WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, January 6, 2012

ทหารพม่าเคลียร์พื้นที่จุดผ่านแดนช่องหลักแต่งโดยไม่ทราบสาเหตุ

ที่มา ประชาไท

ทหารพม่าฐานวัดฟ้าเวียงอินทร์ ชายแดนไทย-พม่า ด้านอ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ รุดเคลียร์พื้นที่จุดผ่านแดนหลักแต่ง ที่ถูกปิดตายมาเกือบสิบปีโดยไม่ทราบสาเหตุ ชาวบ้านคาดอาจเตรียมเปิดจุดผ่านแดน ด้านทหารไทยเชื่อเป็นการป้องกันฐานมากกว่า

มีรายงานว่า ในช่วงวันที่ 3-4 ม.ค. ที่ผ่านมาทหารพม่าที่ประจำอยู่บนฐานฝั่งตรงข้ามวัดฟ้าเวียงอินทร์ บ้านหลักแต่ง ต.เปียงหลวง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ จำนวน 9-10 นาย ลงมาแผ้วถางหญ้าและเก็บกวาดสิ่งรกร้างบริเวณจุดผ่านแดน ช่องทางหลักแต่ง ในฝั่งพม่า (รัฐฉาน) โดยที่ไม่ได้มีการบอกกล่าวหรือแจ้งเจ้าหน้าที่ทหารไทยที่ประจำอยู่บริเวณนั้นทราบถึงสาเหตุ โดยทหารพม่าที่ประจำอยู่บริเวณชายแดนตรงข้ามบ้านหลักแต่ง บ้านเปียงหลวง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ อยู่ในสังกัดกองพันทหารราบเบาที่ 360 มีบก.อยู่ที่เมืองเป็ง รัฐฉานภาคตะวันออก ผู้บังคับบัญชาฐานตรงข้ามบ้านหลักแต่ง ที่นำทหารลงมาแผ้วถางหญ้า ล้อมรั้ว และเก็บกวาดสิ่งรกร้างบริเวณจุดผ่านแดนทราบชื่อคือ ร.อ.แต้ดอ่อง

ชาวบ้านหลักแต่งคนหนึ่งเปิดเผยว่า ตั้งแต่ปี 2545 หลังเกิดเหตุสู้รบระหว่างทหารพม่ากับกองกำลังไทใหญ่ SSA บริเวณชายแดนด้านนี้ จุดผ่านแดน(ช่องทางหลักแต่ง) ได้ถูกปิดตาย ทหารพม่าได้วางกับระเบิดไว้เป็นจำนวนมาก และไม่เคยเห็นทหารพม่าลงมาแผ้วถางหญ้าหรือเก็บกวาดบริเวณใกล้ประตูช่องผ่านแดน การที่ทหารพม่าลงมาเคลียร์พื้นที่บริเวณนี้เหมือนแสดงให้สัญญาณอะไรบางอย่าง ซึ่งอาจเกี่ยวกับการเตรียมเปิดช่องทางผ่านแดนจุดนี้หรือไม่ก็ไม่ทราบ

ขณะที่ ร.อ.สุริยา พูลภักดี ผู้บังคับบัญชากองกำลังทหารไทย ประจำการชายแดนด้านจุดผ่านแดน (หลักแต่ง) เปิดเผยกับชาวบ้านว่า สาเหตุที่ทหารพม่าลงมาแผ้วถางเก็บกวาดสิ่งรกร้างบริเวณประตูช่องจุดผ่านแดน หลักแต่งครั้งนี้ไม่น่าจะเกี่ยวกับการเตรียมการเปิดจุดผ่านแดน น่าจะเป็นการป้องกันฐานประจำการของเขามากกว่า เนื่องจากสังเกตเห็นทหารพม่าได้มีการเก็บกู้กับระเบิดเก่าออกและนำกับระเบิดใหม่มาฝังไว้แทน นอกจากนี้ยังมีการล้อมรั้วใหม่อย่างแน่นหนา

อย่าง ไรก็ตาม ร.อ.สุริยา กล่าวว่า ทหารพม่าไม่ได้มีการบอกกล่าวหรือแจ้งทหารฝ่ายไทยทราบถึงสาเหตุแต่อย่างใด ซึ่งผิดหลักข้อตกลงสองฝ่ายที่ว่าหากทหารฝ่ายใดจะกระทำการใดบริเวณชายแดนที่ใกล้กันจะต้องแจ้งให้อีกฝ่ายทราบ หากทหารพม่าไม่ชี้แจงสาเหตุเรื่องนี้ อาจต้องตัดน้ำที่ทหารพม่าต่อจากฝั่งไทยเข้าไปใช้ในฐานไว้ชั่วคราว พร้อมกันนั้น เขาได้กล่าวเตือนชาวบ้านฝั่งไทยว่า อย่าได้ข้ามไปตัดไม้หรือหาของป่าในฝั่งพม่า โดยเฉพาะฝั่งตรงข้ามสุสานนายพลกอนเจิงอดีตผู้นำไทใหญ่ เนื่องจากทหารพม่ามีการวางกับระเบิดไว้หลายจุด หากเกิดอันตรายเกรงจะเข้าไปให้การช่วยเหลือลำบาก

