WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, February 1, 2012

ฯพณฯณัฐวุฒิ-ส.ส.จตุพรฟันธงโชะไม่แก้112 เสื้อแดงขอนแก่นก่อหวอดคราวหน้าอย่าเลือกเพื่อไทย

ที่มา Thai E-News



โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
1 กุมภาพันธ์ 2555

'ตู่'วอน'นิติราษฎร์'หยุดแก้ ม.112 หวั่นโยงเสื้อแดงก่อรัฐประหาร

"ตู่" วอนกลุ่มนิติราษฎร์ ทบทวนข้อเสนอแก้ไขมาตรา 112 ลั่นไม่เกี่ยวเพื่อไทย และคนเสื้อแดง หวั่นเข้าทางกลุ่มผู้สูญเสียอำนาจโค่นล้มประชาธิปไตย ยืนยันไม่มี ส.ส.-ส.ว.คนใดยกมือให้ ขอเดินหน้าแก้ รธน.ต่อต้านรัฐประหาร วอนกองทัพอย่าฟังคำยุยงยึดอำนาจ ให้ต่างคนต่างทำหน้าที่เพื่ออยู่อย่างปรองดอง

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่ม นปช. แถลงถึงกรณีหลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ข้อเสนอของกลุ่มนิติราษฎร์ ให้แก้ไขมาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญา ว่า วันนี้บรรยากาศการเมืองแปลกๆ อึมครึม กลุ่มที่สูญเสียอำนาจอาจจะหยิบยกมาตรา 112 มาใช้เป็นเหตุกระทำการรัฐประหาร โดยคณะบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการยึดอำนาจเกือบทั้งหมดนั้นได้ออกมาร่วมกัน ประสานเสียง มีความพยายามมัดรวมรัฐบาล กลุ่มนิติราษฎร์ พรรคเพื่อไทย และคนเสื้อแดงว่าต้องการแก้ไขมาตรา 112 โดยสร้างจินตนาการว่า เหตุเพราะต้องการที่จะโค่นล้มสถาบัน โดยขอยืนยันว่า ข้อเสนอของกลุ่มนิติราษฎร์นั้นถือเป็นอิสระทางความคิด ไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับพรรคเพื่อไทย รัฐบาล และคนเสื้อแดง นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ กับตนนั้นในชีวิตนี้ไม่เคยพบกันแม้แต่ครั้งเดียว เพียงแต่ติดตามรับฟังข้อเสนอที่ผ่านมาของกลุ่มนิติราษฎร์ เหมือนกับคนไทยส่วนใหญ่

อย่างไรก็ตาม หลายข้อเสนอของกลุ่มนิติราษฎร์ที่เกี่ยวข้องกับการรัฐประหารนั้น เป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่การเสนอให้แก้ไขมาตรา 112 นั้น ตนไม่เชื่อว่ากลุ่มนิติราษฎร์จะคิดร้ายต่อสถาบัน เพียงแต่ถูกบิดเบือน เพราะมาตรา 112 นั้นนับตั้งแต่ปี 2519 เป็นต้นมาไม่เคยมีปัญหา จนกระทั่งสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่มีการนำมาปฏิบัติต่อปฏิปักษ์ทางการเมือง ทั้งนี้ ตนไม่อยู่ในสถานะที่จะบอกว่า เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย แต่ขอเสนอในฐานะคนไทยคนหนึ่งต่อกลุ่มนิติราษฎร์ ว่า ข้อเสนอของกลุ่มนิติราษฎร์ทั้งหมดนั้นสังคมได้รับทราบแล้ว แต่เห็นว่าหากยังคงเดินในแนวทางนี้ต่อไป อาจจะเป็นเหตุให้กลุ่มผู้ที่สูญเสียอำนาจนั้นใช้เป็นเหตุในการโค่นล้มระบอบ ประชาธิปไตยอีกครั้ง ดังนั้น จึงอยากขอให้ทบทวน

"เรื่องนี้จะไม่มี ส.ส.หรือ ส.ว.แม้แต่คนเดียวที่จะกล้ายกมือให้ และถ้าภายในเดือน ก.พ.นี้ที่ศาลโลกจะตัดสินกรณีชายแดนไทย-กัมพูชาแล้ว หากปรากฏว่าประเทศไทยแพ้ จะมีการนำเรื่องนี้ไปรวมกับกรณีการแก้ไขมาตรา 112 จนนำพาไปสู่การโค่นล้มระบอบประชาธิปไตย ดังนั้น เมื่อเส้นทางแห่งความเป็นจริงเป็นเช่นนั้นก็รู้สึกเห็นใจ ที่กลุ่มนิติราษฎร์ไม่ควรเดินหน้าต่อไป แต่สุดท้ายแล้วจะใช้ดุลพินิจอย่างไรนั้น ถือเป็นเรื่องของกลุ่มนิติราษฎร์ แต่จะเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อต่อต้านการรัฐประหาร"

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไม่ควรไปวิตกกับการแก้ไข พ.ร.บ.กลาโหม เพราะที่ผ่านมานั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ตั้งผู้บัญชาการเหล่าทัพทุกเหล่าทัพ แต่ก็ยังถูกยึดอำนาจได้ ทั้งนี้ ผู้บัญชาการเหล่าทัพโปรดอย่าไปเชื่อผู้ที่ไปยุยง เพราะทันทีที่ท่านยึดอำนาจ ประชาชนจะลุกฮือขึ้นมาต่อต้านกันทั้งประเทศ ดังนั้น ต่างคนต่างทำหน้าที่ แล้วเราก็จะอยู่กันได้อย่างปรองดอง

สำหรับมาตรา 112 นั้น ที่ผ่านมาคนเสื้อแดงมีความเจ็บปวดจากการถูกใส่ร้าย และถูกยัดเยียด ว่าเป็นคนไม่จงรักภักดี เราได้แต่เพียงร้องขอเพื่อหวังที่จะระงับยับยั้งเหตุ ที่จะนำไปสู่การตายของประชาชนที่จะออกมาต่อต้าน หากมีการยึดอำนาจรอบใหม่ เพราะวันนี้สุดท้ายแล้วปลายทางก็มีให้เห็นอยู่แล้วว่ามันเป็นไปไม่ได้อยู่ แล้ว เพราะไม่มี ส.ส.หรือ ส.ว.คนไหนกล้าที่จะยกมือให้อยู่แล้ว

ณัฐวุฒิยันเพื่อไทยชัดเจนไม่แก้มาตรา 112

(ดูวิดิโอข่าว คลิ้กที่นี่)


ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 08.50 น. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรฯและแกนนำ นปช.ให้สัมภาษณ์ ถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ ยังคงโจมตีพรรคเพื่อไทย ว่าอยู่เบื้องหลังสนับสนุนการเคลื่อนไหวของกลุ่มนิติราษฎร์ในการเสนอแก้ไข ประมวลกฎหมายอาญา ม. 112 ว่า เป็นรูปธรรมที่ทำให้ประชาชนเห็นชัดอีกครั้ง ว่ามีคนบางกลุ่มบางพวก นำเอาสถาบันเบื้องสูงมาเอ่ยอ้างเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองมายาวนาน จนกลายเป็นสถานการณ์ความไม่เข้าใจกัน

และใช้เป็นพื้นที่ผลประโยชน์ทางการเมืองของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ยังคงดำรงอยู่ในสังคม เพราะท่าทีและจุดยืนของพรรคเพื่อไทย และรัฐบาล ชัดเจนจนแทบไม่ต้องอธิบายหรือมีคำถามใด ๆ ขึ้นมาอีกแล้ว

" เพราะว่ารัฐบาลโดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก็ได้แสดงท่าทีชัดเจนแล้ว ส่วนพรรคเพื่อไทย ที่นำโดย นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรค ก็ได้แสดงท่าทีชัดเจนแล้วเช่นกัน อีกทั้งมติการดำเนินการของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือว่าเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่หลักในการพิจารณาแก้ไขข้อกฏหมาย ก็มีความชัดเจนว่าไม่มีแนวทางและแนวคิดที่จะแก้ไขประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 112 เพราะฉะนั้น หากมองย้อนหลังไป ก็จะเห็นว่าทุกอย่างมีความชัดเจน ยกเว้นแต่ทางพรรคประชาธิปัตย์ ที่เจตนาจะไม่เข้าใจและเจตนาที่จะสร้างความสับสนให้เกิดขึ้นกับสังคม เพื่อที่จะได้ประโยชน์จากพื้นที่ทางการเมือง"นายณัฐวุฒิ กล่าว

เชื่อว่ากรณีดังกล่าวนี้ประชาชนจะสามารถใช้วิจารณญาณได้ แล้วพรรคเพื่อไทยและรัฐบาลก็มีการออกมาระบุชัดเจนตรงไปตรงมา แน่ใจว่าประเด็นนี้ได้ข้อยุติลงแล้ว

นอกจากนั้นทางสภาฯ ยังมีท่าทีชัดเจนว่าไม่มีแนวคิดที่จะแก้ไขมาตรานี้ จะเห็นว่าทุกอย่างชัดเจน มีเพียงพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น ที่เจตนาจะไม่เข้าใจและเจตนาสร้างความสับสนให้เกิดขึ้นกับสังคม เพื่อจะได้เป็นพื้นที่ประโยชน์ทางการเมืองของตัวเอง แต่ประชาชนรู้เท่าทัน และในที่สุดพรรคประชาธิปัตย์ จะได้รับผลกระทบจากการเคลื่อนไหวเรื่องนี้

"ประเด็นนี้ได้ข้อยุติแล้ว แต่พรรคประชาธิปัตย์จงใจที่จะไม่ให้มีข้อยุติ ผมขอฝากข้อคิดถึงประชาธิปัตย์ว่า 4-5 ปีที่ผ่านมา ก็เพราะท่านเที่ยวพูดเที่ยวทำอยู่อย่างนี้ มันมีข้อกล่าวหาหรือวิธีการใดอีกที่ไม่เคยกล่าวหา หรือใช้ประโยชน์ทางการเมืองโดยทำให้พรรคเพื่อไทยเกิดความเสียหาย และในท้ายที่สุดประชาชนสามารถแยกแยะเหตุผลและข้อเท็จจริงได้ ถ้าพรรคประชาธิปัตย์มองย้อนเหตุการณ์ 4-5ปี ที่ผ่านมาก็น่าจะได้ข้อคิดและปรับเปลี่ยนวิธีทำงานทางการเมืองเสียใหม่

ทั้งนี้ รัฐบาลไม่ได้ปล่อยเกาะหรือทอดทิ้งกลุ่มนิติราษฎร์ อย่างที่พรรคประชาธิปัตย์พยายามกล่าวหา แต่เราเป็นสังคมประชาธิปไตย ไม่มีการผูกยึดกับบุคคลหรือองค์กร นอกจากเหตุผลหรือข้อเท็จจริงในแต่ละสถานการณ์ บางข้อเสนอสอดคล้องกับสถานการณ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สังคมขานรับ และบางข้อเสนออาจไม่ถูกต้อง ไม่สอดคล้อง และอาจทำให้เกิดความสับสน ก็จะมีการตั้งข้อสังเกต และแสดงความเห็นต่าง เป็นเรื่องปกติของระบอบประชาธิปไตย" นายณัฐวุฒิ กล่าว

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ในสถานการณ์ปัจจุบันสิ่งที่ดีที่สุดขณะนี้คือรับฟังทุกฝ่ายและยอมรับความ จริงว่าประเทศนี้ต้องปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุข แล้วทุกฝ่ายยุติการเอ่ยอ้างถึงสถาบันเบื้องสูงเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง

อย่างไรก็ตามนายณัฐวุฒิกล่าวว่า แม้ฝ่ายต่อต้านการแก้ไข112บอกว่าทำไปเพื่อปกป้องสถาบัน แต่ฝ่ายเสนอแก้ไขนั้นก็ได้ยืนยันเช่นกันว่า แก้ไขเพืิ่อปกป้องสถาบัน ไม่มีฝ่ายใดคิดจ้องล้มสถาบันดังที่มีการโจมตีกัน เป็นเพียงความเห็นต่างในระบอบประชาธิปไตย

คนขอนแก่นฮึ่มเตือนเพื่อไทยสมัยหน้าไม่เลือก จะหันไปเลือกพรรคที่สนับสนุนข้อเสนอนิติราษฎร์แทน


สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) ร่วมกับสหพันธ์นิสิตนักศึกษาภาคอีสาน (สนนอ.)ได้ร่วมกันจัดเสวนาเรื่อง"แก้ไขมาตรา 112 ฟื้นฟูประชาธิปไตย"ที่โรงแรมขวัญมอ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อบ่ายวันอาทิตย์ที่ 29 มกราคมที่ผ่านมา โดยมีผู้ร่วมงานมากกว่า 200 คน ซึ่งคนเสื้อแดงจังหวัดขอนแก่นที่เข้าร่วมในงาน ได้พากันอภิปรายว่า จังหวัดขอนแก่นเป็นจังหวัดที่เลือกพรรคเพื่อไทยยกทั้งจังหวัดในการเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งล่าสุด แต่พรรคเพื่อไทยก็ไม่ได้สนองเจตนารมณ์คนเสื้อแดง และชาวขอนแก่้น โดยเฉพาะการแก้ไขมาตรา 112

ได้มีการกล่าววิจารณ์ในที่ประชุมเสวนาว่า พรรคเพื่อไทยที่ไม่สนับสนุนการแก้ไขมาตรา112นั้นไม่ทราบว่าจะยึกยักรอให้เขา ยึดอำนาจก่อนหรืออย่างไร และเสนอให้ประชาชนที่เลือกพรรคเพื่อไทยรณรงค์กดดันส.ส.ที่ตัวเองเลือกไปให้ สนับสนุนการแก้ไขมาตรา112 ไม่ใช่ปล่อยให้รองนายกฯเฉลิม อยู่บำรุง พูดให้สัมภาษณ์จะคัดค้านการแก้ไขและจ้องจับผิดนิติราษฎร์อยู่อย่างนี้ หากพรรคเพื่อไทยไม่สนองตอบ ก็ควรยุติการสนับสนุน และหันไปเลือกพรรคการเมืองที่สนับสนุนข้อเสนอของนิติราษฎร์และครก.112แทน

ผู้เข้าร่วมเสวนากล่าวว่า เป็นที่แน่ชัดอยู่แล้วว่า ข้อเสนอแก้ไข112จะไม่มีทางสำเร็จ เพราะพรรคเพื่อไทยไม่ยอมสนับสนุน แล้วจะทำอย่างไรต่อไป ซึ่งวาด รวี 1 ในคณะกรรมการรณรงค์แก้ไขมาตรา 112 (ครก.112)กล่่าวตอบในที่เสวนาว่า การเสนอแก้ไขกฎหมายมีโอกาสไม่ประสบความสำเร็จหากไม่มีส.ส.สนับสนุน หรืออาจจะไปแท้งตั้งแต่ถึงมือประธานสภา เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดว่า ประชาชนจะเข้าชื่อแก้ไขกฎหมายก็ได้ หากกฎหมายนั้นเกี่ยวข้องกับสิทธิเสรีภาพประชาชน แต่หากประธานสภาตีความว่า 112 ไม่ใช่กฎหมายเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพ ก็อาจจะไม่บรรจุเข้าสู่วาระการแก้ไข ก็จะแท้งแต่ต้น "ซึ่งหากไม่ผ่าน เพราะแท้งตั้งแต่ต้น หรือไม่ได้รับการสนับสนุนจากสภา ทางครก.112ก็จะรณรงค์ทางสังคมต่อไป"

