WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, January 5, 2012

เลื่อนหมายเรียก ‘ก้านธูป’ 11 ก.พ.รอง ผบก.น.2 สั่งสอบเพิ่ม-'เฉลิม'เรียกไอเอสพีเข้าพบ

ที่มา ประชาไท

4 ม.ค.55 ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากรณี สน.บางเขนส่งหมายเรียก ‘ก้านธูป’ นักศึกษาปี 1 มหาวิทยาลัยธรมศาสตร์ ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งมีการนัดหมายกันในวันที่ 11 ม.ค.นี้นั้น มีการเลื่อนไปเป็นวันที่ 11 ก.พ.55 แล้ว

ส่วนที่รัฐสภา เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ได้เชิญตัวแทนผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ไอเอสพี) หลายบริษัทเข้าพบ อาทิ ดีแทค ทรีบอร์ดแบรนด์ ทีโอที แคท ฯ เพื่อหารือความร่วมมือในการปิดกั้น URLs ที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสม โดยเฉพาะส่วนที่มีการหมิ่นเบื้องสูง โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่าในที่ประชุมได้มีการหารือกันเรื่องการสร้างความร่วม มือให้มีการปิดกั้นเว็บที่มีปัญหาให้เร็วขึ้น เพื่อไม่ให้มีการเผยแพร่ขยายวงกว้าง โดยขณะนี้วอร์รูมของตำรวจกำลังสร้างซอฟท์แวร์ที่จะเชื่อมโยงคำสั่งศาลในการ ปิดกั้น URL มายังไอเอสพีได้โดยตรงเพื่อความแม่นยำและรวดเร็วของข้อมูล โดยรองนายกฯ ได้ย้ำว่าเพื่อให้การจัดการปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพจึงต้องการใช้หลัก รัฐศาสตร์นำ โดยเฉพาะการขอความร่วมมือจากผู้ให้บริการ

ขณะที่มติชนออนไลน์รายงาน ข่าวโดยอ้างแหล่งข่าวเป็นพนักงานสอบสวน สน.บางเขน ระบุว่า เนื่องจากมีการแจ้งความไว้จึงต้องออกหมายเรียกเพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม หากผู้ถูกกล่าวหามาพบต่อหน้าเจ้าหน้าที่ก็จะต้องแจ้งข้อกล่าวหาทันที อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้พนักงานสอบสวน สน.บางเขน มีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง "ก้านธูป" เนื่องจากพบว่ากระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ก็ไม่ได้ยืนยันว่าผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้โพสต์ข้อความ สอบพยานหลักฐานแล้วพิสูจน์ไม่ได้ว่าใครเป็นคนโพสต์ข้อความดังกล่าว และช่วงเวลาที่มีการกระทำความผิด ผู้ถูกกล่าวหามีอายุเพียง 13-14 ปี ไม่น่าจะมีความคิดเห็นที่รุนแรงทางการเมือง พนักงานสอบสวนจึงสันนิษฐานว่ามีผู้อื่นไปโพสต์ข้อความแทนโดยใช้ชื่อ "ก้านธูป"

"สำนวนคดีดังกล่าว พนักงานสอบสวนได้มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องมา 2 เดือนกว่าแล้ว และทำเรื่องเสนอความเห็นเสนอไม่ฟ้องไปยังกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 (บก.น.2) แต่มีรองผบก.น.2 ได้มีความเห็น ให้สอบ ′ก้านธูป′ เพิ่มเติม พนักงานสอบสวนจึงจำเป็นจะต้องออกหมายเรียก ‘ก้านธูป′ มาสอบเพิ่มเติมในวันที่ 11 ม.ค.55 ซึ่งจะต้องแจ้งข้อกล่าวหาทันทีที่ผู้ถูกกล่าวหามาอยู่ต่อหน้าพนักงานสอบสวน ตามข้อกฎหมาย แต่ขึ้นอยู่กับ ′ก้านธูป′ จะแจ้งขอเลื่อน หากมีเหตุจำเป็น ก็เลื่อนไปก่อนก็ได้" แหล่งข่าวกล่าว

ผบ.ทบ.แนะให้เลิกคบคนหมิ่นฯ

ที่มา ประชาไท

ประยุทธ์ชี้ปรามเรื่องหมิ่นพระบรมเดชานุภาพต้องใช้รัฐศาสตร์ ใช้นิติศาสตร์อย่างเดียวไม่ได้เพราะจะทำพระองค์ท่านเดือดร้อน แนะต้องช่วยกันไม่ให้มีคนละเมิด ถ้ายังมีคนกระทำแบบนี้อยู่ต้องเลิกคบ ถ้าคนเลิกคบมากๆ เขาก็จะไม่มีน้ำหนักและไม่มีพลังที่จะไปทำในสิ่งที่ไม่ดีต่อไป

ในการให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในเช้าวันนี้ (4 ม.ค.) นั้น ตอนหนึ่งในรายงานของกรุงเทพธุรกิจ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบคำถามที่ผู้สื่อข่าวถามเรื่องกรณีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพว่า บทบาทของทหารก็เฝ้าดูอยู่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ทั้งหมดก็เป็นเรื่องของอำนาจนิติบัญญัติดูอยู่ แต่ตนคิดว่าประชาชนส่วนใหญ่ทั้งประเทศ รับรู้ รับทราบแล้วว่าอะไรมันคืออะไร ประเด็นคือว่า จะต้องช่วยกันระมัดระวังให้พระองค์ท่าน ตราบใดถ้าเราดูความเหมาะควร

ทั้งนี้ไม่อยากใช้คำว่าไปยุ่งกับมาตราโน้นมาตรานี้ มันเหมาะหรือไม่เหมาะตนไม่ทราบ แต่ในส่วนของทหารมันมีคำตอบของทหารอยู่แล้ว เพราะเราเป็นทหารมีหน้าที่โดยตรงอยู่แล้ว ถ้าถามทหารก็ ตอบอย่างที่เคยตอบ ดังนั้นจะต้องไปถามคนอื่น แต่ถ้าคิดว่าประเทศไทยเป็นแบบนี้ แล้วเรามีสถาบันที่มีคุณประโยชน์กับเรามาตั้งแต่ยุคพ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา และ ยาย เราจะดูแลท่านอย่างไรเมื่อถึงเวลาวันนี้ จะปล่อยให้ทหารดูแล คนเดียวหรือมันไม่ใช้ ทุกคนจะต้องออกมาช่วยดูแล แต่ทั้งหมดก็จะต้องเคารพในกติกาของบ้านเมือง ทั้งหมดจะต้องไปด้วยกันให้ได้เราจะใช้กำลังสู้กันอย่างเดียวก็มีแต่จะแย่กัน ไปทั้งประเทศ ดังนั้นทุกคนมีบทบาทที่จะทำอะไรตรงไหนก็มาช่วยกัน ออกมาแสดงตามรัฐธรรมนูญที่ได้กำหนดไว้

ทั้งคมชัดลึกและกรุงเทพธุรกิจ รายงานว่า "ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า แต่การพูดจา และการดำเนินการของกลุ่มคนเหล่านี้เริ่มหนักข้อขึ้นทุกวัน" โดย พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า มันผิดกฎหมายหรือเปล่า หรือ ผิดกฎหมายยัง หากผิดกฎหมายเจ้าหน้าที่ก็ดำเนินการ และการใช้กฎหมายอย่างเดียวก็มีปัญหา แต่ขณะนี้ผู้ที่เกี่ยวข้องก็พยายามใช้นิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ในการดำเนินการ เรื่องนี้อยู่ ไม่ใช่พวกเรานิ่งนอนใจ หรือ ไม่ใช่เราไม่ยืนหยัดในการรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่พูดไปก็ขัดแย้งกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นก็จะต้องดูว่าใครออกมาพูด พูดแล้วได้ประโยชน์กับประชาชน ประเทศชาติหรือไม่ ถ้าไม่ได้กระบวนการก็มีอยู่แล้วว่าจะแก้ด้วยวิธีไหน ถ้าทุกคนไม่เห็นด้วยมันก็แก้ไม่ได้

ต่อข้อถามว่า อำนาจรัฐบาลจะต้องเข็มแข็งในการดูแลเรื่องนี้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็พยายามอยู่แล้ว ตนบอกว่าแล้วว่าจะต้องใช้หลักนิติศาสตร์ และ รัฐศาสตร์ จะใช้หลักนิติศาสตร์อย่างเดียวคงไม่ได้ เพราะจะทำพระองค์ท่านเดือดร้อนเหมือนกัน พระองค์ท่านทรงรับสั่งว่าเวลาคนที่มีปัญหาก็ถึงพระองค์อยู่ดี ดังนั้นพวกเราจะต้องช่วยกันว่าทำอย่างไรถึงไม่มีคนไปละเมิด ส่วนจะมีโทษอย่างไรก็ว่าอีกที จริงๆ แล้วพระองค์ท่านมีพระเมตตาอยู่แล้ว ไม่อยากมีโทษกับใครทั้งสิ้น ดังนั้นเราจะต้องช่วยกัน ถ้าเราคนนี้ชอบทำแบบนี้อยู่และยังไปคบค้าสมาคมด้วยก็ไม่ดีก็ต้องเลิกคบค้าไป เพราะเราไม่ชอบคนพวกนี้ เราไม่ชอบใครที่ทำไม่ดีก็อย่าไปคบเขาก็เท่านั้นแต่หากยังคบอยู่แล้วจะแก้ไข อย่างไร จะเอาตำรวจไปจับหรือ มันไม่ใช่ ถ้าใครที่เป็นคนไม่ดีที่ทำให้ประเทศชาติเสียหายก็อย่าไปคบ แต่ตัวเราจะต้องดีพอถึงจะไปตัดสินว่าคนนั้นดีหรือไม่ดี อย่าตัดสินด้วยความไม่ชอบหน้า แต่จะต้องตัดสินว่าดีหรือไม่ดี หากไม่ดีก็อย่าไปคบ ถ้าทุกคนไม่คบเขามากๆ แล้วเขาจะไปคบกับใคร หรือจะไปทำอะไรได้ เขาก็ไม่มีน้ำหนัก ไม่มีพลังที่จะไปทำในสิ่งที่ไม่ดีต่อไป

ทั้งนี้ จากรายงานข่าวทั้งในเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ และคมชัดลึก ได้ตีพิมพ์คำถามของผู้สื่อข่าวที่ถาม พล.อ.ประยุทธ์ ในเรื่องคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพตรงกัน โดยคำถามแรกผู้สื่อข่าวถาม พล.อ.ประยุทธ์ว่า "สิ่งหนึ่งที่ทำให้ประชาชนไม่สบายใจคือสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่กำลังจะถูกคุกคามจากนักวิชาการ หรือ คนกลุ่มหนึ่ง ในฐานะที่กองทัพดูแลปกป้องสถาบันจะดูแลอย่างไร" และอีกคำถามคือ "แต่การพูดจา และการดำเนินการของกลุ่มคนเหล่านี้เริ่มหนักข้อขึ้นทุกวัน"

มติชนสัมภาษณ์ “สมคิด” ยันกรณี “ก้านธูป” ไม่ควรล่าแม่มด

ที่มา ประชาไท

พร้อมแจงเหตุรับ “ก้านธูป” เข้าเรียน ชี้ไม่มีกฎข้อใดบอกว่า นศ.มธ. ต้องเคารพชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และอธิการบดีมีเรื่องมากมายที่ต้องทำ ยันไม่ควรล่าแม่มด ถึงเป็นแม่มดจริงก็สามารถอยู่ในสังคมไหนก็ได้ ด้าน “ไชยันต์ ไชยพร” ต้องการให้สถาบันกษัตริย์คงอยู่ต่อไป แต่อยากให้เลิก ม.112 เผยอยากเปิดโอกาสให้ฝ่ายที่เป็น “คู่ต่อสู้ทางความคิด” มาโต้เถียงกับตนอย่างเสรี

เมื่อวานนี้ (4 ม.ค.) มติชนออนไลน์ ได้เผยแพร่บทสัมภาษณ์ ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กรณีก้านธูป และบทสัมภาษณ์ รศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร ภาควิชาการเมืองการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สมคิดแจง มติชน” ทำไมจึงรับ “ก้านธูป” เข้าเรียน

โดยในบทสัมภาษณ์ ศ.ดร.สมคิด โดยพันธวิศย์ เทพจันทร์ (อ่านบทสัมภาษณ์ที่นี่) ผู้สื่อข่าวถาม ศ.ดร.สมคิด ว่า “ทำไม มธ. ถึงรับ "ก้านธูป" ให้มาศึกษา ในขณะที่ มศก. และ มก. ต่างปฏิเสธ ที่จะรับเธอเข้าเรียน” ศ.ดร.สมคิดตอบว่า “ไม่เห็นมีกฎข้อบังคับใดของมหาวิทยาลัยบอกว่า นักศึกษา มธ. ต้องเคารพชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ถ้าหากมีกฎข้อนี้จริง หมายความว่า มธ. ต้องตรวจสอบว่านักศึกษาคนนี้รักชาติ รักศาสนาหรือเปล่า นับถือศาสนาไหม คำถามเหล่านี้จะเกิดทันที ไม่ใช่แต่เฉพาะก้านธูปคนเดียว ผมจึงสงสัยคนที่มาโพสต์ถามผมในเฟซบุ๊กเกี่ยวกับการรับก้านธูปมาเรียนที่ มธ. ว่า ทำไมถึงตั้งโจทย์กับก้านธูปคนเดียว ไม่ตั้งโจทย์นี้กับนักศึกษาอื่นเลย เพราะใน มธ. ก็มีนักศึกษาอีกมากที่ไปขึ้นเวทีชุมนุมต่างๆ ทั้งเหลืองทั้งแดง ทำไมต้องเป็นก้านธูป นี่คือคำถามของผม”

ต่อมาคือสิ่งที่ก้านธูปทำผมไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ แล้วจะมาอ้างว่าก็ให้อธิการบดีไปตรวจสอบแล้วทำไมไม่ตรวจสอบ แต่ต้องเข้าใจด้วยว่าอธิการบดีมีเรื่องมากมายที่ต้องทำ นักศึกษา 1 ใน 35,000 คนของ มธ. ถือว่าเล็กมาก ที่สำคัญคือสิ่งที่คนพูดว่าก้านธูปโพสต์ข้อความหมิ่นประมาทนั้นเกิดขึ้นก่อน ที่เธอจะเข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ และสิ่งสุดท้ายคือ เราไม่ควรไล่ล่าแม่มดเพราะเราไม่รู้ว่าเขาเป็นแม่มดจริงหรือเปล่า แล้วแม้เธอจะเป็นแม่มดจริงแต่แม่มดก็สามารถอยู่ในสังคมไหนก็ได้ ตัวอย่างเรื่องแวมไพร์ ทไวไลท์ แวมไพร์ยังอยู่กับคนได้เลย”

ศ.ดร.สมคิด ตอบตอนหนึ่งด้วยว่า “... เมื่อเทียบก้านธูปกับนักศึกษาที่เข้าร่วมกลุ่ม พคท. เมื่อหลายปีก่อน เราในฐานะที่เป็นผู้ใหญ่ เป็นอธิการบดี เป็นคน มธ. ถ้าเด็กมีความรู้ ความสามารถสอบเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้เธอก็ต้องได้รับการศึกษาจาก มธ. สิ่งที่เธอทำก่อนมาเข้าศึกษาใน มธ. เป็นสิ่งที่ยังไม่เคยมีใครแจ้งความจับ มีเพียงแต่บอกทำผิดกฎหมาย ซึ่งกฎ ข้อบังคับของ มธ. ระบุชัดว่า หากนักศึกษาผู้ใดต้องโทษหรือมีคำพิพากษาที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ทำผิดลหุโทษ หรือทำความผิดโดยประมาท ถือว่าผิดร้ายแรงถึงมีคำสั่งให้ไล่ออก ดังนั้นผมจะไล่ก้านธูปได้ก็ต่อเมื่อมีคำพิพากษาที่สุดให้จำคุก ต่อให้ถูกแจ้งความวันนี้ผมก็ไล่เขาออกไม่ได้ เพราะฉะนั้นผมขอร้องว่าอย่าไล่คนให้ไปจนตรอก ผมคิดว่าคนแต่ละคนก็มีความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกัน ที่ผมคิดก็คือก้านธูปเป็นเด็กที่มีความคิดหัวรุนแรง”

ส่วนกรณีที่มีผู้นำข้อมูลส่วนตัวมาเปิดเผยในที่สาธารณะ และมีสื่อมวลชนสำนักหนึ่งลงบทความเกี่ยวกับก้านธูป ผู้สื่อข่าวถามว่าชี้แจงหรือตอบโต้สื่อดังกล่าวหรือไม่ ศ.ดร.สมคิดตอบว่า “ไม่ ครับ อธิการบดีไม่ว่างขนาดนั้น น้ำท่วมเสียหาย 2,800 ล้านบาท ผมมีเรื่องใหญ่ที่ต้องคิดเยอะ มีเรื่องที่ต้องคิดว่าจะทำยังไงให้อาจารย์ มธ. ทำวิจัย เพื่อให้เป็นมหาวิทยาลัยระดับโลกให้ได้ เรื่องก้านธูปนี้คณบดีคณะสังคมสงเคราะห์ฯ รับเรื่องและเป็นที่ปรึกษาให้เธอด้วย ปกติคณบดีไม่รับเป็นที่ปรึกษาให้แก่นักศึกษาหรอก เรื่องนี้มีคนดูแลเยอะครับ มีคนจับจ้องก้านธูปเยอะไม่ต้องห่วงอะไร ผมขอย้ำว่าถ้าก้านธูปทำอะไรผิดใน มธ. ผมก็ต้องจัดการ ซึ่งผมเองก็ไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมของก้านธูปตามข้อกล่าวหา เพราะฉะนั้นอย่าบอกว่าผมช่วยเหลือก้านธูปเพราะผมเป็นพวกเดียวกับก้านธูป เรื่องก้านธูปผมก็สนใจเลยเอาเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุมคณบดีซึ่งในที่ ประชุมก็มีการพูดคุยกันว่าจะรับหรือไม่ คณบดีส่วนใหญ่ก็หนุนว่าควรรับทั้งนั้น” (อ่านบทสัมภาษณ์ในมติชนได้ที่นี่)

ไชยันต์ ไชยพร เสนอให้ยกเลิก ม.112 เพราะมี ม.8 ในรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว

ส่วนในบทสัมภาษณ์ รศ.ดร.ไชยันต์ โดยฟ้ารุ่ง ศรีขาว (อ่านบทสัมภาษณ์ที่นี่) ซึ่งไชยันต์เป็น1 ใน 15 นักวิชาการผู้ลงชื่อเรียกร้องให้มีการจัดตั้ง “คณะกรรมการกลั่นกรองการฟ้องร้องในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112” โดยตอนหนึ่งในบทสัมภาษณ์ไชยันต์แสดงความเห็นต่อประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ว่า “จุดยืนส่วนตัวของผมในขณะที่มีคนบอกว่าให้แก้ไข แต่ผมเห็นว่าควรยกเลิก มาตรา 112 แต่ต้องประชาพิจารณ์ ที่ผมคิดแบบนี้ เพราะเรามีมาตรา 8 ในรัฐธรรมนูญอยู่แล้วที่คุ้มครององค์พระมหากษัตริย์ แล้วจำเป็นต้องประชาพิจารณ์ เพื่อให้ประชาชนถกเถียงพูดคุยกันว่า ตกลงแล้วสถานะและบทบาทของสถาบันกษัตริย์ในระบอบการปกครองที่เรามีอยู่จะเป็น อย่างไร แล้วเสรีภาพในการวิพากษ์วิจารณ์จะมีแค่ไหน และการวิพากษ์วิจารณ์กับการหมิ่นประมาทต่างกันอย่างไร แล้วคนในสังคมจะวาง ระเบียบให้ตัวเอง ซึ่งถ้าแก้ไขกันเงียบๆ ก็ไม่ได้ช่วยอะไร

