WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, December 5, 2011

Hitlerjugend หรือ ยุวชนฮิตเลอร์

ที่มา thaifreenews

โดย rungsira


Hitlerjugend หรือ ยุวชนฮิตเลอร์
ในรูปแบบคล้ายคลึงกับ Boy&Girl Scouts ที่มีกิจกรรมการการทัศนศึกษา, ออกค่ายพักแรม,
กิจกรรมรอบกองไฟ เพื่อการสร้างสรรค์บูรณาการและสันทนาการ แต่ ยุวชนฮิตเลอร์ เป็นกลุ่ม
เด็กหนุ่มสาว ที่ได้รับการปลูกฝังอุดมการณ์ชาตินิยมโดยลัทธิทางทหาร เป็นหลักสูตรภาคบังคับ
สำหรับเยาวชนทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กชาย

อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ กล่าวว่าจะต้องขจัดสายเลือดที่อ่อนแอออกไปให้เหลือชายหนุ่มและหญิงสาว
ที่สมบูรณ์พร้อม ชาติพันธุ์เยอรมันจะต้องเป็นชนชาติที่ก้าวหน้าและเข้มแข็ง
ฮิตเลอร์ยังกล่าวว่าปลายยุคของเขาจะสร้างรัฐอารยัน และสถาปนาอาณาจักรไรซ์ที่3 อันเกรียงไกร

พรรคนาซีทำการหล่อหลอมทั้งร่างกายจิตใจ และแนวความคิดของความเป็นเลิศของชนชาติ ให้
กับเยาวชนเยอรมันในสมัยนั้น

เด็กชายเยอรมัน อายุ 10-14 ปี ต้องเป็น Deutsches Jungvolk (ยุวชนเยอรมัน)
จุงโฟล์ค (Jungvolk) จะอบรมปลูกฝังอุดมการณ์ต่างๆ จนอายุ14ปี จะโอนไปยัง ฮิตเลอร์จูเกน
(Hitlerjugend-Hitler youth)การหล่อหลอมอบรมอย่างเป็นขั้นตอนปลูกฝังให้เกิดความรักชาติ
(patriotism)จนอาจเลยเถิดไปเป็นความคลั่งชาติ(chauvinism)และหลงตนเอง(narcissism)
ในเรื่องของการผูกขาดความภักดี (monopoly of loyalty)

เด็กชาย อายุ 10-14 ปี เป็น Deutsches Jungvolk (ยุวชนเยอรมัน)
เมื่ออายุครบ 14 ปี จะโอนไปยัง Hitler Jugend (Hitler Youth) ยุวชนฮิตเลอร์
เด็กหญิง อายุ 10-14 ปี เป็น ยุงมาเดิล Jungmädelbund (League of Young Girls)
(เยอรมัน:Jungmädel, หมายถึง "เด็กหญิง")
เมื่ออายุครบ 14 ปี จะโอนไปยัง บุนด์ ดอยท์เชอร์ เมเดล Bund Deutscher Mädel
(German Girl's League) สำหรับเด็กสาวอายุระหว่าง 14-18 ปี

พรรคนาซีได้มีการจัดตั้งองค์กรขึ้นมาหลายองค์กรเพื่อสั่ง สอนแนวคิดนาซีให้แก่สตรีชาวเยอรมัน

ในปี 1943 เยอรมันสูญเสียกำลังทหารไปเป็นจำนวนมาก ทำให้มีความต้องการกำลังพลเข้าประจำ
การทดแทนที่สูญเสียไป จึงมีการเปิดรับ ยุวชนฮิตเลอร์ ที่มีอายุ 17 ปีขึ้นไปเข้าประจำการใน
กองพล เอส.เอส.ฮิตเลอร์จูเกน กำลังพลของกองพลนี้ มีความเชื่อมั่นอย่างลึกซึ้ง ถึงความเป็น
ผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่าชาติอื่น ของ ชนชาติอารยัน และเป็นความภาคภูมิใจของ พรรคนาซี
(they are the flower of the Nazi Party) เป็นกำลังทหารที่เข้าร่วมโดยความสมัครใจ ประสาน
งานกับ หน่วยตำรวจลับ SS ซึ่งดูแลข่าวกรองและควบคุมทุกอย่างที่เป็นความลับของประเทศ

ภาพนี้ถ่ายเมื่อวันที่ 20 เมษายน 1945 ซึ่งเป็นวันเกิดของ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์
(ขณะที่มีผู้โต้แย้งว่า ภาพนี้ถ่ายเมื่อ 20 มีนาคม 1945 - เนื่องจากภาพได้ถูกเผยแพร่
ทางภาพยนตร์ข่าว(Die Deutsche Wochenschau)เป็นครั้งแรกในวันที่ 22มีนาคม1945
ข้อสรุปเกี่ยวกับวันที่ถูกต้องยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่)

อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ กำลังมอบเหรียญกล้าหาญกางเขนเหล็กให้กับยุวชนฮิตเลอร์ ซึ่งเชื่อว่า
คือ Alfred Czech ภายนอกบังเกอร์ของเขาในกรุงเบอร์ลิน

Panzerfaust

Panzerschreck
ยุวชนฮิตเลอร์เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของกองกำลัง Volkssturm อันเป็นกองกำลังรักษา
กรุงเบอร์ลิน ที่เกณฑ์มาจากคนชราและเด็ก Volksturm ได้รับการ ติดอาวุธที่ดีเยี่ยม
โดยเฉพาะอาวุธต่อสู้รถถัง Panzerfaust และ Panzerschreck ที่สร้างความเสียหาย
ให้กับรถถังของรัสเซียเป็นอย่างมาก

