไปทำงาน
ผมรู้สึกผิด...
ผมน่าจะหารถโตโยต้าโซลูน่า รุ่นตัวเลข๑๕๐๐มาขับ ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท...
แต่บังเอิญผมเป็นท่านประธานบริษัทก็คงต้องใช้เบ๊นซ์500ไปก่อน
ไว้ว่างๆค่อยโซลูน่า๑๕๐๐
สตาร์ทรถติด ผมเปิดวิทยุในรถฟัง
ข่าวต้นชั่วโมงบอกถึงพระราชดำรัสของในหลวงต่อปวงชนชาวไทย
ตามด้วยข่าวประจำพระราชสำนัก ตามด้วยข่าวพระราชกรณียกิจ และสารคดีเทิดพระเกียรติ
เสียงของดาราโดม ปกรณ์ ลัม กระตุ้นให้ผมสำนึกบุญคุณในหลวงเป็นล้นพ้น
ทุกระยะเสาไฟฟ้าที่ผมขับผ่านมีพระบรมฉายาลักษณ์ที่พระเสโทไหลหยดลงปลายพระนาสิก
ผมหวนนึกถึงข่าวเทิดพระเกียรติที่ดั้นด้นไปยังชนบทกันดาร
ผมรักในหลวง
จ่ายเงินผ่านทางด่วนศรีรัช และกาญจนาภิเษกก็ในหลวงทรงตั้งชื่อให้ผมไว้ใช้. .
ป้ายบิลบอร์ดข้างทางด่วนเรียงรายให้เห็นพระบรมฉายาลักษณ์ตระหง่านเสียดฟ้า พระเสโทหลั่งไหล
ทรงเหนื่อยยากเพื่อพสกนิกรของพระองค์ท่านอย่างจะหาใครในโลกเทียบได้
ขับเรื่อยไปข้ามสะพานพระราม8ก็ในหลวงมีพระราชดำริ
ระเรื่อยไปยังถนนพระบรมราชชนนี ผมนึกถึงฟอร์เวิร์ดเมล์เรื่องในหลวงทรงไปเสวยกับสมเด็จย่าเป็นประจำ
ผมไม่เคยทำเช่นนั้น ผมมันช่างไม่ทำตามรอยพระยุคลบาทเลย หรือว่าผมไม่ใช่ลูกกตัญญู
(อาม่าบอกว่า อย่าชวนแกไปกินข้าวที่ไหนเลย แกเสียดายตังค์ แต่เอาเถอะวันแม่ปีหน้าผมไม่พลาดแน่)
ถึงที่ทำงาน หน้าบริษัทมีรูปพระสาทิสลักษณ์ทรงประทับยืนสง่า ผมค้อมเคารพทุกวันก่อนผ่านขึ้นลิฟต์ไป
ในห้องทำงานผมนอกจากโต๊ะหมู่บูชา ก็มีพระฉายาลักษณ์ทั้งสองพระองค์
และพระสาทิสลักษณ์ร่วมกับพระราชวงศ์ต่างประเทศที่เสด็จมางานฉลองราชย์60ปีในหลวงที่พระที่นั่งอนันต์ฯ
ผมรู้สึกเป็นบุญที่ได้เกิดใต้พระบรมโพธิสมภาร ในหลวงช่างเป็นกษัตริย์เหนือกษัตริย์ จนใครทั้งโลกต้องอิจฉาพสกนิกรชาวไทย
ผมเชิญลูกน้องมาประชุม
ก่อนอื่นผมบอกพวกเขาว่าให้พวกเราเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท
ผมนำข้อมือริสแบนด์สีเหลืองกับสีชมพูที่แบงก์ไทยพาณิชย์ให้อุดหนุนวานนี้แจกทุกคน
ทุกคนต่างซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ
นี่เป็นสิ่งร้อยรัดให้เราคนไทยทุกคนเป็นหนึ่งเดียว
เรารักในหลวง
เสียทีแต่ว่าบริษัทเรามาเจอน้ำท่วมหยุดกิจการนานนับเดือน เพราะรัฐบาลบอกว่า"เอาอยู่"
ทุเรศจริงๆไอ้อีพวกนักการเมืองโง่เง่าขี้โกง ขี้ข้าทาสน้ำเงินนักโทษหนีคดีแผ่นดินหน้าเหลี่ยม
เพื่อความพอเพียงเราจำเป็นต้องมีพนักงานที่เสียสละบ้าง
ผมคิดว่าพวกเขาอาจได้กลับบ้านนอกไปทำนาตามหลักเกษตรทฤษฎีใหม่. ..
