หากถามว่าใครคือผู้ได้รับผลกระทบมากที่สุดและอาจต้องตกที่นั่งลำบากมาก ที่สุดหากมีการเก็บค่ากระจายสินค้า 1% จากร้านหนังสือซีเอ็ด บุ๊ค เซ็นเตอร์ และร้านนายอินทร์ คำตอบก็คือ ผู้จัดจำหน่ายหนังสือ (book distributors) หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า สายส่ง
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Tuesday, August 14, 2012
ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 14/08/55 ช่วยดันช่วยกัน..ถึงเอาอยู่
ที่มา blablabla
โดย 3บลา ประชาไท
ไม่อับจน หากครรลอง ถูกต้องชัด
ยืนหยัดสู้ พวกมารยา หมาลอบกัด
แล้วเร่งรัด ทุกที่ทาง สร้างผลงาน....
พวกสามานย์ ยังดาหน้า มารุมทุบ
ให้พังยุบ ยับเยิน เกินจะด้าน
อีกร้อยเล่ห์ ต่ำช้า วิชามาร
เตรียมรุกราน เป็นระลอก ศึกนอกใน....
จงพร้อมใจ ช่วยกัน ดันให้อยู่
หากอุดอู้ เกี่ยงกัน มันไม่ไหว
เอาสองมือ มาร่วมแรง แบ่งกันไป
สิ่งที่ได้ คือกำแพง ที่แกร่งทน....
ไม่คิดโกง อย่ากลัว มัวขี้ขลาด
จงรุกฆาต เดินหน้า อย่าสับสน
ไม่มีเสี่ยง หากเคียงบ่า ประชาชน
กลัวสัปดน คิดอำพราง ทางไม่ดี....
เห็นกันไหม? ใครถาโถม จ้องล้มรัฐ
ใครวางแผน กำจัด งัดไม้นี้
ธงที่ปัก คำสั่งเหิ้ยม เตรียมราวี
รักสามัคคี แล้วเดินหน้า อย่าถอดใจ....
๓ บลา / ๑๔ ส.ค.๕๕
ชมภาพชุดสปิริตแดง USA:The show must go on พร้อมรายงานสดจากสนามข่า่วเกิดอะไรขึ้นแน่ที่ LA
ที่มา uddred
ไทยอีนิวส์ 14 สิงหาคม 2555 >>>
ถ่อยข้ามโลก-พันธมิตรพากันประท้วงขัดขวางการเข้ามางานของทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทั้งการทุบรถ ขว้างปา และนอนขวาง ทำให้ทางการสหรัฐฯแนะนำให้ทักษิณงดมางาน เ้พื่อป้องกันพวกอันธพาลการเมืองก่อเหตุรุนแรง (ภาพบน) หนูน้อยเสื้อแดงเต็มยศมาถึงงาน เพื่อที่จะพบว่าคนที่คุณปู่ของเธอตั้งใจมาพบได้งดมาร่วมงานกะทันหัน ทางด้าน RED USA เจ้าภาพผู้จัดงาน ได้แถลงทางเฟซบุ๊คว่า
Red USA
งานในคืนนี้เราถูกยกเลิกโดย "การร้องขอจากตำรวจ LAPD เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดความรุนแรงด้วยการกระทำของ พธม." และอาจจะถูกประกาศเคอร์ฟิวชั่วคราว
วันนี้...Red USA ยอมถอยจากความต้องการของนายกทักษิณที่อยากให้เกิดความสงบสุขของชุมชนไทยแห่ง นี้ และ Red USA ยินดีเพื่อจะรักษารัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ของประชาชน
วันนี้พวกเรา Red USA เสียใจและพวกเราอาจร้องไห้ ที่งานใหญ่ที่สุดในอเมริกาของเราถูกทำลายโดย พธม. แค่ 100 กว่าคน แต่เราทำดีที่สุดแล้ว แต่เหตุการณ์นี้ ทำให้ Red USA ต้องการกลับมายิ่งใหญ่ในดินแดนแห่งเสรีภาพผืนนี้อีกครั้ง
เดอะ โชว์ มัสต์ โกออน-คนเสื้อแดง และผู้รักชาติรักประชาธิปไตยยังเข้าร่วมกิจกรรมต่อไป แม้ต้องผิดหวังไม่ได้พบกับคนที่พวกเขารอคอย และอุตส่าห์ตั้งใจจัดงานนี้ขึ้น (กระบอกเสียงพันธมิตร ASTV โฆษณาชวนเชื่อว่ามีคนมาหลักสิบ)
บันทึกจากผู้อยู่ในเหตุการณ์และเป็นเจ้าของภาพชุดนี้:คุณทักษิณมางานไม่ได้ เพราะพวก foolish yellow buffalo อาละวาดหนักหน้างาน ขว้างปา ทุบรถผู้นำขบวนเสียหาย นอนขวางทางเข้า คุณทักษิณจึงเปลี่ยนเป็นการโฟน-อินเข้ามา แทนการปรากฎตัวบนเวที เพื่อรักษาสถานการณ์ไว้ ไม่ต้องการให้เกิดเรื่องขึ้นในงานเฉลิมพระชนม์ฯ 12 ส.ค. งานจึงยุติลงในเวลาสี่ทุ่ม (คุณ Benja Srijaroon)
เจ้าภาพ RED USA รายงานสดเกิดอะไรขึ้นแน่ที่ LA ?
คุณทิฟฟี่ RED USA 1 ในคณะเจ้าภาพ รายงานมาจาก LA ว่า พูดไม่ออกค่ะเพราะผู้เขียนอยู่ในเหตุการณ์ด้วย ไม่น่าเชื่อว่าในโลกแห่งเสรีประชาธิปไตยสหรัฐอเมริกา ยังมีคนเถื่อน ถ่อย สถุล คลั่ง ยิ่งกว่าหมาบ้าอาศัยอยู่
คนเสื้อแดงที่มารวมตัวกันเป็นจำนวนประมาณ700คน ปวารณาตัวว่าพร้อมที่จะเป็นกำแพงให้กับท่าทักษินเมื่อท่านเดินทางเข้ามา พวกเรายืนออกันเต็มอยู่สองฝากฝั่งทางเข้าส่วนหนึ่ง เมื่อทราบว่าท่านทักษิณกำลังจะเดินทางมา ก็พากันลงมาจากข้างบนแบ่งยืนกันสองฝั่ง พร้อมที่จะปกป้องกันให้รถขบวน..
ขับเข้ามาข้างใน พวกเราหลายคนเลือดร้อนร้องโต้ตอบกับเขา พอพธม.ตะโกนว่าทักษิณ พวกเราก็ร้องตอบว่า "สู้ สู้" เป็นอย่างนีัสักพัก...เสียงพวกเราดังกว่าค่ะ..
