WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, July 23, 2012

เลื่อนฟังคำตัดสินถอนประกัน 'จตุพร' 9 ส.ค.

ที่มา Voice TV



News update ประจำวันที่ 23 กรกฎาคม 2555 (14.00 น.)
- เลื่อนฟังคำตัดสินถอนประกัน​​'จตุพร' 9 ส.ค.
- พท.เตรียมยื่นกลาโหม-จี้ผู้ตรวจการแผ่นดินสอบ'อภิสิทธิ์'หนีทหาร
- สถานการณ์น้ำท่วมปักกิ่งยังวิกฤติ ตาย 37 ราย
เลื่อนฟังคำตัดสินถอนประกัน​​'จตุพร' 9 ส.ค.
ศาลอาญามีคำสั่งเลื่อนฟังคำสั่งถอนประกัน 'จตุพร พรหมพันธุ์' แกนนำ นปช. ไปเป็นวันที่ 9 สิงหาคมพร้อมแกนนำ นปช. เพื่อรอฟังการสอบถามและพิสูจน์ข้อเท็จจริงจากจำเลยที่เหลือ
พท.เตรียมยื่นกลาโหม-จี้ผู้ตรวจการแผ่นดินสอบ'อภิสิทธิ์'หนีทหาร
โฆษกพรรคเพื่อไทย  เตรียมยื่นหนังสือถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อย จปร.จี้ให้ตรวจสอบเอกสารการสมัครเข้ารับตำแหน่งอาจารย์ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พร้อมเรียกร้องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเร่งตรวจสอบเรื่องนี้
สถานการณ์น้ำท่วมปักกิ่งยังวิกฤติ ตาย 37 ราย
สถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันในกรุงปักกิ่งยังคงอยู่ในภาวะวิกฤติ โดยในขณะนี้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 37 ราย
23 กรกฎาคม 2555 เวลา 14:34 น.

เสื้อแดงเฮลั่น ศาลเลื่อนฟังสั่งถอนประกัน'จตุพร'เป็น9ส.ค.

ที่่มา Voice TV

 เสื้อแดงเฮลั่น ศาลเลื่อนฟังสั่งถอนประกัน'จตุพร'เป็น9ส.ค.



ศาลนัด 9 ส.ค. ฟังคำสั่งถอนประกัน 'จตุพร' หรือไม่ ส่วนเสื้อแดงเฮ ยังได้หายใจต่อ ณัฐวุฒิ เดินทางไปร่วมฟังการไต่สวนด้วย

วันนี้ (23 ก.ค.) ศาลอาญา ได้นัดไต่สวนเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราว นายจตุพร พรหมพันธุ์แกนนำแนวกลุ่มร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ จำเลยในคดี ก่อการร้าย หลังศาลรัฐธรรมนูญ ได้ยื่นคำร้องต่อศาลอาญาเมื่อวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อให้มีคำสั่งถอนคำอนุญาตขณะที่ช่วงเช้าวันนี้ มีกลุ่มนปช.ได้นัดรวมตัวบริเวณหน้าศาลอาญาเพื่อมาให้การกำลังใจนายจตุพร

ทั้งนี้ นายจตุพร ได้ขึ้นให้การต่อศาล โดยยืนยันว่า ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ศาลยุติธรรมสามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้ตามหลักสิทธิเสรีภาพย้ำถ้าคิดมุ่ง ร้ายจริงคงไม่ห้ามคนเสื้อแดงไปศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนทีมทนายขอให้ศาลอาญากำหนดกรอบการกระทำว่าแบบใดที่จะเข้าข่ายผิด เงื่อนไขประกันตัว เพราะการวิพากษ์วิจารณ์ศาลรัฐธรรมนูญเป็นสิทธิเสรีภาพที่ทำได้

ขณะเดียวกัน นายณัฐวุฒิ ใสยเกิ้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ และ นายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.พรรคเพื่อไทย ในฐานะแกนนำนปช. ได้เดินทางมาถึงศาลอาญา เพื่อร่วมฟังการไต่สวนในครั้งนี้ด้วย ท่ามกลางคนเสื้อแดงแห่ต้อนรับ


ทั้งนี้ หลังการพิจารณา ศาลอาญามีคำสั่งเลื่อนฟังคำสั่งถอนประกัน "จตุพร" ออกไปเป็นวันที่ 9 ส.ค.55 ขณะที่ แกนนำคนเสื้อแดงคนอื่นๆ ที่มาชุมนุมเนืองแน่นหน้าศาลอาญา ต่างโห่ร้องดีใจ บีบแตรลั่น หลังทราบคำสั่งศาลอาญา ให้เลื่อนฟังคำสั่่งถอนประกัน "จตุพร" ไปก่อน


ข้อมูลข่าว  ศิริวรรณ มาก่อเกียรติ ผู้สื่อข่าววอยซ์ทีวี
23 กรกฎาคม 2555 เวลา 11:40 น.

หนึ่งปี 'Utøya' และคุณค่าที่สังคมประชาธิปไตยยึดถือ

ที่มา ประชาไท

 

ภาพนี้ถ่ายเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2011, สี่วันหลังจากเหตุการณ์วางระเบิดตึกทำการของรัฐบาลและการสังหารหมู่เยาวชนพรรคแรงงานนอร์เวย์ [1] บนเกาะ Utøya ซึ่งมีผู้เสียชีวิตรวมทั้งหมด 77 คน (8 คนจากเหตุการณ์วางระเบิดและ 69 คนจากเหตุการณ์ Utøya) บาดเจ็บ 242 คน ข้าพเจ้าบังเอิญมีโอกาสไปร่วมงานเทศกาลเยาวชนสังคมนิยมนานา ชาติ (International Union of Socialist Youth World Festival) ที่ประเทศออสเตรีย บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า เพราะเยาวชนจากพรรคแรงงานนอร์เวย์ 69 คน [2] นั้นควรจะได้ไปยืนอยู่หน้าเวทีในวันเปิดเทศกาล ควรจะได้ไปแลกเปลี่ยนความคิด, บอกเล่าความหวัง, เฉลิมฉลองความสมานฉันท์สากล กลับกลายเป็นว่า เยาวชนอีก 2,500 คนจากทั่วโลกต้องมายืนจุดเทียนรำลึกถึงความเยาว์วัยและความฝันทั้งหมดที่ถูก พรากไป เพียงเพราะการไม่สามารถอดทนอดกลั้นต่อความเห็นที่แตกต่างของผู้ชายคนหนึ่ง
ผู้ต้องหา  Anders Behring Breivik ถูกจับได้ทันทีบนเกาะ Utøya ซึ่งเป็นสถานที่ที่พรรคแรงงานนอร์เวย์จัดค่ายเยาวชนเป็นประจำทุกฤดูร้อน [3]
ในการพิจารณาคดีวันแรกวันที่ 16 เมษายน 2012 เมื่ออัยการอ่านข้อหาก่อการร้ายและฆาตกรรมโดยไตร่ตรองล่วงหน้าให้ฟัง เบรวิคยอมรับว่าเป็นคนลงมือวางระเบิดและกราดยิงเยาวชนพรรคแรงงานโดยไม่มีใคร หรือกลุ่มใดอยู่เบื้องหลังแต่เบรวิคไม่ยอมรับผิดโดยอ้างว่าการกระทำของตนเอง เป็นสิ่งจำเป็นในการป้องกันไม่ให้นอร์เวย์กลายเป็นสังคม ‘พหุวัฒนธรรม’ จากการหลั่งไหลเข้ามาของผู้อพยพจากยุโรปตะวันออกและชาวมุสลิม
เป้าหมายของเบรวิคไม่ใช่กลุ่มผู้อพยพและชาวมุสลิม แต่เป็นกลุ่มการเมืองที่สนับสนุนสังคมพหุวัฒนธรรมและยอมรับความแตกต่างหลาก หลายในสังคมอย่างพรรคแรงงานนอร์เวย์หรือ Arbeiderpartiet ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล เป้าหมายแรกของเบรวิค คือวางระเบิดอาคารที่ทำการรัฐบาลด้วยคาร์บอมบ์ เป้าหมายที่สอง คือกำจัดเยาวชนของพรรคแรงงานที่จะขึ้นมาเป็นผู้นำในอนาคตให้มากที่สุดเท่า ที่จะมากได้ ในการสืบพยานชั้นศาล เบรวิคได้รับโอกาสให้เบิกความถึงห้าวัน เบรวิคยืนยันว่า เยาวชนจากพรรคแรงงานเป็นเป้าหมายที่ชอบธรรม เนื่องจาก “เยาวชนเหล่านี้ไม่ได้เป็นเด็กไร้เดียงสาแต่สังกัดพรรคการเมืองที่เชื่อและ ส่งเสริมสังคมพหุวัฒนธรรม” และถ้ามีโอกาส “จะทำเช่นนี้อีกครั้งและอีกครั้ง”[4]
สิ่งที่น่าสนใจคือ ประเทศที่ที่ได้ชื่อว่าเปิดกว้างมากที่สุดประเทศหนึ่ง ในยุโรป รับมือกับความเลวร้ายที่เกิดขึ้นได้อย่างมีวุฒิภาวะ เหมือนที่ Jens Stoltenberg นายกรัฐมนตรีจากพรรคแรงงาน กล่าวสุนทรพจน์หลังเกิดเหตุการณ์ว่า “เรายังคงตื่นตระหนกจากสิ่งที่เกิดขึ้น แต่เราจะไม่มีวันปล่อยวางคุณค่าที่เรายึดถือ การตอบโต้ของเราต่อสิ่งที่เกิดขึ้น คือประชาธิปไตยที่มากขึ้น การเปิดกว้างที่มากขึ้น และมนุษยธรรมที่มากขึ้น" [5]
แม้ว่าหลังเหตุการณ์จะมีดีเบตมากมายเกิดขึ้นในสังคมนอร์เวย์ ทั้งเรื่องการนำโทษประหารชีวิตกลับมาใช้ การออกกฎหมายต่อต้านการก่อร้าย รวมทั้งข้อเสนอให้ออกกฎหมายจำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นโดยเฉพาะอย่าง ยิ่งhate speech แต่ถึงที่สุดแล้ว สิ่งเหล่านี้ไม่เกิดขึ้นในสังคมนอร์เวย์ เบรวิคได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรมโดยเน้นไปที่เรื่องสุขภาพจิต แม้เบรวิคจะยืนยันว่า ตัวเองปกติและมีสติสัมปชัญญะครบถ้วนในช่วงเวลาก่อเหตุ
ในวันที่ 26 เมษายน 2012 ซึ่งเป็นวันแรกของการสืบพยานฝ่ายโจทก์ ประชาชน 40,000 คนรวมตัวกันใกล้ศาลและร้องเพลง Children of The Rainbow เพลงจากยุค 70’s ซึ่งยกย่องสังคมพหุวัฒนธรรมและเป็นเพลงที่เบรวิคพูดถึงในการพิจารณาคดีว่า เป็น “โฆษณาชวนเชื่อของพวกมาร์กซิสต์” ผู้จัดการชุมนุมให้สัมภาษณ์ว่า “เราต้องการแสดงให้เบรวิคเห็นว่า การกระทำของเขาไม่สามารถทำลายสังคมของเราที่เชื่อในการอดทนอดกลั้นต่อความ คิดเห็นที่แตกต่าง” [6
Vegard Groeslie Wennesland นักกิจกรรมเยาวชนพรรคแรงงานนอร์เวย์และเหยื่อผู้รอดชีวิตจาก Utøya กล่าวว่า “ผู้คนอาจจะคิดว่ามันไร้เดียงสาที่เรายังยึดถือคุณค่าของการเปิดกว้างใน สถานการณ์เช่นนี้ แต่เป็นการไร้เดียงสายิ่งกว่าที่จะคิดว่า กองกำลังตำรวจหรือนโยบายจำกัดเสรีภาพจะทำให้เราได้มาซึ่งสังคมที่ปลอดภัยมาก ขึ้น” [7]
แม้ว่าความโศกเศร้าปวดร้าวของครอบครัวผู้สูญเสียและความสะเทือนใจของผู้ คนทั้งสังคมจะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ท้ายที่สุด สังคมนอร์เวย์หลีกเลี่ยงการทำลายคุณค่าที่สังคมยึดถืออย่างเช่น ประชาธิปไตย เสรีภาพ และความอดทนอดกลั้นต่อความเห็นต่าง
และนี่คือการตอบโต้ที่ดีที่สุดต่อการกระทำของ Anders Behring Breivik ด้วยการแสดงให้เห็นว่า ความพยายามของเขาที่จะทำลายคุณค่าของสังคมประชาธิปไตยนั้น ล้มเหลวไม่เป็นท่า



