WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, May 28, 2012

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 28/05/55 เนื้อนิ่มๆ...กินอร่อยๆ

ที่มา blablabla

โดย 

ภาพถ่ายของฉัน




ผ่านกี่ยุค กี่สมัย ก็ได้เห็น
เปิดประเด็น ยัดกัน มันได้เสีย
การศึกษา สมอ้าง ล้างลิ้นเลีย
เงินแป๊ะเจี๊ยะ แป๊ะเจี๊ยะ เจี๊ยะมานาน....


เนื้อนิ่่มๆ ของเด็ก เค๊กหวานหมู
ข้างๆ คูๆ บอกจุนเจือ เพื่อลูกหลาน
เงินไม่มา ฝันก็ล่ม ล้มกระดาน
ต้องซมซาน ก้มหน้า หาที่เรียน....


จึงกลายเป็น เศษอาหาร อันโอชะ
แพ้ชนะ ไม่อยากเล่า เอามาเขียน
พฤติกรรม เราต่างรู้ ดูจนเอียน
คงวนเวียน อีกหลายชาติ อนาถมนุษย์....


การศึกษา ช่วยเสริม เพิ่มความรู้
แต่อุดอู้ ผลประโยชน์ โคตรเลวสุด
จะมีใคร ที่ไหนหรือ คอยยื้อยุด
แล้วช่วยฉุด สร้างมัน ตามครรลอง....


จะกี่ยุค กี่สมัย ใครก็เห็น
เติมลำเค็ญ ทุกข์ทน จนหม่นหมอง
จำรวดร้าว ในหัวอก ผู้ปกครอง
สุดท้ายต้อง จ่ายแป๊ะเจี๊ยะ เกี๊ยะเซี๊ยะไป....


๓ บลา / ๒๘ พ.ค.๕๕

ครก.112 ริเตอร์ ที่หอประชุมเล็กธรรมศาสตร์

ที่มา thaifreenews



27 พ.ค. 2555 นักวิชาการผู้ร่วมรณรงค์แก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ชาญวิทย์ เกษตรศิริ, นิธิ เอียวศรีวงศ์, วรเจตน์ ภาคีรัตน์ และพวงทอง ภวัครพันธุ์ ร่วมเสวนาหัวข้อปรากฏการณ์ 112 ริกเตอร์ ที่หอประชุมศรีบูรพา มหาวิทยาธรรมศาสตร์ ในโอกาสปิดการรณรงค์แก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 หลังจากดำเนินต่อเนื่องมาทั้งสิ้น 112 วัน 
ดยมีจำนวนประชาชนเข้าร่วมลงชื่อทั้งสิ้น 39,185 คน


มีประเด็นสำคัญดังต่อไปนี้


ชาญวิทย์ เกษตรศิริ มาตรา 112- พ.ศ. 2475 จุดร่วมมุมมองแตกต่าง ความเปลี่ยนแปลงบนเหรียญสองด้าน หัว-ก้อย


นิธิ เอียวศรีวงศ์: หกสิบกว่าปีที่ยาวนานมากที่สถาบันกษัตริย์ควบคุม เลือกการปรับตัวได้ แต่คราวนี้ไม่ใช่ มีคนหน้าไพร่ๆ อย่างพวกเราเข้ามาขอมีส่วนบ้าง


วรเจตน์ ภาคีรัตน์: ปรากฏการณ์ 112 ริกเตอร์ คือสัญญาณว่าสามัญชนกำลังจะลุกขึ้นยืนตัวตรง



ถาม-ตอบ จากในงาน
 ถาม  กษัตริย์มาจากการเลือกตั้งได้หรือไม่
วรเจตน์: ปกติเราอธิบายว่ากษัตริย์มาจากการสืบสันตติวงศ์ แต่ถ้ามาจากการเลือกตั้งก็จะเป็นประธานาธิบดี ไม่ใช่ราชอาณาจักรแล้ว แต่มีกรณีที่กษัตริย์มาจากการเลือกได้ เป็นการเลือกในหมู่ราชวงศ์ที่สืบเชื้อสายมา แต่ที่มาจากประชาชนไปลงคะแนน ระบอบแบบนี้ไม่มีอยู่เพราะระบอบกษัตริย์ใช้ระบบการสืบสันตติวงศ์ และจึงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้มีปัญหาตลอดเวลาที่มีการเปลี่ยนรัฐเข้าสู่รัฐ สมัยใหม่
ถาม กษัตริย์ไม่รับรองการรัฐประหารได้ไหม
วรเจตน์: ท่านคิดว่าได้หรือไม่ ในฐานะที่เป็นนักกฎหมาย ขอตอบว่าในประเทศสเปนเคยมีกรณีกษัตริย์ไม่รับรองการรัฐประหาร แต่ถ้าพูดกันทางหลักการ เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนสุ่มเสี่ยง โดยกษัตริย์สเปนถือว่ามีหน้าที่ต้องพิทักษ์รัฐธรรนูญและนี่เป็นเหตุผลอัน หนึ่งที่นิติราษฎร์เสนอว่าก่อนขึ้นครองราชย์ให้กษัตริย์ปฏิญาณ หรือแสดงออกว่าจะพิทักษ์รัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายสูงสุดเพื่อแสดงให้เห็นว่า ประมุขของชาติ รัฐธรรมนูญกำหนดให้พระองค์พิทักษ์รัฐธรรทนูญไว้ ต่อมาเมื่อทหารคิดจะทำรัฐประหารจะไปกำหนดให้พระมหากษัตริย์ ลงนามก็ทำให้กษัตริย์ต้องทรงฝ่าฝืนคำปฏิญาณ ผมตอบได้เท่านี้
รายละเอียกเพิ่มเติม อ่านต่อได้จาก http://prachatai.com/journal/2012/05/40703
ในเวปบอร์ด thaifreenews ก็ได้มีการตั้งกระทู้วิเคาระห์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ในหัวช้อ
ก้าวแรกของคนวันเสาร์ฯก้าวแรกของ ครก. 112 ก้าวเล็กๆ แต่สั่นสะเทือนโยกคลอน
อาณาจักร
http://www.tfn5.info/board/index.php?topic=38504.0

Sunday, May 27, 2012

ครก.112 ได้รายชื่อแก้ ม.112 เกือบ 4 หมื่นรายชื่อ

ที่มา Voice TV  

คุณลิซ่า หนุนอนันต์ รายงานสดจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์  ซึ่งวันนี้ (27 พ.ค.55) เป็นวันที่ครบ 112 วัน ในการรณรงค์รวบรวมรายชื่อเพื่อแก้ไขประมวลกฏหมายอาญามาตรา 112

 
ซึ่งขณะนี้ ทางกลุ่ม ค-ร-ก 1 1 2 ได้ปิดรับรายชื่อเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีผู้ร่วมลงชื่อเกือบ 4 หมื่นรายชื่อ ซึ่งรายชื่อเหล่านี้จะถูกนำไปเสนอเข้าสู่สภาในวันอังคารหน้า

ด่วนที่สุด แจ้งต่อเพื่อทราบ

ที่มา Thai E-News


27 พฤษภาคม 2555
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์


คึกคัก กลุ่มปฏิญญาหน้าศาลเดินขบวนสมทบเวที ครก.​112 ที่ธรรมศาสตร์

ที่มา Thai E-News




โดย ทีมข่าว ไทยอีนิวส์
ภาพ  สมเจตน์ รักลุงนวมทอง




อ้อมกอดและกำปั้น 112 วันของการรณรงค์ มธ
ถ่ายทอดสดโดยทีมงานม้าเร็ว http://speedhorsetv.blogspot.com


ครอบครัวเหยื่อ 112 มธ 27 5 2012

 

เสียงสะท้อน ญาติผู้ต้องขัง-คนทำงานรณรงค์ในพื้นที่

 

ครอบครัวผู้ต้องขังม. 112 มองนักโทษ-ผู้ต้องหาได้รับการปฏิบัติอย่างไร้มนุษยธรรม ทั้งในกระบวนการยุติธรรมและการรักษาพยาบาล ในขณะที่นักวิชาการร่วมรณรงค์ระบุ ได้เสียงตอบรับการรณรงค์แก้ไขม. 112 ในภูมิภาคเป็นอย่างดี

 27 พ.ค.55 ที่หอประชุมเล็ก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ในเวที บันทึก 112 วันแก้ไข ม.112 จัดโดยคณะกรรมการรณรงค์แก้ไขมาตรา 112 (ครก.112) ในช่วงเสวนา “เสียงจากเหยื่อ” มีการอภิปรายประสบการณ์ต่อกระบวนการยุติธรรมจากครอบครัวของผู้ต้องขัง-ม. 112 โดยชี้ว่าได้รับการปฏิบัติต่ำกว่ามาตรฐานทางมนุษยธรรมทั้งตั้งแต่กระบวนการ จับกุม คุมขัง ไปจนถึงสิทธิในการได้รับการรักษาพยาบาล