นอกจากนั้น ยังมีประเด็นว่า กฎหมายนี้คุ้มครองใครบ้าง คำว่าสถาบันพระมหากษัตริย์จะรวมใครบ้าง หรือแยกออก เพราะในกรณีพระบรมวงศานุวงศ์ ทำสิ่งซึ่งกระทบกระเทือนสถาบันพระมหากษัตริย์ เราจะทำอย่างไร จะวิพากษ์วิจารณ์ได้ไหม ถ้าคนที่ไม่ใช่พระมหากษัตริย์ แต่เป็นคนใกล้ชิดสถาบันพระมหากษัตริย์ แทรกแซงกิจการราชการ หรือมีพฤติกรรมที่ไปเกี่ยวข้องกับระบบราชการแล้วทำให้เกิดความเสียหาย แล้วคนเหล่านี้จริงๆ ต้องถือว่าหมิ่นพระบรมเดชานุภาพนะ ทำให้คนเป็นห่วงสถาบัน ห่วงองค์พระมหากษัตริย์

ฉะนั้น การวิพากษ์วิจารณ์ทำให้เกิดการปรับตัว ทำให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์ กับประชาชน ในแนวที่ไม่ใช่เป็นแนวดิ่งถึงขนาดต้องรอการเชื่อฟัง แต่ถ้าแนวความสัมพันธ์บนลงล่างที่เอนลง ลดความชันลงมาหน่อย ไม่ถึงขนาดเสมอภาคหรอก แต่พอสื่อสารกันได้ ไม่ได้อยู่ในระนาบสูงเกินไป ก็จะทำให้เกิดความมั่นคง ความปรับตัวขึ้น เพราะมักมีข่าวลือ ที่ทำให้เราไม่สบายใจเกี่ยวข้องกับอนาคตสถาบันด้วย ถ้าเราต้องการให้สถาบันมีความเข้มแข็ง ก็ต้องทำให้คนรอบข้างสถาบันไม่ทำอะไรที่กระทบกระเทือนการปกครองระบอบนี้”

ตอนหนึ่งของบทสัมภาษณ์ ไชยันต์ตอบคำถามของผู้สื่อข่าวด้วยว่า “...คือ เราปฏิเสธไม่ได้ว่ามีคนจำนวนหนึ่งที่ไม่เอาเจ้า แล้วปฏิเสธไม่ได้ว่ามีคนคิดที่จะเปลี่ยนรูปแบบการปกครอง เขามีอยู่จริง ทีนี้ ถ้าเราไม่เปิดโอกาสให้เขาอธิบายเหตุผลของเขา เขาไปพูดใต้ดินในช่องทางอินเตอร์เน็ต มันก็จะผสมกับเรื่องจริงบ้างไม่จริงบ้างหมิ่นประมาทไปใหญ่ แต่ถ้าเราเปิดกว้างให้เขาได้พูดด้วยเหตุผลว่า เขาไม่ต้องการสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะอะไร

ผมต้องการให้สถาบันพระมหากษัตริย์อยู่ต่อไปด้วยเหตุผลทางรัฐศาสตร์ ผมไม่ได้ตอบด้วยแค่คำว่าจงรักภักดี แต่ผมตอบด้วยหลักทางรัฐศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับสังคมไทย ฉะนั้น ผมพูดเพื่อให้สถาบันดำรงอยู่ ผมพูดได้อย่างไม่มีอุปสรรค แต่คู่ต่อสู้ทางความคิดของผมสิ (คนที่คิดแตกต่าง) เขาพูดไม่ได้ ผมอยากให้เปิดโอกาสให้เขากับผม มาโต้เถียงกันอย่างเสรี ผมก็มั่นใจในเหตุผลของผมที่จะโต้กับเขา แต่ถ้ายิ่งมีกฎหมายไปห้าม มีเงื่อนไขทางสังคมที่ไปปิดกั้นเขาออกไป มันก็ยิ่งไปยืนยันว่าสิ่งที่เขาต้องการให้เปลี่ยน มันสมควรต้องเปลี่ยน มันยืนยันสิ่งที่เขาตำหนิว่าเราไม่ใช่ประชาธิปไตย แล้วก็เราเป็นระบอบราชาธิปไตยที่กดขี่เป็นเผด็จการ แต่ถ้าเขาหมิ่นประมาทเรื่องส่วนตัวที่ทำให้สาธารณะเสียหาย คนอื่นก็ควรพูดได้ตั้งคำถามได้ แต่ถ้าไม่เกี่ยวกับสาธารณะก็เป็นเรื่องส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวกับความเป็น สถาบัน...” (อ่านบทสัมภาษณ์ในมติชนได้ที่นี่)

กระจายอำนาจ สู่การปฏิรูปโครงสร้างรัฐชายแดนใต้ (4)

ที่มา ประชาไท

ปรัชญเกียรติ ว่าโร๊ะ
โรงเรียนนักข่าวชายแดนใต้ ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ (DSJ)

เป็นที่ทราบกันแล้วว่า ข้อเสนอรูปแบบการกระจายอำนาจในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีมากมายหลากหลาย

คณะทำงานคณะทำงานด้านปฏิรูปโครงสร้างอำนาจ (กระจายอำนาจ) ในการจัดงานสมัชชาปฏิรูปเฉพาะประเด็น 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ได้รับการแต่งตั้งจากสภาประชาสังคมชายแดนใต้ จึงต้องนำข้อเสนอต่างๆ มาพิจารณาจัดหมวดหมู่ เพื่อนำไปเสนอในที่ประชุมสมัชชาเฉพาะประเด็น 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในวันที่ 5 มกราคม 2555

ในที่สุดก็พบว่าข้อเสนอรูปแบบการกระจายอำนาจ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีอยู่ 6 ทางเลือก

2 ใน 6 ทางเลือกคือ ศูนย์อำนวยการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. และทบวงบริหารราชการพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่ง “โรงเรียนนักข่าวชายแดนใต้” ได้นำเสนอไปเมื่อตอนที่แล้ว

ตอนนี้จึงถึงคิวนำเสนอทางเลือกที่ 3 สามนคร 1 และทางเลือกที่ 4 สามนคร 2

อันที่จริงรูปแบบการปกครองที่เรียกว่า “นครปัตตานี” ถูกนำเสนอโดยพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรีมาก่อน จากนั้นจึงมีผู้นำเสนอรูปแบบการปกครอง “สามนคร” คือ นครปัตตานี นครยะลา และนครนราธิวาสขึ้นมาประกบ

รู้จักการปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษสามนคร
บทความวิจัย “ตัวแบบทางกฎหมายสำหรับการปกครองท้องถิ่นในจังหวัดชายแดนภาคใต้” โดยอำนาจ ศรีพูนสุข ระบุสาระสำคัญของระบบการปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า เป็นการเปลี่ยนจาก “จังหวัด” มาเป็น “นคร” หรือ “City” ทั้งในกรณีของนครยะลา นครนราธิวาส และนครปัตตานี โดยให้ทั้ง 3 นครเป็นนิติบุคคล มีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกันกับกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา

นครทั้งสามจะมีโครงสร้างสำคัญๆ ดังนี้คือ “สภานคร” ที่จะมีฐานะเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ มีสมาชิกมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ภายใต้ “เขต” หรืออำเภอเดิม และมาจากการคัดเลือกสมาชิกสภาเทศบาลในพื้นที่นั้นๆ

นอกจากนี้ยังมี “คณะกรรมการสังคมและเศรษฐกิจนคร” มีบทบาทเช่นเดียวกับคณะกรรมการในเขตพื้นที่พิเศษ สมาชิกคัดสรรมาจากผู้คนกลุ่มต่างๆ

ส่วนตำแหน่ง “ผู้ว่าราชการนคร” ซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนในเขตนคร (หรือเขตจังหวัดเดิม) มีข้าราชการประจำคือ “ปลัดนคร” เป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการส่วนท้องถิ่นในสังกัดนครนั้นๆ

โครงสร้างต่อมาคือ ในระดับ “เขต” หรืออำเภอในความหมายเดิม จะมี “สภาเขต” เป็นองค์กรที่ปรึกษาของฝ่ายบริหาร ประกอบด้วย สมาชิกที่มาจากการสรรหาตำบลละ 2 คน มี “ผู้อำนวยการเขต” ที่แต่งตั้งจากผู้ว่าราชการนครเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการส่วนท้องถิ่น และทำหน้าที่เป็นผู้แปรนโยบายสู่การปฏิบัติ

มีการจัดตั้ง “คณะกรรมการประสานการพัฒนาพื้นที่ชายแดนภาคใต้” มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ระดับชาติ เกี่ยวกับการพัฒนาพื้นที่ รวมถึงการร่วมมือพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค มี “สำนักงานคณะกรรมการประสานการพัฒนาพื้นที่ชายแดนภาคใต้” เป็นหน่วยงานระดับกรม เป็นหน่วยงานเลขานุการ

นั่นเป็นผลงานวิจัยทางวิชาการ ที่นำมาสู่ทางเลือกที่ 3 และทางเลือกที่ 4 ที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้

ทางเลือกที่ 3 สามนคร 1
เป็นการปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ภายใต้ความรับผิดชอบของผู้ว่าราชการจังหวัดที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของ ประชาชนเป็นรายจังหวัด ยังคงเหลือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแค่ 2 ระดับคือ เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล

ลักษณะเด่นของสามนคร 1 อยู่ตรงที่ประชาชนในพื้นที่เลือกตั้งผู้ว่าราชการโดยตรง เป็นรายจังหวัด ยกเลิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด แต่ยังคงมีเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล และยุบเลิกราชการส่วนภูมิภาค

ในส่วนของโครงสร้างการบริหาร มีผู้ว่าราชการจังหวัดมาจากการเลือกตั้งโดยตรง สมาชิกสภาจังหวัดมาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากเขต (อำเภอ) มีคณะกรรมการประสานงานระหว่างส่วนกลางกับท้องถิ่น เทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบลยังคงอยู่

ข้อสนับสนุน ประชาชนสามารถเลือกผู้นำที่ตนเองต้องการได้ ในขณะที่ผู้นำที่ได้รับการเลือกตั้ง มีความเป็นตัวแทนสูง และมีพันธะรับผิดชอบโดยตรงต่อผู้คนที่เลือกเข้ามา

ลดแรงต้านจากองค์กรปกครองท้องถิ่นในปัจจุบัน เพราะเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบลยังคงอยู่ พร้อมกับยกฐานะนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดที่มาจากการเลือกตั้ง และมีอำนาจมากขึ้น

ประชาชนในพื้นที่มีโอกาส ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการในท้องถิ่นมากขึ้น

ข้อที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์คือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่มีอำนาจจริง งบประมาณจำกัด ขาดความเป็นอิสระ การเปิดให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ทำให้กลุ่มอิทธิพลเข้ามามีอำนาจทางการเมืองมากขึ้น ส่งผลเกิดการทุจริตสูงขึ้น และประชาชนยังไม่พร้อมที่จะเลือกผู้ว่าราชการจังหวัด

ข้อเสนอที่ใกล้เคียงกับสามนคร 1 “การปฏิรูปโครงสร้างอำนาจ” ของคณะกรรมการปฏิรูป ที่มีนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธาน

ข้อเสนอของคณะกรรมการปฏิรูป มีสาระสำคัญตรงให้ยุบเลิกราชการส่วนภูมิภาค ปรับบทบาทหน่วยราชการในระดับจังหวัดให้เหลือเพียง 3 รูปแบบคือ

1.สำนักงานประสานนโยบาย หรือสำนักงานบริการทางวิชาการ เช่น ศูนย์วิจัยข้าว สถานีประมง ศูนย์วิจัยมลพิษสิ่งแวดล้อม เป็นต้น เพื่อสนับสนุนการทำงานของส่วนกลางหรือท้องถิ่น

2.สำนักงานสาขาของราชการส่วนกลาง เฉพาะในภารกิจที่รัฐบาลเป็นผู้ดำเนินการเอง เช่น การจัดเก็บภาษีรายได้ และภาษีมูลค่าเพิ่ม การจัดทำหนังสือเดินทาง เป็นต้น

3.สำนักงานตรวจสอบและเสนอแนะการบริหารจัดการท้องถิ่น

ส่วนภารกิจอื่นๆ ในการให้บริการของหน่วยงานราชการส่วนภูมิภาคในระดับจังหวัด ยกเป็นอำนาจในการบริหารจัดการขององค์กรปกครองท้องถิ่นในระดับจังหวัด และระดับต่ำกว่าจังหวัด

การปกครองท้องถิ่นแบ่งเป็น 2 ระดับ โดยให้ “องค์การบริหารส่วนจังหวัด” เป็นผู้บริหารท้องถิ่นในระดับจังหวัด และให้เทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล เป็นผู้บริหารท้องถิ่นในระดับต่ำกว่าจังหวัด

อนาคตควรยกระดับองค์การบริหารส่วนตำบลที่มีอยู่เป็นเทศบาล ทั้งนี้การยกระดับควรคำนึงถึงขนาดหรือจำนวนประชากรที่เหมาะสมต่อการให้ บริการที่ดีและมีประสิทธิภาพ และคำนึงถึงรูปแบบการเลือกตั้งผู้บริหารและสภาท้องถิ่น ที่จะไม่ให้เกิดความได้เปรียบหรือเสียเปรียบ ระหว่างชุมชนที่อยู่ในเขตเมือง และชุมชนในเขตชนบท

การบริหารจัดการตนเองของท้องถิ่น ประกอบด้วย 2 กลไกหลัก กลไกแรกเป็นการบริหารจัดการตนเองของชุมชน และประชาชนในท้องถิ่น ด้วยรูปแบบและกลไกประชาสังคมซึ่งมีอยู่เดิมและหลากหลายในแต่ละพื้นที่ สอดประสานกับกลไกที่สองคือ การบริหารราชการหรือการปกครองท้องถิ่น ซึ่งได้รับการถ่ายโอนอำนาจมาจากรัฐบาล

ผู้บริหารและสภาท้องถิ่น ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของประชาชน เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่บริหารราชการ ในฐานะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเช่นเดิม แต่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้องรับรอง และสนับสนุนบทบาทของชุมชนและภาคประชาสังคม ในการมีส่วนร่วมบริหารราชการ การจัดบริการ การตัดสินใจที่มีผลสำคัญต่อการวางแผนพัฒนาท้องถิ่น และต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน ยังจำเป็นต้องสร้างความสัมพันธ์แบบใหม่ ระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชน

คณะกรรมการประชาสังคม ประกอบด้วย ผู้แทนจากองค์กรชุมชน องค์กรอาชีพ องค์กรศาสนา หรือองค์กรประชาสังคมอื่นๆ เพื่อช่วยให้เกิดการปรึกษาหารือและต่อรองร่วมกัน รวมถึงเชื่อมโยงการบริหารราชการผ่านตัวแทนในระบบประชาธิปไตย กับการใช้อำนาจการตัดสินใจโดยตรงของประชาชน อันเป็นประชาธิปไตยโดยตรง เช่น การลงประชามติ หรือการลงลายมือชื่อ เพื่อยับยั้งการตัดสินใจขององค์กรปกครองท้องถิ่น

ทางเลือกที่ 4 สามนคร 2
เป็นการปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ภายใต้ความรับผิดชอบของผู้ว่าราชการจังหวัดที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของ ประชาชนเป็นรายจังหวัด ปรับจังหวัดให้เป็นท้องถิ่นรูปแบบพิเศษคล้ายกรุงเทพมหานคร

ลักษณะเด่น ประชาชนในพื้นที่เลือกตั้งผู้ว่าราชการโดยตรงเป็นรายจังหวัด ยกเลิกราชการส่วนภูมิภาค และองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล

โครงสร้างการบริหาร มีผู้ว่าราชการจังหวัดมาจากการเลือกตั้งโดยตรง สภาจังหวัดมาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากเขต หรืออำเภอต่างๆ มีคณะกรรมการประสานงานระหว่างส่วนกลางกับท้องถิ่น

ข้อสนับสนุน ประชาชนสามารถเลือกผู้นำที่ตนเองต้องการได้ ในขณะที่ผู้นำที่ได้รับการเลือกตั้งก็มีความเป็นตัวแทนสูง และมีพันธะรับผิดชอบโดยตรงต่อผู้คนที่เลือกเข้ามา ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจเต็มในการบริหารและจัดการทั้งจังหวัด

อัตรากำลังข้าราชการในท้องถิ่นจะขยายตัวเพิ่มมากขึ้น ทำให้ประชาชนในพื้นที่มีโอกาสที่จะได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการในท้องถิ่น มากขึ้นตามไปด้วย

ข้อที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์คือ จะเกิดแรงต่อต้านจากนักการเมืองท้องถิ่น ที่เคยมีบทบาทในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเดิม

การเปิดให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด จะทำให้กลุ่มอิทธิพลเข้ามามีอำนาจทางการเมืองมากขึ้น แนวโน้มการทุจริตจะมากตามไปด้วย และความไม่พร้อมของประชาชนในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด

รูปแบบที่ใกล้เคียงคือ ร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเชียงใหม่มหานคร พุทธศักราช ...

มีสาระสำคัญระบุว่า ให้ยกฐานะจังหวัดเชียงใหม่เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่ทั้งจังหวัด มีฐานะเป็นนิติบุคคล มีอำนาจในการกำหนดแนวนโยบาย ระเบียบ ข้อบัญญัติ การจัดงบประมาณ การคลัง การจัดการบริหารบุคลากร กลไกโครงสร้างการบริหารงานภายในท้องถิ่น เพื่อการบริหารราชการท้องถิ่นได้โดยไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในท้องถิ่นได้ครอบคลุมทุกเรื่อง

ยกเว้น 4 เรื่องหลักคือ ความมั่นคง (การทหาร) การเงิน (อัตราการแลกเปลี่ยน/สกุลเงิน) การต่างประเทศ และการศาล

ให้จัดตั้งการปกครองเชียงใหม่มหานคร เป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น แบ่งพื้นที่การปกครองเป็นเขตและแขวง เปลี่ยนอำเภอให้เปลี่ยนเป็นเขต และเปลี่ยนตำบลเป็นแขวง

ให้มีสภาเชียงใหม่มหานคร โดยสมาชิกสภาเชียงใหม่มหานครมาจากการเลือกตั้ง จำนวนสมาชิกสภาเชียงใหม่มหานครขึ้นอยู่กับจำนวนเขตเลือกตั้ง ที่กำหนดโดยจำนวนราษฎรประมาณหนึ่งแสนคนตามทะเบียนราษฎร ทำหน้าที่พิจารณาข้อบัญญัติเชียงใหม่มหานคร และตรวจสอบผู้ว่าราชการเชียงใหม่มหานคร

ให้มีผู้ว่าราชการเชียงใหม่มหานคร มาจากการเลือกตั้งของราษฎร ทำหน้าที่บริหารงานเมืองเชียงใหม่มหานคร ให้มีสมาชิกสภาเขตอย่างน้อยเขตละ 7 คน มาจากการเลือกตั้งของราษฎรในเขต

ยกเลิกการปกครองในระบบองค์การบริหารส่วนจังหวัด แต่ยังคงให้มีเทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบลต่อไป โดยขึ้นตรงต่อผู้อำนวยการเขต และผู้ว่าราชการเชียงใหม่มหานคร

โปรดติดตามตอนต่อไป ที่จะมาบอกเล่าถึงรูปแบบทางเลือกที่ 5 มหานคร 1 และทางเลือกที่ 6 มหานคร 2

จตุพร พรหมพันธุ์เตรียมออกรายการวู้ดดี้สมใจ

ที่มา ประชาไท

"วู้ดดี้" ประกบจตุพร - สุริยะใส สัมภาษณ์ออกรายการ "เช้าดูวู้ดดี้" เทปวันที่ 5 ม.ค. เผยรู้จักกันมานานกว่า 20 ปี ขณะที่ก่อนหน้านี้เมื่อการชุมนุม 10 เม.ย. 54 จตุพรเคยปราศรัยอยากให้วู้ดดี้เชิญไปออกรายการบ้าง

มีรายงานว่า ในรายการ "เช้าดูวู้ดดี้" ที่จะออกอากาศทางโมเดิร์นไนน์ทีวี ในเวลา 8.00 น. วันที่ 5 ม.ค. นี้ นายวุฒิธร มิลินทจินดา หรือ "วู้ดดี้" พิธีกรรายการได้เชิญนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทย กับนายสุริยะใส กตะศิลา แกนนำกลุ่มกรีน อดีตผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยมาออกรายการร่วมกัน โดยเนื้อหาจะเป็นการพูดถึงความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนที่มีต่อกันมานานกว่า 20 ปี แม้ปัจจุบันจะมีความคิดเห็นทางการเมืองที่ต่างกัน

