WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, January 10, 2012

รวมวิวาทะร้อนรับปีใหม่ 2555 กันแบบฮา ๆๆๆ

ที่มา Thai E-News

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
9 มกราคม 2555

ปราก ฎการณ์ความคลั่งไม่เข้าใครออกใคร สลิ่มไล่จิกกัดไม่เว้นวัน ต่อทุกคนที่แสดงความคิดเห็นเรื่องยกเลิกหรือแก้ไขมาตรา 112 ไทยอีนิวส์ ขอนำเสนอภาพความคลั่งเหล่านี้ เพื่อร่วมแบ่งปันเสียงหัวเราะ


อธิการบดี ม. ธรรมศาสตร์ สมคิด เลิศไพฑูรย์ กำลังรู้ประจักษ์ด้วยตัวเอง ถึงความคลั่งในเมืองไทย

ขอบคุณภาพจาก เจเจ สาทร

สลิ่ม พยายามปลุุกฝีกระทิงแดง นวพลที่สังหารนักศึกษา 6 ตุลาคม 2516 หลายร้อยคน ให้มาเข้าสิงพวกเขาเพื่อจะสร้างตราบาป 2555 บันทึกไว้เป็นเกียรติประวัติกับวงศ์ตระกูลบ้าง

ไม่ขอบคุณทั้งภาพและการกระทำ นิติไท ร่วมใจปกป้องสถาบัน

0 0 0 0 0


ที่มาส่วนนี้จากเฟสบุค Bus Tewarit ขอบคุณ เทวฤทธิ์ มณีฉาย สำหรับการรวบรวมวิวาทะทางการเมืองต่างๆ


ทั้งนี้ ผบ. ทบ. ประยุทธิ์ จันทร์โอชา ออกมาให้สัมภาษณ์ "พิทักษ์สถาบันฯ" รายวัน


นักการเมืองขวาหัน ที่ทหารว่ายังไง เราก็ว่ายังงั้น ออกมาสะท้อนรับทอดอย่างไม่รีรอ

นักการเมืองเหลิงอำนาจ ต้องการสร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์แต่ไม่ต้องใช้สมอง คิดเพียงว่าเล่นเรื่อง 112 เรื่องเดียวก็เอาตัวรอดได้


แต่ที่น่าตระหนกคือนายกหญิงในดวงใจคนเสื้อแเดง เริ่มใช้คำว่า "ม็อบ"


0 0 0 0 0



ปิดท้ายด้วยการ์ตูนน่ารัก อ่านสบายๆๆ แต่แน่นด้วยข้อคิดจากคุณ คชสาร

ขอบคุณ Kotchasarn Tangyamarun








Monday, January 9, 2012

ประวัติศาสตร์ เหรียญด้านเดียว

ที่มา ประชาไท

วันที่ 7 ม.ค. ที่วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหม พร้อมครอบครัวได้ร่วมกันทำบุญถวายสังฆทานเนื่องในวันครบรอบวันเกิดปีที่ 75 พร้อมกล่าวถึงกรณีที่ทุกพรรคการเมืองมีมติไม่ควรแก้ไขมาตรา 112 ว่า ส่วนตัวเห็นด้วยกับเรื่องนี้ และที่ผ่านมาก็เคยแสดงความเห็นด้วยกับแนวคิดของบรรดานักวิชาการที่เห็นว่า เป็นการไม่บังควรอย่างยิ่ง

"ขอให้คนที่คิดเรื่องนี้ศึกษาประวัติศาสตร์ชาติไทยให้ลึกและมากหน่อยว่า เรามีชาติไทยมาได้ถึงทุกวันนี้ เพราะเรามีพระมหากษัตริย์เป็นผู้กอบกู้ประเทศชาติมาตลอดเวลา ดังนั้นจึงสมควรให้สถาบันพระมหากษัตริย์อยู่คู่กับชาติตลอดไป" รมว.กลาโหม กล่าว

