WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, May 24, 2012

บ้านเลขที่111 "กลับมาเพื่อปรองดองและยุติธรรม"

ที่มา Voice TV

   

รายการ  Intelligence ประจำวันที่ 20 พ.ค. 2555 

2 อดีตรองเลขาธิการพรรคไทยรักไทยคนเดือนตุลา น.พ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช, ภูมิธรรม เวชยชัย ผู้กำลังจะพ้นจากการจองจำในบ้านเลขที่ 111 ประกาศว่าไม่ได้สนใจเรื่องตำแหน่ง แต่ต้องการกลับมามีบทบาทช่วยขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลง ที่ประชาชนกำลังเรียกร้องต้องการประชาธิปไตย เสรีภาพ ความเท่าเทียม ความเป็นธรรม และการมีส่วนร่วม  สังคมไทยเสียสมดุลจากรัฐประหาร และพยายามจะกลับไปสู่สมดุล ซึ่งวิถีทางคลี่คลายความขัดแย้ง นำไปสู่การปรองดองที่แท้จริงจะต้องคำนึงถึงหลักสันติธรรม นิติธรรม และยุติธรรม

"ถ้าเราไม่เลือกวิถีปรองดอง ประเทศไปไม่ได้ และจะเสียหายทุกฝ่าย.... ปรองดองหมายความว่าไม่มีใครได้ 100% ทุกคนต้องลดเป้าหมายลงมาอยู่ที่ทุกฝ่ายพึงพอใจ ต้องหาจุดร่วมกันให้ได้"
"ปรองดองต้องมีเรื่องความจริง ความยุติธรรม ความรับผิดชอบ ประชาชนที่เขาต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตย เขารู้สึกว่าเขาไม่ได้รับความยุติธรรมเลยที่รัฐใช้กำลังอาวุธใช้กระสุนเข่น ฆ่าทำลายล้างจนเกิด 91 ศพ สิ่งที่เขากำลังเรียกร้องต้องการทุกวันนี้คือเขาต้องการความจริง เราจะยุติความขัดแย้งต่างๆ ปรองดองกันไม่ได้เลย ถ้าเราไม่สรุปออกมาให้ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น"
"คนที่เขาได้รับความอยุติธรรม ก็ต้องได้รับความยุติธรรม... ต้องมีความจริง และมีคนรับผิดชอบ แต่ความรับผิดชอบคุยกันได้ จะเอาแค่ไหน ระดับไหน อย่างไร เพื่อให้สังคมเดินไปได้"

เตือน "โรคเบื่อทักษิณ" กำลังระบาดในหมู่เสื้อแดง

ที่มา Voice TV

 

รายการ Hot  Topic ประจำวันที่ 23 พ.ค. 2555 
         
วันนี้ (23 พฤษภาคม 2555) รายการ Hot Topic ร่วมพูดคุยกับนายสมบัติ บุญงามอนงค์ แกนนอนกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง หรือบ.ก.ลายจุด ถึงโรคเบื่อทักษิณ ที่กำลังระบาดในหมู่คนเสื้อแดง
         
นายสมบัติ กล่าวว่า โรคเบื่อทักษิณ เกิดจากประเด็นที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้วิดีโอลิงก์ ปราศรัยในโอกาสครบ 2 ปี สลายชุมนุมคนเสื้อแดง ที่เปรียบ "เสื้อแดง" ดั่ง "เรือ" ซึ่งวันนี้ส่งเขา "ถึงฝั่ง" แล้วหลังจากนี้ เขาจะ "นั่งรถ" ไปต่อเอง รวมทั้งพูดถึงการปรองดอง โดยให้ลืมอดีตทุกอย่างและมุ่งไปสู่การปรองดอง โดยส่วนตัวเข้าใจว่าอยากให้ความขัดแย้งในสังคมไทยยุติลง ซึ่งคนเสื้อแดงก็ต้องการยุติความขัดแย้งเช่นเดียวกัน

แม้ประชาชนส่วนใหญ่ชื่นชมเขาแต่ก็ชื่นชมในฐานะอดีตนายกฯ เพราะพ.ต.ท. ทักษิณ ไม่สามารถเรียกให้คนออกมาต่อสู้ได้มากขนาดนี้ เขาจึงไม่ใช่เงื่อนไขและไม่ใช่แกนนำในการเรียกร้องประชาธิปไตย ที่พ.ต.ท.ทักษิณ พูดว่าให้ประชาชนลืมเพื่อให้เกิดความปรองดอง เป็นเรื่องที่ไม่ควรพูดและเป็นการมาผิดเวที การรำลึก 19 พ.ค. 2553 เป็นเวทีที่ประชาชนเกิดความสูญเสีย ไม่ใช่พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกทำรัฐประหารเหมือน 19 ก.ย. 2549

นายสมบัติ กล่าวอีกว่า คนเสื้อแดงเป็นขบวนรถไฟประชาธิปไตย และพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นเพียงผู้โดยสารที่ร่วมอาศัยมาในขบวนเท่านั้น หากไม่มีเสื้อแดงก็ลำบากเพราะคนเสื้อแดงต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ไม่ได้ต่อสู้ เพื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ และหากหันกลับมาดูขบวนการเสื้อแดงทั้งหมด คนเสื้อแดงที่เขาโดยสารมาด้วยนั้น อาจจะไม่ใช่แค่เรืออย่างที่หลายๆ คนคิด

Tuesday, May 22, 2012

ส่งทักษิณขึ้นเขา"เนินเทวดา" แล้วเสื้อแดงก็ไปต่อกัน

ที่มา Thai E-News




ภาพการ์ตูนประกอบ:"เสียดาย คนตายไม่ได้ปรองดอง" โดย Gag Las Vegas
โดย ใบมีดสีแดง
  speech ที่ดูจะอยู่ในความสนใจของคนการเมืองทุกสีเสื้อ ของ อดีตนายกทักษิณเมื่อค่ำวันที่ 19 พ.ค. ในโอกาสครบรอบสองปีของการสังหารหมู่ประชาชน และการเผาบ้านเผาเมือง ก่อให้เกิดการตีความและสั่นสะเทือนความคิดความรู้สึกอย่างมาก โดยเฉพาะในหมู่นักคิด นักฝันฟากฝั่งคนเสื้อแดง
  คำถามแรกคือ ทักษิณต้องการพูดให้ไครฟัง มหาอำมาตย์ หรือเครือข่ายหรือคนเสื้อแดง

