WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, August 4, 2012

เปิดเว็บไซต์ water for thai ติดตามสถานการณ์น้ำ

ที่มา Voice TV



รม ว.ไอซีที เปิด WI - FI ฟรี ความเร็ว 2 เมกะบิตต่อวินาที คาดสิ้นเดือนสิงหาคมจะเปิดเพิ่มเป็น 100,000 จุด พร้อมกับเปิดเว็บไซต์ water for thai เกาะติดน้ำ
 
 
นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กล่าวถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้ดูแลประชาชนในยามที่ประสบภัยพิบัติ ด้วยการนำระบบคอมพิวเตอร์มาเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานต่างๆ ของภาครัฐ แล้วส่งมายังศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เพื่อประมวลผล ก่อนส่งข้อมูลกลับไปให้ประชาชนได้รับทราบ และหาทางรับมือกับภัยพิบัติที่เกิดขึ้น หากเครือข่ายการสื่อสารต่างๆ ไม่สามารถใช้ได้  รวมถึงระบบเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำที่รวบรวมข้อมูลปริมาณน้ำในพื้นที่ต่างๆ ก่อนประมวลและแสดงผลให้ประชาชนเข้าใจง่าย ผ่านทางเว็บไซต์ www.waterforthai.go.th 
 
 
ส่วนนโยบายการให้บริการระบบอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงในที่สาธารณะ รัฐบาลได้ดำเนินการทดลองเปิดให้บริการอินเตอร์เน็ตผ่านจุด WI- FI  Hotspot ประมาณ 10,000 จุด โดยล่าสุดได้ร่วมกับรัฐวิสาหกิจและภาคเอกชน จึงได้เปิดให้บริการในพื้นที่สาธารณะทั้ง 77 จังหวัด ความเร็วประมาณ 2 เมกะบิตต่อวินาที ซึ่งเป็นความเร็วที่เหมาะสม ประชาชนสามารถใช้งานได้สะดวก คาดว่าจะเปิดจุดให้บริการได้ประมาณ 100,000 จุดภายในเดือนสิงหาคม  
 
ทั้งนี้ รัฐบาล โดยกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้เดินหน้านโยบาย Smart Thailand 2020 เพื่อให้ประเทศไทยมีโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อ สารครอบคลุมทั่วประเทศ ประชาชนสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมและยุติธรรม ประกอบด้วย SMART NETWORK ที่ตั้งเป้าให้ประชาชนเข้าถึงอินเตอร์เน็ตความเร็งสูงให้มากกว่าร้อยละ 80 ภายในปี 2558,  SMART GOVERNMENT ที่จะเปิดเครือข่ายการให้บริการของภาครัฐช่วยประชาชนประหยัดเวลาและงบประมาณ ในการเข้าถึงบริการ และ SMART BUSINESS ที่นำเอาระบบเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการทำธุรกิจในรูปแบบครบวงจร 
 
 
สำหรับประชาชนที่ต้องการทราบกระบวนการเตือนภัยของชาติ รวมถึงต้องการสัมผัสเทคโนโลยีใหม่ๆ และอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง 4G สามารถเข้าชมได้ภายในงาน Bangkok International ICT Expo 2012 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-6 สิงหาคม 2555 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี
4 สิงหาคม 2555 เวลา 11:32 น.

แม่สาย-ท่าขี้เหล็กฝนตกหนัก !ท่วมเลยจุดวิกฤติเกือบ 2ม.พ่อค้า-แม่ค้าขนของหนีอลหม่าน