ข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ชิ้นนี้ทำให้ผู้เขียนรู้สึกบางอย่างในหัวใจและอาจ จะระบายออกไปว่าการศึกษาประวัติศาสตร์ที่ท่านเอ่ยอ้างมานั้นเป็นประวัติ ศาสตร์ในตำราไหน การเอ่ยอ้างเรื่องการศึกษาประวัติศาสตร์ชาติไทยที่เต็มไปด้วยแนวคิดราชาชาติ นิยมที่ไม่ได้เป็นไปตามประวัติศาสตร์อันแท้จริงที่เกิดขึ้น ตำราวิชาประวัติศาสตร์ใหม่ที่ถูกเขียนขึ้นโดยฝ่ายอนุรักษ์นิยมเต็มไปด้วยแนว คิดเข้าข้างตัวเองของสยามประเทศ เช่น พม่าศัตรูตลอดกาล ลาว เขมรต้องเป็นประเทศที่ต้องพึ่งบุญสยามมาโดยตลอด สยามเป็นลูกแกะที่โดนรังแกโดยหมาป่าฝรั่งเศส และอังกฤษ

แนวคิดในการศึกษาประวัติศาสตร์เช่นนี้ปิดกั้นความคิดของคนในชาติ ส่งผลให้คนในชาตินั้นหลงใหลได้ปลื้มในประวัติศาสตร์แบบวรรณกรรมชนช้าง การสอนประวัติศาสตร์แบบนิทานปรัมปราที่ส่งผลหลายอย่างแก่ผู้เรียนมาจนส่งผล ให้เห็นได้จากแนวคิดของคนในสังคมปัจจุบันนี้ อาจอธิบายการศึกษาประวัติศาสตร์ไทยได้ดังนี้ “ประวัติศาสตร์ไทย” นั้นมักจะเป็นประวัติศาสตร์ที่ถูกตัดตอน คือเอามานำเสนอแค่ด้านเดียว เป็นประวัติศาสตร์แบบ “ราชาชาตินิยม” ศูนย์กลางเรื่องอยู่ที่พระมหากษัตริย์ อยู่ที่ชนชั้นปกครอง ไม่เห็นความสำคัญของราษฎร ประวัติศาสตร์แบบราชาชาตินิยมนี้ให้ข้อมูลแต่ด้านเดียว ประวัติศาสตร์แบบราชาชาตินิยมนั้น มักจะได้รับการเอาใจใส่จากชนชั้นปกครอง ให้เรียนรู้ประวัติศาสตร์เช่นเรื่อง เสียดินแดน 14 ครั้ง, เขาพระวิหารเป็นของไทย อะไรประมาณนี้ หรือแม้กระทั่งเนื้อเพลงชาติที่ร้องกันทุกวันนี้ ถ้าตั้งคำถามแล้วจะโดนหาว่าเป็นคนไทยหรือเปล่า? ประวัติศาสตร์แบบนี้นั้นมักจะสอนให้ซาบซึ้งและ “กล่อมประสาท” ไปวันๆ กล่อมประสาทจนไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น

“ในขณะที่เราเรียกร้องให้ระบบการศึกษาผลิตคนที่คิดเป็น เรากลับเรียกร้องให้เยาวชนเสพประวัติศาสตร์เป็นยากล่อมประสาทหนักเข้าไปอีก” (ธงชัย วินิจจะกูล)