สำหรับช่องทางผ่านแดน (หลักแต่ง) ถูกทหารพม่าปิดตายมาตั้งแต่ปี 2545 หลังเกิดเหตุทหารกองกำลังไทใหญ่ SSA บุกโจมตีฐานทหารพม่าที่ตั้งอยู่บริเวณนี้พร้อมกันหลายแห่ง การสู้รบสองฝ่ายยืดเยื้อนานกว่า 1 เดือน ฝ่ายทหารพม่าได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก หลังเหตุการณ์สงบทหารพม่าได้ขับไล่ชาวบ้านกว่า 4-5 หมู่บ้าน รวมจำนวนคนเกือบพันคนอพยพเข้ามาอยู่ในฝั่งไทย จากนั้นทหารพม่าได้ทำการปิดช่องผ่านแดนโดยวางกับระเบิดไว้โดยรอบ และได้ยึดเอาอุโบสถของวัดฟ้าเวียงอินทร์ เป็นที่ตั้งฐานประจำการทหารมาจนถึงปัจจุบั

ชมภาพ/อ่านข่าวย้อนหลัง
www.khonkhurtai.org

-----------------------------------------------------------------------------------------------

"คนเครือไท" เป็นศูนย์ข่าวภาคภาษาไทยเครือข่ายสำนักข่าวอิสระไทใหญ่ หรือ สำนักข่าวฉาน(SHAN- Shan Herald Agency for News)มี วัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารจากเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในรัฐฉาน สหภาพพม่า ตลอดจนตามแนวชายแดนไทย ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับองค์กรการเมือง / การทหารกลุ่มใด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ shan_th@cm.ksc.co.th หรือ ติดตามอ่านข่าวสารภาคภาษาอังกฤษได้ที่ www.shanland.org ภาคภาษาไทใหญ่ที่ www.mongloi.orgและภาคภาษาไทยทีwww.khonkhurtai.org

สาวมุสลิมหนีตามทหารอีสานเป็นพัน กอ.รมน. รับแก้ หวั่นบานปลาย

ที่มา ประชาไท

มูฮำหมัด ดือราแม

กอ.รมน.ภาค 4 เผยกลางเวทีสมัชชาปฏิรูป ชี้ความไม่เป็นธรรมเพียบ สามีต้องขึ้นไปสู้คดีไฟใต้ที่ขอนแก่น เหตุทหารไม่ยอมมาขึ้นศาลปัตตานี สุดท้ายยกฟ้อง

พ.อ.ฐกร เนียมรินทร์

เมื่อเวลา 14.15 น. วันที่ 4 มกราคม 2554 มีการอภิปราย หัวข้อ มุมมองข้อคิดเห็นต่อข้อเสนอเชิงนโยบายต่อการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผล กระทบและการใช้กฎหมายพิเศษในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในเวทีสมัชชาปฏิรูปชายแดนใต้ ครั้งที่ 1 “ชายแดนใต้ไม่ทอดทิ้งกัน” ที่หอประชุมเล็ก มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา มีผู้เข้าร่วมประมาณ 1,000 คน

เวทีอภิปรายมีนางสาวพรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม นายอนุกูล อาแวปูเตะ ประธานศูนย์ทนายความมุสลิมจังหวัดปัตตานี และพ.อ.ฐกร เนียมรินทร์ ผู้อำนวยการกองงานมวลชนและกิจการพิเศษ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ร่วมอภิปราย โดยมีนายแพทย์พลเดช ปิ่นประทีป ประธานคณะกรรมการจัดงานสมัชชาปฏิรูปเฉพาะประเด็นชายแดนใต้ สำนักงานปฏิรูป (สปร.) ดำเนินรายการ

พ.อ.ฐกร กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ยังจำเป็นต้องใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) อยู่ แต่โดยส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับการการใช้กฎหมายพิเศษฉบับนี้ หากส่งผลกระทบกับคนจำนวนมาก แม้ว่าเป็นกฎหมายที่จะมาใช้กับคนจำนวนน้อย คือกลุ่มก่อความไม่สงบก็ตาม และเห็นด้วยที่จะให้ทยอยยกเลิกทีละอำเภอ โดยจะมีการใช้มาตรา 21 ของพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 ที่ให้ผู้ต้องหาอบรมแทนการถูกจำขังขึ้นมาแทน

สตรีผู้เข้าร่วมรายหนึ่งกล่าวในการแสดงความเห็นว่า การนำทหารจากนอกพื้นที่เข้ามาอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จำนวนมาก ส่งผลให้สาววัยรุ่นมุสลิมในพื้นที่เสียคนจำนวนมาก เพราะทหารทำให้สาวมุสลิมท้อง จึงขอให้ถอนทหารออกนอกพื้นที่

