ที่มา การ์ตูนมะนาว


เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Tuesday, December 20, 2011
ผมไม่เห็นด้วยกับนายคณิตที่จะให้ทักษิณติดคุก ปล่อยพวกรัฐประหารและฆ่าประชาชนไป
ที่มา thaifreenews
โดย ลูกชาวนาไทย
คดีของทักษิณมันเริ่มด้วยการเมือง ด้วยกฎหมายที่ตลกและไม่เป็นธรรม การจะเอาใจพวกอำมาตย์ด้วยการให้ทักษิณติดคุก เพื่อสังเวยบูชาเทพอะไร ผมยอมรับไม่ได้ เพราะนั่นหมายถึง การยอมรับระบบสองมาตรฐานของพวกอำมาตย์ ยอมรับความไม่ถูกต้อง ยอมรับคุณค่าที่พวกอำมาตย์โยนใส่ให้
หากจะติด คุก พวกที่ทำผิดต้องติดให้หมด พวกรัฐประหาร พวกทีอยู่เบื้องหลัง พวกที่ฆ่าประชาชน ก็ต้องติดคุกด้วย ไม่มีการนิรโทษกรรมให้ใครทั้งสิ้น
ผมไม่ต้องการ "หัวของใคร" มาสังเวยให้ใคร
วันนี้ผมไม่ต้องการปรองดองบ้าบอ แต่ผมรู้แล้วว่าวันนี้อำนาจของประชาชนนั้นเป็นใหญ่
ทักษิณคงบ้า หากยอมมาติดคุก
แทนที่จะรุกให้จบ เพราะฝ่ายตรงข้ามหมดพลังแล้ว ดันยอมเพราะความโง่ ผมก็คงไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไร
วันนี้พวกอำมาตย์ไม่มีน้ำยาอะไรแล้ว เสียงดัง แต่ทำอะไรก็คงไม่ได้
ลุยแก้รัฐธรรมนูญ และกฎหมายไม่เป็นธรรมให้จบ
ปัญหาเรื่องนิรโทษกรรม เอาไว้เบื้องหลัง หลังจากปฎิรูปการเมืองจบแล้ว
เอาปัญหานิรโทษกรรมขึ้นก่อน มันก็วนไปวนมา อยู่ใต้ศอกเขาอย่างนี้
วิเคราะห์สถานการณ์ให้ดี คุณเป็นฝ่ายรุก ไม่ใช่พวกอำมาตย์เป็นฝ่ายรุก
รุกทางการเมืองคือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ แก้ไขกฎหมาย แล้วพวกเขาจะมายอมสยบคุณเอง
วางยุทธศาสตร์ให้ถูกต้องด้วย อย่าหลงทาง
ชมภาพ นายกฯ ปู ไปเยือนพม่า 19ธ.ค.54
ที่มา thaifreenews
โดย น่ารัก ก็ไม่บอก
เวลา 16.00 น. วันที่ 19 ธ.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ออกเดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไปเยือนสหภาพเมียร์มาร์ (พม่า) เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่ม แม่น้ำโขง ครั้งที่ 4 ทั้งนี้ ในช่วงค่ำนายกฯ และคณะ ได้เข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำที่ พล.อ.เต็ง เส่ง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ เป็นเจ้าภาพ เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้นำที่เข้าร่วมการประชุม ที่ Banquet Hall ชั้น 1 ศูนย์การประชุมนานาชาติเมียนมาร์ อย่างไรก็ตาม น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีกำหนดการเข้าร่วมการประชุมดังกล่าวในวันที่ 20 ธ.ค. โดยเวลา 09.00 น. เข้าร่วมเพื่อร่วมพิธีเปิดการประชุมและถ่ายภาพหมู่ระหว่างผู้นำประเทศสมาชิก GMS 6 ประเทศบนเวที จากนั้นจะร่วมกันชมวีดิทัศน์เกี่ยวกับความสำเร็จภายใต้กรอบความร่วมมือทาง เศรษฐกิจในกรอบอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ในสาขาด้านการท่องเที่ยว การเกษตร และสภาพแวดล้อม ต่อจากนั้นร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามในบันทึกความเข้าใจ และรับฟังรายงานผลการประชุม GMS Business and Investment Conference หลังจากนั้นเป็นการประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่ม แม่น้ำโขง ครั้งที่ 4 และเข้าร่วมพิธีลงนามในแถลงการณ์ร่วมผู้นำ (Joint Declaration of the Fourth GMS Summit)
กระทั่งเวลา 14.40 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะร่วมหารือทวิภาคีกับ พล.อ.เต็ง เส่ง ประธานาธิบดีสหภาพพม่า ที่ศูนย์การประชุมนานาชาติเมียนมาร์ ทั้งนี้ เพื่อติดตามความคืบหน้าและกระชับความร่วมมือระหว่าง ไทย-พม่า ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น นับแต่ที่มีการเยือนพม่าอย่างเป็นทางการของนายกฯ เมื่อวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยเฉพาะการที่รัฐบาลพม่าได้ตัดสินใจเปิดจุดผ่านแดนเมียวดี การปล่อยตัวนักโทษ การสนับสนุนพัฒนาการทางการเมืองภายในพม่าที่เป็นไปในทิศทางบวก จากนั้นนายกฯ จะเดินทางออกจากกรุงเนปิดอว์ไปยังนครย่างกุ้ง เพื่อไปพบและหารือกับ นางอองซาน ซูจี ในเวลา 17.30 น. ที่ทำเนียบเอกอัครราชทูตไทย ประจำนครย่างกุ้ง ก่อนเดินทางกลับประเทศ ในเวลาประมาณ 21.40 น.วันเดียวกัน.