เชลยศึกที่เป็นยุวชนฮิตเลอร์ (Hitler youth - Hitlerjugend) สังกัดกองกำลัง Volkssturm
ที่รักษากรุงเบอร์ลิน ในห้วงสุดท้ายของสงคราม ยุวชนฮิตเลอร์ใช้เยาวชนอายุตั้งแต่ 12 ปี
เข้าร่วมในการรบที่กรุงเบอร์ลินด้วย

เชลยศึกเยอรมันจากหน่วย Volkssturm ซึ่งเป็นหน่วยป้องกันกรุงเบอร์ลินหน่วยนี้จัดกำลัง
จาก คนชรา ทหารผ่านศึก และยุวชนฮิตเลอร์ (Hitler youth-Hitlerjugend) กำลังพลเหล่านี้
ติดอาวุธต่อสู้รถถังอันทรงประสิทธิภาพอย่างเช่น Panzerfaust สามารถทำลายรถถังของ
รัสเซียได้เป็นจำนวนมากถึงกว่า 2,000 คัน

ภาพร่างยุวชน หน่วย Hitlerjugend ที่เสียชีวิตจากการรบป้องกันกรุงเบอร์ลิน

http://www.hlitgroup.org/extras/HitlerYouth
http://www.shoaheducation.com/Hitlerjugend
http://en.wikipedia.org/wiki/Hitler Youth

ลูกเสือชาวบ้านจะกลับมารุ่งเรื่องอีกครั้ง

ที่มา thaifreenews

โดย rungsira



ผู้ก่อตั้ง "ลูกเสือ" Boy Scout คนแรกของโลก เป็นชาวอังกฤษ คือ
ลอร์ด เบเดน โพเวลล์ (Robert Stephenson Smyth Baden Powell)
"...เมื่อปี พ.ศ.2450 (ค.ศ.1907) เนื่องจากการรบกับพวกบัวร์(Boar) ในการรักษาเมืองมาฟิคิง(Mafeking)
ที่อาฟริกาใต้ในปี พ.ศ.2442 ซึ่งบี พี ได้ตั้ง กองทหารเด็ก ให้ช่วยสอดแนมการรบ จนรบชนะข้าศึกเมื่อกลับ
ไปประเทศอังกฤษ ในปี พ.ศ.2450 จึงได้ทดลองนำเด็กชาย 20 คน ไปอยู่ค่ายพักแรมที่ เกาะบราวน์ซี
(Browmsea Islands) ซึ่งได้ผลดีตามที่คาดหมายไว้ ปี พ.ศ. 2451 บี พี จึงได้ตั้งกองลูกเสือขึ้นเป็นครั้งแรก
ของโลก ที่ประเทศอังกฤษ..."



ประเทศไทย ลูกเสือ ถือกำเนิดขึ้นสมัยรัชกาลที่ 6
"...พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อพระชนมายุได้ 13 พรรษา ได้เสด็จไปทรงศึกษา ณ
ประเทศอังกฤษ ทวีปยุโรป ระหว่างที่ทรงศึกษาอยู่นั้น ได้ทรงทราบเรื่องการสู้รบเพื่อรักษา เมืองมาฟิคิง
(Mafeking) ของ ลอร์ดเบเดน โพเอลล์ (Lord Baden Powell) เมื่อพระองค์เสด็จนิวัติสู่ประเทศไทย
ก็ได้ทรงจัดตั้ง กองเสือป่า (Wild Tiger Corps) ขึ้น เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2454 มีจุดมุ่งหมายเพื่อฝึก
หัดให้ข้าราชการและพลเรือนได้เรียนรู้วิชาทหาร เพื่อเป็นคุณประโยชน์ต่อบ้านเมือง รู้จักระเบียบวินัย มี
ความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
ต่อจากนั้นอีก2เดือน ก็ได้พระราชทาน
กำเนิดลูกเสือไทยขึ้นเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2454 ด้วยทรงมีพระราชปรารภว่า เมื่อฝึกผู้ใหญ่เป็นเสือป่า
เพื่อเตรียมพร้อมในการช่วยเหลือชาติบ้านเมืองแล้ว เห็นควรที่จะมีการ ฝึกเด็กชายปฐมวัย ให้มีความรู้
ทาง เสือป่า ด้วย เมื่อเติบโตขึ้นจะได้รู้จักหน้าที่และประพฤติตนให้เป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง.."


