WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, July 26, 2012

สภาที่ปรึกษาฯ ยันเดินหน้าดันรักษามะเร็งมาตรฐานเดียว

ที่มา ประชาไท

 

26 ก.ค.55 คณะทำงานการพัฒนาคุณภาพชีวิต สาธารณสุขและคุ้มครองผู้บริโภค สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จัดแถลงข่าวเรื่องการเสนอ (ร่าง) ความเห็นและข้อเสนอแนะ เรื่อง “รักษามะเร็งมาตรฐานเดียว ข้อเสนอเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในระบบหลักประกันสุขภาพของไทย” พร้อมด้วย (ร่าง) ความเห็นและข้อเสนอแนะ เรื่อง “การสร้างความเป็นธรรมด้านสุขภาพ : กรณีศึกษาการพิจารณาความเหมาะสมในการเรียกเก็บค่าบริการร่วม 30 บาท ณ จุดบริการด้านสุขภาพในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า” ณ ห้องแถลงข่าว ขั้น 3 สำนักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ
ศาสตรเมธี ดร.สุปรีดิ์ วงศ์ดีพร้อม ประธานคณะทำงานการพัฒนาคุณภาพชีวิตฯ สภาที่ปรึกษาฯ เผยจากการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับระบบประกันสุขภาพของไทย โดยสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าคนไทยเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งและเนื้องอกเป็นอันดับหนึ่ง แม้ประเทศไทยจะเข้าถึงระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าแล้ว แต่ยังคงมีความเหลื่อมล้ำในการรักษาพยาบาลอันเนื่องมาจากความแตกต่างด้านการ บริหารงาน เช่น สิทธิประโยชน์ที่ได้รับ อัตราการจ่ายเงินให้หน่วยบริการ ยาที่ได้รับ เป็นต้น สภาที่ปรึกษาฯ โดยคณะทำงานการพัฒนาคุณภาพชีวิตฯ เล็งเห็นว่า รัฐบาลควรดำเนินการรักษาโรคมะเร็งมาตรฐานเดียว เพื่อให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วยมะเร็ง จึงเสนอความเห็นและข้อเสนอแนะเรื่องดังกล่าว โดยมีสาระสำคัญคือ
1. ปรับสิทธิประโยชน์ และวิธีการรักษามะเร็งทุกโรคให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยเฉพาะยาราคาแพง ต้องเป็นมาตรฐานเดียวกัน ทั้ง 3 ระบบ (1).ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า 2).ระบบประกันสังคม 3).สวัสดิการของข้าราชการ รัฐวิสาหกิจและบุคลากรของรัฐ) โดยเป็นแบบเดียวกับระบบที่ดีที่สุด
2. ปรับวิธีจ่ายเงินให้หน่วยบริการ โดยเฉพาะวิธีจ่ายเงินสำหรับการรับยามะเร็งแบบผู้ป่วยนอกให้เป็นลักษณะเฉพาะ อัตราเดียวกัน แยกจากงบประมาณเหมาจ่ายรายหัว เนื่องจากเป็นการรักษาที่มีราคาแพง สำหรับการจ่ายเงินแบบผู้ป่วยใน ให้จ่ายอัตราต่อน้ำหนักสัมพัทธ์ที่เท่ากัน
3. ขอให้ทั้ง 3 กองทุน จัดงบประมาณให้ความสำคัญกับการรณรงค์ให้สุขศึกษาประชาสัมพันธ์ และคัดกรองกลุ่มเสี่ยง เช่น การใช้สารเคมีในอาหาร การตรวจอุจจาระเพื่อหาไข่พยาธิใบไม้ตับ เป็นต้น
ด้านนายอนันต์ เมืองมูลไชย สมาชิกคณะทำงานการพัฒนาคุณภาพชีวิตฯ เตรียมยื่นความเห็นและข้อเสนอเพื่อคัดค้านนโยบาย “โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคด้วยการพัฒนาทั้งระบบ” ซึ่งมีการเรียกเก็บค่าบริการร่วม 30 บาท ณ จุดบริการด้านสุขภาพ เนื่องจากการขอรับบริการด้านสุขภาพของประชาชนในแต่ละครั้งนั้นมีค่าใช้จ่าย อื่นๆ ที่นอกเหนือจากค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลด้วย เช่น ค่าเดินทาง ค่าอาหาร เป็นต้น การเรียกเก็บค่าบริการร่วม 30 บาท เป็นการเพิ่มภาระของประชาชนที่มีรายจ่ายน้อย อีกทั้งข้อมูลและผลการสำรวจรายจ่ายด้านสุขภาพของครัวเรือนพบว่า ประชาชนในกลุ่มที่ยากจนถึงยากจนที่สุดต้องแบกรับค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่สูง กว่าประชาชนที่มีฐานะดี ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงความไม่เสมอภาคด้านสุขภาพในกลุ่มที่มีฐานะแตกต่างกัน ดังนั้น สภาที่ปรึกษาฯ โดยคณะทำงานการพัฒนาคุณภาพชีวิตฯ จึงเสนอความเห็นและข้อเสนอแนะ เพื่อคัดค้านนโยบายดังกล่าว คือ ให้ยกเลิกการนำนโยบายเรียกเก็บเงิน 30 บาท ณ จุดบริการสุขภาพกลับมาใช้ และเร่งรัดการพัฒนาระบบสุขภาพของประเทศให้เกิดคุณภาพมาตรฐานเดียว และลดความเหลื่อมล้ำไม่เป็นธรรม ทั้งในเรื่องสิทธิประโยชน์ที่แตกต่างของแต่ละกองทุน รวมทั้งกรณีที่ประชาชนบางกลุ่มยังต้องจ่ายเงินสมทบค่าดูแลรักษาสุขภาพของตน เอง ในขณะที่คนส่วนใหญ่ของประเทศไม่ต้องจ่ายค่าดูแลรักษาสุขภาพ เนื่องจากประชากรไทยทุกคนต้องแบกรับภาระในการจ่ายภาษีโดยเท่าเทียมกัน

