WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, June 22, 2012

ตลึง สัมภเวสีโผล่ขอส่วนบุญวันเกิดนายกปู

ที่มา การ์ตูนมะนาว

 ดัดแปลงจากกระทู้คุณ p_wan ประชาทอล์ค

ส่องใบแดง-ใบเหลือง 'กวน มึน งง'

ที่มา Voice TV

 ส่องใบแดง-ใบเหลือง 'กวน มึน งง'



กลายเป็นประเด็นวิพากษ์ สำหรับมติ 3 ต่อ 2 จาก 4 กกต. ที่มอบใบแดงให้ 'เก่ง การุณ' ส่วนก่อนหน้านี้ ใบเหลือง ใบแดง ของกกต.ล้วนมีหลากแนว ชวนให้ 'กวน มึน งง'

กลายเป็นข้อถกเถียงกันสนุกปาก ว่า ตกลงการปราศรัยใส่ร้ายผู้สมัคร เป็นเรื่องโทษใบแดงหรือไม่อย่างไร

เป็นประเด็นสืบเนื่องจาก กรณี นายการุณ โหสกุล ส.ส.กรุงเทพ พรรคเพื่อไทย ที่ในช่วงหาเสียงเลือกตั้งในปีที่ผ่านมา ลงประกบคู่แข่งอย่าง นายแทนคุณ จิตรอิสระ หรือ อี้ ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเขตนี้ดุเดือด สนุกสนาน และรุนแรงเป็นอย่างมาก

กระทั่ง มีการยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ กกต. ว่า มีการกระทำความผิดกฎหมายเลือกตั้ง โดยกล่าวหา นายการุณ ปราศรัยใส่ร้าย นายแทนคุณ ซึ่งจากการไต่สวนมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง ที่ประชุม กกต. จำนวน 4 ท่าน จึงลงมติในครั้งที่ 2 ด้วยมติ 3 ต่อ 2 ควักใบแดงให้ "เก่ง การุณ" ด้วยข้อกังขา กับมติครั้งนี้ เนื่องจาก ประธานกกต.ขอใช้สิทธิชี้ขาด ตัดสินกรณีดังกล่าว ประชุมกัน 4 คน ขาด 1 คน เสียงจึงออกมาอย่างที่เป็นข่าว

ประกอบกับ คำสัมภาษณ์ของ นางสดศรี สัตยธรรม กกต. ในฐานะเสียงข้างน้อย ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า การปราศรัยโจมตีกันเป็นเรื่องปกติ ไม่ถึงต้องเป็นเรื่องของการให้ใบแดง

จากปมนี้ จึงทำให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาตอบโต้ทันทีว่า ข้อมูลกกต.น่าจะสับสน เพราะที่ผ่านมา กกต.ก็เคยให้ใบแดง ในกรณี นายธานินทร์ ใจสมุทร ในการเลือกตั้ง นายกฯอบจ.สตูล ซึ่งมีการร้องเรียนเรื่องการปราศรัยเช่นกัน

ซึ่งก่อนหน้านี้ ก็ยังมีคดีมีผู้ร้องเรียนในเรื่องการแจกเงินเพื่อโน้มน้าวการเลือกตั้ง แต่กกต.ก็ไม่ได้แจกใบแดง แต่กลับสั่งให้ดำเนินคดีอาญา เพราะเชื่อว่ามีหลักฐานในการทำผิด ซึ่งเป็นกรณีใบเหลืองของ นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา โดยการนั้น  นายสุทธิพล ทวีชัยการ อดีตเลขาฯกกต. ได้แถลงอีกว่า "ที่ ประชุมมีมติแจกใบเหลืองแก่นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ว่าที่ ส.ส.นครนายก เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์ ข้อหาให้เงินแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพื่อจูงใจ รวมถึงให้มีการดำเนินคดีอาญากับนายชาญชัย ด้วย พร้อมกับให้มีการเลือกตั้งใหม่ แต่ยังไม่กำหนดวันเลือกตั้ง"

ส่วนในประเด็น คำถามว่า การให้ดำเนินคดีอาญา แสดงว่ามีหลักฐานความผิดชัดเจน แต่ทำไมถึงโดนแค่ใบเหลือง นายสุทธิพล ตอบว่า "เป็น มติ กกต.เสียงข้างมากเห็นว่ามีการกระทำผิดจริง แต่การให้ใบแดงต้องใช้มติ 4 ใน 5 ซึ่งกรณีนี้เมื่อเสียงไม่ถึง 4 ใน 5 จึงกลายเป็นแค่ใบเหลือง อย่างไรก็ตาม เสียงข้างมากของ กกต.เห็นว่า ควรให้ดำเนินคดีอาญาด้วย จึงจำเป็นต้องแจ้งความดำเนินคดี แต่จะไม่ส่งผลกระทบต่อการขัดคุณสมบัติลงเลือกตั้งของผู้สมัคร เพราะคดียังไม่สิ้นสุด"

