WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, July 24, 2012

ติงใบตองแห้ง ติง ThaiPBS

ที่มา ประชาไท

 


คำแถลงเครือข่ายนักสื่อสารแรงงาน 

กรณีใบตองแห้งกับ ThaiPBS และชาวบ้านคนชายขอบ
22 กรกฎาคม 2555

ตามที่เว็บไซต์ mediainsideout ได้เผยแพร่บทความเรื่อง “ศึกสายเลือดเขย่า TPBS”ของผู้ใช้นามว่า “ใบตองแห้ง” ลงวันที่ 13 ก.ค.55 นั้น  แม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นการวิพากษ์วิจารณ์การบริหารงานของ ThaiPBS แบบคนที่คลุกอยู่วงในเท่านั้นจึงจะรู้  แต่เครือข่ายนักสื่อสารแรงงานเห็นว่า มีบางข้อความที่กระทบต่อความรู้สึกในเชิงดูแคลนปากเสียงของชาวบ้านคนชายขอบ ดังเช่น
เผลอแป๊บเดียว TPBS หรือองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ก็ก่อตั้งมาได้ 5 ปีแล้วนะครับ ซึ่งแปลว่าเราได้ใช้เงิน “ภาษีบาป” สร้างทีวีของคนชายขอบ ริมขอบ ตกขอบ ไปมากกว่า 10,000 ล้านบาท (ย่อหน้าที่ 1)
แต่แหม แค่ได้ดู ณาตยา แวววีรคุปต์ เอา NGO กับชาวบ้านมาออกเวทีสาธารณะวันละโหล ก็คุ้มแล้วครับ รายการอย่างนี้จะไปหาสปอนเซอร์ได้ที่ไหน เพราะจัดช่องไหนก็ไม่มีคนดู (อ้าว) (ย่อหน้าที่ 2)
พอคิดกันได้แค่นี้ ก็เลยมีแต่รายการของณาตยา แวววีรคุปต์ (แซวกันว่า ณาตยาเป็น “บิ๊ก” ใน TPBS ใครๆ ก็เกรงใจ เพราะเธอทำรายการให้ผู้มีบารมีเหนือ TPBS ดู ไม่ได้ทำให้ชาวบ้านดูนะเออ) (ย่อหน้าที่45)
ต่อข้อความใน 3 ย่อหน้าข้างต้นนั้น  เครือข่ายนักสื่อสารแรงงาน  ยืนยันว่า  ผู้ใช้แรงงานกลุ่มต่างๆทั้งแรงงานในระบบ แรงงานนอกระบบ และแรงงานข้ามชาติ ซึ่งรวมกันแล้ว ถือเป็นคนส่วนใหญ่ในสังคมไทยที่มีส่วนอย่างสำคัญในการสร้างเศรษฐกิจของ ประเทศนี้ให้เจริญเติบโต และเป็นกลุ่มที่รัฐเก็บภาษีได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยโดยไม่ตกหล่น  แต่กลุ่มแรงงานก็ถือว่ายังเป็น “คนชายขอบ” ในนโยบายการพัฒนาประเทศของรัฐบาลทุกยุคสมัยไม่ว่าจะเป็นเผด็จการหรือ ประชาธิปไตย ที่ให้ความสำคัญกับ “ผู้ลงทุน” มากกว่า “ผู้ลงแรง”  เสียงของแรงงานเหล่านั้นจึงไม่มีโอกาส ไม่มีช่องทางสื่อสารออกไปให้คนได้รับรู้รับฟังปัญหาของพวกเขา  ต่างจากกลุ่มนายทุน ราชการและนักการเมือง ที่ต่างก็เข้าไปยึดครองพื้นที่สื่อของประเทศนี้จนแทบไม่เหลือให้กับ “คนชายขอบ” กลุ่มต่างๆที่เดือดร้อนจากนโยบายการพัฒนาประเทศ ดังข่าวที่ปรากฎตามสื่อต่างๆไม่เคยขาด
กล่าวสำหรับพื้นที่ข่าวของแรงงานแล้ว  ฟรีทีวีต่างๆมีการนำเสนอข่าวแรงงานบ้างแต่ก็น้อยมากจนแทบไม่ก่อให้เกิดการ เปลี่ยนแปลงอะไรในทางที่ดีขึ้นต่อแรงงานมากนัก  เพราะส่วนใหญ่นำเสนอแค่เพียงปรากฎการณ์การชุมนุมเรียกร้อง  ไม่ได้เจาะลึกถึงปัญหา ทำให้การต่อสู้เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของแรงงานกลายเป็นภาพลบที่ สร้างความเดือดร้อนให้สังคม
ดังนั้น เมื่อเกิดมีทีวีสาธารณะ ThaiPBS ขึ้นมา  พบว่า เฉพาะช่วง 2 ปีที่ผ่านมา พื้นที่สื่อสาธารณะได้เปิดกว้างให้แรงงานเรามีโอกาสมากขึ้นในการส่งเสียง  ThaiPBS นำเสนอข่าวประเด็นแรงงานเท่าที่รวบรวมบันทึกเก็บไว้ได้มีถึง 155 ชิ้น  และมีการนำเสนอในแบบเจาะลึกที่ทำให้สังคมเกิดความเข้าใจปัญหาของแรง งานกลุ่มต่างๆอย่างแท้จริง  ทั้งเรื่องปัญหาการเข้าถึงประกันสังคม เรื่องค่าจ้างที่เป็นธรรม  การคุ้มครองแรงงานนอกระบบและแรงงานข้ามชาติ  ผ่านรายการกลุ่มข่าวต่างๆ  โดยเฉพาะ “เวทีสาธารณะ” ที่ทำให้ผู้ใช้แรงงานได้มีโอกาสสื่อสาร สามารถเปิดปากพูดเรื่องราวของตัวเองกับผู้มีอำนาจเกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหา ได้โดยตรง
แต่การใช้ช่องทาง “เวทีสาธารณะ” ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ทำได้บ่อยๆ  เพราะนอกจากจะต้องนำเสนอและเพียรสร้างความเข้าใจต่อประเด็นให้กับผู้จัดทำ รายการแล้ว  ยังต้องเปิดโอกาสให้ “คนชายขอบ” ผู้เดือดร้อนประเด็นปัญหากลุ่มอื่นๆซึ่งมีจำนวนมากมายในประเทศนี้ได้ใช้ บริการรายการนี้ด้วย
