ที่มา Thai E-News
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Saturday, July 7, 2012
คอมมิวนิสต์สายลุงธงประณามทปท.รอ.ขายอุดมการณ์รับใช้อำมาตย์ ย่ำยีวีรชนปฏิวัติบัดซบที่สุด
ที่มา Thai E-News
คอมมิวนิสต์รอ.-เว็บเพจของพรรคคอมมิวนิสต์เเห่งประเทศไทย(พคท.)ได้
ออกมาสนับสนุนการเคลื่อนไหวปกป้องตุลาการของกลุ่มที่ใช้ชื่อ
ทปท.อย่างเต็มที่ รวมทั้งนำเสนอบทสัมภาษณ์สหายเก่ารายหนึ่งที่ตอบคำถามของผู้สื่อข่าวที่ถามถึงการออกมาปกป้องสถาบันกษัตริย์ว่า เราเข้าป่าก็ไม่ได้สู้กับพระเจ้าอยู่
โดย คนข่าวชายขอบ
ที่มา เนชั่นสุดสัปดาห์ ฉบับที่ 1048
มีอดีตสหายในนาม ‘ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยเพื่อประชาชน’ ร่อน แถลงการณ์มายังกองบรรณาธิการเนชั่นสุดสัปดาห์ เพื่อแสดงจุดยืนและปกป้องเกียรติภูมิของกองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย (ทปท.) อันยิ่งใหญ่ในอดีต ดังต่อไปนี้
“ปรากฏการณ์ ที่ได้มีกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย หรือ ผรท. จำนวนหนึ่ง เรียกตนเองว่า ‘นักรบประชาชนเพื่อประชาธิปไตย’ ได้ออกมาชุมนุมกันที่จังหวัดขอนแก่นและอุดรธานี ตามลำดับ พร้อมออกแถลงการณ์โจมตีนายจตุรนต์ ฉายแสง, นางธิดา ถาวรเศรษฐ, นายแพทย์เหวง โตจิราการ เรื่องคัดค้านคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งจำนวนคนที่เข้าร่วมมีจำนวนหนึ่ง ...
ธง แจ่มศรี ค้านกรรมการพรรคคอมฯเสื้อเหลือง เอียงขวาสมคบศักดินาสมบูรณาญาสิทธิราชใหม่
ตันโต้ธุรกิจไม่พันการเมืองวอนปล่อยผมไปตามทาง
ที่มา Thai E-News
เครียด-เสี่ยตันแจงผ่านfacebookเมื่อซักครู่นี้ พร้อมภาพประกอบในอารมณ์เครียดๆ ดังต่อไปนี้
ผมจะชอบใจใคร พรรคไหนขอใช้ดุลยพินิจตัดสิ
กรณีทำธุรกิจอสังหาฯ เรียกง่ายๆ ก็คือการซื้อมาขายไป ที่ดินเพลินจิต 1.5 ไร่ พร้อมสัญญาการเช่าปั๊มน้ำมั
ผมยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกั
ปล่อยผมไปตามทางธุรกิจเล็กๆ
ยืนยันหนักแน่นอีกครั้งครับ
ตัน อิง และครอบครัว ภาสกรนที
ขอบคุณคร๊าบบบ
ก่อนหน้านี้เว็ปไซต์สำนักข่าวอิศรา นำเสนอรายงานข่าวเรื่อง เปิดขุมข่าย“เสี่ยตัน โออิชิ”เชื่อม พานทองแท้ ชินวัตร - สรยุทธ สุทัศนะจินดา
เทพเทือกซัดแม้วสร้างลัทธิแดงเป็นเครื่องมือกดดันศาล รธน.
ที่มา uddred
ไทยรัฐ 7 กรกฎาคม 2555 >>>
"สุเทพ เทือกสุบรรณ" ส.ส.ประชาธิปัตย์ ปลุกคนไทยสู้ลัทธิแดง หลัง "ทักษิณ" ใช้เป็นเครื่องมือกดดันศาล ลั่นไม่กังวลใจผลศาล รธน. ชี้ขาด ย้ำต้องรักษาระบบ...
