WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, December 19, 2011

เว็บใหม่ - ศัพท์การเมืองไทยร่วมสมัย

ที่มา Thai E-News

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
19 ธันวาคม 2554

เว็บสุดเก๋ เพิ่งเกิดใหม่ รวบรวมศัพท์ทางการเมืองที่เพิ่งเกิดขึ้นและมีความน่าสนใจพร้อมคำอธิบาย "ศัพท์การเมืองไทยร่วมสมัย" หรือ "THE CONTEMPORARY THAI POLITIONARY" http://thaipolitionary.com/ ผู้ก่อตั้งชี้แจงว่า
"พจนานุกรม ศัพท์การเมืองไทยร่วมสมัย" ก่อตั้งขึ้นโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อบันทึกคำศัพทางการเมืองที่เราใช้ พบเห็น ได้ยิน ได้ฟัง ได้อ่านกันอยู่ ณ บัดนาว มิให้เลือนลางจางหายไปตามกาลเวลา. คำศัพท์ต่างๆ ในพจนานุกรมนี้ ไม่ได้เคร่งขรึมจริงจังทางการมากเสียจนเอาไปใช้ในงานวิชาการได้ ทว่า ในขณะเดียวกัน ก็ไม่ได้ขำขันปัญญาอ่อนมากเสียจนไร้สาระ.


ตัวอย่าง คำศัพท์ยอดนิยม อาทิเช่น "สลิ่ม" "ขอพูดอะไรแรงๆ สักครั้งในชีวิต" "คนไทยหรือเปล่า" ทั้งนี้เราขออนุญาตนำเสนอตามรายละเอียดด้านล่างนี้

คนไทยหรือเปล่า
ความหมาย:เป็นคนไทยที่มีพฤติกรรม ทัศนคติ ความเชื่อ หรือค่านิยมสอดคล้องกับสิ่งที่รัฐหรือผู้มีอำนาจต้องการและปลูกฝังหรือไม่
ที่มา:นี่ คือคำถามอมตะที่ถูกใช้และผลิตซ้ำนับตั้งแต่เปลี่ยนชื่อประเทศจากสยามเป็นไทย ในปี ๒๔๘๒ เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ถูกใช้ในทางการเมืองโดยมีวัตถุประสงค์แตกต่างกันไป อาทิ
๑) เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ของผู้ตั้งคำถามให้ผุดผ่องน่าเลื่อมใสยิ่งขึ้น เช่น กรณี น.ส.ติ่ง
๒) เพื่อสยบการวิพากษ์วิจารณ์ การตั้งคำถาม หรือการคิด เช่น กรณี ม. ๑๑๒
๓) เพื่อให้เชื่อฟังและยอมรับการใช้อำนาจเผด็จการหรือความอยุติธรรมโดยดุษฎี เช่น กรณีกระชับวงล้อมและขอคืนพื้นที่ หรือ
๔) เพื่อปลุกเร้าอารมณ์ผู้ฟังให้ลุ่มหลง คุ้มคลั่ง และก่อการอย่างใดอย่างหนึ่งโดยขาดสติ เช่น กรณี ๖ ตุลา เป็นต้น

สลิ่ม
ความหมาย:บุคคล ที่หลงคิดว่าตนมีสติปัญญา คุณสมบัติ ความเชื่อ ค่านิยม หรือจริยธรรมเหนือกว่าผู้อื่น ทว่าแท้จริงกลับไม่มีความคิดเป็นของตนเอง ไม่มีจุดยืนที่ชัดเจน ไม่สามารถใช้ตรรกะหรือแสดงเหตุผลตามหลักวิทยาศาสตร์ได้ จึงมักอ้างสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือมีความเชื่อที่ผิดอยู่เสมอ ทั้งยังปากว่าตาขยิบ มีอคติและความดัดจริตสูง เกลียดนักการเมือง และไม่ชอบประชาธิปไตยแบบมีผู้แทน
ที่มา:มาจากบุคคลที่อ้างว่า เกลียดเสื้อแดง แต่ไม่ยอมรับว่าตนเป็นเหลืองพันธมิตร บุคคลเหล่านี้เมื่อรวมตัวกันมักสวมเสื้อหลากสีสัน แลดูเหมือนของหวานประเภทหนึ่ง ใช้ในความหมายนี้ครั้งแรกโดย คำ ผกา