พ.อ.ฐกร กล่าวตอบเรื่องนี้ว่า ทหารได้ออกกฎระเบียบสำหรับทหารที่มาปฏิบัติหน้าที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า แค่การมองสาวในเชิงชู้สาวก็ผิดวินัยแล้ว เพราะเรื่องเป็นมีปัญหามาก เมื่อปีที่แล้วมีหญิงสาวจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้หนีตามทหารที่มาจากภาคอีสานถึงหนึ่งพันคน แต่ตามไปแล้วก็ต้องกลับมา เพราะทหารพวกนั้นมีลูกมีเมียแล้ว เหตุที่เป็นอย่างนั้นเพราะสาวๆ ชอบทหารเพราะแต่งตัวหล่อ

“เรื่องนี้เป็นปัญหาของทหารเอง ผมรับที่จะไปแก้ไขเพราะผมดูแลเรื่องนี้อยู่ จะไม่ให้มีการละเมิดและมีการดูถูกดูหมิ่นคนในพื้นที่” พ.อ.ฐกร กล่าว

นางคำนึง ชำนาญกิจ ชาวจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า ตนเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง เนื่องจากสามีถูกควบคุมตัวจากนั้นถูกดำเนินคดีความมั่นคง แต่ปัจจุบันศาลยกฟ้อง แต่ขณะคดีขึ้นศาล พยานที่เป็นทหารได้กลับไปอยู่ที่ภาคอีสานแล้ว ไม่ยอมมาขึ้นศาลที่ปัตตานี แต่โอนไปพิจารณาคดีที่ศาลจังหวัดขอนแก่น และนครศรีธรรมราชทำให้ต้องสามีเดินทางไปขึ้นศาลที่นั่น ซึ่งทำให้เสียค่าใช้จ่ายในการสู้คดีสูงมากจนต้องขายบ้าน ถามว่ายุติธรรมหรือไม่

นางมุมตัส หีมมินะ จากกลุ่มด้วยใจ ได้นำสตรีมุสลิมคนหนึ่งมาแสดงพร้อมกับกล่าวว่า สามีเธอถูกศาลตัดสินประหารชีวิตจากคดีอุบัติเหตุรถยนต์ทหารพลิกคว่ำ มีทหารเสียชีวิต 2 นาย บาดเจ็บ 1 นาย เนื่องจากถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้หักพวงมาลัยเพื่อหลบหนี ระหว่างเดินทางด้วยรถยนต์ซึ่งทหารเป็นคนขับ โดยขณะนั้นสามีเธอถูกควบคุมตัวตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยสามีเธอยืนยันว่า ขณะเกิดอุบัติเหตุกำลังหลับอยู่ ส่วนสาเหตุของอุบัติเหตุเพราะทหารขับรถเร็วและประมาท ไม่ได้หักพวงมาลัยตามที่ถูกกล่าวหา คำถามคือพยานหลักฐานของฝ่ายจำเลยไม่มีนำหนักพอรับฟังเท่ากับพยานของโจทก์ หรือ

ส่วนผู้เข้าร่วมอื่นๆ มีข้อเสนอเช่น ให้มีการทำประชามติในการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ให้ควบคุมตัวผู้ต้องหาคดีความมั่นคงไว้ในสถานที่เดียวกัน เป็นต้น

สธ.สปสช.เจียดพันล้าน พัฒนาศูนย์สุขภาพชุมชนเมือง ตั้งเป้ามีหมอประจำครอบครัว

ที่มา ประชาไท

สธ. และ สปสช.สนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการพัฒนาหน่วยบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ เพื่อลดแออัดในรพ.ใหญ่ ใช้งบ 1,000 ล้านบาท สนับสนุนรพ.ศูนย์และ รพ.ทั่วไปตั้งศูนย์สุขภาพชุมชนเมืองในพื้นที่รับผิดชอบให้ได้ 2-3 แห่งต่อ รพ. จะทำให้มีศูนย์สุขภาพชุมชนเมือง 243 แห่งทั่วประเทศ ที่มีแพทย์อยู่ปฏิบัติงานประจำ โดยเน้นความรับผิดชอบด้านการรักษาพยาบาลการเจ็บป่วย การสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรคและ การฟื้นฟูสุขภาพ อย่างต่อเนื่องและผสมผสาน ใกล้บ้าน ใกล้ใจ ซึ่งรับผิดชอบประชากรไม่เกินแห่งละ 30,000 หมื่นคน ตั้งเป้าลดความแออัดรพ.ใหญ่ ประชาชนได้รับบริการสะดวกมีคุณภาพใกล้บ้าน