พนง.สืบสวน สรุป ‘พัน คำกอง’ โดนลูกหลงทหาร อนุดิษฐ์ ชี้อภิสิทธิ์-สุเทพต้องรับผิดชอบ

ที่มา ประชาไท

 

25 ก.ค.55 เวลาประมาณ 9.30 น. ที่ห้องพิจารณา 909 ศาลอาญา รัชดา มีการไต่สวนการเสียชีวิตของนายพัน คำกอง คนขับแท็กซี่ ชาว จ.ยโสธร ซึ่งถูกยิงบริเวณถนนราชปรารภ ใกล้แอร์พอร์ทลิงค์ ที่เป็นจุดประจำการของทหาร เมื่อหลังเที่ยงคืนวันที่ 14 พ.ค.ต่อกับวันที่ 15 พ.ค.53 จากกรณีที่มีการยิงสกัดรถตู้ที่เข้ามาในพื้นที่ดังกล่าว โดย น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ(ไอซีที) ในฐานะเคยเป็นเลขาธิการศูนย์ติดตามช่วยเหลือดูแลความปลอดภัยประชาชน (ศชปป.) ที่ตั้งโดยพรรคเพื่อไทย และ พ.ต.ท. สมิต นันท์นฤมิตร พนักงานสืบสวนสอบสวนคดีนี้ จาก สน.พญาไท มาเบิกความ
พ.ต.ท. สมิต ได้เบิกความว่า วันเกิดเหตุหลังจากที่ผู้ตายนำรถแท็กซี่ไปส่งที่อู่ แล้วเดินกลับที่พัก แต่ไม่สามารถกลับได้จึงไปพักกับพนักงานรักษาความปลอดภัยที่คอนโด Ideo ขณะเกิดเหตุมีเสียงทหารประกาศเตือนรถตู้ของนายสมร ไหมทอง ที่ขับเข้ามาบริเวณนั้นเพื่อไม่ให้เข้ามา หลังจากนั้นมีการยิงสกัดรถตู้ ทำให้นายพันที่อยู่บริเวณนั้นด้วยถูกยิงและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ผลการตรวจหัวกระสุนในร่างผู้ตายและนายสมรผู้บาดเจ็บ เป็นกระสุนปืนความเร็วสูง และทหารมีกระสุนชนิดนี้ใช้ พร้อมทั้งในพื้นที่เกิดเหตุอยู่ในการควบคุมของทหาร และจากการตรวจที่เกิดเหตุพบว่าแนวบังเกอร์ทหาร รถตู้นายสมรที่ถูกยิง และบริเวณสำนักงานขายคอนโด Ideao ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ตายอยู่เป็นจุดที่แนววิถีตรงกัน พนักงานสืบสวนสอบสวนคดีนี้จึงได้เบิกความต่อศาลถึงการสรุปสำนวนคดีนี้ว่า นายพัน คำกองเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทหาร ที่ยิงรถตู้นายสมร ไหมทอง แล้วพลาดไปโดน
อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ(ไอซีที)
น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เบิกความ การสลายการชุมนุมที่มีการใช้กระสุนจริงยิงขึ้นฟ้าจำนวนมากนั้น กระสุนที่ยิงขึ้นฟ้าจะมีความแรงตกลงมาไม่ต่างจากตอนยิงขึ้นจะสามารถทำให้บาด เจ็บและเสียชีวิตได้ เป็นที่ยอมรับไม่ได้ในทางสากล และการสลายการชุมนุมจะต้องมีการประกาศให้ผู้ร่วมชุมนุมทราบล่วงหน้าก่อนใน แต่ละขั้นตอน แต่ที่เหตุการณ์เกิดขึ้นไม่มีการประกาศล่วงหน้า และในวันที่ 10 เมษายน 53 มีการโยนแก๊สน้ำตามาจากอากาศยานในที่ชุมนุมที่มีคนจำนวนมากและไม่มีการ ประกาศเตือน ทั้งๆ ที่น้ำหนักของกระป๋องแก๊สน้ำตาที่ตกลงมาก็มีความอันตราย
อัยการได้ถามถึงลำดับการบังคับบัญชาในการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ทหาร น.อ.อนุดิษฐ์ เบิกความว่า จะต้องถูกสั่งมาตามลำดับขั้น แม้สุดท้ายผู้บังคับกองพันจะเป็นคนสั่งให้พลทหารภายใต้สังกัดตัวเองบรรจุ กระสุน แต่ผู้พันเองก็ไม่มีอำนาจไปสั่งให้ใครยิงได้จนกว่าผู้บังคับบัญชาที่เหนือ กว่าจะสั่งการลงมา เพราะฉะนั้นในการปฏิบัติการทางการทหารผู้ที่รับผิดชอบในเรื่องดังกล่าวคือ ผู้บังคับบัญชาที่สูงที่สุดที่ทำหน้าที่ในการกำกับดูแล และอัยการได้ถามต่อว่าผู้บังคับบัญชาสูงสุดขณะนั้นคือใคร นอ.อนุดิษฐ์ ตอบว่าถ้าดูคำสั่งนายกรัฐมนตรีขณะนั้น คือ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ถือเป็นผู้กำกับการปฏิบัติการ ซึ่งได้ถูกแต่งตั้งโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
