WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, August 14, 2012

"ร่วมจ่าย 30 บาทรักษาโรค" ดีเดย์ 1 ก.ย. นี้ - 21 กลุ่มได้สิทธิยกเว้น

ที่มา ประชาไท

 

(13 ส.ค.55) วิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงความคืบหน้าของโครงการร่วมจ่ายค่าธรรมเนียมบริการ 30 บาทในโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าตามนโยบายรัฐบาลว่า โครงการดังกล่าวจะเริ่มในวันที่ 1 กันยายน 2555 พร้อมกันทั่วประเทศ โดยดำเนินการในระดับโรงพยาบาลชุมชนขึ้นไปจนถึงโรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลศูนย์ และในโรงพยาบาลเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ โดยประชาชนจะร่วมจ่าย ในกรณีที่มีการรับยาเท่านั้น หากรายใดไม่ประสงค์จะจ่าย 30 บาท ก็สามารถใช้สิทธิ์ได้
โดยผู้ที่เคยได้รับสิทธิยกเว้นการร่วมจ่าย 30 บาทมีทั้งหมด 21 กลุ่ม ก็จะได้รับการยกเว้นร่วมจ่ายเหมือนเดิม ขณะนี้ได้ให้สำนักงานสาธารณสุขทุกจังหวัด เร่งประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความเข้าใจประชาชนในพื้นที่ และให้โรงพยาบาลทุกแห่งพัฒนาความพร้อมให้บริการที่ดีขึ้นทุกด้านทั้งผู้ป่วย ฉุกเฉิน ผู้ป่วยเรื้อรัง บริการผู้สูงอายุ ผู้พิการ โดยไม่มีเวลาหยุดพักเที่ยง
นอกจากนั้น ยังให้ให้สิทธิประชาชน สามารถเปลี่ยนหน่วยบริการที่พอใจได้ปีละ 4 ครั้ง จากเดิมเปลี่ยนได้ปีละ 2 ครั้ง โดยใช้บัตรประชาชนหรือเอกสารทางราชการที่มีเลข 13 หลักเป็นหลักฐาน เพิ่มความสะดวกประชาชนยิ่งขึ้น ในเขต กทม.สามารถยื่นเปลี่ยนได้ที่สำนักงานเขต ส่วนต่างจังหวัดยื่นที่สถานบริการสาธารณสุข
ด้านนายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จะมีการประชุมนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป ในวันที่ 21 สิงหาคม 2555 เพื่อให้ระบบบริการราบรื่นเหมือนกันทั่วประเทศ โดยเฉพาะในโรงพยาบาลชุมชนที่มี 875 แห่ง ให้จัดแพทย์ตรวจรักษาอย่างน้อย 2 คน โครงการร่วมจ่ายนี้ จะเป็นการสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนไปใช้บริการที่หน่วยบริการปฐมภูมิใน พื้นที่ใกล้บ้านมากขึ้น ซึ่งสามารถดูแลประชาชนได้ดี เหมือนโรงพยาบาลใหญ่ ทั้งการส่งเสริมสุขภาพ การตรวจคัดกรองโรคเบาหวาน ความดัน การตรวจรักษาโรคทั่วไป โดยใช้ระบบการสื่อสารทางอินเทอร์เน็ตพูดคุยปรึกษากับแพทย์ผู้รักษาในโรง พยาบาลใหญ่โดยตรง
ขณะที่นายแพทย์วินัย สวัสดิวร เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช.กล่าวว่า ขณะนี้ สปสช.ได้จัดทำคู่มือบัตรทองจำนวน 3 ล้านฉบับ เพื่อชี้แจงเรื่องการร่วมจ่ายด้วย แจกให้ประชาชน โดยกลุ่มประชาชนที่ได้รับการยกเว้นการร่วมจ่าย 30 บาท มีทั้งหมด 21 กลุ่ม ได้แก่ 1.ผู้เข้ารับบริการด้านการสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค กรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติ ฉุกเฉินเร่งด่วน หรือเข้ารับบริการในหน่วยบริการที่ระดับต่ำกว่าโรงพยาบาลชุมชน 2.ผู้มีรายได้น้อย 3.ผู้นำชุมชน ได้แก่ กำนัน สารวัตรกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล และบุคคลในครอบครัว
4.อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน อาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร และบุคคลในครอบครัว 5.ผู้ที่มีอายุเกิน 60 ปี 6.เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี 7.คนพิการทั้งที่มีบัตรและไม่มีบัตรประจำตัว 8.พระภิกษุ สามเณร แม่ชี นักบวช นักพรต ผู้นำศาสนาอิสลามที่มีหนังสือรับรอง และบุคคลในครอบครัวของผู้นำศาสนาอิสลาม 9.ทหารผ่านศึกทุกระดับที่มีบัตร และบุคคลในครอบครัว รวมถึงผู้ที่ได้รับพระราชทานเหรียญชัยสมรภูมิและทายาท 10.นักเรียนไม่เกินชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น 11.นักเรียนทหารและทหารเกณฑ์ 12.ผู้ได้รับพระราชทานเหรียญงานพระราชสงครามในทวีปยุโรปและบุคคลในครอบครัว
13.อาสาสมัครมาเลเรีย ตามโครงการของกระทรวงสาธารณสุขและบุคคลในครอบครัว 14.ช่างสุขภัณฑ์หมู่บ้านตามโครงการของกรมอนามัยและบุคคลในครอบครัว 15.ผู้ที่ได้รับพระราชทานเหรียญชายแดน 16.ผู้ที่ได้รับพระราชทานเหรียญพิทักษ์เสรีชน 17.สมาชิกผู้บริจาคโลหิตของสภากาชาดไทย ที่มีหนังสือรับรองว่าได้บริจาคโลหิตตั้งแต่ 18 ครั้งขึ้นไป 18.หมออาสาหมู่บ้านตามโครงการกระทรวงกลาโหม 19.อาสาสมัครคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม 20.อาสาสมัครทหารพรานในสังกัดกองทัพบก 21.บุคคลที่แสดงความประสงค์ไม่จ่ายค่าบริการ


