WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, December 18, 2011

รัฐบาลยิ่งลักษณ์ พบประชาชน 17-12-54

ที่มา fazhi2006



รัฐบาลยิ่งลักษณ์ พบประชาชน เทปพิเศษ นายกจัดรายการที่ตลาดวโรรส อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 17-12-54

ภาพคนหน้าคล้ายมือระเบิด เป็นการจัดฉาก

ที่มา Voice TV









โฆษกพรรคเพื่อไทยยืนยันว่า ภาพคนหน้าเหมือนมือวางระเบิดอยู่หลังร้อยตำรวจเอกเฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เป็นการตัดต่อภาพเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือ โดยจะมอบให้กระทรวงไอซีทีดำเนินการตรวจสอบหาตัวผู้กระทำ

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่มีผู้เอารูปคนหน้าเหมือนมือวางระเบิด อยู่หลังร้อยตำรวจเอกเฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรีมาเผยแพร่ทางสื่อออนไลน์ว่า เป็นการตัดต่อภาพเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาลตามแผนบันได 9 ขั้น ดังนั้น พรรคเพื่อไทยจะมอบให้กระทรวงเทคโนโยลีสารสนเทศและการสื่อสารไปตรวจสอบ และปราบปรามผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง

ส่วนกรณีที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีหลบเลี่ยงปัญหา หลังกระทรวงการต่างประเทศคืนหนังสือเดินทางให้พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยนายพร้อมพงศ์ ยืนยันว่า นายอภิสิทธิ์ทราบดีว่า การคืนหนังสือเดินทางเป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศ ดังนั้น การกล่าวหานางสาวยิ่งลักษณ์จึงต้องการทำลายความน่าเชื่อถือ และใช้ประเด็นนี้จุดกระแสนำไปสู่การเคลื่อนไหวล้มรัฐบาลของกลุ่มอำนาจเก่าใน ช่วงต้นปีหน้า

นอกจากนี้ นายพร้อมพงศ์ ยังกล่าวถึงผลการสำรวจจากโพลหลายสำนักเกี่ยวกับการปรับคณะรัฐมนตรีว่า ยังมีความขัดแย้งกัน โดยสวนดุสิตโพล ระบุว่า ประชาชนต้องการให้ปรับ คณะรัฐมนตรีโดยเฉพาะตำแหน่งในกระทรวงมหาดไทย ซึ่งขัดแย้งกับผลสำรวจของเอแบคโพล ซึ่งโพลของพรรคเพื่อไทย สะท้อนว่า ประชาชนพึงพอใจการทำงานของรัฐมนตรีทุกคน

โดยให้คะแนนการทำงานของ นางสาวยิ่งลักษณ์มากที่สุด รองลงมาคือ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แต่อาจยังขาดการประชาสัมพันธ์ผลงาน ดังนั้น ในที่ประชุมพรรคในวันที่ 20 ธันวาคมนี้ จะมีการนำเรื่องนี้เข้าหารือในที่ประชุม พร้อมกับเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

ครบรอบ 19 เดือนสลายการชุมนุมเสื้อแดง

ที่มา Voice TV









ลิซ่า หนุนอนันต์ ผู้สื่อข่าววอยซ์ทีวี รายงานจากบริเวณ สี่แยการาชประสงค์

ครบ 19 เดือนแล้วสำหรับเหตุการณ์สลายการชุมนุมของคนเสื้อแดง ช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553 วันนี้(18 ธ.ค) ญาติผู้เสียชีวิตได้มาร่วมกันทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่วีรชนที่เสีย ชีวิต

"สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล" อธิบายเคสจำคุก 3 ปี คดีขู่ฆ่าปธน.สหรัฐไม่เหมือนกม.หมิ่นฯ

ที่มา ประชาไท

หมายเหตุ: วันนี้ (17 ธ.ค.) สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล นักวิชาการประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์เฟซบุคของตน อภิปรายและแสดงความเห็นขัดแย้งในกรณีที่นายสุริยะใส กตะศิลา และหนังสือพิมพ์เอเอสทีวีผู้จัดการออนไลน์ ยกกรณีศาลสหรัฐอเมริกาพิพากษาจำคุกชาวอเมริกัน 3 ปี ฐานข่มขู่เอาชีวิตประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า มาเปรียบเทียบกับกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในกรณีประเทศไทย โดยมีรายละเอียดของการโพสต์ดังนี้

000

ความจริง ขี้เกียจเขียนนะเรื่องนี้ เพราะมัน so obvious ชัดจนไม่รู้จะเขียนทำไม คือ วันก่อน "ยะใส" ยกตัวอย่างเรื่อง อเมริกา ก็มีกฎหมาย "ปกป้อง" ประธานาธิบดี โดยยกกรณีตัวอย่างว่า เร็วๆ นี้ มีชายคนหนึ่งถูกจำคุก 3 ปี นี่คือ ที่ ยะใส พูดนะครับ

"นายสุริยะใส กล่าวต่อว่า อย่างกรณี ดา ตอร์ปิโด ที่เพิ่งโดนคำพิพากษาจำคุก 15 ปี ถ้าดูถ้อยคำของการปราศรัยจาบจ้วงนั้น พบว่า มากกว่าการวิพากษ์วิจารณ์ธรรมดา แต่เป็นการข่มขู่อาฆาตมาดร้าย ซึ่งในหลายๆ ประเทศก็มีกฎหมายคุ้มครองผู้นำล่าสุดในสหรัฐศาลก็พึ่งมีคำพิพากษาจำคุก 3 ปี และควบคุมความประพฤติอีก 3 ปี ของชาวอเมริกันคนหนึ่งที่เขียนบทกลอนข่มขู่เอาชีวิตประธานาธิบดีโอบาม่า"

จากข่าวนี้ http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9540000159611

พอดีมีคนบอกมาว่า หมอตุลย์ ก็ยกกรณีนี้ขึ้นมาเหมือนกันวันนี้ ผมเองไม่ได้ฟัง ดังนั้น ไม่อยากยืนยัน แต่อย่างน้อย กรณียะใส ใครช่วยไปบอกทีว่า คราวหน้า ถ้าไม่รู้จริง อย่าดัดจริตยกกรณีอะไรแบบนี้มาเลยครับ ขายหน้า

..................

กรณีจำคุก 3 ปี เรืองขู่เอาชีวิต โอบาม่านั้น มันมีกฎหมายอันหนึ่ง เรียกว่า มาตรา 871 ใน US Code Title 18, Part I, Chapter 41 ตัวบทของกฎหมายที่ว่า มีดังนี้

http://www.law.cornell.edu/uscode/usc_sec_18_00000871----000-.html

สรุปคือ ใครขู่ฆ่า หรือ ขู่จะลักพาตัว ปธน. หรือ รอง ปธน. หรือ ปธน.ทีเพิ่งได้รับเลือกตั้ง (President-elect) มีโทษปรับ (ไม่ได้ระบุอัตรา) หรือ จำคุก ไม่เกิน 5 ปี หรือ ทั้งจำทั้งปรับ

ทีนี นี่คือ ความผิด ฐาน ขู่ฆ่า (หรือลักพาตัว หรือทำร้ายร่างกาย) นะครับ ไม่ใช่ ความผิด หมิ่นประมาท แบบกรณี 112 บ้านเรา

(แล้วจริงๆ ความผิดนี้ เขาถือเป็น class D felony คือ ความผิด ชั้นต่ำสุด ไม่ใช่ความผิดระดับความมันคง เหมือน 112 ของบ้านเรา)

อันที่จริง กรณีที่ ยะใส (หรือ อาจจะหมอตุลย์ด้วย) พูดถึงนี้ มีหลายคน ก็ไม่พอใจคำตัดสินนะ (คนทำผิด เขียนกลอนชื่อ "สไนเปอร์" พิมพ์ครั้งแรกปี 2007 และพิมพ์ซ้ำ 2009 ขู่จะยิง ปธน.) โดยเป็นว่า การเขียนกลอนแบบนี้ ไม่น่าจะจัดอยู่ในความผิดเรื่อง ขู่ฆ่า แต่ควรถือเป็น free speech ซึ่งไม่มีความผิด บางคนก็ยกตัวอย่างงานเขียนประเภท เดียวกัน ที่คนทำกัน ซึ่งมีจริง หรือ กระทัง เร็วๆ นี้ มีคนเปิด fb ให้คนมาออกเสียงว่า โอบาม่า ควรถูกลอบสังหารหรือไม่ ให้เลือกตอบ yes, no, maybe ก็มีคนไปลงกันเป็นร้อยๆ แต่ตอนหลัง fb ปิดไป และมีการสอบสวนกันเหมือนกัน (เพราะมันมีความผิดมาตราทีว่าอยู่) แต่ก็ไม่เห็นมีข่าวดำเนินคดีอะไร .. พูดง่ายๆ คือ แม้แต่ไอ้มาตราทีว่านี้ ก็ไมใช่่ว่า จะใช้กันอย่างพร่ำเพรื่อ หรือบ่อย (ลองจินตนาการเปรียบเทียบกับบ้านเราดูสิ เหอๆๆๆ ที ยะใส ยกกรณี ดา ตอร์ปิโด นั้น ก็คนละเรื่องเลยครับ ดา ตอร์ปิโด เคย "ขู่ฆ่า" หรือขู่ ลักพาตัว ใครเหรอ? โปรดสังเกตว่า กม.ของไอ้กันอันนี้ เขาไม่ได้ใช้คำแบบที ยะใส มั่วมา ว่า "แสดงความอาฆาตมาดร้าย" ครับ เขาเจาะจงเลยเรื่อง ขู่ฆ่า ลักพาตัว ทำร้ายร่างกาย)

ทีนี้ ในแง่ "หมิ่นประมาท" ที่เป็นเรื่องเกียวกับ 112 นี "ยะใส" ไม่ควรแสดงความเขลา ด้วยการยกไอ้กันมาเลยครับ