อัยการ ถามต่ออีกว่ากรณีแบบนี้นายกรัฐมนตรีจะสามารถพ้นความรับผิดชอบที่มีการจัด ตั้ง ศอฉ. แต่งตั้งผู้อำนาจการ ศอฉ. ได้หรือไม่ นอ.อนุดิษฐ์ เบิกความว่า ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญได้ให้ภาระความรับผิดชอบในการดูแลความปลอดภัยของประชาชน เป็นหน้าที่ของรัฐบาล แล้วการดำเนินการดังกล่าวแล้วไม่สามารถทำให้ประชาชนได้รับความปลอดภัย ตั้งแต่ 10 เม.ย. ถึง 19 พ.ค.53 ดังนั้นนายกรัฐมนตรีและผู้เกี่ยวข้องต้องเป็นผู้รับผิดชอบ
นายโชคชัย อ่างแก้ว ทนายความฝ่ายผู้ตาย สอบถามต่อถึงรัฐบาลขณะนั้นได้มีการพยายามหยุดยั้งการตายและเจ็บหรือไม่ นอ.อนุดิษฐ์ ตอบว่าการตายยังคงมีอย่างต่อเนื่องภายหลังจาก 10 เมษายน 2553 เพราะรัฐบาลขณะนั้นไม่เปลี่ยนรูปแบบการใช้กำลังทหารและอาวุธ
น.อ.อนุดิษฐ์ ยังได้เบิกความอีกว่า หลังจากมีการสลายการชุมนุมในปี 2552 ที่นำมาสู่การบาดเจ็บทางสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาได้นำเรื่องดังกล่าวเข้า สู่กระบวนการพิจารณาของแต่ละคณะกรรมาธิการ ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่าการใช้กำลังในช่วงตี 2 ตี 3 ของวันที่ 12 เมษายน 2552 ที่เข้าสลายการชุมนุมผู้ชุมนุมที่บริเวณสามเหลียมดินแดง และมาผลักดันที่ทำเนียบรัฐบาลภายหลังนั้นเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย คณะกรรมาธิการทุกชุดที่ดำเนินการตรวจสอบเรื่องนี้สรุปการสลายการชุมนุมใน เวลากลางคืน โดยกำลังทหารและอาวุธสงคราม กระสุนจริง ไม่สามารถทำได้ จะสลายได้เฉพาะเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้นจนตก ส่วนการใช้กระสุนจริงจะกระทำไม่ได้
ในช่วงเหตุการณ์สลายการชุมนุม พ.ค.53 นั้น ทาง น.อ.อนุดิษฐ์ ได้เบิกความต่อด้วยว่าในขณะนั้นตนและ ส.ส.หลายท่านได้มีการของช่องทางการสื่อสารของทางรัฐบาลทั้งทีวีและวิทยุ เช่น ช่อง 11 รวมถึง ช่อง 3 ให้ฝ่ายค้านได้ทำความเข้าใจกับประชาชน เพื่อให้สถานการณ์คลี่คลาย แต่กลับได้รับการปฏิเสธ
ทนายความฝ่ายผู้ตายสอบถามความเห็นกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ มักอ้างถึงชายชุดดำยิงผู้ชุมนุมหรือผู้ชุมนุมยิงกันเองนั้น นอ.อนุดิษฐ์ เบิกความเห็นว่า “จะเกิดจากชายชุดดำอย่างไรเป็นเรื่องที่รัฐบาลขณะนั้นต้องพิสูจน์ แต่หน้าที่ของรัฐบาลต้องปกป้องประชาชน ไม่ใช่นำเอาอาวุธมาดำเนินการกับประชาชน”
ศาลได้ถามเกี่ยวกับวีดีโอที่ถ่ายโดยนายคมสันต์ เอกทองมาก อดีตช่างภาพเนชั่นแชนเนล ที่ถ่ายเมื่อกลางดึกคืนวันที่ 14 พฤษภาคม 2553 ( Voice TV ได้มีการนำวีดีโอดังกล่าวมาเผยแพร่ในบางตอนด้วยสามารถดูได้ที่ http://news.voicetv.co.th/thailand/42919.html ) มีภาพเหตุการณ์การยิงสกัดรถตู้นายสมรว่าในคลิปวีดีโอดังกล่าวคิดว่าจะมีมี ชายชุดดำหรือไม่ นอ.อนุดิษฐ์ ตอบว่าเป็นไปไม่ได้เลย ในทางทหารจะมีคำว่า “การสถาปนาพื้นที่” ย่อมแวดล้อมไปด้วยกำลังทหาร การวางกำลังทหารนั้นไม่มีการวางกำลังเพียงแนวเดียว แต่ปกติการวางกำลังทหารจะมีส่วนที่เรียกว่าแนวหน้า รวมไปถึงแนวหลัง แนวสนับสนุน เป็นต้น เพราะฉะนั้นแนวปะทะแบบนี้(ตามวีดีโอ)ตรงนั้นคือแนวหน้า เพราะฉะนั้นในแนวอื่นจะไม่อนุญาตให้ชายชุดดำมาอยู่ร่วมกับแนวหน้าได้เลย ในทางทหารเป็นไปไม่ได้