Re:
ซุบซิบ!!!ทอร์คออฟเดอะทาวน์จากเรื่องต่างๆ
ที่มา thaifreenews
โดย fee-faw-fum
ซุบซิบ!!!ทอร์คออฟเดอะทาวน์จากเรื่องต่างๆ
-กำลังมีบางประเทศกำลังปะ แป้ง ทาปาก เตรียมตัวกระโจนเข้าร่วมเป็นภาคีสำหรับรุ่นพี่เกาหลีเหนือทำการต้อนรับเป็น น้องใหม่ ..ชอบเป็นอีแอบไม่เหมือนเกาหลี ทายาทอสูรของคิม จองอิลแอ่นอกยืดตัวรับเป็นเผด็จการเต็มตัวไม่อายฟ้าดิน…บีบีซีเขาแจงข่าว มา//
-แว่วเสียงนายใหญ่หรือนายน้อยจากใจกลางกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ได้ฟังเสียงค่อนข้างชัดเจน อย่าเพิ่งรีบไปลงสัตยาบันในธรรมนูญกรุงโรมตอนนี้เด็ดขาดของศาลอาญาระหว่าง ประเทศ ชะลอไปเรื่อยๆเพราะยังไม่ถูกกดดันจากคนเสื้อแดง ถึงมิน่า!! กี้ร์ถึงต้องร้องเพลง “ใจไม่ด้านพอ”//
-เทศกาลคริสมาสต์ควบรวมเทศกาล ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ซานตาครอสเขาแจกของขวัญจนเป็นธรรมเนียม แต่ประเทศนี้มาแปลกกลับแจกกระบูม ผสมโรงกับการจับสัญญาณระเบิดการเมืองระลอก 2 ของรัฐบาลชุดนี้ด้วย//
-อย่าได้ยกยอว่าเป็น”นอตตาดามุส”เมืองไทย บุคคลที่เป็นตัวจริงเสียงจริงคงไม่หนี “พระยาโหราธิบดี” โหรใหญ่แห่ง ”กรุงศรีอยุธยา” ยุคสมเด็จพระนารายมหาราชดูดวงลูกชายตัวเอง ”ศรีปราชญ์” ต้องตายไว้ล่วงหน้า..ระวัง คำทำนายโหราศาสตร์อาจผิดพลาดได้ จะคอยดูใครจะทำนายแม่นกว่ากัน//
-การปฏิวัติกำมะหยี่ "วาสลาฟ ฮาเวล" ผู้นำการปฏิวัติ(เป็นการปฏิวัติแบบสันติในประเทศเชคโกสโลวาเกีย) การปฏิวัติดอกมะลิ หรือโดมิโน่ดอกมะลิ (The Jasmine Revolution)ในอียิปต์และกลุ่มประเทศในทวีปอัฟริกาตอนเหนือและรัฐประหาร อู้ซีว์ เกิดขึ้นโดย คังโหย่วเหวย ถานซือถง เสนอหลักเปลี่ยนแปลงการปกครองแบบใหม่เพื่อความเข้มแข็งของชาติ ซึ่งเรียกกันว่า “แผนปฏิรูป อู๋ซีว์” โดยเน้นการผลิตบัณฑิตสมัยใหม่ เปิดกว้างการวิพากษ์ วิเคราะห์ พัฒนากิจการใหม่ๆที่ส่งผลต่อความเข้มแข็งของชาติ และความอิ่มท้องของชาวบ้าน จนเป็นมูลเหตุของการล่มสลายของราชวงศ์ชิง(แมนจูฯ) และเป็นพื้นฐานแนวทางการปฏิวัติของประชาชนอย่างแท้จริง//
-จะเลือก แนวทางใด มีให้เลือกทั้งสามแนวทาง สารขันธ์ประเทศควรจะหยิบแนวทางใดมาใช้ดูและต้องสัมพันธ์กับยุคสมัยของโลก ปัจจุบันนี้มากที่สุด //
ที่มา http://www.enlightened-jurists.com/page/251
และ
ที่มา http://www.bbc.co.uk/news/world-asia-16239693
และ
ที่มา http://webwarper.net/ww/~av/shows.voicetv.co.th/flash-forward/25889.html
และ
ที่มา http://news.voicetv.co.th/thailand/25875.html
และ
ที่มา http://www.wechampion.com/index.php?mo=3&art=457096
และ
ที่มา http://paidoo.net/article/3866833.html
10 ข้อมูลที่เหลือเชื่อเกี่ยวกับ คิม จอง อิล (ยาวหน่อย)
ที่มา thaifreenews
โดย เสรีชน คนใต้
อันดับ 1
คีจอง ดอง (Kijong - Dong)เป็น หมู่บ้านที่ใช้โฆษณาชวนเชื่อของเกาหลีเหนือ สร้างขึ้นเมื่อปี 1950 โดยพ่อของคิล จอง อิล ที่คุณเห็นสารคดีหรืออะไรส่วนใหญ่มักจะเป็นหมู่บ้านนี้เป็นหลัก แบบว่าเขาต้องการให้ภาพลักษณ์ของเกาหลีเหนือให้ดูดี เลยสร้างหมู่บ้านสักแห่งให้เป็นหมู่บ้านในฝัน(ลวงตา) ให้ชาวโลกได้เห็น หมู่บ้านนี้อะไรก็ดีหมด มี 200 ครอบครัว มีฟาร์ม, ศูนย์เลี้ยงเด็กเล็ก, อนุบาล, ประถมมัธยม และโรงพยาบาล เราจะเห็นเป็นบ้านหลายหลังใช่เปล่าครับ แต่คราวจริงไม่มีคนอยู่หรอกเป็นแค่ของปลอมสร้างไว้งั้นๆ ไม่มีกระจก ภายในก็คอนกรีตหลอกๆ อยู่ไม่ได้หรอก หมู่บ้านแห่งนี้มีความสะดวกไฟฟ้าและน้ำ ทั้งๆ ที่หมู่บ้านส่วนใหญ่ในเกาเหลือเลวร้ายมากๆ ไม่มีทั้งน้ำทั้งไฟ แล้วเห็นเสาไฟฟ้าใหญ่ๆ สูงๆ เด่น นั้นก็คือลำโพงขนาดใหญ่ที่จะเปิดสุนทรพจน์,โฆษณาชวนเชื่อ, โอเปร่า และเพลงชาติทุกวันให้ล้างสมองคนทุกวันให้เบื่อไปเลย.......
