WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, August 2, 2012

จดหมายถึง นิติพงษ์ ห่อนาค เรื่อง เงินเดือนอาจารย์มหาวิทยาลัยและงบประมาณสำหรับสถาบันกษัตริย์

ที่มา Thai E-News

 โดย Pruay Salty Head 
1 สิงหาคม 2555

สวัสดีครับ พี่ดี้

เห็นพี่ดี้บ่นเรื่องว่า ไม่อยากจ่ายภาษีเพื่อเป็นเงินเดือนให้อาจารย์มหาวิทยาลัยที่ชอบตั้งคำถามกับสถาบันกษัตริย์ ตามนี้



ผมคิดว่าพี่ดี้ไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นหรอกครับ ผมไม่ทราบว่านะครับปีนึงพี่ดี้จ่ายภาษีปีละเท่าไหร่
แต่เงินเดือนอาจารย์มหาวิทยาลัยและงบประมาณสถาบันกษัตริย์เราประชาชนธรรมดาๆไม่ได้เป็นนักวิชาการอะไร
เราก็พอเสิร์ชหาได้ในอินเตอร์เนต พี่ดี้อาจจะไม่มีเวลา ผมเลยลองไปเสิร์ชช่วยหาดูครับ
เว็บไซต์ที่ชาวบ้านๆทั่วไปเข้าถึงได้ง่ายๆเลยครับ พันทิป กดครั้งแรกก็เจอ ผมคิดว่าเป็นข้อมูลเบื้องต้นที่เชื่อถือได้
ผมเอามาจากกระทู้นี้ครับ
ถ้าพี่ขี้เกียจกดเข้าไปดูอีกผมเอามาแปะให้ดูตรงนี้ก็ได้ครับ
พี่ลองกวาดตาดูตัวเลขคร่าวๆก็ได้ครับถ้าไม่มีเวลา
เงินเดือนอาจารย์จบปริญญาโทบางแห่งไม่ถึง 1 หมื่นบาท สูงสุดไม่เกิน 3 หมื่นบาท
เอาละเราพักตรงนี้ไว้ก่อนที่นี้มาดูงบประมาณสถาบันกษัตริย์ สถาบันที่พี่เทิดทูนบูชา ใครตั้งคำถามใครแตะต้องไม่ได้
เรื่องนี้เราก็หาในอินเตอร์เนตได้ไม่ยากอีกเช่นกัน นี่ผมไม่ได้เอาจากข้อมูลที่ผมเก็บๆไว้เองเลยนะ
เดี๋ยวจะมาหาว่า ก็เอ็งสนใจการเมืองคนทั่วไปใครเขาจะไปมีข้อมูลเหมือนเอ็งได้
ผมเสิร์ชจากคำว่า งบประมาณสถาบันกษัตริย์ ในกูเกิ้ลเลยนะ กดโป๊ะไปมันก็โผล่มาเลย
ไม่เกินลำดับที่ 3 ที่ 4 เราก็เจอเลยพี่ดี้ ผมดูแล้วอันนี้น่าเชื่อถือสุด มีเชิงอรรถให้ค้นต่อได้ด้วยถ้ามีเวลา
ผมเอามาจากลิงค์นี้ครับ
ถ้าพี่ไม่มีเวลาอีก ผมเอามาแปะให้ดูก็ได้ครับ
สำรวจตาม พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2555 [1] "งบประมาณสำหรับรักษาพระเกียรติของสถาบันพระมหากษัตริย์" [2] มีรายการดังต่อไปนี้
สำนักราชเลขาธิการมาตรา 25 ข้อ 1 (1) แผนงานเทิดทูน พิทักษ์ และรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ 525,512,600 บาท
สำนักพระราชวังมาตรา 25 ข้อ 2 (1) แผนงานเทิดทูน พิทักษ์ และรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ 2,794,957,000 บาท
สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มาตรา 25 ข้อ 4 (1) แผนงานเทิดทูน พิทักษ์ และรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ 603,516,900 บาท
ค่าใช้จ่ายอื่น ๆมาตรา 4 (3) ค่าใช้จ่ายตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 2,300,000,000 บาทมาตรา 4 (4) ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเสด็จพระราชดำเนินและต้อนรับประมุขต่างประเทศ 600,000,000 บาท
สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีมาตรา 5 ข้อ 1 (2) แผนงานเทิดทูน พิทักษ์ และรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ 42,606,875 บาท
สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีมาตรา 5 ข้อ 4 (1) แผนงานเทิดทูน พิทักษ์ และรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ 1,558,064,400 บาท
สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมมาตรา 6 ข้อ 1 (3) แผนงานเทิดทูน พิทักษ์ และรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ 65,018,200 บาท
กรมราชองครักษ์มาตรา 6 ข้อ 2 (1) แผนงานเทิดทูน พิทักษ์ และรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ 615,359,100 บาท
กองบัญชาการกองทัพไทยมาตรา 6 ข้อ 3 (4) แผนงานเทิดทูน พิทักษ์ และรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ 260,000,000 บาท
กองทัพบกมาตรา 6 ข้อ 4 (4) แผนงานเทิดทูน พิทักษ์ และรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ 320,000,000 บาท
กองทัพเรือมาตรา 6 ข้อ 5 (4) แผนงานเทิดทูน พิทักษ์ และรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ 12,246,100 บาท
กองทัพอากาศมาตรา 6 ข้อ 6 (4) แผนงานเทิดทูน พิทักษ์ และรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ 21,000,000 บาท
สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยมาตรา 17 ข้อ 1 (3) แผนงานเทิดทูน พิทักษ์ และรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ 30,200,000 บาท
กรมโยธาธิการและผังเมืองมาตรา 17 ข้อ 6 (2) แผนงานเทิดทูน พิทักษ์ และรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ 1,010,092,000 บาท
สำนักงานตำรวจแห่งชาติมาตรา 25 ข้อ 7 (3) แผนงานเทิดทูน พิทักษ์ และรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ 450,227,800 บาท
รวมจำนวนเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 สำหรับรักษาพระเกียรติของสถาบันพระมหากษัตริย์ ทั้งสิ้น 11,208,800,975 บาท (อ่านว่า หนึ่งหมื่นหนึ่งพันสองร้อยแปดล้านแปดแสนเก้าร้อยเจ็ดสิบห้าบาท) [3].
พี่ดูแล้วอาจจะตาลาย ผมเอาตัวเลข Total มาโชว์เลยก็แล้วกันนะครับ
ย้ำอีกที รวมจำนวนเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 สำหรับรักษาพระเกียรติของสถาบันพระมหากษัตริย์ ทั้งสิ้น 11,208,800,975 บาท (อ่านว่า หนึ่งหมื่นหนึ่งพันสองร้อยแปดล้านแปดแสนเก้าร้อยเจ็ดสิบห้าบาท)
พี่คิดว่ายังไงครับ เราจ่ายงบประมาณให้สถาบันกษัตริย์ปีละ หมื่นกว่าล้านบาท แต่เงินเดือนอาจารย์มหาวิทยาลัยที่จบปริญญาโทคนที่ต่ำสุดอยู่ที่ ไม่ถึง หนึ่งหมื่นบาท
ผมถึงบอกว่าพี่ไม่ต้องกังวลไงครับ เพราะถ้าดูจากข้อมูลนี้ เงินภาษีที่พี่จ่ายนั้นเจือจานไปถึงอาจารย์มหาวิทยาลัยต่อคนนั้นน้อยมาก เมื่อเทียบกับงบประมาณที่ประเทศนี้ทุ่มเทให้สถาบันกษัตริย์
ที่ผมบอกว่าเงินเดือนอาจารย์มหาวิทยาลัยนั้นน้อยนิด ผมไม่ได้พูดเองนะครับ เขาก็มีคนลองทำโพลในอินเตอร์เนตนี่แหละครับ ถามกันซื่อๆเลยว่าเงินเดือนอาจารย์มหาวิทยาลัยประเทศนี้น้อยไปหรือเปล่า พี่ลองเข้าไปดูที่เว็บนี้ได้
คนส่วนมากจากโพลบอกว่าน้อยไป จริงๆผมว่าเราไม่ต้องทำโพลก็น่าจะรู้ๆอยู่ว่าเงินเดือนอาจารย์ในมหาวิทยาลัยประเทศนี้น้อยไปจริงๆ
ที่สำคัญพี่ว่า เราจะสามารถทำโพลเพื่อถามประชาชนบ้างได้หรือเปล่าว่า งบประมาณที่เกี่ยวข้องกับสถาบันกษัตริย์ในแต่ละปีมันมากไปหรือเปล่า พี่ว่าเราจะทำโพลแบบนี้ได้มั๊ยครับ หรือว่าเพราะเป็นสถาบันกษัตริย์เราจึงไม่ควรตั้งคำถามแบบนี้
หวังว่าพี่อ่านจดหมายฉบับนี้แล้วพี่คงสบายใจได้ว่า ภาษีที่พี่จ่ายไปๆทุกปีนั้น มันถึงมืออาจารย์มหาวิทยาลัยที่พี่ไม่ชอบน้อยมากๆน้อยกว่าไปถึงมือสถาบัน กษัตริย์อยู่แล้ว
รักษาสุขภาพด้วยนะครับพี่ดี้
จากน้องคนหนึ่ง
ปรวยฯ
ปล. เอ้อลืมถามพี่ไปอีกนิด พี่ว่าประเทศที่ให้เงินเดือนอาจารย์มหาวิทยาลัยมากๆ กับประเทศที่ทุ่มเทงบประมาณให้สถาบันกษัตริย์มากๆ พี่ว่าสองประเทศนี้ ประเทศแบบไหนที่เราจะสามารถฝากอนาคตประเทศชาติและอนาคตลูกหลานของเราไว้ได้ มากกว่ากัน.