ที่มา: เว็บไซต์มติชนออนไลน์

โฆษก ปชป. ยืนยันว่า "อภิสิทธิ์" จะเป็นหัวหน้าพรรคต่อ

ที่มา ประชาไท

 
โดยการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะแนบชื่ออภิสิทธิ์เป็นนายกฯ ด้วย พร้อมแนะรัฐบาลเอาเวลาไปเตรียมตอบคำถามศึกซักฟอก ดีกว่าตรวจสอบเรื่องเกณฑ์ทหารของอภิสิทธิ์
วันนี้ (13 ส.ค.) เว็บไซต์ฐานเศรษฐกิจ รายงานคำพูดของนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งให้สัมภาษณ์ยืนยันว่า พรรคยังคงสนับสนุนให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ต่อไป แม้นายอภิสิทธิ์จะไม่สามารถทำให้พรรคชนะการเลือกตั้งที่ผ่านมาได้ แต่ก็ทำให้พรรคได้รับความนิยมมากขึ้น โดยในการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะมีการแนบรายชื่อให้นายอภิสิทธิ์เป็นนายก รัฐมนตรีด้วย
และนายชวนนท์กล่วด้วยว่า ฝ่ายค้านจะอภิปรายแต่ในประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ เช่นเรื่องเศรษฐกิจปากท้องของประชาชนเท่านั้น พร้อมแนะนำฝ่ายรัฐบาลว่าขอให้เอาเวลาที่เหลือกลับไปเตรียมข้อมูลมาตอบคำถาม ของฝ่ายค้านมากกว่ามาตรวจสอบเรื่องการหนีทหารของนายอภิสิทธิ์
ขณะเดียวกัน มติชนออนไลน์ รายงานความเห็นของนายกษิต ภิรมย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงการเดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาของ พ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า รัฐบาลไทยเห็นชอบด้วยกับการเดินทางไปประเทศต่างๆ ของทักษิณ ไม่ได้ทำหน้าที่ในการนำตัว พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยนายกษิตเห็นว่าเป็นการไม่เคารพกระบวนการยุติธรรมของไทย ทำหน้าที่เป็นสมุนรับใช้ พ.ต.ท.ทักษิณ ส่วนในกรณีของรัฐบาลสหรัฐอเมริกานั้น ก็รู้อยู่ตลอดว่า กระทำของ พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกตั้งข้อหาการทุจริตคอร์รัปชั่น ยุยงให้เผาบ้านเผาเมือง มีกองกำลังติดอาวุธ  แต่รัฐบาลสหรัฐฯ กลับทำอะไรที่สวนทางกับความเชื่อถือของคนอเมริกัน

4 เดือน "นโยบายเจ็บป่วยฉุกเฉินถึงแก่ชีวิต ไม่ถามสิทธิฯ" จ่ายชดเชยแล้วกว่า 50 ล้าน