ประชาสัมพันธ์: โครงการเส้นทางสีแดงเพื่อสันติภาพ

ที่มา Thai E-News


กิจกรรมนี้มีชื่อว่าโครงการเส้นทางสีแดงเพื่อสันติภาพ (Red Path for Peace) ซึ่งคณะปั่นจักรยานเส้นทางสีแดงจะปั่นจักรยานใน 3 ประเทศ โดยจะแวะเยี่ยมเยียนและเยียวยาคนเสื้อแดงในภาคอีสานเป็นเวลา 28 วัน ระยะทางประมาณ 2,000 กม. จากนั้นจะเดินทางเข้ากัมพูชาอีก 7 วัน ระยะทางประมาณ 6,00 กม. โครงการนี้เป็นโครงการที่ 4 ของโครงการเส้นทางสีแดง (Red Path Projects) ซึ่งกลุ่มเส้นทางสีแดง (Reh Path Group) ได้ดำเนินมาตั้งแต่ปลายปี 2553

วัตถุประสงค์และเป้าหมาย
1. เพื่อสนับสนุนนโยบายปรองดองของคนในชาติของรัฐบาล
2. เพื่อส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างสันติกับมิตรประเทศ
3. เพื่อปรับทัศนคติของคนไทยให้ก้าวพ้นความขัดแย้งภายในประเทศ

ไฮไลท์ของกิจกรรมนี้จะอยู่ในวันที่ 4 กพ.ที่กิจกรรมเส้นทางสีแดงได้เดินทางครบ 10,000 กม. คณะปั่นจักรยานเส้นทางสีแดงจะข้ามพรมแดนไทยเข้ากัมพูชาผ่านทางเขาพระวิหาร ซึ่งเป็นพื้นที่อ่อนไหวทางการเมืองของรัฐบาลที่แล้ว โดยตัวแทนของคณะปั่นจักรยานจะจับมือกับทหารกัมพูชาณ.จุดใดจุดหนึ่งของเขาพระ วิหารเพื่อแสดงถึงมิตรภาพของสองประเทศ โดยกิจกรรมนี้จะเชิญสื่อมวลชนไปทำข่าวดังกล่าวเพื่อเผยแพร่ไปทั่วโลก

นอกจากนี้คณะปั่นจักรยานจะไปเยือนพิพิธภัณฑ์ตวลชเลง (Genocide Museum) ซึ่งเป็นสถานที่คุมขังและทรมานชาวกัมพูชาก่อนที่จะนำไปสังหารในเหตุการณ์ ทุ่งสังหาร ( The Killing Field) ซึ่งชาวกัมพูชานับล้านคนถูกเข่นฆ่าอย่างทารุนในระหว่างสงครามล้างเผ่าพันธ์ กลุ่มเส้นทางสีแดงจะบันทึกภาพและคลิปวีดีโอเพื่อเผยแพร่มายังประเทศไทย ทั้งนี้ เพื่อเตือนใจให้คนไทยได้ตระหนักว่าหากสังคมไทยยังคงขัดแย้งและเกลียดชังเช่น นี้ ในอีกไม่ช้าลูกหลายไทยจะลุกมาเข่นฆ่ากันเหมือนที่เกิดขึ้นในกัมพูชา

นี่คือที่มาของคำว่า เส้นทางสีแดง .. เพื่อสันติภาพ



ติดต่อรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่คุณ FORD โทรศัพท์ 081-5836964

ข้อคิดจากเกตตีสเบิร์ก แอดเดรส (Gettysburg Address)

ที่มา Thai E-News



โดย สายสัมพันธ์
วันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๔

ใน สถานการณ์บ้านเมืองของทุกวันนี้ที่ “รัฐบาลถูกเลือกมาจากประชาชน” แต่ “ยังไม่ได้เป็นของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน” อย่างแท้จริง การมารำลึกถึงสุนทรพจน์ของประธานาธิปดีลินคอนล์ที่ให้ไว้ ณ เมืองเกตตีสเบิร์ก น่าจะเป็นสิ่งเหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะสุนทรพจฯนี้กล่าวถึงวลีอันสำคัญของประชาธิปไตย และอาจจะให้ข้อคิดบางประการแก่เราผู้ร่วมขบวนการแสวงหาประชาธิปไตยที่แท้ จริงได้ไม่มากก็น้อย