ผมเสนอให้ใครลองดูก็ได้นะ พิมพ์คำประเภท idiot หรือ stupid คู่กับคำว่า Obama หรือ George W Bush ดูสิ Google ขึ้นมาให้ดูกันเกร่อเลย

ลองคิดเปรียบเทียบหรือจินตาการกับกรณีไทยเอาเองก็แล้วกัน เหอๆๆ

นี่เป็นตัวอย่างบางอันให้ดูนะว่า เขา free speech เรื่อง "ประมุขรัฐ" ขนาดไหน

(อันที่ 2 และ 3 ข้างล่างนี้ เป็นรายการทีวีชื่อดังด้วยนะ ที่ถามว่า บุชนี่ idiot หรือเปล่า? และ ที่พูดถึง 10 เหตุการณ์ที่่ most stupid ของ บุช น่ะ ส่วนอันอื่น เป็นเอกชนทำกันเอง)

Obama, a complete idiot
http://www.youtube.com/watch?v=of61E1FesPU

Is Bush an "Idiot"?
http://www.youtube.com/watch?v=whhbPVrb5KM

Bush: the 10 most stupid moments of his life
http://www.youtube.com/watch?v=0D4uAW_3Gjg&feature=related

why Obama is an idiot
http://www.colony14.net/id151.html

Obama is an idoit T-Shirt
http://www.zazzle.com/obama+is+an+idiot+tshirts

และนี่เป็นตัวอย่าง กลอน แอนตี้ บุช นะ มีบางอัน เนื้อหา แตะๆ เรื่อง "ขู่ฆ่า" ด้วย

anti-Bush poems
http://liberalpoetry.proboards.com/index.cgi?board=2moremonths2moremonths

หรือเอาง่ายๆ ดูอันนี้ก็ได้ แค่ชื่อ กลอน ก็พอ
FUCK Bush
http://liberalpoetry.proboards.com/index.cgi?board=2moremonths2moremonths&action=display&thread=697

คือมันขำจนน่าสมเพชน่ะ ที่ ยะใส (หรือ หมอตุลย์) คิดจะด่า ไอ้กัน ด้วยข้ออ้างประเภท "ยู ก็มี กฎหมาย ปกป้อง ประมุข" อะไรแบบนี้น่ะ

(ผมไม่ต้องยกกรณียุโรปขึ้นมาอีกแล้วนะ เรื่อง เนเธอแลนด์ หรือ สเปน หรือ แม้แต่อังกฤษน่ะ... คือ สรุปแล้ว ใครก็ตาม ที่คิดจะยก ประเด็น "ต่างประเทศก็มี" มาปกป้อง 112 ของไทยน่ะ มีแต่ หน้าแตก เทานั้นแหละ ... ไมมีประเทศไหน เขา "ป่าเถื่อน" เท่า 112 ของประเทศนี้ ที่จำคุกคนเป็น สิบๆ ปี เพียงเพราะคำพูดเท่านั้นหรอก)

000

หุ หุ ผมเห็น ผู้จัดการ ยังอยากหน้าแตกนะ ยัง "เล่น" ข่าว เรื่อง คนเขียนกลอนขู่ฆ่า โอบาม่า โดนจำคุก และเรื่อง เด็กอังกฤษโดนแบนไม่ให้เข้าประเทศ เพราะส่งอีเมล์ด่า เพื่อเอามาเปรียบเทียบกับ 112

http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9540000160384

ก่อนอื่นนะครับ วิธีพาดหัว ก็ผิดแล้ว "ย้อนรอยคดีหมิ่นประธานาธิบดี" (มันใช่ คดี "หมิ่น" ที่ไหนกันครับ? รายการทีวีอเมริกัน เขาด่า ปธน.ว่า stupid, ...idiot ไม่เห็นมีใครว่า หมิ่นฯ มันเป็นคดีขุ่เอาชีวิตต่างหาก) และที่เขียนในย่อหน้าแรก เรื่อง "ห้ามเข้าประเทศตลอดชีวิต" จริงๆ ก็มั่วมานะ จากข่าว ไม่ได้บอกว่า "ตลอดชีวิต" แต่อย่างใด อเมริกา มันมีการ "แบน" ไม่ให้วีซ่า คนเป็นระยะๆ นะ ปัญญาชนฝ่ายซ้ายบางคน ก็เคยโดน แล้วตอนหลัง ก็เข้าได้ อะไรแบบนั้น มันไมมีเรื่อง "แบนตลอดชีวิต" อะไรเสียหน่อย

ดูรายละเอียดที่ผมเขียนไปแล้ว ข้างล่าง กรณี ขู่ฆ่า แล้วโดน 3 ปี
https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=154153601357080&id=100001298657012

ส่วนกรณีเด็กอังกฤษ ผมเขียนตอบคุณ Workman Show ที่อ้าง link มาโพส์ในกระทู้ข้างล่างอันหนึง ผมขอ copy มาให้ดู (และอย่าลืม อย่างที่เขียนไปว่า ตามข่าว ไม่ใช่ "ตลอดชีวิต" อย่างที่ ผู้จัดการ อ้างเลย)

..............

หุหุ คุณ Workman Show ยกข่าวนี้มา เพื่อจะบอกว่า อเมริกา ก็มีมาตรการประเภท 112 หรือครับ?

คือ ถ้าคิดจะยกมาเพื่อเปรียบเทียบกับกรณี 112 ของไทย นี่ก็ไม่เวิร์ก หรอกครับ

ตามข่าว เขียนว่า

"No criminal action will be taken against the teenager, but he has been placed on a list of people banned from entering the United States."

(แปลว่า จะมีมีการดำเนินคดีอะไรเด็กคนนี้ เพียงแต่เขาถูกใส่ในบัญชีชื่อคนที่ห้ามเข้า US คือ จะไม่ได้วีซ่า นั่นเอง)

อันนี้ มันเทียบอะไรกับ 112 ไม่ได้เลยนะครับ (เหมือนกรณีที่ ยะใส ยก เรื่อง ขู่ฆ่า ในกระทู้ข้างลาง) ควรกล่าวด้วยว่า US นี่ "แบน" คนเข้าประเทศบ่อยเหมือนกัน รวมทั้ง กรณีปัญญาชนฝ่ายซ้ายบางคน ที่ถูกหาว่าเป็น terrorist ด้วย แต่อันนี้ มันคนละเรืองกับ 112 คือนี่เป็นเรื่อง การให้ หรือไม่ให้วีซ่า ชาวต่างชาติ

ดูที่ผมเขียนกระทู้ยะใส ดูนะครับว่า เขาอนุญาตให้ คนในประเทศเขาเอง "อัด" ปธน. ขนาดไหน เรียกเป็น idiot หรือ ใช้คำประเภท FUCK เลยด้วยซ้ำ

เกษียร เตชะพีระ: บทกวีแด่สื่อ 'ผู้จัดการ' กรณี "อากง"

ที่มา ประชาไท

เกษียร เตชะพีระ

แต่งนิยายฆ่าคน จนเคยตัว
ช่างไม่กลัว บาปกรรมที่ทำไป

เห็นคนเป็นเครื่องมือ การสื่อสาร
เพื่อรับใช้อุดมการณ์ อันยิ่งใหญ่
กี่ศพแล้วกี่ศพเล่า เผาด้วยไฟ
ที่นับวันลามไหม้ มาลวกมือ

มือถือสากปากถือศีล กินเลือดสด
จริงกับเท็จ ปนกันหมดเลิกยึดถือ
พ่นพิษร้ายทำลายล้าง สร้างข่าวลือ
รังแกคนไร้สื่อ จะสวนคำ

บาปที่ทำกรรมที่ก่อ ยังรออยู่
ถึงหลอกคนพระเจ้ารู้ วันยังค่ำ
ทุกถ้อยเถื่อนแจ้งชัด อสัตย์อธรรม
ผู้จัดกรรม ผู้จัดการ ไม่นานเลย

เผยแพร่ครั้งแรกในเฟซบุ๊กของ เกษียร เตชะพีระ : “อากง” หาใช่ชายแก่ ที่แท้แดงฮาร์ดคอร์ “ล้มเจ้า”ASTVผู้จัดการรายวัน 17 ธันวาคม 2554

‘แท่งอัปลักษณ์’ แสดงสถิติคดีหมิ่นฯ กลางถนนราชดำเนิน

ที่มา Thai E-News


17 ธันวาคม 2554

ทีมา ประชาไท
ภาพโดย สรวุฒิ วงศ์ศรานนท์ และ Yingcheep Atchanont




17 ต.ค.54 ที่อนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย มีการจัดงานแสดงศิลปะกลางแจ้ง “แท่งอัปลักษณ์” แสดงสถิติคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หรือความผิดตามมาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญา ตั้งแต่ปี 2548-2553 โดยจัดทำเป็นแท่งสูงทำด้วยกล่องกระดาษบริเวณลานอนุเสาวรีย์ประชาธิปไตยหัน หน้าไปทางด้านสนามหลวง มีการกล่าวปราศรัย อ่านแถลงการณ์ แสดงดนตรี และเปิดให้ประชาชนร่วมเขียนแสดงความเห็น พ่นข้อความรณรงค์ต่างๆ บนกล่องเปล่ารูป 112 และอากง โดยมีประชาชนผู้สนใจทยอยเข้าร่วมงานตลอดค่ำที่ผ่านมา

งาน ดังกล่าวจัดขึ้นโดยกลุ่มเราคืออากง สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) กลุ่มอาสากู้ภัยน้ำตื้น กลุ่ม article 112 โดยนำข้อมูลสถิติกระทงในคดีหมิ่นฯ จากสำนักงานศาลยุติธรรม มาจัดแสดงเปรียบเทียบผ่านการตั้งกล่องกระดาษเป็นแนวตั้ง โดยในปี 2548 มี 33 กระทง, ปี 2549 มี 30 กระทง, ปี 2550 มี 126 กระทง, ปี 2551 มี 77 กระทง, ปี 2552 มี 164 กระทง, ปี 2553 มี 478 กระทง และในโปสเตอร์จัดงานนิยามงานนี้ไว้ว่า “ถ้าศิลปะคือความงาม นี่ไม่ใช่ศิลปะ ถ้าศิลปะคือความซาบซึ้ง นี่ไม่ใช่ศิลปะ ถ้าศิลปะเปลือยให้เห็นความอัปลักษณ์ นี่ (อาจจะ) เป็นศิลปะ”