ที่มา มติชน


วันที่ 04 สิงหาคม พ.ศ. 2555 เวลา 15:50:15 น.
 ผลกระทบจากฝนตกหนักตลอดคืนที่ผ่านมา (3 ส.ค.)  จ.เชียงราย โดยเฉพาะด้านชายแดนอำเภอแม่สาย เกิดน้ำท่วมฉับพลันย่านการค้าตั้งแต่ตลาดสายลมจนถึงบ้านเกาะทราย ต.แม่สาย และย่านการค้าของพม่า ตลาดท่าล้อ จังหวัดท่าขี้เหล็ก แม่น้ำสายมีปริมาณน้ำขึ้นสูงอย่างรวดเร็วล่าสุดอยู่ที่ 2.48 เมตร เลยจุดวิกฤติมา 1.90 เมตร ผู้ประกอบการค้าร้านค้าทั้งสองฝั่งเร่งขนของหนีน้ำกันอลหม่าน ทั้งนี้กระแสน้ำแม่น้ำสายยังไหลเชี่ยวและมีสีขุ่นแดง  สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงรายได้ออกประกาศเตือนให้ ประชาชนพื้นที่เสี่ยงบริเวณราบลุ่มน้ำและที่ลาดเชิงเขาระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าและดินถล่มจากฝนตกต่อเนื่อง

เพื่อไทย จี้ปชป.เสนอร่างพ.ร.บ.ปรองดองด้วย

ที่มา Voice TV



พรรค เพื่อไทย เรียกร้องให้พรรคประชาธิปัตย์เสนอร่างพ.ร.บ.ปรองดอง และ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้ามายังสภา หลังมีท่าทีเห็นด้วย เพื่อให้สภาได้พิจารณาเเง่มุมที่หลากหลาย
 
 
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กรุงเทพมหานคร และรองโฆษกพรรคเพื่อไทย ได้แถลงถึงผลการหารือกับวิปรัฐบาล โดยยืนยันว่าจะไม่มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเพื่อการปรองดองแห่งชาติใน สัปดาห์นี้อย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังได้เรียกร้องพรรคฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ที่เคยมีนโยบายการปรองดองเมื่อช่วงหาเสียงเลือก ตั้ง ให้แสดงท่าทีให้ชัดเจนว่าต้องการการปรองดองหรือไม่ ทั้งนี้หากพรรคประชาธิปัตย์เห็นแก่การปรองดอง ก็ควรจะเสนอร่างพระราชบัญญัติการปรองดองในแบบของตนเองเข้ามาร่วมด้วย เพื่อให้สภาพิจารณารูปแบบที่หลากหลาย 
 
 
ส่วนในกรณีของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รองโฆษกพรรคได้แถลงว่าได้กำลังทำการศึกษาในข้อกฏหมายอยู่ และจะมีการเปิดเผยภายหลังว่าจะมีการแก้ไขอย่างไรบ้าง โดยแสดงความเห็นว่าล่าสุดจากการที่พรรคประชาธิปัตย์ได้เริ่มที่จะยอมรับหาก จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงเห็นพรรคประชาธิปัตย์ก็ควรจะเสนอร่างการแก้ไขของตนเองออกมาเช่นกัน ว่าอยากให้มีการแก้ไขในประเด็นใดบ้าง
4 สิงหาคม 2555 เวลา 11:44 น

หรือประชาธิปัตย์จะกำจัดขุนตัวเอง

ที่มา Voice TV



รายการ Wake up Thailand  ประจำวันศุกร์ที่ 3 ส.ค. 55

นำเสนอประเด็น
- ปชป.เสนอ 8 เเนวทางแก้ปัญหาภาคใต้
- ปชป.กับมุมมองเรื่องไฟใต้...โทษระบอบทักษิณ
- 'ยุทธศักดิ์' เผยอาจเคอร์ฟิวบางพื้นที่ในภาคใต้
- พันธมิตรฯแถลงถอน พ.ร.บ.ปรองดอง
- โพลเผย ปชช.ให้คะแนนดัชนีการเมือง 'นายกฯ' สูงสุด 6.11
- Human Rights Watch ประณามเมียนมาร์กรณีโรฮิงยา
- อดีตเลขาฯ UN ยุติบทบาทในซีเรีย       
3 สิงหาคม 2555 เวลา 11:54 น.