เมื่อวันที่ 7 ก.ค. 2555 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธาน นปช. ระบุว่าหากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไม่ลาออกจากการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจะ นำมวลชนเสื้อแดงมากดดัน ว่า เป็นปัญหาอีกส่วนที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้สร้างเอาไว้ โดยใช้กระบวนการลัทธิแดงเป็นเครื่องมือในการต่อสู้มาโดยตลอด ด้วยเงินและการอุปถัมภ์ค้ำจุนของ พ.ต.ท.ทักษิณ กระบวนการลัทธิแดง จึงเติบโตใหญ่คับบ้านคับเมืองอยู่ทุกวัน จนกลายเป็นพิษเป็นภัยต่อสังคมและประเทศชาติในปัจจุบันนี้ ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณ หยุดแค่คนเดียว เงินทองที่เคยสนับสนุนกระบวนการลัทธิแดงก็จะลดลงไป
เมื่อถามว่ามีการอ้างว่าฝ่ายการเมืองไม่สามารถสั่งการกลุ่มเสื้อแดงที่สนับ สนุนพรรคเพื่อไทยได้ นายสุเทพ กล่าวว่า ที่แล้วมาเขาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และสาธารณชนได้รับทราบว่าเขามีทั้งพรรคการเมือง มวลชนจัดตั้ง และกองกำลังติดอาวุธ ซึ่งเมื่อตนพูดก็จะมีสื่อมวลชนที่เป็นลิ้วล้อมาวิพากษ์วิจารณ์ว่า ตนหลบหนีคอมมิวนิสต์ ซึ่งวันนี้ก็จะเห็นชัดเจนขึ้น ขอเรียนว่าบ้านเมืองเป็นของเราทุกคน ลูกหลานทุกคนก็อยู่ในประเทศนี้ ฉะนั้น เราต้องพูดความจริงกัน เมื่อถึงเวลาก็ต้องลุกขึ้นต่อสู้ ไม่ยอมให้กระบวนการที่อยู่นอกกฎหมายที่ไม่ชอบธรรมมาข่มขู่องค์กรศาล ประชาชน และประเทศชาติ
ผู้สื่อข่าวถามว่ากังวลหรือไม่หากคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญไม่เป็นไปตามฝั่ง ผู้ถูกร้อง แล้วจะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่กังวลใจ เพราะผ่านมามากแล้ว ซึ่งตนก็ตั้งหลักต่อสู้กับความไม่ถูกต้อง ไม่ชอบธรรม ถ้าศาลตัดสินอย่างไรพวกเราก็ต้องเคารพในคำตัดสิน ศาลชอบหรือไม่ชอบก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ระบบก็เป็นระบบ
เมื่อถามว่าหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าผิด จะเกิดอะไรขึ้นกับการเมืองไทย นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ใช่หมอดูจึงคาดการณ์ไม่ได้ แต่เมื่อเกิดอะไรก็แก้ไขไปตามสถานการณ์ ถามต่อว่าอยากเรียกร้องอย่างไรให้ทุกฝ่ายยอมรับกระบวนการของศาล นายสุเทพ กล่าวว่า เราไปเรียกร้องอะไรจากกระบวนการลัทธิแดงคงไม่ได้ แต่ตนอยากเรียกร้องประชาชนว่าเราเป็นเจ้าของประเทศ ไม่ใช่พวกลัทธิแดงและนางธิดาเป็นเจ้าของประเทศ ฉะนั้น อย่ายอมให้เขาทำตามอำเภอใจ เพราะจะกระทบต่ออนาคตลูกหลานของเรา
Friday, July 6, 2012
ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์: ยุบพรรคเพื่อพัฒนาประชาธิปไตย?
ที่มา ประชาไท
Fri, 2012-07-06 17:16
นอกจากพรรคไทยรักไทย ก็ยังมีพรรคการเมืองที่ประสบการณ์ถูกยุบพรรคทำนองเดียวกันอยู่อีกมาก ยิ่งกว่านั้นคือปริมาณของพรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองที่ใช้วิธีให้ศาลรัฐ ธรรมนูญบังคับยุติสภาพความเป็นพรรคการเมืองของฝ่ายตรงข้ามกลับมีมาจน ปัจจุบัน แม้กระทั่งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา
ข้อถกเถียงเรื่องการยุบพรรคมักรวมศูนย์ว่าการยุบพรรคเป็นมาตรการที่เป็น ประชาธิปไตยหรือไม่ คำถามนี้คล้ายตอบง่ายเพราะประสบการณ์ในการเมืองไทยระยะใกล้ชวนให้ตอบได้ ทันทีว่าไม่เป็น แต่ที่จริงการยุบพรรคเป็นมาตรการที่พบได้ในหลายสังคม ในสังคมที่เป็นประชาธิปไตยก็มี ในสังคมที่ไม่เป็นประชาธิปไตยก็มาก การอภิปรายแบบกว้างๆ ว่าการยุบพรรคเป็นหรือไม่เป็นประชาธิปไตยจึงลดทอนความซับซ้อนของประเด็นนี้ อย่างมีนัยยะสำคัญ
ลองดูตัวอย่างของการยุบพรรคในสังคมที่ไม่เป็นประชาธิปไตยก่อนก็ได้ พม่ามีการยุบพรรค NLD ของอองซานซูจีในปี 2553 ด้วยเหตุผลเรื่องการคว่ำบาตรการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายนที่พรรคเห็นว่ามี การใช้กฎหมายเพื่อสกัดไม่ให้ซูจีลงสมัครเลือกตั้ง การสู้คดีผ่านศาลฎีกาไม่ประสบความสำเร็จ ผลก็คือพรรคแตก สมาชิกพรรคบางส่วนแยกตัวไปจัดตั้งพรรคNDF ซึ่งสมาชิกพรรคได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกรัฐสภาเพียง 16 ราย ส่วนพรรคที่เป็นตัวแทนของผู้นำทหารในพม่าชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย ขณะที่ NLD เพิ่งฟื้นชีพเมื่อตัดสินใจจดทะเบียนจัดตั้งพรรคอีกครั้งในช่วงปลายปีที่ผ่าน มา
ควรระบุด้วยว่าข้อกฎหมายที่ฝ่าย NLD เห็นว่าเกิดขึ้นเพื่อกีดกันนางซูจีคือบทบัญญัติที่ระบุว่าผู้ที่มีความผิดใน คดีอาญาจะไม่สามารถสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกรัฐสภา รวมทั้งไม่มีสิทธิในการลงคะแนน ซึ่งมองในแง่กฎหมายก็เป็นหลักกว้างๆ ที่คล้ายไม่ได้มุ่งผลทางการเมืองต่อผู้หนึ่งผู้ใดเป็นการเฉพาะเจาะจง
ถ้านิยามประชาธิปไตยในความหมายกว้างและไม่ซับซ้อนที่สุดว่าประชาธิปไตย หมายถึงการเลือกตั้ง แซมเบียก็เข้าข่ายเป็นประเทศประชาธิปไตยเพราะมีการปกครองแบบประธานาธิบดีและ รัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้งต่อเนื่องมาเกือบสามทศวรรษ แม้ข้อเท็จจริงอีกด้านคือแซมเบียเป็นประเทศที่อนุญาติให้มีพรรคการเมืองได้ เพียงพรรคเดียวมาตั้งแต่ปี 2515 นั่นก็คือพรรค UNIP (United National Independence Party) เท่านั้นที่ถือว่าเป็นพรรคที่ถูกกฎหมาย ส่วนพรรคการเมืองอื่นคือพรรคเถื่อนซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องมีสิทธิถูกดำเนินคดี อาญา
สภาพแบบนี้เปลี่ยนไปในปี 2534 เมื่อประธานาธิบดีจากพรรค UPP ถูกต่อต้านจนยอมแก้รัฐธรรมนูญให้การจัดตั้งพรรคการเมืองอื่นเป็นไปได้โดย อิสระ ผลก็คือพวกสหภาพแรงงาน พวกหัวก้าวหน้า และปีกประชาธิปไตยใน UNIP ออกมาจัดตั้งพรรคใหม่ชื่อ MMD (Movement for Multi-Party Democracy) ซึ่งชนะการเลือกตั้งระดับประธานาธิบดีและรัฐสภาอย่างกว้างขวางจนมีอำนาจรัฐ อย่างต่อเนื่องในช่วง 2533-2543 แต่เริ่มชนะด้วยคะแนนน้อยลงเรื่อยๆ ในระยะต่อมา
ในปี 2554 พรรค Patriotic Front ซึ่งแยกตัวจาก MMD ชนะการเลือกตั้งทั้งในระดับประธานาธิบดีและรัฐสภา ส่วน MMD กลายเป็นพรรคฝ่ายค้านอันดับหนึ่ง จากนั้นในเดือนมีนาคม 2555 สำนักทะเบียนพรรคการเมืองของแซมเบียก็มีคำสั่งยุบพรรค MMD ด้วยข้อหาว่าไม่จ่ายค่าธรรมเนียมมาตั้งแต่ปี 2536 สมาชิกรัฐสภาสังกัดพรรค MMD ทั้งหมด 53 คน จึงถูกเพิกถอนความเป็นสมาชิกรัฐสภาไปโดยปริยาย
สถานการณ์ในปัจจุบันนี้คือพรรครัฐบาลปัจจุบันและคณะกรรมการการเลือกตั้ง แซมเบียยื่นคำร้องให้ศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิอดีตสมาชิกพรรค MMD ในการเลือกตั้งและกิจกรรมการเมืองอื่นๆ ถึงขั้นไม่มีสิทธิให้ความสนับสนุนผู้สมัครรายใด ในแง่นี้การยุบพรรคในแซมเบียมีผลต่อสมาชิกพรรคหนักหน่วงกว่าพม่าที่อนุญาต ให้ผู้ถูกเพิกถอนสิทธิสามารถแสดงออกทางการเมืองได้ในบางระดับ ส่วนศาลแซมเบียไม่ให้สิทธินี้เลย