สิงหาคม:เดือนแห่งความสุขของคนไทย(ในเมกา)

ที่มา Thai E-News



สิงหาคม:เดือนแห่งความสุขของคนไทย(ในเมกา)


รูปภาพ : ตรงกลาง - หม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล ผู้กำกับชั้นครู นอกนั้นคือทีมดารานักแสดงจาก "จันดารา" ภาพยนตร์มหากาพย์แห่งโศกนาฏกรรมแห่งปี หนังที่คนไทยอายุ 18 ปีขึ้นไปควรชม ฉาย 6 กันยายน ซ้ายสุด - ศักราช ฤกษ์ธำรงค์ (หลวงวิสนันท์เดชา), ด้านหลัง - ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา (ขจร), หน้าซ้าย - นิว ชัยพล จูเลียน พูพาร์ต (เคน กระทิงทอง) อ้าว! แล้วมาริโอ้ (จันดารา) คนไหนล่ะเนี่ย??
หนังดังจ่อเข้าโลง-จันดารา แสดงนำโดยตั๊ก-บงกช โปรโมตโดยกนก รัตน์วงศ์สกุล จ่อคิวลงโลงทั่วประเทศ6กันยายนนี้ ผู้สร้างทำเป็น 2 ภาคให้เป็นภาพยนตร์เกริกเกลียดแห่งสยาม(ขอขอบคุณภาพจากKanok Ratwongsakul Fan Page)

*********
สังคมข่าวชาวเสื้อแดง
สิงหาคม 2555
โดย นักข่าวชาวรากหญ้า

*5สิงหาวันประชาชุมนุม รวมพลคนเคยเหลือง

*คนไทยใน USA เตรียมตัวต้อนรับทักษิณอย่างยิ่งใหญ่ 11-13 ส.ค.นี้ 

กลุ่มคนเสื้อแดงในอเมริกาจะจัดบู้ทบริการอาหารและเครื่องดื่มฟรีให้กับผู้มาร่วมงาน


บู้ทที่จัดจะมี 5 บู้ท ติดต่อกันเป็นแผงดังนี้คือ


1. แดงภาคเหนือยูเอสเอ


2. แดงภาคอิสานยูเอสเอ


3. แดงอเมริกาแอลเอ (RED USA-LA)


4. แดงภาคใต้ยูเอสเอ


5. แดงภาคกลาง-ออก-ตก ยูเอสเอ


ที่ประชุมได้ส่งผลรายงานการประชุมของแกนนำเสื้อแดงในแอลเอไปให้ทางทีมงานคุณทักษิณแล้ว


Then….it’s up to you….Mr. Thaksin ว่าอยากพบปะคนไทยที่ไหน



ว่าไปแล้ว...ที่วัดไทย North Hollywood ดีที่สุด ในบริเวณวัดเป็นเสมือนแผ่นดินไทย


งานต้อนรับครั้งนี้จะยิ่งใหญ่กลบข่าวงานอื่นสำหรับคนไทยทั่วโลกเลย

************



กำหนดการงานครบรอบ  ๖๗  ปี  วันสันติภาพไทย
กิจกรรมภาคบ่าย    มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ท่าพระจันทร์  เขตพระนคร
กรุงเทพมหานคร
วันพฤหัสบดีที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๕