แน่นอนว่า  รายการแบบนี้เร็ตติ้งคงไม่พุ่งกระฉูดเทียบเท่ารายการยอดนิยมที่วัดๆกันแบบ ที่ทำอยู่ทุกวันนี้  แต่ในแง่ของคนดู  เครือข่ายแรงงานซึ่งร่วมเป็นเครือข่ายกับภาคประชาสังคมอื่นๆ ทราบว่ามีชาวบ้านและผู้เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาติดตามดูมากแน่นอน  และเร็ตติ้งของรายการแบบนี้เราก็วัดกันที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอะไรได้ บ้าง  มากกว่าจะวัดกันที่คนดูมากแต่ไม่เกิดผลเปลี่ยนแปลงอะไร
ซึ่งในส่วนของแรงงานนั้น  “เวทีสาธารณะ ตอน ถอดบทเรียนน้ำท่วม” กระตุ้นให้หน่วยงานรัฐทุกระดับเข้ามาใส่ใจดูแลแรงงานในพื้นที่ประสบภัยน้ำ ท่วมในการทำให้ได้รับสิทธิต่างๆ   “เวทีสาธารณะ ตอน ปฏิรูปกฎหมายประกันสังคม กฎหมายประชาชน ความจริงใจของผู้แทน” ทำให้นักการเมืองทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลต่างรับรู้และรับปากจะช่วยกันเร่ง ผลักดันร่างพ.ร.บ.ประกันสังคมของแรงงานเข้าสภาฯ  แม้ว่าจะอยู่ในช่วงชุลมุนของการแก้ไขรัฐธรรมนูญและกฎหมายปรองดองที่ลัดคิว ขึ้นมาตัดหน้ากฎหมายอื่นที่เสนอโดยภาคประชาชนหลายฉบับที่ค้างเติ่งอยู่ใน วาระ  และ“เวทีสาธารณะ ตอน กลับถิ่น กระจกสะท้อนแรงงานไทย” ได้ทำให้องค์กรปกครองท้องถิ่นตระหนักและเตรียมเสนอเรื่องในการพัฒนาทรัยากร ต่างๆเช่น แหล่งน้ำ และภูมิปัญญาท้องถิ่นซึ่งมีอยู่มากมายหล่อเลี้ยงสังคมไทยมายาวนานตั้งแต่ อดีต ให้สามารถรองรับการทำงานในถิ่นฐานของผู้คนได้อย่างยั่งยืน
ในบทความของ “ใบตองแห้ง” ยังกล่าวถึงสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาของสื่อสาธารณะอย่างTPBS ด้วย ดังเช่น
แล้วถ้าจะให้ดีนะครับ TPBS ก็ควรจะถือโอกาสนี้ สรุปปัญหา ทิศทาง แนวทาง นโยบาย การบริหาร ฯลฯ โดยให้พนักงานระดับล่างมีส่วนร่วม ให้โอกาสพวกเขาเสนอปัญหาระบายความอึดอัดใจอย่างเต็มที่ พูดถูกบ้าง พูดผิดบ้าง ก็ต้องฟัง เพราะที่ผ่านมามีแต่ปิดกั้น พนักงาน TPBS ไม่สามารถก่อตั้งสหภาพแรงงานได้ เพราะมีระเบียบบังคับไว้ ก่อตั้งได้แต่สมาพันธ์พนักงาน TPBS ซึ่งพูดอะไรมากก็ไม่ได้อีก เพราะมีระเบียบกำหนดว่า ห้ามพนักงานเคลื่อนไหวให้ร้ายองค์กร (ย่อหน้าก่อนสุดท้าย)
ซึ่งข้อเสนอเรื่องการมีส่วนร่วมในองค์กร ตรงกับที่ขบวนการแรงงานกำลังรณรงค์อยู่ในขณะนี้ ในเรื่องของการปฏิรูปกฎหมายแรงงานสัมพันธ์จากกรอบคิดเดิมแบบ “นายกับบ่าว” ที่คนทำงานไม่ต้องมีปากมีเสียง  ไปเป็น “หุ้นส่วนทางเศรษฐกิจหรือสังคม” ที่ยอมรับการมีส่วนร่วมของลูกจ้างพนักงาน  ซึ่งสอดคล้องกับหลักการของอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ หรือ  ILO ฉบับที่ 87 ว่าด้วยเรื่องเสรีภาพในการรวมตัว และฉบับที่ 98 ว่าด้วยเรื่องสิทธิในการเจรจาต่อรอง  รวมทั้งสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญของไทย (ทั้ง 2540 และ 2550) ที่ว่า  "บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการรวมกันเป็นสมาคม สหภาพ สหพันธ์ สหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร องค์การเอกชน หรือหมู่คณะอื่น"  แต่รัฐบาลทุกยุคสมัย รวมทั้งหลายหน่วยงานต่างๆ ก็ยังไม่รับรอง ไม่ยึดถือปฏิบัติให้เป็นจริงตามสิทธิเสรีภาพดังว่านี้
เครือข่ายนักสื่อสารแรงงานจึงเห็นว่า   สถานีโทรทัศน์ ThaiPBS ที่สร้างมาจากภาษีของประชาชน  และประกาศว่าเป็นสื่ออิสระที่ไว้ใจได้นั้น  จะต้องเปิดกว้างต่อการตรวจสอบซึ่งรวมถึงการตรวจสอบตัวเองด้วย  จะต้องเปิดให้เกิดการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการองค์กรอย่างแท้จริงของ พนักงานทุกคนอย่างเท่าเทียม  จะต้องมีระบบที่ดูแลในเรื่องสิทธิต่างๆของพนักงานทั้งในเรื่องรายได้ที่ เป็นธรรม สวัสดิการที่ครอบคลุม  และมีความมั่นคงในการทำงาน
และที่สำคัญ จะต้องดูแลให้เกิดรายการดีๆ ในความหมายที่ไม่ใช่เพียงแค่มีคนดูมากแต่กลับส่งผลร้ายต่อสังคมด้านต่างๆ   ThaiPBS ต้องกล้าที่จะรักษาและสนับสนุนให้รายการดีๆที่ประจักษ์ชัดว่าเกิดประโยชน์ ต่อสังคมโดยเฉพาะในภาคส่วนที่สื่อหลักมักไม่สนใจ  ให้สามารถยืนหยัดอยู่ในผังรายการได้ต่อไป