[1]ในบทความนี้เรียกThe Workers' Youth League หรือ AUF (Arbeidaranes Ungdomsfylking) ว่าเยาวชนพรรคแรงงานนอร์เวย์

[3]พรรคการเมืองในยุโรปไม่ว่าจะมีอุดมการณ์ทางการเมืองแบบใดล้วนแล้วแต่ มีปีกเยาวชน (Youth wing) เพื่อปลูกฝังอุดมการณ์และการมีส่วนร่วมทางการเมืองให้กับเยาวชนตั้งแต่อายุ ยังน้อย และค่ายเยาวชนของพรรคการเมืองมักจะจัดขึ้นในช่วงหน้าร้อนของยุโรป

[7]http://www.bbc.co.uk/news/world-europe-18941991

ThaiFreeNews 40 million page views

ที่มา thaifreenews


when the sky is not clear
a group of people, ThaiFreeNews, came out to seek TRUE DEMOCRACY
even thought it somewhere over the rainbow.
They walk and walk till the end of the rainbow
where the TRUE DEMOCRACY grows.
establish in Sep19, 2007 with domain www.thaifreenews.com
report news that mainstream dare to do
therefor been shut down by the dark power more than 5 time
we reopen again and again 
change domain form thaifreenews.com to .org >.info >TFN2.info >TFN3.info >TFN4.info > till now http://www.thaifreenews.net/
by today TFN have over 40 million page views
700,000 youtube views
thousands of original article & photograph 
not only news report but also social activity we do
FARED (First Aid RED shirt) to help the less opportunity one
joint us walk till the end of the rainbow
where TRUE DEMOCRACY grows :)

http://www.tfn5.info/board/index.php?topic=40540.0

'ใบตองแห้ง' ออนไลน์: อุดมการณ์จากป่าเขา

ที่มา Thai E-News



ข้าพเจ้า คิด นึก หวังไว้ว่าในขบวนคนดีข้าพเจ้าจะเป็นคนดีที่สุด ข้าพเจ้าไม่กล้าสั่งสอนใคร แต่ข้าพเจ้าคือจะเป็น และจะทำ เช่น เมื่อวานข้าพเจ้าปฏิวัติ ทำมันได้ถึง 2 กะละมัง (ภาพ:จากภาพยนตร์ฟ้าใสหัวใจชื่นบาน)

โดย ใบตองแห้ง
ที่มา ประชาไท
22 กรกฎาคม 2555

ใบตองแห้ง กลั่นหัวใจดวงที่สร้างจากป่าเขา เขียนถึงสหายร่วมรบ อุดมการณ์ที่ฝันใฝ่ และวันนี้ที่ปักธง  

ดวงตะวันสาดแสงเรืองรอง ทั่วเขตแคว้นแดนไทย ดวงตะวันที่ยิ่งใหญ่ คือพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย
นำมวลประชา จับอาวุธขึ้นมา ทำสงครามประชาชน ขับโจรมะริกัน โค่นสมุนของมัน
ตามพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ยืนหยัดปฏิวัติตลอดไป ตามพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ยืนหยัดปฏิวัติตลอดไป
จงเจริญ จงเจริญ พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย จงเจริญ จงเจริญ พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย

30 ปีผ่านไปผมยังจำเพลงปฏิวัติได้เกือบหมด ยังจำวันเวลาที่อยู่ในป่า สู้รบ ทำไร่ แบกข้าวสาร ยังจำเสียงปืนระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวเมื่อปะทะกันครั้งใหญ่บนสันภู ยังจำแสงสว่างจับขอบฟ้าจากปากกระบอกปืน 155 ที่ตามมาด้วยเสียงกัมปนาทครั่นครืน ยังจำป่าหญ้าคาเปียกชื้นทางเดินลื่นชันเมื่อออกลาดตระเวนกลางฝนพรำยามเช้า ยังจำความยากลำบากที่กินข้าวปนมัน ปนข้าวโพด กับแกงหน่อไม้ รวมทั้งยังจำความสนุกสนาน ความฮึกห้าวเหิมหาญ ความใฝ่ฝัน ความหวัง ความผิดหวัง ความเจ็บปวด สูญเสีย น้ำตา ...และความรัก ที่เกิดขึ้นในป่าเขา


หลังออกจากป่า ผมกลับจำชีวิตช่วงนั้นไม่ค่อยได้ มันไร้ความหมายไปหมด จนวันที่เห็นหน้าลูกนอนแบเบาะ...โลกของผมถึงหมุนอีกครั้ง


เชื่อ ว่าไม่ใช่แค่ผม แต่เพื่อนพ้องน้องพี่ทุกคน ไม่ว่าออกจากป่าแล้วยากดีมีจน เป็นรัฐมนตรี เป็นนักธุรกิจ เป็นคนชั้นกลาง เป็นลูกจ้างต๊อกต๋อย หรือเป็นคนที่ล้มเหลวทุกอย่างในชีวิต ก็ล้วนแล้วแต่เก็บความทรงจำนี้ไว้ในลิ้นชักพิเศษ ที่ไม่มีวันลบลืม นานวันเข้าก็เป็นเหมือนภาพฝัน แต่ฝังแน่นตรึงตรา ถึงครั้งหนึ่งในวัยเยาว์ ที่เราเคยมุ่งมั่นจะเปลี่ยนแปลงโลก
ไม่ ว่าอีกชีวิตหนึ่งจะประสบชะตากรรมพลิกผันอย่างไร ไม่ว่า “สหาย” จะเปลี่ยนแปรไปแบบไหน รวย จน ยิ่งใหญ่ ต๊อกต๋อย ไม่ได้เจอกันนานแค่ไหน เวลาที่เราอยู่ด้วยกัน ทุกอย่างย้อนเวลาไปหมด เหลือแต่คืนวันที่ร่วมเป็นร่วมตาย สู้รบด้วยกัน อดอยากด้วยกัน แบกข้าวสารฝ่าดงทากไปด้วยกัน รำวงวันพรรคด้วยกัน....


ผม ยังเชื่อมั่น แม้หวั่นไหว ว่าวิกฤตการเมือง ความแตกแยกทางความคิดตลอด 6 ปีที่ผ่านมาจะไม่ทำลายวันคืนเก่าๆ แม้สร้างความห่างเหินกันไปบ้าง


อย่าง น้อยถึงคุยกันไม่ได้ ถกกันไม่ได้ แต่ในยามที่สหายรายใดตกทุกข์ได้ยาก ผมเคยเป็นตัวตั้งตัวตีประกาศขอความช่วยเหลือสหายรายหนึ่ง ได้รับน้ำใจหลั่งไหลจากทุกสารทิศ แม้กระทั่งสหายต่างเขตงานที่ไม่เคยรู้จัก


หรือ ไม่ก็...อันนี้เศร้าหน่อย มีใครตายก็ยังไปงานศพพร้อมเพรียง (ปกตินัดสังสรรค์ไม่ค่อยมีคนมาหรอก แต่ถ้ามีใครตาย พรึ่บเลย ตายเช้า ไม่ทันบ่ายรู้กันหมดแล้ว)


ความ ขัดแย้งทางความคิดของอดีตสหายไม่ใช่เรื่องแปลก หลังจากอุดมการณ์คอมมิวนิสต์ล่มสลาย เรากลับมาสู่การแสวงหาที่ไม่เจอทางออก ขณะเดียวกันก็หมดแรงใจ เคว้งคว้าง ผิดหวัง ผมเขียนบันทึกไว้ว่า ครั้งหนึ่ง เราเคยยืนบนภูดูดาวบนท้องฟ้า ดวงดาวนั้นดูใกล้ แทบจะไขว่คว้ามาได้ แต่วันนี้ ย่ำไปบนถนนยามดึก แปลกแยก เดียวดาย มองไม่เห็นดาว เห็นแต่เสาไฟฟ้า และเงาจันทร์ในท่อน้ำโสโครก


