WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, August 6, 2012

หงา-กวีหน้าพระที่นั่งแห่อวย80ปีคนดีอานันท์

ที่มา Thai E-News







หงา คาราวาน 80 ปี อานันท์ ปันยารชุน



เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ป๋อง ต้นกล้า และ นกน้อย ชูเกียรติ ฉายไทสงฆ์ ร้องเพลงคนดี ในงาน80 ปีอานันท์ ปันยารชุน



ไก่ แมลงสาบร้องเพลงในงาน80 ปีอานันท์ ปันยารชุน

ที่มา:เฟซบุ๊คของ ประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ อดีตเลขาธิการสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย

80 ปีอานันท์ ปันยารชุน ที่ร้านอีเมียร์

ร่วมแชร์โดยอดีตนายกสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย ประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์

1 ·  · 

**********
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:


ช็อตเด็ดวันนี้:ลูกคอมฯเก่ากับอำมาตย์ใหม่

ปวดตับกับแอ๊ด-หงา,กวีหน้าพระที่นั่งมาฟังโน้สอุดม

ยุวนปช.นอนรอยื่นหนังสือประท้วงมาร์ึคหน้ารังปชป.

ที่มา Thai E-News



ขับรถสปอร์ตหรูไปยื่นหนังสือประท้วงให้อภิสิทธิ์ ถอนคำพูดถากถางอุดมการณ์คนเสื้อแดงเข้าวันที่สอง

สั้นๆได้ใจความให้นายอภิสิทธิ์ถอนคำพูดที่พาดพิงอุดมการณ์คนเสื้อแดง ลงชื่อ"ซิืม คนเสื้อแดง" นาย ซิม กล่าวว่า คำพูดของนายอภิสิทธิ์ที่สะท้อนถึงการบิดเบือนและไม่เข้าใจเจตนารมณ์ของคน เสื้อแดง อาทิ ข้อความว่า “อยากให้คนเสื้อแดงลองนึกดูให้ดีว่ามีใครพามา” ซึ่งแท้ที่จริง แล้วเสื้อแดงไม่มีใครจ้างหรือว่าพามาทั้งสิ้น 


คืนนี้นอนอดข้าวประท้วงรอนายอภิสิทธิ์ที่หน้าพรรคประชาธิปัตย์


นอนแม่งหน้าพรรค
 ·  · 
Sim Hyatt
ซิมบนเวทีทลายคุกบาสตีล 2012 เมื่อ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา หน้าคุกคลองเปรม(ภาพจากเฟซบุ๊ค: Sim Hyatt)
*************

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 06/08/55 ร้องเพลงปลุกใจกันดีกว่า....

ที่มา blablabla

โดย 

 ภาพถ่ายของฉัน




มีเรื่องราว มากมาย ขยายผล
โหมกระหน่ำ ซ้ำหม่น จนปวดหัว
อันตราย ทุกย่างก้าว โถมเข้าตัว
ล้านแผนชั่ว รอซัด อัดเข้ามา....


ยังมีพวก โสมม จ้องล้มรัฐ
ช่วยกันงัด ช่วยกันแซะ และดาหน้า
แพ้ทั้งปี ยังคิดระยำ ทำมารยา
พวกไร้ค่า มีแต่แค้น แสนเบื่อมัน....


ต้านแก้ รธน. ป่วนสภาฯ น่าสมเพช
โคตรทุเรศ พวกหมาเมิน เกินขบขัน
เผยทาสแท้ เสมือนหนึ่ง ถึงทางตัน
เห่ารายวัน ทำเฉไฉ ไร้ราคา....


สามัคคี คือพลัง หวังให้เกิด
ดูเอาเถิด พวกไหนกัน มันชั่วช้า
เหมือนระเบิด ผูกคอ รอเวลา
ตูม..ขึ้นมา ก็ฉิบหาย ตายทั้งเมือง....


มาร้องเพลง ปลุกใจ ให้มีหวัง
ส่ายยึกยัก เติมพลัง ทั้งแดงเหลือง
ยังมีเรื่อง สารพัด ที่ขัดเคือง
จะรุ่งเรือง หรือถดถอย ใคร่คอยดู....


๓ บลา / ๖ ส.ค.๕๕

"แก้วสรร"ร่วมฟังนัดตรวจพยาน คดีถูก"ทักษิณ"ฟ้องหมิ่นประมาท

ที่มา uddred

 มติชน 6 สิงหาคม 2555 >>>




เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 6 สิงหาคม ศาลอาญา รัชดา   นัดตรวจพยานหลักฐาน ในคดีที่  พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายแก้วสรร อติโพธิ อดีต คตส. เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา , พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต  จากกรณีเมื่อวันที่ 28 เมษายน  2550 จำเลยได้ใส่ความโจทก์ โดยการโฆษณาด้วยการกระจายภาพและเสียงทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ กองทัพบก ช่อง 5 ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายเสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชังจากบุคคลที่ได้ยินและประชาชนทั่วไป    โดยคดีนี้  ศาลชั้นต้น ได้พิพากษายกฟ้องในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง  แต่ ศาลอุทธรณ์ เห็นว่า อุทธรณ์ของโจทก์ ฟังขึ้นบางข้อ จึงพิพากษาแก้ให้ประทับรับฟ้องคดีไว้พิจารณา และนัดตรวจพยานหลักฐาน ในวันนี้

Sunday, August 5, 2012

ในหลวง - ราชินี ห่วงปัญหาไฟใต้

ที่มา Voice TV



รองสมุหราชองครักษ์ บรรยายพิเศษปัญหาความไม่สงบชายแดนใต้  พร้อมระบุ ในหลวง และพระราชินี ทรงห่วงสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่และทรงช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ
 
 
พลเอก ณพล บุญทับ รองสมุหราชองครักษ์  กล่าวบรรยายพิเศษในการประชุมกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรน  หัวข้อ  " ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ "  โดยระบุว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ทรงให้ความสำคัญกับปัญหาดังกล่าวและได้ทรงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด   โดยสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี  ทรงรับสั่งให้ดูแลปัญหาชาวไทยพุทธ ในพื้นที่ และพระสงฆ์ และทรงให้ไปเยี่ยมพระสงฆ์ ให้ครบ  260 วัด ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ 
 
 
นอกจากนี้ ยังทรงพระราชทานทรัพย์ให้ไปซื้อที่ดินต่อจากชาวไทยพุทธ ที่โดนข่มขู่และทรงให้ปลูกพืชในที่ดินพระราชทาน และไม่อยากให้ทิ้งแผ่นดิน
 
 
นอกจากนี้พลเอก  ณพล  ยังกล่าวว่า ปัจจุบันมีจดหมายร้องทุกข์จาก3 จังหวัดชายแดนใต้จำนวนมาก   ส่งมาถึงกองราชเลขาธิการในพระองค์  ซึ่งสมเด็จพระราชินี  ทรงให้เจ้าหน้าที่เข้าไปดูแล และให้การช่วยเหลือ เรื่องการประกอบอาชีพสำหรับประชาชนและจัดหาที่อยู่ให้กับผู้ได้รับผลกระทบ
 
 
พลเอก ณพล กล่าวอีกว่า ผู้ก่อความไม่สงบในภาคใต้  มีแผนปิดล้อมทางศาสนา เศรษฐกิจ การศึกษา และปิดล้อมทางทหาร  และต้องการให้ทหารออกจากพื้นที่ และเปิดให้มีการปกครองกันเอง   และมีการฆ่าชาวไทยพุทธ เพื่อให้ย้ายออกจากพื้นที่  เช่นในอำเภอกรงปินัง อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา เหลือหมู่บ้านไทยพุทธ เพียงหมู่บ้านเดียว   และจากการเก็บข้อมูลมีชาวไทยพุทธถูกฆ่า ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต่ต่อเนื่อง
 
 
ขณะที่วันนี้ ในจังหวัดปัตตานี เกิดเหตุคนร้ายขี่จักรยานยนต์ประกบยิงร้อยตำรวจตรี เกษม ชูเรืองสุข  รองสารวัตรปกครองป้องกัน สถานีตำรวรภูธปะนาเระ   เสียชีวิตขณะขี่รถจักรยานยนต์กลับเข้าบ้านพักในอำเภอสายบุรี  
 
 
จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า คนร้าย 2 คน ที่ขี่รถจักรยานยนต์เช่นกัน และใช้อาวุธสงครามเอ็ม 16 กราดยิงจนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ  ซึ่งคาดว่าเป็นการกระทำของกลุ่มแนวร่วมในพื้นที่  เพื่อสร้างสถานการณ์ลอบทำร้ายเจ้าหน้าที่ 
4 สิงหาคม 2555 เวลา 22:02 น.