แค่คิดผมก็น้ำตาไหล พวกเขาจะได้อยู่อย่างพอเพียง
แต่ผมต้องทำงานต่อไป เพื่อแจ้งงบดุลไปยังตลาดหลักทรัพย์
ผมต้องทำงานเพื่อผู้ถือหุ้นของบริษัทเรา
แต่คงไม่เป็นไรพนักงานของเรารอบนี้25%จะได้ออกไปใช้ชีวิตพอเพียง
พวกเขาจะได้สนองคุณแผ่นดิน
ผมสิต้องทนทุกข์กับทุนนิยมสามานย์ต่อไป
ผมใช้เวลาว่างหากำไรจากเงินลงทุนในตลาดหลักทรัพย์บ้าง
หลักทรัพย์ไหนในหลวงทรงถือหุ้น ทั้งสัมมากร อัมรินทร์ ซิงเกอร์ ไมเนอร์ ไทยประกัน ไทยพาณิชย์ ซิเมนต์ไทยผมก็ซื้อลงทุนไว้
หุ้นที่ในหลวงถือไว้ดีหมดทุกตัว ปันผลก็งาม มีธรรมาภิบาล
ผมได้เงินกำไรมาก็เอาไปตีกอล์ฟ ไปทัวร์เมืองนอก เหลือไว้ให้เมียน้อยปอกลอกบ้าง
ช่างเถิดผมเป็นปุถุชน แต่ในหลวงท่านคงนำไปใช้ในโครงการพระราชดำริเพื่อพสกนิกรยากจนของพระองค์ท่าน
ค่ำนี้ผมมีนัดกับกิ๊กจะพาเธอไปดูหนัง จากนั้นก็คงจบลงที่เดิม
ผมขับรถผ่านเส้นทางเก่า
ผมซาบซึ้งกับสะพานพระรามแปด ซุ้มพระสาทิสลักษณ์อันงดงามเรียงรายบนท้องถนนราชดำเนิน แสงไฟประดับระยับระยิบราวชะลอสวรรค์ลงมาดิน
หน้าโรงหนังก็มีพระสาทิสลักษณ์ทรงเป่าแซ็กโซโฟน ทรงเป็นอัครศิลปินงานศาสตร์งานศิลป์การดนตรี ซึ้งกมล
กิ๊กผมบอกว่าอากงที่มันจองหองเหิมเกริมบังอาจส่งSMSด่าในหลวง พระราชินีถูกศาลตัดสินจำคุกแล้ว20ปี
"สมน้ำหน้ามัน!"เธอว่า..แต่ผมไม่เห็นด้วย
คนที่นรกส่งมาเกิดอย่างนี้ประหารถึงจะสาสมแล้วสับเป็นชิ้นๆ
ทำไมมันไม่รักในหลวง ผมไม่เข้าใจเลย..?
มันยังมีความเป็นคนไทยอยู่อีกไหม?
ไหนจะพวกชาติชั่วที่ชอบหมิ่นอีก ไอ้พวกนี้สมควรตายให้หมด
และอย่าให้พวกมันได้ตายดี
ผมไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมีพวกไปเห็นใจอากงถึงขั้นแก้ผ้าบัดสีบัดเถลิงประท้วง
คนมันผิดก็ต้องชดใช้กรรม
จะปล่อยให้กฎหมู่ หรือนมอยู่เหนือกฎหมายได้ยังไง?