ขณะที่ผู้เข้าร่วมเสวนากล่าวว่า หากประธานรัฐสภาทำเช่นนั้นก็ถือว่าไม่เคารพเสียงประชาชน นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ก็เป็นส.ส.ที่คนขอนแก่นเลือกไป คราวหน้าก็อย่าหวังจะได้เข้าสภาอีก และขอบอกไปยังประชาชนจังหวัดอื่นๆว่าหากพรรคเพื่อไทยไม่สนับสนุนการแก้ไข มาตรา112 การเลือกตั้งหนหน้าก็ต้องมีการลงโทษทางสังคมด้วยการยุติการสนับสนุน แล้วไปเลือกพรรคการเมืองอื่นที่สนับสนุนการแก้ไขมาตรา112 และข้อเสนอลบล้างผลพวงการรัฐประหาร19กันยาของคณะนิติราษฎร์แทน (อ่านข่าวเกี่ยวเนื่อง:สนนท.ประณามASTV-หมอสลิ่มให้ร้ายฝ่ายรณรงค์แก้112ล้มเจ้า ย้อนที่ทำำกำลังสนองพระราชดำรัส)

โพลล์ไทยอีนิวส์เผยจะหันไปเลือกพรรคที่สนับสนุนข้อเสนอนิติราษฎร์

ไทยอีนิืวส์ได้จัดทำแบบสำรวจผู้อ่านในหัวข้อเรื่อง หากมีเลือกตั้งพรุ่งนี้คุณจะเลือกพรรคใด? ผลสำรวจในช่วง 2 วันที่ผ่านมากว่า 65% ตอบว่าจะเลือกพรรคที่สนับสนุนข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์ และจะเลือกพรรคเพื่อไทยเพียง 28% ซึ่งนับว่าเป็นสถิติต่ำที่สุดเท่าที่เราเคยสำรวจมา

อีสานโพลล์ยังให้รัฐบาลสอบผ่าน แต่คะแนนลดลงทุกด้าน โดยเฉพาะด้านการเมืิองฮวบ

วานนี้(31 ม.ค.) ดร.สุทิน เวียนวิวัฒน์ หัวหน้าโครงการอีสานโพล เปิดเผยว่า การสำรวจนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจความคิดเห็นของคนอีสานต่อการทำงานของ รัฐบาลใน 6 ด้าน เพื่อเป็นเสียงสะท้อนให้รัฐบาลได้นำผลการประเมินและข้อเสนอแนะไปปรับปรุง มาตรการและนโยบายการทำงานได้อย่างเหมาะสม โดยการสำรวจจะมีขึ้นทุกๆ เดือน โดยครั้งนี้เป็นการสำรวจครั้งที่ 2 ตั้งแต่รัฐบาลนายกฯยิ่งลักษณ์เข้ารับตำแหน่ง ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 28-30 มกราคม 2555 จากกลุ่มตัวอย่าง 1,035 ราย ในเขตพื้นที่ภาคอีสาน 20 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ หนองคาย ชัยภูมิ เลย อุบลราชธานี อุดรธานี นครพนม หนองบัวลำภู สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ สกลนคร มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ และบึงกาฬ

ผลสำรวจการประเมินผลงานรัฐบาลใน 6 ด้าน พบว่า ด้านภาพรวมการทำงานของรัฐบาลประเมินให้ผ่าน ร้อยละ 74.7 ไม่ผ่าน ร้อยละ 25.3 ด้านการเมืองและประชาธิปไตย ประเมินให้ผ่านร้อยละ 68.3 ไม่ผ่าน ร้อยละ31.7 ด้านเศรษฐกิจและความอยู่ดีกินดี ประเมินให้ผ่านร้อยละ 56.8 ไม่ผ่าน ร้อยละ 43.2 ด้านสังคม อาชญากรรม และยาเสพติด ประเมินให้ผ่านร้อยละ 61.2 ไม่ผ่าน ร้อยละ 38.8 ด้านสิ่งแวดล้อม มลภาวะ และภัยธรรมชาติ ประเมินให้ผ่านร้อยละ 53.9 ไม่ผ่าน ร้อยละ 46.1 ด้านการต่างประเทศ ประเมินให้ผ่านร้อยละ 81.2 ไม่ผ่าน ร้อยละ 18.8

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาเทียบกับช่วงปลายเดือนธันวาคม 54 พบว่าแม้ครั้งนี้คนอีสานจะประเมินให้ผลงานผ่านแต่ก็เป็นคะแนนการประเมินที่ ลดลงทุกๆ ด้าน คือ คะแนนในภาพรวม ลดลงจากเดิมร้อยละ 83.3 เหลือร้อยละ 74.7 ขณะที่ด้านการเมือง ลดลงจากเดิมร้อยละ 80.0 เหลือร้อยละ 68.3 ด้านเศรษฐกิจ ลดลงจากเดิม 76.1 เหลือร้อยละ 56.8 ด้านสังคม อาชญากรรม และยาเสพติด ลดลงจากเดิมร้อยละ 74.3 เหลือร้อยละ 61.2 ด้านสิ่งแวดล้อม มลภาวะ และภัยธรรมชาติ ลดลงจากเดิม ร้อยละ 69.1 เหลือร้อยละ 53.9 และด้านการต่างประเทศ ลดลงจากเดิมร้อยละ 86.7 เหลือร้อยละ 81.2

*********
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:กาลครั้งหนึ่งเมื่อไวๆนี้กับเสนาบดีณัฐวุฒิ:อย่าทรยศต่อจิตวิญญาณของคนเสื้อแดง มิเช่นนั้น เราขาดกัน

ผมขอวิงวอนผู้บริหารและพรรคเพื่อไทยให้นึกถึงหยดเลือดคราบน้ำตา ของพี่น้อง อิสรภาพที่คนเสื้อแดงอุทิศทุ่มเทลงไปสละลงเป็นเส้นทางเพื่อให้ท่านเดินมา เป็นรัฐบาล แต่ขอว่าอย่ามาเหยียบย่ำการต่อสู้ หรือทรยศต่อจิตวิญญาณของคนเสื้อแดง หากท่านไม่ทำอย่างนั้นเราก็จะเดินทางไปร่วมกันต่อไป แต่หากท่านทำอย่างนั้นเมื่อใด ผมก็จะใช้เสรีภาพของนักต่อสู้ออกไปยืนอยู่กับคนเสื้อแดง-ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ

กิจกรรมเพื่อ "เสรีภาพทุกตารางนิ้วของธรรมศาสตร์"

ที่มา Thai E-News

31 มกราคม 2555

รวบรวมโดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์

อย่าง รวดเร็ว กระแสท่าทีและการต่อต้านคำประกาศของ ดร. สมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ขยายวงกว้างไปสู่สังคม ทั้งฝ่ายหนุนและในจำนวนมากกว่าคือฝ่ายต้านคำสั่งที่ไม่ชอบธรรม และไม่ชอบด้วยกฎหมายครั้งนี้

ไทยอีนิวส์ขอร่วมเผยแพร่กิจกรรมและร่วม นำเสนอกำหนดการกิจกรรมต่างๆ เพื่อผู้สนใจจะได้จัดเวลาเข้าร่วมกิจกรรมที่สนใจ เพื่อพิทักษ์ "เสรีภาพทุกตารางนิ้ว"

ทั้งนี้ไทยอีนิวส์จะ update กิจกรรมเพื่อ "เสรีภาพทุกตารางนิ้ว" เป็นระยะๆๆ เพื่อร่วมเป็นหนึ่งกระบอกเสียงเพื่อช่วยเผยแพร่กิจกรรมต่างๆ และในฐานะที่เป็นสิื่อมวลชนที่รักอิสระภาพทุกลมหายใจเช่นกัน

0 0 0 0 0

เชิญร่วมกิจกรรมแจกภาพ กราบเก้าอี้ 112 นาที ย้ำที่นี่มีนศ.ตายเพราะความคลั่ง

ป้ายรถเมล์สนามหลวง ฝั่งตรงข้ามประตูทางเข้าธรรมศาสตร์ (ใกล้หอใหญ่)

เชิญร่วมกิจกรรมแจกภาพ กราบเก้าอี้ 112 นาที:เตือนความจำ ว่าที่นี่มีนักศึกษาตายจากค
วามคลั่ง