ธนา พล อิ๋วสกุล บรรณาธิการนิตยสารฟ้าเดียวกัน หนึ่งในผู้ร่วมจัดงานกล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานครั้งนี้ว่า หลังจากมีการพูดกันมากเกี่ยวกับคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพที่เกิดขึ้นในช่วง นี้ ก็อยากหาช่องทางในการนำเสนอให้ประชาชนเห็นความรุนแรงของสถานการณ์จากการ สถิติที่มีออกมาแสดงให้เป็นรูปธรรม

ขวัญระวี วังอุดม จากลุ่ม article 112 กล่าวว่า หลังจากนี้กลุ่มกิจกรรมที่ทำเรื่องเกี่ยวกับกฎหมายมาตรา 112 และพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2551 จะร่วมกันตั้งคณะทำงานเพื่อรณรงค์ล่ารายชื่อเพื่อแก้ไขมาตรา 112 โดยจะใช้ร่างกฎหมายที่คณะนิติราษฎร์ได้เคยนำเสนอไว้เป็นตัวตั้ง ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงหลายประการ เช่น เรื่องโทษที่จะไม่มีโทษขั้นต่ำ และปรับลดโทษขั้นสูง, การฟ้องร้องจะให้สำนักราชเลขาธิการเป็นผู้เสียหายที่มีอำนาจฟ้องร้องโดยตรง แทนการร้องทุกข์กล่าวโทษแทนใครก็ได้ เป็นต้น

ขวัญระวีกล่าวอีกว่า การเสนอรูปธรรมโดยการแก้ไขกฎหมายยังมีความมุ่งหมายอีกประการว่า หากมีการผลักดันเข้าสู่รัฐสภา ประเด็นนี้ก็จะเป็นที่ถกเถียงในทางสาธารณะ ถือเป็นการให้การศึกษาเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นและเปิดการถกเถียงสาธารณะ อย่างเป็นทางการ





กลุ่มผู้จัดกิจกรรมยังได้ออกแถลงการณ์ด้วย ดังนี้

แถลงการณ์งานประติมากรรมกลางแจ้ง “แท่งอัปลักษณ์”

17 ธันวาคม 2554 โดยกลุ่ม “เราคืออากง”

เรา ต่างปฏิเสธไม่ได้ว่าท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองหลายปีที่ผ่านมา การหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเป็นประเด็นหนึ่งที่ ถูกหยิบยกมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองมากที่สุด มีการกล่าวหาฝ่ายต่าง ๆ ว่ามีเจตนาล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ จนกระทั่งนำมาเป็นเงื่อนไขหนึ่งของคณะปฏิรูปการปกครองฯ ในการทำรัฐประหารขับไล่รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในปี 2549

ความ รุนแรงของสถานการณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ นั้นเกิดทั้งจากตัวกฎหมายเอง รวมถึงอุดมการณ์และวัฒนธรรมที่อยู่เบื้องหลังการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว อาทิ

1. ตัวบทกฎหมายที่มีนิยามคลุมเครือ โดยเฉพาะการดูหมิ่น ทำให้การใช้และตีความกฎหมายเป็นไปในลักษณะที่กว้างขวาง


2. อัตราโทษที่กำหนดสูงเกินไป และไม่มีความได้สัดส่วนกับหลักประชาธิปไตย

3. การตีความกฎหมายอาญามาตรา 112 ให้เกี่ยวกับความมั่นคง ส่งผลให้กระบวนการพิจารณาคดีมักเป็นไปโดยลับ ทำให้ไม่อยู่ในวิสัยที่จะตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของกระบวนการ (due process) ได้ นอกจากนั้นผู้ต้องหามักไม่ได้รับสิทธิในการประกันตัวอันเป็นสิทธิมนุษยชน ขั้นพื้นฐาน และเป็นสิทธิของผู้ถูกดำเนินคดีทางอาญาที่มีกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญเพื่อคุ้ม ครองสิทธิ เสรีภาพของผู้ถูกกล่าวหา และให้ผู้ถูกกล่าวหาสามารถสู้คดีได้อย่างเต็มที่

4. การบังคับใช้กฎหมายซึ่งสามารถให้ใครฟ้องร้องใครก็ได้ ส่งผลให้กฎหมายถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง


5. อุดมการณ์ราชาราชนิยมซึ่งรายล้อมกฎหมายได้ครอบงำทัศนคติของบุคคล ในกระบวนการยุติธรรม ทำให้การพิสูจน์ว่าคำพูดหรือข้อความนั้นเป็นจริงหรือเท็จดังปรากฏในกฎหมาย หมิ่นประมาทบุคคลทั่วไปไม่ถูกนำมาปฏิบัติ ดังเห็นได้จากคำพิพากษาในหลายกรณีที่ตัดสินจากความจงรักภักดีซึ่งเป็นมโน สำนึกภายในที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้

นอกจากนี้ ด้วยเหตุว่าสภาพทางสังคมการเมืองที่ผ่านมาหลังรัฐประหารจนปัจจุบัน ล้วนขับเคลื่อนไปในทิศทางที่ยิ่งสร้างหรือเสริมให้เกิดรอยร้าวลึกระหว่างผู้ คนในสังคมและบดบังปัญหาที่แท้จริงอันรายล้อมรอบตัวกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุ ภาพเอง

…จึงไม่แปลกที่รายงานงบประมาณแผ่นดิน ปีล่าสุด (ซึ่งบังคับใช้เดือนตุลาคม 2553) มีการทุ่มเงินงบประมาณจำนวนถึง 242,998,800 บาท หรือคิดเป็น 12 เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณทั้งหมดให้แก่หน่วยงานภาครัฐเพื่อสร้างค่านิยมในการ “ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์”


…จึงไม่แปลกที่จะเห็นการโหม กระหน่ำผลิตซ้ำวาทกรรม “ไม่รักเจ้า ไม่ใช่คนไทย” ที่ผลักไสให้คนที่คิดต่างไปอยู่ขั้วตรงข้าม ตลอดจนการเกิดขึ้นของกลุ่ม “ล่าแม่มด” ตามโลกออนไลน์ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานรัฐอย่างเป็นทางการและไม่ เป็นทางการ

…และไม่แปลกที่จะเห็นรัฐบาลที่มาจากรัฐประหารและมาจากการ เลือกตั้งในปัจจุบันพากันทำแต้มแสดงความจงรักภักดีผ่านการใช้กฎหมายหมิ่นฯ จับกุมลงโทษอย่างเมามัน

ข้อมูลสถิติจากสำนักงานศาลยุติธรรมเปิดเผย ให้เห็นความรุนแรงจากกฎหมายหมิ่นฯที่เข้าสู่ชั้นศาลมากขึ้นเป็นประวัติการณ์ โดยก่อนรัฐประหารมีคดีหมิ่นฯที่เข้า สู่ศาลชั้นต้นปีละไม่ถึง 5 คดี แต่ก่อนเกิดรัฐประหารในปี 2549 ไม่นาน จำนวนคดีหมิ่นฯ นับตามจำนวนกระทงความผิดค่อย ๆ ไต่ระดับเพิ่มสูงขึ้นจาก 33 กระทงในปี 2548 มาสู่ 478 กระทงในปี 2553 ยังไม่นับรวมผู้ที่ถูกกล่าวหาและตกเป็นจำเลยทางสังคมก่อนถูกศาลพิพากษา

สิ่ง เหล่านี้ทำให้สังคมไทยตกอยู่ในความหวาดกลัวต่อการแสดงความคิดเห็นเรื่อง สถาบันพระมหากษัตริย์ในที่สาธารณะ ทั้งที่เป็นสิทธิ เสรีภาพโดยชอบของประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย ที่จะแสดงความเห็นในเรื่องการจัดวางตำแหน่งแห่งที่ บทบาท และสถานะของสถาบันกษัตริย์ให้เป็นไปตามครรลองของระบอบประชาธิปไตย

ดัง นั้นเราจึงเห็นว่า ความอัปลักษณ์จากการใช้กฎหมายหมิ่นฯไม่ควรที่จะเก็บไว้ได้พรมแห่งความจงรัก ภักดีอีกต่อไป แต่ควรออกนำมาแสดงอย่างเปิดเผยให้สังคมได้รับรู้เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหา ให้ถูกต้องตรงประเด็นต่อไป

ไทยอีนิวส์: ขอแนะนำเอกสารน่าอ่านจากเวบนิติราษฎร์

ที่มา Thai E-News

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
17 ธันวาคม 2554

วันว่างๆ มีเวลา ไทยอีนิวส์ ขอแนะนำอ่าน "เอกสารประวัติศาสตร์" ของ เวบไซด์นิติราษฎร์ ซึ่งมีข้อมูลน่าสนใจมากมาย สำหรับผู้สนใจศึกษาประวัติศาสตร์การเมืองไทย เพื่อทำความเข้าใจความวุ่นวายทางการเมืองแห่งปัจจุบันสมัย



พระราชบัญญิติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว ๒๔๗๕

พระ บาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเก้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการดำรัสเหนือเกล้า ฯ สั่งว่า โดยที่คณะราษฎรได้ขอร้องให้อยู่ใต้รัฐธรรมนูญปกครองแผ่นดินสยาม เพื่อบ้านเมืองจะได้เจริญขึ้น และโดยที่ทรงยอมรับตามคำขอร้องของคณะราษฎร จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญิติขึ้นไว้โดยมาตราต่อไปนี้

...

