WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, December 12, 2011

ภาคประชาชนเตรียมบุกทำเนียบ จี้รัฐฯ คลอด “ผังเมืองรวมจังหวัด”

ที่มา ประชาไท

เผยมติเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออกและเครือข่ายพลเมืองปกป้องแผ่นดินเกิด นัดรวมพลครั้งใหญ่ 13 ธ.ค.นี้ จี้รัฐบาล-หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประกาศใช้ผังเมืองรวมจังหวัด ชี้ช่วยแก้น้ำท่วม-ป้องอุตสาหกรรมรุกที่เกษตร

วันนี้ (11 ธ.ค.54) นายสุทธิ อัชฌาศัย ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก เปิดเผยภายหลังร่วมประชุมเพื่อขับเคลื่อนงานผังเมืองหลักภาคกลางและภาคตะวัน ออก ภายใต้ชุดโครงการพัฒนาการมีส่วนร่วมนโยบายสาธารณะด้านสิทธิที่เชื่อมโยงกับ สุขภาวะ มูลนิธิสาธารณะสุขแห่งชาติ สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ณ โรงแรมรามา การ์เด้นส์ ระหว่างวันที่ 10 - 11 ธ.ค.2554 ว่า ที่ประชุมมีข้อสรุปตรงกันว่า ปัญหาสำคัญอันหนึ่งของภาคประชาชนในปัจจุบัน คือการพัฒนาพื้นที่อย่างไร้ทิศทาง อันเนื่องมาจากยังไม่มีการบังคับใช้ผังเมืองรวมจังหวัด
ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก ให้ข้อมูลว่า ผังเมืองรวมจังหวัด หรือผังเมืองในระดับจังหวัดนี้ มีการจัดทำตั้งแต่ปี 2547 และร่างส่วนใหญ่แล้วเสร็จตั้งแต่เมื่อปี 2549 แต่ปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ยังไม่มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทำให้เกิดเป็นช่องว่างในทางปฏิบัติ
“ระหว่างที่มีช่องว่างทางกฎหมายนี้ ภาคอุตสาหกรรมก็ถือโอกาสขยายเข้าไปในพื้นที่เกษตรกรรมอย่างกว้างขวางทั่ว ประเทศ โดยเฉพาะ ระยอง ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ประจวบคีรีขันธ์ และนครศรีธรรมราช ก่อผลกระทบกับชาวบ้านในพื้นที่มากขึ้นตามลำดับ” นายสุทธิ กล่าวถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน
นายสุทธิ กล่าวด้วยว่า การรุกคืบของภาคอุตสาหกรรมเข้าไปในพื้นที่เกษตรเป็นปัญหาเรื้อรังที่ส่งผล กระทบต่อชุมชนอย่างมหาศาลในหลากหลายมิติ และกำลังลุกลามขยายพื้นที่มากขึ้นเรื่อยๆ โดยไร้การควบคุมดูแล และในกรณีมหาอุทกภัยของประเทศครั้งล่าสุดที่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างเป็น ระบบและมีประสิทธิภาพ ส่วนหนึ่งก็เนื่องมาจากการพัฒนาโดยไร้ทิศทางทำให้มีการใช้พื้นที่ผิดประเภท ทั้งนี้ การออกแบบผังเมืองที่เหมาะสมและบังคับใช้อย่างจริงจังจะสามารถปลดล็อควิกฤต เหล่านี้ได้
เพื่อเร่งรัดให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม นายสุทธิเปิดเผยว่า ในวันอังคารที่ 13 ธ.ค.นี้ เครือข่ายประชาชนภาคตะวันออกและเครือข่ายพลเมืองปกป้องแผ่นดินเกิดได้นัดรวม ตัวครั้งใหญ่เพื่อยื่นหนังสือแก่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล จากนั้นจะเดินทางไปยื่นข้อเรียกร้องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 4 หน่วยงาน ประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประธานคณะกรรมการผังเมือง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง และเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
“มติของเครือข่ายฯ คือเรียกร้องให้รัฐบาลนายกยิ่งลักษณ์ ดำเนินการดังต่อไปนี้ 1.ยุติความพยายามดำเนินการร่างผังประเทศที่ปราศจากการมีส่วนร่วมของประชาชน ที่เป็นอยู่ 2.ดำเนินการเร่งรัดประกาศใช้ผังเมืองรวมจังหวัดให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน หากไม่มีความคืบหน้าในระยะเวลาดังกล่าว เครือข่ายฯ พร้อมที่จะดำเนินมาตรการเคลื่อนไหวในวงกว้างทุกพื้นที่ต่อไป” นายสุทธิประกาศ
ด้านนายชาญ รูปสม ผู้ประสานงานเครือข่ายพลเมืองปกป้องถิ่นเกิด ภาคกลาง-ตะวันออก กล่าวว่า ผังเมืองรวมจังหวัดที่เหมาะสม คือผังเมืองรวมจังหวัดที่มาจากการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมคิดร่วมตัดสินใจในการกำหนดวิถีชีวิตของตนเอง รวมทั้งการพัฒนาในพื้นที่ว่าจะดำเนินไปในทิศทางใด แต่การจัดทำผังเมืองที่ผ่านมาในอดีตทำอย่างขอไปที่ ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมน้อยมาก ดังนั้นการพัฒนาพื้นที่จึงถูกปล่อยให้ไปอยู่ในมือของรัฐและทุนที่มาจากภาย นอกเป็นคนกำหนด
“คำว่าโชติช่วงชัชวาลของมาบตาพุด เป็นสิ่งที่คนมาบตาพุดต้องการจริงๆ หรือเปล่า หรือเป็นการใช้การโฆษณาไปสร้างความยอมรับจากคนในพื้นที่” นายชาญตั้งคำถามยกตัวอย่างถึงแนวทางการพัฒนาสู่เมืองอุตสาหกรรมของมาตาพุด

สตรีจากเยเมน-ไลบีเรีย ขึ้นรับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ

ที่มา ประชาไท

เอลเลน จอห์นสัน เซอลีฟ ประธานาธิบดีไลบิเรีย เลย์มาห์ จโบวี นักกิจกรรมจากไลบีเรีย และ ทาวากุล คาร์มาน นักกิจกรรมและผู้สื่อข่าวจากเยเมน ขึ้นรับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำปี 2011 ในฐานะผู้ที่ต่อสู้ด้านสิทธิมนุษยชนและสิทธิสตรี

10 ธ.ค. 2011 - สตรีสามท่านจากประเทศไลบิเรียและเยเมน ขึ้นรับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำปี 2011 ที่กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ ในฐานะผู้ที่ต่อสู้กับความอยุติธรรม เผด็จการและความรุนแรงต่อเพศ

สตรี ทั้งสามรายได้แก่ เอลเลน จอห์นสัน เซอลีฟ ประธานาธิบดีไลบิเรีย เลย์มาห์ จโบวี นักกิจกรรมจากไลบีเรีย และ ทาวากุล คาร์มาน นักกิจกรรมและผู้สื่อข่าวจากเยเมน ทั้งหมดเข้ารับประกาศนียบัตรและเหรียญตราที่ศาลากลางกรุงออสโลเมื่อวันที่ 10 ธ.ค. ที่ผ่านมา