ในบรรดาสุนทรพจน์ทั้งหลายของ ประธานาธิบดีสหรัฐ สุนทรพจน์ “เกตตีสเบิร์ก แอดเดรส” ของประธานาธิบดีอับราฮัม ลินคอนล์ เป็นสุนทรพจน์ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นสุนทรพจน์ที่ดีที่สุด มีชื่อเสียงมากที่สุด และกินใจมากที่สุด ขนาดที่เด็กนักเรียนนักศึกษาจำกันขึ้นใจ

ลินคอนล์ได้กล่าวสุนทรพจนี้ เมื่อวันที่ ๑๙ พ.ย. คศ. ๑๘๖๓ เนื่องในโอกาสเปิดสุสานทหารแห่งชาติอันใหม่ที่เมืองเกตตีสเบิร์ก รัฐเพนซิลวาเนีย สหรัฐอเมริกา สี่เดือนให้หลังการชนะศึกกับ “คอนเฟดเดอเรดท์” กองทัพฝ่ายใต้

ศึกครั้งนี้เป็นศึกสำคัญในบรรดาศึก สองพันกว่าครั้ง เพราะเป็นจุดเปลี่ยนจากการตั้งรับของฝ่ายเหนือมาเป็นฝ่ายรุก และเป็นตัวกำหนดให้เห็นว่าฝ่ายเหนือจะเป็นฝ่ายชนะในที่สุด

ภายใน ๓ วันของการทำศึก นับตั้งแต่วันที่ ๑-๓ ก.ค. ๑๘๖๓ มีผู้เสียชีวิตทั้งสองฝ่าย ๕๑,๐๐๐ คน เสียม้าศึก ๕,๐๐๐ ตัว

เป็นที่แปลกแต่จริงว่าสุนทรพจน์นี้สั้นมาก แค่ ๒๖๘ คำ ลินคอนล์ใช้เวลาปราศรัยไม่ถึงสามนาที

ที่ แปลกอีกประการหนึ่งของสุนทรพจน์นี้คือแทบไม่ได้กล่าวถึงเรื่องรูปธรรมความ กล้าหาญของทหารเหล่านั้นในการทำศึกครั้งนี้เลย จะกล่าวก็กล่าวอย่างสั้นๆ กว้างๆว่า What they did here (พวกเขาทำอะไรที่นี่)

คงเป็นเพราะลิ นคอนล์เห็นพลังของ “หลักการและเหตุผล” หรือ “ความคิด” อันเป็นสากลของมนุษย์กระมัง ที่เขานำเอา “หลักการและเหตุผล” ของ “บรรพบุรุษ” สมัยการต่อสู้เพื่ออิสรภาพมาเป็นหัวใจของสุนทรพจน์ รวมทั้งการโยงอดีตสู่ปัจจุบัน ปัจจุบันสู่อนาคต

พลังอีกอันหนึ่งของ สุนทรพจน์นี้คือการเรียกร้อง “ความรับผิดชอบ และการมีส่วนร่วมประหนึ่งคนครอบครัวเดียวกันกับผู้ที่จากไป” ของประชาชนทั้งหลายเพื่อสานต่ออุดมการณ์ของผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว

“เก็ตตี้สเบอร์ก แอดเดรส” จะมีความงามกินใจแค่ไหน จะมีข้อคิดอย่างไร ขอเชิญผู้อ่านพิจารณาเองครับ

0 0 0 0 0

Four score and seven years ago our fathers brought forth on this continent, a new nation, conceived in Liberty, and dedicated to the proposition that all men are created equal.

เมื่อ แปดสิบเจ็ดปีที่แล้ว บรรพบุรุษของเราได้ให้กำเนิดประเทศใหม่บนทวีปนี้บนพื้นฐานของเสรีภาพและ อุทิศการสร้างชาติบนหลักการที่ว่ามวลมนุษย์ทั้งหลายมีความเสมอภาคเท่าเทียม กัน

Now we are engaged in a great civil war, testing whether that nation, or any nation so conceived and so dedicated, can long endure.

ณ ขณะนี้เราอยู่ในภาวะสงครามกลางเมืองอันสำคัญ ซึ่งกำลังทดสอบประเทศที่ว่านี้ หรือประเทศใดๆก็ตามที่กำเนิดบนพื้นฐานดังกล่าวนี้ จะสามารถดำรงค์อยู่ต่อไปได้หรือไม่

We are met on a great battle-field of that war. We have come to dedicate a portion of that field, as a final resting place for those who here gave their lives that that nation might live. It is altogether fitting and proper that we should do this.

เราได้มาพบ กันบนสนามรบอันสำคัญนี้ เพื่อมอบพื้นที่ส่วนหนึ่ง เป็นสถานพักพิงสุดท้ายของเหล่าวีรชนผู้สละแม้ชีวิตให้ประเทศนี้อยู่รอดต่อไป การนัดพบกันครั้งนี้เป็นสิ่งที่เหมาะสมสมควรยิ่ง

But, in a larger sense, we can not dedicate -- we can not consecrate -- we can not hallow -- this ground. The brave men, living and dead, who struggled here, have consecrated it, far above our poor power to add or detract.

แต่ ในภาพรวมที่ใหญ่กว่านี้ คือ เราไม่สามารถที่จะให้อะไร... เราไม่สามารถ “ปลุกเสกแบบไหน” ที่จะทำให้สถานที่นี้ “ศักดิ์สิทธิ์” กว่า“ความศักดิ์สิทธิ์” ของการเสียสละของเหล่าวีรชนผู้กล้าที่เสียชีวิตหรือยังมีชีวิตอยู่นี้ได้ มันเกินความสามารถอันน้อยนิดของเราที่จะแต่งเสริมเพิ่มเติม

The world will little note, nor long remember what we say here, but it can never forget what they did here.

ชาว โลกคงจะรู้น้อยมาก หรือถ้าจะรู้ คงจะจำสิ่งที่เราพูด ณ ที่นี้ไม่ได้ แต่ที่สำคัญสำหรับเรา เราจะต้องไม่ให้โลกนี้ลืมสิ่งที่วีรชนเหล่านี้ได้กระทำณ ที่นี้

It is for us the living, rather, to be dedicated here to the unfinished work which they who fought here have thus far so nobly advanced.

มันเป็นภาระกิจของเราผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ ที่ต้องอุทิศตนทำงานอย่างต่อเนื่อง งานอันทรงเกียรติที่ยังไม่สำเร็จของผู้กล้าต่อไป

It is rather for us to be here dedicated to the great task remaining before us -- that from these honored dead we take increased devotion to that cause for which they gave the last full measure of devotion -- that we here highly resolve that these dead shall not have died in vain -- that this nation, under God, shall have a new birth of freedom -- and that government of the people, by the people, for the people, shall not perish from the earth.

สมควร แล้วที่เราผู้มาชุมนุม ณ ที่นี้ ต้องทุ่มเทตนทำงานอันสำคัญที่อยู่เบื้องหน้าอย่างตั้งใจ เสมือนผู้วายชนม์อันทรงเกียรติทั้งหลายที่ยอมสละทุกอย่าง เราต้องค้ำประกันว่าการตายของเขาจะไม่ศูนย์เปล่า โดยตั้งปฎิธานว่า —ประเทศนี้บ้านเมืองนี้ ซึ่งอยู่ภายใต้พระผู้เป็นเจ้า จะต้องมีการเกิดใหม่ของเสรีภาพ—ที่รัฐอันเป็นของประชาชน-โดยประชาชน-เพื่อ ประชาชน จักไม่สูญหายตายจากไปในโลกนี้