มาตรา ๑ อำนาจสูงสุดจองประเทศนั้นเป็นของราษฎรทั้งหลาย

- - - - - - - - - -

ประกาศตั้งผู้รักษาพระนครฝ่ายทหาร

เนื่อง ด้วยปรากฏว่า รัฐบาลอันมีจอมพล ป. พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรี ได้บริหารราชการแผ่นดิน ไม่เป็นที่ไว้วางใจของประชาชนทั้ง ทั้งไม่สามารถรักษาคสวามสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองได้ คณะนายทหารซึ่งมี จอมพล ...

- - - - - - - - - -

ประกาศคณะราษฏร

"ราษฎร ทั้งหลาย เมื่อกษัตริย์องค์นี้ได้ครองราชสมบัติสืบจากพระเชษฐานั้น ในชั้นต้นราษฎรบางคนได้หวังกันว่า กษัตริย์องค์ใหม่นี้จะปกครองราษฎร์ให้ร่มเย็ย แต่การก็หาได้เป็นไปจามที่คิดหวังไม่ ..." - คณะราษฎร

- - - - - - - - - -

คำประกาศว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและพลเมือง 1789

โดย ที่พิจารณาเห็นว่า ความเขลาเบาปัญญา ความหลงลืมหรือความละเลยเพิกเฉยต่อสิทธิประการต่าง ๆ ของมนุษย์นั้น เป็นสาเหตุแต่เพียงประการเดียวของความหายนะที่เกิดมีขึ้นแก่ส่วนรวมและของ ความฉ้อฉลที่เกิดมีขึ้นในรัฐบาลชุดต่าง ๆ บรรดาผู้แทนปวงชนชาวฝรั่งเศสซึ่งรวมตัวกันเป็นสภาแห่งชาติ จึงเห็นพ้องต้องกันในอันที่จะออกประกาศอย่างเป็นทางการซึ่งปฏิญญาว่าด้วย สิทธิทั้งหลายตามธรรมชาติอันมิอาจถ่ายโอนแก่กันได้และเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ของมนุษย์ เพื่อว่าเมื่อปฏิญญาฉบับนี้ได้ปรากฏแก่สมาชิกทั้งมวลอันประกอบกันขึ้นเป็น สังคมจงทุกคนแล้ว จะกระตุ้นให้สมาชิกเหล่านั้นได้ตระหนักอยู่เสมอถึงบรรดาสิทธิและหน้าที่ของ พวกเขา เพื่อว่าเมื่อพิจารณาถึงการกระทำ แห่งอำนาจนิติบัญญัติและอำนาจปกครองบริหาร ไม่ว่าจะในคราใดก็ตาม ประกอบกันเข้ากับวัตถุประสงค์แห่งสถาบันทางการเมืองทุกสถาบัน

- - - - - - - - - -

Beantwortung der Frage : Was ist Aufklärung? (1784)

"ความ รุ่งโรจน์ทางปัญญา ได้แก่ การที่มนุษย์สลัดตนออกมาเสียได้จากความไร้เดียงสาที่พันธนาการปัญญาญาณของตน เองไว้1 ความไร้เดียงสา (immaturity) ย่อมได้แก่ การขาดศักยภาพที่จะใช้ปัญญาญาณของตนเองได้ โดยไร้การชี้นำจากผู้อื่น ความไร้เดียงสาเช่นว่านี้เป็นดั่งพันธนาการ (self-imposed) ด้วยว่าสาเหตุความไร้เดียงสา (ของบุคคล) นั้นมิได้เกิดจากการขาดปัญญาความเข้าใจแต่อย่างใด แต่กลับมีสาเหตุมาจากการขาดความคิดพินิจที่หนักแน่นและความกล้าหาญที่จะใช้ ปัญญาญาณของตน โดยปราศจากการชี้นำจากผู้อื่น Sapere Aude ! จงกล้าที่จะใช้ปัญญาญาณของตนด้วยตนเอง นี่แหละคำขวัญของความรุ่งโรจน์ทางปัญญา"

- - - - - - - - - -

พระราชนิยมเรื่องคิดจะเปลี่ยนแปลงการปกครองแผ่นดิน

หมายเลขเอกสาร ม.๗ บ. ทับ ๑๐ รหัสเอกสาร บ ๑.๕ ทับ ๗๐ ชื่อชุด พระราชนิยมเรื่องคิดจะเปลี่ยนแปลงการปกครองแผ่นดิน

"...อนึ่ง ทรงพระราชดำหริเห็นว่า เืมืองเราใช้วิธีปกครองอย่าง Dictatorship แต่ไม่ใช้วิธีการอื่น ๆ ของ Dictator กลับใช้ลักษณะของการ Democracy หลายอย่าง จึงเป็นการครึ่ง ๆ กลาง ๆ และยังไม่ตกลงใจกันจริง ๆ ว่าจะเอาอย่างไรด้วย..."

- - - - - - - - - -

เอกสารประวัติศาสตร์ : กรณีดร.หยุด แสงอุทัย หมิ่นพระบรมเดชานุภาพฯ

รวมเอกสารและบทความที่เกี่ยวข้องในกรณีดร.หยุด แสงอุทัย หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

บรรณานุกรม : หอจดหมายเหตุแห่งชาติ. ก/ป๗/๒๔๙๙/มท.๑๙ [เอกสารเย็บเล่ม]. ประมวลข่าวเหตุการณ์สำคัญ เรื่องกรณี ดร.หยุด แสงอุทัย หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ (พ.ศ.๒๔๙๙).

- - - - - - - - - -

ร่างและพระราชกฤษฎีกาฉบับ ๑ ว่าด้วยราชประเพณีกรุงสยาม

สำหรับ "ร่างพระราชกฤษฎีกาฉบับ ๑ ว่าด้วยราชประเพณีกรุงสยาม" คงเคยผ่านสายตาของผู้ศึกษาสายประวัติศาสตร์การปกครอง และนักกฎหมายมหาชน เป็นต้น หลายสิบปีแล้ว แต่ "พระราชกฤษฎีกาฉบับ ๑ ว่าด้วยราชประเพณีกรุงสยาม" เป็นเอกสารที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติ เพิ่งค้นพบตกสำรวจโดยยังไม่ได้ทำเป็นไมโครฟิล์ม ในโครงสร้างของตัวบทเป็นที่น่าวิเคราะห์วิจารณ์ในทางเนื้อหาเป็นอย่างยิ่ง.

- - - - - - - - - -

พระบรมราโชวาท เรื่องพระราชดำรัสสด ขัดต่อประเพณีการปกครอง

"...ขอ ยกตัวอย่างประเพณีที่ดีและไม่ดี ตามประเพณีการปกครองประเทศ โอวาทของพระมหากษัตริย์หรือพระราชดำรัสต้องเขียนเพื่อให้รัฐมนตรีรับสนอง แต่เดี๋ยวนี้ก็กำลังพูดไม่ใช่อ่าน เพราะว่าได้ทำตามประเพณีอันหนึ่งของคนไทยไม่สู้ดี คือ ทำเกินประเพณีฝรั่ง โอวาทนี้เพิ่งเตรียมเมื่อบ่าย ๒ โมงนี้เท่านั้นเอง ควรจะเตรียมมานานแล้ว แต่เห็นว่าไม่จำเป็น อาจจะไม่รู้เรื่องเท่าไรนัก นี่ตัวอย่างประเพณีที่ไม่ดีที่เราไม่ควรจะทำตาม..."

พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่นิสิตจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ปีการศึกษา ๒๕๐๒ วันที่ ๒๑ เมษายน พ.ศ.๒๕๐๓

- - - - - - - - - -

เอกสารประวัติศาสตร์ : ร่างรัฐธรรมนูญของรัชกาลที่ ๗ ฉบับพระยากัลยาณไมตรี

- - - - - - - - - -

บันทึกส่วนตัวของ พระยานิติศาสตร์ไพศาลย์ เรื่องรัฐธรรมนูญ (๒ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๗๕)


"...อย่าประมาทอย่างรัฐบาลเก่าที่เสียรู้คณะราษฎร..."

พระยานิติศาสตร์ไพศาลย์ (วัน จามรมาน)

- - - - - - - - - -

เอกสารประวัติศาสตร์ : หนังสือพิมพ์สามสมัย หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ รัชกาลที่ ๖

เอกสาร ประวัติศาสตร์ฉบับนี้ แสดงให้เห็นว่าการริเริ่มคดี ฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ในยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์ นั้น กษัตริย์ต้องอนุมัติกลั่นกรองเสียก่อน โดยดุลยพินิจวินิจฉัยว่าจะให้กระทรวงนครบาล ฟ้องบุคคลนั้นในความผิดฐานนั้นหรือไม่ มิใช่ว่าบุคคลทั่วไป สามารถร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีได้ตามอำเภอใจ

ผลของกรณีหมิ่นฯ ตามเอกสารนี้คือ สั่งปิดโรงพิมพ์ และภาคทัณฑ์โทษ ไว้ก่อน.

ดาวน์โหลดเอกสารฉบับนี้

บรรณานุกรม : หอจดหมายเหตุแห่งชาติ. มร ๖ บ/๓๙ . เอกสารกรมราชเลขาธิการ รัชกาลที่ ๖ เบ็ดเตล็ด. เรื่องหนังสือพิมพ์สามสมัยลงข่าวเรือพระที่นั่งเกยศิลาที่ช่องแสมสารใช้ถ้อย คำสำนวนหยาบช้า (๒-๑๒ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๕๔).

