WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, June 28, 2012

ชำนาญ จันทร์เรือง: จริยธรรมประธานศาลรัฐธรรมนูญ

ที่มา Thai E-News

 โดย ชำนาญ จันทร์เรือง
28 มิถุนายน 2555


นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (ภาพจากแฟ้มเมเนเจอร์ออนไลน์)
ไม่น่าเชื่อข่าวที่รายงานใน Manager Online ว่าเป็นคำพูดของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เพราะรายงานข่าวได้บอกว่าเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.ศาลรัฐธรรมนูญได้มีการจัดการสัมมนาบทบาทของสื่อมวลชน ในการพัฒนาระบบนิติรัฐและนิติธรรมตามรัฐธรรมนูญ ระหว่างวันที่ 22-23 มิ.ย. ที่โรงแรม แกรนด์แปซิฟิก ซอฟเฟอริน รีสอร์ท แอนด์ สปา ชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เพื่อให้สื่อมวลชนมีความรู้ความเข้าใจในบทบาทหน้าที่การนำเสนอข่าวสารให้ สาธารณชนรับทราบในผลการดำเนินงานศาลรัฐธรรมนูญ(???)
     
ซึ่งนายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้เปิดเผยในงานสัมมนาว่า การจัดงานพบสื่อไม่ใช่เป็นการจัดเพื่อหาเสียงให้สื่อหันมาสนับสนุน เพราะสื่อถล่มศาลรัฐธรรมนูญอยู่ทุกวัน แต่มีเป้าหมายเป็นการสร้างความเข้าใจบทบาทหน้าที่ซึ่งกันและกัน การที่ว่าสื่อต้องทำความเข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ชัดเจน เรื่องนี้ยาก เพราะสื่อบางครั้งก็ยังไม่เข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้น ตลอดระยะเวลา 44 ปีที่ตนเองทำงานด้านกฎหมายมา จะว่าเป็นคนมืออ่อนหรืออย่างไรก็ว่ากันไป แต่ตลกที่มีคนที่ไม่ได้จบกฎหมายออกมาวิจารณ์ด่าศาลรัฐธรรมนูญทางโทรทัศน์ มันก็เป็นเรื่องแปลก ดังนั้น สื่อไม่ได้ทำตัวนำเสนอความคิดเห็นในหลายด้าน
     
 “ขอนำคดีที่อยู่ในความสนใจขณะนี้ เรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญรับพิจารณาคำ ฟ้องกรณี รัฐบาล รัฐสภา กำลังยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นการล้มล้างระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มาตรา 68 เราก็ไปดูการพิจารณาของสภาวาระที่ 3 ก็เห็นว่าเป็นไปได้เหมือนกัน เพราะรัฐสภาชุดนี้พิจารณากฎหมายแบบขายขาด แล้วโยนภาระให้ ส.ส.ร. ก็ต้องเสียเงินเลือกตั้ง ส.ส.ร.มาให้ร่างรัฐธรรมนูญ โดยมีกรอบว่าไม่แตะต้อง หมวด 1 (บททั่วไป) และหมวด 2 (พระมหากษัตริย์) ต้องไม่แตะนะ ถ้าเขาร่างมาแล้วแตะล่ะ ใครจะทำไม อ๋อไม่เป็นไรมีประธานสภาเป็นผู้วินิจฉัย แต่ถ้าประธานสภาเห็นว่าให้ลงมติเลย เวลานั้นศาลรัฐธรรมนูญจะทำอะไรได้อีก เพราะเมื่อมีผลเป็นการลงประชามติไปแล้ว ผมขอย้ำเลยว่าถ้าเชื่อถือในบุคคล ก็ไม่ต้องมีกฎหมาย” นายวสันต์ กล่าว

นายวสันต์ กล่าวว่า เมื่อมีข้อกล่าวหาว่าล้มล้างระบอบรัฐธรรมนูญ เวลานี้ตนเองยังไม่เห็นว่าจะมีใครออกมาปฏิเสธสักคำ มันจึงเป็นเรื่องตลกเมื่อ โจทย์ยื่นฟ้องจำเลย แทนที่จำเลยจะชี้แจงข้อกล่าวหา กลับมาเล่นงานศาลรัฐธรรมนูญ ถือว่าแปลกมาก

(ที่มา http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9550000076949)

จากข่าวที่ปรากฏข้างต้นสามารถวินิจฉัยได้ 2 ประเด็น

ประเด็นแรก คือ คนไม่ได้จบกฎหมายวิจารณ์ศาลรัฐธรรมนูญได้หรือไม่

คำวินิจฉัย คือ ทำไมจะวิจารณ์ไม่ได้เพราะศาลรัฐธรรมนูญเป็นหนึ่งในองค์กรที่ใช้อำนาจอธิปไตย ซึ่งเป็นของประชาชน และแม้แต่ศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองเองก็มีตุลาการที่ไม่ได้จบกฎหมายเช่น กัน เช่น ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จำนวน 2คน ที่มาจากผู้ทรงคุณวุฒิสาขารัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ หรือสังคมศาสตร์อื่น ตามมาตรา 204(4) และมาตรา 206 ของรัฐธรรมนูญฯ ปี 50 นี่เอง

ประเด็นที่สอง คือ การให้ความเห็นว่าเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญรับพิจารณาคำฟ้องกรณี รัฐบาล รัฐสภา กำลังยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นการล้มล้างระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มาตรา 68 เราก็ไปดูการพิจารณาของสภาวาระที่ 3 ก็เห็นว่าเป็นไปได้เหมือนกันนั้นขัดต่อประกาศศาลรัฐธรรมนูญ เรื่อง จริยธรรมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ลงวันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ.2548 หรือไม่ ซึ่งเราต้องมาดูกันว่าประกาศดังกล่าวกำหนดไว้ว่าอย่างไร

ศาลรัฐธรรมนูญได้กำหนดจริยธรรมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไว้ ดังต่อไปนี้