.............................................................................. เวลา ๑๓.๐๐ – ๑๔.๐๐ น. -พิธีเปิดงานครบรอบ ๖๗ ปี วันสันติภาพไทย โดย อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ / ผู้แทน วางช่อดอกไม้คารวะเสรีไทยและผู้เสียชีวิตระหว่างสงครามโลกครั้งที่ ๒ ณ สวนประติมากรรม กำแพงประวัติศาสตร์ธรรมศาสตร์กับการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย หน้าหอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ -วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสันติภาพ เดินจากสวนประติมากรรมมาที่จุดชมนิทรรศการ ด้านหลังข้างตึกโดม (ด้านสนามฟุตบอล) -ชมนิทรรศการ เรื่อง “ขบวนการเสรีไทยเพื่อเอกราชอธิปไตยของชาติ” ณ บริเวณด้านหลังข้างตึกโดม (ด้านสนามฟุตบอล) เวลา ๑๔.๐๐ – ๑๔.๓๐ น. -ลงทะเบียน / รับหนังสือที่ระลึก ณ ห้องประชุมสัญญา ธรรมศักดิ์ ตึกโดม ชั้น ๒ -ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง (ร่าง) “การปรองดองของขบวนการเสรีไทย ในสงครามโลกครั้งที่ ๒” โดย ดร. วิชิตวงศ์ ณ ป้อมเพชร เวลา ๑๔.๓๐ – ๑๖.๓๐ น. -เสวนาวิชาการเรื่อง “การหลอมความหลากหลายเพื่อจุดมุ่งหมายเดียวกันของขบวนการเสรีไทย” โดย ศาสตราจารย์ ดร. ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ ศาสตราจารย์ภิชาน วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ ประธานหลักสูตรรัฐศาสตร์ และรองคณบดีฝ่ายวิชาการ วิทยาลัยบริหารรัฐกิจและรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และนายกษิดิศ อานันทนธร นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ดำเนินรายการโดย อาจารย์วิภา ดาวมณี เวลา ๑๗.๐๐ น. จบรายการ

"อนุสรณ์" ยัน "มาร์ค" หนีทหารพบพิรุธอื้อ กดดัน "ศรีราชา" พิสูจน์ข้อเท็จจริง

ที่มา uddred

  แนวหน้า 2 สิงหาคม 2555 >>>






นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ถูกกล่าวหาหนีการเกณฑ์ทหารว่า วันนี้ต้องยอมรับ เรื่องการหนีทหารของนายอภิสิทธิ์จบไปแล้วจริงๆ เพราะแม้นายอภิสิทธิ์ ไม่ได้ไปรับการตรวจเลือก แต่ไม่ได้หนีทหาร วันนี้เรื่องจึงเดินมาถึงการต่อสู้กันในหลักฐานว่าด้วยการไม่เข้ารับการตรวจ เลือกทหารที่ขัดแย้งกันเอง มีปมพิรุธมากมายตนได้รับการยืนยันจากทางกองทัพว่า ยังคงเก็บรักษาหลักฐานเหล่านั้นไว้อีกหลายรายการ ซึ่งตามหลักฐานที่มีอยู่ถือว่าชัดเจนมาก ดังนั้น เรื่องนี้จึงไม่ใช่เรื่องเก่า เพราะครั้งนี้มีการเปิดหลักฐานออกมามากกว่าทุกครั้ง เช่น สด.9 ที่จนถึงป่านนี้ก็สงสัยว่า ทำไมไม่เอาตัวจริงมายืนยันเสียที หรือการลาไปอยู่อังกฤษรวม 221 วัน ในขณะที่มีชื่อเป็นอาจารย์ โรงเรียนนายร้อย จปร. มีเวลาทำงานเพียง 35 วัน ซึ่งก็ไม่ได้สอนหนังสืออะไร แต่นักเรียนนายร้อยในอดีตเล่าให้ตนฟังว่า นายอภิสิทธิ์ เคยโดนนักเรียนนายร้อยโห่ไล่หลายครั้งในห้องเรียน เนื่องจากชอบพูดกระแนะกระแหนทหาร กระทรวงกลาโหมมั่นใจว่า สามารถดำเนินการกับนายอภิสิทธิ์ได้จริง และขณะนี้เอกสารรายละเอียดรวมทั้งพยานบุคคล ได้ส่งถึง นายศรีราชา เจริญพานิช ผู้ตรวจการแผ่นดิน ตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค. 55 แล้ว ต่อจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของนายศรีราชา ว่า จะพิจารณาออกมาเป็นอย่างไร เพราะได้ตรวจสอบเอกสารทั้งฝ่าย รมว.กลาโหม และ นายอภิสิทธิ์ สัปดาห์หน้า นายศรีราชา อาจมีความเห็นอย่างหนึ่งอย่างใดออกมา เนื่องจากเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 02/08/55 เอาหัวใจเป็นอาวุธ...เอาน้ำใจไปดับไฟ

ที่มา blablabla

โดย 

ภาพถ่ายของฉัน




3 จังหวัด ชายแดนใต้ ไฟลุกท่วม
จงหล่อรวม ดวงใจ ส่งไปถึง
เสียงระเบิด เสียงปืนดัง ยังอื้ออึง
เสมือนหนึ่ง แดนเถื่อน ไม่เลือนจาง....


เอาหัวใจ เป็นอาวุธ ต้องผุดผ่อง
เพื่อนพี่น้อง ร่วมด้วย ช่วยสะสาง
ความหวาดหวั่น มากมี ทุกที่ทาง
มาซ่อมสร้าง สิ่งบอบช้ำ ด้วยน้ำใจ....


เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา อย่าท้อถอย
ลบภาพรอย เจ็บร้าว คราวหวั่นไหว
ซับน้ำตา ที่เจิ่งนอง พี่น้องไทย
รวมพลัง ช่วยดับไฟ ให้มอดลง....


คืนความสุข สวัสดี ที่หดหาย
ทั้งเจ็บตาย พลัดพราก จากพิษสง
ช่วยหนุนเกื้อ โอบอารีย์ ที่มั่นคง
เจตจำนง ด้วยน้ำใจ ใต้ร่มเย็น....


หลายเรื่องลับ ซับซ้อน ที่ซ่อนเงื่อน
ทั้งบิดเบือน แอบแฝง จำแลงเร้น
ขอเติมใจ ให้ความหวัง ดั่งเคยเป็น
ดับทุกข์เข็ญ ณ แดนใต้ ได้เร็ววัน....


๓ บลา / ๒ ส.ค.๕๕

Tuesday, July 31, 2012

ลุ้นศาลไทย คว้าชัย โอลิมปิก !

ที่มา Voice TV

 ลุ้นศาลไทย คว้าชัย โอลิมปิก !