อับดับ 2
อย่าง ที่รู้ๆ กันว่าเกาหลีเหนือ เป็นประเทศปิด แต่กระนั้นฟุตบอลของเขาก็ได้ไปบอลโลกรอบสุดท้ายของปีนี้จนได้ หลังจากที่เคยเข้ารอบสุดท้ายยาวนานถึง 44 กว่าปี แต่เนื่องจากท่านผู้นำคิม จอง อิล ไม่อยากให้ประชาชนเห็นความเจริญของโลกภายนอก พี่เลยจัดการเซ็นเซอร์ และให้ประชาชนชาวเกาหลีเหนือจะได้ดูแค่แมตช์ของทีมบ้านเกิดตัวเองเตะเท่า นั้น นอกจากนั้นจะต้องมีการตัดต่อให้เกาหลีเหนือเล่นฟุตบอลให้เหนือกว่าคู่แข่ง ด้วย ทั้งๆ ที่เพื่อนร่วมสายของเกาหลีเหนือมีทั้ง บราซิล ไอวอรี่โคสต์ และโปรตุเกส มันสายนรกชัดๆ แล้วเกาหลีเหนือจะเอาอะไรไปสู้เนี้ย นอกจากนี้ยังมีรายงานข่าวว่า ประชาชนชาวเกาหลีเหนืออาจพลาดโอกาสชมและเชียร์ทีมชาติของตนเอง เนื่องจากเกาหลีใต้ได้ระงับการเจรจาที่จะส่งมอบสัญญาณถ่ายทอดสดการแข่งขัน ฟุตบอลโลกให้แก่เกาหลีเหนือลงกลางคัน เพราะว่าเหตุที่เกาหลีเหนือยิงขีปอาวุธใส่เรือรบของประเทศตน เออ...ซวยอีก
อันดับ 3
เกาหลี เหนือ พยายามที่จะทำให้เยาวชนและเหล่านักเรียนเขามีจิตใจที่เข้มแข็ง และร่างกายสมบูรณ์ ดังนั้น ในปี 1989 เขาสั่งให้คนพิการทั้งหมดออกจากกรุงเปียงยาง เนื่องจากเขาต้องการได้สายเลือดบริสุทธิ์ แข็งแกร่ง สุขภาพดี เสมือนหนึ่งแผนฮิตเลอร์ในการสร้างชาติพันธุ์อารยัน.....
อันดับ 4
หนังสือ พิมพ์โรดอง ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ของพรรคคอมมิวนิสต์เกาหลีเหนือ ได้โฆษณาว่า "คิม จอง อิล" เป็นผู้นำเทรนด์การแต่งกายที่กำลังฮิตติดลมบนไปทั่วโลก โดยลงบทความอวยท่านผู้นำเอาไว้ว่า ชุดสูทแบบคอมมิวนิสต์ที่นายคิม จอง อิล ใส่อยู่เป็นประจำนั้น ตอนนี้ได้กลายเป็นแฟชั่นที่แพร่หลายไปทั่วโลกแล้ว ทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นเพราะความยิ่งใหญ่ของนายคิม จอง อิลนั่นเอง โดยมันเขียนไว้ว่า "เหตุผล ก็คือภาพของท่านนายพลผู้ยิ่งใหญ่ที่ออกไปเมื่อเดือนสิงหาคม ซึ่งท่านมักจะสวมชุดสูทที่ดูถ่อมตัวเสมอขณะทำงาน ได้สร้างความประทับใจอย่างถึงที่สุดในหัวใจคนทั่วโลก ข้อสรุปของเราก็คือ นั่นเป็นเพราะภาพลักษณ์ของท่านในฐานะมหาบุรุษนั้นโดดเด่นเป็นอย่างมากนั่น เอง"นอกจากนี้บทความชิ้นนี้ยังอ้างความเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้านแฟชั่นชาว ฝรั่งเศสคนหนึ่ง (ที่ไม่ได้ระบุชื่อเอาไว้) ว่า"รูปแบบการแต่งกายของคิม จอง อิล ซึ่ง ตอนนี้แพร่ไปทั่วโลกอย่างรวดเร็วนั้น เป็นสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์โลก" สไตลิสต์ที่ไม่รู้ว่ามีตัวตนจริงหรือเปล่าพูดเอาไว้ โดญชุดสุดฮิตของคิม จอง อิลที่ว่าคือ เสื้อแจ็กเก็ตเอวจั๊ม มีซิปผ่าหน้าแบบเรียบๆ เข้าคู่กับกางเกงขายาว ส่วนใหญ่จะเป็นสีกากีหรือสีน้ำเงินเข้ม