ทอบเจิร์น แจ็กแลนด์ ประธานคณะกรรมการรางวัลโนเบลกล่าวว่า สตรีทั้งสามท่านนี้เป็นตัวแทนของการต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนโดยทั้งไปและสิทธิสตรี โดยเฉพาะในแง่ของสันติภาพและความเท่าเทียมกัน

แจ็กแลนด์บอกอีกว่า รางวัลนี้เป็นเสมือนคำเตือนต่อเหล่าเผด็จการในประเทศต่างๆ อย่างเยเมนและซีเรีย ว่าเวลาของพวกเขาเหลืออยู่ไม่มากแล้ว

"ผู้นำในเยเมนและซีเรีบที่สังหารประชาชนเพื่อรักษาอำนาจของตนเองเอาไว้ ควรจะจำใช่ใจเสมอว่า มนุษย์เราต่อสู้ใฝ่หาสิทธิและเสรีภาพอย่างไม่มีวันหยุดยั้ง" แจ็กแลนด์กล่าวก่อนมอบรางวัลให้กับสตรีทั้งสาม "ในระยะยาวแล้ว ไม่มีเผด็จการคนใดสามารถหลบพ้นสายลมแห่งประวัติศาสตร์นี้ได้ มันคือสายลมที่นำพาผู้คนให้ปีนขึ้นไปบนกำแพงเบอร์ลินและพังมันลงมา ซึ่งสายลมในตอนนี้กำลังโหมพัดอยู่ในโลกอาหรับ"

"ประธานาธิบดี อาลี อับดุลลา ซาเลห์ ของเยเมน และ ประธานาธิบดี บาชาร์ อัล-อัสซาด ของซีเรีย จะไม่สามารถต้านทานความต้องการเสรีภาพและสิทธิมนุษยชนจากประชาชนได้" แจ็กแลนด์กล่าว

โดย เลย์มาห์ จโบวี หนึ่งในสตรีผู้เข้ารับรางวัลเป็นผู้ที่เคยจัดตั้งกลุ่มสตรีมุสลิมและคริสเตียนในการต่อสู้กับผู้นำทหารของไลบิเรีย และได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ที่ขับเคลื่อนเหล่าสตรีจากต่างเชื้อชาติและศาสนาจนทำให้สงครามที่ยาวนานในไลบิเรียจบลง และทำให้ผู้หญิงมีส่วนในการเลือกตั้ง

ขณะที่ทาวากุล คาร์มาน เป็นนักข่าวและนักกิจกรรมจากเยเมน เป็นประธานองค์กรนักข่าวสตรีไร้โซตรวน (Women Journalists Without Chains - WJWC) ซึ่งเป็นองค์กรที่เข้าจัดตั้งขึ้นในปี 2005 เพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพในการแสดงออก นอกจากนี้ยังเคยมีประวัติเป็นผู้นำการประท้วงรัฐบาลและจัดตั้งกลุ่มนักศึกษาประท้วงต่อต้านประธานาธิบดี อาลี อับดุลลา ซาเลห์ อีกด้วย


ที่มา

Three women receive Nobel Peace Prize, 10-12-2011, Aljazeera
http://www.aljazeera.com/news/europe/2011/12/20111210124833713349.html