ถ้าการยุบพรรคในกรณีพม่าและแซมเบียเป็นตัวอย่างของการยุบพรรคในสังคมที่ ไม่เป็นประชาธิปไตยและกึ่งประชาธิปไตย การยุบพรรคในสเปนก็เป็นตัวอย่างของการยุบพรรคในสังคมที่เป็นประชาธิปไตย อย่างต่อเนื่อง โดยพื้นฐานแล้วสเปนมีการปกครองแบบรัฐสภาที่กษัตริย์เป็นประมุขภายใต้การ เมืองแบบหลายพรรคจนทศวรรษ 1990 ที่เริ่มเกิดระบบสองพรรคใหญ่ ส่วนพรรคเล็กที่มีบทบาทก็คือพรรคชาตินิยมและพรรคฝ่ายซ้ายในแคว้นต่างๆ ซึ่งมีจำนวนสมาชิกรัฐสภามากน้อยไปมาตามแต่สถานการณ์
การยุบพรรคครั้งสำคัญของสเปนเกิดขึ้นในปี 2546 เมื่อรัฐสภาสเปนเสนอในปี 2545 ให้ศาลสูงสุดของสเปนมีคำสั่งยุบพรรคการเมือง Batasuna (Unity of the People) ซึ่งเป็นปีกราดิกาลของกลุ่มเรียกร้องเอกราชในแคว้นบาสก์ ศาลมีมติยุบพรรคโดยไม่เป็นเอกฉันท์ ฝ่ายที่ถูกยุบต่อสู้คดีด้วยการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งแม้จะมีมติไม่เป็นเอกฉันท์ แต่ก็ยืนยันคำวินิจฉัยของศาลสูงสุด ผลก็คือพรรค Batasuna สู้ต่อโดยยื่นคำร้องต่อศาลสิทธิมนุษยชนแห่งสหภาพยุโรป (ECHR) ว่าการยุบพรรคเป็นการละเมิดสิทธิการรวมตัวและจัดตั้งองค์กรซึ่งเป็นสิทธิ มนุษยชนขั้นพื้นฐานของทุกคน
การยุบพรรคในกรณีนี้น่าสนใจเพราะเชื่อมโยงกับประเด็นสำคัญสองเรื่อง เรื่องแรกคือการก่อการร้าย เรื่องที่สองคือการวางบรรทัดฐานของสหภาพยุโรปว่าอะไรคือขอบเขตของสิทธิในการ รวมตัว
การยุบพรรค Batasuna เชื่อมโยงกับประเด็นก่อการร้ายเพราะประธานาธิบดีสเปนช่วงหลังเหตุการณ์ 9/11 ผลักดันให้รัฐสภาแก้กฎหมายพรรคการเมืองมาตรา 9 เพื่อต่อต้านการก่อการร้ายโดยระบุว่าศาลสูงสุดสามารถประกาศให้พรรคการเมือง ใดเป็นพรรคผิดกฎหมายได้ หากพรรคหรือสมาชิกพรรคดำเนินกิจกรรมซึ่งเป็นภัยต่อหลักประชาธิปไตยอย่างร้าย แรงและต่อเนื่องโดยไม่หยุดยั้ง จากนั้นรัฐสภาก็วินิจฉัยว่า Batasuna เข้าข่ายนี้โดยตรง
สำหรับประเด็นของเขตของสิทธิในการรวมตัวนั้น ต้องเข้าใจก่อนว่าการต่อสู้ของ Batasuna ในศาลสิทธิมนุษยชนยุโรปเป็นไปได้เพราะสเปนให้สัตยาบันรับรองเขตอำนาจของศาล นี้ บุคคลจึงมีสิทธิที่จะร้องทุกข์ในกรณีข้อพิพาทที่ผ่านการพิจารณาของศาลใน ประเทศครบถ้วนแล้ว เงื่อนไขของสเปนข้อนี้เปิดโอกาสให้ Batasuna ต่อสู้ในระดับสากลว่าการยุบพรรคเป็นการละเมิดเสรีภาพในการรวมกลุ่มในมาตรา 11 ของอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและสิทธิขั้นพื้นฐาน นั่นก็คือการต่อสู้โดยอิงหลักการว่าสิทธิเสรีภาพในการรวมกลุ่มเป็นสิทธิที่ ละเมิดไม่ได้ในทุกกรณี
อย่างไรก็ดี ข้อเท็จจริงมีอยู่ว่าย่อหน้า 2 ของอนุสัญญานี้ระบุว่าเสรีภาพนี้ถูกระงับได้ตามที่กฎหมายกำหนดและตามความได้ สัดส่วนระหว่างความเป็นสังคมประชาธิปไตยและความมั่นคงแห่งชาติ ประโยชน์สาธารณะ รวมทั้งป้องกันการละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น ศาลสิทธิมนุษยชนยุโรปพิจารณาคดีโดยคำนึงถึงข้อความย่อหน้านี้จนมีคำตัดสินใน ปี 2552 ให้ศาลสเปนสั่งยุบพรรคได้เพราะเป็นไปเพื่อปกป้องสังคมจากการก่อการร้ายซึ่ง เกิดต่อเนื่องจนเป็นภัยต่อประชาธิปไตย
การยุบพรรคในตุรกีเกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมที่น่าสนใจสามข้อ ข้อแรกคือการยุบพรรคเกิดโดยศาลรัฐธรรมนูญตุรกีซึ่งเป็นศาลรัฐธรรมนูญที่มี อำนาจที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป ข้อสองคือสาเหตุในการยุบพรรคนั้นครอบจักรวาลจากการสนับสนุนความรุนแรงไปจน ถึงการดำเนินกิจกรรมที่เป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งชาติ หลักนิติธรรม สิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตย และความเป็นสาธารณรัฐแบบฆราวาสที่ไม่ฝักใฝ่ศาสนาใดศาสนาหนึ่ง และข้อสาม พฤติกรรมที่เป็นเหตุให้ยุบพรรคไม่ได้มีเพียงแค่กิจกรรม แต่ยังรวมถึงการใช้สัญลักษณ์ การเผยแพร่เอกสาร หรือการมีระเบียบพรรคที่เอื้อต่อกิจกรรมในข้อที่แล้ว
ในแง่บริบทนั้น นับตั้งแต่ทหารแทรกแซงการเมืองตุรกีในทศวรรษ 1980 ก็พรรคการเมืองถูกยุบไปไม่ต่ำกว่า 24 พรรคจนการยุบพรรคเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางการเมือง พรรคที่ถูกยุบหลายพรรคเป็นพรรคที่อิงศาสนาหรือคนเชื้อชาติใดเชื้อชาติหนึ่ง เป็นพิเศษ ตัวอย่างเช่นพรรค Refah ซึ่งประกาศตัวเองเป็นปากเสียงของคนอิสลามจนเป็นแกนตั้งรัฐบาลในปี 2539 แต่กองทัพซึ่งมองตัวเองเป็นผู้พิทักษ์รัฐธรรมนูญกลับเห็นว่าพรรค Refah เป็นภัยต่อสาธารณรัฐฆราวาสจนเคลื่อนไหวล้มรัฐบาลและผลักดันให้ศาลรัฐธรรมนูญ ยุบพรรคนี้ในปี 2540 ส่วนหัวหน้าพรรคและสมาชิกรัฐสภาของพรรคก็ถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมือง 5 ปี จากความผิดที่เล็กน้อยกระทั่งการใช้ทำเนียบประธานาธิบดีเลี้ยงอาหารผู้นำ ศาสนาในวันรอมฎอน
สมาชิกพรรค Refah ตั้งพรรคใหม่ชื่อ Fazilet ในปีเดียวกันโดยประกาศนโยบายที่เป็นกลางมากขึ้น แต่ก็ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคอีกในปี 2544 ด้วยข้อหาเดียวกับการยุบพรรคครั้งที่แล้ว ข้อแตกต่างคือการยุบพรรคนี้อ้างหลักฐานจากคำปราศรัยของสมาชิกรัฐสภาที่ระบุ ว่าจะอนุญาติให้สตรีมุสลิมสวมผ้าคลุมเข้ารัฐสภาได้ ,พฤติกรรมของสมาชิกรัฐสภาอีกรายที่กล่าวปฏิญญาตนในรัฐสภาโดยสวมผ้าคลุมแบบ อิสลามเข้าไปจริงๆ และการสนับสนุนการเคลื่อนไหวของนักศึกษาสตรีที่ไม่ต้องการถอดผ้าคลุมขณะอยู่ ในชั้นเรียน ผลคือสมาชิกรัฐสภาจากพรรคนี้ถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมืองไปอีกห้าปี
อดีตสมาชิกพรรค Fazilet ตั้งพรรคใหม่ชื่อพรรค AKP ในปี 2544 โดยวางยุทธศาสตร์พรรคให้อิงศาสนาอิสลามน้อยลงและเดินหน้าสู่ความเป็นพรรคมวล ชนมากขึ้นโดยนโยบายการเมืองแบบกลางค่อนไปทางอนุรักษ์นิยม พรรคได้รับคะแนนนิยมจนชนะการเลือกตั้งปี 2545 และ 2550 แต่ในปี 2551 อัยการก็เสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคและเพิกถอนสมาชิกรัฐสภาอีกห้าปี ข้อกล่าวหาที่นำไปสู่การยุบพรรคคราวนี้คือพรรคดำเนินกิจกรรมขัดหลัก สาธารณรัฐฆราวาสเพราะเสนอแก้รัฐธรรมนูญที่นำไปสู่การอนุญาติให้สวมผ้าคลุมใน มหาวิทยาลัย
คดียุบพรรค AKP ถูกวิจารณ์โดยคณะกรรมาธิการยุโรปว่าแม้พรรคจะขัดแย้งกับหลักพื้นฐานของรัฐ ตุรกีเรื่องสาธารณรัฐฆราวาส แต่ก็ไม่ได้เป็นภัยต่อต่อประชาธิปไตย ความคิดที่แยกรัฐกับประชาธิปไตยจนถึงจุดที่ยอมรับสิทธิเสรีภาพของพรรคที่จะ ท้าทายรัฐแต่ไม่ล้มล้างประชาธิปไตยแบบนี้แตกต่างจากฝั่งตุรกีที่ถือว่ารัฐ กับประชาธิปไตยเป็นเรื่องเดียวกันจนยุบพรรคที่ท้าทายรัฐโดยอ้างว่าเพื่อปก ป้องประชาธิปไตยได้ทั้งหมด