ผู้เขียนเชื่อโดยสุจริตใจเป็นส่วนตัวว่า ผู้ที่เคลื่อนไหวแก้มาตรา 112 นั้นมีความหวังดีต่อสถาบันกษัตริย์ มุ่งหวังในสถาบันดำรงคงอยู่อย่างยั่งยืน ยาวนาน และมั่นคง และนักวิชาการที่ต้องการแก้ไขมาตรานี้หลายๆ ท่านเป็นนักประวัติศาสตร์ที่มีความรู้ประวัติศาสตร์อย่างแท้จริง เป็นวิทยาศาสตร์มากกว่าที่เรียนกันในโรงเรียนที่ท่านรัฐมนตรีเรียนอย่างแน่ นอน การเรียนรู้ประวัติศาสตร์เพื่อที่จะนำข้อผิดข้อพลาดในอดีตนั้นมาปรับปรุง แก้ไขให้ดียิ่งๆขึ้น มิใช่การศึกษาเพื่อการควบคุมความคิดประชาชน และสิ่งสำคัญที่การศึกษาประวัติศาสตร์ได้สร้างกระบวนการเรียนรู้แบบวิทยา ศาสตร์ขึ้น คือความสงสัย สงสัยในประวัติศาสตร์ที่ถูกบอกเล่ามาว่ามันเป็นจริง(realistic) หรือไม่ นี่คือกระบวนการเริ่มต้นในการศึกษาประวัติศาสตร์ให้เป็นวิทยาศาสตร์ เมื่อได้ความจริงทางประวัติศาสตร์ออกมาแล้ว จึงต้องมาถอดบทเรียนจากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาเพื่อการพัฒนาในสิ่งต่างๆ ที่ประวัติศาสตร์ได้ให้บทเรียนนั้นไว้ วิชาประวัติศาสตร์ที่สอนในตำราเรียนก็สะท้อนได้ว่าประเทศนั้นๆ เป็นเช่นไร เราควรปรับปรุงเปลี่ยนแปลงการสอนประวัติศาสตร์แบบด้านเดียว เพราะเสมือนกับการบอกคนว่า เหรียญนั้นมีเพียงด้านเดียว ซึ่งเป็นไปไม่ได้ แต่บ้านเรากำลังบังคับบอกทุกๆ คนในประเทศว่า เหรียญนั้นมีเพียงด้านเดียว ถ้าใครไม่เชื่อก็ไปอยู่ประเทศอื่น วันหนึ่งผู้คนก็จะรู้ว่าเหรียญที่มีด้านเดียวนั้นเป็นเหรียญที่ไม่ใช่ของ จริงเป็นเหรียญเก๊

ขอฝากข้อความจากปัญญาชน 3 ท่าน เพื่อสะท้อนสังคมในปัจจุบันได้ดี

“สิ่งใดบังคับให้เทิดทูนสักการะ สิ่งใดลวงให้ซาบซึ้งน้ำตาไหล สิ่งใดถูกตั้งคำถามและตรวจสอบมิได้ สิ่งนั้นคือมายา-อวิชชา-มิจฉาทิฐิ”

(มุกหอม วงษ์เทศ)

“การศึกษาประวัติ ศาสตร์ตามจารีตของไทยไม่ได้มีไว้เพื่อยกระดับการคิดการใช้สมองของประชากร ไม่ได้มุ่งหมายผลิตปัจเจกชนที่อิสระ หัวแข็ง ไม่ยอมเชื่ออะไรง่ายๆ”

(ธงชัย วินิจจะกูล)

“ก็มนุษย์นั้น ถ้าไม่มั่นในสัจจะ และไม่มุ่งในความยุติธรรมเสียแล้ว อาจเลวกว่าเดรัจฉานก็ได้ มิใช่หรือ”

(สุลักษณ์ ศิวรักษ์)

แต่คำที่โดนใจข้าพเจ้ามากๆคือ ข้อความที่ผู้ใช้นามว่า ศาสดา ในโลกสังคมออนไลน์ได้เขียนไว้ว่า

“ประเทศเรานี้ คิดเอง เออเอง ครื้นเครงอยู่ในกะลา”

บึ้มเจ็บระนาว! หลังศาลยกฟ้อง "อันวาร์" คดีร่วมเพศทางเวจมรรค

ที่มา ประชาไท

ผู้นำฝ่ายค้านมาเลเซีย "อันวาร์ อิบราฮิม" พ้นผิดคดีร่วมเพศทางเวจมรรค ศาลไม่เชื่อหลักฐาน "ดีเอ็นเอ" "อันวาร์" เผยมุ่งศึกเลือกตั้ง ขณะที่หลังคำพิพากษาเกิดเหตุระเบิดอย่างน้อย 3 ครั้งมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก

ตามที่วันนี้ (9 ม.ค.) ศาลมาเลเซียกำหนดจะตัดสินคดีนายอันวาร์ อิบราฮิม อายุ 64 ปี อดีตรองนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และผู้นำฝ่ายค้านในความผิดฐานร่วมเพศทางเวจมรรคกับนายโมฮัมหมัด ไซฟูล บูคารี อัสลัน อดีตผู้ช่วยของเขานั้น ล่าสุด หนังสือพิมพ์มาเลเซียกินี รายงานเช้าวันนี้ (9 ม.ค.) ว่า ณ ที่ทำการศาลกัวลาลัมเปอร์ ถ.ดูตา กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย มีผู้สนับสนุนนายอันวาร์ และพรรคฝ่ายค้านทั้ง PKR PAS PSM และ DAP ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษาของศาลจำนวนมากตั้งแต่เช้ามืด โดยตะโกนคำขวัญ "Reformasi" อยู่ภายนอกที่ทำการศาล ขณะที่ตั้งแต่เช้ามืดจนถึง 7.00 น. ได้เกิดฝนตกหนักบริเวณที่ทำการศาล ทั้งนี้มาเลเซียกินีรายงานว่ามีผู้สนับสนุนนายอันวาร์ราว 6 พันคนภายนอกศาล

ผู้สนับสนุนฝ่ายค้านและนายอันวาร์ อิบราฮิมชุมนุมหน้าศาล (ที่มา: Media Rakyat)





บรรยากาศชุมนุมที่ศาลในกรุงกัวลาลัม เปอร์ และอันวาร์ อิบราฮิม ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวหลังศาลยกฟ้อง (ที่มา: Malaysiakini.tv/youtube.com)



เหตุระเบิดที่ข้างศาล หลังตัดสินคดีอันวาร์เมื่อ 9 ม.ค. 54 (ที่มา: Malaysiakini.tv/youtube.com

ขณะเดียวกันมีกลุ่มอนุรักษ์นิยม "เปอร์กาซา" มาชุมนุมต่อต้านนายอันวาร์อยู่ภายนอกศาลด้วยประมาณ 30 คน แต่ได้รีบสลายตัวไปหลังเผชิญหน้ากับผู้สนับสนุนนายอันวาร์

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายร้อยนายได้เข้าประจำการ และเตรียมรถบรรทุก 21 คัน และเตรียมรถดับเพลิงมาด้วย

ทั้งนี้ในเวลาประมาณ 9.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ผู้พิพากษาโมฮัมหมัด ซาบิดิน โมฮัมหมัดดิอา เริ่มอ่านคำพิพากษาโดยตัดสินว่า "หลักจากพิจารณาหลักฐาน ศาลไม่อาจมั่นใจ 100% ว่าตัวอย่างดีเอ็นเอที่นำมาตรวจนั้นไม่มีการปนเปื้อน และปลอดเชื้อพอที่จะนำมาเป็นหลักฐานทางดีเอ็นเอ

ดังนั้น จึงมีแต่คำให้การของนายไซฟูล แต่เนื่องจากนี่เป็นการกระทำผิดกฎหมายทางเพศ ศาลจึงรู้สึกไม่เต็มใจนักที่จะพิพากษาโดยยึดเอาแต่คำให้การของนายไซฟูล ซึ่งไม่มีข้อสนับสนุน ข้อกล่าวหานี้จึงให้พ้นความผิดและให้จำหน่ายคดี

นายอันวาร์กล่าวว่าเขารู้สึกประหลาดใจและขอยืนยันในความบริสุทธิ์ "พวกเรามีวาระว่าจะมุ่งไปที่การเลือกตั้ง"