ในวงเสวนา “อ้อมกอดและกำปั้น  112 วัน ของการรณรงค์” เวียงรัฐ เนติโพธิ์  อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬา หนึ่งในครก.112 เป็นพิธีกรดำเนินรายการ โดยกล่าวว่า การณรงค์เรื่องนี้ไปในหลายจังหวัด ไม่ว่า ราชบุรี ขอนแก่น มหาสารคาม อุบลราชธานี อุดรธานี เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน พิษณุโลก ระยอง พัทลุง เป็นต้น โดยมีนักวิชาการ นักเขียน นักคิดไปร่วมเวทีย่อยในจังหวัดต่างๆ เป็นจำนวนมาก ซึ่งเวทีดังกล่าวจัดโดยเครือข่ายท้องถิ่นเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเข้า ชื่อแก้ไขกฎหมายนี้

ปราณี ด่านวัฒนานุสรณ์ ภรรยาของสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ นักโทษในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ กล่าวว่า กระบวนการจับกุมตัวของผู้ถูกกล่าวหาในคดีหมิ่นฯ ส่วนใหญ่ไม่เป็นไปตามขั้นตอนตามกฎหมาย โดยในกรณีของนายสุรชัย ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 21 ก.พ. 54 ในขณะเดินทางกลับบ้านหลังจากเสร็จสิ้นจากกิจกรรมปราศรัยที่สนามหลวง ราวเวลาตีหนึ่ง มีตำรวจในเครื่องแบบและนอกเครื่องแบบราว 10 คน พร้อมอาวุธครบมือ ได้ดักจับบริเวณที่พักของคนรู้จัก แต่หลังจากที่ขัดขืนไม่ยอมให้ควบคุมตัว ภายหลังจึงถูกตำรวจนำตัวไปส่่งยังสน. โชคชัย ต่อมาถูกตั้งข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ 5 คดี จากสน.ในอุดรธานี ราชบุรี เชียงใหม่ ที่ชนะสงครามและโชคชัยในกรุงเทพฯ โดยล่าสุดถูกตัดสินลงโทษ 20 ปี หลังจากรับสารภาพจึงลดลงเหลือ 10 ปี
ปราณีเล่าว่า หลังจากที่สามีของเธอถูกคุมขังตัวในเรือนจำ ก็ทราบว่าสภาพความเป็นอยู่ในเรือนจำค่อนข้างแย่มาก โดยห้องขังมีสภาพแออัด เนื่องจากผู้ต้องขังจำนวนมากไม่ได้รับสิทธิในการประกันตัว รวมถึงผู้ที่ป่วยเป็นโรคติดต่อต่างๆ ทำให้ผู้ที่ป่วยอยู่แล้วเช่นอากง ซึ่งเป็นโรคมะเร็งตับระยะสุดท้าย มีอาการเจ็บป่วยแย่ลงจนสุดท้ายต้องเสียชีวิตในที่สุด นอกจากนี้ ห้องน้ำของนักโทษก็มีเพียงสองห้อง ซึ่งถ้าเทียบกับจำนวนนักโทษราว 50 กว่าคนต่อหนึ่งแดน ซึ่งนับว่าไม่เพียงพอ

ในแง่ของการรักษาพยาบาล เธอเล่าว่า โรงพยาบาลประจำที่เรือนจำ มีแพทย์ประจำเพียงสองคน โดยแต่ละคนมีเวรการรักษาเพียงรอบละสองชั่วโมงต่อสัปดาห์เท่านั้น ประกอบกับคุณภาพอาหารของนักโทษในเรือนจำที่มีคุณภาพต่ำ ทำให้นักโทษไม่ได้รับคุณค่าโภชนาการอย่างเพียงพอ ซึ่งเธอมองว่าเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้นักโทษเจ็บป่วยมากขึ้น

รสมาลิน ภรรยาของนายอำพล (สงวนนามสกุล) หรือ “อากง” กล่าวว่า ก่อนที่อากงจะถูกจับ ทางอากงและครอบครัวไม่ทราบมาก่อนเลย เธอกล่าวว่า อยู่ดีๆ ก็มีตำรวจพร้อมสื่อมวลชนจำนวนมากเข้ามาบุกจับ
“ดิฉันไม่รู้เลยว่าการโบกมือวันที่ 3 พ.ค. 55 จะเป็นการโบกมือครั้งสุดท้ายของเขา จากนั้นเราก็จากกันและเราก็ไม่ได้เจอกันอีก อยากจะบอกกับสังคมว่า อยากจะให้สังคมมองนักโทษไม่ว่าเขาจะโดนคดีไหน เขาก็เป็นมนุษย์เหมือนกับพวกเรา อยากให้เห็นอกเห็นใจและโปรดให้เขาได้เข้าถึงสิทธิต่างๆ ที่เขาพึงมื
“สามีอยู่ในเรือนจำ ภรรยามีนรกอยู่ในใจ” ภรรยาอากงกล่าว

ด้านสุกัญญา พฤกษาเกษมสุข ภรรยานายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ผู้ต้องหาคดีม. 112 กล่าวว่า ก่อนหน้าที่สมยศจะถูกจับกุม ก็พอทราบมาแล้วว่าเขากำลังถูกจับตามองจากทางการ เนื่องจากก่อนหน้านี้สมยศเคยถูกจับกุมแล้วด้วยพ.ร.ก. ฉุกเฉิน มาแล้ว โดยหลังจากที่เขาถูกจับกุมตัวบริเวณด่านอรัญประเทศ ในขณะที่เดินทางออกไปยังประเทศกัมพูชา ก็ถูกจับกุมคุมขังในเรือนจำ โดยยังไม่ได้รับการประกันตัวแม้แต่ครั้งเดียว

เธอมองว่า การจับกุมตัวสมยศ เป็นกรณีที่ถูกทางการปฏิบัติอย่างไร้หลักมนุษยธรรม เพราะนอกจากจะถูกปฏิเสธสิทธิในการประกันตัวแล้ว เขายังถูกกล่าวหาว่าพยายามหลบหนีด้วย ทั้งๆ ที่ยังไม่มีหลักฐานใดๆ มาพิสูจน์

นอกจากภรรยาของผู้ต้องขังและผู้ต้องหาม. 112 ได้มาร่วมกล่าวในวงอภิปราย “เสียงจากเหยื่อ 112” แล้ว ยังมีบิดาของนายสุริยัน (สงวนนามสกุล) หรือ “หมี” ได้มาเล่าประสบการณ์ของตนเองด้วย โดยสุริยันเป็นช่างซ่อมรองเท้าที่ถูกตัดสินจำคุก ในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ 6 ปี 1 เดือน แต่ในภายหลังลดเหลือ 3 ปี 15 วันเนื่องจากรับสารภาพว่าส่งข้อความหมิ่นเบื้องสูง โดยบิดาของสุริยันกล่าวว่า ช่วงแรกๆที่นายสุริยันถูกคุมขังในเรือนจำนั้น เขามีอาการกลัวถูกทำร้าย และมีอาการเจ็บป่วยจากโรคติดต่อในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ด้วย แต่ยังคงให้กำลังใจลูกชาย พร้อมทั้งกล่าวว่า ตนมุ่งหมายจะต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยต่อไป

ทั้งนี้ ยังมีผู้ที่ถูกจับกุมในข้อหาม. 112 และพ.ร.บ. คอมพ์ เป็นเวลา 3 ปี ระหว่างปี 2552-2555 เนื่องจากเผยแพร่ลิงก์ที่มีเนื้อหาหมิ่นเบื้องสูง และในขณะนี้ถูกปล่อยตัวแล้ว มาร่วมบอกกล่าวประสบการณ์ด้วย
นักวิชาการครก. 112 ปันประสบการณ์ “อ้อมกอด” และ “กำปั้น”

สุดา รังกุพันธ์  เล่าว่า วันที่ตัดสินใจร่วมกับ ครก.112 ตัดสินใจยาก เพราะปวารณาตัวช่วยเหลือพี่น้องเสื้อแดงในฐานะนักวิชาการเสื้อแดง ในขณะที่ท่าทีของผู้รักประชาธิปไตยเองก็มีความคิดหลากหลาย โดยเฉพาะองค์กรหลักอย่าง นปช. ก็มีท่าทีชัดเจนว่าไม่ร่วมในการเข้าชื่อแก้ไข มาตรา 112 จตุพร พรหมพันธ์ ก็บอกให้รอเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญก่อน แต่เราก็รอไม่ได้ เราไม่อยากให้มีผู้เสียชีวิตในเรือนจำด้วยมาตรานี้เพิ่มอีก