   มีบางท่านอธิบาย (ต.ย.เช่นในรายการwake up Thailand 21 พ.ค.) บอกว่า ทักษิณพูดให้อำมาตย์ฟัง 
ผมกลับเห็นต่าง การพูดกับมหาอำมาตย์และเครือข่ายนั้น พวกเขาได้พูดกันมาตลอด นานแล้ว ไม่มีความจำเป็นใดๆที่ต้องมาใช้เวทีนี้พูด ที่ทักษิณพูด เขาต้องการสื่อถึงคนเสื้อแดงในทุกๆระดับ ทุกๆกลุ่มอย่างแน่นอน  
ทักษิณคงประเมินแล้วว่า ถึงเวลาที่ต้องพูดให้ชัด รีบพูด รีบชี้นำ ดีกว่าปล่อยๆไป จะทำให้คนเสื้อแดงที่ยังอยู่ตรงกลางๆไหลไปรวมกับพวกแดงก้าวหน้ามากขึ้นๆ ต้องพูดเบรคไว้ก่อน พูดง่ายๆคือ ทักษิณก็ยังคงใช้ความเป็นนักธุรกิจ ผุ้เชี่ยวชาญการตลาดเหมือนเดิม 
 แล้วที่ทักษิณพูด จริงหรือที่จะหยุด

  หากเราฟัง speech ของทักษิณอย่างละเอียด จะวิเคราะห์และสรุปได้ว่า ทักษิณเตรียมและตั้งใจและต้องการพูดแบบนี้จริงๆ เพราะบ่อยครั้งที่ทักษิณพูดหลุดออกนอกสิ่งที่ตั้งใจ ด้วยเป็นคนฉลาดและคิดเร็ว บางทีก็ทำให้การพูดเกินเลยบ้าง 
แต่ครั้งนี้ จะเห็นว่า คำพูดของทักษิณ มีการพูดซ้ำ ย้ำๆ หลายๆครั้ง แสดงถึงคำพูดที่ตั้งใจสื่อสารออกมา แต่ที่วกวนและซ้ำๆ ก็แสดงถึงภาวะจิตใจว่า ตนเองก็ไม่มั่นใจ ไม่แน่ใจว่าจะดีหรือไม่ในการสื่อออกมา และเนื้อหาที่พูดยังมีการเปิดช่อง ให้ตนเองออกมาสู้ต่อได้ 
คล้ายกับว่า ขณะที่ตนเองบอกว่าจะหยุด ให้พี่น้องส่งผมแค่นี้ แต่ก็ไม่ยอมแพ้ และถ้าโดนกระทำก็พร้อมสู้ต่อ
  ดังนั้น จะสู้ต่อหรือจะหยุด แท้จริงคืออยากหยุดแล้ว และตั้งใจจะหยุด

 ควรเสียใจไหมกับที่ทักษิณบอกจะหยุดสู้

  ทักษิณ คืออดีตนักเรียนนายร้อย คือนายทุนใหญ่ระดับประเทศ ที่เติบโตภายใต้ระบอบปัจจุบัน และมีเครือข่ายและเครือญาตที่โยงใยในกลุ่มทุนกลุ่มธุรกิจทั่วประเทศ  และแม้จะผ่านเหตุการณ์เลวร้ายที่โดนกระทำ ก็ไม่ได้เปลี่ยนจิตสำนึกพื้นฐาน ยังมองระบอบการเมืองอยู่แค่กรอบการเลือกตั้งและการชนะการเลือกตั้ง 
ทักษิณไม่ใช่นักประชาธิปไตยที่แท้จริง เป็นได้แค่นักประชาธิปไตยในระบอบอำมาตย์เป็นใหญ่เท่านั้น และดูทักษิณเลือกที่จะเป็นเท่านี้จริงๆ
และเพราะทักษิณไม่ใช่นักปฎิวัติประชาธิปไตย   เราจึงไม่ควรต้องเสียใจต่อการตัดสินใจของเขา  แต่ควรขอบคุณทักษิณ ควรซาบซึ้งกับคุณูปการที่ทักษิณทำ  ในฐานะช่วงที่ผ่านมา เป็นส่วนสำคัญในขบวนการประชาธิปไตย ที่ทำให้การต่อสู้ของประชาชน ก้าวรุดหน้าไปมาก
แล้วคนเสื้อแดง ควรทำอย่างไรต่อไปดี หรือน.ป.ช.ควรทำอย่างไร

  ในระดับประชาชน ที่ต่อสู้ด้วยตนเอง  ที่ไม่ได้ผลประโยชน์จากทักษิณและที่สำคัญเข้าใจปัญหาเชิงโครงสร้าง  จะไม่มีคำถามนี้เลย ไม่ว่าทักษิณจะอยู่หรือจะหยุด กลุ่มนี้ก็พร้อมสู้ตลอดเวลา 
คำถามนี้ จะต้องถามบรรดาคณะบุคคลที่แสดงตัวเป็นแกนนำ โดยเฉพาะแกนนำน.ป.ช. ที่การเคลื่อนไหวทั้งหมด ยึดโยงกับการสนับสนุนของทักษิณอย่างไม่อาจปฏิเสธได้ ว่าพวกคุณจะสู้อย่างไร จะเดิน จะเคลื่อนมวลชนไปทางใด 
ซึ่งคำตอบก็คงไม่หนีห่างจากที่ว่า น.ป.ช.ก็คงหมดพลังชี้นำไปมาก การเคลื่อนไหวก็คงจำกัดขอบเขตเฉพาะเรื่องสิทธิเสรีภาพ พื้นฐาน และน.ป.ช.ก็จะเป็นฐานมวลชนให้พรรคเพื่อไทยที่แนบแน่นต่อไป การต่อสู้ก็ขีดวงและยอมรับ  ให้อยู่ในขอบเขตระบอบประชาธิปไตยที่มีมหาอำนาตย์เป็นใหญ่ ต่อไป...
 ประชาชนฝ่ายประชาธิปไตยกับการต่อสู้ข้างหน้า

    ประชาชนผู้ก้าวหน้าทั้งหลายในวันนี้ ต้องตระหนักให้ดีว่า บรรพชนในอดีต ได้ลุกขึ้นสู้เพื่อประชาธิปไตยที่แท้จริงมาตลอด ต่อเนื่องมานับ100ปี โดยที่ไม่ได้มีคนชื่อ ทักษิณ ชินวัตรอยู่ในขบวนการ  
ซึ่งแท้จริง ก่อนการรัฐประหาร 19 กันยา 2549 ทักษิณ ก็เป็นหนึ่งในเครือข่ายของมหาอำมาตย์ด้วยซ้ำ ทักษิณ ชินวัตร ต่างหาก ที่ถูกผลัก ให้ออกจากวังวนของมหาอำมาตย์ใหญ่ โดนถีบให้ออกมายืนอยู่ฝ่ายเดียวกับประชาชน มาร่วมขบวน ในช่วงหลายปีมานี้  ทั้งที่เจ้าตัวเองก็ไม่เคยต้องการมาร่วมขบวนการประชาธิปไตย และถึงวันนี้ ก็ไม่เปลี่ยนแปลงความคิด
   เพราะการต่อสู้ของฝ่ายประชาธิปไตยนั้น เป็นเส้นทางที่ถูกต้อง ของประชาชน เชื่อว่า ข้างหน้า ฝ่ายประชาธิปไตย ก็จะเกิดขบวนการจัดตั้งใหม่ๆ เพื่อนำการต่อสู้ โดยมีเป้าหมายเพื่อการเปลี่ยนแปลงสงคม ไปสู่สังคมประชาธิปไตยที่แท้จริ
 แล้วที่ผ่านมา ใครหลอกใคร เสื้อแดงโดนทักษิณหลอกหรือ