รัฐ 3 แบบใน The Dark Knight Rises

ที่มา ประชาไท

 

ว่าด้วยหนัง
The Dark Knight Rises เป็นภาคสุดท้ายของไตรภาค Batman ของผู้กำกับคริสโตเฟอร์ โนแลน (Christopher Nolan) หนังภาคนี้จับความหลังจากแบทแมนปราบศัตรูสำคัญคือโจ๊กเกอร์ (Joker) สำเร็จ และยอมรับผิดแทนอัยการฮาร์วี่ย์ เด้นท์ (Harvey Dent) ที่กลายเป็นตัวร้ายทูเฟซ โดยเชื่อว่า ชื่อเสียงที่สั่งสมมาก่อนของเด้นท์น่าจะช่วยธำรงสันติในกอทแธม (Gotham) ได้มากกว่าการเปิดเผยความจริง จากนั้นแบทแมนก็หายจากเมืองนี้ไปในฐานะอาชญากร ทว่าสันติภาพที่มี เป็นเพียงภาพลวงตา ลึกลงไป กอทแธมยังมีปัญหา เมื่อความขัดแย้งปะทุหนัก แบทแมนจึงต้องกลับมา
ปมความขัดแย้งของหนังในภาคนี้ลึกซึ้งรุนแรงกว่าภาคก่อน เพราะนอกจากความขัดแย้งระหว่างพระเอก-ผู้ร้ายแล้ว สถานการณ์ทั้งหมดตั้งอยู่บนความขัดแย้งระหว่างคนในสังคมเดียวกันด้วย แม้ว่าในหนังจะไม่ได้เน้นที่ประเด็นนี้ก็ตาม แต่การมีอยู่ของความขัดแย้งนี้ทำให้แบทแมนทำงานยากขึ้นจนถึงขั้นเกือบเอา ชีวิตไม่รอด นอกจากนี้คู่ปรับคนสำคัญของแบทแมนในภาคนี้คือ “เบน” (Bane) นั้นน่ากลัวกว่าโจ๊กเกอร์ เพราะเบนมีทั้งพละกำลัง สติปัญญา เงินทุนและอุดมการณ์ (แถมยังมีการจัดองค์กรอย่างดี) ในแง่ของเป้าหมาย โจ๊กเกอร์แค่กวนเมือง แต่เป้าหมายของเบน คือการเปลี่ยนแปลงสังคมอย่างถอนรากถอนโคนโดยทันที
โนแลนเป็นที่จับตาหลังจาก Memento ออกฉายด้วยมุมมองแบบสำรวจจิตมนุษย์ วิธีการเล่าเรื่องถอยหลังทีละช่วงและการหักมุมที่เน้นผลสะเทือนทางความคิด มากกว่าความประหลาดใจ จากนั้นไม่กี่ปี The Dark Knight ก็สถาปนาโนแลนเป็นผู้กำกับวิสัยทัศน์ไกล ผู้เจนจัดศาสตร์และศิลป์ภาพยนตร์ ผลงานต่อจากนั้นก็รักษาคุณภาพระดับสูง The Dark Knight Rises ก็เป็นหนังคุณภาพในระดับดีเด่นเช่นเคย แต่นอกจากอรรถรสของการชมหนังชั้นดีแล้ว ปูมหลังตัวละคร เป้าหมายการต่อสู้ บริบทสภาพแวดล้อมของกอทแธม หลายฉากหลายตอนใน The Dark Knight Rises ทำให้นึกถึงประเด็นทางการเมือง โดยเฉพาะประเด็นว่าด้วยรูปแบบรัฐที่เป็นกรอบใหญ่ควบคุมจำกัดการเคลื่อนไหว ของตัวละครต่าง ๆ และเป็นเป้าหมายที่ตัวละครต่าง ๆ ต้องการรักษาไว้หรือเปลี่ยนแปลงในระดับต่าง ๆ กัน
ว่าด้วยรัฐ
พิจารณาจากฉากตอน บริบทและเป้าประสงค์ของตัวละครต่างๆ แล้ว รูปแบบรัฐในหนังเรื่องนี้อาจแบ่งออกได้เป็น 3 ลักษณะคือ หนึ่ง รัฐวีรชน สอง รัฐธนกิจ และสาม เสนารัฐ
รัฐวีรชน
กอทแธมหลังแบทแมนใช้แรงส่งจากการเสียชีวิตของเด้นท์ผู้ ที่มีชื่อเสียงด้านการปราบปรามอาชญากรออกกฎหมายมอบอำนาจให้ตำรวจจัดการ อาชญากรรมอย่างเด็ดขาด (รัฐบัญญัติเด้นท์-Dent Act) ข้อเท็จจริงด้านลบเกี่ยวกับเด้นท์ถูกปิดบัง คนจำนวนหนึ่งต้องรับเคราะห์จากความเท็จนี้ แบทแมนกลายเป็นผู้ต้องหา ผู้การกอร์ดอนต้องฝืนจรรยาชีพตำรวจโกหกสังคมเรื่องเด้นท์ นักโทษจำนวนมากถูกจับไปไว้ในเรือนจำโดยไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรมตามขั้นตอน ปกติเนื่องมาจากรัฐบัญญัติดังกล่าว
กอทแธมวางความสงบสุขของสังคมบนธงศีลธรรมเป็นหลักและมุ่งไปสู่เป้าหมายทาง ศีลธรรมนั้นโดยไม่สนวิธีการ รัฐผลิตมายาคติหล่อหลอมประชาชนให้สนับสนุนนโยบายรัฐ สร้างสถาบันพิเศษเป้าหมายเฉพาะเพื่อกวาดล้างสร้างสังคมสะอาด กฎระเบียบบังคับใช้อย่างเข้มงวด ตำรวจทำงานภายใต้ตรรกะความมั่นคง (คุณผิดจนกว่าคุณจะพิสูจน์ตัวเองได้ว่าไม่ผิด) สังคมมีแนวโน้มอิงหลักการของปรัชญาอรรถประโยชน์นิยม(Utilitarianism) ว่าด้วยการเสียสละส่วนน้อยเพื่อประโยชน์ส่วนใหญ่
ผลที่ได้คือ เบื้องหน้าสังคมที่ดูเหมือนสงบสุข มีระเบียบเรียบร้อย แต่เบื้องลึกกอทแธมยังมีปัญหาอาชญากรรม เพิ่มเติมด้วยปัญหาการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลในนามของความดี ประชาชนถูกทำให้สูญเสียศักยภาพในการคิดและแก้ปัญหาด้วยตนเอง ยึดติดตำนานวีรชน เมื่อเผชิญวิกฤตทางออกของประชาชนในรัฐเช่นนี้คือเรียกหาอัศวิน
สังคมในรัฐเช่นนี้ มีแนวโน้มรักษาสถานะอำนาจเดิมไว้เหนียวแน่น ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง ปรับตัวยาก เมื่อเผชิญปัญหาหนักมักช็อก ประชาชนและเจ้าหน้าที่มักสยบต่ออำนาจ
กองกำลังติดอาวุธจำนวนหนึ่งและระเบิดไม่กี่ลูกของเบนจึงทำให้เบนควบคุมกอทแธมได้เบ็ดเสร็จ
เมื่อสังคมมีภูมิต้านทานต่ำ รัฐธนกิจก็สามารถสวมทับเข้ามาอย่างแนบเนียน เพราะหนึ่ง กลไกควบคุมรักษาระเบียบเข้มข้น สอง ประชาชนหมดสมรรถภาพในการคิด (รัฐเข้มแข็ง-ประชาสังคมอ่อนแอ) กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ รัฐธนกิจฝังตัวเติบโตได้ดีในรัฐที่อำนาจรวมศูนย์ในกลุ่มคนจำนวนน้อยและประชา สังคมอ่อนแอ
รัฐธนกิจ
อุตสาหกรรมขนาดใหญ่และตลาดหุ้นเป็นกลไกทางเศรษฐกิจ สำคัญของกอทแธม เศรษฐกิจเติบโตก้าวหน้า แต่ก็มีปัญหาการกระจายรายได้จนกลายเป็นความเหลื่อมล้ำทางสังคม ในขณะที่ทุนใหญ่กอทแธมมุ่งขยายกิจการ นายหน้าค้าเงิน-หุ้นร่ำรวย ปรากฏว่ามีเด็กกำพร้าขาดแคลนปัจจัยดำรงชีพที่เหมาะสม มีหญิงสาวขายบริการทางเพศเพื่อเลี้ยงชีพ เซลิน่า ไคล์ (Selina Kyle) สาวผู้มากความสามารถยังไม่อาจมีที่ยืนในสังคมปกติต้องผันตัวเป็นนางโจร ผลประโยชน์ทางธุรกิจมีบทบาทนำหน้าปัญหาสังคมโดยรวม เช่น ปัญหาสิ่งแวดล้อม
ในกอทแธมมีทั้งกลุ่มทุนเก่าแก่อย่างตระกูลเวนย์ และนักธุรกิจเศรษฐินีใหม่ใจถึงอย่างมิแรนด้า เทต (Miranda Tate) ที่สร้างตัวขึ้นมาจากความว่างเปล่า รุ่งเรืองด้วยการทำธุรกิจ ในขณะที่เศรษฐีเก่าอย่างบรูซ เวนย์ (Bruce Wanye) มุ่งมั่นพัฒนาพลังงานทางเลือกที่สะอาดจน Wayne Enterprises ผลประกอบการตกต่ำ ทุนหายกำไรหด บ้านเด็กกำพร้าที่เคยได้รับการอุปถัมภ์จากมูลนิธิของเขาจึงพลอยถูกตัดความ ช่วยเหลือทางการเงินลง หรือกระทั่งล้มละลายในพริบตาเมื่อตกเป็นเหยื่อของเกมตลาดหุ้น (อาจเป็นครั้งแรกในจักรวาลที่ซูเปอร์ฮีโร่ล้มละลาย)
กลไกตลาดเสรีในกอทแธมทำงานล้มเหลว เพราะไม่สามารถทำให้ทุกคนสามารถเข้าไปแข่งขันในตลาดได้อย่างเสรีจริง กลไกการกระจายความมั่งคั่งกลับคืนสู่สังคมบิดเบี้ยวกระจายไปไม่ถึงผู้ที่จำ เป็นต้องได้รับ นอกจากนี้สังคมยังตั้งอยู่บนความเสี่ยงผันผวน มหาเศรษฐีอย่างบรูซ เวนย์ ยังสามารถกลายเป็นยาจกชั่วข้ามคืน ปัญหาการเติบโตทางเศรษฐกิจมีความสำคัญกว่าปัญหาสังคม-สิ่งแวดล้อม
สังคมรัฐธนกิจเป็นสังคมแข่งขันแบบแพ้คัดออก พัฒนาทางวัตถุรวดเร็ว ความมั่งคั่งกระจุกตัว ผู้คนจำนวนมากถูกละเลยทอดทิ้งตราหน้าว่าไร้ความสามารถ ยิ่งความเหลื่อมล้ำยิ่งห่างและเห็นได้ชัด ความตึงเครียดระหว่างผู้มั่งมีและผู้ยากไร้ยิ่งสูง ข้อเสนอของเบน (ผู้ที่เสียงระคายหู)ให้ยึดทรัพย์สินจากคนรวยจึงได้รับการตอบรับอย่างดีจาก มหาชนที่ถูกกดขี่ในรูปแบบต่าง ๆ มายาวนาน           
เสนารัฐ
เบนมีพร้อมทั้งพละกำลัง สติปัญญา เงินทุนและอุดมการณ์ เขาร่วมมือกับนายทุนยึดกอทแธมได้โดยสะดวกก่อนสังหารนายทุนบางเจ้าทิ้งเมื่อ หมดประโยชน์ ช่องความเหลื่อมล้ำทางสังคมที่ถ่างกว้างช่วยให้อุดมการณ์สุดโต่งและความ รุนแรงที่เบนใช้สาแก่ใจประชาชนผู้เสียเปรียบ ในการปกครองประชาชน เบนระเบิดสนามฟุตบอล วางระเบิด ติดตั้งระเบิดนิวเคลียร์ข่มขู่ประชาชนให้อยู่ในอำนาจ ประชาชนชาวกอทแธมสามารถเคลื่อนไหวอิสระได้ตราบเท่าที่ไม่ขวางแผนการ ผู้ที่เป็นปฏิปักษ์จะถูกพิพากษาด้วยศาลเตี้ย (ยิงทิ้ง ณ ที่เกิดเหตุ) หากรอดศาลเตี้ยมาขึ้นศาลยุติธรรมก็เป็นศาลยุติธรรมที่ขาดกระบวนการอันเป็น ที่ยอมรับ (รีบร้อนจับกุม ฟ้องศาลไม่ผ่านอัยการ ตัดสินโดยไม่ฟังความจำเลย พิพากษาโทษล่วงหน้า)
ความมั่นคงของสังคมที่เบนปฏิวัติตั้งบนปากกระบอกปืน ปกครองด้วยความกลัว ปั่นหัวประชาชนให้หวาดหวั่นโยนความหวังให้เล็กๆ น้อยๆ ป้องกันการลุกฮือครั้งใหญ่ ประชาชนหวาดระแวงกันและกัน ศาลยุติธรรมตัดสินคดีตามใจผู้มีอำนาจ อย่างไรก็ตามอุดมการณ์ของเบนนั้นแน่วแน่ ทำให้เขามีสาวกที่ยอมสละชีพเพื่อแผนการใหญ่ อำนาจเบ็ดเสร็จช่วยให้เขาเปลี่ยนแปลงสังคมในชั่วพริบตาเดียว ประชาชนกอทแธมบางส่วนอาจหวังว่า เหล่าทหารจรยุทธ์เหล่านี้จะมาช่วยเปลี่ยนชะตาเมือง แต่สิ่งที่ได้อาจจะเป็นแค่ความหวังลม ๆ แล้ง ๆ เพราะเสนาเบนกระทำการเพื่อตอบสนองความต้องการตนเองมากกว่าเพื่อพลเมืองทั้ง หลาย
เสนารัฐเช่นนี้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ ปรับเปลี่ยนนโยบายรวดเร็วทันใจ ทุ่มทรัพยากรทั้งหมดเพื่อเป้าหมายเฉพาะได้ไม่ต้องฟังเสียประชาชนหรือต่อรอง กับกลุ่มผลประโยชน์ แต่ก็ไม่มีหลักประกันว่าปากกระบอกปืนของรัฐจะหันไปหาใครบ้างเพราะอำนาจไม่ ถูกถ่วงดุล
รัฐ 3 แบบ กับเป้าหมายที่ไปไม่ถึง
เมื่อเปรียบเทียบรัฐทั้ง 3 แบบแล้ว อาจจะเป็นที่ถกเถียงได้ว่า รัฐแบบใดดีกว่ากัน แต่ผลสรุปที่แน่นอนคือ รัฐแต่ละแบบนั้นต่างมีปัญหาในการบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ทั้งสิ้น รัฐวีรชนไม่สามารถสร้างสังคมสะอาดบริสุทธิ์ รัฐธนกิจไม่สามารถสร้างสังคมที่มั่งคั่งทั่วถึง เสนารัฐไม่สามารถเปลี่ยนแปลงชุมชนไปสู่อุดมคติที่ตั้งไว้ได้
รัฐวีรชนมุ่งสร้างสังคมคนดีบริสุทธิ์ด้วยการให้อำนาจพิเศษกับบุคคล บางกลุ่มดำเนินโครงการสร้างสังคมอุดมคติบนฐานศีลธรรม ผลของการกระทำเช่นนี้ คือสังคมที่ขาดความเท่าเทียมทางการเมือง เพราะอำนาจกระจุกตัวไม่กระจายทั่วสังคมเท่าเทียม “คนดี” มีอำนาจมากกว่าคนทั่วไป วิธีการเน้นไปที่การตัด “เนื้อร้าย” ของสังคมทิ้ง ซึ่งมีปัญหาหลายประการที่ต้องคำนึงโดยเฉพาะประเด็นการนำศีลธรรมที่อาจเป็น เครื่องมือที่ดีในการกำกับพฤติกรรมมนุษย์ของแต่ละบุคคล แต่เป็นเครื่องมือที่อันตรายในการใช้เป็นเกณฑ์วัด/ตัดสินคน เพราะว่ามนุษย์เป็นสิ่งที่ไม่สมบูรณ์ หมายความว่ามนุษย์นั้นเปลี่ยนแปลงไม่หยุดนิ่ง การจะแยกดีเลวเด็ดขาดถาวรเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้
รัฐธนกิจส่งเสริมการสร้างประสิทธิภาพเฉพาะด้านเพื่อการขยายตัวทาง เศรษฐกิจ โดยคาดหวังว่าเมื่อเศรษฐกิจเติบโตแล้วจะกระจายให้สังคมอย่างทั่วถึง แต่ในทางปฏิบัติ บริษัทและภาคเอกชนที่รัฐธนกิจสนับสนุนอุ้มชูอยู่นั้นแย่งกันโต เมื่อแย่งกันโตก็มีการแข่งขันอย่างเข้มข้น นำไปสู่สภาวะแพ้คัดออก เหลือผู้อยู่รอดน้อยรายปริมาณทรัพย์สินไหลไปรวมกับผู้ชนะ การเติบโตทางเศรษฐกิจจึงเติบโตอย่างกระจุกตัว ในขณะที่กลไกการกระจายความมั่งคั่งกลับคืนสู่สังคม เช่น ระบบภาษี ก็ทำงานไม่เต็มที่เพราะขัดกับตรรกะการสะสมทุนไปแข่งขันต่อของภาคเอกชน
ผลอย่างเป็นรูปธรรมคือ นอกจากจะไม่สามารถกระจายความมั่งคั่งไปทั่วสังคมแล้ว ยังถ่างช่องความเหลื่อมล้ำกว้างขึ้น มีผู้พ่ายแพ้แข่งขันไม่ได้มากขึ้น ผู้พ่ายแพ้เหล่านี้จะหันหน้าไปประกอบอาชีพอื่นก็ลำบากเพราะถูกฝึกมาให้ทำงาน เฉพาะด้าน จะมีความสงบสุขทางจิตใจกับตนเองก็ยากเพราะไม่ได้มีชีวิตในสภาพที่เอื้ออำนวย ต่อการพัฒนาศักยภาพของมนุษย์อย่างรอบด้าน ส่วนผู้ชนะที่อยู่ในกระบวนการเดียวกันก็ง่ายที่จะเพิกเฉยละเลยต่อเพื่อน มนุษย์ร่วมสังคม มองความยากลำบากของผู้พ่ายแพ้เป็นเรื่องปกติธรรมดาในนามของประสิทธิภาพและ การแข่งขัน
เสนารัฐนั้นต้องการถอนรากถอนโคนสังคมเดิมทันที เพื่อเปลี่ยนแปลงสร้างสังคมใหม่ที่คาดว่าจะดีกว่าสังคมเก่า วิธีการที่จะทำเช่นนี้ได้ต้องมีความคิดสุดโต่งและสร้างความคิดสุดโต่งให้ แพร่กระจายไปในสังคมจนผู้คนพร้อมจะกระทำความรุนแรงเพื่อเปลี่ยนแปลงสังคม มองเห็นผู้ที่คิดต่างเป็นศัตรู เป็นผู้ล้าหลัง โดยมีทั้งชีวิตและทรัพย์สินจำนวนมากเป็นต้นทุนของการเปลี่ยนแปลงสังคม ตัดโอกาสของการเรียนรู้ประสบการณ์เพื่อพัฒนาหาทางออกของประชาชนในสังคม ในด้านผลลัพธ์ก็ไม่มีหลักประกันได้ว่าเมื่อเปลี่ยนแปลงสังคมในทันทีแล้ว สังคมใหม่จะดีขึ้นกว่าสังคมเก่า
กอทแธมหลังการจากไปของแบทแมน การล่มสลายของตลาดหุ้นและความพ่ายแพ้ของเบน ได้เพิกถอนมายาคติบางประการออกไปจากสังคม ประชาชนได้เรียนรู้ว่า ความเพิกเฉยต่อผู้อื่นและความสุดโต่งในท้ายที่สุดล้วนกลายเป็นความรุนแรงใน สังคมได้ ซึ่งแลกมาด้วยต้นทุนที่แสนแพง
แน่นอนว่ายังไม่มีบทสรุปอนาคตของกอทแธม ไม่มีหลักประกันว่า กอทแธมจะเป็นเมืองที่ดีขึ้น แต่ดูเหมือนว่า สังคมที่ยอมรับความจริงของกันและกันมากขึ้น ใส่ใจกันและกันมากขึ้น ปรองดองกันมากขึ้น จะทำให้ใครบางคนสามารถปลดภาระบนไหล่ให้ผู้อื่นช่วยแบกรับ ใครบางคนได้มีโอกาสแก้ไขข้อผิดพลาดในอดีตเริ่มชีวิตใหม่ และทำให้ใครอีกหลายคนได้มีหลักประกันในสิทธิเสรีภาพในชีวิตของตนเองมากขึ้น

ประธานาธิดีพม่าเยือนไทย พร้อมลงนามความร่วมมือ 3 ด้าน

ที่มา ประชาไท

 

ไทยยืนยันลงทุนท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมทวาย พร้อมเสนอเปิดจุดผ่านแดนเพิ่ม 3 แห่ง พัฒนาบุคลากร ขณะที่ประธานาธิบดีพม่าขอบคุณไทยที่ให้ความสำคัญกับการปฏิรูปการเมืองและ เศรษฐกิจพม่า
ประธานาธิบดี เต็ง เส่งของพม่า และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตรวจแถวทหารระหว่างการเยือนทำเนียบรัฐบาลของประธานาธิบดีเต็ง เส่ง (ที่มาของภาพ: เฟซบุคของยิ่งลักษณ์ ชินวัตร)
ตามที่ประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ของพม่าเยือนไทยระหว่างวันที่ 22 - 24 ก.ค. นี้นั้น สำนักข่าวแห่งชาติ รายงานเมื่อวานนี้ (23 ก.ค. 55) ว่า ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และนายเต็ง เส่ง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ หรือ พม่า แถลงร่วมผลการหารือข้อราชการ โดยนายกรัฐมนตรี ได้ขอบคุณในความร่วมมือของพม่า ทั้งด้านเศรษฐกิจ การลงทุน การจ้างงาน และการปราบปรายาเสพติด ซึ่งจะมีการจัดพิธีฉลองการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตครบ 65 ปีในปี 2556
โดยในการหารือไทยได้เสนอการขยายความร่วมมือในหลายด้านและแสดงความพร้อมใน การเข้าร่วมประชุมคณะกรรมาธิร่วมไทย-พม่า หรือเจซี ที่สหภาพพม่าจะเป็นเจ้าภาพและเสนอการจัดตั้งสมาคมมิตรภาพพม่า-ไทย คู่ขนานกับสมาคมไทย-พม่า เพื่อมิตรภาพ ซึ่งไทยได้การเสนอแนวทางความร่วมมือเพื่อการพัฒนาในพม่า 4 สาขาหลัก คือ การเสริมสร้างขีดความสามารถบุคลากรพม่า การเตรียมความพร้อมในการที่สหภาพพม่าจะเป็นประธานอาเซียนในปี 2557 การปฏิรูปเศรษฐกิจและพัฒนาทางเลือก การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
และในโอกาสนี้ได้มีการลงนามในบันทึกข้อตกลง 3 ฉบับ ได้แก่ 1.บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการพัฒนาที่ครอบคลุมเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายและ พื้นที่ โครงการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นการยืนยันพันธะของฝ่ายไทยที่จะร่วมมือกับพม่าในการพัฒนาท่าเรือน้ำ ลึกและนิคมอุตสาหกรรมที่ทวาย รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นโดยทั้ง 2 ฝ่ายได้ตกลงที่จะจัดตั้งคณะทำงานระดับรัฐมนตรี ซึ่งจะประชุมกันในเดือนสิงหาคม เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเขตเศรษฐกิจตามแนวชายแดนมากขึ้น โดยไทยได้เสนอให้มีการเปิดจุดผ่านแดนระหว่างไทย-พม่าเพิ่มเติมที่ (1) ด่านกิ่วผาวอก จ. เชียงใหม่ (2) ด่านห้วยต้นนุ่น จ. แม่ฮ่องสอน และ (3) ด่านบ้านน้ำพุร้อน จ. กาญจนบุรี
2. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือเพื่อการพัฒนาพม่า ซึ่งบอยู่ใน 4 สาขาหลัก คือ (1) การเสริมสร้างขีดความสามารถของบุคลากรพม่า (2) การเตรียมความพร้อมการเป็นประธานอาเซียนของพม่าในปี 2557 (3) การปฏิรูปเศรษฐกิจและการพัฒนาทางเลือก และ (4) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
และ 3. ถ้อยแถลงร่วมว่าด้วยการจัดตั้งเวทีหารือด้านพลังงาน
และทั้งสองฝ่ายยังเห็นตรงกันในความร่วมมือการพัฒนาการปลูกข้าวในพม่าและ การพัฒนาด้านแรงงาน โดยยืนยันที่จะดูแลแรงงานพม่าในไทยอย่างเป็นระบบและมีสิทธิภายใต้กฏหมายแรง งานไทย
ขณะที่ประธานาธิบดีเต็ง เส่ง แสดงความขอบคุณรัฐบาลไทยที่ตระหนักถึงความสำคัญของการปฏิรูปการเมืองและ เศรษฐกิจ ซึ่งได้หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมถึงการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน รวมถึงการขนส่งเส้นทางท่าเรือน้ำลึกทวายและแหลมฉบัง โดยย้ำว่าพม่าพร้อมที่จะให้การสนับสนุนประเทศไทยในการดำเนินโครงการด้าน ต่างๆ เช่นกัน

เรื่องคนไทย 92 คนที่ถูกจับที่พม่า จะต้องรับโทษก่อน ถึงจะได้ลดหย่อน
ส่วนกรณีการช่วยเหลือคนไทย 92 คน ที่ข้ามจาก จ.ระนอง เข้าไปยังภาคตะนาวศรีของพม่าเพื่อทำการเพาะปลูก ก่อนถูกทางการพม่าจับกุมนั้น นายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณประธานาธิบดีพม่า ที่ดูแลคนไทยเป็นอย่างดี ขณะที่นายเต็ง เส่ง ชี้แจงกับนายกรัฐมนตรีว่า มีคนไทยหลายคนใน 92 คน ทำผิดกฎหมายร้ายแรง มีการพกอาวุธสงคราม และปลูกพืชยาเสพติดในพื้นที่ จำเป็นต้องถูกตัดสินโทษตามความผิดภายใต้กฎหมายพม่า หลังจากตัดสินคดีเสร็จสิ้นแล้ว ทางการพม่าจะหาแนวทางช่วยเหลือคนไทย ด้วยการลดหย่อนโทษ สำหรับคนไทยที่รับโทษน้อยจะมีโอกาสได้กลับบ้านก่อน ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควรในการคัดแยกคน และการดำเนินการฟ้องร้องตามระเบียบ
ทั้งนี้ผู้นำทั้ง 2 ประเทศ ยังได้หารือเรื่องอนาคตพม่า ที่จะให้คนไทยเข้าไปลงทุน โดยเฉพาะการปลูกยางพาราและปาล์มน้ำมัน ด้วยการเปิดให้เช่าพื้นที่เพาะปลูก แต่ขอให้ดำเนินการอย่างถูกต้องผ่านกระทรวงต่อกระทรวง ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการเชิญชวน ขณะที่ปัญหายาเสพติดตามแนวชายแดน นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า ไม่อยากให้มียาเสพติดตามแนวชายแดน และอยากให้มีการปราบปรามอย่างเข้มงวด โดยนายเต็ง เส่ง เห็นด้วยและพร้อมให้ความร่วมมืออย่างดี ส่วนการแก้ปัญหาชนกลุ่มน้อยจะร่วมกันแก้ปัญหา ทั้งเรื่องการทำหนังสือเดินทางและวีซ่า

เคยเลื่อนเยือนไทยมาแล้ว 1 ครั้ง ช่วง "ออง ซาน ซูจี" มาประชุม WEF
อนึ่งก่อนหน้านี้ ในการประชุมประชุมเวทีเศรษฐกิจโลกว่าด้วยภูมิภาคเอเชียตะวันออก(World Economic Forum on East Asia) ครั้งที่ 21 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ เมื่อปลายเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งมีการเชิญนางออง ซาน ซูจี ผู้นำฝ่ายค้านพม่ามาร่วมด้วยนั้น ประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ได้ยกเลิกกำหนดการเยือนไทยในช่วงดังกล่าวออกไปก่อน แต่มอบหมายให้รมว.พลังงาน และ รมช.การท่องเที่ยวและโรงแรมของพม่า มาร่วมงานแทน โดยขอเลื่อนการเยือนไทยมาเป็นวันที่ 4-5 มิ.ย. และต่อมาเมื่อ 1 มิ.ย. ได้แจ้งขอยกเลิกการเยือนไปก่อน
ทำให้ รมว.ต่างประเทศไทยทำหนังสื่อชี้แจงพม่าว่า ผู้จัดการประชุมเวทีเศรษฐกิจโลก WEF เป็นผู้เชิญนางออง ซาน ซูจีเอง และกำหนดการพบปะประชาชนของนางออง ซาน ซูจี เป็นการดำเนินการเองผ่านบริษัทประชาสัมพันธ์ รัฐบาลไทยไม่ทราบกำหนดการ (ข่าวย้อนหลัง) ขณะที่ทางพม่าชี้แจงสาเหตุการเลื่อนการเยือนไทยว่าเพื่อแก้ปัญหาภายในประเทศ ก่อนที่จะเลื่อนกำหนดการเยือนไทยอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 22 - 24 ก.ค. ดังกล่าว
 
ที่มา: เรียบเรียงจากเว็บไซต์สำนักข่าวแห่งชาติ [1] , [2] และเฟซบุคยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

เกาะติดโอ๊คแฟนเพจเฟสบุ๊ค

ที่มา thaifreenews



ไทยฟรีนิวส์ร่วมเกาะติดรายการ
 "เยี่ยมคนแดนไกล แบบไร้อภิสิทธิ์ชนกับพานทองแท้"
ที่ฮ่องกง ระหว่างวันที่ 24-26 ..2555

ช๊อค..หลักฐานตู่..เต้น...หนีทหาร

ที่มา การ์ตูนมะนาว

 ดัดแปลงจากความคิดคุณ เตียง ยัง ทรุด เวป IF

Thai PUBLICA ตั้งคำถามกับ รายงานของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