วีรพัฒน์ ปริยวงศ์  นำเสนอบทความ และมุมมองต่อศาลรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะการมุ่งแต่เอาชนะกัน

     ผมกลับจากการไปพักผ่อนที่เชียงใหม่เมื่อวาน ไม่พลาดโอกาสทานกาแฟกับอาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ วันนี้กลับมาประชุมทำงานที่กรุงเทพ แล้วพรุ่งนี้จะไปหมู่เกาะอ่าวไทย เพื่อบรรยายวิชาการเรื่องพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล

     การได้สูดอากาศบนดอยสีเขียว แล้วเตรียมไปรับลมทะเลสีคราม ชมความงานของบ้านเรา ได้คิดได้คุยในสิ่งที่เราสนใจ ฟังดูน่าจะมีความสุข

     แต่วันนี้ ผมกลับ 'มึนหัว'  ตึบ ตึบ ตึบ ทั้งที่ไม่ได้เมารถขึ้นเขา หรือเมารือลงทะเล

     แต่ผม 'มึน' กับ 'ความพิสดาร' ของ 'คำวินิจฉัยส่วนตน' ของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเรื่องการทำประชามตินั้น ตุลาการ 8 ท่าน มีความเห็นแตกออกเป็น 4 ฝ่าย ซึ่งเมื่ออ่านรวมกันแล้ว ก็พบว่าขัดแย้งกับ 'คำวินิจฉัยกลาง' ที่เผยแพร่ไปก่อนหน้านี้ (ผมอธิบาย 'ความมึนเบื้องต้น' ไปแล้วที่ http://bit.ly/8Jesters)

     ยิ่งมานั่งอ่านทีละบรรทัด ยิ่งมึน ยกตัวอย่าง ท่านประธานศาล เขียนย่อหน้าหนึ่ง บอกว่า การที่สภาพิจารณาการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็น 'การใช้สิทธิเสรีภาพ' แต่พอมาอีกย่อหน้าในหน้าเดียวกัน กลับบอกว่าเป็น 'การใช้อำนาจ' ของรัฐสภา

     มึนแล้วไม่พอ ผมรู้สึก 'คลื่นไส้' เมื่อเห็น 'สำนักงานศาล' มาวิ่งไล่แจ้งความเอาผิดประชาชน แถมเขียนขู่อีกว่าจะไปแจ้งความดำเนินคดี เพิ่มอีก (ดูใบข่าวของศาลได้ที่ http://bit.ly/CCsuites )

กรณี เจ๋ง แจกเบอร์ 

     กรณี คุณเจ๋ง ดอกจิก ที่ไปแจกชื่อแจกเบอร์โทรศัพท์ของครอบครัวตุลาการ ผมว่าคุณเจ๋ง ทำแย่มากนะครับ

     หาก 'ครอบครัว' ตุลาการถูกคุกคามให้เดือดร้อนเสียหายจากการกระทำดังกล่าว ผมสนับสนุนให้ครอบครัวตุลาการใช้สิทธิดำเนินคดีและเรียกค่าเสียหายจากคุณ เจ๋งได้เต็มที่

     แต่หากมองจากมุมของ 'ศาล' ซึ่งมีทั้งอำนาจ ทั้งสื่อ และกองรักษาความปลอดภัยที่ประชาชนจัดให้แล้ว ข้อที่ไม่ควรลืมคือ คุณเจ๋งได้ขอโทษศาลไปแล้ว และสังคมรวมทั้งสื่อ ก็ร่วมกันลงโทษคุณเจ๋งไปแล้ว แม้แต่แกนนำเสื้อแดงก็ลงโทษคุณเจ๋งด้วย ไม่ว่าจะโดยคำต่อว่า คำด่า หรือคำขู่  ผู้เขียนเองเดาว่า เหตุที่คุณเจ๋งได้ขอโทษ ส่วนหนึ่ง ก็เพราะถูก "ผู้ใหญ่ต้นสังกัด" ตำหนิต่อว่าเช่นกัน

     แต่ก็ไม่เห็นคุณเจ๋งเขาจะไปไล่แจ้งความเอาผิดใครที่มาต่อว่าด่าทอ ทั้งที่ คุณเจ๋งเป็นประชาชนคนธรรมดาไม่มีอำนาจอะไร

     ยิ่งไปกว่านั้น ตัวตุลาการท่านเอง ก็ยังมิได้ติดใจไปแจ้งความ แล้วเหตุใดสำนักงานศาลจะต้องไปวิ่งไล่แจ้งความแทน ?

กรณีประชาชนชุมนุมขุ่มขู่ศาล

     ส่วนประชาชนที่ไปประท้วง ปราศรัย ชุมนุมข่มขู่ศาล ส่วนตัวผมเองก็ไม่ได้สนับสนุนเห็นชอบอะไร

     แต่ผมเชื่อว่า สิทธิเสรีภาพในการชุมนุมแสดงความเห็น เพื่อต่อต้านหรือประท้วงการใช้อำนาจของรัฐ แม้มันจะดุเเดือด เผ็ดร้อน หยาบคาย หรือไม่เรียบร้อยเพียงใด แต่ก็เป็นความจำเป็นต่อประชาธิปไตย เพราะประชาชนคนธรรมดา อาจไม่มีอำนาจเพียงพอที่จะไปขอพื้นที่จากสื่อ หรือเรียกให้นักการเมืองมาเป็นตัวแทนของเขาในทุกเรื่อง

     การแสดงออกเหล่านี้เอง คือ 'ท่อหายใจ' ที่พื้นฐานที่สุด ของประชาชน ที่จะขอความสนใจจากผู้มีอำนาจ รวมทั้งสื่อ และเพื่อนประชาชนด้วยกัน เพื่อให้ตนเองได้มีส่วนร่วมทางการเมือง

     ยิ่งไปกว่านั้น หลักฐานปรากฏชัดว่า เรามีตุลาการที่เข้มแข็งอาจหาญ ตัดสินคดีไปตามที่ท่านเห็น แม้สังคม รัฐสภา หรือนักวิชาการ หรือแม้แต่สื่อต่างประเทศ จะท้วงท่านอย่างไร ท่านก็ไม่เอนเอียงตามแรงกดดัน แล้วเหตุใดสำนักงานศาลจะต้องไปวิ่งไล่แจ้งความแทน ?

กรณีแจ้งความว่า ประชาชนแจ้งความเท็จ

     สิ่งที่ผมมองว่าเลวร้ายที่สุด คือ การที่สำนักงานศาลไปแจ้งความกลับ เพื่อเอาผิดประชาชนที่ไปแจ้งความเอาผิดศาลว่าศาลใช้อำนาจโดยมิชอบ

     ก็ถ้าประชาชนแจ้งความท่าน สุดท้ายคนที่จะเอาผิดท่านได้ ก็คือ ลูกหลานตุลาการของท่านเอง มิใช่หรือ ?

     สำนักงานศาล รวมถึงตำรวจที่รับแจ้งความ โปรดไปศึกษาคำพิพากษาศาลฎีกาให้ดี หากประชาชนแจ้งความตามที่เชื่อโดยสุจริตก็ดี หรือแจ้งตามสภาพที่พบเห็นโดยมีเหตุอันควรเชื่อว่าเป็นความจริงก็ดี ศาลฎีกาได้ตีความเป็นบรรทัดฐานเสมอมาว่าไม่เป็นความผิด เช่น ฎีกาที่ 1050/2514, 3025/2526, 4669/2530 หรือ 1173/2539

ท่านกลัวว่าท่านจะทำผิดจริง ?