   ระหว่างคนเสื้อแดงและทักษิณ ไม่มีใครหลอกใคร ไม่มีใครเป็นเครื่องมือใคร ต่างฝ่ายต่างอาศัยได้ประโยชน์ซึ่งกันและกัน 
ทักษิณ ได้คนเสื้อแดงนับสิบล้านเป็นฐานไปต่อรอง ไปเป็นหน้าตักสู้กับมหาอำมาตย์เพื่อการกลับเข้าสู่อำนาจในระบอบเดิมๆที่ตนพอใจ  
คนเสื้อแดงได้ทักษิณเป็นตัวเร่งเตาปฏิกรณ์แห่งการเปลี่ยนแปลง เป็นรูปธรรมที่ถูกกระทำ ให้ประชาชนเห็นถึงความเลวร้ายของมหาอำมาตย์และเครือข่าย แม้ว่า วันพรุ่งนี้  ต่อให้มหาอำมาตย์และทักษิณ จะสามารถเคียงข้างกันในระบอบที่พวกเขาปกป้องอยู่ คนเสื้อแดง ณ วันนี้ ก็ไม่เหมือนคนเสื้อแดงเมื่อสามปีก่อนอีกต่อไปแล้ว
 ภารกิจของพวกเรา

   "หากใคร ไม่ท้อ จงสู้ต่อไป ยืดอก ภูมิใจ ไม่ก้มหัว" เป็นประโยคในท่อนเพลงของ จิ้น กรรมาชน ที่อธิบายสภาวะของเสื้อแดงในขบวนการประชาธิปไตยวันนี้และวันพรุ่งนี้ได้ดีที่สุด
   ต่อแต่นี้ไป คนเสื้อแดงที่ก้าวหน้า คนเสื้อแดงที่เข้าใจปัญหาเชิงโครงสร้าง ที่แทรกตัวอยู่ในทุกจุดของสังคม ไทย ต้องร่วมกันสะสมกำลัง ติดอาวุธทางปัญญา และให้การศึกษา ให้กำลังใจ โดยเฉพาะกับมวลชนคนเสื้อแดง ที่เกิดและเติบโตทางความคิด ผ่านการต่อสู้มาแล้ว ต้องเปลี่ยน" แดงทักษิณ" มาเป็น"แดงก้าวหน้า" ให้มากที่สุด
ส่งทักษิณ"ถึงฝั่งแล้ว" ขับรถขึ้น"เนินเทวดา"และคนเสื้อแดงไปต่อ

   คนเสื้อแดงที่ไปต่อ ควรมีท่าทีและหลักคิดที่เข้าใจเหตุและปัจจัยทั้งหลาย ว่ามันแสนซับซ้อนและเต็มไปด้วยเล่ห์กลมากมาย
   วันนี้ ทักษิณประกาศวลีว่า "ผมจะขับรถขึ้นเขาเอง"  ทำให้คิดเล่นๆขึ้นมาว่า ทำไมทักษิณเลือกใช้คำว่า ขับรถขึ้นเขา หรือเป็นเพราะเขาเป็นที่สูง หรือบนเขาจะมี"เนินเทวดา"ให้ทักษิณไปกราบ
   ไม่มีอะไรแน่นอน แม้อีกไม่นาน หากทักษิณขึ้นเขาไปถึง"เนินเทวดา"ได้ ก็จะมีสองภาพที่เกิดได้ ไม่หนึ่งก็สอง ไม่ช้าก็เร็ว
  หนึ่ง คือทักษิณและเครือข่าย  ร่วมกับ มหาอำมาตย์และเครือข่าย ต่างอยู่ร่วมกัน ในบรรยากาศของประชาธิปไตยแบบเดิมๆ อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข
   สอง ทักษิณ โดนมหาอำมาตย์ถีบตกเขา กลิ้งตกลงมาจาก"เนินเทวดา" จะด้วยเหตุใดและเมื่อไรก็ตาม 
แต่เชื่อว่า เมื่อถึงวันนั้น ทักษิณก็จะยังคงเจอคนเสื้อแดงส่วนหนึ่งรอรับอยู่ตีนเขา แต่คงไม่มากมายเหมือนตอนนี้
  ขณะที่ คนประชาชนคนเสื้อแดง จำนวนไม่น้อย  เขาคงออกเดินต่อไปนานแล้ว นับแต่วันที่ส่งทักษิณถึงฝั่ง   และเขาอาจไม่หันมามอง"มหาบุรุษ"ของพวกเขากลิ้งตกเขา ก็เป็นได้
 แต่เพราะการเดินต่อไปของขบวนการประชาชนคนเสื้อแดงมีเป้าหมายเพื่อประชาธิปไตยที่แท้จริง หากมีวันที่ทักษิณ โดนถีบกลิ้งตกจาก "เนินเทวดา"จริง และทักษิณยังมีชีวิตรอดปลอดภัยอยู่ ก็อยากให้พวกเรา เตรียมใจ ไว้ เพื่อย้อนกลับมา รับทักษิณ ให้กลับมาร่วมเดินกันต่ออี
เพราะเชื่อว่า  เมื่อถึงวันนั้น ความคิดเรื่องการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ของคนชื่อ ทักษิณ ชินวัตร ต้องไม่เหมือนเดิม
      รอดูวันทักษิณ ขับรถถึงเนินเทวดา

สมัชชาคนจนชุมนุมเรียกร้อง "ยิ่งลักษณ์" แก้ปัญหาที่คั่งค้างมา 20 ปั

ที่มา Thai E-News

 22 พฤษภาคม 2555
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา ประชาไท "ชุมนุมต่อเนื่อง ร้อง “ยิ่งลักษณ์” เปิดเจรจาแก้ปัญหา “สมัชชาคนจน”




 สมัชชาคนจน 6 เครือข่ายกรณีปัญหา เข้ากรุงทวงสัญญาแก้ปัญหารายกรณีร้องต่อรัฐบาลทำหน้าที่ให้สมกับที่คนราก หญ้าไว้วางใจ เปิดการเจราจาแก้ไขปัญหาสมัชชาคนจน หลังปัญหาคั่งค้างมา 20 ปี เปลี่ยนมือมากว่า 7 รัฐบาล

 
 
