WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, February 13, 2012

‘ไท’ อดอาหารต่อวันที่สอง กำลังใจยังมาต่อเนื่อง

ที่มา ประชาไท

ปณิธาน พฤกษาเกษมสุข ลูกชาย สมยศ อดอาหารต่อหน้าศาลอาญาเป็นวันที่ 2 โดยมีกลุ่มคนเสื้อแดง นักศึกษา นักวิชาการ นักกิจกรรมทยอยเข้าให้กำลังใจตลอดทั้งวัน

12 ก.พ. 55 – บริเวณหน้าศาล อาญา ถนนรัชดาภิเษก ปณิธาน พฤกษาเกษมสุข หรือ “ไท” บุตรชายของสมยศ พฤกษาเกษมสุข ยังคงอดอาหารประท้วงต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 โดยมีผู้ให้กำลังใจเดินทางมาเยี่ยมตลอดทั้งวัน หลังจากที่ได้เริ่มกิจกรรมอดอาหารเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาราว 4 โมงเย็น

เมื่อเวลา 16.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ณ บริเวณฟุตบาทหน้าศาลอาญา นายปณิธาน หรือ “ไท” ยังคงนั่งอดอาหารเพื่อเรียกร้องสิทธิในการประกันตัวของบิดาอย่างต่อเนื่อง โดยนอกจากจะมีกลุ่มผู้สนับสนุนจากกลุ่มคนเสื้อแดง ตัวแทนจากสหภาพแรงงาน และนักศึกษามาร่วมกิจกรรมแล้ว ยังมีนักวิชาการทยอยเดินทางมาให้กำลังใจตลอดทั้งวัน เช่น โคทม อารียา นักวิชาการจากสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล, ส.ศิวรักษ์ นักคิด-นักเขียน, พนัส ทัศนียานนท์ อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, พวงทอง ภวัครพันธุ์ อาจารย์จากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ และตัวแทนจากกลุ่มสันติประชาธรรม เป็นต้น

บ้านเมืองไม่ใช่ของเรา: เรื่องของคนรักพ่อ

ที่มา ประชาไท

บ้านเมืองไม่ใช่ของเรา ตอนพิเศษ ชูวัส ฤกษ์ศิริสุข และพิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ กลับมาในแบบเฉพาะกิจ พาไปคุยกับคนรักพ่อ “ปณิธาน พฤกษาเกษมสุข” ที่กำลังอดอาหารประท้วงเป็นเวลา 112 ชั่วโมง ที่บริเวณหน้าศาลอาญา รัชดา เพื่อเรียกร้องสิทธิการประกันตัวให้กับพ่อ “สมยศ พฤกษาเกษมสุข” แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาฯ และ บก.นิตยสาร Voice of Taksin ซึ่งถูกคุมขังเป็นเวลากว่า 10 เดือน และถูกปฏิเสธการให้ประกันตัวถึง 7 ครั้ง



แด่สื่อ: จากปาฐกถา 11 ก.พ. ของธงชัย วินิจจะกูล

ที่มา ประชาไท

ในการปาฐกถาเรื่อง ระบอบสังคมการเมืองที่ฝืนการเปลี่ยนแปลงคืออันตรายที่แท้จริง เมื่อวันที่ 11 ก.พ. ที่ผ่านมา หลายช่วงตอนที่ธงชัย วินิจจะกูล กล่าวถึงสื่อในฐานะปัจจัยสำคัญสำหรับการเรียนรู้ของสังคมไทยเฉกเช่นเดียวกับ ระบบการศึกษา

ในภาวะเปลี่ยนผ่าน ปลายรัชสมัย ที่สังคมการเมืองไทยถูกครอบงำด้วยอิทธิพลของ Hyper-royalism ซึ่งเป็นหลักพิงของประชาธิปไตยอำมาตย์ ‘สื่อ’ คือผู้มีบทบาทอย่างยิ่งต่อการเปลี่ยนแปลงในทางดีหรือเลว และจะปฏิเสธความรับผิดชอบนี้ไปไม่ได้ เมื่อมองย้อนจากโลกอนาคตในอีก 50 ปีข้างหน้า แต่ก็ดูเหมือนว่าสื่อมวลชนจำนวนไม่น้อยในประเทศนี้กลับมีลักษณะ Hyper-royalism เสียเอง

ประชาไท คัดถ้อยความที่ธงชัย กล่าวย้ำถึงสื่อมวลชนในประเทศนี้ โดยเขาวิพากษ์พร้อมเรียกร้องหลายครั้งให้สื่อทำหน้าที่ตามจรรยาบรรณ เริ่มตั้งแต่หมายเหตุก่อนเริ่มการปาฐกถาซึ่งเขากล่าวกับสื่อโดยตรงว่า ผู้จัดงานได้แจกเอกสารฉบับเต็มให้กับสื่อแล้ว ดังนั้น หากการแก้ไขบิดเบือนผิดเพี้ยนไปจากที่เขาพูด ก็ถือเป็นความรับผิดชอบของบรรณาธิการของสื่อนั้นๆ

ธงชัยกล่าวถึงสภาวะที่ลัทธิกษัตริย์นิยมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตปกติ ทางสังคมและชีวิตประจำวันของปัจเจกชนอย่างมากยิ่งกว่ายุคใดๆในประวัติศาสตร์ คือ เข้มข้นกว่ายุคราชาธิปไตยหรือยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และเข้มข้นขึ้นเป็นลำดับตลอด 40 ปีที่ผ่านมา ดัชนีประการหนึ่งที่บ่งชี้สภาวะดังกล่าวคือ ปริมาณพื้นที่และเวลาของชีวิตประจำวันและประจำปีที่ลัทธิกษัตริย์นิยมเข้า ครอบครอง โดยช่องทางที่สำคัญก็คือ “สื่อ”

“หลักฐานชัดๆ คือปริมาณของกิจกรรมของทุกหน่วยงานทั้งเอกชนและราชการ รายการโทรทัศน์ วิทยุ สื่อมวลชนทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับสถาบันกษัตริย์ พิธีเฉลิมฉลองครบรอบวาระสำคัญทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับสถาบันกษัตริย์ทั้ง ชนิดประจำปีและชนิดพิเศษเฉพาะปี ถูกผลิตขึ้นมากมายถี่ยิบในเกือบ 40 ปีที่ผ่านมา ส่วนมากเป็นประเพณีประดิษฐ์ (invented traditions) คือ อ้างว่าเป็นของเก่าแต่ที่จริงผลิตขึ้นใหม่”

เขาอธิบายลักษณะของ Hyper-royalism เป็นลัทธิความเชื่อชนิดหนึ่งซึ่งไม่ได้อยู่บนความมีเหตุผล แต่กลับขึ้นอยู่กับศรัทธา ความเชื่อ และความกลัว ทั้งกลัวจะละเมิดโดยไม่ตั้งใจและกลัวว่าคิดต่างจากคนอื่นแล้วจะถูกรังเกียจ ถูกสังคมปฏิเสธ และสื่อที่อยู่ภายใต้สังคมที่ถูกครอบด้วยลักษณะ Hyper-royalism ก็ตกต่ำลงจากจุดเริ่มต้นของความกลัวมาสู่การประจบสอพลอโดยคิดว่าเป็นสิ่งที ต้องทำในที่สุด





