WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, June 28, 2012

นาซ่ายกเลิกโครงการสำรวจอากาศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เหตุไม่ได้รับความร่วมมือจากรัฐบาลไทย

ที่มา ประชาไท

 

เว็บไซต์นาซาเผย ยกเลิกโครงการสำรวจอากาศ SEAC4RS mission ซึ่งตามกำหนดการเดิมจะเริ่มขึ้นในเดือนสิงหาคมปี 2555 ระบุเหตุไม่ได้รับความยินยอม และความร่วมมือกันภายใต้กรอบเวลาที่กำหนดจากรัฐบาลไทย
โดยหน้าเว็บของนาซ่า ซึ่งให้รายละเอียดเกี่ยวกับโครงการดังกล่าว ได้อัพเดทข้อมูลว่าหลังจากรอการอนุมัติจากรัฐบาลไทยเพื่อเห็นชอบความร่วมมือ ในโครงการสำรวจอากาศนั้น วันที่ 26 มิ.ย. ที่ผ่านมา นาซ่าได้ยกเลิกโครงการสำรวจอากาศ SEAC4RS mission ซึ่งตามกำหนดการเดิมจะเริ่มขึ้นในเดือนสิงหาคมปี 2555 ระบุเหตุผลว่าไม่ได้รับความยินยอม และความร่วมมือกันภายใต้กรอบเวลาที่กำหนดจากรัฐบาลในภูมิภาค
ขณะที่เว็บไซต์มติชนรายงานคำ สัมภาษณ์โฆษกสถานทูตสหรัฐประจำประเทศไทยเปิดเผยว่า องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐ (นาซา) ยกเลิกโครงการศึกษาการก่อตัวของเมฆที่มีผลต่อสภาพภูมิอากาศเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ (SEAC4RS) แล้วเนื่องจากรอไม่ได้
นายวอลเตอร์ บราวโนห์เลอร์ โฆษกสถานทูตสหรัฐประจำประเทศไทยกล่าววันนี้ว่า นาซาไม่สามารถรอได้เนื่องจากโครงการจะต้องดำเนินการเฉพาะเดือนสิงหาคมและ กันยายนเท่านั้น แต่คณะรัฐมนตรีไทยมีมติเมื่อวันอังคารให้รัฐสภาอภิปรายเรื่องนี้หลังเปิด สมัยประชุมสภาในวันที่ 1 สิงหาคม ซึ่งเลยกำหนดเส้นตายของนาซาไปแล้ว 1 เดือน โฆษกกล่าวด้วยว่า ยังไม่สามารถบอกได้ว่านาซาจะทบทวนเรื่องโครงการนี้อีกครั้งในปีหน้าหรือไม่
ทั้งนี้โครงการดังกล่าวนั้น มีนายไบรอัน ทูน นักวิชาการด้านจากภาควิชาชั้นบรรยากาศและสมุทรศาสตร์ มหาวิทยาลับโคโลลาโดเป็นหัวหน้า โดยคาดหมายว่าจะเริ่มโครงการวิจัยได้ในเดือนสิงหาคมปีนี้ เพื่อศึกษาสภาพอากาศ และผลกระทบโดยเขากล่าวว่าภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นภูมิภาคที่สำคัญ ของโลก ประชากรกลุ่มใหญ่ของโลกอาศัยอยู่ในภูมิภาคนี้ และเป็นภูมิภาคที่มีทั้งการปล่อยมลพิษทั้งจากไฟไหม้ตามฤดูกาล และจากเมืองใหญ่ต่างๆ ตามปรากฏการณ์ที่ซับซ้อนด้านอุตุนิยมวิทยาไปทั่วภูมิภาค และเมื่อสารเคมีต่างๆ เข้าสู่ชั้นบรรยากาศมันก็จะส่งผลต่อโลกทั้งโลกด้วย รวมไปถึงอาจส่งผลต่อฤดูลมมรสุมด้วย ซึ่งเขาหวังว่าโครงการ SEAC4RS จะทำให้เกิดความเข้าใจต่อปรากฏการณ์เหล่านี้ได้มากขึ้น และโครงการนี้ได้รับความร่วมมือจากนักวิชาการจำนวนมากเพื่อที่จะช่วยกันไข ความเข้าใจเกี่ยวกับชั้นบรรยากาศและถือว่าเป็นโครงการใหญ่อีกโครงการหนึ่ง ของนาซ่า
เจฟรีย์ เรียด จาก นักวิชาการจากสถาบัน Naval Research Laboratory's Marine Meteorological Division in Monterey, Calif หัวหน้าทีมวิจัยผลกระทบด้านรังสี กล่าวว่า นักวิทยาศาสตร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และสหรัฐต้องการจะพัฒนาการพยากรณ์ ด้านอากาศในภูมิภาคนี้ และเพื่อจะพัฒนาไปได้นั้นเราจำเป็นต้องทำความเข้าใจว่ามลพิษและสภาพอากาศ นั้นเกี่ยวข้องกันอย่างไร และไม่มีที่ใดในโลกที่จะมีความซับซ้อนด้านอุตุนิยมวิทยามากเท่ากับภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอาจกล่าวได้ว่าภูมิภาคนี้เป็นภูมิภาคที่ทำการพยากรณ์อากาศได้ยากที่สุดใน โลกด้วย เพราะว่ามีทั้งการปล่อยมลพิษในระดับที่รุนแรงขณะเดียวกันก็มีพื้นที่ที่มี อากาศบริสุทธิ์อย่างยิ่งด้วย
ฮัล มาริง จาก Earth Science Division at NASA Headquarters กล่าวถึงประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับอีกประการจากโครงการนี้คือ ข้อมูลที่แม่นยำขึ้นจากที่เคยได้จากดาวเทียมเพราะว่าพื้นที่เอเชียตะวันออก เฉียงใต้นั้นเป็นพื้นที่ที่ยากมากสำหรับการตรวจจับระยะไกลด้วยดาวเทียม เนื่องจากมักมีเมฆเข้ามาอยูในเส้นทาง ดังนั้นหากใช้การเก็บข้อมูลจากเครื่องบินก็จะสามารถเก็บข้อมูลจากในชั้น บรรยากาศได้ดีกว่าการเก็บข้อมูลจากดาวเทียมที่อยู่เหนือชั้นบรรยากาศ และสามารถนำข้อมูลที่ได้มาเปรียบเทียบกันเพื่อพัฒนาข้อมูลที่ได้จากดาวเทียม