“ข้อ 1 ปฏิบัติหน้าที่ในพระปรมาภิไธยด้วยความซื่อสัตย์สุจริตโดยปราศจากอคติทั้งปวงเพื่อให้เกิดความยุติธรรมแก่ประชาชนและความสงบสุขแห่งราชอาณาจักร
ข้อ 2 รักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและกฎหมายทุกประการ
ข้อ 3 ยึดมั่นความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญโดยไม่หวั่นไหวต่อกระแสหรือการกดดันใด ๆ
ข้อ 4 รักษาความลับในการประชุมปรึกษาอย่างเคร่งครัด
ข้อ 5 เคารพในมติและเหตุผลในการวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมาก
ข้อ 6 ระมัดระวังในการให้คำปรึกษาแก่บุคคลภายนอกในเรื่องที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ
ข้อ 7 ระมัดระวังในการแสดงความคิดเห็นต่อสื่อมวลชนหรือสาธารณชนในเรื่องที่เกี่ยวกับประเด็นปัญหาที่เสนอหรืออาจจะเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย”

คำวินิจฉัย การที่ให้ความเห็นเช่นนี้น่าจะเข้าข่ายตามข้อ 7 ในการที่ต้องระมัดระวังในการแสดงความคิดเห็นต่อสื่อมวลชนหรือสาธารณชนใน เรื่องที่เกี่ยวกับประเด็นปัญหาที่เสนอหรืออาจจะเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาวินิจฉัยแล้ว มิหนำซ้ำความเห็นที่แถลงต่อสื่อมวลชนในคราวนี้น่าจะก้าวล่วงเข้าไปในเนื้อหา แห่งคดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประโยคที่ว่า “เป็นไปได้เหมือนกัน” นั่นเอง

แล้วจะทำอย่างไร


คงไม่ต้องทำอะไรสำหรับประเด็นที่หนึ่ง แต่สำหรับประเด็นที่สองนั้นเมื่อเห็นว่าน่าจะเข้าข่ายขัดต่อประกาศศาลรัฐ ธรรมนูญว่าด้วยจริยธรรมแล้ว ย่อมเข้าข่ายตามมาตรา 270 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ที่บัญญัติว่า

 “ผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลปกครองสูงสุด หรืออัยการสูงสุด ผู้ใดมีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ ส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ ส่อว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ส่อว่ากระทำผิดต่อหน้าที่ในการยุติธรรม ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง วุฒิสภามีอำนาจถอดถอนผู้นั้นออกจากตำแหน่งได้”

ฉะนั้น จึงเป็นหน้าที่ของผู้มีสิทธิตามมาตรา 271 ซึ่งก็คือ ส.ส.จำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ หรือ ส.ว.จำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ของจำนวนสมาชิกที่มีอยู่ของวุฒิสภา หรือประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่าสองหมื่นคนเข้าชื่อต่อ ประธานวุฒิสภาเพื่อพิจารณาว่าจะเข้าข่ายต้องถูกถอดถอนหรือไม่ อย่างไร ต่อไป

เมื่อพิจารณาตัดสินคนอื่นให้พ้นจากตำแหน่งได้ ก็ย่อมถูกพิจารณาถอดถอนออกจากตำแหน่งได้เช่นกันครับ ว่าแต่ว่าผู้มีสิทธิเข้าชื่อนั้นจะทำหรือเปล่าเท่านั้นเอง เพราะลำพังเพียงการถามหาจริยธรรมเพื่อแสดงความรับผิดชอบคงใช้ไม่ได้ผลในกรณี นี้เป็นแน่

ช็อตเด็ดวันนี้:ลูกคอมฯเก่ากับอำมาตย์ใหม่

ที่มา Thai E-News



หงา คาราวาน บรรเลงสดเพลงคิดถึงบ้านให้พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ รับชม ระหว่างทั้งสองไปเยี่ยมเนิน 708 ภูพยัคฆ์ จังหวัดน่านที่สหายคำตัน หรือพันโทโพยม จุลานนท์ บิดาพลเอกสุรยุทธ์เคยใช้เป็นฐานที่มั่นของพรรคคอมมิวนิวส์แห่งประเทศ ไทย(พคท.) สู้รบกับฝ่ายรัฐบาลในอดีต และหงาเคยมาพำนักที่นี่ระหว่างเข้าร่วมการต่อสู้กับพคท.หลังเหตุกา่รณ์ 6 ตุลาคม 2519
ต่อมาพลเอกสุรยุทธ์ได้เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นองคมนตรี ส่วนหงากลายเป็นศิลปินเพื่อชีวิตชื่อดัง ทั้งสองพบกันในภาพนี้เมื่อวันที่ 10 หรือ 11 ธันวาคม 2553 ณ บริเวณลานหลังกระท่อมของลุงคำตัน เป็นการพบกันของอดีตลูกคอมฯที่กลายเป็นอำมาตย์ และอดีตคอมฯที่กลายเป็นอำมาตย์ใหม่ กลายเป็นศิลปินแห่งชาติภายใต้อำมาตย์อุปถัมภ์
นี่ก็เป็นการเมืองแบบไทยๆ และความย้อนแย้งที่หากจะหาพบได้ที่ไหนในโลก

ดูภาพชุดทั้งหมดที่เว็บบอร์ด http://sapanpleang.com

“Red USA” ขอเชิญมาร่วมสนุกโดยการส่งคำขวัญ “ทุรวลี “ แบบปลุกจิตเข้าประกวด มีรางรางวัลให้