5 มกราคม 2555 นายแพทย์วินัย สวัสดิวร เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายเร่งด่วนเรื่องการพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพ มุ่งเน้นการพัฒนาหน่วยบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิหรือเบื้องต้นทั้งในเขตเมือง และในชนบท ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินการตอบสนองนโยบายด้วยการพัฒนาศูนย์สุขภาพ ชุมชนเมือง (ศสม.) เพื่อบริการสาธารณสุขในเขตเมือง ลดความแออัดของรพ.ใหญ่ และเป็นศูนย์บริการสาธารณสุขใกล้บ้านใกล้ใจ โดยกำหนดให้รพ.ศูนย์และรพ.ทั่วไปจัดตั้งศสม. 2-3 แห่ง ดังนั้น เพื่อเป็นการตอบสนองนโยบายรัฐบาลและการดำเนินการของกระทรวงสาธารณสุข สปสช.ได้สนับสนุนการพัฒนา ศสม 243 แห่ง โดยใช้งบประมาณ 1,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณจากงบค่าเสื่อม งบสนับสนุนและส่งเสริมการจัดบริการและบริการปฐมภูมิ และงบบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค

เลขาธิการ สปสช. กล่าวต่อว่า ซึ่ง ศสม.นี้เป็นการจัดตั้งในเขตเทศบาลในพื้นที่รับผิดชอบของ รพ.ศูนย์และ รพ.ทั่วไป อยู่ในจุดที่ประชาชนเดินทางสะดวก ครอบคลุมประชากรไม่เกิน 30,000 คนต่อ 1 ศูนย์ มีแพทย์เวชปฏิบัติครอบครัวประจำอย่างน้อย 1 คน ทีมสุขภาพ ได้แก่ เภสัชกร ทันตแพทย์ พยาบาล นักกายภาพภาพบำบัดหรือแพทย์แผนไทย เป็นต้น โดยมีเจ้าหน้าที่ 1 คนดูแลประชากรไม่เกิน 1: 1,250 คน ซึ่งรพ.แม่ข่ายจะต้องบริหารจัดการให้มีบุคลากร งบประมาณ เครื่องมือแพทย์และระบบดูแลการรักษาที่มีประสิทธิภาพ

“การสนับสนุนของสปสช.ตามนโยบายของรัฐบาลและการดำเนินการของกระทรวงสาธารณ สุขนั้น ก็เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้อย่างสะดวกรวดเร็ว และเหมาะสมกับภาวะสุขภาพและมั่นใจในการไปรับบริการที่ศูนย์สุขภาพชุมชนเมือง เป็นที่แรก เพื่อลดความแออัดที่แผนกบริการผู้ป่วยนอกของรพ.ศูนย์และรพ.ทั่วไป และเพื่อให้มีศูนย์สุขภาพชุมชนเมืองใกล้บ้านใกล้ใจที่มีคุณภาพและมาตรฐาน ด้วย”นายแพทย์วินัย กล่าว

สมาคมต่อต้านโลกร้อนฟ้องนโยบายใช้ไฟฟ้าฟรี

ที่มา ประชาไท

เผยผลักภาระให้กับประชาชนและผู้ประกอบการส่วนใหญ่ที่ใช้ไฟฟ้าเกิน 90 หรือ 50 หน่วย โวยคิดอยากจะใช้ประชานิยม แต่ไม่มีปัญญาหาเงินมาดำเนินการเอง

5 ม.ค. เวลา 10.00 น. นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เปิดเผยว่า สมาคมฯได้รับมอบอำนาจจากประชาชนและผู้ประกอบการเอกชน ได้ยื่นฟ้องรัฐบาลและหน่วยงานของรัฐรวม 5 หน่วยงานต่อศาลปกครองกลาง ถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งประกอบด้วย คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) คณะรัฐมนตรี (ครม.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และ การไฟฟ้านครหลวง(กฟน.) ในความผิดฐานเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำ การโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายไม่ว่าจะเป็นการออกกฎ คำสั่งหรือการกระทำอื่นใดเนื่องจากกระทำโดยไม่มีอำนาจหรือนอกเหนืออำนาจ หน้าที่หรือไม่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือโดยไม่ถูกต้องตามรูปแบบขั้นตอน หรือวิธีการอันเป็นสาระสำคัญที่กำหนดไว้สำหรับการกระทำนั้น หรือโดยไม่สุจริตหรือมีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม หรือสร้างภาระให้เกิดกับประชาชนเกินสมควร หรือเป็นการใช้ดุลพินิจโดยมิชอบ จากกรณีที่หน่วยงานต่าง ๆ ดังกล่าวร่วมกันมีมติให้ประชาชนผู้ด้อยโอกาสใช้ไฟฟ้าฟรี 90 หน่วยต่อเดือนและภายหลังมีมติปรับลดเหลือ 50 หน่วยต่อเดือน เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 54 ที่ผ่านมา

