ที่มา ประชาไท
รดุลย์ ตุลารักษ์
แปลจาก "Workers’ Rights Endangered in Greece"
http://www.ituc-csi.org/workers-rights-endangered-in.html
คนรักประชาธิปไตย ต้องช่วยกันขับไล่ เผด็จการ
ที่มา ประชาไท
รดุลย์ ตุลารักษ์
แปลจาก "Workers’ Rights Endangered in Greece"
http://www.ituc-csi.org/workers-rights-endangered-in.html
ที่มา ประชาไท
จี้ถ้าภายใน 3 เดือนไม่มีความคืบหน้าจะเคลื่อนขบวนใหญ่ และฟ้องศาลปกครองกรณีมีผลประโยชน์ทับซ้อนของหน่วยงานและบุคคลที่เกี่ยวข้อง
เครือข่ายภาคประชาสังคมเคลื่อนขบวนเข้าพบ รมช.เกษตรฯ ยื่นข้อเรียกร้องไม่ให้ขึ้นทะเบียนสารเคมีกำจัดศัตรูพืชมีพิษร้ายแรง 4 ชนิด ได้แก่ คาร์โบฟูราน ไดโครโตฟอส เมโทมิล และอีพีเอ็น จี้ถ้าภายใน 3 เดือนไม่มีความคืบหน้าจะเคลื่อนขบวนใหญ่ และฟ้องศาลปกครองกรณีมีผลประโยชน์ทับซ้อนของหน่วยงานและบุคคลที่เกี่ยวข้อง ด้านอธิบดีกรมวิชาการเกษตรยืนยันปัจจุบันยังไม่มีการขึ้นทะเบียนสารเคมีทั้ง 4 ชนิดนี้ รับลูกเตรียมเสนอแบนสารเคมีทั้ง 4 ชนิด แต่เผยการตัดสินใจสุดท้ายอยู่ที่คณะกรรมการวัตถุอันตราย
วันนี้ (8 ก.พ.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ – เครือข่ายภาคประชาสังคมเคลื่อนขบวนจากบริเวณอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา มายังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อเข้าพบรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เพื่อยื่นข้อเรียกร้องไม่ให้ขึ้นทะเบียนสารเคมีกำจัดศัตรูพืชมีพิษร้ายแรง 4 ชนิด คือ คาร์โบฟูราน ไดโครโตฟอส เมโทมิล และอีพีเอ็น หลังพบแนวโน้มว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะอนุญาตให้มีการขึ้นทะเบียนสารเคมี อันตรายร้ายแรงเหล่านี้ โดยมีนายอารี ไกรนรา เลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับข้อเรียกร้องแทน และอธิบดีกรมวิชาการเกษตรร่วมชี้แจงให้ข้อมูล
นายอุบล อยู่หว้า ผู้ประสานงานเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกกล่าวว่า เป็นเวลานานกว่า 5 เดือนแล้วหลังการยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรเมื่อ 29 สิงหาคม 2554 ให้มีการระงับการขึ้นทะเบียนสารเคมีอันตรายทั้ง 4 ชนิด รวมถึงเปิดเผยข้อมูลการขึ้นทะเบียนและรายชื่อคณะอนุกรรมการขึ้นทะเบียนที่ เกี่ยวข้องเพื่อความโปร่งใสของกระบวนการ แต่จนถึงปัจจุบัน กรมวิชาการเกษตรซึ่งมีอำนาจหน้าที่โดยตรงในการควบคุมวัตถุอันตรายทางการ เกษตร ยังไม่มีการชี้แจงความคืบหน้าของการดำเนินการในเรื่องนี้ใดๆทั้งสิ้น
“ทางเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกและภาคีขอเรียกร้องให้ กรมวิชาการเกษตรเปิดเผยข้อมูลอย่างเร่งด่วน และมีการจัดเวทีสาธารณะเพื่อชี้แจงข้อมูลต่อประชาชนภายใน 1 เดือน รวมถึงมีการตั้งคณะทำงานพิจารณาการขึ้นทะเบียนสารเคมี 4 ตัวนี้ร่วมกันระหว่างรัฐและภาคประชาชน โดยขอให้ภาคการเมืองที่มีส่วนในการกำหนดนโยบายได้เข้ามาร่วมในคณะทำงานนี้ ด้วย เพื่อให้สามารถตัดสินใจเรื่องการไม่ขึ้นทะเบียนและยกเลิกสารพิษเหล่านี้ได้ ภายใน 3 เดือน เพราะเท่าที่ผ่านมาเรื่องยังไปไม่ถึงไหน แต่ผลกระทบต่อเกษตรกรและผู้บริโภคก็เห็นชัดอยู่แล้ว ส่วนในระยะยาวนั้นต้องมีการพูดคุยเรื่องการควบคุมการโฆษณาของสารเคมีเกษตร ที่กำลังเป็นปัญหามากในตอนนี้”