สนนท.จัดกิจกรรม 8 ทศวรรษประชาธิปไตยอำนาจสูงสุดยังไม่เป็นของราษฎรทั้งหลาย

ที่มา ประชาไท

 
สนนท. จัดเสวนาและเวทีวัฒนธรรมรำลึก 80 ปีการปฏิวัติประชาธิปไตย ย้ำอำนาจยังไม่เป็นของราษฎร เพราะอำนาจเก่าขัดขวาง หนุนแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยให้ย้อนกลับไปดูรัฐธรรมนูญฉบับแรกในวันที่ 27 มิ.ย.2475 ที่เป็นประชาธิปไตยสุด
09.30 น. วานนี้(27 มิ.ย.) สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย(สนนท.)และเครือข่ายองค์กรนักศึกษา จัดกิจกรรมรำลึก 80 ปีการเปลี่ยนแปลงการปกครองและมีรัฐธรรมนูญฉบับแรกของไทยในชื่องาน “8 ทศวรรษ ประชาธิปไตย อำนาจสูงสุดยังไม่เป็นของราษฎรทั้งหลาย” ที่ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว ราชดำเนิน โดยเริ่มด้วยการเสวนาโดยนิสิตนักศึกษาในหัวข้อ “ขบวนการนิสิตนักศึกษากับ เจตนารมณ์คณะราษฎร” และหลังจากนั้นบ่ายโมงได้มีการบรรยาย พิเศษคณะราษฎรในความทรงจำ โดย พันตรีพุทธินาถ พหลพลพยุหเสนา ทายาท พระยาพหลพลพยุหเสนา ต่อด้วย เสวนาวิชาการ หัวข้อ “80 ปี ประชาธิปไตย อำนาจสูงสุดยังไม่เป็นของ ราษฎรทั้งหลาย”โดยมี รศ.ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อาจารย์คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ และ ดร.ปิยบุตร แสงกนกกุล จากคณะนิติราษฎร์ เป็นวิทยากร สุดท้ายในช่วงค่ำมีเวทีวัฒนธรรม ดนตรี กวี ละคร เครือข่ายองค์กรนักศึกษา โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 80 คน
นายพรชัย ยวนยี เลขาธิการ สนนท. ได้เปิดเผยถึงวัตถุประสงค์ในการจัดกิจกรรมกับผู้สื่อข่าวว่า “เหตุผลแรกคือเราต้องการรำลึกถึงคุณงามความดีในการนำพาประเทศไทยไปสู่ความ เจริญก้าวหน้าของคณะราษฎรโดยการอภิวัฒน์จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิ์มาเป็นระบอบ ประชาธิปไตยที่อำนาจสูงสุดอยู่ที่ประชาชนทั้งหลาย สิ่งเหล่านี้มันบ่งบอกออกมาผ่านตัวรัฐธรรมนูญ ส่วนเหตุผลที่ 2 ต้องการเปิดพื้นที่ให้กับนักศึกษานักกิจกรรมได้มาพูดคุยกันเกี่ยวกับ เหตุการณ์ทางการเมืองว่า 80 ปีผ่านมาแล้วในการปฏิวัติประเทศไทยนี่ เรามีอำนาจสูงสุดหรือยัง ประชาชนมีอำนาจสูงสุด ในมุมมองของนักศึกษาเห็นอย่างไรกับเจตนารมณ์คณะราษฎรเห็นอย่างไรกับ การอภิวัฒน์สยามเมื่อปี 2475”
ความสำคัญของวันที่ 24 และ 27 มิถุนายน 2475 ในมุมมองของนักศึกษา นั้น นายพรชัย ยวนยี ได้สะท้อนออกมาว่า “เป็นการนำพาประเทศไทยไปสู่ความศิวิไลซ์เป็นประชาธิปไตยเหมือนอารยะประเทศ มันได้ทำให้บ้านเมืองได้เจริญรุ่งเรื่องขึ้น แต่จากวงเสวนาของนักศึกษาสรุปสรุปว่า ล้วนมีขบวนการขวางกั้นจากกลุ่มอำนาจเดิม เกิดขึ้นมาโต้การอภิวัฒน์ จนนำมาสู่เหตุการณ์ 2490 เป็นการรวบอำนาจของคณะราษฎรโดยเบ็ดเสร็จ มันทำให้ประชาธิปไตยในบ้านเรายังอ่อนแอเพราะยังมีกลุ่มเหล่านี้อยู่จนถึง ปัจจุบัน ในมุมมองของนักศึกษาที่เห็นส่วนนี้ร่วมกัน”
“และได้โยงถึงการโต้กลับที่ว่าคณะราษฎรชิงสุกก่อนห่ามที่ฝ่ายอำนาจเก่า ล้วนพูดถึงกัน นักศึกษาก็ได้พูดว่าสิ่งเหล่านี้มันไม่จริงเลยเพราะว่าสาเหตุของการปฏิวัติ สยามของคณะราษฎรสาเหตุวัตถุประสงค์แรกคือการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองจาก สมบูรณาญาสิทธิ์มาเป็นประชาธิปไตย ส่วนวัตถุประสงค์ที่ 2 เพื่อพัฒนาชาติไทยตามหลัก 6 ประการที่คณะราษฎรกล่าวไว้ ไม่ว่าจะเป็นหลักเอกราช หลักความปลอดภัย เศรษฐกิจ สิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคและการศึกษา ซึ่งในมุมมองนักศึกษาได้มองเห็นร่วมกันว่า หลักที่เรามองเห็นก็คือหลักที่ 6 คือหลักการศึกษาเราจะพบว่าการศึกษาที่คณะราษฎรได้มอบให้คณะราษฎรก็ได้ทำจริง ไม่ว่าจะเป็นการตั้งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไม่ว่าจะเป็นการให้ความรู้ในต่าง จังหวัด สิ่งเหล่านี้ในปัจจุบันการศึกษากลับถูกครอบงำโดยกลุ่มอำนาจเก่าหมด เพราะการศึกษาเป็นสิ่งสำคัญมากเขาต้องการควบคุมทางความคิด สิ่งเหล่านี้มันแสดงออกผ่านมาปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นหนังสือเรียก แนวคิดในการศึกษาที่อำนาจอยู่ที่ผู้บริหาร โดยที่อำนาจการตัดสินใจไม่ได้อยู่ที่นักศึกษาเลย
ตัวอย่างที่เห็นเป็นรูปธรรมมากที่สุดคือการนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบเพื่อ ให้อำนาจสูงสุดอยู่ที่ฝ่ายบริหารโดย แม้กระทั้งมหาวิทยาลัยก็ไม่มีประชาธิปไตย และที่พูดกันมากในวงนักศึกษาก็คือสื่อมวลชนว่า สื่อเกิดจากการมีเสรีภาพมีประชาธิปไตย แต่เราจะพบว่าสื่อกลับเป็นตัวขัดขวางประชาธิปไตยเองเสียด้วยซ้ำเพราะว่าใน ส่วนหนึ่งมีการประโคมข่าวด้านเดียวการไม่พูดความจริง แม้กระทั้งเดือนนี้เป็นมิถุนาสื่อก็แทบไม่พูดถึง สิ่งเหล่านี้เป็นการบั่นทอนประชาธิปไตย” นายพรชัย ยวนยี กล่าว