นอกจากศาลรัฐธรรมนูญตุรกีจะมุ่งยุบพรรคที่อิงศาสนาแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญยังมุ่งยุบพรรคที่อิงเชื้อชาติอีกด้วย การยุบพรรคในสภาพแวดล้อมนี้สะท้อนถึงความหวาดกลัวของชนชั้นนำว่าศาสนาและการ แบ่งแยกดินแดนของบางเชื้อชาติจะทำลายสาธารณรัฐลงไป ข้อที่น่าสนใจคือการยุบพรรคในตุรกีเป็นกระบวนการที่ยาวนานและมีกรอบที่ใหญ่ โตกว้างขวาง นั่นหมายความว่าไม่ง่ายที่ฝ่ายที่ถูกยุบจะโจมตีว่านี่เป็นการกระทำเพื่อ ประโยชน์ทางการเมืองของผู้มีอำนาจฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด
การยุบพรรคที่มีแง่มุมน่าสนใจคือการยุบพรรคแบบที่เกิดขึ้นในอียิปต์ใน เดือนเมษายนซึ่งฝ่ายที่ถูกยุบคือพรรค National Democratic Party ของอดีตประธานาธิบดีมูบารัค กล่าวโดยสรุปคือศาลปกครองสูงสุดของอียิตป์มีคำสั่งยุบพรรคพร้อมกับยึด ทรัพย์สินทั้งหมดของ NDP เป็นของรัฐ ซ้ำยังอาจตัดสิทธิของพรรคในการส่งผู้สมัครในการเลือกตั้งทั่วไปในเดือน กันยายน ข้ออ้างของศาลคือพรรคมีพฤติกรรมทุจริต โกงการเลือกตั้ง และผูกขาดอำนาจมาตั้งแต่ครั้งมูบารัคเป็นผู้นำ
การถกเถียงเรื่องการยุบพรรคในอียิปต์ยอมรับว่าการยุบพรรคเป็นเรื่องการ เมือง ผู้สนับสนุนการยุบพรรคจำนวนมากเห็นว่าเห็นว่าการยุบพรรคเป็นขั้นตอนสำคัญใน การนำอียิปต์ไปสู่การมีระบบหลายพรรค ผู้นิยมมูบารัคจึงต่อสู้ว่ากฎหมายไม่ได้ให้ศาลปกครองมีอำนาจกระทำการนี้ แต่การยุบพรรคก็ดำเนินไปท่ามกลางการผลักดันของสาธารณะที่เห็นแค่การยุบพรรค อาจไม่พอเมื่อคำนึงถึงความโหดเหี้ยมที่ระบอบมูบารัคกระทำต่อพลเมืองอียิปต์ เป็นเวลาหลายสิบปี
การใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือทางการเมืองในอียิปต์น่าสนใจมากขึ้นเมื่อ คำนึงว่ารัฐสภาอียิปต์เคยผ่านกฎหมายการเลือกตั้งที่เพิกถอนสิทธิในการลง สมัครเลือกตั้งของบุคคลที่เคยมีตำแหน่งในรัฐบาลมูบารัคในช่วงสิบปี จากนั้นก็การออกกฎหมายว่าด้วยชีวิตทางการเมืองที่ฉ้อฉล (The Corruption of Political Life) ที่ขยายความไปอีกว่าแม้กระทั่งผู้นำพรรคของมูบารัคในรอบสิบปีก็ถือเป็นบุคคล ต้องห้ามไม่ให้ลงสมัครรับเลือกตั้งหรือมีตำแหน่งสาธารณะอะไรต่อไปอีกหนึ่ง ทศวรรษ นี่จึงเป็นตัวอย่างสำคัญของการยุบพรรคและการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งในฐานะ เครื่องมือทางการเมืองโดยแท้จริง
เมื่อพิจารณาประสบการณ์การยุบพรรคในประเทศต่างๆ แล้ว ผู้เขียนมีข้อสังเกตดังนี้
หนึ่ง การยุบพรรคไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่เป็นกระบวนการซึ่งพบได้ในทุกสังคมตั้งแต่สังคมเผด็จการ (พม่า) สังคมกึ่งเผด็จการ (ไทย) สังคมประชาธิปไตย (สเปน) สังคมกึ่งประชาธิปไตย (แซมเบียและตุรกี) และสังคมในระยะเปลี่ยนผ่าน (อียิปต์) การยุบพรรคโดนตัวเองจึงไม่ใช่เครื่องชี้วัดว่าสังคมใดเป็นเผด็จการหรือ ประชาธิปไตย
สอง ลักษณะทางการเมืองของสังคมแสดงออกผ่านคำอธิบายที่ สังคมใช้ในการยุบพรรค สังคมเผด็จการหรือกึ่งเผด็จการมักอ้างเหตุในการยุบพรรคด้วยเรื่องเล็กน้อย อย่างการมีสมาชิกบางคนถูกดำเนินคดีอาญา (พม่า) ไม่จ่ายค่าธรรมเนียม (แซมเบีย) สมาชิกบางคนทำผิดกฎหมาย (ไทย) ส่วนสังคมประชาธิปไตยหรือสังคมกึ่งประชาธิปไตยอ้างเหตุในการยุบพรรคจากสิ่ง ที่เรียกว่า “ประโยชน์สาธารณะ” อย่างการปกป้องประชาธิปไตยจากการก่อการร้าย (สเปน) ความเป็นรัฐฆราวาส (ตุรกี) หรือการสร้างระบบการเมืองแบบหลายพรรค (อียิปต์)