'สตีฟ จ๊อบส์' ไม่ค้านแอปเปิลผลิต 'ไอแพดมินิ'

ที่มา Voice TV



ผู้บริหารแอปเปิลเผย สตีฟ จ๊อบส์ ไม่คัดค้านแผนสร้างแท็บเล็ตขนาดเล็ก ส่งผลให้หลายฝ่ายคาดว่า แอปเปิลอาจเปิดตัวไอแพดมินิ เพื่อตีตลาดแท็บเล็ตราคาถูกกว่าอย่างกูเกิล และอเมซอน ในไม่ช้า
 
 
ข้อมูลดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ระหว่างการ ไต่สวนคดีความ ที่มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ของสหรัฐฯ   ซึ่งบริษัทแอปเปิล ของสหรัฐฯ ได้ยื่นฟ้องบริษัทซัมซุง ของเกาหลีใต้ ในข้อหาละเมิดสิทธิบัตรหลายรายการ 
 
 
โดยนายเอ็ดดี คิว รองประธานอาวุโสด้านการบริการ และซอฟต์แวร์อินเทอร์เน็ตของแอปเปิล เปิดเผยในอีเมล์ถึงบรรดาผู้บริหารของแอปเปิลว่า เขาเคยเสนอโครงการผลิตไอแพดมินิที่มีหน้าจอขนาด 7 นิ้วหลายครั้ง ให้สตีฟ จ๊อบส์ ซึ่งเขามีท่าทีตอบรับที่ดีในการติดต่อกันครั้งสุดท้าย  ก่อนที่จ๊อบส์จะเสียชีวิต
 
 
ข้อมูลดังกล่าวขัดแย้ง  กับความเชื่อของนักวิเคราะห์หลายคนที่มองว่า จ๊อบส์ไม่ต้องการให้ไอแพดมีขนาดเล็กกว่า 10 นิ้ว  ซึ่งเป็นขนาดหน้าจอที่วางขายอยู่ตามท้องตลาดในปัจจุบัน  ขณะเดียวกัน การเปิดเผยข้อมูลล่าสุด ยังทำให้มีการคาดการณ์กันว่า แอปเปิลอาจมีแผนผลิตไอแพดมินิ ออกวางขายในท้องตลาดเร็วๆนี้ หลังจากคู่แข่งอย่างกูเกิล และอเมซอน ได้เปิดตัวแท็บเล็ตขนาดเล็กที่มีราคาถูกกว่าไอแพด และกำลังเข้ามาแย่งส่วนแบ่งการตลาดจากไอแพด ซึ่งครองอันดับหนึ่งในตลาดแท็บเล็ตอยู่ในปัจจุบัน
 
 
ทั้งนี้ จ๊อบส์ ซึ่งเสียชีวิตลงเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ถือเป็นผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทแอปเปิล ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในนักออกแบบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก 
 
 
ขณะที่การไต่สวนคดีความล่าสุดระหว่างแอ ปเปิล และซัมซุง ทำให้แผนการออกแบบและแผนการตลาดแอปเปิล ซึ่งถือเป็นความลับสุดยอดมาตลอด ถูกเผยแพร่มากขึ้น  โดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนาไอโฟน  สมาร์ทโฟน ที่เป็นนวัตกรรมปฏิวัติอุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่ของโลก  เนื่องจากแอปเปิล ต้องบอกเล่าประวัติความเป็นมาของผลิตภัณฑ์ของตน เพื่อทำให้ศาลเชื่อว่า ผลิตภัณฑ์ของซัมซุง ได้รับอิทธิพลมาจากไอโฟน และไอแพดของแอปเปิล ตามข้อกล่าวหาจริง
4 สิงหาคม 2555 เวลา 17:19 น.

“ทองลอก”

ที่มา Voice TV

 


ประทีป คงสิบ

VoiceTV Staff

Bio

ผู้อำนวยการฝ่ายเนื้อหาและรายการ VoiceTV


ปรากฎการณ์ “ทองลอก”

เมื่อสมัยเริ่มต้นทำงานใหม่ๆ  เพื่อนหนุ่มสาวรุ่นเดียวกับผม  ส่วนใหญ่รายได้ยังไม่มากนัก  หากไม่ใช้จ่ายฟุ้งเฟ้อ   ชีวิตก็ดำรงอยู่ได้  แต่จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม   บางคนก็อยาก“โชว์”ว่า  มี”ฐานะ”       เครื่องบ่งบอกฐานะประการหนึ่ง  ของคนหนุ่มสาวในยุคเดียวกับผม   ก็คือ การสวมใส่สร้อยคอ /เลสข้อมือ / หรือแหวนที่ทำด้วยทองคำ

บางคนพยามเก็บหอมรอมริบอยู่นานกว่าจะได้เลสทอง(แท้)สักเส้น    แต่บางคนก็ใช้วิธีรวยลัด   ด้วยการใส่สร้อย หรือเลสที่เป็นทองชุบ   งานทองชุบดีๆนี่ดูแทบไม่ออกเลยนะครับ   แค่นี้ก็ทำให้ผู้สวมใส่ดูดีมีฐานะในสายตาคนภายนอก  เป็นที่ชื่นชมและอยากคบค้าสมาคม(สำหรับคนที่ชอบคบคนโดยดูฐานะ)

แต่เมื่อไม่ใช่ทองแท้  เป็นแค่ “ทองชุบ”  ต่อให้ใช้กรรมวิธีดีแค่ไหน  ในที่สุดทองมันก็ลอกเข้าสักวัน      ใครที่อยากรวยแบบหลอกๆ  ก็เอากลับไปให้ช่างชุบใหม่

ที่ผมคิดถึงเรื่อง “ทองชุบ”  / “ทองลอก”  เพราะเผอิญช่วงนี้เห็นข่าว     กรณีคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  ถูกกล่าวหาว่า “หนีทหาร” และใช้เอกสารที่มีพิรุธเพื่อสมัครเข้าเป็นอาจารย์ร.ร.นายร้อยจปร.    กลับมาเป็นข่าวโด่งดังอีกครั้ง

ตอนที่มีการเปิดประเด็นข่าวนี้ครั้งแรกๆเมื่อปี ๒๕๔๒   และอีกหลายปีต่อมาเมื่อคุณจตุพร พรหมพันธุ์  นำมาโจมตีคุณอภิสิทธิ์(และถูกฟ้องร้องเป็นคดีความอยู่ในศาลขณะนี้)  ผมเองยังมองว่าเป็นประเด็นที่ “ไม่เข้าท่า”นัก