     ก็ท่านเป็นถึงศาลรัฐธรรมนูญ ท่านตีความกฎหมายผูกพันทุกองค์กร รวมถึงตำรวจ  ป.ป.ช. หรือแม้แต่ ศาลฎีกา ถ้าท่านสุจริตใจ ทำตามอำนาจกฎหมายที่ท่านมี ท่านจะไปกลัวอะไรครับ ?

     ต่างกันราวฟ้ากับดิน เมื่อเทียบกับประชาชนคนธรรมดา แม้เป็นเจ้าของอำนาจ แต่ก็มอบให้คนอื่นไปจนตนเองเหลือน้อยนิด ได้แต่มองดูนักการเมืองที่นอบน้อมต่อคำวินิจฉัยของศาล ขนาดสภายังชะลอการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่ศาลสั่ง แล้วหากประชาชนไม่พึ่งความเห็นและเสียงของตนเอง แล้วจะให้ไปพึ่งใคร ?

ท่านกลัวสังคมเข้าใจท่านผิด ?

     ไม่ต้องกลัวครับ เพราะท่านมี 'สื่อ' ที่คอยบริการ 24 ชั่วโมง รายงานทุกความเคลื่อนไหวของท่าน ตอนท่านอ่านคำวินิจฉัย ก็ถ่ายทอดสดรายงานทั่วประเทศ ทุกช่องอยากขอสัมภาษณ์ตุลาการ ท่านไม่มาก็มีนักวิชาการคอยมาฟังและอธิบายแทนท่าน แม้แต่ท่านประธานศาลพูดอะไรสั้นๆ 1 ประโยค ก็กลายเป็นคำพาดหัวหนังสือพิมพ์ได้ทุกฉบับ สิ่งที่ท่านเขียนไว้ในราชกิจจานุเบกษา ก็ถูกส่งไปพิมพ์ขึ้นมาโดยเงินภาษีประชาชน

     ต่างกันราวฟ้ากับดิน เมื่อเทียบกับประชาชน ที่ไม่มีอำนาจจะไปตีฆ้องร้องป่าวให้สื่อและสังคมหันมาสนใจมุมมองที่เขามอง ความไม่ยุติธรรมในสังคม

ท่านกลัวการถูกข่มขู่ ?

     ไม่ต้องกลัวครับ ประชาชนได้พร้อมใจจ่ายภาษีเพื่อให้ท่านมีความปลอดภัย มีเฮลิคอปเตอร์ และกองกำลังที่คุ้มครองท่าน และประชาชนอย่างผมและอีกหลายคน รวมถึงสื่อที่คอยติดตามเฝ้าระวังแทนท่าน ก็พร้อมจะออกมาต่อต้านผู้ใดก็ตามที่จะไปทำร้ายท่าน โดยที่ท่านเองไม่ต้องลำบากไปทำอะไร

     ต่างกันราวฟ้ากับดิน เมื่อเทียบกับประชาชนคนธรรมดา ที่พอวิจารณ์ศาลหรือผู้มีอำนาจมาก ก็ถูกดักรุมทำร้ายได้ตลอดเวลา แม้แต่อาจารย์มหาวิทยาลัยชื่อดังมีลูกศิษย์มากมาย ยังถูกดักทำร้ายได้ง่ายๆหน้าตึกที่ตัวเองทำงาน

ท่านกลัวการเป็นคู่ความ ?

     หากมีอะไรที่จะพอเป็นเหตุเป็นผลให้ตุลาการกลัว ก็คือกลัวการเป็นคู่ความฟ้องคดีเอง เพราะกลายเป็นว่า หากวันใดมีคดีมาสู่ศาล ก็อาจถูกหาว่าตนมีส่วนได้เสีย จนทำให้ต้องถอนตัว และพลาดโอกาสใช้อำนาจเอาคืนประชาชนอย่างน่าเสียดาย

ตุลาการไทย ทำลายสถิติโอลิมปิก ?

     จากที่กล่าวมาทั้งหมด ผมจึงเห็นว่า มันไร้สาระมาก หากเราจะมานั่งเถียงกันว่า สำนักงานศาลก็มีสิทธิฟ้องคดีเพื่อปกป้องตุลาการมิใช่หรือ

     เราลองดู 'ฝ่ายบริหาร' หรือ 'ฝ่ายนิติบัญญัติ' ที่ถูกประชาชนข่มขู่ เหยียดหยาม จ้องเอาผิด กันอยู่ทุกวัน  ผมก็ไม่เห็นสำนักนายกฯ หรือ สำนักงานเลขาธิการสภาฯ จะมาไล่ฟ้องประชาชน เพราะเขายอมรับว่า ประชาชนต้องตรวจสอบบุคคลสาธารณะผู้ใช้อำนาจได้

     หากกรณีใดที่ประชาชนทำแรงเกินไป หรือส่วนตัวเกินไป ก็ต้องเป็นตัว นายกฯ หรือ ประธานสภาฯ เอง ที่จะไปฟ้องคดีเอาผิด ไม่ใช่ให้สำนักงานราชการมาใช้เงินภาษีของประชาชนมาเอาผิดประชาชน

      สิ่งที่ร้ายที่สุดจะเกิดเมื่อ 'ประชาชน ด้วยกันเอง' ไปหลงผิดยอมรับว่า การที่ผู้ใช้อำนาจมาฟ้องประชาชนนั้น เป็นเรื่องปกติที่ทำได้ง่ายๆ เพราะหากหลงคิดเช่นนั้น ก็เท่ากับประชาชนยอมรับให้ผู้ใช้อำนาจสามารถคุกคามข่มขู่ให้ประชาชนกลัว จนไม่อยากตรวจสอบวิพากษ์วิจารณ์ผู้ใช้อำนาจในที่สุด ซึ่งในประเทศที่เจริญแล้ว เขาไม่ทำกัน หมายถึง ประชาชนเองที่เจริญแล้ว ก็ต้องไม่ไปหลงผิดคิดกลัวตามไปด้วย

     ดังนั้น ในปีนี้ หากจะมีการประชุมตุลาการนานาชาติที่มีตุลาการจากแต่ละประเทศมาประชุมร่วมกัน (ซึ่งประชาชนจ่ายภาษีให้ตุลาการไทยได้บินไปประชุมอยู่ทุกปี) ท่านเลาธิการสำนักงานศาล น่าจะลองขอเบิกงบไปประชุมด้วย เพื่อไปถามตุลาการจากทั่วโลกว่า สำนักงานศาลบ้านเขา หรือแม้แต่ตัวตุลาการเขาเอง มาวิ่งไล่ฟ้องประชาชนของเขาในเรื่องไร้สาระแบบนี้ กันปีละกี่คดี ?