Hyper-royalism ทำให้การสื่อสารอย่างโปร่งใสในทางสาธารณะมีขีดจำกัดจนบางเรื่องเชื่อถือไม่ ได้ เริ่มจากความกลัว หมายถึงสื่อมวลชนทั้งหลาย ต่อมากลายเป็นการคุมตัวเอง ต่อมากลายเป็นการร่วมมือเผยแพร่ข่าวด้านเดียว ต่อมากลายเป็นการร่วมประจบสอพลอ แต่ในขณะเดียวกัน ข่าวสารข้อมูลความเห็นกลับหลบลงใต้ดิน เรากล้าพูดความจริงได้ไหม สื่อมวลชนทั้งหลาย คนทั้งสังคมรู้อยู่ว่าข่าวลือเต็มไปหมด และบ่อยครั้งมีความจริงมากว่าข่าวสารสาธารณะเสียอีก เรากล้ายอมรับความจริงกันได้ไหมว่าวัฒนธรรมการนินทาเจ้าแผ่ไปทั้งสังคมแล้ว นักวิชาการบางท่านเรียกร้องให้ประเทศไทย สังคมไทย รู้จักวัฒนธรรมการวิจารณ์ ผมอยากเรียนท่านอาจารย์ที่นับถือท่านั้นว่านี่ไงการนินทาเจ้า คือวัฒนธรรมการวิจารณ์แบบไทยๆ อย่างหนึ่ง บ่อยครั้งไม่สร้างสรรค์ แต่ไม่มีทางเลือกอื่น เพราะในที่สาธารณะอนุญาตให้มีแต่การประจบสอพลอและแข่งกันจงรักภักดี เรากล้ายอมรับความจริงได้ไหมว่า วัฒนธรรมที่ชนชั้นสูงและพวกกษัตริย์นิยมเองจำนวนไม่น้อย อาเศียรวาทสดุดีในที่แจ้ง แต่นินทาว่าร้ายในที่ส่วนตัว เป็นเรื่องปกติของผู้นิยมเจ้าและของประชาชนทั่วไปจำนวนไม่น้อย”

“สื่อมวลชนส่วนข้างมากคุณภาพตกต่ำไร้ความรับผิดชอบ และน่ารังเกียจ เริ่มจากความกลัว ต่อมากลายเป็นความเคยชิน ละทิ้งจรรยาบรรณทางวิชาชีพจนเป็นเรื่องปกติ แรกๆ ก็บอกว่าทำเพื่อความอยู่รอด นานๆ เข้าก็ปกป้องตัวเองว่าทำถูกต้องแล้ว ลงท้ายพวกเขาถูกกลืนเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่ตอแหล ให้ความชอบธรรมแก่สิ่งที่ตนร่วมกระทำ บางแห่งถึงขนาด “ร่วมล่าแม่มด” ร่วมโฆษณาชวนเชื่อ ทำร้ายประชาชน”

ลักษณะไฮเปอร์รอยัลลิสต์ที่แสดงออกจนล้นเกินนำมาสู่ความวิปลาสใน สังคมอย่างเห็นได้ชัดเจนจากหลายปรากฏการณ์ เป็นความวิปลาสที่สังคมไทยไม่รู้สึก ไม่เห็นถึงความผิดปกติ แม้ว่านานาอารยะประเทศจะอิดหนาระอาใจกับลักษณะพิเศษอันวิปลาสของสังคมไทยมาก แล้วก็ตามทีโดยเขายกตัวอย่างหนึ่งของความวิปลาสจากลักษณะไฮเปอร์รอยัลลิสต์ ของสื่อมวลชนรายหนึ่ง





“คำกล่าวประเภทว่า พ่อแม่ไม่สั่งสอน” นี้ ในแง่หนึ่ง สะท้อนจิตใจและรสนิยมต่ำของผู้พูดเอง แต่ถ้าเป็นสื่อมวลชนในอารยะสังคมจะถูกประณาม ถูกเรียกร้องให้ขอโทษ ถ้าไม่ขอโทษหรือต่อให้ขอโทษก็มักจะถูกถอดรายการเพราะถือเป็นความไม่รับผิด ชอบต่อสังคม คุณเห็นข่าวบ่อยๆ ฝรั่งเขาพูดเบากว่านี้เยอะแยะก็ถูกถอดรายการเลย การที่เขาไม่ถูกลงโทษ แม้กระทั่งจากเจ้านายเขาเอง สะท้อนความตกต่ำของมาตรฐานสื่อมวลชนไทย เรารู้กันอยู่ว่าเดอะเนชั่น พยายาม กระเสือกระสนอยากจะเป็นสากล การที่เดอะเนชั่นไม่ลงโทษคนของตัวที่พูดแบบนี้ ไม่มีทางติดอันดับสากลอีกไกล ผู้ใหญ่ในเนชั่นรู้ข้อนี้ดี เขารู้จักสังคมต่างประเทศดี แต่กลับไม่ทำ”

และอีกตัวอย่างหนึ่ง

“เมื่อนิติราษฎร์ถูกขู่ ถูกคุกคาม ก็ถูกเรียกร้องให้สอบสวนลงโทษและถูกจำกัดพื้นที่ ในอารยะสังคม เขาเรียกร้องอาการทำนองนี้ว่าเป็นการลงโทษเหยื่อที่ถูกข่มขืน โปรดตระหนักว่าความวิปริตข้อนี้อยู่ในสังคมไทยมานานแล้ว เพราะความวิปริตข้อนี้มีมูลเหตุอันเดียวกับการที่คนจำนวนมากยืนดูการแขวนคอ และเผาทั้งเป็น และตอกอกได้โดยไม่เข้าช่วยเหลือ ยับยั้ง สามารถแสดงความพึงพอใจได้ในขณะที่มีคนใช้เก้าอี้ฟาดร่างที่ไร้ชีวิต”

ธงชัยย้ำอีกครั้งในตอนท้ายของปาฐกถาว่าสองวิชาชีพที่พึงรับผิดต่อความอ่อนแอทางปัญญาของสังคมไทยก็คือ ระบบการศึกษาและสื่อมวลชน

“ความอ่อนแอทางปัญญา สะท้อนออกมาในสองวงการที่คุณภาพต่ำอย่างน่าวิตก คือ ระบบการศึกษาและสื่อมวลชน ... 2 วิชาชีพ นี้เพราะมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างปัญญาที่จะช่วยให้สังคมรู้จักคิด ฝ่าการเปลี่ยนแปลงอย่างมีสติและความรู้ หรือสร้างปัญหา กล่อมประสาทตอแหลหลอกลวงตัวเองจะสายเกินการณ์.... ความตกต่ำของวิชาชีพทางปัญญาเป็นเหตุหนึ่งของความวิปลาสยามสังคมเผชิญความ เปลี่ยนแปลงแล้วเอาแต่ขัดฝืนฉุดรั้ง ในทางกลับกัน ครั้นความวิปริตวิปลาสเหล่านี้เกิดจนเป็นปกติ ผู้คนไม่รู้สึกอะไร ไม่ถูกทัดทาน ไม่ต้องขอโทษ ไม่ถูกปลด ไม่ถูกสอบสวน มาตรฐานทางการเมืองก็ไม่ต้องรับผิด ความไม่รู้จักผิดชอบชั่วดีพรรค์นี้เองที่มีส่วนทำให้มาตรฐานและจรรยาบรรณ ของวงวิชาการและสื่อมวลชนตกต่ำอย่างน่าวิตก”

และสิ่งที่เขาทิ้งท้ายขอร้องสื่อมวลชนก็คือ





“ขอความกรุณาสื่อมวลชน ขอแค่ทำตามจรรยาบรรณแค่นั้นนะฮะ ไม่ขอมากกว่านี้ เราต้องการวุฒิภาวะทางปัญญาและการเมืองชนิดที่จะคุยกันอย่างอารยะชน มิใช่แข่งขันกันแสดงความจงรักภักดีอย่างขาดสติ กรุณาคิดถึงอนาคต นิติราษฎร์เขาทำเพราะเขาคิดถึงอนาคตไปไกล ไม่ใช่คิดถึงการเมืองระยะสั้น สังคมไทยที่พึงปรารถนาควรจะใจกว้าง อยู่กันได้ รวมทั้งระหว่างคนรักเจ้าไม่เท่ากัน แบบต่างๆ กัน คนที่ไม่ยินดียินร้าย และคนที่ไม่รักเจ้าเลยก็ควรจะอยู่ได้ ตราบเท่าที่เขาไม่ใช้ความรุนแรงบังคับข่มเหงคนอื่น ไม่ใช้ความรุนแรงในการเปลี่ยนแปลงระบอบการเมืองควรจะยอมรับกันได้