ผู้สนับสนุนนายอันวาร์ที่อยู่บริเวณมัสยิดวิลายาห์ได้ปรบมือให้กับการตัดสินของศาล

สำหรับความผิดฐาน sodomy หรือการร่วมเพศทางเวจมรรคในมาเลเซียมีโทษจำคุก 20 ปี ถือเป็นกฎหมายที่ตกทอดมาจากสมัยอาณานิคมอังกฤษ ขณะที่อังกฤษได้ยกเลิกกฎหมายฐานความผิดนี้ไปแล้ว

สำหรับนายอันวาร์ อิบราฮิม เคยเป็นอดีตรองนายกรัฐมนตรี ซึ่ง ดร.มหาธีร์ โมฮัมหมัด อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซียเคยวางตัวให้เขาเป็นทายาทการเมือง อย่างไรก็ตามเขาถูกปลดออกจากตำแหน่งหลังจากขัดแย้งกับ ดร.มหาธีร์ และถูกตัดสินจำคุก 6 เดือนในปี 2543 ในข้อหาใช้อำนาจในทางมิชอบ และถูกปฏิเสธการประกันตัว

ทั้งนี้หลังการตัดสินของศาล เกิดเหตุระเบิดขึ้นใกล้กับศาล 3 ครั้ง ผู้เห็นเหตุการณ์ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่าหลังเกิดเหตุมีผู้บาดเจ็บจำนวน หนึ่ง นอกจากนี้มีรถยนต์จำนวนมากกระจกแตกได้รับความเสียหายด้วย

ที่มาของข่าว: เรียบเรียงบางส่วนจาก Sodomy II verdict: Anwar NOT guilty!, Malaysiakini, Jan 9, 2012 http://www.malaysiakini.com/news/186052

ผู้นำรบ.จาไมก้า ประกาศแยกตนเป็นอิสระจากราชวงศ์อังกฤษ

ที่มา ประชาไท

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ปอร์เซีย ซิมป์สัน มิลเลอร์ นายกรัฐมนตรีหญิงจาไมก้า ซึ่งปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาภายใต้เครือจักรภพ ประกาศเมื่อวันศุกร์ (6 ม.ค. 54) ที่ผ่านมาว่า ในวาระที่จาไมก้าได้เข้าสู่ปีที่ 50 ของการเป็นเอกราชจากอาณานิคม รัฐบาลจาไมก้าจะมุ่งบรรลุซึ่งความเป็นเอกราชที่สมบูรณ์ โดยการดำเนินการเพื่อแยกประเทศออกจากเครือราชวงศ์อังกฤษและประกาศตนเป็น สาธารณะอิสระ

ปอร์เซีย ซิมป์สัน มิลเลอร์ ผู้เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นสมัยที่สอง หลังชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา กล่าวต่อหน้าสาธารณชนว่า มันถึงเวลาแล้วที่จาไมก้าจำเป็นจะต้องแยกตัวออกจากการปกครองภายใต้เครือ จักรภพ

“ดิฉันรักพระราชินี ท่านเป็นสตรีที่สง่างาม และยังเป็นสตรีที่ฉลาดและเยี่ยมยอดอีกด้วย แต่ดิฉันคิดว่า เวลานั้นได้มาถึงแล้ว” มิลเลอร์กล่าว





ทั้งนี้ จาไมก้าถูกปกครองเป็นอาณานิคมของอังกฤษตั้งแต่ปีค.ศ. 1655 และได้รับเอกราชเมื่อปี 1962 ภายใต้การปกครองเครือจักรภพ โดยรัฐธรรมนูญปัจจุบันของจาไมก้าได้ระบุให้ราชินีอลิซาเบ็ธเป็นประมุขของ ประเทศ โดยนายกรัฐมนตรีมาจากแต่งตั้งและรับรองโดยผู้ว่าการรัฐ ซึ่งใช้พระราชอำนาจแทนพระราชินีอังกฤษ

ทางด้านโฆษกของสำนักพระราชวังบัคกิงแฮมให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวบีบีซีว่า การเลือกประมุขของจาไมก้า เป็นประเด็นที่รัฐบาลและประชาชนชาวจาไมก้าที่ต้องตัดสินใจด้วยตนเอง