แต่ในที่สุด ผลการเลือกตั้งใหม่ นายชาญชัย พ่ายผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทย คือ นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร ส.ส.นครนายก

นอกจากนี้ ที่ผ่านมา นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ อดีตรมช.มหาดไทย จากพรรคภูมิใจไทย เคยโดนใบแดงถูกร้องว่าแจกของ ซึ่งกกต.ลงมติให้ใบแดง แต่เมื่อไปถึงศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง นายบุญจง ได้ "ใบขาว" รอดจากข้อหาดังกล่าวไปได้

เมื่อมีหลายรูปแบบ จึงมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า หลักการในการพิจารณาตัดสิน ใบแดง หรือ ใบเหลือง เป็นอย่างไร

ขณะเดียวกัน จากการสอบถามข้อมูลทางข้อกฎหมาย ไปยัง อดีตกกต.ท่านหนึ่ง (หนึ่งใน กกต.ชุดแรก) ได้คำตอบเพียงว่า "การ วินิจฉัยถือเป็นเอกสิทธิ์ของ กกต.แต่ละท่าน แต่จะว่าไปแล้ว การประชุมลงมติแต่ละครั้ง จะต้องถกกันให้ถึงที่สุด และต้องเอาหลักฐานมากางกันจะจะ ไล่กันให้สุด ถ้ายังไม่แน่ใจต้องหาหลักฐานมัดให้ได้ แต่ถ้าไม่ชัดก็ต้องจำยอมตามหลักฐาน โดยจะต้องว่ากันตามหลักฐานเท่านั้น ส่วนกรณีนี้ คงต้องรอดูคำวินิจฉัยของกกต.แต่ละท่าน และรอคำพิพากษาจากศาลฯน่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด"
22 มิถุนายน 2555 เวลา 16:51 น.

สมยศ พฤกษาเกษมสุข: สานต่อเจตนารมณ์การปฏิวัติประชาธิปไตย 24 มิถุนายน 2475

ที่มา ประชาไท

 

หมายเหตุ: ประชาไทได้รับบทความในโอกาสครบรอบ 80 ปีของเหตุการณ์ 24 มิถุนายน 2475 ของสมยศ พฤกษาเกษมสุข ผ่านมาจากคนใกล้ชิด โดยขณะนี้สมยศยังคงถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