เป็นกิจกรรม "เงียบๆเล็กๆ ไม่มีเสียง เจียมเนื้อเจียมตัว"
เวลา วัน พฤหัสบดีที่ 2 ก.พ.55 14.00 - 15.30 น.
สถานที่ : ป้ายรถเมล์สนามหลวง ฝั่งตรงข้ามประตูทางเข้าธรรมศาสตร์ (ใกล้หอใหญ่)

รูปแบบกิจกรรม
1. ร่วมกันกราบกนกและเก้าอี้หันหน้าไปทางธรรมศาสตร์ที่ขณะนั้นมีกลุ่มคุณกรนมายื่นคัดค้านคณะนิติราษฎร เป็นเวลา 112 นาที

2. แจกภาพให้กับคนที่สนใจ และนักศึกษา รวมถึงสื่อมวลชนบริเวณนั้น เพื่อเตือนความทรงจำความโหดร้ายของอุดมกาณ์คลั่งชาตินี่ที่เคยมาเข่นฆ่านักศึกษาที่คิดต่าง(ตัวอย่างภาพ http://4.bp.blogspot.com/-ELn8C14hm5k/TeVseqcm8PI/AAAAAAAAA1A/fokXgKYCgVs/s1600/5000120044_bf0db2d9ff_b.jpg)

3. แจกสุนทรพจน์ของ ปรีดี พนมยงค์ ให้กับสื่อและผู้สนใจว่า "...มหาวิทยาลัยย่อมอุปมา ประดุจบ่อน้ำ บำบัดความกระหายของราษฎร ผู้สมัครแสวงหาความรู้ อันเป็นสิทธิและโอกาส ที่เขาควรมีควรได้ ตามหลักเสรีภาพของการศึกษา..."

ทั้งนี้กิจกรรมดังกล่าเป็นผลมาจากที่ที่ประชุมกรรมการบริหารมหาลัยธรรมศาสตร์ ส่งห้ามไม่ให้มีการจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวแก้ไขมาตรา 112 เมื่อวันที่ 30 ม.ค.55 (ดู http://www.prachatai.com/journal/2012/01/39005)

แต่ในขณะเดียวกันกลุ่มที่อ้างว่าเป็นศิษย์เก่าลูกแม่โดมและนายกนก รัตน์วงศ์สกุล พิธีกรชื่อดัง ในฐานะตัวแทนศิษย์เก่าได้นัดรวมพลหน้าคณะวารสาร ในวันพฤหัสบดีที่ 2 ก.พ.เวลา 14.00 น.ได้ โดยมีกิจกรรมเดินขบวนแสดงพลังประกาศเจตนารมณ์ที่ลานปรีดี ยื่นหนังสือต่ออธิการบดีที่ตึกโดม และปิดท้ายกิจกรรมด้วยการร้องเพลงถวายพระพร หันหน้าไปยังโรงพยาบาลศิริราช โดยในเอกสารยังเชิญชวนให้ลูกแม่โดมและผู้จงรักภักดีเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ด้วย(ดู http://www.thairath.co.th/content/pol/234832)

0 0 0 0 0





“ปรีดี พนมยงค์ กับ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์”
วันศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2555 เวลา 14.00-17.00 น.
ณ ห้องประชุมสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์
ชั้น 2 อาคารเอนกประสงค์ 3 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

โดย ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ
ศ.ดร.เกษียร เตชะพีระ
อ.พนัส ทัศนียานนท์
ดร.มรกต เจวจินดา ไมยเออร์

0 0 0 0 0


ชิญชวนทุกกลุ่มที่รักประชาธิปไตย ร่วมกัน
วางพวงหรีด ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
วันอาทิตย์ที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ เวลาบ่ายสองตรง
โดยพร้อมเพรียงกัน

จากม. ธรรมศาสตร์ สู่ ม. มหาสารคาม ไฟแห่งความกลัวลามทุ่ง

ที่มา Thai E-News

จดหมายเปิดผนึกจากนักศึกษา ม. มหาสารคาม

วันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๕๕

เรื่อง ขอเหตุผลที่ไม่อนุญาตให้จัด

เวทีเสวนาวิชาการ
เรียน คณบดีวิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

ตามที่กลุ่มนิสิตที่สังกัดวิทยาการเมืองการปกครอง ร่วมกับอาจารย์ในวิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีความสนใจที่จะจัดเวทีเสวนาวิชาการในหัวข้อ “สิทธิเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตยภายใต้กฎหมายหมิ่นสถาบันกษัตริย์” โดยเป็นความพยายามที่จะสร้างพื้นที่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ พูดคุยและถกเถียงปรากฏการณ์ทางสังคมที่เกิดขึ้นในสังคม ให้แก่นิสิตและผู้ที่สนใจทั่วไป ในวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ณ ตึก D วิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

แต่กระนั้น เมื่อทีมผู้จัดงานได้ทำเรื่องขออนุญาตขอใช้สถานที่และจัดเวทีเสวนาวิชาการในหัวข้อ “สิทธิเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตยภายใต้กฎหมายหมิ่นสถาบันกษัตริย์” ผลปรากฏว่า คณบดีวิทยาลัยการเมืองการปกครองไม่อนุญาตให้ใช้ ตึก D วิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เป็นสถานที่จัดงานดังกล่าว

ในขณะที่วิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ในฐานะองค์กรทางวิชาการ ดำเนินงานตามพันธกิจด้านการเรียนการสอน การวิจัย การบริการวิชาการ และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมนับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ที่เกี่ยวกับ การเมืองการปกครองและกฎหมาย รวมทั้งการเมืองท้องถิ่นในอีสาน เพื่อทำหน้าที่ในการสร้างองค์ความรู้ และแสวงหาข้อเท็จจริง (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มิติด้านการเมืองการปกครอง) ให้เป็นไปอย่างรอบด้านมากยิ่งขึ้น โดยหวังว่าด้วยข้อมูลและองค์ความรู้ที่เพิ่มมากขึ้น จะทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจของนิสิตและสาธารณชน

ซึ่งประเด็นเรื่องกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ กำลังเป็นประเด็นทางการเมืองที่มีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง จึงเป็นสิ่งที่สมควรยิ่งที่วิทยาลัยการเมืองการปกครองจะเป็นพื้นที่ที่สร้างความรู้ ความเข้าใจแก่นิสิตและผู้ที่สนใจ ผู้ซึ่งเป็นคณะบริหารและคณาจารย์ควรจะเห็นถึงความสำคัญของมหาวิทยาลัย ในการเป็นพื้นที่เปิดที่สามารถจัดกิจกรรมทางสังคม การเมือง และการวิพากษ์วิจารณ์และถกเถียงอย่างเปิดกว้าง
และยิ่งไปกว่านั้น วิทยาลัยการเมืองการปกครอง ก่อตั้งขึ้นเพื่อมุ่งผลิตบัณฑิตให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในสาขาวิชารัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ และรัฐประศาสนศาสตร์ เป็นพลเมืองที่มีความกระตือรือร้นทางการเมือง และมีจิตสำนึกที่รับใช้สังคม ในขณะเดียวกันก็เป็นศูนย์กลางทางวิชาการและวิชาชีพชั้นสูงที่อำนวยประโยชน์แก่ท้องถิ่นและประเทศชาติ

ดังนั้นในฐานะของนิสิต, คณาจารย์, ศิษย์เก่า แห่งวิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ผู้รักในเสรีภาพทางความคิดและการแสดงออก ขอเรียกร้องให้ผู้บริหารวิทยาลัยการเมืองการปกครอง ที่ลงมติในการไม่อนุญาตให้ใช้ วิทยาลัยการเมืองการปกครองเป็น พื้นที่ในการแลกเปลี่ยนในเวทีเสวนาวิชาการหัวข้อ “สิทธิเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตยภายใต้กฎหมายหมิ่นสถาบันกษัตริย์” ออกมาชี้แจงและให้เหตุผลประกอบการตัดสินใจดังกล่าวด้วย เพราะการกระทำดังกล่าวถือเป็นการขัดขวางความหลากหลายทางความคิดและปิดกั้นโอกาสในการพูดคุย ถกเถียง ประเด็นทางสังคมและการเมือง ไม่ให้นักศึกษาและคณาจารย์แสดงเสรีภาพทางความคิด