เหตุผลที่จัดงานรำลึกในวันที่ 27 มิถุนายน นั้น เลขาธิการ สนนท. ได้ให้เหตุผลว่า “เรามองเรื่องรัฐธรรมนูญเป็นหลัก และส่วนหนึ่งวันที่ 24 มีหลายกลุ่มจัด ซึ่งวันที่ 27 ประเด็นที่ร้อนแรงในปัจจุบันคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาล ของรัฐสภาเอง เราอยากให้คนในสังคมย้อนกลับไปดูว่าการปฏิวัติประเทศ 2475 ได้รัฐธรรมนูญมา ผมคิดว่ารัฐธรรมนูญที่น่าจะเป็นประชาธิปไตยมากที่สุดฉบับหนึ่งก็คือรัฐ ธรรมนูญวันที่ 27 มิถุนายน 2475 ของคณะราษฎร แม้จะเป็นการไม่สมยอมของกลุ่มอำนาจเดิมที่ให้คำว่าชั่วคราวเพื่อกลับไปแก้ไข กันใหม่ แต่ผมคิดว่าเป็นฉบับหนึ่งที่เป็นประชาธิปไตยตามอารยะประเทศมากที่สุดก็เลย จัดงานวันนี้ขึ้น
นายพรชัย ยวนยี กล่าวอีกว่า “ตอนนี้ สนนท. ก็ได้จับตาดูการแก้ไขรัฐธรรมนูญอยู่ว่ากระบวนการแก้ไขของจะเป็นอย่างไร เราจะเห็นบ่อยครั้งว่าต้องการตั้ง สสร. ขึ้นมา มี 99 คน มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นฉบับใหม่ที่เป็นประชาธิปไตยขึ้น แต่ส่วนมันคลายๆกับว่าคุณมีเป้าหมายในตัวเองแล้ว การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีเป้าหมายในตัวเองแล้ว โดยที่ยืนอิงกับผลประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมือง ไม่ว่าจะเป็น ส.ส. ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผลประโยชน์อื่นๆ ซึ่งการแก้ไขแบบนี้เรามองว่ามันมีข้อเสียคือมันไม่ได้แก้ทั้งฉบับมันไม่ได้ แก้ตัวที่เป็นปัญหาจริงๆ หมวดทั่วไปหมวดพระมหากษัตริย์ก็ไม่แก้ ทุกอย่างมันเป็นปัญหาแต่ไม่ได้แก้กลับแก้กับตัวที่เป็นปัญหากับพวกตัวเอง เท่านั้น เราต้องการให้กลับไปดูรัฐธรรมนูญ 2475 ฉบับชั่วคราวว่ามันสำคัญ มันเป็นพื้นฐานของประชาธิปไตยด้วยซ้ำ การแก้ต้องมาจากทุกคนต้องมาจากการเห็นพ้องของทุกคนมีกระบวนการที่เป็น ประชาธิปไตยและทำให้ทุกคนยอมรับได้ เพราะการยอมรับมันเป็นสิ่งที่สำคัญ”
นอกจากวันที่ 27 มิ.ย.จะเป็นวันครบรอบ 80 ปีการมีรัฐธรรมนูญฉบับแรกแล้ว ยังเป็นวันครบรอบ 78 ปีของการสถาปนามหาวิยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง นายรักษ์ชาติ วงศ์อธิชาติ รองเลขาธิการ สนนท. และอดีตอุปนายกองค์กรนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะนักศึกษาธรรมศาสตร์ด้วยมองว่า “เรื่องแรกเลยคือว่าคนส่วนใหญ่ยังไม่รู้เลยว่าวันนี้เป็นวันสถาปนา มหาวิทยาลัยน้อยคนมากเลย ดูจากใน facebook นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เพื่อผมครึ่งหนึ่งก็ไม่มีใครรู้หรือพูดถึงวัน สถาปนามหาวิทยาลัย วันปรีดียังพอรู้บ้าง แต่ว่าวันสถาปนานี่แทบไม่มีใครรู้เลย แล้วก็ไม่มีใครรู้ว่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เกิดมาจากอะไร เกิดจากคณะราษฎรที่ตั้งขึ้นมาส่งเสริมประชาธิปไตย ให้ราษฎรได้มีโอกาสได้เรียนรู้ ตอนนั้นก็มีจุฬาฯแล้วก็มีธรรมศาสตร์ขึ้นมา พอนักศึกษามีรู้แล้วอย่าหวังเลยว่าวันที่ 24 มิถุนา จะมีคนรู้ เพราะ 27 มิถุนา ก็คือผลผลิตจากวันที่ 24 มิถุนา”
นอกจากนี้ นายรักษ์ชาติ วงศ์อธิชาติ  กล่าวถึง 78 ปีของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมืองว่า “การเปลี่ยนแปลงคนจะไปมุ่งที่การเปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยซึ่งผมคิดว่าการ เปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยก็ไม่ได้สำคัญเท่าไหร่ เปลี่ยนชื่อไปแต่คุณยังเน้นสิทธิเสรีภาพเท่าเดิมผมก็ยังโอเค 14 ตุลา 6 ตุลา นักศึกษาก็ยังอยู่ ดังนั้นการเปลี่ยนชื่อไม่ได้ลดพลังลงไป ผมว่าสิ่งที่มันลดลงไปคือการศึกษาในปัจจุบันมากกว่าที่มันด้อยลง คุณภาพของการศึกษาเองที่มันด้อยลง จากมหาวิทยาลัยรัฐที่เป็นตลาดวิชาที่เป็นมหาลัยเปิดเหมือนรามคำแหงก็เป็นมหา ลัยปิดค่อยๆคัดคนออกไปเรื่อยๆ มีพิเศษขึ้นมาจ่ายค่าเทอมแพงกว่าได้เรียนดีกว่าอย่างนี้ก็มีเพิ่มขึ้นมา แล้วก็เกือบออกนอกระบบอย่างเต็มตัวแล้ว ตรงส่วนนี้ต่างหากที่มีมันทำให้คุณภาพมหาวิทยาลัยที่อาจจะด้อยลงไปบ้าง แล้วก็หลายๆเรื่องเอง เช่น บุคลากรเอง เรื่อความคิดทางการเมืองหลายๆอย่างเองของในปัจจุบันนี่ มันส่งผลทำให้นักศึกษาในมหาวิทยาลัยหรือตัวมหาวิทยาลัยก็ไม่ได้ทำตาม เจตนารมณ์ของดั้งเดิม”
“ตอนนี้ผมว่าราษฎรต่างหากที่ดับกระหายมหาวิทยาลัย นักศึกษาที่จ่ายค่าเทอมให้มหาวิทยาลัยคงอยู่ได้โดยที่มหาวิทยาลัยตอบโจทย์ นักศึกษาแค่ไหนนี่ก็ยังน้อยอยู่ และในท่าพระจันทร์เอง นักศึกษาก็พูดกันว่ากลายเป็นพลเมืองชั้น 2 ของมหาวิทยาลัย เพราะที่จอดรถยังไม่มีเลย สิ่งอำนวยความสะดวกของปริญญาตรีก็น้อยมาก ทั้งๆที่ปริญญาตรีในท่าพระจันทร์จ่ายค่าเทอมแพงกว่าด้วยซ้ำ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่พูดกัน หรือว่าหลายๆอย่างเช่นเมื่อปีที่แล้วอธิการออกมติว่าห้ามใช้สถานที่(กรณีคณะ นิติราษฎร์ทำกิจกรรมเสวนาเกี่ยวกับกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หรือ ม.112) หรือว่าหลายๆอย่างที่ท่านอธิการหรือฝ่ายบริหารทำนี่ก็ไม่ได้ตรงตามเจตนารมณ์ คณะราษฎรตั้งไว้เลย ทั้งนี้ทั้งนั้นผมไม่คิดว่าเรื่องนั้นจะสามารเอามาอ้างได้เท่าไหร่ คือเท่ากับสิ่งที่เป็นหลักสากลที่คนยึดถือมหาวิทยาลัยทุกมหาวิทยาลัยควรจะ เป็นที่ๆให้นักศึกษามีสิทธิเสรีภาพ คือเป็นที่ๆเราสามารถมีเสรีภาพในการแสดงออกในสิ่งที่เราต้องการ สิ่งที่เราจะพูด เราควรจะต้องมีสิทธิเสรีภาพในมหาวิทยาลัยอย่างเต็มที” นายรักษ์ชาติ วงศ์อธิชาติ  กล่าวทิ้งทาย

