WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, December 5, 2011

ขวัญชัยฯ นำเสื้อแดงร่วมเทิดพระเกียรติ 5 ธ.ค. ที่สนามหลวง

ที่มา ประชาไท

ขวัญชัย' นำแถลงข่าว 'เสื้อแดง' อีสาน 1,800 คน เข้าร่วมงานเทิดพระเกียรติ 5 ธันวาฯ ที่สนามหลวง

4 ธ.ค. 54 - เว็บไซต์คมชัดลึกรายงาน ว่าเวลา 15.30 น.วันที่ 4 ธ.ค.54 ที่อาณาจักรคนเสื้อแดง สถานีวิทยุชมรมคนรักอุดร 97.5 เมกกะเฮิร์ต บ้านหนองลีหู ต.สามพร้าว อ.เมือง นายขวัญชัย สาราคำ หรือ ไพรพนา ประธานชมรมคนรักภาคอีสาน และ ประธานชมรมคนรักอุดร แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน กรณีจะนำคนเสื้อแดง 20 จังหวัดภาคอีสาน เดินทางไปร่วมพิธีจุดเทียนชัย ถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสวันเฉลิมพระชนม์พรรษา 7 รอบ 84 พรรษา ที่ท้องสนามหลวง ในคืนวันที่ 5 ธันวาคม
นายขวัญชัย กล่าวว่า จากเดิมที่ชมรมคนรักอุดร และ ชมรมคนรักภาคอีสาน 20 จังหวัด มีมติร่วมกันเป็น “แดงรักเจ้า” และจะร่วมกันจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยการจัดกิจกรรมแรลลี่ขี่รถจักรยานยนต์ 8,400 คัน ปลูกต้นไม้ ทั่วทั้งจังหวัด เป็นการถวายความจงรักภักดี แต่ต้องเปลี่ยนแปลงการจัดงาน ด้วยการนำคนเสื้อแดงจากภาคอีสานทั้ง 20 จังหวัด 1,800 คน เดินทางเข้าไปร่วมถวายพระพร ร่วมกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ท้องสนามหลวงแทน เนื่องจากมีข่าวว่าจะมีผู้ไม่หวังดีกับคนเสื้อแดงเข้ามาแทรกซึมการจัด กิจกรรมเพื่อทำลายคนเสื้อแดงของพวกเรา
นายขวัญชัยฯ กล่าวว่า เขาในนามประธานชมรมคนรักภาคอีสาน 20 จังหวัด ได้นัดกับประธานคนเสื้อแดงทั้งภาคอีสาน ทำการจัดเตรียมรถบัสรวม 30 คัน นำคนเสื้อแดง 1,800 คน ไปที่ท้องสนามหลวง กรุงเทพฯ เพื่อแสดงความจงรักภักดี
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาเราร่วมกันเรียกร้องประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มาอย่างยากลำบาก จนได้ประชาธิปไตยกลับคืนมาในวันที่ 3 กรกฎาคม ที่มีการจัดการเลือกตั้ง ดังนั้นเมื่อถึงวันที่ 5 ธันวาคม ที่เป็นวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระชนมายุ 84 พรรษา พวกเราจึงต้องออกมาแสดงให้คนทั่วโลกรู้ว่า คนเสื้อแดงมึความจงรักภักดีอยู่ในสายเลือดและจิตวิญญาณ
“ที่ผ่านมาเราถูกฝ่ายตรงข้ามกล่าวหาว่า ไม่จงรักภักดี วันนี้ จึงต้องออกมาแสดงให้ประชาชนทั่วประเทศเห็นว่า คนเสื้อแดงไม่เคยที่จะดึงฟ้าต่ำ นี่คือสิ่งที่เราต้องมารวมตัวกันแสดงความจงรักภักดี ไม่ใช่แต่คนเสื้อแดงภาคอีสานเท่านั้น พี่น้องเสื้อแดงจากทุกภาค ก็จะลงมาร่วมแสดงความจงรักภักดีด้วยเช่นกัน "นายชวัญชัยกล่าว
ทั้งนี้ ขบวนรถบัสของคนเสื้อแดงแต่จะจังหวัดจะออกเดินทางจากจุดต่างๆ และพบกันที่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา โดยกิจกรรมในช่วงเวลากลางวัน พร้อมจะแสดงจิตอาสา เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ที่กรุงเทพฯ ก่อนที่เดินทางมาร่วมงานถวายพระพรชัยฯ ที่ท้องสนามหลวงในช่วงเย็น เพื่อร่วมทำพิธี ก่อนจะแยกย้ายกันเดินทางกลับ

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 05/12/54 ฝ่ายหนึ่งทำให้กลัว...ฝ่ายหนึ่งเริงร่า

ที่มา blablabla

โดย

ภาพถ่ายของฉัน


เพราะพวกแก๊งค์ จัญไร ไร้มาตรฐาน
สร้างสามานย์ เกินมนุษย์ สุดแหลกเหลว
ใช้อคติ สุดระยำ เกินคำ"เลว"
ฉุดยุติธรรม ดิ่งเหว สุดเลวทราม....

บีบฝ่ายหนึ่ง ให้กลัว กดหัวมิด
ถูกเป็นผิด ตอกย้ำ คำเหยียดหยาม
แล้วป้ายสี ให้สับสน คนคล้อยตาม
ต่างประณาม ก่นด่า ว่าเอนเอียง....

อีกฝ่ายหนึ่ง สุดเริงร่า พาสุขสันต์
ผิดมหันต์ เพียงใด ไม่ส่งเสียง
โอบอุ้มสม กันอยู่ เป็นคู่เคียง
ส่งสำเนียง เย้ยหยัน..มันเส้นใคร?....

ยึดทำเนียบ สนามบิน คงดิ้นหลุด
ซ่าส์ไม่หยุด อาจมีฮึด เข้ายึดใหม่
เขาเด็กเส้น ใครก็รู้ อยู่แก่ใจ
สุดยิ่งใหญ่ ช่ำชอง แก๊งค์ครองเมือง....

มันจะยึด ทำอะไร ก็ไม่ผิด
พวกมีสิทธิ์ จิตอัปรีย์ นามสีเหลือง
สุดสรรหา คำถากถาง สร้างขุ่นเคือง
กี่ร้อยเรื่อง ดูเอาเถิด...เกิดจากใคร?....

๓ บลา / ๕ ธ.ค.๕๔

กฤษดาภินิหารอันบดบังมิได้ของวีรชนสามัญชน:5ธันวา54วีรบุรุษมีอนุสาวรีย์ประดับเกียรติยศ

ที่มา Thai E-News

'ข้าพเจ้า เป็นราษฎรไทย ทั้งข้าพเจ้าต้องการให้ทุกๆ คนบนพื้นอันเป็นสยามประเทศนี้เป็นราษฎรเสมอหน้ากันหมด ปราศจากความเหลื่อมล้ำต่ำสูง ความเป็นราษฎรจึงเป็นอุดมคติที่ข้าพเจ้าบูชา'-เตียง ศิริขันธ์ ( 5 ธันวาคม 2452-12 ธันวาคม 2495)

เรียบเรียงโดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
5 ธันวาคม 2554











กฤษดาภินิหารอันบดบังมิได้ของวีรชนประชาชน-ประชาชนไทยได้ทำพิธีเปิด อนุสาวรีย์สามัญชนผู้มีจิตใจเสียสละรักชาติรักประชาชนอย่างสูงส่ง ครูเตียง ศิริขันธ์ อันสร้างจากงบประมาณการระดมทุนของประชาชนด้วยกันไปประดิษฐานอยู่บริเวณถ้ำ เสรีไทย จังหวัดสกลนคร เมื่อ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา อันตรงกับวันสันติภาพ หรือวันเอกราชไทยครบรอบ 66 ปี ซึ่งนายเตียงเคยเป็นขุนพลภูพานต่อสู้กอบกู้เอกราชชาติไทยในช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2 ซึ่งถูกจักรวรรดิญี่ปุ่นยึดครอง(ดูภาพชุด)



ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ปราศรัยสดุดีน้ำใจรักชาติรักประชาชน ต่อสู้กอบกู้เอกราชและประชาธิปไตยของครูเตียง ศิริขันธ์ และอดีตนักการเมืองเลือดอีสาน(ดูตั้งแต่นาทีที่47เป็นต้นไป)


ประวัติศาสตร์-ประวัติศาสตร์เป็นเครื่องมือ สำคัญของรัฐ การปลูกสร้างประวัติศาสตร์เพื่อปลูกความทรงจำให้กับพลเมืองในเรื่องที่อยาก ให้จดจำ แม้กระทั่งการสร้างขึ้นมาใหม่บนความว่างเปล่า เพื่อโฆษณาชวนเชื่อให้พลเมืองฝังหัวตามที่รัฐต้องการ ขณะเดียวกันหลายเรื่องรัฐก็ลบทิ้งออกจากความทรงจำของพลเมือง กรณีวีรบุรุษครูเตียงและวีรกรรมกู้ชาติของขบวนการเสรีไทย เป็นตัวอย่างที่ดีในประการหลังนี้


