WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, January 21, 2012

ชมภาพ นายกฯ ปู พบ เปรม (ฉบับสมบูรณ์ เกือบ100 ภาพ) 19ม.ค.55

ที่มา thaifreenews

โดย น่ารัก ก็ไม่บอก



คลิ้กชมภาพทั้งหมด ที่นี้

ฮิซบุลลอฮ์กับการก่อการร้ายในไทย ควรฟังข่าวจากหลายฝ่าย

ที่มา ประชาไท

ด้วยพระนามของอัลลอฮ์ผู้ทรงเมตตาปรานีเสมอ ขอความสันติ ความจำเริญแด่ศาสนฑูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน
กรณีมีกระแสข่าวจะเกิดเหตุก่อการร้ายในประเทศไทยโดยการแจ้งเตือนจาก สถานทูตสหรัฐประจำประเทศไทย นั้นได้สร้างความไม่พอใจต่อรัฐบาลไทยเป็นอย่างมากเพราะสร้างภาพลักษณ์ในแง่ ลบต่อประเทศไทยและทำให้อีกกว่าสิบประเทศออกมาเตือนคนของตนเองให้งดเดินทาง สู่ประเทศไทยหากเป็นไปได้
ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทย (13 ม.ค.) ปรับลดลงแรง แรงสุดที่ระดับ 1,041.18 จุด ลดลง 11.05 จุด ปรับขึ้นสูงสุดที่ระดับ 1,053.94 จุด ปรับขึ้น 1.71 จุด ปิดตลาดที่ระดับ 1,044.62 จุด ลดลง 7.42 จุด หรือ 0.71% มูลค่าการซื้อขาย 23,837.44 ล้านบาท
การที่ตำรวจไทยได้จับกุมนายอาทริส ฮุสซัยน ผู้ต้องสงสัย ชาวเลบานอนสัญชาติสวีเดนว่าเป็นสมาชิก พรรคฮิซบุลลอฮ์ และหลังจากนั้นหนึ่งวันก็ได้นำผู้ต้องสงสัยดังกล่าว เข้าตรวจค้นอาคารพาณิชย์ เลขที่ 52/15 ม.2 ต.กาหลง อ.เมือง จ.สมุทรสาคร พบ ปุ๋ยยูเรีย 335 กล่อง น้ำหนักรวม 4,380 ก.ก. สารแอมโมเนียไนเตรทชนิดละลายน้ำ 11 แกลลอน รวม 15 ลิตร พัดลม 400 ตัว กล่องกระดาษ 200 กล่อง รองเท้าแตะ 5 กระสอบ รวม 600 คู่ โดยของกลางทั้งหมดถูกกล่าวหาว่าเป็นสารประกอบวัตถุระเบิด จากตำรวจไทย
การจับกุมครั้งนี้มีข้อสังเกตว่าเป็นการให้ข้อมูลจากหน่วยสืบราชการลับ ของอิสราเอล โดยสื่ออิสราเอล คือหนังสือพิมพ์ฮาอาเรตซ์ ได้ยืนยันข่าวดังกล่าว
ทั้งนี้ อิสราเอลได้แจ้งเตือนทางการไทย เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม ว่า สมาชิกฮิซบุลลอฮ 3 คน ได้เดินทางเข้ามายังประเทศไทย เพื่อก่อเหตุร้าย จนตำรวจไทยได้จับกุมผู้ต้องสงสัย ชาวเลบานอนสัญชาติสวีเดนสองคนดังกล่าวและกล่าวหา ว่าเป็นสมาชิก พรรคฮิซบุลลอฮ์
การจับกุมครั้งนี้ทำให้ทางการสวีเดนรีบตรวจสอบข้อมูลนี้ด้วยเช่นกัน เพราะส่งผลกระทบต่อประเทศสวีเดนโดยตรงซึงรายงานล่าสุดจากหนังสือพิมพ์อาฟทัน บลาเดท ของสวีเดนพบว่านายฮุสซัยนไม่ใช่สมาชกฮิซบุลลอฮ์โดยนายฮุสซัยนให้สัมภาษณ์ผู้ สื่อข่าวอาฟทันบลาเดทจากในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ว่า ตนเป็นผู้บริสุทธิ์ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่โดนหน่วยมอสสาดจัดฉาก อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา ทางการไทยปฏิบัติและดูแลตนเป็นอย่างดี
สำหรับสิ่งของต่างๆ ที่ตำรวจพบในตึกเช่าของเขานั้นส่วนใหญ่เป็นของที่มีบุคคลอื่นนำไปจัดฉากเก็บ เพิ่มเติมเอาไว้ทั้งสิ้น คาดว่าน่าจะเป็นฝีมือสายลับหน่วยมอสสาดนั่นเองสำหรับตนเป็นคนเลบานอน มีลูกแล้ว 4 คน ย้ายถิ่นฐานมาอยู่สวีเดนตั้งแต่พ.ศ.2532 หลังจากนั้นประกอบอาชีพ “ช่างตัดผม” เรื่อยมาในเมืองโกเตนเบิร์ก กระทั่งปีพ.ศ.2537 ก็ได้รับสิทธิพลเมืองสวีเดน ทำให้ตนถือสองสัญชาติ และอาศัยอยู่ที่สวีเดนจนถึงปีพ.ศ.2548 จึงย้ายกลับไปอยู่เลบานอน และเมื่อปีพ.ศ.2553 เพิ่งกลับไปสวีเดนเพื่อทำพาสปอร์ต หรือหนังสือเดินทางรุ่นใหม่ที่ต้องสแกนข้อมูลทางชีวภาพ
เขากล่าวอีกว่า เหตุผลที่ทำให้หน่วยมอสสาดเพ่งเล็งจับตาตน เพราะตนเป็นมุสลิมนิกายชีอะห์ และอาศัยอยู่ในพื้นที่นอกกรุงเบรุต ซึ่งเป็นย่านที่กลุ่มฮิซบุลลอฮ์ได้รับแรงสนับสนุนจากมวลชนสูง อีกทั้งสมัยอยู่ที่สวีเดนตนยังมีแนวคิดทางการเมืองเห็นอกเห็นใจฝ่ายซ้าย และลงคะแนนเลือกตั้งให้ฝ่ายโซเชียลเดโมแครตส์ (สังคมประชาธิปไตย) อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่าตนไม่ใช่สมาชิกฮิซบุลลอฮ์