สุดา ตั้งข้อสังเกตอีกว่า หลังจากมี ครก.สัญจรไปต่างจังหวัดทำให้พบความประหลาดใจมาก เพราะมีแต่สนับสนุนการแก้มาตรานี้ มีแต่ขอเวทีเพิ่มตลอดเวลา เชื่อมั่นว่าถ้ามีการทำประชามติ มาตรานี้ก็ต้องได้รับการแก้ไขอย่างแน่นอน
วาด รวี เล่าว่า  การตระเวนหลายจังหวัดทำให้ปรากฏการณ์ที่คนธรรมดาทั่วไปตื่นตัวสิทธิทางการ เมืองอย่างสูง รู้สึกว่าสิทธิเขาถูกละเมิด เป็นปรากฏการณ์ที่ค่อนข้างใหม่ ทำให้ชนชั้นนำ คนมีอำนาจ เริ่มต้องตีความอุดมการณ์ทางการเมืองของประชาชนใหม่ ไม่น่าจะมองแบบที่ผ่านมา การจะมองข้ามหัวประชาชนแล้วคุยกันเองคงเป็นไปได้ยากขึ้นทุกที ถ้านักการเมือง ผู้มีอำนาจทางการเมืองไม่ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับสำนึกประชาชนนี้ ว่าเขารู้สึกจริงๆ แล้วว่าเขาเป็นเจ้าของประเทศ พรรคการเมืองที่เป็นพรรคที่ประชาชนเลือกมา และเขาปกป้อง แต่เขาเริ่มรู้สึกเรื่อยๆ ว่าไม่ใช่พรรคของเขามากขึ้นทุกทีๆ มันจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอย่างสำคัญ

วาด รวี กล่าวอีกว่า เคยนำเสนอเรื่องนี้ในวงเอ็นจีโอเสื้อเหลือง อธิบายกันจนเข้าใจและเห็นร่วมกันว่าเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพ แต่สุดท้ายก็สรุปว่า “ยังไม่ถึงเวลา” ซึ่งเป็นเหตุผลเดียวกับที่พรรคเพื่อไทยก็ใช้ว่า “ยังไม่ถึงเวลา” ตลอดเวลาที่รณรงค์ หากมองย้อนกลับไปที่ 15 ม.ค.ที่เริ่มการรณรงค์ ย้อนไปตอนที่นิติราษฎร์เสนอร่างแก้ไขมาตรา 112 ย้อนไปถึงสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ถูกดำเนินคดี เราจะเห็นความพร้อมมากขึ้นเรื่อยๆ ฉะนั้น เวลากำลังมาถึงเรื่อยๆ พร้อมๆ กับความเข้าใจของประชาชน แต่พอถึงเวลาจริงๆ คนที่จะไม่รู้ตัวคือคนที่มีอำนาจ

ปิยบุตร แสงกนกกุล ในการออกต่างจังหวัดเพื่อทำความเข้าใจเรื่องมาตรานี้กับประชาชน  ตอนแรกกังวลใจเรื่องความปลอดภัย โดยเฉพาะอาจารย์วรเจตน์ ภาคีรัตน์ แต่สุดท้ายก็ไม่เกิดอะไรขึ้น อย่างไรก็ตาม ตอนตั้ง ครก.คิดว่าน่าจะได้ถึงแสนชื่อ  เพราะดูปฏิกิริยาของประชาชนตลอดสองสามปีที่พูดว่า “ตาสว่าง” นั้นมีจำนวนเยอะมาก จนกระทั่งนักการเมืองหลายคนออกมาเบรคว่า ต่อให้ร่างนี้เข้ามาในสภาก็ไม่มีใครยอมรับ ผ่านไปหนึ่งเดือนจึงพบว่าได้เพียงพันรายชื่อเศษๆ เท่านั้น และทีมรณรงค์ในพื้นที่ก็สะท้อนว่ามีความไม่เข้าใจเรื่องกฎหมายด้วย เพราะกลัวโดนคดีฯ เราจึงลงไปในพื้นที่ด้วย และได้เรียนรู้ แลกเปลี่ยนกับประชาชนในพื้นที่ เช่น หลายคนยังกังวลว่าเรื่องนี้อาจทำให้รัฐบาลที่ประชาชนเลือกมาถูกทำรัฐประหาร อีก แต่ตนมองต่างไปเพราะดูจากสภาพการณ์แล้ว ไม่น่าจะมีการรัฐประหารเกิดขึ้นในระยะอันใกล้ เพราะชนชั้นนำทั้งสองข้างไม่พร้อมจะมีรัฐประหารอีกแล้ว ต้นทุนสูงเกินไป เป็นต้น

ส่วนเรื่องกำปั้น กรณีของผมต่อเนื่องจากการพูดที่จุฬาฯ กรณีพระราชดำรัส แล้วยังมาเรื่องครก.อีก ซึ่งก็ได้รับจดหมายในการต่อต้าน ติเตียน กระทั่งดูหมิ่นหยาบคาย หรือมีลักษณะข่มขู่ เช่น ตัดรูปของตนเฉพาะส่วนหัวใส่ซองจดหมายมายังคณะ  พร้อมอ่านตัวอย่างจากจดหมายบางฉบับ เรียกเสียงโห่ฮาจากผู้ฟังจนลั่นห้องประชุม

ปิยบุตร สรุปว่า เพราะ ส.ส.ไม่ทำเรื่องเสียเอง จึงตกเป็นภาระของประชาชนต้องมารวบรวมชื่อส่งสภา และเราไม่จำเป็นต้องทำเลยเรื่องนี้ ถ้าไม่มีการใช้มาตรานี้อย่างหนักและพิสดารตั้งแต่หลังรัฐประหาร 19 กันยา 2549 อย่างไรก็ตาม เราไม่สามารถพูดได้เลยว่านี่คือว่าสำเร็จ จนกว่ามาตรานี้จะถูกแก้ไข วันนี้เป็นเพียงการแถลงข่าวว่ารวบรวมรายชื่อได้เท่าไร นอกจากนี้หลายคนยังถามว่าแก้มาตรานี้ได้จะแก้ปัญหาประเทศได้ทั้งหมดหรือ คำตอบคือ ไม่ใช่ มันเป็นตัวอย่างปัญหาหนึ่งของการเมืองไทยเท่านั้น เพียงแต่เป็นรูปธรรมที่สุด เพราะตายจริง เจ็บจริง ติดคุกจริง ประเด็นสำคัญอยู่ที่ตำแหน่งแห่งที่ บทบาทของสถาบันกษัตริย์ และกองทัพ มาตรานี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัญหา ครก.เองก็ยังมีอะไรที่ต้องทำต่ออีกมาก หลังจากเสนอรายชื่อทั้งหมดให้รัฐสภา

‘ครก. 112' เตรียมยื่น 3 หมื่นชื่อต่อรัฐสภาอังคารนี้

ที่มา Thai E-News

 
"‘ครก. 112’ แถลงรณรงค์ครบ 112 วัน เตรียมยื่น 3 หมื่นชื่อต่อรัฐสภาอังคารนี้"
คำเกิ่ง แห่งทุ่งหมาหลง



คณะรณรงค์แก้ไขมาตรา 112 แถลงผลหลังจัดเวทีรณรงค์ทั่วประเทศยาวกว่า 5 เดือน เผยรวมได้กว่า 3 หมื่นรายชื่อ นัดรวมพลหมุดคณะราษฎรก่อนนำรายชื่อไปยื่นต่อส.ส.ที่รัฐสภาอังคารนี้ 

 27 พ.ค. 55 - ราว 13.00 น. ณ หอประชุมศรีบูรพา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ คณะรณรงค์แก้ไขมาตรา 112 ได้จัดงาน “บันทึก 112 วัน แก้ไข ม. 112” เพื่อแถลงเกี่ยวกับการสิ้นสุดการรณรงค์เพื่อแก้ไขกฎหมายหมิ่นพระบรม เดชานุภาพ ของครก. 112 ที่เริ่มดำเนินมาตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา เป็นเวลากว่า 5 เดือน  โดยกล่าวว่า สามารถรวบรวมผู้เข้าลงชื่อแก้ไข. ม. 112 ได้กว่า 3 หมื่นคน และเตรียมนำรายชื่อทั้งหมดเข้ายื่นต่อรัฐสภาในวันอังคารที่จะถึงนี้ (29 พ.ค.)
โดยวาด รวี จากคณะนักเขียนแสงสำนึก และยุกติ มุกดาวิจิตร จากคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ม. ธรรมศาสตร์ จากครก. 112 ได้ร่วมแถลงผลการรณรงค์ ดังนี้