ผมไม่ทราบจริงๆ ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคตอันใกล้ แต่ผมค่อนข้างมั่นใจว่าในอีก 50 ปีข้างหน้า ประวัติศาสตร์จะย้อนมองกลับมาปัจจุบัน จะเห็นมูลเหตุของวิกฤต 3 ประการที่กล่าวมา จะเห็นว่าวิกฤตของระบอบประชาธิปไตย เกิดจากประชาธิปไตยของอำมาตย์ ที่สร้างความสำเร็จ แล้วความสำเร็จนั้นย้อนกลับมาท้าทายระบอบนั้นเอง แต่ระบอบนั้นกลับไม่สามารถปรับตัวมาได้ เหตุที่ปรับตัวไม่ได้ก็เพราะ Hyper-royalism ผมมั่นใจว่าอีก 50 ปีข้างหน้าประวัติศาสตร์จะบันทึกความพยายามของคนจำนวนหนึ่ง รวมทั้งของนิติราษฎร์ และ ครก.112 ที่จะหาทางออกให้กับสังคมไทยด้วยความปรารถนาดี แต่ผมไม่ทราบว่าลงท้าย การขัดฝืนปัจจุบันจะจบลงอย่างไร สังคมไทยจะปรับตัวได้หรือไม่ ณ วันนี้เราบอกได้แต่เพียงว่า อันตรายที่แท้จริงเกิดจากการฉุดรั้งขัดฝืนความเปลี่ยนแปลงจะถูกถอดชนวนได้ ทันกาล หรือจะดึงดันไปถึงจุดสุดท้ายของอภิชนาธิปไตย ผมไม่ทราบ สังคมไทยจะปลดล็อก เปิดประตู แล้วเดินเข้าประตูการปรับตัวหรือไม่ นิติราษฎร์ และ ครก.112 ช่วยเสนอทางปลดล็อกให้ทางหนึ่งแล้ว เราทุกคนในสังคมไทย ผมรู้ผมกำลังพูดถึงคนอีกเยอะที่ไม่ใช่แค่ที่นี่ เราทุกคนมีส่วนในการตัดสินใจเพื่ออนาคตของสังคมไทย และลูกหลานของเรา ว่าอยาก ว่าต้องการ และจะพยายามเดินเข้าสู่ประตูของการปรับตัวนั้นหรือไม่ ตัดสินใจกันเถอะครับ”

คนรักหลักประกันสุขภาพค้าน 'เมดิคับฮัล' ชี้ไทยไม่พร้อม

ที่มา ประชาไท

กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพออกแถลงการณ์ คัดค้านนโยบายมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ และค้านข้อเสนอแพทยสภาขยายการคุ้มครองการช่วยเหลือเบื้องต้นเมื่อเกิดความ เสียหายในการรับบริการสาธารณสุข ชี้เอื้อ รพ.เอกชน

12 ม.ค.55 กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพออกแถลงการณ์ คัดค้านนโยบายมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ (Medical Hub) ศูนย์การรักษาเฉพาะทางระดับสูง (Excellent Center) ระบุขัดต่อมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติขัดแย้งกับนโยบายการทำให้ประชาชนไทยทุกคน มีสิทธิด้านสุขภาพและเข้าถึงบริการสาธารณสุข และจะส่งผลกระทบต่อระบบสุขภาพ รวมทั้งการให้บริการสุขภาพแก่ประชาชนไทย เนื่องจากปัจจุบันระบบสุขภาพของประเทศไทยยังมีข้อจำกัดเรื่องบุคลากร

ทั้งนี้ยังได้คัดค้านการขยายมาตรา ๔๑ พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕ ขยายการคุ้มครองการช่วยเหลือเบื้องต้นเมื่อเกิดความเสียหายในการรับ บริการสาธารณสุข โดยชี้ว่า ข้อเสนอของแพทยสภา เป็นข้อเสนอที่เอื้อประโยชน์ให้แก่โรงพยาบาลเอกชน เป็นข้อเสนอที่ให้เอาเงินภาษีของประชาชนไปจ่ายแทนโรงพยาบาลเอกชน

โดยแถลงการณ์มีรายละเอียด ดังนี้

0 0 0

แถลงการณ์ฉบับที่ ๓/๒๕๕๕
กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ

เรื่อง การคัดค้าน นโยบายมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ (Medical Hub) ศูนย์การรักษาเฉพาะทางระดับสูง (Excellent Center) และคัดค้านการขยายมาตรา ๔๑ พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕

ตามที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขนายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ได้ออกมาให้ข้อมูลผ่านสื่อมวลชนเกี่ยวกับนโยบายรัฐบาลในการสนับสนุนให้มี ศูนย์กลางทางการแพทย์ (Medical Hub) ศูนย์การรักษาเฉพาะทางระดับสูง (Excellent Center)ในประเทศไทย เพื่อเปิดให้การรักษาพยาบาลคนต่างชาติและประชาชนทั่วไปแบบต้องเสียค่าใช้ จ่ายเอง โดยรัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณกว่า ๔,๐๐๐ ล้านบาทเพื่อสนับสนุนนโยบายดังกล่าว ประกอบกับมีข้อเสนอจากแพทยสภาต่อคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติให้ขยาย การคุ้มครองการช่วยเหลือเบื้องต้นเมื่อเกิดความเสียหายในการรับบริการสาธารณ สุข ตามมาตรา ๔๑ พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๕ ให้ครอบคลุมประชาชนทั้ง ๖๕ ล้านคน ไม่ว่าประชาชนจะใช้สิทธิสุขภาพในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ระบบประกันสังคม ระบบสวัสดิการข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ รวมทั้งผู้ไปใช้บริการโรงพยาบาลเอกชน นั้น กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ ไม่เห็นด้วยกับนโยบายและข้อเสนอของแพทยสภาดังกล่าว ซึ่งส่งผลคุกคามระบบหลักประกันสุขภาพให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ไม่เป็นธรรม ด้วยเหตุผลสำคัญดังต่อไปนี้

๑. นโยบายการมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ (Medical Hub) ศูนย์การรักษาเฉพาะทางระดับสูง (Excellent Center) เป็นนโยบายที่ขัดต่อมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ ๓ พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบมตินี้เมื่อวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๕๔ (มติในเรื่องนโยบายการเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ) เป็นนโยบายที่ขัดแย้งกับนโยบายการทำให้ประชาชนไทยทุกคนมีสิทธิด้านสุขภาพและ เข้าถึงบริการสาธารณสุข และจะส่งผลกระทบต่อระบบสุขภาพ รวมทั้งการให้บริการสุขภาพแก่ประชาชนไทย เนื่องจากปัจจุบันระบบสุขภาพของประเทศไทยยังมีข้อจำกัด บุคลากรสาธารณสุขไม่เพียงพอ จะก่อให้เกิดการดึงตัวบุคลากรที่เรียกว่า “สมองไหล” ไปรองรับบริการศูนย์กลางทางการแพทย์มากขึ้น อีกทั้งมีข้อมูลการศึกษาวิจัยที่ระบุชัดเจนว่านโยบายการเป็นศูนย์กลางทางการ แพทย์ (Medical Hub) ศูนย์การรักษาเฉพาะทางระดับสูง (Excellent Center) จะส่งผลกระทบต่อระบบหลักประกันสุขภาพแน่นอน ไม่มี win-win (The effects of medical tourism: Thailand’s experience, http://www.who.int/bulletin/volumes/89/5/09-072249/en/index.html) จึงขอคัดค้านการใช้เงินสนับสนุนจำนวน ๔,๐๐๐ ล้าน รวมถึงการที่โรงเรียนแพทย์เอาเงินบริจาคสร้างตึกไปให้บริการคนเพียงบางกลุ่ม และชาวต่างชาติ มากกว่าจะใช้เพื่อรองรับประชาชนทุกคนให้ได้รับสิทธิอย่างทั่วถึง เป็นธรรม รวมทั้งขอเสนอให้กระทรวงการคลังใช้มาตรการทางภาษีกับโรงพยาบาลที่ดำเนิน ตามนโยบาย Medical Hub เพื่อนำไปเป็นงบประมาณในการพัฒนาระบบบริการและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ บุคลากรสาธารณสุขในหน่วยบริการของรัฐที่ปฏิบัติงานเพื่อประชาชนในระบบหลัก ประกันสุขภาพ