วันที่ 24 มิถุนายน 2475 คณะราษฎรซึ่งประกอบไปด้วยข้าราชการ ทหาร และพลเรือน นำโดยนายปรีดี พนมยงค์ ทำการปฏิวัติประชาธิปไตย เปลี่ยนผ่านระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ทำให้สังคมไทยมีความเจริญก้าวหน้าในหลายด้านด้วยกัน อาทิ ในทางการเมือง-การปกครอง มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ และเป็นครั้งแรกที่ได้ประกาศให้ “อำนาจสูงสุดของประเทศนั้นเป็นของราษฎรทั้งหลาย” และยังดำเนินการให้ไทยเป็นเอกราชสมบูรณ์ด้วยการยกเลิกสนธิสัญญาเสียเปรียบ กับนานาชาติ รวมทั้งออกกฎหมายให้ทันสมัย  ในทางสังคม ได้ยกเลิกอภิสิทธิ์ตามฐานันดรของเจ้านายเชื้อพระวงศ์ และยกระดับการศึกษาทั้งในภาคบังคับ และการจัดตั้งมหาวิทยาลัย  ในทางเศรษฐกิจ มีการจัดตั้งรัฐวิสาหกิจ สร้างสาธารณูปโภค ปรับปรุงระบบภาษี ตลอดจนการพัฒนาอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก นับได้ว่าการปฏิวัติ 2475 ได้สร้างคุณูปการให้กับสังคมไทยเป็นอย่างมาก
การเปลี่ยนแปลงการปกครองในครั้งนั้น เนื่องจากคณะราษฎรมีฐานอำนาจอยู่กับข้าราชการขุนนางเป็นหลัก ยังไม่มีฐานอำนาจจากประชาชน จึงประนีประนอมกับกลุ่มขุนนางนิยมเจ้า ไม่ได้รื้อทิ้งโครงสร้างเดิมของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ให้หมดไป ในที่สุดฝ่ายทหารของกลุ่มนิยมเจ้าก่อการรัฐประหาร ทำลายล้างคณะราษฎรจนหมดอำนาจทางการเมือง ในขณะเดียวกันได้ฟื้นฟูอำนาจของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ขึ้นมาใหม่ จนกลายเป็นพลังการเมืองจารีตนิยมที่กลายเป็นอุปสรรคขัดขวางการพัฒนา ประชาธิปไตย และความเจริญก้าวหน้าของสังคมไทยจนถึงทุกวันนี้
อาจกล่าวได้ว่าการปฏิวัติประชาธิปไตยตลอดระยะเวลา 80 ปีที่ผ่านมายังไม่แล้วเสร็จ เจตนารมณ์คณะราษฎรถูกทำลายและถูกบิดเบือน ดังเช่นวันชาติไทย 24 มิถุนายน และการเฉลิมฉลองรัฐธรรมนูญ 10 ธันวาคม ถูกทำลายไป ตลอดจนรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง มักจะอ่อนแอและต้องสยบยอมกับอำนาจของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ซึ่งครอบงำอยู่เหนืออำนาจทางการทหาร และตุลาการในสังคมไทย
การรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ได้ทำลายประชาธิปไตยและนิติรัฐลงไปจนย่อยยับ นำความหายนะมาสู่สังคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอำนาจตุลาการได้ยอมรับการรัฐประหารและกลายเป็นเครื่องมือ การแทรกแซงทางการเมือง อันเป็นที่มาของปัญหาสองมาตรฐานในกระบวนการยุติธรรม จนสร้างความขัดแย้งแตกแยกในสังคมไทย
ประชาชนได้รวมตัวกันต่อต้านการรัฐประหาร และผลผลิตของการรัฐประหาร จนถูกเข่นฆ่าอย่างป่าเถื่อน รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ได้อาศัยสถาบันกษัตริย์เป็นเครื่องมือการละเมิดสิทธิ เสรีภาพของประชาชน ด้วยการใช้มาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญา ดำเนินคดีและจับกุมคุมขังนักโทษการเมืองจำนวนมาก
ในโอกาสครบรอบ 80 ปีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิถุนายน 2475 เพื่อเป็นการสานต่อเจตนารมณ์ของคณะราษฎร ในการสร้างสรรค์ประชาธิปไตยจึงขอเรียกร้องดังต่อไปนี้
1. สนับสนุน พรบ.ปรองดองที่เสนอโดยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และปลดปล่อยนักโทษการเมืองทุกคน ซึ่งถูกดำเนินคดีอันเนื่องมาจากความขัดแย้งทางการเมืองหลังการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ทั้งนี้ ยกเว้นความผิดที่มีต่อชีวิตและการก่อการร้าย
2. รัฐบาลต้องเปิดเผยความจริงทั้งหมดในเหตุการณ์สังหารโหดทางการเมืองระหว่าง เดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553 โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้อยู่เบื้องหลังและผู้สั่งการ เพื่อให้มีการดำเนินคดี และให้เกิดความเป็นธรรมต่อผู้เสียชีวิต
3. รัฐบาลต้องลงสัตยาบรรณรับรองศาลอาญาระหว่างประเทศ เพื่อป้องกันมิให้รัฐบาลใช้ความรุนแรงกระทำต่อประชาชนในอนาคต
4. รัฐบาลต้องประกาศให้วันที่ 24 มิถุนายนของทุกปี เป็นวันชาติไทย และจัดงานเฉลิมฉลอง เพื่อสร้างคุณค่าประชาธิปไตยให้เกิดขึ้น
5. รัฐบาลต้องแก้ไขมาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญา ตามข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์ เพื่อให้สถาบันกษัตริย์ดำรงอยู่ในระบอบประชาธิปไตย
6. รัฐบาลต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 ให้เป็นประชาธิปไตย ทำการปฏิรูปกองทัพให้มีทหารอาชีพรับใช้ประเทศชาติ และประชาชน ปฏิรูปตุลาการให้เชื่อมโยงกับประชาชน และเป็นหลักประกันในกระบวนการยุติธรรม ทำการแก้ไขเศรษฐกิจ ลดความเหลื่อมล้ำต่ำสูงในสังคม แก้ไขความยากจน จัดทำระบบภาษีก้าวหน้า สร้างรัฐสวัสดิการอย่างทั่วถึง
ประชาชนต้องสามัคคีกันเป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อสร้างสรรค์ประชาธิปไตยในสังคมไทย เป็นไปตามเจตนารมณ์ 24 มิถุนายน 2475 มีความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวในการต่อสู้ ไม่กลัวความยากลำบาก ในที่สุดชัยชนะย่อมเป็นของประชาชนอย่างแน่นอน

ศาลมุกดาหารให้ประกันคนเสื้อแดงคดีวางเพลิงเผาทรัพย์ 13 คน

ที่มา ประชาไท

 

ศาลมุกดาหารให้ประกันคนเสื้อแดงคดีวางเพลิงเผาศาลากลาง 13 คน กระทรวงยุติธรรมวางหลักทรัพย์ประกัน 26 ล้านบาท ส่วนผู้ต้องหาคดีความผิดมาตรา 112 รมว.ยุติธรรม เผยให้คณะกรรมการกระทรวงพิจารณาอยู่
 
