WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, January 28, 2012

มังกรไฟ

ที่มา การ์ตูนมะนาว



รู้เขารู้เรา สุนัย สุทิน 27-1-2012

ที่มา thaifreenews

โดย bozo

กาแฟ



http://speedhorse.blogsite.org/read.php?tid=1055

โหนนน เจ้าาาา จนตรอก บิดเบือนนิติราษฎร์ หวังปิดประเทศ

ที่มา thaifreenews

โดย NuDang

เปิดตำราการเมืองเล่น
สูตรสำเร็จ ประวัติศาสตร์การเมืองไทย
แอบอิงสถาบันกษัตริย์ แย่งชิงอำนาจการเมือง
หวังเพื่อทำลายล้างศัตรู จากบารมีของกษัตริย์
ผิดเจตนา ที่กษัตริย์ได้...มอบอำนาจการปกครองให้ประชาชน
แต่คนโหนเจ้า...ก็ได้ใช้บารมีหยิบอำนาจนั้นไว้กับตัวเอง
ใช้ทหารเป็นเครื่องมือ เพราะมีอาวุธปืน ระเบิด รถถัง
ใช่ว่าเหตุเกิดมาครั้งเดียว...แต่เกิดมาซ้ำหลายครั้ง
ไม่ว่าจะเป็น หญิง ชาย เด็ก สตรี นักศึกษา หากขัดขืน
ล้วนโดนกำจัดให้หายชีวิต ไม่ต้องมีใครมารับผิดชอบ
................................
ผบ.ทบ. นายประยุทธ คาดหวังอะไร ?
กับการจ้อไมค์ออกทีวี .......กล่าวหานิติราษฎร์ ไม่จงรักภักดี
เขาไม่รู้ใช่ไหม ว่าการใช้วิธีดังกล่าวจะเกิดผลอย่างไรตามมา
หรือกำลังขาดสติ ใช้อารมณ์ มากกว่าหาเหตุผล จากหน่วยงานข่าวกรอง
ที่ตัวเองสามารถ กรองข่าว ตรวจสอบ ให้ชัดเจนก่อน ที่จะจ้อข่าว
หรือตั้งใจพูดแบบนั้น
เพื่อให้ผมเข้าใจว่า ท่านต้องการปลุกระดม “คนไทยฆ่าคนไทย” อีกครั้ง
เพื่อท่าน ผบ.ทบ. จะได้ปิดประเทศ ใช้กำลังทหาร ออกมาควบคุมสถานะการณ์
เพื่อเอาอำนาจการปกครองไว้กับตัวเอง...ด้วยเหตุผล รัฐบาลไม่สามารถควบคุมความสงบได้
เข้าตำรา โหนเจ้า เล่มเดิม ของแท้
...............
กลุ่มนิติราษฎร์ จึงถูกบิดเบือนเจตนา
จากต้องการปกป้องสถาบัน เพื่อไม่ให้นักการเมือง
เอามาเป็นเครื่องมือ หลังจากเกิดเหตุการเดิมๆ
ที่กลุ่มโหนเจ้าชอบใช้ มาตรา 112 เล่นงานทางการเมือง
ออกมาให้ข่าวเฉพาะบางส่วน ที่ทำกระทบต่อจิตใจของคนไทย
ด้วยการถามหาความจงรักภักดี
แต่ไม่ได้ยกเหตุผล ที่มา ที่ไป ของเจตนา ของนิติราษฎร์
กลับยกประเด็น ชี้นำ จากปากของ ตัวเอง จากความคิดของตัวเอง
เพื่อให้กลุ่มนิติราษฎร์ กำลังล้มเจ้า......
แต่ถ้าสังเกตให้ชัดเจน จะพบว่า
ผบ.ทบ. พูดยอมรับเองว่า ไม่มีปัญญาทำอะไร นิติราษฎร์
เพราะนิติราฎร์ทำตามกฏหมาย อยู่ในกรอบของกฎหมาย
สามารถเคลื่อนไหวได้.........
ถ้านิติราษฎร์ อยากจะล้มเจ้าจริง ทำไมถึงจะเล่นงานทางกฎหมายไม่ได้ จริงไหม ?
แสดงว่ามีทหารเลวต้องการ “ปิดประเทศ” จริงๆ

..................................

นิติราษฏร์ต้องได้รับเสรีภาพทางวิชาการ การกล่าวหาว่านิติราษฏร์เป็นนิติเรด เป็นเรื่องน่า

ที่มา thaifreenews

โดย PKT

ถ้าได้ฟังอาจารย์วรเจตน์มาตั้งแต่ต้น อาจารย์ท่านแสดงเจตน์จำนงค์จะนำเสนอแนวทางการเคลื่อนไหวของนิติราษฏร์ในทาง วิชาการ ไม่ใช่การเมือง ในทางวิชาการแล้ว จำนวนคนไม่สำคัญเท่าประเด็นเนื้อหาที่กำลังเสนอ และในทางวิชาการจะปฏิเสธแนวคิดที่แตกต่างหรือข้อถกเถียง ข้อโต้แย้ง ด้วยเหตุผลจากฝ่ายตรงข้ามไม่ได้

ข้อเสนอของนิติราษฏร์ ไม่ใช่คัมภีร์ ที่ห้ามโต้แย้ง หรือ ตั้งคำถาม

แต่น่าเสียดายอย่างยิ่งที่ฝ่ายที่คิดเห็นตรงข้ามกับนิติราษฏร์กลับใช้วิธีเยี่ยงอันธพาล ข่มขู่ คุกคามแทน

ประ เทศใหนที่มีการคุกคามนักวิชาการ ก็จบเห่ ครับ คือคุณข่มขู่คุกคามนักการเมืองก็ยังพอทำเนาเพราะนักการเมืองเป็นบุคคล สาธารณะ จำเป็นต้องยอมรับ และอดทนต่อการคุกคามอยู่แล้ว แต่นักวิชาการนั้นไม่ใช่

นักวิชาการนั้นต้องมีเสรีภาพในการคิดและ นำเสนอความคิด การข่มขู่นักวิชาการไม่ว่าจากฝ่ายใหน จะเป็นการแสดงความอับปัญญาและด้อยพัฒนาของของประเทศนั้น

ใน ทางกลับกัน การพยายามดึงเอานักวิชาการ ลากเอานักวิชาการ ประเด็นทางวิชาการ เข้ามาสนับสนุนประเด็นทางการเมือง ต้องทำด้วยความระมัดระวัง โดยไม่ทำลายความเป็นกลางทางวิชาการลงไป

เราต้องไม่ดราม่า แต่นำมาพิจารณาถกเถียงกันด้วยเหตุผล กระบวนการแก้ไขมาตรา112 จึงจะสามารถดำเนินการไปได้ ถ้าเขาดราม่ามา เราดราม่ากลับ กระบวนการนี้ก็จบเห่ เข้าทางเขา และจะไปไม่ถึงใหน (มองกันออกเนอะ)

การ บริหารความขัดแย้งนั้น ไม่ใช่เราจะเอาชนะเขาลูกเดียว ทำตามแต่ใจเรา โดยไม่คำนึงถึงใจเขา เราต้องลดความขัดแย้งลง ยิ่งบอกว่าตัวเองตาสว่าง มีความเข้าใจในเรื่องต่างๆดี เรายิ่งต้องเมตตาบรรดาผู้ยังมืดบอดให้มาก เหมือนครูผู้รู้ แม้นักเรียนจะดื้อสักเพียงใด เราก็ต้องหาวิธีบอกกล่าวเล่าคุยกัน ไม่ใช่สอนไม่ฟัง พูดไม่ฟัง ไล่ออกจากโรงเรียนโลด อย่างนี้ไปเจอกันนอกโรงเรียนก็ตัวใครตัวมัน

นิ ติราษฏร์ตอนเริ่มต้นดีแล้ว ระวังอย่าให้ใครเอาสีใดๆไปป้ายให้อาจารย์ทั้งหลาย นิติราษฏร์ต้อง สีใส มองเห็นได้ว่าไม่ได้ซ่อนอะไรไว้ นอกจากความหวังดีต่อชาติ ประเด็นที่นิติราษฏร์นำเสนอ จึงจะสามารถส่งไปถึงทุกคนในประเทศนี้ได้


พึงเอาชนะความโกรธด้วยเมตตา

"ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์" นำเผาหุ่น "วรเจตน์" หน้า มธ.