อันดับ 5
คิม จอง อิลได้ขึ้นเชื่อว่าเป็นผู้นำเข้าคอนยัคอันดับ 1 ของโลก ในช่วงปี 1990 มีการยืนยันว่า คิม จอง อิล จ่ายเงินไป 600,000 ถึง 850,000 ดอลลาร์ต่อปี เพื่อคอนยัคของเฮนเนสซี่ ซึ่งมัน มีราคา 700 ดอลลาร์ต่อขวด ซึ่งประชาชนในประเทศเกาหลีเหนือมีรายได้เฉลี่ย 1000 ดอลลาร์ต่อปีเท่านั้นกำลังจะตายหมดประเทศแล้ว(โว้ย)
อันดับ 6
ใน ปี 1978 ว่ากันว่า คิม จอง อิล คือผู้อยู่เบื้องหลังการลักพาตัว Shin Sang-Ok ผู้กำกับคนดังแห่งเกาหลีใต้จากเกาะฮ่องกง มายังเกาหลีเหนือแล้วถูกส่งเข้าคุกและถูกบังคับให้ทำหนังแนวเพี้ยนให้เขาดู เรื่อง “พูลกาซารี” ก็ก็อตซิล่าเกาหลีนั้นแหละ โดยเนื้อหาเป็นตุ๊กตาฟางรูปสัตว์ประหลาดที่กลายเป็นสัตว์ประหลาดขนาดใหญ่มา ถล่มบ้านเรือนเกาหลีเหนือและสู้กับทรราชที่กดขี่ประชาชน ซึ่งเป็นหนังโฆษณาชวนเชื่อคอมมิวนิสต์ และท่านผู้นำมีการวางแผนสร้างการ์ตูนด้วย
อันดับ 7
ในหนังสือ พิมพ์กล่าวบทสำภาษณ์อดีตคนใกล้ชิด คิม จอง อิล ว่า เขาเคยได้รับบาดเจ็บหลังประสบอุบัติเหตุระหว่างขี่ม้า ซึ่งเขากลัวยาแก้ปวดมากเขาเลยสั่งสมาชิกผู้บริหารกว่าครึ่งโหลฉีดแบบเดียว กันกับเขาทุกวัน ภายใต้เหตุผลที่ว่าถ้าเขาเป็นอะไร เขาก็จะไม่เป็นเพียงลำพัง
อันดับ 8
ไท เกอร์วูดยังต้องอาย เมื่อเราได้รู้ข่าวนี้ว่า คิม จอง อิล เป็นนักกอล์ฟที่เก่งที่สุดในโลก ในปี 1994 มีรายงานจากสื่อเปียงยางว่าผู้นำของเขาทำโฮลอินวันมาแล้วถึง 5 หลุมใน 18 หลุม ในการออกรอบเพียงครั้งเดียว และมีรายงานว่าเขามักทำโฮลอินวัน 3-4 หลุมประจำ แถมข่าวจากรัฐบาลโสมแดงยังบอกอีกว่าผู้นำเกาหลีเหนือออกรอบตีกอล์ฟมากกว่า ใครหน้าไหนในโลกมนุษย์(คงจะว่างจัดมาก)
อันดับ 9
มี รายงานจากเกาหลีเหนือว่าคิม จอง ฮิลเป็นผู้คิดค้นแฮมเบอร์เกอร์ แน่นอนคุณก็รู้ว่ามันไม่จริง เพราะแฮมเบอร์เกอร์น่ะมีมานานเป็นหลายร้อยปีแล้วมั้ง แต่คุณอย่าลืมว่าประเทศเกาหลีเหนือเป็นประเทศปิดประชาชนที่นั้นยังไม่รู้เลย ว่าเกย์คืออะไร มีหรือว่าพวกเขาจะรู้จักคำว่าแฮมเบอร์เกอร์ ยิ่งประเทศสั่งห้ามวัฒนธรรมอเมริกาทั้งหมดประชาชนยิ่งไม่รู้เรื่องใหญ่ว่า แฮมเบอร์เกอร์รูปร่างหน้าตาเป็นยังไง
หนังสือพิมพ์เกาหลีเหนือ Minju Joson ราย งานว่าคิม จอว อิลค้นค้นแซมวิสใหม่เรียกว่า “ขนมปังคู่กับเนื้อ” และพยายามส่งเสริมว่าเป็นอาหารที่มีคุณภาพสำหรับนักศึกษา แล้วเขาก็ได้สร้างโรงงานที่สามารถผลิตแฮมเบอร์เกอร์ให้กับนักเรียนและเหล่า อาจารย์ ทั้งๆ ที่ประชาชนของประเทศอยู่สภาพอดอยากกินกันตายในแต่ละวัน
อันดับ 10