'อนุดิษฐ์' ย้ำเร่งขยายฟรี WiFi ทั่วประเทศ

ที่มา Voice TV



กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการ สื่อสาร เดินหน้านโยบาย Smart Thailand 2020 ให้ประเทศไทยมีการให้บริการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารครอบคลุมทั่ว ประเทศ
 
 
นาวาอากาศเอกอนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กล่าวในรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชนถึงการจัดงาน Bangkok International  ICT  Expo  2012 ว่า จุดประสงค์หลักของการจัดงานดังกล่าวคือการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล ที่นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำในการให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่ประเทศไทยในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
 
 
ทั้งนี้ รัฐบาล โดยกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้เดินหน้านโยบาย Smart Thailand 2020 เพื่อให้ประเทศไทยมีโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อ สารครอบคลุมทั่วประเทศ ประชาชนสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมและยุติธรรม ประกอบด้วย SMART NETWORK ที่ตั้งเป้าให้ประชาชนเข้าถึงอินเตอร์เน็ตความเร็งสูงให้มากกว่าร้อยละ 80 ภายในปี 2558,  SMART GOVERNMENT ที่จะเปิดเครือข่ายการให้บริการของภาครัฐช่วยประชาชนประหยัดเวลาและงบประมาณ ในการเข้าถึงบริการ และ SMART  BUSINESS ที่นำเอาระบบเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการทำธุรกิจในรูปแบบครบวงจร
 
 
ทั้งนี้ นางสาวยิ่งลักษณ์  ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้งดจัดรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์ พบประชาชน จากกำหนดเดิม และมอบหมายให้ นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ดำเนินรายการแทน โดยเริ่มต้นรายการ ด้วยการนำเทปบันทึกภาพการเปิดงาน เครือข่ายพลังสตรี สำหรับภารกิจของนางสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในวันนี้ (4 ส.ค.) จะเป็นประธานเปิดงานของ องค์การพิทักษ์สิทธิเด็ก ยูนิเซฟ ประเทศไทย ที่โรงแรมคอนราด ในช่วงเช้า

3 สหายสายล่อเท้า ??

ที่มา thaifreenews



สามสหายสายล่อฟ้า ตอนนี้เปลี่ยนเป็น สามสหายสายล่อเท้า??



ข้าไม่ยอม ถ้าจะตายก็ต้องตายยกแก็งค์?
จากนั้นจึงหันมาปรึกษาสมุนวางแผนปล้นสินค้าเสื้อแดง 
เพื่อหว้งข่มขู่ให้อีกฝ่ายหนึ่งกลัว แต่จะเป็นผล
สำเร็จหรือไม่นั้นต้องรอดูผลงานงาน เ
พราะอีกฝ่ายหนึ่งไม่มีอาการรับรู้อะไรๆอีกแล้ว พวกโจรรู้ดีว่า 
ความหายนะกำลังคืบคลานมาหาพวกตนอย่างเชื่องช้า 

ใครต่อใครต่างกระโดดหนีเอาตัวรอด 
โจรเลยหันมาห้อยชายเสื้อสีแดงใว้ก่อน 
ใครจะมองว่าเทียมก็ช่างหัวมัน
นี่แหละความคิดของพวกสมองเน่า 
เนื่องจากกำแพงที่เกาะมาช้านานกำลังจะพังอวสาน 
จึงหาที่เกาะใหม่เหมือน
เห็บของน้องหมา...