คนในสังคมSocial Network ร่วม#HBDThaksin Twitter.com

ที่มา thaifreenews



คนในสังคมSocial Network Twitter.com
ร่วมอวยพรวันเกิดนายกทักษิณ 
นายกที่คนไทยคิดเป็นรักและคิดถึงมากที่สุด
ในประวัติศาสตร์ประเทศไทย ร่วมกันอวยพรวันคล้วยวันเกิด
ด้วยการแทค #HBDThaksin กันอย่างล้นหลาม
นาทีต่อนาที

เกาะติดโอ๊คเฟสบุ๊คแฟนเพจ Day 2

ที่มา thaifreenews






รายการเยี่ยมคนแดนไกล แบบไร้อภิสิทธิ์ชน
กับพานทองแท้ 24-26 ก.ค.25555 ครั้งที่ 1
Day 2  เที่ยวDisneyland Hong Kong
















ช่วงค่ำร่วมรับประทานอาหารกับคนแดนไกล
อดีตนายกทักษิณ ชินวัตร นายกที่คนไทยคิดเป็น
รักและคิดถึงมากที่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศไทย







































http://www.tfn5.info/board/index.php?topic=40578.0

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 26/07/55 ชีวิตนี้มีแต่ของปลอมๆ....

ที่มา blablabla

โดย 

 ภาพถ่ายของฉัน




โถ..ผู้ดี ปลอมๆ จอมตอแหล
ด้านจริงแท้ พวกนี้ อัปรีย์หลาย
เกิดมาปลอม นี่ นั่น มันมากมาย
หน้าไม่อาย พวกใบ้บ้า หลับตาเชียร์....


กระโดดอุ้ม ปกป้อง ตระกองกอด
คอยจิกตอด แอบอ้าง อย่างได้เสีย
มันดาหน้า ห้อมล้อม พร้อมคลอเคลีย
ผลัดกันเลีย สมสู่ เหมือนรู้ื่ทาง....


แม้นจับได้ ไล่ทัน มันช่วยแถ
คำวอแว โน้มน้าว เข้าถือหาง
เผยตัวตน และกำพืด ไม่จืดจาง
เป็นแบบอย่าง ชั่วช้า สุดสามานย์....


จะปกป้อง คนผิด หัดคิดด้วย
หรือพร้อมช่วย คนอัปรีย์ หนีทหาร
อย่ามาพูด วกวน อย่างลนลาน
เผยสันดาน ชั่วๆ มั่วทั้งปี...


เป็นได้แค่ เห็บหมัด สัตว์นรก
ล้านหยิบยก เอาแต่ได้ ไร้ศักดิ์ศรี
หวังกระเตง คนชั่ว ตัวกาลี
สิ่งดีๆ ไม่คิดทำ ระยำจริง....