ใน บทเรียนหนังสือ ประวัติศาสตร์เกาหลีเหนือเขียนว่าท่านผู้นำคิม จอง อิล เกิดเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1941 ในฐานลับบนยอดเขาเบคคู Mt Paekdu ภูเขา ศักดิ์สิทธิ์แลสูงที่สุดของเกาหลีเหนือ ในขณะที่เขาเกิดได้ปรากฏปาฏิหาริย์เหนือธรรมชาติเมื่อเกิดดาวดวงใหญ่ส่องแสง สว่างบนท้องฟ้า ฤดูหนาวเปลี่ยนเป็นฤดูใบไม้ผลิและมีรุ้งกินน้ำ2 เส้นพาดผ่านภูเขาด้วย หากแต่มีการโต้แย้งในประวัติศาสตร์อีกบทหนึ่งเขียนว่าเขาเกิดค่ายกองโจรใน ไซบีเรียต่างหากล่ะ
สีของ ′คนจน′โดย อ.นิธิ เอียวศรีวงศ์ จัดโดย อ.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล
ที่มา thaifreenews
โดย เสรีชน คนใต้
สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล
น่าเสียดายมากๆ นี่เป็นบทความที่ไม่ดีเลย ของนิธิ
แต่มันดึกแล้ว ผมไม่มีแรงจะเขียนอะไรยาวๆ จะไปอ่านหนังสือก่อนนอนละ
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1324296944&grpid&catid=02&subcatid=0207
สั้นๆ คือ นอกจาก ผิด ที่เขียนในตอนต้นว่า การต่อสู้ระหว่าง "ระหว่างประชาธิปไตยที่มีศูนย์กลางอยู่ที่การเลือกตั้ง หรือประชาธิปไตยที่มีศูนย์กลางอยู่ที่อื่น" เป็นเรื่องที่ "ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับปัญหาจริงที่กำลังเกิดในสังคมไทยเลย โดยเฉพาะไม่เกี่ยวอะไรกับ "คนจน".."
ทีสำคัญ (เกี่ยวเนื่องกัน แต่เป็นเรื่องที่ใหญ่กว่า) คือ การสะท้อนให้เห็นวิธีคิดที่ฝังแน่นในหมู่ปัญญาชนแอ๊คติวิสต์ ในช่วงที่ "ขบวนการภาคประชาชน" ("สมัชชาคนจน", "บ่อนอก-หินกรูด" ทั้งหลาย) หรือ "ngo" ต่างๆ รุ่งเรือง คือ ไอเดียที่ไม่เข้าใจความสำคัญเรืองการเมือง เรื่องอำนาจรัฐจริงๆ
(ไอเดียนี้ พูดจริงๆ ผมยังเห็นร่องรอยปรากฎอยู่เยอะ แม้แต่ในหมู่คนทีหันมาทางเสื้อแดงกันในปัจจุบัน . .. ในอดีต เมื่อ 5-6 ปีก่อน ไอเดียนี้ เป็นปัจจัยสำคัญทีทำให้ ปัญญาชนแอ๊กติวิสต์ เกือบเป็นเอกฉันท์ ไปเห็นด้วยกับการโค่นทักษิณ เพราะมองไม่เห็นว่า มันสำคัญขนาดไหน สำหรับ "คนจน" นี่แหละ เรื่อง - ถ้าจะใช้คำของนิธิ - ประชาธิปไตยมี "ศูนย์กลาง" ที่ไหน คือในสมัยนั้น ล้วนแต่รู้สึกกันว่า "ทั้งสองฝ่าย" ก็ "ไม่เอาไหนทั้งคู่" เพราะไมใช่ขบวนการที่เข้าข้าง "คนจน" ทั้่งคู่ อะไรแบบนั้น ไมใช่ขบวนการที่ address ประเด็น "ความเหลื่อมล้ำ" ฯลฯ ซึ่งผมเรียกว่า "สองไม่เอา" นั่นแหละ ผมก็นึกว่า นิธิ จะ "ข้ามพ้น" ไอเดียแบบนี้ ยังแปลกใจไมน้อยที่เห็นบทความนี้)
ประเด็นเรื่อง "การเมือง proper" เป็นอะไรที่เป็นจุดอ่อนสำคัญมากในวิธีคิดของปัญญาชนเหล่านี้ แม้่แต่ในปัจจุบัน ซึงเรื่องนี้ มี "ความเป็นมา" ทีซับซ้อนอยู่นิดหน่อย อันที่จริง นี่เป็นประเด็นหนึ่ง ที่ผมเตรียมว่าจะไปพูดในงาน Marxism 2011 (ถ้าได้ไปพูดอ่ะนะ)
................