- - - - - - - - - -

เอกสารประวัติศาสตร์ : คู่มือระบอบใหม่ (๒๔๗๗)

"ถ้า พระมหากษัตริย์ทรงแสดงพระราชดำริเปนการเปิดเผยประการใดแล้ว มหาชนย่อมมีสิทธิที่จะติชมได้ ถ้าเปนข้อราชการแผ่นดิน ซึ่งมีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบอยู่แล้ว การติชมก็เปนการติชมเจ้าหน้าที่ แต่ถ้าไม่เปนการแผ่นดินแล้ว ไม่มีใครรับผิดชอบแทน เพราะฉะนั้นพระมหากษัตริย์ใต้รัฐธรรมนูญ จึ่งไม่ทรงแสดงพระราชดำริเปนการเปิดเผยในข้อซึ่งจะเปนที่ทุ่มเถียงกันได้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา เคยพระราชทานพระบรมราโชวาทเปนที่จับใจมาหลายคราวแล้ว แต่ต่อไปภายหน้า ถ้าจะทรงปฏิบัติตามลัทธิรัฐธรรมนูญแล้ว จะต้องไม่พระราชทานในข้อซึ่งอาจเปนที่ทุ่มเถียงกันได้ เพราะว่าถ้าจะไม่ให้ออกความเห็นประการใดหรือให้ออกความเห็นแต่ในทางชมในพระ ราชดำรัสต่าง ๆ แล้ว จะเปนการขัดกับเสรีภาพของประชาชนมาตรา ๑๔" (คู่มือระบอบใหม่ , หน้า ๒๕ - ๒๖)

- - - - - - - - - -

[นิติสาส์น] ความหมายของคำว่า "รัฐ" โดย นายสายหยุด แสงอุทัย (๒๔๘๓)

บท ความนี้ได้รวบรวมความหมายของ "รัฐ" ตามที่ใช้อยู่ในที่ต่าง ๆ เป็นผลของการค้นคว้าของนายสายหยุด แสงอุทัย หรือ นายหยุด แสงอุทัย ในบทความนี้ หยุด ได้วิเคราะห์ว่า "รัฐ" ย่อมมีความหมายแตกต่างกันในการปกครองระบอบต่าง ๆ โดยใช้ฐานทางตำราของรัฐในระบอบนั้นๆ เป็นฐานในการพิจารณาโดยตรง สำหรับการเขียนบทความนี้ หยุด ได้อ้างอิงตำราต่างประเทศไว้เป็นจำนวนมาก เราประมวลหัวข้อการนำเสนอของบทความ ความหมายของคำว่า "รัฐ" มีดังนี้ (๑) ประวัติคำว่า "รัฐ" , (๒) คำว่า "รัฐ" ในการปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช , (๓) คำว่า "รัฐ" ในการปกครองระบอบประชาธิปตัย , (๔) คำว่า "รัฐ" ในการปกครองระบอบโซเวียตรัสเซีย , (๕) คำว่า "รัฐ" ในการปกครองระบอบฟัสซิสม์ , (๖) รัฐในการปกครองระบอบแนชชั่นแนลโซเชียลลิสม์ , (๗) ชื่อของรัฐต่าง ๆ แบ่งเป็น ก.รัฐเด็ดขาด , ข.รัฐตำรวจ , ค.รัฐเสรีนิยม , ง.นิติรัฐ , จ.รัฐยุตติธรรม , ฉ.รัฐรอบด้าน , ช.รัฐที่มีผู้นำ , ซ.รัฐที่มีพรรคการเมืองคณะเดียว

- - - - - - - - - -

รัฐธรรมนูญคำกลอน - พระราชธรรมนิเทศ (๒๔๗๘)

หนังสือรัฐธรรมนูญคำกลอน เป็นงานวรรณกรรมในสมัยระบอบรัฐธรรมนูญ ที่เกี่ยวข้องกับ "เนื้อหาของรัฐธรรมนูญ" (๒๔๗๕) โดยตรง

- - - - - - - - - -

คำอธิบายพระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พ.ศ.๒๔๗๕ (เรียงมาตรา)

"คำ อธิบายพระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พ.ศ.๒๔๗๕ (เรียงมาตรา)" ได้ตีพิมพ์เผยแพร่ใน วารสารนิติสาส์น แผนกสามัญ ปีที่ ๕ เล่ม ๕ ประจำเดือนสิงหาคม พ.ศ.๒๔๗๕ โดยไม่ปรากฎชื่อผู้เขียน เป็นการอธิบายข้อความสำคัญในบทกฎหมายที่เผยแพร่ในวารสารนิติสาส์น แผนกกฤษฎีกา ในคำอธิบายส่วนนี้ทั้งหมดไม่ปรากฎชื่อผู้เขียนแต่อย่างใด

ในด้านสำนวนการเขียนและวิธีอธิบายทางทฤษฎี สันนิษฐานว่า นายเดือน บุนนาค หรือนายไพโรจน์ ชัยนาม เป็นผู้จัดทำ

- - - - - - - - - -

คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ กรณียึดทรัพย์ทั้งหมดของสมเด็จพระปกเกล้าฯ[ภาคแรก]

คำ พิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีดำที่ ๑๙๗/๒๔๘๒ คดีแดงที่ ๒๗๘/๒๔๘๒ ความแพ่งระหว่าง กระทรวงการคลัง โจทก์ สมเด็จพระปกเกล้าฯ ที่๑ และ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี ที่๒ จำเลย

"จำเลยได้โอนทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์เป็นทรัพย์สินส่วนตัวของจำเลยดั่งคำฟ้องของโจทก์" [ความตอนหนึ่งของข้อเท็จจริงในคำพิพากษา]

- - - - - - - - - -

โทรเลขของพระราชชนนีศรีสังวาลย์ : กรณีกรมขุนชัยนาทฯต้องโทษก่อกบฏล้มล้างรัฐธรรมนูญ

"ได้ ทราบว่า กรมขุนชัยนาทถูกพิพากษาลงโทษจำคุกตลอดชีวิตแทนที่จะลงโทษจำคุกไว้ตลอดชีวิต ขอท่านได้ช่วยพิจารณาว่า จะมีทางที่จะเนรเทศไปต่างประเทศเสียตลอดชีวิตได้หรือไม่ ถ้ามีทางเช่นนั้น หม่อมฉันจะรู้สึกเป็นพระคุณอย่างยิ่ง ถ้าจำเป็น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงเซ็นหนังสือขอร้องมาโดยพระองค์เอง โดยให้ทราบโดยเร็วที่สุด"

สังวาลย์ มหิดล (Sangwal Mahidol) , วันที่ ๒๕ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๘๒ เวลา ๐๑.๒๕ นาฬิกา

- - - - - - - - - -


คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ นายฉลาด วรฉัตร ฟ้อง คมช.และพวก ฐานกบฎล้มล้างรัฐธรรมนูญฯ

คำ พิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำที่ ๓๔๙๔/๒๕๕๐ คดีหมายเลขแดงที่ ๗๘๔๑/๒๕๕๓ ระหว่าง เรืออากาศตรีฉลาด วรฉัตร (โจทก์) พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน และพวก (จำเลย)

"โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ จนถึงวันฟ้องทั้งเวลากลางวันและกลางคืน จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๘ กระทำผิดกฎหมายด้วยการใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลัง ประทุษร้าย เพื่อล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ ล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร อำนาจตุลาการแห่งรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจรัฐโดยมิชอบด้วยกฎหมาย บิดเบือนหรือบิดผันระบอบการปกครองในระบอบประชาธิปไตย..."

- - - - - - - - - -


ความเห็นในการวินิจฉัยคดีของนายกีรติฯในคดีจงใจยื่นบัญชีรายการทรัพย์สินอันเป็นเท็จ


"ปัญหา ต้องวินิจฉัยว่า ผู้ร้องมีอำนาจฟ้อง (ยื่นคำร้อง) คดีนี้หรือไม่ เห็นว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน ศาลเป็นหนึ่งในอำนาจอธิปไตย ซึ่งเป็นของประชาชน ศาลจึงต้องใช้อำนาจดังกล่าวเพื่อประชาชนอย่างสร้างสรรค์ในการวินิจฉัยคดี เพื่อให้เกิดผลในทางที่ขยายขอบเขตการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน หากศาลไม่รับใช้ประชาชน ย่อมทำให้ระบบกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมถูกท้าทายและสั่นคลอน นอกจากนี้ศาลควรมีบทบาทในการพิทักษ์ความชอบด้วยกฎหมายรวมถึงพันธะกรณีในการ คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนจากการใช้อำนาจโดยมิชอบและพันธะกรณีในการ ปกปักรักษาประชาธิปไตยด้วย การได้อำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางของระบอบ ประชาธิปไตย กล่าวคือ การได้อำนาจในการปกครองประเทศโดยความไม่ยินยอมพร้อมใจจากประชาชนส่วนใหญ่ เท่ากับเป็นการล้มล้างระบอบประชาธิปไตย การปฏิวัติหรือรัฐประหารเป็นการล้มล้างรัฐธรรมนูญ เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๓ ย่อมเป็นการได้อำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทาง ของระบอบประชาธิปไตย หากศาลรับรองอำนาจของบุคคลหรือคณะบุคคลที่ทำการปฏิวัติ หรือรัฐประหารว่าเป็นรัฏฐาธิปัตย์แล้ว เท่ากับศาลไม่ได้รับใช้ประชาชนจากการใช้อำนาจโดยมิชอบและเพิกเฉยต่อการปกปัก รักษาประชาธิปไตยดังกล่าวมาข้างต้น ทั้งเป็นการละเลยหลักยุติธรรมตามธรรมชาติที่ว่าบุคคลใดจะรับประโยชน์จากความ ฉ้อฉลหรือความผิดของตนเองหาได้ไม่ รวมทั้งเป็นการส่งเสริมให้เกิดการปฏิวัติหรือรัฐประหารเป็นวงจรอุบาทว์อยู่ ร่ำไป ยิ่งกว่านั้น ยังเป็นช่องทางให้บุคคลหรือคณะบุคคลดังกล่าวที่ทำการปฏิวัติหรือรัฐประหาร ยืมมือกฎหมายเข้ามาจัดการสิ่งต่าง ๆ...ศาลจึงไม่อาจที่จะรับรองอำนาจของบุคคลหรือคณะบุคคลที่ทำการปฏิวัติหรือ รัฐประหาร ว่าเป็นรัฏฐาธิปัตย์ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น"
ความเห็นในการวินิจฉัยคดีของ นายกีรติ กาญจนรินทร์ คดีหมายเลขแดงที่ อม. ๙/๒๕๕๒