๓ บลา / ๒๖ ก.ค.๕๕

ทำอย่างนี้ได้ยังไงเสื่อมเสียเกียรติคนดีอย่างอะปิสิทหมด

ที่มา การ์ตูนมะนาว


อย่าวิตกเกินเหตุ

ที่มา Thai E-News



ข้อสังเกตุการเสด็จสหราชอาณาจักรของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
อันเนื่องมาจากหมายกำหนดการพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาฯ พระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร ในวันเสาร์ที่ ๒๘ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕ นี้ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จะเสด็จพระราชดำเนินยังพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง เวลา ๑๗.๐๐ นาฬิกา
นั้นเป็นที่กล่าวขวัญกันในหมู่พสกนิกรผู้จงรักภักดีต่อพระราชวงศ์พระองค์ใดพระองค์หนึ่งเป็นล้นพ้นยิ่งนัก ว่า น่าจะเป็นการบังเอิญที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ก็ทรงมีพระราชกรณียกิจเสด็จยังประเทศมาเลเซีย และสาธารณรัฐสิงคโปร์ ในวันที่ ๒๔ และ ๒๕ กรกฎาคม แล้วเสด็จต่อไปเยือนสหราชอาณาจักรจนกระทั่งถึงวันที่ ๒๙ กรกฎาคม จึงจะเสด็จกลับพระนคร
แม้นว่าพระบรมโอรสาธิราชฯ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ จะทรงพระราชอิสสริยยศใกล้เคียงในทางสืบราชสันตติวงศ์*(1) นั่นคือพระเชษฐาทรง สยามมกุฏราชกุมาร และพระขนิษฐภคินี สยามบรมราชกุมารี แต่การที่มิอาจทรงสามารถเสด็จประทับร่วมพระราชพิธีมหามงคลอันสำคัญที่พระเชษฐาทรงมีพระชนมายุครบ ๖๐ พรรษา หรือ ๕ รอบนักษัตรเช่นนี้
ย่อม เป็นที่เสียอกเสียดายของไพร่ฟ้าจะได้ชื่นชมพระบารมีอย่างพร้อมหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวโรกาสที่พระชนกทรงบรรเทาอาการพระโลหิตซึมใต้เยื้อพระ สมอง เช่นเดียวกับพระชนนีทรงพระวรกายดีขึ้นไม่มีอาการแทรกซ้อนทางพระสมอง ดังนั้นในวันพระราชพิธีมหามงคลดังกล่าวจึงน่าที่จะเป็นวันที่ข้าราชบริพาร ทั้งหลายได้แซ่ซร้องชื่นชมพระบารมีต่อพระราชวงศ์อย่างถ้วนทั่ว
แต่กระนั้นก็ดี ในการเสด็จประเทศมาเลเซียของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ หมายกำหนดการแจ้งว่าทรงมีภารกิจนำคณะนักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าชั้นปีสี่ไปทัศนศึกษา และจะทรงรับตำแหน่งสมาชิกกิติมศักดิ์ จากสถาบันเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษาแห่งสาธารณรัฐสิงคโปร์ด้วย
ส่วนการเสด็จเยือนสหราชอาณาจักรอาจไม่ปรากฏหมายกำหนดการแน่นอน ทว่าเนื่องจากเป็นช่วงเวลาของการเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิค ณ นครลอนดอน วันที่ ๒๗ กรกฎาคม พอดี จึงพออนุโลมว่าทรงเสด็จเป็นขวัญกำลังใจให้แก่นักกีฬาไทยที่แม้มีจำนวนไม่มากนัก หากการปรากฏพระวรกายย่อมเป็นทั้งศิริมงคลแก่พสกนิกรไทย และได้ประกาศนามประเทศไทยต่อประชาชนของประเทศเจ้าภาพไปพร้อมกัน
สำหรับสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ซึ่งน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้เป็นประธานในพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล ในงานเฉลิมพระเกียรติ ๖๐ พรรษา มหาวชิราลงกรณ์ ที่บริเวณท้องสนามหลวง ระหว่างวันที่ ๒๗-๒๘ กรกฎาคมนั้น พระองค์ก็ทรงเสด็จต่างประเทศเนืองๆ เช่นเดียวกับพระขนิษฐภคินี นับว่าทรงภารกิจประกาศนามประเทศไทยให้ต่างชาติได้มักคุ้นอย่างมิเคยปรากฏมาก่อน ในทุกแห่งที่เครื่องบินโบอิ้งที่ทรงขับด้วยพระองค์เองไปลงจอด ดังเช่นเมื่อไม่นานมานี้เองก็ได้ทรงนำคณะข้าราชการในพระองค์ราว ๓๐ คนไปเยี่ยมชมร้านค้าของเก่ามีชื่อในเมืองแฮมเชียร์ ชนบทเล็กๆ แห่งหนึ่งของอังกฤษ
นับว่าทั้งสองพระองค์ สยามมกุฏราชกุมาร และสยามบรมราชกุมารี ล้วนทรงภารกิจในฐานะตัวแทนแห่งองค์พระประมุขให้นานาชาติรู้จักไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน เป็นที่ผ่อนคลายกังวลของพสกนิกรผู้จงรักภักดีในยามที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงมีโรคภัยให้ต้องระคายเคืองตามวิสัยของการเจริญพระชนมพรรษา นัยหนึ่งประดุจว่ามีพระผู้สืบราชสันตติวงศ์มั่นคงเป็นกำลังสอง เฉกเช่นเคยปรากฏมาในโบราณกาล
ครั้งหนึ่งนั้นเมื่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกู้ชาติ ทรงมีพระอนุชา คือพระเอกาทศรถเคียงข้างอย่างจอมทัพในการทำศึกกับไพรี อีกครั้งหนึ่งในราชวงศ์จักรีนี่เอง สมัยที่พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์อยู่นั้น ก็ทรงมีพระปิ่นเกล้าฯ พระอนุชาทรงพระราชอำนาจในการบริหารกิจการแผ่นดินเคียงข้างองค์พระมหากษัตริย์เช่นกัน*(2)
ด้วยเหตุนี้จึงไม่น่าที่พสกนิกรผู้จงรักภักดี และมีความสนใจเป็นพิเศษอย่างห่วงใยต่อการสืบราชสันตติวงศ์จะต้องวิตกไปเกินเหตุจนกลายเป็นการแบ่งฝักฝ่ายดั่งข้าคนละเจ้า บ่าวคนละนาย ทำตัวเป็นอัลตร้ารอยัลลิสต์ มีความจงรักภักดีอย่างบ้าคลั่ง ลุ่มหลงเสียยิ่งกว่าสายเลือดขัตติยะเอง สร้างความอาฆาตเกลียดชังในหมู่พสกนิกรจนถึงขั้นห้ำหั่นทำลายล้างต่อกัน อันเป็นปัญหาสากรรจ์ของบ้านเมืองอยู่ทุกวันนี้



*(1) รัฐ ธรรมนูญ ๒๕๑๗ บัญญัติให้ราชนารีสืบราชสันตติวงศ์ได้ แต่รัฐธรรมนูญ ๒๕๓๔ ให้กลับไปใช้กฏมณเฑียรบาล ๒๔๖๗ โดยมอบพระราชอำนาจในการแก้กฏมณเฑียรบาลแก่พระมหากษัตริย์พระองค์เดียว ดู ศ.ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ในเดลี่นิวส์ http://www.dailynews.co.th/article/351/3959
*(2)  ทรง ได้รับพระบวรราชาภิเษกเป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคล (พระมหาอุปราช) หรือที่ออกพระนามกันว่า "วังหน้า" มีพระเกียรติยศเป็นพระเจ้าแผ่นดินพระองค์ที่ 2 เสมอด้วยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ดูวิกิพีเดีย http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2

แม้วน้ำตาคลอแฟนคลับแต่งกลอนอวยเบิร์ธเดย์63ปี หมอตุลย์แสนรู้ได้ยินหมาด่าชิงหมาเกิดแช่งไปตาย

 แฟนเพจน้ำตาคลออวยพรทักษิณ
เว็บไซต์go6tv รายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 18.30 น. วันที่ 25 กรกฎาคม พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร ได้ปรากฏตัวในงานเลี้ยงอาหารค่ำที่โรงแรมชื่อดังระดับห้าดาวบนเกาะเกาลูน โดยมีคุณ เอม พินทองทา ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ แพรทองธาร ชินวัตร พานทองแท้  ชินวัตร  พร้อมด้วย แป้ง อรจิรา แหลมวิไล ดารานักแสดงชื่อดัง  เพื่อร่วมงานเลี้ยงเป็นเกียรติต้อนรับแฟนเพจผู้โชคดีจำนวน20 คน ซึ่งคัดเลือกเข้าร่วมกิจกรรมของนายพานทองแท้ ชินวัตร  ก่อนที่จะถึงวันเกิดของพ.ต.ท.ทักษิณ ในวันที่ 26 ก.ค. ที่จะถึง โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความชื่นมื่น