ประเภทของลูกเสือ แบ่งเป็น
1. ลูกเสือสำรอง (Cub Scout) อายุ 8 - 11 ปี
คติพจน์: ทำดีที่สุด (Do Our Best)
2. ลูกเสือสามัญ (Scout) อายุ 11 - 16 ปี
คติพจน์: จงเตรียมพร้อม (Be prepared)
3. ลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ (Senior Scout) อายุ 14 - 18 ปี
คติพจน์: มองไกล (Look wide)
4. ลูกเสือวิสามัญ (Rover) อายุ 16 - 25 ปี
คติพจน์: บริการ (Service)
5. ลูกเสือชาวบ้าน (civil boy scout) ประชาชนทั่วไปทุกเพศวัย

ลูกเสือชาวบ้าน เป็นกองกำลังหนึ่งที่มีส่วนร่วมในการปราบปรามขบวนการนัก ศึกษาในเหตุการณ์ 6 ตุลา'19
โดยส่วนใหญ่พันผ้าพันคอพระราชทานในวันนั้นด้วย ผู้ที่มีบทบาทในการก่อตั้งกลุ่มลูกเสือชาวบ้าน คือ
พล.ต.ต. สมควร หริกุล ผู้กำกับตำรวจชายแดนเขต 4 ร่วมมือกับข้าราชการท้องถิ่นอีกหลายคน โดย
ได้จัดการอบรมลูกเสือชาวบ้านรุ่นแรก เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2514 ที่อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย
และต่อมา พล.ต.ต. เจริญฤทธิ์ จำรัสโรมรัน รองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ก็ได้เข้าร่วมผลักดัน
กิจการลูกเสือชาวบ้านขยายตัวอย่างมากหลังเหตุการณ์ 14 ตุลา พ.ศ.2516 มีนายทหารและนักการเมืองสำคัญ
เข้าร่วมหลายคน
เวลา 16นาฬิกา วันที่ 6 ตุลาคม 2519 กลุ่มลูกเสือชาวบ้าน นำโดย พล.ต.ท. เจริญฤทธิ์ จำรัสโรมรัน และ
กลุ่มแม่บ้าน นำโดย ทมยันตี ได้บุกเข้าทำเนียบรัฐบาล โดยใช้รถบรรทุกที่ทำเป็นเวทีปราศรัยบุกพังประตูเข้า
ไป บางคนได้ถือเชือกเข้าไปโดยจะเข้าไปแขวนคอ 3 รัฐมนตรีของรัฐบาล ได้แก่ นายชวน หลีกภัย, นายดำรง
ลัทธพิพัฒน์, นายสุรินทร์ มาศดิตถ์ เนื่องจากกล่าวหาว่าบุคคลทั้ง 3 เป็นคอมมิวนิสต์







รัฐบาล'ยิ่งลักษณ์ เพื่อไทย ทุ่ม 600 ล้าน ตั้งคณะกรรมการสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดยผ่าน
กิจการลูกเสือชาวบ้าน มอบ "โกวิท" คุม เน้นกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ
ส่วนกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการมี 3 กลุ่ม คือ
1. ลูกเสือชาวบ้านและประชาชนทั่วไปทั่วทุกภูมิภาค
2. ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจและเอกชน
3. บุคลากรของภาคสื่อสารมวลชนทุกแขนงที่เกี่ยวข้อง

20 ก.ย.2554 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 166/2554
เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดยผ่านกิจการลูกเสือชาวบ้าน (คปด. ลส.ชบ)
มี พล.ต.อ.โกวิท เป็นประธาน รมว.มหาดไทย รมว.ศึกษาธิการ และ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นรองฯ



นี้คือภาพชายเคราะห์ร้าย ที่ถูก กลุ่มชนบ้าคลั่ง รุมประชาทัณฑ์ จนหมดสติ ก่อนนำไปแขวนคอ
ที่ต้นมะขามสนามหลวง แล้วนำมาเผาทั้งเป็น .. ผลงานการปลุกปั่นของ สื่อมวลชั่ว พศ.๒๕๑๙
ตามแผนการหลอกให้ "ไพร่ฆ่าไพร่" หนึ่งในปฏิบัติการของ "ลูกเสือชาวบ้าน"


นักศึกษาหญิง ถูกยิงตาย ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์


เผาสดคนไทยเป็นๆกลางถนน ใจกลางเมืองหลวงของประเทศที่นับถือบาปบุญทางพุทธ

Angry สารบัญ
ยุวชนแดง Red Guards
ยุวชนฮิตเลอร์ หรือ Hitlerjugend
ลูกเสือชาวบ้าน จะกลับมารุ่งเรื่องอีกครั้ง
"จากลูกเสืออินเตอร์เน็ต สู่ลูกเสือประชาธิปไตย"
ลัทธิ ซาบซึ้ง "ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์คอมมิวนิสต์"ของเกาหลีเหนือ
องค์กรล่าสังหาร นักล่าแม่มด “เราจักฆ่า เพื่อหยุดยั้งการฆ่าคนบริสุทธิ์"
ภาพข่าว 6 ตุลาคม 2519

CYBER SCOUTS ... Search to Kill ... มาเป็น "ลูกเสือ" กันเถอะ

ที่มา thaifreenews

โดย rungsira


CYBER SCOUT

มาเป็น "ลูกเสือ" กันเถอะ
"ลูกเสือ" ที่ผมบอกนี่ไม่ได้หมายถึง "ลูกเสือ" ที่รู้จักกันทั่วโลกนะครับ
"ลูกเสือคอมพิวเตอร์" นี่เป็นผู้ที่มีเกียรติมาก
สถานการณ์บ้านเมืองยามนี้..ผมเชื่อใน "เกียรติ" ของลูกเสือครับ




ลูกเสือคอมพิวเตอร์หรือCYBER SCOUTนี้ท่านผู้นำของประเทศเป็นผู้ให้แนวทางความคิดสถาปนาขึ้น

ท่านลอร์ด เบเดน โพเวลล์ ถือเป็น บิดาของลูกเสือโลก ,สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า รัชกาลที่ 6
ทรงเป็น บิดาของลูกเสือไทย, ..?.. เป็นบิดาลูกเสือชาวบ้าน... ฉะนั้น ต้องถือว่า ท่านผู้นำอันอัจฉริยะ
ของผม ถือเป็น บิดาของลูกเสือคอมพิวเตอร์ แห่งแรกและแห่งเดียวในโลก