สาม การยุบพรรคในสังคมเผด็จการหรือกึ่งเผด็จการมักดำเนินไปแบบไม่ซับซ้อน ขณะที่การยุบพรรคในสังคมประชาธิปไตยหรือกึ่งประชาธิปไตยมีการให้เหตุผลทาง กฎหมายที่ซับซ้อนเพราะถือว่าพรรคการเมืองสัมพันธ์กับสิทธิพลเมืองขั้นพื้น ฐานเรื่องเสรีภาพของเอกบุคคลในการรวมกลุ่ม (freedom of association) และสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานเรื่องการแสดงออกทางการเมือง (freedom of expression) การยุบพรรคในสังคมประชาธิปไตยเป็นมาตรการเพิกถอนสิทธิที่ใช้ได้เฉพาะในกรณี ที่จำเป็นและในขอบเขตที่เหมาะสม หาไม่แล้วรัฐก็ย่อมก้าวล่วงเข้ามาในอาณาบริเวณส่วนบุคคล
สี่ สังคมเผด็จการหรือสังคมกึ่งเผด็จการมักอ้างว่าการ ยุบพรรคเป็นเรื่องทางกฎหมาย ขณะที่สังคมประชาธิปไตยหรือสังคมกึ่งประชาธิปไตยยอมรับว่าการยุบพรรคเป็น เครื่องมือทางกฎหมายที่มีความเป็นการเมือง การยุบพรรคในกรณีนี้แสดงให้เห็นระบบคุณค่าบางอย่างที่รัฐเลือกจะปกป้องหรือ จรรโลงเอาไว้ เช่น หลักรัฐฆราวาสในตุรกี การกวาดล้างเครือข่ายอำนาจเก่าในอียิปต์ การต่อต้านการแบ่งแยกดินแดนด้วยวิธีก่อการร้ายในสเปน ประชาธิปไตยอันมีกษัตริย์เป็นประมุขในไทย
เมื่อคำนึงถึงข้อเท็จจริงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาที่พรรคการเมืองแทบทุก พรรคล้วนเคยยื่นคำร้องให้รัฐยุบพรรคการเมืองอื่น ก็ต้องยอมรับว่าการยุบพรรคกลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางการเมืองในสังคม ไทยไปแล้ว ข้อความคิดสำคัญที่ควรเกิดขึ้นในบริบทนี้คือทำอย่างไรที่การยุบพรรคในสังคม ไทยจะมีอารยะเหมือนสังคมประชาธิปไตยอื่น นั่นคือการยุบพรรคต้องเริ่มต้นจากการตระหนักว่าพรรคเป็นเสรีภาพในการรวม กลุ่มและการแสดงออกทางการเมือง การใช้อำนาจในการยุบพรรคจึงต้องเป็นไปอย่างจำกัด ภายใต้เงื่อนไขที่เคร่งครัด ควรแก่เหตุ และด้วยหลักฐานที่ประจักษ์ชัดเท่านั้น
มองไปข้างหน้าต่อไป ประเด็นที่ควรได้รับการพิจารณาก็คือทำอย่างไรที่การยุบพรรคจะสัมพันธ์กับการ สร้างความเป็นปึกแผ่นของประชาธิปไตยในสังคมไทย
โจทย์ที่ควรคิดคือ ข้อแรก เป็นไปได้หรือไม่ที่การยุบ พรรคจะคำนึงถึงความเป็นหรือไม่เป็นประชาธิปไตยภายในพรรคการเมือง เช่นสมาชิกพรรคมีส่วนร่วมในการคัดเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งและนโยบายพรรค หรือไม่ สมาชิกถอดถอนผู้บริหารพรรคได้หรือเปล่า พรรคมีหรือไม่กลไกภายในที่จะจัดการกับสมาชิกซึ่งนำพรรคไปสู่การทำลาย ประชาธิปไตย
ข้อสอง เมื่อคำนึงปัญหาเฉพาะหน้าของสังคมไทยที่การรัฐประหาร การละเมิดรัฐธรรมนูญ หรือแนวปฏิบัติที่ไม่เป็นประชาธิปไตยต่างๆ เกิดขึ้นอย่างไม่ขาดสาย เป็นไปได้หรือไม่ที่การยุบพรรคจะคำนึงบทบาทของพรรคการเมืองในการสนับสนุน หรือเกี่ยวข้องกับการกระทำที่ทำลายรัฐธรรมนูญหรือประชาธิปไตยรัฐสภา
อย่างไรก็ดี การยุบพรรคด้วยเหตุทั้งสองข้อนี้ต้องมีเงื่อนไขที่เคร่งครัด ควรแก่เหตุ และด้วยหลักฐานที่ประจักษ์ชัด เพื่อป้องกันไม่ให้ละเมิดหลักเสรีภาพในการรวมกลุ่มและเสรีภาพในการแสดงออก ทางการเมือง
/////////////////////
หมายเหตุ: ผู้เขียนปรับปรุงจากคำบรรยายเรื่อง "ยุบพรรคและเพิกถอนสิทธิทางการเมือง: ทำลายหรือพัฒนาระบอบประชาธิปไตย" โดยสถาบันศึกษาการพัฒนาประชาธิปไตย วันที่ 27 พฤษภาคม 2555
เละตุ้มเป๊ะ ตลก. และอำมาตย์ ล้มละลายทางเกียรติยศ
ที่มา thaifreenews
วสันต์ บอก รธน. แก้ไขได้ เขียนใหม่ดี
ที่มา thaifreenews
ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 06/07/55 เสาค้ำต้นใหม่ล่าสุด....