เขา ระบุด้วยว่า เมื่อ 3 ปีก่อน เขาเริ่มต้นทำธุรกิจนำเข้า-ส่งออกกับเพื่อนชาวเลบานอน โดยสั่งซื้อสินค้าจากเอเชียส่งออกไปขายตามประเทศต่างๆ รวมถึงเลบานอนด้วย อาทิ พัดลม กระดาษ และไอซ์แพ็คช่วยบรรเทาอาการปวด ซึ่งสินค้าไอซ์แพ็คดังกล่าวนี้ตามปกติก็มีส่วนผสมของแอมโมเนียอยู่แล้ว สำหรับปุ๋ย นั้นจะต้องมีคนแอบนำมาเก็บไว้ในตึกอย่างแน่นอน และอาจเป็นไปได้ว่าเป็นฝีมือมอสสาด” นี่คอส่วนหนึงซึ้งฮุสซัยน ให้สัมภาษณ์สื่อดังสวีเดน และว่า เหตุที่มาเมืองไทยเที่ยวล่าสุดนี้เพื่อดูว่าตึกที่เช่าไว้เก็บสินค้าเป็น อย่างไรบ้าง หลังเพิ่งเกิดน้ำท่วมใหญ่
ข่าวของสื่อสวีเดนสอดคล้องกับการที่พรรคฮิซบุลลอฮ์ ได้ออกแถลงการณ์ปฏิเสธผู้ถูกจับกุมในไทยว่าไม่ใช่สมาชิกของกลุ่มรวมทั้งปัด กระแสข่าวการเข้ามาก่อการร้ายในประเทศไทย อีกทั้งได้อธิบายแนวคิดของการจัดตั้งพรรคฮิซบุลลอฮ์อย่างชัดเจนว่ามีแนวคิด การต่อสู้กับรัฐอิสราเอลที่เข้ามารุกรานคนของตนและยึดครองแผ่นดินเลบานอน เท่านั้นในขณะเดียวกันฮิซบุลลอฮ์ยังเป็นองค์กรทางการเมืองซึ่งมีสมาชิกมาก มายอยู่ในรัฐสภาเลบานอน รวมทั้งองค์กรการกุศลที่ได้ช่วยพัฒนาสังคมในด้านต่างๆไม่ว่าสังคม เศรษฐกิจ การศึกษา การแพทย์ คนอยากจนในเลบานอนไปพร้อมกันด้วย
ซัยยิดหะซัน นัศรุลลอฮ์ เลขาธิการฮิซบุลลอฮ์แห่งเลบานอน ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่มีผู้กล่าวหาว่าฮิซบุลลอฮ์เป็นกลุ่มก่อการร้ายอีกทั้ง ยืนยันจะปกป้องขบวนการและเกียรติยศของฮิซบุลลอฮ์ และจะปกปักษ์รักษาเลบานอนจากปัญหาความขัดแย้งโดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างชี อะฮ์และซุนนะฮ์ การรุกราน และแผนการต่างๆ ไม่ว่าจะมาในรูปแบบใดจากศัตรูรัฐบาลอิสราเอลและพันธมิตร การดำเนินการต่อสู้ด้วยอาวุธกับผู้รุกรานหรือที่ตะวันตกเรียกว่าการก่อการ ร้าย พร้อมทั้งปกป้องแผ่นดินเลบานอนอันล้ำค่านี้ที่ได้กอบกู้มาด้วยเลือดเนื้อจาก การยึดครองของอิสราเอล และจะยังคงดำรงอยู่ในความพร้อมที่จะพลีชีพ เพื่อการดำรงอยู่ของแผ่นดินเลบานอน
การที่ตำรวจประเทศไทยสามารถตรวจพบ ปุ๋ยยูเรีย สารแอมโมเนียไนเตรท จำนวนมากในการครอบครองของคนต่างชาติเป็นสิ่งที่น่าชมเชยยิ่งแต่ในวันแถลง ข่าวหรือให้ข่าวไม่ควรรีบระบุว่าผู้ต้องหามาจากสมาชิกกลุ่มใดโดยเฉพาะ จากกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ตามที่หน่วยข่าวกรองอิสราเอลและอเมริกาชี้นำ ซึ่งจะทำให้ไทย ถูกผูกโยงกับความขัดแย้งการเมืองโลก
ในขณะเดียวกันก็รู้สึกเห็นใจกับตำรวจไทยโดยแรกเร่ม เมื่อหน่วยข่าวกรองอิสราเอลส่งเรื่องมาให้ตำรวจไทยติดตามตัวชาวเลบานอน ที่เข้ามาอยู่ในไทยแล้วพร้อมกับแผนระเบิดโบสถ์ยิวในกรุงเทพมหานครตำรวจไทยก็ ใช้ความสามารถในการตรวจสอบจากรูปถ่ายใบเดียว จนทราบชื่อและจับกุมได้ขณะกำลังจะบินออกจากไทยโดยไทยก็พยายามปิดรื่องนี้ และเจตนาจะผลักดันออกไปด้วยซ้ำ แต
ทางการสหรัฐอเมรการับทราบเรื่องจากอิสราเอล และพบว่าการที่ไทยจับกุมเพียงคนเดียวนั้น ไม่น่าจะเพียงพอ เลยออกคำเตือนพลเมืองตนเอง ทำให้ตำรวจไทยต้องเดินหน้าต่อ จนพบที่เก็บสารต่างๆที่ถูกกล่าวหาว่าประกอบระเบิด ในขณะเดียวกันก็พยายามลดผลกระทบที่จะเกิดกับประเทศไทย ด้วยการตั้งข้อหาเฉพาะเรื่องผิด พ.ร.บ.ยุทธภัณฑ์ เพราะยังไม่ได้ก่อการร้าย เลยไม่ตั้งข้อหานี้
นักวิเคราะห์การเมืองระหว่างประเทศหลายคนตั้งข้อสังเกตว่า เหตุการณ์นี้น่าจะเกี่ยวข้องกับการที่สหรัฐเคลื่อนไหว เพื่อคว่ำบาตรอิหร่านกรณีเดินหน้าโครงการนิวเคลียร์ โดยสหรัฐกำลังเพ่งเล็งไปที่กลุ่มสนับสนุนอิหร่านคือกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ว่าอาจมี ปฏิกิริยาตอบโต้ แต่มีความเป็นไปได้ว่าการโจมตีของกลุ่มดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้นจนกว่า สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางจะรุนแรงถึงที่สุด
ในขณะเดียวกันเป็นการสร้างพันธมิตรในเวทีนานาชาติให้ดิสเครดิตกลุ่มฮิ ซบุลลอฮ์ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวเท่านั้นที่สามารถต่อกรและเอาชนะอิสราเอลได้ในปี ค.ศ. 2000 และยังมีภาพลักษณ์ที่ดีในหลายๆประเทศ
อีกทั้ง การประโคมข่าวการก่อการร้ายในไทยเป็นห่วงเวลาที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกากำลังถูก โจมตี ๒ เรื่องใหญ่ด้วยกันคือการลอบสังหารนักวิทยาศาสตร์นิวเคลียของอิหร่านและทหาร สหรัฐอเมริกา ปัสสาวะรดศพของนักรบตอลิบันในอัฟกานิสถานซึ่งสร้างความไม่พอใจต่อชาวมุสลิม ในอิหร่าน อัฟกานิสถานและกำลังจะลุกลามทั่วโลก
กรณีที่หนึ่ง รัฐบาลอิหร่านได้เปิดเผยว่า มีหลักฐานชัดเจนว่า กรุงวอชิงตันอยู่เบื้องหลังการสังหารนักวิทยาศาสตร์ในโครงการนิวเคลียร์ของ ตนโดย เมื่อวันพุธที่ ๑๑ มกราคมที่ผ่านมาคนร้ายใช้ระเบิดคลื่นแม่เหล็กทำลายรถยนต์ของ มุสฏอฟา อะหมาดี-รอสฮาน นักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญระบบแยกก๊าซวัย 32 ปี จนเป็นเหตุให้เจ้าของรถเสียชีวิตพร้อมกับคนขับ ซึ่งนับเป็นเหตุลอบสังหารนักวิทยาศาสตร์อิหร่านรายที่ 5 ในระยะเวลาเพียง 2 ปี
มัสอูด จาซายีรี โฆษกกองบัญชาการสูงสุดอิหร่าน กล่าวว่า “ศัตรูของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งอเมริกา อังกฤษ และรัฐบาลไซออนิสต์ (อิสราเอล) ต้องรับผิดชอบการกระทำของพวกเขา”
ที่ผ่านมา อิหร่านเคยกล่าวหาอิสราเอลว่าอยู่เบื้องหลังความเสียหายหลายครั้งที่เกิด ขึ้นกับโครงการนิวเคลียร์ของตน ซึ่งแม้เจ้าหน้าที่อิสราเอลจะหลีกเลี่ยงไม่แสดงความคิดเห็นว่ามีส่วนเกี่ยว ข้องหรือไม่ แต่บางครั้งก็แสดงความพึงพอใจที่เห็นอิหร่านล้มเหลว
สถานีโทรทัศน์แห่งชาติอิหร่าน ระบุด้วยว่า จดหมายประณามยังถูกส่งถึงรัฐบาลอังกฤษ โดยชี้ว่าการลอบสังหารนักวิทยาศาสตร์เกิดขึ้นหลังจากที่หัวหน้าหน่วยสืบ ราชการลับ MI6 แถลงปฏิบัติการด้านข่าวกรองเพื่อโจมตีประเทศใดๆ ก็ตามที่ลอบพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์
ประเด็นที่สองคือการที่ทหารสหรัฐฯ ปัสสาวะรดศพของนักรบตอลิบันในอัฟกานิสถานซึ่งข่าวนี้ถูกเผยแผ่หลังจาก เว็บไซต์ไลฟ์ ลีก และสื่ออื่นๆ มีการเผยแพร่ภาพวีดิโอ ปรากฎชายสวมเครื่องแบบทหารสหรัฐฯ 4 คน ปัสสาวะรดเข้าที่ศพของนักรบตอลิบันในอัฟกานิสถาน ซึ่งภายหลังที่เผยแพร่ออกไป ก็มีปฏิกิริยามากมายจากองค์กรต่างๆของโลกมุสลิมโดยเฉพาะอัลอัซฮัร ประเทศอียิปต์ ซึ่งเป็นองค์กรศาสนาที่มีอิทธิพลต่อประชาชาติมุสลิมทั่วโลก
ชัยค์ อะหมัด ฏ๊อยยิบ ผู้นำอัลอัซฮัร ได้มอบหมายให้ที่ปรึกษาของท่านสัมภาษณ์ถึงแถลงการณ์ของอัลอัซฮัรผ่านสื่อรอย เตอร์ ประณามอย่างรุนแรงต่อการกระทำ อันป่าเถื่อนและผิดหลักมนุษยชนของทหารสหรัฐฯ 4 คน ดังกล่าวซึ่งปัสสาวะรดเข้าที่ศพของนักรบตอลิบันในอัฟกานิสถาน
นอกจากนี้ สภาเพื่อความสัมพันธ์ระหว่างอเมริกาและอิสลาม (CAIR)ซึ่งเป็นองค์กรส่งเสริมสิทธิพลเมืองมุสลิมในสหรัฐฯ ก็ประณามพฤติกรรมดังกล่าวว่า เป็นการดูหมิ่นผู้เสียชีวิตในครั้งนี้
หมายเหตุ: ฮิ ซบุลลอฮ์ เป็นคำภาษาอาหรับสะกดอย่างนี้แหละตามคำอ่าน ซึ่งแปลว่าพรรคของอัลลอฮ์เป็นองค์กรของชาวมุสลิมชีอ๊ะห์ ในเลบานอน ก่อตั้งในปีคศ ๑๙๘๒ อันเป็นปีที่อิสราเอลรุกรานเลบานอน โดยมีจุดประสงค์เพื่อขับไล่กองทัพอิสราเอลที่ยึดครองเลบานอน จนสามารถต่อสู้และขับไล่ทัพอิสราเอลปี คศ ๒OOO มีเลขาธิการใหญ่ของพรรคฮิซบุลลอฮ์คือ ซัยยิด ฮะซันนัสรุลลอฮ์ เป็นผู้นำสูงสุด
ที่มา: http://arabic.arabia.msn.com/news/middleeast/reuters/2012/january/12001433
ศึกษาความสำคัญของอัลอัซฮัรของผู้เขียนเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.thaingo.org/writer/view.php?id=1572