ที่มา ประชาไท

 
(12 ส.ค.55) นายแพทย์วินัย สวัสดิวร เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จากผลการดำเนินงานนโยบายเจ็บป่วยฉุกเฉิน ถึงแก่ชีวิต ไม่ถามสิทธิ ใกล้ที่ไหน ไปที่นั่น ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2555 ผลการดำเนินการ 4 เดือน จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2555 พบว่า มีผู้ป่วยเข้าถึงบริการ 4,080 ราย จากโรงพยาบาลเอกชน 205 แห่ง เป็นสิทธิหลักประกันสุขภาพ 2,526 ราย หรือร้อยละ 69.91 สิทธิข้าราชการ 1,135 รายหรือร้อยละ 27.82 สิทธิประกันสังคม 409 รายหรือร้อยละ 10.01 ผู้มีปัญหาสถานะและสิทธิ 6 รายหรือร้อยละ 0.15 และสิทธิรัฐวิสาหกิจ 4 รายหรือร้อยละ 0.10
ทั้งนี้เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรของแต่ละสิทธิพบว่า สิทธิข้าราชการเข้าถึงบริการสูงสุด ในอัตรา 23 คนต่อประชากร 10,000 คน ขณะที่สิทธิหลักประกันสุขภาพ อัตรา 5 คนต่อประชากร 10,000 คน และสิทธิประกันสังคม 4 คนต่อประชากร 10,000 คน
เลขาธิการ สปสช. กล่าวต่อว่า สำหรับประเภทการบริการ เป็นบริการผู้ป่วยนอก 939 รายหรือร้อยละ 23.01 ผู้ป่วยใน 3,137 รายหรือร้อยละ 76.89 เป็นผู้ป่วยเร่งด่วน 2,100 รายหรือร้อยละ 51.47 ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต 1,980 รายหรือร้อยละ 48.53 ผู้ป่วยฉุกเฉินได้รับการรักษาจนกระทั่งหายร้อยละ 57.3 ร้อยละ 31.2 มีการส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลอื่นต่อ และร้อยละ 9.5 เสียชีวิตเนื่องจากการเจ็บป่วยขั้นวิกฤต
ผู้ป่วยส่วนมากนอกรักษาตัวในโรงพยาบาล 1 วัน และมีวันนอนเฉลี่ย 3.4 วัน จำนวนวันนอนสูงสุดคือ 48 วัน อย่างไรก็ตามพบว่า ในเขตกรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ที่ให้บริการผู้ป่วยมากที่สุด 1,745 รายหรือร้อยละ 42.8 รองลงมาคือสาขาเขตสระบุรี 470 ราย และสาขาเขตเชียงใหม่ 410 ราย
นายแพทย์วินัย กล่าวว่า ในส่วนของการจ่ายชดเชยนั้น จ่ายเงินชดเชยแล้ว 2,982 ราย จำนวนเงิน 57,406,274 บาท ยังไม่สามารถจ่ายชดเชยได้ 1,098 ราย เนื่องจากข้อมูลยังไม่สมบูรณ์ ต้องมีการแก้ไขข้อมูลใหม่ ขณะที่ยอดเรียกเก็บเงินเฉลี่ย ต่อครั้ง 61,175 บาท และจากข้อมูลรายที่จ่ายชดเชยแล้วเป็นกรณีผู้ประสบภัยจากรถ 251 ราย ซึ่ง สปสช.ในฐานะเคลียริ่งเฮาส์ ได้ทำการหักค่าเสียหายเบื้องต้นไม่เกิน 15,000 บาททั้งหมด ซึ่งเงินที่หักนี้ผู้ป่วยหรือโรงพยาบาลต้องไปเรียกเก็บจากกองทุนผู้ประสบภัย จากรถเอง
และเมื่อหักเงินส่วนนี้แล้วจะแย่งเป็น 2 กรณีคือ 1. ที่ยังต้องจ่ายเงินส่วนเกินให้โรงพยาบาล 149 ราย เป็นเงิน 5,585,905 บาท 2.ไม่ต้องจ่ายเงินให้โรงพยาบาล เพราะอยู่ในเกณฑ์ไม่เกิน 15,000 บาท จำนวน 106 ราย เป็นยอดที่ผู้ป่วยหรือโรงพยาบาลต้องไปเรียกเก็บจากกองทุนผู้ประสบภัยจากรถ 689,094 บาท ซึ่งตรงนี้เกิดปัญหากับทางโรงพยาบาล เพราะมีผู้ป่วยบางรายที่ไม่สามารถเก็บหลักฐานเพื่อประกอบการเบิกจ่ายได้ทัน
“ในส่วนปัญหาและอุปสรรคนั้น ยังคงมีปัญหาที่โรงพยาบาลเอกชนเห็นว่าอัตราเงินชดเชยน้อยกว่าต้นทุน การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเมื่อพ้นภาวะวิกฤต และกรณีผู้ประสบภัยจากรถ ซึ่งโรงพยาบาลเรียกเก็บเงินไม่ได้ รวมถึงการรับรู้ของผู้ป่วยกับการใช้สิทธิ และการปรับระเบียบของแต่ละกองทุนเพื่อรองรับหลักเกณฑ์กลาง เช่น กรณีฆ่าตัวตาย ที่สิทธิประกันสังคมยังไม่ครอบคลุม เป็นต้น ซึ่งปัญหานี้ สปสช.จะนำเสนอเพื่อปรับปรุงและแก้ไขตามกระบวนการต่อไป” เลขาธิการ สปสช.กล่าว