เจ้าชายแฮร์รี่ ยังมีกำหนดเยือนจาไมก้าอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ ในฐานะส่วนหนึ่งของแผนการเสด็จเยี่ยมประเทศในเครือจักภพทั่วโลกของราชวงศ์ อังกฤษ ประจำปี 2012

นักวิเคราะห์มองว่า ในยามที่ยุคสมัยเปลี่ยนไป ซึ่งถ้าหากสิ้นสุดยุคสมัยการครองราชย์ของพระราชินี ก็จะเหลือเพียงเจ้าชายสองพระองค์เป็นผู้สืบทอดตำแน่งประมุขนี้ ทำให้หลายๆ ประเทศที่อยู่ภายใต้เครือจักรภพ ประสงค์ที่จะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของตนเอง

เมื่อปี 2552 มีรายงานว่า รัฐบาลนิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นหนึ่ง 16 ประเทศในเครือจักรภพที่ยังคงมีราชินีอลิซาเบ็ธเป็นประมุข ได้เสนอร่างกฎหมายเพื่อเปลี่ยนประเทศให้เป็นสาธารณรัฐ อย่างไรก็ตาม ร่างดังกล่าวก็ต้องตกไป เมื่อได้รับการลงเสียง 53 ต่อ 68 ในรัฐสภา

คลิปคอนเสิร์ตคนแดนไกลเติมใจครอบครัวแดง

ที่มา Thai E-News



เมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 ม.ค. 2555 เวลาตั้งแต่บ่ายโมงไปยันเที่ยงคืนที่ชั้น6อิมพีเรียล ลาดพร้าว นปช.สหภาพยุโรป (RED UDD)จัดคอนเสิร์ต คนแดนไกลเติมใจครอบครัวแดง เพื่อระดมทุนช่วยเหลือและเยียวยาครอบครัวผู้ถูกคุมขังทางการเมือง ให้มีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น


ส.ส.วิภูแถลง พัฒนภูมิไทย คอนเสิร์ต คนแดนไกลเติมใจครอบครัวแดง


ส.ส.ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ


ส.ส.นพ.เหวง โตจิราการ และอ.ธิดา ถาวรเศรษฐ รักษาการประธานนปช.


เจ๊ดาแดงเดือด-ดารุณี กฤตบุญญาลัย


ส.ส.ดร.สุนัย จุลพงศธร


ส.ส.ดร.จารุพรรณ กุลดิลก+ดร.สุดา รังกุพันธุ์

ที่มา: YOUTUBE โดยคุณ fashi 2006 และ speedhorsetv

Sunday, January 8, 2012

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย วันที่ 09/01/55 เสียงคลื่น + แสงจันทร์