คน จำนวนหนึ่งกลับสู่ชีวิตธรรมดาได้ แต่บางคนกลายเป็นคนล้มเหลวตลอดชีวิต บางคนก็กลายเป็นเอาทุกอย่างที่ขวางหน้า ไม่ต่างกับมวลชนในชนบท บางคนกลับไปทำไร่ไถนา ขยันขันแข็ง บางคนเสียศูนย์ ติดเหล้าเมายา ติดเอดส์ ตายก่อนวัยอันควร บางคนกลายเป็นมือปืนรับจ้างไปก็มี


ไม่ แปลกหรอกที่ความขัดแย้งทางการเมือง จะทำให้ “ชีวิตที่อยู่ในลิ้นชัก” กลับมาโลดแล่นอีกครั้ง ไม่ว่าเลือกข้างไหน ไม่ต่างกับสมัยพฤษภา 35 ไม่ต้องเป็นผู้นำ ขอแค่อยู่ในม็อบ อดีตสหายบางคนไปช่วยหุงข้าวกระทะใบบัว แสดงฝีมือที่เชี่ยวชาญมาจากม็อบหลัง 14 ตุลา
เพียง แต่ความขัดแย้งครั้งนี้แหลมคม เกิดทางแยกที่ท้าทาย ว่าด้วยพื้นฐานอุดมการณ์ของเรา เราจะเลือกเดินทางไหน ซึ่งก็อีกนั่นแหละ ขึ้นกับว่าแต่ละคนตกผลึก เก็บรับบทเรียนจากป่าเขามาอย่างไร และมีวิถีชีวิต ทัศนะ ในช่วงหลังจากนั้นอย่างไร


เรา “กลับมามีชีวิต” อีกครั้ง กลับมามีความหวังที่จะเปลี่ยนแปลงสังคม เพียงแต่คิดสวนทางกันสิ้นเชิง


อันที่จริงก็ไม่เป็นไร ถ้าต่างคนต่างคิดว่า อยากเห็นสังคมที่ดีกว่า และยังคงยึดมั่นอุดมการณ์ “เพื่อมวลชน”


แต่ ไม่ทราบมันเป็นมรดกตกทอดของวัฒนธรรมคอมมิวนิสต์หรือเปล่า ที่แค่ขัดแย้งทางความคิด พวกสุดขั้วสุดโต่งก็ประณามเป็น “ลัทธิแก้” ร่วมรบมาด้วยกัน อาบเลือดมาด้วยกัน ก็ยังเข่นฆ่ากัน แบบสตาลิน-ทรอตสกี้ เหมาเจ่อตง-หลิวเซ่าฉี-เผิงเต๊อะไหว-เติ้งเสี่ยวผิง ฯลฯ
ผม ไม่แปลกใจอะไร ที่เห็นภาพพรรคคอมมิวนิสต์ และทหารปลดแอกฯ มาชูป้ายปกป้องสถาบัน ปกป้องศาลรัฐธรรมนูญ เพราะมีอดีตสหายคิดเช่นนี้จริง เยอะไป เพียงแต่ผมรู้สึกว่าการชุมนุมที่อุดร ขอนแก่น “จัดฉาก” ระดมคนมาเกินจริง


และ เพียงแต่ผมรู้สึกว่า พวกคุณไม่ควรใช้ชื่อพรรคคอมมิวนิสต์ กองทัพปลดแอก พรรคคอมมิวนิสต์ในความรู้สึกผม ตายนานแล้ว ตายอย่างมีเกียรติ ไม่ว่าใครจะไม่เห็นด้วย ขัดแย้ง วิพากษ์วิจารณ์ หรือหมดศรัทธาอย่างไร ผมก็เห็นว่า พรรคคอมมิวนิสต์ตายอย่างมีเกียรติ จบบทบาททางประวัติศาสตร์ที่เราทั้งหลายควรคารวะ พร้อมกับยกย่องวีรชนผู้พลีชีพเพื่อการปฏิวัติทุกคน ตั้งแต่สหายนิรนามในสนามรบมาจนสหายนำอย่าง เจริญ วรรณงาม, วิรัช อังคถาวร, อุดม ศรีสุวรรณ, อัศนีย์ พลจันทร์ ฯลฯ ตำนานการต่อสู้ของพวกเขาจบลงแล้ว-อย่างที่จะอยู่ในหัวใจเราตลอดไป ไม่ว่าเป็นเหลืองหรือแดง เป็นเรื่องตัวบุคคล ไม่ควรเอาพรรคคอมมิวนิสต์มาเกี่ยวข้อง


ถ้า ยกเว้นเรื่องเอาชื่อพรรคมาเคลื่อนไหว การที่อดีตสหายทั้งหลายออกมายืนฝ่าย “ขวาจัด” อันที่จริงก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ ซ้ายจัดกับขวาจัด มีเส้นแบ่งเพียงบางเบา เผด็จการในโลกนี้ล้วนอาศัยฐานความคิดผูกขาดความดี ความรักชาติ ต้องการจัดระเบียบสังคม
ฉะนั้น ผมจึงไม่แปลกใจอะไรเลย ที่อดีตสหายส่วนหนึ่งหันไปสนับสนุนรัฐประหาร ก็พรรคคอมมิวนิสต์สอนว่า “อำนาจรัฐจักได้มาด้วยกระบอกปืน” ไม่เคยสอนว่า “อำนาจรัฐจักได้มาด้วยการเลือกตั้ง” ซักหน่อย (ฮา)


ผม ไม่แปลกใจเลย ที่อดีตสหายส่วนหนึ่งหันไปสนับสนุนเผด็จการที่อ้างว่าเป็น “เผด็จการคุณธรรม” ในเมื่อพรรคคอมมิวนิสต์สอนเราว่า ต้องยึดแนวทาง “เผด็จการชนชั้นกรรมาชีพ”
ผมไม่แปลกใจเลย ที่อดีตสหายส่วนหนึ่งสนับสนุน “ประชาธิปไตยแบบอำมาตย์” ในเมื่อประธานเหมาสอนเราว่า ต้องใช้ “ประชาธิปไตยรวมศูนย์”


ผม ไม่แปลกใจเลย ที่อดีตสหายซึ่งเคยชูคติพจน์ประธานเหมา หันไปชูป้าย “ปกป้องสถาบัน” กลายเป็นพันธมิตรฮาร์ดคอร์ ซึ่งก็มีบางอย่างคล้ายคลึงเรดการ์ด 


ผมไม่แปลกใจเลย ที่อดีตสหายส่วนหนึ่งสนับสนุนตุลาการภิวัตน์ เพราะเราเคยคิดจะตั้ง “ศาลประชาชน”


เปล่า ไม่ได้โทษพรรคคอมมิวนิสต์ แต่อยู่ที่เราเก็บรับอะไรไว้ต่างหาก


เสียดาย ที่ผมไม่ใช่นักทฤษฎี ศึกษาวัตถุนิยมวิภาษวิธีทีไรก็มึนตึ้บ ยกตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงจากปริมาณไปสู่คุณภาพทีไร ตำราเล่มไหนๆ ก็ยกแต่น้ำเดือด อ่านเลนินแล้วสับสน อะไรวะ “ก้าวหนึ่งก้าว ถอยสองก้าว” ส่วนคติพจน์ประธานเหมา สหายม้งในหมู่ผมชอบชูคติพจน์แล้วบอกว่า “สหาย ประธานเหมาสอนเราว่า งานปฏิวัติต้องทำไปตลอดชีวิต ฉะนั้นวันนี้ผมขอพักก่อน ไม่เป็นไรมั้ง”


ก็เลยไม่สามารถวิเคราะห์ให้เป็นระบบว่า เพราะอะไร มรดกทางความคิดของพรรคคอมมิวนิสต์จึงทำให้เราแตกเป็น 2 เสี่ยง

อุดมการณ์คอมมิวนิสต์ล่มสลายแล้ว

นัก ศึกษาที่เข้าป่าขัดแย้งกับ พคท. เรื่องการวิเคราะห์สังคมเป็นกึ่งเมืองขึ้นกึ่งศักดินา ซึ่งกำหนดยุทธศาสตร์ให้สร้างฐานที่มั่น ใช้ชนบทล้อมเมือง เอาอย่างเหมาเจ๋อตงปฏิวัติจีนด้วยการสร้างฐานที่มั่นในชนบท กองทัพแดงไปถึงไหนก็จับเจ้าที่ดินตัดหัว แจกที่ดินให้ชาวนา มันจะไปเหลืออะไร ชาวนาก็สู้ตายเพื่อพรรคคอมมิวนิสต์สิครับ


แล้ว โลกสมัยนั้นนะ พวกผู้หญิงในหมู่บ้านสานรองเท้าฟาง ทอผ้า ให้ทหารปลดแอก เศรษฐกิจชนบทยังไม่ต้องพึ่งเมือง ไม่เหมือนสมัยผมเป็น ทปท. กินมาม่า (เคยคิดจะไปเสนอตัวเป็นนายแบบสหพัฒน์ฯ ถ่ายหนังโฆษณา แม้แต่ ทปท. ยังกินมาม่า) ฝ่ายตรงข้ามก็ไม่ได้มีอาวุธทันสมัยเช่นเครื่องบิน จรวด เพียงพอที่จะปราบปราม


เหมา ใช้ยุทธศาสตร์ต่างจากรัสเซีย ซึ่งใช้การลุกขึ้นสู้ในเมือง พรรคคอมมิวนิสต์จีนช่วงหนึ่งนำโดยสายรัสเซีย ลุกขึ้นสู้ก็ตายเป็นเบือ เหมาเป็นอัจฉริยะที่คิดค้นดัดแปลงยุทธศาสตร์ยุทธวิธีให้เหมาะกับสังคมจีน โดยอิงนิยายซ้องกั๋ง