     เพราะไม่แน่ว่า อาจมีการทำลายสถิติโลก ในประเภทกีฬา 'ชกประชาชน' !

     แม้ว่าคุณภาพผู้ชก อาจเป็นเพียง 'มือสมัครเล่น' ก็ตาม.

บทความโดย
วีรพัฒน์ ปริยวงศ์ 
นักกฎหมายอิสระ 
http://www.facebook.com/verapat
31 กรกฎาคม 2555 เวลา 18:26 น.

ศาล รธน.ยกเลิกคำสั่งให้รัฐสภาชะลอโหวตแก้ รธน.วาระ 3

ที่มา Voice TV

 ศาล รธน.ยกเลิกคำสั่งให้รัฐสภาชะลอโหวตแก้ รธน.วาระ 3



โฆษกศาลรัฐธรรมนูญ เผย ศาลยื่นหนังสือ แจ้งสภา ยกเลิกคำสั่งชะลอลงมติร่างแก้รัฐธรรมนูญ วาระ 3 แล้ว ชี้ ลงมติได้ขึ้นกับดุลพินิจ
 
 
วันนี้ (31 ก.ค.55 ) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต ส.ว.สรรหา กล่าวว่า การเปิดประชุมสภาสมัยสามัญทั่วไปในวันที่ 1 สิงหาคม สมาชิกรัฐสภามีข้อถกเถียงกันว่าจะสามารถดำเนินการลงมติร่างแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ในวาระ 3 ได้หรือไม่ เพราะศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ชะลอการลงมติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ในวาระที่ 3 เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน จึงขอให้ศาลรัฐธรรมนูญยกเลิกคำสั่งดังกล่าวเพื่อให้ประธานรัฐสภาได้ดำเนิน การเกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 วาระที่ 3 ได้ต่อไป
 
 
ด้านนายสมฤทธิ์ ไชยวงค์ โฆษกศาลรัฐธรรมนูญกล่าวว่า สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้ยื่นหนังสือแจ้งยกเลิกคำสั่งให้รัฐสภาชะลอการลงมติ ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ในวาระที่ 3 ไปถึงเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรไปเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม หากรัฐสภาต้องการที่จะลงมติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ในวาระที่ 3 ก็สามารถกระทำได้ แต่ก็อยู่ที่ดุลพินิจของรัฐสภาว่าดำเนินการหรือไม่
 
 
Source :  มติชนออนไลน์  /  VoiceTv (Image)
31 กรกฎาคม 2555 เวลา 16:57 น.

โพล เผย ผู้หญิงชู “ยิ่งลักษณ์” เป็นนักการเมืองในดวงใจ เก่ง บุคลิกดี เรียบร้อย

ที่มา uddred

 มติชน 31 กรกฎาคม 2555 >>>




วันที่ 1 สิงหาคม เป็นวันสตรีไทย ที่มุ่งเน้นเชิดชูบทบาทหน้าที่ที่มีความสำคัญต่อสังคมไทยในหลากหลายมิติ โดยเฉพาะมิติทางการเมืองที่มีความสำคัญอย่างยิ่งของประเทศ เหตุการณ์ต่างๆที่วุ่นวาย สับสนทางการเมืองล้วนมีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการสร้างความน่าเชื่อถือและการ พัฒนาประเทศ ผู้หญิงในปัจจุบันต่างมีบทบาททางการเมืองทั้งทางตรงที่เข้ามาเป็นนักการ เมืองและทางอ้อมในการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน  เพื่อสะท้อนความคิดเห็นและความคาดหวังของสตรีที่มีต่อการเมืองไทย ณ วันนี้  “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต จึงได้สำรวจความคิดเห็นเฉพาะผู้หญิงจากทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 1,463 คน  ระหว่างวันที่ 27-31 กรกฎาคม 2555  สรุปผลดังนี้
            
1.  ความสนใจเรื่องการเมืองไทย ของ “ผู้หญิง” ณ วันนี้

อันดับ 1 ค่อนข้างสนใจ 43.06%เพราะ  สื่อต่างๆมีการติดตามและนำเสนอข่าวสารการเมืองตลอดเวลา ,ประชาชนมีส่วนร่วมและพูดคุยเรื่องการเมืองมากขึ้น  ฯลฯ
อันดับ 2 ไม่ค่อยสนใจ 36.84%เพราะ   ไม่มีเวลา ต้องทำงาน , ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลชุดไหนที่เข้ามาบริหารบ้านเมือง ประชาชนก็ยังต้องพึ่งตัวเองเหมือนเดิม ฯลฯ
อันดับ 3 ไม่สนใจ 11.01%เพราะ   ไม่ชอบ ,เบื่อการเมืองไทย ,การเมืองไทยมีแต่การทะเลาะเบาะแว้ง มุ่งหวังแต่ผลประโยชน์ ไม่พัฒนา ฯลฯ
อันดับ 4 สนใจมาก   9.09%เพราะ  การเมืองเป็นเรื่องสำคัญที่ส่งผลต่อการพัฒนาประเทศและในทุกๆด้านโดยเฉพาะ เรื่องปากท้อง ความเป็นอยู่ของประชาชน ฯลฯ

2.  การเมืองไทย วันนี้มีอะไร ? “ดี”  ที่ “ผู้หญิง” พึงพอใจ
อันดับ 1 มีนโยบายที่ช่วยเหลือประชาชนมากขึ้น เช่น ขึ้นเงินเดือน ค่าจ้าง รถคันแรก เรียนฟรี รถเมล์ฟรี ฯลฯ 55.10%
อันดับ 2 ผู้หญิงมีบทบาททางการเมืองมากขึ้น /มีนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทยเป็นการสร้างความสัมพันธ์ ที่ดีระหว่างประเทศ 26.53%
อันดับ 3 ประชาชนมีความสนใจและติดตามข่าวสารบ้านเมืองกันมากขึ้น/ทุกภาคส่วนมีการตรวจสอบมากขึ้น 18.37%

3.  การเมืองไทยวันนี้มี “ปัญหาเร่งด่วน”อะไรบ้างที่ต้องเร่งแก้ไข
อันดับ 1 ปัญหาเรื่องปากท้องความเป็นอยู่ของประชาชน /ค่าครองชีพสูง รายได้ไม่พอใช้ 38.37%
อันดับ 2 การสร้างความปรองดองในบ้านเมือง /ทั้งประชาชนและนักการเมืองมีความสมัครสมานสามัคคี 31.43%
อันดับ 3 เรื่องสำคัญๆ เช่น การทุจริต คอร์รัปชั่น ยาเสพติด การศึกษา และการแก้ปัญหาน้ำท่วม ฯลฯ 30.20%


4.  “นักการเมือง” ที่เป็นขวัญใจ ของ “ผู้หญิง” ณ วันนี้ คือ
อันดับ 1 นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร 60.53%เพราะ   เป็นผู้หญิงเก่ง มีบุคลิกดี กริยามารยาทเรียบร้อย ,มีความเสียสละต้องแบกรับภาระอย่างหนักในการดูแลประเทศชาติและประชาชน ,บทบาทของแม่และผู้นำประเทศ ฯลฯ

อันดับ 2 คุณปวีณา หงสกุล 19.74%เพราะ   เป็นคนดี จิตใจดี ช่วยเหลือผู้ที่ตกทุกข์ได้ยาก ,เป็นที่รู้จักและเป็นที่พึ่งของประชาชน ฯลฯ
อันดับ 3 คุณสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ 17.11%เพราะ   มีความเชื่อมั่นในตัวเอง บุคลิกคล่องแคล่ว พูดจาชัดถ้อยชัดคำ ,เป็นผู้หญิงแกร่ง ทำงานได้เท่าเทียมกับผู้ชาย ฯลฯ
อื่นๆ เช่น รังสิมา รอดรัศมี ,จิตติมา ฉายแสง ,ลีลาวดี วัชโรบล ,คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ,
ศันสนีย์ นาคพงศ์  เป็นต้น   2.62%

   5.  “การเมืองไทย” ณ วันนี้ “ผู้หญิง” ควรมีส่วนร่วมอย่างไร? จึงจะทำให้การเมืองไทยดีขึ้น
อันดับ 1 การมีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตย เช่น การใช้สิทธิเลือกตั้ง การสมัครเป็นผู้แทนในระดับต่างๆ        การแสดงความคิดเห็นในที่สาธารณะหรือเวทีต่างๆ 55.45%
อันดับ 2 ให้ความสนใจการเมืองและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด /มีความรู้ที่ถูกต้องและสามารถอธิบาย
ให้ผู้อื่นเข้าใจได้  30.49%
อันดับ 3 ให้การสนับสนุน ให้กำลังใจสตรีที่มีบทบาททางการเมืองด้วยกัน 14.06%

 6.  สิ่งที่ “คาดหวัง” อยากให้การเมืองไทยพัฒนาไปได้เทียบเท่าประเทศต่างๆที่เจริญแล้ว คือ
อันดับ 1 ให้ความสำคัญกับการพัฒนาประเทศชาติ เศรษฐกิจ สังคม ให้เจริญก้าวหน้าเป็นสากลเหมือนต่างชาติ 38.27%
อันดับ 2 นักการเมืองมีคุณธรรม จริยธรรม /การทำงานโปร่งใส ตรวจสอบได้ 32.14%
อันดับ 3 การเมืองมีเสถียรภาพ เป็นประชาธิปไตย ให้ความสำคัญและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน 29.59%

 7.  “อนาคตการเมืองไทย” ควรฝากไว้กับใครบ้าง?
อันดับ 1 ประชาชนคนไทยทุกคน 53.49%
อันดับ 2 ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน /นักการเมือง /ส.ส. ส.ว.  21.71%
อันดับ 3 เด็กและเยาวชนไทย 13.18%
อันดับ 4 หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น ครู อาจารย์ ทหาร ตำรวจ  อัยการ ตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ เป็นต้น 11.62%

'อาย'คำที่สื่อลิ้มสะกดไม่เป็น ให้นู๋ปางน้ำฟ้าช่วย

ที่มา Thai E-News



ปริศนาสาวน่ารัก ชักภาพคู่ “ทักษิณ”

ตก เป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์แห่งโลกไซเบอร์ไปแล้ว สำหรับภาพของหญิงสาวคนหนึ่งชักภาพคู่กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในวันครบรอบวันเกิดปีที่ 63 จนเป็นที่มาของการถามไถ่ว่าเธอเป็นใครมาจากไหน และสนิทสนมอย่างไรกับอดีตนายกรัฐมนตรีผู้นี้
 
       หญิงสาวนิรนามคน ดังกล่าว เรียกได้ว่าหน้าตาจิ้มลิ้ม น่ารัก แบบสเปกหนุ่มไทยหลายๆ คน ท่าทางยินดีปรีดา ชูสองนิ้ว ราวกับปลื้มปีติเป็นนักหนากับการได้ถ่ายภาพคู่กับทักษิณ ชินวัตร นั้น บอกได้อย่างเด่นชัดว่า เธอคือสาวกตัวยงของ “คนพเนจร” ผู้นี้
      
      
      
       อัน ที่จริง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราจะได้เห็นสาวๆ เข้าเคลียคลอขอถ่ายรูปกับทักษิณ เพราะที่ผ่านมา แม้แต่ดาราสาวคนดังหลายคน ก็ยังมีข่าวไปปะปนกับทักษิณ ชินวัตร อยู่เนืองๆ
 
       ไล่มาตั้งแต่ “ใหม่ เจริญปุระ” ที่ นอกจากจะยอมรับว่าเคยไปทานข้าวกับทักษิณถึงดูไบ ยังมีภาพหลักฐานเป็นประจักษ์พยานกลับมาด้วย เช่นเดียวกับนักร้องสาวอาร์แอนด์บีอย่าง “ลีเดีย-ศรัณรัชต์” ก็บอกกล่าวอย่างแจ่มชัดว่าตัวเองมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับอดีตนายกรัฐมนตรี
 
       อย่างไรก็ดี เมื่อเร็วๆ นี้ คงไม่มีสาวคนไหนจะดังเท่ากับ “แป้ง-อรจิรา แหลมวิไล” ไป ได้ หลังจากภาพถ่ายจากการไปร่วมแฮปปี้เบิร์ธเดย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ปีล่าสุด ปรากฏออกมาตามหน้าสื่อต่างๆ ด้วยข้อกล่าวอ้างที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ฉันเพื่อนกับลูกสาวของอดีตนายก รัฐมนตรี
 
       กระนั้นก็ตาม ทันทีที่ภาพของหญิงสาวนิรนามคนนี้ปรากฏขึ้นมา แป้ง-อรจิรา ก็แป้ง-อรจิรา เถอะ ดูเหมือนจะตกขอบไปเลย เพราะความน่ารักน่าชังของเจ้าของภาพจนเป็นที่มาของความอยากรู้อยากเห็นดัง กล่าวเกี่ยวกับที่มาที่ไปของเธอ
 
       แต่ไม่ว่า เธอจะเป็นใครมาจากไหน คงต้องยอมรับว่า อดีตนายกฯ ที่ใครต่อใครเรียกขานว่า “นักโทษชาย” ผู้นี้ ไม่เคยเว้นว่างจากข่าว “สาวๆ” จริงๆ พับผ่าสิ!
แป้ง-อรจิรา กับทักษิณ
      