เมื่อเดินทางมาถึงแฟนเพจซึ่งรัก และคิดถึง พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร ได้เข้ามาสวมกอดด้วยความรัก คิดถึง พร้อมมอบของขวัญ ของที่ระลึกต่างๆ ให้แก่ท่าน พ.ต.ท. ดร.ทักษิณ  พร้อมอวยพรให้มีความสุข ได้กลับประเทศเร็ววัน

แฟนเพจท่านหนึ่ง (ขอสงวนนาม) ได้อ่านกลอนที่แต่งเองก่อนเดินทาง โดยในเนื้อหาบทกลอนกล่าวถึงประวัติการทำงานของ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร ที่อุทิศชีวิตการทำงานเพื่อประเทศชาติโดยตลอดมา แต่กลับโดนการเมืองทำร้ายอย่างหนักหน่วงจนพลัดบ้านพลัดเมือง เมื่ออ่านได้สักพักก็ไม่สามารถกลั้นน้ำตาร้องไห้โฮ ซบลงบนบ่าของพ.ต.ท.ทักษิณ   ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า ตลอดเวลาที่แฟนคลับท่านนี้อ่านกลอน ปรากฏว่าท่านทักษิณ น้ำตาเอ่อคลอและกล่าวขอบใจอย่างซาบซึ้งพร้อมเก็บกระดาษแผ่นนนั้นไว้

ใน โอกาสนี้ ทีมงาน go6tv ได้ร่วมรับประทานอาหารค่ำกับ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร และ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร ได้ให้เกียรติมอบลายเซ็นบนภาพสัญลักษณ์ของเว็บไซต์อีกด้วย
**********
อีกด้านหนึ่งของผู้ต่อต้านพ.ต.ท.ทักษิณ...

Tul Sittisomwong
หมามันด่าแม้วว่า มาชิงกูเกิดทำไม ไอ้แม้วชิงหมาเกิด ไปตายซะ
ที่มา
Klong Prem Ladyao
14 ชั่วโมงที่แล้ว

ที่มา Thai E-News

 


กิ๊บ เก๋พาเที่ยว พาไปดูบรรยากาศ งานเลี้ยงอาหารเย็นมื้อพิเศษแบบส่วนตัว ของ พตท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร กับแฟนเพจ โอ๊ค พานทองแท้ ชินวัตร ที่ Marco Polo Hongkong Hotel เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2555 ภาพโดย คำเกิ่ง แห่งทุ่งหมาหลง



แฟนเพจน้ำตาคลออวยพรทักษิณ

เว็บไซต์go6tv รายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 18.30 น. วันที่ 25 กรกฎาคม พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร ได้ปรากฏตัวในงานเลี้ยงอาหารค่ำที่โรงแรมชื่อดังระดับห้าดาวบนเกาะเกาลูน โดยมีคุณ เอม พินทองทา ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ แพรทองธาร ชินวัตร พานทองแท้  ชินวัตร  พร้อมด้วย แป้ง อรจิรา แหลมวิไล ดารานักแสดงชื่อดัง  เพื่อร่วมงานเลี้ยงเป็นเกียรติต้อนรับแฟนเพจผู้โชคดีจำนวน20 คน ซึ่งคัดเลือกเข้าร่วมกิจกรรมของนายพานทองแท้ ชินวัตร  ก่อนที่จะถึงวันเกิดของพ.ต.ท.ทักษิณ ในวันที่ 26 ก.ค. ที่จะถึง โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความชื่นมื่น

เมื่อ เดินทางมาถึงแฟนเพจซึ่งรักและคิดถึง พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร ได้เข้ามาสวมกอดด้วยความรัก คิดถึง พร้อมมอบของขวัญ ของที่ระลึกต่างๆ ให้แก่ท่าน พ.ต.ท. ดร.ทักษิณ  พร้อมอวยพรให้มีความสุข ได้กลับประเทศเร็ววัน

แฟน เพจท่านหนึ่ง (ขอสงวนนาม) ได้อ่านกลอนที่แต่งเองก่อนเดินทาง โดยในเนื้อหาบทกลอนกล่าวถึงประวัติการทำงานของ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร ที่อุทิศชีวิตการทำงานเพื่อประเทศชาติโดยตลอดมา แต่กลับโดนการเมืองทำร้ายอย่างหนักหน่วงจนพลัดบ้านพลัดเมือง เมื่ออ่านได้สักพักก็ไม่สามารถกลั้นน้ำตาร้องไห้โฮ ซบลงบนบ่าของพ.ต.ท.ทักษิณ   ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า ตลอดเวลาที่แฟนคลับท่านนี้อ่านกลอน ปรากฏว่าท่านทักษิณ น้ำตาเอ่อคลอและกล่าวขอบใจอย่างซาบซึ้งพร้อมเก็บกระดาษแผ่นนนั้นไว้

ในโอกาสนี้ ทีมงาน go6tv ได้ ร่วมรับประทานอาหารค่ำกับ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร และ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร ได้ให้เกียรติมอบลายเซ็นบนภาพสัญลักษณ์ของเว็บไซต์อีกด้วย
**********
อีกด้านหนึ่งของผู้ต่อต้านพ.ต.ท.ทักษิณ...