0 0 0 0 0

มุมตากล้องพาทัวร์ : พะเยาในใจเธอ

ที่มา Thai E-News

รายการเชียงใหม่ มุมใหม่ขยายสาขามาพะเยาในใจ(พะเยารอ)เธอ เป็นมิวสิควิดิโอทดลอง

ตอนที่1;บันทึกการเดินทางจากพะเยาไปเชียงราย ซึ่งตอนที่1 ของพะเยา พาทัวร์ผ่านเสียงเพลงเงียบ(silence)ใช้เวลาสามนาทีนิดๆ ที่มีกว๊านพะเยา พิพิธภัณฑ์เวียงพยาว(วัดลี) หอดูดาวและอาคารวิทยาศาสตร์ หอวัฒนธรรมนิทัศน์ จิตรกรรมฝาผนังพระอุโบสถกลางน้ำ วัดศรีโคมคำและวัดพระธาตุจอมทอง พะเยา ลองรับชมดูกัน นะ คร้าบ



คลิปจัดทำโดยคุณ boycyberpunk

Sunday, December 18, 2011

ไม่ควรคืนพาสปอร์ทให้ทักษิณเลย

ที่มา การ์ตูนมะนาว



"สะท้อนความคิดเพื่อสังคมไทยแบบสมบัติ บุญงามอนงค์"

ที่มา Voice TV



รายการ Voice of the Day เสาร์ที่ 17 ธันวาคม 2554 นี้ ร่วมพูดคุยกับ สมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด ผู้ก่อตั้งมูลนิธิกระจกเงา กับการทำงานของกลุ่มที่ไม่แสวงหาผลกำไร ในตอน "สะท้อนความคิดเพื่อสังคมไทยแบบสมบัติ บุญงามอนงค์"

เพื่อไทย จ.สกลนคร 17-12-2011

ที่มา thaifreenews

โดย bozo

กาแฟ















http://speedhorse.blogsite.org/read.php?tid=834

ชมภาพ ท่านทักษิณ ไปเนปาล และประเทศอื่นๆที่เพิ่งผ่านมา

ที่มา thaifreenews

โดย น่ารัก ก็ไม่บอก






สำนัก ข่าวต่างประเทศ รายงานอ้างแหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่สนามบินของเนปาล ว่า เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัวจากประเทศพม่า ถึงท่าอากาศยานตรีภูวัน ในนครกาฑมาณฑุ ประเทศเนปาล
โดยอดีตนายกฯได้รับการต้อนรับที่สนามบิน โดยนายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงกาฐมาณฑุ จากนั้นได้เดินทางด้วยเครื่องบินต่อไปยังเมืองลุมพินี ซึ่งเป็นสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า และอยู่ห่างจากเมืองหลวงของเนปาลไปทางตะวันตกเฉียงใต้ 300 กิโลเมตร
ทั้ง นี้ เจ้าหน้าที่สนามบินระบุว่า แม้เราไม่ทราบแผนการเดินทางอย่างเป็นทางการ แต่เราทราบมาว่าเขาจะบินออกจากเนปาลในวันเสาร์ที่ 17 ธ.ค.นี้

Re:








Re:





Re:

url=http://img.zuzaa.com/share.php?id=B400_4EECBBA2][/url]


Re:

เนเธอแลนด์



Re:

ทักษิณ ขินวัตร ทิวลิป




Re:

มองโกเลีย


............

สวิสเซอแลนด์


Re:

โดย ลูกชาวนาไทย



ดีครับ ไปดูงานด้านประชาธิปไตย และการต่อสู้ของประชาชนที่เนปาล

ขอโต้แย้งคำแถลงมั่ว ๆ ของไอ้ชั่วชวนนท์และไอ้กะเลวรากกษิต

ที่มา thaifreenews

โดย Bugbunny

ขอโต้แย้งคำแถลงมั่ว ๆ ของไอ้ชั่วชวนนท์และไอ้กะเลวรากกษิตตามนี้นะครับ

1.หมาย จับหรือหมายศาลที่ให้ระงับการเดินทางออกนอกประเทศดังกล่าว (ถ้ามี) ก็เป็นเรื่องเฉพาะของ "การเดินทางออกนอกประเทศ" แต่ไม่เกี่ยวกับการออกหนังสือเดินทาง เพราะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนคนไทยทุกคนที่จะมีหนังสือเดินทาง