http://www.tfn5.info/board/index.php?topic=40924.0

พม่าไม่ยอมส่งลูกน้องคนสนิท "หน่อคำ" ให้จีน

ที่มา ประชาไท

 
ทางการพม่าไม่ยอมส่งมอบลูกน้องคนสนิท "หน่อคำ" ผู้ต้องสงสัยลงมือสังหารลูกจีน 13 ศพ ให้แก่ทางการจีน
มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 ก.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทางการจีนเดินทางไปกรุงเนปิดอว์ สหภาพพม่า เพื่อขอรับตัวนายอ่องเมียด ลูกน้องคนสนิทนายหน่อคำ ซึ่งวางอาวุธให้กับทางการพม่าหลังจากนายหน่อคำถูกจับกุม โดยเมื่อวันที่ 28 ก.ค. เจ้าหน้าที่จีนได้เดินทางจากกรุงเนปิดอว์มายังเมืองเชียงตุง (รัฐฉานภาคตะวันออก) เพื่อทำการสอบสวนนายอ่องเมียด ซึ่งถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำเชียงตุง ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่จีนได้ขอตัวไปสอบสวนและดำเนินคดีในจีน แต่ว่าได้รับคำปฏิเสธจากทางการพม่าโดยอ้างว่า นายอ่องเมียด เป็นผู้ยอมมอบตัวเองไม่ใช่ผู้ถูกจับกุมมาได้

ทั้งนี้ มีรายงานว่า หลังจากเข้ามอบตัวและถูกควบคุมตัว นายอ่องเมียด ได้ปฏิเสธเสียงแข็งตลอดมาว่าไม่ได้มีส่วนรู้เห็น หรือ เกี่ยวข้องกับเหตุสังหารลูกเรือจีนทั้ง 13 ศพ ขณะที่ผู้ใกล้ชิดภรรยาน้อย นายอ่องเมียด เปิดเผยว่า นายอ่องเมียดได้ยอมรับสารภาพเป็นผู้ก่อเหตุลงมือสังหารลูกเรือจีน 13 ศพ เพราะถูกเจ้าหน้าที่ทางการพม่าทำการทารุณสอบสวนอย่างรุนแรง

หลังจากนายหน่อคำ ถูกทางการลาวจับเมื่อวันที่ 25 เม.ย 55 นายอ่องเมียด นำลูกน้องจำนวนหนึ่งพร้อมอาวุธไปมอบตัวให้กับทางการพม่า ในจังหวัดท่าขี้เหล็ก เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 55 หลังจากมอบตัวให้ทางการพม่าเขาได้ถูกควบคุมตัว ส่วนลูกน้องถูกสอบสวนคนละ 2-3 วันก็ได้รับการปล่อยตัวทั้งหมด

นายอ่องเมี่ยด มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เจนหง อายุ 42 ปี เป็นคนบ้านน้ำเขิม อ.เมืองเลน จ.ท่าขี้เหล็ก เป็นอดีตทหารในกองทัพเมืองไตย MTA ภายใต้การนำของขุนส่า หลังขุนส่าวางอาวุธให้กับทางการพม่า นายอ่องเมียด ได้ร่วมจัดตั้งเป็นกองกำลังอาสาสมัครร่วมกับนายหน่อคำ โดยได้รับตำแหน่งเป็นรองของหน่อคำ โดยเคลื่อนไหวในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำจนกระทั่งหน่อคำถูกจับ และเขาได้ยอมวางอาวุธมอบตัวให้ทางการพม่า
ชมภาพ / อ่านข่าวย้อนหลังได้ที่
http://www.khonkhurtai.org/

"คนเครือไท" เป็นศูนย์ข่าวภาคภาษาไทยเครือข่ายสำนักข่าวอิสระไทใหญ่ หรือ สำนักข่าวฉาน (SHAN – Shan Herald Agency for News) มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารจากเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในรัฐฉาน สหภาพพม่า ตลอดจนตามแนวชายแดนไทย ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับองค์กรการเมือง / การทหารกลุ่มใด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ shan_th@cm.ksc.co.th หรือ ติดตามอ่านข่าวสารภาคภาษาอังกฤษได้ที่ www.shanland.org ภาคภาษาไทใหญ่ที่ www.mongloi.org และภาคภาษาไทยที่ www.khonkhurtai.org