เชื่อมั่นแห่งอุดมการณ์ สิทธิและเสรีภาพเป็นของทุกค

รมว.กห.ยืนยันกองทัพเป็นลูกผู้ชาย พร้อมรับผิดชอบกรณีชาวปัตตานี

ที่มา : สำนักข่าวไทย MCOT



ททบ.5 1 ก.พ. - พล.อ.อ. สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีที่ทหารพรานยิงชาวบ้าน บ้านตันหยงปูโล๊ะ ม. 1 ต.ปูละปูโย อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เสียชีวิตและบาดเจ็บ ว่า เป็นเรื่องที่น่าเสียใจที่เกิดการสูญเสีย แต่ต้องเข้าใจการปฏิบัติหน้าที่ของทหารด้วย ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก บอกแล้วว่า ต้องสอบสวนข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร ทหารทำเกินกว่าเหตุหรือไม่

"ยืนยันได้ว่า กองทัพเป็นลูกผู้ชาย ถ้าผิด เรายอมรับผิด ไม่ได้เกี่ยงงอนอะไรทั้งสิ้น ขณะเดียวกัน ต้องเยียวยา เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่น่าเสียใจ และต้องทำโดยเร็วอย่างยุติธรรม แต่ทหารทำงาน 24 ชั่วโมง ไม่ได้ทำเฉพาะเวลากลางวันเท่านั้น เราเป็นฝ่ายที่ถูกกระทำ ไม่สามารถเลือกได้ว่า จะถูกโจมตีเวลาใด เป็นเรื่องทางยุทธวิธี ที่เราต้องมีความพร้อม 24 ช.ม. ทุกพื้นที่เราใช้กฎกติกาเดียวกัน อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาแล้ว เราก็ไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก คงต้องรอผลการสอบสวน ถ้าผิดก็ต้องยอมรับผิดอย่างลูกผู้ชาย แต่เราไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ไม่สามารถวิพากษ์วิจารณ์อะไรมากได้ ต้องระวังและรับฟังทั้ง 2 ฝ่าย" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าว.- สำนักข่าวไทย

กต.เชิญทูตยุโรปชี้แจงสถานการณ์ไทยหวังถอนประกาศเตือนก่อการร้าย

ที่มา : สำนักข่าวไทย MCOT



กระทรวงการต่างประเทศ 1 ก.พ.- นายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศให้ข้อมูลและชี้แจงสถานการณ์ให้แก่ประเทศ ต่าง ๆ ที่ยังคงออกประกาศคำแนะนำการเดินทางต่อประเทศไทยเกี่ยวกับกรณีอาจมีการก่อ การร้ายในไทย เพื่อให้พิจารณาปรับหรือทบทวนประกาศดังกล่าว ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาได้หารือเพิ่มเติมกับบางประเทศและมีการถอนประกาศเตือนไป แล้ว 8 ประเทศ ยังคงเหลืออีก 14 ประเทศ ที่ยังคงคำประกาศเตือน โดยในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและปลัดกระทรวงการต่างประเทศจะพบกับเอก อัครราชทูตหรือผู้แทนของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย ซึ่งจะได้ใช้โอกาสดังกล่าวให้ข้อมูลและชี้แจงพัฒนาการล่าสุดของสถานการณ์ที่ ถูกต้องให้ทราบ เพื่อให้แต่ละประเทศพิจารณาปรับหรือทบทวนข้อความในประกาศคำแนะนำของตนต่อ ไป.-สำนักข่าวไทย

พท.เดินหน้าแก้ไข รธน.มาตรา 291

ที่มา : สำนักข่าวไทย MCOT



เพื่อไทย 31 ม.ค. - นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ที่ประชุมพรรคเพื่อไทย วันนี้ (31 ม.ค.) ได้กำหนดท่าทีชัดเจนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยจะแก้มาตรา 291 ให้มี ส.ส.ร.ที่มาจากทุกจังหวัด จะไม่แตะต้องประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และกำชับให้ ส.ส.และสมาชิกพรรคแต่ละคนไปชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน โดยในขั้นตอนต่อไป จะมีการหารือในรายละเอียดกับพรรคร่วมรัฐบาล

"พรรคเพื่อไทยไม่แก้กฎหมายอาญา มาตรา 112 ขอให้คนบางกลุ่มที่พยายามนำประเด็นการแก้กฎหมายอาญา มาตรา 112 มาเคลื่อนไหวโจมตีพรรคเพื่อไทยและรัฐบาล เพื่อหวังให้เกิดความวุ่นวายจนนำไปสู่การทำรัฐประหาร ได้ยุติการเคลื่อนไหวดังกล่าว เพื่อให้บ้านเมืองเกิดความสงบเรียบร้อย" นายพร้อมพงศ์ กล่าว.- สำนักข่าวไทย


Tuesday, January 31, 2012

อำมาตย์กำลังติดหล่มสงครามยืดเยื้อ แนวรบใหม่กับกองทัพ "ปัญญาชน" เกิดขึ้น

ที่มา thaifreenews

โดย ลูกชาวนาไทย


วันนี้หากเป็นสงคราม (จริงๆ มันก็คือสงคราม ที่จริงสงครามมันเป็นแค่เครื่องมือชนิดหนึ่งของการต่อสู้กันทางการเมือง) การเมืองไทย จากสงครามที่คิดว่าจะชนะได้ในเวลาสั้นๆ ก็กลายเป็นสงครามยืดเยื้อไปเรียบร้อยแล้ว

จากที่ต่อสู้กับทักษิณ และอิทธิพลของทักษิณ
วันนี้ กลายเป็นการต่อสู้กับ "ปัญญาชน" ในประเด็น "เสรีภาพในการแสดงความเห็น" เสรีภาพในการคิดและความเชื่อ เป็นประเด็นทางอุดมการณ์ไปเรียบร้อยแล้ว

วันนี้ จะด่าว่า "ปัญญาชน" ตั้งแต่ นิธิ เอียวศรีวงศ์ ที่ก่อนหน้านี้สัก 3-4 ปีที่แล้ว เป็นพวกตรงข้ามกับทักษิณ แล้วสลับมาอยู่ตรงกลาง วันนี้กลายเป็นหนึ่งใน 112 คน ที่เป็นแนวรบใหม่ในการต่อสู้กับอำมาตย์

หนึ่งสงคราม สองแนวรบ แนวรบทักษิณกับผู้ศรัทธาทักษิณ แนวรบนักวิชาการปัญญาชนก้าวหน้า สองแนวรบแรงๆ ทั้งสิ้น

แนว รบปัญญาชน ควรที่จะต่อสู้กันด้วยปัญญาในโลกยุค "ข้อมูลข่าวสาร" แต่กลับเลือกใช้ "การปิดกั้นสถานที่" การใส่ร้ายกันเหมือนนักการเมือง

วันนี้ ไม่มี "ผีคอมมิวนิสต์" จะปลุกผีตัวไหนมา ผีตัวไหนก็ไม่น่ากล้าต่อประชาชนแล้วในวันนี้ นอกจากปีอำมาตยาธิปไตย ที่น่ากลัวเป็นที่สุดสำหรับประชาชน

จะรับมืออย่างไร ใช้กำลังดิบๆ ชนอย่างนั้นหรือ

วันนี้ โลกเชื่อมโยงกันด้วยระบบอินเตอร์เน็ตทั้งหมด ข่าวสารปิดกั้นไม่ได้ "สารที่ทรงไว้ซึ่งปัญญาของนิติราษฎร์ ต่อต้านไม่ได้ด้วยกำลังหรือการบิดเบือน เพราะพวกอำมาตย์ปิดกั้นข่าวสารไม่ได้อีกต่อไป"

