WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, December 6, 2011

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 07/12/54 อย่าทำเรือล่ม...เมื่อถึงฝั่ง....

ที่มา blablabla


ร่วมฟันฝ่า น้ำเชี่ยวกราก อันยากยิ่ง
ผ่านทุกสิ่ง เหนื่อยล้า แสนสาหัส
ด้วยความหวัง สร้างเมืองนี้ ที่เซซัด
ร่วมขจัด เรื่องหม่นมัว ทั่วแผ่นดิน....

ร่วมฟื้นฟู สร้างอนาคต ให้สดใส
ทำด้วยใจ แม้หนักหนา กว่าผาหิน
เสียงแซ่ซ้อง ทุกทิศทาง ต่างได้ยิน
ติดปีกบิน สร้างความหวัง กำลังใจ....

กลัวถึงฝั่ง ทำเรือล่ม จมเมื่อจอด
ยิ่งคร่ำหวอด ยิ่งสับสน จนหวั่นไหว
ประเทศชาติ สุดวิกฤติ จากพิษภัย
หรือเปลี่ยนใจ โยกโย้ ทำโลเล....


บ้านเมืองเรา ยามนี้ มีปัญหา
ภัยนานา กรายกล้ำ ซ้ำหักเห
หลายเรื่องร้าย วกวน จนปนเป
มากด้วยเล่ห์ เพทุบาย ทำลายกัน....


ยังอยากเห็น อนาคต ที่สดใส
มาด้วยใจ เดินร่วมทาง อย่างสร้างสรรค์
ทำเมืองไทย ให้เป็นเมือง รุ่งเรืองอนันต์
อย่าทำเรือ ล่มพลัน ทั้งกันไป....


บลา / ๗ ธ.ค.๕๔

คนชุดดำ

ที่มา การ์ตูนมะนาว



แล้ว .... “พ่อมรึงมาทำประโยชน์อะไรให้กับพวกกู” บ้าง

ที่มา thaifreenews

โดย rungsira

พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมรึง?
โดย จิตตนาถ ลิ้มทองกุล
ที่มาบทความ : http://www.manager.co.th



อ่านบทความของ ลูกเจ๊กต่างด้าว คนนี้ ในสื่อออนไลน์ แล้วโดนใจอย่างแรง จนต้องขอชมเชยออกมาดังๆผ่าน
โซเชี่ยลมิเดียบ้าง โดยพยายามไม่กล่าวถึงสถาบันเบื้องสูง ตามเนื้อหาของคอลัมม์นิสต์ผู้นี้ เพียงแต่จะสะท้อน
ให้เห็นเบื้องลึกที่มาที่ไปของเป้าประสงค์และพื้นหลังของเจ้าของบทความ ด้วยความชื่นชมในความเข้มข้นของ
สายเลือดลิ้มทองกุล ดังนี้


การวิจารณ์โดยสุจริตจึงเกิดขึ้นน้อยยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร
ช่างประดิดประดอย “สำนวนได้สวนส้นตีน” เสียนี่กระไร

สิ่งที่น่าเศร้าที่หลายคนที่โดนลัทธิเหมาล้างสมองกลายๆ คือการเอาสถาบันกษัตริย์มาเป็นแพะรับบาปในทุกเรื่อง
แต่ไม่เคยอ้างอิงถึงนักการเมืองสักเรื่องเดียว แม้ว่าวิกฤติการณ์น้ำท่วม จะทำให้หลายคนได้เริ่มหูตาสว่างบ้างแล้ว
แต่คนที่ยิ่งคิดว่าตัวเองมีภูมิปัญญาเหนือคนอื่น เป็นนักคิดรุ่นใหม่กลับยังคงโดนมิจฉาทิฐิของตัวเองบดบังดังเดิม

ไม่น่าเชื่อว่านายจิตตนาถลิ้ม ที่เป็นคนรุ่นใหม่ซึ่งผ่านการศึกษามาพอประมาณ และทำงานด้านสื่อจากมรดกของ
เตี่ย จะหลงยุคตกโลกไปได้ไกลถึงขนาด ที่ยังงมงายคิดย้อนกลับหลังไปกว่า40ปี หรือไม่ก็คิดว่าตัวเองเป็นคอลัมน์นิสต์
หนังสือพิมพ์ในประเทศเนปาล โดยกล่าวอ้างถึงลัทธิเหมา โคตะระ เชยผสมมั่ว และซึ่งต้องโง่ด้วย ถ้าหากว่าคิดเช่น
ดังข้อเขียนของตัวเองจริงๆ