พคท. ก๊อปเหมามา สร้างฐานที่มั่น ไม่ทันไรก็ถูกรัฐบาลปิดล้อม ขยายฐานที่มั่นไม่ได้ ทางเหนือที่ผมอยู่คือเขตม้ง ชนชาติส่วนน้อยที่ถูกคนไทยพื้นราบดูหมิ่น เอาเปรียบ อำนาจรัฐรังแก พอเสียงปืนแตกก็แยกเขตกัน คนม้งลงมาก็ไม่ได้ ทหารขึ้นไปปราบก็แพ้คนม้งที่รู้ภูมิประเทศดีกว่า ตั้งประจัญกันอย่างนั้นจนฐานที่มั่นแตกเพราะรัฐบาลใช้วิธีสร้างถนนผ่ากลาง (ปัจจุบันเป็นเส้นทางท่องเที่ยวนำท่านผู้มีเกียรติไปยังภูชี้ฟ้า)


ฐาน ที่มั่นของ พคท. ไม่ได้ทำให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น มีแต่ยากลำบากลง แม้ตอนแรกจะ “ปลดแอก” จากการกดขี่ แต่เศรษฐกิจต้องพึ่งสินค้าอุตสาหกรรมจากภายนอก ตอนแรก ลาวยังไม่ปิดแนวหลังก็ไม่เท่าไหร่ (สมัยนั้นได้สูบบุหรี่จีน จินซาเจียง ซานชิ กินหมูกระป๋อง) แต่พอถูกโดดเดี่ยวสิครับ


การ ปฏิวัติไม่ใช่เรื่องของการขายฝัน เอารูปปลาเค็มแขวนให้กินข้าวต้มเปล่าๆ มันต้องสอดคล้องกับผลประโยชน์เฉพาะหน้าประชาชน เรื่องนี้พวกคนเดือนตุลาในไทยรักไทยเข้าใจอย่างลึกซึ้ง จึงแปรมาเป็นการยึดอำนาจรัฐด้วยนโยบาย กองทุนหมู่บ้าน 30 บาท
ความ ขัดแย้งทางความคิดระหว่างนักศึกษากับจัดตั้ง ในทางทฤษฎี นำมาซึ่งปัญหาประชาธิปไตยในขบวน ทำให้เรา “ตาสว่าง” กับ “ประชาธิปไตยรวมศูนย์” ซึ่งเอาเข้าจริงก็มีแต่ด้านที่รวมศูนย์


ความ ขัดแย้งในแต่ละเขต ไม่ว่าจะเริ่มต้นด้วยประเด็นใด ยุทธศาสตร์ ยุทธวิธี วิเคราะห์สังคม ฯลฯ จุดแตกหักก็คือความไม่เป็นประชาธิปไตย ไม่ยอมรับฟังความคิดเห็น หรือฟัง แต่ไม่แก้ไข มีปัญหาท่าที


อีก ด้านคือวิกฤติศรัทธา ตอนที่เราเข้าป่าใหม่ๆ ถูกอบรมให้เชื่อพรรค เชื่อจัดตั้ง เห็นจัดตั้งเป็นบร๊ะเจ้า (พรรคคอมมิวนิสต์ทั้งไทยและจีนยังไม่หลุดพ้นจากความคิดศักดินา เหมาในอีกมุมก็คือจักรพรรดิองค์ใหม่) พอขัดแย้งกัน เห็นอีกด้าน ด้านที่ล้าหลัง ตกยุค ไม่รับฟัง พอถูกท้าทายก็มีอารมณ์


อารมณ์ความรู้สึกเราในขณะนั้น ขอใช้บทกวีของอดีตสหายรายหนึ่ง ที่ขโมยจำไว้ในหัวใจมา 30 ปี

ไม่อยากจะให้ใครมาตีตรา
หรือชี้หน้าปัญญาชนนั้นอ่อนไหว
ทัศนะจัดตั้งไม่เข้าใจ
นายทุนน้อยนานไปก็โลเล

ชอบทำการเคลื่อนไหวไม่ขึ้นต่อ
เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อทำหัวเสธ
ทั้งอ่อนหัดทั้งสันดานพาลเกเร
มาทำเท่ค้านพรรคอาจโดนดี

ผม ออกจากป่าหลังเพื่อน หลังจากอารมณ์เย็นลง ผมเข้าใจสหายนำมากขึ้น สหายนำเขตอื่นเป็นอย่างไรไม่รู้ แต่สหายนำเขตผมไม่ได้ดำรงชีวิตความเป็นอยู่แตกต่างจากเรา อย่างในหนัง “สงครามประชาชน” ของเสกสรรค์ สหายนำที่ผมรักนับถือที่สุด อายุมากแล้ว มีปอดข้างเดียว แต่ใช้ชีวิตเหมือนเราทุกอย่าง เป็นชาวคอมมิวนิสต์ที่แท้ ผู้ต่อสู้ตั้งแต่เด็ก เลขาเขตผม เคยโดนเราประชดประเทียดต่างๆ นานา เอาเข้าจริงแกก็คือมนุษย์ธรรมดา มีด้านที่น่าเคารพ มีด้านที่น่าเห็นใจ แต่เราถูกสร้างภาพให้เห็นเป็น “เทวดา” ตั้งแต่แรก พอเกิดวิกฤติศรัทธาก็รับไม่ได้


ก่อน ออกจากป่า ผมลงมาอยู่เขตพื้นราบ ซึ่งประสบความสำเร็จเพราะฉีกตำราจัดตั้ง ที่เอาแต่ให้ “สร้างฐานที่มั่น” นักศึกษาและชาวนาที่เป็นแกนนำ กลับไปทำงานบ้านตัวเอง สร้างเขตอิทธิพลขึ้นจากการ “เก็บ” ผู้มีอิทธิพลเดิม 2-3 ราย แล้วก็ใช้ทฤษฎีผลประโยชน์ประชาชน นำชาวบ้านล้อมรถสรรพสามิตจับเหล้าเถื่อน กลายเป็นเขตต้มเหล้าเสรี และเป็นเขตจรยุทธ์มอเตอร์ไซค์ แต่ท้ายที่สุดก็ไปต่อไม่ได้ เพราะขบวนล่มสลายแล้ว และไม่สามารถฝืนทิศทางสังคม


ผม นัดชาวบ้านไปศึกษาทฤษฎีปฏิวัติตอนสองทุ่ม กว่าชาวบ้านจะมา สี่ทุ่มกว่า ถามว่าทำไมมาช้า หัวเราะแหะๆ ดู “กระบี่ไร้เทียมทาน” นั่นราวๆ ปี 24-25 ฮุ้นปวยเอี้ยงทำให้เครื่องรับโทรทัศน์แพร่หลายไปอย่างรวดเร็วในชนบท


สังคม เปลี่ยนแปลงครับ ผมไปเคลื่อนไหวกับชาวบ้านที่ทำสวนผัก วันนี้ผักชีกิโลละ 5 บาท อีกเดือนหนึ่งกิโลละสลึง ชาวบ้านยัวะ ถอนทิ้งน้ำลอยเป็นแพ ผมไม่รู้จะไปตัดหัวใครเพื่อผลประโยชน์ประชาชน เพราะมันกำหนดดัชนีราคากันมาเป็นทอดๆ จากหั่งเช้งในกรุงเทพฯ


จีน ต้องห้นกลับมาพัฒนาทุนนิยม เพราะเศรษฐกิจเกือบล่มจมในยุคแก๊งสี่คน ที่อะไรๆ ก็ชูธงแดงไว้ก่อน คนงานทำงานขยันขันแข็งก็ได้ธงแดงเป็นรางวัล ปีก็แล้ว 2 ปีก็แล้ว 3 ปีก็แล้ว ค่าแรงเท่ากัน เรื่องอะไรกรูจะขยัน อดีตสหายที่เคยไปเมืองจีนเล่าว่าเข้าไปซื้อของในร้านของรัฐ พอกดกริ่งหมดเวลาทำงาน พนักงานทิ้งลูกค้าเฉย เพราะทำไปก็เท่านั้น ผู้บริหารวิสาหกิจก็คัดเลือกจาก “อุดมการณ์” ลูกที่ดีของพรรคลูกที่รักของประชาชน แต่ทำงานไม่เป็น เอาแต่ชูคติพจน์ ประเทศเจ๊งย่อยยับ อดีตสหายเคยไปเยี่ยมโรงงานผลิตรถยนต์ เวลาพ่นสีรถ คนงานไม่รู้จักเอากระดาษหนังสือพิมพ์ปิดกระจก พ่นไปเรื่อยแล้วค่อยมาขูดเอา พอแนะนำเขา ยังโดนจัดตั้งเราด่าอีกว่าอย่าไปฉีกหน้าสหายจีน


8 ปีในยุคแก๊งสี่คน จึงมีคำขวัญประชดประชันว่าผลิตได้แค่ 4 หมุน (หรือ 8 หมุน จำไม่ได้แน่ เช่น จักรยาน, วิทยุ, กระติกน้ำ) เติ้งเสี่ยวผิงจึงบอกว่า แมวสีอะไรก็ได้ ขอให้จับหนูได้ คือไม่เอาแล้วอุดมการณ์ชี้นำ หันมาพัฒนาทุนนิยม ใช้เงิน วัตถุ ความอยากได้ใคร่มี ตลอดจนความอยากรวย กระตุ้นให้คนกระตือรือล้น จนจีนกลายเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจทุกวันนี้ แน่นอน โคตรเหลื่อมล้ำเลย แต่ชีวิตความเป็นอยู่ประชาชนก็ดีกว่าจนเท่าเทียมในยุคแก๊งสี่คน


แต่ ที่พูดนี่ไม่ใช่ว่าผมเห็นด้วยกับจีนด้านที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ปราบปรามผู้เรียกร้องประชาธิปไตย ซึ่งตอนหลังกลับตาลปัตร ฝ่ายขวาไทยกลับกลายเป็นพวกนิยมจีน เห็นไหม ไม่ต้องมีประชาธิปไตยก็เศรษฐกิจรุ่งเรืองได้ โห จีนเขาคลี่คลายมาจากเผด็จการตกขอบ แล้วค่อยๆ เปิดกว้าง เราสิจะถอยหลังสวนทางเขา