ที่มา Thai E-News



“Red USA” ขอเชิญมาร่วมสนุกโดยการส่งคำขวัญ “ทุรวลี “ แบบปลุกจิตเข้าประกวด มีรางรางวัลให้.....
เนื่องจากระยะ นี้พวกเราที่รักประชาธิปไตยทั้งในเมืองไทยทั่วโลกต่างก็มีความเครียดกับการ เมืองที่ไม่นิ่งเลยจากการก่อกวนของอำมาตย์และสุนัขรับใช้ ทาง Red USA จึงอยากจะจัดประกวดคำขวัญหรือทุรวลี เพื่อคลายเครียดเรียกขวัญและกำลังใจคืนมาในหมู่นักท่องเน็ตและโซเชี่ยลมี เดียทั้งหลายที่ได้ต่อสู้อำมาตย์ร่วมกัน
คำขวัญหรือ ทุรวลี ที่ส่งเข้าประกวด อาจอยู่ในบริบทของการเมือง การบ้าน หรือเฉียดฉิวการมุ้งบ้างก็ได้ เพื่อความหลากหลาย ช่วยระบายความอัดอั้น ให้บางเบา จากความอยุติธรรมที่อำมาตย์มันเอามากดขี่พวกเรา
ตัวอย่างคำขวัญหรือทุรวลีเช่น :
... ชวนยังหลีกภัย มึงเป็นใครไม่หลีกกู
... ตีหน้าเศร้า เล่าความเท็จ xxxเมียเพื่อน
... ผมเชื่อมั่นในระบบรัฐสภา ถ้าพรรคผมได้เปรียบ
... นมเมียไว้ให้ผัว นมวัวไว้ให้ลูก
... หน้าประถม นมมหาวิทยาลัย
… ไม่รักพ่อให้ไปอยู่ประเทศอื่น
… พ่อกูอยู่ประเทศไทย พ่อมึงอยู่ประเทศไหน ใช่อเมริกาหรือเปล่า
...วังไม่มีนอน อาัศัยนอนกับเจ้าของวัง
...เบนซ์ไม่ีมีขี่ เอาแต่ขี่เจ้าของเบนซ์
และ ฯลฯ เป็นต้น
สำหรับรางวัลจะมีอยู่ 2 ประเภทคือ:
1.รางวัลบริจาคเพื่อการกุศลตามเจตนาของผู้ที่ได้รับรางวัล :
รางวัลที่ 1 เป็นจำนวนเงิน สามพันบาท
รางวัลที่ 2 เป็นจำนวนเงิน สองพันบาท
รางวัลที่ 3 เป็นจำนวนเงิน หนึ่งพันบาท
2.รางวัลพิเศษ : คือ อยู่ฟรี เที่ยวฟรี กินฟรีหนึ่งอาทิตย์ในแอลเอ มีข้อแม้ว่าต้องมีค่าตัวและขอวีซ่ามาเอง รายจ่ายในการอยู่ฟรี กินฟรี เที่ยวฟรีหรืออะไรนนอกเหนือจากนั้น(ยกเว้นการ Shopping…55555) Red USA จะจัดให้(ป.ล. หากคนในแอลเอหรือในสหรัฐฯได้รับรางวัลนี้ก็สบายไป...55555)
กฎและกติกา:
1. นักท่องเนตและมวลชนในโซเชียลมีเดียสามารถส่งคำขวัญเข้าประกวดได้โดยการเข้ามาโพสต์ “คำขวัญ “ ของท่านในกระทู้  “Red USA” ขอเชิญมาร่วมสนุกโดยการส่งคำขวัญ “ทุรวลี “ แบบปลุกจิตเข้าประกวด มีรางรางวัลให้.....
(หาก ยังไม่ได้เป็นสมาชิกประชาทอลค์ คงต้องสมัครก่อนถึงจะโพสต์ได้) 1 ล็อกอินให้ส่งได้ไม่เกิน 3 คำขวัญ โดยเริ่มตั้งแต่ นาทีที่โพสต์กระทู้นี้เป็นต้นไปและจะหมดเวลาโพสต์ส่งเข้าประกวดในวันที่ 4 ก.ค. 2555 (เวลา 24.00น. เวลาในประเทศไทย) หลังจากนั้นก็จะมีการให้โหวตต่อจากสมาชิกเองว่าคำขวัญไหนเป็นที่ชื่นชอบและ ถูกใจมากที่สุดและจะปิดการโหวตเมื่อ 24.00น.ของวันที่ 9 ก.ค. 2555 หลังจากนั้นก็จะมีการนับคะแนนประกาศผลและให้รางวัลแก่ “คำขวัญ” ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ตามที่ได้กล่าวไว้
***หมายเหตุ: การโหวตตามข้อที่ 1 สิทธิในการโหวต 1 ล๊อกอิน 1 เสียง
การโหวตให้รางวัลพิเศษข้อ 2 ให้โหวตว่า “ล็อกอิน” ใดสมควรจะได้รับ
หารโหวตทั้งสองข้อนี้ให้โหวตใน Comment และในเวลาเดียวกัน
2. สำหรับเงินรางวัลนั้นให้ผู้ได้รับเลือกอันดับ 1-3 ตกลงกันเองว่าจะบริจาคเงินจำนวนนั้นให้กับใคร องค์การไหนแล้วแจ้งให้ทางเราทราบRed USA ก็จะส่งเงินจำนวนนั้นไปบริจาคที่สถานที่ดังกล่าวพร้อมกับอธิบายถึงที่มาของ เงินจำนวนนี้ หลังจากที่ได้บริจาคแล้ว Red USA ก็จะนำหลักฐานการบริจาคมาเปิดเผยให้ทราบต่อไป
อยากบริจาคการกุศลโดยการชนะประกวดคำขวัญหรือมีคนรับรองให้อยู่ฟรี กินฟรี เที่ยวฟรี ในแอลเอเป็นเวลา 1 อาทิตย์
เชิญครับ....

Wednesday, June 27, 2012

อดีต ส.ส.ร.40 ย้ำศาล รธน.ใช้อำนาจก้าวล่วงนิติบัญญัติ

ที่มา Voice TV



ส.ส.ร.ปี 2540 ออกแถลงการณ์แสดงจุดยืน โดยเห็นว่าศาลรัฐธรรมนูญใช้อำนาจก้าวล่วงฝ่ายนิติบัญญัติในการสั่งชะลอแก้ไข รัฐธรรมนูญวาระ 3 ด้านอัยการสูงสุดย้ำหากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 จะต้องเป็นมาตราแรก ๆ ที่ต้องแก้ไข เหตุเพราะถูกตีความกว้างมากเกินไป จนกลายเป็นปัญหา


สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2540 เกือบ 20 คน นำโดยนายคณิน บุญสุวรรณ พลตำรวจเอก สวัสดิ์ อมรวิวัฒน์ และ นายบุญเลิศ คชายุทธเดช นัดประชุมหารือถึงการใช้อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญในการรับวินิจฉัยคำร้องแก้รัฐ ธรรมนูญตามมาตรา 68 โดยเห็นว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่สามารถรับคำร้องจากบุคคลโดยตรงได้ เนื่องจากตามมาตรา 68 ของรัฐธรรมนูญ บัญญัติให้อัยการสูงสุดเป็นผู้ยื่นคำร้องฝ่ายเดียวเท่านั้น