Profile: Tawakul Karman
Profile: Leymah Gbowee

ฮิลลารี่ปราศรัย การปิดกั้นอินเตอร์เน็ตกระทบด้านการค้า

ที่มา ประชาไท

เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. ที่ผ่านมา รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐฯ ฮิลลารี่ คลินตัน และเหล่าผู้นำนานาชาติ ได้เข้าร่วมการประชุมเรื่องเสรีภาพทางอินเตอร์เน็ตที่ได้รับการสนับสนุนจาก กูเกิ้ลและรัฐบาลเนเธอร์แลนด์ มีการเรียกร้องให้บริษัทเอกชนและรัฐบาลประเทศต่างๆ ต่อต้านการจำกัดการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารในอินเตอร์เน็ตที่เกิดขึ้นในประเทศ ที่มีรัฐบาลเผด็จการและแม้กระทั่งในประเทศประชาธิปไตยบางแห่ง
ฮิลลารี่เตือนว่าการจำกัดการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตนั้น ไม่เพียงแค่เป็นการคุกคามเสรีภาพขั้นพื้นฐานและสิทธิมนุษยชนเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบทางด้านการค้าที่ต้องอาศัยการไหลเวียนของข้อมูลข่าวสารด้วย
"เมื่อความคิดเห็นถูกปิดกั้น ข้อมูลข่าวสารถูกลบ การสนทนาถูกบีบ ประชาชนก็จำกัดการตัดสินใจของตัวเอง อินเตอร์เน็ตก็จะเสื่อมถอยลงสำหรับพวกเราทั้งหมด" ฮิลลารี่กล่าว
โดยฮิลลารี่ได้กล่าวยกตัวอย่างประเทศเผด็จการบางประเทศที่บางครั้งก็ อาศัยความร่วมมือจากบรรษัทต่างชาติในการปิดกั้นข้อมูลข่าวสารเช่นใน ซีเรีย, อิหร่าน, จีน และรัสเซีย แต่ในตอนนี้แม้กระทั่งประเทศประชาธิปไตยบางประเทศก็เริ่มปิดกั้นข่าวสารมาก ขึ้น เป็นการย้ำถึงความซับซ้อนในการควบคุมส่วนสำคัญของชีวิตในโลกสมัยใหม่
"เหลือเวลาอีก 2 วัน ก็จะถึงวันที่ 10 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันที่พวกเราจะเฉลิมฉลองวันสิทธิมนุษยชนโลก ซึ่งเป็นวันที่มีการรับรอง ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Universal Declaration of Human Rights หรือ UDHR) และ 63 ปีหลังจากนั้น ทั้งโลกก็มีส่วนรับผิดชอบร่วมกันในเรื่องสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในทุกที่ โดยไม่จำกัดว่าพวกเขาจะอยู่ที่ไหน หรือพวกพวกเขาเป็นใคร และในวันนี้เมื่อผู้คนเริ่มหันมาใช้อินเตอร์เน็ตมากขึ้น เพื่อกระทำสิ่งต่างๆ ที่มีส่วนสำคัญในชีวิตพวกเขา พวกเราก็ต้องทำให้แน่ใจด้วยว่าจะมีการเคารพสิทธิมนุษยชนในโลกออนไลน์เช่น เดียวกับในโลกออฟไลน์ ทั้งหมดทั้งมวลนี้คือ สิทธิในการแสดงความเห็นของบุคคล การแสดงออกซึ่งความเชื่อของบุคคล สิทธิในการเรียกชุมนุมกับคนอื่นๆ เพื่อเรียกร้องทางการเมืองหรือเพื่อเปลี่ยนแปลงสังคม สิ่งเหล่านี้คือสิทธิที่มนุษย์ทุกผู้ทุกนามควรได้รับ ไม่ว่าพวกเขาจะใช้สิทธินั้นในจัตุรัสกลางเมืองหรือในห้องแช็ทของอินเตอร์ เน็ต จากที่พวกเราได้ปฏิบัติการร่วมกันมาตั้งแต่ศตวรรษที่แล้วในการธำรงไว้ซึ่ง สิทธิดังกล่าวนี้ในโลกวัตถุจับต้องได้ สำหรับในศตวรรษนี้พวกเรายังควรต้องร่วมมือกันในการธำรงไว้ซึ่งสิทธิทั้งหลาย ในโลกไซเบอร์ด้วย" ส่วนหนึ่งจากคำปราศรัยของฮิลลารี่
"อินเตอร์เน็ตจะไม่ซบเซาลงหรือแก่งแย่งแข่งขันกันสูง การใช้อินเตอร์เน็ตของดิฉันไม่ได้ลดการใช้อินเตอร์เน็ตของพวกคุณ ในทางตรงกันข้าม ยิ่งมีผู้คนเข้ามาในโลกออนไลน์และแลกเปลี่ยนความคิดกันมากขึ้นเท่าใด ระบบเครือข่ายนี้ก็จะยิ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้รายอื่นๆ มากยิ่งขึ้น ในทางนี้เองผู้ใช้ทั้งหมด ทำให้เกิดทางเลือกจากปัจเจกบุคคลเป็นหลายพันล้านตัวเลือก เลือกว่าพวกเราจะค้นหาหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลใดๆ ให้ความสำคัญกับนวัตกรรมใด ทำให้การถกเถียงสาธารณะมีชีวิตชีวา ดับความกระหายให้แก่ผู้ใคร่รู้ และเชื่อมต่อผู้คนในแง่ที่ระยะทางและรายจ่ายไม่สามารถกระทำได้ในยุคที่ผ่าน มา" ฮิลลารี่กล่าว
อูริ โรเซนธาล รมต.ต่างประเทศของเนเธอร์แลนด์ กล่าวหลังจากการประชุมว่า มีประเทศเริ่มพยายามออกกฏและควบคุมอินเตอร์เน็ตมากขึ้นเรื่อยๆ การบล็อกเว็บไซต์ การกรองข้อมูลอินเตอร์เน็ต การควบคุมเนื้อหาและบล็อกเอกร์นั้นถือเป็นเรื่องอาจยอมรับได้
โดยเดอะ นิวยอร์ก ไทม์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. คณะกรรมาธิการด้านโทรคมนาคมของเกาหลีใต้บอกว่าพวกเขาจะเริ่มตรวจสอบการใช้โซ เชียลเน็ตเวิร์กและโปรแกรมทางมือถือเมื่อกรองเนื้อหาที่ล่วงละเมิดหรือผิด ศีลธรรม ทางการเกาหลีใต้บอกว่าจะมีการใช้ทีม 8 คนคอยสอดส่องเว็บดซเชียลมีเดียต่างๆ เพื่อเป็นมาตรการต่อต้านการโฆษณาชวนเชื่อของเกาหลีเหนือ
ต่อมาในวันที่ 5 ธ.ค. รมต. โทรคมนาคมของอินเดียก็กล่าวคล้ายกันคือการที่พวกเขาจะพัฒนาวิธีการกรอง ข้อมูลข่าวสารทางอินเตอร์เน็ตและนำเนื้อหาที่ล่วงละเมิดหรือทำให้เกิดความ ไม่สงบออก หลังจากที่ กูเกิ้ล, เฟสบุ๊ค, ยาฮู และไมโครซอฟท์ปฏิเสธที่จะทำตาม โดยประเทศอินเดียเป็นประเทศที่มีปัญหากับเรื่องเสรีภาพในการแสดงความเห็น มีหนังสือและภาพยนตร์บางชิ้นถูกแบนหากผลงานชั้นนั้นมีการวิจารณ์นักการเมือง หรือนักธุรกิจรายสำคัญ หรือหากรัฐบาลรู้สึกว่าผลงานชั้นนั้นอาจละเมิดต่อศาสนา
"อินเดียสามารถคุยโวได้เวลาตนเองดำเนินตามแนวทางประชาธิปไตยเมื่อพวก เขาเทียบตัวเองกับจีน แต่ก็มีประเด็นเล็กและประเด็นใหญ่ๆ ที่ทำลายชื่อเสียงของพกวเขาในเรื่องนี้ได้" ศรี ศรีนิวสันต์ ศาตราจารย์ด้านสื่อดิจิตอลจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบียกล่าว "สิ่งที่แบ่งแยกคุณออกจากเผด็จการคือความเต็มใจในการอดทนต่อผู้ต่อต้าน การอนุญาตให้ประชาชนแสดงความเห็นและยอมรับฟัง"
เรียบเรียงจาก
Clinton Urges Countries Not to Stifle Online Voices, New York Times, 08-12-2011
http://www.nytimes.com/2011/12/09/world/at-hague-hillary-rodham-clinton-urges-countries-not-to-restrict-internet.html
Secretary of State Hillary Rodham Clinton at the Freedom Online Conference, Embassy of The United State (Thailand), 08-12-2011
http://bangkok.usembassy.gov/120811_secstate_internetfreedom.html

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 12/12/54 มีระเบิด..ให้มือปราบ..หลายลูก

ที่มา blablabla

โดย

ภาพถ่ายของฉัน



สารพัด จัดไว้ ให้มือปราบ
หวังจะงาบ จากเรื่องร้าย ทำลายขวัญ
ทั้งระเบิด ตูม-ตาม หยามรายวัน
หวังลองของ จ้องห้ำหั่น สนั่นกรุง....

คนบางพวก มุ่งล้มรัฐ ขัดแข้งขา
แล้วดาหน้า คุยเขื่อง ให้เรื่องยุ่ง
สื่อสามานย์ ก็ยื้อแย่ง มาแต่งปรุง
ให้นังนุง สับสน จนปนเป....

พวกขี้แพ้ ชวนตี อัปรีย์นัก
มันยึกยัก ตอกย้ำ ซ้ำหักเห
หวังสร้างเรื่อง หลอกคนโง่ ให้โลเล
ใช้ร้อยเล่ห์ อมนุษย์ สุดเลวทราม....

ปราบเว็บหมิ่น เว็บใส่ร้าย ทำลายรัฐ
เอาให้ชัด มันซีเรียส ขี้เกียจถาม
เชื่อมือปราบ เลื่องชื่อ ระบือนาม
คงไม่หยาม ทำให้เห็น เป็นทาสใคร.....

มีระเบิด หลายลูก ผูกให้วุ่น
เติมคุกรุ่น การเมือง เรื่องเก่าใหม่
แก้ปัญหา ทุกสิ่ง อย่างจริงใจ
เพื่อเมืองไทย พ้นทุกข์ สุข-ร่มเย็น....



๓ บลา / ๑๒ ธ.ค.๕๔

แดงผิดหวังเหลืองซ้ำเติมเหลิมกำปั้นเหล็ก เมื่อพวกอุบาทว์ชาติชั่วต้าน112คืิอUN USA EUทักษิณว่าไง?

ที่มา Thai E-News

1.นโยบาย กำปั้นเหล็กรัฐบาลเพื่อไทย:เฉลิมลั่นจะขจัดพวกอุบาทว์ชาติชั่วเสียชาติเกิด ให้หมด พวกต่างประเทศจะต้องโดนขจัด ไม่มีแก้ไข112อะไรทั้งสิ้น!