 ครก.๑๑๒ แถลงสรุปการรณรงค์ ๑๑๒ วัน

 วันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๕
เป็นที่ประจักษ์ชัดว่า ระหว่างวิกฤตการเมืองที่ผ่านมา นับแต่การรัฐประหาร ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙  ได้มีผู้ถูกดำเนินคดีด้วยกฎหมายอาญามาตรา ๑๑๒ เป็นจำนวนมากจากการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ด้วยการตีความกฎหมายบนอุดมการณ์ที่ผิดหลักการประชาธิปไตย และตีความการกระทำผิดอย่างกว้าง จนแม้แต่การแปลหนังสือก็กลายเป็นการกระทำผิด ในการดำเนินคดีของเจ้าหน้าที่รัฐในระดับต่าง ๆ ได้ปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหาและนักโทษคดีการเมือง ๑๑๒ ถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพอย่างต่อเนื่อง เช่น ไม่ได้รับการสืบพยานอย่างเพียงพอ ไม่ได้รับสิทธิ์ในการปล่อยตัวชั่วคราว ไต่สวนคดีโดยปิดลับ เป็นต้น
การกระทำต่อผู้ถูกกล่าวหาและนักโทษการเมืองคดี ๑๑๒ สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้รักความเป็นธรรม และผู้ที่เรียกร้องต้องการประชาธิปไตยจำนวนมาก มีผู้เรียกร้องให้มีการยุติการละเมิดสิทธิ เสรีภาพของประชาชนด้วยกฎหมายอาญามาตรา ๑๑๒ มาอย่างต่อเนื่องนับแต่ปี ๒๕๕๓ เช่น การเรียกร้องให้ยกเลิกกฎหมายอาญามาตรา ๑๑๒ โดยกลุ่ม ๒๔ มิถุนายน และกลุ่มแดงสยาม กระทั่งต้นปี ๒๕๕๔ คณะนิติราษฎร์ได้เสนอร่างแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา ๑๑๒ ขึ้นมา และเกิดกระแสเรียกร้องให้มีการแก้ไขกฎหมายโดยกลุ่มปัญญาชน นักวิชาการ และนักเขียน
หลังจากได้รัฐบาลจากการเลือกตั้ง ซึ่งทำให้ประชาชนต่างคาดหวังว่าเหตุการณ์ทางการเมืองจะคลี่คลายไปในทางที่ดี ขึ้น แต่เหตุการณ์ก็กลับไม่เป็นไปดังหวัง กรณีตัดสินนายอำพล หรืออากงอย่างไม่เป็นธรรมสร้างความรู้สึกสิ้นหวังให้กับประชาชนจำนวนมาก ฝ่ายเรียกร้องประชาธิปไตยกลุ่มต่าง ๆ จึงรวมตัวกับนักวิชาการและนักเขียน นักกิจกรรม ขึ้นเป็น คณะรณรงค์แก้ไขมาตรา ๑๑๒ เพื่อผลักดันให้มีการแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา ๑๑๒ ตามร่างกฎหมายของคณะนิติราษฎร์ ด้วยการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ยื่นกฎหมายเข้าสู่สภา แต่หลังจากครบการรณรงค์ ๑๑๒ วันไปเพียงสามวัน ก็เกิดเรื่องเศร้าขึ้น นายอำพลเสียชีวิตในเรือนจำด้วยอาการป่วย 
บัดนี้ได้เวลาที่ ครก.๑๑๒ จะแถลงจำนวนผู้ลงชื่อสนับสนุนการแก้ไขกฎหมาย และกำหนดวันเพื่อยื่นร่างกฎหมายเข้าสู่สภาแล้ว
นับแต่วันที่ ๑๕ มกราคมเป็นต้นมา ครก.๑๑๒ ได้รณรงค์อภิปรายปัญหาของกฎหมายอาญามาตรา ๑๑๒ ตามสถานที่ต่าง ๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดอื่น ๆ  ในทุกภูมิภาค ทั้งเหนือ กลาง ใต้ ตะวันออก อิสาน  ครก.๑๑๒ ได้รับการสนับสนุนจากผู้คนจำนวนมาก ประชาชนและนักกิจกรรมทางการเมืองเสื้อแดงทุกภาคส่วน  ซึ่งขออภัยที่ไม่อาจกล่าวชื่อออกมาได้หมดในที่นี้ จนกระทั่งบัดนี้ มีผู้ลงชื่อแก้กฎหมายทั้งสิ้นจำนวน ๓๘,๒๘๑ คน  โดยมีผู้ที่มีภูมิลำเนาอยู่ภาคกลางจำนวน ๒,๖๓๒ คน  ตะวันออก ๒๐๘ คน  เหนือ ๒,๖๐๕ คน  อิสาน ๒๒,๓๕๗ คน  ใต้ ๑๑๘ คน  ในจำนวนนี้มีแบบฟอร์มที่เสียจำนวน ๑๐,๓๖๐ คน  และมีรายชื่อที่พร้อมส่งสภาเป็นจำนวน ๒๗,๒๙๑ คน
การรณรงค์ของครก. ๑๑๒ ไม่ได้เป็นเพียงการรณรงค์รวบรวมรายชื่อและการลงนามขอแก้ไขกฎหมายเท่านั้น แต่คณะรณรงค์เอง กลับได้ความรู้ความเข้าใจถึงความเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยอย่างขนานใหญ่ ปรากฏการณ์ที่เราอาจเรียกได้ว่า “ปรากฏการณ์ ๑๑๒ ริกเตอร์” นั้นสั่นสะเทือนสังคมไทยหลายประการด้วยกัน ดังจะขอตั้งข้อสังเกตเบื้องต้นดังนี้
ประการแรก กล่าวได้ว่า นับตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๕ เป็นต้นมา นี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทยที่การเคลื่อนไหวทางอุดมการณ์เพื่อสิทธิ เสรีภาพของประชาชนได้แผ่ซ่าน ลงลึกไปถึงผู้คนรากหญ้า คนรากหญ้าเข้าใจถึงปัญหาของม. ๑๑๒ เนื่องจากพวกเขาเล็งเห็นถึงปัญหาที่ใหญ่กว่าตัวบทกฏหมาย นั่นคือปัญหาของการดึงเอาสถาบันกษัตริย์ลงมายุ่งเกี่ยวกับการเมือง ปัญหาของการแทรกแซงการเมืองระบอบประชาธิปไตยโดยอำนาจนอกระบบ และปัญหาของวงจรอุบาทว์ทางการเมืองของการรัฐประหาร ปรากฏการณ์ ๑๑๒ ริกเตอร์จึงสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นจากดินถึงฟ้า
ประการที่สอง เหตุที่การรณรงค์แก้ไขมาตรา ๑๑๒ ได้รับการตอบรับอย่างดี เป็นเพราะประชาชนรากหญ้าเข้าใจว่าการคุกคามและลิดรอนสิทธิเสรีภาพในร่างกาย และการลิดรอนสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก ส่งผลเลวร้ายต่อชีวิตความเป็นอยู่อันปกติสุขของพวกเขาเองและประชาชนทั่วไป การที่ผู้ต้องหาที่ไม่มีสถานะทางสังคมจำนวนมากไม่ได้รับการประกันตน กรณีการบิดเบือนหลักการของการให้ความยุติธรรมในกระบวนการกฎหมาย กรณีผังล้มเจ้าที่ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือเพื่อประหัตประหารประชาชนเมื่อ เดือนเมษายนและพฤษภาคม ๒๕๕๓ เป็นตัวอย่างที่ดีของปัญหาการคุกคามสิทธิเสรีภาพในชีวิตประจำวันของผู้คน ยังไม่นับว่ามีผู้อาศัยมาตรา ๑๑๒ เพื่อกลั่นแกล้งผู้บริสุทธิ์ จนถึงการที่มาตรา ๑๑๒ ปิดฟ้าด้วยฝ่ามือ ทำให้ประชาชนคนรากหญ้าไม่สามารถพูดถึงปัญหาที่ใหญ่คับฟ้าเมืองไทยได้
ประการต่อมา การต่อต้านปรากฏการณ์ ๑๑๒ ริกเตอร์จึงเป็นการขัดขืนความเป็นจริงทางสังคมที่ว่า ประชาชนไม่สามารถยอมรับสถานะไพร่ฟ้าผงธุลีได้อีกต่อไป การต่อต้านปรากฏการณ์ ๑๑๒ ริกเตอร์จึงแสดงออกอย่างไร้เหตุผล เช่น การแสดงความรักแบบไร้เหตุผล การปิดกั้นการใช้เหตุผลด้วยการไม่นำเสนอข่าวสารอย่างครบถ้วนของสื่อมวลชน และการปิดพื้นที่ของเหตุผล ดังที่เกิดขึ้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์แห่งนี้ และในหลายๆพื้นที่ที่ครก.๑๑๒ สัญจรไป นอกจากนั้น รัฐบาลและพรรคการเมืองยังปิดพื้นที่ของการใช้เหตุผลในการแก้ไขปัญหาของ ประเทศชาติ ด้วยการปฏิเสธ ตั้งธงไว้แต่แรกว่า จะไม่แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ ทั้งๆที่ยังไม่ได้มีการถกเถียงกันในสภา ทั้งๆที่สังคมยังไม่ได้มีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง ความไร้เหตุผลเหล่านี้เป็นสิ่งเดียวกันกับการใช้กำลังทำร้ายอาจารย์วรเจตน์ ภาคีรัตน์ แต่ความไร้เหตุผลเหล่านี้ ก็ไม่สามารถหยุดยั้งความเปลี่ยนแปลงที่ได้เกิดขึ้นแล้วในสังคมไทย
ประการสุดท้าย แม้ว่าจะมีการต่อต้านจากชนชั้นนำ และปราศจากการสนับสนุนจากพรรคเพื่อไทย ประชาชนคนรากหญ้าจำนวนมากก็ยังยืนยันที่จะเดินหน้าร่วมกับครก. ๑๑๒ เพื่อรวบรวมชื่อเสนอให้รัฐสภาแก้ไขกฎหมาย นี่แสดงให้เห็นเป็นอย่างดีว่า ประชาชนเป็นตัวของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องอยู่ใต้การชี้นำของพรรคการเมือง แม้ว่าจะเป็นพรรคการเมืองที่พวกเขาสนับสนุนก็ตาม ปรากฏการณ์ ๑๑๒ ริกเตอร์จึงแสดงให้เห็นพัฒนาการอีกขั้นหนึ่งของระบอบประชาธิปไตยในสังคมไทย ที่อุดมการณ์สิทธิเสรีภาพได้หยั่งรากลึกลงยิ่งขึ้น ดังนั้นนักการเมืองจึงควรเข้าใจด้วยว่า ประชาชนไม่ได้เพียงต้องการนโยบายประชานิยม แต่ยังต้องการสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานอีกด้วย
เราจะยื่นร่างกฎหมายให้กับรัฐสภาถัดจากนี้อีกสองวัน คือในวันอังคารที่ ๒๙  ขอเชิญชวนผู้ที่ต้องการเห็นรัฐสภาซึ่งเป็นสถานที่ทำงานของผู้แทนปวงชนชาว ไทยได้พิจารณาร่างกฎหมายนี้มารวมตัวกันที่หมุดคณะราษฎร์เวลาเก้าโมงเช้า  เราจะตั้งขบวนเดินนำรายชื่อทั้งหมดใส่กล่องสีดำไปยังรัฐสภาเพื่อมอบเอกสาร ให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร์
ครก.๑๑๒ จะยังไม่สลายตัว แต่จะติดตามและต่อสู้จนกว่าปัญหาอันเนื่องจากกฎหมายอาญามาตรา ๑๑๒ และกรณีที่เกี่ยวข้องจะได้รับการแก้ไขและเปลี่ยนแปลงไปจนไม่ละเมิดสิทธิ เสรีภาพประชาชนอีกต่อไป