22 มิ.ย. 55 - สำนักข่าวไทยรายงาน ว่าพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แถลงข่าวความคืบหน้าในการยื่นขอประกันตัวผู้ต้องขังกลุ่มเสื้อแดงในคดีการ เมือง ซึ่งกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ได้ร่วมกันดำเนินการ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีวางเพลิงเผาทรัพย์ และบุกรุกสถานที่ราชการ โดยได้ยื่นขอประกันตัวที่ศาลจังหวัดอุบลราชธานี 4 คน ศาลจังหวัดอุดรธานี 5 คน ศาลจังหวัดมหาสารคาม 9 คน และศาลจังหวัดมุกดาหาร 13 คน  แต่ได้รับอนุญาตจากศาลจังหวัดมุกดาหารให้ประกันตัว 13 ราย โดยในวันจันทร์ที่ 25  มิถุนายนนี้ กรมคุ้มครองสิทธิฯ จะใช้งบประมาณ 26 ล้านบาท จากกองทุนยุติธรรมเป็นหลักทรัพย์ต่อศาลจังหวัดมุกดาหาร เพื่อปล่อยตัวทั้ง 13 คน ในวันดังกล่าว 
 
พล.ต.อ.ประชา กล่าวอีกว่า ในส่วนหลักทรัพย์ค้ำประกันที่ค่อนข้างสูง ศาลวินิจฉัยให้ใช้เงินสด 2 ล้านบาทต่อคนในการยื่นประกัน เนื่องจากอัตราโทษในการกระทำผิดสูง โดยศาลพิพากษาให้จำคุก 20 ปี 8 เดือน อยู่ระหว่างอุทธรณ์คดี ส่วนผู้ต้องหาในคดีเดียวกันที่เหลือ อยู่ระหว่างรอคำวินิจฉัยจากศาล ซึ่งนอกจากศาลจังหวัดอุดรธานี มหาสารคาม และอุบลราชธานีแล้วยังมีผู้ต้องขังในเขตอำนาจศาลกรุงเทพฯ อีก 14 คน ที่กรมคุ้มครองสิทธิฯ จะดำเนินการต่อไป
 
ต่อข้อถามว่า หากผู้ต้องขังที่ได้รับการประกันตัวหลบหนีเช่นเดียวกับที่เคยปรากฏกับผู้ ต้องขังคดีความมั่นคงภาคใต้ เพราะหลักทรัพย์ประกันเป็นเงินงบประมาณ ไม่ใช่เงินของตนเอง ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า การขอประกันตัวเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน เมื่อคดียังไม่สิ้นสุดผู้ต้องหาทุกคนยังถือว่าบริสุทธิ์ สำหรับผู้ต้องหาที่กระทำผิดมาตรา 112 ตนได้ให้คณะกรรมการพิจารณา ในการจะยื่นประกันตัวหรือแยกคุมขังจากนักโทษทั่วไป โดยให้คุมขังที่เรือนจำนักโทษคดีการเมืองที่โรงเรียนพลตำรวจ บางเขนเก่า ขณะนี้ยังอยู่ในการพิจารณา เพราะข้อหาดังกล่าวต้องพิจารณาไต่ตรองอย่างรอบคอบ

54ปีสมศักดิ์ เจียมฯ:ครั้งนี้ผมเชื่อว่าฝ่ายเราจะชนะ

ที่มา Thai E-News




กว่า 54ปี ที่เสด็จพ่อท่านเหน็ดเหนื่อยตรากตรำทำงานหนักเพื่อผองประชา! เพื่อการปลดปล่อยเปลี่ยนแปลงมวลมนุษยชาติ (เครดิต:facebook Nithiwat Wannasiri )




ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล เขียนขอบคุณเพื่อนๆทางfacebookส่วนตัว ที่เข้ามาเขียนอวยพรคล้ายวันเกิดครบ 54 ปีกันคับคั่ง รวมทั้่งการตกแต่งภาพเพื่อยั่วล้อ เลียนแบบโปสเตอร์โฆษณาชวนเชื่อ"ประธานเหมา"ของจีน แบบภาพข้างบนด้วย (ดูภาพต้นฉบับ)

ดร.สมศักดิ์ เขียนเล่าเพิ่มเติมว่า แม่เพิ่งโทรมาคอนเฟิร์มว่า "วันเกิด" ผมปีนี้ ตรงกับ 24 มิถุนา ... เย้! อิอิ

สำหรับท่านที่ไมใช่ "ตึ่งนั่งเกี้ย" (ลูกจีน) นะครับ คนจีน เขานับวันเกิดแบบจันทรคติ ผมเองจำวันเกิดจึนตัวเองไม่ได้หรอก นับไม่เป็น แต่รู้ว่า เป็นวันถัดจากวันไหว้ "บ๊ะจ่าง" .. ไหว้ "บ๊ะจ่่าง" ปีนี้ วันเสาร์พรุ่งนี้ 23 มิถุนา ดังนั้น "วันเกิด" ผมปีนี้ ก็ อาทิตย์ 24 มิถุนา พอดี ..

 เฮ้ย "วันดี" เฟ้ย

พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์:ประชาชนเตรียมพร้อมรับศึกใหญ่!

ที่มา Thai E-News





โดย รศ.ดร.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์
จาก “โลกวันนี้วันสุข”
ฉบับวันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน 2555

การปิดสมัยประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2555 คือความพ่ายแพ้ของแกนนำพรรคเพื่อไทย เบื้องหน้าการข่มขู่ของพวกเผด็จการผ่านองค์กรตุลากร พรรคประชาธิปัตย์ และกลุ่มมวลชนนอกสภา 

การไม่สามารถระดมจำนวนคะแนนเสียงในรัฐสภาให้มากพอที่จะผลักดันญัตติไม่ยอมรับคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ เป็นความรับผิดชอบของแกนนำพรรคเพื่อไทยโดยตรง

การ “ชะลอ” วาระสามร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญออกไป แม้จะมีความพยายามแก้ตัวว่า เป็นการถอยเพื่อรุกบ้าง ลับ ลวง พรางบ้าง หลีกเลี่ยงความรุนแรงและการนองเลือดบ้าง แต่ความเป็นจริงก็คือ แกนนำพรรคเพื่อไทยได้ยอมจำนนกับการคุกคามของเผด็จการ โดยหวังว่า จะได้รับ “ความเมตตา” ให้เป็นรัฐบาลต่อไปเรื่อย ๆ
                
ข้อแก้ตัวที่ “แย่” ที่สุดคือ อ้างว่า เพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างเงื่อนไขรัฐประหาร และนี่เป็นข้ออ้างเพียงข้อเดียวที่ยกขึ้นมาครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อปิดปากผู้คนที่วิจารณ์ยุทธศาสตร์ “ปรองดอง” ของพรรคเพื่อไทย ทาสีให้ผู้วิจารณ์กลายเป็นพวก “ฮาร์ดคอร์” “แดงเทียม” หรือ “แดงเสี้ยม” ไปทุกครั้ง

ยุทธศาสตร์แต่เพียงประการเดียวของแกนนำพรรคเพื่อไทยคือ อยู่เป็นรัฐบาลให้นานที่สุดไม่ว่าจะต้องจ่ายด้วยอะไร แม้จะต้องแลกด้วยการยกเลิกการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งหมดก็ตาม ทั้งที่ประการหลังนี้ คือภารกิจสำคัญที่สุดของพรรคเพื่อไทยที่ประชาชนผู้รักประชาธิปไตยได้ฝากความหวังไว้
แกนนำพรรคเพื่อไทยย่อมรู้ดีว่า กระบวนการโค่นล้มรัฐบาลได้เริ่มขึ้นอีกแล้ว เหมือนที่ได้เผชิญมาแล้วสมัยรัฐบาลพรรคไทยรักไทยและรัฐบาลพรรคพลังประชาชน แต่พวกเขาก็ไม่ได้เรียนรู้จากบทเรียนสองครั้งแรก ยังคงหลอกตัวเอง ฝันหวานไปว่า การยอมถอยในทุกแนวรบและยอมสยบต่อการคุกคาม หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าในทุกกรณี เป็นหนทางเดียวที่จะต่อสู้รับมือและ “ยืดอายุ” รัฐบาลออกไปได้เรื่อย ๆ จนครบวาระสี่ปี เพื่อหวังไปชนะเลือกตั้งอีกรอบ

แกนนำพรรคเพื่อไทยบางคนอ้างว่า ถึงแม้จะผ่านวาระสามร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันนี้ไปได้ ก็จะต้องเผชิญกับ “ด่านแห่งความตาย” ในขั้นตอนต่อไปอยู่ดี ฉะนั้น ควรรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก่อน ตราบใดที่วาระสามร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญยังคงค้างอยู่ รัฐบาลก็ยังมีเวลาอีกหลายปี จะยกขึ้นมาพิจารณาเมื่อไรก็ได้

แกนนำพรรคเพื่อไทยทำเป็นนอนหลับไม่รู้ นอนคู้ไม่เห็นว่า ถึงพวกท่านจะหลีกเลี่ยง “ด่านแห่งความตาย” ด้วยการไม่ผ่านร่างรัฐธรรมนูญวาระสามในวันนี้ แต่ฝ่ายเผด็จการก็ยังมีด่านอื่น ๆ รอท่านอยู่ในทันที พวกท่านยังมองไม่เห็นอีกหรือว่า ในขณะนี้ ใบมีดบั่นคอของตุลาการได้ง้างขึ้นจนสุดในเบื้องหน้าแล้ว และรัฐบาลอาจจะอยู่รอดได้อีกเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากนี้!