เพราะจากประวัติชีวิตของคุณอภิสิทธิ์  ผู้ที่สังคมวาดหวังว่า นี่คือ “นักการเมืองในฝัน”(การศึกษาดี/บุคคลิกภาพดี/ชาติตระกูลดี/วาทศิลป์ดี/หน้า ตาดี)      ใครๆก็รู้ว่า  เคยรับราชการเป็นอาจารย์ร.ร.นายร้อยจปร.  มียศร.ต.อีกต่างหาก  แล้วจะมามีปัญหา “หนีทหาร”ได้อย่างไร


abhisit-military


สารภาพผิดเลยว่า   ช่วงนั้นในฐานะบรรณาธิการข่าว  ผมยังบอกกับนักข่าวในสังกัดว่า   อย่าเล่นเรื่องนี้เลย  เพราะนอกจากรู้ว่าคุณอภิสิทธิ์เคยรับราชการทหารแล้ว   ยังมั่นใจกับ“ภาพลักษณ์”ส่วนตัวของคุณอภิสิทธิ์ที่ปรากฎ   ว่าคนๆนี้ เป็น “นักการเมืองน้ำดี”ที่ต้องช่วยกันส่งเสริม

จนเกิดเหตุเมษา-พฤษภา ๕๓  พร้อมความตาย ๙๘ ศพนี่แหละครับ   ที่ทำให้ความเชื่อของผมสั่นคลอนและพังทลาย   “ทองชุบ”   ที่ผมเคยเชื่อว่าเป็น “ทองแท้”   เริ่มลอกร่อน

และเมื่อเรื่องเก่าหลายปีมาแล้ว  ถูกนำมารื้อฟื้น   ผมกลับไปตรวจสอบ อ่านและฟังการลำดับหลักฐานข้อมูล  ของฝั่งผู้กล่าวหา และผู้ถูกกล่าวหา   เพื่อทำความเข้าใจกับเรื่องนี้   คำว่า “ทองลอก”  ก็ผุดขึ้นมาในมโนสำนึก

โธ่ ! ไม่ต้องไปไกลถึงขั้นว่าใช้เอกสารปลอมหรือไม่หรอกครับ    เอาแค่ว่ารับราชการหนึ่งปี   แต่ลากิจถึง ๒๐๐ กว่าวัน  แถมตอนที่เริ่มใช้สิทธิ์ลา  ก็เพิ่งบรรจุได้ไม่กี่วันอีก   ถามว่าถ้าเป็นสามัญชนทั่วไป  มีใครทำได้ และมีองค์กรไหนที่อนุญาตให้ทำได้บ้าง(ถึงบางอ้อเลย ว่า ทำไมถึงชื่อ “อภิสิทธิ์”)

และถ้าย้อนไปก่อนหน้านี้  ปรากฎการณ์ “ทองลอก”  ที่ผมคิดว่าสั่นสะเทือนความรู้สึกสังคมไทย  ในระดับหลายริกเตอร์  ยังมีอีก ๒ กรณี

กรณีแรกคือ  ผลสอบการถือครองที่ดินเขายายเที่ยง  จังหวัดนครราชสีมา   ของพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์  อดีตนายกรัฐมนตรี และองคมนตรีในปัจจุบัน   ซึ่งในที่สุดมีข้อสรุปว่า   เป็นการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ(แต่พล.อ.สุรยุทธ์ กลับไม่มีความผิดใดๆ?)


khaoyaitieng


 “ภาพลักษณ์”ของพล.อ.สุรยุทธ์   ก่อนจะเกิดกรณีรุกเขายายเที่ยง   ก็เหมือนๆกับคุณอภิสิทธิ์นั่นแหละครับ  คือ  มีภาพของความเป็นคนดี มีคุณธรรมและจริยธรรมสูงส่ง  แต่ที่เหนือกว่าคุณอภิสิทธิ์ และย้อนแย้งกับข้อหารุกป่าอย่างมาก  ก็ คือ พล.อ.สุรยุทธ์  มีภาพของความเป็นนักอนุรักษ์ธรรมชาติ   ซึ่งเป็นที่รู้กันทั่วไป   เพราะเคยเป็นประธานมูลนิธิอนุรักษ์ป่าเขาใหญ่   

ทั้งสองคนนี้(คุณอภิสิทธิ์และพล.อ.สุรยุทธ์)  ช่างบังเอิญเหมือนกันอีกอย่าง  คือ  ต่างถูกรับประกันในคุณสมบัติที่เพียบพร้อมของความเป็น “คนดี”  จากพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์  ประธานองคมนตรี   ผู้ซึ่งมักเดินสายเรียกร้องให้คนไทยและสังคมไทย   ประพฤติตัวเป็นคนดีมีคุณธรรม  เพื่อตอบแทนคุณแผ่นดิน  อยู่เนืองๆ

กล่าวสำหรับพล.อ.สุรยุทธ์   เมื่อครั้งก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี  หลังการรัฐประหาร ๑๙ ก.ย. ๒๕๔๙  พล.อ.เปรม  เคยกล่าวชมในทำนองว่า  เป็นคนที่เสียสละเพื่อบ้านเมือง เหมือนวินสตัน เชอร์ชิล อดีตนายกรัฐมนตรีผู้ยิ่งใหญ่ของอังกฤษ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง(๑๕ พ.ย. ๒๕๔๙)

ขณะที่คุณอภิสิทธิ์  ก็ไม่น้อยหน้า   เพราะพล.อ.เปรม   ก็เคยกล่าวชมเมื่อขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีใหม่ๆเหมือนกันว่า “คนไทยโชคดีที่ได้คุณอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี”(๒๘ ธ.ค. ๒๕๕๑)

แต่คนไทยและประเทศไทยโชคดีที่เคยมีคุณอภิสิทธิ์ และพล.อ.สุรยุทธ์   เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่  วันนี้หลายคนคงได้คำตอบกันแล้ว

ปรากฎการณ์ “ทองลอก”อีกกรณี    ที่วันนี้หลายคนอาจจะลืมเลือนชื่อนี้ไปบ้างแล้ว  คือ กรณีคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา  อดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน    ที่โดนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.) ชี้มูลความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗  กรณีจัดสัมมนาโครงการ “สตง.ในความคิดเห็นของสมาชิกวุฒิสภา” เป็นเท็จ   โดยข้อเท็จจริงปรากฎว่าเป็นการเบิกงบเพื่อจัดงานถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน(๖ ก.ย. ๒๕๕๔)


jaruwan330


ก่อนหน้าเกิดการรัฐประหาร ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙  ถ้ายังจำกันได้  ชื่อคุณหญิงจารุวรรณ  หอมฟุ้งอย่างมากในฐานะ“คนดีของแผ่นดิน”   ซื่อสัตย์สุจริต/มีคุณธรรมจริยธรรมสูงส่ง  เป็นแบบอย่างของข้าราชการในอุดมคติ    จึงไม่แปลกที่หลังการรัฐประหาร   คุณหญิงจารุวรรณ  จึงยิ่งมีบทบาทโดดเด่นขึ้นไปอีก   เพราะถูกมอบดาบอาญาสิทธิ์ ในนามคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐหรือ คตส.(ร่วมกับ “คนดี”อื่นๆ)  ให้เล่นงานนักการเมืองในรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร  ที่ถูกโค่นล้ม  ด้วยข้อหาหนึ่งคือ การทุจริตคอรัปชั่น