นโยบายดังกล่าวถือว่าเป็นนโยบายที่ดี ซึ่งรัฐบาลในอดีตเคยเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมดเอง แต่พอมาในรัฐบาลยุคนี้กลับดำเนินการผลักภาระค่าใช้จ่ายของผู้ใช้ไฟฟ้าฟรีดัง กล่าวไปให้ประชาชนทุกครัวเรือน ผู้ประกอบการขนาดเล็ก จนถึงขนาดใหญ่ทุกรายที่ใช้ไฟฟ้าเกิน 90 หน่วยหรือเกิน 50 หน่วย ให้ร่วมรับผิดชอบต่อค่าไฟฟ้าฟรีดังกล่าว นอกจากนั้นพบข้อมูลจากสมาคมแช่เยือกแข็งไทยรายงานว่าผู้ประกอบการบางจังหวัด ถูกเรียกเก็บค่าไฟฟ้าสูงขึ้นกว่าอัตราที่ใช้ในแต่ละรอบเดือนตั้งแต่เดือน กรกฎาคม 2554 ที่ผ่านมา อาทิ จังหวัดสงขลาเพิ่มขึ้นร้อยละ 30 จังหวัดระนองเพิ่มขึ้นร้อยละ 58 จังหวัดจันทบุรีเพิ่มขึ้นร้อยละ 28 นอกจากนี้ประชาชนบางครัวเรือนช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมามีการเรียกเก็บค่า ไฟฟ้าสูงกว่าปกติมาก ทั้ง ๆ ที่ชาวบ้านไม่ได้อยู่บ้านเลยตลอดช่วงน้ำท่วม การดำเนินการดังกล่าวของรัฐบาลและหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องถือได้ว่า เป็นการดำเนินการโดยมิชอบ มีการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม ขัดต่อรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 30 และขัดต่อ พ.ร.บ.ประกอบกิจการพลังงาน 2550 มาตรา 7 (4) โดยชัดแจ้งนายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด

คำขอท้ายฟ้อง
1) ขอให้ศาลพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ถึงที่ 3 เพิกถอนคำสั่งหรือมติเกี่ยวกับมาตรการค่าไฟฟ้าฟรี เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการผลักภาระค่าการใช้ไฟฟ้าฟรี สำหรับผู้ที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกินครัวเรือนละ 90 หรือ 50 หน่วยต่อเดือน ไปให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทกิจการขนาดกลาง กิจการขนาดใหญ่ กิจการเฉพาะอย่าง และองค์กรที่ไม่แสดงหากำไร หรือประชาชน ผู้ประกอบการ หรืออุตสาหกรรมต่าง ๆ ทั่วประเทศ และให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 ที่ 5 คืนเงินที่เรียกเก็บไปแล้วจากนโยบายดังกล่าวคืนให้กับประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าที่ ถูกรับภาระค่าไฟฟ้าดังกล่าวทั้งหมดตั้งแต่เริ่มเก็บเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2554 มาจนถึงวันที่ศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษา พร้อมอัตราดอกเบี้ยตามที่ศาลกำหนด

2) ขอให้ศาลพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ที่ 2 และหรือผู้ถูกฟ้องคดีทั้งหมด ยกเลิกการจำแนกประเภทของผู้ใช้ไฟฟ้าออกเป็นประเภทต่าง ๆ และให้กำหนดอัตราค่าไฟฟ้าที่เท่าเทียมกันทั้งประเทศโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ อย่างไม่เป็นธรรม

3) ขอให้ศาลพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 แก้ไขคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินโครงการกำกับอัตราค่าพลังงาน ให้เกิดความเป็นธรรม โดยแต่งตั้งตัวแทนของผู้ใช้ไฟฟ้าประจำเขตทั้งประเทศ หรือตัวแทนภาคประชาชนชนผู้ใช้ไฟฟ้า เข้าไปเป็นคณะกรรมการดังกล่าวเสีย และหรือในคณะทำงานทุก ๆ คณะฯ ตามพระราชบัญญัติประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ.2550

4) ขอให้ศาลพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำประชาพิจารณ์หรือจัดกระบวนการรับฟังความคิด เห็นของประชาชนหรือผู้มีส่วนได้เสียตามกฎหมายบัญญัติทุกครั้งอย่างทั่วถึง ทั่วประเทศ ก่อนที่จะมีการประกาศใช้ค่าไฟฟ้าผันแปร หรือค่าเอฟที ต่อผู้ใช้ไฟฟ้าที่จะต้องได้รับผลกระทบต่อการประกาศค่าเอฟทีดังกล่าว