การแสดงความเคารพ นั้นเพื่อให้แตกต่าง มิให้เป็นการซ้ำกับลูกเสือประเภทอื่น ท่านผู้นำจึงบัญญัติให้
ใช้นิ้วเดียวในท่าทำความเคารพของ CYBER SCOUT คือ ใช้นิ้วกลางมือขวา
ลูกเสือสำรอง "อาเคล่า เราจะทําดีที่สุด" ทำความเคารพโดย นิ้วชี้และนิ้วกลางมือขวา
ลูกเสือสามัญ สามัญรุ่นใหญ่ ลูกเสือวิสามัญ ใช้นิ้วชี้นิ้วกลางนิ้วนาง 3 นิ้วมือขวา ทำวันธยาหัตถ์


CubScout handsign Scout,SenierScout,Rover handsign CyberScout handsign





และเพื่อเป็นการสร้างขวัญ กำลังใจ ให้เหล่า ลูกเสือไซเบอร์หนุ่มน้อยทั้งหลาย ในการ
ปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาติ ตามคำขวัญ "Search to Kill" ตามล่าแล้วฆ่ามัน สำหรับ

ภารกิจ สอดส่องหาคลิ๊ปวิดีโอลับอันอื้อฉาว,สะกดรอยสืบค้นภาพเอ็กส์คลูซีพลับเฉพาะทั้งหลาย,
เจาะหาร่องรอยเวปโฮสที่ดาวน์โหลดคลิปเสียง ชูพงษ์เปลี่ยนระบอบ..แอนตี้-วู๊ดไซด์ นิวยอร์ก
"ตื่นเถิดชาวไทย"
..LA Red Shirts Meeting..ตำนานนาน 37ตอน(ชีพ ชูชัย)..ชกหมัดตรง
(อาคมซิดนีย์&Woodside)
..เอนกซานฟรานซิสโก..บุญคุณศักดินาไทย 75ตอน(ชีพ ชูชัย)..
รหัสลับ ดอยตุง..รัฐไทยใหม่ ไม่มี "สัตว์" อย่างว่า!.. code ลับยายไฮ Hi s
ส่องหาคลิปYou-Tube การสั่งฆ่าอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 5ทศวรรษ

โอ้ยหนักหนา เหนื่อยทั้งใจเหนียวไปทั้งกาย ขอรับท่านผู้นำ ท่านต้องก่อตั้งหน่วยบำรุงขวัญ
ลูกเสือดาวสาว"Cyber Scoyy"ไซเบอร์สก๊อยยย โดยเร่งด่วนที่สุด
อีกทั้งจัดหายาหยอดตาอย่างดีที่สุดในโลก สำรองไว้เต็มอัตรารบ นะขอรับ







Scouts Train to Fight Terrorists, and More

In a training exercise run by Border Patrol agents, Explorer scouts from Visalia,
California., prepare to storm a “hijacked” bus.


อีกหน่อยเราคงได้เห็น Terrorist Scouts ในเมืองไทย

กระผมอยากกราบเรียนเสนอให้ ท่านผู้นำประเทศ ผู้มีอัจฉริยะภาพอันสูงส่ง ได้โปรดพิจารณาตั้ง
กองลูกเสือต่อต้านการก่อการร้ายสากล Terrorist Scouts และ
กองลูกเสือม้ารถถัง Armor Cavalry Scouts
ด้วยจะเป็นประโยชน์ต่อระบอบปกครองประเทศนี้อย่างสูงขอรับ ซึ่งจะเป็นที่เชิดหน้าชูตา
ในสากลประเทศ เทียบเคียงได้กับ ชาติมหาอำนาจชั้นนำ คือ

"ยุวชนนาซี" แห่งอาณาจักรไรซ์ ที่3 ของเยอรมันนี โดยท่านผู้นำ อดอร์ฟฮิตเลอร์ และ
"ยุวชนแดง" เรดการ์ด Red Guard ที่จัดตั้ง ยุคปฏิวัติวัฒนธรรม(Culture Revolution)
ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน อันมีท่าน เหมา เจ่อ ตุง เป็นประธานพรรคคอมมิวนิสต์จีน
และผู้นำสูงสุดของประเทศ



ดีใจนะขอรับ ที่อีกหน่อย ไม่ว่าท่านผู้นำ จะเดินทางไปที่ไหน เยาวชนผู้รักชาติของเราต้อง
กระทำความเคารพท่านในแบบอย่างเดียวกันกับ ผู้นำยิ่งใหญ่ในอดีต เช่น อดอฟฮิตเลอร์,มุสโสลินี

"ไฮล์ ฮิตเลอร์" ...... "ไอ้เยี้ย ปิ๊สิด"

แด่ ... รมต.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ซึ่ง “แต่เดิมร่วมรากเกิด เหตุไฉนเร่งเผาผลาญ”

ที่มา thaifreenews

โดย rungsira



"จู๋ เต่า เหยียง เต่า กี
เต่า ต่อ ฮู้ ตง ขิบ
ปึ๊ง สี่ ตั่ง กึง แซ
เซียง เจี๊ยง ห่อ ไท้ กิบ"