ที่มา ประชาไท

ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ - บรรณวิทย์ เก่งเรียน พร้อมกลุ่มผู้สนับสนุนได้นำหุ่นฟางคล้ายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ ไปเผาหน้าทางเข้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร๋ พร้อมยื่นรายชื่อ 53,948 รายชื่อ ขออำนาจตุลาการเข้ารับผิดชอบในการหยุดยั้งการทำลายชาติ เพื่อความมั่นคงปลอดภัยแห่งราชอาณาจักรไทย

(ที่มาของภาพ: เฟซบุคกลุ่มคนไทยรวมพลังปกป้อง กม.อาญา มาตรา 112)

เมื่อวานนี้ (27 ม.ค.) นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ และ พลเรือเอก บรรณวิทย์ เก่งเรียน กลุ่มแนวร่วมคนไทยหัวใจรักชาติ ได้นำหุ่นคล้ายนายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไปเผาบริเวณหน้าประตูทางเข้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หลังจากนั้น ได้นำรายชื่อประชาชน 53,948 รายชื่อ ขออำนาจตุลาการเข้ารับผิดชอบในการหยุดยั้งการทำลายชาติ เพื่อความมั่นคงปลอดภัยแห่งราชอาณาจักรไทย โดยมี นางพรพิมล จิระศิริโรจน์ ผอ.ศาลฎีกา เป็นตัวแทนมารับรายชื่อบริเวณหน้าศาลฎีกา สนามหลวง

‘ไทยพลัดถิ่น’ บุก ‘รัฐสภา’ ซ้ำ จี้หยุดพลิก ‘ร่างพ.ร.บ.สัญชาติ’

ที่มา ประชาไท

ภควิน แสงคง (ใส่หมวก)

นายภควิน แสงคง ที่ปรึกษาเครือข่ายการแก้ปัญหาคืนสัญชาติคนไทยจังหวัดระนองและจังหวัดประจวบ คีรีขันธ์ แกนนำเครือข่ายไทยพลัดถิ่น เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 28 – 30 มกราคม 2555 เครือข่ายคนไทยพลัดถิ่นพร้อมเครือข่ายภาคี จะชุมนุมที่หน้ารัฐสภา เพื่อติดตามการประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่…) พ.ศ. ….ของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่...) พุทธศักราช …… ในวันที่ 30 มกราคม 2555 นี้

นายภควิน เปิดเผยอีกว่า เหตุที่เครือข่ายไทยพลัดถิ่นออกมาชุมนุมอีกครั้ง สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2555 คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่…) พ.ศ. ….ได้ประชุมและมีมติตัดมาตรา มาตรา 7/1 ออก และมีการเพิ่มข้อความ “คณะรัฐมนตรีกำหนดก่อนวันที่พระราชบัญญัติสัญชาติจะมีผลบังคับใช้” ต่อท้ายในมาตรา 3 โดยยืนตามมติเดิมในระหว่างพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่…) พ.ศ. ….วุฒิสภา เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2555

นายภควิน เปิดเผยด้วยว่า จากการที่ตนและเครือข่ายไทยพลัดถิ่นไปศึกษาพบว่า แม้มีการตัดมาตรา 7/1 ออก แต่การเพิ่มข้อความ “การสำรวจจัดทำทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรภายใต้หลักเกณฑ์และ เงื่อนไขที่คณะรัฐมนตรีกำหนด ก่อนวันที่พระราชบัญญัติสัญชาติจะมีผลบังคับใช้” ต่อท้ายในมาตรา 3 ค่าออกมาก็เท่ากับไม่ตัดมาตรา 7/1 ทิ้งแต่อย่างใดเลย จะทำให้คนไทยพลัดถิ่นถึง 80% ไม่มีสิทธิได้สัญชาติไทยตลอดไป

นายภควิน เปิดเผยอีกด้วยว่า ตนและเครือข่ายไทยพลัดถิ่นต้องการให้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราช บัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่...) พุทธศักราช ……วุฒิสภา นำมาตรา 3 ของร่างพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่…) พ.ศ. ….ที่คณะรัฐมนตรี และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้เสนอ ที่มีข้อความต่อท้ายว่า “การสำรวจจัดทำทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรภายใต้หลักเกณฑ์และ เงื่อนไขที่คณะรัฐมนตรีกำหนด หรือเป็นผู้ซึ่งมีลักษณะอื่นทำนองเดียวกันตามที่กำหนดในกฏกระทรวง”