700 กับ ร้อยกว่า ๆ ..สองร้อยนับแล้วนับอีกก็ยังไม่ถึง แต่เว็บมาเนเจอร์ออกข่าวในทันทีว่า พธม. มากันสองพัน และให้ร้ายว่าทางผู้จัดมีการให้เงินคนเสื้อแดงคนละ 150 เหรียญ "โกหก..ระดับโลกอีกแล้ว" ตัวหัวหน้าโจ๊กในกลุ่มต่อต้านที่คอยถือโทรโข่งกล่าวถ่อยคำยั่วยุ อารมณ์ฝ่ายของเขาให้ฮึกเฮิม...
อยู่ตลอดเวลา ก็ถ้อยคำเดิมๆ ที่พวกเราทราบกันอยู่แล้ว เรียกกว่าท่องมาเป็นแพทเทิ่ร์นมาล่ะค่ะ และสิ่งที่ขาดไม่ได้คือการนำเอารูปและธงของสถาบัน มาเป็นเครื่องมือในการประท้วง..แบบสลิ่มเหลืองเมืองไทยทำนั่นแหละ
มีพี่เสื้อแดงคนหนึ่งเดินไปเอาของที่รถ ขากลับโดนสลิ่มคนหนึ่งเอาเท้าเตะ พี่เขาเดินบ่นเข้ามาแต่มี Security เห็นจึงได้เข้ามาบอกให้พี่เขาไปชี้ตัวผล...ตำรวจจับสลิ่มคนนั้นใส่กุญแจมือ ไพล่อยู่ข้างหลังนำไปไว้ในรถ...ตำรวจที่จอดอยู่ข้างฟุตบาต รู้ไหมค๊ะว่า..สลิ่มคนนั้น..เป็นคนสูงอายุค่ะ น่าเวทนา..จริง ๆ
ในขณะที่รอเวลาท่านทักษิณจะเดินทางเข้ามา บนเวทีข้างบนนักร้องเก่าที่มีคุณภาพ คือคุณไฉไล ไชยทา คุณพราวตา ดาราเรือง คุณรุ่งพิรุณ เมธารมณ์ และอีกหนึ่งท่านที่ผู้เขียนไม่ทราบชื่อได้ขึ้นร้องเพลง
มีพวกเราออกไปเต้นอยู่ข้างหน้า..อย่างสนุกสนาน ตามแบบฉบับของคนเสื้อแดงที่จะขาดเสียมิได้
ต่อมาคุณป้าศิริวรรณ นิมิตรศิลป์ ได้ขึ้นเวทีพูดให้กำลังใจ สลับกับคุณดารุณีกฤตบุญญลัย ที่ได้ร้องเพลงไปด้วยพูดให้กำลังใจไปด้วย ตามแบบฉบับของพี่ดาแดงเดือด คือสนุกไปด้วยและได้ความรู้เรื่องการเมืองไปด้วย
จนเวลาล่วงเลยไปประมาณ 3 ทุ่มกว่า ประธานการจัดงาน คุณเชาว์ ซื่อแท้ ได้ขึ้นมาประกาศเหตุผล...ว่
าทาง LAPD (ตำรวจ LA) แนะนำให้ท่านทักษิณงดการเดินทางมางาน และท่านทักษิณเลือกที่จะทำตามคำแนะนำ แต่ท่านได้โฟนอินเข้ามาแทน
ในขณะที่ฟังการปราศรัย..ให้เหตุผลในการงดการมางานครั้งนี้ ท่านได้ขอบคุณและขอส่งกำลังใจมาให้พวกเราทุกคน พวกเรายอมรับในการตัดสินใจของท่าน ปรบมือให้กำลังใจท่านอย่างกึกก้อง มีหลายท่านที่เดินทางมาจากที่ไกล ขับรถ บินมาจากต่างรัฐ เสียดายและเสียใจที่ไม่ได้พบท่านทักษิณเหมือนพวกเราทุกคน
สลิ่มมีน้อย "แต่ความโหด ดิบ เถื่อน เกินจำนวนคนที่นับได้" และนี่เป็นการประจานความป่าเถื่อนของ พธม. ในสายตาชาวโลก "เรามีแต่ได้กับได้ค่ะ"
Sunday, August 12, 2012
'เสี่ยตัน' เบิกเงินสด 10 ล. รอรับ 'แก้ว พงษ์ประยูร'
ที่มา Voice TV
นายตัน ภาสกรนที
ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ว่าได้ทำการเบิกเงินสดจำนวน 10 ล้านบาท ไว้รอรับ
'แก้ว พงษ์ประยูร' ด้วยตัวเองที่สนามบินสุวรรณภูมิ
หากแก้วนั้นสามารถคว้าเหรียญทองโอลิมปิก 2012 ได้ โดยรายละเอียดมีดังนี้
เบิกเงินสด 10 ล้านไว้แล้ว
จะไปมอบให้น้องแก้วด้วยตัวเองที่สุวรรณภูมิ อย่าพี่ให้เบิกมาเก้อ
ฮึดสุดท้ายสู้เต็มที่เพื่อความสุขและชื่่อเสียงของประเทศไทย เหรียญทอง
เหรียญทอง เหรียญทอง !!!
สำหรับ'แก้ว พงษ์ประยูร' มีคิวขึ้นชกกับ ซู ชิ หมิง นักมวยจากประเทศจีน ในกลางดึกวันที่ 12 สิงหาคม นี้ เวลา 02.30 น.ตามเวลาในประเทศไทย
Source : http://www.facebook.com/tanmaitan
by
Wasinee
11 สิงหาคม 2555 เวลา 12:36 น.