เพียงสัปดาห์แรกหลังรัฐประหาร  คุณหญิงจารุวรรณ  ให้สัมภาษณ์สื่ออย่างมั่นใจว่า  จะดำเนินคดีกับนักการเมืองเหล่านี้ได้ในเวลาอันรวดเร็ว   โดยเฉพาะกรณีการจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิดซีทีเอ็กซ์  หลักฐานพร้อมสุด  เอาผิดได้แน่นอนเป็นกรณีแรก(๒๑ ก.ย. ๒๕๔๙)

แต่จนถึงวันนี้  อย่างที่รู้กัน  คดีซีทีเอ็กซ์เงียบหายไปแล้ว   หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  ที่เป็นผู้เปิดประเด็นทุจริตจัดซื้อเครื่องซีทีเอ็กซ์  ยังต้องลงขอโทษ “เสียเช” นายวรพจน์ ยศะทัตต์   ผู้ขายเครื่องซีทีเอ็กซ์   โดยยอมรับว่าเข้าใจผิด และวิเคราะห์ข่าวคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง(๒๒ ก.ย. ๒๕๕๑)

เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับคุณอภิสิทธิ์ / พล.อ.สุรยุทธ์ และคุณหญิงจารุวรรณ     “คนดี”ของสังคมไทย?  ที่ผมไล่เรียงมา  จึงถือเป็นปรากฎการณ์ที่สั่นสะเทือน สถาบัน”คนดี” อย่างมาก

น่าจะอนุมานได้กับปรากฎการณ์“ทองลอก”.  


ประทีป คงสิบ
๒๕ ก.ค. ๕๕

25 กรกฎาคม 2555 เวลา 17:30 น.

ดับเครื่องชน กับจิรายุVSการุณ ตอนแรก 4ส ค 55

ที่มา speedhorse



Saturday, August 4, 2012

พท. ยัน​ไม่นำร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง ​เข้าสภาฯ 8 ส.ค. ​แนะ ปชป.​ เสนอร่างมา​เทียบกัน

ที่มา uddred



สำนักข่าวอิน​โฟ​เควสท์ 4 สิงหาคม 2555 >>>


นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รอง​โฆษกพรรค​เพื่อ​ไทย (พท.) ยืนยันว่า ​ใน​การประชุมสภา​ผู้​แทนราษฎรวันที่ 8 ส.ค. นี้ จะ​ไม่มี​การบรรจุวาระ​การพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วย​การปรองดอง​แห่งชาติ อย่าง​แน่นอน พร้อมกันนี้​ได้​เสนอ​ให้พรรคประชาธิปัตย์ ​เสนอร่าง พ.ร.บ.ปรองดองฯ ​ใน​แบบฉบับของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)​ เข้าสู่​การพิจารณาของสภาฯ ด้วย ​เพื่อนำมา​เปรียบ​เทียบกัน
รอง​โฆษก พรรค​เพื่อ​ไทย กล่าวว่า สำหรับ​การประชุมคณะกรรม​การประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ​ในวันที่ 6 ส.ค. นี้ จะมี​การหารือ​ถึง​แนวทาง​การ​แก้​ไขรัฐธรรมนูญว่าจะ​เป็น​ไป​ในทิศทาง​ใด นอกจากนั้นวันที่ 7 ส.ค. จะมี​การประชุมคณะ​ทำงานของพรรคร่วมรัฐบาล​ทั้ง 11 คน ​ซึ่งคาดว่าจะ​ได้​แนวทางข้อสรุป​เบื้องต้น​ใน​การ​แก้​ไขรัฐธรรมนูญ

ช็อตเด็ดวันนี้:นักศึกษายุวชนนปช.ซิ่งสปอร์ตหรูบุกรังปชป. ประท้วงจี้มาร์คถอนคำพูดใส่ร้ายเสื้อแดง

ที่มา Thai E-News



นักศึกษาที่อ้างตัวว่าเป็น "ยุวนปช." ขับรถสปอร์ตหรูแบบเปิดประทุนบุกพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ถอนคำพูดจากการพูดถึงอุดมการณ์ของกลุ่มคนเสื้อแดง ในวันที่นายอภิสิทธิ์สวมเสื้อแดงขึ้นเวที่ผ่าความจริง พร้อมกับทวงคืนสีแดงให้คนไทย ไม่ให้กลุ่มไหนผูกขาดสีแดง(ที่มา:เพจ สายตรงภาคสนาม)


“เด็กแดง” ขับรถปอร์ตสีขาวเปิดประทุน บุก “ที่ทำการปชป.” จี้ “มาร์ค” ถอนคำพูดบิดเบือนอุดมการณ์ นปช. #nsn
ภาพ-ข่าว : พิมพ์นารา ประดับวิทย์…สำนักข่าวเนชั่น twitter@ pimnara_nna
3 ·  · 


33 ·  · 







เด็กแดงขับรถสปอร์ตสีขาวเปิดประทุนบุกที่ทำการปชป.


ที่ พรรคประชาธิปัตย์ วันที่ 4 ส.ค.2555 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 14.30 น. มีชาย 1 หญิง 2 รวม 3 คน อ้างตัวเป็นนักศึกษา "ยุว นปช." ได้ขับรถสปอร์ตหรูแบบเปิดประทุนสีขาว มาจอดหน้าที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ถอนคำพูดจากการพูดถึงอุดมการณ์ของกลุ่มคนเสื้อแดง ในวันที่นายอภิสิทธิ์สวมเสื้อแดงขึ้นเวทีผ่าความจริง โดยศึกษาทั้งสามคนไม่ยอมเปิดเผยชื่อจริง โดยคนหนึ่งบอกแต่เพียงว่าชื่อ "ซิม" พร้อมกับระบุว่า แม้ว่ากลุ่มตนจะรับได้ที่นายอภิสิทธิ์สวมเสื้อแดงในการขึ้นเวทีผ่าความจริง ที่สนามไทย-ญี่ปุ่น ดินแดงในวันนั้น แต่ก็ไม่ควรพูดบิดเบือนอุดมการณ์ของคนเสื้อแดง จึงมาเรียกร้องในนายอภิสิทธิ์แสดงความรับผิดชอบ และขอให้ถอนคำพูดในเรื่องดังกล่าว โดยยืนยันจะปักหลักรอนายอภิสิทธิ์เพียงคนเดียว 


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ 1 ใน "ยุว นปช." บอกกับว่าผู้สื่อข่าวว่าได้ประสานนายแทนคุณ จิตอิสระ เพื่อเข้ายื่นหนังสือ แต่เมื่อผู้สื่อข่าวโทรศัพท์ไปสอบถามแทนคุณ ก็ได้รับคำตอบว่า มีคนโทร.ไปประสานให้มารับหนังสือ ซึ่งตนเองก็ตอบกลับไปว่าเป็นวันหยุดและพรรคหยุดทำการ จะมาก็มาถ้ามีเจ้าหน้าที่อยู่ก็ยื่นกับเจ้าหน้าที่ได้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสน.บางซื่อ ซึ่งเป็นเจ้าของท้องที่รีบรุดมาดูแลความสงบเรียบร้อยภายใน 5 นาที ทั้งนายตำรวจระดับสารวัตร สายตรวจ และสายสืบนอกเครื่องแบบ รวม 9 นาย (ที่มา:สำนักข่าวเนชั่น)

“ยุว นปช.” ขับรถสปอร์ตบุก ปชป. จี้มาร์คถอนคำพูด

ที่มา ประชาไท

 