อนึ่งก่อนหน้านี้ เมื่อ 10 เม.ย. 54 นายจตุพรเคยปราศรัยที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ในโอกาสครบรอบ 1 ปี เหตุการณ์สลายการชุมนุม 10 เมษายน 2553 ว่าอยากให้นายวุฒิธร หรือวู้ดดี้ เชิญไปออกรายการบ้าง “ผมก็อยากให้วู้ดดี้เชิญนายจตุพร หรือนางพะเยาว์ อัคฮาดไปออกรายการบ้าง เพราะเราไม่ได้เกิดมาคุย แต่เกิดมาตาย” (อ่านข่าวก่อนหน้านี้)

ตำรวจเตรียมออกหมายเรียก "ครรชิต" นำปืน-รถยนต์มาให้ตรวจสอบ

ที่มา ประชาไท

คดีสังหารนายก อบจ.สมุทรสาคร ตำรวจเตรียมออกหมายเรียก "ครรชิต ทับสุวรรณ" ส.ส.สมุทรสาคร ส่งมอบอาวุธปืน .40 และรถยนต์ต้องสงสัยมาให้ตรวจสอบเป็นครั้งที่ 3 ตำรวจเผยพยานแล้ว 20 ราย

ความคืบหน้าคดีสังหารนายอุดร ไกรวัตนุสสรณ์ นายก อบจ.สมุทรสาครนั้น วอยซ์ทีวีรายงาน วันนี้ (4 ม.ค. 55) ว่าเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนคดีสังหาร นายอุดร ไกรวัตนุสสรณ์ นายก อบจ.สมุทรสาคร ได้ประชุมถึงความคืบหน้าของคดี ภายหลังจากที่ทางพนักงานสอบสวน ส่งหนังสือถึงนายครรชิต ทับสุวรรณ สส.สมุทรสาคร พรรคประชาธิปัตย์ ให้ส่งมอบอาวุธปืนขนาด .40 มม.และรถยนต์ต้องสงสัยมาให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบเป็นครั้งที่ 2 แล้ว แต่ยังไม่มีการดำเนินการส่งมอบให้ โดยพ.ต.อ.จำแรง สุขใจ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูรเมืองสมุทรสาคร ระบุว่า ได้มีหนังสือเรียกขอตรวจสอบวัตถุพยานจากนายครรชิต

โดยให้เจ้าหน้าที่นำไปมอบให้ด้วยตนเองยังบ้านพักของนายครรชิต เลขที่ 560/182 ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร แล้วถึง 2 ครั้งโดยภายในวันนี้ทางเจ้าหน้าที่จะทำการส่งหนังสือไปเป็นครั้งที่ 3 แต่ถ้ายังไม่นำมามอบให้กับทางพนักงานสอบสวนจะขอหมายศาลเข้าทำการตรวจค้น ในส่วนของความคืบหน้าในการสอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์ในบ้านที่เกิดเหตุ ทางพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำพยานไปแล้ว 20 กว่าราย

ขณะเดียวกัน นายบุญเชิด กันสิงห์ อายุ 34 ปี ได้นำอาวุธปืนกล๊อคขนาด .40 มม. ที่มีอยู่ในความครอบครองมามอบให้กับทางเจ้าหน้าที่ หลังจากได้รับหนังสือจากการเรียกขอตรวจสอบ โดยในขณะนี้มีการนำอาวุธปืนขนาด .40 มม. ส่งมอบให้ทางพนักงานสอบสวนแล้วจำนวน 3 กระบอกจากทั้งหมด 8 กระบอกรวม ของนายครรชิต ทับสุวรรณด้วย

จี้ย้าย ‘เจ้าท่าสตูล’ จับเฟอรี่ต้าน ‘ท่าเรือน้ำลึกปากบารา’

ที่มา ประชาไท

เมื่อเวลาประมาณ 09.30 น. วันที่ 3 มกราคม 2555 ที่อาคารท่าเรือท่องเที่ยวปากบารา มีการเจรจากรณีเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 สาขาสตูล เลือกปฏิบัติจับเรือบรรทุกนักท่องเที่ยวของบริษัท หลีเป๊ะเฟอรี่แอนด์สปีดโบ้ท จำกัด โดยมีผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 หัวหน้าสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 สาขาสตูล นายอำเภอละงู กำนันตำบลปากน้ำ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลปากน้ำ กลุ่มประกอบธุรกิจการท่องเที่ยว และชาวบ้านเข้าร่วมประมาณ 100 คน

นายไกรวุฒิ ชูสกุล ผู้จัดการฝ่ายบริหารการตลาดของบริษัท หลีเป๊ะเฟอรี่แอนด์สปีดโบ้ท จำกัด เปิดเผยว่า เบื้องต้นนายวิชัย คำคง ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 รับข้อเสนอของกลุ่มประกอบธุรกิจการท่องเที่ยวว่าจะดำเนินการสอบสวนเจ้า หน้าที่ของสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 สาขาสตูล ภายใน 1 เดือน ถ้าหากพบว่ากระทำความผิดจริงจะย้ายเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวออกจากจังหวัดสตูล ทันที

นายไกรวุฒิ เปิดเผยอีกว่า นอกจากนี้สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 จะชดใช้เงินที่บริษัทหลีเป๊ะเฟอรี่ฯและผู้ประกอบกิจการท่องเที่ยวสำรองเงิน ให้นักท่องเที่ยวที่ตกรถและตกเครื่องบินเบ็ดเสร็จ 9 หมื่นกว่าบาท รวมถึงสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 สาขาสตูลจะต้องออกมายอมรับผิดถึงการกระทำที่ได้เลือกปฏิบัติด้วย

นายไกรวุฒิ เปิดเผยด้วยว่า หากผลการดำเนินการสอบสวนเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 สาขาสตูล ภายใน 1 เดือน ปรากฏออกมาว่าไม่มีความผิด ผู้ประกอบกิจการท่องเที่ยวตำบลปากน้ำ จะชุมนุมกดดันที่ศาลากลางจังหวัดสตูล รวมถึงชุมนุมปิดท่าเรือปากบารา ให้ย้ายเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวออกจากจังหวัดสตูลให้ได้

นายไกรวุฒิ เปิดเผยว่า นอกจากนี้จะมีการดำเนินคดีตามกฏหมายกับเจ้าหน้าที่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค ที่ 5 จังหวัดสตูลคนดังกล่าว ส่วนกรณีนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศแจ้งว่า จะยื่นเรื่องกับกงสุลของแต่ละประเทศ ให้ดำเนินการกับสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 จังหวัดสตูลเช่นกัน

“ขณะเดียวกันเรากำลังร่างหนังสือร้องเรียนเพื่อส่งไปยังกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม สำนักนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล และองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลต่อไปด้วย” นายไกรวุฒิ กล่าว

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นสืบเนื่องมาจากเมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. ของวันที่ 2 มกราคม 2555 เจ้าหน้าที่ของสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 สาขาสตูล จับเรือบรรทุกนักท่องเที่ยวของบริษัท หลีเป๊ะเฟอรี่ฯ ที่บริเวณเกาะไข่ ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตา หลังจากวิ่งจากท่าเรือเกาะหลีเป๊ะ โดยแจ้งว่าบรรทุกนักท่องเที่ยวเกิน 65 คน ตามจำนวนที่นั่งของเรือ ขณะที่ปล่อยให้เรือของอีกหลายบริษัทให้บริการรับส่งผู้โดยสารต่อไป ทั้งที่บรรทุกผู้โดยสารเรือเกินกำหนดเช่นกัน

โดยเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 สาขาสตูลให้เรือลอยลำอยู่ในทะเลกว่า 1 ชั่วโมง ก่อนสั่งให้กัปตันขับเรือกลับไปยังเกาะหลีเป๊ะ และสั่งให้นักท่องเที่ยวขึ้นลงเรือถึง 3 ครั้ง โดยมีทหารเรือ และตำรวจน้ำเข้ามาเจรจาไกล่เกลี่ยให้เรือของบริษัท หลีเป๊ะเฟอรี่ฯ เดินทางต่อไปได้ ขณะที่ทางบริษัท หลีเป๊ะเฟอรี่ฯ ได้โทรศัพท์พูดคุยกับหัวหน้าสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 จังหวัดสตูลแล้ว แต่เจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 จังหวัดสตูลไม่ยินยอม ยืนยันว่าลูกน้องทำตามกฎหมาย

ก่อนหน้าที่เรือของบริษัท หลีเป๊ะเฟอรี่ฯ ออกจากท่าเรือที่เกาะหลีเป๊ะ กัปตันเรือได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 จังหวัดสตูล ซึ่งประจำอยู่ที่เกาะหลีเป๊ะว่า มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 9 คน โดยสารเรือเกินจำนวนที่นั่งเพื่อลงที่เกาะตะรุเตา เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวอนุญาต เพราะเห็นว่าเป็นเรือเที่ยวเดินทางเข้าฝั่งเที่ยวสุดท้าย

ต่อมา เวลา 15.00 น. วันเดียวกัน ชาวบ้านและกลุ่มประกอบธุรกิจการท่องเที่ยวประมาณ 100 คน ได้ชุมนุมปิดทางเข้าท่าเรือปากบารา เรียกร้องให้สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 จังหวัดสตูล ปล่อยเรือบริษัทหลีเป๊ะเฟอรี่ฯ เพราะไม่เห็นด้วยกับการเลือกปฏิบัติ และการกักตัวนักท่องเที่ยว เป็นผลให้มีการปล่อยเรือลำดังกล่าวในเวลาต่อมา และเดินทางมาถึงฝั่งท่าเรือปากบารา เวลาประมาณ 18.00 น. เบื้องต้นนั้นบริษัท หลีเป๊ะเฟอรี่ฯ ได้สำรองเงิน 6 หมื่นบาทให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 6 คนที่ตกเครื่องบิน รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ตกรถโดยสาร

ต่อมาบริษัทหลีเป๊ะเฟอรี่ฯ และกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยว ชมรมมัคคุเทศน์ท้องถิ่น ได้ประสานไปยังผู้อำนวยการเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 หัวหน้าสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 จังหวัดสตูล ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอละงู จังหวัดสตูล ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล นายอำเภอละงู เพื่อเจรจาพูดคุยกันในวันที่ 4 มกราคม 2555 ที่ท่าเรือปากบารา

บริษัทหลีเป๊ะเฟอรี่ฯ และกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยว ชมรมมัคคุเทศน์ท้องถิ่น มีข้อเสนอให้สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 จังหวัดสตูลรับผิดชอบ กรณีบริษัทหลีเป๊ะเฟอรี่ฯ สำรองเงินจำนวน 9 หมื่นบาทให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 6 คน ที่ตกเครืองบิน และขอให้ย้ายเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 จังหวัดสตูลที่เกี่ยวข้องกับกรณีนี้โดยด่วน อีกทั้งต้องออกมายอมรับผิดที่เลือกปฏิบัติด้วย

สำหรับนายไกรวุฒิ เป็นหนึ่งในแกนนำคัดค้านการสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบารา ที่มีกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม เป็นผู้ดำเนินโครงการ ทั้งนี้ บริษัท หลีเป๊ะเฟอรี่แอนด์สปีดโบ้ท จำกัด เป็นบริษัทที่คนในท้องถิ่นร่วมกันลงทุน

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 05/01/55 จงเรียนรู้จากอดีต.....

ที่มา blablabla

โดย

ภาพถ่ายของฉัน



ต้องทำงาน โปร่งใส ไร้ข้อหา
รีบเยียวยา ฟื้นฟู ผู้ทุกข์เข็ญ
แล้วเรียนรู้ จากอดีต ที่เคยเป็น
แม้ยากเย็น จงเดินหน้า เพื่อฝ่าฟัน....

ทั้งข่าวลือ ข่าวโกง โยงจนมั่ว
สร้างหวาดกลัว เติมไฟ ไม่สร้างสรรค์
รายรอบตัว มีปัญหา อีกสารพัน
ทั้งคอรัปชั่น ถาโถม ข่าวโคมลอย....

งบประมาณ จัดไป ให้ทั่วถึง
อย่าดันดึง วกวน จนร่วงผลอย
ประชาชน ทุกหย่อมหญ้า ตั้งตาคอย
อย่าด่างพร้อย เพราะหูเบา เขาเล่ากัน....

จงเรียนรู้ จากอดีต เรื่องผิดถูก
เดินหน้าปลูก ต้นรัก ประจักษ์ฝัน
เพื่อสร้างชาติ สร้างเมือง รุ่งเรืองอนันต์
ให้สุขสันต์ ทั่วถิ่น แผ่นดินไทย....

อยู่ที่รัฐ จัดแจง แสดงให้เห็น
จะด้อยเด่น มืดมน จนหวั่นไหว
ดีหรือเลว พวกเรารู้ อยู่แก่ใจ
พร้อมก้าวไป ด้วยกัน อย่างมั่นคง....

๓ บลา / ๕ ม.ค.๕๕

ประชาสัมพันธ์: ร่วมขบวนแรลลี่เส้นทางสีแดงในกรุงเทพมหานคร 8 ม.ค.

ที่มา Thai E-News

ขอเชิญร่วมขบวนแรลลี่เส้นทางสีแดงในกรุงเทพมหานคร (ราชประสงค์-เรือนจำพิเศษกรุงเทพ) เพื่อสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และเพื่อส่งขบวนจักรยานเส้นทางสีแดงเพื่อสันติภาพสู่กัมพูชา อาทิตย์ 8 ม.ค. กำหนดการ ดังนี้

10.00 น.ตั้งขบวนแรลลี่ รถจักรยาน มอเตอร์ไซด์ รถทุกชนิดหน้าเวิลด์เทรด
12.00 น. เคลื่อนขบวนทั่วกรุงเทพ เส้นทาง ราชประสงค์ ประตูน้ำ เพชรบุรี หลานหลวง ราชดำเนิน อนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย ราชวิถี อนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สะพานควาย ลาดพร้าว พหลโยธิน เรือนจำพิเศษกรุงเทพ 16.00 น.ผูกผ้าแดง ปล่อยนกพิราบ หน้าเรือนจำ รอบมอบน้ำใจและสิ่งของบริจาคให้พี่น้องชาวอีสาน

สอบถาม 081-5836964

ประกาศผล55บุคคลอัปรีย์

ที่มา Thai E-News




โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
4 มกราคม 2555

หมายเหตุไทยอีนิวส์:เมื่อสิ้นปีเก่าขึ้นปี ใหม่ สื่อสำนักต่างๆมีการประกาศ"บุคคลแห่งปี"เป็นประเพณีปฏิบัติ..สำหรับไทยอี นิวส์ เราก็มีธรรมเนียมในการประกาศ"บุคคลอัปรีย์"มาเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน(2551-2554)สำหรับปีนี้เราได้ประกาศผลบุคคลอัปรีย์ในวันที่ 4 มกราคม เป็นการประกาศล่าช้าไปหน่อย เนื่องจากตลอดปี 2554 ที่ผ่านมาไม่น่าเชื่อว่า ประเทศนี้จะมีบุคคลอัปรีย์ขยันสร้างเวรกรรมแข่งผลงานกันขึ้นมาก จนแทบจะเข่นกันไม่ลง ชนิดที่เราต้องคัดออกไปครึ่งต่อครึ่ง

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมไม่มีชื่อส.ส.ประชาธิปัตย์ที่ถูกตั้งข้อกล่าวหาก่อเหตุ ยิง 8 นัดสังหารนายกฯอบจ.คู่อริขั้วการเมืองฝ่ายตรงกันข้ามติดโผมาด้วย เพราะหากเทียบไปแล้วผลงานระดับนี้ที่ถูกประณามไปทั่วว่าชั่วยิงคนตายยังลอย หน้าในสภา ก็ยังนับว่า"เด็กๆ"ไปเลยเมื่อเทียบกับ 55 บุคคลอัปรีย์ที่เรานำเสนอเรียงตามลำดับอักษร ก.ไก่ไปถึงฮ.นกฮูก


คำเตือน:ผู้ปกครอง(ประเทศ)ควรให้คำแนะนำบุตรหลานและหุ่นเชิดสมุนบริวารเมื่ออ่านข่าวนี้

1.กษิต ภิรมย์ -อัปรีย์ 4 ปีซ้อน

ผลงานอัปรีย์-กษิตยังครองตำแหน่งบุคคลอัปรีย์ไว้ได้เหนียว แน่น 4 ปีซ้อนจากการจัดลำดับของเรา ด้วยการสร้างศัตรูไว้รอบทิศ มิตรประเทศกลายเป็นอริราชศัตรูที่ไม่ไว้วางใจประเทศไทยต่อไป ส่วนการตามล่าทักษิณ ชินวัตร ในยุคเขาเป็นรมต.ต่างประเทศล้มเหลวไม่เป็นท่า จนต้องยอมรับเสียงอ่อยว่า นานาชาติไม่ค่อยให้ความร่วมมือเกมแมวไล่จับหนูของไทย

แต่พอรัฐบาลเพื่อไทยฟื้นฟูึความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านกลับมาปกติ เขาก็ออกมาจิกกัดว่านี่เป็นยุคเสื่อมของการต่างประเทศของไทย และยังคิดไล่ล่าทักษิณต่อไปชนิดไม่เคยก้าวผ่าน

ผลกรรม-นอกจากกษิตต้องไปกรานกราบฮุนเซ็น คนที่เขาเคยด่าว่าเป็นกุ๊ย แต่ยังไร้ผล ล่าสุดต้องเสวยกรรมถูกกองปราบดำเนินคดีฐานยึดสนามบินสุวรรณภูมิ แต่เ้มื่อไหร่จะได้เข้าคุกซะที นี่เป็นเรื่องที่ต้องรอคอยติดตาม

2.กนก รัตน์วงศ์สกุล-สื่ออัปรีย์ทำแฮตทริก 4 ปีติดต่อกัน

ผลงานอัปรีย์-เรื่องความไม่เป็นกลาง อคติ บิดเบือน ขาดความเป็นมืออาชีพเป็นกมลสันดานของกนกไปแล้ว แต่กนกยังเชิดหน้าชูคอทางสื่อได้ก็เพราะลูกพี่สุทธิชัย หยุ่น มีสัมพันธภาพสะตอสามัคคีกับนายพลอาวุโสเปรม ติณสูลานนท์ ให้เข้าไปเป็นกระบอกเสียงแก่ระบอบอำมาตย์ผ่านฟรีทีวีช่องต่างๆ และกนกก็ทำหน้าที่ตามใบสั่งได้แบบเมามันไปด้วย

มาปีล่าสุดนี้กนก ออกหน้าออกตาต่อต้านพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งกล่าวหา่เป็นพวกเผาบ้านเผา เมืองและเชียร์ปชป.ออกนอกหน้า แต่พวกเผาบ้านเผาเมืองในทัศนะของกนกก็ชนะเลือกตั้งฟ้าถล่ม แล้วก็อกหักฟูมฟายว่าจะอยู่เมืองไทยกันแบบไหนดี พอเกิดเหจุน้ำท่วมก็ตั้งคำถามว่า"รัฐบาลทำอะไรอยู่น้ำท่วมขนาดนี้"แล้วก็ตอบ เองเสร็จสรรพว่า"เอาอยู่"โดยสรีนรูปคนกำลัง"เอากัน"ลงในfacebook เลยโดนสวดยับ

ผลกรรม-นอกจากโดนให้สมญากนก เนชั่วแล้ว กนกยังไม่รู้ชะตากรรมในปีใหม่ว่าเสื่ออคติเลือกข้างแบบเขาจะอยู่รอดบนหน้าจอ หรือไม่ในปีใหม่ ในเมื่อกระแสปรองดองกำลังมาแรง พวกสื่อเสี้ยมยังจะชูคอลอยหน้าไปได้อีกนานแค่ไหน

3.คำนูณ สิทธิสมาน -ทีมงานสว.ดาวดับลูกกะโปกอำมาตย์

ผลงานอัปรีย์-คำนูณติดโผอัปรีย์ 4 ปีซ้อนจากการจัดอันดับลงในบัญชีหนังหมาของเรา เขาได้รับตกรางวัลจากนายพลอาวุโสเปรม ติณสูลานนท์ พร้อมกับแก๊งสว.ลากตั้ง จึงพากันสนองพระเดชพระคุณนายสุดฝีมือฝีตีน ทางไหนที่เอื้ออำนวยประโยชน์แก่ระบอบอำมาตย์-ทำ ทางไหนเป็นคุณแก่ฝ่ายประชาธิปไตย-ค้าน รวมทั้งคัดค้านการแก้ไขรธน.ใหม่ที่จะให้ยุบทิ้งสว.ลากตั้ง และเคลื่อนไหวในแนวทางราชาชาตินิยมล้าหลังขวาจัดกรณีเขาพระวิหาร เป็นปากเสียงให้นายคือสนธิลิ้มในสภา์