จากเมื่อวันที่ 20 พ.ค.55 ชาวบ้านที่ได้รับผลกระจากโครงการพัฒนาของรัฐ ในนามสมัชชาคนจนนำโดยนายอานนท์ ศรีเพ็ญพร้อมกับชาวบ้านประมาณ 400 คนจาก 6 เครือข่ายกรณีปัญหา ประกอบด้วย เครือข่ายเขื่อน เครือข่ายป่า เครือข่ายที่ดิน เครือข่ายประมงพื้นบ้าน เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก สภาเครือข่ายผู้ป่วยจากการทำงาน ได้ร่วมกันชุมนุมที่หน้าทำเนียบรัฐบาล เรียกร้องต่อรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัติ นายกรัฐมนตรี ให้เปิดการเจราจาแก้ไขปัญหาสมัชชาคนจน

วันที่ 21 พ.ค.55 เวลา 10.30 น. นายสมเกรียติ พ้นภัยแกนนำชาวบ้านกรณีเขื่อนปากมูล ได้ร่วมกับชาวบ้านประมาณ 300 คนทำกิจกรรมเดินรณรงค์ ชี้แจงให้กับประชาชนในกรุงเทพฯ เข้าใจปัญหาของสมัชชาคนจนที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขมาเป็นเวลา 20 ปีแล้วมากกว่า 7 รัฐบาล และได้เดินรณรงค์รอบๆ ทำเนียบรัฐบาล
 
 
 
ต่อมานายยงยุทธ นวนิยม ได้อ่านแถลงการณ์ฉบับที่ 2 ก่อนที่จะยื่นพร้อมกับหนังสือถึงรัฐบาลให้กำหนดวันหมายวันเจรจาเพื่อแก้ไข ปัญหาสมัชชาคนจน โดยมีนางอัจจิมา จันสุวานิชย์ ตัวแทนสำนักรับเรื่องราวร้องทุกสำนักปลัดนายกรัฐมนตรีผู้รับหนังสือ
 
ด้านนางอัจจิมา ได้กล่าวกับชาวบ้านที่มายื่นหนังสือว่าจะรับประสานรายงานให้ท่ายกทราบต่อไป
 
นายสมเกรียติ พ้นภัยแกนนำชาวบ้านกลุ่มสมัชชาคนจน กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าพวกเราชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบทั้ง 6 เครือข่ายจะชุมนุมรอคอยวันนัดหมายกำหนดวันเจรจาจากฟากรัฐบาล และยังหวังว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของคนรากหญ้า นั้นจะแก้ไขปัญหาให้กับชาวบ้าน
           
 
 
 
แถลงการณ์ ฉบับที่ 2.
 
สมัชชาคนจนเป็นชาวบ้านที่รวมกลุ่มกันเพราะได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากผลกระทบจากนโยบายการพัฒนาของรัฐและบรรดากลุ่มทุนธุรกิจอุตสาหกรรม ตลอดเวลาเกือบ 20 ปี พี่น้องเราทุกเครือข่ายทั่วประเทศได้รับความเดือดร้อน ถูกละเมิดสิทธิ สูญเสียโอกาส สูญเสียอาชีพ สูญเสียทรัพย์สิน กระทั่งสูญสิทธิในการดูแลรักษาในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในชุมชนท้องถิ่น ปัญหาของพวกเราปรากฏชัดและเป็นที่รับรู้อย่างกว้างขวางทั้งในประเทศไทยและใน ระดับสากล
 
เครือข่ายสมัชชาคนจนที่ประกอบด้วย 6 เครือข่ายคือ เครือข่ายเขื่อน เครือข่ายป่า เครือข่ายที่ดิน เครือข่ายประมงพื้นบ้าน เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก สภาเครือข่ายผู้ป่วยจากการทำงาน วันนี้เรามาเพื่อเปิดการเจรจากับรัฐบาล ไม่มีเจตนาที่แอบแฝงใดๆทั้งสิ้น ตามที่สื่อและกลุ่มคนได้วิจารณ์ไปต่างๆนาๆเราสมัชชาคนจนมีเป้าหมาย “คือการติดตามให้ได้รับการแก้ไขปัญหา”เราไม่ใช่กลุ่มคนเคลื่อนไหวรับใช้การ เมืองใดๆ
 
เราได้ยื่นข้อเสนอของสมัชชาคนจนต่อรัฐบาลเพื่อให้เปิดการเจรจาเพื่อ แก้ไขปัญหาที่มีการดำเนินการยังไม่ลุล่วงต่อจากรัฐบาลก่อนหน้านี้ ซึ่งเราได้ติดตามความก้าวหน้าในการนัดหมายเจรจาอีกครั้งในช่วงปลายเดือน กันยายน 2554 หลังจากรอคอยคำตอบมานานกว่า 43 วัน แต่ยังคงไม่มีการนัดหมายจากรัฐบาล
 
อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา เรามีความเห็นใจรัฐบาลสำหรับการแก้ไขปัญหาวิกฤตการณ์น้ำท่วมในปี 2554ที่ผ่านมา เราได้รอคอยจนวิกฤตการณ์ผ่านพ้นไป และเรายื่นหนังสือขอนัดหมายเจรจาอีกครั้งเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2555 ในคราวประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่จังหวัดอุดรธานี
 
บัดนี้ เป็นเวลาเกือบ 10 เดือนแล้วนับจากการยื่นหนังสือขอนัดหมายเจราจากครั้งแรก รัฐบาลยังเพิกเฉยต่อปัญหาความทุกข์ร้อนของคนยากคนจนในนาม “สมัชชาคนจน” วันนี้เราเรียกร้องต่อรัฐบาลให้ทำหน้าที่ให้สมกับที่คนรากหญ้าไว้วางใจเรา เรียกร้องต่อรัฐบาลให้กำหนดวันนัดหมายวันเปิดเจรจาแลกเปลี่ยน เพื่อแก้ไขปัญหารายกรณีของสมัชชาคนจน โดยให้มีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในที่ประชุม เราในนามสมัชชาคนจน ยังหวังว่ารัฐบาลชุดนี้คงไม่เพิกเฉยกับปัญหาคนจนตามที่เคยสัญญาไว้
 
ประชาธิปไตยต้องกินได้ การเมืองไทยต้องเห็นหัวคนจน
สมัชชาคนจน
21 พฤษภาคม 2555
ณ ทำเนียบรัฐบาล
 
 
 
 
 
แถลงการณ์
 
เรา, สมัชชาคนจน เป็นชาวบ้านที่รวมกลุ่มกันเพราะได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากผลกระทบจาก นโยบายการพัฒนาของรัฐและบรรดากลุ่มทุนธุรกิจอุตสาหกรรม ตลอดเวลาเกือบ 20 ปี พี่น้องเราทุกเครือข่ายทั่วประเทศได้รับความเดือดร้อน ถูกละเมิดสิทธิ สูญเสียโอกาส สูญเสียอาชีพ สูญเสียทรัพย์สิน กระทั่งสูญเสียอวัยวะ สุขภาพ และบางคนเสียชีวิตไปก่อนที่ปัญหาจะได้รับการแก้ไข ปัญหาของพวกเราปรากฏชัดและเป็นที่รับรู้อย่างกว้างขวางทั้งในประเทศไทยและใน ระดับสากล
 