โอ๊ค โพสต์ หนีทหารเดอะซีรีส์ ตอน 4 'คนเห็นผี'
ที่มา Voice TV
นายพานทองแท้ ชินวัตร ลูกชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ หนีทหารเดอะซีรีส์ ตอนที่4 มีชื่อว่า คนเห็นผี
โดยในข้อความเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า โพสต์ก่อนผมพูดถึงลุงทองคำฯ ผมนึกว่าผมเจ๋งแล้วปรากฎว่ากระทรวงกลาโหมเร็วกว่าครับ ได้เรียกคุณลุง3ท่านที่เกี่ยวข้องกับการทำเอกสารการเกณฑ์ทหารของนาย อภิสิทธิ์ฯ รวมทั้งลุงทองคำฯมาบันทึกปากคำอย่างเป็นทางการเรียบร้อย ตามการร้องขอของผู้ตรวจการแผ่นดิน ทีมงานผมเอาเอกสารมาจากเวปไซต์ ชื่อ www.go6tv.com รายละเอียดการให้ปากคำของแต่ละท่าน
นั้นมัดแน่นจนไม่จนไม่รู้จะดิ้นไปทางไหนแล้วครับ คือจริงๆออกมายอมรับคำเดียว จบครับเรื่องเงียบ แต่เพราะใช้วิธีเงียบนี่แหละครับ เรื่องเลยไม่จบ
ลองอ่านดูกันเองนะครับ มีทั้งหมด10หน้า เพื่อให้บทความกระชับผมขอชี้ประเด็นของลุงไพโรจน์ฯอดีตสัสดีกรุงเทพฯ มาอธิบายแบบให้เข้าใจง่ายๆอีกสัก1จุด แค่นี้ก็สลบแล้วครับ ที่เหลือลองดูกันเองในเวปที่บอกครับ
พันเอกไพโรจน์ แก้ววงศ์ ผู้ที่ออกเอกสารรับรองที่กห.๐๔๘๑.๖๒/๕๐๕๓ โดยนายอภิสิทธิ์ฯได้นำไปใช้เป็นหลักฐานในการเข้าเป็นทหาร ซึ่งในเอกสารชื่อมารดาของนายอภิสิทธิ์ฯเปลี่ยนจากสดใสเป็นสดใจ ให้การว่า

"ตนเองได้ออกใบรับรองการผ่อนผันให้นายอภิสิทธิ์ฯจริง โดยที่ ตนไม่เคยเห็นเรื่องการขอผ่อนผัน และบิดามารดาหรือญาติของนายอภิสิทธิ์ฯ ก็ไม่เคยมาขอผ่อนผันเลย" เลยเกิดคำถามที่1ครับว่า ไม่เคยเห็นเรื่องแล้วออกใบรับรองให้ เรียกว่า"ใบรับรองเท็จ"หรือไม่
และ"ใบรับรองแบบที่ตนออกให้นี้ ตนไม่เคยทำมาก่อน เป็นใบที่ตนเซ็นต์ไปลอยๆ ไม่มีในระเบียบและใช้ไม่ได้" เลยเกิดคำถามที่2 อีกแล้วครับว่า ใบรับรองแบบนี้เรียกว่า "เอกสารผี"หรือไม่
ผมอ่านแล้ว คำจำพวกอะไรผีๆ มันผุดขึ้นมาให้เห็นเต็มไปหมดไม่ว่าจะเป็น ...บัตรเลือกตั้งผี....สปก.4-01ผี...ฯลฯ เลยตั้งชื่อตอนนี้ว่า "คนเห็นผี"ครับ
ส่วนคุณลุงทั้ง3ท่านนี้จะเป็น "คนปล่อยผี" หรือจะเป็น "คนปราบผี" กันแน่ หนทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คนครับ
Source : https://www.facebook.com/oakpanthongtae
เรียบเรียงข้อมูลล่าสุด : Boonyisa
โดยในข้อความเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า โพสต์ก่อนผมพูดถึงลุงทองคำฯ ผมนึกว่าผมเจ๋งแล้วปรากฎว่ากระทรวงกลาโหมเร็วกว่าครับ ได้เรียกคุณลุง3ท่านที่เกี่ยวข้องกับการทำเอกสารการเกณฑ์ทหารของนาย อภิสิทธิ์ฯ รวมทั้งลุงทองคำฯมาบันทึกปากคำอย่างเป็นทางการเรียบร้อย ตามการร้องขอของผู้ตรวจการแผ่นดิน ทีมงานผมเอาเอกสารมาจากเวปไซต์ ชื่อ www.go6tv.com รายละเอียดการให้ปากคำของแต่ละท่าน
นั้นมัดแน่นจนไม่จนไม่รู้จะดิ้นไปทางไหนแล้วครับ คือจริงๆออกมายอมรับคำเดียว จบครับเรื่องเงียบ แต่เพราะใช้วิธีเงียบนี่แหละครับ เรื่องเลยไม่จบ
ลองอ่านดูกันเองนะครับ มีทั้งหมด10หน้า เพื่อให้บทความกระชับผมขอชี้ประเด็นของลุงไพโรจน์ฯอดีตสัสดีกรุงเทพฯ มาอธิบายแบบให้เข้าใจง่ายๆอีกสัก1จุด แค่นี้ก็สลบแล้วครับ ที่เหลือลองดูกันเองในเวปที่บอกครับ
พันเอกไพโรจน์ แก้ววงศ์ ผู้ที่ออกเอกสารรับรองที่กห.๐๔๘๑.๖๒/๕๐๕๓ โดยนายอภิสิทธิ์ฯได้นำไปใช้เป็นหลักฐานในการเข้าเป็นทหาร ซึ่งในเอกสารชื่อมารดาของนายอภิสิทธิ์ฯเปลี่ยนจากสดใสเป็นสดใจ ให้การว่า
"ตนเองได้ออกใบรับรองการผ่อนผันให้นายอภิสิทธิ์ฯจริง โดยที่ ตนไม่เคยเห็นเรื่องการขอผ่อนผัน และบิดามารดาหรือญาติของนายอภิสิทธิ์ฯ ก็ไม่เคยมาขอผ่อนผันเลย" เลยเกิดคำถามที่1ครับว่า ไม่เคยเห็นเรื่องแล้วออกใบรับรองให้ เรียกว่า"ใบรับรองเท็จ"หรือไม่
และ"ใบรับรองแบบที่ตนออกให้นี้ ตนไม่เคยทำมาก่อน เป็นใบที่ตนเซ็นต์ไปลอยๆ ไม่มีในระเบียบและใช้ไม่ได้" เลยเกิดคำถามที่2 อีกแล้วครับว่า ใบรับรองแบบนี้เรียกว่า "เอกสารผี"หรือไม่
ผมอ่านแล้ว คำจำพวกอะไรผีๆ มันผุดขึ้นมาให้เห็นเต็มไปหมดไม่ว่าจะเป็น ...บัตรเลือกตั้งผี....สปก.4-01ผี...ฯลฯ เลยตั้งชื่อตอนนี้ว่า "คนเห็นผี"ครับ
ส่วนคุณลุงทั้ง3ท่านนี้จะเป็น "คนปล่อยผี" หรือจะเป็น "คนปราบผี" กันแน่ หนทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คนครับ
Source : https://www.facebook.com/oakpanthongtae
เรียบเรียงข้อมูลล่าสุด : Boonyisa
by
Boonyisa
11 สิงหาคม 2555 เวลา 17:54 น.
พคท.รอ. กับการเคลื่อนไหวหน้าศาลรัฐธรรมนูญ
ที่มา ประชาไท
จากกองทัพปลดแอกประชาชนไทย กลายเป็นกองทัพรับจ้างระบอบอำมาตย์และพรรคคอมมิวนิสต์บุพกาล
จากกองทัพปลดแอกประชาชนไทย กลายเป็นกองทัพรับจ้างระบอบอำมาตย์และพรรคคอมมิวนิสต์บุพกาล
ภาพจากเว็บไซต์โพสต์ทูเดย์
กรณีที่มีคนใส่หมวกดาวแดง แต่งชุดเขียว เสื้อคอปกแดงข้าวหลามตัด
อ้างว่าเป็นกองทัพปลดแอกเพื่อประชาธิปไตย ปกป้องสถาบันหลักของชาติ
และปกป้องตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มาชุมนุมกันที่หน้าศาลรัฐธรรมนูญนั้น
สภาผู้แทนคนเสื้อแดงในคุกหยิบยกมาอภิปรายถามไถ่ผู้รู้ที่เชี่ยวชาญ
เรื่องราวของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย( พคท.)