ปัญญาชนส้นตีน เหล่านี้ควรไปถามตัวเองดูสักนิดแบบไม่เพ้อฝันว่า ถ้ารัฐไทยใหม่เกิดกลายเป็นจริงขึ้นมาแล้ว
เอานักการเมืองที่มีอยู่ปัจจุบันมาช่วยกันปู้ยี่ปู้ยำแล้ว เราจะเจริญได้เสี้ยวของเขมรไหม แน่ใจหรือว่าประเทศไทย
จะไม่เกิดสงครามกลางเมือง ระบอบประธานาธิบดีที่พวกคุณใฝ่ฝันจะเป็นศูนย์รวมใจคนไทยได้หรือ จะมีประเทศ
ไทยที่เจริญหลงเหลือให้ นักคิดนักเขียนแนวๆ เหล่านี้ให้ ชูคอเป็นกิ้งก่าโชว์โง่ อย่างทุกวันนี้ไหม

ช่างเป็นลูกไม้ที่หล่นไม่พ้นต้นเสียจริงสำหรับลูกเจ๊กต่างด้าวตนนี้ สมกับที่ร่ำเรียนจบมาเป็นปัญญาชนส้นตีน และ
ประกอบอาชีพเป็น นักคิดนักเขียนแนวๆ ชูคอเป็นกิ้งก่าโชว์โง่ บนกองเงินกองทองที่เตี่ยมัน และเตี่ยของเตี่ย
สืบทอดมรดกโกงเขามา ต่อยอดต้มตุ๋นแบลคเมล์ กู้ชาติจนชาติฉิบหายแต่ตัวคนกู้เสือกรวยเอาๆ เพราะกู้แล้วชักดาบ
ในฐานะกุนซือ “ลูกเจ๊กกู้ชาติ”

อันที่จริงแล้วคำว่าคนไทย ไม่ได้อยู่ที่ว่ามีบัตรประจำตัวประชาชน เกิดที่ประเทศไทย มีสัญชาติไทย พูดภาษาไทย
หรือร้องเพลงชาติได้ไหม

นายจิตตนาถลิ้ม คงจะทราบที่มาที่ไปของกำพืดตนเองอยู่พอประมาณ จึงอนุโลมตามสมประโยชน์ด้วยในประโยคนี้

จึงขอจบ บทความซึ่งได้ผ่านกระบวนการ .. .. (ผ่านกระบวนการทำ2ครั้ง)
คือ กระบวนการคิด กระบวนการวิเคราะห์ และ กระบวนการแยกแยะ ไว้ด้วยข้อสรุปประโยคตอบคำถามนี้ว่า

แล้ว “พ่อมรึงมาทำประโยชน์อะไรให้กับพวกกู” บ้าง



**ปล. ให้ตอบเน้นแต่ การสร้างประโยชน์ ไม่ต้องบอกเรื่อง การสร้างความฉิบหาย ที่ผ่านๆมา
เพราะพวกกูรู้อยู่แล้ว หลักฐานตำตาโท่นโท่


ปริศนา...ชาติกำเนิด.. สนธิ ลิ้มทองกุล ?

20 Best Trips of 2011

ที่มา thaifreenews

โดย ice angel


Ulaanbaatar, Mongolia





Plitvice Lakes, Croatia





Sardinia, Italy




Tasmania




Fjord Norway


Re:

Uruguay






Shimla, India






Messinia Region, Greece





Dominica






Namibia





Re:

Laos





Kodiak Island, Alaska





Scottish Highlands





Tunisia




Palawan, Philippines




Re:

Black Sea Coast, Crimea





Gaspé Peninsula, Quebec






Shikoku, Japan






Papua New Guinea





Kurdistan, Iraq





Looking for an out-of-the-ordinary destination for your next vacation? Check out these 20 top trips, hand-picked by National Geographic Traveler editors as the best of 2011.


http://travel.nationalgeographic.com/travel/best-trips-2011-photos/#/20-ulaanbaatar-mongolia-gandan-monastery_30422_600x450.jpg

ความเหลื่อมล้ำฉบับพกพา ดูแล้วเข้าใจง่าย

ที่มา thaifreenews

โดย คนเมืองกาญ


ที่มาโดย vreformlibrary

หวังดีประสงค์ร้าย?

ที่มา Voice TV



รายการ Wake Up Thailand ประจำ วันอังคารที่ 6 ธันวาคม 2554

นำเสนอประเด็น
- ในหลวงทรงย้ำทุกฝ่ายต้อง ให้กำลังใจกัน- ไม่แตกแยก ร่วมมือแก้ไขปัญหา "น้ำ"
- พสกนิกรชาวไทยร่วมถวายพระพรในวันเฉลิมพระชนมพรรษา
- รัฐบาลแจง ภาพยนตร์พาโนรามาเฉลิมพระเกียรติ จบการแสดงแล้ว
- สื่อต่างประเทศให้ความสำคัญรายงานข่าวพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชมมพรรษา
- พลเอกชวลิต วอนให้โอกาส ยิ่งลักษณ์ แก้น้ำท่วม - อย่าวิตกเรื่องอภัยโทษ พ.ต.ท.ทักษิณ
- ประชาธิปัตย์ อัด ครม.ยิ่งลักษณ์ สอบตกยกชุด
- กมธ.พิทักษ์สถาบันฯ แนะ"ปู"เลิกใช้สื่ออนไลน์-ปลดทีมงาน เหตุพลาดบ่อย
- "อานนท์ นำภา" บอกเล่าคดี "อากง เอสเอ็มเอส" และข้อหาทนายดราม่า
- ส.ว.แนะนายกฯ ปรับภาวะความเป็นผู้นำ - ประเมินผลงาน 3 เดือนยังไร้รูปธรรม ทำงานตามรอย ประชาธิปัตย์
- วิชา มหาคุณ "ปปช. ไม่มีความสุขกับคดี 91 ศพ เพราะมันไม่จบ"
- พม่าทำสัญญาสงบศึกกับตัวแทนกองกำลังรัฐฉาน