ส.ส.US ถอนร่างกฎหมาย SOPA จากวาระของสภาฯ แล้ว

ที่มา ประชาไท

กรณีสภาคองเกรสของสหรัฐอยู่ระหว่างพิจารณาร่างกฎหมาย Stop Online Piracy Act หรือ SOPA ซึ่งเป็นกฏหมายที่ให้อำนาจรัฐในการปิดกั้นเว็บไซต์ด้วยเหตุผลจากการละเมิด ทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งก่อให้เกิดข้อถกเถียงและปฏิบัติการต่อต้านในโลกออนไลน์อย่างกว้างขวาง ล่าสุด เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ส.ส. ลามาร์ สมิธ (Lamar Smith) จากพรรครีพับลิกัน เจ้าของร่างกฎหมาย SOPA ก็ประกาศถอนร่างนี้ออกจากวาระของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐแล้ว

สมิธ ยอมรับว่าร่างกฎหมายของเขาได้รับเสียงวิจารณ์มากมาย และเขารับฟังเสียงเหล่านี้ จึงตัดสินใจถอนร่างออกจากสภา อย่างไรก็ตาม เขาบอกว่าประเด็นเรื่องการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนโลกอินเทอร์เน็ตเป็น สิ่งสำคัญ เพียงแต่เขาจะทบทวนวิธีการแก้ไขปัญหาลิขสิทธิ์ที่สร้างความขัดแย้งใน SOPA อีกครั้ง

ส่วนร่างกฎหมายอีกฉบับหนึ่งคือ PIPA ที่เสนอเข้าวุฒิสภาของสหรัฐ ทางผู้นำเสียงข้างมากของวุฒิสภาคือ วุฒิสมาชิก แฮร์รี่ รี้ด (Harry Reid) ก็ประกาศว่าจะเลื่อนการลงมติออกไปก่อน


ที่มา:
http://www.blognone.com/news/29229

ประธานมูลนิธิ รร.เตรียมทหาร ปลุกทหารปฏิวัติค้านแก้ ม.112

ที่มา ประชาไท

พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ประธานมูลนิธิ รร.เตรียมทหาร ปลุกทหารเลือดเตรียมทหาร ปกป้องสถาบันกษัตริย์ ค้านแก้ม.112 เผยทหารทนไม่ไหว อาจจะปฏิวัติ แต่ให้ทำเพื่อปกป้องสถาบัน
21 ม.ค. 55 - เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจรายงาน ว่าพล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ประธานมูลนิธิ รร.เตรียมทหาร กล่าวในรายการ “ลับ ลวง พราง” ทาง อสมท.100.5 ว่า พอใจกับบทบาทของกองทัพต่อการออกมาปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ เห็นกองทัพเอาจริงเอาจังเรื่องการต่อต้านการหมิ่นสถาบัน โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. และท่านอื่นๆ ด้วย แต่อาจไม่มีโอกาสได้แสดงออกให้เห็น ตนอยากให้ทหารแสดงออกกันมากๆ ปกป้องชาติ สถาบันกษัตริย์ และดูแลประชาชน ส่วนเรื่องมีความพยายามในการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 นั้นมองว่าจะต้องไม่แก้ ไม่แตะต้อง อะไรที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ถ้ามันถึงที่สุด ตนว่าทางกองทัพก็ต้องพูดกันบ้าง ไม่ใช่พูดแค่มันปาก ต้องเอาจริง เพราะหากมันเกินเลยจนทหารทนไม่ได้ เพราะใน 7-8 ปี มีการทำลายสถาบันกษัตริย์มากเหลือเกิน ถ้าถึงที่สุด ถ้ามันมากเกินไปจนทนไม่ไหว ทหารก็อาจจะปฏิวัติ แน่นอน และต้องมี ตนเป็นทหารเก่า และกบฏเก่า เชื่อว่าจะต้องมี
พล.อ.บุญเลิศ กล่าวว่า ขอให้คำสอนเตือนใจด้วยว่า “คนที่ไม่จงรักภักดี ต้องตายก่อนเวลาที่กำหนดไว้ ผมยืนยันว่าเป็นจริง แล้วก็มีตัวอย่างมาแล้วหลายคน พร้อมกันนี้ยังเห็นว่ามีเปอร์เซ็นต์สูงที่จะเกิดการปฏิวัติ ถ้ายังไม่เลิกดูหมิ่นสถาบัน ผมว่าไม่ช้า ไม่นาน ผมอยากให้ทหารทำด้วยซ้ำ ถ้ามีสถานการณ์จำเป็น ไม่ใช่เพื่ออำนาจ แต่ต้องเพื่อปกป้องสถาบัน เพราะนักการเมือง เหมือนฟาง ไม่ใช่ขิงข่าตะไคร้ใบมะกรูด ไม่เผ็ด ไม่มีรสชาติ คือ ไม่ทำอะไรทั้งนั้น แกงก็ไม่ได้ เผ็ดไม่เผ็ด เป็นเครื่องแกงให้ดูครบเครื่องเท่านั้น ยกตัวอย่างตอนน้ำท่วม เขาไม่เห็นแก้อะไรปล่อยท่วมเฉย แก้ก็ไม่ถูก ที่ดอนยังท่วม ผมก็ไม่รู้จะพูดยังไง ทั้งนี้ผมจะเฝ้าดูอย่างใกล้ชิด เท่าที่ขีดความสามารถจะมีให้ และจะต้องออกมาเคลื่อนไหวในนามเตรียมทหารแน่นอน อย่างไรก็ตาม ตอนนี้กำลังจับตาดู พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อยู่ ตอนนี้เราก็คิดว่าเรายังไม่ไปยุ่งกับเขา ยังไม่พิจารณาว่า เขาเหมาะที่จะเป็นศิษย์เก่า รร.เตรียมทหาร ต่อไปหรือไม่ แต่ถ้าเผื่อว่าเขายังไม่หยุด เราอาจจะหันมาพิจารณา"
เมื่อถามว่า ไม่เกรงใจหรือ เพราะเป็นรัฐบาลอยู่นั้น ประธานมูลนิธิ รร.เตรียมทหาร กล่าวว่า ตนไม่เกรงใจใคร ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับ ชาติและสถาบันพระกษัตริย์ คนไทยอยากใหญ่ด้วยกันทั้งนั้น ถ้ามีโอกาส แต่ถ้าไม่มีสถาบัน ก็แย่งกันใหญ่ วุ่นวาย แบ่งเป็นก๊ก เป็นพวกเหล่า ทั้งนั้น ไม่มีใครยอมใคร ดังนั้นต้องรักษาสถาบันเอาไว้