ต้มถั่วเผาเถาถั่ว
ถั่วรำไห้รำพันกับเถาถั่ว ว่า
เกิดจากรากเหง้าเดียวกัน
เหตุไฉนคิดทำลายเผาผลาญกันปานนี้
. . . รุ่งศิลา



ความหมาย : ต้นถั่วหรือเถาถั่วอยู่ในเตาเป็นเชื้อเพลิง ฝักถั่วอยู่ในกระทะรอการต้ม ยังไงก็หนีชะตากรรมไม่พ้น
แต่เดิมนั้น เกิดแต่ต้นตอเดียวกัน มาจากรากเดียวกัน ทำไม เสนอตนเป็นเชื้อไฟเผาผลาญกันเองให้มอดม้วย
เปรียบได้กับพี่น้องร่วมบิดามารดาที่มาเข่นฆ่ากันเอง …เวลาผ่านจาก ยุคสามก๊กมาจนถึงปัจจุบัน
ต้นถั่วเผาฝักถั่วก็ยังคงดำเนินรอยซ้ำอยู่ หาได้เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา เห็นได้เสมอ
“แต่เดิมร่วมรากเกิด เหตุไฉนเร่งเผาผลาญ”

โจสิดจึงร่าย “บทกวี 7 ก้าว”
ที่เปรียบความคับแค้นเศร้าโศกของต้นถั่ว ที่เกิดแต่การใช้เถาถั่วซึ่งกำเนิดแต่รากเดียวกันไปต้มหรือคั่วถั่ว
เทียบกับความเศร้าโศกอาดูรของพี่น้องญาติตระกูลเดียวกัน ไม่มีเรื่องใดยิ่งใหญ่ล้ำลึกกว่าการที่พี่น้องต้อง
ล้างผลาญกันเอง

เมื่อสิ้นโจโฉ ...โจผีขึ้นครองราชย์ต่อ และเกรงว่าโจสิดจะกลับมาแย่งอำนาจตน จึงเรียกตัวโจสิดมาให้
แต่งโคลงจากภาพกระทิงสองตัวที่ชนกัน หากแต่งไม่ถูกใจโจผี โจสิดย่อมต้องสิ้นชีวิต แต่กับผู้หวังจะ
สังหารตนนี้ โจสิดแต่งโคลงกล่าวถึงกระทิงสองตัวที่ชนกัน แต่ตัวหนึ่งล้มลงแม้มีกำลังเท่ากัน เพราะมิ
อยากต่อสู้ โจผีได้ฟังเช่นนั้นก็เข้าใจในความหมายที่แฝงอยู่ทันทีว่า โจสิดมิอยากแย่งชิงบัลลังก์กับตน
อีกต่อไป แต่อย่างไรเสีย จะปล่อยเสือเข้าป่าย่อมมิได้ จึงให้แต่งอีกโคลงอีกอันหนึ่ง กล่าวถึงพี่น้องที่มิ
อาจฆ่ากัน แต่ห้ามไม่ให้เอ่ยคำว่าพี่น้องในโคลงนั้น โจผีตั้งเงื่อนไขเช่นนี้ มิว่าผู้ใดล้วนแต่ถอนหายใจ
เตรียมรับความตายทั้งสิ้น แต่โจสิดก็ยังยิ้มเยือกเย็น แล้วแต่งโคลง

พระเจ้าโจผีจึงสำนึกได้และไม่สั่งประหารชีวิต แต่เนรเทศโจสิดออกไปนอกเมืองแทน และไม่นาน
โจสิดก็ถึงแก่ความตายด้วยความตรอมใจ ในปี พ.ศ. 775





เสื้อสีเหลือง ผ้าพันคอสีฟ้า พันธมิตรรับไม้ ยาวทั่วประเทศก็เล่นแล้ว
ต่อไปก็ .. ผ้าพันคอสีเลือดหมู เปิดตัวโดย นายก 100 ศพโชคดีของคนไทย
พรรคเสื้อแดงรับงานสานต่อ นโยบาย เถาถั่วต้มฝักถั่ว
.. อนุดิษฐ์ นาครทรรพ




โครงการ Cyber Scout หรือ "ลูกเสือไซเบอร์" เป็นโครงการของกระทรวงไอซีทีที่ริเริ่มในรัฐบาลที่แล้ว
โดยมีจุดประสงค์เพื่อสร้างเครือข่ายอาสาสมัครออนไลน์เพื่อ "ส่งเสริมและปกป้องให้สังคมไทยเกิด
ความตระหนักในการรับรู้และใช้งานข้อมูลข่าวสารบนโลกออนไลน์อย่างเหมาะสมและสร้างสรรค์"



กระทรวงไอซีทีได้อบรมอาสาสมัครไปแล้วจำนวนหนึ่ง และตอนนี้ นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที ก็ประกาศเดินหน้าโครงการนี้ต่อ โดยขยายหลักสูตรให้ครอบคลุมผู้นำและ
ผู้บริหารลูกเสือไซเบอร์ด้วย

นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที และผู้บริหารกระทรวงฯ
นำกองลูกเสือไซเบอร์ รวมกว่า 40คน ซึ่งเป็นเครือข่ายอาสาสมัครไซเบอร์สเกาท์ (Cyber Scout) เข้าร่วมพิธี
ทบทวนคำปฏิญาณและสวนสนามของลูกเสือ ณ สนามศุภชลาศัย สนามกีฬาแห่งชาติ เนื่องในวันคล้ายวันสถา
ปนาคณะลูกเสือแห่งชาติ ประจำปี 2554 ในวันที่ 1 ก.ค.2554






http://www.prachatai.com/english/node/2194
http://www.cyberscout.in.th/
http://www.gotoknow.org/blogs/posts/222931
http://www.oknation.net/blog/konto2/2008/07/22/entry-1
http://www.physorg.com/news/2011-05-thai-cyber-scouts-patrol-web.html

ฮิตเลอร์ขึ้นสู่อำนาจจากการเลือกตั้ง...จริงหรือ?