หมามันด่าแม้วว่า มาชิงกูเกิดทำไม ไอ้แม้วชิงหมาเกิด ไปตายซะ
ที่มา 
14 ชั่วโมงที่แล้ว

ศาลฎีกาฯสั่งเพิกถอนการสรรหา ส.ว. "ศรีสุข รุ่งวิสัย"

ที่มา uddred

 มติชน 26 กรกฎาคม 2555 >>>


เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 26 กรกฎาคม ที่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง สนามหลวง ศาลนัดฟังคำสั่งคดีดำ ลต. (ส.ว.) 2/2555 ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 5 ปี นายศรีสุข รุ่งวิสัย ผู้คัดค้าน กรณี กกต.เพิกถอนสิทธิการสรรหาของนายศรีสุข เนื่องจาก กกต.ได้รับบัตรสนเท่ห์ว่านายศรีสุขเป็นผู้เสียสิทธิและไม่ได้แจ้งเหตุแห่ง การไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งซ่อม ส.ส.นนทบุรี เมื่อวันที่ 25 ม.ค. 2552 เมื่อ กกต.ตั้งอนุกรรมการไต่สวน และคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า เดิมนายศรีสุขมีภูมิลำเนาใน จ.นนทบุรี และเมื่อมีการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.นนทบุรี นายศรีสุขไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ต่อมานายศรีสุขย้ายทะเบียนบ้านไปอยู่เขตบางแค กทม. โดยเมื่อวันที่ 29 ส.ค. 2553 มีการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และสมาชิกสภาเขตกรุงเทพมหานคร (ส.ข.) การเลือกตั้ง 2 ประเภท กำหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิเลือกตั้งแตกต่างกัน ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ส.ก. จะต้องเป็นผู้ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนไม่น้อยกว่า 1 ปี ส่วนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ส.ข. จะต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านไม่น้อยกว่า 90 วัน นายศรีสุขแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ก. แต่ตรวจสอบแล้วพบว่านายศรีสุขมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเขตบางแคไม่ถึง 1 ปี ดังนั้น นายศรีสุขจึงเป็นผู้ที่ไม่มีสิทธิเลือกตั้ง ส.ก. จึงถือว่าก่อนวันลงทะเบียนเข้ารับสรรหาเป็น ส.ว. นายศรีสุขเป็นผู้เสียสิทธิเลือกตั้ง เพราะไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งซ่อม ส.ส.นนทบุรี เมื่อวันที่ 25 ม.ค. 2552
เมื่อถึงเวลานัด นายศรีสุขได้แถลงต่อศาลขอเลื่อนฟังคำสั่งออกไป โดยรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก่อน แต่ศาลฎีกาฯวินิจฉัยแล้วเห็นว่าไม่มีเหตุจำเป็น จึงให้อ่านคำสั่งวันนี้
ศาล ฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า กกต. มีอำนาจยื่นคำร้องในคดีนี้ เนื่องจากมีอำนาจยื่นตามรัฐธรรมนูญมาตรา 238 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว. พ.ศ. 2550 โดยยื่นภายในระยะเวลา 1 ปี นับแต่วันประกาศรับรองผลการสรรหา ส.ว. เมื่อวันที่ 12 เม.ย. 2554
โดยคดีมีประเด็นที่ต้องวินิจฉัยต่อไปว่า ผู้คัดค้านขาดคุณสมบัติในการถูกเสนอชื่อเข้าเพื่อเข้ารับการสรรหา ส.ว. หรือไม่ เห็นว่า แม้ผู้คัดค้านไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 25 ม.ค. 2552 โดยไม่ได้แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งเป็นเหตุให้เสียสิทธิได้รับ การเสนอชื่อเข้ารับการสรรหาเป็นสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) แต่ต่อมาในคราวที่ได้จัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และสมาชิกสภาเขต (ส.ข.) วันเดียวกันในวันที่ 29 ส.ค. 2553 ซึ่งผู้คัดค้านไม่มีสิทธิเลือกตั้ง ส.ก. เพราะมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านไม่ครบระยะเวลาที่ พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2545 กำหนดไว้ คงมีสิทธิเลือกตั้งเฉพาะ ส.ข. เพียงอย่างเดียว ผู้คัดค้านไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง แต่มีหนังสือแจ้งเหตุที่ไม่ไปใช้สิทธิต่อผู้อำนวยการเขตบางแค เห็นว่า กำหนดระยะเวลาการเสียสิทธิตามมาตรา 26 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว. จะสิ้นสุดลงก็ต่อเมื่อได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งถัดมาจริงๆ เท่านั้น
ดัง นั้น ผู้คัดค้านจึงยังเป็นผู้เสียสิทธิได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้เข้ารับการสรรหา เป็น ส.ว. การที่สมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทยเสนอชื่อผู้คัดค้านเป็นผู้เข้ารับ การสรรหาเป็น ส.ว. จึงไม่เป็นไปตามกฎหมาย มีผลให้การสรรหา ส.ว. เป็นไปโดยไม่ถูกต้อง โดยผู้คัดค้านเข้าใจคลาดเคลื่อนเองว่า เมื่อไม่ได้ไปเลือกตั้ง ส.ข. แล้วได้ทำหนังสือแจ้งเหตุผลไปถึงผู้อำนวยการเขตบางแค แม้จะไม่มีหนังสือตอบกลับว่าเหตุผลดังกล่าวไม่มีเหตุอันควร ผู้คัดค้านจึงเข้าใจว่าตนยังไม่เสียสิทธิ กรณียังฟังไม่ได้ว่าผู้คัดค้านยินยอมให้สมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาฯเสนอชื่อเพื่อ เข้ารับการสรรหาเป็น ส.ว. โดยไม่สุจริต จึงไม่มีเหตุที่จะสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งผู้คัดค้านตามคำร้อง
อาศัย อำนาจตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 240 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว. มาตรา 134 จึงคำสั่งให้เพิกถอนการสรรหา ส.ว. ในส่วนของนายศรีสุข รุ่งวิสัย ผู้คัดค้าน และให้มีการสรรหา ส.ว. ใหม่ในส่วนของผู้คัดค้าน คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก
สำหรับนายศรีสุข ได้รับการเสนอชื่อเป็น ส.ว.สรรหา จากสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย กกต. มีมติเอกฉันท์ให้เพิกถอนสิทธิการสรรหาของนายศรีสุข เป็นผู้เสียสิทธิการเลือกตั้งตามมาตรา 26 ประกอบมาตรา 27 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว.