ความ เป็นจริงก็คือ ไม่ว่ารัฐบาลพรรคเพื่อไทยจะประจบเอาใจและถอยให้กับฝ่ายเผด็จการสักเท่าใด ในที่สุด การโค่นล้มรัฐบาลในขั้นสุดท้ายก็จะมาถึงอย่างแน่นอน และจะมาถึงในเวลาอันรวดเร็วจนตั้งรับไม่ทันอีกด้วย ทั้งด้วยคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในเดือนกรกฎาคมนี้ และขององค์กรตามรัฐธรรมนูญอื่น ๆ ที่กำลังตามมาอย่างเป็นขบวน ทั้งที่มุ่ง “บั่นคอ” รัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ไปจนถึงบรรดาสส.ในสภา จบลงด้วยการแทรกแซงของฝ่ายทหาร ดังที่เกิดมาแล้วสองครั้ง การยอมจำนนไม่ต่อสู้ใด ๆ ไม่ใช่ “การยืดอายุรัฐบาลให้นานที่สุด” แต่เป็นการนั่งเฉย เหมือน “ไก่ในสุ่มรอถูกเชือด” ปล่อยให้กระบวนการทั้งหมดนี้อยู่ในมือของฝ่ายเผด็จการอย่างสิ้นเชิง ให้ฝ่ายนั้นเป็นผู้กำหนด “กดปุ่ม” แต่ฝ่ายเดียวว่า จะให้รัฐบาลพรรคเพื่อไทย “ล่มสลาย” ลงวันไหน

การยอมตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญและการปิดสมัยประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 19 มิถุนายนคือเครื่องหมายว่า กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ล้มเหลวลงแล้ว ฝ่ายเผด็จการได้แสดงออกอย่างชัดเจนว่า จะไม่ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย แล้วยังจะฉวยใช้โอกาสนี้ ขยายไปเป็นการโค่นล้มรัฐบาลพรรคเพื่อไทย เพื่อฟื้นอำนาจเผด็จการแบบเปิดเผยของพวกเขาขึ้นมาอีกครั้ง ความหวังของพรรคเพื่อไทยและประชาชนที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อเปลี่ยนแปลงดุลอำนาจทางการเมืองภายในกรอบรัฐธรรมนูญ 2550 และยุติวิกฤตการเมืองปัจจุบันอย่างสันติ ได้หมดสิ้นไปแล้ว สิ่งที่จ้องตาเราอยู่เบื้องหน้าคือ การปะทะครั้งใหญ่และอาจจะเป็นครั้งสุดท้ายระหว่างพลังเผด็จการกับพลังประชาธิปไตย!

การยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2550 และการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เป็นประชาธิปไตย จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อภายหลังชัยชนะขั้นเด็ดขาดและการเปลี่ยนมืออำนาจรัฐที่แท้จริงมายังฝ่ายประชาธิปไตยเท่านั้น

จาก ประสบการณ์ของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในทั่วโลก ชัยชนะขั้นเด็ดขาดดังว่าชี้ขาดด้วยการต่อสู้ของประชาชนนอกรัฐสภา การต่อสู้นี้จะสันติหรือหลั่งเลือดมากน้อยเพียงใด ไม่ได้ขึ้นอยู่กับฝ่ายประชาชน หากแต่ฝ่ายเผด็จการที่กุมอำนาจรัฐและกองทัพคือผู้กำหนด

นับแต่นี้ สนามการต่อสู้หลักจะไม่ใช่ภายในรัฐสภา แกนนำพรรคเพื่อไทยและรัฐบาลจะไม่ใช่กำลังหลักของฝ่ายประชาธิปไตยอีกต่อไป ประชาชนผู้รักประชาธิปไตยคือ ทัพหลวง ในการต่อกรกับฝ่ายเผด็จการในสนามรบนอกสภา

ผ่านการต่อสู้ยืดเยื้อมาหกปี เห็นได้ชัดว่า การเคลื่อนไหวของฝ่ายเผด็จการผ่านองค์กรตุลาการ พรรคประชาธิปัตย์ และมวลชนนอกสภาในครั้งนี้ มีลักษณะโดดเดี่ยว อ่อนพลัง และขาดความชอบธรรมมากยิ่งกว่าในอดีต 

พลังครอบงำทางความคิดและอุดมการณ์เสื่อมถอยอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ในขณะที่พลังฝ่ายประชาธิปไตยเข้มแข็งเติบใหญ่ ขยายตัวทั้งจำนวนคน อุดมการณ์และความรับรู้ประสบการณ์ การรวมกลุ่มองค์กร กิจกรรม และท่วงทำนองหลากหลาย แม้จะผ่านการบาดเจ็บล้มตายมาแล้ว แต่จิตใจกลับยิ่งเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ ไม่มีท้อถอย