ด้านนายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผอ.มูลนิธิชีววิถี (BioThai) ชี้แจงว่า หากหลังการเข้าพบ รมช.เกษตรฯ 3 เดือนยังไม่มีความคืบหน้าในการไม่อนุญาตให้ขึ้นทะเบียนสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ที่มีพิษร้ายแรงตามข้อเรียกร้อง ทางภาคประชาสังคมจะรวมตัวกันเคลื่อนขบวนใหญ่อีกครั้งเพื่อทวงถามความเป็น ธรรม และยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกรณีการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและมีผลประโยชน์ทับ ซ้อนของหน่วยงานและบุคคลที่เกี่ยวข้องในการจะอนุญาตให้มีการขึ้นทะเบียน รวมถึงรณณงค์สาธารณะให้เลิกใช้ผลิตภัณฑ์ของบรรษัทสารเคมีที่ขอขึ้นทะเบียน สารเคมีอันตรายเหล่านี้ พร้อมๆ กับเปิดเผยข้อมูลการหลบเลี่ยงภาษีของบรรษัทสารเคมีนี้ด้วย
ขณะที่ นพ.ปัตพงษ์ เกษสมบูรณ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีเกษตร (ไทยแพน) กล่าวเสริมว่าปัจจุบัน ผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ยืนยันชัดเจนว่าสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ทั้ง 4 ชนิดมีผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมอย่างร้ายแรง มีการตกค้างสูงในพืชผัก และหลายประเทศได้เลิกใช้แล้ว แต่ในกรณีของประเทศไทยมีปัญหาในระดับนโยบายที่เอื้อประโยชน์ต่อธุจกิจมาก สุขภาพของประชาชน
ทั้งนี้ ภายหลังการยื่นข้อเรียกร้อง นายจิรากร โกศัยเสวี อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ชี้แจงว่าปัจจุบันสารเคมีอันตรายร้ายแรงทั้ง 4 ชนิดข้างต้นยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนแต่อย่างใด และทางกรมวิชาการเกษตรเห็นพ้องที่จะเสนอให้มีการแบนสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ทั้ง 4 ชนิดนี้ แม้ว่าอำนาจการตัดสินใจสุดท้ายอยู่ที่คณะกรรมการวัตถุอันตราย โดยจะเตรียมเปิดเผยข้อมูลการขึ้นทะเบียนตามที่ภาคประชาชนเรียกร้องใน 1 สัปดาห์ที่มา ประชาไท
พร้อมขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการรณรงค์เผยแพร่พระราชกรณียกิจ การเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมพสกนิกรในถิ่นทุรกันดาร และโครงการพระราชดำริต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อปกป้องพระเกียรติภูมิของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสถาบันพระมหา กษัตริย์
สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์รายงาน ว่า วันนี้ (8 ก.พ.) เครือข่ายคนเชียงใหม่ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ นำโดย นางนิตยาพร สุวรรณชิน ผู้ประสานงานเครือข่าย เดินทางมาที่ศูนย์ราชการ จ.เชียงใหม่ เข้ายื่นหนังสือต่อ หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เรียกร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกำชับข้าราชการทุกคนสอดส่องดูแลไม่ให้มีการ จาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นศูนย์กลางศรัทธาของประชาชนซึ่งอาจจะนำไปสู่ความแตกแยกภายในชาติ โดยเฉพาะบางพื้นที่ในหลายจังหวัดภาคเหนือ เพื่อปฏิบัติตามแนวนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร ไทย พุทธศักราช 2550 และเรียกร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดำเนินการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัดกับ กระบวนการเคลื่อนไหวเรียกร้องให้แก้ไขหรือล้มเลิกกฎหมายอาญามาตรา 112
อย่างไรก็ตาม เพื่อปกป้องพระเกียรติภูมิของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสถาบันพระมหา กษัตริย์ เครือข่ายคนเชียงใหม่ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ได้ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยว ข้องดำเนินการรณรงค์เผยแพร่พระราชกรณียกิจ การเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมพสกนิกรในถิ่นทุรกันดาร และโครงการพระราชดำริต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง
ที่มา blablabla
โดย 3บลา ประชาไท
ที่มา Thai E-News
โพสต์เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555
การ โพสต์ครั้งนี้เป็นครั้งที่หก และสำหรับเวลานี้ จะเป็นโพสต์สุดท้ายของเราในเรื่องขององค์กรฮิวแมนไรท์วอชท์และเหตุการณ์ที่ เปิดโปงให้เห็นหลังจากการรัฐประหารปี พ.ศ. 2549 วิกิลีกค์มีเคเบิ้ลอยู่ 58 ฉบับซึ่งอ้างถึงองค์กรฮิวแมนไรท์วอชท์ในประเทศไทย เนื้อหาส่วนใหญ่มีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในภาคใต้ เราทราบว่าเรื่องนี้ เป็นตอนที่ 5 แต่เพราะว่าเรื่องแรกนั้น ใช้ชื่อตอนต่างกัน ในการโพสต์ครั้งนี้ ซึ่งเหมือนกับตอนก่อนๆ เราจะพิจารณาถึงเคเบิ้ลซึ่งเกี่ยวข้องกับการฟันผ่าต่อสู้ทางการเมืองในปี พ.ศ. 2553
ในเคเบิ้ลลงวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 สถาน เอกอัครราชฑูตสหรัฐประจำประเทศไทย ได้รายงานว่า“เหตุการณ์วางระเบิดสองครั้งเมื่อตอนสุดสัปดาห์นั้น ก่อให้ความกังวลในสถานการณ์ได้พุ่งเพิ่งขึ้นในใจกลางเมืองหลวงของ ประเทศไทย” เคเบิ้ลฉบับนี้ได้รายงานถึง “การคาดคะเน” เกี่ยวกับแหล่งที่มา ของระเบิดเหล่านี้
นี่คือคำแถลงการณ์ซึ่งกล่าวย้ำโดยคุณสุนัย ผาสุก จากองค์กรฮิวแมนไรท์วอชท์ เกี่ยวกับแหล่งที่มาของระเบิดนั้นว่า:
คุณ สุนัย... กล่าวให้เราทราบว่า เขามีความมั่นใจมากว่า บุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับนายกฯ ทักษิณ (ชินวัตร) เป็นผู้รับผิดชอบต่อการวางระเบิดเหล่านั้น และเสริมว่า มีความแน่ใจที่รัฐบาลจะใช้เรื่องความพยายามในการโจมตีนี้เพื่อพยายามทำลาย ความน่าเชื่อถือกับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช)