๒. ข้อเสนอของแพทยสภา เป็นข้อเสนอที่เอื้อประโยชน์ให้แก่โรงพยาบาลเอกชน เป็นข้อเสนอที่ให้เอาเงินภาษีของประชาชนไปจ่ายแทนโรงพยาบาลเอกชน ในขณะที่โรงพยาบาลเอกชนได้รับผลกำไรจากการให้บริการอย่างเต็มที่โดยไม่ต้อง รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น ทั้งๆที่โรงพยาบาลเอกชนส่วนใหญ่ไม่ยอมรับคนไข้ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่ง ชาติ นี่คือความไม่เป็นธรรมอย่างยิ่งสำหรับประชาชนผู้เสียภาษี โรงพยาบาลเอกชนต้องรับผิดชอบจ่ายค่าภาระความเสี่ยงของตนเองเมื่อเกิดความ เสียหายในการให้บริการ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความระมัดระวังในการให้บริการมากขึ้น หากเกิดกรณีความเสียหายมากก็ต้องจ่ายมากตามสัดส่วน

กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพขอเรียกร้องให้รัฐบาลต้องเร่งพิจารณาร่างพระ ราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ... ที่รัฐบาลให้ความเห็นชอบนำเข้าบรรจุในวาระพิจารณาต่อเนื่องของรัฐสภา ทั้งนี้เพื่อลดปัญหาการฟ้องร้องระหว่างแพทย์กับคนไข้ และพัฒนาการป้องกันความเสียหายจากการรับบริการสาธารณสุขอย่างเป็นระบบ ขณะเดียวกันขอให้กระทรวงสาธารณสุข, สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, โรงเรียนแพทย์ทุกแห่งปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2554 เพื่อลดผลกระทบอันเกิดจากนโยบายการทำ Medical Hub ที่จะเกิดกับระบบสาธารณสุขของประเทศให้ได้มากที่สุด

กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ
วันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

ชง 11 เรื่องเจรจา ‘นายกฯมาเลย์’ ‘ใบกระท่อม’ ขึ้นชั้นปัญหาระหว่างประเทศ

ที่มา ประชาไท

พ่อค้าหัวใสเก็บส่งขายในไทยไม่ถูกจับ เหตุกฎหมายให้เป็นแค่สมุนไพร เด็กทุนเรียนอ่อน มีสิทธิตกยกรุ่น แต่ยังอ้อนขอเพิ่มอีกช่วยนักเรียนชายแดนใต้

เมื่อเวลา 11.30 – 16.30 น. วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2555 ที่ห้องสุริยาศศิน โรงแรมลีการ์เดนส์พลาซ่า อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จัดประชุมหารือแนวทางแก้ปัญหาชายแดนไทย – มาเลเซีย เพื่อเสนอกรอบประเด็นให้นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไปประชุมหารือกับนายราจิบ นาซัค นายกรัฐมนตรีประเทศมาเลเซีย ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2555 โดยมีนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน

ที่ประชุมมีพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมศุลกากร กระทรวงการต่างประเทศ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา นราธิวาส ปัตตานี สตูล สงขลา และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประมาณ 100 คน

ที่ประชุมได้หารือกรอบประเด็นการหารือรวม 11 ประเด็น ได้แก่ ความร่วมมือด้านความมั่นคง ความร่วมมือด้านการบรรเทาภัยพิบัติ การก่อสร้างสะพานตากใบและสะพานข้ามแม่น้ำโกลกแห่งที่ 2 การแก้ปัญหาแรงงานไทยในร้านต้มยำในมาเลเซีย การแก้ปัญหารถตู้ไทยในมาเลเซีย การขอต่ออายุและขยายระดับทุนการศึกษาของรัฐบาลมาเลเซีย การเปิดการค้าเสรีต้นกล้ายาง เมล็ดปาล์มน้ำมัน และตั้ง Oil Palm Belt การขยายด่านสะเดา – บูกิตกายูฮิตัม การส่งเสริมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล ความร่วมมือด้านเกษตรอินทรีย์ (Organic Farming) และความร่วมมือในการส่งออกทุเรียนไปตลาดจีน

ในประเด็นความมั่นคง ที่ประชุมได้เสนอหารือเรื่องปัญหายาเสพติด โดยเฉพาะใบกระท่อม ซึ่งเป็นยาเสพติดที่กำลังระบาดในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย แต่มาเลเซียถือว่าเป็นยาสมุนไพรรักษาโรคและไม่ผิดกฏหมาย ดังนั้นจะทำอย่างไรที่จะทำให้มาเลเซียมองว่าเป็นปัญหาระหว่างประเทศที่อาจนำ ไปสู่ความไม่สงบในมาเลเซียเองด้วย เนื่องจากขณะนี้มีพ่อค้าไปเก็บใบกระท่อมในมาเลเซียมาขายในไทยจำนวนมาก โดยไม่ผิดกฎหมายของมาเลเซีย

ส่วนการแก้ปัญหาแรงงานไทยทำงานร้านต้มยำในมาเลเซีย ที่ประชุมเสนอขอให้มาเลเซียเก็บค่าภาษีตามระดับรายได้ของแรงงานไทย แทนการเก็บในอัตราเดียวที่สูง และให้เปิดรับแรงงานประเภทอื่นนอกจากคนปรุงอาหารด้วย ทั้งนี้ผู้ประกอบการพร้อมจดทะเบียนลูกจ้างให้ถูกต้องตามกฏหมายอยู่แล้ว

ประเด็นการขอต่ออายุและขยายระดับทุนการศึกษาของรัฐบาลมาเลเซีย ที่ประชุมเสนอขอให้ประเทศมาเลเซียสนับสนุนทุนการศึกษาต่อไป แม้ว่าขณะนี้นักเรียนจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ได้รับทุนแล้ว 4 รุ่น จำนวน 200 กว่าคน มีการเรียนที่อ่อนอย่างหนัก จนต้องลาออกไปแล้ว 5 คน และที่เหลือมีแนวโน้มที่จะเรียนไม่จบชั้นมัธยมปลาย ขณะเดียวกัน กระทรวงศึกษาธิการได้ส่งครูไปสอนพิเศษให้กับเด็กกลุ่มนี้แล้วก็ตาม

ด้านการขยายด่านสะเดา – บูกิตกายูฮิตัม ที่ประชุมขอให้ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เสนอของบประมาณเพิ่มเติมจากคณะรัฐมนตรี 40 กว่าล้านบาท ในคราวการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่จังหวัดภูเก็ต ในเดือนมีนาคม 2555 เพื่อใช้ในการจ่ายจดเชยผลอาสินในที่ดินโครงการปรับปรุงด่านสะเดาเนื้อที่ 19 ไร่ เนื่องจากมีข้อตกลงกับชาวบ้านแล้วว่า จะชดเชยต้นยางพาราต้นละ 5,000 บาท

