WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, February 14, 2012

โพลล์ไทยอีนิวส์:จี้เฉลิมจับลิ้มยุกบฎโทษประหาร

ที่มา Thai E-News



********
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:ถามเหลิม?เอาไงรีบว่ามาลิ้มก่อกบฎโทษประหารชัด



ทหารอย่านั่งเฉย รีบออกมาปฏิวัติเสีย แล้วพันธมิตรฯ ทั่วประเทศจะออกมาร่วมกับทหารยึดประเทศไทยคืนมาจากไอ้พวกชั่วๆ

ทั้งนี้การกระทำดังกล่าวของนายสนธิเป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113 มาตรา 114 มาตรา 116 ฐานความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร ซึ่งระบุว่า


มาตรา 113 ผู้ใดใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อ

(1) ล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ
(2) ล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร หรืออำนาจตุลาการแห่งรัฐธรรมนูญหรือให้ใช้อำนาจดังกล่าวแล้วไม่ได้ หรือ
(3) แบ่งแยกราชอาณาจักรหรือยึดอำนาจปกครองในส่วนหนึ่งส่วนใดแห่งราชอาณาจักร

ผู้นั้นกระทำความผิดฐานเป็นกบฏ ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต

มาตรา 114 ผู้ใดสะสมกำลังพลหรืออาวุธ ตระเตรียมการอื่นใดหรือสมคบกัน เพื่อเป็นกบฏ หรือกระทำความผิดใด ๆ อันเป็นส่วนของแผนการ เพื่อเป็นกบฏ หรือยุยงราษฎรให้เป็นกบฎหรือรู้ว่ามีผู้จะเป็นกบฎแล้วกระทำการใดอันเป็นการ ช่วยปกปิดไว้ ต้องระวาง
โทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี

มาตรา 116 ผู้ใดกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต

(1) เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาล โดยใช้กำลังข่มขืนใจหรือใช้กำลังประทุษร้าย
(2) เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือ
(3) เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี

สำหรับเครือข่ายASTVผู้จัดการ กระบอกเสียงพันธมิตรที่เผยแพร่การกระทำความผิดของนายสนธิถือว่ากระทำผิดมาตรา มาตรา 85 วรรคหนึ่ง

"ผู้ใดโฆษณาหรือประกาศแก่บุคคลทั่วไปให้กระทำความผิด และความผิดนั้นมีกำหนดโทษไม่ต่ำกว่าหกเดือน ผู้นั้นต้องระวางโทษกึ่งหนึ่งของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น

ถ้าได้มีการกระทำความผิดเพราะเหตุที่ได้มีการโฆษณาหรือประกาศตามความในวรรคแรก ผู้โฆษณาหรือประกาศต้องรับโทษเสมือนเป็นตัวการ"

มาตรา 90 "เมื่อการกระทำใดอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษแก่ผู้กระทำความผิด"

ทั้งนี้เมื่อพบเห็นนายสนธิกระทำผิดกฎหมายชัดแจ้ง หากเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจตามกฎหมายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ไม่นำนายสนธิ ดำเนินคดีตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่นั้นมีความผิดตามมาตรา 157 ซึ่งระบุไว้ว่า

ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติ หน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาทหรือ ทั้งจำทั้งปรับ

ท่านรองฯเฉลิมมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายหรือไม่? และพึงปฏิบัติตามหน้าที่หรือไม่? สาธารณชนโปรดตรอง

ฯพณฯการ์ดนปช.ปัดใช้เวทีโบนันซ่าเขาใหญ่ต้านแก้ม.112 ยืนยันเคารพความคิดเห็น-โชว์รูปคู่แม้ว

ที่มา Thai E-News

โชว์ปึ๊ก-รูป ที่อารี ไกรนรา ถ่ายกับทักษิณ ชินวัตร และเขาโพสต์ลงในเฟซบุ๊คส่วนตัวในวันนี้ แต่ไม่ได้ระบุเวลาและสถานที่ พร้อมทั้งออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้เตรียมการใช้เวทีนปช.ที่โบนันซ่า เขาใหญ่ 25 ก.พ.นี้ต่อต้านการแก้ไขม.112ตามที่ปรากฎเป็นข่าวแต่อย่างใด

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
14 กุมภาพันธ์ 2555

นายอารี ไกรนรา ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ และหัวหน้าการ์ดนปช.ได้ตอบข้อซักถามในเฟซบุ๊คเรื่องที่เขาให้ข่าวว่า จะประกาศต้านการแก้ ม.112 ที่เขาใหญ่โบนันซา ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์นี้จริงหรือไม่ว่า

ไม่จริงครับ ขอยืนยันครับ ผมไม่ได้ต่อต้านนะครับ และผมยืนยันว่า ผมเคารพในความคิดของทุก ๆ คนครับ รับฟังเสียงส่วนใหญ่แน่นอนครับ

แต่ไม่ได้อธิบายรายละเอียดใดเพิ่มเติม ขณะที่มีเสียงเรียกร้องให้จัดแถลงข่าวให้ชัดเจน หากเป็นการนำเสนอข่าวไปเองของสื่อมวลชน เพื่อแก้ไขความเข้าใจผิดของมวลชนคนเสื้อแดง