เรา เคยคิดว่าผู้แทนจากองค์กรฮิวแมนไรท์วอชท์นั้น ควรจะเป็นบุคคลที่มีความละเอียดรอบคอบต่อการแสดงความเห็นส่วนบุคคล ซึ่งไม่ขึ้นอยู่กับการระบุหลักฐานใดๆ ทั้งสิ้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อมีความตึงเครียดทางการเมืองเป็นอย่างสูง และการวางระเบิดได้ถูกนำมาใช้โดยหลายๆ ฝ่ายในเรื่องความขัดแย้งทางการเมืองเพื่อที่จะดิสเครดิทฝ่ายตรงข้าม มัน เป็นเรื่องที่แน่นอนที่สุดที่ ทางฝ่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและพรรคประชาธิปัตย์จะต้องตำหนินา ยกฯ ทักษิณและกลุ่มเสื้อแดงเช่นเดียวกันอีกโดยปราศจากหลักฐานใดๆ ทั้งสิ้น คงจำกันได้ว่า ก่อนหน้านั้น เขา (คุณสุนัย) ได้เคยตำหนิ พล เอกชวลิต ยงใจยุทธ - ซึ่งเป็นฝ่ายที่สนับสนุนกับนายกฯ ทักษิณ – ในการวางระเบิดที่เกิดขึ้นคราวก่อนๆ อีกครั้งหนึ่งโดยปราศจากหลัก ฐาน
ใคร ก็ตามที่เป็นผู้รับผิดชอบ ได้ปักหมุดการตำหนิมให้กับฝ่ายเสื้อแดง ให้รัฐบาลของคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้รับการอนุมัติอย่างสมเหตุสมผล ต่อการจำกัดสิทธิของผู้กระทำการประท้วงอย่างสงบ
Given Sunai’s record of complaining of the lack of government action to discredit Thaksin, we are left to ponder the reasoning that underpins this claim.
เมื่อมาวิเคราะห์ดู ประวัติของการกล่าวหาของคุณสุนัย ในเรื่องของความบกพร่องที่รัฐบาลควรปฎิบัติต่อการ ดิสเครดิทนายกฯ ทักษิณแล้ว ทำให้เราต้องนิ่งไตร่ตรองดูว่า มีเหตุผลใดที่ควรจะสนับสนุนกับคำอ้างเหล่านี้
----------------------
ความคิดเห็นของผู้แปล:
บท ความ ครั้งนี้ เวป PPT ได้กล่าวแล้วว่า จะจบเรื่องในซีรี่ย์ชุดนี้ ซึ่งจริงๆ แล้ว มีเคเบิ้ลอยู่ถึง 58 ฉบับที่วิกิลีกค์ได้นำมาเผยแพร่
ใน ปัจจุบัน เราได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับการทำรัฐประหารหนาหูขึ้น ซึ่งเราควรจะมองดูด้วยว่า ผู้แทนขององค์กรฮิวแมนไรท์วอชท์อย่างคุณสุนัย จะให้ความเห็นประการใดต่อการโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ส่วนใหญ่อีกครั้งหนึ่ง
ดิฉันจะไม่แปลกใจแต่อย่างใด ที่คุณสุนัยจะเขียนรายงานต่อการสนับสนุนการกระทำรัฐประหาร เพราะมันเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อปี พ.ศ. 2549 และหลังจากการรัฐประหารมาจนถึงปี พ.ศ. 2552 วิสัยทัศน์ของคุณสุนัยก็ยังไม่ได้เปลี่ยน เพราะยังต้องการที่จะดิสเครดิทกับนายกฯ ทักษิณ รวมไปถึงต้องการทำลายล้างสิทธิมนุษยชนของผู้เรียกร้องประชาธิปไตย
พอ อ่านเคเบิ้ลเหล่านี้ เลยเข้าใจทันทีว่า เรื่องอาชญากรรมต่อมวลมนุษยชาติซึ่งอยู่ภายใต้การดำเนินการของรัฐบาล อภิสิทธิ์นั้น ทำไมองค์กรสิทธิมนุษยชนของประเทศไทยและองค์กรฮิวแมนไรท์วอชท์ถึงไม่ได้ออกมา แสดงการต่อต้านในเรื่องเหล่านี้เลย ที่เป็นอย่างนี้ ก็เพราะบุคคลอย่างคุณสุนัยเห็นด้วย กับการกวาดล้างประชาชนที่มาเรียกร้องประชาธิปไตยกัน