"ความยุติธรรม" คือไฟเฉลิมพระเกียรติที่ดีที่สุด

ที่มา Voice TV



รายการ Wake Up Thailand ประจำวันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม 2554

นำเสนอประเด็น

- 5 ธันวาคม วันเฉลิมพระชนม์พรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
- กิจกรรมเทิดพระเกียรติ คาดพสกนิกรชาวไทยเฝ้ารับเสด็จออกมหาสมาคม ณ มุขเด็ด เนืองแน่น
- โพลวันพ่อชี้ อยากให้คนไทย สามัคคี - เลิกทะเลาะเบาะแว้ง
- กรมราชทัณฑ์พร้อมปล่อยตัวผู้ได้รับพระราชทานอภัยโทษ 8 ธ.ค. เงื่อนไขคงเดิมต้องรับโทษก่อน
- กระแสฝ่ามือเพื่ออากงในโลกออนไลน์
- แก้มาตรา 112 เพื่อกระบวนการยุติธรรม

ความคิดของสังคมออนไลน์ ทวดเอง

ที่มา thaifreenews

โดย เสรีชน คนใต้



คิดได้แค่ร้องเท้าบูทคู่งามของนายกฯปูว่าคู่ละเท่าไร
แต่ ไม่เคยคิดถึงประโยชน์ของรองเท้าคู่นี้ ที่ท่านนายกฯได้สวมใส่เพื่อลงพื้นที่ดูแลความทุกข์ยากของประชาชน ที่กำลังต้องการกำลังใจและความช่วยเหลือจากผู้มีอำนาจ
....หรือว่าเคยชินกับภาพผู้นำนั่งเรือด้วยเสื้อผ้าชุดเท่ห์พร้อมเสื้อชูชีพในขณะที่น้ำท่วมแค่เข่า?

คิดได้แค่ค่าข้าวของนายกฯมื้อละสองแสน
แต่ไม่เคยคิดถึงแกงเลียงเมนูเดียวอาจมีราคาถึงแสนล้านก็ได้ เพราะยังเป็นความลับที่ไม่มีใครสืบสาว
....หรือว่าเคยชินกับข่าวที่เขาอยากให้ฟังเท่านั้น?

คิดได้แค่นายกฯร้องไห้ทำให้ภาพพจน์ของหญิงไทยเสียหาย
แต่ไม่เคยคิดถึงภาพพจน์ของหญิงไทยภาคเหนือที่ถูกดูแคลนว่าโง่ ขี้เกียจ ชอบสบาย เลยเลือกอาชีพขายบริการ
....หรือว่าเคยชินกับอคติที่ฝังลึกอยู่ในใจ?

คิดได้แค่นายกฯที่พูดไม่เก่ง ต้องอาศัยอ่านจากข้อความที่เตรียมไว้ ทำให้นายกฯดูเป็นเรื่องตลก
แต่ไม่เคยคิดถึงเนื้องานจากการกระทำตามที่พูด พูดเก่งหรือไม่ ไม่น่าจะสำคัญเท่ากับทำงานเก่งหรือเปล่า
....หรือว่าเคยชินกับผู้นำ “ดีแต่พูด”จนแยกไม่ออกถึงภารกิจของคนที่จะเป็นผู้นำ?

คิดได้แค่นายกฯที่พูดภาษาอังกฤษไม่เก่ง ทำให้ภาพพจน์ของผู้นำไทยเสียหายในสายตาชาวโลก
แต่ไม่เคยคิดถึง ต่อให้ผู้นำพูดภาษาต่างประเทศเก่งแค่ไหน ถ้าผู้นำชาติอื่นไม่คุยด้วย แล้วจะมีประโยชน์อะไรกับประเทศชาติ
....หรือว่าเคยชินกับการคำยกยอปอปั้นผู้นำที่พูดภาษาอังกฤษได้อย่างชัดเจน?

คิดได้แค่ การทุจริตถุงยังชีพที่รัฐบาลให้ดีเอสไอไปสอบสวนหาข้อเท็จจริงเป็นการซื้อเวลา
แต่ไม่เคยคิด รัฐบาลชุดก่อนใช้พวกเดียวกันสอบสวนกันเอง แล้วจะมีความโปร่งใสอย่างนั้นหรือ
....หรือว่าเคยชินกับพวกตัวเองทำอะไรก็ไม่เคยผิด?