ก่อนหน้านี้ เดลินิวส์รายงานข่าวหัวข้อ การ์ดเสื้อแดงประกาศต้านแก้ม.112ที่โบนันซ่า ว่า เมื่อว้ันที่ 10 ก.พ. นายอารี ไกรนรา ผู้ช่วยเลขา รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะหัวหน้าการ์ดคนเสื้อแดง เปิดเผยถึงกรณีณีที่กลุ่มนักวิชาการ ในนามคณะรณรงค์แก้ไข ม.112 ( ครก.112 ) ออกมารณรงค์แก้ไข ประมวลกฏหมายอาญา ม.112 นั้นก็เป็นสิทธิของกลุ่มดังกล่าว แต่ยืนยันว่าคนเสื้อแดงไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวแน่นอน โดยจะประกาศจุดยืนบนเวทีเขาใหญ่ โบนันซ่า นัดรวมพลคนเสื้อแดงแก้ไขรัฐธรรมนูญ 50 และต่อต้านการแก้ไข ม.112 อย่างชัดเจน ไม่ว่าเวทีไหนของคนเสื้อแดงมีเจตนารมย์ตรงกัน

หากมีการรณรงค์ล่ารายซื่อแก้ไข ม.112 ให้ไปทำเวทีอื่นไม่ให้มาร่วมใช้เวทีของคนเสื้อแดงแน่นอน ส่วนการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ในวันดังกล่าว ตนคาดว่าจะโฟนเข้ามาร้องเพลง ทุกคนสามารถเข้าไปร่วมงานได้เนื่องจากเจ้าของสถานที่ได้จัดพื้นที่ไว้กว้าง ขวางสามารถรองรับคนได้ 1 ล้านคนขึ้นไป และได้เตรียมสร้างห้องน้ำไว้จำนวนเกือบ 200 ห้อง มีวงดนตรีซื่อดังมาบรรเลงตลอดงานตั้งแต่เวลา 12.00 น.ของวันที่ 25 ก.พ.จนถึง เวลา 06.00 น.ของวันที่ 26 ก.พ. ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด พร้อมจัดที่จอดรถไว้ด้วยนำรถมาจอดใกล้งานได้เป็นหมื่นคัน

ทั้งนี้เมื่อไทยอีนิวส์ตรวจสอบไปที่เฟซบุ๊คของอารี ไกรนรา ปรากฎว่าสถานะของเฟซบุ๊คอารี ไกรนรา ได้กดlike หรือ ถูกใจ ลิ้งค์ข่าว การ์ดเสื้อแดงประกาศต้านแก้ม.112ที่โบนันซ่าด้วย


ข่าวดังกล่าวทำให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากคนเสื้อแดง โดยพากันให้ความเห็นว่าหากนายอารี หรือแกนนำนปช.ไม่ออกมาเคลียร์ให้ชัดเจนก็อาจบอยคอตไม่ไปร่วมงานที่โบนันซ่า เขาใหญ่

********
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:กรรม!การ์ดนปช.นัดล้านคนโบนันซ่าต้านแก้112 ฯพณฯอารี ไกรนรา กดLikeในเฟซบุ๊คคอนเฟิร์ม

คุณทักษิณอาจไม่ใช่นายกฯที่ดีที่สุด ..บทความจากคุณทวดเอง

ที่มา thaifreenews

โดย ป้าพลอย

คุณทักษิณอาจไม่ใช่นายกฯที่ดีที่สุด

แต่คุณทักษิณเป็นนายกฯที่เก่งที่สุดตั้งแต่เรามีนายกฯมา
เราอาจเคยมีนายกฯที่สังคมเชื่อว่าซื่อสัตย์สุจริต แต่ก็ไม่กล้าตัดสินใจ ทำให้ประเทศเดินหน้าช้าเกินไป
เราอาจเคยมีนายกฯที่เก่งทางด้านต่างประเทศ แต่ก็ไม่สามารถบริหารได้อย่างต่อเนื่อง ถูกปฏิวัติเสียก่อน
เราอาจเคยมีนายกฯที่เชี่ยวชาญทางด้านเศรษฐกิจ แต่ก็ขาดภาวะความเป็นผู้นำ
เราอาจเคยมีนายกฯที่มีความยึดหยุ่นในด้านบริหาร แต่ก็ขาดวิสัยทัศน์ที่จะพาประเทศสู่ประเทศที่พัฒนา
เราอาจเคยมีนายกฯที่รอบคอบ แต่ก็ขาดความเชี่ยวในด้านบริหาร
และ เรายังมีนายกฯที่พยายามช่วงชิงตำแหน่ง โดยอาศัยตัวช่วยต่างๆเข้ามาเป็นนายกฯ สุดท้ายก็มีดีแค่พูดอย่างเดียว ส่วนคุณสมบัติอื่นๆ ล้วนไม่สามารถจะนำไปเปรียบเคียงแม้แต่นายกฯที่เอ่ยมาข้างต้น ดังนั้นยิ่งไม่ต้องนำมาเปรียบเทียบกับอดีตนายกฯอย่างคุณทักษิณเลยครับ

เพราะคุณทักษิณเพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติต่างๆที่คนที่จะเป็นผู้นำควรมี
ไม่ว่าจะเป็นนักบริหารมืออาชีพ
ไม่ว่าจะมีวุฒิภาวะความเป็นผู้นำสูง
ไม่ว่าจะเป็นคนที่กล้าตัดสินใจ
ไม่ว่าจะเป็นคนที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล
และยังเป็นผู้นำที่มีความขยันในการทำงานมากกว่านายกฯที่ผมเคยประสบมา

ดัง นั้นในช่วงที่คุณทักษิณบริหาร จึงปรากฏผลงานมากมายจนเป็นที่ประจักษ์ ซึ่งผมคงไม่นำมาเอ่ยอ้างอีก เพราะมากมายเหลือเกิน ซึ่งแต่ละผลงานล้วนจับต้องได้ และก็มีคนนำมาเสนอมากมายแล้วเช่นกัน จึงไม่แปลกใจที่ประชาชนมากมายให้ความรักความศรัทธาจนถึงทุกวันนี้