ถ้าคุณสุนัยยัง ไม่สามารถวางตัวเป็นกลางได้ และกระทำการอย่างเอียงกะเท่เร่ในเรื่องสิทธิมนุษยชน คุณสุนัยควรจะลาออกแล้วมาทำงานให้กับฝ่าย ASTV หรือกลุ่มหมอตุลย์จะดีกว่า มาก เพราะมันเป็นไปตามความรู้สึกของคุณเอง แม้กระทั่งเข้าไปร่วมขบวนการกับพรรคประชาธิปัตย์เลยยิ่งเป็นการดีอย่างยิ่ง
จาก เคเบิ้ลที่อ่าน และบทความที่แปลจาก PPT ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า จุดยืนของคุณสุนัยอยู่ตรงไหนในเรื่องสิทธิมนุษยชน เรื่องนี้ ได้ถูกเผยแพร่ออกไปทั่วโลกทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษนะคะ มันดูไม่ดีเลยสำหรับความน่าเชื่อถือต่อรายงานของคุณสุนัยในอนาคต
ขอให้คุณสุนัยจำไว้ว่า สิทธิมนุษยชนเป็นเรื่องสากล ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวค่ะ ตามที่ทาง องค์การสหประชาชาติได้กล่าวเป็นมาตราที่ 1 เลยว่า All human beings are born free and equal in dignity and rights. ซึ่งแปลตรงๆ ว่า มนุษย์ทั้งปวงเกิดมามีอิสระและเสมอภาคกันในศักดิ์ศรีและสิทธิ นะคะ (ภาคภาษาไทย สามารถหาอ่านได้ที่นี่ค่ะ ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน
-----------------------
บทความเกี่ยวเนื่อง:
บทความแปล: วิกิลีกค์, กองทัพทำรัฐประหาร และ องค์กร “สิทธิมนุษยชน”
บทความแปล: วิกิลีกค์: เผยเรื่องขององค์กรฮิวแมนไรท์วอชท์และการทำรัฐประหาร ตอนที่ 1
บทความแปล: วิกิลีกค์: เผยเรื่องขององค์กรฮิวแมนไรท์วอชท์และการทำรัฐประหาร ตอนที่ 2
บทความแปล: วิกิลีกค์: เผยเรื่องขององค์กรฮิวแมนไรท์วอชท์และการทำรัฐประหาร ตอนที่ 3
บทความแปล: วิกิลีกค์: เผยเรื่องขององค์กรฮิวแมนไรท์วอชท์และการทำรัฐประหาร ตอนที่ 4
ที่มา Thai E-News
8 กุมภาพันธ์ 2555
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ทีม ข่าว ไทยอีนิวส์ อ่านข่าวนี้แล้วก็ปวดหัวอกหัวใจยิ่งนัก ว่าในยุคศตวรรษที่ 21 ที่ประเทศอารยะทั้งหลายพยายามลบคราบน้ำตาและความเจ็บปวดจากความผิดพลาดของ วิถีการบริหารบ้านเมืองตามจิตวิทยาสงครามเย็นต้านคอมมิวนิสต์ภายใต้การกำกับ ของสหรัฐอเมริกา และยอมรับว่าการทำแบล๊กลิสต์ประชาชน เป็นการกระทำที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน และไม่ใช่กติกาประชาธิปไตย จนต้องขอขมาประชาชนกันเป็นแถว
แต่ทหารไทยที่ได้รับการอบรมวิทยายุทธ สงครามเย็นจากสหรัฐฯ ยังคงคร่ำครึ หลงอยู่กับยุค 2500 โดยไม่ยอมศึกษาเรียนรู้เพิ่มเติมว่าโลกมันพัฒนาไปถึงไหนแล้ว
ยังจับประชาชนทั้งประเทศเป็นตัวประกันเพื่อความมั่นคงของ "ขุมทรัพย์นายทหาร" ในนาม "ชาติ ศาส์น กษัตริย์ ไม่มีประชาชน" ได้อยู่ร่ำไป
ขอ สถบแรงส์ๆ หน่อยเถอะ "ถุยส์! ภาษีประชาชนปีละร่วมสองแสนล้าน นับตั้งแต่รัฐประหาร 2549 ถูกพวก "ท่านครับ ถ้าไม่ครับ กูจะปฏิวัติ" ล้างพลาญกินกันจนพุงกาง ตลอดจนนำไปซื้ออาวุธมื้อสองหักค่าหัวคิวกันบานเบอร์เร่อ เพื่อมากดหัวประชาชนอยู่เช่นนี้ พร้อมกับตัวเลขหนี้สินประเทศพุ่งกว่าล้านล้านบาท ณ ปัจจุบัน . .