และกองทัพปลดแอกประชาชนไทย (ทปท.) ว่ามีความเป็นมาอย่างไร
เกิดอะไรขึ้นกับสหายเก่าเหล่านั้น
ท่านผู้รู้จึงอธิบายให้ฟังว่า เมื่อพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย
(พคท.) ล่มสลาย จนเกิดสภาพป่าแตก ทหารแห่งกองทัพปลดแอกประชาชนไทย (ทปท.)
ภายใต้การนำของ พคท.ก็วางอาวุธ ยอมมอบตัวกับรัฐบาล เป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย
(ผรท.) ปิดตำนานการต่อสู้ทางอุดมการณ์ที่ยาวนาน
ในการวางอาวุธ ยอมมอบตัวคราวนั้น ได้มีการตกลงกันว่า
ทางรัฐบาลจะช่วยเหลือเรื่องอาชีพ และที่ดินทำกินโดยจะมอบที่ดิน 10 ไร่
และวัว 5 ตัวให้แต่ละครอบครัว
แต่ปรากฏว่ารัฐบาลขณะนั้นและต่อมาไม่ได้ทำตามข้อตกลง
จนกระทั่งเมื่อ พล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์
ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีด้วยความรำลึกนึกถึงบิดาของท่านที่เป็นผู้นำระดับสูง
ของ พคท. คือ ท่าน พ.ท.พโยม จุลานนท์ หรือ “สหายคำตัน”
และมิตรสหายของบิดาอีกทั้งมีการติดต่อกันระหว่างอดีตผู้นำระดับสูงของ
พคท.กับท่านพล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์
จึงต้องการซื้อใจเพื่อไม่ให้เข้าไปร่วมกับขบวนการคนเสื้อแดง พล.อ.สุรยุทธ
จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี จึงอนุมัติให้มีการจ่ายเงินแก่
ผรท.ในภาคเหนือและภาคอีสาน โดยคำนวณที่ดิน 10 ไร่ และวัว 5 ตัว เป็นเงิน
230,000 บาท จึงกลายเป็น ผรท.เหล่านี้
ถูกซื้อตัวจนถูกผูกติดอยู่กับระบอบอำมาตย์
อีกทั้งอดีตคณะกรรมการ กรมการเมือง ของ พคท.หลายคน
ขายอุดมการณ์ไปรับใช้ระบอบอำมาตย์ทำการยึดการนำ ปลดนายธง แจ่มศรี
เลขาธิการใหญ่ของ พคท.แล้วอุปโลกน์สหายชาวเขาที่เป็นลูกน้องของป้าผึ้ง
ภรรยา “จาง หย่วน” หรือนายวิรัช อังคถาวร เป็นเลขาธิการใหญ่แทน
แล้วมีการรื้อฟื้น พคท.ขึ้นมาใหม่ เป็นพรรคคอมมิวนิสต์ รอ. จึงทำให้
ผรท.จำนวนหนึ่ง อุปโลกน์เป็นกองทัพปลดแอก รอ.ตามไปด้วย
นี่จึงเป็นที่มาของการชุมนุมของกองทัพรับจ้างแห่งประเทศไทย
ต่อมาเมื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี
ก็ได้ประกาศนโยบายสานต่อคำสั่ง ที่ 66/2523
จ่ายเงินเยียวยาให้แก่ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยภาคใต้ด้วย เป็นการซื้อใจอีกระลอก
รายละ 230,000 บาท ยกเว้น ผรท.ที่เป็นแกนนำคนเสื้อแดง ไม่จ่าย
ครั้นต่อมาเมื่อพรรคเพื่อไทยกลับมาเป็นรัฐบาล
และได้มีการจ่ายเงินเยียวยาแก่ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากการสลายการชุมนุม
ตั้งแต่ปี 2549-2553 และผู้ประสบภัยใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
เป็นจำนวนเงินนับล้านบาทก็มีการเคลื่อนไหวกันในหมู่ ผรท.ว่า
การรับเงินเยียวยาที่ผ่านมา รายละ 230,000 บาทน้อยเกินไป
จะต้องมีการชุมนุมเรียกร้องใหม่ ให้ได้จำนวนใกล้เคียงกัน คือ
ต้องเป็นล้านบาทขึ้นไป จึงเป็นเงื่อนไขในการปลุกระดมของผู้นำ พคท.รอ.
จัดการชุมนุมแสดงการรับใช้ระบอบอำมาตย์
ชูคำขวัญเพื่อปกป้องสถาบันหลักของชาติ ปกป้องตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
กลุ่มคนเหล่านี้หมดสิ้นอุดมการณ์ เป็นเพียงพวกขายภาพเก่าๆ
แจกเศษเงินเพื่อเลี้ยงซากชีวิตแก่ๆ ใกล้ตายเท่านั้น
ส่วนพวกคณะกรรมการกรมการเมืองที่อุปโลกน์กันขึ้นมาใหม่ ยิ่งเพี้ยนหนัก
ชูคำขวัญต่อต้านทุนสามานย์ แต่ไม่ใช่มุ่งสู่สังคม “สังคมนิยม”
กลับต้องการฟื้นสังคมศักดินาและต่อไปก็คงต่อต้านศักดินาสามานย์
มุ่งสู่สังคมทาน
สุดท้ายต่อต้านนายทาสสามานย์มุ่งสู่สังคมคอมมิวนิสต์บุพกาลเข้าถ้ำแบบพออยู่
พอกิน แล้วเปล่งคำขวัญ “มนุษย์ถ้ำจงเจริญ”
นี่คืออุดมการณ์ของ พคท.รอ. ที่มีสหายชาวเขาค้อเป็นเลขาธิการพรรค
สรุปว่าคนใส่หมวกดาวแดงแต่งชุด ทปท.ที่ชุมนุมกันในภาคอีสาน
และหน้าศาลรัฐธรรมนูญนั้นไม่ใช่กองทัพปลดแอกประชาชนไทย ภายใต้การนำของ