คิดได้แค่นายกฯไม่ยอมใช้ พรก. ฉุกเฉินในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมเป็นเรื่องโง่เขลา
แต่ไม่เคยคิด ประชาชนที่ประสบกับความทุกข์อย่างแสนสาหัส ควรที่จะต้องใช้กฎหมายที่รุนแรงเข้าจัดการอีกหรือ
....หรือว่าเคยชินที่ต้องอยู่ภายใต้อำนาจเท่านั้น?

คิดได้แค่รัฐบาลทำงานไม่ถูกใจ ก็เรียกร้องให้กองทัพออกมาปฏิวัติ
แต่ไม่เคยคิด ถ้าไม่ถูกใจรัฐบาลเผด็จการแล้วจะให้ใครมาจัดการแทน
....หรือว่าเคยชินกับการใช้อำนาจนอกระบบจนเคยตัว?

คิดได้แค่นายกฯปูทำงานผิดพลาด เพราะนายกฯโง่เขลา
แต่ไม่เคยคิดถึงการทำงานมากย่อมผิดพลาดมากเป็นเรื่องธรรมดา
....หรือว่าเคยชินกับนายกฯที่วันๆเอาแต่ใช้สำนวนโวหารในการทำงาน?

คิดได้แค่ให้นายกฯปูลาออก เพราะไม่สามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้ทันใจ
แต่ไม่เคยคิด เรียกร้องนายกฯที่ทำให้ประชาชนล้มตายด้วยคำสั่งภายใต้ พรก.ฉุกเฉิน
....หรือว่าเคยชินกับคุณค่าทางวัตถุมากกว่าคุณค่าของชีวิตมนุษย์?

สุดท้ายถ้านายกฯปูลาออกจริงตามคำเรียกร้องของคนส่วนน้อย แล้วใครล่ะจะมาเป็นนายกฯคนต่อไป?
การ เมืองไทยเวลานี้มีตัวเลือกที่จะเป็นนายกฯได้ไม่กี่คน แต่กรุณาอย่าคิดว่า คุณอภิสิทธิ์จะได้กลับมาเป็นนายกฯอีกในเงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญ เพราะต่อให้คนส่วนใหญ่จะเซ็งปู แต่ก็เข็ดมาร์คมากกว่า แล้วจะทำอย่างไรกันต่อครับ

สรุปก็คือ เทคโนโลยี่ยิ่งก้าวหน้า สังคมออนไลน์ยิ่งพัฒนา ปัญญาและเหตุผลจึงเป็นเพียงทาสผู้ซื่อสัตย์ของกิเลสและตัณหาเท่านั้นเอง

การทวีตตามสิทธิในรัฐธรรมนูญของเอมมา ซัลลิแวน

ที่มา ประชาไท

นับว่าเป็นเรื่องดีสำหรับ ‘เอมมา ซัลลิแวน’ ผู้ซึ่งทวีตข้อความกึ่งด่ากึ่งเสียดสีไปยังนักการเมืองสหรัฐ ที่ได้อาศัยอยู่และเป็นพลเมืองของรัฐแคนซัส (Kansas) สหรัฐอเมริกา ไม่ใช่ประเทศไทย เพราะถ้าเธอเธอทวีตข้อความที่ว่าในกรุงเทพฯ เธออาจจะถูกเจ้าหน้าที่รัฐสุดพารานอยจับเข้าคุก จากการทำงานอย่างเอาจริงเอาจังในการลงโทษผู้ที่กล่าวข้อความซึ่งหมิ่นพระบรม เดชานุภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมาชิกในราชวงศ์ หรือสถาบันกษัตริย์ของไทย

ข้อความที่ซัลลิแวนทวีตต่อไปยังฟอลโลเวอร์กลุ่มเล็กๆ ของเธอนั้น เกิดขึ้นหลังจากทริปภาคสนามของโรงเรียนที่ได้ไปพบปะกับแซม บราวน์แบ็ก ผู้ว่าการรัฐแคนซัส ทวิตดังกล่าวมีข้อความที่ค่อนข้างไร้สาระว่า “พึ่งแอบด่าผู้ว่าฯ บราวน์แบ็กไป และได้บอกเขาด้วยว่าเขาโคตรห่วยแตก #heblowsalot” อย่างไรก็ตาม เธอไม่ได้ทำเช่นนั้นจริงๆ มันเป็นเพียงแค่มุขตลกแผลงๆ กับเพื่อนเท่านั้น สิ่งที่เธอแสดงออกก็เป็นความคิดแบบที่วัยรุ่น และรุ่นพ่อรุ่นแม่ ร่วมถึงรุ่นปู่ย่าของเธอมีต่อนักการเมืองทุกวันนี้โดยทั่วไป