ในโรงหนังผมลุกขึ้นตอนเพลงสรเสริญพระบารมี และยังอยากตรึงเวลานั้นไว้นานเท่านาน
กิ๊กผมน้ำตารื้นเมื่อเห็นภาพยนตร์พระราชกรณียกิจประกอบเพลง
ใครนะช่างชั่วช้าไม่ยอมลุกขึ้นยืนเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมี
หากผมเจอกับตัว ผมคงฆ่ามันกับมือ ไม่ปล่อยให้หลุดไปถึงคุก
ไอ้พวกนี้ควรตายเท่านั้นถึงจะสาสม
เพราะมันไม่รักในหลวง มันจะมีชีวิตชั่วๆอยู่ต่อไปทำไม ผมไม่เข้าใจเลย
หนังจบเราไปทานข้าวต่อกัน เพลงบรรเลงเบาๆลอยมา
นั่นเป็นเพลงพระราชนิพนธ์หยาดฝนที่พสกนิกรต่างปลาบปลื้ม
จากนั้นเราก็ไปกันที่เดิมกัน ก็เกือบ6ทุ่ม
วันนี้ผมจะทำให้เธอส่งเสียงหวีดออกมาดังๆ
กิจกรรมของเราเป็นไปด้วยความเร่าร้อนและฉ่ำชื่น
หากไม่มีเสียงเพลงจากทีวีตอนปิดสถานีเพลงนั้นลอยมา
ผมอาจถึงสวรรค์ไปพร้อมกันกับเธอแล้ว
...ช่างขัดใจเสียจริง
ผมรักในหลวง
นี่เป็นเสียงจากใจอันท่วมท้นไปด้วยความตื้นตัน
ไม่เป็นไร เปลี่ยนช่องไปช่องใหม่..
แต่เพลงนั้นก็ลอยมาอยู่ดี
ทุกช่องมันปิดสนานีพร้อมกันหมด
เราทั้งคู่ลุกขึ้นด้วยร่างกายอันเปล่าเปลือย
พร้อมกันร้องเพลงนั้นคลอไปกับเสียงที่ลอยออกมาจากจอทีวี
นี่เป็นสิ่งที่เล็กน้อยเหลือเกิน แต่ก็สำคัญที่เราควรทำมิใช่หรือ..?
เพลงจบเราทิ้งตัวลงนอน
หล่อนสะกิดผมเบาๆ ผมตะแคงข้างให้ไม่ไยดี
ไม่มีอะไรที่จะมีความสุขเท่ากับที่ผมได้ทำไป
ผมยังจะต้องทำอะไรอีกทำไม....
เรารักในหลวง
โดย คุณรักในหลวงห่วงลูกหลาน
Sunday, December 4, 2011
1911ครบ100ปีปฏิวัติสู่สาธารณรัฐประชาชนจีน
ที่มา Thai E-News
ภาพยนตร์เรื่อง 1911 เล่าถึงเหตุการณ์ “การปฏิวัติชินไฮ่” ในปีค.ศ.1911 เมื่อกลุ่มนายทหารลุกขึ้นมาต่อต้านการปกครองแบบราชวงศ์ ของราชวงศ์ชิงที่มีมานานกว่า 267 ปี และยุติการปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ที่มีมากว่า 2,800 ปี พร้อมกับ สถาปนาการปกครองแบบ สาธารณรัฐ ขึ้น
เรื่องราวทั้งหมดถูกเล่าผ่านตัวละครที่มีบทบาทในการปฎิวัติอย่าง แม่ทัพหวงซิ่ง (เฉินหลง) และเขายังเป็นผู้ร่วมก่อตั้งพรรคก๊กมินตั๋ง และเป็นผู้นำคณะปฎิวัติของ ดร.ซุนยัดเซน (วินสตัน เชา) เขาได้ต่อสู้กับกองทัพของจักรพรรดิจนสามารถเอาชนะได้ โดยมี ซูจงฮั่น (หลี่ปิงปิง) ภรรยาเป็นที่ปรึกษาและคอยให้กำลังใจ