ผล งานเพียงอย่างเดียว บางครั้งอาจเป็นความสามารถส่วนบุคคล ซึ่งเราอาจไม่สามารถหาบุคคลที่เพียบพร้อมอย่างนี้ได้ง่ายๆนัก แต่สิ่งหนึ่งที่คุณทักษิณได้เปลี่ยนแปลงสังคมไทย ก็คือ การเสนอนโยบายแล้วทำได้ตามที่เสนอ ซึ่งอดีตเรามักไม่ค่อยได้เห็น นี่ต่างหากครับ เป็นคุณประโยชน์ต่อประเทศในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย

เราจึงได้เห็นพรรคการเมืองได้แข่งขันการด้วยนโยบาย
เราจึงได้เห็นประชาชนตื่นตัวในการใช้สิทธิ์
เพราะปัจจุบันนักการเมืองรู้แล้วว่า การซื้อเสียงเพียงอย่างเดียวไม่ใช่หนทางแห่งความสำเร็จ
เพราะปัจจุบันประชาชนล้วนรับรู้แล้วว่า การใช้สิทธิ์ของตนมีผลต่ออนาคตของตัวเองและลูกหลานด้วย
นี่ต่างหากครับ เป็นการพัฒนาประชาธิปไตยให้เดินหน้าต่อไป ไม่ใช่จำเจซ้ำซากอย่างในอดีต

แต่ เพราะความมุ่งมั่นทำงานเพื่อประชาชน โดยไม่เกรงกลัวกับฐานเสียงของคนอีกกลุ่ม จึงทำให้เกิดการขัดผลประโยชน์ของคนอีกชั้น รวมทั้งนักการเมืองอีกฝ่ายที่ไม่สามารถทนรอให้คุณทักษิณหมดอำนาจหรือเกิด ความผิดพลาดในการบริหาร จนประชาชนเสื่อมศรัทธา ดังนั้นจึงได้สุมหัวกันสร้าง “ผีทักษิณ”ขึ้นมา

ผีทักษิณ ที่เป็น ตัวแทนของนักการเมืองชั่วร้าย
ผีทักษิณ ที่เป็น คนคิดทำลายชาติ
ผีทักษิณ ที่เป็น คนไม่จงรักภักดี
ผีทักษิณ ที่เป็น คนคิดล้มล้างสถาบัน
ผีทักษิณ ที่เป็น คนที่ทุจริตคอรัปชั่นอย่างมโหฬาร

จากนั้นก็สร้างขบวนการโค่นล้ม โดยสร้างความแตกแยกให้กับคนไทยด้วยกันก่อน
ตามด้วยการทำรัฐประหาร เพื่อล้มล้างอำนาจรัฐบาลทักษิณ
ตามด้วยการร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อเล่นงานพรรคๆเดียวที่มีคุณทักษิณอยู่เบื้องหลัง
ตามด้วยการใช้ทั้งสื่อฯหลักและสื่อรองทำการใส่ร้ายป้ายสีเป็นระยะๆสม่ำเสมอ
สุดท้ายก็อาศัยอำนาจตุลาการทำการยุบพรรค ยึดทรัพย์และยังทำให้กลายเป็นผู้ต้องหาคดี

น่าสงสารประเทศไทย ที่ถูกขบวนการเผาบ้านเพื่อฆ่าหนูตัวเดียวไม่สามารถประสบความสำเร็จ
น่าสงสารขบวนการเหล่านั้น ไม่ทันต่อกระแสโลกาภิวัตน์ จึงหลงคิดว่า ประชาชนยังรู้ไม่เท่าทัน
และ ที่น่าสงสารก็คือการสร้าง “ผีทักษิณ” นอกจากไม่ประสบกับความสำเร็จแล้ว ยังทำให้คะแนนนิยมในตัวคุณทักษิณไม่เคยตก และยังกลายเป็นวีรบุรุษที่ถูกกลั่นแกล้งในสายตาของคนจำนวนมาก

เพราะคดีขายหุ้นเทมาเส็กก็ถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ
เพราะคดีที่ดินรัชดาก็ไม่ใช่เรื่องของการทุจริตแต่อย่างไร
เพราะคดีกล้ายาง คนส่งฟ้องก็ไปเป็นพยานให้กับจำเลยที่ยอมสลับขั้วซะงั้น
เพราะอีกหลายคดีก็ไม่เห็นวี่แววของการทุจริต ถ้าเป็นการตัดสินในขบวนการตามปกติ

ดัง นั้นเราจึงได้เห็นเหล่าที่สร้าง “ผีทักษิณ”ขึ้นมา แทนที่จะทำให้ประชาชนส่วนใหญ่เห็นพ้อง กลับกลายเป็นว่า กลุ่มคนเหล่านี้ต่างหากครับ หวาดกลัวภาพที่ตัวเองสร้าง กลายเป็นกลัว “ผีทักษิณ”ขึ้นมาเสียเองจนกลายเป็นความวิตกจริต

กลัวการนิรโทษกรรมจะทำเพื่อทักษิณคนเดียว
กลัวการขอพระราชอภัยโทษ จะเป็นการทำลายนิติรัฐไปโน่น
กลัวการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ จะเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับคุณทักษิณ

สรุปแล้ว สิ่งใดที่ทำเพื่อประโยชน์กับประเทศชาติ ถ้าคุณทักษิณได้ประโยชน์ ไม่เอา
สิ่งใดที่ทำให้ประเทศได้รับความเสียหาย ต้องเป็นคุณทักษิณเท่านั้นที่ทำได้
นี่ คือตรรกะของคุณกลุ่มนี้ ที่ถูกอคติเกลียดภาพของ “ผีทักษิณ”ที่ตัวเองสร้างขึ้นมาจนฝังใจ ดังนั้นแค่เงาของคุณทักษิณวาบผ่านเข้ามา ก็เตรียมการเคลื่อนไหวเป็นการใหญ่ อย่างนี้แล้วประเทศไทยจะหาความปรองดองได้อย่างไรกันครับ

ดังนั้นผม จึงอยากบอกทุกๆท่าน ปล่อยเรื่องของคุณทักษิณไปเถิดครับ อะไรที่เป็นประโยชน์ของประเทศ ถึงแม้คุณทักษิณจะได้ประโยชน์ก็ช่างเถิดครับ เราเสียเวลาอยู่กับคุณทักษิณมาหลายปี จนประเทศไม่สามารถเดินหน้าไปไหน ตอนนี้คนส่วนใหญ่เขาก็หูตาสว่างกันหมดแล้ว สำหรับท่านล่ะครับ เมื่อไหร่จะตาสว่างเสียที แล้วปล่อยให้พวกกลัว “ผีทักษิณ”บ้าไปตามเรื่องของมันเถอะครับ อย่าไปใส่ใจกับพวกนี้มากนัก นอกจากจะบ้าตามไปกับพวกนี้ ยังจะเป็นตัวถ่วงความเจริญของประเทศด้วยนะครับ ขอบอก

จากคุณ : ทวดเอง

ที่นี่ความจริง 13-2-2012

ที่มา thaifreenews

โดย bozo

speedhorse





http://speedhorse.blogsite.org/read.php?tid=1181

ชูธง 13 2 2012

ที่มา thaifreenews

โดย bozo

speedhorse



http://speedhorse.blogsite.org/read.php?tid=1180

สส.สุนัย ที่นี่MV5 13-2-2012

ที่มา thaifreenews

โดย bozo

speedhorse






[/img] http://upic.me/i/yx/myphoto-120213-16.jpg [/img]

http://speedhorse.blogsite.org/read.php?tid=1182

สุขสันต์..วันวาเลนไทน์.

ที่มา thaifreenews

โดย Amster-แดง

*…มีกุหลาบแดง แสนงาม อยู่สามช่อ
จะให้ใคร ดีหนอ ในปีนี้
อ้อ..รู้แล้ว ว่าจะให้ กับใครดี
ให้คนที่ ควรคำนับ สำหรับเรา

*…ช่อแรกให้ น้องไท ด้วยใจรัก
ที่ตระหนัก ซึ้งคุณค่า บิดาเขา
อีกทั้งรัก ยุติธรรม ย้ำทวงเอา
สิทธิ์เสรี จากเงื้อมเงา เผด็จการ

*…ช่อที่สอง มอบให้ผอง นิติราษฎร์
ผู้องอาจ สรรสร้าง อย่างกล้าหาญ
ท้าอธรรม ย้ำจุดยืน วิชาการ
ขอให้ผ่าน มารผจญ เหล่าคนทราม

*…ช่อสุดท้าย มอบให้ใคร คนพิเศษ
อยู่นอกเขต หนีเพศภัย ในสยาม
ท่านทักษิณ ที่ทั้งโลก ระบือนาม
กุหลาบงาม มอบให้ท่าน วันวาเลนไทน์.


…ขอให้ท่านมีความสุขมากๆ….นายกในดวงใจ…

วันวาเลนไทน์นั้นถือได้ว่าเป็นวันต่อต้านการใช้อำนาจอย่างไม่เป็นธรรมได้เช่นกัน

ที่มา thaifreenews

โดย Bugbunny

ช่วง ยุคจักรพรรดิคลอดิอัสที่ 2 (Emperor Claudius II) แห่งกรุงโรม พระองค์ชอบทำสงครามนองเลือด เกณฑ์ชายหนุ่มเป็นทหารในกองทัพจำนวนมาก และไปเสียชีวิตในสนามรบ จนเกิดการต่อต้านจากชายหนุ่มไม่ยอมเข้าไปเป็นทหาร เพราะไม่อยากจากคู่รัก คนรัก และครอบครัวของตนเอง องค์จักรพรรดิจึงทรงมีพระบรมราชโองการ ห้ามมิให้มีการจัดพิธีหมั้นหรือพิธีแต่งงานในโรมเป็นอันขาด นักบวชรูปหนึ่งนามว่า วาเลนตินุส ได้ละเมิดพระบรมราชโองการ แอบทำพิธีแต่งงานให้หนุ่มสาวชาวโรมหลายคู่ เมื่อความทรงทราบถึงองค์พระจักรพรรดิ นักบุญเซนต์วาเลนไทม์ จึงถูกจับเป็นนักโทษ ขังอยู่ในเรือนจำ เขาพบรักกับลูกสาวผู้คุมตาบอด ในวันที่ถูกประหารชีวิตด้วยการตัดคอ เขาเขียนจดหมายถึงสาวคนรักลงท้ายด้วยคำว่า “From your Valentine” วันที่เขาถูกประหารชีวิต คือวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ.270 (พ.ศ.813 หรือราว 1,738 ปีมาแล้ว)