หากแต่ถ้าทวีตของเธอไม่เป็นผู้ใหญ่เท่าไหร่ ปฎิกิริยาที่ตอบกลับมานั้นก็นับว่าเป็นเรื่องเด็กๆ ทีเดียว ผู้ช่วยของผู้ว่าฯ ซึ่งมีหน้าทีสอดส่งข้อความที่เกี่ยวกับบราวน์แบ็กในอินเทอร์เน็ต ได้ติดต่อไปทางผู้จัดงาน ซึ่งได้ติดต่อไปยังครูใหญ่ของโรงเรียน และตามตัวซัลลิแวนมาต่อว่าว่าเธอทำเกินไป และยืนยันให้เธอกล่าวขอโทษต่อผู้ว่าฯ ซึ่งซัลลิแวนปฏิเสธที่จะทำเช่นนั้น

เรื่องของเหตุการณ์ดังกล่าวแพร่กระจายไปทั่วอินเทอร์เน็ตอย่างรวดเร็ว และนำมาซึ่งการต่อว่าต่อขานผู้ว่าฯ ผู้ช่วยผู้ว่า และครูใหญ่ของโรงเรียนอย่างสนุกปาก ผมเป็นหนึ่งในหลายคนที่คิดว่าผู้ว่าฯ ต่างหากที่ควรจะออกมาขอโทษ ไม่ใช่ซัลลิแวน เพราะการกระทำของผู้ช่วยของเขาได้แสดงถึงความไม่เข้าใจเรื่องเสรีภาพในการ แสดงออกแต่อย่างใด

และเพื่อกอบกู้หน้า บราวแบ็กก็ได้ทำเช่นนั้นจริงๆ เขาออกมากล่าวว่า การกระทำของสต๊าฟของเขานั้น “มากเกินไป” และชี้ว่า เสรีภาพในการแสดงออก (Free speech) เป็น “เสรีภาพหนึ่งที่ควรเชิดชูมากที่สุด” เขายังกล่าวถึง “คุณค่าของความซิวิไลซ์และความสง่างาม” ซึ่งจงใจพูดถึงซัลลิแวน และทวีตของเธอที่ควรจะสุภาพมากกว่านี้ เรื่องราวดังกล่าว ได้แสดงให้เราเห็นถึงความเป็นจริงของอินเทอร์เน็ตหลายต่อหลายอย่าง เช่น อินเทอร์เน็ตและความสามารถของมันในการทำให้เจ้าหน้าที่รัฐต้องอับอายขายหน้า และความสามารถของเจ้าหน้าที่รัฐที่มุ่งจองล้างจองผลาญความคิดที่เห็นต่างใน ระบอบการเมืองที่ปิดกั้น

นักเรียนม. ปลายคนนี้ (ซึ่งตอนนี้มีฟอลโลเวอร์มากกว่า 15,000 คนแล้ว) อาจจะฉลาดขึ้นบ้าง ถ้าฉุกคิดได้ว่าเธอโชคดีแค่ไหนที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในประเทศไทย ที่ซึ่งฟรีสปีชเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์จะนำไปสู่สิ่งที่เลวร้ายกว่าการสั่ง สอนจากผู้ใหญ่หลายเท่าตัวนัก ในประเทศไทย มันจะนำไปสู่การจำคุกโดยทันใด และรัฐบาลก็ได้บังคับใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพอย่างแข็งขัน

ในยุคสมัยของโลกอินเทอร์เน็ต การบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อมาก ชายอายุ 61 ปีถูกตัดสินจำคุก 20 ปีสำหรับการส่งข้อความทางโทรศัพท์มือถือที่อาจเป็นการดูหมิ่นพระราชินี และเมื่อเร็วๆ นี้ รัฐบาลได้กล่าวว่า การคลิก ‘ไลค์’ ข้อความที่ผิดกฎหมายในเฟซบุ๊กอาจจะนำความเคราะร้ายห์มาสู่ตัว

ผมเองไม่มีความคิดเห็นใดๆ ต่อราชวงศ์ของประเทศไทย บางที พวกท่านอาจจะดี แปลก หรือน่าขบขัน เช่นเดียวกับราชวงศ์ของสถาบันในประเทศอื่นๆ แต่ผมมั่นใจว่า พวกเขาน่าจะมีความอดกลั้นต่อคำดูหมิ่นได้มากกว่าที่เจ้าหน้าที่รัฐคิดไว้
เหล่าผู้ปกครองของประเทศไทยเชื่อว่า ผลประโยชน์ภายในประเทศที่ได้จากการบังคับใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพนั้น มีมากกว่าความเสียหายที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศ บางทีพวกเขาอาจจะคิดถูก แต่ในเส้นทางของประวัติศาสตร์มันเป็นเรื่องผิดแน่ คำวิพากษ์วิจารณ์ของประชาชนที่มีต่อชนชั้นปกครองเป็นสิ่งพื้นฐานของเสรีภาพ ในการแสดงออก และชาติใดที่ไม่อาจอดกลั้นต่อการดำรงอยู่ของฟรีสปีช ก็กำลังบอกกล่าวไปยังโลกภายนอกว่ามันมีความสั่นคลอนดำรงอยู่ภายในอย่างสูง

นักการเมืองของประเทศไทย ควรจะเรียนรู้จากบทเรียนของผู้ว่าฯ บราวน์แบ็ก และก่อนจะถึงวันนั้น หากพวกเขาต้องการจะเข้มงวดในโซเชียลมีเดียมากขึ้น เขารู้ว่าต้องตรวจตราที่ไหน ก็ในออฟฟิศของเหล่านักการเมืองเองไง

คำถามที่มีเพียงหนึ่งคำตอบ..!