ส่วนการแก้ไขม.112คำนูณจำนนต่อเหตุและผลของนิติราษฎร์ แต่ยังไว้เชิงด้วยการงัดมุกเดิมๆว่าทำเพื่อใคร แทนที่จะถามว่า ทำไมไม่ทำหากเห็นความจำเป็นที่ต้องแก้ไข

ผลกรรม-นักข่าวสภาฯให้ฉายากลุ่ม40สว.ที่คำนูณเป็นหัวขบวน อยู่รายหนึ่งเป็น"ดาวดับ"ในปีก่อน เพราะเคลื่อนไหวถอยหลังเข้าคลอง ส่วนปีนี้เขาควรได้ฉายาลูกกะโปกอำมาตย์อีกตำแหน่ง

4.จรัญ ภักดีธนากุล -มือตีนอำมาตย์ดีเด่น

ผลงานอัปรีย์3ปีซ้อน-หากปีกลายปีก่อน การเปิดพจนานุกรมตัดสินให้นายสมัครพ้นตำแหน่งนายกฯ และเร่งร้อนปากคอสั่นยุบพรรคพลังประชาชนเป็นผลงานประจานตัวโดดเด่น มาปีต่อมาก็คือการกระเตงพรรคประชาธิปัตย์ไม่ให้ต้องโดนยุบ ทั้งที่ประจักษ์หลักฐานชัดว่ามีการล็อบบี้ตลก.รธน. และข่าวฉาวโฉ่สารพัดของศาลชุดนี้

ผลกรรม-คนทำชั่วก็ย่อมได้รับการอวยจากเจ้านายชั่ว เลยมีรางวัลข้าราชการดีเด่นให้จรัญเป็นการตอบแทนที่ตัดสินคดีได้ประทับใจ อำมาตย์ แต่จรัญดูจะรับผลงานจัญไรของตัวเองไม่ไหว เลยไม่กล้ามารับรางวัล ผิดกับกล้าณรงค์ที่กล้าไปรับรางวัลพ่อดีเด่น ทั้งที่ผลงานส่วนรวมและส่วนตัวกรณีSEX PHONEยังอื้อฉาวตามหลอนไม่เลิก

5.ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ-มือดีลปฏิญญาบรูไน

ผลงานอัปรีย์-ท่านผู้หญิงรายนี้ แทนที่จะวางตนเป็นกลางทางการเมือง หรืออยู่พ้นจากวังวนการเมือง แต่กลับปรากฎกระแสเคลื่อนไหวการเมืองโจ่งแจ้ง ไม่สำรวมกริยาว่า การกระทำของตนอาจจะไปกระทบกระเทือนเบื้องบนอันเป็นที่เทิดทูนสักการะของปวง ชนชาวไทย

จตุพร พรหมพันธุ์ เคยแฉว่าท่านผู้หญิงสั่งการทหารให้สังหารเสื้อแดงและสลายการชุมนุม เมื่อผู้นำทหารรายใดวางเฉยก็ไปเรียกทหารที่คุมกำลังที่ยินดีรับงานมาทำแทน ทั้งเข้าไปประชุมที่ราบ11ศูนย์บัญชาการศอฉ. และเคยเรียกนภัส ณ ป้อมเพ็ชร เข้าไปรับรางวัลพร้อมคำชมเชยที่นภัสเขียนไปด่าการทำข่าวของCNNกรณีทำข่าวการ ชุมนุมไม่โดนใจอำมาตย์

ก่อนการเลือกตั้งปีกลายท่านผู้หญิงตกเป็นข่าวอีกครั้งว่าทำตัวเป็นดี ลเมกเกอร์ระหว่างฝ่ายอำมาตย์กับฝ่ายทักษิณไปทำปฏิญญากันที่บรูไนยอมให้เครือ ข่ายทักษิณขึ้นสู่อำนาจผ่านการเลือกตั้ง3กรกฎา แลกกับการไม่ดำเนินคดีเอาผิดทหารและรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ รวมทั้งคงอำนาจนอกรัฐธรรมนูญของฝ่ายอำมาตย์ไว้อย่างเหนียวแน่นต่อไป

ผลกรรม-คนไทยยังงคงตั้งคำถามว่าเมื่อไหร่ท่านผู้หญิงจะ เลิกการกระทำที่กระทบกระเทือนฯ จากการแทรกแซงการเมืองของจรุงจิตต์ ทั้งที่ไม่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องกับกิจการงานเมืองเลย

6.จำลอง ศรีเมือง-นักไล่รัฐบาลนอกวิถีทางรัฐธรรมนูญมืออาชีพแต่มือตก

ผลงานอัปรีย์-จำลองยังติดชาร์ตบุคคลอัปรีย์เหนียวแน่นอีก ปี โดยเขาอ้างว่าตัวเขาเป็นนักไล่นายกฯมืออาชีพ ไล่มาหลายคนตั้งแต่สุจินดา,ทักษิณ,สมชาย,สมัคร แต่มามือตกตอนไล่อภิสิทธิ์ เพราะมวลชนสันติอโศกมีอยู่หยิบมือเดียว โดนแม่ยกปชป.ถีบส่ง ส่วนรัฐบาลยิ่งลักษณ์ก็ไม่วายทำท่าออกมาไล่อีก โดยคราวนี้ได้เรียกร้องให้ทหารออกมาทำรัฐประหารยึดอำนาจกรายๆ ซึ่งการกระทำของจำลองนั้นอยู่นอกวิถีทางรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น

ผลกรรม-คนไทยทั่วประเทศต่างพากัยรุมยี้ความเคลื่อนไหวของ หมาจำลองกันถ้วนหน้า ทำให้ฉายานักไล่รัฐบาลที่เจ้าตัวภูมิใจหมองลงไปเยอะ ขณะที่สังขารบารมีอดีตผู้ว่ากทม.คะแนนล้านเสี่ยงแทบจะเใช้ไปเกลี้ยงแล้ว

7.จารุวรรณ เมณฑะกา-อย่างหนายิ่งกว่า5ห่วง

ผลงานอัปรีย์-ผลงานอัปรีย์มีไม่นับที่คญ.ได้ทำลาย ประชาธิปไตย รับใช้เผด็จการ แต่ก็ถูกการันตีจากนายพลอาวุโสเปรม และสื่อมวลชนที่เลียระบอบอำมาตย์ว่าเป็น"คนดี"ยากจะหาที่ติ ดังนั้นพอเกษียณอายุ หญิงเป็ดติดว่าในโลกนี้หาคนดีเท่าตัวเองไม่มีแล้ว เลยหน้าหนานั่งในเก้าอี้หน้าตาเฉย อ้างคำสั่งคมช.ให้อยู่ในเก้าอี้จนตาย เลยโดนลูกน้องที่เป็นลูกหม้อยึดอำนาจไสหัวให้ขายขี้หน้าไปทั่วธานี

แต่คญ.ก็หน้าด้านไปร้องศาลรธน.ขอเก่าอี้คืน กลายเป็นหนังยาวข้ามไปอีกปี

ผลกรรม-สุดท้ายคญ.ถูกคำสั่งศาลตะเพิดให้ออกจากตำแหน่ง ห้ามเข้าสตง. แต่ก็ยังหน้าด้านไม่วายแอบไปใช้รถประจำตำแหน่งและห้องทำงานตอนลูกน้องเก่า เผลอ จนถูกด่ารอบทิศ แม้แต่สื่อที่เคยชงเคยส่งก็หันมาถีบส่ง หากตายไปยัยคญ.นี้คงไม่ไปผุดไปเกิด น่าจะเป็นย่าโสมเฝ้าทรัพย์อยู่สตง.เป็นแน่แท้

8.ชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต-ผู้สร้างตำนานมาร์ค มัลดีฟว์
ผลงานอัปรีย์หลัง จากทำงานเป็นลูกมือกษิตในการไล่ล่าทักษิณแบบคว้าน้ำเหลว พรรคปช.ตั้งให้เป็นกระบอกเสียง แต่ก็ดูว่าหลายครั้งกลับสร้างปัญหามากกว่า ที่ลือลั่นสุดก็คือตอนน้ำท่วมใหญ่นายอภิสิทธิ์หนีไปเที่ยวเกาะมัลดีฟว์ เกาะสวรรค์วันพักร้อนพร้อมครอบครัว นายชวนนท์ได้แถว่านายอภิสิทธิ์ไม่ได้หนีเที่ยว แต่ไปพบประธานาธิบดีมัลดีฟว์เพื่อหารือเรื่องน้ำท่วม ทั้งที่มัลดีฟว์เป็นเกาะเจอปัญหาเรื่องน้ำคนละเรื่องกับเมืองไทย

การแถดังกล่าวกลายเป็นเรื่องขว้างงูไม่พ้นคอขึ้นมา เพราะหาคนเชื่อไม่ได้
ผลกรรมท้าย ที่สุดนายศิริโชค วอลล์เปเปอร์ต้องกู้หน้าแก้เกม โดยอาศัยคอนเน็กชั่นนักเรียนเก่าอังกฤษ เพราะปธน.มัลดีฟว์ก็เคยเป็นนักเรียนเก่าอังกฤษเช่นเดียวกับวอลล์เปเปอร์กับ มาร์คจัดฉากให้นายอภิสิทธิ์ไปถ่ายรูปซ่อมกับปธน.มัลดีฟว์ แต่คนตาดีบอกว่ารูปนี้ไม่ใช่เป็นงานเป็นการแน่ เพราะมาร์คปล่อยเสื้อลอยชาย หน้าตายับ ส่วนเฟอร์นิเจอร์ประดับฉากก็อาการประมาณเพื่อนเก่าแวะมาถ่ายรูปที่ห้องพัก เพื่อแก้ผ้าเอาหน้ารอดให้กัน แถมไม่มีกำหนดการอย่่างเป็นทางการในการพบปะกันในนัดนี้เลย

9.ชัช ชลวร-พังเพราะน้องปอย

ผลงานอัปรีย์-ชัชเป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญ แต่กลับโดน"น้องปอย"พศิษฐ์ ศักดาณรงค์ เลขานุการของตนเองถ่ายคลิปออกมาแฉซะยับเยิน ทั้งกรณีถูกนักการเมืองทีมกฎหมายสู้คดียุบพรรคของปชป.มาล็อบบี้ ทั้งกรณีข้อสอบรั่ว การแต่งตั้งเลขา และเจ้าหน้าที่ ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นกับองค์กรที่คนต้องเชื่อถืออย่างศาลรัฐธรรมนูญ กระแสสังคมกดดันให้ชัชลาออก แต่ชัชยิ่งกว่า 3 หนา หรือ 5ห่วง คือ เฉย

ผลกรรม-แม้คดียุบพรรคปชป. ชัชจะเป็นตลก.เสียงข้างน้อยให้ยุบ แต่ก็ไม่อาจกอบกู้เกียรตืยศศาลรธน.คืนมาได้ จนมีแรงกระเพื่อมให้ยุบศาลรธน.ไปเป็นแผนกหนึ่งของศาลปกครอง ซึ่งมีฐานะศักดิ์ศรีที่ด้อยกว่า ส่วนน้องปอยก็แปรพักตร์ไปอยู่ฝ่ายตรงข้าม ชัชเลยหมดวาสนาต่อโควต้าประธา่นศาลรธน. ตัดช่องน้อยออกไปเพื่อให้เหลือกลไกอุบาทว์เป็นติ่งของระบอิบประชาธิปไตยต่อ ไป

10.ณรงค์ โชควัฒนา-กับพี่น้องสหพัฒน์ทุนอำมาตย์

ผลงานอัปรีย์-ณรงค์กับพี่น้องโชควัฒนาแห่งเครือสหพัฒน พิบูลมีบทบาทหนุนเนื่องกันในทางรับใช้ระบอบอำมาตย์ นับแต่ณรงค์ขึ้นเวทีพันธมิตรขับไล่รัฐบาลจากการเลือกตั้งของประชาชน โดยหวังยืมมือพันธมิตรให้ต่อต้านห้างโมเดิร์นเทรดอย่างแมคโครโลตัส,คาร์ฟูร์ เพราะทำธุรกิจทลายการผูกขาดค้าปลีก ค้าส่งของสหพัฒน์ที่มีมาแต่เดิม ส่วนพี่น้องอีกรายไปอยู่ในสภาหอการค้า-สภาอุตสาหกกรม เคลื่อนไหวหนุนพรรคประชาธิปัตย์เข้ามาเป็นรัฐบาลโดยไม่มีความชอบธรรม พี่น้องอีกรายเป็นสว.จากการลากตั้ง และคัดค้านความเคลื่อนไหวของฝ่ายประชาธิปไตยทุกอย่าง

ผลกรรมคนเสื้อแดงพากันต่อต้านสินค้าเครือสหพัฒน์ โดยเริ่มต้นที่มาม่า และมีแนวโน้มจะขยายวงต่อต้านสินค้าสหพัฒน์ทั้งเครือ เพื่อประกาศเตือนว่าต่อไปนี้ทุนสามานย์หน้าไหนก็อย่าเอาอย่างสหพัฒน์ เพราะไม่เช่นนั้นจะโดนประชาชนไทยคว่ำบาตร

11.ดุสิต นนทนาคร-สมุนอำมาตย์ในคราบพ่อค้าผู้ล่วงลับ

ผลงานอัปรีย์-คนหน้าตาโหงวเฮ้งอัปลักษณ์แบบ"บัง3จิ๋ม" ความจริงดุสิตไม่ควรได้เป็นประธานหอการค้าไทย เพราะมีแคนดิเดตอยู่แล้วอีกราย แต่โค้งสุดท้ายโดนมือที่มองไม่เห็นอุ้มขึ้นนั่งเก้าอี้ เขามาจากเครือซิเมนต์ไทย มีบทบาทไล่รัฐบาลสมัคร-รัฐบาลสมชายให้ยุบสภา หรือลาออก อ้างว่าโดนม็อบพธม.ไล่ แต่พออุ้มสมอภิสิทธิ์ขึ้นเป็นนายกฯ ดุสิตพูดอีกอย่างว่าต้องคุมม็อบให้อยู่ เพราะหากรัฐบาลอภิสิทธิ์พังไปจะกระทบเศรษฐกิจการค้า

แต่พอยิ่งลักษณ์ได้เป็นนายกฯเขารีบออกมารับน้องใหม่ทันควันว่า โนเนมไม่รู้จัก ขอให้หารมต.ฉลาดๆมาทำงานหน่อย แต่ดุสิตไม่มีเวลาได้อยู่ดูหน้าตารมต.ว่าฉลาดหรือโง่ก็ด่วยจากไปก่อนวัยอัน ควรซะก่อน

ผลกรรม-อย่างที่รู้กันตอนนี้เศรษฐกิจไทยมาตามก้นเวียดนาม เรียบร้อยแล้ว เพราะนักลงทุนต่างชาติเจอประธานหอการค้า2มาตรฐานของประเทศตอแหลแลนด์เข้า อย่างนี้ ใครมันจะกล้ามาจับมือทำมาค้าขายด้วย งานประชุมหอการค้าล่าสุด นายกฯไม่ให้เกียรติไปเป็นประธานเปิดงานตามธรรมเนียมปฏิบัติต่อๆกันมา ส่วนหอการค้าจะรู้สึกหรือยัง ยังไม่มีคำตอบดีๆ

สำหรับดุสิตได้จากไปในปี2554 ทิ้งไว้แต่ชั่วดีให้คนได้พินิจพิจารณา

12.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ -สลิ่มต่ำสิบ

ผลงานอัปรีย์-ในยุคพันธมิตรชุมนุมหมอตุลย์ร่วมยึดทำเนียบ ยึดสนามบิน แต่พอในช่วงที่เสื้อแดงเข้ามาชุมนุมในกรุงเทพฯ หมอตุลย์เป็นตัวตั้งตัวตีจัดตั้งกลุ่มเสื้อหลากสี ที่ถูกเรียกว่า"สลิ่ม"ในเวลาต่อมาต่อต้านการเรียกร้องประชาธิปไตย เคลื่อนไหวกดดันให้รัฐบาลและทหารปราบปรามเข่นฆ่าคนเสื้อแดง อ้างว่าจะได้กลับไปมีชีวิตปกติ มีส่วนในการขยายภาพเสื้อแดงเป็นผู้ร้ายในการย้ายผู้ป่วยร.พ.จุฬาฯหนีเสื้อ แดงโกลาหล เป็นกองเชียร์ชั้นเลวที่นำไปสู่การสังหารหมู่ผู้เรียกร้องประชาธิปไตย

พอฝ่ายประชาธิปไตยชนะเลือกตั้งก็ขยันออกมาไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ โดยนำเบื้องสูงมาเป็นเครื่องมือ แต่ขนาดนั้นก็เรียกแขกไม่สำเร็จ

ผลกรรม-หมอตุลย์นับเป็นคนที่ทำให้วงการแพทย์ตกต่ำ เพราะเคลื่อนไหวการเมืองต่อต้านประชาธิปไตย เป็นมือไม้ให้อำมาตย์ เป็นกองเชียร์ให้เกิดการเข่นฆ่าสังหารหมู่ประชาชน ตอนเสื้อแดงชุมนุมก็ออกมาโจมตีว่าทำให้รถติดบ้าง ขอความสุขคืนมาบ้าง จะไล่รัฐบาลถามกูหรือยัง? แต่พอเสื้อเหลืองหยิบมือปิดถนน ทำบ้านเมืองปั่นป่วน จะไล่รัฐบาลโดยไม่มีเหตุอันควรเพื่อเปิดทางปฏิวัติรัฐประหาร หมอตุลย์กลับหายกบาลไปไร้ร่องรอย

13.เทพไท เสนพงศ์-บ่าวเป็นเช่นไรนายเป็นเช่นนั้น

ผลงานอัปรีย์-เทพไท ฉายา"ปากหะมอย"พล่ามได้ทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องดีๆ เนื่องจากมีตำแหน่งเป็นโฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคปชป. ก็คงเข้าตำราว่าขี้ข้าเป็นอย่างไร นายก็คงเป็นอย่างนั้น สันดานเหมือนกัน

ผลกรรม-ก็ย่อมสะท้อนไปยังตัวหัวหน้าพรรค คือนายอภิสิทธิ์ที่ได้บ่าวช่วยส่งเสริมให้เจริญฮวบๆ

14.แทนคุณ จิตต์อิสระ -ซึนดาเระตัวพ่อ

ความอัปรีย์-เมื่อปีกลายเป็นปีแรกที่แทนคุณ หรือ อี้ เข้ามาสู่ทำเนียบบุคคลอัปรีย์อันทรงเสนียด เขาเป็นตัวแทนของชนชั้นกลางชาวกรุง ประเภทที่หน้าตาดีสะอาดสะอ้าน พูดจาจีบปากคอคะขา กตัญญูพ่อแม่ ชอบเข้าวัดทำบุญ ชอบความซื่อสัตย์สุจริต แต่พอมาเกี่ยวข้องการเมือง เขามีบทบาทไปไล่สมัคร สุนทรเวช นายกฯจากการเลือกตั้ง ยุคเสื้อแดงชุมนุม เขาเป็นพิธีกรหลักช่องNBTกล่าวหาป้ายสีว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ล้มเจ้า ทำให้รถติด ชีวิตชาวกรุงไม่ปกติ ต้องรีบปรามปราม สนับสนุนการสังหารหมู่

ลงเลือกตั้งแพ้เก่งการุณ แต่ยังมีเรื่องการตายของหัวคะแนนเข้ามาให้เรื่องยาวหลายตอนจบ

ผลกรรม-การกระทำที่เปลือกนอกดูเหมือนเป็นคนดี แต่จิตใจเต็มไปด้วยโทสะโมหะ เป็นกองเชียร์ให้เข่นฆ่าสังหารหมู่คนที่คิดต่างจากตนเอง เขาจึงถูกเรียกว่า"ชนชั้นกลางซึนดาเระ" คือทำตัวเหมือนจะดี แต่แฝงไว้ด้วยความเลวอำมหิต แต่ยังคิดออกหนังสือ"คิดเชิงบวก"มาหลอกขายชาวบ้านอีกในเวลานี้...กรรม!

