หลังสอบสวนมา 3 ปี
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของอินโดนีเซียนำเสนอรายงานหนากว่า 850 หน้า สอบพยาน
349 ปาก
เผยเหตุการณ์การสังหารหมู่ผู้ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับพรรคคอมมิวนิสต์
อินโดนีเซียในช่วง "ซูฮาร์โต" ขึ้นมามีอำนาจ
พร้อมยื่นเรื่องให้อัยการนำไปทำคดี
อดีตประธานาธิบดีซูฮาร์โต (ขวา)
ขณะเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อเดือนมีนาคมปี พ.ศ. 2511 3
ปีหลังจากที่เขาตอบโต้การรัฐประหารในเหตุการณ์ "30 กันยายน 1965" (พ.ศ.
2508) และทำการรัฐประหารซ้อน
ทั้งนี้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนอินโดนีเซียเพิ่งเปิดเผยรายงานเกี่ยวกับ
เหตุการณ์สังหารหมู่ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าในช่วงที่ซูฮาร์โตขึ้นมามีอำนาจ
หลังทำการสอบสวนมาเป็นเวลา 3 ปี (ที่มาของภาพ: แฟ้มภาพ/วิกิพีเดีย)
วรรณกรรมต่อต้านคอมมิวนิสต์ ในยุค "ระเบียบใหม่" สมัยที่ซูฮาร์โตขึ้นมามีอำนาจ (แฟ้มภาพ/วิกิพีเดีย)
อินโดนีเซียเผยผลสอบยุคกวาดล้าง "คอมมิวนิสต์" สมัย "ซูฮาร์โต"
การกวาดล้างผู้ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับพรรคคอมมิวนิสต์อินโดนีเซีย
(PKI) จนมีผู้เสียชีวิตหลายแสนคน
ในช่วงที่อดีตประธานาธิบดีซูฮาร์โตมีอำนาจนั้น ล่าสุด
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติของอินโดนีเซีย (Komnas HAM)
ได้ประกาศผลการสอบสวนเมื่อวันที่ 23 ก.ค. ที่ผ่านมาว่า
การสังหารอย่างเป็นระบบต่อผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์
อินโดนีเซีย (PKI) ถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนครั้งใหญ่
โดยเหตุการณ์ล่าสังหารดังกล่าว เกิดขึ้นหลัง "เหตุการณ์ 30 กันยายน
1965" (พ.ศ. 2508)
ซึ่งเป็นความพยายามทำรัฐประหารของนายทหารระดับกลางล้มรัฐบาลซูการ์โนแต่เกิด
ล้มเหลว ทำ
โดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของอินโดนีเซียได้เรียกร้องให้นำตัวเจ้าหน้าที่
ของกองทัพซึ่งเกี่ยวข้องกับการกวาดล้างดังกล่าวไปขึ้นศาล
นูร์ โคลิส (Nur Kholis) หัวหน้าคณะสอบสวน การรัฐประหารเมื่อปี 2508
กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐภายใต้
กองอำนวยการเพื่อการฟื้นฟูระเบียบและความสงบเรียบร้อย (Kopkamtib)
ของอดีตประธานาธิบดีซูฮาร์โต้ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในช่วงปี 2508 - 2510 และ
2520 - 2522 ควรถูกนำตัวมาขึ้นศาลฐานก่ออาชญากรรมหลายประการ
รวมไปถึงข้อหาข่มขืนหมู่ ทรมาน และฆ่า
นูร์ โคลิส กล่าวด้วยว่า คณะทำงานของเขาได้รายส่งมอบรายงานที่หนากว่า
850 หน้าให้กับสำนักงานอัยการสามัญ (AGO) ของอินโดนีเซีย
"เราหวังว่าอัยการจะติดตามรายงานเหล่านี้"
ทั้งนี้ในช่วงสอบสวนที่กินเวลา 3 ปี คณะทำงานได้สอบปากคำพยานถึง 349 ปาก
นูร์ โคลิสกล่าวว่า ระหว่างปฏิบัติการที่เกิดขึ้นทั่วอินโดนีเซีย
เจ้าหน้าที่รัฐได้เจาะจงมุ่งเป้าหมายไปที่พลเรือนผู้บริสุทธิ์
"ผู้เคราะห์ร้ายหลายรายไม่เกี่ยวข้องอะไรกับพรรคคอมมิวนิสต์หรือองค์กภายใต้
พรรคคอมมิวนิสต์
เจ้าหน้าที่ของกองทัพได้สร้างเรื่องให้ประชาชนเหล่านี้เกี่ยวข้องกับพรรค"
คณะทำงานของนูร์ โคลิส
ยังเรียกร้องให้รัฐบาลมีคำขอโทษอย่างเป็นทางการต่อผู้ได้รับผลกระทบและครอบ
ครัวของเขา และการขอโทษควรตามมาด้วยการฟื้นฟู เยียวยา และการชดเชย
มูลนิธิวิจัยผู้เคราะห์ร้ายจากการถูกสังหาร (YPKP) กล่าวว่า
อดีตประธานาธิบดีซูฮาร์โตเป็นบุคคลที่ต้องรับผิดชอบมากที่สุดในอาชญากรรมนี้
อย่างไรก็ตามข้อเท็จจริงที่ว่าอดีตประธานาธิบดีซูฮาร์โตเสียชีวิตไปแล้ว
ไม่ควรที่จะเป็นสิ่งขัดขวางอัยการสามัญ (AGO)
ในการดำเนินการสอบสวนเรื่องนี้ ทั้งนี้มูลนิธิ YPKP
ระบุด้วยว่าผู้ก่อการคนอื่นๆ จำนวนมากยังคงมีชีวิตอยู่
ด้านประธานาธิบดีซูซีโล บัมบัง ยูโดโยโน
ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวหลังทราบรายงานว่า
"สิ่งที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนรายงานมาจะถูกศึกษาโดยอัยการสามัญ
ซึ่งถูกคาดหมายว่าจะเป็นผู้รายงานมายังผม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เราต้องการการจัดการที่มีความยุติธรรม มีข้อเท็จจริง เฉียบคม
และสร้างสรรค์"
หน้าประวัติศาสตร์นองเลือดฉบับอินโดนีเซีย
สำหรับเหตุการณ์ล่าสังหารผู้ที่เกี่ยวข้องและถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับ
พรรคคอมมิวนิสต์อินโดนีเซีย (PKI) ดังกล่าว เกิดขึ้นระหว่าง พ.ศ. 2508 -
2509 หลังเหตุการณ์ "30 กันยายน 1965"
ซึ่งมีกลุ่มนายทหารระดับกลางได้พยายามทำการรัฐประหาร
และทำการลักพาตัวและสังหารนายพล 6 นาย
ซึ่งถูกกล่าวหาว่าจัดตั้งกลุ่มต่อต้านซูการ์โน
ประธานาธิบดีที่สนับสนุนฝ่ายซ้าย
แต่การรัฐประหารดังกล่าวไม่สำเร็จ โดยนายพลซูฮาร์โต
ได้นำทหารส่วนใหญ่ของกองทัพอินโดนีเซีย ปราบการรัฐประหารดังกล่าว
และมีการกล่าวหาว่านายทหารกลุ่มที่สังหารนายพล 6
นายเป็นฝ่ายสนับสนุนพรรคคอมมิวนิสต์อินโดนีเซีย
จากนั้นซูฮาร์โตและกองทัพได้ยึดอำนาจ มีการประกาศ "ระเบียบใหม่" (Orde Baru
หรือ New Order)
เพื่อกระชับโครงสร้างอำนาจและให้กองทัพเข้ามามีบทบาทในทางการเมือง
ทั้งนี้หลังเหตุการณ์ "30 กันยายน 1965" ที่อินโดนีเซีย
ประชาชนหลายแสนคน ซึ่งมีผู้คะเนว่าอาจถึง 5 แสนคน ถูกสังหาร
โดยพวกเขาเหล่านั้นถูกกล่าวหาว่าเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์อินโดนีเซีย
(PKI)
และจำนวนมากกว่านั้นถูกขังอยู่ในคุกเป็นเวลาหลายปีโดยไม่มีการตั้งข้อหา
โดยมีการดำเนินมาตรการเลือกปฏิบัติเพื่อต่อต้านประชาชนที่เกี่ยวข้องกับ
พรรคคอมมิวนิสต์อินโดนีเซีย (PKI) ทั้งการห้ามเข้ารับรัฐการ
เจ้าหน้าที่กองทัพ ครู หรืออิหม่าม
ทั้งนี้อดีตสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์อินโดนีเซียจำนวนมากยังหางานทำได้ยาก
เนื่องจากมีการระบุสถานะว่าเป็นอดีตนักโทษการเมืองลงไปในบัตรประชาชน
ต่อมาในปี 2547
ศาลรัฐธรรมนูญอินโดนีเซียได้มีคำตัดสินว่าอดีตสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์
อินโดนีเซีย (PKI) ได้รับอนุญาตให้ลงสมัครเลือกตั้งได้
และอีกสองปีต่อมารัฐบาลได้ลบสถานะ "อดีตนักโทษการเมือง" ออกจากบัตรประชาชน
ทั้งนี้ในช่วงที่ซูฮาร์โตมีอำนาจ
ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลตะวันตกโดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาเป็นอย่างมาก
รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา ดีน รัสค์ (Dean Rusk)
เคยกล่าวสนับสนุน "แคมเปญต่อต้านคอมมิวนิสต์"
และให้ความมั่นใจแก่ซูฮาร์โตว่า
"รัฐบาลสหรัฐอเมริกาเป็นมิตรและชื่นชมในสิ่งที่กองทัพอินโดนีเซียกำลัง
ดำเนินการ"
ขณะเดียวกันสหรัฐอเมริกาเองยังได้สนับสนุนกองทัพของซูฮาร์โตโดยจัดหางบ
ประมาณและอาวุธเพื่อต่อต้านคอมมิวนิสต์ด้วย
ที่มา: แปลและเรียบเรียงจาก
Komnas HAM declares 1965 purge a gross human rights
violation, Margareth S. Aritonang, The Jakarta Post, Mon, July 23 2012,
6:15 PM
http://www.thejakartapost.com/news/2012/07/23/komnas-ham-declares-1965-purge-a-gross-human-rights-violation.html
Indonesian commission urges trials of military rights abusers, Pacific.scoop, August 2, 20121 comment
http://pacific.scoop.co.nz/2012/08/indonesian-commission-urges-trials-of-military-rights-abusers/
Indonesian killings of 1965–1966, Wikipedia, the free encyclopedia
http://en.wikipedia.org/wiki/Indonesian_killings_of_1965%E2%80%9366
30 September Movement, Wikipedia, the free encyclopedia
http://en.wikipedia.org/wiki/30_September_Movement