ที่มา ประชาไท

การที่พวกนิยมเจ้าไทย ชอบตั้ง "คำถาม" ที่มีกฎหมาย และความรุนแรง จ่อหัวบังคับให้ คนอื่น "ตอบไม่ได้-จนในคำตอบ" หรือ "ตอบ" อย่างอื่นไม่ได้ นอกจาก แบบที่ตัวเองพอใจ

แล้วก็มา ดีอกดีใจกับตัวเองว่า คำถามของตัวเอง "เจ๋ง" เต็มที ทำให้คนอื่น "จนในคำตอบ" ..... สะท้อนอาการทางจิต ที่รู้สึก ขาดความมันใจในตัวเอง (insecure) อย่างหนัก

....................

เมื่อคราวที่ ภิญโญ ทำ "เท่ห์" ยิงคำถามใส่ ดร.วรเจตน์ ว่า "ตกลง นิติราษฎร์ เอาเจ้า หรือไม่" ผมเสียดายอยู่ว่า อ.วรเจตน์ เป็นสุภาพบุรุษไปหน่อย ถ้าเป็นผม ผมจะตอกภิญโญกลับว่า

"ทำไมคุณชอบถามคำถามปัญญาอ่อนแบบนี้ แล้วดัดจริต ทำขึงขัง ราวกับเป็นคำถามที่น่าสนใจเสียเต็มประดา? คือ ถ้าคุณมีปัญญาสักนิดเดียว ก็ทราบว่า คำถามแบบนี้ ในปริบทประเทศไทย ทั้ง รธน. และ 112 ไม่มีใครตอบเป็นอย่างอื่นได้ อันนี้ ไม่เกียวกับว่า คนนั้น เขาจะ "เอา" หรือ "ไม่เอา" เจ้า คือ ถ้าจริงๆ ต่อให้ผม "เอา" เจ้า ผมก็ไม่ตอบให้เสียเวลา เพราะเป็นการตอบภายใต้กรอบที่ "ตอบเป็นอย่างอื่นไม่ได้" อยู่แล้ว ดังนั้น จึงไม่มีความหมายอะไร ในทางกลับกัน ยิ่งถ้าผม "ไม่เอา" เจ้า ผมก็ยิ่งตอบไม่ได้ใหญ่เลย ....

ทีสำคัญ คนทำงานสื่อ แล้วชอบทำมาดจริงๆจังๆแบบคุณ ควรตระหนักว่า ลำพัง ภาวะที่ คำถามแบบนี้ ไม่มีความหมายอะไร สะท้อนให้เห็นลักษณะ วิปริต ไม่เป็นประชาธิปไตย ของประเทศไทยขนาดไหน ในทุกประเทศที่เป็นประชาธิปไตยจริงๆนั้น เขาถือว่า แต่ละคน เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย เท่าๆกัน ทุกคน มีสิทธิ ทีจะมีความเห็นว่า ต้องการรูปแบบรัฐแบบไหน มีสิทธิ ที่จะนำเสนอ รูปแบบรัฐทีตัวเองเห็นว่าเหมาะสม ต่อสาธารณะ ให้อภิปรายกัน (เช่น กษัตริย์เป็นประมุข, ประธานาธิบดี, ฯลฯ) ..."

(ว่าแต่ว่า, เมื่อไหร่ที่ ภิญโญ หรือ TPBS จะกล้าเชิญผมไป "ตอบโจ่ทย์" เรื่อง สถาบันฯ บ้างครับ? อย่างถ้าเทียบกับ อ.สุลักษณ์ ที่ภิญโญว่า "พูดถึงเรื่องเจ้า ต้องถาม อ.สุลักษณ์" - ยิ่งไม่ต้องพูดถึงกรณีอานันท์ - ผมว่า ผมพูดเรื่องสถาบันฯ มากกว่า สุลักษณ์ ในสิบกว่าปีทีผ่านมาเยอะ - ไมใช่อยากออกทีวี จริงๆ ไม่ชอบเลย ทีวี น่ะ แต่รำคาญฉิบหาย ที่ ภิญโญ กับ TPBS ชอบดัดจริต ราวกับว่า รายการตัวเอง "รอบด้าน" "หลายแง่มุม" จริงๆ)

...........................

เมื่อวานนี้ จินตนาถ ลิ้มทองกุล ทำ "เท่ห์" อีกคน เขียนบทความ ตั้งชื่อขึงขัง "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?"