ภาพกิจกรรม :
  

นายมาร์คจึงเป็นเสมือนภาพของนักการเมืองไทยที่"พูดอย่างทำอย่าง"

ที่มา thaifreenews




จากคุณ   : คนอุบล

  บางครั้งผมก็นึกชมพรรค ปชป.มากๆเหมือนกัน
โดยเฉพาะ นายมาร์ค หน.พรรค..ว่าทำไม..ดูดีมีระดับ จัง
โดยเฉพาะเวลาพูดทำให้ตนเองดูเป็นคนดีคนเก่งความคิดความอ่านดี
พูดน้ำไหลไฟดับ..ไม่เหมือน นายกปูของผมที่พูดผิดบ่อยๆ
ยิ่งมาระยะหลังๆที่คนไทยชักๆจะลืมผลงานนายมาร์คสมัยเป็นรัฐบาล
(ทั้งๆที่พึ่ง ปีที่แล้วเอง) นายมาร์คก็ชักพูดมากเหมือนเดิม
ทำเนียนลืมผลงาน(เลวๆ)ที่ตนเองทำไว้อย่างมากมาย

ผมถูกสอนมาตั้งแต่เด็กว่า..คนเราต้องมีความซื่อสัตย์
เตี่ยผมท่านจะสอนผมมากเรื่องนี้..ว่าถ้าเราอยากทำการค้าเจริญรุ่งเรือง
เริ่มต้นคือ.."ความซื่อสัตย์"..ที่เป็นต้องบันไดขั้นที่หนึ่งในการทำธุรกิจ
ซื่อสัตย์ต่อตนเองและผู้อื่น..ดังนั้นการสร้างเครดิตในวงการค้า
จึงเริ่มด้วย.."วาจาเป็น สัจจะ"พูดคำไหนคำนั้น...พูดแล้วไม่เสียคำพูด

แต่ นายมาร์คคนนี้..
ตั้งแต่ผมเคยรู้จัก สมัยเป็นฝ่ายค้านพูดอย่าง...พอมาเป็นนายกฯก็พูดอีกอย่าง..
จนอยู่ดีๆมีผู้หญิงที่กล้าหาญไปยกป้าย"ดีแต่พูด"
ตั้งแต่นั้นมาสมญานามนี้ก็ติดตัวนายมาร์คไปทุกแห่งทุกเวลาและคงติดไปจนตาย..
เพราะนายคนนี้ "ดีแต่พูด" จริงๆ

นายมาร์คจึงเป็นเสมือนภาพของนักการเมืองไทยที่"พูดอย่างทำอย่าง"....
ไม่ต้องรับผิดชอบคำพูดตนเอง..คิดอยากพูดอะไรก็พูด..พูดไปเรื่อยๆ..
อะไรที่จะเป็นประโยชน์กับตนกับพรรคของตนก็พูดไป..ถ้าวันข้างหน้าไม่ใช่..ก็ค่อยพูดใหม่


เราจึงได้ยิน..พระวิหารเป็นของเค้า..แต่ดินใต้พระวิหารเป็นของเรา...??
ผมฟังทีแรกยังงง..คิดได้ไงนี่..แล้วก็มีคนไทยกลุ่มหนึ่งเชื่อ..
สุดท้าย..ก็เกิดสงครามกันจนคนล้มตายมากมาย..เพราะ"นายกรู้คนเดียว..." 