สิ่ง ที่ฝ่ายประชาธิปไตยจะต้องเตรียมการในเบื้องหน้าคือ การสามัคคีรวมพลัง เร่งขยายเครือข่ายของมวลชนคนเสื้อแดงกลุ่มย่อยต่าง ๆ ทั่วประเทศ เชื่อมโยงเข้ากันให้ทั่วถึง รวมตัวเคลื่อนไหวแสดงพลังในเงื่อนไขและโอกาสที่เหมาะสม หนุนช่วยสส.พรรคเพื่อไทยปีกที่ร่วมต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย สนับสนุนแกนนำระดับชาติ พร้อมไปกับการตระเตรียมแกนนำหลักและแกนนำรองของตนเองในระดับท้องถิ่น จัดวางเครือข่ายสื่อสารหลักและเครือข่ายสื่อสารสำรองฉุกเฉินไว้หลาย ๆ ชั้น ตระเตรียมทรัพยากรต่าง ๆ ให้พร้อมสรรพ พร้อมรับการรุกครั้งใหม่ของพวกเผด็จการ

เผด็จการไทยก็เหมือนเผด็จการอื่นในโลก คือประเมินกำลังของตนเองสูงเกินไป และประเมินประชาชนต่ำเกินไป พวกเขาได้ทำความผิดพลาดเบื้องต้นแล้วด้วยการเคลื่อนไหวรุกไล่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยในเงื่อนไขปัจจุบันที่ยังเป็นคุณกับฝ่ายประชาธิปไตย พวกเขาจะทำความผิดพลาดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ 

และในที่สุด โอกาสที่ฝ่ายประชาธิปไตยจะตอบโต้และช่วงชิงให้ได้ชัยชนะในขั้นสุดท้าย ก็จะมาถึง

“จตุพร” โต้ศาล รธน.ไม่มีอำนาจยื่นถอนประกันในคดีก่อการร้าย

ที่มา สำนักข่าวไทย

 

“จตุพร” โต้ศาล รธน.ไม่มีอำนาจยื่นถอนประกันในคดีก่อการร้าย    

กรุงเทพฯ 22 มิ.ย. - ที่อิมพีเรียล ลาดพร้าว นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญยื่นเรื่องต่อศาลอาญาให้เพิกถอนการประกันตัวตน ในคดีก่อการร้าย ว่า ศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจที่จะยื่นเรื่องถอนการประกันตัวได้โดยตรง เพราะต้องผ่านอัยการสูงสุดให้เป็นผู้พิจารณา ศาลรัฐธรรมนูญทำหน้าที่ไม่เหมาะสม ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และตนจะฟ้องร้องศาลรัฐธรรมนูญต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจตุพรได้อ่านเนื้อหารายละเอียดการยื่นถอนประกันตัว ให้ผู้ที่มาฟังแถลงข่าวรับทราบด้วย

นอก จากนี้ นายจตุพร ยังกล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติให้ใบแดงนายการุณ โหสกุล ส.ส.กรุงเทพ พรรคเพื่อไทย ว่า เรื่องนี้นายการุณยังสามารถต่อสู้ในศาลฎกาแผนกคดีเลือกตั้ง ซึ่งเชื่อว่าจะชี้แจงได้ และเมื่อศาลรับเรื่องไว้พิจารณา นายการุณต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. - สำนักข่าวไทย

 
ที่มา : สำนักข่าวไทย  MCOT

Tablet เด็กป.1 ล็อตแรก ถึงไทยแล้ว

ที่มา Voice TV

Tablet เด็กป.1 ล็อตแรก ถึงไทยแล้ว


แท็บเล็ตสำหรับนักเรียนชั้น ป.1 กว่า 1 หมื่นเครื่อง จากจำนวน 4 แสนเครื่องตามสัญญาล็อตแรก ถูกจัดส่งทางเครื่องบินมาถึงประเทศไทยแล้ว เมื่อเช้าวันนี้เวลา 05.35น. 
 
เครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพา หรือแท็บเล็ต ตามโครงการ One Tablet PC per Child จำนวน 1 หมื่นเครื่อง ถึงประเทศไทยแล้ว เมื่อช่วงเช้าเวลา 05.35น. โดยสายการบิน FedEx เที่ยวบินที่ FX 5779 จากเมืองเสิ่นเจิ้น ประเทศจีน รวมน้ำหนักว่า 8,042 กิโลกรัม 
 
แท็บเล็ตจำนวนนี้ เป็นล็อตแรกในจำนวนกว่า 4แสนเครื่อง ซึ่งรัฐบาลไทย โดยคณะกรรมการนโยบายแท็บเล็ตฯ ทำสัญญาซื้อขายกับบริษัท เสิ่นเจิ้น สโคป ไซแอนทิฟิก ดีเวลลอปเมนต์ ประเทศจีน 
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามกำหนดการเดิมกระทรวงไอซีทีแจ้งว่า จะเปิดโอกาสให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปบันทึกภาพ การเคลื่อนย้ายแท็บเล็ต ในเวลาประมาณ 09.00น. แต่ประชาสัมพันธ์กระทรวงไอซีทีแจ้งว่า กระทรวงศึกษาธิการ ยกเลิกหมายกำหนดการวันนี้กระทันหัน ทำให้การเดินพิธีการศุลกากรล่าช้าออกไปหลายชั่วโมง แต่ยืนยันว่าสื่อมวลชนจะได้บันทึกภาพก่อนเวลา 12.00น. แน่นอน
 