ที่มา blablabla
โดย 3บลา ประชาไท

เติมอุบาทว์ หม่นมัว ชั่วเห็นๆ
ตลกร้าย โสมม สมกากเดน
แม้ซ่อนเร้น ก็เห็นใส้ จัญไรนัก....
ผิดกฎหมาย เสียเอง เก่งตอแหล
ไม่เปลี่ยนแปร ความระยำ ซ้ำเป็นหนัก
อยากจะทำ อยากจะนึก ก็ยึกยัก
จนประจักษ์ สิ่งเลวทราม หยามประชา....
ชูใบแดง โห่ใส่ พร้อมไล่ส่ง
เอียงจนงง เกิดมาเอียง เอียงนักหนา
ประชาชน เห็นกันทั่ว ตัวมารยา
จึงต้องมา ให้ใบแดง พร้อมแช่งมัน....
ได้เสาค้ำ ต้นใหม่ ช่างไวแท้
ดาวแดงแก่ คอมมิวนิสต์ ช่างคิดสั้น
ไปเที่ยวแซะ เที่ยวขุดหา นับสารพัน
หวังบีีบคั้น ก่อกวน ถึงมวลชน....
ตลกเอียง เสี่ยงดับ ลาลับหาย
เฉกนิยาย น้ำเน่า ใครเล่าสน
เรื่องถูกผิด กลับเฉไฉ ให้วกวน
ด้วยเล่ห์กล สามานย์ สันดาน "เอียง"....
๓ บลา / ๖ ก.ค.๕๕
เป้าหมายครั้งนี้คือ บดขยี้คนเสื้อแดง!
ที่มา Thai E-News
ขบวนประชาธิปไตยก็คือนักต่อสู้เพื่อเสรีภาพที่ผ่านสมรภูมินองเลือดเมษายน-พฤษภาคม 2553 มา แล้ว พวกเขาจึงมีทั้งขวัญ กำลังใจ และประสบการณ์ ปราศจากความหวั่นเกรงต่อภัยคุกคามที่อยู่เบื้องหน้า พร้อมที่จะต่อสู้และเสียสละอย่างยืดเยื้อยาวนาน
***********
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:ไม่ตลกขอเถอะวสันต์เลิกด้านแล้ว
นักเรียนหญิงโดนเกรียนรุมลงแขก สื่อไทยเหี้ยได้อีกข่มขืนเหยื่อซ้ำมั่วข่าวเปิดเต้าให้ดูด-สรยุทธฺ์ขยายต่อ
ที่มา Thai E-News
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
6 กรกฎาคม 2555
นายสรยุทธ์ สุทัศนะจินดา ผู้ดำเนินรายการเรื่องเล่าเช้านี้ทางโทรทัศน์ช่อง 3
เล่าข่าวในช่วงเช้าวันที่ 6 กรกฎาคมว่า
ข่าวเรื่องสังคมเ้สื่อมในแวดวงนักเรียนนักศึกษากำลังระบาด
ล่าสุดก็มีการเผยแพร่คลิปนักเรียนชายดูดนมเด็กนักเรียนหญิงในชุดเนตรนารี
และเว็บไซต์แห่งหนึ่งนำมาเผยแพร่ กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์
ส่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็กำลังควานหาว่าเป็นโรงเรียนใดเพื่อลงโทษ
สรยุทธ์บอกว่าไม่สามารถนำคลิปมาให้ดูได้
หรือไม่อาจบอกว่าเว็บไซต์ไหนนำมาเผยแพร่ เ้พราะนี่ก็เสื่อมมากพออยู่แล้ว
จากนั้นก็ถอนหายใจยาวๆตามสูตรการเล่าข่าวทำนองนี้
การเล่าข่าวดังกล่าวจุดประเด็นให้คนสนใจใคร่รู้ตามหาข่าวและคลิปอย่างแพร่หลาย ปรากฎว่าเป็นการนำเสนอข่าวผ่านทางเว็บไซต์mThai
ขณะที่มีผู้ใช้ชื่อล็อกอิิน"ตาย่าน"ในเว็บบอร์ดประชาทอล์ก และมีฉายา"ตาย่าน
หลุดโลก"อ้างว่าเขาเคยดูคลิปนี้มานานแล้ว
และฟันธงได้ว่าสื่อมวลชนไทยมั่วนำเสนอข่าวสวนทางกับความจริง
โดยเขียนกระทู้ในเว็อบบอร์ดประชาทอล์ก หัวเรื่อง @@@
สื่อ Mthai เสื่อมหนัก
พาดหัวข่าวทับถมผู้เสียหายว่านร.หญิงเปิดเสื้อให้ดูดนม
ทั้งๆที่นร.หญิงโดนนร.ชาย รุมบังคับขืนใจอนาจาร (นร.หญิงเป็นผู้เสียหาย)@@@ มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
หากสาวๆคนไหนที่เคยโดนจู่โจมไซร้คอ ไซร้นม โดยไม่ทันตั้งตัวก็จะเข้าใจดีว่าการทำเช่นนี้มันจะรู้สึก"จั๊กจี้"ไม่ใช่เคลิบเคลิ้ม
บอกได้คำเดียวว่า
"เอ็มไทยทำข่าวนี้ได้บัดซบจริงๆ"************
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:


