ที่มา ประชาไท
Fri, 2012-08-03 21:42
ทางการพม่าไม่ยอมส่งมอบลูกน้องคนสนิท "หน่อคำ" ผู้ต้องสงสัยลงมือสังหารลูกจีน 13 ศพ ให้แก่ทางการจีน
มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 ก.ค. ที่ผ่านมา
เจ้าหน้าที่ทางการจีนเดินทางไปกรุงเนปิดอว์ สหภาพพม่า
เพื่อขอรับตัวนายอ่องเมียด ลูกน้องคนสนิทนายหน่อคำ
ซึ่งวางอาวุธให้กับทางการพม่าหลังจากนายหน่อคำถูกจับกุม โดยเมื่อวันที่ 28
ก.ค. เจ้าหน้าที่จีนได้เดินทางจากกรุงเนปิดอว์มายังเมืองเชียงตุง
(รัฐฉานภาคตะวันออก) เพื่อทำการสอบสวนนายอ่องเมียด
ซึ่งถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำเชียงตุง
ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่จีนได้ขอตัวไปสอบสวนและดำเนินคดีในจีน
แต่ว่าได้รับคำปฏิเสธจากทางการพม่าโดยอ้างว่า นายอ่องเมียด
เป็นผู้ยอมมอบตัวเองไม่ใช่ผู้ถูกจับกุมมาได้
ทั้งนี้ มีรายงานว่า หลังจากเข้ามอบตัวและถูกควบคุมตัว นายอ่องเมียด
ได้ปฏิเสธเสียงแข็งตลอดมาว่าไม่ได้มีส่วนรู้เห็น หรือ
เกี่ยวข้องกับเหตุสังหารลูกเรือจีนทั้ง 13 ศพ ขณะที่ผู้ใกล้ชิดภรรยาน้อย
นายอ่องเมียด เปิดเผยว่า
นายอ่องเมียดได้ยอมรับสารภาพเป็นผู้ก่อเหตุลงมือสังหารลูกเรือจีน 13 ศพ
เพราะถูกเจ้าหน้าที่ทางการพม่าทำการทารุณสอบสวนอย่างรุนแรง
หลังจากนายหน่อคำ ถูกทางการลาวจับเมื่อวันที่ 25 เม.ย 55 นายอ่องเมียด
นำลูกน้องจำนวนหนึ่งพร้อมอาวุธไปมอบตัวให้กับทางการพม่า
ในจังหวัดท่าขี้เหล็ก เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 55
หลังจากมอบตัวให้ทางการพม่าเขาได้ถูกควบคุมตัว ส่วนลูกน้องถูกสอบสวนคนละ
2-3 วันก็ได้รับการปล่อยตัวทั้งหมด
นายอ่องเมี่ยด มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เจนหง อายุ 42 ปี
เป็นคนบ้านน้ำเขิม อ.เมืองเลน จ.ท่าขี้เหล็ก เป็นอดีตทหารในกองทัพเมืองไตย
MTA ภายใต้การนำของขุนส่า หลังขุนส่าวางอาวุธให้กับทางการพม่า นายอ่องเมียด
ได้ร่วมจัดตั้งเป็นกองกำลังอาสาสมัครร่วมกับนายหน่อคำ
โดยได้รับตำแหน่งเป็นรองของหน่อคำ
โดยเคลื่อนไหวในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำจนกระทั่งหน่อคำถูกจับ
และเขาได้ยอมวางอาวุธมอบตัวให้ทางการพม่า
ชมภาพ / อ่านข่าวย้อนหลังได้ที่
http://www.khonkhurtai.org/
"คนเครือไท"
เป็นศูนย์ข่าวภาคภาษาไทยเครือข่ายสำนักข่าวอิสระไทใหญ่ หรือ สำนักข่าวฉาน
(SHAN – Shan Herald Agency for News)
มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารจากเหตุการณ์ต่างๆ
ที่เกิดขึ้นในรัฐฉาน สหภาพพม่า ตลอดจนตามแนวชายแดนไทย
ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับองค์กรการเมือง / การทหารกลุ่มใด
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ shan_th@cm.ksc.co.th หรือ ติดตามอ่านข่าวสารภาคภาษาอังกฤษได้ที่ www.shanland.org ภาคภาษาไทใหญ่ที่ www.mongloi.org และภาคภาษาไทยที่ www.khonkhurtai.org
หลักการที่ว่าด้วยสิทธิเสรีภาพในการนับถือศาสนา
ในทางตรงข้ามมาตรา ๓๗ ของรัฐธรรมนูญกลับบัญญัติรับรองให้บุคคลย่อมมีเสรีภาพโดยสมบูรณ์ในการนับถือ ศาสนา นิกายของศาสนา หรือลัทธินิยมในทางศาสนา และย่อมมีเสรีภาพในการปฏิบัติตามศาสนาธรรม ศาสนบัญญัติ หรือปฏิบัติพิธีกรรมตามความเชื่อถือของตนและบุคคลย่อมได้รับการคุ้มครองมิ ให้รัฐกระทำการใดๆ อันเป็นการรอนสิทธิหรือเสียประโยชน์อันควรมีควรได้ เพราะเหตุที่ถือศาสนา นิกายของศาสนา ลัทธินิยมในทางศาสนา หรือปฏิบัติตามศาสนาธรรม ศาสนบัญญัติ หรือปฏิบัติพิธีกรรมตามความเชื่อถือของตนแตกต่างจากบุคคลอื่น
หลักการที่ว่าด้วยความเสมอภาค
หลักที่ว่าด้วยสิทธิเสรีภาพในการประกอบอาชีพ
นายกรัฐมนตรีในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีซึ่ง เป็นกฎหมายลำดับรองหรืออนุบัญญัติที่ออกโดยฝ่ายบริหารซึ่งมีสถานะเป็นกฎ ตามพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.๒๕๔๒ ประกอบกับรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๒๒๓ ซึ่งบัญญัติให้ศาลปกครองมีอำนาจพิจารณาพิพากษาข้อพิพาทระหว่างหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกับเอกชน หรือระหว่างหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐด้วยกัน อันเนื่องมาจากการใช้อำนาจทางปกครอง นายกรัฐมนตรีจึงควรที่จะต้องถูกตรวจสอบการใช้อำนาจ ทางปกครองในการออกกฎนี้