แต่ ตม.จะให้ออกนอกประเทศหรือเปล่า ต้องแล้วแต่ว่ามีการขอร้องให้ระงับการเดินทางจากหน่วยงานใดหรือไม่ ง่าย ๆ คุณสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกก็มีหนังสือเดินทาง เพราะแกเป็นคนไทย แต่โดน ตม.ที่อรัญ ฯ ไม่ให้ออกไปเขมร เรื่องถูกจับ ตม.ก็ไม่ได้จับ ตำรวจจับต่างหาก

แต่ คนไทยทุกคนมีสิทธิที่จะมีหนังสือเดินทางของประเทศไทย การยกเลิกหนังสือเดินทางคุณทักษิณนั้น พวกอำมาตย์มันไม่อยากให้คุณทักษิณเดินทางไปชี้แจงชาวโลกถึงการกระทำชาติชั่ว ของพวกมันเท่านั้น แต่คุณทักษิณเขาก็ไม่แคร์ เพราะแกจะมีหนังสือเดินทางกี่เล่มก็ได้ ถ้าขอตามกฎของประเทศอื่น

2.โฆษก ศาลยืนยันว่า อำนาจในการออกหรือระงับหนังสือเดินทางเป็นอำนาจของ รมต.ว่าการกระทรวงต่างประเทศ และศาลก็ไม่เคยมีคำสั่งให้ยกเลิกหนังสือเดินทางของคุณทักษิณ เพราะเป็นอำนาจของ รมต.กต.ที่จะทำได้อยู่แล้ว ไอ้กะเลวรากกษิตใช้อำนาจ รมต.กต.ยกเลิกก็เพราะมันมีอำนาจตามกฎหมาย เมื่อมันเด้งไปเพราะพรรคมันแพ้ซ้ำซากอย่างที่รู้ รมต.ใหม่เขาก็มีสิทธิจะออกหนังสือเดินทางให้คุณทักษิณได้ เพราะเป็นอำนาจของเขาที่จะยกเลิกคำสั่งอัปปรีย์ของไอ้กษิตได้เมื่อเขามี อำนาจตามกฎหมาย

ไอ้ชั่วชวนนท์และไอ้กะเลวรากกษิตนั้นมัน "มั่ว" เอาคนละเรื่องมาอ้าง เรื่องหนังสือเดินทางก็หนังสือเดินทาง ออกนอกประเทศได้หรือไม่ได้เพราะมีข้อจำกัดอะไรก็อีกเรื่องหนึ่ง เป็นวิธีการระยำอัปปรีย์ที่พรรคแพ้ซ้ำซากมันทำมาตลอด เวลาเล่นงานใคร ช่วยกันกระจายข่าวกันหน่อย เลอะเทอะ

คนรักทักษิณฐานเสียงหลัก แต่ที่ชนะเกินครึ่งคือเสียงจาก แดงก้าวหน้า อย่าทรยศตายแน่

ที่มา thaifreenews

โดย ลูกชาวนาไทย


เมื่อวานได้คุยกับเพื่อนๆ ทำให้ผมได้ข้อคิดจากเพื่อนคือ

แม้ว่า รัฐบาลชุดนี้ ฐานเสียงส่วนใหญ่คือ คนภาคเหนือ ภาคอีสาน ที่เป็นคนรักทักษิณ ซึ่งเป็นฐานเสียงที่สำคัญ แต่ปัจจัยที่ทำให้ พรรคเพื่อไทย ชนะเลือกตั้งได้เสียงเกินครึ่งคือ "เสียงที่มาจากคนเสื้อแดงหัวก้าวหน้า"

เพื่อน เขาให้ความเห็นว่า การเลือกตั้งปี 2550 ซึ่งตอนนั้นยังไม่มีกระแสเสื้อแดง ยังไม่มีกระแสเรื่องประชาธิปไตยมากมายอะไรนัก แต่กระแสสำคัญตอนนั้นคือ "กระแสคนรักทักษิณ เอาทักษิณกลับบ้าน" ทำให้พรรคพลังประชาชน ตอนนั้นได้เสียงจากการเลือกตั้ง 233 ที่นั่ง เป็นพรรคที่ได้เสียงมากที่สุดในขณะนั้น และได้ตั้งรัฐบาลโดยรวบรวมพรรคร่วมรัฐบาลต่างๆ เข้ามาทำให้เสียงเกินครึ่ง