เสื้อแดงชุมนุมรำลึก 1 ปี 8 เดือน สลายชุมนุมราชประสงค์

ที่มา ประชาไท

เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 55 - มติชนออนไลน์รายงาน ว่าที่บริเวณแยกราชประสงค์ กลุ่มคนเสื้อแดง นำโดย นายณัทพัช อัคฮาด เลขานุการส่วนตัวรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย น้องชาย น.ส.กมนเกด อัคฮาด หรือน้องเกด พยาบาลอาสาที่ถูกยิงเสียชีวิตภายในวัดปทุมวนาราม เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 และนาง นางพะเยาว์ อัคฮาด มารดา รวมตัวกันบริเวณหน้าป้ายห้างเซ็นทรัลเวิลด์ เพื่อทำพิธีทำบุญเลี้ยงพระ ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กลุ่มผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สลายการชุมนุม เมื่อเดือนพฤษภาคม 2553 โดยในเวลา 13.00 น. มีการตั้งเวที ติดเครื่องขยายเสียงเพื่อเตรียมการปราศรัยในช่วงเย็น และมีการตั้งร้านขายของที่ระลึกของกลุ่มคนเสื้อแดงจำนวนมาก อาทิ เสื้อยืด ภาพถ่าย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและครอบครัว ภาพถ่าย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
นายณัทพัช กล่าวว่า เป็นการมาชุมนุมเปิดแวทีปราศรัย เพื่อรำลึกครบ 1 ปี 8 เดือน ของการเสียชีวิตของพี่สาวและกลุ่มคนเสื้อแดงคนอื่นๆ วันนี้ตนจะขึ้นเวทีปราศรัย ซึ่งจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ปราศรัยในกรุงเทพฯ ก่อนจะตระเวนไปยังปริมณฑล ซึ่งในวันนี้ตนมีเอกสารหลักฐานของกรมยุทธศึกษาทหารบก ที่แจกแจงรายละเอียดว่าใครสั่งบ้าง ใครยิงประชาชน เพื่อบ่งบอกว่าเป็นฝีมือของทหารที่ฆ่าประชาชน ไม่ใช่ชายชุดดำที่ไหนดังที่รัฐบาลก่อนเคยบอก
"มีข้อมูลว่าใครเป็นมือสไนเปอร์ มีเอกสารชัดเจน ละเอียดยิบ กว่าที่เคยเปิดเผยมา โดยจะแจกจงบนเวที เช่นเดียวกับข้อมูลที่ชี้ชัดว่าทหารคนไหนยิง พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ไม่ใช่ตำรวจอย่างที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ออกมาเปิดเผย โดยมีข้อมูลว่าเป็นยศ ส.อ. รู้ต้นสังกัด ขณะเดียวกันวันนี้จะมีการพูดอีกครั้งถึงทหารที่ยิงลงมาจากรางรถไฟฟ้า มีใครบ้าง โดยมี 1 ในทหารที่อยู่ตรงนั้น มาเป็นพยานให้ข้อมูลตนมา โดยจุดยืนคืออยากให้ดำเนินคดีกับคนที่สั่งยิง สั่งฆ่าประชาชนจริงๆ อยากให้กระบวนการยุติธรรมตรงนี้เริ่มต้นเสียที เอาฝ่ายที่สั่งการมาลงโทษ ไม่ใช่มาโยนให้ชายชุดดำและดำเนินคดีเพียงฝ่ายเดียว ทั้งนี้ ตนจะขึ้นปราศรัยประมาณ 20.00 น. แต่ก่อนหน้านั้นจะมีหลายคนผลัดเปลี่ยนกันออกมาปราศรัย โดยกิจกรรมจะยุติในเวลา 24.00 น." นายณัทพัชกล่าว

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 21/01/55 แย่งเิงินกับผี....

ที่มา blablabla

โดย

ภาพถ่ายของฉัน


พวกที่ออก..มาตะแบง แย่งเงินผี
ลองตายซี พวกอุบาทว์ สัญชาติหมา
ลองเจ็บปวด ลองสูญเสีย เลียน้ำตา
ลองถูกฆ่า ให้ดับดิ้น สิ้นชีวี....


เหตุที่เกิด เพราะใครกัน มันสั่งฆ่า
ทำมารยา เล่นลิ้น สิ้นศักดิ์ศรี
หยามคนตาย ทับถม จมธรณี
โคตรอัปรีย์ ไอ้แก๊งค์ชั่ว มั่วมากมาย....


เงินกี่ล้าน กี่แสน แทนได้หรือ?
คนตายคือ ผู้ด่าวดิ้น สิ้นสลาย
ก็พวกมึง สั่งไล่ล่า ฆ่าเขาตาย
ยังวุ่นวาย คัดค้าน สามานย์จริง....


เผยทาสแท้ พวกระยำ เห็นซ้ำซาก
คำสำราก เบี่ยงเบน เห็นทุกสิ่ง
ใช้วาจา ย้อนยอก หลอกเหมือนลิง
ผีเข้าสิง หรือไร ไอ้ใจดำ....


พวกหน้าด้าน มาตะแบง แย่งเงินผี
สร้างอัปรีย์ ยับเยิน เกินนั่งขำ
แสนเบื่อหน่าย พวกจัญไร ใจระยำ
ขอให้กรรม ตามไล่บี้ จี้พวกเลว....