ไม่ให้เขาใช้ห้อง ประชุมธรรมศาสตร์ นิติราษฏร์อาจประยุกต์ใช้ "เทคโนโลยี Youtube จัดแถลงการณ์ที่ไหนแล้วให้ "คุณม้าเร็ว Speedhorse ไปถ่ายทอดให้ก็ได้ ผู้เข้าร่วมประชุมในห้องจริงๆ ไม่ต้องมากก็ได้สัก 30-40 คนก็พอ เพื่อซักถามประเด็น แล้วถ่ายทอดผ่านเว็บ ผ่านยูทูปต์ ผมว่ามันก็ได้ผลพอๆ กัน

มันไม่จำเป็นต้องใช้หอประชุมใหญ่ธรรมศาสตร์ก็ได้

แนะนำให้ไปจัดแถลงการณ์ต่อไปที่ ร้านอาหาร "บ้านประภัสสร" หรือร้านอาหารใหญ่ๆ ที่ไหนสักแห่งก็ได้

ผมว่ามีร้านอาหารเสื้อแดงที่เต็มใจให้จัดถมเถไป

วันนี้แนวรบขยายตัว ยิ่งสู้ยิ่งขยายศัตรูออกไปเรื่อยๆ
ผู้รักประชาธิปไตย และเสรีภาพ ย่อมมีอยู่อย่างไม่สิ้นสุด
ยิ่งปิดกั้นเสรีภาพ มันยิ่งขยายตัว
ยิ่งขมขู่ คนก็ยิ่งสู้

ครม.เห็นชอบปรับเงินเดือนข้าราชการวุฒิ ป.ตรี 15,000

ที่มา ประชาไท

คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบในหลักการการปรับขึ้นอัตราเงินเดือนราชการ ปริญญาตรี-โท-เอก-ปวช.-ปวส. ในปีแรก 2555 มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2555

สำนักข่าวแห่งชาติ รายงานวันนี้ (31 ม.ค.) ว่านายนนทิกร กาญจนะจิตรา เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (กพ.) กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบในหลักการการปรับขึ้นอัตราเงินเดือนราชการ ปริญญาตรี-โท-เอก-ปวช.-ปวส. ในปีแรก 2555 มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2555 ใช้งบประมาณ 5,600 ล้านบาท พร้อมทั้งปรับขึ้นเงินเดือนราชการที่มีอายุงานตั้งแต่ 1 - 10 ปี ตามฐานเงินเดือนจริง ส่วนที่มีอายุงานเกิน 10 ปีขึ้นไปอยู่ระหว่างพิจารณา

สำหรับฐานเงินเดือนที่ยังไม่ถึง 15,000 บาท จะเพิ่มเงินการครองชีพชั่วคราวให้ไม่เกิน 15,000 บาท โดยเงินเดือนที่ปรับฐานใหม่ คือ ปริญญาตรี จากเดิม 9,140 บาท เพิ่มเป็น 11,680 บาท, ปริญญาโท จากเดิม 12,600 บาท เป็น 15,300 บาท , ปริญญาเอก จากเดิม 17,010 บาท เป็น 19,000 บาท , ปวช. จากเดิม 6,410 บาท เป็น 7,620 บาท และ ปวส. จากเดิม 7,600 บาท เป็น 9,300 บาท

ขณะที่การพิจารณาการปรับขึ้นอัตราเงินเดือนราชการในปี 2556 ต้องมีการหารือกับกระทรวงการคลังก่อน เพื่อไม่ให้กระทบระบบเศรษฐกิจประเทศ

ฯพณฯณัฐวุฒิไม่ลับลวงพรางฟันธงโชะไม่แก้112 แดงขอนแก่นก่อหวอดคราวหน้าอย่าเลือกเพื่อไทย

ที่มา Thai E-News

(ดูวิดิโอข่าว คลิ้กที่นี่)

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
31 มกราคม 2555

ณัฐวุฒิยันเพื่อไทยชัดเจนไม่แก้มาตรา 112

ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 08.50 น. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรฯและแกนนำ นปช.ให้สัมภาษณ์ ถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ ยังคงโจมตีพรรคเพื่อไทย ว่าอยู่เบื้องหลังสนับสนุนการเคลื่อนไหวของกลุ่มนิติราษฎร์ในการเสนอแก้ไข ประมวลกฎหมายอาญา ม. 112 ว่า เป็นรูปธรรมที่ทำให้ประชาชนเห็นชัดอีกครั้ง ว่ามีคนบางกลุ่มบางพวก นำเอาสถาบันเบื้องสูงมาเอ่ยอ้างเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองมายาวนาน จนกลายเป็นสถานการณ์ความไม่เข้าใจกัน

และใช้เป็นพื้นที่ผลประโยชน์ทางการเมืองของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ยังคงดำรงอยู่ในสังคม เพราะท่าทีและจุดยืนของพรรคเพื่อไทย และรัฐบาล ชัดเจนจนแทบไม่ต้องอธิบายหรือมีคำถามใด ๆ ขึ้นมาอีกแล้ว

" เพราะว่ารัฐบาลโดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก็ได้แสดงท่าทีชัดเจนแล้ว ส่วนพรรคเพื่อไทย ที่นำโดย นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรค ก็ได้แสดงท่าทีชัดเจนแล้วเช่นกัน อีกทั้งมติการดำเนินการของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือว่าเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่หลักในการพิจารณาแก้ไขข้อกฏหมาย ก็มีความชัดเจนว่าไม่มีแนวทางและแนวคิดที่จะแก้ไขประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 112 เพราะฉะนั้น หากมองย้อนหลังไป ก็จะเห็นว่าทุกอย่างมีความชัดเจน ยกเว้นแต่ทางพรรคประชาธิปัตย์ ที่เจตนาจะไม่เข้าใจและเจตนาที่จะสร้างความสับสนให้เกิดขึ้นกับสังคม เพื่อที่จะได้ประโยชน์จากพื้นที่ทางการเมือง"นายณัฐวุฒิ กล่าว

เชื่อว่ากรณีดังกล่าวนี้ประชาชนจะสามารถใช้วิจารณญาณได้ แล้วพรรคเพื่อไทยและรัฐบาลก็มีการออกมาระบุชัดเจนตรงไปตรงมา แน่ใจว่าประเด็นนี้ได้ข้อยุติลงแล้ว

นอกจากนั้นทางสภาฯ ยังมีท่าทีชัดเจนว่าไม่มีแนวคิดที่จะแก้ไขมาตรานี้ จะเห็นว่าทุกอย่างชัดเจน มีเพียงพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น ที่เจตนาจะไม่เข้าใจและเจตนาสร้างความสับสนให้เกิดขึ้นกับสังคม เพื่อจะได้เป็นพื้นที่ประโยชน์ทางการเมืองของตัวเอง แต่ประชาชนรู้เท่าทัน และในที่สุดพรรคประชาธิปัตย์ จะได้รับผลกระทบจากการเคลื่อนไหวเรื่องนี้

"ประเด็นนี้ได้ข้อยุติแล้ว แต่พรรคประชาธิปัตย์จงใจที่จะไม่ให้มีข้อยุติ ผมขอฝากข้อคิดถึงประชาธิปัตย์ว่า 4-5 ปีที่ผ่านมา ก็เพราะท่านเที่ยวพูดเที่ยวทำอยู่อย่างนี้ มันมีข้อกล่าวหาหรือวิธีการใดอีกที่ไม่เคยกล่าวหา หรือใช้ประโยชน์ทางการเมืองโดยทำให้พรรคเพื่อไทยเกิดความเสียหาย และในท้ายที่สุดประชาชนสามารถแยกแยะเหตุผลและข้อเท็จจริงได้ ถ้าพรรคประชาธิปัตย์มองย้อนเหตุการณ์ 4-5ปี ที่ผ่านมาก็น่าจะได้ข้อคิดและปรับเปลี่ยนวิธีทำงานทางการเมืองเสียใหม่