2.ทักษิณสั่งกวีศรีประชา วิสาคัญทัพ แต่งเพลง-จัดรายกา่รเทิดพระเกียรติืในหลวง ยิ่งลักกษณ์ตั้งเฉลิมขจัดเว็บหมิ่นให้สิ้นซาก




ส.ศิวรักษ์ :อยากจะเตือนความจำว่าวันนี้(10ธ.ค.54)เป็นวันรัฐธรรมนูญ ประเทศไทยปกครองในระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ไม่ใช่กษัตริย์อยู่เหนือรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้วันนี้ยังเป็นวันปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน รัฐธรรมนูญสำคัญกับประเทศไทย ส่วนสิทธิมนุษยชนนั้นสำคัญสำหรับคนทั้งโลก แต่เมืองไทยในขณะนี้ไม่มีเคารพทั้งรัฐธรรมนูญและสิทธิมนุษยชน ตั้งแต่สมัยรัฐบาลภายใต้การนำของทักษิณ ชินวัตร คดีที่เกี่ยวข้องกับตน 3 คดีมีทักษิณอยู่เบื้องหลัง มาจนปัจจุบันยังมีคดี "อากง" ซึ่งไม่มีทางผิดได้ในทางกฎหมาย แล้วยังมีคดีล่าสุดที่มีหมายเรียกอาจารย์สุรพศ ทวีศักดิ์ ซึ่งข้อเสนอของอาจารย์ไม่มีข้อไหนโจมตีว่าร้ายสถาบันแต่อย่างใด ถ้ารัฐบาลนี้ฉลาดก็ควรออกมาจัดการระงับคดีต่างๆ ทั้งหมด เพราะแม้แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังรับสั่งว่าคดีหมิ่นทำร้ายพระองค์ ท่าน



4.ต่างชาติอย่ามายุ่งกิจการภายในของไทย? แต่ไปดูซิว่าชาติไหนมั่งอยากให้แก้ไข

ประกอบ ไปด้วย สหประชาชาติ (UN) สหภาพยุโรป (EU) สหรัฐอเมริกา (USA) ซึ่งล้วนแต่เป็นตัวแทนของโลกอารยะทั้งสิ้ิน ไม่รวมองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนสากลอย่าง องค์การนิรโทษกรรมสากล (AI) และฮิวแมนไรต์ว็อทช์

คริสตี้ เคนนีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย:สหรัฐฯ มีความกังวลใจ เนื่องจากการตัดสินไม่สอดคล้องกับมาตรฐานเสรีภาพพื้นฐานสากล ว่าด้วยสิทธิในการแสดงออก (รายละเอียด)

5.รัฐบาลเพื่อไทยกำลังสูญเ้สียการสนับสนุนจากขบวนประชาธิปไตยและมวลชนเสื้อ แดง อันเป็นมวลชนพื้นฐานที่นำตนเองขึ้นสู่อำนาจและคอยเป็นพลังค้ำจุนอำนาจ ขณะที่ฝ่ายศัตรูก็คอยซ้ำเติมอยู่
นี่ เป็นรัฐบาลที่มวลชนเสื้อแดงแลกมาด้วยชีวิต 100 ศพ (92ศพ รวมทั้งที่เสียชีวิตในเวลาต่อมารวม100ศพ) บาดเจ็บพิการ 2,000 คน ติดคุกเสียอิสรภาพกว่า 500 คน และคอยโอบอุ้มค้ำจุน คอยเป็นปากเสียงตอบโต้ให้ เพื่อความฝันใฝ่ก้าวไปสู่ประชาธิปไตยเยี่ยงอารยะประเทศ ให้เสรีภาพบังเกิด และควบคู่กับสถาบันกษัตริย์ยังดำรงคงอยู่อย่างสถิตย์สถาพรในโลกอารยะ สมัย...และบัดนี้กำลังผิดหวังกับนโยบายกำปั้นเหล้กของรัฐบาลเพื่อไทย(ที่มา:ภาพที่กำลังระบาดในเฟซบุ๊คคนเสื้อแดง)

ศ.ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ : รัฐมนตรีที่ดูแลหน่วยงานนี้อาจถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา เพราะปกป้องสถาบัน อย่างโง่ๆ คือจับดะ, ฟ้องดะ, ปิดดะ, จนทำให้สถาบัน ถูกดูหมิ่นจากนานาชาติ (ที่มา:มติชนสุดสัปดาห์,ฉบับ 9 ธันวาคม 2554)

ลิ้มเฉดอัญชลีพรพ้นASTVฉุนปล่อยข่าวสนธิรับเงินแม้ว อ้างหน่วยงานความมั่นคงยืนยันตรงกับกรณ์ปูด

ที่มา Thai E-News





3ข้อหาด่าไล่หลังกดดันออก-มือตีนของสนธิลิ้มกล่าวหาว่าที่นายสนธิกด ดันอัญชลีพร กุสุมภ์ ลาิออกจากASTVเพราะ 1.ไปคัดค้านแกนนำเสื้อเหลืองระยองต่อต้านนิคมฯมาบตาพุด เพราะผัวทำงานในนิคมฯ 2.ตอนพันธมิตรชุมนุมไล่รัฐบาลประชาธิปัตย์ อัญชลีพรแขวะว่าคนมาม็อบน้อยกว่าซาลาเปาที่เอามาแจกตอนเช้า 3.อัญชลีพรไปพูดกับผู้หลักผู้ใหญ่้คอนเฟิร์มว่าข่าวที่กรณ์ จาติกวณิชบอกว่าสนธิรับเงินทักษิณนั้น ข่าวนี้ตรงกับหน่วยงานความมั่นคง ซึ่งการพูดแบบนี้ในฐานะอัญชลีพรเป็นคนในใกล้ชิดก็ทำให้คนเชื่อว่าจริง(ฟัง ชัชวาล ชาติสุทธิชัย พูดตามลิ้งค์ http://www.apeshit.info/vdo/Rumour.mp3 นาทีที่1.30 เป็นต้นไป)

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
11 ธันวาคม 2554


นายปานเทพ พัวพงษ์พันธุ์ คนโปรดของผู้นำสูงสุดพันธมิตร สนธิ ลิ้มทองกุล ใช้เฟซบุ๊ค Parnthep Pourpongpan
ออกมาเปิดเผยว่าอัญชลีพร กุสุมภ์ ผู้ประกาศข่าวASTVได้ตัดสินใจลาออก หลังจากเกิดความขัดแย้งกับผู้นำสูงสุดพันธมิตรและนายใหญ่ASTV ซึ่งเป็นกระบอกเสียงของระบอบพันธมิตร กลุ่มกดดันการเมืองล้าหลังปฏิกริยาขวาจัด

"หลังจากที่คุณสนธิได้คุยกับคุณอัญชลีพร กุสุมภ์ เล่าถึงพยานบุคคลที่ยืนยันเรื่องที่มีการระบุว่าคุณอัญชลีพร กุสุมภ์ ซึ่งเป็นคนในองค์กรไปผสมโรงว่าคุณสนธิรับเงินทักษิณ โดยอ้างการยืนยันแหล่งข่าวด้านความมั่นคง คุณอัญชลีพรได้ฟังแล้วอึ้งไปแต่ปฏิเสธ คุณสนธิจึงได้เล่าความยากลำบากในการแบกรับภาระ ASTV ที่ต้องขายทรัพย์สินและเป็นหนี้สินอย่างไรโดยไม่่เคยยอมสยบกับอำนาจเงินของ ทักษิณ ข้อกล่าวหาจึงเป็นการใส่ร้ายแบบเลื่อนลอยพูดปากต่อปากไร้หลักฐานและไม่มีมูล อะไรเลย คุณอัญชลีพรขอโทษที่ไม่ได้มาคุยแต่ไม่ขอรับผิด คุณสนธิจึงให้ไปทบทวน 2 ทางเลือก"