 
“ยุว นปช.” ขับรถสปอร์ตเปิดประทุน บุก ปชป.จี้ “มาร์ค” ถอนคำพูดบิดเบือนอุดมการณ์คนเสื้อแดง หลังใส่เสื้อแดงขึ้นเวทีผ่าความจริง
4 ส.ค. 55 - เว็บไซต์เดลินิวส์รายงาน ว่าเมื่อเวลาประมาณ 14.30 น. มีนักศึกษา 3 คน ผู้ชายแต่งชุดนักศึกษา 1 คน หญิงใส่เสื้อสีแดง 2 คน โดยอ้างตัวว่าเป็น "ยุว นปช." ได้ขับรถสปอร์ตหรูแบบเปิดประทุนสีขาวมายังที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ถอนคำพูดจากการพูดถึงอุดมการณ์ของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จ การแห่งชาติ  (นปช.) หรือคนเสื้อแดง ในวันที่นายอภิสิทธิ์สวมเสื้อแดงขึ้นเวทีผ่าความจริง หยุดล้มรัฐธรรมนูญ - ออกกฎหมายล้างผิดคนโกง ที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง เมื่อปลายเดือนที่่ผ่านมา  นักศึกษาทั้งสามคนไม่ยอมเปิดเผยชื่อจริง โดยผู้ชายบอกเพียงว่าชื่อ “ซิม” พร้อมกับระบุว่า แม้ว่ากลุ่มตนจะรับได้ที่นายอภิสิทธิ์สวมเสื้อแดงในการขึ้นเวทีผ่าความจริง ในวันนั้น แต่ก็ไม่ควรพูดบิดเบือนอุดมการณ์ของคนเสื้อแดง จึงมาเรียกร้องในนายอภิสิทธิ์แสดงความรับผิดชอบขอให้ถอนคำพูดในเรื่องดัง กล่าวด้วย ทั้งนี้ ได้มีตำรวจจาก สน.บางซื่อเข้ามาดูแลความเรียบร้อยด้วย.

เปิดเว็บไซต์ water for thai ติดตามสถานการณ์น้ำ

ที่มา Voice TV



รม ว.ไอซีที เปิด WI - FI ฟรี ความเร็ว 2 เมกะบิตต่อวินาที คาดสิ้นเดือนสิงหาคมจะเปิดเพิ่มเป็น 100,000 จุด พร้อมกับเปิดเว็บไซต์ water for thai เกาะติดน้ำ
 
 
นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กล่าวถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้ดูแลประชาชนในยามที่ประสบภัยพิบัติ ด้วยการนำระบบคอมพิวเตอร์มาเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานต่างๆ ของภาครัฐ แล้วส่งมายังศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เพื่อประมวลผล ก่อนส่งข้อมูลกลับไปให้ประชาชนได้รับทราบ และหาทางรับมือกับภัยพิบัติที่เกิดขึ้น หากเครือข่ายการสื่อสารต่างๆ ไม่สามารถใช้ได้  รวมถึงระบบเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำที่รวบรวมข้อมูลปริมาณน้ำในพื้นที่ต่างๆ ก่อนประมวลและแสดงผลให้ประชาชนเข้าใจง่าย ผ่านทางเว็บไซต์ www.waterforthai.go.th 
 
 
ส่วนนโยบายการให้บริการระบบอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงในที่สาธารณะ รัฐบาลได้ดำเนินการทดลองเปิดให้บริการอินเตอร์เน็ตผ่านจุด WI- FI  Hotspot ประมาณ 10,000 จุด โดยล่าสุดได้ร่วมกับรัฐวิสาหกิจและภาคเอกชน จึงได้เปิดให้บริการในพื้นที่สาธารณะทั้ง 77 จังหวัด ความเร็วประมาณ 2 เมกะบิตต่อวินาที ซึ่งเป็นความเร็วที่เหมาะสม ประชาชนสามารถใช้งานได้สะดวก คาดว่าจะเปิดจุดให้บริการได้ประมาณ 100,000 จุดภายในเดือนสิงหาคม  
 
ทั้งนี้ รัฐบาล โดยกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้เดินหน้านโยบาย Smart Thailand 2020 เพื่อให้ประเทศไทยมีโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อ สารครอบคลุมทั่วประเทศ ประชาชนสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมและยุติธรรม ประกอบด้วย SMART NETWORK ที่ตั้งเป้าให้ประชาชนเข้าถึงอินเตอร์เน็ตความเร็งสูงให้มากกว่าร้อยละ 80 ภายในปี 2558,  SMART GOVERNMENT ที่จะเปิดเครือข่ายการให้บริการของภาครัฐช่วยประชาชนประหยัดเวลาและงบประมาณ ในการเข้าถึงบริการ และ SMART BUSINESS ที่นำเอาระบบเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการทำธุรกิจในรูปแบบครบวงจร 
 
 
สำหรับประชาชนที่ต้องการทราบกระบวนการเตือนภัยของชาติ รวมถึงต้องการสัมผัสเทคโนโลยีใหม่ๆ และอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง 4G สามารถเข้าชมได้ภายในงาน Bangkok International ICT Expo 2012 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-6 สิงหาคม 2555 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี
4 สิงหาคม 2555 เวลา 11:32 น.

แม่สาย-ท่าขี้เหล็กฝนตกหนัก !ท่วมเลยจุดวิกฤติเกือบ 2ม.พ่อค้า-แม่ค้าขนของหนีอลหม่าน

ที่มา มติชน


วันที่ 04 สิงหาคม พ.ศ. 2555 เวลา 15:50:15 น.
 ผลกระทบจากฝนตกหนักตลอดคืนที่ผ่านมา (3 ส.ค.)  จ.เชียงราย โดยเฉพาะด้านชายแดนอำเภอแม่สาย เกิดน้ำท่วมฉับพลันย่านการค้าตั้งแต่ตลาดสายลมจนถึงบ้านเกาะทราย ต.แม่สาย และย่านการค้าของพม่า ตลาดท่าล้อ จังหวัดท่าขี้เหล็ก แม่น้ำสายมีปริมาณน้ำขึ้นสูงอย่างรวดเร็วล่าสุดอยู่ที่ 2.48 เมตร เลยจุดวิกฤติมา 1.90 เมตร ผู้ประกอบการค้าร้านค้าทั้งสองฝั่งเร่งขนของหนีน้ำกันอลหม่าน ทั้งนี้กระแสน้ำแม่น้ำสายยังไหลเชี่ยวและมีสีขุ่นแดง  สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงรายได้ออกประกาศเตือนให้ ประชาชนพื้นที่เสี่ยงบริเวณราบลุ่มน้ำและที่ลาดเชิงเขาระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าและดินถล่มจากฝนตกต่อเนื่อง

เพื่อไทย จี้ปชป.เสนอร่างพ.ร.บ.ปรองดองด้วย

ที่มา Voice TV



พรรค เพื่อไทย เรียกร้องให้พรรคประชาธิปัตย์เสนอร่างพ.ร.บ.ปรองดอง และ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้ามายังสภา หลังมีท่าทีเห็นด้วย เพื่อให้สภาได้พิจารณาเเง่มุมที่หลากหลาย
 
 
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กรุงเทพมหานคร และรองโฆษกพรรคเพื่อไทย ได้แถลงถึงผลการหารือกับวิปรัฐบาล โดยยืนยันว่าจะไม่มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเพื่อการปรองดองแห่งชาติใน สัปดาห์นี้อย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังได้เรียกร้องพรรคฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ที่เคยมีนโยบายการปรองดองเมื่อช่วงหาเสียงเลือก ตั้ง ให้แสดงท่าทีให้ชัดเจนว่าต้องการการปรองดองหรือไม่ ทั้งนี้หากพรรคประชาธิปัตย์เห็นแก่การปรองดอง ก็ควรจะเสนอร่างพระราชบัญญัติการปรองดองในแบบของตนเองเข้ามาร่วมด้วย เพื่อให้สภาพิจารณารูปแบบที่หลากหลาย 
 