แต่พรรคพลังประชาชนก็อยู่ไม่ได้ ถูกยุบพรรค และเกิดกรณีงูเห่าเนวิน

หากเราใช้ตรงนั้นเป็นเกณฑ์ว่า นั่นคือ เสียงของคนรักทักษิณที่ทุ้มให้กับพรรคพลังประชาชน

แต่ การเลือกตั้งปี 2554 พรรคเพื่อไทยได้ 265 ที่นั่ง มากกว่าพรรคพลังประชาชน 32 ที่นั่ง และทำให้พรรคเพื่อไทยได้เสียงเกินครึ่งหนึ่งของสภาถึง 15 ที่นั่ง เป็นเสียงที่เด็ดขาด ทำให้พรรคประชาธิปัตย์และพวกอำมาตย์ ทำอย่างไรก็ไม่สามารถตั้งรัฐบาลแข่งได้

วันที่ 3 กรกฎาคม 2554 หากพรรคเพื่อไทยได้เพียง 233 ที่นั่ง เหมือนที่เนวิน หรือ สุเทพ ประเมิน วันนี้นายกรัฐมนตรี ก็คงยังชื่อ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ใช่นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกที่งามสง่า นารีขี่ม้าขาวที่ชื่อ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แน่นอน

เสียงที่เพิ่มขึ้นมาเกินครึ่ง หลายฝ่ายประเมินว่านั่นคือ "กระแสคนเสื้อแดงหัวก้าวหน้า" ทั้งหลาย ที่ทุ่มเสียงให้ เพื่อให้พรรคเพื่อไทยชนะอำมาตย เสียงของผู้รักประชาธิปไตย ที่เกิดขึ้นหลังจากการฆ่ากันกลางกรุง เมื่อปีที่แล้ว

เสียงส่วนนี้ แม้ไม่ใช่ฐานเสียงหลักของพรรคเพื่อไทยคนรักทักษิณ แต่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด เพราะมันไปต่อยอดให้พรรคเพื่อไทยและทักษิณชนะเลือกตั้งแบบม้วนเดียวจบ ไม่มีเสียงส่วนนี้ วันนี้พรรคเพื่อไทยก็ยังเป็นฝ่ายค้าน

ดังนั้น อย่าทรยศคนเสื้อแดงหัวก้าวหน้าเป็นอันขาด เสียงส่วนนี้มีความอ่อนไหวอย่างยิ่ง

การ ที่ กระทรวงไอซีที และ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ไล่กวาดล้าง เข็มงวดไล่จับอะไรก็ตาม ที่แสดงอยู่ตอนนี้ กระทบกับเสื้อแดงหัวก้าวหน้าอย่างรุนแรง

ความไม่พอใจก็คงตามมาอย่าง เลี่ยงไม่ได้ ความสงสัยว่าทักษิณจะไปซูเอี๋ยกับอำมาตย์ จับเสื้อแดงหัวก้าวหน้าสังเวย เพื่อให้อำมาตย์ดู กำลังเริ่มก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ

หากฝ่ายรัฐบาลจับสัญญาณไม่ได้ ทักษิณจับสัญญาณไม่ได้ นั่นคืออันตราย

เพราะพวกคุณกำลังทำลายพนังทองแดง กำแพงเหล็กของพวกคุณเอง

หากมีอันเป็นไปต้องยุบสภาครั้งนี้ ทักษิณตายสนิทแน่นอน ปลุกไม่ขึ้นอีกเด็ดขาด

การให้เฉลิม ออกมาลุย กำลังสร้างความสงสัยให้คนเสื้อแดงก้าวหน้า ว่าจะเอาจริงหรือ เอาจริงคือ การหยิกเล็บเจ็บเนื้อของตน

ไม่เอาจริง ก็ไม่จำเป็นต้องย้ำมากมาย

แน่นอนไม่มีใครสนับสนุนให้ใครต้องทำผิดกฎหมาย แต่เรื่องนี้พูดไปก็วนไปวนมา

การออกมาเล่นเรื่องนี้คือ การทำลายฐาน ทำลายพลังของตนเอง
เพื่อเอาใจศัตรู ที่ทำอย่างไรศัตรูก็คงไม่ปรานี

เล่นไปทำไม