ผมเห็นเข้า หัวเราะก๊าก ไปหลายสิบนาที

แน่นอน ใครที่อ่านพวก fb หรือออนไลน์ต่างๆ คงรู้ว่า นี่ไมใช่ "คำถาม" ที่จิตตนาถ คิดเอง ความจริง เป็นหนึง ใน "คำถาม" ยอดนิยม ของบรรดาคนนิยมเจ้าบ้านเรา ทีเวลา เจอการวิจารณ์เรื่องสถานะของสถาบันฯ หรือ เรื่อง 112 แล้ว ไมมีปัญญาจะตอบ ก็ใช้วิธี "ยิง" "คำถาม" แบบนี้

แล้วก็ รู้สึก "อิ่มอกอิ่มใจ" กับตัวเองว่า "ไอ้พวกล้มเจ้า แม่งตอบคำถามไม่ได้"

55555555 (อันนี้ ผมหัวเราะพวกนิยมเจ้า)

คือ จะไม่ให้หัวเราะ ได้ไง

มันเหมือนกับว่า เราสมมุติว่ามีมาเฟียใหญ่คนหนึ่ง ที่บังเอิญมีลักษณะอย่างหนึง คือ "หลงตัวเอง" จัด นึกว่า ตัวเอง หล่อเสียเต็มประดา วันดีคืนดี ก็ชอบ บีบคอลูกน้อง หรือชาวบ้าน สักคน เอาปืนจ่อหัว แล้วถามว่า "มึงคิดว่า กูหล่อ มั้ยวะ?" แล้วถ้าใครขืน ตอบ ไม่ถูกใจ ("ผมว่า หน้าตาลูกพี่ ก็งั้นๆนะ ไม่ถึงกับหล่ออะไร")

แน่นอน ลูกน้อง หรือชาวบ้าน ที่ยังสติดีอยู่ ก็ย่อมตอบว่า "โหย หล่อมากลูกพี่ ไม่เคยเห็นเจ้าพ่อที่ไหน หล่อเท่าลูกพี่เลย" อะไรแบบนั้น

แล้วมาเฟียทีว่านี้ ก็มาอิ่มอกอิ่มใจกับตัวเองว่า กูนี้ ช่างหล่อจริงๆ ถามใครๆ ทุกคน ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันหมด ....

ตัวอย่าง สมมุติ ทีว่านี้ ความจริง สะท้อนลักษณะอาการทางจิตอย่างหนึงด้วย ที่ภาษาทางจิตวิทยา เขาเรียกว่า insecure คือ ภาวะความรู้สึก ที่ไม่มั่นใจตัวเอง ... ดังนัี้น เวลา "ถาม" อะไร จะต้อง ถาม เฉพาะในสภาพที่ "บังคับ" หรือ "ควบคุม" คำตอบได้ ให้ "คำตอบ" ต้องออกมาอย่างที่ตัวเองพอใจเท่านั้น

คือไม่กล้า (ไม่รู้สึก secure พอ) ที่จะ "เผชิญหน้า" กับการที่ใครอาจจะตอบ แบบอื่น

สิ่งที่ผมว่า น่าสนใจ กับการที่คำถามประเภท "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" เป็นทีนิยมของพวกนิยมเจ้า ซึงความจริง ส่วนใหญ่ที่ถามแบบนี้ เป็นพวกมีการศึกษาทั้งนั้น (ระดับปริญญาตรี ขึ้นไปด้วยซ้ำ แน่นอน พวก มัธยมนิยมเจ้า "เกรียนๆ" ก็ชอบ "ถาม" แบบนี้กัน)

ก็คือ การที่ จริงๆแล้ว ถ้าใช้สติคิดหน่อย ก็ย่อมรู้ว่า นี่ไมใช่ "คำถาม" จริงๆ แต่เป็นเพียง การ "ถาม" เพื่อ "สร้างความอิ่มอกอิ่มใจกับตัวเอง" ว่า คนถูกถาม "จนในคำตอบ" "ตอบไม่ได้" ...

คือเป็น "คำถาม" ประเภท เพื่อชดเชยกับภาวะทางจิตที่ insecure ของตัวเอง มากกว่า

พวกนิยมเจ้าไทย อย่างจินตนาถ ก็เหมือนกับมาเฟียในตัวอย่างสมมุติข้างต้น คือ จริงๆแล้ว รู้สึก insecure กับความเชื่อนิยมเจ้าของพวกตน ที่ล้วนแต่วางอยู่ฐานของการที่ "ข้อมูล" เกียวกับสถาบันกษัตริย์ เป็น "ข้อมูล" ที่ได้มาจากการโปรแกรมยัดเยียดใส่สมองตั้งแต่อนุบาล โดยไม่อนุญาตให้มีการตั้งคำถาม ประเมิน โต้แย้ง หรือวิพากษ์วิจารณ์ได้

ความเชื่อที่เกิดขึ้นจากฐานที่ไม่เป็นธรรมชาติ ไม่มั่นคงเช่นนี้ ลึกๆ ก็ทำให้เกิดภาวะไม่มั่นคงทางจิตใจขึ้น

พอมีใครมาตั้งคำถาม หรือท้าทาย ความเชื่่อแบบนี้ขึ้นมา ก็เลยต้อง "สร้างความมั่นใจ" ให้กับตัวเอง ด้วยวิธีการ "ตั้งคำถาม" แบบนี้บ่อยๆ

..................