พรบ. ปรองดองฉบับโจร 2549 ทำรัฐประหารอีกรอบในสภา 2555

ที่มา Thai E-News




27 พฤษภาคม 2555
 โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์

ที่มา:มติชนรายวัน ฉบับวันที่ 26 พ.ค.2555

 อ้างต่อ พ.ร.บ.ปรองดอง ฉบับ"บิ๊กบัง" นิรโทษเหตุชุมนุม ปลดล็อก"ยุบพรรค"


หมายเหตุ : เป็น เนื้อหาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ พ.ศ.... ซึ่ง พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ และ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลบางส่วนร่วมเสนอ มีทั้งสิ้น 8 มาตรา โดยระบุถึงเหตุผลและความจำเป็นในการเสนอกฎหมายดังกล่าว ซึ่งสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้รับเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม และคาดว่าจะมีการบรรจุเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 30 พฤษภาคมนี้


หลักการและเหตุผล

โดยที่ได้เกิดเหตุการณ์ ความไม่สงบและความรุนแรงในประเทศในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาโดยเฉพาะเหตุการณ์ ความรุนแรงเมื่อเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553 จนนำไปสู่การสูญเสียชีวิตการบาดเจ็บทางร่างกายและจิตใจ ผู้ต้องหาและจำเลยจึงไม่ใช่เป็นผู้ร้ายหรืออาชญากรดังเช่นคดีอาญาปกติ

ใน การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง โดยการยึดอำนาจการปกครองแผ่นดินเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ที่ผ่านมา รวมถึงการยุบพรรคการเมืองและการเพิกถอนสิทธิทางการเมืองของกรรมการบริหาร พรรคที่มิได้มีส่วนรู้เห็นกับการกระทำความผิด ทำให้เกิดข้อวิจารณ์เกี่ยวกับความสอดคล้องกับหลักนิติธรรมของกลไกต่างๆ ของรัฐ กฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม ความขัดแย้งที่มีอยู่แล้วจึงทวีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ประกอบกับได้เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ที่สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงกระทบ กระเทือนต่อขวัญและกำลังใจของคนในชาติตลอดจนความสงบสุขของบ้านเมืองอีกครั้ง หนึ่ง ประชาชนทั่วไปต้องการให้บ้านเมืองเกิดความปรองดองสมานฉันท์ หันหน้าเข้าหากัน แปลงวิกฤตครั้งนี้ให้เป็นโอกาสเพื่อฟื้นความสงบสุขและความเชื่อมั่นของคนใน ชาติรวมทั้งนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศให้กลับคืนมา

จึงสมควรใช้ หลักเมตตาธรรมด้วยการให้อภัยและให้โอกาสกับทุกฝ่ายซึ่งล้วนมีเจตนาดีต่อชาติ บ้านเมือง อันเป็นไปตามประเพณีที่ประเทศไทยเคยปฏิบัติมาแล้วหลายครั้งและเป็นไปตาม มาตรฐานสากลด้วยการนิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำความผิดอันมีสาเหตุจากความขัดแย้ง ทางการเมืองที่ได้กระทำระหว่างวันที่ 15 กันยายน 2548 จนถึงวันที่ 10 พฤษภาคม 2554 และเยียวยาให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการ เมืองที่ผ่านมาด้วยการคืนความชอบธรรมให้แก่ผู้ถูกดำเนินคดี โดยกระบวนการต่างๆ ที่เกิดขึ้นตามประกาศหรือคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอัน มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) หรือคำสั่งของหัวหน้า คปค.ที่มิได้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมตามปกติหรือขัดต่อหลักนิติธรรม

อัน เป็นการผดุงรักษาไว้ซึ่งระบบนิติธรรมและกระบวนการยุติธรรมของประเทศที่สากล ให้การยอมรับ รวมทั้งการคืนสิทธิทางการเมืองให้กับกรรมการบริหารพรรคการเมืองที่มิได้มี ส่วนรู้เห็นกับการกระทำความผิดอันเป็นเหตุให้มีการยุบพรรคการเมืองนั้น เพื่อให้โอกาสแก่ทุกฝ่ายได้เข้ามาใช้ความรู้ความสามารถของตนร่วมกันแก้ไข ปัญหาและนำพาประเทศให้ก้าวข้ามความขัดแย้งครั้งนี้ไปสู่สันติภาพและความ มั่นคงสืบไป จึงจำเป็นต้องตรา พ.ร.บ.นี้

 สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ พ.ศ....


มาตรา 1 พ.ร.บ.นี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ พ.ศ...."

มาตรา 2 พ.ร.บ.นี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา 3 ให้บรรดาการกระทำใดๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมทางการเมือง หรือการแสดงออกทางการเมืองตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน พ.ศ.2548 จนถึงวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ.2554 หากมีการกระทำใดเป็นความผิดตามกฎหมาย ให้การกระทำนั้นไม่เป็นความผิดต่อไป และให้ผู้กระทำการนั้นพ้นจากการเป็นผู้กระทำความผิดและความรับผิดโดยสิ้น เชิง

การกระทำตามวรรคหนึ่งให้หมายความถึงการกระทำของบุคคลดังต่อไปนี้

(1) การกระทำทั้งหลายของบุคคลที่เกิดจากการชุมนุมทางการเมือง หรือการแสดงออกทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายที่ห้ามการชุมนุม การกล่าววาจาหรือโฆษณาด้วยวิธีใดเพื่อเรียกร้องหรือให้มีการต่อต้านรัฐ การต่อสู้ขัดขืนการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือการประท้วงด้วยวิธีใดๆ อันเป็นการกระทบต่อร่างกายหรือทรัพย์สินของบุคคลอื่นซึ่งเป็นเหตุการณ์ต่อ เนื่องจากการชุมนุมทางการเมืองหรือการแสดงออกทางการเมือง

(2) การกระทำทั้งหลายของเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลใดๆ อันเกี่ยวเนื่องกับการป้องกันระงับหรือปราบปรามในเหตุการณ์ชุมนุมทางการ เมือง การแสดงออกทางการเมือง หรือการกระทำใดที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำดังกล่าว

มาตรา 4 เมื่อ พ.ร.บ.นี้มีผลใช้บังคับแล้ว ถ้าผู้กระทำการตามมาตรา 3 อยู่ในระหว่างการสอบสวนให้ผู้มีอำนาจสอบสวนระงับการสอบสวนผู้นั้น ถ้าอยู่ในระหว่างการฟ้องร้องให้พนักงานอัยการหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องระงับ การฟ้องหรือให้ถอนฟ้อง ถ้าผู้นั้นอยู่ในระหว่างการพิจารณาคดีให้ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดี ถ้าได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ให้ถือว่าผู้นั้นไม่เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำความผิด ถ้าผู้นั้นรับโทษอยู่ให้การลงโทษนั้นสิ้นสุดลงและปล่อยตัวผู้นั้น