และตาม มาตรา 63 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 ซึ่งเป็นต้นแบบของมาตรา 68 ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ก็บัญญัติให้อัยการสูงสุดเป็นผู้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญจึงไม่สามารถตีความขยายอำนาจแล้วรับคำร้องจากบุคคลโดยตรง และสั่งชะลอการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ การดำเนินการของศาลรัฐธรรมนูญจึงเป็นการใช้อำนาจก้าวล่วงฝ่ายนิติบัญญัติ อย่างชัดเจน


ด้านศาสตราจารย์พิเศษจุลสิงห์ วสันตสิงห์ อัยการสูงสุด กล่าวระหว่างการสัมมนารับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนในการ พัฒนากฎหมาย ถึงปัญหาของมาตรา 68 ที่ให้สิทธิ์แก่ผู้ที่ทราบถึงการกระทำอันเป็นการเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ยื่นเรื่องต่ออัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริงและยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐ ธรรมนูญว่า กฎหมายมาตรานี้ถูกตีความกว้างเกินไป หากมีแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 จะต้องเป็นมาตราแรกที่ต้องได้รับการแก้ไข โดยต้องระบุให้ชัดเจนว่าใครเป็นผู้รับเรื่อง และการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่กฎหมายรัฐธรรมนูญมอบอำนาจให้รัฐสภานั้นเข้าข่าย เป็นการล้มล้างการปกครองหรือไม่


นายจุลสิงห์ ยังกล่าวถึงการที่อัยการสูงสุดไม่ส่งคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญกรณีที่มี ผู้ร้องยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิฉัยการแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐสภาใน ขณะนี้อาจเข้าข่ายเป็นการล้มล้างระบอบการปกครอง ตามมาตรา 68ว่า มาตรานี้กำหนดชัดเจน ต้องเป็นการกระทำเกี่ยวกับสิทธิและเสรีภาพที่เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยรัฐสภานั้นเป็นอำนาจตามรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้อยู่ แล้ว จึงไม่เข้าข่ายตามมาตรา 68 จึงไม่ยื่นเรื่องสั่งฟ้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ

"ณัฐวุฒิ"เตรียมคลิปแฉตุลาการฯให้รับร่างแก้รธน. แนะศาลรธน.ทบทวนท่าที

ที่มา ข่าวเพื่อไทย




          นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ให้ สัมภาษณ์ กรณีศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยคำร้องเรื่องร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญขัดต่อรัฐ ธรรมนูญ มาตรา 68 หรือไม่ ว่า ขอให้ประชาชนจับตามองและจดจำทุกคำพูดและทุกท่าทีของศาลรัฐธรรมนูญ และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพราะคำวินิจฉัยที่จะออกมานั้นจะอธิบายภาพใหญ่ทางการเมืองของประเทศได้อย่าง ดี เรื่องนี้เราไม่วิตกกังวลเพราะทำถูกต้องทุกอย่างถ้าใครจะแก้รัฐธรรมนูญก็ ต้องแก้ที่รัฐสภา 
            ศาล รัฐธรรมนูญยังมีเวลาที่จะใช้สติทบทวนท่าที และทำให้เรื่องทุกอย่างให้เป็นไปภายใต้บทบัญญัติแห่งกฎหมาย ถ้าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหยิบยื่นความอยุติธรรมให้กับสังคม วิกฤติที่มีอยู่จะถูกซ้ำเติมเข้าไปอีก ในส่วนของคนเสื้อแดงจะพยายามอดทนอดกลั้นอย่างถึงที่สุด และใช้สติปัญญาในการต่อสู้ ขอเรียกร้องให้ประชาชนแสดงการไม่ยอมรับต่อการใช้อำนาจนอกรัฐธรรมนูญของศาล รัฐธรรมนูญในครั้งนี้ เราแสดงออกได้โดยสันติ การวิพากษ์วิจารณ์แลกเปลี่ยนความคิดประชาชนทำได้ การที่รัฐสภาของประชาชนดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย แล้วศาลรัฐธรรมนูญก็ยื่นมือออกมานอกกรอบกติกา กระทำการเช่นนี้มันกระทบกับภาพใหญ่ จึงอยากให้ศาลรัฐธรรมนูญได้ตระหนัก และอยากให้ประชาชนจับตาดูท่าทีและคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ออกมา 
          เปิดฉายภาพเก่าย้อนศรตุลาการ 
          “มี ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดนี้บางท่านในอดีต ช่วงที่รณรงค์จะรับหรือไม่รับรัฐธรรมนูญปี 50 ขึ้นเวทีพูดออกสื่อระบุชัดเจนว่าให้รับไปก่อน แก้รัฐธรรมนูญง่ายนิดเดียว ก็ให้แก้มาตรา 291 พูดชัดขนาด
นี้ ผมกำลังเตรียมคิดอยู่วันที่ 28 มิ.ย.นี้ ที่เขตธนบุรีจะเปิดเวทีปราศรัยของพรรคเพื่อไทย ก็จะฉายให้พี่น้องประชาชนเห็น และจะกระชากความจำของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญท่านนั้นนายณัฐวุฒิกล่าว
            นาย ณัฐวุฒิ กล่าวว่า เวลานี้ศาลรัฐธรรมนูญก็ว่ากันไป ขณะที่ฝ่ายค้านเร่งเกมเต็มกำลัง โดยหวังว่าการวินิจฉัยของศาลฯ จะเข้าทางอำนาจของตัวเอง ค้านทุกประเด็นทั้งกรณีนาซ่า พรรคประชาธิปัตย์น่าจะมีบทเรียนจากการหยิบยกกรณีปราสาทพระวิหาร มาเป็นประเด็นการเมืองจนเกิดความขัดแย้งบานปลาย จนมาถึงเรื่องนาซ่าที่ทำให้คนงงทั้งโลกแต่ยังดึงดันจะค้าน 
          เมื่อ ถามว่า กังวลหรือไม่ว่ากระบวนการตุลาการภิวัตน์จะกระทบกับเสถียรภาพรัฐบาล นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ตนห่วงเสถียรภาพรัฐบาลน้อยกว่าเสถียรภาพระบอบประชาธิปไตยของประเทศ เพราะการกระทำ
ของตุลาการ สิ่งที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหลายคนแสดงออกมาเป็นท่าทีทางการเมืองทั้งสิ้น ไม่ได้เป็นท่าทีของคนในวงตุลาการ  คนระดับประธานศาลรัฐธรรมนูญขึ้นเวทีบอกว่าไม่ได้เป็นคนอาฆาต แต่ลืมยาก แบบ
นี้ จะทำให้ประชาชนมั่นใจกับกระบวนการที่ท่านรับผิดชอบอยู่ได้อย่างไร เวลานี้ขอให้ท่านเข้าใจว่าสิ่งที่ท่านทำประชาชนก็ไม่ลืม แต่ตนอยากจะให้บ้านเมืองเคลื่อนตัวไปข้างหน้าตามกรอบกติกาเท่านั้นเอง ยืนยันว่าคน
เสื้อแดงคงจะไม่ออกมาเคลื่อนไหวอะไรให้สถานการณ์บานปลายรุนแรง

บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ: ทัศนียภาพของการต่อต้าน: เรื่องเล่าของการปฏิวัติสยามในสื่อร่วมสมัย

ที่มา ประชาไท

 
ในการรายการสัมมนาเรื่อง "จาก 100 ปี ร.ศ.130 ถึง 80 ปี ประชาธิปไตย" โดย ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสถาบันนโยบายศึกษา โดยการสนับสนุนของมูลนิธิคอนราด อาเดนาวร์ และนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ที่อาคารมหาจักรีสิรินธร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นั้น ในการสัมมนาวันแรกคือวันที่ 21 มิ.ย. ดร.บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้นำเสนอหัวข้อ "ทัศนียภาพของการต่อต้าน: เรื่องเล่าของการปฏิวัติสยามในสื่อร่วมสมัย"



โดยการนำเสนอดังกล่าว ผู้นำเสนอระบุไว้ในบทคัดย่อว่าเป็นการนำเอาแนวคิดเรื่องการจ้องมอง (the gaze) มาเป็นจุดเริ่มต้นในการใช้กรอบศึกษาวัฒนธรรมทัศนา (visual culture) หรือวัฒนธรรมทางสายตา มาพิจารณาวามเป็นการเมืองของสื่อร่วมสมัยกับการเล่าเรื่องเกี่ยวกับการ ปฏิวัติสยามและการเมืองร่วมสมัย ซึ่งจะเห็นได้ว่าการมองเห็นมิใช่เพียงแค่การอ่านหรือการมองเห็นเพื่อความสุข เพลิดเพลินจากการได้เห็นสิ่งสวยงามแต่อย่างเดียว เพราะถึงแม้มนุษย์ได้สร้างสรรค์วัตถุในรูปแบบและวิธีการต่างๆ เพื่อความสุขเพลิดเพลินจากการมองเห็น เช่น อาคาร งานศิลปะ หรือภาพยนตร์ ตลอดจนสื่อร่วมสมัยอย่างอินเทอร์เน็ตมีนัยสำคัญต่อการสร้างหรือแต่งเติม เพิ่มความหมายและนำไปสู่การรับรู้เกี่ยวกับ 2475 และสร้างวาทกรรมประชาธิปไตยในหลากมุมมอง ทั้งส่วนที่เป็นการสนับสนุนและยอมรับความสำคัญของการปฏิวัติสยาม ในขณะที่ภาพและเรื่องเล่าที่ปรากฏในสื่อจำนวนไม่น้อยพยายามลดทอนความสำคัญ ของการปฏิวัติสยาม และทำให้กลายเป็นเพียงปัญหาเรื่องความไม่พร้อม การชิงสุกก่อนห่าม การเร่งรุกสร้างประชาธิไตยมากเกินไป และทำให้เกิดรอยด่างในทฤษฎีรัฎฐาธิปัตย์ของไทย เป็นต้น
ในบทความจะได้สำรวจแนวคิดเกี่ยวกับวัฒนธรรมทัศนา พัฒนาการเรื่องเล่าเกี่ยวกับศิลปะในไทย แนวคิดเรื่องพระราชนิยม การสร้างแบบความงามผ่านสถาบันการศึกษาด้านศิลปะที่สำคัญ เช่น มหาวิทยาลัยศิลปากร และผลงานศิลปะสมัยใหม่และร่วมสมัยของไทย
การนำเสนอยังชี้ให้เห็นว่า พัฒนาการของเทคโนโลยีทำให้การแพร่หลายของสื่อมีมากขึ้นและขยายเรื่องเล่าของ การปฏิวัติสยาม ตลอดจนพยายามเชื่อมโยงการสร้างสรรค์ประชาธิปไตยในหลายมิติ และในตอนท้ายยังมีการนำเสนอถึงตำแหน่งแห่งที่และสุนทรียศาสตร์ของการต่อสู้ ในวาทกรรมประชาธิปไตยที่ปรากฏในสื่อบนท้องถนนอีกด้วย

"คณิต ณ นคร" เสนอปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม เชื่อพัฒนาประชาธิปไตยไทย

ที่มา ประชาไท

 