5) ด้วยปรากฏว่าขณะนี้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 ได้ดำเนินการเรียกเก็บค่าใช้ไฟฟ้าจากผู้ฟ้องคดีและประชาชน ผู้ประกอบการต่าง ๆ ทั่วประเทศแล้ว ก่อให้เกิดความเดือดร้อนและเสียหายเกิดขึ้นกับผู้ฟ้องคดีและผู้ใช้ไฟฟ้าเกิน 90990 และหรือ 50 หน่วยทั่วประเทศ ผู้ฟ้องคดีจึงใคร่มีคำขอมายังศาลในข้อนี้ เพื่อศาลได้โปรดเปิดการไต่สวนและมีเมตตากำหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครอง ชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาตามคำขอของผู้ฟ้องคดีโดยมีคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดี ระงับการผลักภาระการเก็บค่าการใช้ไฟฟ้าส่วนเกินจากการใช้ไฟฟ้าฟรี ไปเก็บผู้ที่ใช้ไฟฟ้าเกินครัวเรือนละ 50 หน่วยต่อเดือน ให้กับผู้ฟ้องคดี และหรือผู้ใช้ไฟฟ้า และหรือผู้ประกอบการ หรืออุตสาหกรรมต่าง ๆ ทั่วประเทศที่ต้องเสียหรือจ่ายเงินดังกล่าวแล้วด้วย

กระจายอำนาจ สู่การปฏิรูปโครงสร้างรัฐชายแดนใต้ (5)

ที่มา ประชาไท

ในงานสมัชชาปฏิรูปเฉพาะประเด็น 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ “ชายแดนใต้ไม่ทอดทิ้งกัน” ในวันที่ 5 มกราคม 2555 ซึ่งเป็นวันที่สองของงาน ที่กำหนดให้มีการนำเสนอเรื่องการกระจายอำนาจในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น

สาระสำคัญที่คนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ควรให้ความสนใจอย่างเป็นพิเศษคือ ทางเลือกการกระจายอำนาจรูปแบบพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีอยู่ 6 ทางเลือก คราวนี้มาว่ากัน 2 ประเด็นสุดท้าย

ทางเลือกที่ 5 มหานคร 1
เป็นการปกครองท้องถิ่นขนาดใหญ่รวมพื้นที่ จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส และอำเภอเทพา อำเภอจะนะ อำเภอสะบ้าย้อย และอำเภอนาทวี จังหวัดสงขลาเข้าด้วยกัน เป็นหนึ่งหน่วยการปกครอง มีผู้ว่าราชการมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน มีองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดย่อย

ลักษณะเด่นของรูปแบบนี้ ผู้ว่าราชการมหานครมาจากการเลือกตั้ง รับผิดชอบครอบคลุมพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในปัจจุบัน สอดคล้องกับลักษณะเฉพาะทางประวัติศาสตร์ของพื้นที่ ในขณะเดียวกัน ยังคงไว้ซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแบบเดิม

โครงสร้างการบริหาร ผู้ว่าราชการมหานครมาจากการเลือกตั้งโดยตรง สภามหานครมาจากการเลือกตั้งจากเขตเลือกตั้ง สภาเขตมาจากการเลือกตั้งโดยตรงภายในเขต และมีคณะกรรมการประสานงานระหว่างส่วนกลางกับท้องถิ่น

จุดเด่นอยู่ตรงที่ประชาชนสามารถเลือกผู้นำที่ตนเองต้องการได้ ในขณะที่ผู้นำที่ได้รับการเลือกตั้งก็มีความเป็นตัวแทนสูง และมีพันธะรับผิดชอบโดยตรงต่อคนที่เลือกมา และลดแรงต้านจากองค์กรปกครองท้องถิ่นในปัจจุบัน เพราะองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล ยังคงอยู่

อัตรากำลังข้าราชการในท้องถิ่นจะขยายตัวเพิ่มมากขึ้น ทำให้ประชาชนในพื้นที่มีโอกาสที่จะได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการในท้องถิ่น มากขึ้นตามไปด้วย

ข้อที่ถูกวิจารณ์คือ อำนาจของผู้ว่าราชการมหานคร อาจจะทับซ้อนกับขององค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล ทำให้ไม่สามารถบริหารจัดการพื้นที่ได้อย่างเต็มที่

การเปิดให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด จะทำให้กลุ่มอิทธิพลเข้ามามีอำนาจทางการเมืองมากขึ้น และมีแนวโน้มที่จะมีการทุจริตมากตามไปด้วย และยังมีข้อวิจารณ์ถึงความไม่พร้อมของประชาชนในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการ จังหวัดด้วย

หน้าตาของปัตตานีมหานคร 1 รูปแบบใกล้เคียงกับร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการนครปัตตานี พ.ศ. ... ของพรรคเพื่อ

สาระสำคัญระบุว่า การบริหารนครปัตตานี ประกอบด้วย สภานครปัตตานี และผู้ว่านครปัตตานี สมาชิกสภานครปัตตานีมาจากการเลือกตั้งจากตัวแทนอำเภอ โดยให้อำเภอเป็นเขตเลือกตั้งมีสมาชิกสภาฯได้ 1 คน ให้มีผู้ว่านครปัตตานีหนึ่งคน และรองผู้ว่านครปัตตานีได้ไม่เกิน 3 คน ผู้ว่านครปัตตานี มาจากการเลือกตั้งของประชาชนในจังหวัดนราธิวาส จังหวัดยะลา และจังหวัดปัตตานี