ที่มา Voice TV



รายการ คิดเล่นเห็นต่างกับคำผกา ประจำวันที่ 4 ธันวาคม 2554

รายการคิดเล่นเห็นต่่าง กับคำ ผกา " ฮิตเลอร์ขึ้นสู่อำนาจจากการเลือกตั้ง...จริงหรือ?" ติดตามชมได้ในวันอาทิตย์ที่ 4 ธ.ค. 2554 นี้ เวลา 21.30 น. เป็นต้นไป

ใบตองแห้งออนไลน์:อังกฤษไม่กลัวล้มเจ้า

ที่มา ประชาไท

งานอดิเรก (ที่เคยเป็นงานสำรองเลี้ยงชีพ) ของผมคือตามข่าวดาราเซเลบส์ นอกจากเดวิด-วิคตอเรีย เบคแฮม, เลดี้กาก้า, ลินด์เซย์ โลฮาน ฯลฯ ราชวงศ์อังกฤษก็ถือเป็นเซเลบส์ ได้รับความนิยมจากคนที่ชอบติดตามข่าวดาราและช่างภาพปาปาราซซี โดยเฉพาะเคท มิดเดิลตัน ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ เจ้าหญิงผู้มาจากชนชั้นกลาง ได้รับความนิยมอันดับหนึ่งเลยทีเดียว
หลังพิธีเสกสมรสบันลือโลก เจ้าชายวิลเลียมกับเคทไม่ได้มีชีวิตสุขสำราญแบบเจ้าชายเจ้าหญิงในเทพนิยาย อย่างน้อยก็ไม่ได้อยู่ปราสาทหลังใหญ่ แต่ประทับอยู่ในบ้านขนาด 2 ห้องนอนชื่อ Nottingham Cottage ในพระราชวังเคนซิงตัน สลับกับประทับอยู่ในบ้านไร่ที่แองเกิลซีย์ ตอนเหนือของเวลส์ ใกล้ฐานทัพอากาศที่เจ้าชายวิลเลียมประจำการอยู่
พระราชวังเคนซิงตันไม่ได้เป็นของราชวงศ์ แต่เป็นสมบัติสาธารณะ เชื้อพระวงศ์ที่มาอาศัยอยู่ ถ้าไม่อยู่ในลำดับที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของราชวงศ์ต้องจ่ายค่า เช่า เคยมีกรณีของเจ้าชายไมเคิลแห่งเคนท์ ลูกพี่ลูกน้องของควีน มาพักอยู่ในตำหนักขนาด 5 ห้องนอนตั้งแต่ปี 1979 โดยจ่ายค่าเช่าเพียงสัปดาห์ละ 70 ปอนด์ ตั้งแต่ปี 2002 แต่ถูก ส.ส.เอาไปอภิปรายในสภา ตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมาต้องจ่ายค่าเช่าปีละ 120,000 ปอนด์ตามราคาตลาด
ล่าสุดมีข่าวว่าควีนอลิซาเบธจะยกพระตำหนักเดิมของเจ้าหญิงมาร์กาเร็ต ขนาด 20 ห้อง สูง 4 ชั้น ให้เจ้าชายวิลเลียม โดยต้องใช้เงินบูรณะกว่า 1 ล้านปอนด์ ส่วนหนึ่งราชวงศ์ควักกระเป๋าเอง อีกส่วนมาจากกองทุนสาธารณะ แต่ก็ถูกพวก Republic ต่อต้านว่ารัฐบาลยอมให้ควีนยกพระตำหนักให้วิลเลียมได้อย่างไร พร้อมเรียกร้องให้จ่ายค่าเช่าตามจริง ขณะที่องค์กรอิสระไม่แสวงหากำไร Historic Royal Palaces ที่ดูแลพระราชวังเคนซิงตันอยู่ก็บอกว่าจะต้องเจรจาค่าชดเชยกัน
เวลาเราดูภาพข่าวส่วนใหญ่ มักจะเห็นแต่ภาพวิลเลียมกับเคทแต่งตัวหรูหราออกงานพิธี แต่นั่นคือการทำหน้าที่ของราชวงศ์ พ้นจากหน้าที่แล้วทั้งคู่ก็พยายามใช้ชีวิตเหมือนครอบครัวนายทหารทั่วไป อย่างเช่น หลังเสกสมรสใหม่ๆ ดยุคกับดัชเชสเดินทางไปเยือนแคนาดาและแคลิฟอร์เนีย มีกองทหารเกียรติยศต้อนรับอย่างใหญ่โตสมพระเกียรติ แต่พอกลับมาอยู่บ้านไร่ซึ่งวิลเลียมจ่ายค่าเช่าเดือนละ 750 ปอนด์ ก็มีภาพปาปาราซซีถ่ายดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ไปซื้อของห้างเทสโก้ เหมือนแม่บ้านธรรมดาๆ เพียงแต่มีบอดี้การ์ด 1 คน (แถมบอดี้การ์ดยังไม่ช่วยยกของอีกต่างหาก)