15.ธาริต เพ็งดิษฐ์-จอมบิดเบือนปั้นหลักฐานพยานเท็จ

ความอัปรีย์-ทั้งที่ไม่มีหลักฐาน แต่ธาริตก็จับแกนนำนปช.และคนเสื้อแดงไปขังคุก ซึ่งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนระบุว่าเต็มไปด้วยการซ้อม ทารุณกรรม กล่อมให้ผู้ต้องหาสารภาพ และเสนอให้ประกันตัวโดยเร็ว รวมทั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ชุดนายคณิต ณ นครก็เสนอให้รีบประกันตัว แต่ธาริตคัดค้าน และพยายามหาเรื่องไม่สิ้นสุด

ผลกรรม-ธาริตเงียบไปในช่วงรัฐบาลใหม่ที่ประชาชน 15 ล้านเสียงชนะเลือกตั้ง เขายังอยู่ในตำแหน่งเดิม แต่อำนาจหน้าที่ไม่เหมือนเดิม เพราะมีมือรองที่ทำหน้าที่เป็นตัวจริงแทน

16.ธีระ ธัญญไพบูลย์-กองเชียร์เผด็จการ

ก่อกรรม-เล่าข่าวทางเนชั่น ช่อง 3 ช่อง 9 แบบเป็นกองเชียร์เผด็จการ ระรานฝ่ายประชาธิปไตย ฝักใฝ่ไสยศาสตร์ ออกนอกหน้าและน้ำเสียง ครั้งหนึ่งเคยใส่เสื้อเหลืองออกทีวีชวนเชิญคนทั้งประเทศให้ทำตาม อ้างว่าแก้คุณไสยเขมร เล่นตามที่พวกม็อบโกเต๊กซ์นิยมไสยดำ ส่งเสริมการเข่นฆ่าสังหารหมู่เสื้อแดง

ผลกรรม-คนดูเรียกขานว่าชินจัง ทำให้ต้นตำหรับการ์ตูนญี่ปุ่นเดือดร้อนมาก เพราะคนชังมากกว่าคนชอบแบบชินจังในการ์ตูน

17.เนวิน ชิดชอบ-บทเรียนจากประชาชนที่ยากจะลืม

ความอัปรีย์-นอกจากพฤติการณ์ทำตนเป็นหมาหลายเจ้าบ่าวหลาย นาย ตอนหนีจากนายบรรหารก็ด่าว่า"เตียบเตี้ยบ" หนีจากทักษิณก็ว่า"มันจบแล้วครับนาย" ตอนเล่นงานคมช.ก็อ้างว่าทหารปฏิวัติเสร็จพาขึ้นรถตู้ปล่อยลงมาถอดเสื้อผ้า หมดต้องหนีตายแบบโทงเทง จัดตั้งเสื้อสีน้ำเงินก่อเหตุมือที่ 3 ล้มประชุมอาเซียนซัมมิต ขนรถแก๊สมาแฟลตดินแดงตอนสงกรานต์เลือด แล้วป้ายขี้ให้เสื้อแดง

ผลกรรม-ได้รับบทเรียนเจ็บแสบเมื่อประชาชนคนไทยพากันลงโทษ ผู้สมัครพรรคภูมิใจไทยที่มีเนวินเป็นเจ้าของพรรค โดยพลาดเป้าในการเลือกตั้งที่วางไว้ 120 ที่นั่งมาเหลือไม่กี่สิบที่นั่ง ตกที่นั่งฝ่ายค้าน แถมถูกเฉลิมแฉว่าชายชุดดำที่ก่อเหตุในช่วงชุมนุมปี53เป็นตำรวจมาจาก บุรีรัมย์ ก็ต้องดูต่อไปว่าจะสาวไปถึงตอขนาดไหน

18.บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์

ความอัปรีย์-จู่ๆบิณฑ์ก็โพล่งขึ้นทางเฟซบุ๊ค


ไอ้พวกสัตว์นรกชอบทำความแตกแยกคนไทยด้วยกัน..คนที่แม่่งพูดบอกว่าประชาชนปลดรูปลงหมดแล้ว..ปลดรูปโคตรพ่อโคตรแม่มึงนะลงเอากระทืบไงไอ้สัตว์..พวกมึงไม่รู้สำนึกแล้วยังมาหน้าด้านอยู่ประเทศไทยทำไม..กูบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ถ้าใครข้องใจ..แต่อย่าหน้าตัวเมียน่ะเจอกูได้ทุกเวลา..เปิดตัวออกมาไอ้เหี้ย!!

จู่ๆบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ก็โพสต์ดังข้างต้นแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ต่อมาเขาได้โพสต์ในเฟซบุ๊คว่า



สวัสดีครับเพื่อนๆที่รักทุกคน..ผมขอโทษในเรื่องคำพูดที่พูดออกไปผมรู้ว่ามันไม่เหมาะสม แต่ผมเอาไม่อยู่จริงๆผมเทิดทูนและรัก(เซ็นเซอร์)ไม่แพ้เพื่อนๆทุกคน..ผมขอโทษครับ

อย่างไรก็ตามบิณฑ์ไม่ได้บอกที่ไปที่มาที่ทำให้เขาออกตัวแรงขนาดนี้แต่อย่างใด

ผลกรรม-ปีที่แล้วหนังปัญญากับเรณูรอดตายมาได้เพราะปากต่อปากที่คน อยากช่วยบิณฑ์ ตอบแทนที่เขามีจิตอาสาช่วยเก็บศพมาโดยตลอด แต่มาปีนี้ปากต่อปากไปอีกทางว่าจะบอยคอตหนังปัญญากับเรณูภาค2

19.บุญยอด สุขถิ่นไทย-ปากปีจอ

ผลงาน-จากอดีตสื่อมวลชนที่มีอคติกับรัฐบาลทักษิณ ก้าวมาขึ้นเวทีพันธมิตร และเป็นส.ส.ปชป.ที่มีผลงานปากหาเรื่องระรานฝ่ายประชาธิปไตย ประท้วงจนคนรำคาญในความไร้สาระ

ผลกรรม-ผลของความอยากดัง เอาทุกซีนตอดเล็กตอดน้อย ทำให้คนรำคาญ คนกรุงที่เลือกเข้ามาเป็นส.ส.ต่างส่ายหน้า เลือกตั้งสมัยหน้าจะรอดไหมเนี่ย..

20.เปรม ติณสูลานนท์-กองทัพแตกเพราะใคร?

ก่อกรรม-มหาอำมาตย์ใหญ่ นายพลอาวุโสเปรมชอบบอกว่าให้ตอบแทนแผ่นดิน แต่การกระทำกลับย่ำยีคนทั้งแผ่นดิน ชอบพูดเรื่องคุณธรรมจริยธรรม แปลว่าการเล่นพรรคเล่นพวกระบบอุปถัมภ์ ให้ทำดี แปลว่า ทำชั่วได้ทุกอย่างหากเปรมเห็นว่าดีแล้ว ชอบพูดว่าคนไทยโชคดีที่ได้อภิสิทธิ์เป็นนายกฯ ซึ่งความหมายจริงๆก็คือโชคร้ายที่สุด ชอบกล่าวหาฝ่ายประชาธิปไตยว่าทรยศชาติ ซึ่งแปลว่าคนไทยกำลังสร้างชาติสร้างประชาธิปไตย

ผลกรรม-จากที่มีฐานะอยู่สูงเป็นถึงประธานองคมนตรี คนกราบไหว้เหมือนอยู่บนหิ้ง ก็ลงมาต่ำเป็นขี้ปากชาวบ้านร้านตลาด เป็นเป้าหมายของการสาปแช่ง หมดแล้วซึ่งความขลังศักดิ์สิทธิ์ แถมโดนวิกิลีกส์แฉว่าไปพูดในทางที่มิบังควรกับองค์รัชทายาท แต่สั่งให้สื่อกระแสหลักปิดข่าวเงียบกริบ

เขาอวยพรกองทัพในช่วงสิ้นปีว่าอย่าแตกแยกกัน นั่นก็เท่ากับเปิดแผลว่ากองทัพกำลังแตกแยก แตกแยกเพราะเขานั่นเองที่ใช้ระบบอุปถัมภ์ให้พวกลูกป๋าได้ดี คนที่ทำดีไม่ใช่ลูกป๋าก็ย่อมธรรมดาที่ไม่อาจอดทนไหว

21.ปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา-แมนบีไฮด์เดอะซีน

ก่อกรรม-เป็นล็อบบี้ยิสต์ตัวกลางให้นายใหญ่ของขบวนการ อำมาตย์ในการกำจัดทักษิณทุกทาง โดยถูกพลเอกพัลลภ ปิ่นมณี กล่าวหาว่ารวมทั้งวางแผนลอบสังหาร และสั่งการให้แวดวงตุลาการขจัดพรรคการเมืองที่สนับสนุนทักษิณที่บ้านซอย สุขุมวิท รวมทั้งเป็นหัวหน้าฝ่ายการสร้างpropagandaให้กับคนๆเดียว โดนแฉว่าไปรวมหัวกับลิ้ม,ทหารใหญ่จะทำรัฐประหารยึดอำนาจ(อีกแล้ว)

ผลกรรม-ถูกแฉว่าเป็นตัวกลางในการประสานงานฝ่ายทหาร ตุลาการ เครือข่ายอำมาตย์ในการกำจัดขบวนการประชาธิปไตย ปลูกฝังลัทธินิยมอำมาตย์เผด็จการศักดินาให้หยั่งรากถาวรในไทย ล่าสุดถูกมองด้วยความไม่ไว้วางใจว่าอาจเป็นคนที่ปูดข้อมูลชนชั้นสูงแก่วิ กิลีกส์ในทางมิบังควร ทั้งเรื่องแทรกแซงการเมือง บงการรัฐประหาร19กันยาฯ เป็นต้น

22.ประยุทธ์ จันทร์โอชา -เหล่เรียกแขก

ผลงานอัปรีย์-เป็นมือตีนสำคัญให้กับมหาอำมาตย์ใหญ่ในการ สังหารหมู่ ลอบสังหารเสื้อแดงที่เรียกร้องประชาธิปไตย พอเสร็จงานก็อาละวาดฟาดงวงฟาดงาใส่นักข่าวว่า ไม่ต้องชี้แจงเรื่องการผลาญงบประมาณเพื่อการเข่นฆ่าประชาชน เมื่อนักข่าวไปถามว่าจะทำปฏิวัติรัฐประหารหรือไม่ ก็ตอบออกมาประสาโง่ว่า"ไม่ทำ หากเขาไม่สั่ง"..ซึ่งสอดคล้องกับที่วิกิลีกส์แฉว่า การทำรัฐประหารล่าสุดเมื่อ19กันยาฯ ผบ.ทบ.บัง3จิ๋มก็ไม่ได้ทำ แต่"ถูกเรียกใช้ให้ทำ"

ผลกรรม-ประยุทธ์ที่ตาเหล่ถูกคนเสื้อแดงให้ฉายาว่า"เหล่ เรียกแขก"เพราะเวลาคนเสื้อแดงนัดหมายชุมนุมเมื่อใด เหล่จะออกมาขู่ฮึ่มฮั่มแฮ่เหมือนหมา แต่ยิ่งขู่ก็ยิ่งเหมือนยุให้คนเสื้อแดงออกมากันมากขึ้น ดังนั้นหากเสื้อแดงจะชุมนุมกันเมื่อไหร่ ก็ต้องเรียกใช้บริการของเหล่เรียกแขก และเมื่อมหาอำมาตย์ใหญ่เรียกใช้คนโง่แบบเหล่ ก็คงกอดคอกันเจริญฮวบๆ ล่าสุดยังโดนสนธิลิ้มด่าเสียหมาว่าไม่ใช่ชายชาติทหาร เป็นแค่"ลิเก"เอาแต่รำ

23.ประสงค์ สุ่นศิริ-เสี้ยมหลังม่าน

ก่อกรรม-แค้นในอดีตที่จำลอง ศรีเมือง อดีตหัวหน้าพรรคพลังธรรมปลดออกจากรัฐมนตรีต่างประเทศ แล้วตั้งทักษิณเป็นแทนจึงตามจองล้างจองเวรไม่สิ้นสุด ทั้งบนดินใต้ดิน ทั้งทำให้ชาติพินาศย่อยยับ และวางแผนวินาศกรรม ลอบสังหาร ยึดอำนาจ ชั่วๆมาจากสมองของคนๆนี้ แต่ล่าสุดเริ่มให้ประพันธ์ คูณมี มือขวาออกมาแฉปชป.แล้วว่า นายชวน หลีกภัย เคยเรียกใช้ให้ร่วมมือกับพันธมิตรโค่นรัฐบาลทักษิณ และตอนนี้กำลังโหยหวนหาให้ทหารออกมาปฏิวัติไล่อภิสิทธิ์

ผลกรรม-กินแห้วมาตลอด ลุ้นตำแหน่งนายกฯยุคคมช.ก็อด ลุ้นประธานสภาสสร.ก็แห้ว ล่าสุดทวงบุญคุณว่าประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาลเพราะพันธมิตร(ภายใต้การวางแผน ของสงค์เสี้ยม)ลงทุนยึดทำเนียบ ปิดสภา บุกตีบชน. ไฮแจ็คสนามบิน แต่ก็แห้วตามเคย เลยต้องมาออกแรงยุให้รัฐประหารอีกรอบ เผื่อจะสมหวังก่อนตาย

24.ประสาร มฤคพิทักษ์-แก๊งสว.ดาวดับ

ก่อกรรม-อดีตคนเดือนตุลาผู้นี้ ได้รับตกรางวัลจากนายพลอาวุโสเปรม ติณสูลานนท์ พร้อมกับแก๊งสว.ลากตั้ง จึงพากันสนองพระเดชพระคุณนายสุดฝีมือฝีตีน ทางไหนที่เอื้ออำนวยประโยชน์แก่ระบอบอำมาตย์-ทำ ทางไหนเป็นคุณแก่ฝ่ายประชาธิปไตย-ค้าน รวมทั้งคัดค้านการแก้ไขรธน.ใหม่ที่จะให้ยุบทิ้งสว.ลากตั้ง รวมทั้งการแก้มใ112 และเคลื่อนไหวในแนวทางราชาชาตินิยมล้าหลังขวาจัดกรณีเขาพระวิหาร เป็นปากเสียงให้นายคือสนธิลิ้มในสภา

ผลกรรม-ไม่ได้ต่อวีซ่าเก้าอี้สว.ลากตั้ง ต้องขยันทำความชั่วใหม่ให้เข้าตา แต่ตอนนั้นระบบสว.ลากตั้งอาจสูญพันธุ์ไปแล้วก็ได้

24.ปราโมทย์ นาครทรรพ-แก่เพราะกินข้าว เฒ่าเพราะหัวหงอก

ก่อกรรม-เป็นนักวิชาการร่วมรุ่นของชัยอนันต์ สมุทวนิช กุนซือเอกของสนธิลิ้ม มีบทบาทเขียนบทความใส่ไคล้ทักษิณเรื่องปฏิญญาฟินแลนด์ กับหนุนระบบศักดินาคร่าทำลายประชาธิปไตย ปีที่แล้วผุดเรื่องปฏิญญาดูไบอีกรอบ มาปลายปีนี้ปกป้องคนใหญ่คนโตในเมืองไทยแบบนายพลอาวุโสเปรม อ้างว่าถูกฝรั่งวิกิลีกส์ที่เป็นเด็กหลอกให้ปูดข้อมูล ทำตัวสาวไส้ให้กากิน และออกมากันตีว่าวิกิลีกส์ลงไปเป็นเท็จทั้งสิ้น

ด้วยการสมคบกันของเปรมกับสื่อกระแสหลักปิดข่าวนี้เงียบ ปราโมทย์ถึงกับใช้สำนวนว่า"เรื่องนี้ขอให้เป็นสายลมอ่อน ผ่านไปแล้วอย่าย้อนกลับคืนมา กี่ขดๆที่หมดไป ไม่เป็นไรลืมเสียเถิด"...แทนที่ปราโมทย์จะปกป้องสถาบันจากปากของเปรม หรืออานันท์ ปันยารชุน แต่ทีกับทักษิณ ไม่มีมูลซักนิด ปราโมทย์ก็ลงทุนแต่งนิยายปฏิญญาห่าเหวได้เป็นวรรคเป็นเวร...เวรของกรรม

ผลกรรม-ถูกประนามหยามหมิ่นว่านำชื่อเสียงเกียรติคุณที่เคย อยู่ฝ่ายประชาธิปไตยในอดีตมาทำป่นปี้ตอนแก่ และถูกตำรวจรวบตัวในกลางปีที่แล้ว แต่โชคดีไม่โดนข้อหาผู้ก่อการร้ายยึดสนามบิน

25.เปลว สีเงิน-เจ้าของวาทกรรมฆ่าเสื้อแดงอย่างไรไม่ให้มือเปื้อนเลือด และดาวสยามยุค2554

ก่อกรรม-ทำหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์มีจุดยืนมั่นคงคือเป็นใบ ปลิวโจมตีทักษิณมาแต่ไหนแต่ไร และทำหน้าที่เป็นกุนซือให้กับพันธมิตรกับฝ่ายเผด็จการ หลังๆก็เอียงข้างศักดินาไปด้วย ปลด"ใบตองแห้ง"คอลัมนิสต์ที่นำเสนอข้อเท็จจริงและความเห็นที่รอบด้าน เพราะเปลวอยากให้ไทยโพสต์เป็นกระบอกเสียงอำมาตย์อย่างเดียว

ในช่วงเสื้อแดงชุมนุมปีกลาย เปลว แสดงความกระเหี้ยนกระหือรือในไทยโพสต์ ว่า
อยากเป็นนายกฯ แต่กลัวได้ชื่อว่า "นายกฯ มือเปื้อนเลือด" เหมือนคนอยากกินแกงไก่ แต่กลัวผิดศีลข้อปาณา อย่างนี้เขาเรียกว่าคนบริสุทธิ์ แต่บริสุทธิ์แบบ "ซื่อบื้อ" น่าจะไปศึกษาจากนายธนินท์ เจียรวนนท์ คนค้าชีวิตไก่เป็นร้อยล้าน-พันล้านตัวว่า เขามีเทคนิคค้ายังไงโดยมือไม่เปื้อนเลือด?-เปลว สีเงิน

เมื่อประชาชนไทยสั่งสอนเลือกพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลท่วมท้น ก็นำสถาบันเบื้องสูงมาเป็นเครื่องมือทำลายล้างทางการเมือง สวมวิญญาณหนังสือพิมพ์ดาวสยามยุค6ตุลา19 โดยพาดหัวข่าวว่า"ทักษิณบีบบังคับในหลวง"ในกรณีข่าวขออภัยโทษ ซึ่งตอนท้่ายก็ไม่มีชื่อทักษิณตามที่เปลวเสี้ยมสยองแต่อย่างใด

ผลกรรม-ทำหนังสือพิมพ์เจ๊ง ยอดขายไม่พอหล่อเลี้ยงตัว โฆษณาไม่เข้า ถูกวงการและนักสิทธิสื่อประณามที่คุกคามสื่อ"ใบตองแห้ง"อย่างไร้ยุติธรรม ล่าสุดถูกร้องเรียนเรื่องพาดหัวข่าวดึงเบื้องสูงลงมาเป็นเครื่องมือทางการ เมือง เผลอๆอาจโดนม.112ย้อนศรเล่นงานเสียเองเพราะความย่ามใจจนเผลอเรอ

26.ประเวศ วะสี

ก่อกรรม-สถาปานาตัวเป็นราษฎรอาวุโส กล่าวร้ายว่าทักษิณให้ยุติบทบาททางการเมืองทั้งที่ประชาชนเลือกมา ยอมจำนนต่อการปฏิวัติรัฐประหาร หากเคลื่อนไหวอยู่ก็เป็นไปเพื่อคนๆเดียว ล่าสุดเมื่อเกิดการสังหารหมู่เสื้อแดงก็เงียบเสียง เมื่อปราบจบแล้วก็เข้ามาเป็นประธานปฎิรูปประเทศ ผลาญงบ600ล้าน โดยมีแต่นามธรรมกว้างๆตามสไตล์เดิมๆ ไร้รูปธรรมใดๆ

ผลกรรม-เปิดเผยธาตุแท้ล่อนจ้อนว่าเป็นเครือข่ายอำมาตย์ ไม่ศรัทธาฝ่ายประชาธิปไตย ดูแคลนความเคลื่อนไหวพลังของประชาชน ทำให้เสื่อมเสียความเชื่อถือทั้งในและนานาประเทศ