ความ เปลี่ยนแปลงของจีน การล่มสลายของโซเวียต ชัดเจนว่าอุดมการณ์คอมมิวนิสต์ล่มสลายแล้ว ไม่เฉพาะ “เผด็จการชนชั้นกรรมาชีพ” ที่กลืนกันตัวเอง กลายเป็นการผูกขาดอำนาจของคนกลุ่มเดียว แต่สังคมคอมมิวนิสต์ในฝันของมาร์กซ์ไม่มีทางเกิดขึ้นจริง เช่นเดียวกับโลกพระศรีอาริย์ โลกที่ทุกคนเป็นคนดี ไม่เห็นแก่ตัว พอเพียง จริงๆ ก็คือโลกที่หยุดนิ่ง


มนุษยชาติ พัฒนามาด้วยความขัดแย้ง 2 ด้านในตัว กิเลส ตัณหา ราคะ โลภ โกรธ หลง เป็นพลังที่ผลักดันให้โลกหมุน ให้เกิดการคิดค้น พัฒนาพลังการผลิต วิทยาการเทคโนโลยี ขณะที่คุณธรรม ความดีงาม ความกล้าต่อสู้ ความเสียสละ เป็นพลังที่ควบคุมทิศทาง คอยจัดความสัมพันธ์ให้เหมาะสม มันเป็นเช่นนี้มาหลายพันปีแล้ว ไม่มีหรอก สังคมคุณธรรม ดีงามสมบูรณ์แบบ ไม่งั้นโลกก็หยุดหมุน


ปรัชญา นี้แฝงอยู่ในไบเบิลของคริสต์ งูคือสัญลักษณ์ของแรงกระตุ้นที่ทำให้อดัมกับอีฟกลายเป็นมนุษย์ จากเดิมที่เป็นแค่หุ่นยนต์ของพระเจ้า


เพียง แต่หลังผ่านความขัดแย้ง ความรุนแรง ความเสียหาย มนุษยชาติก็เรียนรู้และยกระดับ จนค่อยๆ พัฒนาระบอบที่ให้เสรีกับกิเลสตัณหา ให้ความอยากได้ใคร่มี เป็นพลังสร้างสรรค์ พร้อมๆ กับเปิดช่องทางให้มีการต่อรองจัดสรรผลประโยชน์ นั่นคือระบอบประชาธิปไตย
สังคม อุดมการณ์ที่แท้จริงจึงเป็นสังคมประชาธิปไตย เสรีประชาธิปไตยที่มีความสมดุลระหว่างพลังทั้งสองด้าน ไม่ใช่เผด็จการชนชั้นกรรมาชีพ ไม่ใช่เผด็จการคุณธรรม ไม่ใช่ประชาธิปไตยที่กำกับดูแลโดยคนกลุ่มหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นพรรคคอมมิวนิสต์หรืออำมาตย์

เราเป็นเสรีชน

พรรคคอมมิวนิสต์ทั่วโลก ไม่ได้ชนะด้วยอุดมการณ์คอมมิวนิสต์ แต่ชนะด้วยเงื่อนไขที่ประชาชนต่อต้านผู้ปกครองในขณะนั้นต่างหาก


ไม่ มีเลนิน ไม่มีพรรคบอลเชวิค พระเจ้าซาร์ก็ต้องถูกโค่นล้มอยู่ดี ด้วยระบอบการปกครองที่ประชาชนเหลืออดแล้ว เพียงแต่แน่นอน อุดมการณ์ที่งดงาม ความคิดชี้นำที่เข้มแข็ง การจัดตั้งเป็นเอกภาพ ทำให้ขบวนปฏิวัติที่นำโดยลัทธิมาร์กซ์-เลนิน ได้ชัยชนะอย่างเบ็ดเสร็จ รวดเร็ว ไม่ต้องยืดเยื้ออีกหลายปี แต่ถามว่าชาวนารัสเซียสมัยนั้นรู้จักคาร์ล มาร์กซ์ รู้จักสังคมอุดมการณ์ไหม ไม่หรอก ก็แค่อยากล้มพระเจ้าซาร์


พรรค คอมมิวนิสต์จีน เวียดนาม ลาว กัมพูชา เกาหลี ไม่สามารถปฏิเสธว่าส่วนสำคัญของชัยชนะคือชูธงประชาชาติ จีนทำสงครามต่อต้านญี่ปุ่น เกาหลีก็ต่อต้านญี่ปุ่น เวียดนาม ลาว กัมพูชา ต่อต้านฝรั่งเศสผู้ยึดครอง แล้วต่อเนื่องมาถึงอเมริกาผู้แทรกแซง แน่นอน อุดมการณ์ ความคิด ทฤษฎี ลัทธิมาร์กซ์-เลนิน ทำให้ขบวนเข้มแข็ง ห้าวหาญ แต่ถ้าปราศจากเงื่อนไขที่ประเทศถูกรุกราน หรือระบอบเดิมเสื่อมทรามแตกสลาย (อย่างในจีนซึ่งแตกเป็นก๊กเป็นเหล่าหลังซุนยัดเซ็น) ก็ไม่แน่ว่าจะชนะหรือเปล่า


มอง ย้อนไป ตั้งแต่มาร์กซ์ เลนิน เหมา ลุงโฮ เช คาสโตร ฯลฯ มาถึงแกนนำ พคท.และเรา ก็ล้วนมีจุดเริ่มต้นจากผู้ที่ต่อสู้เผด็จการ เรียกร้องสิทธิเสรีภาพทั้งสิ้น (มาร์กซ์เคยเป็นนักหนังสือพิมพ์ที่ถูกเซ็นเซอร์) เพียงแต่ในยุคสมัยนั้น อุดมการณ์คอมมิวนิสต์ให้ความฝันที่ทรงพลังและมีเสน่ห์ที่สุด สามารถปลุกคนให้ลุกขึ้นต่อสู้กับเผด็จการซึ่งปราบปรามประชาชนอย่างโหดเหี้ยม


อุดม ศรีสุวรรณ,นายผี, จิตร ภูมิศักดิ์ เหล่านี้คือนักคิดนักเขียนฝ่ายประชาธิปไตยที่ถูกเผด็จการปราบปราม คนเดือนตุลา ขบวนการนักศึกษา อันที่จริงก็เติบโตมาด้วยอิทธิพลความคิดเสรีนิยม ของยุคซิกซ์ตี้ ยุคแสวงหาของอเมริกา หงา คาราวาน ก็ได้อิทธิพลมาจากบ็อบ ดีแลน ไม่ได้เป็นแดงมาแต่แรกซักหน่อย (ฮา) ผม “แสวงหา” มาตั้งแต่อยู่ ม.ต้น ชอบเพลง The Sound of Silence ของไซมอน การ์ฟังเกล จากหนัง The Graduate ที่พระเอก “คนนอก” ดัสติน ฮอฟฟ์แมน ดำลงไปคุยกับความเงียบใต้น้ำ


แต่ ความรุนแรงจากชนชั้นปกครอง การปราบปรามอย่างเหี้ยมโหดเมื่อ 6 ตุลา ผลักให้เราเข้าป่า กระนั้น เราก็ยังขัดแย้งกับพรรคคอมมิวนิสต์ เพราะเราต้องการประชาธิปไตย เพราะเราเป็นเสรีชน


ความ เป็นเสรีชน ไม่ใช่เรื่องที่เป็นซ้ายตามสมัยนิยม ไม่ใช่เป็นหนุ่มสาวก็ซ้ายให้ทันสมัย แต่แก่แล้วเสียคน (อันที่จริงคนพูดนั่นแหละเป็นซ้ายสมัยนิยม)


ฉะนั้น สิ่งที่เราควรจะกลับมาเป็น ก็คือเป็นนักประชาธิปไตย เป็นผู้ต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพ ให้ประชาชนมีเสรีภาพที่จะเลือกทางเดินของเขาเอง ให้สังคมนี้เปิดกว้าง สร้างสรรค์
ผม ขี้เกียจวิเคราะห์ว่าสังคมไทยเป็นกึ่งอะไร แต่ชัดเจนว่าสังคมไทยมาถึงจุดที่ต้องปฏิรูปประชาธิปไตย เพื่อพัฒนาไปสู่ความเปิดเผย โปร่งใส ตรวจสอบได้ ในทุกระบบ ทุกองค์กรสถาบัน ไม่ใช่เฉพาะนักการเมือง


เรา ควรกลับมา “มีชีวิต” เพื่อผลักดันอุดมการณ์ประชาธิปไตยให้บรรลุ จากที่เราต่อสู้ไว้เมื่อ 14 ตุลา 6 ตุลา แล้วถูกตัดขาดไป ไม่ใช่กลับมาสร้างอุดมการณ์สุดขั้วสุดโต่งทางใดทางหนึ่ง เพื่อชดเชยอารมณ์ค้างจากอุดมการณ์คอมมิวนิสต์ที่ล่มสลาย


ที่ พูดมายืดยาวก็เพื่อจะบอกว่า โยน “อุดมการณ์อันสูงส่ง” ทิ้งไปเถอะ เพราะอุดมการณ์ยิ่งสูงส่งยิ่งทำให้ต้องต่อสู้ โค่นล้ม รุนแรง แตกหัก “ปฏิวัติ” (หรือหน้ามืดเห็นรัฐประหารเป็นการปฏิวัติ-ฮา)


เรา ต้องการแค่อุดมการณ์ประชาธิปไตย ซึ่งเป็นอุดมการณ์บ้านๆ แต่สอดคล้องกับความจริงของโลกย์ ไม่ใช่สังคมในฝัน เราเพียงต้องการสังคมที่ผู้คนอยู่ร่วมกันได้ ขัดแย้งกันได้ ภายใต้หลักสิทธิเสรีภาพ เป็นสังคมที่ยังมีปัญหาให้ต้องแก้ไขไปเรื่อยๆ ตามธรรมชาติมนุษย์ โดยเราทุกคนก็เป็นมนุษย์ มีดีมีชั่ว (ไม่จำเป็นต้องดัดแปลงตนเองเป็นชนชั้นกรรมาชีพ)