ลีเดีย กับทักษิณ
      
ใหม่ เจริญปุระ กับทักษิณ

นายกฯ กดปุ่มโอนเงินกองทุนสตรี

ที่มา Voice TV



นายกรัฐมนตรี เปิดตัวกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี พร้อมโอนเงินจัดสรรให้กับกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีทั่วประเทศก้อนแรก จังหวัดๆละ 20 ล้านบาท 

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน 'พลังสตรี พลังขับเคลื่อนประเทศไทย' และเปิดปุ่มโอนเงินเข้ากองทุนพัฒนาบทบาทสตรี เบื้องต้นให้กับทุกจังหวัดๆละ 20 ล้านบาท ก่อนทยอยโอนสมทบจังหวัดละ 100 ล้านบาท  รวม 7 พัน 7 ร้อยล้านบาท เพื่อให้แต่ละจังหวัดนำเงินกองทุนไปดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของกองทุน

ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงความสำคัญของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีว่าเป็นทุน สำคัญในการสร้างงานสร้างอาชีพและพัฒนาศักยภาพสตรีให้มีความรู้ความสามารถ เสมอภาคและเท่าเทียมกับผู้ชาย พร้อมรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

และเนื่องในวันสตรีไทย 1 สิงหาคมของทุกปี รัฐบาลมุ่งเน้นแก้ไขปัญหาสตรีไทยและยกระดับสถานภาพสตรีไทยให้ได้อย่าง ยั่งยืนและอยู่บนเวทีโลกได้อย่างสมศักดิ์ศรี รวมทั้งใช้ความรู้ความสามารถในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ซึ่งรัฐบาลจะเน้นเดินหน้านโยบายสตรี 5 ยุทธศาสตร์ คือ  1.การสร้างความเสมอภาค  2.การพัฒนาศักยภาพและเพิ่มโอกาส ให้สตรีสามารถเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้ 3.การพัฒนาคุณภาพชีวิตสตรี 4.การเพิ่มโอกาสให้สตรีมีส่วนร่วมทั้งทางการเมืองและการบริหาร 5.การเสริมสร้างพัฒนากลไกขององค์กรสตรีในชุมชนต่างๆ

ทั้งนี้ภายในงานมีกิจกรรมมากมาย อาทิ การเสวนาขับเคลื่อนการพัฒนาบทบาทสตรี และยังมีการนำเสนอวีดิทัศน์ 'บทบาทที่หลากหลายคือรากฐานการพัฒนา' ซึ่งจะถ่ายทอดเรื่องราวของบทบาทสตรีที่มีส่วนช่วยเติมเต็มและขับเคลื่อน สังคม และโอกาสที่จะเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อพัฒนาตนเอง

นอกจากนี้ ยังมีการแสดงนิทรรศการ ประกอบด้วย นิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ 'เพราะแม่คือต้นแบบ' นิทรรศการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี โดยแบ่งจัดงานเป็น 5 โซน เพื่อพูดถึง ที่มาและความสำคัญของกองทุนฯ รวมทั้งแนวทางการบริหารกองทุนฯ และนำเสนอบทบาทกองทุนที่จะแก้ไขปัญหาให้แก่สตรีที่ขาดโอกาส เช่น สตรีพิการ และผู้สูงอายุ
31 กรกฎาคม 2555 เวลา 11:15 น.

ชี้กว่า 2 ปี รอศาลสั่งรวมคดียิงช่างภาพญี่ปุ่น

ที่มา Voice TV



ศาลอาญา กรุงเทพใต้ นัดฟังคำสั่งการรวมคดีช่างภาพสำนักข่าวรอยเตอร์ชาวญี่ปุ่น กับนายวสันต์ ภู่ทอง และนายทศชัย เมฆงามฟ้า ซึ่งถูกยิงเสียชีวิตบริเวณถนนดินสอ  เพื่อทำให้การไต่สวนคดีรวดเร็วขึ้น

ศาลอาญา กรุงเทพใต้ นัดฟังคำสั่งตามคำร้องชันสูตรพลิกศพ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิต ของนายฮิโรยูกิ มูราโมโต ช่างภาพสำนักข่าวรอยเตอร์ชาวญี่ปุ่น ซึ่งถูกยิงเสียชีวิตในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ ช่วงสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 ที่บริเวณถนนดินสอ หน้าโรงเรียนสตรีวิทยา

โดยในวันนี้ (31ก.ค.55) ศาลได้นัดทนายฝ่ายโจทก์ ทนายฝ่ายผู้ร้องเข้าฟังการพิจารณาที่จะให้มีการรวมคดีการเสียชีวิตของนายฮิ โรยูกิ มูราโมโต กับการไต่สวนคดีของนายวสันต์ ภู่ทอง อายุ 39 ปี และนายทศชัย เมฆงามฟ้า อายุ 44 ปี ที่ถูกยิงเสียชีวิตหน้าโรงเรียนสตรีวิทยาในวันเดียวกัน เนื่องจากเห็นว่าพยานและหลักฐานเป็นชุดเดียวกันและหากรวมคดีเข้าด้วยกันจะทำ ให้การไต่สวนคดีรวดเร็วขึ้น

ด้านนายเจษฎา จันทร์ดี ทนายความฝ่ายผู้ร้อง เปิดเผยก่อนเข้าฟังคำสั่งศาลว่า รู้สึกไม่พอใจที่การดำเนินคดีล่าช้าเนื่องจากเหตุการณ์ล่วงเลยมาแล้วกว่า 2 ปี แล้ว แต่ในเมื่อวันนี้ การดำเนินคดีได้เริ่มต้นขึ้นแล้วก็ถือเป็นเรื่องดี ซึ่งหลังจากนี้ต้องรอว่าศาลจะมีคำสั่งให้รวมคดีเข้าด้วยกันหรือไม่ ทางญาติผู้เสียชีวิตและทนายความจะได้ร่วมหารือเพื่อกำหนดตัวพยาน หลักฐานที่จะใช้ และกรอบของแนวทางการต่อสู้คดีต่อไป

นอกจากนี้นายเจษฎากล่าวเพิ่มเติมว่า จากพยานหลักฐานที่มีเชื่อว่าจะนำไปสู่การจับกุมผู้ที่เป็นคนยิง และ ผู้สั่งการได้ แต่ต้องใช้เวลาในการดำเนินการอีกระยะ

สำหรับนาย ฮิโรยูกิ มูราโมโตะ ถูกยิงเสียชีวิตพร้อมกับนายทศชัยและนายวสันต์ที่หน้าโรงเรียนสตรีวิทยาเมื่อ วันที่ 10 เมษายน 2553 ซึ่งเกิดการปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ทหาร โดยการสั่งการของ ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ ศอฉ. ที่มีนายอสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นผู้อำนวยการในขณะนั้น
31 กรกฎาคม 2555 เวลา 11:10 น.