ทำไมท่านนายกฯทักษิณเปลี่ยนแผนเข้าร่วมงานเลี้ยงที่ LA

ที่มา thaifreenews







 

ทำไมท่านนายกฯทักษิณเปลี่ยนแผนเข้าร่วมงานเลี้ยงต้อนรับที่แอลเอ...กะทันหัน


เชิญอ่านเลยครับ....จะได้รู้ไว้ว่าประเทศเราเป็นอย่างไร....

ที่ท่านนายกฯทักษิณเปลี่ยนแผนกระทันหัน
เหตุผลหลักไม่ใช่เรื่องของระบบความปลอดภัย
และพวกเสื้อเหลือง 200 ไม่เกิน 300 คนก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่

ประเด็นหลักมันอยู่ที่ว่าประเทศไทยมีศักยภาพมากเกินไป
ของที่เคยแบ่งปันกันกินระหว่างในและต่างประเทศจะร่อยหรอ
ถ้าพี่ชายน้องสาวคู่นี้ยังเดินหน้ามุ่งทำเพื่อประชาชนต่อไป

จะด้วยคำสั่งของใครหรือจากการประสานผลประโยชน์ระหว่างใครก็ตาม
ทำให้ LAPD และ Law Enforcement ไม่ค่อยเต็มไม้เต็มมือนัก

ข่าวลึกๆคือต้องการให้เกิดปัญหา
เพื่อนำไปสู่การถอนวีซ่าของท่านนายกฯทักษิณ
ด้วยสาเหตุเป็นตัวเจ้าปัญหาก่อให้เกิดความวุ่น
ทำให้ท่านนายกฯทักษิณกลายเป็นบุคคลที่ไม่พึงปรารถนาของรัฐบาลอเมริกัน
การปฏิเสธวิซ่าเข้าประเทศจึงมีความชอบธรรม

และหากแผนเชือดท่านนายกฯทักษิณเกิดขึ้นจริงตามความต้องการของใครก็ตาม
มันคือการฉีกหน้าทางการเมืองข้ามโลกครั้งยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์
ที่จะส่งผลกระทบต่อรัฐบาลนายกฯยิ่งลักษณ์มากกว่าอุทกภัยครั้งที่เพิ่งผ่านมาหลายเท่านัก
การเปลี่ยนแผนไม่เข้าร่วมงานของคนเสื้อแดงแอลเอจึงเป็นความจำเป็น
แต่ท่านนายกฯทักษิณก็ได้โฟนอินเข้ามาเป็นการชดเชย

คนเสื้อเหลืองใช้วิชามารสารพัดอย่างเพื่อสะกัดกั้น
ไม่ให้คนเสื้อแดงไหลบ่าเข้าศูนย์อาหารไทยแลนด์พลาซ่า
โดยการออกข่าวไปทั่วว่ามีการวางระเบิดถ้าใครเข้าร่วมงานอาจต้องสูญเสียชีวิต
รวมทั้งเป่าประกาศไปทั่วว่าใครไม่มีใบเขียวถ้าเข้าร่วมจะแจ้งอิมมิเกรชั่น
ทั้งนี้ยังไม่รวมถึงการก่อกวนเพื่อปลดป้ายต้อนรับ ในเวลากลางดึกก่อนวันงาน
เอาของสกปรกสีเหลืองๆของคนเสื้อเหลืองไปที่ขับถ่ายออกมาไปขว้างปา
สถานที่จัดงานในยามวิกาล
อีกทั้งพยายามปิดล้อมทางเข้าไม่ให้คนเสื้อแดงเข้าไปยังสถานที่จัดงานในตอนกลางวัน