เรา ต้องการแค่อุดมการณ์ประชาธิปไตยที่ยังอยู่ในสังคมทุนนิยม ให้ทุนนิยมพัฒนาไป NGO ก็ทำงานไป เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบ ขอแค่ประชาชนตื่นตัวรู้จักปกป้องผลประโยชน์ของตัวเอง


อย่า เอาเป็นเอาตายเพ้อฝันว่าจะสร้างสังคมเป็นธรรม สะอาดสดใส ไล่ทุนสามานย์แล้วจะไม่มีทุจริตคอรัปชั่น อะไรเทือกนั้น ซึ่งเป็นการเอาอุดมการณ์ปฏิวัติสังคมนิยมมาซอยแบ่ง โพกผ้าเหลืองขายให้มวลชนคลั่งลัทธิ


แน่ นอน ในอีกข้างหนึ่ง ผมก็พูดเสมอว่าไม่ต้องการเห็น “ปฏิวัติประชาชน” การปฏิวัติทุกแห่งในโลกลงเอยโดยไม่คุ้มค่ากับความสูญเสีย เพียงแต่มันมีปัจจัย 2 ด้าน ที่ใดมีการกดขี่ ที่นั่นมีการต่อสู้ เมื่อชนชั้นปกครองใช้กำลังปราบปรามเข่นฆ่า มวลชนก็จำเป็นต้องสู้ เจาะเวลาหาอดีตไปกี่ครั้ง เกิด 6 ตุลาเราก็ต้องเข้าป่าอยู่ดี


อุดมการณ์ ประชาธิปไตยต้องการเพียงให้ทุกขั้วอำนาจเข้ามาอยู่ใต้ระบอบรัฐธรรมนูญ อันที่จริงเป็นความต้องการที่ต่ำมาก แต่บางขั้วอำนาจยังแข็งขืน นั่นต่างหากชนวนแห่งความรุนแรง โดยมีอดีตสหายไปร่วม “ชูคติพจน์” ขัดขวางการเปลี่ยนแปลงของสรรพสิ่ง กดฝาหม้อน้ำไว้ไม่ยอมให้ไอน้ำระบายออก มันก็จะเกิดความเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพเมื่อน้ำเดือด 100 องศาตามที่สอนในโรงเรียนการเมืองการทหารนั่นแหละ


ผมคิดว่านี่เป็นประเด็นสำคัญอันดับแรก สำหรับคนที่มีอุดมการณ์จากป่าเขา เอาประชาธิปไตย หรือไม่เอาประชาธิปไตย


พวก ไม่เอาประชาธิปไตยก็พยายามหารูปแบบ “การเมืองใหม่” ประชาธิปไตยที่มีการชี้นำ ประชาธิปไตยพรรคเดียวแบบจีน ประชาธิปไตยแบบรัฐอิสลาม สุดท้ายหันมาคว้าประชาธิปไตยแบบอำมาตย์


อาจ พูดได้ว่ายังมีอารมณ์ค้าง ภาพหลอน จากอุดมการณ์สังคมนิยม แต่หลายคนที่ยังยืนหยัดอุดมการณ์สังคมนิยม เขาก็ไม่ได้เป็นแบบนั้นนะครับ อย่าง อ.ใจ ท่านก็ยังยืนหยัดต่อสู้ไปสู่ประชาธิปไตยเต็มใบ ไม่ได้เพี้ยนจนเตลิดเปิดเปิงไปเหมือนสหายโพกผ้าเหลืองซักหน่อย

ความรับผิดชอบของคนออกป่า

ในฐานะผู้ที่เคยผ่านการต่อสู้ ผ่านสงคราม ผ่านการนองเลือด เคยเจ็บปวด เคยสูญเสีย เรามีภาระที่ต้องถูกเรียกร้องสูงกว่าคนอื่น


อันดับ แรก ความรับผิดชอบสูงสุดคืออย่านำไปสู่การนองเลือด แต่อย่าชี้หน้า “ซ้ายเสื้อแดง” เป็นจำเลย ในขณะที่ “ซ้ายเสื้อเหลือง” ปลุกความสุดขั้วสุดโต่ง ปลุกอุดมการณ์ราชาชาตินิยม ต่อต้านการเปลี่ยนแปลงไปสู่เสรีประชาธิปไตย


แน่ นอน เราพูดได้ว่าพฤษภา 53 แกนนำเสื้อแดงมีส่วนรับผิดชอบที่มีโอกาสยุติม็อบได้แต่ไม่ยุติ แต่คนอีกข้างที่ปลุกความเกลียดชัง กระทั่งมีคนตายมากมายก็ยังปลุกความเกลียดชัง ถ้าเป็นสลิ่มช่างหัวมัน ถ้าเป็นพวกเรา ก็ต้องถามว่ายังมีจิตวิญญาณของคนเดือนตุลา คนออกจากป่า คนเคยต่อสู้กับความไม่เป็นธรรมอยู่ไหม


ที่ เลวร้ายที่สุด คือพวกอ้างเจ้าสร้าง 6 ตุลา ในฐานะผู้ผ่านความเจ็บปวดสูญเสีย คนเดือนตุลาที่ปลุกข้อหา “ล้มเจ้า” ชั่วที่สุด ไม่ถือเป็นคนเดือนตุลาอีกต่อไป แม้แต่คนที่ปล่อยให้พวกพ้องฝ่ายตัวปลุกผังล้มเจ้า โดยทำเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ก็ถือว่าเหยียบย่ำเลือดเพื่อนเพื่อบรรลุเป้าหมายของตน อภัยให้ไม่ได้ 


ข้อ ถัดมา อย่าดูถูกมวลชน “มวลชนแกงไก่กินเข้าไปสองชาม” คนที่เคยต่อสู้ในป่าเขากลับดูถูกมวลชน ทั้งที่เคยดัดแปลงตนเองกับกรรมกรชาวนามาตั้งหลายปี บางคนเป็น “ชนชั้นกรรมาชีพ” ไปแล้วก็มี สู้รบ ร่วมเป็นร่วมตาย ทุกข์ยากลำบาก กับสหายชาวนา วันนี้กลับมามีทัศนะเหมือนผู้ดีชาวกรุง เห็นชาวบ้านโง่ ถูกซื้อ เห็นมวลชนที่ลุกขึ้นสู้ เป็นพวกถูกหลอกมาตาย เฮ้ย มันเป็นไปได้ไง


มวล ชนที่ตื่นตัวก็เหมือนเราสมัยเด็กๆ นั่นละครับ ไม่มีใครรู้แจ้งเห็นจริง ชีวทัศน์โลกทัศน์ชัดเจนตั้งแต่ต้น ธรรมชาติมนุษย์ต้องเห็นสรรพสิ่งด้านเดียวก่อนจะเห็นอีกด้าน โดยเฉพาะคนที่เพิ่งตื่นตัวจากอิทธิพลของสื่อดาวเทียม คุณจะไปเรียกร้องให้เขาเข้าใจยุทธศาสตร์ยุทธวิธี “4 ดี 5 ร่วม 7 จังหวะ” อะไรเทือกนั้นได้ไง


สำคัญ ว่ามันมีทิศทางที่เขาจะพัฒนาไปไหม เรียนรู้มากขึ้นไหม คนเราพอผ่านการต่อสู้ เขาก็มีความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น จากที่เหยียดหยามประณามว่าเสื้อแดงเป็นทาสทักษิณ ก็เห็นแล้วว่าพอทักษิณจะสละเรือ เสื้อแดงด่าขรม แน่นอนมันมีปีก “ซ้ายจัด” มุทะลุ อารมณ์ ซึ่งเขาจะเรียนรู้ต่อไป แต่กลับไปดูมวลชนของคุณบ้าง เหลือเท่าไหร่ แล้วที่เหลือนี่มีสติมีเหตุผลซักแค่ไหน


เรา ศึกษากันมาเท่าไหร่แล้วว่า มวลชนคือเป้าหมายของการเคลื่อนไหว การปฏิรูปประชาธิปไตยสิ่งสำคัญที่สุดคือมวลชนตื่นตัว รู้จักปกป้องสิทธิประโยชน์ของตน 6 ปีที่ผ่านมา ใครนำมวลชนไปทางไหน ผมเขียนให้เจ็บใจเล่นแล้วว่า 2475 เป็นของเสื้อแดง ส่วนพวกเสื้อเหลืองก็ควรจะไปฉลองรัฐประหาร 2490 งาน 6 ตุลาปีหลังๆ ก็กลายเป็นของเสื้อแดง มวลชนเสื้อแดงมีอารมณ์ร่วมในฐานะที่เขาถูกปรามปรามเข่นฆ่ามาเช่นกัน คนชั้นกลางรุ่นใหม่ที่ตื่นตัวจากกระแสประชาธิปไตย กลับไปศึกษา 6 ตุลา ยกย่องคณะราษฎร ขณะที่พวกซ้ายเสื้อเหลืองไม่กล้าพูดถึง 6 ตุลาสักแอะ


อีก ข้อที่ผมเซอร์ไพรส์ “ชนกรรมาชีพทั่วโลกจงรวมกันเข้า” เคยเป็นคอมมิวนิสต์ควรรับความคิดสากลนิยม ไม่เอาชาติ ศาสนา ดินแดน สีผิว เผ่าพันธุ์ สัญลักษณ์ต่างๆ มาแบ่งแยกสร้างศัตรู แต่นี่มีอย่างที่ไหนวะ ปลุกคลั่งชาติทวงคืนปราสาทพระวิหาร อาศัยรากฐานความคิดดูหมิ่นเหยียดหยามชาติพันธุ์เพื่อนบ้านมาเป็นอาวุธทางการ เมือง


เอ้า พลพรรคคอมมิวนิสต์ เสร็จภารกิจหน้าศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ก็ไปภูมิซรอลเลยสิครับ ออก Communist Manifesto ทวงคืนปราสาทพระวิหาร