27.คญ.พ.ญ.พรทิพย์ โรจนสุนันท์-ทองลอก

ผลงานอัปรีย์-ถูกสื่ออวยมากๆเลยกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญ สารพัดวงการ แต่แล้วก็เปิดเผยธาตุแท้ออกมา เมื่อไปตรวจสอบกรณีพันธมิตรชุมนุมยึดสภาและบชน.เมื่อ7ต.ค.51 ผลออกมาพิลึกพิลั่นว่า การใช้แก๊สน้ำตาของตำรวจสลายการชุมนุมทำให้ม็อบขาขาดหรือตายด้วยบาดแผล ฉกรรจ์ได้ ต่อมาก็มารับรองเครื่อGT-200ว่าใช้งานได้ยอดเยี่ยม แม้จะถูกพิสูจน์ว่าไม่ต่างจากไม้ล้างป่าช้า แต่ก็แถจะใช้ต่อไป และมาเป็นกรรมการศอฉ.ปราบปรามประชาชน แต่กลับทำในสิ่งที่มีผลประโยชน์ขัดกัน(Conflict of interest)คือไปตรวจสอบหลักฐานสถานที่เกิดเหตุต่างๆแล้วออกมาบอกว่า ทหารไม่ได้ฆ่า

ผลกรรม-นอกจากถูกแฉจนหมดความศรัทธาแล้ว ญาติผู้เสียชีวิตกรณี 6 ศพวัดปทุมฯ โดยเฉพาะแม่ของน้องเกดยังได้แฉว่าอาจมีการทำลายหลักฐานเพื่อบิดเบือนคดีหวัง ช่วยศอฉ.ที่คญ.เป็นกรรมการกินเบี้ยเลี้ยงอีกทาง

28.พิภพ ธงชัย-พิภพมัจจุราช

ก่อกรรม-พิภพทิ้งหมู่บ้านเด็กเมืองกาญจน์และสังคมอุดมคติ ไว้เบื้องหลัง แล้วก้าวมาเป็น1ในแกนนำพันธมิตรที่มีทัศนะนโยบายล้าหลังคลั่งศักดินาราชา ชาตินิยม ฉุดรั้งประชาธิปไตยถอยลงคลอง เสนอการเมืองระบบอภิสิทธิชน70:30หมิ่นแคลนสิทธิ์เสียงประชาชน หลังยึดสนามบินนำไปสู่การโค่นรัฐบาลจากประชาชนเลือกตั้งแล้ว พิภพได้โบนัสจากลิ้มและนายทุนพันธมิตรให้ไปทัวร์อียิปต์ 10 วันเป็นรางวัลตอบแทน

ผลกรรม-นักวิชาการ นักเคลื่อนไหว เอ็นจีโอจำนวนมากประกาศตัดหางพิภพออกจากขบวนการ และให้เลิกอ้างว่าเคลื่อนไหวในนามภาคประชาชนอีกต่อไป พร้อมทั้งเรียกร้องให้วิพากษ์วิจารณ์ตรวจสอบพันธมิตรที่เคลื่อนไหวล้าหลัง คลั่งศักดินาจารีตด้วย

29.โพธิรักษ์

ก่อกรรม-สมณะโพธิรักษ์นักบวชหัวรุนแรงที่ต้องการเปลี่ยน แปลงสังคมไทยให้ไปเป็นสังคมชาวพุทธในอุดมคติที่ไม่มีอยู่จริง ปฏิเสธต่อต้านทุนนิยม ทำลายความเป็นปุถุชนของมนุษย์ ถึงขั้นตั้งพรรคเพื่อฟ้าดินที่มีนโยบายแบบการเมืองใหม่ และใช้ชาวอโศกผู้ศรัทธาเป็นสันหลังของม็อบ193วัน เพราะคนเหล่านี้ทุ่มกายถวายชีวิตให้ศาสดาโพธิรักษ์

ผลกรรม-ประชาชนผู้รักชาติ และพิทักษ์พุทธศาสนาที่เดินสายกลางไม่หัวรุนแรงพากันต่อต้านศาสนาโพธิรักษ์ แผ่กว้างออกไปทั่วประเทศ ทั้งที่บึงกุ่ม นครปฐม อุบลราชธานี และศรีษะเกษบ้านเกิดโพธิรักษ์

30.พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง-โดนบอยคอตเจ๊ง


ผลงานสร้าง-พูดปราศรัยเรียกความซี๊ดซ๊าดจากพวกขวาจัดราชา ชาตินิยมอนุรักษ์นิยมว่า แผ่นดินนี้เป็นของพ่อ หากใครไม่รักพ่อก็ให้ออกไป ตอนนี้คนไทยสีเดียวกัน คือศีรษะมอบให้พระเจ้าแผ่นดิน โดยที่พงษ์พัฒน์อาจหลงยุคว่านี่เป็นยุคสมบูรณาญาสิทธิราช หรือยุคศักดินาที่แผ่นดินเป็นของพระเจ้าแผ่นดิน และชีวิตคนเป็นของเจ้ามหาชีวิต โดยที่สื่อพากันไปอวยต่อแบบเข้ารกเข้าพง

ผลกรรม-แต่พอตอนพลเอกเปรม พลอากาศเอกสิทธิ นายอานันท์ออกมาพูดในทางมิบังควร ปรากฎว่าพงษ์พัฒน์เงียบเหมือนอมสาก ไม่ออกมาไล่ให้ 3 คนนั้นพ้นบ้านพ่อแต่อย่างใด ส่วนหนังของเขาก็ถูกบอยคอตจากเสื้อแดง สร้างละครออกทีวีก็โดนญี่ปุ่นประท้วง เรียกว่างานเข้าหลายกรรมหลายวาระ

31.ไพศาล พืชมงคล

ก่อกรรม-จากนักประชาธิปไตยเคลื่อนไหวเพื่อกรรมกรในอดีต ไพศาลมารับใช้ขุนศึกอำมาตย์ เป็นหัวสมองให้พันธมิตร เขียนประกาศคณะรัฐประหารให้คมช. จากที่เคยเขียนเพลง"เสียงครวญของมวลกรรมกร"มาเขียนเชิดชูบทบาทศักดินาใหญ่ ที่ไปงานศพคนของพันธมิตรว่า "โอ้ว่าพระทูลกระหม่อมแก้ว รู้แล่วว่าประทับอยู่ข้างไหน"

ผลกรรม-เช่นเกียวกับนักต่อสู้นักเคลื่อนไหวในอดีตที่เปลี่ยนสีแปรธาตุ ทำให้ประชาชนต้องสาปแช่ง

32.มัลลิกา บุญมีตระกูล

ผลงานอัปรีย์-แทกติกของพรรคประชาธิปัตย์ที่สำคัญคือ ต้องจัดส.ส.หญิงประกบนายกรัฐมนตรีหญิงเวลามีประชุมสภา แต่เพราะ"ติ่ง"มัลลิกาเป็นส.ต.(สอบตก)เลยตั้งเป็นรองโฆษกพรรค ปรากฎว่ามาแรงแซงรุ่นพี่อย่างเทพไท หรือบุญยอดไปเรียบร้อย เพราัะขยันสร้างผลงานในปีนี้ แต่แทนที่จะได้แต้มกลับทำให้พรรคโดนตัดแต้มหลายกรณี ไม่ว่าจะเป็นการถีบหลังเก่ง-การุณ โหสกุล ในการประสานงาน้ำท่วม แต่ที่ฮือฮาสุดก็คือการออกข่าวว่า จะเสนอให้ปิดเว็บไซต์ยูทูปหรือเฟซบุ๊ก หากการ"หมิ่น"ยังระบาดไม่เลิก เหมือนอย่างที่รัฐบาลจีนเคยทำ

ผลกรรม-ในที่สุดเลยกลายเป็นดาวรุ่งพุ่งสู่เมรุไปเรัียบร้อย อย่าว่าแต่โดนใครรุมด่าทั่วบ้านทั่วเมืองเลย เพราะแม้แต่หัวหน้าพรรคนายอภิสิทธิ์ยังต้องรีบออกตัวว่างานนี้"กูไม่เิกี่ ยว"ยัยติ่งจะปิดอะไรก็ปิดไป ไม่ใช่นโยบายพรรค...

33.รสนา โตสิตระกูล-ดาวดับอนาถ

ก่อกรรม-รสนาเคยเป็นเพียงปัญญาชนสายที่สาม คือไม่ขวาไม่ซ้าย เป็นแบบalternativeที่ใกล้ชิดไปทางส.ศิวรักษ์ ที่เน้นเรื่องอุดมคติทางศาสนาพุทธแบบปัญญาชน ต่อต้านทุนนิยมโลกาภิวัตน์ มามีชื่อเสียงจากการตรวจสอบเรื่องทุจริตยา แต่รสนาเป็นนักการเมืองที่แย่ คือเอียงขวาสุด ผูกติดกับพันธมิตร เป็นปี่เป็นขลุ่ยกับเผด็จการ 1ใน40สว. ต่อต้านฝ่ายประชาธิปไตย

รสนาเคยออกโรงเรียกร้องขอให้รัฐบาลไม่ทำรุนแรงกับม็อบพันธมิตร แต่พอเสื้อแดงชุมนุมกลับเฉย และออกมาต่อต้านให้ท้ายการสังหารหมู่

ผลกรรม-รสนาเคยเข้าไปโหวกเหวกด่าการแถลงนโยบายของรัฐบาล นายสมชาย ในสภาพ"ซุกสามี"สันติสุข โสภณศิริ ลูกศิษย์ใกล้ชิดส.ศิวรักษ์ และเป็นเพื่อนน้ำมิตรของเปี๊ยก-พิภพ ธงชัยอีกคน ขณะที่ในลีลาบรรยากาศแบบเดียวกันของการแถลงนโยบายรัฐบาลอภิสิทธิ์ นอกจากไม่โวยวายแล้ว รสนายังชื่นชมจนออกนอกหน้าอีกด้วย รสนายังถูกแฉว่าต่อต้านปตท.ไม่ให้อยู่ในตลาดหุ้น แต่พวกตนกลับกินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้องมีหุ้นปตท.ซะเอง

ผลกรรม-ปีที่แล้วนักข่าวสภาตั้งฉายาให้รสนากับก๊วน40สว.ว่า เป็นดาวดับ แต่รสนานั้นน่าจะถึงขั้นดับอนาถไปแล้ว เพราะขนาดอาจารย์ส.ศิวรักษ์ เจ้าสำนักที่รสนาเคารพกราบไหว้ ยังแหกด่านมะขามเตี้ยออกมาต้านม.112ขณะที่รสนายังหาทางเลี้ยวกลับไม่เจอ เพราะอคติกับทักษิณจนหลงบูชาเผด็จการไปแล้ว

34.วัชระ เพชรทอง

ก่อกรรม-แจ็คเป็นอดีตนักศึกษาโข่งรามคำแหง ร่วมรุ่นกับตู่-จตุพร พรหมพันธุ์ แข่งขันกันตั้งแต่อยู่รั้วพ่อขุน จนออกมาสู่สนามใหญ่ ขณะที่ตู่ยืนอยู่บนเวทีนปช. แจ๊คไปโผล่ที่เวทีเสื้อเหลือง ควบกับเป็นบก.แนวหน้าตามราวีล้างผลาญรัฐบาลประชาธิปไตย ก่อนจะลงเลือกตั้งซ่อมได้เป็นส.ส.สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ แต่ก็ยังไม่ทิ้งสันดานเดิม ต่อมาในการเลือกตั้งหนล่าสุดโดนเทพเทือกถีบพ้นพื้นที่ไปอยู่ปาร์ตี้ลิสต์สุด เขตชายแดน ดีว่าสุวโรช พะลัง ตายลงปุ๊บปั๊บเลยทำให้แจ๊คได้เป็นส.ส.ส้มหล่น

ผลกรรม-แจ็คเคยชื่นชมนักปฏิวัติฝ่ายซ้ายเชกูวาร่ามาก จนถึงขั้นพิมพ์หนังสือขาย มาวันนี้โลกสวิงไป180องศาถึงวันที่แจ๊คต้องเล่นบทคลั่งไคล้ใหลหลงศักดินา ใหญ่เข้าให้บ้าง แต่ที่ไม่เปลี่ยนไปเลยคือตอนนี้เขาต้องเจอตู่-จตุพร คู่กัดตลอดกาลออกมาเคลื่อนไหวขย่มรัฐบาลเทพประทานอย่างหนัก ทำเอาแจ๊คไปไม่ค่อยเป็น เพราะถูกวางตัวประกบ แต่ปล่อยจตุพรหลุดมือตลอด

35.วีระ สมความคิด-1ปีที่ทรมาน

ก่อกรรม- เคลื่อนไหวล้าหลังคลั่งชาติจะบุกยึดเขาพระวิหารคืนจากเขมรหลายหน จากนั้นเกณฑ์กองกำลังโจรศรีวิชัยไปทำร้ายประชาชนชาวบ้านภูมิสรอลที่รักถิ่น ฐานและรักสันติภาพ ทำตัวเสมือนว่าเก่งกล้าสามารถ แต่พอเขมรจะเอาจริงก็ป๊อดมาปักธงยึดเขาพระวิหารจำลองที่บางปูแทน ทำให้เกียรติภูมิของไทยตกต่ำสุดกู่เป็นตัวตลกในเวทีประชาคมโลก

แต่เพราะถูกหมิ่นแคลนเลยบุกล้ำแดนเ้ขมร พร้อมกับส.ส.ประชาธิปัตย์ ในที่สุดอดีตรัฐบาลปชป.ช่วยเฉพาะส.ส.ตัวเอง ปล่อยให้วีระ-ราตรีเสวยกรรมในคุกมาครบขวบปี โดยเจ้าตัวไม่อุทธรณ์ หวังรอรับพระราชทานอภัยโทษจากกษัตริย์เขมร

ผลกรรม-ขณะที่กลุ่มพันธมิตรชาตินิยมขวาจัดทำอะไรไม่ได้ดี แต่ปาก ญาติๆวีระได้แต่วิ่งเต้นผ่านทางรัฐบาลเพื่อไทยและแกนนำเสื้อแดง โดยหวังว่าสัมพันธภาพที่ดีกับผู้นำกัมพูชาจะทำให้วีระได้ออกมาในไวๆนี้แทน ที่จะติดคุกหัวโตในต่างแดนไปนานกว่านี้

36.วรกร จาติกวาณิช-ดัดจริตของชนชั้นสูงแบบสะตอบอแหลแลนด์

ผลงานอัปรีย์-เจ๊เจ ก็เช่นเดียวกับคนปชป.ที่ไม่รู้จะเอาชนะความนิยมของคนไทยต่อทักษิณได้ท่าไหน ขนาดชวน หลีกภัย ได้เรียกลูกพรรคตัวเอ้ไปสั่งให้หนุนม็อบพันธมิตร ส่วนเจ๊เจเป็นเมียกรณ์ก็ต้องเข้าร่วมวงด้วย โดยหล่อนบอกว่าเคยเข้าร่วมชุมนุมตั้งแต่สนธิลิ้มตั้งวงใหม่ๆ มายันเหตุการณ์บุกยึดสภาและบชน.เมื่อ 7 ตุลาคม 51 โดยบอกว่าไปม็อบเสื้อเหลืองอย่างหนุกหนาน อาหารก็อร่อยดี ดนตรีก็เพราะ แถมวิวก็สวย

แต่พอพวกเสื้อแดงมาม็อบ ตำรวจต้องมาอารักขาหน้าบ้านรัฐมนตรีกรณ์ หล่อนบอกว่าทนดูไม่ด๊ายกับความป่าเถื่อน เลยต้องส่งลูกหนีไปเรียนที่อังกฤษ...แม่คุณเอ๋ย ปากหรือนั่น! ตำรวจมาอารักขาให้หน้าบ้าน บอกป่าเถื่อน พอพวกตัวเองไปบุกยึดสภา ทั้งยิง ทั้งแทง ทั้งถอยรถทับตำรวจ ทั้งปิดประตูกะขังส.ส.ไว้ด้านใน ทั้งนำรถติดระเบิดซีโฟร์มาเตรียมถล่มสภา กลับบอกว่าวิวสวยซะงั้น!

ล่าสุดช่วงน้ำท่วมก็ออกมาประชดประชันนายกฯปูเรื่องรองเท้าบู๊ทว่านายกฯปูใส่ ของแพง ทั้งที่คู่ละ6พัน ส่วนของ"เจ๊เจมือสอง"คู่หมื่นแปด พอทำอะไรไม่ได้ก็หารูปลงเฟซบุ๊คประชดประชันเรื่องอีอีเม้ยไปโน่น

ผลกรรม-เจ๊เจยังโอเคจ๊ะจ๋าอยู่ แต่กรณ์ มือสองคนเข้าตำราว่า"พ.พ.ม.=พังเพราะเมีย" เพราะชาวบ้านละเหี่ยใจ คงแป๊กไปไม่ถึงดวงดาว

37.วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์
ก่อกรรม-ขึ้น มาเป็นประธานศาลรธน.แทนชัช ชลวรที่พังเพราะน้องปอย แต่ลีลาก็ไม่หนีกัน ล่้าสุดออกมาคัดค้านการแก้ไขม.112 โดยระบุว่า ถ้าคนมีคุณธรรมปัญหาก็ไม่เกิด แก้นิสัยของคนดีกว่าแก้กฎหมาย ถ้าคนมีคุณธรรม ปฏิบัติตนอยู่ในศีลธรรมไม่ต้องแก้กฎหมายมันก็อยู่ได้

พูดแบบนี้ไม่ต้องมีกฎหมายซะเลยยังดักว่า แล้วบังคับให้นับถือศีลห้าก็พอ

ผลกรรม-ต้องรอดูผลของกรรมในการคงกฎหมายเผด็จการไว้ต่อไปว่าจะย้อนมาสนองยังไงมั่ง

38.ศรัณยู วงศ์กระจ่าง-มันจบแล้วครับตั้ว

ก่อกรรม-เป็นดารารุ่นใหญ่ที่โดดขึ้นเวทีพันธมิตรและเอาการ เอางานเคียงคู่กับเจ๊ปองอัญชลี จนได้เป็นแกนนำพันธมิตรรุ่นสองช่วงท้ายๆตอนปิดสนามบินสุวรรณภูมิ แต่หลังยุติยึดสนามบินก็เกิดผลประโยชน์ไม่ลงตัวกับจอย-ศิริลักษณ์ดารา พันธมิตรอีกราย จนจอยต้องเผ่นหนี ให้ตั้วครองASTVไว้ แต่ท้ายๆก็เสื่อม แม่ยกหายหน้าหมด ขนาดไปจัดคอนเสิร์ตที่มหาวิทยาลัยรังสิตของดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ พ่อยกรายสำคัญ ก็ยังโหรงเหรง

ยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ให้ทุน 8 ล้านทำหนังคนโขน แต่กลายเป็น"คนโกร๋น"เพราะไม่มีใครยอมไปดู คนเสื้อแดงบอยคอต แต่คนเสื้อเหลืิองก็ไร้แรงพลัง จนเจ้าตัวเขียนตัดพ้อด้วยความขมขื่นไว้ว่า

ผมแอบฝันเล็กๆว่า หากมีพี่น้องพันธมิตร ซึ่งไม่ต้องถึงกับทั้งหมดหรอกครับ เอาเพียงแค่ครึ่งหนึ่งของเท่าที่มี พร้อมใจกันมาดูหนังเรื่องนี้ รายได้ของหนังก็จะทะลุเกินเป้าที่นายทุนตั้งความหวังไว้แล้ว...นายทุนเองยัง พลอยยิ้ม เห็นด้วยกับความฝันของผมเลย แต่ความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่!!!