๓ บลา / ๒๑ ม.ค.๕๕

ถามเหลิม?เอาไงรีบว่ามาลิ้มก่อกบฎโทษประหารชัด

ที่มา Thai E-News



โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
21 มกราคม 2555

นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้นำสูงสุดพันธมิตร กลุ่มเคลื่อนไหวการเมืองปฏิกริยาขวาจัด ได้กล่าวบนเวทีเสวนาปีใหม่ ตรุษจีน และเผยแพร่ทางเครือข่ายสื่อASTV ผู้จัดการในหัวข้อข่าวเรื่อง “สนธิ” จี้ทหารจับมือภาค ปชช.ปฏิวัติ ยึดอำนาจรัฐ ปกป้องสถาบัน

โดยนายสนธิกล่าวว่า การชุมนุมเคลื่อนไหวในครั้งต่อไป ไม่ใช่ออกมาสู้บนถนนอีก แต่ต้องยึดอำนาจรัฐสถานเดียว และต้องถึงคราวแตกหัก ไม่เช่นนั้นพระเจ้าอยู่หัวจะอยู่ไม่ได้ หากทหารไม่ทำหน้าที่ปกป้องสถาบันกษตริย์ พี่น้องพันธมิตรฯจะทำหน้าที่เอง เราจะไม่ปล่อยให้พวกแมลงสาบออกมาตีกินอีก พร้อมเรียกร้องให้ทหารร่วมมือประชาชนรีบออกมาปฏิวัติโดยเร็ว เพื่อยึดอำนาจรัฐให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด(รับฟังเสียง)

ผมจะบอกให้รู้ว่าผมไม่ได้นั่งเฉยๆ ผมเตรียมพร้อมทุกวินาทีที่จะออกมาสู้ แล้วสู้ครั้งนี้ พี่น้อง ไม่ใช่มาประท้วงที่ถนน จะต้องสู้เพื่อยึดอำนาจรัฐเลย ต้องสู้เพื่อแตกหัก เพราะถ้าไม่แตกหักแล้ว พระเจ้าอยู่หัวเราไปไม่รอด ผมเป็นคนแรกที่ผมบอกว่า ทหารเท่านั้นที่จะเป็นเสาค้ำพระเจ้าอยู่หัว แต่ถ้าทหารไม่สามารถจะค้ำได้ อีกไม่นานพวกเราคงต้องออกมาค้ำพระเจ้าอยู่หัว และถ้าออกมาครั้งนี้ ต้องชนะอย่างเด็ดขาด ไม่มีการตีงูให้กากิน แล้วก็ไม่มีการที่จะให้ไอ้พวกแมลงสาบมาตีกินพวกเราอีก ผมเชื่อว่าในที่สุดแล้ว มีพลังของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเท่านั้นที่จะค้ำจุนประเทศชาติได้ ทหารอย่านั่งเฉย รีบออกมาปฏิวัติเสีย แล้วพันธมิตรฯ ทั่วประเทศจะออกมาร่วมกับทหารยึดประเทศไทยคืนมาจากไอ้พวกชั่วๆ

ทั้งนี้การกระทำดังกล่าวของนายสนธิเป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113 มาตรา 114 มาตรา 116 ฐานความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร ซึ่งระบุว่า


มาตรา 113 ผู้ใดใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อ

(1) ล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ
(2) ล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร หรืออำนาจตุลาการแห่งรัฐธรรมนูญหรือให้ใช้อำนาจดังกล่าวแล้วไม่ได้ หรือ
(3) แบ่งแยกราชอาณาจักรหรือยึดอำนาจปกครองในส่วนหนึ่งส่วนใดแห่งราชอาณาจักร

ผู้นั้นกระทำความผิดฐานเป็นกบฏ ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต

มาตรา 114 ผู้ใดสะสมกำลังพลหรืออาวุธ ตระเตรียมการอื่นใดหรือสมคบกัน เพื่อเป็นกบฏ หรือกระทำความผิดใด ๆ อันเป็นส่วนของแผนการ เพื่อเป็นกบฏ หรือยุยงราษฎรให้เป็นกบฎหรือรู้ว่ามีผู้จะเป็นกบฎแล้วกระทำการใดอันเป็นการ ช่วยปกปิดไว้ ต้องระวาง
โทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี


มาตรา 116 ผู้ใดกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต

(1) เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาล โดยใช้กำลังข่มขืนใจหรือใช้กำลังประทุษร้าย
(2) เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือ
(3) เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี

สำหรับเครือข่ายASTVผู้จัดการ กระบอกเสียงพันธมิตรที่เผบแพร่การกระทำความผิดของนายสนธิถือว่ากระทำผิดมาตรา มาตรา 85 วรรคหนึ่ง

"ผู้ใดโฆษณาหรือประกาศแก่บุคคลทั่วไปให้กระทำความผิด และความผิดนั้นมีกำหนดโทษไม่ต่ำกว่าหกเดือน ผู้นั้นต้องระวางโทษกึ่งหนึ่งของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น

ถ้าได้มีการกระทำความผิดเพราะเหตุที่ได้มีการโฆษณาหรือประกาศตามความในวรรคแรก ผู้โฆษณาหรือประกาศต้องรับโทษเสมือนเป็นตัวการ"

มาตรา 90 "เมื่อการกระทำใดอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษแก่ผู้กระทำความผิด"

ได้มีการวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมโซเชียลเน็ตเวิร์คอย่างแพร่หลาย และเรียกร้องรัฐบาล โดยเฉพาะรองนายกฯเฉลิม อยู่บำรุง ดำเนินคดีกับนายสนธิ เพราะความผิดชัดแจ้ง




ทั้งนี้เมื่อพบเห็นนายสนธิกระทำผิดกฎหมายชัดแจ้ง หากเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจตามกฎหมายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ไม่นำนายสนธิ ดำเนินคดีตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่นั้นมีความผิดตามมาตรา 157 ซึ่งระบุไว้ว่า

ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติ หน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาทหรือ ทั้งจำทั้งปรับ

คลิปวีดีโอ งานกลับสู่แสงสว่าง โดยกลุ่มกวีราษฎร์

ที่มา Thai E-News

20 มกราคม 22555
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์


คลิปวีดีโอจากงาน
กลับสู่แสงสว่าง โดยกลุ่มกวีราษฎร์
เทศกาลศิลปะ บทกวี ดนตรี ภาพถ่าย ฉายหนัง
15-21 มกราคม 2555
อนุสรณ์สถาน14ตุลา แยกคอกวัว




อ้น ชัยนรินทร์ กุหลาบอ่ำ


บทกวีเรื่องเล่าจากนครแห่งความมืดบอด : แก้วตา ธัมอิน
เขียนโดย ทางเท้า อ่านโดย แก้วตา