ข้อ สังเกตส่งท้าย อดีตสหายส่วนหนึ่งกำลังเดินแผน “สามัคคีรัฐบาลปฏิกิริยาไทยต่อต้านเวียดนาม” เหมือนพรรคคอมมิวนิสต์จีน โดยอ้างว่าเป็นยุทธวิธี สามัคคีศัตรูฝ่ายหนึ่งโค่นล้มศัตรูอีกฝ่ายหนึ่ง แลกกับการทำลายพรรคพี่พรรคน้องของตัวเอง


ถ้า เป็นเกมแย่งอำนาจ คุณใช้วิธีแบบนี้ได้ แต่การเคลื่อนไหวประชาธิปไตยต้องเป็นทั้งเป้าหมายและวิธีการ ไม่ใช่พูดกันวงใน ปากอ้างว่าไม่เอาอำมาตย์ แต่ใช้พวกเขาเป็นอาวุธโค่นทุนสามานย์ แล้วเวลาเคลื่อนไหวหรือแสดงความเห็นสาธารณะ ก็บิดเบือนต่อต้านทัศนะประชาธิปไตย


อุดมการณ์ คอมมิวนิสต์ล่มสลายไปแล้ว แต่ “จิตใจสหาย” ที่เราควรสืบทอดคือ ความมุ่งหวังที่จะสร้างสังคมดีงาม สังคมที่มีเสรี ไม่มีขีดคั่น ถึงแม้ไม่อาจขจัดความแตกต่างทางชนชั้น แต่ให้ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างมีศักดิ์ศรี


จิตใจสหายควรเป็นจิตใจที่รักเพื่อนมนุษย์ เสียสละ เปิดกว้าง ไม่ใช่คับแคบ เกลียดชังหัวใจสีแดงไม่มีทางที่ใครแย่งยึดไปได้ นอกจากมันจืดจางลงในใจของตัวเอง



***********
เรื่องเ้กี่ยวเนื่อง:


-'หมอเหวง' เล่าเรื่องไปร่วมงานบวชนักโทษการเมือง และพบปะ ผรท. ตัวจริงที่มุกดาหาร


คอมมิวนิสต์สายลุงธงประณามทปท.รอ.ขายอุดมการณ์รับใช้อำมาตย์ ย่ำยีวีรชนปฏิวัติบัดซบที่สุด

สังคมข่าวชาวเสื้อแดง:ใช่!ทำเพื่อคนๆเดียว จบป่ะ?

ที่มา Thai E-News



รู้ไหมว่าคุณสู้อยู่กับใคร?-เป็นความจริงที่ว่าคนเสื้อแดงต่อสู้ เพื่อคนๆเดียว คนๆเดียวที่ว่านี้เป็นคนที่ประชาชนไทย19ล้านเสียงเคยเืทคะแนนให้ในการเลือก ตั้ง การโค่นล้มคนๆเดียวนี้ คือการย่ำยีไม่ฟังเสียงของคนส่วนใหญ่ในประเทศ การกลั่นแกล้งและไม่ให้ความยุติธรรมกับคนๆเดียวนี้ คือการไม่เคารพต่อ19ล้านเสียง ดังนั้นผ่ีานไป6ปี หรืิอจะกี่ปีคุณจึงไม่มีทางเอาชนะคนๆเดียวนี้ได้  เพราะคุณกำลังท้าทายต่อประชาชนไทยทั้งประเทศ

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
กรกฎาคม 2555

Red USA ล่วงหน้าไปแล้วกับการจัดงานฉลองวันเกิดให้ทักษิณ-พราะ วันที่ 26 ก.ค. 2555 เป็นวันพฤหัสฯ หลายคนติดการทำงานไม่สะดวก จะจัดวันสุดสัปดาห์ต่อไปก็อาจจะช้าไปเลยจัดล่วงหน้าเสียเลย...ที่LA. USA


นายแพทย์พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล ผู้ประสานงานคนเสื้อแดงราชบุรี เปิดเผยว่า  เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิด ครบรอบ 63ปี ท่านนายกฯทักษิณ ชินวัตร  กลุ่ม" คนเสื้อแดงราชบุรี" ขอเรียนเชิญทุกท่าน ร่วมทำบุญเลี้ยงพระเพล และเจริญน้ำพระพุทธมนต์ เพื่อเป็นศิริมงคลแด่ท่านนายกฯใน วันพฤหัสที่ 26 กรกฎาคมนี้ เวลา 10.00น. ณ วัดช่องลม อ.เมือง จ.ราชบุรี  รายละเอียด สอบถามได้ที่เบอร์ 084-342-3386

"โดนัท 64,000 ชิ้น" ฉลอง 64 ปีวันเกิด "ทักษิณ ชินวัตร"




อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง แกนนำนปช. แจกโดนัทเด็กด้อยโอกาสทั่วประเทศ 64,000 ชิ้น ชี้เป็นวาระดีวันเกิดทักษิณ สื่อเพื่อปรองดองกับคนในชาติ
เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ที่โรงแรมเวสเทิร์น นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งขาติ (นปช.) นายจิรเดช วรเพียรกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ อดีตรมช.พาณิชย์ และพล.ต.ต.พีรพันธุ์ เปรมภูติ อดีตเลขาธิการ ปปง. ร่วมกันแถลงข่าว “64 สามัคคีกลมเกลียว” ได้มีการแถลงข่าวเปิดตัวในการแจกโดนัทจำนวนทั้งสิ้นกว่า 64,000 ชิ้น ภายใต้โครงการ 64 กลมเกลียว ในโอกาสวันคล้ายวันเกิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อายุ 64 ปี โดยนายอริสมันต์ กล่าวว่า ในวาระโอกาสดีในครั้งนี้หลังจากที่เป็นวาระโอกาสดีของพ.ต.ท.ทักษิณ และเป็นการออกมาทำงานของตนหลังจากห่างหายไปจำศีลมากว่า 6 เดือน ที่เลือกโดนัทเป็นสัญลักษณ์ในการแจกก็เพราะว่ามีลักษณะเป็นวงกลมในการทำให้ กลมเกลียวเหนียวแน่น และจะมีการแจกจ่ายให้เด็กที่ผู้ด้อยโอกาส และสถานพินิจต่างๆ แล้วแต่จะมีการขอมาเพื่อกระจายให้ได้ทั่วถึงอีกด้วยทั้งประเทศ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กล่องที่จะบรรจุโดนัทนั้นมีทั้งสิ้น 12 ชิ้น ในกล่องรูปแบบสี่เหลี่ยม บนข้อความว่า ‘ด้วยรักและผูกพัน We are Together 26ก.ค.2555’  และภาพ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทั้งภายในกล่องมีการ์ดเขียนข้อความว่า ‘โอกาสวันเกิดของกระผม ขอมอบความรัก ความหวาน ความกลมเกลียว มายังท่านทั้งหลาย ด้วยรักและผูกพัน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร 26ก.ค.2555’ และบริเวณด้างข้างของกล่องมีข้อความว่า ‘โดนัทกลมเกลียวจากใจ 64,000 ชิ้นทั่วประเทศไทย กรุณารับประทานทันที’  ด้านล่างหน้าของกล่องมีข้อความว่า ‘นำส่งโดยนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง นายจิรเดช วรเพียรกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง’ โดยเริ่มแจกจ่ายทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 23 ก.ค.ถึงวันที่ 3 ส.ค.
นายอริสมันต์ กล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมาเรื่องศาลรัฐธรรมนูญที่ได้มีคำวินิจฉัยออกมานั้นก็ถือว่าเป็นนิมิต หมายที่ดี ในเรื่องการปรองดองถือว่าเป็นการเริ่มต้น ที่ตนมาทำเรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับสังคมเท่านั้นไม่เกี่ยวข้องกับการ เมื่องแต่อย่างใด และเรื่องดังกล่าวก็ถือเป็นเรื่องดีที่ทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยยืนยันว่าไม่เป็นเรื่องที่เสียหายอะไรแก่ พ.ต.ท.ทักษิณ เองก็ได้ทราบแล้ว.



ทราย เจริญปุระ+คำ ผกา เสียบประจานสลิ่มนงนุช ตอกหงาแต่งกวีแหวะแดงทีทรายยังใส่รองเท้าเหลือง




ทราย เจริญปุระ: อ่านแล้วแอบเคืองนิดนึง..ฉันก็เป็นดาราคนนึงนะ ถ้าฉันไม่เห็นด้วยกับน้าหงา แล้วฉันเป็นอะไรวะเนี่ย ตามบทความของคุณนงนุช แล้วน้าหงามาเขียนบทกวีว่าสีแดงโดนยึดไปไม่อยากใช้ ทำไมหละคะ ทรายยังใช้สีเหลืองเลย รองเท้านี่สีเหลืองค่ะ ไม่ได้ตั้งใจจะลบหลู่ ขอโทษนะคะ

คำ ผกา:คุณนงนุชบอกว่าจิระันันท์ เป็นเมียเสกสรรค์ เพราะฉะนั้นจิระนันท์ไม่้เห็นด้วยกับเสื้อแดง เป็นความถูกต้อง อ้าว แต่งงานกับเสกสรรค์นี่ความถูกต้องมันมากับใบสมรสเหรอ
*อ.ธิดา+หมอเหวงพบผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ยันที่นี่ของแท้


เว็บไซต์นปช.แดงทั้งแผ่นดิน รายงานว่า เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน อ.ธิดา ถาวรเศรษฐ ประธาน นปช. และ นพ.เหวง โตจิราการ  ส.ส.เพื่อไทย แกนนำเสื้อแดง ได้พบปะกับพี่น้องผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยตัวจริงที่อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร 

ผู้ ร่วมพัฒนาชาติไทยเหล่านี้ยังคงมีความมุ่งมั่นหวังจะเห็นสังคมที่มีสิทธิ เสรีภาพและความเสมอภาคไม่เสื่อมคลาย และไม่เห็นด้วยกับกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยบางส่วนที่กลายเป็นลูกน้องของ ฝ่ายปฏิกิริยาอมาตยาธิปไตยภายใต้การ "ดูแล" ของกอ.รมน.และกองทัพภาคที่2และลืมเลือนจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้เพียงเพราะ เห็นแก่อามิสสินจ้าง ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องใส่เครื่องแบบทหารปลดแอกฯ ไม่ต้องชูธงค้อนเคียว เพราะพวกเขามีจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้เพื่อสร้างสังคมใหม่ที่ดีกว่านั้นอยู่ ในสายเลือดอยู่แล้ว 