ฐานันดร 5+: We the Media

ที่มา uddred

 คมชัดลึก 4 สิงหาคม 2555 >>>






ปี 2004 "We the Media" ที่เขียนโดย "Dan Gillmor" ได้ประกาศเนื้อหาหลัก อันว่าด้วย “สื่อกระแสหลัก” จะสูญเสียอำนาจผูกขาดไปโดยสิ้นเชิง
เหตุผลสำคัญของคำประกาศที่ว่านี้ก็คือ เพราะ “รูปแบบ” การนำเสนอ “ข่าวสาร” สามารถทำได้แบบ "real time" และสามารถส่งตรง ถึง “ผู้บริโภคข่าว” ทั่วโลกได้ในทันทีที่เกิดเหตุการณ์ หรือเกิดข่าวสารหนึ่ง ๆ ขึ้น ณ สถานการณ์ปัจจุบัน
ในห้วงเวลานั้น ไม่มีใครเชื่อ โดยเฉพาะกับ “สื่อกระแสหลัก” ที่ยังเชื่อมั่นในอำนาจของตน ในสถานะของ “ฐานันดร 4” ที่แทบจะกุมชะตากรรมของโลกไว้ในมือของตน
แต่ไม่นานหลังจากนั้น "ปรากฏการณ์" ของการ "สื่อสารสองทาง" ที่ส่งผ่าน "ข้อมูลข่าวสาร" อย่างรวดเร็ว และฉับพลันทันที ก็มีให้เห็นได้อย่างจะแจ้ง
นี่แทบจะเป็นการเปลี่ยนโฉมหน้าอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะหลังจากที่อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างถึงที่สุด ในการเชื่อมโลกทั้งใบให้เป็นหนึ่งเดียวกัน โดยไม่มีข้อจำกัดของระยะทาง ความเร็ว และ ฯลฯ เหมือนที่เคยเป็นมา
และนี่ก็ทำให้ การนำเสนอ “ข้อมูลข่าวสาร” ในยุคสมัยที่เปลี่ยนผ่าน เปลี่ยนโฉมหน้าแทบจะสิ้นเชิง จากการ “สื่อสารทางเดียว” โดย “สื่อกระแสหลัก” ที่ชี้นำทิศทางของสังคมหนึ่ง ๆ ในสถานะ “ฐานันดร 4” ที่ทรงอิทธิพลอย่างยิ่ง ก็ถูกปรับเปลี่ยนมาสู่การนำเสนอ “ข้อมูลข่าวสาร” ในอีกรูปแบบหนึ่ง
นั่นก็คือ รูปแบบของการ “สื่อสารสองทาง” อย่างทรงประสิทธิภาพ บนเครือข่ายสังคม "โซเชียลเน็ตเวิร์ค" โดยเครื่องมือชิ้นสำคัญอย่าง “โซเชียลมีเดีย” กับหลากหลายรูปแบบของเครื่องมือสำคัญในการสื่อสาร
จากเวบไซต์ สู่บล็อก สู่ทวิตเตอร์ สู่เฟซบุ๊ค สู่กูเกิลพลัส สู่ยูทูป และ สู่ ฯลฯ เพื่อเชื่อมโลกอันกว้างใหญ่ใบนี้ ให้ถึงกันได้อย่างรวดเร็ว ในยุคของ “สังคมข้อมูลข่าวสาร” โดยเครือข่าย “อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง” ที่พร้อมจะรองรับในทุกสื่ออย่างทันท่วงที
นี่เป็นอานุภาพของ “เครือข่ายสังคม” หรือ “เครือข่ายโซเชียลเน็ตเวิร์ค” และนี่ก็เป็นอานุภาพของเครื่องมือ “โซเชียลมีเดีย” ในสถานะของ “สื่อใหม่” ที่แทบจะเข้ามาแทนที่ “สื่อเก่า” ที่ทำหน้าที่ “สื่อกระแสหลัก” มาก่อนหน้านั้น และจาก "We the Media" ก็มาสู่ยุคสมัยของ “ทุกคนเป็นนักข่าวได้” แทบจะสิ้นเชิง
ช่วงก่อนหน้านี้ สถานะของ “คนข่าว” แทบจะถูกผูกขาด โดยกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง ที่ประกอบวิชาชีพ “สื่อสารมวลชน”
แน่นอนว่า นี่เป็นผลิตผลของกระบวนการทางสังคม ที่ต้องถูกผลิตซ้ำ โดยการเรียนรู้ ทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ เพื่อสั่งสมประสบการณ์ ความชำนาญ และ ฯลฯ ในการเข้ามาทำหน้าที่อันพิเศษที่ว่านี้ โดยสถานะของ “สื่อสารมวลชน”