ถ้าจะตีความด้วยอารมณ์ความรู้สึก วันวาเลนไทน์คือวันของความรัก และหนุ่มสาวที่ต้องเสียสละแม้แต่ชีวิต เพราะบูชาในความรัก แต่ถ้ามองกันอีกมุมหนึ่ง วาเลนตินุส ถูกประหารชีวิตเพราะบังอาจขัดขืนอำนาจจักรพรรดิที่ห้ามไม่ให้จัดการหมั้นและ แต่งงาน นี่คือการขัดขืนต่ออำนาจที่ไม่เป็นธรรมอย่างชัดเจน

สำหรับ วันวาเลนไทน์ปีนี้ เราได้เห็นการขัดขืนต่ออำนาจอธรรมที่ชัดเจนอีกครั้ง นั่นคือการประกาศอดอาหารประท้วงหน้าศาลอาญาของคุณปณิธาน พฤกษาเกษมสุข เพื่อให้อำนาจอธรรมที่จับพ่อของเขาไปขังคุกไว้เป็นปีแล้ว ไม่ยอมให้ประกันตัว ทั้ง ๆ ที่เป็นสิทธิโดยชอบธรรมตามกฎหมาย

จาก การสนทนากับอาจารย์มานิต จิตรจันทรกลับ อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา ท่านบอกว่าในฐานะอดีตตุลาการศาลสูง ขอบอกว่าโดยทั่วไปและตามที่กฎหมายบัญญัติไว้นั้น การใช้ “ดุลยพินิจ” จะใช้ได้เฉพาะในกรณีที่เป็นข้อเท็จจริง กรณีใดที่มีข้อกฎหมายบัญญัติไว้ชัดเจนแล้ว ผู้รับผิดชอบจะใช้ดุลยพินิจไม่ได้ ต้องปฏิบัติตามกฎหมายเท่านั้น ขณะนี้ทราบว่า อาจารย์กำลังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการทางกฎหมายกับข้าราชการอยุติธรรมบางคน ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ในเรื่องเกี่ยวกับการไม่ให้ประกันตัวคนเสื้อแดง แล้วอ้างการใช้ดุลยพินิจโดยสุจริต ประชาชนผู้รักในประชาธิปไตยและเสรีภาพจะคอยดูกันต่อไปว่า ผลจะออกมาอย่างไร และพวกนี้จะทำให้ภาพลักษณ์ของพวกเขาจมดิ่งลงไปในอเวจีมากยิ่งขึ้นหรือไม่ และดุลยพินิจโดย “สุจริต” นั้น ข้าราชการที่เกี่ยวข้องมีสิทธิเอามาอ้างได้หรือ ในกรณีที่มีกฎหมายบัญญัติไว้ชัดแจ้งว่าต้องอนุญาต เพราะเป็นสิทธิพื้นฐานของประชาชนที่บัญญัติไว้ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ ที่กฎหมายใด หรือคนผู้ใดจะขัดหรือแย้งกฎหมายสูงสุดนี้ไม่ได้ คนผู้นั้นจะเข้าข่ายการปฏิบัติหน้าที่โดย “ไม่สุจริต” ทันที ถ้าถึงวันที่องค์กรของเขาเปลี่ยนแปลงผู้ทรงอำนาจไป


ขอเป็น กำลังใจและขอสนับสนุนคุณปณิธาน พฤกษาเกษมสุข ทราบว่าข่าวการประท้วงของเขากระจายไปทั่วโลกแล้ว รวมทั้งขอเชิญชวนทุกคนที่รักความเป็นธรรม รักประชาธิปไตย ไปให้กำลังใจและสนับสนุนคุณปณิธานที่หน้าศาลอาญาด้วย ยิ่งมีคนเข้าไปร่วมสนับสนุนคุณปณิธานมากเท่าใด องค์กรสิทธิมนุษยชนและองค์กรสำคัญด้านเสรีภาพนานาชาติย่อมมีความกระตือ รือร้นที่จะเข้าร่วมสนับสนุนในระดับโลกมากขึ้นเท่านั้น เพราะนี่คือสัญลักษณ์ของการต่อต้านอำนาจที่ไม่เป็นธรรม ไม่ต่างจากการที่เซนท์วาเลนไทน์ ต่อต้านคำสั่งอธรรมของจักรพรรดิคลอดิอัสที่ 2 โดยการจัดพิธีหมั้นและแต่งงานให้กับหนุ่มสาวที่รักกันในสมัยเกือบสองพันปี ก่อน ทั้ง ๆ ที่จักรพรรดิสั่งห้ามไม่ให้กระทำ จนตัวเองต้องถูกประหารชีวิต