1.ถ้าในใจคุณอัญชลีพรเชื่อว่าคุณสนธิไม่ได้รับเงินทักษิณคุณสนธิก็ให้โอกาสทำงานต่อในโครงการสุขภาพที่เช่าเวลาจาก ASTV หรือ

2.ถ้าติดค้างในใจยังเชื่อว่าคุณสนธิรับเงินทักษิณคุณอัญชลีพรก็ไม่ควรอยู่ที่นี่ หลังจากนั้น 2 วันคุณอัญชลีพรจึงลาออก

หมายเหตุ: การพบปะกันระหว่างคุณสนธิกับคุณอัญชลีพรครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่คุณ อัญชลีพรได้ยื่นจดหมายลาออก และโพสต์ข้อความในเฟสบุ๊คแล้ว โดยในการนี้คุณสนธิได้ระบุชื่อพยานและข้อความที่พยานมาเล่าให้ฟังแบบคำต่อคำ โดยพยานท่านนี้เป็นผู้หลักผูใหญ่ในวงการการศึกษา ไม่มีเรื่องโกรธแค้นใดๆกับคุณอัญชลีพรมาก่อน

ขณะืั้ที่นายชัชวาล ชาติสุทธิชัย คนรับใช้ใกล้ชิดผู้นำสูงสุดพันธมิตรได้กล่าวในรายการวิทยุของเครือผู้จัดการ ในรายการชวนคิดชวนคุยเมื่อวันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมาว่า อัญชลีพรทำผิดหลายเรื่อง

เรื่องแรก อัญชลีไปพูดคัดค้่านแกนนำเสื้อเหลืองระยองคัดค้านการลงทุนในโครงการมาบตาพุด ไปพูดว่าหากต่อต้านนักลงทุนจะย้ายเงินลงทุน 4 แสนล้านบาทหนี อาจเนื่องจากเพราะสามีของอัญชลีพรทำงานในโรงงานนิคมอุตสาหกรรม

เรื่องที่สอง อัญชลีพรพูดกรณีตอนพันธมิตรชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาลว่า คนมาชุมนุมน้อยกว่าซาลาเปาที่นำมาแจก เป็นการพูดที่ไม่ส่งเสริมการชุมนุม เยาะเย้ย และมาพูดกับนายชัชวาลว่าที่พูดแบบนั้นก็เพราะไม่เห็นด้วยกับการชุมนุม ซึ่งนายสนธิก็บอกว่า"คุณพูดเหมือนพรรคประชาธิปัตย์" ซึ่งอัญชลีพรย้อนนายสนธิว่า"ตอนมาสมัครงานก็ไม่ได้ระบุว่า ห้ามชอบพรรคประชาธิปัตย์" ซึ่งทำให้นายสนธิืฉุนเพราะเงินเดือนที่จ่ายก็เอามาจากผู้ชุมนุม

เรื่องที่ีสาม มีอาจารย์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์พูดว่าสนธิรับเงินทักษิณ และมีผู้ประกาศASTVไปยืนยันคอนเฟิร์มว่า"ข้อมูลนี้ตรงกันกับที่หน่วยงานความ มั่นคง ตรงกันกับพรรคประชาธิปัตย์" ก่อนหน้านั้นนายยศ เอื้อชูเกียรติได้ฟังจากนายกรณ์ จาติกวณิช ตอนเป็นรัฐมนตรีของรัฐบาลประชาธิปัตย์ ว่านายสนธิรับเงินจากทักษิณ นายสนธิก็ไปต่อว่านายกรณ์ แต่นายกรณ์ก็บอกให้เลิกแล้วกันไป แต่น่าเสียดายที่อัญชลีพรที่เป็นคนในองค์กรSTVไปพูดเอง แม้ว่าอัญชลีพรปฏิเสธว่าไม่ได้พูด แต่ผู้ใหญ่ทั้่งหมดยืนยันว่าพูด ในที่สุดอัญชลีพรก็ลาออก เหตุก็เกิดมาจากประชาธิปัตย์เป็นคนเจ้าเล่ห์ปล่อยข่าว แล้วอัญชลีพรที่เป็นลูกน้องสนธิืก็ไปยืนยันอีกว่าหน่วยงานความมั่นคงยืนยัน ว่าตรงกัน ก็จะไปทำให้คนคิดว่าจริงหละสิ ลูกน้องใกล้ชิดยังมายืนยัน ซึ่งมันผิด ในที่สุดแกก็ต้องอก อยู่ไม่ได้หรอก เป็นผมเองแบบนี้ผมก็อยู่ไม่ได้

ส.ศิวรักษ์ร่วมต้าน112 ไทยLAเดินขบวน-คุณยายเสื้อแดงแหยงดินแดนแห่งความกลัวเลื่อนเยี่ยมบ้านเกิด

ที่มา Thai E-News



ให้รัฐบาลระงับคดี112-ส.ศิวรักษ์ นักคิดปัญญาชนสยามเข้าร่วมกิจกรรมFearlessness Walk เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม โดยกล่าวว่า อยากจะเตือนความจำว่าวันนี้เป็นวันรัฐธรรมนูญ ประเทศไทยปกครองในระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ไม่ใช่กษัตริย์อยู่เหนือรัฐธรรมนูญ ถ้ารัฐบาลนี้ฉลาดก็ควรออกมาจัดการระงับคดีต่างๆ ทั้งหมด เพราะแม้แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯยังทรงมีรับสั่งว่าคดีหมิ่นนฯทำร้าย พระองค์ท่าน (ชมประมวลภาพ: ขบวน ‘อภยยาตรา’ Fearlessness walk)

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
11 ธันวาคม 2554


เราคืออากงลามทั่วโลก คนไทยในอเมริกาสวมหน้ากากอากงประท้วงในLA จี้ปล่อยพลเมืองอเมริกัน

มี การสวมหน้ากากอากงจัดกิจกรรมแสดงพลังเงียบFearlessness walkขึ้นหลายจุดทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยในต่างประเทศวันนี้เวลา 15.30 น.ตามเวลาท้องถิ่นในLA ชาวไทยที่พำนักในมหานครลอสแอนเจลีสและปริมณฑลได้จัดกิจกรรม"เราคืออากง" โดยได้นัดหมายกันสำหรับคนที่ไม่เห็นด้วยกับคามเป็นธรรมในการใช้ ม.112 ต่อ อากง และคนอื่นๆ รวมทั้งโจ กอร์ด้อน คนไทยที่เป็นพลเมืองอเมริกัน ซึ่งเพิ่งถูกศาลตัดสินจำคุก 2 ปีครึ่ง