ดาวน์โหลดชมที่ลิ้งค์ด้านล่าง Password : urgrove.com
http://www.mediafire.com/?b0ofjw083tcp7vq
http://www.mediafire.com/?9i72dok69j4vqif
http://www.mediafire.com/?rqygywu3qq9c3c8
http://www.mediafire.com/?cjwfa811y679cgc
**********
เรื่องเกี่ยวเนื่อง
-218ปีบั่นศอมารีอองตัวเนตต์-100ปีที่โลกลืมซูสีไทเฮา
'เกิดขบถขึ้นรึ?' พระเจ้าหลุยส์ที่16ทรงมีพระราชดำรัสถาม...'หามิได้พระเจ้าค่ะ มันคือการปฏิวัติ' มหาดเล็กตอบ
-ปากคำ 100 ปีวีรชนปฏิวัติ รศ.130 :เพื่อนเอ๋ยขอฝากไชโยถ้าพวกเรายังมีชีวิตได้เห็น
พวกเราให้"หมอเหล็ง"เป็นหัวหน้า เพราะเห็นตัวอย่างหมอซุนที่เป็นหัวหน้าเปลี่ยนการปกครองประเทศจีนอยู่แล้ว จะใช้กำลังทหารขอให้กษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญโดยละมุนละม่อม มิให้เสียเลือดเนื้อ ถ้าและมิยินยอมจึงจะค่อยดำเนินการเป็นขั้นเป็นตอนต่อไป สำหรับคนหนุ่มๆ ประสงค์จะให้เป็นรีปับลิกหรือสาธารณรัฐแทบทั้งนั้น ต้องการทำครั้งเดียวให้แตกหักกันไปเลย ไม่อยากให้ประชาชนต้องพลอยได้รับความเดือดร้อนกันเรื่อยๆไป
"เขา" บีบคั้น..."เรา" กลั้นน้ำตา..วันอาทิตย์สีแดง 4/12/54
ที่มา blablabla
โดย 3บลา ประชาไท
ยืนหยัดอยู่..เดินหน้า..ฝ่า
"เขา"ทำลาย..หมายเชือด..สุดเลือดเย็น
ยิ่งลำเค็ญ..ยิ่งรันทด.
กี่น้ำหลาก..บ่ามา..เขาท้ารบ
กี่ทำนบ..เขามุ่งร้าย..หมาย
กี่น้ำตา..ที่ไหลร่วง...เหมือนบ่วงกรรม
กี่ใจดำ..เขาเฉยชา..เบือนหน
อย่าคาดหวัง..เขาคือมิตร..ค
ต้องร้าวราน..กว่าที่เห็น..เ
เขาสร้างภาพ..เหมือนมีบ่วง..ความ
ลึกข้างใน..เขาโหดเหี้ยม..เตรียมฆ่าฟัน....
ใจ อึ๊งภากรณ์: วิจารณ์แถลงการณ์ของ นปช. 30 พ.ย. 54
ที่มา ประชาไท
นปช. ตั้งใจสลายพลังมวลชนเสื้อแดง
๑) อ.ธิดาเน้นเลือกการเมืองแบบ “ลอบบี้” คือต่อสายไปสู่คนมีอำนาจ เพื่อช่วยนักโทษเสื้อแดง ซึ่งเป็นการหันหลังปฏิเสธพลั
อ.ธิดา อาจเสนอว่านักโทษการเมืองจะถู
๒) อ.ธิดาพูดแต่เรื่องการร่างรั
๓) จตุพรอาจไม่หวงตำแหน่งสส. นั้นก็ดีเพราะถือว่ามีอุดมการณ์ แต่เรื่องการถอดถอนการเป็นสส.
๔) การไม่ยอมชูประเด็นการเมืองกว้
ดูแถลงการณ์ นปช. ได้ที่นี่ http://www.youtube.