ให้นครปัตตานีปฏิบัติภารกิจในการจัดทำ และบูรณาการแผนงานโครงสร้างด้านการพัฒนาของหน่วยงานของรัฐต่างๆ องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นและเอกชน

ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หน้าที่ ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้างและอัตรากำลังของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) มาเป็นของนครปัตตานี

นโยบายเสริมสร้างสันติสุข ยุทธศาสตร์การแก้ไขความมั่นคงและการรักษาความมั่นคงภายในพื้นที่จังหวัดชาย แดนภาคใต้ เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของรัฐบาล

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีอำนาจและหน้าที่ควบคุมดูแลการปฏิบัติราชการของนครปัตตานี

ให้ดำรงตำแหน่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด นายกเทศมนตรี และนายกองค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส จังหวัดยะลา และจังหวัดปัตตานี ยังคงอยู่

ทั้งนี้จะต้องยกเลิกศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2553 โดยให้นครปัตตานี เป็นท้องถิ่นรูปแบบพิเศษทำหน้าที่ในการกำหนดยุทธศาสตร์ในการพัฒนาจังหวัด นราธิวาส จังหวัดยะลา และจังหวัดปัตตานีอย่างบูรณาการ และให้ใช้พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการนครปัตตานีมหานคร พ.ศ. ...แทน

ทางเลือกที่ 6 มหานคร 2
เป็นการปกครองท้องถิ่นขนาดใหญ่ รวมจังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส และอำเภอเทพา อำจะนะ อำเภอสะบ้าย้อย และอำเภอนาทวี จังหวัดสงขลาเข้าด้วยกันเป็นหนึ่งหน่วยการปกครอง มีผู้ว่าราชการมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน และยกเลิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล

ลักษณะเด่น ผู้ว่าราชการมหานครมาจากการเลือกตั้ง รับผิดชอบครอบคลุมพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ปัจจุบัน สอดคล้องกับลักษณะเฉพาะทางประวัติศาสตร์ของพื้นที่ โดยยกเลิกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแบบเดิม ทั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล

โครงสร้างการบริหาร ผู้ว่าราชการมหานครมาจากการเลือกตั้งโดยตรง สภามหานครมาจากการเลือกตั้งโดยตรงตามเขตเลือกตั้ง และสภาเขตมาจากการเลือกตั้งโดยตรงภายในเขต สภาประชาชนที่มาจากการเลือกตั้งตามสาขาอาชีพ และมีคณะผู้อาวุโสทางจริยธรรม ซึ่งมาจากผู้รู้ทางศาสนาในพื้นที่

จุดเด่น ประชาชนสามารถเลือกผู้นำที่ตนเองต้องการได้ ในขณะที่ผู้นำที่ได้รับการเลือกตั้งก็มีความเป็นตัวแทนสูงและมีพันธะรับผิด ชอบโดยตรงต่อผู้คนที่เลือกมา

การรวมพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เข้าด้วยกันสอดคล้องกับลักษณะเฉพาะทางประวัติศาสตร์ของพื้นที่

อัตรากำลังข้าราชการในท้องถิ่นจะขยายตัวเพิ่มมากขึ้น ทำให้ประชาชนในพื้นที่มีโอกาสที่จะได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการในท้องถิ่น มากขึ้นตามไปด้วย

ข้ออ่อนที่ถูกวิจารณ์คือ มีแรงต้านจากองค์กรปกครองท้องถิ่นในปัจจุบัน เพราะองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล จะถูกยกเลิก

การเปิดให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการนครปัตตานี ทำให้กลุ่มอิทธิพลเข้ามามีอำนาจทางการเมืองมากขึ้น และมีแนวโน้มที่จะมีการทุจริตมากตามไปด้วย และมีข้อวิจารณ์ถึงความไม่พร้อมของประชาชนในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการ จังหวัด

รายละเอียดรูปแบบการบริหารราชการดูได้จากร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหาร ราชการปัตตานีมหานคร พ.ศ. ... ที่จัดทำเครือข่ายประชาชนเพื่อพัฒนาการมีส่วนร่วมทางการปกครองในจังหวัดชาย แดนใต้ ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ สถาบันวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ คณะกรรมการประชาสังคม สภาพัฒนาการเมือง

สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการปัตตานีมหานคร พ.ศ. ... ระบุให้การบริหารปัตตานีมหานคร ประกอบด้วย สภาปัตตานีมหานคร และผู้ว่าการปัตตานีมหานคร โดยสภาปัตตานีมหานคร ประกอบด้วย สมาชิก 43 คน มาจากการเลือกตั้งตามเขตพื้นที่ 37 คน และกลุ่มผู้นับถือศาสนาพุทธ 3 คน ศาสนาอื่น 1 คน สตรี 1 คน และผู้พิการ 1 คน ทำหน้าที่เสนอและพิจารณาข้อบัญญัติ ตั้งกระทู้ถาม และตั้งคณะกรรมการด้านต่างๆ