ดูตัวเลขรายได้ทั้งหมดที่เก็บได้จนถึงรอบเมื่อกี้ ทุกคนตกใจ มันน้อยเกินว่าระดับต่ำสุดที่เราประเมินไว้เสียอีก...น้อยจริงๆครับ อย่าให้ผมบอกตัวเลขเลย ผู้ที่คอยลุ้นคอยให้กำลังใจผมตลอดมาจะพลอยหดหู่ใจกันเปล่าๆ แต่คนที่ีอยู่ฟากฝั่งตรงข้ามหากเห็นตัวเลขนี้เข้า ก็คงจะสมน้ำหน้า ว่าสมแล้วหละมึง...ถ้าจะบอกว่าผมไม่เสียใจ ก็คงจะเป็นการโกหกตัวเองเกินไป เพียงแต่ว่าภายใต้ความชอกช้ำใจครั้งนี้ มันได้บอกอะไรกับผมหลายต่อหลายอย่าง

ผลกรรม-ช่อง 7 สีปลดออกจากผู้ดำเนินรายการเรื่องจริงผ่านจอ เพราะเรทติ้งตกเนื่องจากประชาชนฝ่ายประชาธิปไตยค่อนประเทศบอยคอต เช่นเดียวกับพากันบอยคอตหนังคนโขน...มันจบแล้วครับตั้ว

39.ศิริโชค โสภา-

ผลงานอัปรีย์-ยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ได้เป็นวอลล์เปเปอร์ให้ กับมาร์คชนิดเป็นเงาตามตัว สนิทกับมาร์คตั้งแต่ไปเรียนอังกฤษด้วยกัน ทั้งสองสื่อสนทนากันเป็นภาษาอังกฤษ เวลามีคนอยู่ในวงด้วย เวลาหันมาสบตากัน สะท้อนว่าโดยธรรมชาติแล้วคู่นี้คิดและมีสำนึกลึกๆเป็นฝรั่งมากกว่าเป็นไทย แค่มองตาก็รู้ใจ ดังนั้นเรื่องดีๆเกาะโพเดี้ยมเอาหน้า มาร์คทำไป แต่เรื่องลึกลับหลังม่านงานใต้ดิน งานฝิ่นงานหาศิริโชคเป็นคนรับไปทำ ก็เลยมีเรื่องแพลมๆโผล่มาสารพัด ทั้งเรื่องเป็นคนจัดการวิ่งเต้นเส้นสายวงการสีกากี วงการอธิบดี ปลัดผู้หลักผู้ใหญ่ ใครๆก็ต้องเซ่นนายกรัฐมนโทศิริโชค ไปยันเรื่องสอดรู้สอดเห็นของมาร์คอย่างคดีวิกเตอร์ บูธ ก็ได้ศิริโชคมุดคุกไปคุย เลยมีเรื่องโฉ่ตามมา

มาร์คยังมอบหมายให้ศิริโชคมาคุมเฟซบุ๊คตามลุยถั่วขบวนการล้มเจ้า พูดยังกับว่า ขบวนการที่ว่านี้มีตัวตน ทั้งที่พวกนี้เขียนปีศาจตนนี้ขึ้นมาเอง แล้วก็หลอนกันเอง

ผลกรรม-เคยถูกวิกเตอร์ บูทแฉในระดับนานาชาติว่า เป็นตัวแทนมาร์คมุดคุกมาหา เพื่อขอให้ช่วยซัดทอดให้ร้ายทักษิณ แถมโดนผู้การวิสุทธิ์แฉด้วยอักษรย่อว่ามายุ่มย่ามเรื่องวิ่งเต้นเส้นสายวง การตำรวจ ดูท่างานนี้จบยาก เพราะผู้การวิสุทธิ์ชอบสาวไส้อยู่แล้ว ล่าสุดงานเข้าโดนประพันธ์ คูณมี มือขวาของหน้าแหลมฟันดำ กล่าวหาบนเวทีพันธมิตรว่าเป็น"คู่เกย์"กับอภิสิทธิ์ จริงเท็จอย่างไรไปฟ้องกันเอาแล้วกัน

40.สมจิตต์ นวเครือสุนทร
ก่อกรรม-เป็น ผู้สื่อข่าวเจ้าแม่สภาสังกัดช่อง 7 โดยบำเพ็ญตนเป็นนักข่าวจอมอคติ นำเสนอข่าวและวางตัวเข้าข้างมาร์คออกนอกหน้า เคยเขียนหนังสือเชียร์อภิสิทธิ์หลายเล่้่ม เกินเลยบทบาทสื่อกลาง เวลาเสื้อแดงมีปัญหาก็ใช้อคติตัดสินชี้นำ จนมีเรื่องมีราวดำเนินคดีต่อแกนนำเสื้อแดงเพชรบุรี เพียง



ผลกรรม-รายงานข่าวของสถานีโทรทัศน์เอเชียอัพเดต ช่วงที่เฉลิมปะทะกับสมจิตร 7 สี ซึ่งใช้คำถามตอนหนึ่งว่า "รัฐบาลทำแบบนี้เหมือนเป็นการหักคอ(เซ็นเซอร์)ให้ทำตามคำแนะนำของรัฐบาล ซึ่งร.ต.อ.เฉลิมตอบว่า คุณพูดเองนะ คุณกล้ามาก หากผมยืนให้สัมภาษณ์ต่อ คุณอาจต้องติดคุก ซึ่งผู้สื่อข่าวช่อง 7 ย้อนว่า"ก็ไม่เป็นไรค่ะ"

ยังไม่แน่ชัดว่าเฉลิมแค่ขู่ปราม หรือดำเนิอนคดี112กับสมจิตต์ 7 สีจนถึงบัดนี้

41.สนธิ ลิ้มทองกุล-เชื้อชั่วใกล้สูญพันธุ์

ก่อกรรม-สนธิเริ่มต้นจากการต่อต้านทักษิณเพราะเสียผล ประโยชน์ไม่ได้อนุมัติให้รับสัมปทานโทรทัศน์NEWS1และรัฐบาลทักษิณไม่ต่ออายุ ให้วิโรจน์ นวลแขเพื่อมาเคลียร์หนี้เน่าให้เครือผู้จัดการ แต่เล่นเพลินไปหน่อย เขาจึงสร้างความตกต่ำให้ทุกสถาบันในประเทศไทยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนนับ แต่ยุคเสียกรุงอยุธยาครั้งที่ 2 เป็นต้นมา

ผลกรรม-นอกจากถูกดำเนินคดีหัวโจกผู้ก่อการร้ายยึดสนามบิน แล้ว บริษัทผู้จัดการก็ถูกสั่งให้ล้มละลาย และถูกสื่อค่ายมติชนแฉว่าสนธิลิ้มจึงต้องก่อม็อบเพื่อรับเงินบริจาคเข้า มูลนิธิที่ก่อตั้งขึ้นแล้วนำเงินไปเข้าบริษัทที่เกาะฟอกเงิน สนธิลิ้มยังจิตหลอนต้องกันไปพึ่งคุณไสยดำสารพัด และหวาดระแวงว่าจะโดนลอบฆ่าจากศัตรูรอบด้าน หลังจากถูกถล่มสังหารรอดตายมาได้ช่วงสงกรานต์ปีก่อน และถูกระเบิดถล่มเวทีพันธมิตร

ตอนนี้เป็นช่วงกระแสต่ำของลิ้ม เพราะตั้งพรรคการเมืองใหม่ก็แจ้งเกิดไม่ไหว ต้องลาออกจากหัวหน้าพรรค และมีเรื่องแฉกันอีรุงตุงนังกับสมศักดิ์ โกฯ ปิดท้ายปีด้วยการถูกผู้ประกาศข่าวสาวสาวกคืออัญชลีพร กุสุมภ์ อ้างว่ารับเงินแม้วมายืดอายุASTVที่จอดับไปพักหนึ่ง สุดท้ายก็จบที่กดดันให้ลูกน้องลาออกท่ามกลางความคลุมเครือ

สถานการณ์เวลานี้ถึงขั้นถูกประเมินว่าเป็นลูกนอกไส้มหาอำมาตย์ใหญ่ที่ถูก เขี่ยทิ้ง ตอนนี้หันมาไล่รัฐบาลอภิสิทธิ์ ลูกรักอำมาตย์ ไม่รู้จะโดนเล่นคืนให้ไปนอนคุกคดีก่อการร้ายยึดสนามบินอีกไหม ในเมื่อไม่ยอมปรองดอง ก็คงต้องไม่พ้นติดคุกกันทุกฝ่ายที่ล้วนมีชนักปักหลังกันทั้งหมด ต้องติดตามเวรกรรมออนไลน์ เร็วๆนี้

42.สมศักดิ์ โกศัยสุข

ก่อกรรม-สมศักดิ์เป็นหางเครื่องของ5แกนนำพันธมิตร แต่บารมีในวงการสหภาพแรงงานก็เหลือไม่เท่าไหร่แล้ว ต้องพึ่งนักสหภาพรุ่นน้องแทน มาเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองใหม่ ซึ่งมีสัญลักษณ์สวัสดิกะแบบพรรคนาซี แต่แทนที่จะได้ใหญ่โตแบบฮิตเลอร์ กลับพาลูกพรรคสอบตกเรียบไม่เหลือไว้ทำพันธุ์ แถมมีเรื่องราวแตกแยกกับพันธมิตรจนต้องประกาศตัดญาติกัน

ผลกรรม-นักสหภาพแรงงาน นักวิชาการด้านแรงงานตัดหางปล่อยวัดสมศักดิ์ ฐานเคลื่อนไหวทำลายประชาธิปไตย และห้ามแอบอ้างว่าทำในนามภาคประชาชน นอกนั้นก็โดนดำเนินคดีกบฎ คดียึดทำเนียบรัฐบาล และคดียึดสนามบิน ส่วนพรรคการเมืองใหม่ แม้ยังไม่ตายแต่ก็เลี้ยงไม่โต

43.สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์-ปชป.เฉดต้องกลับไปรับจ็อบก่อม็อบตามเคย

ก่อกรรม-จากนักเคลื่อนไหวในวงการครู ก้าวสู่วงการเอ็นจีโอ และวงการสื่อจากการรู้จักแนบแน่นกับสำราญ รอดเพชร โฆษกพันธมิตร และเครือเนชั่น สุดท้ายเป็นส.ส.บัญชีรายชื่อประชาธิปัตย์ แต่ก็เคลื่อนไหวในนาม5แกนนำพันธมิตรด้วยตลอด

ผลกรรม-โดนดำเนินคดีกบฎ คดีบุกยึดทำเนียบรัฐบาล คดีผู้ก่อการร้ายยึดสนามบิน แถมยังเคยโดนส.ส.ลูกพรรคเพื่อไทยเก่ง-การุณ โหสกุลกระโดดถีบ เพราะไปปากดีท้าทายว่าใครแน่เจอกันนอกห้องประชุม แต่พอเจอถีบแล้วกลับไม่แน่ วิ่งแร่ไปแจ้งความตำรวจว่าโดนทำร้ายร่างกาย ต่อมาประกาศเลิกเล่นการเมืองในสภา กลับไปเป็นหัวหน้าม็อบตามเดิม แต่ข่าววงในว่าเพราะปชป.ไม่เอา ครั้นจะไปปลุกผีพรรคการเมืองใหม่ก็ใกล้หมดลมหายใจแล้ว เลยเสมอนอกก่อม็อบรับจ็อบงานถนัดดีกว่า

44.สุนันท์ ศรีจันทรา-ไอ้คลั่งสื่อรวันดาแห่งเมืองไทย

ผลงานอัปรีย์-สุนันท์ จบม.ศ.5แล้วเป็นสิบตรีทหารบก ต่อมาลาออกมาทำงานนักข่าว มาอยู่ใต้ร่มของลูกพี่ลิ้ม ก่อนจะออกมาเป็นเถ้าแก่ทำหนังสือพิมพ์เรื่องหุ้น โดนหุ้นส่วนหักดิบ ยึดหัวหนังสือพิมพ์ไปเพราะคุยกับสุนันท์ไม่รู้เรื่อง ต่อมาเจ๊งล้มละลาย หันมาทำรายการทีวีเรื่องหุ้นให้คนเรียกว่าอาจารย์ แต่ฝักใฝ่พันธมิตร ไปขึ้นเวทีม็อบเหลืองประจำ พอในยุคม็อบเสื้อแดง สุนันท์อาศัยคลื่นวิทยุ ทีวีปลุกปั่นให้ม็อบสลิ่มจัดตั้งกองโจรมาเข่นฆ่าสังหารผู้ชุมนุมทุกวัน ขนาดรัฐบาลเข่นฆ่าหมู่ไปแล้ว สุนันท์ยังยุให้พวกสลิ่มฆ่าแท็กซี่ วินมอเตอร์ไซค์ และชาวบ้านเสื้อแดงแบบตามลอบสังหารให้เหี้ยน

ผลกรรม-พฤติกรรมแบบสุนันท์หากเกิดที่ประเทศรวันดา เรียกว่าเป็นสื่อแห่งความตาย เพราะปลุกปั่นผ่านสื่อให้คนฆ่าหมู่ เป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ แต่นี่ประเทศไทย กฎหมายเป็นอย่างไรก็รู้ๆกันอยู่ เลยต้องพึ่งเวรกรรมแทน ซึ่งกรรมก็มาเร็วกว่าคาด สุนันท์ไปหาหมอ หมอโรคประสาทบอกว่าเขามีอาการทางประสาท ตาขวาง นอนไม่หลับ นี่แหละเวรกรรม คัมมิ่งซูนของแท้

45.สุริยะใส ตกะศิลา-ไอ้ใสเสียคนกับกรีนแมมบ้า

ก่อกรรม-จากอดีตเลขาธิการนักศึกษา สนนท.ที่เป็นองค์กรฝ่ายประชาธิปไตย มาเป็นผู้ประสานงานพันธมิตร คอยเป็นหนังหน้าไฟให้กับแกนนำ ทั้งที่สุริยะใสควรได้เป็นแกนนำไปนานแล้ว แต่ที่สุดได้เฉพาะรางวัลปลอบใจคือตำแหน่ง"หนุ่มหน้าตาดีที่สุดในเวที พันธมิตร" และรางวัลไปทัวร์อียิปต์10วันหลังยึดสนามบิน ต่อมาได้เป็นเลขาธิการพรรคการเมืองม้วย พาลูกพรรคสอบตกเรียบ

ผลกรรม-โดน สนนท.รุ่นน้องบุกไปมอบหรีดและเผาโลงประท้วง โดนคนนามสกุลเดียวกันที่ศรีษะเกษตัดญาติและเผาโลงประท้วง โดนนักข่าวบอยคอตไม่ทำข่าวหลายหนเพราะมัวแต่ไปแจกลายเซ็นแม่ยก จนมองข้ามหัวนักข่าวเวลาก่อม็อบ โดนจำลองเบรกหัวทิ่มหลายหน โดนลือว่ารวยขี่เบ๊นซ์ไปแล้ว โดนคดีกบฎ คดียึดทำเนียบ คดีผู้ก่อการร้ายยึดสนามบิน แต่เพื่อนคนหนึ่งชื่อ"ไผ่ ครป."โดนคดีโจรนักรบศรีวิชัยยึดNBTแต่สุริยะใสอ้างว่าไม่รู้จัก เลยโดนเพื่อนรุมด่าอย่างหนัก สรุปว่าโดนรอบด้านงานเข้ารอบตัว

แต่พรรคพวกใกล้ชิดบอกว่าตอนนี้ไอ้ใสเปลี่ยนชื่อเป็น"เสี่ยใส"แล้วเพราะพ่อยก คือเสี่ยแพรนด้าจิวเวลรี่ ปรีดา เตียสุวรรณ เลี้ยงดูปูเสื่อดี วันๆก็นั่งก๊งเหล้าเมาไวน์เคล้านารีดึกๆดื่นๆอ้างว่าประชุมพรรค เข้าข่ายว่าไอ้ใสจะเสียคนไปแล้ว

ยะใสได้ออกมาตั้งกลุ่มการเมืองเขียวในระยะหลังเพราะถูกลดบทบาทในพันธมิตรลง ให้"สาวปาน"ปานเทพ พัวพงษ์พันธุ์ขึ้นมามีบทบาทแทน แต่ความเคลื่อนไหวก็ไม่ใช่แบบพรรคเขียวหรือพรรคกรีน แต่ออกไปในแนวเขียว"กรีนแมมบ้า"มากกว่า เพราะบ้าโหยหาเรียกแต่สีเขียวออกมาทำรัฐประหารอยู่ไม่ขาดปาก

4ุ6.สุทธิชัย หยุ่น-ผิดจากนี้เราให้เหยียบ


ก่อกรรม-หยุ่นชงเรื่องตั้งโทรทัศน์ITVหลังเหตุการณ์พฤษภา ทมิฬ2535ขึ้นไปให้รัฐบาลอานันท์ แล้วเข้ารับสัมปทานด้วยข้อเสนอจ่ายค่าสัมปทานแพงลิบ แต่ทำไม่ได้ตามสัญญา พยายามจะให้รัฐบาลประชาธิปัตย์ลดให้ แต่ต่อมารัฐบาลทักษิณเข้าขวางไว้ และทักษิณเข้าเทกโอเวอร์ITVพวกหยุ่นต้องระเห็จออกไปทำNation Channelกับไกรวัฒน์ลูกน้องเก่าทักษิณ เป็นความตกต่ำอย่างที่สุดของหยุ่น

ในที่สุดทหารทำรัฐประหาร หยุ่นสามารถยึดITVกลับมาในฉลากใหม่คือTPBSโดยที่ทิ้งขี้ ค่าสัมปทานITVไว้เบื้องหลัง และผู้ถือหุ้นรายย่อยที่พินาศขาดทุนยับเยิน แถมเขาส่งเทพชัย หย่อง น้องชายกลับไปกุมบังเหียนTPBSแบบที่รัฐต้องควักเงินจากภาษีบาปมาอุดหนุนปีละ 2พันล้าน ให้ทำทีวีเนชั่นสาขา2

ส่วนเขากับลูกทีมอย่างกนก-ธีระ เข้าไปยึดหัวหาดรายการข่าวทางฟรีทีวีไว้หมด แบบจ้องระรานฝ่ายประชาธิปไตย โปรพันธมิตร-เผด็จการเต็มที่ ในรัฐบาลอภิสิทธิ์เขาใช้สื่อเครือเนชั่นเป็นกระบอกเสียงให้รัฐบาลหุ่นเชิด โดยได้สิทธิจากพลเอกเปรมให้เข้าไปยึดครองช่วงข่าวช่องฟรีทีวีทุกช่อง แลกกับการได้ผลประโยชน์ค่าโฆษณาและรายได้จากการจัดอีเว้นต์ให้มาร์คไปเกาะโพ เดี้ยมตลอดปีเขา

ผลกรรม-ประชาชนไม่นิยมอ่านหรือชมเพราะเป็นสื่อเอียง ทำให้ขายโฆษณาไม่ได้ ในที่สุดได้ประกาศขายตึกNATIONบางนาเพื่อให้รอดภาวะล้มละลายตามค่ายผู้ จัดการของลิ้ม ที่น่าปวดใจที่สุดสำหรับหยุ่นคือ หลังจากวิกิลีกส์ได้แฉว่าพลเอกเปรม นายอานันท์ พลอากาศเอกสิทธิพากันปูดเรื่องไม่บังควรเกี่ยวกับรัชทายาท แต่สุทธิชัยหยุ่นจำต้องปิดปากเงียบ แทนที่จะได้ออกมาแสดงความเป็นกูรูของวงการข่าวต่างประเทศ

อย่างน้อยสนธิลิ้มยังออกมาพูดอะไรบ้างในทางเข้าข้างพลเอกเปรม แต่หยุ่นไม่รู้โดนอะไรอุดปากไว้ ในทางสากลแล้วนับเป็นความเสียหายและเสียหน้าอย่างร้ายกาจสำหรับหยุ่นยิ่ง กว่าอะไรในเรื่องนี้

47.สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม สำนักข่าวTNEWS
ก่อกรรม-"เสี่ยต้อยนักข่าว100ล้าน"ก่อร่างสร้างตัวมาจาก การได้ทุนจากจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการทรัพย์สินฯทำสื่อทางวิทยุ SMS ในยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ได้รุกเข้าทางช่อง11ผลิตรายการสกู๊ปในนามสำนักข่าวที นิวส์กล่าวหาฝ่ายประชาธิปไตยว่า เป็นขบวนการของระบอบทักษิณสมคบคอมฯหลงยุคเป็นขบวนการล้มเจ้า

พอสิ้นยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ได้ถูกถีบพ้นช่อง 11 ไม่ผิดคาดนัก แต่ก็อุตส่าห์แหกปากโวยวาย แต่ยังมีที่ยึดเกาะเป็นเครือข่ายวิทยุกองทัพบก โดยใส่ไฟฝ่ายประชาธิปไตยด้วยข้อหาล้มเจ้า ตั้งเครือข่ายมวลชนขึ้นตามบี้ฝ่ายตรงข้ามการเมืองด้วยข้อหา112 สุมหัวกลุ่มสยามสามัคคีชุมนุมทีคนมาหลักสิบพอๆกับหมอตุลย์