 
ส่วนในกรณีของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รองโฆษกพรรคได้แถลงว่าได้กำลังทำการศึกษาในข้อกฏหมายอยู่ และจะมีการเปิดเผยภายหลังว่าจะมีการแก้ไขอย่างไรบ้าง โดยแสดงความเห็นว่าล่าสุดจากการที่พรรคประชาธิปัตย์ได้เริ่มที่จะยอมรับหาก จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงเห็นพรรคประชาธิปัตย์ก็ควรจะเสนอร่างการแก้ไขของตนเองออกมาเช่นกัน ว่าอยากให้มีการแก้ไขในประเด็นใดบ้าง
4 สิงหาคม 2555 เวลา 11:44 น

หรือประชาธิปัตย์จะกำจัดขุนตัวเอง

ที่มา Voice TV



รายการ Wake up Thailand  ประจำวันศุกร์ที่ 3 ส.ค. 55

นำเสนอประเด็น
- ปชป.เสนอ 8 เเนวทางแก้ปัญหาภาคใต้
- ปชป.กับมุมมองเรื่องไฟใต้...โทษระบอบทักษิณ
- 'ยุทธศักดิ์' เผยอาจเคอร์ฟิวบางพื้นที่ในภาคใต้
- พันธมิตรฯแถลงถอน พ.ร.บ.ปรองดอง
- โพลเผย ปชช.ให้คะแนนดัชนีการเมือง 'นายกฯ' สูงสุด 6.11
- Human Rights Watch ประณามเมียนมาร์กรณีโรฮิงยา
- อดีตเลขาฯ UN ยุติบทบาทในซีเรีย       
3 สิงหาคม 2555 เวลา 11:54 น.

'อนุดิษฐ์' ย้ำเร่งขยายฟรี WiFi ทั่วประเทศ

ที่มา Voice TV



กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการ สื่อสาร เดินหน้านโยบาย Smart Thailand 2020 ให้ประเทศไทยมีการให้บริการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารครอบคลุมทั่ว ประเทศ
 
 
นาวาอากาศเอกอนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กล่าวในรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชนถึงการจัดงาน Bangkok International  ICT  Expo  2012 ว่า จุดประสงค์หลักของการจัดงานดังกล่าวคือการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล ที่นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำในการให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่ประเทศไทยในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
 
 
ทั้งนี้ รัฐบาล โดยกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้เดินหน้านโยบาย Smart Thailand 2020 เพื่อให้ประเทศไทยมีโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อ สารครอบคลุมทั่วประเทศ ประชาชนสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมและยุติธรรม ประกอบด้วย SMART NETWORK ที่ตั้งเป้าให้ประชาชนเข้าถึงอินเตอร์เน็ตความเร็งสูงให้มากกว่าร้อยละ 80 ภายในปี 2558,  SMART GOVERNMENT ที่จะเปิดเครือข่ายการให้บริการของภาครัฐช่วยประชาชนประหยัดเวลาและงบประมาณ ในการเข้าถึงบริการ และ SMART  BUSINESS ที่นำเอาระบบเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการทำธุรกิจในรูปแบบครบวงจร
 
 
ทั้งนี้ นางสาวยิ่งลักษณ์  ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้งดจัดรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์ พบประชาชน จากกำหนดเดิม และมอบหมายให้ นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ดำเนินรายการแทน โดยเริ่มต้นรายการ ด้วยการนำเทปบันทึกภาพการเปิดงาน เครือข่ายพลังสตรี สำหรับภารกิจของนางสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในวันนี้ (4 ส.ค.) จะเป็นประธานเปิดงานของ องค์การพิทักษ์สิทธิเด็ก ยูนิเซฟ ประเทศไทย ที่โรงแรมคอนราด ในช่วงเช้า

3 สหายสายล่อเท้า ??

ที่มา thaifreenews



สามสหายสายล่อฟ้า ตอนนี้เปลี่ยนเป็น สามสหายสายล่อเท้า??



ข้าไม่ยอม ถ้าจะตายก็ต้องตายยกแก็งค์?
จากนั้นจึงหันมาปรึกษาสมุนวางแผนปล้นสินค้าเสื้อแดง 
เพื่อหว้งข่มขู่ให้อีกฝ่ายหนึ่งกลัว แต่จะเป็นผล
สำเร็จหรือไม่นั้นต้องรอดูผลงานงาน เ
พราะอีกฝ่ายหนึ่งไม่มีอาการรับรู้อะไรๆอีกแล้ว พวกโจรรู้ดีว่า 
ความหายนะกำลังคืบคลานมาหาพวกตนอย่างเชื่องช้า 

ใครต่อใครต่างกระโดดหนีเอาตัวรอด 
โจรเลยหันมาห้อยชายเสื้อสีแดงใว้ก่อน 
ใครจะมองว่าเทียมก็ช่างหัวมัน
นี่แหละความคิดของพวกสมองเน่า 
เนื่องจากกำแพงที่เกาะมาช้านานกำลังจะพังอวสาน 
จึงหาที่เกาะใหม่เหมือน
เห็บของน้องหมา...


http://www.tfn5.info/board/index.php?topic=40924.0

พม่าไม่ยอมส่งลูกน้องคนสนิท "หน่อคำ" ให้จีน

ที่มา ประชาไท

 
ทางการพม่าไม่ยอมส่งมอบลูกน้องคนสนิท "หน่อคำ" ผู้ต้องสงสัยลงมือสังหารลูกจีน 13 ศพ ให้แก่ทางการจีน
มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 ก.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทางการจีนเดินทางไปกรุงเนปิดอว์ สหภาพพม่า เพื่อขอรับตัวนายอ่องเมียด ลูกน้องคนสนิทนายหน่อคำ ซึ่งวางอาวุธให้กับทางการพม่าหลังจากนายหน่อคำถูกจับกุม โดยเมื่อวันที่ 28 ก.ค. เจ้าหน้าที่จีนได้เดินทางจากกรุงเนปิดอว์มายังเมืองเชียงตุง (รัฐฉานภาคตะวันออก) เพื่อทำการสอบสวนนายอ่องเมียด ซึ่งถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำเชียงตุง ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่จีนได้ขอตัวไปสอบสวนและดำเนินคดีในจีน แต่ว่าได้รับคำปฏิเสธจากทางการพม่าโดยอ้างว่า นายอ่องเมียด เป็นผู้ยอมมอบตัวเองไม่ใช่ผู้ถูกจับกุมมาได้

ทั้งนี้ มีรายงานว่า หลังจากเข้ามอบตัวและถูกควบคุมตัว นายอ่องเมียด ได้ปฏิเสธเสียงแข็งตลอดมาว่าไม่ได้มีส่วนรู้เห็น หรือ เกี่ยวข้องกับเหตุสังหารลูกเรือจีนทั้ง 13 ศพ ขณะที่ผู้ใกล้ชิดภรรยาน้อย นายอ่องเมียด เปิดเผยว่า นายอ่องเมียดได้ยอมรับสารภาพเป็นผู้ก่อเหตุลงมือสังหารลูกเรือจีน 13 ศพ เพราะถูกเจ้าหน้าที่ทางการพม่าทำการทารุณสอบสวนอย่างรุนแรง

หลังจากนายหน่อคำ ถูกทางการลาวจับเมื่อวันที่ 25 เม.ย 55 นายอ่องเมียด นำลูกน้องจำนวนหนึ่งพร้อมอาวุธไปมอบตัวให้กับทางการพม่า ในจังหวัดท่าขี้เหล็ก เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 55 หลังจากมอบตัวให้ทางการพม่าเขาได้ถูกควบคุมตัว ส่วนลูกน้องถูกสอบสวนคนละ 2-3 วันก็ได้รับการปล่อยตัวทั้งหมด