นี่ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับราชวงศ์อังกฤษ เจ้าหญิงยูยีน พระธิดาของเจ้าชายแอนดรูว์ ก็เคยมาเที่ยวเมืองไทยแบบซำเหมาพเนจร นุ่งบิกินีลงทะเลที่ภูเก็ต แดนซ์กระจายในบาร์ แต่สื่ออังกฤษก็ไม่วายบ่นว่าในขณะที่เจ้าหญิงเที่ยวแบบซำเหมา 6 สัปดาห์ ขึ้นเครื่องบินชั้นประหยัด พักเกสต์เฮาส์ราคาคืนละ 15 ปอนด์กับเพื่อนๆ รัฐบาลอังกฤษต้องจ่ายค่าบอดี้การ์ด 2 คนนับแสนปอนด์ เป็นค่าเครื่องบินชั้นบิสสิเนสและพักโรงแรมชั้นดี พร้อมเบี้ยเลี้ยงวันละ 150 ปอนด์
เจ้าหญิงยูยีนซึ่งมีแฟนเป็นบริกรชื่อ แจค บรูกส์แบงก์ ยังเป็นข่าวเฮฮาเมื่อ 2-3 เดือนก่อน ตอนไปเที่ยวในลอนดอน แล้วปาปาราซซีจับภาพได้ว่าเธอถอดรองเท้าเดิน ใส่แต่ถุงเท้า โบกรถแท็กซี่กับแฟนและบอดี้การ์ด 1 คน
เจ้าหญิงบีทริซกับเจ้าหญิงยูยีนเป็นขวัญใจหนังสือพิมพ์แทบลอยด์อังกฤษ ซึ่งแม้จะลงข่าวเชิงหวือหวาฮือฮา แต่ก็น่ารักน่าเอ็นดูเสียมากกว่า ถ้าจะมีที่สื่อวิพากษ์วิจารณ์ ก็คือเรื่องค่าใช้จ่ายบอดี้การ์ดอย่างที่ว่า เพราะทั้งสองไม่น่าตกเป็นเป้าปองร้าย แต่รัฐบาลก็ยังต้องจ่ายราวปีละ 250,000 ปอนด์ต่อคน
นั่นเป็นภาพสะท้อนด้านหนึ่งของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหา กษัตริย์ทรงเป็นประมุข ในแบบอังกฤษ ซึ่งไม่มีกฎหมายหมิ่นราชวงศ์ แถมยังเปิดให้มีพวก Republic ซึ่งก็คือพวกนิยมสาธารณรัฐ ต้องการให้ประมุขมาจากการเลือกตั้ง (พูดง่ายๆว่าพวก “ไม่เอาเจ้า”) เคลื่อนไหวอย่างเปิดเผย มีสิทธิมีเสียงเต็มที่ในระบอบประชาธิปไตย เช่นตอนที่มีพิธีเสกสมรส ซึ่งรัฐบาลอังกฤษสนับสนุนให้มีปาร์ตี้ปิดถนน พวก Republic ก็จัด “ปาร์ตี้ไม่เอาเจ้า” แข่งกับเขาด้วย
อย่างไรก็ดี เนื่องจากราชวงศ์อังกฤษไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองการปกครอง ไม่เกี่ยวข้องกับการแต่งตั้ง (นอกจากพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นลอร์ด เป็นเซอร์ เช่นเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน) ทหารเสือราชินี (ควีนสปาร์คแรงเยอร์ เพิ่งขึ้นพรีเมียร์ลีก ฮิฮิ) ก็ไม่ถือเอาความจงรักภักดีเหนือกว่าการปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐบาลในสมเด็จ พระราชินี แม้กระทั่งพระราชดำรัสของควีนอลิซาเบธเมื่อเปิดสภา ก็ยังเป็นรัฐบาลร่างให้ (ไม่มีพระบรมราโชวาท นอกจากคำอวยพรสั้นๆ ในวันสำคัญเช่นคริสต์มาส) พวก Republic เคลื่อนไหวให้ตายก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่วิพากษ์วิจารณ์อยู่เรื่องเดียวคือเรื่องงบประมาณที่มาจากภาษีประชาชน ซึ่งราชวงศ์ก็พยายามจำกัดค่าใช้จ่ายลงเรื่อยๆ
เช่นเมื่อปีที่แล้ว ค่าใช้จ่ายของราชวงศ์ลดลงจาก 33.9 ล้านปอนด์เหลือ 32.1 ล้านปอนด์ ค่าใช้จ่ายนี้แยกเป็นหลายส่วน เช่น เงินเดือนข้าราชบริพารและค่าใช้จ่ายงานพิธี 13.7 ล้านปอนด์ ค่าดูแลรักษาซ่อมแซมวัง 11.9 ล้านปอนด์ และค่าเสด็จเยือนทั้งในและต่างประเทศอย่างเป็นทางการ 6 ล้านปอนด์ ทั้งนี้สภาผู้แทนราษฎรเพิ่งออกกฎหมายใหม่ Sovereign Grant Bill กำหนดค่าใช้จ่ายให้สำนักพระราชวังโดยคิดจากฐานรายได้สำนักงานทรัพย์สินของ ราชวงศ์ (Crown Estate) ซึ่งมีสินทรัพย์ 6.2 พันล้านปอนด์ และมีกำไรปีละไม่ต่ำกว่า 200 ล้านปอนด์ (นำรายได้ส่งเข้าคลัง)