เมื่อพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งในเดือนสิงหาคม 2554 เราได้เห็นพรรคการเมืองที่ได้รับเสียงสนับสนุนของคนรากหญ้าเข้าสู่อำนาจตาม ครรลองของระบอบประชาธิปไตยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
 
เราได้ยื่นข้อเสนอของสมัชชาคนจนต่อรัฐบาลเพื่อขอให้เปิดการเจรจาเพื่อ แก้ไขปัญหาที่มีการดำเนินการยังไม่ลุล่วงต่อจากรัฐบาลก่อนหน้านี้ ซึ่งเราได้ติดตามความก้าวหน้าในการนัดหมายเจรจาอีกครั้งในช่วงปลายเดือน กันยายน 2554 หลังจากรอคอยคำตอบมานานกว่า 43 วัน แต่ยังคงไม่มีการนัดหมายจากรัฐบาล
 
อย่างไรก็ตาม เรามีความเห็นใจรัฐบาลสำหรับปัญหาวิกฤตการณ์น้ำท่วมในปี 2554 เราได้รอคอยจนวิกฤตการณ์ผ่านพ้นไปและยื่นหนังสือขอนัดหมายเจรจาอีกครั้ง เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2555 ในคราวประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่จังหวัดอุดรธานี
 
บัดนี้ เป็นเวลาเกือบ 10 เดือนแล้วนับจากการยื่นหนังสือขอนัดหมายเจรจาครั้งแรก เราต้องสลดใจที่รัฐบาลภายใต้การนำของพรรคการเมืองที่ได้รับเสียงสนับสนุนของ คนรากหญ้ากลับละเลยเพิกเฉยต่อปัญหาความทุกข์ร้อนของคนยากคนจนพอกันที สำหรับการเตะถ่วงซื้อเวลา วันนี้ ณ ที่นี้ เรา, สมัชชาคนจน ขอเรียกร้องต่อรัฐบาลให้ทำหน้าที่ให้สมกับที่คนรากหญ้าไว้วางใจ เราขอเรียกร้องต่อรัฐบาล
 
1.ให้รัฐบาลเปิดการเจรจาเพื่อแก้ไขปัญหารายกรณีของสมัชชาคนจนทันที โดยให้มีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในที่ประชุม
 
ประชาธิปไตยต้องกินได้ การเมืองไทยต้องเห็นหัวคนจน
สมัชชาคนจน
20 พฤษภาคม 2555
ณ ทำเนียบรัฐบาล
 

ภาพการชุมนุมคนไทยใน Los Angeles ย่าน Hollywood 19 พ.ค. 55

ที่มา Thai E-News





โดย ทิฟฟี่
22 พฤษภาคม 2555

ช่วงแรก ช่วงบ่ายสี่โมงเย็น

เราได้เช่ารถ Hollywood Sight Seeing Tours ติดป้าย Banner สองข้างรถ ซึ่งเขียนว่า "Thai Lese Mejeste Law Causes His Death" (ข้างหน้าคำว่า Thai จะเป็นรูป 112 อยู่ในวงกลมมีกากะบาด หลัง Death จะเป็นรูปอากง ค่ะ) วิ่งวนไปรอบ ๆ ถนน Hollywood ผ่าน จุดท่องเที่ยวที่สำคัญ ๆ ติดอันดับระดับโลก ไปจนถึง Thai Town Area ที่มีคนไทยทำธุรกิจและอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น วิ่งกลับไป กลับมาเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ประมาณหนึ่งช่วงโมง

รถก็แดง ผู้โดยสารก็แต่งสีแดงเกือบหมดทั้งคน มีสีดำแจมด้วย เป็นการไว้ทุกข์ให้กับมาตรา 112 ที่ทำให้พี่น้องเราเสียชีวิต...รายล่าสุดก็อากง ถึงแม้ว่าอากงจะไม่ได้เป็นคนเสื้อแดงก็ตาม แต่เวลานี้คิดว่าป้าอุ๊ ภรรยาของอากงและครอบครัวได้เป็นแดงเรียบร้อยไปแล้วล่ะค่ะ

รายการนี้ ได้รับความสนใจมากที่เดียวตลอดระยะเวลาที่รถขับผ่าน ช่วงติดไฟแดง มีคนตะโกนถามความหมาย เราก็ตะโกนตอบอธิบายให้ฟังค่ะ

ช่วงที่ขับรถผ่าน Thai Town รถได้หยุดจอดที่หน้าThailand Plaza พวกเราได้ลงมาถือป้ายยืนประท้วงหันหน้าเข้าถนน ต่ออีกประมาณครึ่งชั่วโมง งานนี้ พี่ไทย.ที่ทำธุรกิจตลาด ร้านอาหาร ร้านหนังสือ SPA ตลอดจนอาศัยอยู่ในบริเวณนั้นอย่างหนาแน่น เรียกว่าเป็น Thai Town Area ออกมายืนเรียงรายดูกันเป็นแถวค่ะ…. คนเสื้อแดง..อีกแล้ว

ช่วงที่สอง ช่วงบ่ายห้าโมงเย็น

หลังจากตระเวณกับรถทัวร์เสร็จแล้ว .. ก็มาสมทบกับเพื่อน ๆ ที่รออยู่ ณ จุดนัดพบ เราได้จัดทำป้ายขยายโปสเตอร์ “A Tragedy In Thailand” สูงประมาณเท่ากับตึกเกือบ2 ชั้น มาประกอบกับโครงเหล็กมีล้อเข็น เข็นไปตามด้านข้างหันหน้าเข้าถนน Hollywood เป็นกิจกรรมที่พวกเราเดินเป็นขบวนด้วยความสำรวมสงบเงียบ

นำขบวนด้วยผู้ที่ใส่ phocho สีขาวถือป้ายที่มีข้อความว่า

FOR THOSEWHO WERE

MURDERED, INJURED AND JAILED

IN THE MERCILESS MASSACRE IN THAILAND

DURING APRIL10, 2010 THROUGH MAY 19, 2010

ต่อจากโปสเตอร์ขนาดใหญ่ ตามมาด้วยผู้ร่วมกิจกรรมทุกคนสวม Poncho สีแดงค่ะ เป็นริ้วขบวนที่ย่างก้าวไปพร้อมๆกับเสียงเพลงแห่ศพDIES IRAE ซึ่งสื่อความขลังและกระแสที่น่าเกรงขามต่อผู้คนที่พบเห็นในระหว่างทีริ้วขบ วนคลื่อนตัวผ่านไป