สหายศึก-เตียง ศิริขันธ์ กับทหารอังกฤษ พันตรีเดวิด สไมเลย์(ซ้าย)และสิบเอก"กันเนอร์"คอลลินส์ พนักงานวิทยุของผู้พันสไมเลย์


ไทยมีอิสรภาพและมีเอกราชสืบมาถึงวันนี้ น้ำใจเสียสละอาจหาญอุทิศตัวไม่กลัวความยากลำบาก ไม่กลัวตายของเตียงกับคณะพลพรรคเสรีไทยอีสาน มีส่วนสำคัญที่ชาวไทยในรุ่นเราพึงน้อมสำนึกในบุญคุณ


ภารกิจของกองบัญชาการเสรีไทยภายในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้ง"พลพรรคเสรีไทย"สามารถ บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ได้ก็ด้วยความร่วมมืออย่างเอาชีวิตเข้าแลกของ บรรดาผู้แทนราษฎรที่มีความรักชาติและมีความศรัทธาในตัวนายปรีดี พนมยงค์ หัวหน้าขบวนการเสรีไทย

โดยรับคำสั่งและนโยบายไปปฏิบัติอย่างเอาจริงเอาจังและมีประสิทธิภาพ ผู้แทนราษฎรที่เข้าร่วมในขบวนการเสรีไทยส่วนใหญ่เป็นส.ส.จากภาคตะวันออก เฉียงเหนือ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ภารกิจของขบวนการเสรีไทยมีความหลากหลาย มีความเป็นปึกแผ่นของพลพรรค มีการจัดสร้างสนามบินลับเพื่อรับส่งบุคคลากร ตลอดจนอาวุธยุทโธปกรณ์จากฝ่ายสัมพันธมิตร

เตียงขณะปฏิบัติภารกิจลับเสรีไทยกู้ชาติบนเทือกเขาภูพาน

นายเตียง ผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนครเป็นเสรีไทยที่มีผลงานโดดเด่นที่สุดผู้หนึ่ง จนกระทั่งได้รับสมญาว่า"ขุนพลภูพาน"

นายเตียงเป็นคนหนึ่งที่ได้ไปพบนายปรีดีที่บ้านถนนสีลมในตอนค่ำของวันที่ 8 ธันวาคม 2484 หลังจากญี่ปุ่นบุกเข้ายึดประเทศไทยในรุ่งสางวันนั้น และรัฐบาลจอมพลป.พิบูลสงครามได้มีมติยอมให้ญี่ปุ่นเดินทัพผ่านประเทศไทยไป โจมตีมลายูและพม่า อาณานิคมของอังกฤษ

การประชุมในวันนั้นทุกคนได้ตกลงร่วมมือกันจัดตั้ง"องค์การต่อต้านญี่ปุ่น"ขึ้น และมอบให้นายปรีดี ซึ่งขณะนั้นเป็นผู้สำเร็จราชการ เป็นหัวหน้า

ผู้ที่มาพบนายปรีดีเพื่อร่วมกันก่อตั้งหน่วยใต้ดินต่อต้านญี่ปุ่นค่ำวันนั้น ประกอบไปด้วย หลวงบรรณกรโกวิท(เปา จักกะพาก) หลวงเดชาติวงศ์วราวัตน์(ม.ล.กรี เดชาติวงศ์) นายสงวน ตุลารักษ์ นายจำกัด พลางกูร นายวิจิตร ลุลิตานนท์ นายเตียง ศิริขันธ์ ส.ส.สกลนคร นายถวิล อุดล ส.ส.ร้อยเอ็ด เป็นต้น

ทั้งหมดมอบหมายคณะกู้ชาติให้อยู่ใต้บังคับบัญชาของนายปรีดีโดยเด็ดขาด และกระทำสัตย์สาบานว่า จะอยู่ในระเบียบวินัยอย่างเคร่งครัด รวมทั้งอุทิศตัว หรือแม้กระทั่งชีวิตสำหรับการทำงานเพื่อชาติ

ควรบันทึกคั่นไว้ด้วยว่า ในเวลานั้นนายปรีดี พนมยงค์ เป็นผู้สำเร็จราชการ ในห้วงเวลานั้นในหลวงรัชกาลที่ 8 รวมทั้งพระชนนี สมเด็จพระอนุชา(ในหลวงรัชกาลปัจจุบัน) ประทับอยูที่สวิตเซอร์แลนด์

พระราชวงศ์ชั้นสูงในเวลานั้นที่ประทับในเมืองไทยมีสมเด็จพระพันวสาอัยยิกา เจ้า นายปรีดีได้เชิญเสด็จอพยพไปประทับที่อยุธยา ระหว่างที่เสด็จอพยพหลบภัยอยู่นี้ สมเด็จฯ ทรงมีพระราชหฤทัยนึกถึงสมเด็จพระราชนัดดาอยู่เสมอ ได้ตรัสว่า

“ดีใจ๊ ดีใจ หลานอยู่เมืองนอกไม่ต้องมาลำบากอย่างนี้ ไม่อย่างนั้นฉันคงเอาไม่รอด ห่วงหลาน”

การถวายความอารักขาให้พ้นภัยสงครามครั้งนั้น สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ได้ทรงซาบซึ้งพระทัยดี และเมื่อสิ้นสงคราม ได้รับสั่งเรียกนายปรีดี ไปที่ประทับและขอบใจ ซึ่งคณะเสรีไทยถือว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นอย่างยิ่ง (อ่านรายละเอียด)




องค์การใต้ดินนี้ ซึ่งต่อมาคือเสรีไทย มีภารกิจที่จะต้องปฏิบัติอยู่ 3 ด้านคือ
1.ต่อสู้ ญี่ปุ่นผู้รุกรานโดยพลังของคนไทยผู้รักชาติและร่วมมือกับฝ่ายสัมพันธมิตร และ2.ปฏิบัติการเพื่อให้สัมพันธมิตรรับรองว่าเจตนารมณ์อันแท้จริงของคนไทย นั้นไม่ได้เป็นศัตรูต่อสัมพันธมิตร และ3.การปฏิบัติการเพื่อให้สัมพันธมิตรรับรองว่าประเทศไทยจะไม่ตกเป็นฝ่าย แพ้สงคราม และการผ่อนหนักเป็นเบาเมื่อสงครามยุติ

นายปรีดีได้ขอให้ผู้ร่วมก่อตั้งขบวนการรักษาความลับและปฎิบัติตามวินัยอย่าง เคร่งครัด เพื่อป้องกันมิให้ศัตรูทำลายขบวนการได้ และให้ถือว่าเขตปฏิบัติการของขบวนการภายในประเทศคือ ดินแดนของประเทศไทยที่ตกอยู่ภายใต้การยึดครองของญี่ปุ่น และรัฐบาลไทยที่อยู่ภายใต้อำนาจและอิทธิพลของญี่ปุ่น ทั้งนี้จนกว่าจะยึดพื้นที่นอกกรุงเทพฯได้ แล้วจัดตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นขึ้นต่อต้านญี่ปุ่น การต่อสู้จึงจะกระทำการอย่างเปิดเผย

หลังจากพยายามจัดตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นขึ้นในหลายที่ใกล้เคียงกับไทย รวมทั้งพม่าไม่บรรลุผล ในปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2486 นายปรีดีตัดสินใจส่งนายจำกัด พลางกูร นักเรียนนอกอังกฤษ บัณฑิตเกียรตินิยมจากมหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ดเป็นผู้แทนขององค์การเล็ดลอดออก จากประเทศไทยไปนครจุงกิงของจีน เพื่อประสานงานกับฝ่ายสัมพันธมิตร คือจีน อังกฤษ สหรัฐฯ เพื่อขอการสนับสนุนจัดตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นในอินเดียขึ้นต่อต้านญี่ปุ่น

หัวหน้าขบวนการเสรีไทยได้มอบหมายให้เตียงเป็นผู้นำทางจำกัดไปยังจังหวัด นครพนมเพื่อลงเรือข้ามฟากแม่น้ำโขงไปยังเมืองท่าแขกของลาว และเล็ดลอดเข้าประเทศจีน

เตียงกับจำกัดเป็นสหายร่วมอุดมการณ์ประชาธิปไตย และเป็นคนต้นคิดตั้งขบวนการองค์การต่อต้านญี่ปุ่นด้วยกัน ก่อนจะไปขอให้ปรีดีเป็นหัวหน้าขบวนการ

เตียงกับภรรยา นางนิวาศน์ ศิริขันธ์

เตียงได้ถอดแหวนนามสกุลของเขาที่สวมอยู่ให้จำกัดเอาไว้ขายยามที่ ต้องการใช้เงิน นอกจากนั้นได้ขอยืมกำไลและสร้อยล็อกเก็ตฝังเพชรของนางนิวาศน์ ศิริขันธ์ ผู้ภรรยาให้จำกัดนำไปใช้ติดตัวในภารกิจกู้ชาติ ก่อนส่งจำกัดข้ามโขง

คุณฉลบชลัยย์ พลางกูร ( ภรรยาของจำกัด พลางกูร ) กล่าวไว้ตอนหนึ่งว่า...