ขอเพิ่มอีก นิด ไอเดียที่แสดงนี้ ทำให้นิธิ แชร์อะไรหลายอย่างร่วมกับคนอย่างประเวศ (ประเวศ ทุกวันนี้ ก็เน้นทำนองนี้แหละ เรื่อง "ปัญหาที่แท้จริงของประเทศ" อยู่ทีเรื่อง "ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ" ... นักวิชาการอย่าง ผาสุก ก็เช่นกัน
เรื่องนี้ มันโยงกับประเด็นเรื่อง "สถาบันฯ"ด้วย ที่ทำไม วิธีคิด และนักวิชาการเหล่านี้ ตลอดกว่าทศวรรษก่อน 2549 จึงไม่เพียงมองไม่เห็นประเด็นความสำคัญของเรื่องสถาบันฯ ที่สำคัญกว่านั้น ยังถึงกับมีลักษณะ ทีเกษียร เองพูดไว้เองในปี 2549 ว่า ในทางปฏิบัติ อยู่ใน "เครือข่ายในหลวง" (network monarchy)
ใหนๆก็เกาหลีขออีกนิดนะ (ความจริง)สุดอึ้ง!! ของประเทศ"เกาหลีเหนือ"
ที่มา thaifreenews
โดย เสรีชน คนใต้
๑. สายการบินที่จะบินไปยังเกาหลีเหนือนั้น คือสายการบิน Air Koryo ไม่มีบินตรงจากกรุงเทพ หากใครต้องการไป
ส่วนมากจะต้องนั่งเครื่องบินไปลงที่ประเทศจีนก่อน จากนั้นจึงต่อเครื่องของสายการบิน Air Koryo ไปเกาหลีเหนือได้
ซึ่งปกติแล้ว หากเป็นสายการบินทั่วไป จอทีวีบนเครื่องก็จะฉายหนังนั่นโน่นนี่ แต่บนสายการบิน Air Koryo ไม่มีค่ะ
เพราะจอทีวีจะฉายแต่วิวทิวทัศน์ของเกาหลีเหนือและสารคดีที่เกี่ยวข้องกับ ประธานาธิบดีคิมจองอิล
ซึ่งถือเป็นผู้นำที่คนเกาหลีเหนือรักและเคารพเสมือนเทพเจ้า ใครไม่เชื่อลองเข้าเซิร์จหาเว็บของ Air Koryo ได้เลยค่ะ
เห็นเลยว่ามีรูปใครอยู่หน้าแรกบ้าง
๒. การจะเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ในเกาหลีเหนือ จะต้องมีไกด์(ออกแนวผู้คุมมากกว่า)คอยเดินตามประกบทุกฝีก้าว
และการท่องเที่ยวนั้น ไม่ใช่จะถ่ายรูปสุ่มสี่สุ่มห้าได้นะคะ เพราะส่วนมากเค้าไม่ให้ถ่าย ไม่งั้นอาจถูกกระชาก
และยึดกล้องไปได้ต่อหน้าต่อตา รวมถึงโทรศัพท์มือถือก็เลิกคิดจะนำเข้าประเทศเกาหลีเหนือได้เลยค่ะ
เพราะที่สนามบินจะมีเจ้าหน้าที่คอยตรวจและยึดเก็บไว้ และจะคืนให้อีกทีในวันที่เราเดินทางกลับค่ะ
๓. ถึงเกาหลีเหนือจะได้ชื่อว่าเป็นประเทศคอมมิวนิสต์สุดโต่งมากที่สุดของโลกและ ยังมีความเป็นอยู่ที่ล้าหลังมาก
แต่เชื่อมั้ยคะว่า ที่นี่ไม่มีขอทาน เพราะรัฐจัดหาที่อยู่อาศัยให้พลเมืองทุกคนอย่างครบครัน เรียกได้ว่าปัจจัย 4 พื้นฐาน
คนเกาหลีเหนือเค้ามีครบ พออยู่กันได้แบบสมถะค่ะ เพราะทางรัฐมีข้าว มีน้ำแจกให้ฟรีค่ะ และที่สำคัญคือเรียนฟรีค่ะ
ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีอัตราผู้รู้หนังสือมากที่สุดประเทศหนึ่งใน โลก เพราะมีถึง 99% !!!
๔. เงินเดือนค่าราชการแรกเข้าของเกาหลีเหนือ ตกอยู่ที่ประมาณ 100 วอนหรือประมาณ 30 บาทเท่านั้น !!!
(ถ้าเป็นเกาหลีใต้ 100 วอนจะประมาณ 3 บาทค่ะ) เรียกง่ายๆ คือได้เงินเดือนวันละบาทนั่นเองค่ะ
หลายคนอาจจะสงสัยว่า เอ๊ะ เค้าอยู่กันได้ยังไงเนี่ย ?? ก็เหมือนอย่างที่บอกไปค่ะว่า บ้านก็อยู่ฟรี ข้าวก็มีให้กิน
ถ้าไม่ได้ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยก็น่าจะพอ(มั้ง) ส่วนเงินเดือนของทหารจะสูงขึ้นมาหน่อย อยู่ที่ประมาณ 700 วอนหรือประมาณ 210 บาทต่อเดือนค่ะ
๕. การเดินทางในกรุงเปียงยาง เมืองหลวงของเกาหลีเหนือ หลักๆ จะมีรถเมล์ รถรางไฟฟ้า และรถไฟใต้ดิน
ค่าโดยสารถูกมากๆ ค่ะ เพราะแค่ 5 วอนหรือประมาณ 1.50 บาทเท่านั้น นั่งได้ตลอดสาย โอ้ววว อะไรจะถูกปานนี้
ประเทศ ไทยน่าเอาอย่างเนาะ มีแต่แพงขึ้นทุกวัน = =" อ้อ และที่หลายๆ คนอาจจะรู้กันก็คือ สถานีรถไฟใต้ดินของเกาหลีนั้นสร้างเลียนแบบสถานีรถไฟใต้ดินชื่อดังของรัส เซีย ซึ่งดููหรูหรา สวย และสบายตามากๆ เลยล่ะค่ะ