บทกวีโดย มูฮัมหมัด ฮารีส กาเหย็ม


เจตน์จำนงกวีราษฎร์ - เดือนวาด พิมวนา


อนุสาวรีย์แห่งความเกลียดชังที่สร้างขึ้นจากก้อนอิฐของคนเคยรัก
เพียงคำ ประดับความ

หลุดเข้าทางตีน!โจรกบฎลิ้มรนหาที่มีโทษประหาร

ที่มา Thai E-News


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
21 มกราคม 2555

นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้นำสูงสุดพันธมิตร กลุ่มเคลื่อนไหวการเมืองปฏิกริยาขวาจัด ได้กล่าวบนเวทีเสวนาปีใหม่ ตรุษจีน และเผยแพร่ทางเครือข่ายสื่อASTV ผู้จัดการในหัวข้อข่าวเรื่อง “สนธิ” จี้ทหารจับมือภาค ปชช.ปฏิวัติ ยึดอำนาจรัฐ ปกป้องสถาบัน


โดยนายสนธิกล่าวว่า การชุมนุมเคลื่อนไหวในครั้งต่อไป ไม่ใช่ออกมาสู้บนถนนอีก แต่ต้องยึดอำนาจรัฐสถานเดียว และต้องถึงคราวแตกหัก ไม่เช่นนั้นพระเจ้าอยู่หัวจะอยู่ไม่ได้ หากทหารไม่ทำหน้าที่ปกป้องสถาบันกษตริย์ พี่น้องพันธมิตรฯจะทำหน้าที่เอง เราจะไม่ปล่อยให้พวกแมลงสาบออกมาตีกินอีก พร้อมเรียกร้องให้ทหารร่วมมือประชาชนรีบออกมาปฏิวัติโดยเร็ว เพื่อยึดอำนาจรัฐให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด

ผมจะบอกให้รู้ว่าผมไม่ได้นั่งเฉยๆ ผมเตรียมพร้อมทุกวินาทีที่จะออกมาสู้ แล้วสู้ครั้งนี้ พี่น้อง ไม่ใช่มาประท้วงที่ถนน จะต้องสู้เพื่อยึดอำนาจรัฐเลย ต้องสู้เพื่อแตกหัก เพราะถ้าไม่แตกหักแล้ว พระเจ้าอยู่หัวเราไปไม่รอด ผมเป็นคนแรกที่ผมบอกว่า ทหารเท่านั้นที่จะเป็นเสาค้ำพระเจ้าอยู่หัว แต่ถ้าทหารไม่สามารถจะค้ำได้ อีกไม่นานพวกเราคงต้องออกมาค้ำพระเจ้าอยู่หัว และถ้าออกมาครั้งนี้ ต้องชนะอย่างเด็ดขาด ไม่มีการตีงูให้กากิน แล้วก็ไม่มีการที่จะให้ไอ้พวกแมลงสาบมาตีกินพวกเราอีก ผมเชื่อว่าในที่สุดแล้ว มีพลังของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเท่านั้นที่จะค้ำจุนประเทศชาติได้ ทหารอย่านั่งเฉย รีบออกมาปฏิวัติเสีย แล้วพันธมิตรฯ ทั่วประเทศจะออกมาร่วมกับทหารยึดประเทศไทยคืนมาจากไอ้พวกชั่วๆ

ทั้งนี้การกระทำดังกล่าวของนายสนธิเป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113 มาตรา 114 มาตรา 116 ฐานความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร ซึ่งระบุว่า


มาตรา 113 ผู้ใดใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อ

(1) ล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ
(2) ล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร หรืออำนาจตุลาการแห่งรัฐธรรมนูญหรือให้ใช้อำนาจดังกล่าวแล้วไม่ได้ หรือ
(3) แบ่งแยกราชอาณาจักรหรือยึดอำนาจปกครองในส่วนหนึ่งส่วนใดแห่งราชอาณาจักร

ผู้นั้นกระทำความผิดฐานเป็นกบฏ ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต

มาตรา 114 ผู้ใดสะสมกำลังพลหรืออาวุธ ตระเตรียมการอื่นใดหรือสมคบกัน เพื่อเป็นกบฏ หรือกระทำความผิดใด ๆ อันเป็นส่วนของแผนการ เพื่อเป็นกบฏ หรือยุยงราษฎรให้เป็นกบฎหรือรู้ว่ามีผู้จะเป็นกบฎแล้วกระทำการใดอันเป็นการ ช่วยปกปิดไว้ ต้องระวาง
โทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี


มาตรา 116 ผู้ใดกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต

(1) เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาล โดยใช้กำลังข่มขืนใจหรือใช้กำลังประทุษร้าย
(2) เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือ
(3) เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี

สำหรับเครือข่ายASTVผู้จัดการ กระบอกเสียงพันธมิตรที่เผบแพร่การกระทำความผิดของนายสนธิถือว่ากระทำผิดมาตรา มาตรา 85 วรรคหนึ่ง

"ผู้ใดโฆษณาหรือประกาศแก่บุคคลทั่วไปให้กระทำความผิด และความผิดนั้นมีกำหนดโทษไม่ต่ำกว่าหกเดือน ผู้นั้นต้องระวางโทษกึ่งหนึ่งของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น

ถ้าได้มีการกระทำความผิดเพราะเหตุที่ได้มีการโฆษณาหรือประกาศตามความในวรรคแรก ผู้โฆษณาหรือประกาศต้องรับโทษเสมือนเป็นตัวการ"

มาตรา 90 "เมื่อการกระทำใดอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษแก่ผู้กระทำความผิด"

ทั้งนี้เมื่อพบเห็นนายสนธิกระทำผิดกฎหมายชัดแจ้ง หากเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจตามกฎหมายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ไม่นำนายสนธิ ดำเนินคดีตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่นั้นมีความผิดตามมาตรา 157 ซึ่งระบุไว้ว่า

ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติ หน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาทหรือ ทั้งจำทั้งปรับ

ผมเชียร์ พล.อ.อ.สุกำพล รมต.กลาโหมสุดลิ่ม ให้ชนกับกองทัพ จัดแถวทหารครับ

ที่มา thaifreenews

โดย ลูกชาวนาไทย

ตอนนี้สถานการณ์แนวรบด้านกระทรวงกลาโหมนั้นร้อนแรงกว่า เรื่องการโจมตีรัฐมนตรีโดยลมปากจากสื่อบ้าง จาก ปชป.บ้าง จากพวก สว.สรรหาบ้าน ผมว่าเป็นเรื่องนินทากาเล ลมปากไม่มีความหมายอะไรมากนัก เพราะการเมืองไทยได้พ้นยุคประชาชนเป็นกลางไม่เป็นแฟนคลับของพรรคใด ฝ่ายใด เชียร์แต่นักการเมืองฝีปากกล้า คารมดี แล้วค่อยตัดสินใจในวันเลือกตั้งไปแล้ว