มาวันนี้เอาอีกแล้ว..เริ่มต้นจากทักษิณให้สหรัฐมาตั้งฐานทัพเพื่อแลกวีซ่า...
แถมยก ม.190 มา...และบอกเรื่องนี้ถ้าไม่เข้าสภา..ก็ต้องให้คณะตลกชี้มูล..?

5555..พอพูดถึง คณะ ตลก ไม่ว่าลูกเด็กเล็กแดงก็รู้ว่า..อนาคตจะเป็นอย่างไร.? 


เพราะฉะนั้น..ก็เลยถอยดีกว่า..แต่พอถอย..นายคนนี้ก็ออกมาหยามหยัน..
ว่า..ถ้ามันดีสำหรับประเทศทำไมไม่เดินหน้า..
ห่วย.!..นายคนนี้..ท่าจะบ้า.. สามารถเอาทุกเรื่องมาเป็นประเด็นให้ตนเองดูดีตลอด


ชะช้า...แถมตอดอีกว่า.. ถ้าเชื่อฝ่ายค้าน..บ้านเมืองก็จะไม่วุ่นวายอย่างนี้...สุดยอดจริงๆ

   ผมแม้จะเป็นคนบ้านนอกคอกนา..เรียนมาน้อย..แต่ที่สำคัญเชื่อเรื่องความจริงใจ
เชื่อว่า..คนเราต้องมีความจริงใจ..ไม่หน้าไหว้หลังหลอก..ไม่กลับไปกลับมา..
ต้องยืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง..สิ่งใดดีก็ต้องดี..สิ่งใดไม่ดีก็ต้องไม่ดี..
ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ของตนและพรรคพวก..ก็ยอมกลืนเสลดที่ตนเองถ่มออกมา..

นายคนนี้กลับสามารถเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา..เพื่อให้ตนเองอยู่ข้างชนะตลอดเวลา... นี่เป็นเรื่องน่ารังเกียจอย่างยิ่ง..

แต่ที่น่าอัศจรรย์กว่านั้น...คือ.. ยังมีคนหลงเชื่อหลงศรัทธานายคนนี้อีก...
เป็นสิ่งที่ผมนึกไม่ถึงจริงๆ....

http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P12298689/P12298689.html

ปรองดอง ฉบับสุเทพ ?

ที่มา thaifreenews

  นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้นำเอกสารกว่า 270 หน้า 
เข้าชี้แจงต่อ คอป. แต่ไม่ให้ผู้สื่อข่าวเข้าฟังการชี้แจง 
ทั้งนี้ทางคอป.ได้ขอให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ
แสดงความคิดเห็นเรื่องแนวทางปรองดองต่อคอป.
โดยนายสุเทพ...ออกมาให้ข่าวเสนอแนวทางปรองดองฉบับนายสุเทพดังนี้








1.หากจะปรองดองจริง ฝ่ายของอดีตนายกฯ ทักษิณและบริวารทั้งหลาย 
ต้องยอมรับความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย 
และเลิกทำตัวเป็นปฏิปักษ์ต่อองค์กรตรวจสอบที่ถูกต้องตามกฎหมาย 


2. กลุ่มเสื้อแดงก็ต้องสลายตัวเลิกโรงเรียนแดงถ้าจะต่อสู้ทางการเมืองก็มาตั้ง พรรคการเมืองสู้กันตามระบบ หรือไม่ก็ไปเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย 
อย่าเอากำลังอาวุธมาข่มขู่ทำร้ายกัน
3.ให้ คอป.เป็นผู้บริหารโครงการที่จะสานเสวนากับประชาชนทุกภาคส่วนทั่วประเทศ 
เพื่อให้เกิดความเข้าใจและร่วมกันแก้ปัญหาด้วยการปรองดอง 


4.ถ้า คอป.ไม่รับหรือรัฐบาลไม่ให้ทำก็ให้ไปหาหน่วยงานอื่น
ที่เป็นกลางขึ้นมาทำหน้าที่แทน แต่ต้องไม่ใช่หน่วยงานของรัฐ หรือราชการ 
เพราะไม่ได้ผลแน่นอน 
**ที่เสนอเช่นนั้นเพราะ คอป.รู้เรื่องนี้ดีมาตั้งแต่ต้น 
ส่วนรัฐบาลจะตอบรับหรือไม่นั้นตนไม่คิดหวังอะไรจากรัฐบาลนี้
เพราะเมื่อ คอป.ต้องการให้เสนอความเห็นตนก็ทำไป




"สุเทพ เทือกสุบรรณ" เข้าชี้แจงการสลายม็อบแดง เมษายน 53 ต่อ คอป. 
พร้อมมอบเอกสาร กว่า 270 หน้า ห้ามสื่อฟังข้อมูล 
โดยทางคอป.ขอความเห็นเรื่องปรองดอง
จากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ 




     


สรุปข่าวโดย ice angel TFN

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 28/06/55 พวกล้มล้างระบบการปกครองตัวจริง...

ที่มา blablabla

โดย 

 ภาพถ่ายของฉัน




องค์กรเถื่อน พวกอุบาทว์ ทาส.."คนมันชั่ว"
สร้างหม่นมัว ย่อยยับ นับไม่ไหว
สารพัด โคตรชั่ว ตัวจัญไร
ผู้สถาปนา ระบอบใหม่ ใช่..ตัวจริง....


เฉกล้มล้าง การปกครอง สนองตัณหา
กี่มารยา ก็รู้ทัน มันทุกสิ่ง
หาช่องเล็ก ช่องน้อย คอยประวิง
หลอกเหมือนลิง เลี่ยงหลบ บัดซบนัก....


เลียส้นตีน พรรคชั่ว ตัวสถุน
ทดแทนคุณ ไม่ว่างเว้น เห็นประจักษ์
ร้อยเรื่องเลว ร่วมผนึก คอยยึกยัก
เข้าหาญหัก ฝั่งตรงข้าม หยามประชา....


เลือกตั้งแพ้ ซ้ำซาก ยังกาก..ถ่อย
เติมด่างพร้อย ด้วยอุบาทว์ สมชาติหมา
แก๊งค์ห่าลาก ที่เย้ายวน ป่วนสภา
ยังดาหน้า ย้อนยอก เล่นนอกเกมส์....


ตุลาการธิปไตย แบบไทยนี้
พวกอัปรีย์ บอกเข้ายุค สร้างสุขเกษม
สาวกโง่ ระริกระรี้ สุดปรีด์เปรม
เลวเต็มๆ กลับเชิดชู ดูมันทำ....