ที่มา blablabla

โดย

ภาพถ่ายของฉัน

แบบอย่างคนซื่อสัตย์

ที่มา การ์ตูนมะนาว



"อุกฤษ"เสนอตั้ง"34 อรหันต์"แก้ไข รธน. เพื่อแก้ไขหลักนิติธรรม

ที่มา thaifreenews

โดย bozo

นายอุกฤษ มงคลนาวิน ประธานคณะกรรมการอิสระ
ว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่งชาติ (คอ.นธ.) ให้สัมภาษณ์ว่า
ข้อเสนอที่ให้มีคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ 34 คนนั้น
มาจากการประชุมของคณะกรรมการ
เนื่องจากเห็นว่า รัฐบาล ประชาชน ยังไม่เข้าใจหลักนิติธรรม
และยังมีการละเมิดหลักนิติธรรมโดยรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550
ดังนั้น สิ่งที่เสนอไปเพียงต้องการแก้ไขเรื่องหลักนิติธรรมที่ถูกละเมิด
ยกตัวอย่างเช่น มี 3-4 องค์กรที่ถูกตั้งโคย คมช. ยังคงอยู่ทั้งๆ ที่ คมช.ที่พ้นไปแล้ว
และยังมีการละเมิดอำนาจประชาชน โดยเฉพาะเรื่องยุบพรรคการเมือง
ที่ให้คนเพียง 5 คนสั่งยุบพรรคได้
ทั้งที่พรรคการเมืองนั้นมีประชาชนจำนวนมากสนับสนุน เป็นต้น
ข้อเสนอดังกล่าวต้องรีบดำเนินการ
แต่ถ้ารัฐบาลไม่เห็นด้วยก็ไม่เสียใจ
ขอให้ประวัติศาสตร์จารึกไว้ ตนทำด้วยใจไม่ได้ต้องการผลตอบแทน
ที่ทำไปเพื่อตอบแทนคุณแผ่นดิน ให้บ้านเมืองอยู่รอด ไม่มีผลประโยชน์
แม้แต่เบี้ยเลี้ยงการประชุมก็ไม่มี
สถานที่ประชุมก็ใช้บ้านของตนเป็นห้องประชุม ไม่เคยของบจากรัฐบาล


นายอุกฤษกล่าวต่อว่า สัปดาห์หน้า คอ.นธ.จะรวบรวมแนวคิดข้อเสนอแนะ
เสนอให้รัฐบาล ประธานรัฐสภา ประธานวุฒิสภา เพื่อพิจารณาข้อเสนอดังกล่าว
และต้องการมีระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างแท้จริง
ส่วนจะได้รับการตอบสนองหรือไม่ ตนไม่สนใจ
แต่ยืนยันว่าสิ่งที่เสนอไปเพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง
ทั้งนี้ ไม่เห็นด้วยที่จะมีการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ขึ้นมา
เพราะสิ้นเปลืองงบประมาณ ใช้เวลานาน และขัดกับหลักความเสมอภาค


"คอ.นธ.เสนอคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญจำนวน 34 คน
เนื่องจากเป็นคนมีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญเฉพาะตัว
ไม่ได้สนิทกับใครเป็นการส่วนตัว และไม่ได้มีการทาบทามใคร
เพราะไม่รู้ว่า แนวคิดนี้จะได้รับการตอบรับหรือไม่" ประธาน คอ.นธ. กล่าว

ปูกับเปรมเมื่อป๋าไม่เปลี่ยนแล้วประยุทธ์ก็เป็นคนเดิม<-- แต่ประชาชนเปลี่ยนโว้ย

ที่มา thaifreenews

โดย ลูกชาวนาไทย


ผมอ่านบทความในมติชน ที่เขียนยกย่อง พล.อ.เปรมเสียเลิศลอย นึกว่าประเทศนี้เป็นของเปรมและกองทัพ คนเขียนยังมีจินตภาพแบบเดิม แบบสมัย 2525 ไม่มีผิด

ตามลิงค์นี้นะครับ

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1325933153&grpid=01&catid=&subcatid=

ผมสรุปว่า ต่อให้ 10 เปรม 20 ประยุทธ์ ก็สู้อะไรกับประชาชนไม่ได้

เปรม VS ทักษิณ

เปรม มีกองทัพอยู่ในมือ ทักษิณมีทหารอยู่ในมือ ต่อสู้กัน เปรมชนะช่วงแรก นึกว่าตัวเองชนะ ประเมินกองทัพและตัวเองสูงเกินไป สุดท้ายเกิดสงครามยืดเยื้อ กว่า 5 ปี กำจัดทักษิณไม่ได้ สุดท้ายวันนี้ 5 ปี ผ่านไป อำนาจยังอยู่ในมือทักษิณ

ประยุทธ์แม้คุมกองทัพได้ ด้วยการใช้การฉ้อฉลทางกฎหมาย กองทัพไม่ได้เป็นเอกภาพ อาจยืนยาวได้ระยะหนึ่ง สุดท้ายอำนาจของคนกลุ่มนี้ที่อาศัยรอยต่อระหว่างกฎหมายที่ยังไม่ได้แก้ แต่ฐานประชาชนที่แท้จริงไม่มี ในที่สุดก็หมดไป