ทั้งนี้ รัฐบาลไม่ได้ปล่อยเกาะหรือทอดทิ้งกลุ่มนิติราษฎร์ อย่างที่พรรคประชาธิปัตย์พยายามกล่าวหา แต่เราเป็นสังคมประชาธิปไตย ไม่มีการผูกยึดกับบุคคลหรือองค์กร นอกจากเหตุผลหรือข้อเท็จจริงในแต่ละสถานการณ์ บางข้อเสนอสอดคล้องกับสถานการณ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สังคมขานรับ และบางข้อเสนออาจไม่ถูกต้อง ไม่สอดคล้อง และอาจทำให้เกิดความสับสน ก็จะมีการตั้งข้อสังเกต และแสดงความเห็นต่าง เป็นเรื่องปกติของระบอบประชาธิปไตย" นายณัฐวุฒิ กล่าว

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ในสถานการณ์ปัจจุบันสิ่งที่ดีที่สุดขณะนี้คือรับฟังทุกฝ่ายและยอมรับความ จริงว่าประเทศนี้ต้องปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุข แล้วทุกฝ่ายยุติการเอ่ยอ้างถึงสถาบันเบื้องสูงเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง

อย่างไรก็ตามนายณัฐวุฒิกล่าวว่า แม้ฝ่ายต่อต้านการแก้ไข112บอกว่าทำไปเพื่อปกป้องสถาบัน แต่ฝ่ายเสนอแก้ไขนั้นก็ได้ยืนยันเช่นกันว่า แก้ไขเพืิ่อปกป้องสถาบัน ไม่มีฝ่ายใดคิดจ้องล้มสถาบันดังที่มีการโจมตีกัน เป็นเพียงความเห็นต่างในระบอบประชาธิปไตย

คนขอนแก่นฮึ่มเตือนเพื่อไทยสมัยหน้าไม่เลือก จะหันไปเลือกพรรคที่สนับสนุนข้อเสนอนิติราษฎร์แทน


สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) ร่วมกับสหพันธ์นิสิตนักศึกษาภาคอีสาน (สนนอ.)ได้ร่วมกันจัดเสวนาเรื่อง"แก้ไขมาตรา 112 ฟื้นฟูประชาธิปไตย"ที่โรงแรมขวัญมอ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อบ่ายวันอาทิตย์ที่ 29 มกราคมที่ผ่านมา โดยมีผู้ร่วมงานมากกว่า 200 คน ซึ่งคนเสื้อแดงจังหวัดขอนแก่นที่เข้าร่วมในงาน ได้พากันอภิปรายว่า จังหวัดขอนแก่นเป็นจังหวัดที่เลือกพรรคเพื่อไทยยกทั้งจังหวัดในการเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งล่าสุด แต่พรรคเพื่อไทยก็ไม่ได้สนองเจตนารมณ์คนเสื้อแดง และชาวขอนแก่้น โดยเฉพาะการแก้ไขมาตรา 112

ได้มีการกล่าววิจารณ์ในที่ประชุมเสวนาว่า พรรคเพื่อไทยที่ไม่สนับสนุนการแก้ไขมาตรา112นั้นไม่ทราบว่าจะยึกยักรอให้เขา ยึดอำนาจก่อนหรืออย่างไร และเสนอให้ประชาชนที่เลือกพรรคเพื่อไทยรณรงค์กดดันส.ส.ที่ตัวเองเลือกไปให้ สนับสนุนการแก้ไขมาตรา112 ไม่ใช่ปล่อยให้รองนายกฯเฉลิม อยู่บำรุง พูดให้สัมภาษณ์จะคัดค้านการแก้ไขและจ้องจับผิดนิติราษฎร์อยู่อย่างนี้ หากพรรคเพื่อไทยไม่สนองตอบ ก็ควรยุติการสนับสนุน และหันไปเลือกพรรคการเมืองที่สนับสนุนข้อเสนอของนิติราษฎร์และครก.112แทน

ผู้เข้าร่วมเสวนากล่าวว่า เป็นที่แน่ชัดอยู่แล้วว่า ข้อเสนอแก้ไข112จะไม่มีทางสำเร็จ เพราะพรรคเพื่อไทยไม่ยอมสนับสนุน แล้วจะทำอย่างไรต่อไป ซึ่งวาด รวี 1 ในคณะกรรมการรณรงค์แก้ไขมาตรา 112 (ครก.112)กล่่าวตอบในที่เสวนาว่า การเสนอแก้ไขกฎหมายมีโอกาสไม่ประสบความสำเร็จหากไม่มีส.ส.สนับสนุน หรืออาจจะไปแท้งตั้งแต่ถึงมือประธานสภา เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดว่า ประชาชนจะเข้าชื่อแก้ไขกฎหมายก็ได้ หากกฎหมายนั้นเกี่ยวข้องกับสิทธิเสรีภาพประชาชน แต่หากประธานสภาตีความว่า 112 ไม่ใช่กฎหมายเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพ ก็อาจจะไม่บรรจุเข้าสู่วาระการแก้ไข ก็จะแท้งแต่ต้น "ซึ่งหากไม่ผ่าน เพราะแท้งตั้งแต่ต้น หรือไม่ได้รับการสนับสนุนจากสภา ทางครก.112ก็จะรณรงค์ทางสังคมต่อไป"

ขณะที่ผู้เข้าร่วมเสวนากล่าวว่า หากประธานรัฐสภาทำเช่นนั้นก็ถือว่าไม่เคารพเสียงประชาชน นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ก็เป็นส.ส.ที่คนขอนแก่นเลือกไป คราวหน้าก็อย่าหวังจะได้เข้าสภาอีก และขอบอกไปยังประชาชนจังหวัดอื่นๆว่าหากพรรคเพื่อไทยไม่สนับสนุนการแก้ไข มาตรา112 การเลือกตั้งหนหน้าก็ต้องมีการลงโทษทางสังคมด้วยการยุติการสนับสนุน แล้วไปเลือกพรรคการเมืองอื่นที่สนับสนุนการแก้ไขมาตรา112 และข้อเสนอลบล้างผลพวงการรัฐประหาร19กันยาของคณะนิติราษฎร์แทน (อ่านข่าวเกี่ยวเนื่อง:สนนท.ประณามASTV-หมอสลิ่มให้ร้ายฝ่ายรณรงค์แก้112ล้มเจ้า ย้อนที่ทำำกำลังสนองพระราชดำรัส)

โพลล์ไทยอีนิวส์เผยจะหันไปเลือกพรรคที่สนับสนุนข้อเสนอนิติราษฎร์

ไทยอีนิืวส์ได้จัดทำแบบสำรวจผู้อ่านในหัวข้อเรื่อง หากมีเลือกตั้งพรุ่งนี้คุณจะเลือกพรรคใด? ผลสำรวจในช่วง 2 วันที่ผ่านมากว่า 65% ตอบว่าจะเลือกพรรคที่สนับสนุนข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์ และจะเลือกพรรคเพื่อไทยเพียง 28% ซึ่งนับว่าเป็นสถิติต่ำที่สุดเท่าที่เราเคยสำรวจมา

*********
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:กาลครั้งหนึ่งเมื่อไวๆนี้กับเสนาบดีณัฐวุฒิ:อย่าทรยศต่อจิตวิญญาณของคนเสื้อแดง มิเช่นนั้น เราขาดกัน

ผมขอวิงวอนผู้บริหารและพรรคเพื่อไทยให้นึกถึงหยดเลือดคราบน้ำตา ของพี่น้อง อิสรภาพที่คนเสื้อแดงอุทิศทุ่มเทลงไปสละลงเป็นเส้นทางเพื่อให้ท่านเดินมา เป็นรัฐบาล แต่ขอว่าอย่ามาเหยียบย่ำการต่อสู้ หรือทรยศต่อจิตวิญญาณของคนเสื้อแดง หากท่านไม่ทำอย่างนั้นเราก็จะเดินทางไปร่วมกันต่อไป แต่หากท่านทำอย่างนั้นเมื่อใด ผมก็จะใช้เสรีภาพของนักต่อสู้ออกไปยืนอยู่กับคนเสื้อแดง-ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ

นศ. มธ. ประท้วง และแถลงเกรียนโหดสัดส่งมาโปรดแด่ผู้บริหารมธ.:แม้โลกนี้จะมีเสรีภาพ แต่ธรรมศาสตร์ไม่เกี่ยวข้อง!