๓ บลา / ๒๘ มิ.ย.๕๕

คำสาปแช่งไม่ศักดิ์สิทธิ์จริง

ที่มา การ์ตูนมะนาว


สมศักดิ์แนะถอยคนละก้าวปมแก้ รธน. เตือนไม่ยอมกันลุกลามถึงสงครามกลางเมือง

ที่มา uddred

 มติชน 28 มิถุนายน 2555 >>>


เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรคภูมิใจไทย อดีตสมาชิกบ้านเลขที่ 111 กล่าวถึง การแก้รัฐธรรมนูญนั้น ต้องรอดูว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยอย่างไร เพราะหากชี้ว่าแก้ไขได้เพียงบางมาตรา การแก้ทั้งฉบับจะเป็นการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยตามที่รัฐ ธรรมนูญฉบับนี้ระบุหรือไม่ และต้องดูด้วยว่าจะมีการลงโทษใคร จนนำไปสู่การยุบพรรคเพื่อไทยหรือไม่ ทั้งหมดเป็นปัญหาที่คนในบ้านเมืองวิตกกังวล เกิดความไม่มั่นใจจนกระทบเศรษฐกิจ จึงอยากวิงวอนให้ทุกฝ่ายนั้นตั้งสติ
ถามว่า มีหลายฝ่ายแสดงความเป็นห่วงสถานการณ์หลังเปิดประชุมสภาจะร้อนระอุ นายสมศักดิ์ว่า ถ้าไม่ประนีประนอม ถอยกันคนละก้าว เอาแต่เดินหน้าชนอย่างเดียว ก็ไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงความรุนแรงได้ หากไม่มีการยอมกันบ้าง สถานการณ์จะลุกลามไปสู่ความร้าวฉานไปจนถึงสงครามกลางเมือง

ชำนาญ จันทร์เรือง: จริยธรรมประธานศาลรัฐธรรมนูญ

ที่มา Thai E-News

 โดย ชำนาญ จันทร์เรือง
28 มิถุนายน 2555


นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (ภาพจากแฟ้มเมเนเจอร์ออนไลน์)
ไม่น่าเชื่อข่าวที่รายงานใน Manager Online ว่าเป็นคำพูดของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เพราะรายงานข่าวได้บอกว่าเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.ศาลรัฐธรรมนูญได้มีการจัดการสัมมนาบทบาทของสื่อมวลชน ในการพัฒนาระบบนิติรัฐและนิติธรรมตามรัฐธรรมนูญ ระหว่างวันที่ 22-23 มิ.ย. ที่โรงแรม แกรนด์แปซิฟิก ซอฟเฟอริน รีสอร์ท แอนด์ สปา ชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เพื่อให้สื่อมวลชนมีความรู้ความเข้าใจในบทบาทหน้าที่การนำเสนอข่าวสารให้ สาธารณชนรับทราบในผลการดำเนินงานศาลรัฐธรรมนูญ(???)
     
ซึ่งนายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้เปิดเผยในงานสัมมนาว่า การจัดงานพบสื่อไม่ใช่เป็นการจัดเพื่อหาเสียงให้สื่อหันมาสนับสนุน เพราะสื่อถล่มศาลรัฐธรรมนูญอยู่ทุกวัน แต่มีเป้าหมายเป็นการสร้างความเข้าใจบทบาทหน้าที่ซึ่งกันและกัน การที่ว่าสื่อต้องทำความเข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ชัดเจน เรื่องนี้ยาก เพราะสื่อบางครั้งก็ยังไม่เข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้น ตลอดระยะเวลา 44 ปีที่ตนเองทำงานด้านกฎหมายมา จะว่าเป็นคนมืออ่อนหรืออย่างไรก็ว่ากันไป แต่ตลกที่มีคนที่ไม่ได้จบกฎหมายออกมาวิจารณ์ด่าศาลรัฐธรรมนูญทางโทรทัศน์ มันก็เป็นเรื่องแปลก ดังนั้น สื่อไม่ได้ทำตัวนำเสนอความคิดเห็นในหลายด้าน
     
 “ขอนำคดีที่อยู่ในความสนใจขณะนี้ เรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญรับพิจารณาคำ ฟ้องกรณี รัฐบาล รัฐสภา กำลังยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นการล้มล้างระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มาตรา 68 เราก็ไปดูการพิจารณาของสภาวาระที่ 3 ก็เห็นว่าเป็นไปได้เหมือนกัน เพราะรัฐสภาชุดนี้พิจารณากฎหมายแบบขายขาด แล้วโยนภาระให้ ส.ส.ร. ก็ต้องเสียเงินเลือกตั้ง ส.ส.ร.มาให้ร่างรัฐธรรมนูญ โดยมีกรอบว่าไม่แตะต้อง หมวด 1 (บททั่วไป) และหมวด 2 (พระมหากษัตริย์) ต้องไม่แตะนะ ถ้าเขาร่างมาแล้วแตะล่ะ ใครจะทำไม อ๋อไม่เป็นไรมีประธานสภาเป็นผู้วินิจฉัย แต่ถ้าประธานสภาเห็นว่าให้ลงมติเลย เวลานั้นศาลรัฐธรรมนูญจะทำอะไรได้อีก เพราะเมื่อมีผลเป็นการลงประชามติไปแล้ว ผมขอย้ำเลยว่าถ้าเชื่อถือในบุคคล ก็ไม่ต้องมีกฎหมาย” นายวสันต์ กล่าว

นายวสันต์ กล่าวว่า เมื่อมีข้อกล่าวหาว่าล้มล้างระบอบรัฐธรรมนูญ เวลานี้ตนเองยังไม่เห็นว่าจะมีใครออกมาปฏิเสธสักคำ มันจึงเป็นเรื่องตลกเมื่อ โจทย์ยื่นฟ้องจำเลย แทนที่จำเลยจะชี้แจงข้อกล่าวหา กลับมาเล่นงานศาลรัฐธรรมนูญ ถือว่าแปลกมาก

(ที่มา http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9550000076949)