ที่ต้องใช้ความชำนาญการพิเศษ ในลักษณะของ “วิชาชีพ” เพื่อทำหน้าที่ “สื่อสาร” ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ไปสู่สังคม ได้อย่างถูกต้องและครบถ้วนที่สุด นี่เป็นปรัชญาพื้นฐาน ของสื่อสารมวลชน ที่ส่งผ่านจากรุ่นสู่รุ่น
ทั้งหมดนี้ ทำให้ “สื่อมวลชน” มีสถานะพิเศษ เป็น “ฐานันดร 4” ซึ่งยิ่งนับวันก็ยิ่งทรงอิทธิพลมากขึ้น โดยเฉพาะในยุคของสังคม “ข้อมูลข่าวสาร”
นี่เพราะ “ข้อมูลข่าวสาร” เป็น “อำนาจ” ชนิดหนึ่ง โดยเฉพาะถ้ามีการผูกขาด “ข้อมูลข่าวสาร” ที่จะไม่ต่างกับการผูกขาด “อำนาจ”
แล้วยิ่งถ้ามีความจงใจนำเสนอ เพียงด้านใดด้านหนึ่งเพียงด้านเดียว โดยปราศจากการตรวจสอบ หรือจงใจละเลยการตรวจสอบ ก็ยิ่งสะท้อนถึงด้านร้ายของอำนาจชนิดนี้
เพราะนี่ไม่ต่างจาก “สื่อกระแสหลัก” ที่ส่งผ่านข้อมูลด้านเดียว โดยนิยามของการ “สื่อสารทางเดียว” ซึ่งอาจไม่ใช่ข้อเท็จจริงทั้งหมดโดยครบถ้วนและรอบด้าน อย่างที่ “สื่อสารมวลชน” พึงกระทำ
แน่นอนว่า บทบาทของ “สื่อมวลชน” ดำเนินไปในวิถีที่ว่านี้ พร้อมกับคำถามที่นับวันก็ยิ่งมีมากขึ้น จากผู้บริโภคข่าวสารในสังคมนั้น ๆ โดยเฉพาะเมื่อ “สื่อกระแสหลัก” นำเสนอ “ข้อมูลข่าวสาร” ในแบบที่ตนต้องการนำเสนอ
ขณะที่ “ผู้บริโภคข่าวสาร” กลับต้องการ “ข้อมูลข่าวสาร” ที่มากกว่า หลากหลายกว่า และรอบด้านกว่าที่ “สื่อกระแสหลัก” นำเสนอ
ที่สำคัญคือ ไม่เฉพาะแค่ผู้บริโภคข่าวสารเท่านั้น ที่ต้องการเช่นนั้น หากแต่ “สื่อสารมวลชน” อีกบางส่วน ก็ต้องการให้การนำเสนอข้อมูลข่าวสาร เป็นไปในลักษณะเช่นว่านั้นเช่นกัน
และนี่ก็นำมาสู่การนำเสนอ “ข้อมูลข่าวสาร” ในรูปแบบของ “สื่อทางเลือก” ที่มีการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร และทัศนะต่าง ๆ อันแตกต่างจากสื่อกระแสหลักโดยสิ้นเชิง
ทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นและเปลี่ยนผ่าน โดยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป จาก “สื่อกระแสหลัก” ที่ยึดกุมกลไกการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร ในลักษณะของการสื่อสารด้านเดียว มาสู่การนำเสนอในรูปแบบ “สื่อทางเลือก”
และจากการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร แบบสื่อทางเลือก ที่มีลักษณะการสื่อสารด้านเดียว ก็พัฒนามาสู่สื่อทางเลือก ที่เปิดให้มีการนำเสนอข้อมูลเพิ่มเติม หักล้าง หรือข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ในลักษณะของการสื่อสารสองทาง ทั้งไปและกลับ
จาก “สื่อกระแสหลัก” มาสู่ “สื่อทางเลือก”
จาก “สื่อทางเลือก” ที่เป็นการสื่อสารด้านเดียว มาสู่ “สื่อทางเลือก” ที่เป็นการสื่อสารสองด้าน