"...ตอนนั้นคุณเตียงให้คุณนิวาศน์ ถอดเครื่องประดับทั้งหมด มีสายสร้อย ล็อกเกต แหวน รวมทั้งแหวนของตัวเองด้วย มอบให้จำกัดเผื่อว่าจะไปตกทุกข์ได้ยาก เพราะการเดินทางนั้นมืดมนเต็มที ญี่ปุ่นอยู่เต็มไปหมด ดิฉันเชื่อว่าถ้าคุณเตียงรู้ตัวก่อนนั้น คงจะรวบรวมเงินทองให้จำกัดอีกเป็นแน่ และของเหล่านี้ (จำกัดเขียนไว้ในสมุดบันทึก) ว่าได้ช่วยเขาอย่างมากจริงๆ..." (จาก คำเกริ่นนำโดย ฉลบชลัยย์ พลางกูร ในหนังสือ เตียง ศิริขันธ์ วีรชนนักประชาธิปไตย ขุนพลภูพาน โดย ศ.วิสุทธ์ บุษยกุล หน้า 17)


นั่นเป็นหนสุดท้ายที่สหายร่วมอุดมการณ์ได้พบกัน เพราะหลังจากไปปฏิบัติภารกิจกู้ชาติในจีนอย่างยากลำบาก จำกัดได้เสียชีวิตลงในจีนเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2486 นั่นเอง

แต่ด้วยผลงานของจำกัดที่ไปติดต่อกับฝ่ายสัมพันธมิตรจนสำเร็จ ในกลางปี2487 กองบัญชาการเสรีไทยในกรุงเทพฯสามารถติดต่อกองบัญชาการสูงสุดของพันธมิตรได้ ทางฝ่ายสัมพันธมิตรจึงเริ่มจัดส่งอาวุธยุทโธปกรณ์มาให้เสรีไทย โดยทิ้งร่มลงมาทางเครื่องบิน

เตียงกับทองอินทร์ ภูริพัฒน์ สหายร่วมรบเสรีไทย 1 ใน 4 รัฐมนตรีอีสานที่ถูกสังหารโหดทางการเมืองในเวลาต่อมา

นายเตียงได้รับมอบหมายจากปรีดีให้เป็นหัวหน้าเสรีไทยอีสาน ทำงานร่วมกับทองอินทร์ ภูริพัฒน์ ส.ส.อุบลราชธานี จำลอง ดาวเรือง ส.ส.มหาสารคาม ถวิล อุดล ส.ส.ร้อยเอ็ด โดยเตียงใช้รหัสลับว่า"พลูโต"เป็นผู้ควบคุมปฏิบัติการทั้งหมด

เตียงได้จัดตั้งค่ายพลพรรคเสรีไทยหน่วยแรกขึ้นที่บ้านโนนหอม อยู่ห่างจากจังหวัดสกลนครไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 15 กิโลเมตร ต่อมาจัดตั้งหน่วยอื่นๆขึ้นที่บ้านเต่างอย และบ้านตาดภูวง เป็นต้น และร่วมกับจำลอง ดาวเรือง จัดตั้งค่ายที่บ้านนาคู กุจินารายณ์ กาฬสินธุ์ เชิงเทือกเขาภูพาน และสร้างสนามบินลับนาคูขึ้นเพื่อใช้สำหรับการขึ้นลงของเครื่องบินฝ่าย สัมพันธมิตร

การจัดตั้งพลพรรคเสรีไทยอีสานนี้ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากส.ส.อีสานที่รักชาติ ผู้นำชาวบ้าน ผู้นำครู รวมทั้งครูครอง จันดาวงศ์ (ซึ่ง ต่อมาถูกจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัตน์ สั่งยิงเป้าข้อหาคอมมิวนิสต์) และสงวน ตุลารักษ์ ซึ่งเดินทางกลับจากจีนได้มาร่วมมือกับเตียงในการตั้งสถานีรับส่งวิทยุที่ เทือกเขาภูพาน

นายทหารเสรีไทยสายอังกฤษ และสหรัฐฯที่เดินทางเล็ดลอดเข้ามาร่วมภารกิจกู้ชาติกับนายเตียง เช่น ร.อ.กฤษณ์ โตษยานนท์ ร.อ.ฉลอง ปึงตระกูล ร.อ.อำนวย พูนพิพัฒน์ เป็นต้น

ภารกิจเสรีไทยนั้นเป็นเรื่องเสี่ยงอันตราย เพราะกองทหารญี่ปุ่นกระจายไปยึดครองทั่วประเทศ ไม่ใช่การใช้ประเทศไทยเป็นทางเดินทัพผ่านอย่างที่พูดกัน

นายสุจิต โรจนชีวะ อดีตครูโรงเรียนสกลราชวิทยานุกูล เขียนบันทึกไว้ว่า ในเดือนมกราคม 2488 นายเตียงเป็นหัวหน้าใหญ่มาอบรมให้พวกเราเป็นกองโจรกู้ชาติ ต้องทนต่อความลำบากหลายอย่าง ในวันที่ 26 กรกฎาคม 2488 ขณะหัวหน้าใหญ่(เตียง)กำลังฝึกอบรมอยู่ก็มีรายนงานว่าทหารญี่ปุ่น 12 นายเดินทางมาใกล้ค่ายของเรา หัวหน้าใหญ่ได้รวมพลและสั่งให้พวกเรารักษาค่าย และออกสกัดจับทหารญี่ปุ่นทั้ง 12 นายให้ได้ โดยเราติดตามทหารญี่ปุ่นไปจนเวลาตีหนึ่งกว่าจึงทราบพิกัด และวางแผนจับในเช้าวันรุ่งขึ้น หากพบญี่ปุ่นคนใดขัดขืนก็คงต้องยิงกัน และจับไม่ให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว แต่ราว16.00น.ก็มีรายงานว่าญี่ปุ่นเล็ดรอดดงหลวงเข้าไปตัวเมืองสกลนครเสีย แล้ว เราจึงถอนตัวกลับเข้าค่าย

ในวันที่ 28 กรกฎาคมเมื่อหัวหน้าใหญ่(เตียง)ได้กลับจากสนามบินลับนาคู พวกเราก็รายงานเรื่องนี้ให้ทราบ หัวหน้าใหญ่กล่าวว่า ที่พวกเรามิได้ทำอันตรายใดๆให้แก่ญี่ปุ่นเป็นการดีแล้ว เพราะถ้าญี่ปุ่นได้รับอันตรายกจะเป็นชนวนให้เกิดเรื่องใหญ่ระดับชาติ "รูธ"(ปรีดี)หัวหน้าใหญ่เสรีไทยได้สั่งการมาว่าอย่าเพิ่งทำอันตรายแก่ญี่ปุ่นเป็นอันขาด

รุ่งขึ้นพวกเราต้องอพยพย้ายค่ายไปยังถ้ำผาด่าง,ถ้ำผานาง เพราะญี่ปุ่นสงสัยว่ามีกองโจรต่อต้านญี่ปุ่นอยู่ที่ค่ายนี้ ส่วนรัฐบาลไทยอ้างว่าเป็นที่หลบภัยของรัฐบาลไทย เมื่อพวกเราอพยพไปแล้วก็ได้ดัดแปลงให้เป็นที่หลบภัยของฝ่ายรัฐบาลไทยตามที่ อ้างไว้กับญี่ปุ่น การเดินทางเป็นไปด้วยความยากลำบากเพราะต้องขนยุทโธปกรณ์ไปด้วย การอยู่ในถ้ำก็ลำบากมาก เพราะอยู่ในชะเง้อหินใต้เขายาวไปตามไหล่เขา อีกข้างเป็นเหวลึก เมื่อโผล่ออกจากถ้ำจะเห็นพื้นดินชันลง45องศา กลางวันแทบไม่เห็นพระอาทิตย์