ขณะที่โครงการก่อสร้างด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ เนื้อที่ 720 ไร่ ชาวบ้านบางส่วนได้เสนอขอค่าชดเชยต้นยางพาราต้นละ 8,100 บาท จึงจะยินยอมให้ก่อสร้างด่านดังกล่าว

ส่วนการส่งเสริมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล นายธีระ มินทราศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ขอให้กระทรวงการต่างประเทศตรวจสอบศักยภาพของบริษัทลังกาสุกะ กรุ๊ป ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่างนักธุรกิจประเทศมาเลเซียและไทย ที่ระบุว่าจะลงทุนก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปและอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลที่ปัตตานี มูลค่า 1 หมื่นล้านบาทว่า เป็นบริษัทที่มีศักยาพจริงหรือไม่ เนื่องจากพบว่า มีทุนจดทะเบียนบริษัทเพียง 1 ล้านบาทเศษเท่านั้น

ให้ศพละ 7.5 ล้าน รัฐเยียวยาเหยื่อไฟใต้

ที่มา ประชาไท

กรรมการเยียวยา เห็นชอบให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม กรือเซะ ตากใบ ไอร์ปาแย คนหาย ถูกซ้อมทรมาน บึ้มหาดใหญ่ ยงยุทธยันรีบนำเข้า ครม.เร่งจ่ายให้ทันในอีก 2 เดือนพร้อมเหยื่อการเมือง

ตายให้รายละ 7.5 ล้าน
เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2555 ที่โรงแรมลีการ์เด้น พลาซ่า อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา มีการประชุมคณะกรรมการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบสืบเนื่องจากความไม่สงบใน จังหวัดชายแดนภาคใต้ ครั้งที่ 2/2555 เพื่อพิจารณาช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ มีนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการเยียวยาฯ พร้อมด้วยพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ประธานคณะกรรมการเยียวยาฯ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กรรมการและเลขานุการ กรรมการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมกว่า 100 คน

ที่ประชุมได้เห็นชอบร่างยุทธศาสตร์การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ วัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบทุกกลุ่มได้รับการช่วยเหลือและมี คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยมีกรอบการให้เงินเยียวยา รายละไม่เกิน 7.5 ล้านบาท เท่ากับกรณีผู้ได้รับผลกระทบทางการเมือง

ที่ประชุมได้แยกกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบออกเป็น 4 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์วันที่ 28 เมษายน 2547 ทั้งหมด 11 จุด รวมเหตุการณ์ที่มัสยิดกรือเซะและสะบ้าย้อย กลุ่มที่ 2 เหตุการณ์ตากใบและมัสยิดไอร์ปาแย กลุ่มที่ 3 กลุ่มผู้ที่ถูกระทำโดยเจ้าหน้าที่รัฐกรณีถูกบังคับให้สูญหายหรือการทรมาน หรือถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน และกลุ่มที่ 4 ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ทั่วไป

นอกเหนือจากให้เงินเยียวยาแล้ว ทั้ง 4 กลุ่มจะได้รับการช่วยเหลือด้านอื่นๆ เช่น ที่อยู่อาศัย อาชีพ การศึกษา และการประกอบพิธีฮัจย์ เป็นต้น

เร่งจ่ายในอีก 2 เดือน
นายยงยุทธ กล่าวในการแถลงข่าวว่า จะเร่งนำร่างยุทธศาสตร์การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ฉบับนี้เสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ให้ได้ในวันอังคารที่ 21 กุมภาพันธ์ 2555 เพื่อให้คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบภาย และคาดว่าจะสามารถดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาได้ภายใน 1 - 2 เดือน ซึ่งเป็นช่วงใกล้เคียงกับการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทางการเมือง

“รัฐบาลไม่ได้ละเลยหรือทอดทิ้งผู้ได้รับผลกระทบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่จะต้องพิจารณาหลักเกณฑ์อย่างละเอียดเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม” นายยงยุทธ กล่าว

รวมเหยื่อบึ้มหาดใหญ่
พ.ต.อ.ทวี แถลงว่า สำหรับจำนวนผู้ที่จะได้รับการเยียวยานั้น ได้มีการรวบรวมข้อมูลไว้บางส่วนแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยจำนวนที่แน่นอนได้ ส่วนวิธีปฏิบัติได้มีโครงสร้างการให้ความช่วยเหลือที่ชัดเจน โดยจะคณะกรรมการระดับอำเภอโดยมีนายอำเภอเป็นประธานและให้ภาคประชาชนเข้ามามี ส่วนร่วม พร้อมกำหนดหลักเกณฑ์การช่วยเหลือเยียวยาที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตวัฒนธรรมและ สภาพที่เป็นจริงทั้ง 37 อำเภอใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของสงขลา

“ส่วนผู้ได้รับผลกระทบนอกพื้นที่ดังกล่าว เช่น ถูกลอบวางระเบิดในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จะได้รับการช่วยเหลือเยียวยาในหลักเกณฑ์เดียวกันด้วย” พ.ต.อ.ทวี กล่าว

พ.ต.อ.ทวี แถลงอีกว่า ที่ประชุมยังได้เสนอให้สร้างความเข้าใจในกระบวนการเยียวยาให้แก่ทุกภาคส่วน จัดตั้งกองทุนเพื่อเป็นกลไกให้ความช่วยเหลือเยียวยา รวมทั้งการให้ความสำคัญกับการใช้หลักศาสนาในการเยียวยาทางด้านจิตใจโดย ส่งเสริมการไปประกอบพิธีฮัจย์หรือการไปปฏิบัติธรรม ณ ดินแดนพุทธภูมิ

พ.ต.อ.ทวี แถลงด้วยว่า ส่วนกรณีเจ้าหน้าที่ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบ จะมีการตั้งอนุกรรมการขึ้นมาพิจารณาอีกครั้งหนึ่งภายในกรอบการช่วยเหลือ เดียวกัน

4 ศพหนองจิกให้ก่อน 5 แสน
พ.ต.อ.ทวี แถลงอีกว่า ส่วนกรณีชาวบ้านถูกยิงเสียชีวิต 4 รายในอำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี หากตรวจสอบแล้วพบว่า เป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐก็เข้าข่ายที่จะได้รับการเยียวยาตามหลักเกณฑ์ นี้เช่นเดียวกัน แต่ในเบื้องต้นได้ให้เงินช่วยเหลือเยียวยารายละ 5 แสนบาท

ตั้ง 7 คณะรุกงานเยียวยา
พ.ต.อ.ทวี แถลงด้วยว่า คณะกรรมการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบสืบเนื่องจากความไม่สงบในจังหวัดชายแดน ภาคใต้ ยังได้ตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมารวมทั้งหมด 7 ชุด ได้แก่ คณะอนุกรรมการกำหนดยุทธศาสตร์การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบในจังหวัดชายแดนภาค ใต้ มีพล.ต.อ.ประชา เป็นประธานคณะอนุกรรมการ คณะอนุกรรมการการสื่อสารที่ดีทั้งในและต่างประเทศ คณะอนุกรรมการจัดระบบความเป็นธรรม สิทธิเสรีภาพและคุมครองผู้บริสุทธิ์