ที่มา Thai E-News


24 กรกฎาคม 2555
 โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์

โดย สฤณี อาชวานันทกุล
 Thai PUBLICA


ในยุคข้อมูลท่วมท้นล้นหลามตั้งแต่วิกิลีกส์ถึงข่าวลือในโซเชียลมีเดีย ยุคที่หลายฝ่ายกำลังเรียกร้องความโปร่งใสและรับผิดจากทุกสถาบันมากขึ้น เรื่อยๆ ผู้เขียนตั้งข้อสังเกตบางประการเกี่ยวกับรายงานประจำปี 2554 ของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ (ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์องค์กร ซึ่งปัจจุบันไม่มีเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษอย่างน่าประหลาดใจ) องค์กรซึ่งดูจะยังมีข้อถกเถียงไม่ยุติเกี่ยวกับบทบาท หน้าที่และสถานะ พร้อมเปรียบเทียบการเปิดเผยข้อมูลกับแนวทางการเปิดเผยของ Crown Estate แห่งสหราชอาณาจักร

(คลิกที่รูปเพื่ออ่าน)
นี่หรือคือโปร่งใส? กรณีรายงานของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

เรื่องเบาๆ กับการแอบดูธนบัตรประเทศที่มีกษัตริย์เป็นประมุข

ที่มา Thai E-News

 24 กรกฎาคม 2555
โดยทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา มติชน  เสวนา "สัญญะและสามัญชนบนธนบัตร"มองโลกและมองไทย
 

เมื่อไม่นานมานี้ เดอะรีดดิ้งรูม (The Reading Room) และกวีราษฎร์ จัดเสวนา “สัญญะและสามัญชนบนธนบัตร”  โดย อาจารย์ชาตรี ประกิตนนทการ อาจารย์ภาควิชาศิลปสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้วิเคราะห์ด้วยการเปรียบเทียบธนบัตรในประเทศต่าง ๆ ด้วยการเทียบเคียงกับประเทศที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แบ่งออกได้ 4 กลุ่ม
ธนบัตรแบบ 8 เริ่มออกใช้เมื่อพุทธศักราช 2489 ตรงกับสมัยที่ นายปรีดี พนมยงค์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พื้นที่กว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของธนบัตรเป็นรูปพานรัฐธรรมนูญ ออกแบบตามอย่างตะวันตกไม่มีลวดลายไทย

กุล่มแรก ประเทศที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขแต่ไม่มีพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ปรากฏ อยู่บนธนบัตร ได้แก่ สวีเดน เดนมาร์ก ญี่ปุ่น เบลเยี่ยม เนเธอแลนด์ ทั้ง 4 ประเทศจะปรากฏภาพของศิลปิน นักดนตรีและบุคคลสำคัญในด้านต่าง ๆ บนธนบัตร

กลุ่มที่สอง  ประเทศที่มีเฉพาะพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ปรากฏเฉพาะด้านหน้าและบางชนิดราคาของธนบัตร เช่น สเปน ภูฏาน บาห์เรน กัมพูชา

กลุ่มที่สาม  ประเทศที่มีพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ปรากฏเฉพาะด้านหน้าในทุกชนิดราคาของธนบัตร ส่วนด้านหลังจะเป็นบุคคลสำคัญ เช่น อังกฤษ โมร็อกโก สวาซิแลนด์ เนปาล เป็นต้น
 
กลุ่มที่สี่  ประเทศที่มีพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ปรากฏทั้งด้านหน้าและหลังในทุกชนิดราคาของธนบัตร ได้แก่ ไทย

อาจารย์ชาตรี กล่าวว่า สถาบันกษัตริย์เข้ามาเกี่ยวข้องกับรูปภาพที่ปรากฏบนธนบัตร โดยเป็นความสัมพันธ์กับรูปแบบการปกครอง อาจกล่าวได้ว่าประเทศที่เป็นประชาธิปไตยมักไม่ปรากฏพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ อยู่ หรือปรากฏเฉพาะด้านหน้าธนบัตรในบางชนิดราคาเท่านั้น

ตัวอย่างธนบัตรของประเทศต่าง ๆ



 ตัวอย่างธนบัตรชนิดราคา 200 แรนด์ของประเทศแอฟริกาใต้


ธนบัตรชนิดราคา 1,000 เยน โดยมีรูปของ นัทซึเมะ โซเซกิ นักเขียนของญี่ปุ่น


  ธนบัตรชนิดราคา 500 เรียลกัมพูชา



ธนบัตร ชนิดราคา 20 ปอนด์สเตอร์ลิงอังกฤษ ด้านหน้าแสดงภาพสมเด็จพระราชินีนาถ เอลิซาเบธที่ 2 ส่วนด้านหลังแสดงภาพของ อดัม สมิธ นักเศรษฐศาสตร์ชาวอังกฤษ

 อาจารย์ชาตรี วิเคราะห์ว่า สำหรับประเทศไทย การออกแบบธนบัตรมีความสัมพันธ์กับสภาพการเมืองและสังคมในแต่ละยุคซึ่งแตก ต่างกัน เมื่อเปรียบเทียบธนบัตรแบบต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทยจะพบข้อสังเกตหลายประการ

 ธนบัตรแบบ 3 ได้ออกแบบไว้ตั้งแต่ก่อนการปฏิวัติ 2475 และเริ่มทยอยออกใช้ในปี พ.ศ. 2477 เป็นแบบแรกที่ปรากฏภาพบุคคลคือพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์รัชกาลที่ 7 และมีภาพอันแสดงถึงวัฒนธรรมประเพณีและสถาปัตยกรรมไทย ตลอดจนทัศนียภาพต่าง ๆ เป็นภาพประกอบ ส่วนด้านหลังเป็นภาพวัดระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ

ธนบัตร แบบ 4 ทยอยออกใช้ในปี พ.ศ. 2482 ด้านหลังของธนบัตรปรากฏภาพพระที่นั่งอนันตสมาคม ซึ่งเป็นรัฐสภาแห่งแรกของประเทศไทย และมีลายน้ำเป็นรูปพานรัฐธรรมนูญ สะท้อนถึงอุดมการณ์ประชาธิปไตย

 ธนบัตรแบบ 9 เริ่มทยอยออกใช้เมื่อปี พ.ศ. 2491 การออกแบบธนบัตรมีลักษณะย้อนไปสู่ยุคแรก ๆ โดยปรากฏรูปของรัฐสภาและมีลวดลายไทยประกอบ ส่วนธนบัตรแบบ 10 พบว่ารัฐสภาหายไป โดยด้านหน้าเป็นพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดชเป็นภาพประธาน ด้านหลังเป็นภาพเรือสุพรรณหงส์
 
ธนบัตรแบบ 11 เริ่มทยอยออกใช้ในปี พ.ศ. 2512 ซึ่งเป็นช่วงที่ไทยเริ่มมีความกังวลเกี่ยวกับปัญหาคอมมิวนิสต์ โดยจะปรากฏพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์เกือบ 50 เปอร์เซ็นต์ของธนบัตร

 ธนบัตรแบบ 12 เริ่มทยอยออกใช้ในปี พ.ศ. 2523 ซึ่งเป็นยุคหลังเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 ได้มีการออกธนบัตรเพื่อเผยแผ่พระเกียรติคุณของสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิ ราชเจ้าที่ได้รับการถวายพระราชสมัญญาภิไธย "มหาราช" ได้แก่ พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าอยู่หัว ณ ลานพระราชวังดุสิต พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ณ สวนสาธารณะทุ่งนาเชย จ. จันทบุรี และพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช  ณ อนุสรณ์ดอนเจดีย์ จ. สุพรรณบุรี

 ธนบัตรแบบ 13 เป็นภาพเฉลิมฉลองงานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี โดยด้านหน้าเป็นพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเครื่องแบบจอมทัพ ทรงฉลองพระองค์ครุย และหลังจากธนบัตรแบบ 13 เป็นต้นมาปรากฏพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้งด้าน หน้าและหลังธนบัตร และมีภาพพระราชกรณียกิจด้านต่าง ๆ ประกอบลวดลายธนบัตรจึงเป็นเครื่องมือสื่อสารอุดมการณ์ในรูปแบบการปกครองที่ เปลี่ยนแปลงไปได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ หาก เปรียบเทียบธนบัตร พบว่า 1 ใบมีพื้นที่เฉลี่ย 0.03 ตารางเมตร ในประเทศไทยมีธนบัตร 20, 50, 100, 500 และ 1,000 บาท เฉลี่ยอย่างน้อยที่สุดชนิดละ 10 ล้านฉบับ จะพบว่าจำนวนธนบัตรหมุนเวียนในประเทศไทยถึง 50 ล้านฉบับและเมื่อคูณกับพื้นที่เฉลี่ยของธนบัตร 1 ใบ จะกินพื้นที่ถึง 1.5 ล้านตารางเมตร ขณะที่คนไทยใช้ธนบัตรไม่ต่ำกว่า 5-10 ครั้งต่อวัน ในแง่สื่อสารมวลชน ธนบัตรจึงเป็นสื่อโฆษณาอย่างหนึ่งที่มีอำนาจในการสื่อกับผู้คนในสังคมเข้า ถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากที่สุด
 