ต่อมาทหารญี่ปุ่น200นายขอเข้าค้นค่ายกองโจรของเรา เราก็เตรียมปะทะเต็มที่ แต่พอถึงวันที่ 10 สิงหาคม 2488 ได้รับทราบจากวิทยุสนามของอังกฤษว่าญี่ปุ่นยอมแพ้สงครามแล้วหลังจากถูก สัมพันธมิตรทิ้งระเบิดปรมาณู วันที่15สิงหาคมข้าพเจ้าพร้อมกับหัวหน้าใหญ่ได้ไปร่วมงานเลี้ยงฉลองที่ ญี่ปุ่นยอมยุสงครามในโรงเรีบนประจำอำเภอพรรณานิคม

ในปลายเดือนกันยายน2488เมื่อสงครามสงบลง มีการสวนสนามของพลพรรคเสรีไทยทั่วประเทศ จังหวัดสกลนครได้ร่วมขบวนสวนสนามจำนวน 4 กองร้อย เดินสวนสนามจากสนามหลวงมาตามถนนราชดำเนินใน ผ่านอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยถึงพระบรมรูปทรงม้า เป็นการสิ้นสุดสวนสนาม นับเป็นอันสิ้นสุดภารกิจเสรีไทย

การเดินสวนสนามของเสรีไทย ณ ถนนราชดำเนิน เมื่อ 25 กันยายน 2488

ต่อจากนั้นข้าพเจ้าก็กลับไปรับราชการครู โดยมิได้รับอะไรเป็นเครื่องตอบแทนในการทำงานเสรีไทยแต่ประการใด มีแต่ความภาคภูมิใจที่ได้ทำงานเพื่อประเทศชาติ เมื่อมีความจำเป็นก็ต้องพร้อมสละกระทั่งชีวิต โดยมิได้หวังผลตอบแทนใดๆทั้งสิ้น นอกจากเพื่อความเป็นเอกราชของชาติ

ส่วนผู้ปฏิบัติงานเสรีไทยที่สนามบินลับนาคูเล่าว่า ในภารกิจกู้ชาติร่วมกับเตียงและส.ส.ถิล ส.ส.จำลองนั้นเกิดการปะทะกับทหารญี่ปุ่น2ครั้ง ครั้งแรกพลพรรคเสรีไทยที่เป็นครูประชาบาลเสียสละชีพ 1 นาย ส่วนทหารญี่ปุ่นเสียชีวิตหมด หนที่สองปะทะกันที่บ้านหนองห้างห่างจากสนามบินลับ 17 กิโลเมตร ทหารญี่ปุ่นถูกสังหาร 18 นาย พลพรรคเสรีไทยปลอดภัย

ปรีดี พนมยงค์ "รูธ"หัวหน้าขบวนการเสรีไทยประกาศสันติภาพ ฝ่ายสัมพันธมิตรรับรองเอกราชอธิปไตยของชาติไทย รับรองคุณูปการของเสรีไทยและรับรองฐานะผู้นำขบวนการเสรีไทย

หลังญี่ปุ่นประกาศยอมยุติสงคราม นายปรีดีได้ประกาศสันติภาพในวันที่ 16 สิงหาคม 2488 วีรกรรมของเสรีไทยทำให้ประเทศไทยพ้นจากสภาพประเทศแพ้สงคราม ไม่ต้องถูกมหาอำนาจผู้ชนะต้องยึดครอง หรือแบ่งแยกประเทศไทยออกเป็นเสี่ยงๆเหมือนที่กระทำกับประเทศผู้แพ้สงครามโดย ทั่วไป

ไทยมีอิสรภาพและมีเอกราชสืบมาถึงวันนี้ น้ำใจเสียสละอาจหาญอุทิศตัวไม่กลัวความยากลำบาก ไม่กลัวตายของเตียงกับคณะพลพรรคเสรีไทยอีสาน มีส่วนสำคัญที่ชาวไทยในรุ่นเราพึงน้อมสำนึกในบุญคุณ

ปฏิทิน 102 ปีชาตกาลขุนพลภูพาน:วีรบุรุษที่ยังไร้อนุสาวรีย์

'ข้าพเจ้าเป็นราษฎรไทย ทั้งข้าพเจ้าต้องการให้ทุกๆ คนบนพื้นอันเป็นสยามประเทศนี้เป็นราษฎรเสมอหน้ากันหมด ปราศจากความเหลื่อมล้ำต่ำสูง ความเป็นราษฎรจึงเป็นอุดมคติที่ข้าพเจ้าบูชา'-เตียง ศิริขันธ์ ( 5 ธันวาคม 2452-12 ธันวาคม 2495,นสพ.เสรีราษฎร 9 กรกฎาคม 2479 )

-5 ธันวาคม 2452 เตียง ศิริขันธ์ เกิดที่จังหวัดสกลนคร หากมีชีวิตถึงวันนี้จะอายุครบ 102 ปี
-พ.ศ.2473 จบการศึกษาจากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ
-พ.ศ.2477 ถูกจับกุมข้อหาคอมมิวนิสต์ ขณะเป็นครูที่อุดรธานี
-7พ.ย.2480เป็นส.ส.สมัยแรก และเป็นต่อมาอีก5สมัย
-8ธ.ค.2484วันญี่ปุ่นบุกยึดไทย นายเตียงเข้าพบปรีดี พนมยงค์ขอให้ตั้งขบวนการเสรีไทย
-ปฏิบัติงานเสรีไทยใช้รหัสชื่อ"พลูโต"เป็นหัวหน้าเสรีไทยภาคอีสานจนถึงวันประกาศสันติภาพ16ส.ค.2488
-31ส.ค.2488 เป็นรัฐมนตรีครั้งแรก
-9 มิ.ย. 2489 เกิดกรณีร.8สวรรคต นายปรีดี พนมยงค์ลาออก
-8 พ.ย.2490 เกิดรัฐประหารยึดอำนาจ กลุ่มนายปรีดีถูกขจัดออกจากอำนาจ
-26ก.พ.2492 นายปรีดีพยายามยึดอำนาจคืนแต่พ่ายแพ้กลายเป็นกบฎวังหลวง
-4 มี.ค.2492 อดีต4รัฐมนตรีสายปรีดีถูกสังหารโหดที่บางเขนคือดร.ทองเปลว ชลภูมิ,ถวิล อุดล,จำลอง ดาวเรือง,ทองอินทร์ ภูริพัฒน์ แต่ครูเตียงรอด

เตียงได้เขียนบันทึกถึงกรณีนี้ไว้ว่า...

"...การตายของพวกนาย ทำให้เราเศร้าใจและว้าเหว่มาก แต่เมื่อนึกถึงการตายในสภาพเดียวกันของนักการเมืองและบุคคลสำคัญทางประวัติ ศาสตร์อีกหลายคนก็พอจะทำให้เราคลายความขมขื่นลงไปบ้าง ส่วนด้านประชาชนแล้วรู้สึกว่าจะเป็นเรื่องทำลายขวัญกันอย่างรุนแรง โดยเฉพาะประชาชนชาวอีสานการตายของพวกนายมิใช่เป็นการหลู่เกียรติกันอย่าง เดียว แต่เป็นการท้าทายประชาชนชาวอีสานทั้งมวล...ถึงแม้พวกนายจากไปแล้วก็ตาม เรายังคงยึดมั่นในอุดมการณ์สละชีพอยู่อย่างเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แต่ชีวิตและความเป็นอยู่ของเราขณะนี้ ทั้งในด้านส่วนตัวและการเมือง ตกอยู่ในสภาวะที่เลวร้ายที่สุด มันเป็นอุปสรรคอันสำคัญยิ่งที่เราไม่สามารถปฏิบัติงานใดๆ ได้ดังปรารถนา ถ้าหากว่าเรามีอิทธิพลทางการเมืองขึ้นเมื่อใด เมื่อนั้นเราจะดำเนินงานตามอุดมคติของเราทันที" (จากข้อความปกหลังหนังสือ เตียง ศิริขันธ์ ลับสุดยอดเมื่อข้าพเจ้าเป็นเสรีไทย โดย สวัสดิ์ ตราชู)


-12 ธ.ค.2495 ครูเตียงถูกพล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์เชิญไปพบและหายสาบสูญ หลายปีต่อมาถูกเปิดเผยว่าโดนฆ่ารัดคอและเผาที่กาญจนบุรี เมื่อ14 ธ.ค.2495 เสียชีวิตในวัยเพียง 43 ปี

-16 ส.ค.2554 วันสันติภาพไทยครบรอบ 66 ปี มีการประดิษฐานและเปิดอนุสาวรีย์เตียง ศิริขันธ์ ที่ถ้ำเสรีไทย จังหวัดสกลนคร(ดูภาพชุด)