จริงๆแล้ว คำถามประเภท สถาบันกษัตริย์ ได้ "ทำอะไร" มาบ้าง ในอดีต ที่ทำให้คนจำนวนมากขึ้นๆ ทั้งในประเทศและทั่วโลก รู้สึก "มีปัญหา" หรือ ไม่เห็นด้วย นั้น

ไมใช่คำถามที่ยากในการตอบเลย ถ้าเปิดให้สังคมมีเสรีภาพในการตอบโดยแท้จริง

แต่พวกนิยมเจ้าของไทยนั้น รู้สึก insecure เกินกว่า จะยอมให้มีเสรีภาพ ที่จะตอบ หรือมีเสรีภาพที่จะตั้งคำถามกลับ กับ "ข้อมูล" ที่บังคับ โปรแกรมยัดเยียดใส่หัวตั้งแต่อนุบาล

ก็เลยต้องรักษาภาวะที่ ห้ามตั้งคำถาม, ห้ามประเมิน, ห้ามตรวจสอบ, ห้ามวิพากษ์ "ข้อมูล" นิยมเจ้า

อย่างที่บอกว่า พวกนิยมเจ้า อย่างจิตตนาถ นั้น เหมือนกับพวกมาเฟีย ที่ไม่กล้า ไม่มั่นคงทางจิตใจพอ จะปล่อยให้ลูกน้อง หรือชาวบ้าน ประเมินอย่างเสรีจริงๆว่า ตัวเอง "หล่อ" จริง ตามที่ตัวเองเชื่อหรือไม่

ก็เลยต้องคอยใช้วิธีเอาปืนมาจี้หัว แล้วบังคับให้คน "ตอบ" อย่างที่ตัวเองต้องการ หรือ บังคับให้เกิดภาวะที่เหมือนว่า คนอื่น "ตอบไม่ได้" "จนในคำตอบ" แบบนี้ แล้วก็ "อิ่มอกอิ่มใจ" จากสภาวะที่คนอืน "ตอบไม่ได้" แบบนี้

คนที่ insecure ขนาดนี้ ความจริง ต้องนับว่า น่าสงสาร น่าสมเพช มากๆ

[เมื่อตอนต้นปี ผมเขียนบทความหนึ่ง ซึ่งความจริง มีเนื้อหา ที่เป็นการตอบ บทความของจินตนาภ ล่วงหน้า ใครสนใจ ดู "ท้าให้ คน "รักในหลวง" ทุกคน ตอบประเด็นเรื่อง "สถาบันกษัตริย์ดีเยี่ยม - นักการเมืองเลวสุด" นี้ครับ พนันได้เลยว่าตอบไม่ได้"
ที่นี่ (อาจจะต้องใช้ proxy ในการเข้า) http://prachatai.com/journal/2011/04/33847 ]

.......................

ปล. มีประเด็นเชิง "ทฤษฎีสังคม" หนึ่ง ที่ผมคิดมานาน คือ ทำไม อุดมการณ์กษัตริย์นิยม ของไทย จึงได้ขึ้นสู่ภาวะ "สุดยอด" พร้อมๆไปกับการเติบโตทางเศรษฐกิจสังคมของชนชั้นกระฏุมพีไทย นับแต่ทศวรรษ 1990 เป็นต้นมา?

คือ ถ้าเราคิดแบบ "โมเดล" ประวัติศาสตร์ตะวันตก การเติบโตของกระฎุมพี ควรจะมาควบคู่กับการเติบโตของอุดมการณ์ (ideology) อย่าง enlightenment หรือ liberalism ... แต่ทำไม ในกรณีของไทย การเติบโตทางเศรษฐกิจสังคมของกระฎุมพี ในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา จึงกลับมาพร้อมกับการเติบโตอย่างล้นเกินของอุมการณ์ (ideology) แบบกษัตริย์นิยม?

คำตอบแบบคร่าวๆของผม (ที่ยังพยายามเรียบเรียงให้เป็นระบบอยู่) คือ กระฎุมพีไทย มีภาวะ "ไม่มั่นคงรวมหมู่" (collective insecurity) เนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างชนชั้นนี้กับชนชั้นอื่นๆในสังคม โดยเฉพาะทีอยู่ล่างๆลงไป ......

..............................................................

หมายเหตุ: บทความข้างต้นเผยแพร่ใน สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ทางกองบรรณาธิการเห็นว่าเป็นประเด็นโต้เถียงที่อยู่ในกระแสความสนใจของประชาชนจึงนำมาเผยแร่ใน"ประชาไท"อีกครั้ง