นายอ่องเมี่ยด มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เจนหง อายุ 42 ปี เป็นคนบ้านน้ำเขิม อ.เมืองเลน จ.ท่าขี้เหล็ก เป็นอดีตทหารในกองทัพเมืองไตย MTA ภายใต้การนำของขุนส่า หลังขุนส่าวางอาวุธให้กับทางการพม่า นายอ่องเมียด ได้ร่วมจัดตั้งเป็นกองกำลังอาสาสมัครร่วมกับนายหน่อคำ โดยได้รับตำแหน่งเป็นรองของหน่อคำ โดยเคลื่อนไหวในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำจนกระทั่งหน่อคำถูกจับ และเขาได้ยอมวางอาวุธมอบตัวให้ทางการพม่า
ชมภาพ / อ่านข่าวย้อนหลังได้ที่
http://www.khonkhurtai.org/

"คนเครือไท" เป็นศูนย์ข่าวภาคภาษาไทยเครือข่ายสำนักข่าวอิสระไทใหญ่ หรือ สำนักข่าวฉาน (SHAN – Shan Herald Agency for News) มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารจากเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในรัฐฉาน สหภาพพม่า ตลอดจนตามแนวชายแดนไทย ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับองค์กรการเมือง / การทหารกลุ่มใด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ shan_th@cm.ksc.co.th หรือ ติดตามอ่านข่าวสารภาคภาษาอังกฤษได้ที่ www.shanland.org ภาคภาษาไทใหญ่ที่ www.mongloi.org และภาคภาษาไทยที่ www.khonkhurtai.org