๖. การแลกเงินวอนเกาหลีเหนือนั้น ต้องแลกที่ธนาคารเท่านั้นค่ะ จริงๆ แล้วในโรงแรมที่พักต่างๆ จะมีเคาน์เตอร์รับแลกเงินเหมือนกัน แต่รับแลกเงินทุกชนิด ยกเว้นเงินวอนเกาหลีเหนือ (เอ๊ะ ยังไง) เช่น น้องๆ พกเงินดอลลาร์ไปแล้วอยากจะแลกเป็นเงินยูโร ก็สามารถนำมาแลกได้ค่ะ แต่แลกเป็นเงินวอนเกาหลีเหนือไม่ได้ เหอๆๆ แปลกดี
๗. ช่องทีวีของเกาหลีเหนือมีทั้งหมด 3 ช่อง แต่ละช่องก็จะไม่ได้ออกอากาศทุกวันและไม่ได้ออกอากาศ 24 ชั่วโมง
และแน่นอนว่าเนื้อหารายการที่นำเสนอก็จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับผู้นำประเทศ และความรักชาติ
หรือ ถ้ามีละคร ก็เป็นละครที่เกี่ยวกับการรักชาติอยู่ดีค่ะ นอกจากนั้น หากพักในโรงแรมหรูๆ อาจจะพอเปิดช่องของรัสเซีย จีน และอังกฤษได้บ้าง ส่วนใครติดซีรีส์อเมริกาก็เลิกหวังได้เลยค่ะ เพราะที่เกาหลีเหนือไม่มีช่องของอเมริกา สาเหตุอะไรคงรู้
๘. ในเกาหลีเหนือมีค่ายกักกันไว้ลงโทษผู้กระทำผิดเยอะมากๆ เคยมีคนที่หลบหนีออกจากค่ายกักกันนี้มาได้และเล่าว่า
แทบไม่มีใครรอดชีวิตออกจากค่ายนี้ออกมาได้เลย ถ้านักโทษคนไหนกล้าเถียงทหาร ก็จะถูกยิงทันที
หรือแม้แต่อาหารก็ขาดแคลนอย่างหนัก บางคนถึงกับต้องจับหนูสกปรกๆ มากินประทังชีวิต โดยเฉพาะค่ายหมายเลข 22
ที่เป็นค่ายกักขังครอบครัวของผู้กระทำผิด ดังนั้นคนเกาหลีเหนือจึงจงรักภักดีต่อประเทศนี้มาก
เพราะคงไม่มีใครอยากจะให้ครอบครัวของตนเองต้องเข้าไปอยู่ในค่ายหมายเลข 22 นี้
Credit : http://www.dek-d.com/board/view.php?id=2008470
นิคม บุญวิเศษ นำทีมเครือข่ายวิทยุธุรกิจทั่วประเทศ ประชุมหาทางออก พรบ. กสทช.
ที่มา thaifreenews
โดย Palrak

(17 ธันวาคม 2554, นนทบุรี) - เครือข่ายวิทยุธุรกิจภาคประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นำโดย นายนิคม บุญวิเศษ ประธานคณะกรรมการศึกษาปัญหาและยกร่าง(ใหม่) พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจาย เสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 และ นายจุติพงษ์ พุ่มมูล โฆษกโครงการเสียงประชาชนเพื่อประชาชน (สปช.) สำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยตัวแทนสถานีวิทยุธุรกิจทั่วประเทศกว่า 300 คน ร่วมประชุมหาทางออกกรณีปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับวิทยุธุรกิจที่เอื้อ ประโยชน์นายทุน ณ ห้องประชุม โรงแรมเดอะเล็คกาซี่ จังหวัดนนทบุรี
ทั้ง นี้ นายนิคม บุญวิเศษ ระบุว่า “เนื่องจากผมและคณะทำงานของเครือข่ายวิทยุธุรกิจภาคประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ขับเคลื่อนมาในเรื่องดังกล่าวมาเป็นระยะเวลา 2-3ปีแล้ว ทั้งนี้พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุ กระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ที่จะยกร่างใหม่นั้น จะดำเนินการโดยคณะกรรมการยกร่าง ซึ่งพระราชบัญญัติฉบับนี้จะเป็นฉบับแรกที่ประชาชนมีส่วนเกี่ยวข้องกับวิทยุ เป็นผู้ร่างเอง โดยประโยชน์จะเกิดกับทุกฝ่าย และที่สำคัญจะเป็นประโยชน์แก่ประเทศ และประชาชนทุกคน ซึ่งเราได้ทำงานมาหลายเดือนแล้ว โดยจะอาศัยความเห็นของทุกท่าน เป็นมติ ซึ่งทุกท่านสามารถเสนอแนะได้
นายนิคม กล่าวต่อไปว่า “ผมต้องการให้ทุกท่านมาร่วมกันทำงาน เพื่อความปรองดอง ความสามัคคีของพี่น้อง ซึ่งเราเองเป็นสื่อและรัฐบาลก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เราจึงจะต้องผลักดันให้เรื่องนี้สำเร็จให้ได้ ผมจึงเชิญทุกท่านให้มาร่วมกันทำงาน โดยจะเสนอเข้าไปยังสำนักนายกรัฐมนตรีในลำดับต่อไป ผมเองมีความจริงใจที่จะต่อสู้ตรงนี้ เพื่อที่จะให้พวกเราได้ใบอนุญาต และไม่โดนกดขี่ จากการถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพ โดยประชาชนจะลงชื่อ 1 หมื่นรายชื่อ เพื่อสนับสนุนการแก้กฎหมายต่อไป