เรื่อง คำว่า "ราชการ" ควรเปลี่ยนศัพท์เป็น "รัฏฐการ" หรือ "รัฐการ"

บทกวีการเมืองและข้อเขียนของสามอาจารย์ดัง: สุจิตต์, เกษียร และสมศักดิ์

ที่มา Thai E-News


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
17 ธันวาคม 2554

ไทย อีนิวส์ขอรวบรวมข้อเขียน และบทกวีการเมือง จาก 3 อาจารย์ดัง สุจิตต์ วงษ์เทศ เกษียร เตชะพีระ และสมศักด์ เจียมธีรสกุล ที่แชร์กันว่อนทั่วอินเตอร์เนทวันนี้มาฝากผู้อ่านทุกท่าน
- - - - - - - - -

คนทั้งโลกมองเห็นเป็นสีดำ
แต่เจ้ากรรมมองเห็นเป็นสีขาว
ความเป็นไทยคล้ายมนุษย์ต่างดาว
ไม่เหมือนชาวโลกนี้ที่เป็นคน

- - - - - - - - -

รศ. ดร. เกษียร เตชะพีระ
บทกวีแด่สื่อ 'ผู้จัดการ' กรณี "อากง"

แต่งนิยายฆ่าคน จนเคยตัว
ช่างไม่กลัว บาปกรรมที่ทำไป
เห็นคนเป็นเครื่องมือ การสื่อสาร
เพื่อรับใช้อุดมการณ์ อันยิ่งใหญ่
กี่ศพแล้วกี่ศพเล่า เผาด้วยไฟ
ที่นับวันลามไหม้ มาลวกมือ
มือถือสากปากถือศีล กินเลือดสด
ริงกับเท็จ ปนกันหมดเลิกยึดถือ
พ่นพิษร้ายทำลายล้าง
สร้างข่าวลือรังแกคนไร้สื่อ จะสวนคำ

บาปที่ทำกรรมที่ก่อ ยังรออยู่
ถึงหลอกคนพระเจ้ารู้ วันยังค่ำ
ทุกถ้อยเถื่อนแจ้งชัด อสัตย์อธรรม
ผู้จัดกรรม ผู้จัดการ ไม่นานเลย

- - - - - - - - -

ประชาไท วันที่ 17 ธันวาคม 2554 รายงาน

"สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล" อธิบายเคสจำคุก 3 ปี คดีขู่ฆ่าปธน.สหรัฐไม่เหมือนกม.หมิ่นฯ"

หมาย เหตุ: วันนี้ (17 ธ.ค.) สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล นักวิชาการประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์เฟซบุคของตน อภิปรายและแสดงความเห็นขัดแย้งในกรณีที่นายสุริยะใส กตะศิลา และหนังสือพิมพ์เอเอสทีวีผู้จัดการออนไลน์ ยกกรณีศาลสหรัฐอเมริกาพิพากษาจำคุกชาวอเมริกัน 3 ปี ฐานข่มขู่เอาชีวิตประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า มาเปรียบเทียบกับกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในกรณีประเทศไทย โดยมีรายละเอียดของการโพสต์ดังนี้

0 0 0 0

ความ จริง ขี้เกียจเขียนนะเรื่องนี้ เพราะมัน so obvious ชัดจนไม่รู้จะเขียนทำไม คือ วันก่อน "ยะใส" ยกตัวอย่างเรื่อง อเมริกา ก็มีกฎหมาย "ปกป้อง" ประธานาธิบดี โดยยกกรณีตัวอย่างว่า เร็วๆ นี้ มีชายคนหนึ่งถูกจำคุก 3 ปี นี่คือ ที่ ยะใส พูดนะครับ

"นาย สุริยะใส กล่าวต่อว่า อย่างกรณี ดา ตอร์ปิโด ที่เพิ่งโดนคำพิพากษาจำคุก 15 ปี ถ้าดูถ้อยคำของการปราศรัยจาบจ้วงนั้น พบว่า มากกว่าการวิพากษ์วิจารณ์ธรรมดา แต่เป็นการข่มขู่อาฆาตมาดร้าย ซึ่งในหลายๆ ประเทศก็มีกฎหมายคุ้มครองผู้นำล่าสุดในสหรัฐศาลก็พึ่งมีคำพิพากษาจำคุก 3 ปี และควบคุมความประพฤติอีก 3 ปี ของชาวอเมริกันคนหนึ่งที่เขียนบทกลอนข่มขู่เอาชีวิตประธานาธิบดีโอบาม่า"

จากข่าวนี้ http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9540000159611

พอ ดีมีคนบอกมาว่า หมอตุลย์ ก็ยกกรณีนี้ขึ้นมาเหมือนกันวันนี้ ผมเองไม่ได้ฟัง ดังนั้น ไม่อยากยืนยัน แต่อย่างน้อย กรณียะใส ใครช่วยไปบอกทีว่า คราวหน้า ถ้าไม่รู้จริง อย่าดัดจริตยกกรณีอะไรแบบนี้มาเลยครับ ขายหน้า

..................

กรณี จำคุก 3 ปี เรืองขู่เอาชีวิต โอบาม่านั้น มันมีกฎหมายอันหนึ่ง เรียกว่า มาตรา 871 ใน US Code Title 18, Part I, Chapter 41 ตัวบทของกฎหมายที่ว่า มีดังนี้

http://www.law.cornell.edu/uscode/usc_sec_18_00000871----000-.html

สรุป คือ ใครขู่ฆ่า หรือ ขู่จะลักพาตัว ปธน. หรือ รอง ปธน. หรือ ปธน.ทีเพิ่งได้รับเลือกตั้ง (President-elect) มีโทษปรับ (ไม่ได้ระบุอัตรา) หรือ จำคุก ไม่เกิน 5 ปี หรือ ทั้งจำทั้งปรับ

ทีนี นี่คือ ความผิด ฐาน ขู่ฆ่า (หรือลักพาตัว หรือทำร้ายร่างกาย) นะครับ ไม่ใช่ ความผิด หมิ่นประมาท แบบกรณี 112 บ้านเรา

(แล้วจริงๆ ความผิดนี้ เขาถือเป็น class D felony คือ ความผิด ชั้นต่ำสุด ไม่ใช่ความผิดระดับความมันคง เหมือน 112 ของบ้านเรา)

อัน ที่จริง กรณีที่ ยะใส (หรือ อาจจะหมอตุลย์ด้วย) พูดถึงนี้ มีหลายคน ก็ไม่พอใจคำตัดสินนะ (คนทำผิด เขียนกลอนชื่อ "สไนเปอร์" พิมพ์ครั้งแรกปี 2007 และพิมพ์ซ้ำ 2009 ขู่จะยิง ปธน.) โดยเป็นว่า การเขียนกลอนแบบนี้ ไม่น่าจะจัดอยู่ในความผิดเรื่อง ขู่ฆ่า แต่ควรถือเป็น free speech ซึ่งไม่มีความผิด บางคนก็ยกตัวอย่างงานเขียนประเภท เดียวกัน ที่คนทำกัน ซึ่งมีจริง หรือ กระทัง เร็วๆ นี้ มีคนเปิด fb ให้คนมาออกเสียงว่า โอบาม่า ควรถูกลอบสังหารหรือไม่ ให้เลือกตอบ yes, no, maybe ก็มีคนไปลงกันเป็นร้อยๆ แต่ตอนหลัง fb ปิดไป และมีการสอบสวนกันเหมือนกัน (เพราะมันมีความผิดมาตราทีว่าอยู่) แต่ก็ไม่เห็นมีข่าวดำเนินคดีอะไร .. พูดง่ายๆ คือ แม้แต่ไอ้มาตราทีว่านี้ ก็ไมใช่่ว่า จะใช้กันอย่างพร่ำเพรื่อ หรือบ่อย (ลองจินตนาการเปรียบเทียบกับบ้านเราดูสิ เหอๆๆๆ ที ยะใส ยกกรณี ดา ตอร์ปิโด นั้น ก็คนละเรื่องเลยครับ ดา ตอร์ปิโด เคย "ขู่ฆ่า" หรือขู่ ลักพาตัว ใครเหรอ? โปรดสังเกตว่า กม.ของไอ้กันอันนี้ เขาไม่ได้ใช้คำแบบที ยะใส มั่วมา ว่า "แสดงความอาฆาตมาดร้าย" ครับ เขาเจาะจงเลยเรื่อง ขู่ฆ่า ลักพาตัว ทำร้ายร่างกาย)

ทีนี้ ในแง่ "หมิ่นประมาท" ที่เป็นเรื่องเกียวกับ 112 นี "ยะใส" ไม่ควรแสดงความเขลา ด้วยการยกไอ้กันมาเลยครับ

ผมเสนอให้ใครลองดูก็ได้นะ พิมพ์คำประเภท idiot หรือ stupid คู่กับคำว่า Obama หรือ George W Bush ดูสิ Google ขึ้นมาให้ดูกันเกร่อเลย

ลองคิดเปรียบเทียบหรือจินตาการกับกรณีไทยเอาเองก็แล้วกัน เหอๆๆ

นี่เป็นตัวอย่างบางอันให้ดูนะว่า เขา free speech เรื่อง "ประมุขรัฐ" ขนาดไหน

(อัน ที่ 2 และ 3 ข้างล่างนี้ เป็นรายการทีวีชื่อดังด้วยนะ ที่ถามว่า บุชนี่ idiot หรือเปล่า? และ ที่พูดถึง 10 เหตุการณ์ที่่ most stupid ของ บุช น่ะ ส่วนอันอื่น เป็นเอกชนทำกันเอง)

Obama, a complete idiot
http://www.youtube.com/watch?v=of61E1FesPU

Is Bush an "Idiot"?
http://www.youtube.com/watch?v=whhbPVrb5KM

Bush: the 10 most stupid moments of his life
http://www.youtube.com/watch?v=0D4uAW_3Gjg&feature=related

why Obama is an idiot
http://www.colony14.net/id151.html

Obama is an idoit T-Shirt
http://www.zazzle.com/obama+is+an+idiot+tshirts

และนี่เป็นตัวอย่าง กลอน แอนตี้ บุช นะ มีบางอัน เนื้อหา แตะๆ เรื่อง "ขู่ฆ่า" ด้วย

anti-Bush poems
http://liberalpoetry.proboards.com/index.cgi?board=2moremonths2moremonths