การออกแบบธนบัตรของไทยในยุคต่าง ๆ



 ธนบัตรชนิดราคา 100 บาท เริ่มทยอยใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2468


ธนบัตรแบบ 3 ชนิดราคา 1, 5 และ 10 บาท เริ่มทยอยใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2477



 ธนบัตรแบบ 4  ชนิดราคา 20 และ 100 บาท ออกใช้เมื่อ พ.ศ. 2488

 
ธนบัตรแบบ 8 สั่งพิมพ์ในสมัยราชกาลที่  8 โดยรัฐบาลไทยติดต่อให้รัฐบาลสหรัฐอเมริกาจัดพิมพ์ธนบัตรให้ชั่วคราว เนื่องจากได้รับความเสียหายจากสงครามมมหาเอเชียบูรพา



ธนบัตรแบบ 9 มีรูปแบบเหมือนกับธนบัตรแบบ 4 แต่เปลี่ยนพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์เป็น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช  เริ่มทยอยออกใช้เมื่อปี พ.ศ. 2491

 
ธนบัตรชนิดราคา 100 บาท ที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช 
สยามมกุฎราชกุมาร

RED USAจัดงานวันเกิดทักษิณ63ปี

ที่มา Thai E-News

 

โดย RED USA เสื้อแดงในอเมริกา

Happy Birthday to"our beloved PM: July 26th.
"Thaksin Shinawatra"
เอกบุรุษ           สุดยิ่งใหญ่       หนึ่งในหล้า
มุ่งโอบอุ้ม        ปวงประชา       มหาศาล
เกียรติประวัติ    บันทึกใว้          เป็นตำนาน
แซ่ซร้องท่าน    ทักษิณ           ชินวัตร
ยี่สิบหก            กรกฎา            เวียนมาถึง
สาธุชน             ต่างซาบซึ้ง     ถึงประวัติ
ร่วมวิงวอน        พรประเสริฐ     สารพัด
ฉลองวรรษ       หกสิบสาม       เลขงามดี
หกกับสาม        คู่น้ำมิตร         ประสิทธิผล
มหาชน            แห่ชื่นชม        สมศักดิ์ศรี
จัดงานใหญ่      ทั่วทุกรัฐ         ปฐพี
เป็นเกียรติแก่    คนแสนดี        ศรีแผ่นดิน
RED USA

งานวันเกิดที่เสื้อแดงในอเมริกา RED USAจัดที่LAเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาถึงคนไกล...ผ่านไปสนุกมาก...เพื่อน พี่ น้อง พากันมาล้อมรอบเมื่อถึงเวลาเป่าเค้ก

และที่ยืนอยู่ข้างหลัง และ ข้าง ๆ ยังมีอีก...


มีการอ่านกลอนวันเกิดแบบทำนองเสนาะ...ที่แต่งโดยสมาชิก

ผู้อ่านก็พยายามอ่านให้ได้อรรถรสตามประสานักอ่านสมัครเล่น

เสียงเย้..เฮ..มีอารมณ์ร่วมไปด้วย...อยู่ข้างหลัง

อ่านกลอนจบก็ร้องเพลง Happy Birthday ให้ท่านทักษิน

แบบ many many many more แบบ ไม่จบเสียที

หนุ่มนัอย หนุ่มใหญ่ เฮ....กันอยู่ข้างหลังแถว B B Q
สาว น้อย สาวใหญ่ ...กลับไปนั่ง..คิกคักกันอยู่ข้างใน...
เกาะกลุ่มอยู่แถวโต๊ะอาหาร..ไม่ยอมไปไหน...555
เสียงเพลงคนเสื้อแดงเปิดดังกระหึ่ม

ใครที่ได้ไปเป็นสมาชิกร่วมชุมนุมที่ทำเนียบ ผ่านฟ้า หรือราชประสงค์
ก็นำประสพการณ์มาเล่าสู่กันฟัง ประเภทเล่าแล้ว เล่าอีก
พวกเรานำคลิป..กิจกรรมผลงานของ RED USA มาเปิดให้ดูกันอย่างจุใจ
โดยเฉพาะคลิปเหี้ยสั่งฆ่า....เสียร้อง..เอาอีก..เอาอีก

กิจกรรมเครื่องบินลากแบนเนอร์ เหนือฟ้า LA ดังกระหึ่มเมื่อ 12 พฤษภาคม 2512
"เรียกร้องให้ปล่อยนักโทษการเมือง"
เครื่องบินลากแบนเนอร์เหนือฟ้า LA




เมื่อวันที่ 19 กรกฏาคม RED USA ได้จัดกิจกรรมพร้อมกับพี่น้องทั่วโลก

ในวันนั้นมี 2 รายการ ... แบบตลุยวันเดียวเสร็จ...
ด้วยความภูมิใจของพวกเราทุกคนที่ได้มีส่วนร่วม ..ค่ะ

1. เดินเข็นป้ายยักษ์เท่าตึกสูงเกือบ 2 ชั้นลากไปบนถิ่นท่องเที่ยวบนถนนฮอลลีวู๊ด
พร้อมกับเพลง "Dies Irae" เพลงสวดศพที่ดังมาเป็นพัน ๆ ปีแล้ว ขลังมากค่ะ
RED LA 008 - Massacre In Thailand



2. รวมทั้งการนั่งรถทัวร์ ประจานทั่วแอลเอ.ในวันเดียวกัน
RED LA 007 - No Justice No Peace




งานจบลงด้วยความชื่นมื่น เมื่อเวลาสามทุ่ม ...
ร่ำลากันไป ร่ำลากันมา แบบว่าถ้าอยู่ต่อก็คงได้ท่านข้ามต้มต่ออีก

ขอบคุณ          ทุกทุกท่าน        ด้วยใจ
งานวันเกิด       แด่คนไกล        เรียบร้อย
ด้วยจิต            และแรงใจ       ส่งถึง กันนา
แดงคือแดง     แรงฤทธิ์กล้า    ก้องฟ้า คนชม
RED USA











*********
้เรื่องเกี่ยวเนื่อง:


สังคมข่าวชาวเสื้อแดง:ใช่!ทำเพื่อคนๆเดียว จบป่ะ?


รู้ไหมว่าคุณสู้อยู่กับใคร?-เป็นความจริงที่ว่าคนเสื้อแดงต่อสู้ เพื่อคนๆเดียว คนๆเดียวที่ว่านี้เป็นคนที่ประชาชนไทย19ล้านเสียงเคยเืทคะแนนให้ในการเลือก ตั้ง การโค่นล้มคนๆเดียวนี้ คือการย่ำยีไม่ฟังเสียงของคนส่วนใหญ่ในประเทศ การกลั่นแกล้งและไม่ให้ความยุติธรรมกับคนๆเดียวนี้ คือการไม่เคารพต่อ19ล้านเสียง ดังนั้นผ่ีานไป6ปี หรืิอจะกี่ปีคุณจึงไม่มีทางเอาชนะคนๆเดียวนี้ได้  เพราะคุณกำลังท้าทายต่อประชาชนไทยทั้งประเทศ


ข่าวในพระราชสำนัก

ที่มา Thai E-News



สำนักพระราชวังแถลงในหลวงเสวยพนระกระยาหารได้ดี

สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ฉบับที่ 56 เรื่อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ มาประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช ความว่า วันนี้คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้รายงานว่า ตามที่ได้มีแถลงการณ์สำนักพระราชวังลงวันที่ 13 กรกฎาคม พุทธศักราช 2555 ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรง มีพระโลหิตซึมเล็กน้อยที่ใต้เยื่อหุ้มพระสมองชั้นนอกด้านซ้ายนั้น ผลการตรวจพระสมองด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ติดตามพระอาการเมื่อคืนวันนี้ พบว่า พระโลหิตที่ซึมบริเวณใต้เยื่อหุ้มพระสมองชั้นนอกได้หายไปแล้ว เสวยพระกระยาหารได้ดี และบรรทมได้เป็นปรกติ