โดยผ่าน “อินเตอร์เน็ต” กลไกสำคัญที่สุด ในการเชื่อมโลกให้ถึงกันอย่างรวดเร็ว
จากเวบไซต์ สู่บล็อก สู่ทวิตเตอร์ สู่เฟซบุ๊ค สู่กูเกิลพลัส สู่ยูทูป และ สู่ ฯลฯ
“ทุกคนเป็นนักข่าวได้” และทุกคนก็สามารถส่งข่าว แจ้งข่าว เล่าข่าว ทั้งในรูปของข้อความ เสียง ภาพ และภาพเคลื่อนไหว เพื่อบอกถึงเหตุการณ์หนึ่ง ๆ ที่เกิดขึ้นในสถานการณ์หนึ่ง ๆ ได้อย่างทันท่วงที
แบบ "real time"
และสามารถส่งตรง ถึง “ผู้บริโภคข่าว” ทั่วโลกได้ในทันที ที่เกิดเหตุการณ์ หรือเกิดข่าวสารหนึ่ง ๆ ขึ้น ณ สถานการณ์ปัจจุบัน จากเวบไซต์ข่าวสาร ที่ไม่ใช่สื่อกระแสหลัก มาสู่บล็อกส่วนตัว
พื้นที่ส่วนตัว ที่ใช้ในการบอกเล่าเรื่องราวอย่างบล็อก ถูกใช้เป็นพื้นที่ในการแจ้งข้อมูลข่าวสาร ในหลายรูปแบบ
“บล็อกเกอร์” ไม่ใช่แค่ “บล็อกเกอร์” แต่ “บล็อกเกอร์” ยังเป็น “นักข่าว” ที่ทำหน้าที่เป็น “นักข่าวพลเมือง” โดยครอบคลุมในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น การเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม ท่องเที่ยว ศาสนา ปรัชญา และ ฯลฯ
“บล็อกเกอร์” ไม่เพียงแค่ทำหน้าที่บันทึกเรื่องราวส่วนตัวที่อยากเล่า พื้นที่บล็อก ไม่ได้เป็นเพียงแค่พื้นที่ส่วนตัว เพื่อใช้สื่อสารเรื่องส่วนตัวต่อสาธารณะเท่านั้น หากแต่พื้นที่บล็อก ยังเป็นเสมือนพื้นที่ “สื่อสารมวลชน” ที่ทำหน้าที่ถ่ายทอดเรื่องราว และตีพิมพ์ข้อมูลข่าวสารในทุก ๆ ด้าน
ทั้งในรูปแบบของข้อความตัวหนังสือ ข้อความเสียง ภาพ และภาพเคลื่อนไหว เพื่อนำเสนอต่อทุก ๆ คน ที่ติดตามข้อมูลข่าวสารในทุก ๆ ด้าน
ก่อนหน้านี้ แทบจะไม่มีใครเชื่อว่า จะเกิดปรากฏการณ์นี้ขึ้นได้ แม้กระทั่งในห้วงเวลาที่ “โอเคเนชั่น” ชุมชนบล็อกถือกำเนิดขึ้นมา
แต่ “โอเคเนชั่น” กับสโลแกน “ทุกคนเป็นนักข่าวได้” ก็พิสูจน์ให้ได้เห็น และแสดงให้สังคมได้รับรู้อย่างเต็มภาคภูมิว่า “ทุกคนเป็นนักข่าวได้” และเป็นได้ในทุก ๆ ด้านอย่างมีประสิทธิภาพ
ไม่ว่าจะเป็นการเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม ท่องเที่ยว ศาสนา ปรัชญา และ ฯลฯ
และไม่เพียงแค่การทำหน้าที่รายงาน ถ่ายทอดสิ่งที่ได้พบ ได้เห็น ออกสู่สาธารณะ
หากแต่ยังรวมถึงการแยกย่อย วิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูล ตลอดจนสืบค้นข้อมูลต่อยอดในด้านลึกในหลาย ๆ ด้าน เพื่อนำเสนอเป็น “ข้อมูลข่าวสาร” ต่อสาธารณะ ภายใต้กลไกของ “อินเตอร์เน็ต” ที่เชื่อมโลกที่กว้างใหญ่ให้ถึงกันได้อย่างรวดเร็ว
จาก “สื่อกระแสหลัก” สู่ “สื่อทางเลือก”
จากสื่อกระดาษ สู่สื่อเสียง สื่อภาพ สื่อภาพเคลื่อนไหว และสื่ออินเตอร์เน็ต
จากเวบไซต์ สู่บล็อก สู่ทวิตเตอร์ สู่เฟซบุ๊ค สู่กูเกิลพลัส สู่ยูทูป และ สู่ ฯลฯ
และจากบางคนเท่านั้น ที่เป็นนักข่าว ก็มาสู่ทุกคนเป็นนักข่าว ได้อย่างสิ้นเชิง...

รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน 4 8 2012

ที่มา speedhorse



ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 04/08/55 ถึงขนาดปีนข้าม... มาต่อกรกัน

ที่มา blablabla

โดย 

 ภาพถ่ายของฉัน



เห็นใส้ พุง กันแล้ว ไม่แคล้ว "ขำ"
ช่างตกต่ำ ปานนั้น โถ..ท่านจ๋า
เห็นกำพืด แล้วย้อนถึง ซึ่งที่มา
แสนระอา ความเสื่อม กระเพื่อมไป....


ปีนข้ามมา ต่อกร สะท้อนวุฒิ
อุตริ แผลงฤทธิ์เดช ทุเรศไหม
มาตรฐาน ยุติธรรม ตอกย้ำไทย
ช่างยิ่งใหญ่ คับบ้าน สะท้านแผ่นดิน....


วิวาทะ สามานย์ พูดผ่านสื่อ
ความเชื่อถือ หรือตอแหล แถทั้งสิ้น
เอาพวกตน มายกหาง หวังตีกิน
คนได้ยิน โคตรขำ ช่างทำไป....


จะฟ้องร้อง เอาความ เชิญตามถนัด
มันกลับมัด พวกเจ้าเล่ห์ พวกเฉไฉ
ภาพดำดิ่ง ยิ่งยับเยิน เกินห้ามใจ
ประชาชน จัดให้ ไม่ต้องรอ....


ร่วมถอดถอน ตลกร้าย ทำลายบ้าน
ล้างอันธพาล ล้างอัปรีย์ ที่เกิดก่อ
อย่าปล่อยให้ พวกริยำ ทำสอพลอ
ล้างเถิดหนอ เลือดชั่วๆ กลัวทำไม?....


๓ บลา / ๔ ส.ค.๕๕