มาตรา 5 ให้ถือว่าบุคคลที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินการหรือการปฏิบัติทั้งหลายของ องค์กรหรือคณะบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งโดยประกาศหรือคำสั่งของคณะปฏิรูปการ ปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) หรือคำสั่งของหัวหน้า คปค. ซึ่งได้ยึดอำนาจการปกครองแผ่นดินเมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ.2549 หรือการดำเนินการหรือการปฏิบัติทั้งหลายขององค์กร หรือหน่วยงานอื่นใดอันเป็นผลสืบเนื่องจากการดำเนินการหรือการปฏิบัติของ องค์กรหรือของคณะบุคคลดังกล่าว มิได้เป็นผู้ถูกกล่าวหาหรือเป็นผู้กระทำความผิด โดยให้นำความในมาตรา 4 มาใช้บังคับโดยอนุโลม และให้องค์กรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติต่อบุคคลที่ได้รับผลกระทบนั้น ให้เป็นไปตามหลักนิติธรรมต่อไป

มาตรา 6 เพื่อให้บุคคลได้มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาประเทศซึ่งเป็นการ สร้างความปรองดองในสังคม ให้การเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งของบุคคลผู้เป็นกรรมการบริหารพรรคการเมือง เพราะเหตุมีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรคการเมืองเป็นอันสิ้นสุดลง และให้ถือว่าบุคคลผู้นั้นไม่เป็นผู้ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

มาตรา 7 การดำเนินการใดๆ ตามพระราชบัญญัตินี้ไม่เป็นการตัดสิทธิของบุคคลซึ่งมิใช่องค์กรหรือหน่วยงาน ของรัฐที่จะเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งจากการกระทำของบุคคลใดซึ่งพ้นจากความ รับผิดตามพระราชบัญญัตินี้และทำให้ตนต้องได้รับความเสียหาย

มาตรา 8 ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

รายชื่อที่ร่วมสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการปรองดองแห่งชาติ พ.ศ....

พรรคมาตุภูมิ 

โดย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค

พรรค ชาติไทยพัฒนา 19 คน ประกอบด้วย 

นายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง ส.ส.บัญชีรายชื่อ 
นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี 
นายชยุต ภุมมะกาญจนะ ส.ส.ปราจีนบุรี 
นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล 
นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง 
พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร ส.ส.นครปฐม 
นายชาญชัย ประเสริฐสุวรรณ ส.ส.สุพรรณบุรี 
นายตุ่น จินตเวช ส.ส.อุบลราชธานี 
นายยุทธพล อังกินันทน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
 น.ส.พัชรี โพธสุธน ส.ส.สุพรรณบุรี 
นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตรร
 ส.ส.พระนครศรีอยุธยา 
พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 
นายธานินทร์ ใจสมุทร ส.ส.สตูล 
นายวินัย ภัทรประสิทธิ์ ส.ส.พิจิตร 
นางปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี 
นายนพดล มาตรศรี ส.ส.สุพรรณบุรี 
นายสรชัด สุจิตต์ ส.ส.สุพรรณบุรี 
นายชุมพล ศิลปอาชา ส.ส.บัญชีรายชื่อ 
นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ ส.ส.พิจิตร

พรรค ชาติพัฒนา 6 คน ประกอบด้วย 

นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล ส.ส.นครราชสีมา 
ร.ต.ประพาส ลิมปะพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 
นายประเสริฐ บุญชัยสุข ส.ส.นครราชสีมา 
นายประสาท ตันประเสริฐ ส.ส.นครสวรรค์ 
นายวัชรพล โตมรศักดิ์ ส.ส.นครราชสีมา 
นายพลพีร์ สุวรรณฉวี ส.ส.นครราชสีมา

พรรคพลังชล 6 ประกอบด้วย 

นายสันตศักย์ จรูญ งามพิเชษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 
นายพันธุศักดิ์ เกตุวัตถา 
นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์
 นายสุชาติ ชมกลิ่น 
นายอุกฤษณ์ ตั๊นสวัสดิ์ 
นายรณเทพ อนุวัฒน์ ส.ส.ชลบุรี

พรรคเพื่อไทย 

พ.ต.อาณันย์ วัชโรทัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ

พรรคประชาธิปไตยใหม่ 

นางพัชรินทร์ มั่นปาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ

พรรคมหาชน 

นายอภิรัต ศิรินาวิน ส.ส.บัญชีรายชื่อ
 







ฉากจบลิ้ม:ไม่มีงานเลี้ยงใดไม่เลิกลา ไม่ต้องให้อำมาตย์ หรือใครมาหลอกใช้ผมอีกต่อไป

ที่มา Thai E-News



พี่น้องครับ สำหรับคนๆ หนึ่ง อายุ 65 ปี สู้ให้ชาติบ้านเมืองจนถึงวันนี้ สิ่งที่ผมทำมากเกินกว่าพอแล้วพี่น้อง พี่น้องครับ ออกครั้งนี้ผมจะออกครั้งสุดท้ายแล้ว ถ้าแพ้จะต้องตายคาลูกปืนผมจะตาย ถ้าชนะ ชนะเมื่อไหร่ผมจะล้างมือ

แล้วผมจะขอลาออกจากแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ไปใช้ชีวิตที่เงียบๆ ไม่ต้องให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมาหลอกใช้ผมอีกต่อไป

ความขมขืนของผมมันมีมากกว่าที่ผมจะพูดบนเวทีนี้ มันลึกซึ้งกว่าอะไรก็ตามที่มันลึกไปหมด มันเจ็บช้ำน้ำใจมากกว่าโดนกระบองตี มันเสียดใจ แสบทรวงมากกว่าทุกอย่าง

ผมสวดมนต์ภาวนา ทุกวันผมมีชีวิตอยู่ได้เพราะผมสวดมนต์ภาวนา ผมถามตัวเองว่า ผมทำให้ชาติมากพอหรือยัง

ผมบอกว่ายัง ต้อง 30 นี้ก่อน พี่น้องครับ ผมขอบอกพี่น้องก่อน พ้น 30 นี้แล้ว จะแพ้หรือจะชนะ จบอย่างไรก็ตาม ผมต้องปล่อยให้ผู้มีอำนาจในบ้านเมือง ให้อำมาตย์ ให้หลายคน ที่หลอกใช้ผมอยู่ พรรคการเมืองบางพรรคที่เคยหลอกใช้ ให้รับแผ่นดินนี้เอาไปดูแลต่อไป

 พี่น้องครับ อย่าโกรธผม ให้เข้าใจผม พี่น้อง ผมสู้ตั้งแต่ 58 , 57 ผม 65 แล้วพี่น้อง ผมไม่ได้มีชีวิตอย่างเหมือนมนุษย์เลยแม้แต่นิดเดียว ผมจะสู้ครั้งสุดท้ายครั้งนี้ อะไรจะเกิดให้มันเกิดไป พี่น้อง

แต่ถ้าชนะแล้ว ผมจะยกประเทศให้เขาดูแลกันต่อไป แต่ถ้าเขาดูแลไม่ดี ไม่ต้องมาเรียกผมอีกแล้ว ไม่ต้องมาเรียกผมอีกแล้ว ผมจะขออยู่ในใจพ่อแม่พี่น้องทุกคน ผมจะขอเป็นนักสู้ผู้ไม่ยอมแพ้ให้พี่น้องได้ระลึกถึง

และพี่น้องครับ วันนี้พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้พิสูจน์ให้พี่น้องเห็นชัดเจนแล้วว่าทองคำแท้อย่างพวกเราย่อมไม่กลัวไฟ ผมจำเป็นต้องพูดเรื่องนี้ เพราะว่ามันไม่มีงานเลี้ยงใดไม่เลิกรา แต่ 30 นี้ จะเป็นงานเลี้ยงที่สำคัญ

พี่น้องที่รู้เรื่องประวัติศาสตร์ดี 30 นี้ คืองานเลี้ยงประตูหงเหมิน ใครไม่รู้เรื่องยกมือ ซีฉู่ป้าอ๋อง ชือช้อป่าอ๋อง เรียกหลิวปัง ต้นปฐมกษัตริย์ฮั่นโปโจ ราชวงศ์ฮั่น มาเลี้ยงที่หงเหมิน เพื่อฆ่าหลิวปัง เขาเรียกว่างานเลี้ยงมรณะ เพราะฉะนั้นแล้ว 30 นี้ พี่น้องไม่ต้องกังวล ผมอยู่เคียงข้างพี่น้องตลอดไป จนกว่าเรื่องราวนี้จะจบ แต่ผมไม่ต้องการให้พี่น้องถามผมเมื่อเรื่องราวจบแล้ว แล้วถ้าบ้านเมืองเปลี่ยนแปลง ไม่ต้องการให้พี่น้องถามว่า คุณสนธิหายไปไหน ไม่ต้องการ ผมต้องการให้พี่น้องเดินหน้าต่อไป เพราะพี่น้องแต่ละคนมีภูมิคุ้มกันมากพอแล้ว 7-8 ปีที่ผ่านมา พี่น้องมีองค์ความรู้มากพอแล้ว