พคท.เดิม แต่เป็นกองทัพรับจ้างระบอบอำมาตย์ภายใต้การนำของ
พคท.รอ.ที่มีอุดมการณ์มุ่งสู่สังคมคอมมิวนิสต์บุพกาลถอยหลังเข้าถ้ำนั่นเอง
เสียงจากคุก
16 กรกฎาคม 2555
ประวิตร โรจนพฤกษ์: การเชียร์โอลิมปิกกับความเท่าทันชาตินิยม
ที่มา ประชาไท
Sat, 2012-08-11 16:17
การเชียร์ทีมชาติของตนเองในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกช่วยย้ำเตือนให้ผู้ เขียนตระหนักว่าหลายอย่างที่เราอาจคิดว่าเป็นสิ่งที่เราตัดสินเลือกเองอย่าง เป็นอิสระ (free will) แท้จริงแล้วหาได้เป็นอิสระจริงๆ อย่างที่คิดไม่ และไม่ว่าคุณจะเชื่อหรือนับถือในศาสนาใดหรือไม่เชื่อในอะไรเลย คุณก็มิสามารถปฏิเสธได้ว่าทุกคนเลือกสังคม ครอบครัว เพศ และยุคสมัยที่เราเกิดไม่ได้ ปัจจัยเหล่านี้มีอิทธิพลต่อความเป็นตัวตนของเราเองอย่างมหาศาล หากคนจำนวนมิน้อยอาจมิได้ฉุกคิด
หากเราไม่ตระหนักคิดเท่าทันต่อปัจจัยเหล่านี้ เราก็อาจไม่ต่างจากปลาทองที่หลงคิดว่าตนได้เป็นคนเลือกตู้ปลาหรือขวดโหลแก้ว ที่อาศัยอยู่ด้วยตนเอง แต่ถ้าเราตระหนัก มันจะช่วยเราตั้งคำถามถึงสิ่งที่เรียกว่า free will หรือการตัดสินใจเลือกด้วยตนเองอย่างเป็นอิสระ
เพราะฉะนั้น แท้จริงแล้วคนส่วนมากมิได้เลือกที่จะเชียร์ทีมชาติตนเองแข่งกับชาติอื่น หากถูกอุดมการณ์ชาตินิยมหล่อหลอมให้เชื่อว่าการเชียร์ทีมชาติตน การเข้าข้างชาติตนและการยึดถือผลประโยชน์ชาติตนเป็นหลักนั้นเป็นเรื่องปกติ ถูกต้องและธรรมชาติเป็นที่สุด
(ตัวอย่างอื่นที่สะท้อนอิทธิพลของสังคมและยุคสมัยที่เราเกิดได้แก่: ความรู้สึกที่คนส่วนใหญ่มักเชื่อว่าอาหารชาติตนนั้นอร่อยที่สุดในโลกหรือ อย่างน้อยก็ถูกปากที่สุด/ หลายคนที่สนใจเรื่องอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือประหยัดพลังงานคงไม่ได้สนใจ เรื่องเหล่านี้หากเกิดมามีชีวิตเมื่อสามศตวรรษที่แล้ว/ หากคุณดันเกิดในสมัยอยุธยา คุณจะสนใจเรื่องประชาธิปไตยไหมและทำไม?/ ถ้าคุณดันเกิดเป็นคนที่ถูกกดขี่ในยุคสงครามปลดแอกเพื่อเอกราชของอเมริกาจาก พระเจ้าจอร์ชที่ 3 ของอังกฤษ โอกาสที่คุณจะเป็นพวกเจ้านิยมนั้นสูงหรือต่ำแค่ไหนและทำไม?/ ในสงครามแต่ละคนก็มักเลือกที่จะสู้เพื่อบ้านเกิดตนทั้งๆ ที่บ้านเกิดตนเป็นสิ่งที่ตนมิสามารถเลือกเองได้และหากตนดันไปเกิดเป็นทหาร ของประเทศคู่อริก็คงไปต่อสู้อยู่ฝั่งตรงข้ามของสงคราม)
ในมุมมองผู้เขียน หากคุณสามารถเชียร์ทีมชาติอื่นแข่งกับชาติคุณเองได้ ก็แสดงว่าคุณมิได้ติดอยู่ใต้อิทธิพลของลัทธิชาตินิยมอย่างสมบูรณ์แบบ (และแม้แต่ผู้เขียนก็ยังอดเชียร์ทั้งชนาธิปกับจ่าแก้วมิได้) และแม้เราจะตระหนักและรู้เท่าทัน มันก็ยังเป็นสิ่งยากลำบากที่จะหลีกเลี่ยงการมีความรู้สึกผูกพันกับประเทศ บ้านเกิดเพราะมันเป็นเรื่องของอารมณ์ที่หยั่งลึกซึ่งต่างจากเหตุผล – แต่การตระหนักก็ดีกว่าการไม่รู้ตัวหรือไม่ตระหนักอะไรเลยถึงอิทธิพลของสถาน ที่และยุคสมัย (กาละและเทศะ) ที่เราเกิดและอาศัยอยู่ ที่มีต่อการปลูกฝังบ่มเพาะตัวตนของเรา
ผู้เขียนไม่มีทางออกอย่างสมบูรณ์ แต่ถ้าเลือกได้ ผู้เขียนขอเลือกเป็นปลาทองที่ตระหนักว่าตนมิได้เป็นผู้เลือกตู้ปลาหรือขวด โหลที่อาศัยอยู่ แม้ว่าอาจไม่มีวันว่ายหนีออกจากตู้ปลาไปอยู่ที่อื่นหรือนอกตู้ได้ก็ตาม และผู้เขียนก็จะขอเป็นปลาทองที่ตั้งถามต่อไปว่าใครหรืออะไรเอาเรามาใส่อยู่ ในตู้ที่เราอาศัยอยู่ในปัจจุบัน
วาด รวี: ผู้จัดจำหน่ายหนังสือ, เหยื่อรายแรกของการเก็บค่ากระจายสินค้าร้านหนังสือซีเอ็ด-นายอินทร์
ที่มา ประชาไท
Fri, 2012-08-10 21:44
หากถามว่าใครคือผู้ได้รับผลกระทบมากที่สุดและอาจต้องตกที่นั่งลำบากมาก ที่สุดหากมีการเก็บค่ากระจายสินค้า 1% จากร้านหนังสือซีเอ็ด บุ๊ค เซ็นเตอร์ และร้านนายอินทร์ คำตอบก็คือ ผู้จัดจำหน่ายหนังสือ (book distributors) หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า สายส่ง
ผู้จัดจำหน่ายหนังสือคือใคร?