(26 มิ.ย.55) คณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง การดำเนินคดีอาญาสมัยใหม่กับสิทธิและเสรีภาพของผู้ถูกกล่าวหา ในเวทีสาธารณะ “การเข้าถึงความยุติธรรมและการเยียวยาเหยื่อซ้อมทรมาน” ที่โรงแรมทีเค พาเลซ แจ้งวัฒนะ จัดโดยคณะกรรมการพิจารณาปรับปรุงและพัฒนากฎหมายด้านกระบวนการยุติธรรมในคณะ กรรมการปฏิรูปกฎหมายว่า ปัจจุบัน ผู้ถูกดำเนินคดีนั้นถือเป็นประธานแห่งคดี (Procedural Subject) หรือผู้ทรงสิทธิ ซึ่งมีสิทธิให้การหรือไม่ก็ได้ ดังนั้น จึงต้องได้รับความคุ้มครอง ไม่สามารถทำอะไรที่กระทบกระเทือนจิตใจได้
กระบวนการยุติธรรมต้องมีประสิทธิภาพด้วย โดยต้องสามารถรักษาความสงบเรียบร้อยได้ดีและคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพบุคคล แต่กรณีของไทยมีแนวโน้มไปในทางรักษาความสงบเรียบร้อย ทำให้ประชาชนอาจตกเป็นเหยื่อ เกิดการซ้อมทรมาน
"ประสิทธิภาพของกระบวนการยุติธรรมแสดงให้เห็นถึงขนาดความเป็นประชาธิปไตย ของประเทศ" คณิต ณ นคร กล่าวและยกตัวอย่างประเทศญี่ปุ่นที่สามารถพัฒนาการเมือง เศรษฐกิจ สังคม รวมถึงประชาธิปไตยได้เพราะกระบวนการยุติธรรมเข้มแข็ง ขณะที่ของไทย ประสิทธิภาพยังต่ำมาก
นอกจากนี้ ยังมีความไม่เข้าใจรูปแบบของกระบวนการยุติธรรม โดยในไทยที่การดำเนินคดีกระทำโดยรัฐ มีการตรวจสอบ 2 ชั้น คือ ชั้นเจ้าพนักงานและชั้นศาล ซึ่งในประเทศที่เป็นประชาธิปไตยมองว่า การตรวจสอบชั้นเจ้าพนักงานนั้นเป็นกระบวนการที่แยกไม่ได้ ขณะที่ของไทย แยกออกไปหลายส่วน ไม่ได้ทำเป็นกระบวนการเดียวกัน ซ้ำยังทะเลาะกันเอง ทั้งตำรวจ อัยการ ดีเอสไอ (กรมสืบสวนคดีพิเศษ) ป.ป.ท. (สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ) และ ป.ป.ช. (สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ)
ด้านกระบวนการในชั้นศาล ก็ไม่เข้าใจบทบาทในการตรวจสอบ โดยประทับฟ้องง่ายมาก ยกตัวอย่างว่าหากอัยการฟ้องมาไม่ได้เรื่อง ศาลมีบทบาทต้องไต่สวนมูลฟ้อง แต่ก็ไม่ค่อยได้ทำ แถมยังมายกฟ้องในภายหลัง พร้อมกับมีกรมคุ้มครองสิทธิ กระทรวงยุติธรรมแจกเงินให้อีก ทั้งที่ควรต้องผิดพลาดน้อยสุด เพราะเงินเยียวยาในกระบวนการยุติธรรมก็เป็นภาษีของประชาชนทั้งสิ้น
"ศาลก็ต้องมีความกระตือรือล้นในการตรวจสอบความจริง ขอประทานโทษ ผู้พิพากษาเรายัง passive อยู่เยอะ" คณิตกล่าวและว่า มาตรา 228  ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ที่ให้ศาลสามารถสืบเสาะเอง ส่งประเด็นไปสืบก็ได้ แต่ไม่ค่อยได้ทำ
คณิต เสนอว่า การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมต้องนำไปสู่การมีประสิทธิภาพและลดค่าใช้จ่าย ไม่ใช่สักแต่จะเพิ่มหน่วยงานหรือบุคลากร เพราะจะทำให้ค่าใช้จ่ายสูง ทั้งนี้หน่วยงานต่างๆ ต้องให้ความร่วมมือด้วย
คณิต กล่าวด้วยว่า ควรมีการปฏิรูปศาล โดยที่ผ่านมา ศาลชั้นต้นไม่เคยมีการปฏิรูปเลย มีแต่เพิ่มจำนวน อาจจะต้องทำองค์คณะให้สมบูรณ์ ให้บุคคลที่มีประสบการณ์มาดำรงตำแหน่ง โดยเมื่อดูจำนวนจะพบว่า ศาลสูงในอเมริกามี 9 คน ศาลเยอรมันมี 15 คน ศาลญี่ปุ่นมี 15 คนขณะที่ของไทยมีร้อยกว่าคนซึ่งทั้งหมดนี้เป็นค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น
ทั้งนี้พบว่ายอดคดีคงค้างในศาลฎีกาปัจจุบันมีจำนวน 30,000 กว่าเรื่องและมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นทบทวีคูณ หากไม่มีการปฏิรูปจะต้องใช้เงินภาษีของประชาชนเพิ่มขึ้นอีก ดังนั้นจึงเสนอให้ทำศาลฎีกาเป็นศาลทบทวนข้อกฎหมาย และศาลอุทธรณ์ต้องพิจารณาคดีร้ายแรงเป็นแบบศาลชั้นต้น ไม่ใช่นั่งอ่านคำพิพากษา เช่นนี้จะเกิดการปรับปรุงศาลชั้นต้นให้ดีขึ้น
คณิตวิจารณ์ด้วยว่า กระทรวงยุติธรรมไม่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม แต่กลับแจกเงินเยียวยา นอกจากนี้ การบริหารงานยุติธรรมควรเป็นหน้าที่ของพนักงานอัยการ
"กระบวนการยุติธรรมที่ดีจะต้องมีค่าใช้จ่ายน้อยแต่ต้องมีความร่วมมือสูง ถ้าช่วยกันผลักดันไปในทิศทางนี้ การพัฒนาประชาธิปไตยก็จะเป็นไปได้"

ภาพโดย ilkin. (CC BY-NC-ND 2.0)
 

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 27/06/55 ผลงานดี..มีคนเห็น..!

ที่มา blablabla

โดย 

 ภาพถ่ายของฉัน




ได้ข่าวว่า ผลงานดี มีคนเห็น
เป็นวรรคเวร ผ่องผุด สุดสดใส
เติมความสุข ให้อารมณ์ สาสมใจ
มิใช่ใคร มนุษย์รู ผู้ช่ำชอง....


98 ศพ รวมพลัง คำสั่งฆ่า
ยังลอยตา อวดตน ชนทั้งผอง
กุเรื่องเท็จ เสร็จมัน ไม่ทันมอง
แถมจดจ้อง ทำยกตน เป็นคนดี....