จากข่าวที่ปรากฏข้างต้นสามารถวินิจฉัยได้ 2 ประเด็น

ประเด็นแรก คือ คนไม่ได้จบกฎหมายวิจารณ์ศาลรัฐธรรมนูญได้หรือไม่

คำวินิจฉัย คือ ทำไมจะวิจารณ์ไม่ได้เพราะศาลรัฐธรรมนูญเป็นหนึ่งในองค์กรที่ใช้อำนาจอธิปไตย ซึ่งเป็นของประชาชน และแม้แต่ศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองเองก็มีตุลาการที่ไม่ได้จบกฎหมายเช่น กัน เช่น ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จำนวน 2คน ที่มาจากผู้ทรงคุณวุฒิสาขารัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ หรือสังคมศาสตร์อื่น ตามมาตรา 204(4) และมาตรา 206 ของรัฐธรรมนูญฯ ปี 50 นี่เอง

ประเด็นที่สอง คือ การให้ความเห็นว่าเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญรับพิจารณาคำฟ้องกรณี รัฐบาล รัฐสภา กำลังยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นการล้มล้างระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มาตรา 68 เราก็ไปดูการพิจารณาของสภาวาระที่ 3 ก็เห็นว่าเป็นไปได้เหมือนกันนั้นขัดต่อประกาศศาลรัฐธรรมนูญ เรื่อง จริยธรรมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ลงวันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ.2548 หรือไม่ ซึ่งเราต้องมาดูกันว่าประกาศดังกล่าวกำหนดไว้ว่าอย่างไร

ศาลรัฐธรรมนูญได้กำหนดจริยธรรมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไว้ ดังต่อไปนี้

“ข้อ 1 ปฏิบัติหน้าที่ในพระปรมาภิไธยด้วยความซื่อสัตย์สุจริตโดยปราศจากอคติทั้งปวงเพื่อให้เกิดความยุติธรรมแก่ประชาชนและความสงบสุขแห่งราชอาณาจักร
ข้อ 2 รักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและกฎหมายทุกประการ
ข้อ 3 ยึดมั่นความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญโดยไม่หวั่นไหวต่อกระแสหรือการกดดันใด ๆ
ข้อ 4 รักษาความลับในการประชุมปรึกษาอย่างเคร่งครัด
ข้อ 5 เคารพในมติและเหตุผลในการวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมาก
ข้อ 6 ระมัดระวังในการให้คำปรึกษาแก่บุคคลภายนอกในเรื่องที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ
ข้อ 7 ระมัดระวังในการแสดงความคิดเห็นต่อสื่อมวลชนหรือสาธารณชนในเรื่องที่เกี่ยวกับประเด็นปัญหาที่เสนอหรืออาจจะเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย”

คำวินิจฉัย การที่ให้ความเห็นเช่นนี้น่าจะเข้าข่ายตามข้อ 7 ในการที่ต้องระมัดระวังในการแสดงความคิดเห็นต่อสื่อมวลชนหรือสาธารณชนใน เรื่องที่เกี่ยวกับประเด็นปัญหาที่เสนอหรืออาจจะเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาวินิจฉัยแล้ว มิหนำซ้ำความเห็นที่แถลงต่อสื่อมวลชนในคราวนี้น่าจะก้าวล่วงเข้าไปในเนื้อหา แห่งคดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประโยคที่ว่า “เป็นไปได้เหมือนกัน” นั่นเอง

แล้วจะทำอย่างไร


คงไม่ต้องทำอะไรสำหรับประเด็นที่หนึ่ง แต่สำหรับประเด็นที่สองนั้นเมื่อเห็นว่าน่าจะเข้าข่ายขัดต่อประกาศศาลรัฐ ธรรมนูญว่าด้วยจริยธรรมแล้ว ย่อมเข้าข่ายตามมาตรา 270 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ที่บัญญัติว่า

 “ผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลปกครองสูงสุด หรืออัยการสูงสุด ผู้ใดมีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ ส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ ส่อว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ส่อว่ากระทำผิดต่อหน้าที่ในการยุติธรรม ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง วุฒิสภามีอำนาจถอดถอนผู้นั้นออกจากตำแหน่งได้”

ฉะนั้น จึงเป็นหน้าที่ของผู้มีสิทธิตามมาตรา 271 ซึ่งก็คือ ส.ส.จำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ หรือ ส.ว.จำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ของจำนวนสมาชิกที่มีอยู่ของวุฒิสภา หรือประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่าสองหมื่นคนเข้าชื่อต่อ ประธานวุฒิสภาเพื่อพิจารณาว่าจะเข้าข่ายต้องถูกถอดถอนหรือไม่ อย่างไร ต่อไป

เมื่อพิจารณาตัดสินคนอื่นให้พ้นจากตำแหน่งได้ ก็ย่อมถูกพิจารณาถอดถอนออกจากตำแหน่งได้เช่นกันครับ ว่าแต่ว่าผู้มีสิทธิเข้าชื่อนั้นจะทำหรือเปล่าเท่านั้นเอง เพราะลำพังเพียงการถามหาจริยธรรมเพื่อแสดงความรับผิดชอบคงใช้ไม่ได้ผลในกรณี นี้เป็นแน่

ช็อตเด็ดวันนี้:ลูกคอมฯเก่ากับอำมาตย์ใหม่

ที่มา Thai E-News



หงา คาราวาน บรรเลงสดเพลงคิดถึงบ้านให้พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ รับชม ระหว่างทั้งสองไปเยี่ยมเนิน 708 ภูพยัคฆ์ จังหวัดน่านที่สหายคำตัน หรือพันโทโพยม จุลานนท์ บิดาพลเอกสุรยุทธ์เคยใช้เป็นฐานที่มั่นของพรรคคอมมิวนิวส์แห่งประเทศ ไทย(พคท.) สู้รบกับฝ่ายรัฐบาลในอดีต และหงาเคยมาพำนักที่นี่ระหว่างเข้าร่วมการต่อสู้กับพคท.หลังเหตุกา่รณ์ 6 ตุลาคม 2519
ต่อมาพลเอกสุรยุทธ์ได้เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นองคมนตรี ส่วนหงากลายเป็นศิลปินเพื่อชีวิตชื่อดัง ทั้งสองพบกันในภาพนี้เมื่อวันที่ 10 หรือ 11 ธันวาคม 2553 ณ บริเวณลานหลังกระท่อมของลุงคำตัน เป็นการพบกันของอดีตลูกคอมฯที่กลายเป็นอำมาตย์ และอดีตคอมฯที่กลายเป็นอำมาตย์ใหม่ กลายเป็นศิลปินแห่งชาติภายใต้อำมาตย์อุปถัมภ์
นี่ก็เป็นการเมืองแบบไทยๆ และความย้อนแย้งที่หากจะหาพบได้ที่ไหนในโลก