อย่างไรก็ดี พวก Republic วิจารณ์ว่า ค่าใช้จ่ายนี้ไม่ใช่ตัวเลขจริง เพราะไม่รวมค่ารักษาความปลอดภัยและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ของจริงน่าจะอยู่ราว 200 ล้านปอนด์ เป็นโสหุ้ยของประเทศแลกกับการยังมีราชวงศ์ (แต่มองมุมกลับที่จริงต่อให้อังกฤษเปลี่ยนเป็นระบอบประธานาธิบดี ก็ไม่ใช่ว่าค่าใช้จ่ายเท่ากับศูนย์ เพราะต้องมีงานพิธีอยู่ดี และยังไงๆ ก็ต้องดูแลซ่อมแซมวังที่เป็นโบราณสถาน)
พวก Republic เคยคำนวณว่า ค่าใช้จ่ายราชวงศ์ ซึ่งเมื่อ 2 ปีที่แล้วอยู่ราว 41 ล้านปอนด์ เป็นภาระประชาชนคนละ 69 เพนนี แต่ผู้สนับสนุนราชวงศ์ก็โต้ว่าคิดแล้วราคาของการมีราชวงศ์ เฉลี่ยต่อหัวประชากรยังน้อยกว่าค่านม 2 ไพพ์
พวก Republic มีเว็บไซต์ของตัวเอง http://www.republic.org.uk/ มีผู้สนับสนุนอย่างแข็งขันราว 12,000 คนเท่านั้น แม้ผลสำรวจความเห็นตอนงานเสกสมรสวิลเลียม-เคท ระบุว่าคนอังกฤษ 46% ไม่สนใจ มีแค่ 37% ที่สนใจจริงจัง แต่นั่นก็มองได้ว่า ราชวงศ์อังกฤษไม่จำเป็นต้องดำรงอยู่ด้วยการที่มีคนรักทั้ง 100% ขอแค่ 37% หรืออาจจะ 40% - 50% ส่วนที่เหลืออาจจะเฉยๆ รู้สึกว่ามีดีกว่าไม่มี รู้สึกว่ามีก็ไม่เดือดร้อนอะไร (แค่ค่านม 2 ไพพ์ แถมยังโบกแท็กซี่เอง) อาจจะไม่รัก แต่ก็ไม่เกลียด ขณะที่มีคน “ไม่เอา” อยู่หยิบมือเดียว ก็ปล่อยให้เคลื่อนไหวไป เพราะถือเป็นประชาธิปไตย มีสิทธิที่จะ “เอาเจ้า” หรือ “ไม่เอาเจ้า” แต่ตราบใดที่เสียงส่วนใหญ่เขาเอา พวกเสียงส่วนน้อยหยิบมือเดียวก็ทำอะไรไม่ได้ แต่ก็มีด้านดีตรงที่การวิพากษ์วิจารณ์ของสื่อและพวก Republic ทำให้ราชวงศ์ต้องทำตัวให้เหมาะสมเพื่อรักษาภาพลักษณ์ พยายามปรับตัวเพื่อให้เป็นที่นิยมของคนชั้นกลาง ที่เป็นประชากรส่วนใหญ่
อังกฤษไม่มีกฎหมายหมิ่นควีนหรือรัชทายาท แต่ถ้าใครแสดงกิริยาไม่เหมาะสม สังคมก็บอยคอตต์ เช่นเคยมีดีเจวิทยุปิดคำอวยพรวันคริสต์มาสของควีนอลิซาเบธแล้วแสดงปฏิกิริยา ไม่ควร ก็โดนคนฟังรุมด่าจนสถานีต้องไล่ออก การหยามหมิ่นไม่ให้เกียรติบุคคลที่คนจำนวนมากเคารพรัก ในอีกด้านหนึ่งก็เป็นการไม่เคารพเสรีภาพในความเชื่อของผู้อื่น ไม่ต่างจากคนนับถือศาสนาหนึ่งลบหลู่ศาสดาของอีกศาสนาหนึ่ง คนที่ไม่รักก็ต้องเคารพเสรีภาพของคนที่เขารัก แต่คนที่รักก็ต้องเคารพเสรีภาพของคนที่ไม่รัก และเปิดใจกว้างรับฟังคำวิพากษ์วิจารณ์ที่มีประโยชน์ต่อส่วนรวม
อังกฤษก็เลยไม่มีคนชูป้ายทำหน้าสงสัยเต็มแก่ว่า “ทำไมไม่รักควีนอลิซาเบธ” เพราะเป็นสังคมประชาธิปไตยที่เปิดกว้าง ใครไม่รักก็สามารถอธิบายให้หายสงสัย แต่หายสงสัยแล้วถ้ายังรักอยู่ก็เป็นเสรีภาพของใครของมัน ตราบใดที่ราชวงศ์อังกฤษยังมีคนรักอยู่จำนวนหนึ่ง และอีกจำนวนมากไม่เดือดร้อนกับการมีพระราชินีทรงเป็นประมุข มีคน “ไม่เอา” แต่ส่วนน้อย ราชวงศ์อังกฤษก็ไม่ต้องกลัวพวก “ล้มเจ้า” และดำรงอยู่อย่างยั่งยืนในระบอบเสรีประชาธิปไตย
ใบตองแห้ง
5 ธ.ค.54