ป้ายใหญ่มาก ต้องลากด้านข้าง แต่ก็เป็นผลดีเพราะคนที่ขับรถไป มา ได้เห็นเด่นชัด รวมทั้งนักท่องเที่ยวที่เดินอยู่อีกฝั่งด้วย..คนสนใจกันมากค่ะ มากจริง ๆ ถ่ายรูปกันไปมากมายบางคนถ่ายวีดีโอไปด้วยค่ะ เราจะเดินไป หยุดไปสำหรับจุดที่มีนักท่องเที่ยวหนาแน่น เราก็จะหยุดและหมุนป้ายไปรอบ ๆ อย่างช้า ๆ มีนักท่องเที่ยวมามุงดู สนใจอ่านข้อความในป้ายและก็ถาม..ความเป็นไปของป้าย เราก็อธิบายให้ฟัง มีหลายคนคิดว่าเราถ่ายหนังด้วยซะอีก เจ๋งจริง ๆ ค่ะ กว่าจะเลิกกิจกรรมวันนี้ก็เป็นเวลาประมาณหนึ่งทุ่มกว่า ๆ พวกเราทุกคนมีความสุขกันมากที่ได้ทำกิจกรรมร่วมกับพี่น้องทางเมืองไทย ...

ถึงจะมีชีวิตสุขสบายอย่างไร เราไม่มีวันลืมพี่น้องทางเมืองไทย..ที่มีชีวิตอยู่อย่างยากจน..ลำบาก ต้องมาเสียชีวิต บาดเจ็บ พิกลพิการ มีความเป็นอยู่อย่างยากลำบาก ติดคุก มีความผิดด้วยมาตรา112 ที่ไม่เป็นธรรม โดยการปราบปรามของรัฐบาลในสมัยของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รัฐบาลราบ 11

เจ็บนี้..ไม่มีวันลืม...และพวกเรา..จะจำไปจนวันตาย

“กรรม ย่อมส่งผล แก่ผู้กระทำ”

ภาพโดย tonylove : ฝรั่งคนนี้ไม่ใช่คนในกลุ่ม Red แต่เค้ารู้ว่าเราจะมาที่นี่ ก้แต่งตัวเข้ามาร่วมเดินขบวนใน Hollywood ข่าวมันไปทั่วโลกละ...Kiss my ASS !!! 112


Star Wars (ดาร์ธ เวเดอร์) เค้าก็แวะมาอ่าน ไม่อยากจะเม้าท์
ดูภาพถ่าย


http://www.flickr.com/photos/reddiehotz/

ภาพการชุมนุมคนไทยใน Los Angeles ย่าน Hollywood 19/05/12

35-53 ๒ทศวรรษพฤษภาทมิฬ๒ปีพฤษภาเลือด 20-5-2012

ที่มา speedhorse

  "35-53 ๒ทศวรรษพฤษภาทมิฬ๒ปีพฤษภาเลือด 20-5-2012


                        
                

wake up thailand ปลดปิยสวัสดิ์พ้นการบินไทย 22-5-2012

ที่มา speedhorse

wake up thailand สถานีปลายทาง ' ทักษิณ' หรือ 'ประชาธิปไตย' 21-5-2012

ที่มา speedhorse

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 22/05/55 เจาะเวลาหาอดีต..จากจะนะถึงราชประสงค์ ใครกันแน่ชอบเผา

ที่มา blablabla

โดย 

ภาพถ่ายของฉัน



 
จากเบื้องหลัง เลวระยำ พวกต่ำช้า
ยังคิดมา ใส่ร้าย มุ่งป้ายสี
บนเส้นทาง สัปดน คนกาลี
ล้วนอัปรีย์ ฉาวโฉ่ โชว์แสดง....


จากอดีต วันนั้น จวบวันนี้
ความจริงมี เริ่มผุด สุดแสลง
ก็พวกไหน ที่หมกมุ่น ชอบรุนแรง
ทุกหนแห่ง ใครกัน มันชอบ "ไฟ"....


จากมือป่วน กวนเมือง เป็นเรื่อง "เผา"
จงดูเอา ตามสะดวก ว่าพวกไหน?
จากจะนะ สู่ราชประสงค์ คงรู้ "ใคร"
ลองชั่งใจ คิดลึกๆ แล้วตรึกตรอง....


ใครเล่าต้าน คนเสื้อแดง แสลงนัก
สิ่งประจักษ์ ได้เห็น ไม่เป็นสอง
ใช้กลเกม อมนุษย์ สุดช่ำชอง
โดยครรลอง แสนโหด โคตรใจดำ....


ทำแล้ว..ป้ายความผิด ตามคิดไว้
วางแผนชั่ว จัญไร ได้น่าขำ
สักวันหนึ่ง หากเมืองนี้ มียุติธรรม
พวกระยำ ถูกเร่งรัด จับตัดคอ....


๓ บลา / ๒๒ พ.ค.๕๕

ถอดคำปราศรัยในงานรำลึก 2 ปี การเข่นฆ่าประชาชน 19 พฤษภาคม 2555

ที่มา uddred

 บทความประจำสัปดาห์ 19 พฤษภาคม 2555
โดย ธิดา ถาวรเศรษฐ ....