นาวาอากาศเอกสุรพล นะวะมวัฒน์(นะ-วะ-มะ-วัด) ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการตรวจรับแท็บเล็ต กล่าวว่า ตามขั้นตอนการตรวจรับ และตรวจสเปกของกระทรวงไอซีที จะทำการตรวจสอบทุก 4วัน หรือตรวจทุกครั้ง ที่มีการจัดส่งแท็บเล็ตครบ 5 หมื่นเครื่อง โดยใช้การตรวจรับเครื่อง ด้วยวิธีสุ่มทดสอบตามมาตรฐาน คือแท็บเล็ต 1 แสนเครื่อง สุ่มตรวจ 112 เครื่อง โดยคาดว่าจะตรวจรับ และตรวจสเปกเสร็จสัปดาห์หน้า ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการ สามารถแจกให้เด็ก ป.1 ได้ทันในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมนี้ 
 
สำหรับแผนการจัดส่งแท็บเล็ต ของ บริษัทสโคปฯ ที่แจ้งมายังกระทรวงไอซีที จะเริ่มจัดส่งล็อตแรกวันที่ 22 มิถุนายน 2555 จำนวน 1 หมื่นเครื่อง จากนั้นจะทยอยจัดส่ง ในช่วงตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน ถึงวันที่ 18 สิงหาคม 2555 ครั้งละประมาณ 1 หมื่น - 2 หมื่นเครื่อง จนครบตามสัญญา 4 แสนเครื่อง 
 
ขณะที่การแจกแท็บเล็ต กระทรวงศึกษาธิการ จะใช้วิธีเรียงตามอักษรของชื่อจังหวัด โดยนักเรียนชั้น ป.1 ในจังหวัดกระบี่ จะได้รับแท็บเล็ตเป็นจังหวัดแรก

22 มิถุนายน 2555 เวลา 09:38 น.

โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง !! คณะราษฎรที่2 เดินหน้าต้านอำนาจนอกระบบ

ที่มา Voice TV



รายการ Divas Cafe ประจำวันที่ 21 มิถุนายน 2555 


โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง !! คณะราษฎรที่ 2 พร้อมเดินหน้าออกแถลงการณ์ และจัดกิจกรรมรำลึก 80 ปีเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิถุนายน 2475  ต่อต้านอำนาจนอกระบบ  และอำนาจทหารต่อการเมืองไทย  
 
อัพเดตไอทีรอบสัปดาห์กับดีว่าส์ซู่ชิง  ทั้งแก็ดเจ็ดใหม่อย่าง Surface จาก Microsoft , แท็ปเล็ตตัวใหม่จากพานาโซนิค และ Google เปิดตัวแผนที่วัฒนธรรมของชนเผ่าในอเมซอน
 
Isabella Blow (อิซาเบลล่า โบลว์) หญิงผู้ใช้ชีวิตใต้เงาหมวกสารพัดรูปแบบ แม้ว่าเธอจะไม่ได้อยู่ในโลกใบนี้ยืนยาวนัก แต่ก็คุ้มค่าทุกวินาทีที่ได้เกิดมา  เพื่อตกหลุมรักแฟชั่น และให้แฟชั่นตกหลุมรักเธอ

21 มิถุนายน 2555 เวลา 16:03 น.

เอาวันชาติของเรากลับมา

ที่มา Voice TV



รายการ Wake up Thailand  ประจำวันศุกร์ที่ 22 มิ.ย. 55

 
นำเสนอประเด็น

- 80 ปี ประชาธิปไตย 2475
- 80 ปี ปฏิวัติประชาธิปไตย พ.ศ.2475
- นายกฯ ตักบาตรพระสงฆ์ 9 รูปเนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 45 ปีน้องไปป์อวยพรนายกฯ                
- บุคคลคณะต่าง ๆ เข้าพบนายกฯ ยิ่งลักษณ์เพื่ออวยพรวันคล้ายวันเกิด ณ ทำเนียบรัฐบาล
- อภิสิทธิ์ อวยพรวันเกิดนายกฯ ให้ทำสิ่งดี ๆ เพื่อประชาชน 
- "จาตุรนต์" ชี้หากศาล รธน.วินิจฉัยว่าการแก้ รธน.ขัด ม.68 เกิดสูญญากาศทางการเมืองแน่                    
- งานสัมมนา "จาก 100 ปี ร.ศ.130 ถึง 80 ปี ประชาธิปไตย" 
- ประธานาธิปดีปารากวัยถูกยื่นถอดถอนออกจากตำแหน่ง
- ซูจีกล่าวสุนทรพจน์ในสภาอังกฤษ
 
22 มิถุนายน 2555 เวลา 08:05 น.