โปรดเกล้าฯ พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษแล้ว
ที่มา ประชาไท
วิทยุชุมชนเชียงใหม่ยื่นตรวจสอบหน่วยงานความมั่นคง
ที่มา ประชาไท
ตัวแทนกลุ่มวิทยุชุมชนสร้างสรรค์สังคมเชียงใหม่ ยื่นหนังสือตรวจสอบหน่วยงาน "ศูนย์ติดตามสถานการณ์ความมั่นคงภายในภาคเหนือ" และ "นายอารยะ วิริยะรุ่งเรือง" ว่ามีตัวตนจริงหรือใหม่ หลังออกจดหมายคุกคาม
เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 54 ที่ผ่านมา นายจักรพันธ์ บริรักษ์ หรือดีเจหนึ่ง ได้เดินทางไปยังศาลากลาง จ. เชียงใหม่ เพื่อยื่นหนังสือขอความกรุณาตรวจสอบชื่อหน่วยงาน "ศูนย์ติดตามสถานการณ์ความมั่นคงภายในภาคเหนือ" และตัวตนของ "นายอารยะ วิริยะรุ่งเรือง" ที่อ้างว่าเป็นผู้อำนวยการศูนย์แห่งนี้ รวมถึงหน่วยงานด้านความมั่นคงของ จ.เชียงใหม่มีนโยบายส่งจดหมายในลักษณะนี้ไปหาบุคคลใดๆ หรือไม่ หลังจากที่ตนและผู้เกี่ยวข้องถูกจดหมายคุกคามมาก่อนหน้านี้ (อ่านเพิ่มเติม: ‘แผนผังล้มเจ้า’ ยังตามหลอนวิทยุชุมชน ‘ดีเจหนึ่ง’ ถูกคุกคามต่อเนื่อง)
โดยในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองของ จ.เชียงใหม่ ได้ส่งตัวแทนมารับเรื่อง และระบุว่าหน่วยงานฝ่ายปกครองของ จ.เชียงใหม่ ไม่มีชื่อหน่วยงานและบุคคลนี้ โดยจะทำการนำหนังสือร้องเรียนไปให้ผู้ว่าราชการ จ.เชียงใหม่ และทำการตอบข้อร้องเรียนนี้อย่างเป็นทางการในลำดับต่อไป
ทั้งนี้นายจักรพันธ์ระบุว่าหากภายในสัปดาห์หน้ายังไม่ได้รับการตอบกลับอย่างเป็นทางการ ตนจะเดินทางมาสอบถามความคืบหน้าอีกครั้ง
เรียน ผู้ว่าราชการ จ.เชียงใหม่
เรื่อง ขอความกรุณาตรวจสอบชื่อหน่วยงาน บุคคล
กลุ่มสร้างสรรค์สังคมเชียงใหม่ เป็นภาคประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ที่ดำเนินกิจกรรมรายการวิทยุชุมชน โดยมีเป้าหมายเพื่อเผยแพร่ความรู้ในระบอบประชาธิปไตย แต่ทั้งนี้ในช่วงการดำเนินกิจกรรมตั้งแต่เดือนธันวาคม ปี 2553 เป็นต้นมา ทางสมาชิกของกลุ่มถูกจดหมายคุกคาม ข่มขู่โดยอ้างว่าเป็นหน่วยงานชื่อ "ศูนย์ติดตามสถานการณ์ความมั่นคงภายในภาคเหนือ" และมี "นายอารยะ วิริยะรุ่งเรือง" เป็นผู้อำนวยการศูนย์
ทางกลุ่มจึงได้ทำหนังสือมาเพื่อสอบถามดังนี้
1.มีหน่วยงานชื่อ "ศูนย์ติดตามสถานการณ์ความมั่นคงภายในภาคเหนือ" และมี "นายอารยะ วิริยะรุ่งเรือง" เป็นผู้อำนวยการศูนย์นี้จริงหรือไม่
2. หน่วยงานด้านความมั่นคงของจังหวัดเชียงใหม่มีนโยบายส่งจดหมายในลักษณะนี้ไปหาบุคคลใดๆ หรือไม่
ทั้งนี้ทางกลุ่มหวังว่าจะได้รับความกรุณาในการชี้แจง
จึงเรียนมาเพื่อขอความกรุณา
นายจักรพันธ์ บริรักษ์
ตัวแทนกลุ่มสร้างสรรค์สังคมเชียงใหม่
2 ธ.ค. 2554