วันนี้เป็นวันที่ยิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของคนเสื้อแดง เราสู้มา 6 ปี 2 ปีที่ผ่านมาเราประสบชะตากรรม ทั้ง ๆ ที่เรามาต่อสู้สันติอหิงสา เรียกร้องให้ยุบสภาอย่างเดียว แต่สิ่งที่ตอบแทนก็คือ เราได้ปีบกระสุนแทนที่จะได้หีบบัตรเลือกตั้ง สิ่งเหล่านี้ถามว่าเคยเกิดขึ้นไหม ? เคยเกิดขึ้นมาก่อน แล้วในประเทศไทยมันก็เกิดขึ้นบ่อย ๆ ที่ช้าที่สุดคือ 15 ปี การรัฐประหารก่อนหน้านี้คือ 2534 ถัดมา 15 ปี 2549 แต่ประวัติศาสตร์การต่อสู้ของประชาชน 6 ปีมานี้ยิ่งใหญ่ที่สุด มันยิ่งใหญ่เพราะอะไร ? มันไม่ได้ยิ่งใหญ่ว่ามีการรวมตัวกันจำนวนมากในการต่อสู้ เพราะ 14 ตุลาก็มีคนมามากเช่นกัน แต่ครั้งนี้การต่อสู้ของเราคนเสื้อแดงยิ่งใหญ่ เหตุผลก็คือว่า เป็นการต่อสู้ที่ยืดเยื้อ ยาวนาน ท่ามกลางความอดทน และด้วยจิตใจที่เสียสละ กล้าต่อสู้ กล้าเสียสละ วีรชนเหล่านี้คือวีรชนส่วนหนึ่งคือเสียสละชีวิตอันเป็นการเสียสละสูงสุด เสียสละอวัยวะคือเสียสละร่างกายบางส่วนบาดเจ็บทุพพลภาพ แต่เสียสละที่เรานั่งกันอยู่ที่นี่ตลอดเวลาคือเสียสละทรัพย์สิน เสียสละโอกาสทางธุรกิจ เสียสละโอกาสในภาระหน้าที่การงาน และเสียเวลาในชีวิตประจำวัน นี่คือวีรชนที่ยิ่งใหญ่ แม้ว่าจะเป็นวีรชนที่เป็นตัวเป็น ๆ ก็ตามรู้ไว้เถิดว่าเป็นวีรชนตัวจริงทั้งหมดเลย วีรชนไม่จำเป็นว่าจะต้องเสียสละชีวิต แต่การเสียสละที่ยิ่งใหญ่คือทุ่มเทชีวิตทั้งชีวิตให้กับการต่อสู้อย่างไม่ รู้จักเหน็ดเหนื่อย นี่คือหัวใจของคนเสื้อแดงทุกวันนี้ นี่จึงเป็นความยิ่งใหญ่ของคนเสื้อแดงในประเทศไทย ซึ่งเติบใหญ่เป็นลำดับทั้งคุณภาพและปริมาณ
ถ้าพี่น้องวีรชนเราที่เสียชีวิตได้มองเห็นว่าพี่น้องที่ยังมีชีวิตอยู่มา รำลึกถึงเหตุการณ์ที่ทำให้เขาเสียชีวิต  และตั้งปณิธานที่ยังสู้ต่อไป เท่านี้วิญญาณเหล่านั้นถึงแม้ว่าเขาตายก็นอนตาหลับแล้ว แต่ถ้าพี่น้องวันนี้เลิกสู้ แย่งผลประโยชน์กัน ถามว่าวิญญาณพี่น้องที่เสียสละจะคิดอย่างไร ? เสียใจ แต่เรารู้ว่าพี่น้องเราคนเสื้อแดงไม่เป็นอย่างนั้น มิฉะนั้นในการนัดของเราแต่ละครั้งจะมาเป็นแสน ๆ คนอย่างนี้ได้อย่างไร  เพราะฉะนั้นขอให้เข้าใจว่า คำว่าวีรชนมีทั้งที่ตายและยังมีชีวิตอยู่ก็เป็นได้
เรามาวันนี้ เราควรจะมาพูดกันด้วยคำขวัญอยู่ 3 ประโยค ประโยคที่หนึ่งคือเรามาเพื่อสดุดีวีรกรรม ประโยคที่สองคือทวงความยุติธรรม ประโยคที่สามคือทำความจริงให้ปรากฏ ในช่วงเวลานี้เราต้องทำสามอย่างนี้ เราต้องมาสดุดีวีรชนทั้งที่เสียชีวิตและทั้งที่มีชีวิตอยู่ แต่คุณค่าที่ทุ่มโถมในการต่อสู้นั้นยิ่งใหญ่ ที่เราจำเป็นต้องมาสดุดีและทำความจริงให้ปรากฎให้ได้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น ใครตายเพราะใคร ใครสั่งฆ่า ใครทำให้ตาย ถ้าขืนหมกเม็ดเอาไว้คำถามคือว่าแล้วการปรองดองจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ?
การปรองดองต้องคู่กับความจริง ในโลกนี้การปรองดองที่ไปติดตามดู ไม่มีการปรองดองของชาติไหนในโลกที่ไม่คู่กับความจริง ทุกชาติที่เขาปรองดองที่เขาฆ่ากันตายนับร้อยนับพันนับหมื่นนับแสน เขาต้องเริ่มต้นจากการทำความจริงให้ปรากฏแล้วจึงจะมาตกลงกันว่าเราจะเอา อย่างไรต่อไป มันไม่มีความเป็นไปได้เลยที่การปรองดองไม่เริ่มต้นด้วยความจริง เพราะฉะนั้นคณะ คอป. ซึ่งท่านได้ทำมาดีพอสมควร  แต่ขอเรียกร้องท่านว่า ท่านลืมชื่อของท่านไปคำหนึ่งก็คือ “ความจริง” ท่านอาจจะพูดเรื่องการปรองดองได้ดีพอควร แต่ท่านอาจจะลืมไปแล้วว่า ที่ท่านไปศึกษาในทุกประเทศนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือความจริง  เพราะฉะนั้น คอป. โปรดทำหน้าที่ให้ครบด้วยเพราะ 2 ปีที่ผ่านมาในยุคของอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ เข้าใจได้ว่าไม่มีใครตั้งใจค้นหาความจริง  แต่ในขณะนี้เป็นรัฐบาลมาจากประชาชนแล้วมีประชาชนสนับสนุน  ความจริงต้องปรากฏให้ได้ เราไม่ใช่ไม่ต้องการปรองดอง แต่เราต้องการการปรองดองที่แท้จริง เพราะว่าการปรองดองแบบเล่น ๆ หลอก ๆ มันก็จะหลอก ๆ เล่น ๆ ต่อไป แต่ของจริงเช่น จตุพรต้องออกจาก ส.ส. นี่แหละของจริง แล้วอีกไม่ช้าของจริงที่จะเกิดขึ้นคืออะไร เขาจะยุบพรรคเพื่อไทยนั่นเองก็ของจริง แล้วที่ติดคุก ไม่ได้ออกมา ไม่ได้ประกันตัว นั่นก็ของจริง เพราะฉะนั้นเราต้องแยกระหว่าง ”จริง” “หลอก” “เล่น” ให้ได้