(ข้อ สังเกตคือ ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยเหล่านี้ล้วนแต่อยู่ในวัยสูงอายุ ซึ่งก็เข้ากับเหตุการณ์การต่อสู้ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อ40ปีที่แล้ว ผิดกับกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยที่หน้าศาลรัฐธรรมนูญซึ่งมีคนอายุ ประมาณ20-40ปีเป็นจำนวนมากจนดูไม่สมกับที่เคยร่วมต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสท์ แห่งประเทศไทยในช่วงพ.ศ.2508-2525)

*สหภาพประชาธิปไตยประชาชนในยุโรปปักธงแดงปักษ์ใต้-ลงขัน1แสนสร้างหนังนวมทอง
สหภาพประชาธิปไตยประชาชนในยุโรป ซึ่งเป็นกลุ่มคนเสื้อแดงในยุโรปที่รณรงค์เคลื่อนไหวประชาธิปไตยในไทยได้เดินทางมา "ปักธงแดง"ร่วมกับพี่น้องเสื้อแดงในจังหวัดพัทลุง เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีพี่น้องเสื้อแดงพัทลุงมาร่วมกิจกรรมอย่างน่าชื่นใจ 
สหภาพประชาธิปไตยประชาชน ได้รณรงค์และจัดกิจกรรมในยุโรปตลอดช่วงปีที่ผ่านมา เพื่อประชาธิปไตยและอิสรภาพของพี่น้องเสื้อแดง

ทั้งนี้ สหภาพประชาธิปไตยประชาชน ได้ร่วมกับ ดร.สุนัย จุลพงศธร ส.ส.พรรคเพื่อไทย เพื่อเข้าพบ ศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) เมื่อต้นเดือนนี้ด้วย

สุดสัปดาห์นี้ สหภาพประชาธิปไตยประชาชน มีกำหนดจัดกิจกรรมกับ พี่น้องเสื้อแดงสุรินทร์

และในวันที่ 9 สิงหาคมที่จะถึงนี้ สหภาพฯจะเข้ายื่นหนังสือต่อ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเรียกร้องให้รัฐสภาไทยให้สัตยาบันเข้าร่วมภาคีศาลอาญาระหว่างประเทศ เพื่อนำฆาตกรที่สั่งฆ่าประชาชนมาลงโทษ และเพื่อกำหราบไม่ให้ใครมาสั่งฆ่าประชาชนไทยอีกในอนาคต

ในโอกาสที่เดินทางกลับมาเยี่ยม บ้านเกิดครั้งนี้ ผู้แทนสหภาพฯ คุณกรรณิกา นีลเสน ได้ร่วม "ลงขัน" สร้างหนัง "นวมทอง" อีก 48,000 บาท จากที่เคยสนับสนุนมาก่อนหน้านี้แล้ว 52,000 บาท
รวมเป็นเงินลงขันจากสหภาพประชาธิปไตยประชาชน ถึงขณะนี้จำนวน 100,000 บาท
ทำให้ยอดเงินทุนสร้างหนัง "นวมทอง" ขณะนี้ได้ถึง 75เปอร์เซนต์ ของงบประมาณแล้ว

*ขอ คำว่า "ขอบคุณ" สักคำ เพื่อเป็นกำลังใจให้คนทำงาน — กับกาแฟ ทีมงานม้าเร็ว และ ม้าเร็ว สปีดฮอสทีวี

*ชาวภูเก็ตขอบคุณยิ่งลักษณ์


Posted Image

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 23/07/55 โรค มือ เท้า ปาก มหันตภัยนายกฯ

ที่มา blablabla

โดย

 ภาพถ่ายของฉัน




มหันตภัย โรมรัน ท่านนายกฯ
ร้าวหัวอก เกินคำ พร่ำขยาย
มีกลเกม เล่ห์หลาก อีกมายมาย
เพื่อจะสร้าง เรื่องวุ่นวาย ฉิบหายพลัน....


"มือ" ที่มองไม่เห็น เตรียมเข่นฆ่า
ด้วยมารยา สารพัด ที่คัดสรรค์
วางแผนชั่ว รุกเร้า เข้าฟาดฟัน
ด้วยมุ่งมั่น ตลกร้าย ทำลายรัฐฯ .....


ยังมี "เท้า" พวกระยำ คอยย่ำเหยียบ
จ้องเอาเปรียบ หลบเลี่ยง เลวเยี่ยงสัตว์
ใช้ช่องเล็ก ช่องน้อย คอยตามซัด
หวังกำจัด ให้สูญสิ้น ดับดิ้นไป....


พวกเอา "ปาก" จิกกัด ฟัดทุกเรื่อง
สติเฟือง ต่ำช้า พาเหลวไหล
ช่างสมชื่อ ตอแหลแลนด์ แดนจัญไร
คนดีๆ อยู่ไม่ได้ ใครบงการ....


สว.ลาก องค์กรเถื่อน เหมือนกันหมด
คำโป้ปด มันสำราก เข้าหักหาญ
อีกพรรคเปรต เศษมนุษย์ สุดสามานย์
สืบสันดาน สร้างฉิบหาย ทำลายเมือง....


๓ บลา / ๒๓ ก.ค.๕๕

ไม่น่าโกหกเลยกู

ที่มา การ์ตูนมะนาว


วิปวุฒิหนุนทำประชามติ ก่อนโหวตแก้ รธน. วาระ 3

ที่มา uddred

 ไทยรัฐ 23 กรกฎาคม 2555 >>>






นายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานวุฒิสภา หนุนรัฐบาลทำประชามติ ก่อนโหวตแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระ 3 ชี้แค่ 13 ล้านเสียงไม่เห็นต้องไปกลัว...

วันนี้ (23 ก.ค.) ที่รัฐสภา นายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) กล่าวว่า การประชุมวิปวุฒิสภาในวันที่ 25 ก.ค. มีกรอบวาระการประชุมกำหนดการประชุมวุฒิสภา นัดแรกในวันที่ 6 ส.ค. หลังจากเปิดประชุมรัฐสภาสมัยสามัญนิติบัญญัติ แต่อาจมีการหยิบยกประเด็นการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาหารือและขอคำแนะนำต่อที่ประชุมด้วย เพราะประธานฯ หรือตัวแทนคณะกรรมาธิการทั้ง 22 คณะ ทำให้ได้ความเห็นที่หลากหลาย อีกทั้งในนั้นมีผู้ติดอยู่ในร่างแห 76 ส.ว. ที่ร่วมลงมติในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเช่นกัน จึงจะพูดคุยกันว่าจะมีแนวทางอย่างไรต่อไป โดยส่วนตัวยืนยันชัดเจนแล้วว่า อยากให้ทำประชามติ ก่อนลงมติวาระ 3 แต่ถ้าเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วย จะให้ลงมติวาระ 3 เลยก็ไม่ขัดแย้งอะไร
นายนิคม กล่าวว่า ส่วนที่มีผู้เสนอให้แก้มาตรา 165 ก่อนนั้น คงเพราะความกลัวว่าการจะทำประชามติต้องไม่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ จึงคิดแก้มาตรานี้ก่อน ทั้งที่เรื่องเสียงประชามติ ต้องไปดูใน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติมาตรา 9 จะเห็นว่าใช้เสียงแค่เกินกึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิหมายความว่า ในผู้มีสิทธิออกเสียง 45 ล้านคน ถ้ามีคนมาลงคะแนน 23 ล้านคน และเห็นชอบอย่างน้อย 13 ล้านเสียง ก็ถือว่าผ่านแล้ว เสียงแค่นี้รัฐบาลจะกลัวไปก่อนทำไม ถ้าต้องการเดินหน้าจริงสามารถทำได้ โดยอาศัยข้อบังคับการประชุมรัฐสภาข้อที่ 39 ซึ่งระบุว่าหากญัตติใดตกไปแล้วห้ามเสนออีก เว้นแต่ญัตติ ที่ยังไม่มีการลงมติ หรือญัตติที่ประธานรัฐสภา จะอนุญาตหากเห็นว่าเหตุการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ยังค้างวาระการพิจารณาอยู่

Saturday, July 21, 2012

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 21/07/55 ทางเลือกการแก้รัฐธรรมนูญ.....

ที่มา blablalbla

โดย

 ภาพถ่ายของฉัน




พอเอ่ยชื่อ สารขันธ์แลนด์ แดนตอแหล
เบื่อจริงแท้ เรื่องราว ที่กล่าวขาน
ประจักษ์ชัด จัดเจน เป็นตำนาน
ชนทุกบ้าน ทุกข์ทน ไม่พ้นภัย....


ไปเลือกตั้ง หวังเอาไว้ ได้ สส.
กุลีกุจอ มุ่งมั่น ไม่หวั่นไหว
สิ่งแน่วแน่ นั่นหนา ประชาธิปไตย
เพื่อเมืองไทย ไร้ทุกข์ สุขร่มเย็น....


รัฐธรรมนูญ เผด็จการ สามานย์ชัด
ยังติดขัด อีกมาก ยากจะเข็น
จะแก้น้อย แก้มาก หลากประเด็น
มันซ่อนเร้น ด้วยมารยา นับสารพัน....


จะทำเพื่อ สิ่งถูกต้อง กลับมองข้าม
พยายาม เตะถ่วงไว้ ไม่สร้างสรรค์
เอากฎกู กฎมึง เข้าดึงดัน
เหลือแค่ฝัน เลือนลาง อย่างเลื่อนลอย....


นำเสนอ อย่างนี้ จะดีไหม
ตามครรลอง กำหนดไว้ ให้ล่าถอย
ฉีก..แล้วเปลี่ยน ทันใด ไม่ต้องคอย
อยากเรียบร้อย เชิญท้อปบูท ไวสุดเลย....


๓ บลา / ๒๑ ก.ค.๕๕