ศรีบูรพา หรือ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ได้กล่าวถึงนายเตียง ตอนหนึ่งความว่า "บุคคลที่มีความสุจริต จริงใจ และบากบั่นในการทำหน้าที่ของตนนั้น เป็นบุคคลที่ข้าพเจ้าเห็นว่าสมควรเป็นผู้แทนราษฎรอย่างยิ่ง ข้าพเจ้าแน่ใจว่า ข้าพเจ้าได้พบคุณสมบัติสาระสำคัญนี้ใน เตียง ศิริขันธ์ ผู้แทนของชาวสกลนคร"

สุภา ศิริมานนท์ นักหนังสือพิมพ์อุดมคติ กล่าวถึงครูเตียงว่า "ในจำนวนผู้แทนราษฎรทั้งหมด…เตียง ศิริขันธ์ เป็นบุคคลที่ดี ซึ่งมีอยู่ไม่กี่คน เตียง ศิริขันธ์ เป็นนักรัฐธรรมนูญที่แท้จริง เขาทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรชาวสยาม สมหน้าที่โดยสมบูรณ์"

ส่วนเตียงพูดถึงตัวเองในวัยหนุ่มว่า “...ข้าพเจ้าเป็นคนไทย ข้าพเจ้าเป็นไทแก่ตนเอง ข้าพเจ้าเป็นราษฎรไทยราษฎรสยาม ทั้งข้าพเจ้าต้องการให้ทุกๆ คนบนพื้นอันเป็นสยามประเทศนี้เป็นราษฎรเสมอหน้ากันหมด ปราศจากความเหลื่อมล้ำต่ำสูง...จึงเป็นอุดมคติที่ข้าพเจ้าบูชาอีกอันหนึ่ง” (จากบทความ เตียง ศิริขันธ์ เผยแพร่ใน นสพ.เสรีราษฎร 9 ก.ค.2779)

5 ธันวาคม 2554 ครบ 102 ปีชาตกาลของเตียง ดูเหมือนอุดมคติที่เขาบูชายังอยู่ห่างไกล แต่ประชาชนชาวไทยยังยืดหยัดสืบสานเจตนารมณ์ให้สมบูรณ์




********

ซีรีส์ชุดเดียวกันนี้

-ฮ้า!จริงดิ?ไทยก็มีวันเอกราชของชาติ
เชื่อ ไหมว่าทำเนียบรัฐบาลไทยเคยชื่อว่า"ทำเนียบ16สิงหา"เพื่อเป็นเกียรติยศแก่การ ประกาศสันติภาพ ด้วยการเสียสละต่อสู้ของเสรีไทยทำให้ไม่ต้องตกเป็นประเทศผู้แพ้สงคราม และวัะนดังกล่าวบางทีก็เรียกว่าวันเอกราชไทย แต่คนไทยจำนวนมากกลับ...ไม่รู้ว่ามีด้วยเหรอ?


-สดุดีวีรประวัติสามัญชน 66 ปีวันสันติภาพ(ตอนที่1):การะเวก ศรีวิจารณ์ วีรชนเสรีไทยกู้เอกราช

สหายศึกเสรีไทย-(จากซ้าย)โผน อินทรทัต-พอล (ชื่อรหัส ไทย รักไทย),จำรัส ฟอลเล็ต-ดิ๊ค และการะเวก ศรีวิจารณ์-แครี่ ทั้งนี้แครี่เสียสละชีวิตเพื่อชาติระหว่างเล็ดลอดเข้าไทย ถูกตำรวจไทยสังหารพร้อมกับสมพงษ์ ศัลยพงษ์(แซล)เพื่อชิงทองคำที่หน่วยลับของอเมริกาให้ติดตัวนำมากอบกู้ชาติ ส่วนไทย รักไทย(บิดาพล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต)ถูกสังหารหลังเป็นแกนนำขบวนการประชาธิปไตยกุมภาพันธ์2492เพื่อโค่น ล้มรัฐบาลเผด็จการทหารประสบความล้มเหลวลง

-สดุดีวีรประวัติสามัญชน66ปีวันสันติภาพ(2):สมพงษ์ ศัลยพงษ์ 'ผมทำงานเพื่อชาติ ไม่ควรฆ่าผมเลย'

สมพงษ์ ศัลยพงษ์ (แซล)ในชุดนายทหารเสรีไทย เขาได้รับมอบภารกิจลับเล็ดลอดเข้าประเทศเพื่อประสานงานกับเสรีไทยในประเทศ เพื่อกอบกู้ชาติ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งไทยถูกญี่ปุ่นรุกรานยึดครองอยู่ แต่ถูกตำรวจไทยยิงหายไปกลางลำน้ำโขง แม้ในปัจจุบันญาติๆยังหวังว่าเขาอาจจะยังไม่ตาย

-สดุดีวีรประวัติสามัญชน66ปีวันสันติภาพ(4):จำกัด พลางกูร กับภารกิจเพื่อชาติ และเพื่อมนุษยชาติ


จำกัด พลางกูร เสียสละชีวิตลงในว้นที่ 7 ตุลาคม 2486 ขณะปฏิบัติภารกิจกู้ชาติในต่างแดน โดยเปล่งปัจฉิมวาจาว่า"เพื่อชาติ--เพื่อhumanity--" ในภายหลังม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ได้เป็นนายกรัฐมนตรีหลังสิ้นสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้บันทึกถึงวีรชนผู้นี้ว่า "เพราะจำกัดตาย ข้าพเจ้าจึงเห็นแล้วว่า ยังมีเกียรติสูงสุดอันพึงใฝ่สูงกว่าเกียรติของการเป็นนายกรัฐมนตรี ใหญ่ยิ่งกว่าเกียรติของกษัตริย์ เกียรติอันนั้นคือ เกียรติของผู้ตายเพื่อชาติ วงศ์กษัตริย์มีวันล้ม ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมีวันเปลี่ยนมือ แต่เกียรติของผู้ตายอย่างจำกัดนี้ ไม่มีใครแย่งไปจากเขาได้"

ASTVผู้จัดการรายงานภาพข่าว:ประชาชนหลั่งไหลชื่นชมงาน5ธันวาฯสุดคึกคักเนืองแน่นสนามหลวง

ที่มา Thai E-News

เว็บไซต์ASTVผู้จัดการรายงานภาพข่าว ประชาชนหลั่งไหล ชื่นชมกิจกรรม 5 ธันวาฯ สุดคึกคัก


ASTVผู้จัดการ รายงานว่า บรรยากาศกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 ที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง เต็มไปด้วยความคึกคัก ประชาชนแห่เก็บภาพกิจกรรมต่างๆที่บรรจงตกแต่งด้วยดอกไม้ ดวงไฟสีต่างๆไว้อย่างงดงาม โดยกิจกรรมที่ประชาชนสนใจมากที่สุด คือร่วมลงนามถวายพระพรลงบนใบโพธิ์ทอง ก่อนนำไปติดบนต้นโพธิ์เงินขนาดใหญ่ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงงานหนัก เพื่อคนไทยทั่งประเทศมาโดยตลอด

ประชาชน ทยอยเฝ้าฯ รอรับเสด็จฯ ในหลวง ชื่นชมพระบารมีในหลวง เสด็จออกมหาสมาคม (ภาพข่าวINN)


มติชนออนไลน์เสนอภาพเสื้อตราสัญลักษณ์84พรรษากองรอคนซื้อใส่เทิดพระเกียรติ
มติ ชนออนไลน์ รายงานว่า ประชาชนย่านศิริราช ต่างให้ความสนใจเลือกซื้อเสื้อสีชมพูเพื่อนำมาใส่ในงานพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครบ 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554



********
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:อนุมัติเพิ่ม117ล้านเทิดพระเกียรติ84พรรษา ทักษิณชวนถวายพระพร พระราชทานเครื่องราชฯยิ่งลักษณ์

ก็แค่สงสัย?ทำไมพวกมึงไม่รักในหลวง!

ที่มา Thai E-News

ผมรักในหลวง
ทุกๆวันผมตื่นแต่เช้ามืด กดรีโมตเปิดทีวีดู
สถานีเปิดพร้อมกับเพลงสรรเสริญพระบารมี
แล้วผมก็ได้ดูรายการโปรด
เรื่องเล่าเช้านี้ทางช่อง3
รายการบอกว่า ในหลวงทรงมีพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น
ผมรักสรยุทธ์ เพราะสรยุทธ์ก็รักในหลวงเหมือนผม

ผมลุกจากเตียงจะไปล้างหน้าแปรงฟันอันเป็นกิจวัตร
เมื่อหยิบหลอดยาสีฟันขึ้นมา...
ผมขนลุกซู่และตันตื้นเมื่อหวนคิดถึงโฆษณาเมื่อคืน
..ยาสีฟันหลอดแฟบ เป็นสัญลักษณ์เตือนว่าผมต้องรู้จักพอเพียง
ผมน้ำตาไหล

แต่งตัวเสร็จผมขึ้นรถเบ๊นซ์500จะไปทำงาน
ผมรู้สึกผิด...
ผมน่าจะหารถโตโยต้าโซลูน่า รุ่นตัวเลข๑๕๐๐มาขับ ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท...
แต่บังเอิญผมเป็นท่านประธานบริษัทก็คงต้องใช้เบ๊นซ์500ไปก่อน
ไว้ว่างๆค่อยโซลูน่า๑๕๐๐

สตาร์ทรถติด ผมเปิดวิทยุในรถฟัง
ข่าวต้นชั่วโมงบอกถึงพระราชดำรัสของในหลวงต่อปวงชนชาวไทย
ตามด้วยข่าวประจำพระราชสำนัก ตามด้วยข่าวพระราชกรณียกิจ และสารคดีเทิดพระเกียรติ
เสียงของดาราโดม ปกรณ์ ลัม กระตุ้นให้ผมสำนึกบุญคุณในหลวงเป็นล้นพ้น

ทุกระยะเสาไฟฟ้าที่ผมขับผ่านมีพระบรมฉายาลักษณ์ที่พระเสโทไหลหยดลงปลายพระนาสิก
ผมหวนนึกถึงข่าวเทิดพระเกียรติที่ดั้นด้นไปยังชนบทกันดาร
ผมรักในหลวง

จ่ายเงินผ่านทางด่วนศรีรัช และกาญจนาภิเษกก็ในหลวงทรงตั้งชื่อให้ผมไว้ใช้. .
ป้ายบิลบอร์ดข้างทางด่วนเรียงรายให้เห็นพระบรมฉายาลักษณ์ตระหง่านเสียดฟ้า พระเสโทหลั่งไหล
ทรงเหนื่อยยากเพื่อพสกนิกรของพระองค์ท่านอย่างจะหาใครในโลกเทียบได้
ขับเรื่อยไปข้ามสะพานพระราม8ก็ในหลวงมีพระราชดำริ

ระเรื่อยไปยังถนนพระบรมราชชนนี ผมนึกถึงฟอร์เวิร์ดเมล์เรื่องในหลวงทรงไปเสวยกับสมเด็จย่าเป็นประจำ
ผมไม่เคยทำเช่นนั้น ผมมันช่างไม่ทำตามรอยพระยุคลบาทเลย หรือว่าผมไม่ใช่ลูกกตัญญู
(อาม่าบอกว่า อย่าชวนแกไปกินข้าวที่ไหนเลย แกเสียดายตังค์ แต่เอาเถอะวันแม่ปีหน้าผมไม่พลาดแน่)

ถึงที่ทำงาน หน้าบริษัทมีรูปพระสาทิสลักษณ์ทรงประทับยืนสง่า ผมค้อมเคารพทุกวันก่อนผ่านขึ้นลิฟต์ไป
ในห้องทำงานผมนอกจากโต๊ะหมู่บูชา ก็มีพระฉายาลักษณ์ทั้งสองพระองค์
และพระสาทิสลักษณ์ร่วมกับพระราชวงศ์ต่างประเทศที่เสด็จมางานฉลองราชย์60ปีในหลวงที่พระที่นั่งอนันต์ฯ
ผมรู้สึกเป็นบุญที่ได้เกิดใต้พระบรมโพธิสมภาร ในหลวงช่างเป็นกษัตริย์เหนือกษัตริย์ จนใครทั้งโลกต้องอิจฉาพสกนิกรชาวไทย

ผมเชิญลูกน้องมาประชุม
ก่อนอื่นผมบอกพวกเขาว่าให้พวกเราเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท
ผมนำข้อมือริสแบนด์สีเหลืองกับสีชมพูที่แบงก์ไทยพาณิชย์ให้อุดหนุนวานนี้แจกทุกคน
ทุกคนต่างซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ
นี่เป็นสิ่งร้อยรัดให้เราคนไทยทุกคนเป็นหนึ่งเดียว
เรารักในหลวง

เสียทีแต่ว่าบริษัทเรามาเจอน้ำท่วมหยุดกิจการนานนับเดือน เพราะรัฐบาลบอกว่า"เอาอยู่"
ทุเรศจริงๆไอ้อีพวกนักการเมืองโง่เง่าขี้โกง ขี้ข้าทาสน้ำเงินนักโทษหนีคดีแผ่นดินหน้าเหลี่ยม

เพื่อความพอเพียงเราจำเป็นต้องมีพนักงานที่เสียสละบ้าง
ผมคิดว่าพวกเขาอาจได้กลับบ้านนอกไปทำนาตามหลักเกษตรทฤษฎีใหม่. ..
แค่คิดผมก็น้ำตาไหล พวกเขาจะได้อยู่อย่างพอเพียง
แต่ผมต้องทำงานต่อไป เพื่อแจ้งงบดุลไปยังตลาดหลักทรัพย์
ผมต้องทำงานเพื่อผู้ถือหุ้นของบริษัทเรา
แต่คงไม่เป็นไรพนักงานของเรารอบนี้25%จะได้ออกไปใช้ชีวิตพอเพียง
พวกเขาจะได้สนองคุณแผ่นดิน
ผมสิต้องทนทุกข์กับทุนนิยมสามานย์ต่อไป

ผมใช้เวลาว่างหากำไรจากเงินลงทุนในตลาดหลักทรัพย์บ้าง
หลักทรัพย์ไหนในหลวงทรงถือหุ้น ทั้งสัมมากร อัมรินทร์ ซิงเกอร์ ไมเนอร์ ไทยประกัน ไทยพาณิชย์ ซิเมนต์ไทยผมก็ซื้อลงทุนไว้
หุ้นที่ในหลวงถือไว้ดีหมดทุกตัว ปันผลก็งาม มีธรรมาภิบาล

ผมได้เงินกำไรมาก็เอาไปตีกอล์ฟ ไปทัวร์เมืองนอก เหลือไว้ให้เมียน้อยปอกลอกบ้าง
ช่างเถิดผมเป็นปุถุชน แต่ในหลวงท่านคงนำไปใช้ในโครงการพระราชดำริเพื่อพสกนิกรยากจนของพระองค์ท่าน

ค่ำนี้ผมมีนัดกับกิ๊กจะพาเธอไปดูหนัง จากนั้นก็คงจบลงที่เดิม
ผมขับรถผ่านเส้นทางเก่า
ผมซาบซึ้งกับสะพานพระรามแปด ซุ้มพระสาทิสลักษณ์อันงดงามเรียงรายบนท้องถนนราชดำเนิน แสงไฟประดับระยับระยิบราวชะลอสวรรค์ลงมาดิน

หน้าโรงหนังก็มีพระสาทิสลักษณ์ทรงเป่าแซ็กโซโฟน ทรงเป็นอัครศิลปินงานศาสตร์งานศิลป์การดนตรี ซึ้งกมล

กิ๊กผมบอกว่าอากงที่มันจองหองเหิมเกริมบังอาจส่งSMSด่าในหลวง พระราชินีถูกศาลตัดสินจำคุกแล้ว20ปี
"สมน้ำหน้ามัน!"เธอว่า..แต่ผมไม่เห็นด้วย
คนที่นรกส่งมาเกิดอย่างนี้ประหารถึงจะสาสมแล้วสับเป็นชิ้นๆ
ทำไมมันไม่รักในหลวง ผมไม่เข้าใจเลย..?
มันยังมีความเป็นคนไทยอยู่อีกไหม?
ไหนจะพวกชาติชั่วที่ชอบหมิ่นอีก ไอ้พวกนี้สมควรตายให้หมด
และอย่าให้พวกมันได้ตายดี

ผมไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมีพวกไปเห็นใจอากงถึงขั้นแก้ผ้าบัดสีบัดเถลิงประท้วง
คนมันผิดก็ต้องชดใช้กรรม
จะปล่อยให้กฎหมู่ หรือนมอยู่เหนือกฎหมายได้ยังไง?

ในโรงหนังผมลุกขึ้นตอนเพลงสรเสริญพระบารมี และยังอยากตรึงเวลานั้นไว้นานเท่านาน
กิ๊กผมน้ำตารื้นเมื่อเห็นภาพยนตร์พระราชกรณียกิจประกอบเพลง
ใครนะช่างชั่วช้าไม่ยอมลุกขึ้นยืนเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมี
หากผมเจอกับตัว ผมคงฆ่ามันกับมือ ไม่ปล่อยให้หลุดไปถึงคุก
ไอ้พวกนี้ควรตายเท่านั้นถึงจะสาสม
เพราะมันไม่รักในหลวง มันจะมีชีวิตชั่วๆอยู่ต่อไปทำไม ผมไม่เข้าใจเลย

หนังจบเราไปทานข้าวต่อกัน เพลงบรรเลงเบาๆลอยมา
นั่นเป็นเพลงพระราชนิพนธ์หยาดฝนที่พสกนิกรต่างปลาบปลื้ม
จากนั้นเราก็ไปกันที่เดิมกัน ก็เกือบ6ทุ่ม
วันนี้ผมจะทำให้เธอส่งเสียงหวีดออกมาดังๆ

กิจกรรมของเราเป็นไปด้วยความเร่าร้อนและฉ่ำชื่น
หากไม่มีเสียงเพลงจากทีวีตอนปิดสถานีเพลงนั้นลอยมา
ผมอาจถึงสวรรค์ไปพร้อมกันกับเธอแล้ว
...ช่างขัดใจเสียจริง

ผมรักในหลวง
นี่เป็นเสียงจากใจอันท่วมท้นไปด้วยความตื้นตัน
ไม่เป็นไร เปลี่ยนช่องไปช่องใหม่..
แต่เพลงนั้นก็ลอยมาอยู่ดี
ทุกช่องมันปิดสนานีพร้อมกันหมด

เราทั้งคู่ลุกขึ้นด้วยร่างกายอันเปล่าเปลือย
พร้อมกันร้องเพลงนั้นคลอไปกับเสียงที่ลอยออกมาจากจอทีวี
นี่เป็นสิ่งที่เล็กน้อยเหลือเกิน แต่ก็สำคัญที่เราควรทำมิใช่หรือ..?

เพลงจบเราทิ้งตัวลงนอน
หล่อนสะกิดผมเบาๆ ผมตะแคงข้างให้ไม่ไยดี
ไม่มีอะไรที่จะมีความสุขเท่ากับที่ผมได้ทำไป
ผมยังจะต้องทำอะไรอีกทำไม....

เรารักในหลวง

โดย คุณรักในหลวงห่วงลูกหลาน

Sunday, December 4, 2011

1911ครบ100ปีปฏิวัติสู่สาธารณรัฐประชาชนจีน

ที่มา Thai E-News



ภาพยนตร์เรื่อง 1911 เล่าถึงเหตุการณ์ “การปฏิวัติชินไฮ่” ในปีค.ศ.1911 เมื่อกลุ่มนายทหารลุกขึ้นมาต่อต้านการปกครองแบบราชวงศ์ ของราชวงศ์ชิงที่มีมานานกว่า 267 ปี และยุติการปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ที่มีมากว่า 2,800 ปี พร้อมกับ สถาปนาการปกครองแบบ สาธารณรัฐ ขึ้น

เรื่องราวทั้งหมดถูกเล่าผ่านตัวละครที่มีบทบาทในการปฎิวัติอย่าง แม่ทัพหวงซิ่ง (เฉินหลง) และเขายังเป็นผู้ร่วมก่อตั้งพรรคก๊กมินตั๋ง และเป็นผู้นำคณะปฎิวัติของ ดร.ซุนยัดเซน (วินสตัน เชา) เขาได้ต่อสู้กับกองทัพของจักรพรรดิจนสามารถเอาชนะได้ โดยมี ซูจงฮั่น (หลี่ปิงปิง) ภรรยาเป็นที่ปรึกษาและคอยให้กำลังใจ

ดาวน์โหลดชมที่ลิ้งค์ด้านล่าง Password : urgrove.com

http://www.mediafire.com/?b0ofjw083tcp7vq


http://www.mediafire.com/?9i72dok69j4vqif


http://www.mediafire.com/?rqygywu3qq9c3c8

http://www.mediafire.com/?cjwfa811y679cgc









**********
เรื่องเกี่ยวเนื่อง

-218ปีบั่นศอมารีอองตัวเนตต์-100ปีที่โลกลืมซูสีไทเฮา



'เกิดขบถขึ้นรึ?' พระเจ้าหลุยส์ที่16ทรงมีพระราชดำรัสถาม...'หามิได้พระเจ้าค่ะ มันคือการปฏิวัติ' มหาดเล็กตอบ

-ปากคำ 100 ปีวีรชนปฏิวัติ รศ.130 :เพื่อนเอ๋ยขอฝากไชโยถ้าพวกเรายังมีชีวิตได้เห็น


พวกเราให้"หมอเหล็ง"เป็นหัวหน้า เพราะเห็นตัวอย่างหมอซุนที่เป็นหัวหน้าเปลี่ยนการปกครองประเทศจีนอยู่แล้ว จะใช้กำลังทหารขอให้กษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญโดยละมุนละม่อม มิให้เสียเลือดเนื้อ ถ้าและมิยินยอมจึงจะค่อยดำเนินการเป็นขั้นเป็นตอนต่อไป สำหรับคนหนุ่มๆ ประสงค์จะให้เป็นรีปับลิกหรือสาธารณรัฐแทบทั้งนั้น ต้องการทำครั้งเดียวให้แตกหักกันไปเลย ไม่อยากให้ประชาชนต้องพลอยได้รับความเดือดร้อนกันเรื่อยๆไป

"เขา" บีบคั้น..."เรา" กลั้นน้ำตา..วันอาทิตย์สีแดง 4/12/54

ที่มา blablabla

โดย

ภาพถ่ายของฉัน


เรามีเรา..เท่านั้น..ร่วมกันสู้
ยืนหยัดอยู่..เดินหน้า..ฝ่าทุกข์เข็ญ
"เขา"ทำลาย..หมายเชือด..สุดเลือดเย็น
ยิ่งลำเค็ญ..ยิ่งรันทด..ยิ่งจดจำ....

กี่น้ำหลาก..บ่ามา..เขาท้ารบ
กี่ทำนบ..เขามุ่งร้าย..หมายขย้ำ
กี่น้ำตา..ที่ไหลร่วง...เหมือนบ่วงกรรม
กี่ใจดำ..เขาเฉยชา..เบือนหน้าไป....

อย่าคาดหวัง..เขาคือมิตร..คิดสงสาร
ต้องร้าวราน..กว่าที่เห็น..เป็นไหนไหน
เขาสร้างภาพ..เหมือนมีบ่วง..ความห่วงใย
ลึกข้างใน..เขาโหดเหี้ยม..เตรียมฆ่าฟัน....

เรามีเรา..เท่านั้น..ร่วมกันเถิด
ร่วนชูเชิด..คนดีดี..ที่สร้างสรรค์
กี่ร้าวราน..สุดเหนื่อยท้อ..ก็ช่างมัน
กันและกัน..ยังยืนอยู่..สู้ต่อไป....

๓ บลา / วันอาทิตย์สีแดง ๔ ธ.ค.๕๔

ใจ อึ๊งภากรณ์: วิจารณ์แถลงการณ์ของ นปช. 30 พ.ย. 54

ที่มา ประชาไท

นปช. ตั้งใจสลายพลังมวลชนเสื้อแดง

๑) อ.ธิดาเน้นเลือกการเมืองแบบ “ลอบบี้” คือต่อสายไปสู่คนมีอำนาจ เพื่อช่วยนักโทษเสื้อแดง ซึ่งเป็นการหันหลังปฏิเสธพลังมวลชนเสื้อแดง ให้เสื้อแดงจำนวนมากหยุดนิ่งรอให้ “ผู้ใหญ่” คุยกัน และในที่สุดจะนำไปสู่การสลายพลังมวลชนท่ามกลางการรุกสู้ของฝ่ายอำมาตย์

อ.ธิดา อาจเสนอว่านักโทษการเมืองจะถูกย้ายไปสู่ “คุกการเมือง” ซึ่งจะทำให้สภาพความเป็นอยู่ดีขึ้นแน่ แต่ประเด็นใหญ่กว่านั้นคือต้องมีการรณรงค์ให้ปล่อยนักโทษการเมืองทุกคนอย่างเปิดเผย ผ่านการเคลื่อนไหวของมวลชน ถ้าไม่รณรงค์แบบนั้นหนทางที่จะได้รับการปล่อยตัวมีน้อย โดยเฉพาะกรณี 112 อย่าลืมว่าในระบบประชาธิปไตยจะมีนักโทษการเมืองไม่ได้ ถ้ายอมรับว่ามีได้ ก็เท่ากับยอมรับว่าจะไม่มีประชาธิปไตยในประเทศไทย

๒) อ.ธิดาพูดแต่เรื่องการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งเสื้อแดงทุกคนเห็นด้วย แต่การพูดลอยๆ แบบนี้ เป็นหารหลีกเลี่ยงการพูดเรื่องกฏหมาย 112 หรือการพูดอะไรเป็นรูปธรรม พร้อมขั้นตอน เรื่องข้อเสนอของกลุ่มนิธิราษฏ์ และการพูดแค่นี้ไม่สร้างบทบาท อะไรสำหรับมวลชนเสื้อแดง สรุปแล้ว นปช. ไม่ยอมพูดอะไรเลยเรื่อง 112 หรือแม้แต่คดีอากง ทั้งๆ ที่มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน สนนท. และกลุ่มประชาธรรมกล้าออกมาพูด คือ นปช.ล้าหลังกว่ากลุ่มเหล่านั้น