ฝากบอก พวก "ท่านครับ ถ้าไม่ครับ กูจะปฏิวัติ" ว่าอย่าคิดนะว่าประชาชนเขาไม่รู้ทัน เขาเบื่อพวกท่านเต็มทนแล้วครับ "ท่านครับ" รีบๆๆๆๆ ปฏิวัติเถอะครับ จะได้รู้ว่าประชาชนเขาจะตอบโต้พวกท่านอย่างไรครั้งนี้?
ขณะ ที่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ กล่าวชี้แจงว่า การพักอาศัยที่บ้านภายใน ร.11 รอ. ได้ทำหนังสือขออนุญาตอย่างถูกต้องจากกองทัพบก และการที่เป็นอดีตผู้บัญชาการทหารบกทำให้มีพี่น้อง เพื่อน มาเยี่ยมเยียนบ่อยครั้ง แต่ไม่เคยใช้บ้านหลังนี้ทำกิจกรรมหรือเคลื่อนไหวทางการเมือง หากเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับงานการเมืองแล้ว ตนจะใช้สถานที่ที่ทำการพรรค
ห้องรับแขกสุดหรู
สิ่งที่น่าตื่นใจคือ ในโรงรถและรอบบ้าน มีรถหรูจอดอยู่หลายคัน ...บางคันยังป้ายแดง
ห้องประชุม ?
จริง ๆ แล้ว บ้านพักหลังงามหลังนี้จะมิใช่ กรรมสิทธิ์ของ พล.อ.สนธิ แต่เขาก็พำนักมาแล้วร่วม 3 ปี ด้วยเป็นหนึ่งในบ้านพักของ 5 เสือ ทบ. (ผู้บัญชาการทหารบก รองผู้บัญชาการทหารบก ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก 2 นาย เสนาธิการทหารบก) ซึ่งสร้างเสร็จไปแล้ว 4 หลัง
เกษียณปี 2550
บ้าน แต่ละหลังจะมีภาพสนามกอล์ฟกว้างสุดลูกหูลูกตาเป็น "หลังบ้าน" ซึ่ง พล.อ.สนธิชี้ชวนชม พลางว่า หากเป็นยามเช้าด้วยแล้วมักจะต้องหยิบกล้องคู่ใจขึ้นมาบันทึกภาพไว้ไม่ขาด จากนั้นก็จะใช้เป็นฉากหลังสำหรับกาแฟถ้วยโปรดและหนังสือพิมพ์ในมือทุกเช้า.
ที่มา Thai E-News
คนเราทุกคนล้วนมีจุดยืนด้วยกันทุกคน..ความดีความชั่วทุกคนย่อม มีจิตสำนึก..แม้แต่ความกตัญญูต่อคนต่อแผ่นดินไม่ต้องให้ใครมาบอก..เราก็ สามารถรับรู้ได้..
ตลอดระยะเวลาที่ทำงานมูลนิธิมา24ปีก็ถือว่าได้ช่วยผู้มีพระคุณ..คือประชาชน ที่ให้การสนับสนุนและตอบแทนแผ่นดินที่ได้อาศัยเกิดจนมาถึงทุกวันนี้..
แต่มีสิ่งนึงที่ผมภาคภูมิใจที่สุดในชีวิตคือ..การได้ออกมาปกป้องพระองค์ท่าน และบอกรักและเทิดทูนพระองค์ท่านยิ่งกว่าชีวิต..แม้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นกับ ตัวเองผมยอมครับ..