ขอเชิญชวนพี่ น้องแอลเอ ร่วมกิจกรรม เดินเพื่ออากง ผู้ซึ่งไม่รู้ว่าจะมีโอกาสออกมาตายนอกคุกหรือไม่กับโทษที่ได้รับ มาร่วมเรียกร้องให้กับชายแก่ๆคนหนึ่งที่ไม่มีหนทางต่อสู้ ช่างมืดมนสำหรับอากงที่ยอมต่อสู้แม้จะอายุหกสิบกว่า เราท่านที่อยู่ในประเทศเสรีมนุษย์เกิดมาเท่าเทียมกัน อยากเห็นความยุติธรรม สองขาก้าวมาร่วมกัน วันอาทิตย์ที่ 11 ธค. เวลา บ่ายสาม จุดนัดพบ หน้าไทยแลนด์พลาซ่า มาเพื่ออากง... มาเพื่อมนุษยธรรม
กลุ่มผู้จัดงานได้เตรียมหน้ากากอากง และป้าย NO112 , CHANGE 112 , THAILAND ในการจัดการชุมนุมด้วย


โดย กิจกรรมนี้คนไทยในLAรวมพลังแสดงออกโดยสวมหน้ากากอากง และโจ กอร์ด้อน พร้อมกับชูป้ายประท้วงที่ย่านไทยทาวน์ หน้า Thailand Plaza 5311 Hollywood Blvd, LA วันอาทิตย์ที่ 11 เริ่มเวลา บ่าย 3 โมงครึ่ง เป็นต้นไป โดยนัดกัีนสวมหน้ากากอากงในการประท้วงครั้งนี้ด้วย

สอบถามรายละเอียดได้ที่
คุณ รำไพ(เจหน่อย) 619-549-2515
คุณ สมบูรณ์(แป๊ง) 909-786-2506
คุณ ประเสริฐ 818-433-0091
คุณ เบญจะ 310-516-7671

คุณยายเสื้อแดงงดบินมาเยี่ยมญาติในไทยสะท้อนบรรยากาศแห่งความกลัว ยังหวังจะได้กลับก่อนอายุ90ปี


คุณ ยายศรีลัดดา ซึ่้งเป็นคุณยายเสื้อแดงวัย 88 ปีที่ไปพำนักอาศัยในคาลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกามานาน 40 ปีและมีโอกาสกลับมาเยี่ยมญาติที่เมืองไทยอยู่เนืองๆ แจ้งว่า ตอนแรกคุณยายกับลูกสาวมีแผนการจะเดินทางกลับเมืองไทยเพื่อเยี่ยมญาติในช่วง สิ้นปี แต่หลังจากได้ติดตามสถานการณ์การเมืองแล้ว พวกเราได้ตัดสินใจเลื่อนแผนการเดินทางออกไปก่อน เพราะบรรยากาศการเมืองของไทยไม่ปลอดภัียสำหรับการท่องเที่ยวไทยเลย มันน่าเศร้าเมื่อมาคิดว่าเราเป็นคนไทยแท้ๆ แต่ต้องกลัวการเดินทางกลับบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเอง ตอนนี้นรู้สึกสิ้นหวังยังมองไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ เห็นแค่ยุคสมัยที่มืดมนไปในทุกหนแห่ง อย่างไรก็ตามยังตั้งความหวังไว้ว่าจะได้เดินทางไปเยี่ยมเมืองไทยก่อนจะอายุ 90 ปีในอีก 2 ปีข้างหน้า ยายจะสวดภาวนาเพื่อวันนั้น

Sawasdee ka, at first my daughter and I planned to come over early next year but after watching the political situation, we decided that the general atmosphere is'nt safe for traveling to Thailand, we decided to postpone our trip for the time being. It is sad to think that we Thai, are afraid to come visit our own birthplace. I myself feel so hopeless for the light at the end
of the tunnel.I could see only darkness and fear everywhere. I still hope that I would be able to come for a visit before I turn 90yrs old.I will pray for that day.

คุณยายศรีลัด ดาเพิ่มเติมว่า ยายไม่อยากเจอชะตากรรมแบบเดียวกับโจ กอร์ด้อน ชาวไทยที่เป็นพลเมืองอเมริกัน หลังจากอาศัยในโคโรลาโด้นาน 30 ปี เมื่อเดินทางกลับไทยในปีนี้ก็มาโดนจับข้อหามาตรา 112 แม้ว่ายายเขียนจดหมายลงเผยแพร่ในไทยอีนิวส์ไม่ได้แรงอะไรเท่ากับที่โจ กอร์ด้อน แปลหนังสือเผยแพร่ และยายก็ไม่เคยก้าวล่วงสถาบันเบื้องสูงเลยก็ตาม แต่กรณีอากงที่ส่งSMS 4 ข้อความจริงหรือไม่ก็ไม่รู้ โดนจำคุก 2 ปีนั้น ได้สร้างบรรยากาศแห่งความน่ากลัวขึ้น ยายเลยไม่อยากเสี่ยง แม้อยากกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดขนาดไหนก็ตามที

I don't want to be another Joe Gordon though what I wrote was'nt as serious as his translation of a book..but the case of Ar Gong and others create the atmosphere of fear,none the less. I beleive in being safe and sound than taking the risk.

CNNตีข่าวชาวอเมริกันเจอคุก2ปีคดีหมิ่น ทูตสหรัฐกังวลตัดสินไม่สอดคล้องมาตรฐานเสรีภาพสากล





CNNนำ เสนอภาพข่าวโจ กอร์ด้อน ในหัวข้อข่าว American gets 2.5 years for insulting Thai monarchy(ชาวอเมริกันถูกตัดสินจำคุก2.5ปีฐานดูหมิ่นกษัตริย์ไทย) โดยรายงานว่า พลเมืองอเมริกันที่เกิดในไทยมาขึ้นศาลเมื่อวันพฤหัสฯและถูกตัดสินจำคุก 2 ปีครึ่ง ทนายความของเขา อานนท์ นำภา มีแผนจะยื่นขอพระราชทานอภัยโทษ ซึ่งที่ผ่านมามักให้พระราชทานอภัยโทษชาวต่างประเทศที่ติดคุกคดีหมิ่นพระบรม เดชานุภาพ

ขณะที่โจบอกนักข่าวว่า"ผมเป็นพลเมืองอเมริกัน ไม่ใช่ไทย" ทั้งนี้เขาพำนักอาศัยในสหรัฐฯนาน 30 ปี ก่อนเดินทางกลับไทยและถูกจับกุมเมื่อเดือนพฤษภาคม โดยไม่เคยได้ประกันตัว

ข่าว ดังกล่้าวพุ่งขึ้นเป็นข่าวยอดนิยมของเว็บไซต์ CNN อันดับที่ 3 ประจำวันนี้ของข่าวภูมิภาคเอเชีย และมีผู้เข้ามาแสดงความเห็นท้ายข่าวอย่างล้นหลาม มากกว่า 545 ความคิดเห็นในช่วงวันเดียว

CNN รายงานว่า ข้อหาเขียนหรือเผยแพร่บทความหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในไทยนั้นอาจเจอโทษจำคุก หนักถึง 20 ปีในประเทศพุทธศาสนาแห่งนี้ และเป็นดินแดนที่เทิดทูนสักการะกษัตริย์อย่างสูง

โจ กอร์ด้อน กล่าวให้สัมภาษณ์ว่าเขาเป็นพลเมืองอเมริกัน และคนอเมริกันมีสิทธิและเสรีภาพ แต่สำหรับประเทศไทยเป็นไปอย่างจำกัดในการแสดงออกซึ่งความคิดเห็น