ชมภาพ นายกฯ ปู ทัวร์นกขมิ้น ที่ จ.พิษณุโลก+นครสวรรค์ 14ก.พ.55

ที่มา thaifreenews

โดย น่ารัก ก็ไม่บอก



วันนี้ ( 14 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานภารกิจของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในการเดินทางไปติดตามการแก้ปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ หรือทัวร์นกขมิ้นระหว่างวันที่ 13-17ก.พ. ว่าเมื่อวันที่ 14 ก.พ. ซึ่งเป็นวันที่สองของการเดินทาง เมื่อเวลา 08.30 น. นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ(กยน.) และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ร่วมปะชุมกับผู้ว่าราชการจังหวัดในกลุ่มจังหวัดต้นน้ำทั้ง 10 จังหวัด (เชียงใหม่ อุตรดิตถ์ เชียงราย สุโขทัย ตาก น่าน แพร่ ลำปาง ลำพูน พะเยา ที่โรงแรมอัมรินท์ลากูน จ.พิษณุโลก เพื่อสรุปโครงการป้องกันน้ำท่วม แผนงานและงบประมาณ
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้กล่าวเปิดประชุมว่า สำหรับพื้นที่ปลูกป่านั้นทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)ได้กำหนดจุดเพื่อเตรียมมอบให้ ผวจ.ทั้ง 10 จังหวัดต้นน้ำเอาไปดำเนินการต่อแล้ว โดยในช่วงแรก เน้นปลูกหญ้าแฝก และฝายชะลอน้ำ ภายใน 3 เดือนต้องทำให้ครบ สำหรับอ่างเก็บน้ำ แก้มลิง ขอให้พัฒนาที่มีอยู่แล้วให้เต็มศักยภาพ มอบให้ผวจ.และรมว. ทส. ดูแล อย่างไรก็ตามสิ่งหนึ่งที่สำคัญอยากให้มีการปรับปรุงนโยบายของคณะกรรมการ ระบายน้ำทั้งประเทศ ให้เป็นเอกภาพภายใต้การบริหารของ คณะกรรมการนโนบายน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (กนอช.) และปรับระดับน้ำในเขื่อนโดยให้ยึดหลักภัยน้ำท่วม เป็นหลัก ส่วนภัยแล้งให้ผวจ.แต่ละจังหวัด เป็นหลักในการแก้ไขปัญหา

ผู้สื่อ ข่าวรรายงานว่า ก่อนเข้าประชุม นายมงคลกิตต์ สุขสินธารานนท์ เลขาธิการภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชัน(ภตช.)ได้เดินทางมามอบช่อดอกไม้ให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ โดย กล่าวว่า ตนมามอบช่อดอกไม้เพื่อขอบคุณที่นายกฯและครม.ได้อนุมัติเงินเยียวยาให้กับ ญาติผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะที่มัสยิดกรือเซะจำนวนรายละ 7.5 ล้านบาท และขอให้นายกฯติดตามช่วยเหลือนายธีรพันธ์ คำคูบอน ครูอาชีวะระดับ 8 ที่เคยยื่นร้องเรียนให้สอบสวนโครงการทุจริตของกรมอาชีวะศึกษา 7,200 ล้านบาทในโครงการเอสพี2 แต่กลับถูกคำสั่งของอดีตอธิบดีกรมอาชีวะให้ปลดออกจากราชการซึ่งเป็นปลัด กระทรวงศึกษาธิการคนปัจจุบัน และตนขอให้นายกฯยิ่งใหญ่เหมือนอย่างประธานาธิบดีหญิงคอราซอน อากีโน ของฟิลิปปินส์ โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ ทำสีหน้าจะยิ้ม แต่ไม่กล้ายิ้มเท่าไหร่



วัน ที่14ก.พ. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมร่วมกับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง และผู้ว่าราชการจังหวัด 10 จังหวัด ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลาง ที่โรงแรมอัมรินทร์ ลากูน จ.พิษณุโลก ในการแก้ไขปัญหาอุทกภัย ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ก่อนเดินทางติดตามพื้นที่แก้มลิงบางระกำในช่วงบ่าย

ภาพเมื่อวานนี้ที่ อุตรดิตถ์




ท่าทีประชาสังคมไทยต่อข้อเสนอแก้มาตรา 112

ที่มา ประชาไท

ชลิตา บัณฑุวงศ์
กลุ่มจับตาประชาสังคมไทย (Thai Social Movement Watch –TSMW)

‘ประชาสังคมไทย’ ซึ่งในที่นี้หมายรวมถึงเอ็นจีโอด้วย อาจจะไม่ใช่กลุ่มที่ออกมาจิกหัวก่นด่าข่มขู่ประณามคณะนิติราษฎร์และผู้สนับ สนุนข้อเสนอการขอแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ว่าเป็นพวกเนรคุณแผ่นดิน คิดล้มเจ้า และขับไล่กลุ่มคนเหล่านี้ให้ออกไปจากประเทศไทย รวมทั้งแม้ประชาสังคมไทยอาจจะยังมีความละอายมากพอที่จะไม่เสนอว่าการทางออก เดียวของประเทศไทยคือการรัฐประหารเหมือนอย่างที่กลุ่มสยามประชาภิวัฒน์เสนอ แต่ประชาสังคมไทยและเอ็นจีโอก็แสดงให้เห็นถึงท่าทีที่การเพิกเฉย เย็นชา ปิดหูปิดตา และดูถูกดูแคลนอย่างยิ่งต่อความพยายามเสนอขอแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายมาตรานี้

ตลอดช่วงระยะเวลา 1-2 ปีที่ผ่านมา รุ่นพี่เอ็นจีโอที่ฉันนับถือ ผู้ซึ่งมีผลงานโดดเด่นในด้านทรัพยากรชีวภาพ เกษตรกรรม อาหาร สิทธิเกษตรกรและชุมชน มักตำหนิฉันและเพื่อนอยู่เสมอในทำนองที่ว่า “ทำไมพวกคุณจึงพูดถึงแต่เรื่องมาตรา 112 กันมากมายนัก ทำไมถึงไม่พูดถึงการผูกขาดขูดรีดเกษตรกรโดยนายทุนหรือบรรษัทข้ามชาติบ้าง ทำไมถึงไม่พูดถึงปัญหาที่ดิน การปฏิรูปที่ดิน หรือการปฎิรูปเพื่อโครงสร้างความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจบ้าง ถ้าพวกคุณพูดบ้างมันก็จะช่วยแก้ปัญหาได้” ขณะที่บ่อยครั้งตามหน้าเฟสบุ๊คของ เอ็นจีโอรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ก็จะเห็นข้อความประเภทที่ว่า “ปัญหาสาธารณะอื่นๆ ของประชาชนยังมีอีกตั้งหลายเรื่อง ทำไมพวกนี้จึงไม่ออกมาเรียกร้องกันบ้าง”