๓) จตุพรอาจไม่หวงตำแหน่งสส. นั้นก็ดีเพราะถือว่ามีอุดมการณ์ แต่เรื่องการถอดถอนการเป็นสส.ของจตุพรไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัวของเขา มันเป็นการถอดถอนสส.ที่ประชาชนเลือกมาโดยเฉพาะที่เป็นแกนนำเสื้อแดง ดังนั้นตามหลักการณ์เรายอมไม่ได้ และการบอกให้เสื้อแดงใจเย็นๆ เสมอ ถือว่าเป็นการสลายอำนาจต่อรองที่เราจะมีกับอำมาตย์ การเคลื่อนไหวไม่ใช่การหลงกลตกหลุมของอำมาตย์แต่อย่างใด แต่อำมาตย์กำลังวัดใจเสื้อแดงต่างหาก ถ้านิ่งเฉยตามคำแนะนำของ นปช. ก็ถือว่ายอมจำนน

๔) การไม่ยอมชูประเด็นการเมืองกว้างๆ เรื่องประชาธิปไตย การไม่วิจารณ์ 112 การไม่พูดถึงนโยบายสำคัญในการฟื้นชีวิตพลเมืองหลังน้ำท่วม การไม่รณรงค์ให้นำอาชญากรในกองทัพและประชาธิปัตย์มาขึ้นศาล ของ นปช. ถือว่าเป็นการลดระดับการเมืองและจิตสำนึกในการต่อสู้ เพื่อให้เสื้อแดงสยบยอมต่ออำมาตย์

ดูแถลงการณ์ นปช. ได้ที่นี่ http://www.youtube.com/watch?v=CWimnSw0Oxs

โปรดเกล้าฯ พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษแล้ว

ที่มา ประชาไท

ในหลวงทรงโปรดเกล้าฯ พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2554 แล้ว ชี้ชัดผู้ได้สิทธิต้องถูกคุมขังเท่านั้น
4 ธ.ค. 54 - มติชนออนไลน์รายงานว่าพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ลงวันที่ 3 ธ.ค. 2554 ให้ประกาศว่า โดยที่ทรงพระราชดำริเห็นว่า เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 นับเป็นอภิลักขิตกาลสำคัญ สมควรพระราชทานอภัยโทษแก่ผู้ต้องราชทัณฑ์ เพื่อให้โอกาสแก่บุคคลเหล่านั้นกลับประพฤติตนเป็นพลเมืองดี อันจะเป็นคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติสืบไป
ทั้งนี้้ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 187 และมาตรา 191 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กับมาตรา 261 ทวิ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2517 อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของ บุคคล ซึ่งมาตรา 29 ประกอบกับ มาตรา 32 มาตรา 33 - 36 มาตรา 41 และมาตรา 45 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายจึงทรงพระกรุณาโปรด เกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้
อย่างไรก็ตาม ในมาตรา 4 ได้กำหนดชัดเจนว่า ผู้ซึ่งจะได้รับพระราชทานอภัยโทษตามพระราชกฤษฎีกานี้ ต้องมีตัวอยู่ในความควบคุมของทางราชการ หรือถูกกักขังไว้ในสถานที่หรือที่อาศัยที่ศาลหรือทางราชการกำหนดในวันที่พระ ราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ติดต่อกันไปจนถึงวันที่ศาลออกหมายสั่งปล่อยหรือลดโทษ หรือนายกรัฐมนตรีมีคำสั่งปล่อยหรือลดโทษตามที่บัญญัติไว้ในพระราชกฤษฎีกานี้ เว้นแต่ผู้ทำงานบริการสังคมหรือทำ งานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับ และผู้ได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติ
กรณีผู้ต้องกักขังตามวรรคหนึ่ง (1) ซึ่งเป็นนักโทษเด็ดขาด และยังไม่ได้รับโทษกักขังแทนโทษจำคุก หรือยังไม่ได้ถูกกักขังแทนค่าปรับ ให้ผู้ต้องกักขังนั้นได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัวไปในส่วนของโทษกักขัง แทนโทษจำคุกหรือในส่วนของการกักขังแทนค่าปรับ แล้วแต่กรณี

วิทยุชุมชนเชียงใหม่ยื่นตรวจสอบหน่วยงานความมั่นคง

ที่มา ประชาไท

ตัวแทนกลุ่มวิทยุชุมชนสร้างสรรค์สังคมเชียงใหม่ ยื่นหนังสือตรวจสอบหน่วยงาน "ศูนย์ติดตามสถานการณ์ความมั่นคงภายในภาคเหนือ" และ "นายอารยะ วิริยะรุ่งเรือง" ว่ามีตัวตนจริงหรือใหม่ หลังออกจดหมายคุกคาม

เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 54 ที่ผ่านมา นายจักรพันธ์ บริรักษ์ หรือดีเจหนึ่ง ได้เดินทางไปยังศาลากลาง จ. เชียงใหม่ เพื่อยื่นหนังสือขอความกรุณาตรวจสอบชื่อหน่วยงาน "ศูนย์ติดตามสถานการณ์ความมั่นคงภายในภาคเหนือ" และตัวตนของ "นายอารยะ วิริยะรุ่งเรือง" ที่อ้างว่าเป็นผู้อำนวยการศูนย์แห่งนี้ รวมถึงหน่วยงานด้านความมั่นคงของ จ.เชียงใหม่มีนโยบายส่งจดหมายในลักษณะนี้ไปหาบุคคลใดๆ หรือไม่ หลังจากที่ตนและผู้เกี่ยวข้องถูกจดหมายคุกคามมาก่อนหน้านี้ (อ่านเพิ่มเติม: ‘แผนผังล้มเจ้า’ ยังตามหลอนวิทยุชุมชน ‘ดีเจหนึ่ง’ ถูกคุกคามต่อเนื่อง)

โดยในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองของ จ.เชียงใหม่ ได้ส่งตัวแทนมารับเรื่อง และระบุว่าหน่วยงานฝ่ายปกครองของ จ.เชียงใหม่ ไม่มีชื่อหน่วยงานและบุคคลนี้ โดยจะทำการนำหนังสือร้องเรียนไปให้ผู้ว่าราชการ จ.เชียงใหม่ และทำการตอบข้อร้องเรียนนี้อย่างเป็นทางการในลำดับต่อไป

ทั้งนี้นายจักรพันธ์ระบุว่าหากภายในสัปดาห์หน้ายังไม่ได้รับการตอบกลับอย่างเป็นทางการ ตนจะเดินทางมาสอบถามความคืบหน้าอีกครั้ง


เรียน ผู้ว่าราชการ จ.เชียงใหม่

เรื่อง ขอความกรุณาตรวจสอบชื่อหน่วยงาน บุคคล

กลุ่มสร้างสรรค์สังคมเชียงใหม่ เป็นภาคประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ที่ดำเนินกิจกรรมรายการวิทยุชุมชน โดยมีเป้าหมายเพื่อเผยแพร่ความรู้ในระบอบประชาธิปไตย แต่ทั้งนี้ในช่วงการดำเนินกิจกรรมตั้งแต่เดือนธันวาคม ปี 2553 เป็นต้นมา ทางสมาชิกของกลุ่มถูกจดหมายคุกคาม ข่มขู่โดยอ้างว่าเป็นหน่วยงานชื่อ "ศูนย์ติดตามสถานการณ์ความมั่นคงภายในภาคเหนือ" และมี "นายอารยะ วิริยะรุ่งเรือง" เป็นผู้อำนวยการศูนย์

ทางกลุ่มจึงได้ทำหนังสือมาเพื่อสอบถามดังนี้

1.มีหน่วยงานชื่อ "ศูนย์ติดตามสถานการณ์ความมั่นคงภายในภาคเหนือ" และมี "นายอารยะ วิริยะรุ่งเรือง" เป็นผู้อำนวยการศูนย์นี้จริงหรือไม่

2. หน่วยงานด้านความมั่นคงของจังหวัดเชียงใหม่มีนโยบายส่งจดหมายในลักษณะนี้ไปหาบุคคลใดๆ หรือไม่

ทั้งนี้ทางกลุ่มหวังว่าจะได้รับความกรุณาในการชี้แจง

จึงเรียนมาเพื่อขอความกรุณา

นายจักรพันธ์ บริรักษ์
ตัวแทนกลุ่มสร้างสรรค์สังคมเชียงใหม่

2 ธ.ค. 2554