หรือเอาง่ายๆ ดูอันนี้ก็ได้ แค่ชื่อ กลอน ก็พอ
FUCK Bush
http://liberalpoetry.proboards.com/index.cgi?board=2moremonths2moremonths&action=display&thread=697

คือมันขำจนน่าสมเพชน่ะ ที่ ยะใส (หรือ หมอตุลย์) คิดจะด่า ไอ้กัน ด้วยข้ออ้างประเภท "ยู ก็มี กฎหมาย ปกป้อง ประมุข" อะไรแบบนี้น่ะ

(ผม ไม่ต้องยกกรณียุโรปขึ้นมาอีกแล้วนะ เรื่อง เนเธอแลนด์ หรือ สเปน หรือ แม้แต่อังกฤษน่ะ... คือ สรุปแล้ว ใครก็ตาม ที่คิดจะยก ประเด็น "ต่างประเทศก็มี" มาปกป้อง 112 ของไทยน่ะ มีแต่ หน้าแตก เทานั้นแหละ ... ไมมีประเทศไหน เขา "ป่าเถื่อน" เท่า 112 ของประเทศนี้ ที่จำคุกคนเป็น สิบๆ ปี เพียงเพราะคำพูดเท่านั้นหรอก)

000

หุ หุ ผมเห็น ผู้จัดการ ยังอยากหน้าแตกนะ ยัง "เล่น" ข่าว เรื่อง คนเขียนกลอนขู่ฆ่า โอบาม่า โดนจำคุก และเรื่อง เด็กอังกฤษโดนแบนไม่ให้เข้าประเทศ เพราะส่งอีเมล์ด่า เพื่อเอามาเปรียบเทียบกับ 112

http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9540000160384

ก่อน อื่นนะครับ วิธีพาดหัว ก็ผิดแล้ว "ย้อนรอยคดีหมิ่นประธานาธิบดี" (มันใช่ คดี "หมิ่น" ที่ไหนกันครับ? รายการทีวีอเมริกัน เขาด่า ปธน.ว่า stupid, ...idiot ไม่เห็นมีใครว่า หมิ่นฯ มันเป็นคดีขุ่เอาชีวิตต่างหาก) และที่เขียนในย่อหน้าแรก เรื่อง "ห้ามเข้าประเทศตลอดชีวิต" จริงๆ ก็มั่วมานะ จากข่าว ไม่ได้บอกว่า "ตลอดชีวิต" แต่อย่างใด อเมริกา มันมีการ "แบน" ไม่ให้วีซ่า คนเป็นระยะๆ นะ ปัญญาชนฝ่ายซ้ายบางคน ก็เคยโดน แล้วตอนหลัง ก็เข้าได้ อะไรแบบนั้น มันไมมีเรื่อง "แบนตลอดชีวิต" อะไรเสียหน่อย

ดูรายละเอียดที่ผมเขียนไปแล้ว ข้างล่าง กรณี ขู่ฆ่า แล้วโดน 3 ปี
https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=154153601357080&id=100001298657012

ส่วน กรณีเด็กอังกฤษ ผมเขียนตอบคุณ Workman Show ที่อ้าง link มาโพส์ในกระทู้ข้างล่างอันหนึง ผมขอ copy มาให้ดู (และอย่าลืม อย่างที่เขียนไปว่า ตามข่าว ไม่ใช่ "ตลอดชีวิต" อย่างที่ ผู้จัดการ อ้างเลย)

..............

หุหุ คุณ Workman Show ยกข่าวนี้มา เพื่อจะบอกว่า อเมริกา ก็มีมาตรการประเภท 112 หรือครับ?

คือ ถ้าคิดจะยกมาเพื่อเปรียบเทียบกับกรณี 112 ของไทย นี่ก็ไม่เวิร์ก หรอกครับ

ตามข่าว เขียนว่า

"No criminal action will be taken against the teenager, but he has been placed on a list of people banned from entering the United States."

(แปลว่า จะมีมีการดำเนินคดีอะไรเด็กคนนี้ เพียงแต่เขาถูกใส่ในบัญชีชื่อคนที่ห้ามเข้า US คือ จะไม่ได้วีซ่า นั่นเอง)

อัน นี้ มันเทียบอะไรกับ 112 ไม่ได้เลยนะครับ (เหมือนกรณีที่ ยะใส ยก เรื่อง ขู่ฆ่า ในกระทู้ข้างลาง) ควรกล่าวด้วยว่า US นี่ "แบน" คนเข้าประเทศบ่อยเหมือนกัน รวมทั้ง กรณีปัญญาชนฝ่ายซ้ายบางคน ที่ถูกหาว่าเป็น terrorist ด้วย แต่อันนี้ มันคนละเรืองกับ 112 คือนี่เป็นเรื่อง การให้ หรือไม่ให้วีซ่า ชาวต่างชาติ

ดู ที่ผมเขียนกระทู้ยะใส ดูนะครับว่า เขาอนุญาตให้ คนในประเทศเขาเอง "อัด" ปธน. ขนาดไหน เรียกเป็น idiot หรือ ใช้คำประเภท FUCK เลยด้วยซ้ำ

- - - - - - - - -

วันแรงงานข้ามชาติสากล :ก้าวพ้นความเป็น ”ชาติ” สู้เพื่อความยุติธรรม เสมอภาค และประชาธิปไตย

ที่มา Thai E-News

โดย เปลวเทียน ส่องทาง
18 ธันวาคม 2554

วันที่ 18 ธันวาคม ของทุกปี ถือเป็นวัน “วันแรงงานข้ามชาติสากล” (International Migrant Day) เป็นวันที่ทางองค์การสหประชาชาติได้จัดทำอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน ข้ามชาติและครอบครัว ค.ศ. 1990 เพื่อให้แรงงานข้ามชาติในประเทศต่างๆ ได้รับการคุ้มครองสิทธิทั้งสิทธิมนุษยชนและสิทธิเป็นแรงงาน

ปฎิเสธไม่ได้ว่า ระบบทุนนิยมที่ขยายตัวทั่วโลก ได้สร้างพลังแรงงานที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนสร้างสรรพสิ่งต่างๆให้ สังคมมีความก้าวหน้าขึ้น

อย่างไรก็ตาม ชีวิตของผู้ใช้แรงงานจำนวนมากกลับประสบกับชะตากรรมของชีวิตที่ยากลำบากยาก เข็ญ ต้องทำงานหนัก จำเจ ซ้ำซากน่าเบื่อหน่าย มีชั่วโมงการทำงานที่มากกว่าแปดชั่วโมง ไม่มีวันหยุดพักผ่อน แสวงหาความรู้ ไร้หลักประกันความมั่นคงของงาน ค่าจ้างขั้นต่ำต่ำกว่าค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ไร้สวัสดิการพื้นฐาน และมีอำนาจต่อรองไม่มากนัก

อีกด้าหนึ่ง “แรงงาน” จึงกลายเป็น”สินค้า” เป็นกลจักรหนึ่งหรือหุ่นยนต์ของระบบทุนนิยม มากกว่าความเป็น “มนุษย์”

……………

“วันแรงงานข้ามชาติสากล” ได้ให้ความหมายว่า แรงงานจำนวนมากในโลกใบนี้ได้เคลื่อนตัวข้ามเหนือความเป็น “ชาติ” เช่นเดียวกับ ทุน ที่ “ไร้พรมแดน” “ไร้สัญชาติ” เพื่อกำไรสูงสุด เพื่อสะสมทุนและขยายทุน (จึงมีนายทุนไทยไปลงทุนต่างประเทศ และนายทุนต่างประเทศมาลงทุนในประเทศไทยจำนวนไม่น้อย)

ขณะที่ความเป็น “ชาติ” (ที่คลั่งชาติ ) กลายเป็นวาทกรรมที่ครอบงำประชาชนในประเทศหรือรัฐชาติต่างๆ ด้านหนึ่งเพื่อสร้างความยิ่งใหญ่ของชาติตนเอง ด้านหนึ่งกลับสร้างความเหยียดยาม ดูหมิ่น ดูถูกชาติอื่นๆ มาแต่ยุคสมัยโบราณกาลก่อน

“ความเป็นไทย” เป็นส่วนประกอบหนึ่งของอุดมการณ์ชาตินิยมของรัฐไทย ที่ปลูกฝังประชาชนให้จงเกลียดจงชังประเทศเพื่อนบ้าน มองเป็นดั่ง”ศัตรู” “เป็นอื่น” ผู้รุกราน สร้างความแตกแยก ทำลายความรักความสามัคคีของคนในชาติ ผ่านสื่อสารมวลชน เพลง ละคร ภาพยนตร์ วรรณกรรม เรื่องเล่า สัญญลักษณ์ต่างๆ ฯลฯ และที่สำคัญหลักสูตรประวัติศาสตร์ชาติไทยฉบับทางการ เพื่ออำนาจของผู้ปกครอง โดยเฉพาะพวกอำมาตย์ขุนนางศักดินา

“ความเป็นชาติ” ของรัฐไทย ยังมีความหมายที่คับแคบ ไม่ให้ความสำคัญความหมายกับประชาชน โดยเฉพาะประชาชนที่ถูกกดขี่ เสียเปรียบในสังคม รวมถึงผู้ใช้แรงงานซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ และเป็นลูกหลานของไพร่ในสมัยก่อนระบบทุนนิยม มิพักพูดถึงแรงงานข้ามชาติในสังคมไทยซึ่งมีพื้นที่ทางสังคมอยู่น้อยนิด

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ใช้แรงงานแล้ว “ชาติ” จึงควรหมายถึงมนุษยชาติ ประชาชนผู้ถูกกดขี่ทั่วโลก หาใช่ความคลั่งชาติ แต่เป็นจิตสำนึกทางสากล
………………..