ทุกประวัติศาสตร์ยืนยันว่า "ชาติพ้นวิกฤตเพราะประชาชนมากมายเสียสละ"

ที่มา Thai E-News

 25 กรกฎาคม 2555
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา เฟซบุ๊ค Thavatchai Tangsirivanich



บันทึกที่จบด้วยคำว่า "ขอโทษที่ร่ายยาว มันอัดอั้น ก็เท่านั้นเอง" ของคุณธวัชชัย ตั้งศิริวานิช ช่วยให้เราเห็นเบื้องหลังและคุณค่าของการทำงานวิชาการเพื่อความจริง  และมันยังช่วยยืนยันให้สังคมเห็นกันอีกครั้งว่า ทุกก้าวย่างแห่งประวัติศาสตร์  "ชาติพินาศ" เพราะ "คนเห็นแก่ตัว" และ "ชาติหลุดพ้นวิกฤต" เพราะ "มีคนมากมายที่เสียสละ"
 

 ผมเสียเงินไปสองแสนนิดๆ เพื่อแลกกับหนังสือเล่มนี้ แต่งโดยโวล็อง เดซ์ แวร์แก็ง (Vollant des Verquains) นายทหารฝรั่งเศสที่เข้ามาประจำการ ณ ป้อมบางกอกช่วงปลายแผ่นดินพระนารายณ์ หนังสือพรรณนาถึงการปฏิวัติผลัดแผ่นดินในสยาม ปี พ.ศ. ๒๒๓๑ เป็นจดหมายเหตุสำคัญและหายากที่สุดชิ้นหนึ่งในปัจจุบัน


ช่วงเกือบ ๒ ทศวรรษที่ผ่านมา ผมได้พยายามรวบรวมหลักฐานต่างๆ ว่าด้วยสยามประเทศที่เขียนหรือพิมพ์ขึ้นในยุโรป ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ จดหมาย แผนที่ หรือภาพพิมพ์ แน่นอนกว่าจะได้สิ่งเหล่านี้มา ผมต้องทุ่มเงินมหาศาลเพราะพ่อค้าฝรั่งมักขูดราคาแพงๆ แต่ผมก็จำเป็นต้องซื้อเพราะผมอยากให้หลักฐานเหล่านี้เก็บรักษาไว้ในสยามประเทศไทย

นักสะสมหนังสือเก่าที่ผมถือเป็นต้น แบบคือ ม.ล.มานิจ ชุมสาย ท่านเร่ิมสะสมตั้งแต่ปี ๒๔๙๓ ตอนนั้นท่านอายุ ๔๒ ปี ส่วนผมเร่ิมสะสมตั้งแต่ปี ๒๕๓๙ ตอนอายุ ๓๒ ปี ท่านใช้เวลาชั่วชีวิตสร้างคลังเก็บหลักฐานประวัติศาสตร์สยามที่พิมพ์ขึ้นในต่างประเทศ ผมเชื่อว่าห้องสมุดส่วนตัวของท่านน่าจะเป็นคลังความรู้เกี่ยวกับสยามประเทศที่สมบูรณ์ที่สุด ยากจะหาห้องสมุดใดเทียบทันได้

ผมได้ตั้งปณิธานไว้ว่าจะรวบรวมหนังสือฝรั่งว่าด้วยสยามประเทศให้ได้มากที่สุด ตั้งแต่เล่มแรกสุดที่ตีพิมพ์ (Ambassades du Roy de Siam envoyé à l'Excellence du Prince Maurice) ค.ศ. ๑๖๐๘/พ.ศ. ๒๑๕๑ จนถึงปี ๒๔๗๕

ผมไม่รู้ว่าในช่วงเกือบ ๒ ทศวรรษที่ผ่านมา ผมเสียเงินไปแล้วเท่าไหร่ บอกตามตรงว่าผมเองก็ไม่ใช่คนร่ำรวยอะไร นาฬิกาสักเรือนก็ไม่มี ไอโฟนไอแพดก็ไม่มี รถก็ไม่มี แม้แต่บ้านสักหลังก็ยังไม่มี ต้องอาศัยอยู่คอนโดร่วมกับคนแปลกหน้านับร้อยพัน อนึ่ง เช้านี้ผมอ่านข่าวว่า ป.ป.ช. มีมติยึดทรัพย์ ๖๔ ล้านบาทจากข้าราชการระดับบิ๊กคนหนึ่ง ผมลองคิดเล่นๆ ว่า ถ้าสามารถยึดทรัพย์ทั้งหมดนี้ให้ตกเป็นของแผ่นดิน หากเจียดเงินสักครึ่งหนึ่งมาซื้อหนังสือ แผนที่ ภาพพิมพ์ รวบรวมหลักฐานสยามที่กระจัดกระจายอยู่ในต่างแดน เงินก้อนนี้คงจะสามารถสร้างคลังประวัติศาสตร์ ต่อยอดองค์ความรู้ให้กับแผ่นดิน

ผมไม่เข้าใจว่าทำไมรัฐบาลทุ่มงบประมาณนับหมื่นนับแสนล้านซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์เพื่อการประหัตประหาร แต่ไม่พร้อมจะเจียดเงินแค่ไม่กี่สิบล้านเพื่อติดอาวุธทางปัญญา ให้คนไทยได้เข้าใจถึงรากเหง้าความเป็นมาของแผ่นดิน
 
ขอโทษที่ร่ายยาว มันอัดอั้น ก็เท่านั้นเอง
* * * * ** * * *