ฐานันดร 5+: We the Media

ที่มา uddred

 คมชัดลึก 4 สิงหาคม 2555 >>>






ปี 2004 "We the Media" ที่เขียนโดย "Dan Gillmor" ได้ประกาศเนื้อหาหลัก อันว่าด้วย “สื่อกระแสหลัก” จะสูญเสียอำนาจผูกขาดไปโดยสิ้นเชิง
เหตุผลสำคัญของคำประกาศที่ว่านี้ก็คือ เพราะ “รูปแบบ” การนำเสนอ “ข่าวสาร” สามารถทำได้แบบ "real time" และสามารถส่งตรง ถึง “ผู้บริโภคข่าว” ทั่วโลกได้ในทันทีที่เกิดเหตุการณ์ หรือเกิดข่าวสารหนึ่ง ๆ ขึ้น ณ สถานการณ์ปัจจุบัน
ในห้วงเวลานั้น ไม่มีใครเชื่อ โดยเฉพาะกับ “สื่อกระแสหลัก” ที่ยังเชื่อมั่นในอำนาจของตน ในสถานะของ “ฐานันดร 4” ที่แทบจะกุมชะตากรรมของโลกไว้ในมือของตน
แต่ไม่นานหลังจากนั้น "ปรากฏการณ์" ของการ "สื่อสารสองทาง" ที่ส่งผ่าน "ข้อมูลข่าวสาร" อย่างรวดเร็ว และฉับพลันทันที ก็มีให้เห็นได้อย่างจะแจ้ง
นี่แทบจะเป็นการเปลี่ยนโฉมหน้าอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะหลังจากที่อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างถึงที่สุด ในการเชื่อมโลกทั้งใบให้เป็นหนึ่งเดียวกัน โดยไม่มีข้อจำกัดของระยะทาง ความเร็ว และ ฯลฯ เหมือนที่เคยเป็นมา
และนี่ก็ทำให้ การนำเสนอ “ข้อมูลข่าวสาร” ในยุคสมัยที่เปลี่ยนผ่าน เปลี่ยนโฉมหน้าแทบจะสิ้นเชิง จากการ “สื่อสารทางเดียว” โดย “สื่อกระแสหลัก” ที่ชี้นำทิศทางของสังคมหนึ่ง ๆ ในสถานะ “ฐานันดร 4” ที่ทรงอิทธิพลอย่างยิ่ง ก็ถูกปรับเปลี่ยนมาสู่การนำเสนอ “ข้อมูลข่าวสาร” ในอีกรูปแบบหนึ่ง
นั่นก็คือ รูปแบบของการ “สื่อสารสองทาง” อย่างทรงประสิทธิภาพ บนเครือข่ายสังคม "โซเชียลเน็ตเวิร์ค" โดยเครื่องมือชิ้นสำคัญอย่าง “โซเชียลมีเดีย” กับหลากหลายรูปแบบของเครื่องมือสำคัญในการสื่อสาร
จากเวบไซต์ สู่บล็อก สู่ทวิตเตอร์ สู่เฟซบุ๊ค สู่กูเกิลพลัส สู่ยูทูป และ สู่ ฯลฯ เพื่อเชื่อมโลกอันกว้างใหญ่ใบนี้ ให้ถึงกันได้อย่างรวดเร็ว ในยุคของ “สังคมข้อมูลข่าวสาร” โดยเครือข่าย “อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง” ที่พร้อมจะรองรับในทุกสื่ออย่างทันท่วงที
นี่เป็นอานุภาพของ “เครือข่ายสังคม” หรือ “เครือข่ายโซเชียลเน็ตเวิร์ค” และนี่ก็เป็นอานุภาพของเครื่องมือ “โซเชียลมีเดีย” ในสถานะของ “สื่อใหม่” ที่แทบจะเข้ามาแทนที่ “สื่อเก่า” ที่ทำหน้าที่ “สื่อกระแสหลัก” มาก่อนหน้านั้น และจาก "We the Media" ก็มาสู่ยุคสมัยของ “ทุกคนเป็นนักข่าวได้” แทบจะสิ้นเชิง
ช่วงก่อนหน้านี้ สถานะของ “คนข่าว” แทบจะถูกผูกขาด โดยกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง ที่ประกอบวิชาชีพ “สื่อสารมวลชน”
แน่นอนว่า นี่เป็นผลิตผลของกระบวนการทางสังคม ที่ต้องถูกผลิตซ้ำ โดยการเรียนรู้ ทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ เพื่อสั่งสมประสบการณ์ ความชำนาญ และ ฯลฯ ในการเข้ามาทำหน้าที่อันพิเศษที่ว่านี้ โดยสถานะของ “สื่อสารมวลชน”
ที่ต้องใช้ความชำนาญการพิเศษ ในลักษณะของ “วิชาชีพ” เพื่อทำหน้าที่ “สื่อสาร” ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ไปสู่สังคม ได้อย่างถูกต้องและครบถ้วนที่สุด นี่เป็นปรัชญาพื้นฐาน ของสื่อสารมวลชน ที่ส่งผ่านจากรุ่นสู่รุ่น
ทั้งหมดนี้ ทำให้ “สื่อมวลชน” มีสถานะพิเศษ เป็น “ฐานันดร 4” ซึ่งยิ่งนับวันก็ยิ่งทรงอิทธิพลมากขึ้น โดยเฉพาะในยุคของสังคม “ข้อมูลข่าวสาร”
นี่เพราะ “ข้อมูลข่าวสาร” เป็น “อำนาจ” ชนิดหนึ่ง โดยเฉพาะถ้ามีการผูกขาด “ข้อมูลข่าวสาร” ที่จะไม่ต่างกับการผูกขาด “อำนาจ”
แล้วยิ่งถ้ามีความจงใจนำเสนอ เพียงด้านใดด้านหนึ่งเพียงด้านเดียว โดยปราศจากการตรวจสอบ หรือจงใจละเลยการตรวจสอบ ก็ยิ่งสะท้อนถึงด้านร้ายของอำนาจชนิดนี้
เพราะนี่ไม่ต่างจาก “สื่อกระแสหลัก” ที่ส่งผ่านข้อมูลด้านเดียว โดยนิยามของการ “สื่อสารทางเดียว” ซึ่งอาจไม่ใช่ข้อเท็จจริงทั้งหมดโดยครบถ้วนและรอบด้าน อย่างที่ “สื่อสารมวลชน” พึงกระทำ
แน่นอนว่า บทบาทของ “สื่อมวลชน” ดำเนินไปในวิถีที่ว่านี้ พร้อมกับคำถามที่นับวันก็ยิ่งมีมากขึ้น จากผู้บริโภคข่าวสารในสังคมนั้น ๆ โดยเฉพาะเมื่อ “สื่อกระแสหลัก” นำเสนอ “ข้อมูลข่าวสาร” ในแบบที่ตนต้องการนำเสนอ
ขณะที่ “ผู้บริโภคข่าวสาร” กลับต้องการ “ข้อมูลข่าวสาร” ที่มากกว่า หลากหลายกว่า และรอบด้านกว่าที่ “สื่อกระแสหลัก” นำเสนอ
ที่สำคัญคือ ไม่เฉพาะแค่ผู้บริโภคข่าวสารเท่านั้น ที่ต้องการเช่นนั้น หากแต่ “สื่อสารมวลชน” อีกบางส่วน ก็ต้องการให้การนำเสนอข้อมูลข่าวสาร เป็นไปในลักษณะเช่นว่านั้นเช่นกัน
และนี่ก็นำมาสู่การนำเสนอ “ข้อมูลข่าวสาร” ในรูปแบบของ “สื่อทางเลือก” ที่มีการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร และทัศนะต่าง ๆ อันแตกต่างจากสื่อกระแสหลักโดยสิ้นเชิง
ทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นและเปลี่ยนผ่าน โดยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป จาก “สื่อกระแสหลัก” ที่ยึดกุมกลไกการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร ในลักษณะของการสื่อสารด้านเดียว มาสู่การนำเสนอในรูปแบบ “สื่อทางเลือก”
และจากการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร แบบสื่อทางเลือก ที่มีลักษณะการสื่อสารด้านเดียว ก็พัฒนามาสู่สื่อทางเลือก ที่เปิดให้มีการนำเสนอข้อมูลเพิ่มเติม หักล้าง หรือข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ในลักษณะของการสื่อสารสองทาง ทั้งไปและกลับ
จาก “สื่อกระแสหลัก” มาสู่ “สื่อทางเลือก”
จาก “สื่อทางเลือก” ที่เป็นการสื่อสารด้านเดียว มาสู่ “สื่อทางเลือก” ที่เป็นการสื่อสารสองด้าน
โดยผ่าน “อินเตอร์เน็ต” กลไกสำคัญที่สุด ในการเชื่อมโลกให้ถึงกันอย่างรวดเร็ว
จากเวบไซต์ สู่บล็อก สู่ทวิตเตอร์ สู่เฟซบุ๊ค สู่กูเกิลพลัส สู่ยูทูป และ สู่ ฯลฯ
“ทุกคนเป็นนักข่าวได้” และทุกคนก็สามารถส่งข่าว แจ้งข่าว เล่าข่าว ทั้งในรูปของข้อความ เสียง ภาพ และภาพเคลื่อนไหว เพื่อบอกถึงเหตุการณ์หนึ่ง ๆ ที่เกิดขึ้นในสถานการณ์หนึ่ง ๆ ได้อย่างทันท่วงที
แบบ "real time"
และสามารถส่งตรง ถึง “ผู้บริโภคข่าว” ทั่วโลกได้ในทันที ที่เกิดเหตุการณ์ หรือเกิดข่าวสารหนึ่ง ๆ ขึ้น ณ สถานการณ์ปัจจุบัน จากเวบไซต์ข่าวสาร ที่ไม่ใช่สื่อกระแสหลัก มาสู่บล็อกส่วนตัว
พื้นที่ส่วนตัว ที่ใช้ในการบอกเล่าเรื่องราวอย่างบล็อก ถูกใช้เป็นพื้นที่ในการแจ้งข้อมูลข่าวสาร ในหลายรูปแบบ
“บล็อกเกอร์” ไม่ใช่แค่ “บล็อกเกอร์” แต่ “บล็อกเกอร์” ยังเป็น “นักข่าว” ที่ทำหน้าที่เป็น “นักข่าวพลเมือง” โดยครอบคลุมในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น การเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม ท่องเที่ยว ศาสนา ปรัชญา และ ฯลฯ
“บล็อกเกอร์” ไม่เพียงแค่ทำหน้าที่บันทึกเรื่องราวส่วนตัวที่อยากเล่า พื้นที่บล็อก ไม่ได้เป็นเพียงแค่พื้นที่ส่วนตัว เพื่อใช้สื่อสารเรื่องส่วนตัวต่อสาธารณะเท่านั้น หากแต่พื้นที่บล็อก ยังเป็นเสมือนพื้นที่ “สื่อสารมวลชน” ที่ทำหน้าที่ถ่ายทอดเรื่องราว และตีพิมพ์ข้อมูลข่าวสารในทุก ๆ ด้าน
ทั้งในรูปแบบของข้อความตัวหนังสือ ข้อความเสียง ภาพ และภาพเคลื่อนไหว เพื่อนำเสนอต่อทุก ๆ คน ที่ติดตามข้อมูลข่าวสารในทุก ๆ ด้าน
ก่อนหน้านี้ แทบจะไม่มีใครเชื่อว่า จะเกิดปรากฏการณ์นี้ขึ้นได้ แม้กระทั่งในห้วงเวลาที่ “โอเคเนชั่น” ชุมชนบล็อกถือกำเนิดขึ้นมา
แต่ “โอเคเนชั่น” กับสโลแกน “ทุกคนเป็นนักข่าวได้” ก็พิสูจน์ให้ได้เห็น และแสดงให้สังคมได้รับรู้อย่างเต็มภาคภูมิว่า “ทุกคนเป็นนักข่าวได้” และเป็นได้ในทุก ๆ ด้านอย่างมีประสิทธิภาพ
ไม่ว่าจะเป็นการเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม ท่องเที่ยว ศาสนา ปรัชญา และ ฯลฯ
และไม่เพียงแค่การทำหน้าที่รายงาน ถ่ายทอดสิ่งที่ได้พบ ได้เห็น ออกสู่สาธารณะ
หากแต่ยังรวมถึงการแยกย่อย วิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูล ตลอดจนสืบค้นข้อมูลต่อยอดในด้านลึกในหลาย ๆ ด้าน เพื่อนำเสนอเป็น “ข้อมูลข่าวสาร” ต่อสาธารณะ ภายใต้กลไกของ “อินเตอร์เน็ต” ที่เชื่อมโลกที่กว้างใหญ่ให้ถึงกันได้อย่างรวดเร็ว
จาก “สื่อกระแสหลัก” สู่ “สื่อทางเลือก”
จากสื่อกระดาษ สู่สื่อเสียง สื่อภาพ สื่อภาพเคลื่อนไหว และสื่ออินเตอร์เน็ต
จากเวบไซต์ สู่บล็อก สู่ทวิตเตอร์ สู่เฟซบุ๊ค สู่กูเกิลพลัส สู่ยูทูป และ สู่ ฯลฯ
และจากบางคนเท่านั้น ที่เป็นนักข่าว ก็มาสู่ทุกคนเป็นนักข่าว ได้อย่างสิ้นเชิง...

รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน 4 8 2012

ที่มา speedhorse