ผมอยากให้พ่อแม่พี่น้องทุกคนลุกขึ้นมาเพื่อปกป้องพระองค์ท่านจากคนชั่วไร้ จิตสำนึก..อย่าได้กลัวครับเพราะเราไม่มีสิ่งใดแอบแฝงเราไม่มีการเมืองเราไม่ มีสีเรามีแต่ในหลวงของเราครับ..
วันที่ 10ก.พ เวลา11.45นหน้าลานพระบรมรูปทรงม้าครับ..ผมจะไปรวมพลังให้กับพระองค์ท่านถึง แม้จะเป็นกลุ่มเล็กๆ แต่มีความรัก ชาติ-ศาสนา-และองค์พระมหากษัตริย์เหนือสิ่งอื่นใด เราก็เหมือนชาวบ้านบางระจันครับที่สามารถต่อสู้กับข้าศึกใหญ่ๆได้ขอให้เรา สามัคคีและรักกันไว้ครับเราจะต่อสู่กับไอ้พวกคนชั่วจนถึงที่่สุดครับ..แล้ว เจอกันนะครับ สวัสดีครับ
..มันเต็มกลืนแล้วผมต้องเอาคนออกมาปะทะกับมัน ผมอยากได้ซักสองครั้ง ต้องออกมาเต็มถนนเป็นแสนๆเป็นล้านๆคน อย่ารักสถาบันแต่ปาก ต้องออกมาแสดงพลัง ให้มันรู้ว่าพลังที่รักพระองค์ท่านมีอยู่จริง ให้พระองค์ท่านสบายพระทัย..( บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ให้สัมภาษณ์ASTV อยู่ช่วงท้ายๆคลิปนี้ ตั้งแต่ช่วงเวลา 00.40 เป็นต้นไป)

Billy Ogan wrote:การ หนี คือ วิสัย ของ ผู้แพ้ ไอ้การที่รัฐบาลเหี้ยนี่ประกาศให้เราทิ้งบ้านทิ้งช่อง โดยประกาศเป็นวันหยุด มึงจะให้คนกรุงเทพหนีไปไหน ที่นี่บ้านกู ถ้าน้ำหน้าอย่างพวกมึง ไม่มีปัญญา ปกป้อง บ้านกูได้ ก็ไสหัวไปให้ไกลๆตีน กูจะไม่ไปไหนทั้งนั้น พวกกูไม่เคยหนี แต่พวกมึงมันเหี้ย ไร้สติปัญญา ไร้ความสามารถ มึงจะใช้ ด๊อกเตอร์หน้าสันตีนคนไหนๆ มาพูด เสกสรรปั้นแต่งถ้อยคำยังไง กูก้อเห็นว่า พวกมึงมันไร้ความสามารถทั้งนั้น
ไปร้องไห้ให้ควายดูเหอะ หรือไม่ก็ไปขอเขาเล่นละครช่องเจ็ด เพราะบ้านเมืองไม่ใช่ของเล่นที่จะทำพังแล้วร้องไห้ขออันใหม่ ที่นี่บ้านกู
ที่มา Thai E-News
ที่มา thaifreenews
โดย Bell
ฟังเฉลิมพูดถึงนิติราษฎร์รวมทั้งไปหาพวกหมาสามเหล่าทัพมาช่วยกันกัด
ทำให้หวนคิดถึงบทความคุณลูกชาวนาไทย จึงขอนำมา แปะไว้

ที่มา thaifreenews
โดย bozo
วงค์ ตาวัน
เหตุใดแกนนำรุ่นเก่าจึงโผล่มาผสมโรงกับแกนนำรุ่นใหม่ของประชาธิปัตย์
ออกมาค้านเงินเยียวยาให้กับประชาชนที่สูญเสียจากเหตุขัดแย้งทางการเมือง
ทั้งนี้เพราะแกนนำของพรรค พัวพันอยู่กับเหตุนองเลือดปี 2553
จ่อจะเป็นคดีความอยู่ในเร็ววันนี้
นอกจากจะไม่รับผิดชอบต่อเหตุการณ์นองเลือดที่เกิดขึ้น
ขณะเป็นรัฐบาล เอาแต่โทษคนชุดดำอันเลื่อนลอย เอาแต่โทษประชาชนที่ชุมนุม
ราวกับชุดดำในฐานะรับผิดชอบเทียบเท่านายกฯ
ไม่เคยยอมรับว่า
ถ้าผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ ยอมหาทางออกในทางสันติ ก็ไม่เกิดการสูญเสีย
หรือถ้าจะใช้มาตรการกฎหมายเด็ดขาด ก็ต้องจบแบบไม่สูญเสีย
ตอนเกิดเหตุก็ไม่รับผิดชอบ ตอนนี้เมื่อเขาจะเยียวยาก็ยอมรับไม่ได้
ยิ่งถลำลึกสำแดงจิตใจส่วนลึกให้ปรากฏต่อสังคม!