นายภควิน เปิดเผยอีกว่า ตนและเครือข่ายไทยพลัดถิ่นจะเข้าเจรจากับคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่…) พ.ศ. …. ถ้าหากว่าคณะกรรมาธิการฯ ไม่รับฟังสิ่งที่ตนและเครือข่ายไทยพลัดถิ่นพยายามเรียกร้อง ก็จะมีการชุมนุมยืดเยื้อไปจนกระทั่งถึงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2555 ซึ่งคณะกรรมาธิการฯประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่…) พ.ศ. ….อีกครั้ง

“อเนก” ชี้อุปสรรคกระจายอำนาจหากยังคิดในกรอบรัฐเดียว

ที่มา ประชาไท

เอนก เหล่าธรรมทัศน์

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 27 มกราคม 2555 ที่ห้องศาสตราจารย์ทวีแรงขำ (ร. 103) คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับสำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) จัดสัมมนาระดมความเห็นเรื่อง “คลื่นลูกที่สองของการกระจายอำนาจ : บริบทใหม่ ความจำเพาะของพื้นที่ และการเคลื่อนไหวเพื่อจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ” มีนักวิชาการจากสถาบันต่างๆ ทั่งประเทศเข้าประมาณ 100 คน

ศาสตราจารย์(พิเศษ)ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ คณบดีวิทยาลัยบริหารรัฐกิจและรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวในการปาฐกถาพิเศษเรื่อง “การกระจายอำนาจ คือ การคืนอำนาจให้ประชาชน ชุมชนและท้องถิ่น” ว่า การกระจายอำนาจในรูปของการปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ หากยังคิดในกรอบความเป็นรัฐเดียวแบบรวมศูนย์และผูกขาดอำนาจอธิปัตย์จะทำได้ ยาก เพราะอำนาจยังอยู่ที่รัฐบาล ส่วนกระทรวงทบวงกรมมุ่งสร้างความเป็นเลิศเฉพาะทาง แต่มีความรู้เรื่องพื้นที่น้อยมาก ต่างจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความรู้เรื่องพื้นที่อย่างดี

ศาสตราจารย์(พิเศษ)ดร.เอนก กล่าวอีกว่า แต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน แต่กรอบความคิดเอกกะนิยม คือการทุกอย่างต้องเหมือนกันทั้งหมด ได้ทำลายความสวยงามที่หลากหลายไป จริงๆ แล้วควรเป็นพหุรัฐ ถ้าเป็นเป็นพหุนิยมมากขึ้น ก็จะเห็นความงามที่แตกต่างได้ ไม่ใช่มีเพียงมาตรฐานเดียว

ศาสตราจารย์(พิเศษ)ดร.เอนก กล่าวว่า จริงๆ แล้ว รัฐธรรมนูญแก้ไขได้ทุกมาตรา แต่ที่ผ่านมาทั้งทหาร นักวิชาการ นักปฏิรูป อำมาตย์ ไพร่ ก็ยังคิดไม่พ้นกรอบเดิม คือ รัฐรวมศูนย์อำนาจ ผูกขาดอธิปไตย และยิ่งรวมศูนย์อำนาจ นายกรัฐมนตรีก็จะถูกเรียกร้องให้ทำเรื่องเล็กลง

ศาสตราจาย์ดร.จรัส สุวรรณมาลา คณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวในการสัมมนาเรื่อง“บริบทใหม่ ความเคลื่อนไหวใหม่ กับคลื่นลูกที่สองของการกระจายอำนาจ” ว่า ต้องให้องค์กรปกครองท้องถิ่นใหญ่ขึ้น มากกว่าองค์การบริหารส่วนตำบลหรือเทศบาล โดยให้มีอำนาจทางการคลังมากขึ้น เช่น เก็บภาษี โดยอาจรวมเป็นกลุ่มจังหวัด

ศาสตราจาย์ดร.จรัส ยังได้นำเสนอบทความทางวิชาการเรื่อง ท้องถิ่นพิเศษกับแนวคิดจังหวัดปกครองตนเอง โดยระบุว่า ขณะนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความอ่อนแอลง เพราะไม่มีแรงจูงใจที่พึ่งตนเองทางการคลัง เรียกว่าเป็น โรคเฮมิลตัน พาราด็อก เพราะมัวแต่พึ่งพาการช่วยเหลือจากรัฐ