ประยุทธ์ VS ยิ่งลักณ์

ยิ่ง ลักษณ์ มีฐานประชาชน และฐานคนเสื้อแดงที่ผ่านการจัดตั้งแล้วเต็มประเทศ ในระบบการเมือง ถึงอย่างไรทหารก็ทำรัฐประหารโดยที่ประชาชนไม่สู้ ไม่มีทางสำเร็จ

เราก็เห็นอยู่แล้วว่า สุดท้าย ประยุทธ์ ก็จะไม่ต่างจาก พล.อ.อนุพงษ์ เป็นทหารเกษียร แก่ๆ ธรรมดา การที่จะคิดสืบทอดอำนาจในกองทัพ มันไม่มีทางสำเร็จอยู่แล้ว

ปีที่แล้วฆ๋าประชาชน เป็นความผิดพลาดครั้งร้ายแรงอยู่แล้ว

ปี นี้ ช่วยน้ำท่วม อาศัยสื่อประโคมด้านเดียว คิดว่า สื่อตั้งให้เป็นวีรบุรุษ แล้วจะทำอะไรก็ทำได้อย่างนั้นหรือ จะต่อรองกับรัฐบาลที่มาจากประชาชน

คิดว่า แค่เอารถไปขนชาวบ้านตอนน้ำท่วม แต่นั้นจะกลายเป็นเจ้าของประเทศอย่างนั้นหรือ

ถึงอย่างไร อำนาจทหารวันนี้ก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่เหมือนเดิม
ขนทหารออกมา คนเสื้อแดงก็ออกมาเผชิญกับทหาร
คิดหรือว่า การคุมกองทัพได้จะคุมประเทศไทยในปัจจุบันนี้ได้

วันนี้ใครกุมหัวใจประชาชนคนนั้นเป็นใหญ่ ฆ่าไม่ตายทางการเมือง
ห้าปีที่ผ่านมาพิสูจน์อย่างชัดเจน

แต่ใครกุมอำนาจดิบที่ไม่ได้มาจากประชาชน มีแต่เสื่อมถอยเป็นปฎิภาคโดยตรงกับ อำนาจที่ใช้ ยิ่งใช้อำนาจดิบ อำนาจยิ่งเสื่อมถอย

สมการการเมือง วันนี้ไม่เหมือนเดิม

คิดว่ากุมสื่อได้ จะใช้โปรประกันดาแบบแต่ก่อนได้อย่างนั้นหรือ


แต่ก่อนไม่มีใครกล้าแตะ พล.อ.เปรม วันนี้คนเรียก ไอ้เปรม กันทั้งเมือง
ก็แค่กลุ่มคนแก่ กับทหารไม่มีทางไปทางการเมือง สร้างภาพหลอกประชาชน ก็แค่นั้นเอง

Re:

อ้างถึง
"บัณฑิต" ของพรรคแมลงสาบ พูดเสียเลิศเลอว่า "ผมรักคนดี ผมเกลียดคนโกงที่สุดในโลก"

คนพวกนี้ชอบเล่นโวหาร ที่เป็นคำพูด ที่ไม่สัมพันธ์กับข้อเท็จจริงหรือการกระทำจริงๆ

คนไทยจึงได้ข้อสรุปกับคนพวกนี้ว่า "ดีแต่พูด"
คำพูดเหมือนลมที่พ่นอาจจากปาก หรือเสียงผายลม ไม่ได้มีความหมายอะไร
เพราะพวกเขาไม่ได้คิด หรือทำอย่างที่พวกเขาพูดออกมา

พวกเขากางตำราพูด พูด และพูด

แต่พวกเขาจะทำ ไปอีกอย่างหนึ่ง

รัฐบาลยิ่งลักษณ์ พบประชาชน 7-1-2012

ที่มา thaifreenews

โดย bozo

กาแฟ



http://speedhorse.blogsite.org/read.php?tid=952