วันนี้การเมืองเลือกข้าง แบ่งสี แบ่งขั้ว เลือกอุดมการณ์ รับเงินหมาแต่กาเบอร์ 1 แล้ว
โวหารคารม การโจมตี ป้ายสี ไม่มีความหมายแล้ว

การ ปิดล้อมทางสื่อ การสาดโคลนข้างเดียว หากมันได้ผล ป่านนี้พรรคเพื่อไทย แพ้เลือกตั้งกราวรูด แตกกระจัดกระจาย กลายเป็นพรรคต่ำสิบไปนานแล้ว นายมาร์คคงได้เป็นนายกฯ จากการเลือกตั้งคะแนนท้วมท้นรอบสองไปแล้ว

แนว รบวันนี้อยู่ที่กระทรวงกลาโหม แม้ทุกฝ่ายจะสัมภาษณ์ว่าไม่มีปัญหา แต่การให้สัมภาษณ์แบบนี้มันคือ "มีปัญหา และกำลังตั้งป้อมคอยดู" หากไม่มีปัญหาจริงๆ ก็คงไม่มีใครพูดอะไร รอต้อนรับรัฐมนตรีอย่างเดียวไปนานแล้ว

พล.อ.อ.สุกำพล ในที่สุดก็คงเข้าไปแก้ไขบางอย่างในกระทรวงกลาโหม สลายความพร้อมที่จะทำรัฐประหาร และการสืบต่อสายอำนาจของพวกนายทหารที่เติบโตมาจากการทำรัฐประหารในปี 2549 แน่นอน

การที่ พล.อ.เปรม ยอมออกมาพบกับนายกฯปู แล้วมีการตีภาพข่าวของการปรองดองกระพือกันเต็มที่ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ไม่มีมาก่อน นั้นแสดงให้เห็นชัดเจนว่า ฝ่ายตรงข้ามนั้น "หวั่นไหว" อย่างเต็มที่จึงต้อง "มีการเคลื่อนไหว" ให้เราเห็นว่า จากสงบนิ่งเป็นขยับบ้างแล้ว

วันนี้กองทัพไทยนั้น แม้จะยังมีอุดมการณ์แบบอำมาตย์ แต่มันก็พ้นยุค "ขุนศึก" ไปนานแล้ว การทำรัฐประหาร ด้วยเงื่อนไขว่า "เพราะถูกย้าย" เลยใช้กองทัพมาปกป้องตนเองนั้น ผมไม่คิดว่ามันจะสามารถทำได้ในเงื่อนไขการเมืองที่กำลังเผชิญหน้า การจัดตั้งของคนเสื้อแดงเข็มแข็ง และชาวโลกจ้องตาเขม็งอยู่ แล้วกองทัพก็มาทำรัฐประหาร เพราะ พล.อ.ประยุทธื จันโอชา และพวก บูรพาพยัคฆ์โดนย้าย

หากเกิดขึ้นในประเทศไทยตอนนี้ แสดงว่ากองทัพไทยังล้าหลังทางความคิดอย่างยิ่ง

แน่ นอนการทำรัฐประหารปี 2549 ไม่ใช่การทำรัฐประหารของกองทัพ แต่เป็นการทำรัฐประหาร "ของชนชั้นนำ" พวกอำมาตย์ โดยใช้กองทัพเป็นเครื่องมือ

เป็นการทำรัฐประหารเพื่อผลประโยชน์ของชนชั้น ไม่ใช่ผลประโยชน์ส่วนตัวของ นายพลคนใดในกองทัพ ที่เป็นเรื่องส่วนตัวเพียวๆ

วันนี้ไม่มีนายพลคนใดของไทย มีบารมีขนาดนั้น แบบนั้นมันต้อง นายพลเนวิน หรือนายพลซอหม่องของพม่าแล้ว

วันนี้ กองทัพทำรัฐประหารได้ด้วยความยากลำบาก ดังนั้นอำนาจต่อรองของกองทัพจริงๆ นั้น "มีไม่มากนัก" นอกจากเป็นอำนาจการบลั๊ฟหรือขู่เท่านั้น หาก "พล.อ.อ.สุกำพล" ไม่แคร์กับการบลัีพนั้น สิ่งที่เหลือป้องกันตัวของทหารมีอย่างเดียวคือ พรบ.จัดระเบียบกลาโหม เท่านั้น

เกมจะไปอยู่ตรงการแก้ไข พรบ.จัดระเบียบกลาโหมแน่นอน

ยก เว้นว่าฝ่าย พล.อ.ประยุทธ์จะฉลาดกว่าเมื่อปีที่แล้ว คือ "แทนที่จะถอยสักก้าวสองก้าว" เพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามไม่จนมุมจนต้องแตกหัก ต้องเปลี่ยนเอา พล.อ.อ.สุกำพล มาแทน พล.อ.ยุทธศักดิ์ ปีที่แล้วหากประยุทธ์ ฉลาดกว่านี้ ยอมถอยสักสองก้าว ให้มีการเปลี่ยนโผได้ในระดับที่ ตัวเองไม่เสียฐานสำคัญ การรุกหนักของพรรคเพื่อไทยในวันนี้ก็ไม่เกิดขึ้น

การไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว สุดท้ายก็จะโดนกินทั้งกระดานเป็นแน่

เพราะ ประยุทธ์จริงๆ ก็ไม่เหลืออะไร นอกจาก พรบ.จัดระเบียบกลาโหม กับ จำนวนเสียงโหวต ของ ผบ.เหล่าทัพเท่านั้น แต่หาก พรบ.โดนแก้ไข อำนาจต่อรองตรงนี้ก็หมดไป

วันนี้ผมเชียร์ พล.อ.อ.สุกำพล ครับ
แม้ตอนรับตำแหน่ง รมต.คมนาคม ผลงานไม่ประทับใจมากนัก แต่นั่นเป็นเพราะใช้คนไม่ถูกกับงาน เท่านั้นเอง

ใช้คนตาบอดให้ไปเย็บผ้า สอดรูเข็ม ถึงอย่างไรมันก็ไปไม่รอด คนตาบอดต้องเอาไปหมุนกี่ทอผ้า หมุนอย่างเดียวไม่ต้องทำอย่างอื่น