ที่มา Thai E-News

31 มกราคม 2555

มติชนออนไลน์ รายงานข่าวว่า


หลัง จากที่เมื่อวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีมติเอกฉันท์ว่ามหาวิทยาลัย คณะสำนักสถาบันจะไม่อนุญาตให้ใช้พื้นที่มหาวิทยาลัยเพื่อเคลื่อนไหวกรณี ประมวลกฎหมายมาตรา 112 อีกต่อไป เพราะมหาวิทยาลัยเป็นสถานที่ราชการ การอนุญาตต่อไปอาจทำให้คนเข้าใจผิดว่าเป็นการดำเนินการของมหาวิทยาลัยหรือ มหาวิทยาลัยเห็นด้วยกับการดำเนินการดังกล่าวข้างต้น อีกทั้งอาจนำมาซึ่งความขัดแย้งอย่างรุนแรงภายในบริเวณมหาวิทยาลัย จนมหาวิทยาลัยไม่อาจดูแลความปลอดภัยของบุคคลและทรัพย์สินของมหาวิทยาลัยได้

ใน คืนวันเดียวกัน มีนักศึกษาจากหลากหลายกลุ่มรวมตัวกันประท้วงมติของคณะกรรมการบริหาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ด้วยการติดป้ายข้อความต่างๆ ทั่วทั้งอาคารเรียนรวมสังคมศาสตร์ (ตึก SC)

ทั้งนี้มีรายงานว่ากลุ่ม ธรรมศาสตร์เสรีเพื่อประชาธิปไตยจะทำการวางพวงหรีดเพื่อ คัดค้านการห้ามรณรงค์เกี่ยวกับมาตรา 112 และไว้อาลัยให้กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่ทำลายตัวเองด้วยการปิดกั้น เสรีภาพดังกล่าว ที่รูปปั้นอ.ป๋วย อึ้งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิทยาเขตรังสิต ในวันพฤหัสบดีที่ 2 กุมภาพันธ์นี้ เวลาบ่ายสองโมง และที่รูปปั้นอ.ปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิทยาเขตท่าพระจันทร์ ในวันอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์ เวลาบ่ายสองโมง


แถลงเกรียนโหดสัดส่งมาโปรดแด่ผู้บริหารมธ.:แม้โลกนี้จะมีเสรีภาพ แต่ธรรมศาสตร์ไม่เกี่ยวข้อง!





ภาพโดย สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย(สนนท.)


อ่าน "แถลงเกรียนชี้แจงเพิ่มเติมเรื่องไม่อนุญาตให้มีการเคลื่อนไหวทางการเมือง กรณีมาตรา 112" แล้วก็เห็นว่าสมควรจะช่วยเผยแพร่เพื่อให้ข้อความนั้นไปถึงอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อให้รีบตอบสนองต่อแถลงการณ์โดยพลัน โดยเฉพาะ ข้อเรียกร้องมาตรา 6 เราอ่านแล้ว เราชอบมาก

"6. ต่อจากนี้ไปหากนักศึกษาต้องการแสดงความคิดเห็นหรือเคลื่อนไหวทางการเมืองให้ นักศึกษาไปแสดงออกในห้องส้วมขณะขับถ่าย โดยสามารถขีดเขียนฝาผนังได้ตามใจชอบ ทางมหาวิทยาลัยจะได้จัดปากกาเคมีชนิดลบไม่ออกให้อย่างพอเพียงทุกตารางนิ้ว"


โดย ชัชชวย คนทน
31 มกราคม 2555


สืบ เนื่องจากที่คณะผู้บริหารฯ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีมติไม่อนุญาตให้มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองกรณี มาตรา 112 เพราะเกรงว่าสังคมภายนอกจะเข้าใจผิดคิดว่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อันทรง เกียรติจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ อีกทั้งการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ยังถือเป็นการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองที่ อาจนำมาซึ่งความรุนแรง เพราะเป็นการแสดงความคิดต่างทางการเมือง

การ ประกาศดังกล่าวมีนัยยะเป็นการประกาศมาตรฐานใหม่ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งทางคณะผู้บริหารฯ คาดว่าจะมีนักศึกษาส่วนใหญ่ไม่เข้าใจ เนื่องจากนักศึกษามักจะมีความเชื่อมั่นในสติปัญญาของตนเองสูงจนเกินควร ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการชี้แจ้งเพิ่มเติมเพื่อให้นักศึกษามีความสำนึกใน เจตนารมณ์ใหม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ดังต่อไปนี้

1. มหาวิทยาลัยขอประกาศยกเลิกการรำลึก ฟื้นฟูสถานะ ตลอดจนอ้างอิงถึงผู้ประศาสน์การปรีดี พนมยงค์ และอาจาร์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ด้วยเกรงว่านักศึกษาจะยึดเอาคุณธรรมและความกล้าหาญของบุคคลทั้งสองเป็น เยี่ยงอย่าง

2. ขอประกาศยกเลิกวันงานธรรมศาสตร์สามัคคี เพราะการเดินขบวนของนักศึกษาเข้ายึดมหาวิทยาลัยคืนจากทหารเมื่อ พ.ศ. 2494 เป็นเรื่องไม่สมควรอย่างยิ่งตามมาตรฐานใหม่ เนื่องจากเป็นการสุ่มเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดความรุนแรง ในทางกลับกัน ในภาวะสุ่มเสี่ยงทางการเมืองเช่นนี้นั้น ทางเลือกเดียวที่จะทำให้สังคมเกิดความสงบเรียบร้อยได้ ย่อมต้องอาศัยการรักษาความปลอดภัยโดยทหาร

3. เหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 ถือเป็นการเคลื่อนไหวที่ก่อให้เกิดความรุนแรงทางการเมือง ซึ่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ขอประกาศและยืนยันใหม่ว่าไม่เคยเกี่ยวข้อง ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของนักศึกษาบางส่วนกับประชาชนภายนอกที่รู้ เท่าไม่ถึงการ ออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมในพื้นที่สาธารณะ จนก่อให้เกิดความรุนแรง และบาดเจ็บล้มตายในท้ายที่สุด

4. เช่นเดียวกับข้อ 3 ในกรณี 6 ตุลา 2519 ให้ถือเป็นความผิดพลาดของผู้บริหารในยุคนั้นที่เคารพในศักดิ์ศรีความเป็น มนุษย์ จึงทำให้ขาดความเด็ดขาดในการตัดสินใจออกคำสั่งห้ามนักศึกษาใช้สถานที่

5. สืบเนื่องจากข้อ 2, 3, และ 4 ทางคณะผู้บริหารจึงห้ามจัดกิจกรรมรำลึกเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์การเมือง ของมหาวิทยาลัย เพราะทั้งหมดทั้งมวลล้วนเป็นเหตุการณ์เหลวไหลไร้สาระ ไม่ได้มีส่วนส่งเสริมให้นักศึกษาได้ดิบได้ดีในสังคมในภายภาคหน้า

6. ต่อจากนี้ไปหากนักศึกษาต้องการแสดงความคิดเห็นหรือเคลื่อนไหวทางการเมืองให้ นักศึกษาไปแสดงออกในห้องส้วมขณะขับถ่าย โดยสามารถขีดเขียนฝาผนังได้ตามใจชอบ ทางมหาวิทยาลัยจะได้จัดปากกาเคมีชนิดลบไม่ออกให้อย่างพอเพียงทุกตารางนิ้ว

7. คำขวัญใหม่ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์คือ “แม้โลกนี้จะมีเสรีภาพ แต่ธรรมศาสตร์ไม่เกี่ยวข้อง!”

จึงแจ้งให้ทราบโดยทั่วกัน
คณะผู้บริหารร่างกายในยามวิกฤติ