วิธีการเฉไฉว่า ม็อบเสื้อแดงยอมตายเพื่อให้รัฐบาลนี้เข้ามามีอำนาจ
ดังนั้นควรควักเงินส่วนตัวจ่ายกันเอง
พูดแบบนี้เขาเรียกหน้ามืดตามัว
เพราะคนตายส่วนใหญ่คือประชาชนในชนบท
เครือญาติหลายหมู่บ้าน หลายจังหวัด รอความหวัง รอความเป็นธรรม
เท่ากับประชาธิปัตย์กล้าท้าทายกับความรู้สึกของคนชนบท
โดยเฉพาะในอีสานและเหนือ!?
แต่ก็อย่างว่า
ความหวังของพรรคการเมืองนี้ในการเข้าสู่อำนาจรู้ๆ กันอยู่ ว่าหวังที่อะไร
น่าจะไม่เกี่ยวกับเสียงเลือกตั้ง น่าจะไม่เกี่ยวกับมือประชาชน
แต่เป็นมืออะไรก็ไม่รู้!
มองอีกทางหนึ่ง ทัศนะของผู้นำพรรคนี้ คงแยกประชาชนออกเป็นฝักฝ่ายกระมัง
ถ้าเป็นสีนี้ ต้องไม่สนับสนุน
อย่างนี้ ถ้าสักวันหนึ่งเกิดมีวาสนามีมือพิเศษอุ้มชู ได้เป็นใหญ่เป็นโต
แล้วจะดูแลประชาชนกันอย่างไร!?
ขณะที่ประชาธิปัตย์มักหยิบเอาคำพูดทักษิณขึ้นมาโจมตีว่าไม่ดูแลประชาชนอย่างทั่วถึง
ประชาธิปัตย์พูดได้ถูกต้อง แต่ก็กระทำไม่ต่างจากที่โจมตีเขา
แทนที่จะมีสำนึกในความเป็นนักการเมืองประชาธิปไตย
ไม่ว่าประชาชนสีไหน
ถ้าบาดเจ็บล้มตายจากการชุมนุมประท้วงทางการเมือง ควรต้องเห็นอกเห็นใจ
แทนที่จะสำนึกว่า ถ้าไม่มีการตัดสินใจใช้กำลังทหารผิดๆ ก็ไม่มีใครล้มตาย
ถ้าไม่อยากให้เยียวยา ก็อย่าให้เกิดการฆ่าสิ!
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNeU9EWXlOemM1T1E9PQ==§ionid=
ข่าวสารเกี่ยวกับประเทศไทยที่คุณไม่อาจหาอ่านได้จากสื่อ
"ปกติการต่อสู้ทางการเมืองที่เกิดขึ้น จนมีการเปลี่ยนแปลงการเมืองครั้งสำคัญไปทั่วโลก ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา เกิดจากการต่อสู้ทางอุดมการณ์และการไม่ได้รับความยุติธรรมทั้งสิ้น ความไม่ยุติธรรมนี่แหละ เป็นเหตุแห่งการที่ประชาชนต้องมารวมตัวกันต่อสู้ เพื่อให้ความยุติธรรมกลับมาสู่สังคมของเขา"
ทักษิณ ชินวัตร
1 พ.ย. 51