เด็กไร้รัฐได้ปล่อยตัวจากสถานกักกันตรวจคนเข้าเมืองกรุงเทพฯ ครั้งแรกในไทย

ที่มา ประชาไท

(27 ก.พ.55) ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย มีการแถลงข่าวกรณีการให้ความช่วยเหลือประกันตัวเด็กไร้รัฐ 2 คนพร้อมด้วยแม่ของเด็ก และหญิงชาวเวียดนาม 1 คน ด้วยความร่วมมือระหว่างคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และมูลนิธิไทยเพื่อคนมีปัญหาสิทธิและสถานะบุคคล

อมรา พงศาพิชญ์ ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่า เช้าวันนี้ วัน หญิงชาวเวียดนามวัย 32 ปี พร้อมด้วยลูกชายวัย 11 ปี-ลูกสาววัย 13 ปีซึ่งถูกจัดเป็นคนไร้รัฐ และโรซิน หญิงเวียดนามวัย 27 ปี ได้รับการปล่อยตัวจากสถานกักกันตรวจคนเข้าเมืองกรุงเทพฯ ซอยสวนพลู หลังถูกจับกุมที่เชียงใหม่ และถูกกักอยู่ที่สถานกักกันนาน 1 ปี 6 เดือน โดยทั้งหมดได้รับการประกันตัวด้วยวงเงินคนละ 50,000 บาท ด้วยเงินจากกองทุนเพื่ออิสรภาพของผู้ลี้ภัยและคนไร้สัญชาติของมูลนิธิเพื่อ คนมีปัญหาสิทธิและสถานะบุคคล โดยจากนี้ พวกเขาจะต้องรายงานตัวทุก 30 วัน และรอการพิจารณาของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) เพื่อขอลี้ภัยไปยังประเทศที่สาม

ทั้งนี้ ต่อข้อวิจารณ์ว่าไม่สามารถติดต่อ UNHCR ได้ในระหว่างถูกกักตัวนั้น อมรา ระบุว่าจะพยายามประสานงานกับ ตม. เพื่อขอให้พวกเขาเข้าถึงองค์กรภาคประชาสังคม รวมถึง UNHCR เพื่อขอความช่วยเหลือด้วย

ระหว่างการประกันตัวนี้ เด็กทั้งสองคนจะได้รับทุนการศึกษาจากโรงเรียนเซนต์แอนดรูส์ แอนนี ฮันเซน ผู้อำนวยการฝ่ายรับสมัครและการตลาดของโรงเรียนนานาชาติเซนต์แอนดรูส์ ระบุว่า ระหว่างที่พวกเขายังอยู่ในประเทศไทย ก็จะได้รับการสนับสนุนด้านการศึกษา

วีรวิชญ์ เธียรชัยนันท์ ผู้อำนวยการบริหารมูลนิธิไทยเพื่อคนมีปัญหาสิทธิและสถานะบุคคล ระบุว่า จากนี้พวกเขาจะอยู่ในความดูแลของมูลนิธิ โดยจะมีทีมงานดูแลเรื่องความปลอดภัยและทำความเข้าใจกับตำรวจในพื้นที่และ หน่วยงานรัฐอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

วันและโรซิน กล่าวตรงกันว่า ต้องการความช่วยเหลือจาก UNHCR ในการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ลี้ภัย เพื่อเดินทางไปยังประเทศที่สาม เนื่องจากไม่สามารถกลับไปบ้านได้อีก โดยโรซินเล่าถึงสาเหตุที่เธอต้องหนีเข้ามาที่ประเทศไทยว่า เป็นเพราะครอบครัวของเธอทำงานกับสหรัฐอเมริกา ช่วงสงครามเวียดนาม ทำให้เธอเป็นที่จับตาของหน่วยงานความมั่นคง อีกทั้งเธอยังนับถือศาสนาคริสต์ซึ่งไม่เป็นที่ชื่นชอบของรัฐบาล

เกศริน เตียวสกุล ผอ.กลุ่มงานตรวจสอบเรื่องร้องเรียน 1 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษชนแห่งชาติ กล่าวว่า สถานกักกันมีความเป็นอยู่ที่แออัดมาก ผู้ถูกกักตัวมีโอกาสเจอแสงแดดเพียง 1 วันต่อสัปดาห์ บางครั้งได้ออกมาเจอแดดตอนเที่ยงซึ่งร้อนมาก โดยปัจจุบันมีเด็กในสถานกักกันราว 50 คน ทั้งนี้ เนื่องจากมองว่า เด็กไม่ใช่อาชญากรรม แต่กลับถูกขังโดยไม่มีกำหนด ขณะนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนฯ พยายามจะเจรจากับ ตม. เพื่อขอให้ย้ายเด็กเหล่านี้ไปอยู่ในสถานที่ควบคุมของกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์แทน