ข่าว PR - สมาคมวิชาชีพสื่อมวลชน มอบโล่เกียรติคุณ “นายนิคม บุญวิเศษ”
ที่มา thaifreenews
โดย Palrak

(16 ธันวาคม 2554, ศูนย์การค้าสยามพารากอน) - สมาคมวิชาชีพสื่อมวลชน และมูลนิธิช่างภาพสื่อมวลชน จัดกิจกรรมประกวดภาพถ่ายน้ำท่วม เพื่อหารายได้ ช่วยเหลือสื่อมวลชนที่ประสบภัยน้ำท่วม โดยภายในงานดังกล่าว นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ประธานเปิดงานได้มอบโล่ห์เกียรติคุณให้กับ “นายนิคม บุญวิเศษ” ในฐานะผู้สนับสนุนการจัดประกวดดังกล่าวด้วย
สมาคมช่างภาพ สื่อมวลชนแห่งประเทศไทย และมูลนิธิช่างภาพสื่อมวลชน จัดประกวดภาพถ่ายน้ำท่วม ซึ่งเป็นภาพถ่ายฝีมือเพื่อนสื่อมวลชน ส่งเข้าประกวดกว่า 900 ภาพ และภาพข่าวโทรทัศน์มากกว่า 30 เรื่อง เพื่อหารายได้ช่วยเหลือ และสร้างขวัญกำลังใจให้แก่สื่อมวลชนทุกแขนง ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตน้ำท่วม โดยภาพถ่ายทั้งหมด ถูกนำไปจัดนิทรรศการ ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน และยังถูกตีพิมพ์เป็นหนังสือเพื่อเก็บไว้เป็นประวัติศาสตร์ของชาติไทย
สำหรับ ภาพถ่ายที่ชนะเลิศอันดับ 1 ชื่อภาพ "หนีตาย" ส่งโดยหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ส่วนภาพข่าวโทรทัศน์ชนะเลิศ ชื่อเรื่อง ชาวลำลูกกาไม่พอใจ กทม.ปิดกั้นน้ำ ส่งเข้าประกวดโดย สถานีโทรทัศน์สี กองทัพบก ช่อง 7
ทั้งนี้ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ชมรมนักข่าวเทคโนโลยีสารสนเทศ และชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม ร่วมจัดกิจกรรมคนข่าวมาขายของ โดยให้สื่อมวลชนนำสิ่งของไปจำหน่ายที่ลานเดอะไนน์ พระราม 9 เพื่อหารายได้สมทบกองทุนช่วยเหลือนักข่าวที่ประสบอุทกภัยกว่า 1,000 คน
'ใบตองแห้ง' ออนไลน์: ปลงไม่ตก?
ที่มา ประชาไท
19 ธ.ค.54
ผมอ่านข้อเขียนเรื่อง “อากงปลงไม่ตก” ของคุณสิทธิศักดิ์ วนะชกิจ โฆษกศาลยุติธรรม ด้วยความประหลาดใจ และมีข้อสงสัยหลายเรื่อง
ประเด็นสำคัญที่สุดในบทความของโฆษกศาลยุติธรรมคือ ข้อแรก “อากงไม่ได้กระทำความผิด เหตุใดศาลจึงพิพากษาลงโทษจำคุก”
โฆษกศาลยุติธรรมเขียนได้น่าชื่นชมว่า “เมื่อคดียังไม่ถึงที่สุด การจะด่วนสรุปว่าอากงเป็นผู้ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าเป็นผู้กระทำผิดโดย เสร็จเด็ดขาดนั้น ก็ยังมิใช่เป็นเรื่องที่แน่แท้เสมอไปดังที่บางคนมีความเชื่อและเข้าใจใน ทำนองนั้น แท้จริงแล้ว อากงยังถูกสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าคดีจะถึงที่สุด”
เรียนก่อนว่าผมเห็นด้วยกับการแก้ไข ม.112 ตามแนวทาง “นิติราษฎร์” ไม่ใช่ยกเลิก หมายถึงยังมีความผิดฐานดูหมิ่น หมิ่นประมาท อาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ แต่ควรลดอัตราโทษให้สมควรแก่เหตุ ยกเว้นความผิดและยกเว้นโทษในกรณีที่เป็นการวิพากษ์วิจารณ์เพื่อประโยชน์ของ การปกครองในระบอบประชาธิปไตย หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะ
ย้อนกลับมาที่คุณสิทธิศักดิ์กล่าวว่า”จึงไม่แน่ แท้เสมอไปว่า ชราชน ที่กระทำความผิดจะต้องได้รับการลดโทษ ลงโทษน้อย หรือปล่อยตัวไปเสมอไป”
ตั้งหัวเบาๆ เรื่องน่าเอามาแลกเปลี่ยน เกี่ยวกับคดีนี้ที่อากงโดนเข้าไป 4 กระทง จากการส่ง SMS 4 ข้อความ
ประเด็นที่ว่า “ศาลไทยไม่มีมาตรฐานสากล ควรรับรองเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของบุคคล” ถ้าถือว่านี่เป็นคำชี้แจงของโฆษกศาลยุติธรรมต่อปฏิกิริยาจากนานาชาติ ผมเห็นว่าไม่ตรงประเด็นเลย