ผู้จัดจำหน่ายหนังสือคือผู้ทำหน้าที่กระจายหนังสือไปยังร้านหนังสือทั่วประเทศ หรือจะเรียกว่าเป็นผู้ “ค้าส่ง” หนังสือ ก็คงไม่ผิด
ผู้จัดจำหน่ายก็คือหน่วยสำคัญที่อยู่ตรงกลางระหว่าง สำนักพิมพ์ กับ
ร้านหนังสือ ทำหน้าที่ให้บริการจัดจำหน่ายหนังสือให้กับสำนักพิมพ์ต่าง ๆ
และ ส่งหนังสือให้กับร้านหนังสือ ติดตามยอดขายจากร้านหนังสือ
ดูแลหนังสือที่ส่งคืนกลับมาจากร้านหนังสือให้มาถึงมือสำนักพิมพ์ กล่าวคือ
บรรดากิจกรรมต่าง ๆ
เกี่ยวกับหนังสือที่อยู่ระหว่างเส้นทางจากสำนักพิมพ์กับร้านหนังสือ
ล้วนมีผู้จัดจำหน่ายเป็นผู้ดูแล
บางครั้งสำนักพิมพ์ที่พิมพ์หนังสือเป็นจำนวนมาก
ก็เป็นผู้จัดจำหน่ายหนังสือของตนเอง สำหรับธุรกิจหนังสือในประเทศไทย
สำนักพิมพ์ขนาดกลางและขนาดใหญ่ ส่วนมากจัดจำหน่ายหนังสือของตนเอง
แต่ผู้จัดจำหน่ายที่มีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทาน
คือผู้จัดจำหน่ายอาชีพ ที่รับจัดจำหน่ายหนังสือของสำนักพิมพ์ต่าง ๆ
เป็นหลัก ไม่ได้เป็นสำนักพิมพ์ หรือทำสำนักพิมพ์เป็นหลัก
ผู้จัดจำหน่ายอาชีพที่ทำสายส่งอย่างเดียวเหล่านี้มีเป็นจำนวนไม่มาก
แต่ก็เป็นที่ที่สำนักพิมพ์จำนวนมาก โดยเฉพาะสำนักพิมพ์เล็ก ๆ
จะต้องใช้บริการ
ค่า DC (distribution center fee) 1% ของราคาปกจากยอดส่งสินค้าทั้งหมด
เรียกเก็บโดยร้านซีเอ็ด บุ๊ค เซ็นเตอร์ และร้านนายอินทร์
ให้ผู้จัดจำหน่ายทุกเจ้าต้องชำระหากต้องการวางจำหน่ายหนังสือในร้านทั้งสอง
โดยปรกติ
ผู้จัดจำหน่ายย่อมเป็นผู้รับผิดชอบค่าขนส่งส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นระหว่างทาง
จากสายส่งไปถึงร้านหนังสือทุกแห่ง รวมทั้งค่าขนส่งหนังสือที่จำหน่ายไม่ได้
จากร้านหนังสือกลับคืนไปยังสายส่ง ในกรณีของร้านค้าต่างจังหวัด
บางครั้งเป็นผู้รับผิดชอบค่าขนส่งขากลับ (หนังสือคืน)
แต่ร้านหนังสือที่มีสาขาจำนวนมากดังเช่นร้านซีเอ็ด บุ๊ค เซ็นเตอร์
และร้านนายอินทร์ จะมีศูนย์กระจายสินค้าของตนเอง
เพื่อความสะดวกในการบริหารจัดการภายใน
ผู้จัดจำหน่ายจึงไม่ต้องส่งหนังสือไปถึงร้านสาขาต่าง ๆ จำนวนมาก
แต่จะส่งไปที่ศูนย์กระจายสินค้าของร้านเพียงแห่งเดียว
ที่ผ่านมาไม่เคยมีการเรียกเก็บค่ากระจายสินค้าจากทั้งสองร้าน
เนื่องจาก แม้ว่าผู้จัดจำหน่ายจะไม่ต้องส่งหนังสือไปยังสาขาต่าง ๆ
ของทั้งสองร้าน แต่ก็ชดเชยให้ด้วยส่วนลด
หรือส่วนแบ่งกำไรให้กับร้านทั้งสองในสัดส่วนที่สูงกว่าร้านหนังสืออื่น ๆ 5 –
10%
ค่า DC จึงเหมือนอยู่ในส่วนลดที่ผู้จัดจำหน่ายให้กับร้านหนังสือทั้งสองอยู่แล้ว
ร้านซีเอ็ด บุ๊ค เซ็นเตอร์ และ ร้านนายอินทร์ อ้างว่า ก่อนหน้านี้
ร้าน B2S ได้เรียกเก็บค่า DC มาก่อนแล้ว และขณะนี้
ร้านทั้งสองก็มีความจำเป็นต้องเรียกเก็บค่า DC เช่นเดียวกับ B2S
ข้อเท็จจริงก็คือ B2S เรียกเก็บค่า DC จริง
แต่ไม่ใช่ว่าผู้จัดจำหน่ายทุกรายจะต้องจ่าย บางส่วนก็ไม่จ่าย (ไม่มีค่า
DC) แต่ทดแทนให้ด้วยส่วนลดเช่นเดียวกับกรณีของร้านซีเอ็ด และร้านนายอินทร์
บางส่วนยินดีจ่ายค่า DC แต่ก็ให้ส่วนลดกับร้าน B2S น้อยกว่าร้านซีเอ็ด
และร้านนายอินทร์มาก
กรณี B2S จึงไม่ใช่การเรียกเก็บจากผู้จัดจำหน่ายทุกเจ้าเสมอเหมือนกัน
แต่เป็นการต่อรองกันของคู่ค้าแต่ละราย
และสัมพันธ์กับส่วนลดที่ผู้จัดจำหน่ายกับร้านหนังสือตกลงกัน
แต่ร้านซีเอ็ด บุ๊ค เซ็นเตอร์ และ ร้านนายอินทร์
ซึ่งปรกติได้ส่วนลดสูงมากอยู่แล้ว ประกาศจะเรียกเก็บค่า DC 1%
จากผู้จัดจำหน่ายทุกเจ้า และจะปรับเพิ่มอีกในอนาคต
นโยบายดังกล่าวจะทำให้ผู้จัดจำหน่ายมีต้นทุนคงที่เพิ่มขึ้นทันที 1%
เป็นต้นทุนที่ต้องเสียไม่ว่าหนังสือจะขายได้หรือไม่
ซึ่งกระทบกับความสามารถในการดำเนินธุรกิจของผู้จัดจำหน่ายทั้งหมดโดยตรง
ร้านหนังสือซีเอ็ด บุ๊ค เซ็นเตอร์ และร้านหนังสือนายอินทร์
เมื่อรวมกันแล้วมีทั้งจำนวนร้าน และส่วนแบ่งยอดขายของตลาดทั้งระบบ มากกว่า
50% ดังนั้นจึงอยู่ในฐานะครอบงำตลาดที่ ผู้จัดจำหน่ายหนังสือใด ๆ
ก็ไม่สามารถปฏิเสธไม่จำหน่ายยังร้านหนังสือทั้งสองได้
นโยบายดังกล่าว จึงส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อ ผู้จัดจำหน่ายหนังสือ ทั้งระบบ
ยกเว้นเพียงสองเจ้าที่ไม่ได้รับผลกระทบในทางลบ คือ บ.ซีเอ็ด และ
บ.อมรินทร์ ซึ่งทำธุรกิจจัดจำหน่ายหนังสือด้วยเช่นเดียวกัน
และถือเป็นสายส่งรายใหญ่ที่เป็นคู่แข่งขันทางธุรกิจของสายส่งอื่น ๆ
โดยปรกติส่วนแบ่งกำไร (ยังไม่หักค่าใช้จ่าย) ของผู้จัดจำหน่ายอยู่ที่
15% ของราคาปกหนังสือ
แต่เนื่องจากอำนาจต่อรองของร้านเชนสโตร์ที่มีสาขาจำนวนมากในปัจจุบัน
ทำให้ต้องเพิ่มส่วนลดให้ร้านหนังสือรายใหญ่เหล่านี้ ส่งผลให้
ส่วนแบ่งของผู้จัดจำหน่ายในปัจจุบัน เหลือเพียง 5 – 10%
โดยที่ยังไม่หักค่าใช้จ่าย
หากต้องจ่ายค่า DC จากยอดส่งหนังสือ (ไม่ใช่ยอดขาย)