กฎหมาย หมิ่นพระบรมเดชานุภาพของไทยจัดว่ารุนแรงเข้มงวดที่สุดในโลก พร้อมจะลงโทษแก่ผู้ละเมิดผู้ที่ดูหมิ่นหรือเป็นภัยคุกคามต่อพระราชวงศ์ไทย อย่างไรก็ดีกษัตริย์ไทยเคยพระราชทานอภัยโทษแก่ชาวต่างชาติในกรณีคล้ายๆกัน กับโจ กอร์ด้อนมาแล้ว

ในวันต่อมานางคริสตี้ เคนนีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย ได้ทวิสเตอร์ ผ่าน @KristyKenny ชี้แจงท่าทีของทางการสหรัฐฯ ต่อการให้ความช่วยเหลือผู้ต้องโทษคดีดังกล่าวว่า สหรัฐฯ มีความกังวลใจ เนื่องจากการตัดสินไม่สอดคล้องกับมาตรฐานเสรีภาพพื้นฐานสากล ว่าด้วยสิทธิในการแสดงออก และขอยืนยันว่า ทางการสหรัฐฯ มีความเคารพต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ของไทยอย่างหาที่สุดมิได้ แต่สหรัฐฯ จะยังสนับสนุนการมีสิทธิทางความคิด และเสรีภาพในการแสดงออกทั่วโลก

ทั้ง นี้ ทางสถานทูตสหรัฐฯ เตรียมให้ความช่วยเหลือนายกอร์ดอน โดยจะเดินทางเข้าเยี่ยมที่เรือนจำ และนำเรื่องนี้เข้าหารือกับทางการไทย พร้อมฝากประชาสัมพันธ์ให้ชาวสหรัฐฯ ทั้งที่จะเดินทางมาและกำลังพำนักอยู่ในไทย ได้อ่านศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูล และกฎหมายเบื้องต้นของไทยทางเว็บไซต์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ด้วย

หรือ http://travel.state.gov/travel/cis_pa_tw/cis/cis_1040.html#criminal_penalties

" แม้จะเป็นคนสหรัฐฯ แต่เมื่ออยู่ในไทยก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายไทย สหรัฐฯ ขอยืนยันว่า ยังคงมีจุดยืนที่ต้องการจะส่งเสริมและเพิ่มพูนความสัมพันธ์ ความร่วมมือและการค้ากับประเทศในภูมิภาคนี้ รวมทั้ง จะให้ความช่วยเหลือประเทศไทย ในการบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยอุทกภัยครั้งใหญ่ และจะให้การสนับสนุนกำลังทหาร ตำรวจ และพลเรือน ในการร่วมมือกันฟื้นฟูพื้นที่ที่ประสบภัยหลังน้ำลดแล้วอีกด้วย โดยระบุว่า เรือพิฆาต USS Lassen และ USS Mustang ยังเทียบท่าอยู่ที่ไทย เพื่อเตรียมให้การสนับสนุนดังกล่าว

เว็บไซต์แนะนำท่องเที่ยวดังตื่นเตือนฝรั่งแค่กดlikeเฟซบุ๊คหมิ่นฯก็ติดคุกหากเดินทางมาเที่ยวไทย


Richard Barrow เขียนรายงานข่าวในเว็บไซต์ Thai Travel News เว็บไซต์ แนะนำการท่องเที่ยวในประเทศไทยสำหรับชาวต่างประเทศว่า ชาวต่างชา่ติได้รับคำเตือนว่าพวกเขาอาจถูกจับกุมด้วยข้่อหาหมิื่นพระบรมเด ชานุภาพ

ทั้งนี้ผู้ใช้เฟซบุ๊คที่กดshare หรือ likeข้อความที่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพราชวงศ์ไทยจะถูกพิจารณาว่าเป็นการประกอบ อาชญากรรม จากการเปิดเผยของรัฐมนตรีกระทรวงICT อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เปิดเผยเมื่อสัปดาห์ก่อน ทั้งนี้รวมทั้งการคัดลอกข้อความดังกล่าวเผยแพร่ด้วย หลังจากเครือข่ายโซเชียลเน็ตเวิร์คอย่างเฟซบุ๊คถูกมองจากทางการไทยว่าเป็น สื่อกลางในการเผยแพร่ข้อความหรือรูปภาพหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ซึ่ีงขัดต่อกฎหมายอาญา และกฎหมายเกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์แพร่ระบาดทั้งทางตรงและทางอ้อม

ใน วันที่ 8 ธันวาคมนี้ ศาลอาญาจะพิจารณาตัดสินคดีที่นายโจ กอร์ด้อน ชาวอเมริกันที่เกิดในประเทศไทย หลังจากมีการจับกุมคุมขังเขาไว้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โทษฐานแปลหนังสือที่ทางการไทยสั่งไม่ให้นำ้เข้าไปเผยแำพร่ในราชอาณาจักร โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับพระราชประวัติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯภูมิ พลอดุลยเดช และได้เผยแพร่ยข้อความแปลทางออนไลน์ ต่อมานายกอร์ด้อนได้สารภาพต่อข้อกล่าวหา ทั้งนี้กอร์ด้อนไปใช้ชีวิตเป็นพลเมืองอเมริกันนานหลายปีที่โคโลราโด้ ทำให้เพิ่มความกังวลว่าจะมีการนำกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพมาบังคับใช้ต่อ ทั้งบุคคลสัญชาติไทยและชาวต่างชาติ

"ใครก็ตามที่กระทำขัดต่อกฎหมาย แม้กระทั่งชาวต่างชาติที่ใช้อินเตอร์เน็ตอยูู่นอกประเทศไทย หากมีการกดlikeหรือshareในเรื่องที่กฎหมายไทยห้ามไว้ แม้ขอบเขตกฎหมายไทยไม่อาจลงโทษคุณได้ แต่เมื่อใดก็ตามที่คุณเดินทางเข้าประเทศไทยเพื่อการพักผ่อนวันหยุดยาว คุณก็จะถูกดำเนินคดี"น.อ.อนุดิษฐ์ระบุ

ข้อพิจารณาคือผู้ใช้เว็บไซต์ โซเชียลเน็ตเวิร์คอาจไม่ทราบข้อกฎหมายนี้"คุณพึงต้องทราบว่าเมื่อใดที่คุณ กดLikeในหน้าwallมันก็จะไปโชว์ให้เพื่อนในเฟซบุ๊คคุณทราบไปด้วย ก็็จะกลายเ็ป็นการเผยแพร่ข้อความผิดกฎหมายในทางอ้อม นี่เป็นข้อพิจารณาจากทางการไทย"จีรนุช เปรมชัยพร ซึ่งถูกดำเนินคดีในกฎหมายนี้เพราะผู้อ่านข้อความในเว็บไซต์ที่เธอเป็นแอดมิ นอยู่เขียนข้อความที่ทางการเห็นว่าหมิ่นพระบรมเดชานุภาพลงในท้ายข่าวใน เว็บไซต์ของเธอ

การจับกุมดำเนินคดีฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพพุ่งสูง ขึ้นในระยะไม่กี่ปีมานี้เป็นเหตุให้เจ้าของเว็บไซต์และผู้ใช้เฟซบุ๊คต้องปฏิ บััติการเซ็นเซอร์ตัวเองเพราะความกลัวว่าจะตกเป็นผู้ถูกดำเนินคดีฐานต่อต้าน ราชวงศ์ โดยเมื่อไวๆนี้ศาลอาญาของไทยเพิ่งตัดสินคดีนายอำพล หรือ อากง วัย 61 ปีให้จำคุก 20 ปีฐานส่งข้อความ 4 ข้อความที่ศาลตัดสินว่าเป็ฺนการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพไปยังโทรศัพท์มือถือของ เลขานุการส่วนตัวนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไทยเมื่อกลางปีที่แล้วระหว่างมีการประท้วงใหญ่ รัฐบาล แต่อากงได้ปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาว่าเขาไม่ได้กระทำผิดตามคำตัดสินของศาล

ซ้ำเติมท่องเที่ยวหลังจากน้ำท่วมฉุดวูบ

มติ ชนออนไลน์รายงานว่า นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เผยความเสียหายที่เกิดกับการบินไทยหลังจากเหตุการณ์น้ำท่วมที่หลายประเทศออก ประกาศเตือนนักท่องเที่ยว ส่งผลให้ลูกค้าหลัก ได้แก่ จีน เกาหลี ญี่ปุ่น ลดลงร้อยละ 40-50

ส่งผลให้ปริมาณผู้โดยสารเฉลี่ยต่อเที่ยวบินของ การบินไทยปรับลดลงในช่วงไตรมาส 4 จากปกติถือเป็นช่วงไฮซีซัน โดยปริมาณผู้โดยสารเฉลี่ยต่อเที่ยวบินเดือนพฤศจิกาจน 2553 เคยมีระดับสูงถึงร้อยละ 72 ลดลงเหลือร้อยละ 61 ในเดือนพฤศจิกายน 2554 ส่งผลให้ภาพรวมไตรมาสสุดท้ายต้องสูญเสียรายได้ประมาณ 3,000 ล้านบาท ทำให้ภาพรวมตลอดปี 2554 คงลำบากที่จะทำให้มีกำไรในปีนี้

โฆษกต่างประเทศสหรัฐว่ากังวลต่อคดีอากง แต่ไทยโบ้ยเป็นแค่ความเห็นส่วนตัว

APรายงานวานนี้ว่า โฆษกหญิง กระทรวงต่างประเทศ สหรัฐฯ Darragh Paradiso กล่าวว่า สหรัฐฯมีความเทิดทูนต่อสถาบันกษัตริย์ไทยอย่างสูง ทว่าก็เป็นกังวลอย่างยิ่งในการดำเนินคดีและตัดสินคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพล่าสุดของไทยที่ไม่ได้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลด้านเสรีภาพในการแสดงออก

ขณะที่อธิบดีสารนิเทศ กระทรวงต่างประเทศของไทยบอกว่าเป็นเพียง"ความเห็นส่วนตัว"ของโฆษกหญิงคนนี้เท่านั้น

Sunday, December 11, 2011

รำลึกวีรชนผู้เสียชีวิต 10-12-2011

ที่มา thaifreenews

โดย bozo

speedhorse









http://speedhorse.blogsite.org/read.php?tid=769

คลิป "จันทรุปราคาเต็มดวง" 10 ธันวาคม 2554

ที่มา thaifreenews

โดย bozo

เขียนโดย JJ_Sathon



ในค่ำคืนวันที่ 10 ธ.ค. 2554 เกิดปรากฏการณ์ธรรมชาติ "จันทรุปราคาเต็มดวง" นานกว่า 51 นาที
คาดว่าประชาชนจะให้ความสนใจมาก เนื่องจากเป็นช่วงต้นหน้าหนาวและเกิดปรากฏการณ์แต่หัวค่ำ


โดยดวงจันทร์เริ่มเข้าเงามัว เวลา 18 นาฬิกา 33 นาที 32 วินาที
จากนั้นเริ่มเข้าเงามืด คราสบางส่วน เวลา 19 นาฬิกา 45 นาที 42 วินาที
เริ่มคราส เต็มดวง เวลา 20 นาฬิกา 6 นาที 16 วินาที
กึ่งกลางคราสเต็มดวง เวลา 20 นาฬิกา 32 นาที 56 วินาที
คราสเต็มดวงสิ้นสุด เวลา 20 นาฬิกา 57 นาที 24 วินาที
ออกจากเงามืด คราสบางส่วนสิ้นสุด เวลา 23 นาฬิกา 17 นาที 58 วินาที
ออกจากเงามัว เวลา 00 นาฬิกา 30 นาที 00 วินาที


จันทรุปราคาเต็มดวงครั้งนี้ทั่วประเทศไทยเห็นปรากฏการณ์ได้
ตั้งแต่ต้นจนสิ้นสุด รวมถึง พม่า อินเดีย ตะวันออกกลาง แอฟริกา รัสเซีย บางส่วน
และยุโรปบางส่วน



http://www.go6tv.com/2011/12/10-2554.html

'เสื้อแดง'แห่ชุมนุมอนุสาวรีย์ปชต.แน่น

ที่มา thaifreenews

โดย bozo



กลุ่ม'เสื้อแดง'เริ่มทยอยเดินทางร่วมชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
ร่วมรำลึกวันรัฐธรรมนูญ และรำลึกการสูญเสียแนวร่วมที่เสียชีวิตเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553


10 ธ.ค.54 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง นปช.
ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยว่า
กลุ่มคนเสื้อแดงทยอยเดินทางร่วมชุมนุมกิจกรรมรำลึกวันรัฐธรรมนูญ
และรำลึกการสูญเสียแนวร่วมกลุ่มคนเสื้อแดงที่เสียชีวิตเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553
ตั้งแต่ 14.00 น. โดยมีการติดตั้งเครื่องขยายเสียง และจอโปรเจ็คเตอร์ขนาดใหญ่
ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

ขณะที่ กิจกรรมวันนี้ จะเริ่มในเวลา 17.00 น.
ในหัวข้อ ภายใต้หัวข้อ 8 เดือนผ่านฟ้า 78 ปี รัฐธรรมนูญ
และจะยุติการชุมนุมในเวลา 20.00 น.
ซึ่งกิจกรรมหลักจะเน้นการปราศรัยรณรงค์ยกเลิกรัฐธรรมนูญ ปี 2550
และการการแก้ไข มาตรา 112
โดยมี นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์
และนายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง
เป็นผู้ปราศรัยนอกจากนี้จะมีการจุดเทียนแดง
และปล่อยนกเพื่อแสดงสัญลักษณ์อิสรภาพ
โดยจนถึงขณะนี้ 17.23 น. มีมวลชนคนเสื้อแดงกระจายอยู่สองฝั่งถนนราชดำเนิน
และฐานอนุสาวรีย์ฯ หลายร้อยคน

ทั้งนี้ การรักษาความปลอดภัยใช้กำลังตำรวจ จำนวน 3 กองร้อย
หรือประมาณ 450 นาย ประกอบด้วย
ตำรวจกองบัญชาการตำรวจนครบาล,
กองบังคับการตำรวจนครบาล1
และชุดจู่โจม กองบังคับการตำรวจนครบาล


http://www.norsorpor.com/ข่าว/g2684380/เสื้อแดง%20แห่ชุมนุมอนุสาวรีย์ปชต.แน่น

Re:













http://www.norsorpor.com/ข่าว/g2684429/ประมวลภาพ%20เสื้อแดง%20ชุมนุมอนุเสาวรีฯ