นอกจากนี้ยังตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อกำหนดรายละเอียดการเยียวยาและแนวทาง การช่วยเหลือกรณีเหตุการณ์ 28 เมษายน 2547 คณะอนุกรรมการเพื่อกำหนดรายละเอียดการเยียวยาและแนวทางการช่วยเหลือกรณี เหตุการณ์ตากใบและไอร์ปาแย คณะอนุกรรมการเพื่อกำหนดรายละเอียดการเยียวยาและแนวทางการช่วยเหลือกรณีผู้ ถูกบังคับให้สูญหายและถูกซ้อมทรมาน และคณะอนุกรรมการเพื่อกำหนดรายละเอียดการเยียวยาและแนวทางการช่วยเหลือกรณี เหตุการณ์ทั่วไป

ผู้ว่าฯ สงขลาหวั่นคนไม่เข้าใจ
นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวต่อที่ประชุมว่า ยังมีผู้ที่ไม่เข้าใจปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่อีก การให้เงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบที่เสียชีวิตถึงรายละ 7.5 ล้านบาท มีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย และการตั้งมูลนิธิเพื่อจัดตั้งอุทยานประวัติศาสตร์ความรู้สึกเพื่อรำลึกถึง ผู้เสียชีวิตตามข้อเสนอของคณะทำงานกำหนดกรอบการเยียวยากลุ่มผู้ที่ถูกระทำ โดยเจ้าหน้าที่รัฐกรณีถูกบังคับให้สูญหายหรือการทรมานหรือถูกละเมิดสิทธิ มนุษยชน อาจจะสร้างปัญหาให้กับรัฐตามมา จึงไม่เห็นด้วยกับการตั้งมูลนิธิดังกล่าว

เหยื่อกรือเซะขอเป็นเงินก้อน
นางคอดีเยาะ หะหลี ชาวตำบลควนโนรี อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี บุตรของผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์มัสยิดกรือเซะ ซึ่งร่วมการประชุมด้วย กล่าวว่า เดิมไม่ต้องการให้ช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบในรูปตัวเงินมากนัก ซึ่ตนเคยเสนอเรื่องนี้มาแล้วหลายครั้ง แต่สุดท้ายคณะกรรมการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบสืบเนื่องจากความไม่สงบใน จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีมติจะให้เงินช่วยเหลือรายละไม่เกิน 7.5 ล้านบาท เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ต้องช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบทุกกลุ่มอย่างเท่าๆ กัน และไม่เห็นด้วยถ้าจะทยอยให้เป็นงวดๆ

เปิดหลักเกณฑ์ช่วย 4 กลุ่ม
สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับกรอบการช่วยเหลือเยียวยาและ แนวทางการช่วยเหลือตามที่คณะทำงานกำหนดกรอบการเยียวยาทั้ง 4 กลุ่ม กำหนด เบื้องต้น มีดังนี้

กลุ่มที่ 1 เหตุการณ์วันที่ 28 เมษายน 2547 ทั้งหมด 11 จุด รวมเหตุการณ์กรือเซะและสะบ้าย้อย ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 106 คน บาดเจ็บ 6 คน และถูกจับกุม 6 คน ให้เงินเยียวยาผู้เสียชีวิตรายละ 4.5 ล้านบาท พิการ 1 ล้านบาทและสนับสนุนการไปประกอบพิธีฮัจย์

กลุ่มที่ 2 เหตุการณ์ตากใบและไอร์ปาแย แยกเป็นเหตุการณ์ตากใบ มีผู้เสียชีวิต 85 คน บาดเจ็บ 51 ราย ผู้ถูกดำเนินคดี 58 ราย ผู้ที่ถูกควบคุมตัว 1,300 ราย เสียชีวิตเยียวยารายละไม่เกิน 7.5 ล้านบาท ทุพพลภาพ 350,000 บาท บาดเจ็บสาหัส 313,000 บาท บาดเจ็บ 65,000 บาท ถูกดำเนินคดีได้รับค่าชดเชยเบื้องต้น 30,000 บาท ค่าชดเชยที่ถูกคุมขังตามจำนวนวัน วันละ 400 บาท ค่าชดเชยในการไปดำเนินคดีต่อศาล10,000 บาท ส่วนผู้ที่ถูกควบคุมได้รับค่าเยียวยาทางจิตใจรายละ 10,000 บาท ผู้ได้รับเงินเยียวยาต้องหักเข้ากองทุนร้อยละ 20

กลุ่มที่ 3 กรณีการสูญหายซึ่งมีจำนวน 37 ราย ค่าชดเชยรายละ 7.15 ล้านบาท ส่วนผู้ที่ถูกซ้อมทรมานมี 36 ราย ส่วนกลุ่มที่ 4 เหตุการณ์ทั่วไปจะพิจารณาช่วยเหลือภายใต้วงเงินไม่เกินรายละ 7.5 ล้านบาท

นอกจากนี้ ทั้ง 4 กลุ่มจะได้รับแล้วยังมีการช่วยเหลือในด้านอื่นเช่นที่อยู่อาศัย อาชีพ การศึกษา และการประกอบพิธีฮัจย์ เป็นต้น

สถิติเหยื่อไฟใต้ 8 ปีจ่อ5พันราย
ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ได้รวบรวมสถิติผู้ได้รับ ล่าสุดในเดือนพฤศจิกายน 2554 ชี้ให้เห็นจำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บในรอบเจ็ดปีกว่าหรือ 94 เดือนนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2547 ถึงเดือนตุลาคม 2554 ที่เกิดเหตุความไม่สงบรวมทั้งสิ้นประมาณ 11,265 เหตุการณ์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บรวมกันจำนวนประมาณ 13,207 ราย แยกเป็นจำนวนผู้เสียชีวิตรวม 4,943 ราย จำนวนผู้บาดเจ็บรวม 8,264 ราย ซึ่งจำนวนผู้ได้รับผลกระทบดังกล่าว หากได้รับการช่วยเหลือเยียวยาตามหลักเกณฑ์ใหม่นี้ เฉพาะผู้เสียชีวิต จะต้องใช้งบประมาณทั้งสิ้นประมาณ 37,000 ล้านบาท

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 13/02/55 อย่าถาม..อย่าพูด..มีมาแล้วจะบอก

ที่มา blablabla

โดย

ภาพถ่ายของฉัน

อย่าถาม อย่าพูด สุดด้าน
สามานย์ ร้อยเล่ห์ เฉไฉ
มีมา จะบอก เร็วไว
จัญไร หนังหน้า ท่าที....

หุบปาก เถิดหนา อย่ามั่ว
เรื่องชั่ว เห็นชัด บัดสี
ก่อนเก่า ใครเล่า ย่ำยี
อัปรีย์ ชั่วช้า วิชามาร....

พอจับได้ ไล่ทัน มันแถกแถ
ทำเชือนแช วกวน คนหน้าด้าน
เคยได้ฟัง คำมุสา มาช้านาน
พวกอันธพาล ตอแหล ไม่แคร์ใคร....

จะขอต้าน และกำจัด รัฐประหาร
แฉสันดาน อมนุษย์ สุดเหลวไหล
จะจองเวร พวกอุบาทว์ ทุกชาติไป
ไม่หวั่นไหว กับเสียงขู่ เพราะรู้ทัน....

พวกมันทำ ก็เงียบเฉย ไม่เคยบอก
เจ็บช้ำชอก วิปโยค สุดโศกศัลย์
ไม่ให้พูด ไม่สนใจ อย่างไรกัน
แผ่นดินนี้ เป็นของมัน หรือของใคร??....