เช่นเดียวกับที่นักข่าวหญิงแห่ง TPBS ผู้เป็นขวัญใจของประชาสังคมและเอ็นจีโอไทยเนื่องจากได้อุทิศตัวทำข่าวส่ง เสริม ‘สิทธิชุมชน’ มาอย่างต่อเนื่อง ได้ปรารภในเฟสบุ๊คของเธอท่ามสถานการณ์ร้อนแรงเรื่องมาตรา 112 ว่า ความขัดแย้งทางการเมืองในกรุงเทพฯ ได้ช่วงชิงพื้นที่ข่าวของชาวบ้านและชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาไป เสียสิ้น ฉันพยายามคิดแบบเอาใจเขามาใส่ใจเรา พยายามเข้าใจว่าเสียงเหล่านี้คงเกิดจากความน้อยเนื้อต่ำใจที่ประเด็นการทำ งานที่ทุ่มเท เสียสละ ยิ่งใหญ่ และแสนจะมีคุณูปการยิ่งต่อ ‘ชาวบ้านและชุมชน’ ของพวกตนกลับไม่เป็นที่สนใจของสังคม เอาเสียเลย

แต่หากอ่านระหว่างบรรทัด ประกอบกับที่ได้เห็นการอวยกันไปมาในช่องคอมเม้นต์ที่ดูถูกดูแคลนผู้สนับสนุน การขอแก้ไขมาตรา 112 กันเป็นที่สนุกสนานในทำนองว่า การเคลื่อนไหวเรื่องนี้ทำให้ “ดังได้เร็ว” บ้าง “ได้เงินเยอะ” บ้าง อันต่างไปจากการเคลื่อนไหวเรื่องสิทธิชุมชนและทรัพยากรธรรมชาติของพวกตนที่ ไม่มีทั้งชื่อไม่มีทั้งเงิน ฉันก็อดตั้งข้อสังเกตไม่ได้ว่าสี ยงเหล่านี้ก็คือความพยายามหนึ่งในการลดความชอบธรรมของการเรียกร้องให้แก้ไข มาตรา 112 อีกทั้งยังเป็นวิธีการที่ดูดีเสียด้วยเนื่องจากมี ‘ชาวบ้านและชุมชน’ เป็นข้ออ้าง

การที่วาทกรรม “ยังมีเรื่องอื่นที่สำคัญ (ต่อชาวบ้านและชุมชน) มากกว่าเรื่องการแก้มาตรา 112” แพร่หลายในหมู่ประชาสังคมและเอ็นจีโอไทยเป็นสิ่งที่น่าผิดหวังยิ่ง เพราะไม่เพียงแต่เป็นการหาเหตุผลแบบน้ำขุ่นๆ ที่จะไม่เอาตัวเองเข้ามาเกี่ยวข้องกับประเด็นที่ถือได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญของ ปัญหาของสังคมการเมืองไทยร่วมสมัย ตลอดจนการละเลยต่อชะตากรรมของผู้ต้องหาในคดีนี้จำนวนหลายร้อยคนที่ไม่ได้รับ สิทธิการประกันตัวและต้องรับโทษรุนแรงอย่างไม่สมเหตุผลเท่านั้น แต่ยังเป็นการชี้ให้เห็นว่าประชาสังคมและเอ็นจีโอไทย ซึ่งได้รับยกย่องในหมู่กันเองว่าเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงของสังคม (Change Agents) บ้าง เป็นพี่เลี้ยงของชาวบ้านบ้าง ยังมิได้มีความตระหนักแต่อย่างใดเลยถึงความเป็นปัญหาของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ขณะเดียวกันพวกเขาก็มองไม่เห็นว่าหลักการและแนวคิดในการขอแก้ไขเพิ่มเติม กฎหมายมาตรานี้ที่ว่า “ทุกคนย่อมมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ มีเสรีภาพ มีความเสมอภาคเท่าเทียมกัน ...และในสังคมประชาธิปไตยเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นเป็นเสรีภาพที่จะขาด เสียไม่ได้” นั้นจะเป็นหลักการที่สอดคล้องกับการแก้ไขปัญหาในประเด็นต่างๆ ที่ชาวบ้านและชุมชนที่พวกเขาทำงานด้วยกำลังเผชิญอยู่อย่างไร

นอกจากนั้นการแสดงความเห็นแบบไม่เป็นทางการของพวกเขาก็ยังสะท้อนถึงความ กระพร่องกระแพร่งของการรับข้อมูลข่าวสารทั่วๆ ไป เพราะส่วนใหญ่ยังคงสับสนอยู่มากระหว่างคณะนิติราษฎร์ คณะรณรงค์แก้ไข ม.112 (ครก.112) พรรคเพื่อไทย นปช. หรือคนเสื้อแดงกลุ่มต่างๆ ฯลฯ ขณะที่หากจะมีการเชื่อมโยงมาตรา 112 เข้ากับประเด็นปัญหาอื่นๆ ก็มักจะออกทะเลเห็นดวงแก้วไปในแนว ‘ทฤษฎีสมคบคิด’ ที่ว่ากันว่าสหรัฐอเมริกาสนับสนุนการปฏิรูปมาตรา 112 ก็เพราะหวังผลประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำมันในอ่าวไทย ตามทฤษฎีนี้การแก้ไขมาตรา 112 จะเอื้อประโยชน์ต่อการสร้างอำนาจผูกขาดของเครือข่าย พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อันจะนำมาสู่การจับมือและประสานประโยชน์กันของทุนนิยมผูกขาดระดับชาติและ ระดับโลก ทั้งนี้ มีผู้วิจารณ์ทฤษฎีสมคบคิดไว้ในที่อื่นกันมากแล้วว่า" ทฤษฎีสมนี้คือการลดทอนความซับซ้อนของการเปลี่ยนแปลงและปัญหาทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และวัฒนธรรม ให้เหลือเพียงความเลวของนักการเมืองและความขัดแย้งหรือการประสานผลประโยชน์ ของชนชั้นนำไม่กี่คนเท่านั้น "