การพัฒนาทุนนิยมสังคมไทยที่มีอำนาจ นอกระบบ เหนือรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งนั้น มีผู้ใช้แรงงานข้ามชาติที่เข้ามาทำงานและมักเป็นงานที่คนไทยเองขาดแคลนจำนวน ประมาณกว่า 3 ล้านคน โดยเฉพาะแรงงานที่อพยพหนีการกดขี่ข่มเหงจากอำนาจเผด็จการทหารพม่า

ปฏิเสธไม่ได้ว่า เป็นพลังแรงงานส่วนสำคัญในการพัฒนาสังคมไทย และไม่ต่างจากที่แรงงานไทยอพยพไปทำงานต่างประเทศเช่น แถบประเทศตะวันออกกลางที่มีแรงจูงใจทางเศรษฐกิจที่ดีกว่าทำงานในเมืองไทย

แต่ชีวิตแรงงานข้ามชาติจำนวนไม่น้อยในสังคมไทย กลับถูกกดขี่เอารัดเอาเปรียบจากนายจ้าง นายทุนไทยบางคน และข้าราชการบางหน่วยบางคนในรูปแบบต่างๆ ที่สำคัญกฎหมายแรงงานที่ล้าหลังไม่ยอมให้แรงงานข้ามชาติมีส่วนร่วมในสิทธิ ขั้นพื้นฐานของแรงงานตั้งสหภาพแรงงานและเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานได้ ภายใต้การครอบงำอุดมการณ์ความเป็นชาติไทยที่สร้างความดูถูกดูแคลนแรงงานข้าม ชาติ (แต่จำเป็นต้องมีแรงงานข้ามชาติ)

ขณะที่แรงงานไทยก็โดนกดขี่เอารัดเอาเปรียบจากนายทุนไทยและนายทุนต่างประเทศ เช่นกัน โดยที่กฎหมายแรงงานล้าหลังและเข้าข้างทุนมากกว่าผู้ใช้แรงงาน หรือ “รัฐรับใช้ทุน” มากกว่า “ผู้ใช้แรงงาน”

อย่างไรก็ตาม ภายใต้การต่อสู้ของผู้ใช้แรงงานข้ามชาติและแรงงานไทย เพื่อความยุติธรรมในด้านต่างๆ โดยเฉพาะปัญหาเฉพาะหน้า ปัญหาทางเศรษฐกิจปากท้องในชีวิตประจำวัน ปัญหาทางกฎหมาย/นโยบายต่อแรงงาน นั้น

ผู้ใช้แรงงานซึ่งเป็นส่วนสำคัญของสังคมไทย และมีจำนวนมากที่สุด ต้องมีส่วนร่วมในการต่อสู้เพื่อให้สังคมไทยเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ต้องปกป้องสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน และขยายสิทธิเสรีภาพให้มากขึ้น สร้างความเสมอภาคในสังคมด้วยเช่นกัน

ตลอดทั้งลดทอนอำนาจนอกระบบที่มีอำนาจเหนือรัฐบาลมาจากการเลือกตั้งของ ประชาชนและกลุ่มทุนล้าหลังอนุรักษ์นิยมสนับสนุนอยู่ (รวมทั้ง สมาคมอุตสาหกรรม นายจ้าง หอการค้า ธนาคาร ฯลฯ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ออกมาคัดค้านนโยบายค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทของรัฐบาลยิ่งลักษณ์)

ภายใต้บริบทเงื่อนไขทางประวัติศาสตร์ที่ดำรงอยู่จริงปัจจุบัน ผู้ใช้แรงงานทั้งไทยและแรงงานข้ามชาติต้องร่วมมือกับชนชั้นต่างๆ กลุ่มต่างๆ ในสังคมไทย ผู้รักประชาธิปไตยทั้งหลาย เฉกเช่นการต่อสู้ของผู้ใช้แรงงานในโลกอาหรับปัจจุบัน และประวัติศาสตร์การต่อสู้ของผู้ใช้แรงงานโลกตะวันตก

เพื่อความก้าวหน้าของสังคมไทย และเพื่อสร้างเงื่อนไขที่ดีกว่าในการต่อสู้ของผู้ใช้แรงงานในอนาคต

Saturday, December 17, 2011

น้ำลด.....หนาวมา.....ได้เวลาประชาธิปไตยต้องเติบโต

ที่มา thaifreenews

โดย vinitaya

น้ำลด.....หนาวมา....ได้เวลาประชาธิปไตยต้องเติบโต

น้ำลดลงลาจากฝากความทุกข์
ทุกหย่อมย่านไร้สุขคนทุกข์หมอง
มีแต่ซากเสียหายมากมายกอง
ความหม่นหมองยังมีจากนี้คน

ทุกข์ตกงานน้ำพามาให้เศร้า
ทุกข์ถูกเขาทวงหนี้ชีวีผล
ทุกข์เดือดร้อนนาไร่ให้อับจน
ทุกข์จากผลซ่อมบ้านงานต้องทำ

พอน้ำลาไหลลดใกล้หมดแล้ว
ลมหนาวแจ้วพัดพามากระหน่ำ
อากาศหนาวหนักเหน็บเจ็บระกำ
เพิ่มชอกช้ำจำทนทุกข์คนมี

เดือนธันวาการเมืองกลับเรืองร้อน
ผูกเงื่อนซ้อนเล่ห์ร้ายหลายวิถี
คิดแข่งขับหนุนเนื่องสร้างเรื่องมี
ทั้งสองขั้วหาวิธีบดบี้กัน

ถึงวันนี้ไม่มีใครฝ่ายไหนแพ้
ยังเล่นแง่สร้างเงื่อนเชือดเฉือนนั่น
ทั้งรับรุกบุกเร้าเข้าใส่กัน
เพื่อหาทางฟาดฟันให้บรรลัย

ฝ่ายอำมาตย์มิได้หงอยังต่อสู้
ยังรออยู่หาทางสร้างเงื่อนไข
จะหวนคืนฟื้นกลับปรับเปลี่ยนไทย
ประชาธิปไตยทุกด้านก็ต้านตี

จึงเป็นเรื่องเป็นราวยุ่งยาวแย่
ไม่มีใครไหนแพ้จนหลีกลี้
ต่างระงับจับจ้องมองวิธี
รอเวลาบดขยี้ให้ยับเยิน

สงครามเย็นเล่นเอาเถิดจึงเกิดถี่
วางระเบิดเกิดทุกที่ไม่ห่างเหิน
เป็นแง่ปมข่มกันมันเหลือเกิน
พาชาติเดินสะดุดต้องทรุดหนัก

ต้องนำคำโบราณมาขานกล่าว
ตีงูนั้นเขาเล่าอย่าหลังหัก
ตีให้ตายดับสิ้นอย่าดิ้นชัก
งูแว้งวักกัดเราเอาจนตาย

พอได้ทีอย่าถอนอย่าผ่อนพัก
ต้องรุกหนักแนวทางอย่าห่างหาย
ตีวงล้อมครอบคลุมอย่าเพิ่งคลาย
เพิ่มขยายฐานรุกทุกแนวทาง

ต้องกำราบปราบให้สิ้นอย่าเหลือเสี้ยน
ตัดให้เตียนอย่าเหลือตอมาก่อสร้าง
ขุดทั้งรากถากทั้งโคนอย่าโค่นกลาง
เพื่อถางทางประชาธิปไตยให้เติบโต

วินิตยา
17/12/2554


Re:

โดย BBBBB

ถ้าคิดว่า มีคนไทย ไว้เหยียบเล่น
ถ้าคิดเด่น มองดูซี ผีตาโบ๋
ออกมาหา ยุติธรรม คำที่โว
ปีกว่าโม้ พึ่งจะลง ส่งสำนวน

ถึงวันนี้ คนที่ตาย และคนเจ็บ
ยังหนาวเหน็บ ฝังใน ใจยังป่วน
โดยตราหน้า”ก่อการร้าย” โดยไม่ควร
เร่งทบทวน หาคนผิด มาติดคุก

ไอ้ที่กราด สาดโคลน โดนจับขัง
แล้วก็ยัง โดนขึงคา น่าเจ็บจุก
ขอได้โปรด เร่งทำการ งานเชิงรุก
ให้พ้นทุกข์ เพราะคดี ป้ายสีกัน

น่าทุเรศประเทศไทย ได้เดินหน้า
แต่บรรดา พรรคเก่ายุด ฉุดอยู่นั่น
ยุติธรรม ดำดินหาย ตายตามกัน
ประชาธิปไตย อยู่ในฝัน แค่นั้นเอง

Re:

โดย ลูกชาวนาไทย



ผมเขียนกลอนไม่เป็น

แต่ประชาธิปไตย เติบโตจากจิตสำนึกในใจคนครับ
ใจคนก็เหมือนกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ AI
พัฒนาขึ้นโดยการเรียนรู้และปรับพฤติกรรม
หากเกิดการเรียนรู้และปรับพฤติกรรมไปแล้ว
ยากที่จะ Uninstall ย้อนกลับไปสู่สภาพก่อนหน้านั้นได้

วันนี้อยากเป็นประชาธิปไตยหรือไม่ มันก็เป็น
ไม่อยากเป็นก็ขัดขวางมันไม่ได้
แต่ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ได้เปลี่ยนชั่วข้ามคืน
การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ตั้งแต่ปี 2549
ผ่านวันนี้มาก็ 5 ปีกว่าแล้ว จิตสำนึกคนเปลี่ยนไปมาก

แน่นอน ยังเปลี่ยนไม่หมด แต่ "ลิงตัวที่ร้อย"
ได้เปลี่ยนพฤติกรรมไปแล้ว

ในที่สุดลิงทั้งฝูงก็จะเปลี่ยนตาม
วันนี้ ใครจะดึงสังคมกลับไปสู่ยุคบูชาเทพ
คงไม่สำเร็จแล้ว


บันทึกการเข้า

Long live the people !, long live democracy !