๓ บลา / ๑๓ ก.พ.๕๕

เกมส์จบแล้ว....เก็บเวที (เวทีแห่งนี้ไม่มีพี่เลี้ยง)

ที่มา blablabla

โดย

ภาพถ่ายของฉัน


เวทีงามจรัสฟ้า.....เรืองรอง
อวดแต่งคนพิศมอง......ท่วมท้น
น้ำตาเพื่อนเจิ่งนอง......เจ็บลึก
อยากหลบไปให้พ้น......เข็ดแล้วคำคน
รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ.....ช่างพอเหมาะ สราญรื่น
ลืมแล้ว ภาพล้มครืน.....โปรยยาหอม อิ่มสุขใจ
เลือดเพื่อน เคยรินหยด.....ลืมให้หมด ใครหน้าไหน
ลืม ลืม ลืมให้ไว.....สไนเปอร์ เจาะร่างชน
ลืมเถิด ใครสั่งฆ่า.....ลืมเวลา ทุกข์หมองหม่น
ลืมซะ ลืมทุกคน.....ลืมหยดเลือด และน้ำตา
เวที ล่มสลาย.....ปีศาจกราย มาผลาญล่า
ที่แท้ ภาพมายา.....เกมส์จบแล้ว เก็บเวที
๓ บลา / วันอาทิตย์สีแดง ๑๒ ก.พ.๕๕

ไทยอีนิวส์โพลล์สะท้อนความนิยมเพื่อไทยดิ่งวูบ

ที่มา Thai E-News


ไทย อีนิืวส์ได้จัดทำแบบสำรวจผู้อ่านในหัวข้อเรื่อง หากมีเลือกตั้งพรุ่งนี้คุณจะเลือกพรรคใด? มีผู้ตอบแบบสำรวจ4,066ราย ผลสำรวจพบว่ามากกว่า 63.4% ตอบว่าจะเลือกพรรคที่สนับสนุนข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์ และจะเลือกพรรคเพื่อไทยเพียง 29.5% ซึ่งนับว่าเป็นสถิติต่ำที่สุดเท่าที่เราเคยสำรวจมา

อย่างไรก็ตามผู้ตอบแบบสำรวจจำนวนหนึ่งที่เคยเลือกพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า หากพรรคเพื่อไทยหันกลับมาสนับสนุนข้อเสนอของนิติราษฎร์ ก็ยังยินดีจะเลือกผู้สมัครพรรคเพื่อไทยตามเดิม
.....
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:

ฯพณฯณัฐวุฒิ-ส.ส.จตุพรฟันธงโชะไม่แก้112 เสื้อแดงขอนแก่นก่อหวอดคราวหน้าอย่าเลือกเพื่อไทย

-กรรม!การ์ดนปช.นัดล้านคนโบนันซ่าต้านแก้112 ฯพณฯอารี ไกรนรา กดLikeในเฟซบุ๊คคอนเฟิร์ม

คุณยายเสื้อแดงแห่งUSAจัดหนักเหลิม-เหล่-เอกยุทธ์

ที่มา Thai E-News

ได้ เห็นรุ่นหลานอย่างลูกชายคุณสมยศ และนักศึกษาธรรมศาสตร์ออกมาเพรียกหาความยุติธรรม โดยที่พวกแก่กินข้าวเฒ่าเพราะอยู่นานอย่างรองนายกฯเฉลิม กับผู้นำกองทัพพลเอกประยุทธ์คอยขวางคลอง แถมเอกยุทธ์ก็ยังตามวอแวนายกฯอีก คุณยายเสื้อแดงแห่งUSAเลยอดไม่ได้ที่จะจัดหนักมาซักยก


โดย คุณยายศรีลัดดา คาลิฟอร์เนีย
พากษ์ไทยโดย ไทยอีนิวส์

แม้ยายจะอายุมากตั้ง 88 ปีแล้ว แต่ให้พูดจากหัวใจเถอะว่า เมื่อได้เห็นหลานไท ลูกคุณสมยศ พฤกษาเกษมสุข อดข้าวประท้วงเพื่ออิสรภาพของคุณพ่อให้ได้ประกันตัวจากคดี 112 เสียที...ได้เห็นหลานๆกลุ่มเยาวชนนักศึกษามหาวิยาลัยธรรมศาสตร์ พากันจัดกิจกรรมส่องไฟใส่แม่โดมเพื่อไล่ความมืดมิดแล้ว อดไม่ได้ที่จะชื่นชมในความกล้าหาญ และความเป็นปัญญาชนของเหล่าสาวหนุ่มพวกนี้

พวกเยาวชนสาวหนุ่มของเราได้พากันเพรียกหาความยุติธรรมและเสรีภาพที่พวกแก่ๆ ได้คร่าทำลายลงอยู่ตลอดเวลา ด้วยการใช้อำนาจเป็นธรรมกับใครก็ตามทีที่ไม่เห็นด้วยกับพวกตน น่าอัปยศอดสูใจที่คุณเฉลิม อยู่บำรุงไปบอกว่าเยาวชนคนหนุ่มสาวพวกนี้เป็นแค่อ้ายพวกเด็กวานซืน ไร้ประสบการณ์ เลยไม่รู้ผิดชอบว่ากำลังทำอะไรลงไป บลาบลาบลา ...

เฉลิมคงลืมไปแล้วสิว่านี่มันปีพ.ศ.2555แล้วนะพ่อคู้ณ เราส่งลูกหลานไปร่ำเรียนเขียนอ่านในมหาวิทยาลัยเพื่ออบรมบ่มเพาะให้มีการ ศึกษา ฝึกฝนจิตใจที่จะตัดสินชะตาอนาคตของพวกเขาเองในภายหน้า แล้วจะเอาอะไรมาหมิ่นแคลนเยาวชนคนหนุ่มสาวเหล่านี้นายเหลิม

My heart is bursting with pride after I watched the scene from Thammasrt University,a group of young people ..Shining the Lights" at the Dome.They are courageous, intelligent young men and women who spoke with indispute reasons that should make adults who always threaten to use force
against anybody who happens to disagree with them ,into shame. Chalerm, who considers this group of young people as..Children who were born yesterday,no experience,don't know what they were doing..bla-bla.Chalerm seems to forget that this is the year 2555/2012 , we send our children to school, to universities to get education, to broaden their minds and to use their own decision for their future..you derided them!!!


คุณเฉลิมจ๊ะ ยายเองก็แก่ปูนนี้เพิ่งจะ 88 ปีเมื่อวานก่อนจ้ะ ก็อายุมากพอจะเป็นแม่ของคุณเฉลิมได้นั่นแหละ ให้ยายบอกอะไรซักอย่างได้มั้ย? ช่วยปล่อยให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้ตัดสินใจตามลำพังเขาเถิด ให้พวกเขาได้เป็นตัวของตัวเองเสีย เพราะอนาคตของประเทศไทยอยู่ในกำมือของพวกเขา ไม่ใช่คุณเฉลิมหรือพรรคพวกรุ่นราวคราวเดียวกับคุณเฉลิมหรอก ที่ตกยุคเป็นพวกไดโนเสาร์เต่าล้านปีไปซะแล้ว ก็พวกแก่ๆปูนคุณเฉลิมนี่แหละกำลังฉุดรั้งประเทศชาติเอาไว้แทนที่จะพัฒนาไป สู่ประเทศชาติที่ยิ่งใหญ่ รึมิใช่?

Kun Chalerm ka, I am 88yrs old, probably old enough to be your mother,let me tell you something..leave those new generation alone,let them be themselves because the future of Thailand is in their hands, not yours or your generation of dinosaurs.It is old people like you that holds back the country from becoming a great nation.
As for Prayuth..you seem to think that Thai citizen is your Privates in the army that you can bark your order and everybody will rush to follow your command. Thailand is not North Korea,you kept telling people who don't agree with you to get out of the country to go soemwherelse..Hey, you do not own Thailand,if you don't like Thai people why don't you move away yourself,I think Kim Jong Il would gladly welcome you into their arms..