วีรวิชญ์ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ลี้ภัยจากพม่าราว 140,000 คนใน 9 ค่าย 4 จังหวัดคือ ตาก แม่ฮ่องสอน กาญจนบุรี และราชบุรี ขณะที่ในเมืองมีผู้ลี้ภัยเกือบ 3,000 คนจาก 30 ประเทศ อาทิ ศรีลังกา ปากีสถาน เกาหลีเหนือ คองโก โซมาเลีย แบ่งเป็นผู้ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ลี้ภัยราว 900 คน ส่วนที่เหลืออีก 2,000 กว่าคนอยู่ระหว่างการพิจารณา

วีรวิชญ์ กล่าวด้วยว่า จากการที่ประเทศไทยยังไม่ให้สัตยาบันในสนธิสัญญาเรื่องผู้ลี้ภัยฉบับ ค.ศ. 1951 ทำให้การจัดการเรื่องผู้ลี้ภัยเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะไม่มีมาตรฐานทางกฎหมาย ทั้งนี้ มีข้อมูลว่าในประเทศที่เป็นภาคีอนุสัญญาดังกล่าว จำนวนผู้หลบหนีเข้าเมืองลดลง เพราะมีกระบวนการทางกฎหมายและกรอบเวลาการทำงานที่ชัดเจน มีเกณฑ์การพิจารณาที่โปร่งใสและเป็นธรรม ผู้ที่ต้องการลี้ภัยก็สามารถแสดงตัวเพื่อเข้าสู่กระบวนการได้ทันที

วีรวิชญ์ กล่าวว่า ทั้งนี้ ที่ผ่านมาการช่วยเหลือบุคคลไร้รัฐทำด้วยหลักมนุษยธรรมโดยไม่มีกรอบของกฎหมาย ที่ชัดเจน แต่การปล่อยตัวคนไร้รัฐครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่มีความพยายาม ทำให้การปล่อยตัวคนไร้รัฐเป็นไปโดยมีระบบและถูกต้องทั้งในทางปฏิบัติและตาม กฎหมาย โดยการปล่อยตัวครอบครัวดังกล่าวนี้เป็นโครงการนำร่อง ยังมีคนไร้รัฐที่ถูกกักตัวที่จะให้การช่วยเหลือต่อไปอีก

นักข่าวพลเมือง: จับตาผู้ว่าอุดรฯ ชงโปแตชรับ ครม.สัญจร

ที่มา ประชาไท

หวังแซะงบสิบล้าน ครม.ยิ่งลักษณ์ อ้างเผยแพร่ประชาสัมพันธ์โครงการเหมืองแร่ เอ็นจีโอซัด เพิ่มความขัดแย้งหนักในพื้นที่ บี้ องค์กรส่วนท้องถิ่นสร้างประชาสังคมการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง เลิกโกหกชาวบ้าน

นายสุวิทย์ กุหลาบวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคอีสาน (กป.อพช.อีสาน) เปิดเผยว่า การประชุม ครม.สัญจร ที่จังหวัดอุดรธานีในครั้งนี้ มีประเด็นสำคัญที่ต้องจับตามองที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวผลักดันของ โครงการเหมืองแร่โปแตชอุดรธานี โดยทางจังหวัดอุดรธานีเตรียมชงโครงการเหมืองแร่โปแตชเข้าที่ประชุม ครม.สัญจร เพื่อหวังงบประมาณประชาสัมพันธ์โครงการเหมืองแร่โปแตช มาดำเนินการในพื้นที่ ในขณะที่เวลานี้ก็มีความขัดแย้งในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่องของชาวบ้านใน พื้นที่ กับส่วนราชการจังหวัดอุดรธานี ในเรื่องการประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลเพียงด้านเดียวของโครงการเหมืองแร่โป แตชมาตลอด