ผลกรรม-หมดความเชื่อถือจากประชาชน เพราะเคลื่อนไหวรับใช้ระบอบอำมาตย์บิดเบือนทำblack propaganda (อ่าน ลากไส้เสี่ยต้อยนักข่าวร้อยล้านยึดNBT ใช้สำนักเต้าข่าวT-NEWSยึดช่องหอยม่วงป้ายสีเสื้อแดงล้มเจ้า ) แถมถูกแฉว่ามีตำแหน่งใหญ่โตในสำนักงานทรัพย์สินฯ การมาเคลื่อนไหวทางการเมืองแบบนี้อาจสร้างความระคายเคืองไปถึงเบื้องพระ ยุคลบาทได้ เพราะเสี่ยต้อยทำตัวยังกับพ.อ.อุทาร แห่งวิทยุยานเกราะยุค6ตุลาฯที่เสี่ยต้อยเองก็เคยประณามเอาไว้ไม่น้อยในสมัย ก่อน

48.สัก กอแสงเรือง
ก่อกรรม-ปี นี้คนผมหยิกหน้ากล้อคอสั้นรายนี้ขยันสร้างกรรมชั่วมาต่อเนื่องแทบไม่น่า เชื่อว่าองค์กรแบบสภาทนายความ แทนที่จะเป็นที่พึ่งยามยากให้ประชาชน และเป็นที่พึงหวังของฝ่ายประชาธิปไตยกลับเคลื่อนไหวดั้นเมฆหนุนเผด็จการทุก ทาง ทั้งออกแถลงการณ์ในทำนองว่า"ระหว่างประชาธิปไตยที่มีแต่คนโกงกิน กับการทำปฏิวัติรัฐประหารแล้ว ขอเลือกรัฐประหาร" ทั้งที่ประเด็นอภิปรายเป็นเรื่องบทบาทของคณะนิติราษฎร์ในการเสนอประเด็น ประชาธิปไตยที่แท้จริงก็ตาม

แถมยังเลวท้ายปีด้วยการออกโรงจี้เฉลิมให้กวาดล้างฝ่ายเรียกร้องประชาธิปไตย ให้เร่งยัดคุกด้วยคดี112อ้างว่าหมิ่้น หากรัฐบาลไม่กวาดล้างก็จะเล่นงานฐานเพิกเฉยด้วยมาตรา157

ผลกรรม-สภาทนายความตกต่ำขนาดนี้คงไม่ต้องบอกว่าเพราะน้ำมือของนายกสภาทนายความผมหยิกหน้ากล้อคอสั้นนั่นเอง

49.สุเทพ เทือกสุบรรณ

ก่อกรรม-เมื่อ 3 ปีก่อนกำนันสุเทพพาประชาธิปัตย์กลับมาเป็นรัฐบาลสำเร็จในรอบ 10 ปี โดยวิธีเดิมคือสมคบเผด็จการอำมาตย์ใหญ่ไปฉกลูกพรรคอื่น คือกลุ่มเพื่อนเนวินมาหนุนอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี ผลงานสำคัญหลังได้อำนาจคือเป็นผู้อำนวยการศอฉ.ในการสังหารหมู่ผู้เรียกร้อง ประชาธิปไตย และยังตามไล่ล่าสังหารอย่างต่อเนื่อง แล้วโยนขี้ว่า"เสื้อแดงฆ่ากันเอง" หรือท่องคาถาแต่ว่า"ชายชุดดำๆๆๆๆๆ"ทั้งที่ความจริงมันก็ฝีมือของ"ชายหน้า ดำ"นั่นแอหละ

ผลกรรม-ผลกรรมของเทือกนั้นมีมากนับไม่หมดไม่ถ้วน แต่ที่เสวยกรรมไปในไวๆนี้ก็คือพรรคประชาธิปัตย์เคยทำกับรัฐบาลทักษิณไว้ อย่างไรโดนย้อนศรคืนทุกเม็ด พอหมดอำนาจไม่นานก็โดนกองปราบเรียกไปสอบเรื่องสังหาร 91 ศพ ต่อไปเป็นคิวDSIตามสอบมั่ง ซึ่งความจริงก็สอบไม่ยาก เพราะเคยสมคบคิดทำชั่วด้วยกันมาก่อน

เจ๋ง ดอกจิก ตลกเสื้อแดงเคยด่าเทือกว่า ดำทั้งตัวดำทั้งใจดำไปหมด ขาวที่เดียวคือกบาลของเทือก..เขาจะได้ไปอยู่รูหรืออยู่ตะราง วางเดิมพันกันในปีนี้ได้เลย

50.สรรเสริญ แก้วกำเนิด วาทกรรมอำพรางของนักโฆษณาชวนเชื่อชื่อไก่อู

ผลงานอัปรีย์-สื่อกระแสหลักของไทยรายงานว่า หลังยุติเหตุการณ์นองเลือด19พฤษภาฯแล้ว สาวๆสมองสวย(น้อย) แห่งห้องเฉลิมไทย เวบไซต์พันทิปพากันส่งเสียงกรี๊ด "ผู้พันไก่อู"จน เขี่ย "เคน ธีรเดช" ตกกระป๋อง!! ครองใจสาวๆ ไซเบอร์ กับฉายาใหม่ "ผู้ก่อการรัก"

ในทางตรงกันข้ามผู้ชุมนุมและคนเสื้อแดงทั่วโลกก็พากันส่งเสียงกรี๊ดให้ไก่อู เช่นกัน แต่กรี๊ดด้วยความสยดสยองและคั่งแค้นที่คนผู้นี้ให้ร้ายป้ายสีบิดเบือนต่อผู้ ชุมนุม ราวกับเขาเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ ตำแหน่งโฆษกศอฉ.นั้นไก่อูบิดเบือนโดยการใช้วิธีการโฆษณาชวนเชื่อแบบผูกขาด ผ่านทีวีสารพัด เช่น ทหารไม่ได้ฆ่าประชาชน แต่เป็นการกระชับวงล้อม ไม่ได้สลายการชุมนุม แต่เป็นการขอพื้นที่คืน ไม่ได้ยิงสังหารเสธ.แดง แต่ผู้ก่อการร้ายชุดดำเป็นคนทำ เป็นอาทิ ที่สำคัญดันมีคนเชื่อด้วย แลคนเหล่านี้ล้วนแต่อ้างว่าตัวเองเป็นพวกการศึกษาดีซะด้วย

แต่คนเสื้อแดงดูจะเกลียดน้ำหน้าไก่อู ถึงขนาดผู้ชุมนุมได้จารึกเขาไว้ใต้ZONE TEEN หรือรองเท้าแตะ

ผู้ที่ถูกจารึกไว้ใต้ZONE TEENคนเสื้อแดงนอกจากสรรเสริญแล้วก็มีคู่หูโฆษกศอฉ. ปณิธาณ วัฒนายากร นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และสุเทพ เทือกฯ ต่อมามีการจับคนขายรองเท้าแตะหน้าZONE TEEN แต่ไก่อูไม่ได้บอกว่าเป็นการจับกุม แค่เชิญมาพูดคุยทำความเข้าใจกันว่าทำผิดกฎหมาย รองเท้าเป็นวัตถุอันตราย...

เวรกรรม-ศอฉ.โดนยุบไปแล้ว แต่กรรมเวรมีแต่ขยายตัว ข่าวว่าไก่อูเตียงหักกับเมียที่เป็นเจ้าของรีสอร์ตที่สวนผึ้งแล้ว โดยเธอไปมีคนอื่นแทนเขา ตอนนี้ไก่อูไปไหนมาไหนด้วยความหวาดระแวง ขนาดไปกินข้าวนอกบ้าน ยังพรางหน้าสวมแว่นตาดำ มีทหารถือปืนรายล้อม ราวกับกลัวตกเป็นเป้าของการกระชับพื้นที่คืน หรือโดนส่องกบาลด้วยสไนเปอร์ในยามที่ไม่มีหัวโขน

เมื่อปีกลายไก่อูยอมจำนนสารภาพกลางศาลเรื่องผังล้มเจ้าที่เคยอ้างเป็นเหตุ ให้เข่นฆ่าผู้ชุมนุมว่ามีไม่จริง แค่เขียนโยงไปมาให้คน"คิดไปเอง" ต่อมาไก่อูโดนตำรวจเรียกสอบกรณี 91 ศพพอเห็นจวนตัวก็ัปัดออกหมดแล้วบอกว่าฝ่ายการเมืองคือมาร์ค+เทือกเป็นผู้รับ ผิดชอบทั้งหมด

ส่วนจะหนีได้แบบล้อฟรีหรือเปล่า หลักฐานพยานทนโท่ทั้งหลายมันมีอยู่...

51.อัญชะลี ไพรีรักษ์ปองตองแปดปากมอมขาวีนกวนตีนทั่วราชอาณาจักร

ก่อกรรม-เจ๊ปองตองแปด เคยเป็นอดีตผู้อ่านข่าวช่อง 7 ต่อมาทำธุรกิจรายการวิทยุแล้วตามด่าทักษิณ เลยโดนปลดออกจากคลื่น หม้อข้าวโดนทุบจึงไปเข้าแก๊งกับเอกยุทธ อัญชัญบุตร เจ้าพ่อแชร์ชาร์เตอร์ ต่อมาก็มาประจำการที่เวทีพันธมิตรเป็นการถาวร ทำงานรับใช้นายวัฒนา อัศวเหม คนปากน้ำด้วยกัน ที่นับถือเป็นพ่อ แต่ก็ไม่เคยเรียกว่านช.หนีคดีอาญาแผ่นดิน ทั้งที่หลบหนีคดีคอรัปชั่นหลักฐานจะๆยิ่งกว่าทักษิณเซ็นชื่อให้เมียซื้อที่ ตั้งเยอะ

ผลกรรม-ได้ชื่อในเรื่องเป็นพิธีกรปากมอมขาวีนประจำเวที พันธมิตร แม้แต่แฟนคลับก็ยังอ่อนอกอ่อนใจ แถมโดนแมงลือใส่ไคล้เรื่องสัมพันธ์ลึกซึ้งกับดาราชายรุ่นใหญ่ขาประจำเวที พันธมิตรให้อีก ทั้งที่อีกฝ่ายมีลูกเมียเป็นตัวเป็นตนแล้ว

ก่อนถูกเฉดพ้นแกํ๊งพันธมิตรนั้น เจ๊ปองไปขึ้นเวทีหน้าทำเนียบฯแล้วผรุสวาทหยาบๆคายๆตามสันดานเดิม ทำให้สาวกมหาจำลองไล่ลงเวทีต้องไปฟ้องแฟนๆASTVว่าโดนไล่ลงเวทีเหมือนหมูหมา ต่อมาถูกสนธิลิ้มแฉว่าปันใจไปให้ปชป.เลยตัดหางออกจากแก๊ง..

52.อานันท์ ปันยารชุนถึงคราวหนาวดงผู้ดี

ก่อกรรม-เป็นเครือข่ายอำมาตย์ระดับสูงเชื่อมประสานระหว่าง ฝ่ายอำมาตย์กับวงการเอ็นจีโอ ผ่านการให้ทุน วงการสื่อสารมวลชน ทำลายฝ่ายประชาธิปไตย แต่ภาพลักษณ์ดีจนโพลล์รับใช้อำมาตย์ยกย่องให้เป็นคนภาพลักษณ์ซื่อสัตย์แห่ง ปี ในยุครัฐบาลอภิสิทธิ์มาเป็นแฝดอิน-จันกับหมอประเวศปฏิรูปประเทศไทยบนกอง เลือดวีรชนเสื้อแดง ผลาญงบไปนับพันล้าน แต่ไม่มีเนื้อหนังรูปธรรมให้จับต้องได้เลย สูญเงินไปร่วม1,200ล้าน

ผลกรรม-นอกจากเคยแสดงธาตุแท้ไปร่วมงานศพสารวัตรจ๊าบ พธม. ทำให้ประชาชนทั่วประเทศรุมประณามว่าเป็นพวกอีแอบอยู่เบื้องหลังฝ่ายอำมาตย์ ที่ต่อต้านประชาธิปไตย ต่อมาวิกิลีกส์แฉว่าเป็นชนชั้นสูงที่ปูดในเรื่องมิบังควรต่อองค์รัชทายาทอีก ด้วย ตอนนี้ใครจะหนาวเท่ากับอานันท์-เปรมคงไม่มีแล้ว

53.อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ


ก่อกรรม-ต่อต้านรัฐบาลจากประชาชนเลือกตั้งไม่ลืมหูลืมตา เข้าข้างให้ท้ายพันธมิตรอย่างไม่เกรงใจใคร ร่วมมือกับผู้นำเหล่าทัพปล้นอำนาจรัฐบาลที่ประชาชนเลือกตั้ง เพื่อตัวเองได้เป็นรัฐบาลโดยมิชอบ ฝืนกระแสมวลชนเรือนล้านที่ออกมาขับไล่ จากที่เคยปากดีบอกว่า"จะคน1คนหรือแสนคนก็ต้องฟัง"มาเป็นดื้อด้าน ยื่นข้อเสนอจะยุบสภาเลือกตั้งใหม่แล้วหาเหตุเบี้ยว สั่งการทหารกวาดล้างสังหารหมู่ผู้เรียกร้องประชาธิปไตย แถมยัดข้อหาก่อการร้ายเอาไปติดคุก แต่ตัวเองที่ต้องรับผิดชอบต่อการสังหารหมู่91ศพบาดเจ็บ2000คนกลับลอยนวล ทำลายหลักนิติรัฐ นิติธรรมลงย่อยยับ เป็นแค่เพียงระบอบปกครองหุ่นเชิดของอำมาตย์ทรราชที่รอการล่มสลายทั้งองคาพยพ



ผลกรรม-อภิสิทธิ์ต้องชดใช้ผลกรรมที่ก่อขึ้นแน่ ไม่ว่าจะเป็นศาลอาชกรรมระหว่างประเทศ ศาลโลก ศาลอาญา หรือแม้แต่ศาลประชาชนเมื่อสิ้นบุญสิ้นเวรของระบอบทรราชย์อำมาตย์ที่เสื่อม โทรมใกล้ถึงกาลพินาศ แต่ที่เขาได้รับแล้วแน่ๆคือเวรกรรมคำสาปแช่งจากญาติมิตรผู้บาดเจ็บเสียชีวิต สิ้นอิสรภาพ และคำประณามสาปแช่งผลงานฆาตกรที่ประจานไปทั่วโลกในเวลานี้ ในฐานะเป็นผู้ที่ต้องมีส่วนรับผิดชอบต่อโศกนาฏกรรมในปี2553

ต้องจับตาและกดดันว่าเมื่อเจตนารมณ์ของประชาชน 15.7ล้านเสียงเลือกพรรคเพื่อไทยมาเพื่อจัดการเคลียร์ปัญหาคนฆ่าประชาชนให้ ได้รับโทษ ยังจะปล่อยให้อภิสิทธิ์ลอยนวลไปอีกปีหรือไม่ในปีนี้

54.ไอ้เหี้ยสั่งฆ่า -เสียงสาปแช่งที่สะท้านใจไอ้เหี้ย!




ไทยอีนิวส์ได้จัดทำแบบสำรวจ"บุคคลที่ทรงอิทธิพลแห่งปี" มีท่านผู้อ่านตอบแบบสำรวจนี้ทั้งสิ้น 2,832 ท่าน ผลเป็นดังนี้

-ไอ้เหี้ยสั่งฆ่า อีห่าสั่งยิง จำนวน 1,203 ท่าน (42%)
-ทักษิณ ชินวัตร 540 ท่าน(19%)
-คนเสื้อแดง 517 ท่าน (18%)
-บก.ลายจุด 246 ท่าน (8%)
-3เกลอ+แกนนำนปช. 229 ท่าน (8%)
-อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 41 ท่าน(1%)
-สรยุทธ์ สุทัศนะจินดา 33 ท่าน(1%)
-ประยุทธ์ จันทร์โอชา 11 ท่าน (0%)
-สรรเสริญ แก้วกำเนิด 6 ท่าน (0%)
-อื่นๆ 6 ท่าน (0%)


ผลงานสุดอัปรีย์:ในการชุมนุมรำลึกวีรชนราชประสงค์และหลาย ครั้งหลายหน เราจะได้เห็นผู้ไปชุมนุมรำลึกตะโกนคำขวัญว่า"ไอ้เหี้ยสั่งฆ่า อีห่าสั่งยิง" ซึ่งป่านนี้เราก็ยังไม่รู้ว่าไอ้เหี้ยกับอีห่านั้นหมายถึงบุคคลใด แต่ ท่านผู้อ่านตอบแบบสำรวจมาว่า เป็นบุคคลที่ทรงอิทธิพลแห่งปี และน่าจะเกี่ยวเนื่องกับเหตุการณ์สำคัญแห่งปีคือการสังหารหมู่ประชาชนผู้ เรียกร้องประชาธิปไตย และยังตามไล่ล่าเก็บแต้มเพิ่มอีก 5 ศพอย่างอำมหิตเลือดเย็นในเวลาต่อมา่

ผลกรรม-เสียงสาปแช่งที่ประชาชนตะโกนด่าประณามประจานและต่อ ต้านจะขยายวงออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด จนกว่าความตายจะมาเยือน"ไอ้หี้ย"อย่างทุกข์ทรมานแสนสาหัส และเบื้องหน้าที่รอเขาอยู่น่าจะเป็นนรกมากกว่าสวรรค์ หากเวรกรรมมีจริง เพียงแต่ใครคือ"ไอ้เหี้ย"ดูยังเป็นปริศนาคาปาก แต่ไม่คาใจผู้รักความเป็นธรรม และมีศีลโดยทั่วไปแล้ว

55.อีห่าสั่งยิง-เสียงก่นด่าที่สะท้านทรวงระบอบทรราชอำมาตย์




ผลงานสุดยอดอัปรีย์-เรายังได้ให้ท่านผู้อ่าน VOTE บุคคลยอดยี้แห่งปี มีผู้ลงคะแนนโหวตทั้งสิ้น 2,897 ท่าน ผลโหวตเป็นดังนี้

-ไอ้เหี้ยสั่งฆ่า อีห่าสั่งยิง 1946 คน (67%)
-ธาริต เพ็งดิษฐ์ 195 คน(6%)
-จรัญ,ชัช,ศาลรัฐธรรมนูญ 122 คน (4%)
-เนวิน ชิดชอบ+ภูมิใจไทย 120 คน(4%)
-คญ.จารุวรรณ เมณฑะกา 103 คน(3%)
-สุเทพ เทือกสุบรรณ 100 (3%)
-ทักษิณ ชินวัตร 83 (2%)
-ประยุทธ์ จันทร์โอชา 62 (2%)
-สนธิ ลิ้ม+พันธมิตร 60 (2%)
-สรรเสริญ แก้วกำเนิด 35 (1%)
-3เกลอ+แกนนำนปช. 30 (1%)
-ตุลย์ สิทธิสมวงศ์+สลิ่ม 13 (0%)
-อานันท์+ประเวศ กก.ปฏิรูปฯ 9 (0%)
-อื่นๆ 19 (0%)


ผลกรรม"ไอ้เหี้ยสั่งฆ่า อีห่าสั่งยิง"เป็นคำขวัญที่คนเสื้อแดงและคนตาสว่าง แต่ปากยังถูกปิด(แต่ไม่สนิท)ใช้ตะโกนในที่ชุมนุมรำลึกถึงผู้เสียชีวิตใน เหตุการณ์สังหารหมู่เดือนเมษายน-พฤษภาคม2553 คำขวัญนี้เริ่มแพร่หลายเมื่อกลุ่มคนเสื้อแดงในมหานครลอสแองเจลีส(แอล เอ)สหรัฐอเมริกา ได้พากันเดินขบวนรำลึกวีรชนเมื่อวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา และตะโกนคำว่า"ไอ้เหี้ยสั่งฆ่า"และมีสร้อยต่อท้าย"อีห่าสั่งยิง"ในเวลาต่อมา

เสียงสาปแช่งที่ประชาชนตะโกนด่าประณามประจานและต่อต้านจะขยายวงออกไปอย่าง ไม่มีที่สิ้นสุด จนกว่าความตายจะมาเยือน"ไอ้เหี้ยกับอีห่า"อย่างทุกข์ทรมานแสนสาหัส และเบื้องหน้าที่รอทั้งสองอยู่น่าจะเป็นนรกมากกว่าสวรรค์ หากเวรกรรมมีจริง

เพียงแต่ใครคือ"ไอ้เหี้ยกับอีห่า"?..ดูยังเป็นปริศนาคาปาก.. แต่ไม่คาใจผู้รักความเป็นธรรม และมีศีลทั้งมวล