ส่วนอีกรายก็พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ยายฟังทีไรหละจี๊ดสมองทุกทีไป ทำตัวและชอบคิดซะยังกับว่าประชาชนพลเมืองไทยนี่เป็นสมบัติส่วนตัวของตัวใน กองทัพ ที่นึกอยากขู่คำรามสั่งการให้ทุกคนจะต้องแน่นิ่งไม่ไหวติงแล้วต้องทำตามคำ สั่งบังคับบัญชาซะอย่างงั้น ประเทศไทยไม่ใช่เกาหลีเหนือนะพ่อคู้ณ

Hello Ekkavuth, I thought you were long dead but here you are in the news again. You claimed that you were at the Four Season hotel at the same time with Kun Yingluck and right after she left you were attcked by one of her guards..but you never show the evidence or prove of what you claimed..No surprise there ,from a liar and a coward like you.

พ่อเจ้าประคุณรุนช่องจะได้เที่ยวไล่ส่งใครต่อใครที่ไม่เอออวยไปด้วยกับพ่อ ให้ต้องออกนอกประเทศอยู่ร่ำไป นี่แหนะ คุณไม่ใช่เจ้าของประเทศนะขอบอก หากไม่ชอบคนไทยที่คิดต่างจากคุณ ก็แล้วทำไมไม่ย้ายก้นของคุณไปซะที่อื่นเองหละ ยายคิดว่าพวกคิมจองอิล คิมจองอึน คิมอิลซุงนี่คงจะดีใจตายเลยหละที่จะได้ต้อนรับคุณไปอยู่ที่ๆเดียวกันของพวก เผด็จการ

you seem to think that Thai citizen is your Privates in the army that you can bark your order and everybody will rush to follow your command. Thailand is not North Korea,you kept telling people who don't agree with you to get out of the country to go soemwherelse..Hey, you do not
own Thailand,if you don't like Thai people why don't you move away yourself,I think Kim Jong Il would gladly welcome you into their arms..

แล้วก็ต้องจัดหนักให้นายเอกยุทธ์นี่อีกซักหน่อย นึกว่าตายไปซะนมนานแล้วเห็นหุบปากไปพักใหญ่ ดันโผล่มาเป็นข่าวอีกจนได้ โดยอ้างว่าตัวเองไปอยู่ที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ในเวลาเดียวกับคุณยิ่งลักษณ์ และพอนายกฯคล้อยหลังออกจากโรงแรมไป ก็โดนการ์ดรปภ.ของนายกฯทำร้าย แต่ก็ไม่เห็นแสดงหลักฐานพยานอะไรเลยที่จะพิสูจน์คำกล่าวขี้ตู่ของตัวเอง ซึ่งใครจะไม่รู้ว่าเป็นอ้ายขี้จุ๊และขี้โกง
Hello Ekkavuth, I thought you were long dead but here you are in the news again. You claimed that you were at the Four Season hotel at the same time time with Kun Yingluck and right after she left you were attcked by one of her guards..but you never show the evidence or prove of what you claimed..No surprise there ,from a liar and a coward like you.

ให้ยายได้บอกอะไรซะหน่อยเหอะ นายหนะมันไม่ใช่คนสลักสำคัญอะไรนักหรอกที่คุณยิ่งลักษณ์ หรือทักษิณจะมาข้องแวะด้วย หากเทียบกับพี่น้่องสองนายกฯนั่นแล้วนายมันก็อึหมากองหนึ่ง จะไปมีค่าอะไรพอที่นายกฯยิ่งลักษณ์จะเอาไม้สั้นมารันขี้ให้เปลืองตัวเปล่าๆ ปลี้ๆ หากนายแค่อยากจะเป็นข่าวไม่ให้คนเขาลืม จะไปเกาะแกะวอแวคุณยิ่งลักษณ์ทำไม โน่นไสหัวกลับไปที่สถุนๆของนายโน่นเลยไป

Let me tell you something..you are not big or important enough for Yingluck or Taksin to be concerned with. Compare to them you are just a scum bug,not worth enough for Yingluck to touch with a ten-foot pole let alone with her little toes. If you want to be in the news ,why don't you do something good for the country instead of using your dirty tactics to bring down Yingluck..Better yet, go back to the slum where you belong...

อ้อ ยายลืมถามไป เมื่อไหร่นายเอกยุทธ์จะกล้าโผล่หน้าไปเชียงใหม่ซะทีหละเจ๊า? พวกสาวๆและสตรีเชียงใหม่ที่นายเคยดูถูกดูแคลนจะได้จัดหนักต้อนรับนายให้สมอ ยาก จนทำให้นายจดจำไม่ลืมเลือนไปตลอดชีวิตของนายเชียวแหละ

Oh, one question..when do you plan to go to Chiengmai? Just let us know so we can prepare a big welcome party for you..the kind that you will never forget the rest of your life. Bye-bye

ป.ล.ลูกๆหลานๆของยายเขาก็บอกให้ยายเพลาๆอยู่นะว่าเวลาเขียนอะไรเกี่ยวกับการ เมืองไทยเนี่ย อาจจะทำให้ยายอดเดินทางกลับไปเยี่ยมญาติๆทางเมืองไทยก็ได้ในอนาคต...แต่แหม ยายก็แค่ สว.สูงวัยคนหนึ่ง อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดหละ เพราะมันจี๊ดจริงๆเจออย่างพวกนายเหลิม นายประยุทธ์ นายเอกยุทธ์เข้าแบบนี้ มันอะไรนักหนาหือมม์?

P.S.my family warn me to be careful of what I write because I might not be able to come back to Thailand in the future...but I am just a little old woman,what ever will be,will be.Remember this song by Doris Day? So There!!

*********

รู้จักคุณยายเสื้อแดงแห่งแคลิฟอร์เนีย USA


คุณยายศรีลัดดา เพิ่งฉลองอายุครบรอบ 88 ปี เมื่อ 2 วันก่อน ขณะนี้พำนักอยู่อาศัยในแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา

สมัยยังสาวๆเคยทำงานด้านการบินที่กรุงเทพฯเป็นเวลา 21 ปี ก่อนจะย้ายมาอยู่ในสหรัฐฯในปีพ.ศ.2515 จนปัจจุบันร่วมๆ39ปีแล้ว

สมัยอยู่เมืองไทยครอบครัวของคุณยายศรีลัดดาเป็นชาวพรรคประชาธิปัตย์ ถึงขนาดสมาชิกในครอบครัวเคยลงสมัครส.ส.ของพรรคเก่าแก่นี้ ในช่วงที่ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ยังเป็นผู้นำพรรคอยู่ แต่เวลานี้คุณยายบอกว่าน่าเศร้าใจและผิดหวังกับพรรคประชาธิปัตย์ ช่างน่าละอายใจกับพรรคที่เคยมีเกียรติคุณชื่อเสียงกลับมามีพฤติกรรมฉ้อฉลใน ตอนนี้

ปัจจุบันนี้คุณยายอาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียมกับแมวตัวหนึ่งชื่อจัสมิน(ชื่อ ไทยๆว่า"ดอกมะลิ") และไม่รู้สึกเหงาเลย เพราะเมื่อ 3 ปีก่อนได้หัดใช้อินเตอร์เน็ต แล้วก็ใช้อินเตอร์เน็ตติดตามข้อมูลข่าวสารทางเมืองไทยได้คล่อง ตอนนี้คุณยายดีใจมากเลยที่ได้ใช้อินเตอร์เน็ตท่องโลก

ทักทายคุณยายได้ที่เฟซบุ๊ค http://www.facebook.com/profile.php?id=100003144528684

ตอนนี้อินเตอร์เน็ตก็ทำให้คุณยายสามารถคุยกับลูกสาวและลูกเขยที่พำนักอาศัย อยู่ในฝรั่งเศส รวมทั้งหลานๆในเยอรมนี และเพื่อนๆในอเมริกาได้อย่างสบาย

แน่นอนว่ารวมถึงข้อมูลข่าวสารทางเมืองไทยด้วย