ถูกทักษิณ ปฏิเสธ เปรตร้องลั่น
เที่ยวโรมรัน ยื้อยุด สุดบัดสี
ว่าพรรคตน คือคนไทย ใจอารีย์
สิ่งด่างพร้อย รอยอัปรีย์ ไม่มีเลย....


เชื่อแล้วว่า ผลงานดี มีคนเห็น
เปิดประเด็น เป็นทุกทาง อย่างเปิดเผย
คือโหดเหิ้ยม โดดเด่น เหมือนเช่นเคย
ไอ้เทือกเอ๋ย ที่เหมาะหรือ คือ "ซีเรีย"....


คนบัดซบ ตลบตะแลง แห่งตอแล
ไม่เปลี่ยนแปร เรื่องระยำ ทำเฮี่ยๆ
ผลงานชั่ว ซ้ำซาก ไม่อยากเคลียร์
มันระเหี่ย ในหัวจิต คิดแล้วเซ็ง....


๓ บลา / ๒๗ มิ.ย.๕๕

ปวดตับกับแอ๊ด-หงา,กวีหน้าพระที่นั่งมาฟังโน้สอุดม

ที่มา Thai E-News





อำแบบไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด -คลิ ปโน้ส อุดม ร้อง"รัฐไม่ยอมเปลี่ยนแปลง"เสียดสีรัฐบาลอภิสิทธิ์ว่า รับมรดกซื่อสัตย์มาจากชวน แต่ว่าไม่ยอมจัดการกับเนวินพรรคร่วมรัฐบาลที่คอร์รัปชั่น อำนาจการตัดสินใจไม่มี จนลาวมี3Gแซงหน้าไทยไปแล้ว น้ำท่วมชาวบ้านเดือดร้อน 8 วันแล้วค่อยลงพื้นที่ น่าจะให้สรยุทธ์ สุทัศนะจินดา เป็นนายกฯซะยังจะดีกว่า

ส่วนคลิปด้านล่างเป็นเดี่ยว 9 ชื่อตอน อยู่ห่างๆอย่างหน่วงๆห่วงๆปู ฟังแล้วจะฮาหรือไม่ฮาดี...อิอิ

การ อำแบบไม่เลือกข้าง แซวอย่างเป็นกลางนี่ก็เป็นเครื่องหมายบอกถึงความเป็นมืออาชีพนะ ที่สำคัญหากเทียบแอ๊ดกับหงาแล้ว นมอุโด๊ส-โน้สอุดม"มองขาด"กว่าเยอะ...


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
เผยแพร่ครั้งแรก 28 สิงหาคม 2554

แม้ โน้สจะเป็นศิลปินตลก แต่หากเทียบกับศิลปินเพื่อชีวิตรุ่นใหญ่อย่างแอ๊ดกับหงาแล้ว ต้องบอกว่า"มองขาด"กว่ากันเยอะ...ถ้าไม่เชื่อก็ไปดูกัน





ขวัญชัยแฉสุมหัวเขาใหญ่ หนั่น-ดาว์พงษ์ ร่วมแจม เชื่อ ผรท. จ้องเด็ดหัวแดง แนะออก พรก. จับ 9 ตลก.

ที่มา uddred

 ThaiInsider 27 มิถุนายน 2555 >>>






"ขวัญชัย" ปูดข่าวก๊วนล้มรัฐบาล สุมหัวถกลับ 30 กว่าคนที่เขาใหญ่ เตรียมแผนใช้ตุลาการรองรับ 5-6 ก.ค. จัดการ ส.ส. 416 คน สกัด "ยิ่งลักษณ์" คัมแบ็คนายกฯ หาตัวแทนนั่งผู้นำแทน แฉ "เสธ.หนั่น-ดาว์พงษ์" โผล่ร่วมวง ส่งสารถึงรัฐบาลเตรียมรับมือออก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน-รวบตัว 9 ตุลาการ "เปรม" ส่ง "แอ้ด" ระดม ผรท. ปฏิบัติภารกิจเด็ดหัวแกนนำแดง

นายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดรฯ แกนนำเสื้อแดง 20 จังหวัดภาคอีสาน กล่าวกับ "ไทยอินไซเดอร์" ถึงกรณี "อำนาจพิเศษ" ส่งสัญญาณ "ปฏิวัติเงียบ" รัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่า "มีการรับรู้แล้วถึงสัญญาณนี้เมื่อ 2 วันที่แล้ว มันมาประชุมกันอยู่ที่เขาใหญ่ (25 มิ.ย.) คนเหล่านี้ประมาณ 20-30 กว่าคน แล้วมีนักการเมืองจาก...เห็นว่า พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ (ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา) มาประชุมอยู่ด้วย และดาว์พงษ์ (พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รองผู้บัญชาการทหารบก) ก็มาด้วย ตอนนี้ก็เช็กข้อมูลกันอยู่ว่ามีใครบ้างพรรคร่วมรัฐบาล เพราะบรรหาร (ศิลปอาชา ผู้ก่อตั้งพรรคชาติไทยพัฒนา) เองก็มีโอกาสพบปะกันอยู่กับประชาธิปัตย์ นี่คือสัญญาณอันตรายที่พวกเรานิ่งนอนใจไม่ได้ คนเสื้อแดงพร้อมจะสู้อยู่แล้ว"
เมื่อถามว่า 30 กว่าคนที่มาร่วมชุมนุมไม่ได้เป็นนัการเมืองเพียงอย่างเดียว นายขวัญชัย กล่าวว่า เห็นบอกว่ามีคนชื่อ "สนั่น" ข้อมูลมาจากเขาใหญ่ มีการประชุมที่เขาใหญ่ห้อง 11 มี "ดาว์พงษ์" ไปนั่งฟังด้วย สัญญาณมันเลยไม่ดี วันที่ 5-6 ก.ค. นี้ เราต้องเตรียมการไว้ให้พร้อมแล้ว ฝ่ายเสื้อแดงเราเตรียมไว้หมดแล้ว
เมื่อถามว่า กรณีการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (ผรท.) มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ นายขวัญชัย กล่าวว่า "เกี่ยว...เพราะพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ (องคมนตรี) ตัวแทนของเปรม (พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ) อยู่เบื้องหลังไง มาที่อุดรฯ 2 พันกว่าคน เขามีการประชุมกันที่สกลนครก่อนที่จะมาอุดรฯ แล้วมีคนของผมเข้าไปประชุม เขาบอกว่าคนกลุ่มนี้จะคอยเก็บเสื้อแดงทั้งหมด"
   "มันไม่ใช่ มันเป็นพวกมุกดาหารปลอมเข้ามา ผรท. มันต้องอายุ 60 ปีขึ้นไป แต่วันนั้นมันอายุ 30 กว่าเยอะแยะไปหมด เพราะฉะนั้นมันเอาพวกทหารแอบแฝงเข้ามา เพราะฉะนั้นวันนี้เกมมันประสานกันหมด อยากให้บ้านเมืองลุกเป็นไฟก็แล้วแต่ คุณบังคับให้เราสู้ เพราะฉะนั้นตรงนี้เราไม่ยอม ประชาชนไม่ยอม ดูเมื่อวันอาทิตย์ (24 มิ.ย.) เราไปกันขนาดไหน แล้วผมจะชุมนุมที่อุดรฯให้เห็นเลยว่าคนเสื้อแดงอุดรฯเป็นอย่างไร ในวันที่ 1 ก.ค. นี้ เริ่มตั้งแต่เวลา 16.00น." นายขวัญชัย กล่าวย้ำ
เมื่อถามว่า เชื่อว่าการปฏิวัติเงียบจะเกิดขึ้นจริง นายขวัญชัย กล่าวว่า "มันใช้ตุลาการไง วันนี้จรัญ (ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ) กับวสันต์ สร้อยพิสุทธ์ (ประธานศาลรัฐธรรมนูญ) บ้าไปแล้ว รับใบสั่งมาทำงานนี้อย่างเดียว"
เมื่อถามย้ำถึงรูปแบบที่มีการประชุมลับกันที่เขาใหญ่ เป็นการเตรียมการรองรับวันที่ 5-6 ก.ค. นี้ที่จะมีการไต่สวนคดีแก้ไข รธน. ว่าขัดมาตรา 68 ใช่หรือไม่ นายขวัญชัย กล่าวว่า "ใช่ เขากำลังจะใช้วิธีการอย่างไรไม่รู้ ที่จะทำให้เกิดพลิกแพลงออกมาตัดสิทธิ์ ส.ส. 416 คน ด้วยวิธีแบบไหน จะเบี่ยงเบนกฎหมายอย่างไร ใช้ตุลาการรัฐธรรมนูญมาเล่นงานพวกเรา มันไม่ต้องการให้นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กลับมา แต่ยิ่งลักษณ์ไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรค ก็ยังเป็นนายกฯได้ แต่ตอนนี้เขาจะใช้วิธีไหนเท่านั้น"
เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะดำเนินการย้ายขั้ว แล้วจัดตั้งเหมือนช่วงการจัดตั้งรัฐบาลอภิสิทธิ์ นายขวัญชัย กล่าวว่า "ความจริงน่าจะเป็นอย่างนั้น แต่ตอนนี้คงไม่ใช่อภิสิทธิ์ (เวชชาชีวะ หน.ปชป.) คงตัวอื่นมา เพราะอภิสิทธิ์เป็นสินค้าขายไม่ได้แล้ว"
เมื่อถามว่า เสื้อแดงเตรียมการรับมืออย่างไร นายขวัญชัย กล่าวว่า "เราไม่มีอาวุธอะไร มีแต่พลังประชาชน ฝ่ายผมเตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว สั่งแกนนำเสื้อแดงทุกจังหวัด เตรียมพร้อมไว้ พอมีสัญญาณก็ฟันกันเลย ไม่ยอมรับอำนาจปฏิวัติ
   "วันที่ 5-6 ก.ค. ผมบอกรัฐบาลไปแล้ว ถ้าเราไม่ต้องการให้เกิดปัญหามากขึ้น ออก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รองรับไว้เลย ตุลาการ 9 คน พอตัดสินปั๊บ เราก็ล็อกตัวมันเลย ใช้ตำรวจล็อกตัว" นายขวัญชัย กล่าวย้ำ
เมื่อถามว่า นปช. ส่วนกลางรู้เรื่องนี้หรือไม่ นายขวัญชัย กล่าวว่า "รู้แล้ว ส่วนผมก็เตรียมกำลังทางอีสานไว้"
เมื่อถามย้ำว่า สัญญาณที่ส่งออกมามันแน่ชัดแล้ว นายขวัญชัย กล่าวว่า "แน่ชัดแล้ว ตอนนี้เรายอมไม่ได้แล้ว เราต้องเตรียมการไว้หลายรูปแบบ"

"ทบ." แถลงโต้ "ขวัญชัย" ปัด "ดาว์พงษ์" ไปประชุมล้มรัฐบาล

ต่อมา พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวชี้แจงกรณีที่มีการกล่าวถึงคำสัมภาษณ์ของนายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดรว่า เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ที่ผ่านมา มีกลุ่มคนที่เคยร่วมกันล้มรัฐบาล พรรคไทยรักไทย และพรรคพลังประชาชน ได้ไปประชุมลับที่โบนันซ่า เขาใหญ่ โดยมี พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รองผู้บัญชาการทหารบก และ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา ร่วมอยู่ด้วยว่า กองทัพบก ขอชี้แจงว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง และการเสนอข่าวใดๆ ที่จะส่งผลกระทบ ถึงตัวบุคคลที่เป็นข่าว และองค์กร มิได้เป็นผลดีต่อสังคม และประเทศที่กำลังก้าวไปข้างหน้า
ทั้งนี้การให้ข่าวสารใดๆ ผู้ให้ข่าวจะต้องรับผิดชอบ และสื่อมวลชนควรให้มีการตรวจสอบอย่างรอบคอบก่อนนำเสนอ ขอให้ทุกท่านได้เชื่อมั่นต่อการทำหน้าที่ของกองทัพบก โดยเฉพาะในปัจจุบันสถานการณ์ทั่วไปมีความละเอียดอ่อน ทั้งนี้ กองทัพบก ขอยืนยันว่ายังคงมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ดูแลประเทศชาติ และประชาขน ให้ดีที่สุด