นายสุวิทย์ กล่าวว่า อุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี กำลังเตรียมทำแผนการรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ ร่วมกับ กพร. เพื่อเสนอให้ผู้ว่าจังหวัดในการชงเรื่องพิจารณาของบประชาสัมพันธ์ข้อมูล โครงการเหมืองแร่โปแตชในจังหวัดอุดรธานี จาก ครม.สัญจรที่จะถึงนี้ ซึ่งคงไม่ต่ำกว่าสิบล้านบาท โดยในวันพรุ่งนี้(28 ม.ค.) จะมีการประชุมแผนพัฒนาจังหวัดอุดรธานีกับทุกหน่วยงานที่จังหวัด ที่มีพลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานที่ประชุม โดยมีการหยิบยกประเด็นโปแตชเข้าหารือในที่ประชุมด้วย ตนคิดว่าเรื่องนี้ หากจังหวัดคิดจะทำ ควรจะทำแผนประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลต้องทำมา 7-8 ปี แล้ว ตามกฎหมายแร่ ปี 2545 มาตรา 88/9 ว่าด้วยการปรึกษาเบื้องต้นกับผู้มีส่วนได้เสีย ไม่ใช่มาเสนอทำแผนประชาสัมพันธ์โครงการเอาตอนนี้ มันไม่มีความจำเป็น แต่ที่เสนอขึ้นมาเร่งด่วนอย่างนี้ต้องการ เพียงแค่หวังงบประมาณจากการประชุม ครม.สัญจรครั้งนี้เท่านั้น

“ หน้าที่ในระดับจังหวัดที่ต้องพิจารณาอย่างจริงจังคือ ในส่วนขององค์กรส่วนปกครองท้องถิ่น อบต.กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่ทำประชาสังคม ถูกต้องตามระเบียบ กฎหมายหรือไม่ เพราะที่ผ่านมา การทำประชาสังคมไม่เคยเป็นการให้เกิดการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง มีแต่การประชาสังคมให้ข้อมูลโกหกชาวบ้าน เป็นการให้ข้อมูลด้านเดียวอยู่ตลอด จนเกิดความขัดแย้งในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมทางยุทธศาสตร์หรือ เอชอีเอ ที่ต้องนำมาพูดถึงอย่างจริงจังไม่ใช่ กพร.ไปว่าจ้างมหาวิทยาลัยทำ โดยให้ความสำคัญเฉพาะแต่เรื่องวิศวกรรมโดยละเลยประเด็นสำคัญคือ ด้านสิ่งแวดล้อม และสังคม” ” นายสุวิทย์ กล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้ นายวิเชียร ขาวขำ แกนนำเสื้อแดงจังหวัดอุดรธานี ได้พูดคุยกับคนใกล้ชิดว่า ไม่เห็นด้วยกับโครงการเหมืองแร่โปแตชอุดรธานี ในเรื่องผลประโยชน์ที่ได้ไม่คุ้มไม่เสีย โดยเฉพาะประเด็นเรื่องผลประโยชน์จากค่าภาคหลวงแร่เพียงแค่ 7 เปอร์เซนต์เท่านั้น แทนที่จะได้ 50 เปอร์เซนต์ รวมทั้งเขาระบุว่า บริษัทต้องวางเงินประกันค่าความเสียหาย ที่จะเกิดขึ้นให้กับชาวบ้านเท่าตัวเพราะพวกชาวบ้านจังหวัดอุดรธานีเป็นผู้ เสียสละ และที่สำคัญพวกเขาต้องได้รับความเสียหายจากผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการทำ โครงการเหมืองแร่ขนาดใหญ่อย่างแน่นอนในเรื่องชีวิต และสิ่งแวดล้อม

“หม่อมปลื้ม” วิเคราะห์เดโมแครตให้ร้ายคนรวย คล้าย “ประชาธิปัตย์” บ้านเรา

ที่มา ประชาไท

“หม่อมปลื้ม” วิเคราะห์ยุทธศาสตร์ของพรรคเดโมแครตทั้งสองประเทศ เน้นสร้างความเกลียดชังกับคนที่มีฐานะดี และเพิ่มช่องว่างในความเกลียดชังอิจฉาริษยาคนจนที่มีต่อคนรวย ทิ้งท้ายตั้งข้อสงสัยทำไมถึงเป็นแบบนั้น