พี่น้องเป็นคนที่มีคุณภาพ เหตุผลหนึ่งที่ผมยังยืนหยัดอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะว่ามีคนอย่างพี่น้อง ที่รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ผมขอให้พี่น้องยึดมั่นในศรัทธานี้ ทุกวันนี้ผมมีชีวิตอยู่ได้เพราะศรัทธา ความเชื่อมั่น นี่คือความในใจที่ผมต้องบอกกับพี่น้อง อย่าเสียใจ

ถ้าหมอตุลย์เขาอยากเป็นแกนนำ ให้เขาขึ้นมานำพี่น้องต่อ (โห่) หรือถ้าอยากให้เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ก็ได้ หรืออยากให้อัญชลี ไพรีรัก ก็ได้

ที่มา:ASTVผู้จัดการ

ศิริโชคโต้กับจอนคูฯ "งบปี54ที่หายไป" - "เซิร์ฟเวอร์ไม่อยู่ที่พรรค"ยังไม่ชี้แจง

ที่มา Thai E-News


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
27 พฤษภาคม 2555

ต่อเนื่องจากกรณีมีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า เว็บไซต์พรรคประชาธิปัตย์ไม่น่าจะล่มเพราะไฟฟ้าดับตามที่สมาชิกพรรคออกมา แถลง เนื่องจากข้อมูลหลายแหล่งบนอินเตอร์เน็ตชี้ว่าเซิร์ฟเวอร์หรือคลังข้อมูล อยู่ที่ดาต้าเซ็นเตอร์ที่ไม่ได้อยู่ ณ ที่ทำการพรรค. ล่าสุดวันนี้ นายศิริโชค โสภา ได้ออกมาตอบโต้ข้อมูลที่สมาชิกเว็บประชาทอล์คชี้ว่าข้อมูลงบปี 54 อยู่ๆก็หายไป

โดยนายศิริโชคได้โพสต์ข้อมูลลงบนเฟซบุ๊คของตนเองพร้อมสไลด์ประกอบการอธิบายดังนี้

"เอาทีละเรื่องก่อนนะครับ ไม่รู้จะใส่ร้ายป้ายสีพรรคปชปไปถึงไหน คราวที่แล้วเว็บสยามรั่วก็ปล่อยไก่ตัวเบ้อเร้อ แล้วก็โดนสวนกลับจนหน้าแหก คราวนี้ยังไม่เลิกแต่เปลี่ยนคนเล่น มาเป็นจอนคูโบต้า

ประเด็นเรื่องบริจาคของ บ อีสต์วอเตอร์นั้น บริจาคในช่วงปี 53 (งบดุลปี 53)ไม่ได้เกี่ยวกับ ปี 54 (งบดุลปี 54) และไม่มีเหตุที่พรรคปชปต้องลบงบดุลปี 54 ออกจาก web เพราะมีการรับรองงบดุลปี 54 ในการประชุมใหญ่ของพรรคฯ (29-30 มีนาคม 2555 ) (ต้องยื่นให้ กกต. รับทราบภายใน 30 วัน และพรรคฯได้ยื่นไปช่วงปลายเดือนเมษายน) ซึ่งสามารถขอดูจาก กกต ได้อยู่แล้ว และเชื่อว่าขณะนี้พรรคยังไม่ได้เอางบดุลปี 54 โพสต์ไว้ในเว็บของพรรคฯ

อาจเป็นไปได้ว่าจอนคูโบต้ารีบร้อนจนลืมคิดไปและไปทำการตัดต่อผิดปี (ต้องลบปี 53 ไม่ใช่ ปี 54 เพราะเป็นปีที่มีปัญหาเรื่องเงินบริจาคตามที่เรืองไกรกล่าวหา) จนกลายมาเป็นเรื่องหน้าแตกอีกระลอก"

"ผู้เชี่ยวชาญส่งภาพนี้มาให้ชาวเน็ตได้พิจารณาการตัดต่ออันแสนจะไม่เนียนของ จอนคูโบต้า เพื่อใส่ร้ายพรรคประชาธิปัตย์ และทำให้พี่น้องเสื้อแดงบางคนหลงเชื่อ"

แผนภาพที่นายศิริโชคนำเสนอตอบโต้จอนคูฯ รวมถึงข่าวสด และไทยอีนิวส์ที่นำเสนอข้อมูลต่อเนื่อง

ด้านนายจอนคูโบต้า สมาชิกเว็บประชาทอล์คที่ออก มาตัั้งข้อสังเกตแต่ต้น เมื่อถูกกล่าวหาว่านำข้อมูลที่บิดเบือนมาเสนอ ก็ได้ทยอยนำข้อมูลมายืนยันในเรื่องดังกล่าวต่อ พร้อมชี้ว่า "จะมาบอกว่า กูไม่ได้ตัดต่อ ตกแต่งห่าอะไรให้เมื่อยคลิกเลย Teleport Pro มันดูดมาให้กูนั่งดูสบายๆ" 
แผนภาพที่นายจอนคูฯ นำเสนออธิบายเพิ่มเติมหลังนายศิริโชคออกมาตอบโต้ในประเด็นเรื่องงบดุล54ที่หายไปจากหน้าเว็บอย่างมีเงื่อนงำ
ภาพหน้าจอของ"รายงานการดำเนินกิจการของพรรคปี 2554"   
(หมายเหตุไทยอีนิวส์ - จากการทบทวนข้อมูลทั้งสองฝ่ายแล้วของเรา พบว่าน่าจะเป็นเพราะการอัพโหลดข้อมูล "งบการเงิน54" ที่ยังไม่ครบถ้วนของพรรคปชป.จริง และสองไม่มีการตัดต่อเชิงกราฟฟิคใดๆของจอนคูฯ ตามที่นายศิริโชคกล่าวหา แต่ทั้งหมดเป็นเรื่องทางโค๊ดคอมพิวเตอร์ในการแสดงผล)
อนึ่ง ยังไม่ปรากฏว่าในเว็บเฟซบุ๊คของนายศิริโชคได้มีการอธิบายถึงตำแหน่งของ เซิร์ฟเวอร์ว่าอยู่ที่พรรคประชาธิปัตย์ หรืออยู่ที่ดาต้าเซ็นเตอร์ของบริษัทที่โฮสต์ข้อมูลไว้ เนื่องจากหากข้อมูลอยู่บริษัทโฮสต์ติ้ง การตัดไฟของการไฟฟ้า ณ ที่ทำการพรรคปชป.จะไม่เกี่ยวข้องกับการออนไลน์ของเว็บไซต์
คุณแมวอ้วนๆจากไทยฟรีนิวส์แสดงข้อมูล
ข้อมูลสำทับที่ชี้ชัดเจนว่า server อยู่ที่ Asianet.co.th - ไม่ได้อยู่ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ภาพจาก  meow-meow)
+++++++++++++++++++++++++ 
อัพเดตเพิ่มเติม 27 พ.ค.

คุณ kihamoni ได้ชี้ว่ามีเครื่องมือออนไลน์ที่สามารถชี้ตำแหน่งของเครื่องแม่ข่ายได้ด้วย การพิมพ์เพียงชื่อโดเมนเนม (พิมพ์ที่ www.81solutions.com/server-locations.html ว่า www.democrat.co.th) โดยเครื่องมือดังกล่าวแจ้งว่าทำหน้าที่ "Server Location Lookup - Find a server or IP addresses physical location" หรือที่ตั้งเครื่องเซิร์ฟเวอร์ จากการใช้งานเว็บดังกล่าวตอบว่าที่ตั้งเครื่องที่สำนักงาน ณ ถนนกรุงเกษม ใกล้กับโรงพยาบาลหัวเฉียว


นอกจากคุณ kihamoni ได้ชี้ทางเข้าไปยังงบการเงินปี 54 โดยกล่าวว่า "เรื่องหน้าที่บอกว่าตัดต่อ ของจริงก็ยังอยู่นะครับ แต่มันปิดเมนูไว้เฉยๆ ไม่ให้คนเข้าไปเจอ  เว้นเสียแต่ว่า จะค้นหาจาก google ก็จะเจอหน้านี้ http://www.democrat.or.th/th/about/operations-report/report2554/"


ทัศนะคนไม่ใช่พันธมิตรฯ ต่อการชุมนุมของพันธมิตรฯวันนี้ (26 พ.ค.55)

ที่มา Thai E-News



นายสนธิ ลิ้มทองกุล 
ผู้เข้าร่วมชุมนุมฟังการปราศรัยในการเดี่่ยวไมโครโฟนของนายสนธิ ASTV