ในวันนี้มาเพื่อรำลึกวีรกรรม และเราต้องการบอกคนที่ตายไปว่า เราไม่ลืมเขา เราจะจดจำวีรกรรมที่เขาได้ต่อสู้ ไม่ใช่คนตายเท่านั้น คนที่บาดเจ็บและยังมีชีวิตอยู่ทุกคนก็แสดงวีรกรรมที่อาจหาญ ภาพทุกภาพอยู่ในความทรงจำ อย่าทำให้เหมือนการต่อสู้ในบางปีที่มีพบกันเหมือนวันเช็งเม้ง ดังนั้นวันที่รำลึกเราต้องจริงใจไม่ใช่ทำพอเป็นพิธี จริงใจที่จะสดุดีวีรกรรมว่านี่คือแบบอย่างที่ดีของประชาชนไทย ไม่ใช่แบบอย่างชั่ว ๆ เหมือนนักการเมืองบางพรรค เราจำเป็นต้องทำแบบอย่างนี้สดุดีเพื่อทำให้เยาวชนรุ่นหลังรู้ว่าคนแบบนี้ แหละ คนแบบคนเสื้อแดงที่ต่อสู้ กล้าต่อสู้ กล้าเสียสละ ท่ามกลางความอดทน ทำทุกอย่างเพื่อประเทศชาติ นี่คือตัวอย่างที่ดีไม่ใช่แบบที่เครือข่ายระบอบอำมาตย์โดยเฉพาะพรรคประชา ธิปัตย์ใส่ร้ายป้ายสีว่าเราเป็นพวกเผาบ้านเผาเมือง ว่าเราเป็นพวกล้มเจ้า ความจริงคนชอบเผาก็ไปแสดงที่ อ.จะนะ จ.สงขลา เพราะฉะนั้นการที่ทำอะไรแล้วก็ปิดบัง โกหก โยนความผิดไปให้คนอื่น เรื่องอย่างนี้เยาวชนไทยต้องไม่เอาตัวอย่าง ตัวอย่างก็คือคนเสื้อแดงคือตัวอย่างที่ดี เรื่องดี ๆ
ประการที่สอง มาเรามาเพื่อแสดงให้เห็นว่าเราต้องการความยุติธรรม เพื่อยืนยันกับเครือข่ายระบอบอำมาตย์และกระบวนการยุติธรรมว่า คนเสื้อแดงกลุ่มหนึ่งที่มาชุมนุมนับแสนคนต้องการจะบอกกระบวนการยุติธรรมไทย ว่า คนไทยโดยเฉพาะคนเสื้อแดงต้องการความยุติธรรมที่นี่ เดี๋ยวนี้ และไม่ยอมอีกแล้ว ในฐานะผู้ถูกกระทำเรามีทั้งคนที่อยู่ในเรือนจำจำนวนมากไม่ได้รับการประกัน ตัว ถูกตั้งข้อหารุนแรง คนที่ออกมาแล้วอย่านึกว่าจะรอดนะ เพราะข้อหารุนแรง ข้อหาผู้ก่อการร้าย ความยุติธรรมที่คนเสื้อแดงถูกกระทำ เราจำเป็นต้องต่อสู้เพื่อให้เพื่อนเราที่ถูกกระทำอย่างหนักเช่นอยู่ในเรือน จำต้องปล่อยตัวออกมา ต้องได้รับการประกันตัว คดีต่าง ๆ ต้องทบทวนใหม่ กระบวนการยุติธรรมในประเทศไทยต้องปฏิรูปหมด ระเบียบต่าง ๆ ในเรือนจำ การตีตรวน การไม่ดูแลสุขภาพ ทั้งหมดเหล่านี้บางอย่างในรัฐบาลนี้ก็ทำได้และควรทำได้เลย แต่กระบวนการยุติธรรมที่เราต้องทำเดี๋ยวนี้ยังมีอีกเรื่องคือ ความยุติธรรมสำหรับประชาชนไทยทั้งหมด เราต้องเริ่มต้นตั้งแต่เนื้อหากฎหมายของการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่และกฎหมาย ที่ไม่เป็นธรรมทั้งปวง นี่คือการก้าวย่างเข้าสู่ประเทศที่มีนิติรัฐนิติธรรมหรือที่เรียกภาษาฝรั่ง ว่า Rule of Law นี่เป็นก้าวย่างที่ต้องทำให้ได้ภายในปีนี้และปีหน้าเพราะเรามีเวลาไม่มาก อย่างไรก็ตามกฎหมายที่ก้าวหน้า แม้นว่าเราแก้ได้ แต่ถ้าเครือข่ายอำมาตย์หรือคนใช้กฎหมายยังล้าหลัง เขาก็ต้องหาวิธีจัดการให้ได้ ฉะนั้นแก้กฎหมายอย่างเดียวไม่พอในประเทศนี้ ต้องแก้ความคิดของคนที่ล้าหลังให้ก้าวหน้าด้วยประเทศนี้ถึงจะไปรอด นี่จะเป็นเรื่องสำคัญที่สุด บางเรื่องเราจำเป็นต้องอดทน เราต้องการชนะหัวใจเขา ทำให้เขาเข้าใจว่าเส้นทางของเรานั้นถูกต้อง มีแต่ทำให้ประเทศนี้เจริญ มีแต่ทำให้ประเทศนี้อยู่ดีกินดี ก้าวหน้า และคนที่มีความคิดแตกต่างกันอยู่ในสังคมนี้ได้ไม่ต้องฆ่ากัน 
เป็นความเข้าใจผิดหากคิดว่าแค่มีรัฐบาลแล้วจะทำได้ทุกอย่าง เราเคยมีรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดคือปี 2489 ซึ่งอาจารย์ปรีดี พนมยงค์เขียนเอง แต่มันดีเกินไป ปีต่อมาก็ถูกทำรัฐประหาร นับจากนั้นรัฐธรรมนูญของไทยก็เลวลง ๆ แม้แต่ฉบับปี 2517, 2540 ก็รับมรดกความเลวของปี 2490 มาเป็นลำดับ
บางคนบอกอยากแก้ 112 สมมติแก้ 112 เขาก็ไปเอามาตราอื่น ๆ มาจัดการจนได้ มันเรื่องลูกแกะกับหมาป่า ฉะนั้นเราต้องอดทนที่จะเปลี่ยนความคิดของคนในประเทศนี้ให้ยอมรับความแตกต่าง มีความคิดเป็นวิทยาศาสตร์ มีความคิดที่ก้าวหน้า มีความคิดที่จะนำพาให้ประเทศชาตินี้ให้เจริญได้ คนล้าหลังก็จะคิดแบบหยุดนิ่งไม่ยอมให้สังคมขับเคลื่อน ฉะนั้นความยุติธรรมตรงนี้จึงต้องเป็นความยุติธรรมที่ประกอบกันทั้งเนื้อหา รูปแบบ และวิธีการที่เหมาะสม เราจึงสามารถเปลี่ยนแปลงประเทศไทยได้ ให้เกิดความเสมอภาค ให้เห็นคนเป็นคนเท่า ๆ กัน
ภาระหน้าที่ของเราต่อไปนี้คือการทวงความยุติธรรมให้พี่น้องที่เสียสละชีวิต และที่ยังถูกคุมขัง เฉพาะกรณีที่เสียชีวิตขณะนี้มีการไต่สวนการตายกันอยู่ 16 คดี ส่วนที่เหลืออื่น ๆ ขอให้ผู้เสียหายฟ้องเองไม่ต้องรอรัฐบาลเลยเพื่อให้เร็วขึ้น อย่างไรก็ตามความยุติธรรมเราไม่ได้ทวงให้เฉพาะคนเสื้อแดง แต่สำหรับคนไทยทั้งประเทศ เราต้องการให้รัฐธรรมนูญนี้เป็นของคนทั้งประเทศ ถ้าพูดถึงเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ, การแก้ 112 ไม่ใช่เรื่องสีเสื้อใด ต้องทำให้เป็นของประชาชนทั้งประเทศ