27 ม.ค. 55 - ในรายการ The Daily Dose ประจำวันที่ 27 ม.ค. 55 ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล ผู้ดำเนินรายการได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับการแถลงประจำปีต่อรัฐสภาของ ประธานาธิบดี บารัค โอบามา (Barack Obama) ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เห็นว่าเป็นการปลุกกระแสต่อต้านคนรวย โดยโอบามาพูดถึงความพยายามที่จะสร้างความเท่าเทียมกันในสังคมมากขึ้น โดยที่มีนโยบายเศรษฐกิจที่สะท้อนระบบเศรษฐกิจทุนนิยมที่มีความเป็นธรรม สำหรับคนยากคนจน ลดช่องว่างของคนที่มีรายได้สูงกับคนที่มีรายได้ต่ำ

ม.ล.ณัฏฐกรณ์กล่าวว่านี่เป็นสิ่งที่โอบามาพูดเพื่อให้คนนั้นคิดถึงตัวแทน ของพรรครีพับบลิกัน (พรรคคู่แข่ง) ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป โดยโอบามานั้นเริ่มที่จะค่อยๆ ใช้ประเด็นของการที่คนจนนั้นควรที่จะได้รับสิทธิพิเศษในการได้ส่วนแบ่งใน ภาษีของคนร่ำรวย พยายามที่จะเสนอวาระแบบนี้ในการแถลงต่อสภา กอปรกับมีสื่อโฆษณาบางชิ้นที่ออกมาเผยแพร่ในช่วงนี้ ก็มีจุดประสงค์ที่ต้องการลดความชอบธรรมของว่าที่คู่ท้าชิงตำแหน่ง ประธานาธิบดีจากพรรครีพับบลิกันคือ มิต รอมนีย์ (Mitt Romney)

ซึ่งรอมนีย์นั้นก็เป็นเศรษฐี ซึ่งมีข่าวว่าเขามีเงินเก็บมากกว่า 300 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ และฐานะที่ร่ำรวยของรอมนีย์กำลังกลายมาเป็นปัญหาสำหรับตัวเขาเอง โดยโฆษณา Rich Kids for Romney (เริ่มเผยแพร่ใน http://www.huffingtonpost.com) ที่ล้อเลียนเขานั้น ซึ่ง ม.ล.ณัฏฐกรณ์ ระบุว่าไม่ทราบแน่ชัดว่าฝ่ายไหนเป็นคนผลิตโฆษณาชิ้นนี้ขึ้นมา ได้ล้อ เลียนว่าคนที่เป็นลูกคนร่ำคนรวยเท่านั้นถึงจะสนับสนุนรอมนีย์ให้เป็น ประธานาธิบดี ทั้งนี้การจุดกระแสแบบนี้มันอาจจะมีผลในช่วงที่คนอเมริกัน 9% ไม่มีงานทำ และมีกระแสการต่อต้านวอลล์สตรีท (Occupy Wall Street)

แต่ ม.ล.ณัฏฐกรณ์ วิเคราะห์สรุปว่าท้ายที่สุดนี่ก็คือเกมส์การเมือง เกมส์การเมืองของพรรคเดโมแครตเหมือนเดิม และเสริมว่านี่คล้ายเกมส์การเมืองของพรรคเดโมแครตทั้ง 2 ประเทศ (เปรียบเทียบกับพรรคประชาธิปัตย์ในบ้านเรา) คือพรรคเดโมแครตของสหรัฐฯ ภายใต้การนำของโอบามาอาจจะดีกว่าพรรคเดโมแครตของประเทศไทย (พรรคประชาธิปัตย์) ภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แต่ก็ดีไม่มากนัก คือยุทธการณ์โดยรวมก็คือการสร้างความเกลียดชัง กับคนที่มีฐานะดี และเพิ่มช่องว่างในความเกลียดชังอิจฉาริษยาคนจนที่มีต่อคนรวยนั้น มันเป็นยุทธการของพรรคเดโมแครตทั้งสองประเทศ โดยที่สหรัฐฯ นั้นใช้ความเข้มข้นยิ่งกว่าบ้านเราอีก

และ ม.ล.ณัฏฐกรณ์ ได้ทิ้งท้ายให้ผู้ชมรายการไปคิดต่อว่าทำไมยุทธศาสตร์ของพรรคการเมืองทั้งสองประเทศที่มีชื่อเหมือนกันจึงเป็นแบบนี้



อ่านเพิ่มเติม :

"หม่อมปลื้ม" เทียบขบวนการ "Occupy Wall St." ที่สหรัฐฯ คือ "พันธมิตรฯ" บ้านเรา
(ประชาไท, 22 ต.ค. 54)