ผู้ว่าราชการปัตตานีมหานคร มีอำนาจในการบริหารและกำหนดนโยบาย โดยมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนด้วยเสียงเกินกึ่งหนึ่ง มีวาระ 4 ปี และมีรองผู้ว่าราชการเป็นคนไทยพุทธไม่น้อยกว่า 1 ใน 3

ผู้ว่าฯ มีอำนาจแต่งตั้งปลัดปัตตานีมหานครทำหน้าที่บริหารราชการประจำตามนโยบาย แต่งตั้ง “ผู้อำนวยการเขต” ทำหน้าที่ประสานงานกับสภาเขต และแต่งตั้งหัวหน้าแขวง 290 คน ทำหน้าที่ประสานงานกับสภาเขต กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน

ขณะเดียวกันก็มี “สภาเขต” ประกอบด้วย สมาชิกอย่างน้อยเขตละ 7 คน มาจากการเลือกตั้งตามเขตพื้นที่ มีหน้าที่จัดทำแผนพัฒนาเขต จัดสรรงบประมาณพัฒนาเขต

มี “สภาประชาชน” ประกอบด้วย สมาชิก 51 คน มาจากการเลือกตั้งของกลุ่มอาชีพ กลุ่มวัฒนธรรม และองค์กรประชาสังคม ทำหน้าที่เสนอแนะ ตรวจสอบ ประเมินผลการดำเนินงานของผู้ว่าฯ และสมาชิกปัตตานีมหานคร พร้อมจัดทำรายงานประจำปี เสนอชื่อผู้ทรงคุณวุฒิต่อสภาปัตตานีมหานคร เพื่อเป็น กรรมาธิการด้านต่างๆ แนะนำรายชื่อผู้เหมาะสมจะลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ ด้วยกระบวนการปรึกษาหารือ

อีกทั้งยังมี “คณะผู้แทนส่วนกลาง” 22 คน จากผู้แทนกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำหน้าที่ประสานงานและแก้ไขข้อขัดแย้ง ระหว่างรัฐบาลกับปัตตานีมหานคร กำกับดูแลการบริหารให้เป็นไปตามกฎหมาย และมาตรฐานกลาง ให้คำปรึกษาในแง่ของข้อกฎหมาย และระเบียบต่างๆ

รวมถึง “คณะผู้อาวุโสทางจริยธรรม” 15 คน มาจากการเลือกตั้งของผู้นับถือศาสนาอิสลาม ที่จบการศึกษาระดับซานาวีขึ้นไป ทำหน้าที่วินิจฉัยหลักการอิสลาม ตามที่ผู้ว่าฯ หรือประธานสภาฯ ร้องขอ คำวินิจฉัยดังกล่าวต้องไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของศาสนิกอื่น และไม่ขัดต่อบทบัญญัติตามกฎหมาย

นี่คือ ประเด็นที่จะมีการพูดคุยกัน ในที่ประชุมสมัชชาปฏิรูปเฉพาะประเด็น 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ “ชายแดนใต้ไม่ทอดทิ้งกัน” ที่มหาวิทยลัยราภัฏยะลา ตลอดวันที่ 5 มกราคม 2555 นี้

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 06/01/55 ยามบ้านเมืองวิกฤติ...คนซาดิสม์เต็มพรรค

ที่มา blablabla

โดย



ยามบ้านเมือง หมองหม่น จนวิกฤติ
พวกซาดิสม์ ก็เร่งสร้าง ทางฉิบหาย
หวังเติมเชื้อ คุกรุ่น เรื่องวุ่นวาย
ด้วยจุดหมาย คือระยำ ทำอัปรีย์....

ราชประสงค์ ผ่านฟ้า เหยื่อบ้าอำนาจ
ทั้งเข่นฆ่า อาฆาต ขาดศักดิ์ศรี
คนมือเปล่า ถูกใครเล่า เข้าโจมตี
ใครสั่งฆ่า ใครย่ำยี พี่น้องไทย....

สส.บาป คราบมือปืน ยื่นมรณะ
ไม่ลดละ ร้อยเล่ห์ ทำเฉไฉ
เหยื่ออารมณ์ คนชั่ว ตัวจัญไร
คนพรรคไหน ใครย่อมเห็น ไม่เว้นวัน....

รัฐธรรมนูญ เผด็จการ สามานย์ชัด
ยังตามงัด รุกไล่ ไม่สร้างสรรค์
รู้ทั้งรู้ มันกากเดน เห็นทั่วกัน
กลับดึงดัน ชื่นชม เหมาะสมดี....

สมชื่อพรรค ชั่วช้า โคตรซาดิสม์
ปากวิปริต มักง่าย ไม่หน่ายหนี
คิดชั่วๆ แหลกเหลว เลวทั้งปี
พรรคกาลี คนอุบาทว์ ขาดคุณธรรม....

๓ บลา / ๖ ม.ค.๕๕