จะทำให้ส่วนแบ่งกำไรของผู้จัดจำหน่ายลดลงมาอีกเหลือ 5 – 8% กว่า ๆ
และอาจจะลดลงกว่านี้อีก หากร้านทั้งสองปรับเพิ่มค่าธรรมเนียมดังกล่าว
ผลกระทบนี้อาจส่งผลให้
บริษัทผู้จัดจำหน่ายอาชีพซึ่งไม่ได้ทำธุรกิจอื่น
และถูกกดดันจากการที่ต้องแข่งขันกับบริษัทครบวงจรอย่างเช่น ซีเอ็ด และ
อมรินทร์ อยู่แล้ว ต้องประสบความยากลำบากยิ่งขึ้น และไม่สามารถอยู่รอดได้
ต้องเลิกกิจการไปหมด
เหลือแต่ผู้จัดจำหน่ายที่เป็นบริษัทครบวงจรอย่างเช่น ซีเอ็ด และ
อมรินทร์ ที่ยังแข็งแรงอยู่
และจะสามารถผูกขาดตลาดการจัดจำหน่ายได้ทั้งระบบในที่สุด
หมายเหตุ: จากบทความเดิมชื่อ"ผู้จัดจำหน่ายหนังสือ,
เหยื่อรายแรกของการเก็บค่ากระจายสินค้าร้านหนังสือซีเอ็ด-นายอินทร์
ข้อต่อสำคัญของห่วงโซ่อุปทานซึ่งกำลังถูกระบบผูกขาดไล่ล่า"
ศาลมาเลย์ยกฟ้อง 3 มือระเบิด บททดสอบความร่วมมือไทย-มาเลเซียดับไฟใต้
ที่มา ประชาไท
Sat, 2012-08-11 15:08
นูรยา เก็บบุญเกิด
โรงเรียนนักข่าวชายแดนใต้ (DSJ)
โรงเรียนนักข่าวชายแดนใต้ (DSJ)
แม้มีการคาดการณ์หรือกล่าวหากันอยู่บ่อยครั้งว่า
ขบวนการต่อต้านรัฐในภาคใต้ของไทยใช้มาเลเซียเป็นฐานในการวางแผนก่อเหตุ
รุนแรง แต่ก็ยังไม่มีการจับกุมกันอย่างคาหนังคาเขา ตราบจนกระทั่งในปี 2552
ที่ตำรวจมาเลเซียได้เข้ารวบตัวชายมุสลิม 3
คนจากนราธิวาสได้ที่บ้านพักแห่งหนึ่งใกล้ชายแดนไทย – มาเลเซีย
นายมูฮัมหมัดซิดี อาลี (ซ้าย) นายมามะคอยรี สือแม (กลาง) และ นายมะยูไน เจ๊ะดอเลาะ (ขวา)
อุปกรณ์บางส่วนที่พบขณะตำรวจ
มาเลเซียเข้าตรวจค้นในบ้านเช่าในรัฐกลันตันในวันที่ 14 ธันวาคม 2552
ซึ่งอดีตจำเลยคดีระเบิดทั้งสามคนอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว หมายเลข 1)
กระสุนปืนขนาด.38 2) กล่องเหล็ก 3) ไดนาไมค์ 4) โทรศัพท์มือถือ 5)
พาวเวอร์เจล และ 6) แอมโมเนียมไนเตรท
การดำเนินคดีกับทั้งสามคนเป็นประเด็นที่น่าจับตามอง
เพราะจะแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับมาเลเซียในการร่วมมือกับดับ
ไฟใต้ได้อย่างดี
คดีนี้เริ่มต้นจากเหตุการณ์ในวันที่ 14 ธันวาคม 2552
เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกรมสอบสวนอาชญากรรมในรัฐกลันตัน (Kelantan
Criminal Investigation Department)
บุกเข้าตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องสงสัยที่คาดว่ามีสารเสพติดในครอบครองภายใน
บ้านเช่าในหมู่บ้านเกเบง อำเภอปาเซร์มัส ประเทศมาเลเซียพร้อมสื่อมวลชน
แต่เมื่อเข้าจับกุมกลับพบอุปกรณ์ประกอบระเบิดจำนวนมาก ได้แก่ ไดนาไมต์จำนวน
160 แท่ง กล่องโลหะ ถังดับเพลิง สารแอมโมเนียมไนเตรท โทรศัพท์มือถือ
อุปกรณ์รีโมทคอนโทรล และกระสุนกว่า 248 นัด
ชายมุสลิมสัญชาติไทยทั้ง 3 คนที่อยู่ในบ้านหลังนั้น คือ นายมามะคอยรี
สือแม นายมูฮัมหมัดซิดี อาลี และนายมะยูไน เจ๊ะดอเลาะ ทั้ง 3
คนถูกศาลมาเลเซียตัดสินลงโทษจำคุก 10 เดือนและโบย 3
ครั้งในข้อหาหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย
จากนั้นก็ถูกดำเนินคดีฐานมีเครื่องกระสุนและวัตถุระเบิดไว้ในครอบครอง
ซึ่งเป็นคดีที่ทางการไทยเฝ้าติดตามมาโดยตลอด
ผู้ต้องหาคดีนี้เป็นใคร
นายมามะคอยรี เป็นผู้ต้องหา 1 ใน 7
คนที่ถูกจับกุมในโรงเรียนอิสลามบูรพา อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส
เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2550
หลังเจ้าหน้าที่บุกเข้าตรวจค้นโรงเรียนและพบอุปกรณ์ประกอบระเบิดจำนวนมาก
ต่อมาระหว่างถูกคุมขัง มามะคอยรีได้แจ้งเจ้าหน้าที่เรือนจำว่า
ตนเองป่วยและขอไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์
แม้ว่าเขาจะถูกล่ามโซ่ไว้กับเตียงคนไข้ในโรงพยาบาล
แต่มามะคอยรีก็ยังสามารถหาวิธีหลบหนีไปได้สำเร็จ
ชื่อของเขาก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง
เมื่อถูกตำรวจมาเลเซียจับกุมตัวที่บ้านเช่าหลังนั้น
ในขณะที่มามะคอยรีถูกควบคุมตัว และถูกศาลมาเลเซียพิจารณาคดีอยู่นั้น
จำเลยอีก 6
คนที่ถูกจับกุมพร้อมกับเขาที่โรงเรียนอิสลามบูรพาได้ถูกศาลจังหวัดนราธิวาส
พิพากษาลงโทษประหารชีวิตไป 5 คน ส่วนอีกหนึ่งคนให้จำคุก 27 ปี
โดยข้อหาที่ร้ายแรงที่สุดคือความผิดฐานร่วมกันก่อการร้ายและเป็นซ่องโจร
โดยศาลเห็นว่าเป็นการกระทำที่
“เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศชาติและส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความสงบ
เรียบร้อยของสังคม”
หากนายมามะคอยรีถูกนำตัวกลับมายังประเทศไทยก็จะต้องถูกดำเนินคดีเช่นกัน
ส่วนนายมูฮัมหมัดซิดี เคยถูกออกหมายจับตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ
(พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548)
ข้อมูลของตำรวจระบุว่า เขาเป็นมือระเบิดในพื้นที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส
ส่วนนายมะยูไนไม่พบประวัติในฐานข้อมูล
คำพิพากษาของศาลมาเลเซีย
หลังจากทั้ง 3 คนถูกตำรวจมาเลเซียจับกุม วันที่ 27 ธันวาคม 2552
ทางการมาเลเซียได้นำผู้ต้องหาทั้ง 3 คนไปยังศาลแผนกคดีอาญา ศาสปาเสมัส
อ.ปาเสมัส รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซียเพื่อทำการไต่สวน
แต่ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ศาลจึงเลื่อนการไต่สวนออกไป
การพิจารณาคดีว่างเว้นไปนาน จนกระทั่งในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2555
ศาลมาเลเซียจึงได้ทำการไต่สวนและตัดสินว่า
ไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะระบุได้ว่า
นายมูฮัมหมัดซิดีและนายมะยูไนมีส่วนเกี่ยวข้องในการครอบครองวัตถุระเบิดศาล
จึงมีคำสั่งให้ปล่อยตัวจำเลย 2 คนในชั้นของการไต่สวน โดยให้เหตุผลว่า
อัยการไม่สามารถที่จะหาหลักฐานเบื้องต้นมาชี้มูลผูกมัดจำเลยทั้งสองได้
จำเลยเพียงมาเยี่ยมเยียนเพื่อนเท่านั้น
ในเอกสารของทางการไทยที่บันทึกคำสั่งศาลปาเสมัสในวันนั้น ระบุว่า
เจ้าของบ้านได้ให้การว่า จำหน้าจำเลยสองคนนี้ไม่ได้ และจำเลยให้การว่า
มาเยี่ยมเพียงหนึ่งวันและจะเดินทางกลับ
นอกจากนี้ของกลางได้ถูกเก็บไว้ที่ใต้ถุนบันไดและหลังประตูในห้องของบ้านหลัง
ดังกล่าว ซึ่งแขกคงจะไม่ได้เข้าไปในบริเวณนั้นซึ่งอยู่ลึกเข้าไป
คดีนี้จึงมีมามะคอยรีคนเดียวที่เป็นจำเลย โดยในวันที่ 22 พฤษภาคม 2555
ศาลสูงโกตาบารูได้พิพากษาให้ยกฟ้อง
โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของไทยที่ไปนั่งฟังคำพิพากษาด้วย เล่าว่า
นายมามะคอยรีอ้างกับศาลว่า
เหตุที่ตนหลบหนีออกจากโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์
และเดินทางเข้าไปยังประเทศมาเลเซียนั้น
ก็เนื่องจากมีอาการปวดหลังและปวดท้องจากการถูกซ้อมทรมานโดยเจ้าหน้าที่ของ
ไทย และได้มาพักอาศัยที่บ้านเพื่อนในมาเลเซีย
ซึ่งเพื่อนคนดังกล่าวเป็นบ้านของนายอัมรานซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ยิงเสียชีวิต
ที่ จ.นราธิวาสไปก่อนหน้านี้ ศาลเห็นว่านายมามะคอยรี
เพียงมาอาศัยพักพิงและไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับวัตถุระเบิดและอาวุธที่พบใน
บ้านดังกล่าว
เจ้าหน้าที่ความมั่นคงของไทย ระบุว่าคำพิพากษานี้ทำให้ทางการไทย
“ผิดหวังมาก” หากจำเลยทั้งสามได้รับการลงโทษ
ก็จะแสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์อย่างชัดเจนที่จะไม่สนับสนุนและให้ที่พักพิงแก่
กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่หลบหนีเข้าไปยังมาเลเซีย
ซึ่งน่าจะส่งผลโดยตรงต่อการปฏิบัติการของกลุ่มที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ในชาย
แดนใต้
เจ้าหน้าที่คนเดิม ชี้ว่า การดำเนินการในเรื่องนี้
ทางมาเลเซียเองจะต้องดูประเด็นเรื่องการเมืองภายในประเทศด้วย
เพราะว่าทั้งพรรค UMNO ซึ่งคุมรัฐบาลกลางอยู่และพรรค PAS
ซึ่งคุมรัฐบาลท้องถิ่นในรัฐกลันตัน
ต่างก็ต้องการแย่งฐานคะแนนเสียงของคนมุสลิม และไม่ต้องการที่จะดำเนินการใดๆ
ที่มีความเสี่ยงที่จะกระทบต่อฐานเสียงของตัวเองได้
คนมลายูในภาคใต้ของไทยกับตอนเหนือของมาเลเซียมีความสัมพันธ์เชิงเครือญาติ
และร่วมชาติพันธุ์กัน ดังนั้น จึงมีแนวโน้มที่จะช่วยเหลือกัน
คนมาเลเซียมองว่า การเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องเอกราชไม่ใช่การก่อการร้าย
การส่งผู้ร้ายข้ามแดน
นอกจากจะผิดหวังกับคำพิพากษาแล้ว
ทางการไทยยังผิดหวังกับความไม่ร่วมมือของทางการมาเลเซียในการส่งผู้ร้ายข้าม
แดนด้วย เจ้าหน้าที่ความมั่นคงอธิบายว่า การส่งกลับนั้นทำได้ 2 ทาง คือ
หนึ่ง เป็นการส่งกลับด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดน
ซึ่งยังคงมีข้อถกเถียงในเชิงกฎหมายว่าไทยกับมาเลเซียนั้นมีสนธิสัญญาส่ง
ผู้ร้ายข้ามแดน (Extradition Treaty) ระหว่างกันหรือไม่ ไทยชี้แจงว่า
มีโดยการอ้างสนธิสัญญาที่เคยทำไว้กับอังกฤษซึ่งเคยเป็นเจ้าอาณานิคมของ
มาเลเซีย แต่ฝ่ายมาเลเซียถือว่าไม่มีผลบังคับใช้แล้ว
วิธีที่สองคือการผลักดันกลับฐานเข้าเมืองผิดกฎหมาย
เจ้าหน้าที่ความมั่นคงไทยเล่าว่า
ทางการไทยส่งคนไปเฝ้าถามทุกวันว่าจะมีการปล่อยตัวจำเลยเมื่อใด
แต่ก็ไม่เคยได้รับคำตอบจากทางการมาเลเซีย
“เขาจงใจปกปิด” เจ้าหน้าที่คนเดิมกล่าว
12 สิงหา....ตามแม่ไปคุก
ที่มา ประชาไท
Fri, 2012-08-10 17:51
เนื่องในวันแม่แห่งชาติ ใครๆ ก็ต้องพูดเรื่องแม่ 'ประชาไท'
จึงขอนำเสนอเรื่องราวของแม่ผู้ชราคนหนึ่งที่ต้องเดินทางไปเยี่ยมลูกชายซึ่ง
เป็นผู้ต้องหาและถูกคุมขังที่เรือนจำด้วยข้อหาเกี่ยวกับ
พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และมาตรา 112
Subscribe to:
Posts (Atom)