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
26 พฤษภาคม 2555

พันธมิตรฯ นำโดยนายสนธิ ลิ้มทองกุล ออกมาเช็คจำนวนมวลชนอีกครั้งวันนี้ หลังการชุมนุมรำลึก2ปีของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ราชประสงค์เมื่อวันเสาร์ที่แล้ว เราจะขอนำมุมมองบางส่วนของคนที่ไม่ใช่พันธมิตรฯ มานำเสนอ (ดูข่าวการชุมนุมจากเว็บผู้จัดการได้ที่ลิงก์)



รศ.ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล

ทนฟัง สนธิ ลิ้มทองกุล "เดี่ยวไมโครโฟน" ราว 2 ชม.มั้ง เพิ่งจบ อุตส่าห์โปรโมทเสียเยอะ แต่เนื้อหา ไม่มีอะไรน่าสนใจ ส่วนใหญ๋ก็เรื่อง ปตท. ยังแปลกใจนิดว่า สนธิ พูดโจมตีกรณี พรบ.ปรองดอง เรื่อง "ช่วยทักษิณ" น้อยมาก แต่อาจจะบอกว่า เรื่องนั้น ไว้รอวันที่ 30 พฤษภาฯ ที่พันธมิตรฯนัดชุมนุมที่ลานพระรูปฯ เพื่อประท้วง พรบ.ปรองดอง ก็ได้ แต่ก็ยังแปลกใจอยุ่ดี รวมๆแล้ว ผมมีความรู้สึก (impression) ว่า สนธิ ดูท่าจะ "เหนื่อย" นะ คือ คำพูดไม่มี "ไฟ" จริงๆเหมือนเมื่อก่อน คือบางตอนพูดแบบ "แรงๆ" ก็จริง แต่ความรู้สึกคือ มัน "กลวงๆ" จริงๆน่ะ คือดูแล้วให้ความรู้สึกว่าเป็น spent force

คือ เราทุกคนรู้ดีว่า ตอนนี้ในหมู่เสื้อแดงเอง มีปัญหาดีเบตอะไรต่อะไรกันเยอะใ​ช่ไหม แล้่ว พรบ.ปรองดอง ที่เพิ่งออกมา ก็จะนิรโทษ ยกเลิกคดี คตส. อะไรให้ทักษิณหมด (ที่ดินรัชดา ฯลฯ) ในปริบทแบบนี้ ถ้าเป็นสมัยก่อน เวทีพันธมิตรฯ โดยเฉพาะ สนธิ จะต้อง "ไฟแลบ" แน่ แต่วันนี้ แทบไม่ได้พูดแตะ 2 เรื่องนี้เลย (ความขัดแย้งในหมู่เสื้อแดง, พรบ.ปรองดอง ช่วยทักษิณ)

คุณเสรีชนประชาไท (เว็บประชาทอล์ค)

เหลืองเศร้า สนธิอำลาม็อบ บอกชุมนุม 30 พค สุดท้ายแล้ว เบื่อโดนหลอกใช้ ใครจะนำต่อก็เชิญ เมืองไทยรายสัปดาห์กลายเป็นละครดอกโศกไปฉิบ !!

ช็อคซีนีมา เมื่อนายสนธิ ลิ้มทองกุล ศาสดาผ้าอนามัยเปื้อนเลือด ประกาศตอนท้ายรายการชุมนุมหลังเวทีกร่อยคนฟังน้อย ว่าวันที่ 30 ชุมนุมแล้วตนขอลา ใครจะมานำพันธมิตรฯต่อไป หมอตุลย์ เจิมศักดิ์ อัญชลี เชิญเลย อยากให้พี่น้องลืมตน อุ๊ยตายพูดอย่างดาราเจ้าน้ำตา ?

เศร้าแท้ๆ ตอนแรกคึกคัก อ้างในหลวงตลอด สันติบาลน่าอัดเทปแล้วสั่งฟ้อง 112 อีกคน อ้างสู้แทนในหลวง ด่า ผบ.ทบ. ดีแต่พูด ด่าคณะราษฎร์คิดล้มเจ้า ชมเผด็จการสฤษฎิ์ ด่าการแปรรูป ปตท. ด่าอำมาตย์ และ ปชป.หลอกใช้ตน

สุดท้ายรายการจบเมื่อมันประกาศลาม็อบ พูดนัยๆ จะไม่เจอตนอีกหลังวันที่ 30 ไม่ว่าแพ้หรือชนะ จะชนะยังไงชุมนุมแล้วยื่นหนังสือให้ประธานสภา บ้านเมืองก็ฝากให้พันธมิตร ช่วยดูแล ตนสู้มาจนอายุ 65 แล้วสู้มาเจ็ดแปดปี ถูกหลอกใช้ขมขื่นเจ็บช้ำน้ำใจมามาก

อ้า เศร้า น้ำตาท่วมจอ แต่ก็แค่น้ำตาจระเข้ ผู้เขียนคิดว่าที่มันเลิกดื้อๆ เพราะเจอคดีไปเยอะ รวมทั้งศาลสั่งจำคุก 85 ปี มีแผนเผ่นไปจีนแน่ๆ แต่ไม่รอดหรอกเพราะมีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน

ชีวิตคนเลวสนับสนุนการฆ่าประชาชน ยุยงให้คนแตกแยก ที่สุดก็จบไปอีกราย นึกว่าจะสู้ จะออกมารวมพลสู้ ที่แท้รวมพลเพื่อเผ่นหนี หลังพบ ไม่มีใครเอาแล้ว พลังหนุนตกต่ำไม่ถึงพัน มีเท่านี้จริงๆ หลัง ปชป. ไม่ช่วยขนคนมาให้อีก สู้ไปก็แพ้ จอมอหังการผู้ยุยงให้สาวกเหลืองใช้ผ้าอนามัยเปื้อนเลือดเช็ดรอบสาวรีย์ร.5 เมื่อสี่ปีก่อน จบง่ายๆ แบบนี้เองหรือ ? !!!!

คุณทิศทางลม (เว็บพันทิป)

การข่าวของผมบอกว่า"การชุมนุมครั้งนี้ของ พธม. เป็นครั้งสุดท้ายของแป๊ะลิ้ม" เขาจะไปอยู่จีนแล้ว ทีแรกผม ฟังหูไว้หู แต่พอได้ยินแป๊ะลิ้มพูดว่า 30พค.55 นี่จะชุมนุมครั้งสุดท้าย แล้วจะลงจากแกนนำ ..

อีกเหตุผลของมันคือ มันจะเช็คมวลชนด้วยว่าเหลือกำลังเท่าไหร่  นั้นก็แปลว่า การข่าวผมใช้ได้..

แต่ผมมาคิดต่อว่า ที่มันต้องไปน่าจะเป็นเพราะว่า คดีของมันเองที่มีเกือบ100คดี มันเป็นไปไม่ได้ที่มันจะรอดทุกคดี คืออาจติดคุกไม่คดีใดคดีหนึ่ง

เพราะ หากมันรอดทุกคดี หรือ รอลงอาญาทุกคดี สถาบันที่จะซวยและหมดคนเชื่อถือทั้งในและนานาประเทศ นั่นก็คือ"ศาล"

ดังนั้น ต่อให้อำมาตย์สั่งให้ศาลช่วยยังไงคงไม่ไหว  เพราะเป็นไปไม่ได้ที่จะ รอลงอาญาทุกคดีที่ถูกตัดสินว่าผิด แค่ที่ผ่านมาก็น่าเกลียดเต็มทนแล้ว เอะอะก็รอดเพราะ รอลงอาญา

และผมบอกแล้วใครที่พูดว่าแป๊ะลิ้มไม่หนีน่ะ ระวังจะหน้าแหก  ..ผมดูแล้วว่า ใกล้แล้ว มันใกล้หมดหน้าตักแล้ว  ฮ้าาาาาาาาาา


พิเภกInter (เว็บประชาทอล์ค)


     แสนสงสารสนธิวันนี้หนอ
ระทดท้อเสียใจห้สะอื้น
กำเริบฤทธิ์สุราที่กลั้นกลืน
ลุกขึ้นยืนร่ำร้องว่าสุราลัย
บังคับข้าให้มาเกิดประเสริฐสิทธิ์
สู่สถิตใต้หล้าหลังคาไหว
ปราบศัตรูสู้สงครามไม่คร้ามใคร
สถิตย์ในบ้านอาทิตย์ใกล้ที
เหตุไฉนให้ทักษินเก่งฉกาจ
ล่อเป็นทาษเสียกลจนป่นปี้
ประกาศก้องร้องขึ้นได้เพียงสามที
โรคทวีเสียวซาบปราบฤทัย
กำเริบฤทธิ์พิษสุรามาบรรจบ
ล้มสลบนิ่งแน่หมอแก้ไข
พอรู้สึกนึกแค้นแน่นหัวใจ
โลหิตไหลอ้าปากรากกระจาย
สู้แข็งขืนยืนตรงดำรงจิต
ดวงชีวิตจะวินาศลงขาดหาย
อายุได้หกสิบสี่เศษวันตาย
ไม่เสียดายคนไม่ดีสนธิเอย...