น่าสนใจว่า ทฤษฎีสมคบคิดนี้แพร่หลายในหมู่เอ็นจีโอและนักเคลื่อนไหวตามชายฝั่งทะเลภาค ใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการดำเนินการอย่างคึกคักของบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ สัญชาติอเมริกัน อาทิเช่น บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด และเป็นพื้นที่ที่รัฐบาลชุดปัจจุบันมุ่งเดินหน้าแผนพัฒนาเพื่อรองรับการขยาย ตัวของภาคอุตสาหกรรมต่อมาจากทางชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก ผนวกกับความเข้มข้นที่เพิ่มมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จนอาจถึงขั้นที่เรียกได้ว่าภาคใต้ได้กลายเป็นป้อมปราการที่สำคัญยิ่งของ อุดมการณ์กษัตริย์นิยมในประเทศไทยไปเสียแล้ว ส่งผลทำให้แม้แต่การเอ่ยถึงมาตรา 112 คงแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยแวดวงนักพัฒนาภาคใต้และในพื้นที่ภาคใต้โดยทั่วไป

จากท่าทีของประชาสังคมไทยและเอ็นจีโอดังกล่าวข้างต้น ฉันไม่ได้หวังอะไรเลยกับพวกชนชั้นนำ (elites) หรือผู้กุมอำนาจและงบประมาณของประชาสังคมไทย ซึ่งเป็นผู้มีสถานะทางสังคม ศีลธรรม และคุณธรรมสูงส่ง ฉันได้เคยเขียนไว้ในที่อื่นแล้วว่า" ชน ชั้นนำเหล่านี้มีบทบาทอย่างสำคัญในการทำให้ประชาสังคมไทยมีสถานะเป็นกลไกที่ รองรับการปรับตัวของเพื่อธำรงอำนาจต่อไปของสถาบันทางอำนาจและการเมืองแบบ จารีต"

อย่างไรก็ดี ฉันยังคงแอบมีความคาดหวังกับคนทำงานหรือเอ็นจีโอระดับกลางๆ หรือรุ่นใหม่ๆ ที่แม้พวกเขาจะต้องเป็นลูกไล่หรือเบี้ยล่างในฐานะองค์กรผู้รับทุน ซึ่งชนชั้นนำประชาสังคมไทยได้มีอำนาจเหนือพวกเขาอย่างมากในการกำหนด อุดมการณ์และทิศทางการทำงาน ฉันคาดหวังว่าคนรุ่นใหม่และคนรุ่นกลางเหล่านี้ จะมีศักยภาพแห่งตน (agency) หรืออีกนัยหนึ่งมีความสามารถที่จะตัดสินใจและกระทำการอย่างเป็นอิสระบ้างภาย ใต้โครงสร้างที่กดบังคับ รวมทั้งมีการต่อต้านขัดขืนในชีวิตประจำวันบ้างภายใต้ข้อจำกัดต่างๆ ในการทำงานที่มีอยู่ ฉันคิดว่าความใส่ใจในการแสวงหาข้อมูลและความรู้และการ ใช้วิจารณญาณอย่างระมัดระวัง จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการต่อต้านขัดขืนนี้

สำหรับกรณีมาตรา 112 ฉันไม่ได้คาดหวังว่าพวกเขาจะต้องมาลงชื่อสนับสนุนการขอเสนอแก้ไข ฉันเคารพเสรีภาพในการตัดสินใจของแต่ละคน เพียงแต่อยากจะขอร้องให้การตัดสินใจนั้นอยู่บนฐานของการศึกษาข้อมูลมา แล้วอย่างรอบคอบและไตร่ตรองอย่างดีแล้วว่ามาตรา 112 นี้แท้จริงนั้นสัมพันธ์กับประเด็นอื่นๆ ที่พวกเขากำลังผลักดันอยู่อย่างไร ที่สำคัญคือขอให้เป็นการตัดสินใจที่ให้ความสำคัญกับหลักการขั้นพื้น ฐานที่สุดในการอยู่ร่วมกัน นั่นคือ ความเท่าเทียมกันของมนุษย์ทุกคนและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น มากกว่าที่จะแสดงแต่ท่าทีที่เพิกเฉย เย็นชา ปิดหูปิดตา และดูถูกดูแคลนกลุ่มผู้ขอแก้ไขมาตรา 112 ซึ่งก็ไม่แคล้วที่จะเป็นการให้ท้ายหรือเห็นดีเห็นงามไปกับการข่มขู่คุกคาม ต่างๆ ที่ฝ่ายขวากำลังกระทำอยู่กับคนกลุ่มนี้

หมายเหตุ: จากบทความเดิมชื่อ ท่าทีประชาสังคมไทยต่อการเสนอขอแก้ไขมาตรา 112
คอลัมน์ คิดอย่างคน หนังสือรายสัปดาห์ มหาประชาชน ปีที่ 2 ฉบับที่ 73