พระราชินีทรงพระวรกายได้ดีขึ้น



 เมื่อ เวลา 19 .45 น. วันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ.2555 สำนักพระราชวังได้ออกแถลงการณ์ เรื่องสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระประชวรขณะประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช ความว่า  "คณะแพท์ผู้ถวายการรักษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้รายงานว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ไม่มีพระอาการเวียนพระเศียร ทรงพระวรกายได้ดีขึ้น เริ่มเสวยพระกระยาหารได้ ผลการตรวจติดตามพระสมองด้วยคลื่นแม่เหล็ก (Magnetic Resonance Imaging) ไม่พบภาวะแทรกซ้อน คณะแพทย์ฯ ยังถวายพระโอสถทางหลอดพระโลหิตต่อ และทำกายภาพบำบัดถวายเพื่อฟื้นฟูพระวรกาย จึงประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน"



สำนักพระราชวังแจ้งหมายกำหนดการเฉลิมพระชนมพรรษา5รอบสมเด็จพระบรมฯ



นายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำนักพระราชวังได้แจ้งหมายกำหนดการพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร หมายกำหนดการแจ้งว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งการพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ในวันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม 2555 เวลา 17.00 น. ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปที่พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง โดยสำนักพระราชวังจะได้จัดที่สำหรับลงพระนามและลงนามถวายพระพรไว้ที่ในพระ บรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. ขณะที่กรุงเทพมหานครดำเนินการจัดพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 61 รูป ในวันพุธที่ 27 กรกฎาคม 2555 ณ สำนักงานเขตทุกเขต (ยกเว้นเขตพระนคร)โดยมีผู้อำนวยการเขตเป็นประธานในพิธี และจัดพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 161 รูป ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2555 ณ บริเวณท้องสนามหลวง
       
ในวันเดียวกัน เวลาประมาณ 19.19 น. นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานในพิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนถวายพระพร ชัยมงคล ซึ่งมูลนิธิ 5 ธันวามหาราชจัดงานบำเพ็ญกุศลกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติโดยใช้ชื่อกิจกรรมว่า “๖๐ พรรษา มหาวชิราลงกรณ” ระหว่างวันที่ 27-28 กรกฎาคม 2555 ณ บริเวณ ท้องสนามหลวง รวมทั้งทุกจังหวัดจะจัดพิธีทำบุญตักบาตรและจัดพิธีถวายพระพรชัยมงคลในวันที่ 27-28 กรกฎาคม 2555
จึงขอเชิญชวนปวงชนชาวไทยทุกพร้อมใจร่วมแสดงความจงรักภักดี โดยประดับธงตราสัญลักษณ์เฉลิมพระเกียรติอย่างพร้อมเพรียงกัน และร่วมกิจกรรมถวายเป็นพระราชกุศล ตลอดจนร่วมพิธีถวายพระพรชัยมงคล ณ สถานที่ตั้งของการจัดพิธีการต่าง ๆ ในโอกาสนี้ด้วย
 
สมเด็จพระเทพฯเสด็จต่างประเทศถึงวันที่ 29 เดืิอนนี้

 สำนักพระราชวัง ประกาศเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม พุทธศักราช 2555 ว่าด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศมาเลเซียและสาธารณสิงคโปร์ ในวันที่ 24 และวันที่ 25 กรกฎาคม พุทธศักราช 2555  ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศมาเลเซีย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จะทรงนำนักเรียนนายร้อย ชั้นปีที่ 4 พร้อมคณะผู้บังคับบัญชา และข้าราชการกองวิชาประวัติศาสตร์โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ไปทัศนศึกษาสถานที่ต่างๆ อาทิ สถาบันความเข้าใจศาสนาอิสลามมาเลเซีย พิพิธภัณฑ์ศิลปะอิสลามมาเลเซีย ติกแฝดปิโตรนาส และเมืองราชการปุตราจายา 
         
 ใน การเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศสาธารณสิงคโปร์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมาชกุมารี จะทรงรับถวายตำแหน่งสมาชิกกิตติมศักดิ์ของสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ศึกษา จะทรงพบกับประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสิงคโปร์ ซึ่งจะถวายเลี้ยงพระกระยาหารกลางวัน และจะทรงเข้าร่วมการประชุมวิชาการนานาชาติด้านวิศวกรรมฟื้นฟูสมรรถภาพและ เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ ครั้งที่ 6 ในวันที่ 25 กรกฎาคม พุทธศักราช 2555
         
 สมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จะประทับเครื่องบินพระที่นั่งซึ่งกองทัพอากาศจัดถวาย เสด็จพระราชดำเนินจากท่าอากาศยานกรุงเทพ ในวันอังคาร ที่ 24 กรกฎาคม พุทธศักราช 2555 เวลา 05.30 นาฬิกา จากนั้น จะประทับเครื่องบินของสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ เอสคิว 322 จากท่าอากาศยานชางงี สาธารณรัฐสิงคโปร์ ในวันพุธ ที่ 25 กรกฎาคม พุทธศักราช 2555 เวลา 23.30 นาฬิกา เสด็จพระราชดำเนินต่อไปเยือนสหราชอาณาจักรระหว่างวันที่ 25 - 29 กรกฎาคม พุทธศักราช 2555

          จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน
          สำนักพระราชวัง
          23 กรกฎาคม พุทธศักราช 2555

ดราม่าแพรวา9ศพ:ตอนน้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์

ที่มา Thai E-News




ที่เว็บบอร์ดศาลาประชาึคม เว็บไซต์พันทิป มีผู้นำภาพนี้มาโพสต์ ในหัวข้อ เนี่ยเหรอ แพรวา ที่ศาลบอกว่า ต้องเยียวยารักษาสภาพจิต ดูน้องเค้าก็สดชื่นดีนี่ เป็นเฟรชชี่ศรีปทุมแล้ว

ภาพดังกล่าวเป็นเด็กสาวคนหนึ่ง กำลังทำกิจกรรมเหมือนนักศึกษารุ่นพี่กำลังรับน้องใหม่อยู่

ยังไม่มีใครยืนยันว่าเป็นรูปของ"แพรวา"เยาวชนที่ถูกดำเนินคดีถูกกล่าาหาว่า ขับรถเก๋งชนรถตู้โดยประมาท เพราะมัวแต่เล่นโทรมือถือ"BB" เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 9 ศพ แต่มีสมาชิกเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์อย่างล้นหลาม บางส่วน แสดงความเห็นใจ ขณะที่บางส่วนยังต้องการให้เกิดการลงโทษที่ยุติธรรม
ชีวิตต้องเดินหน้าต่อไปครับ พวกคุณต้องการอะไรหรือครับ อยากให้น้องเขา หดหู่ ทรมาณ ไปจนตายหรือครับ
ขณะที่บางรายเห็นว่า
ไม่ได้ต้องการให้น้องเค้าเศร้าหรือหดหู่ต่อไปครับ แล้วก็ถูกต้องด้วย "ชีวิตต้องเดินหน้าต่อไป" ฉะนั้นควรมาศาลแล้วฟังคำตัดสินได้แล้ว ให้ทุกอย่างมันอยู่ในกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่ยัดจนพัง ในขณะที่น้องเค้าชีิวิตเดินหน้าต่อไป แล้วครอบครัวของผู้เสียชีวิตทั้งหลายละครับ เค้าได้เดินหน้าไปด้วยรึเปล่า เค้าต้องจมอยู่กับความช้ำที่ครอบครัวเขาเสียชีวิตไม่พอ ยังมาเจอความไม่ยุติธรรมของสิ่งที่เราๆ ท่านๆ เรียกว่ากระบวนการยุติธรรมอีก แล้วคุณพ่อของน้องที่เสียใจชีวิตจนต้องตรอมใจตายละครับ? ต้องมีคนเป็นอย่างงี้อีกสักกี่คนหรอเขาถึงจะออกมารับผิดหรือแม้แต่ "ขอโทษ" ได้ ไม่มีใครอยากให้น้่องเขาเศร้าหรอกครับ สิ่งที่สังคมต้องการ แค่ให้ออกมายอมรับความจริง รับโทษ หรือทำอะไรบ้างไม่ใช่แค่หายไปลอยๆ
และดูท่าว่ากระทู้นี้ จะมีกลิ่นดราม่าลอยมาอีกยาว

ส่วนที่เว็บบอร์ดประชาทอล์กนำ เสนอภาพด้านล่างนี้ว่า แพรวาได้เป็นนักศึกษาใหม่ที่มหาวิทยาลัยศรีปทุมแล้ว และมีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการที่มีนามสกุลดัง ก็อาจไม่ต้องได้รับโทษจากกระบวนการยุติธรรมไทย



 ***************

เรื่องเกี่ยวเนื่อง:ความจริงเรื่องฟอร์เวิร์ดเมล์จบคดีแพรวา8ศพอวสานคนจน สะท้อนคนไทยสิ้นหวังกระบวนการยุติธรรม