ดูภาพชุดทั้งหมดที่เว็บบอร์ด http://sapanpleang.com

“Red USA” ขอเชิญมาร่วมสนุกโดยการส่งคำขวัญ “ทุรวลี “ แบบปลุกจิตเข้าประกวด มีรางรางวัลให้

ที่มา Thai E-News



“Red USA” ขอเชิญมาร่วมสนุกโดยการส่งคำขวัญ “ทุรวลี “ แบบปลุกจิตเข้าประกวด มีรางรางวัลให้.....
เนื่องจากระยะ นี้พวกเราที่รักประชาธิปไตยทั้งในเมืองไทยทั่วโลกต่างก็มีความเครียดกับการ เมืองที่ไม่นิ่งเลยจากการก่อกวนของอำมาตย์และสุนัขรับใช้ ทาง Red USA จึงอยากจะจัดประกวดคำขวัญหรือทุรวลี เพื่อคลายเครียดเรียกขวัญและกำลังใจคืนมาในหมู่นักท่องเน็ตและโซเชี่ยลมี เดียทั้งหลายที่ได้ต่อสู้อำมาตย์ร่วมกัน
คำขวัญหรือ ทุรวลี ที่ส่งเข้าประกวด อาจอยู่ในบริบทของการเมือง การบ้าน หรือเฉียดฉิวการมุ้งบ้างก็ได้ เพื่อความหลากหลาย ช่วยระบายความอัดอั้น ให้บางเบา จากความอยุติธรรมที่อำมาตย์มันเอามากดขี่พวกเรา
ตัวอย่างคำขวัญหรือทุรวลีเช่น :
... ชวนยังหลีกภัย มึงเป็นใครไม่หลีกกู
... ตีหน้าเศร้า เล่าความเท็จ xxxเมียเพื่อน
... ผมเชื่อมั่นในระบบรัฐสภา ถ้าพรรคผมได้เปรียบ
... นมเมียไว้ให้ผัว นมวัวไว้ให้ลูก
... หน้าประถม นมมหาวิทยาลัย
… ไม่รักพ่อให้ไปอยู่ประเทศอื่น
… พ่อกูอยู่ประเทศไทย พ่อมึงอยู่ประเทศไหน ใช่อเมริกาหรือเปล่า
...วังไม่มีนอน อาัศัยนอนกับเจ้าของวัง
...เบนซ์ไม่ีมีขี่ เอาแต่ขี่เจ้าของเบนซ์
และ ฯลฯ เป็นต้น
สำหรับรางวัลจะมีอยู่ 2 ประเภทคือ:
1.รางวัลบริจาคเพื่อการกุศลตามเจตนาของผู้ที่ได้รับรางวัล :
รางวัลที่ 1 เป็นจำนวนเงิน สามพันบาท
รางวัลที่ 2 เป็นจำนวนเงิน สองพันบาท
รางวัลที่ 3 เป็นจำนวนเงิน หนึ่งพันบาท
2.รางวัลพิเศษ : คือ อยู่ฟรี เที่ยวฟรี กินฟรีหนึ่งอาทิตย์ในแอลเอ มีข้อแม้ว่าต้องมีค่าตัวและขอวีซ่ามาเอง รายจ่ายในการอยู่ฟรี กินฟรี เที่ยวฟรีหรืออะไรนนอกเหนือจากนั้น(ยกเว้นการ Shopping…55555) Red USA จะจัดให้(ป.ล. หากคนในแอลเอหรือในสหรัฐฯได้รับรางวัลนี้ก็สบายไป...55555)
กฎและกติกา:
1. นักท่องเนตและมวลชนในโซเชียลมีเดียสามารถส่งคำขวัญเข้าประกวดได้โดยการเข้ามาโพสต์ “คำขวัญ “ ของท่านในกระทู้  “Red USA” ขอเชิญมาร่วมสนุกโดยการส่งคำขวัญ “ทุรวลี “ แบบปลุกจิตเข้าประกวด มีรางรางวัลให้.....
(หาก ยังไม่ได้เป็นสมาชิกประชาทอลค์ คงต้องสมัครก่อนถึงจะโพสต์ได้) 1 ล็อกอินให้ส่งได้ไม่เกิน 3 คำขวัญ โดยเริ่มตั้งแต่ นาทีที่โพสต์กระทู้นี้เป็นต้นไปและจะหมดเวลาโพสต์ส่งเข้าประกวดในวันที่ 4 ก.ค. 2555 (เวลา 24.00น. เวลาในประเทศไทย) หลังจากนั้นก็จะมีการให้โหวตต่อจากสมาชิกเองว่าคำขวัญไหนเป็นที่ชื่นชอบและ ถูกใจมากที่สุดและจะปิดการโหวตเมื่อ 24.00น.ของวันที่ 9 ก.ค. 2555 หลังจากนั้นก็จะมีการนับคะแนนประกาศผลและให้รางวัลแก่ “คำขวัญ” ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ตามที่ได้กล่าวไว้
***หมายเหตุ: การโหวตตามข้อที่ 1 สิทธิในการโหวต 1 ล๊อกอิน 1 เสียง
การโหวตให้รางวัลพิเศษข้อ 2 ให้โหวตว่า “ล็อกอิน” ใดสมควรจะได้รับ
หารโหวตทั้งสองข้อนี้ให้โหวตใน Comment และในเวลาเดียวกัน
2. สำหรับเงินรางวัลนั้นให้ผู้ได้รับเลือกอันดับ 1-3 ตกลงกันเองว่าจะบริจาคเงินจำนวนนั้นให้กับใคร องค์การไหนแล้วแจ้งให้ทางเราทราบRed USA ก็จะส่งเงินจำนวนนั้นไปบริจาคที่สถานที่ดังกล่าวพร้อมกับอธิบายถึงที่มาของ เงินจำนวนนี้ หลังจากที่ได้บริจาคแล้ว Red USA ก็จะนำหลักฐานการบริจาคมาเปิดเผยให้ทราบต่อไป
อยากบริจาคการกุศลโดยการชนะประกวดคำขวัญหรือมีคนรับรองให้อยู่ฟรี กินฟรี เที่ยวฟรี ในแอลเอเป็นเวลา 1 อาทิตย์
เชิญครับ....