แต่คนเสื้อแดงก็ยังมารวมตัวกันมากมายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
ทั้งที่คนเป็นร้อยเข้าสถานที่จัดงานไม่ได้ บ้างเกิดความกลัวจากการถูกข่มขู่
ก็เปลี่ยนใจไม่มา บ้างขับรถผ่านมาถึงที่แล้วเกรงเกิดความวุ่นวายก็ขับรถเลยไป

ประมาณจำนวนคนที่มาร่วมงาน
ไม่น่าจะตำกว่า 700-800 คงมีคนอัพโหลดรูปให้ได้ชมกันบ้างแล้วมัง
คุณอาข่าประมาณเอาจากรูปก็แล้วกัน คงจะคำนวนจำนวนได้นะ

ผมคงบอกคุณอาข่าไม่ได้มาก เหตุผลทางการเมืองลึกๆ
คงมีอีกหลายประการ ซึ่งมีแต่ประเทศไทยเท่านั้นที่สามารถดลบันดาลให้เกิดขึ้นได้

ที่มา Red USA FB Page : www.facebook.com/red.usa.LA

ถ้าเป็นไทยแลนด์เกมส์

ที่มา การ์ตูนมะนาว


ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 14/08/55 ช่วยดันช่วยกัน..ถึงเอาอยู่

ที่มา blablabla

โดย






ไม่ได้โกง อย่ากลัว จะมัวหม่น
ไม่อับจน หากครรลอง ถูกต้องชัด
ยืนหยัดสู้ พวกมารยา หมาลอบกัด
แล้วเร่งรัด ทุกที่ทาง สร้างผลงาน....

พวกสามานย์ ยังดาหน้า มารุมทุบ
ให้พังยุบ ยับเยิน เกินจะด้าน
อีกร้อยเล่ห์ ต่ำช้า วิชามาร
เตรียมรุกราน เป็นระลอก ศึกนอกใน....

จงพร้อมใจ ช่วยกัน ดันให้อยู่
หากอุดอู้ เกี่ยงกัน มันไม่ไหว
เอาสองมือ มาร่วมแรง แบ่งกันไป
สิ่งที่ได้ คือกำแพง ที่แกร่งทน....

ไม่คิดโกง อย่ากลัว มัวขี้ขลาด
จงรุกฆาต เดินหน้า อย่าสับสน
ไม่มีเสี่ยง หากเคียงบ่า ประชาชน
กลัวสัปดน คิดอำพราง ทางไม่ดี....

เห็นกันไหม? ใครถาโถม จ้องล้มรัฐ
ใครวางแผน กำจัด งัดไม้นี้
ธงที่ปัก คำสั่งเหิ้ยม เตรียมราวี
รักสามัคคี แล้วเดินหน้า อย่าถอดใจ....

๓ บลา / ๑๔ ส.ค.๕๕

ชมภาพชุดสปิริตแดง USA:The show must go on พร้อมรายงานสดจากสนามข่า่วเกิดอะไรขึ้นแน่ที่ LA

ที่มา uddred

ไทยอีนิวส์ 14 สิงหาคม 2555 >>>






ถ่อยข้ามโลก-พันธมิตรพากันประท้วงขัดขวางการเข้ามางานของทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทั้งการทุบรถ ขว้างปา และนอนขวาง ทำให้ทางการสหรัฐฯแนะนำให้ทักษิณงดมางาน เ้พื่อป้องกันพวกอันธพาลการเมืองก่อเหตุรุนแรง (ภาพบน) หนูน้อยเสื้อแดงเต็มยศมาถึงงาน เพื่อที่จะพบว่าคนที่คุณปู่ของเธอตั้งใจมาพบได้งดมาร่วมงานกะทันหัน ทางด้าน RED USA เจ้าภาพผู้จัดงาน ได้แถลงทางเฟซบุ๊คว่า

Red USA


งานในคืนนี้เราถูกยกเลิกโดย "การร้องขอจากตำรวจ LAPD เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดความรุนแรงด้วยการกระทำของ พธม." และอาจจะถูกประกาศเคอร์ฟิวชั่วคราว
วันนี้...Red USA ยอมถอยจากความต้องการของนายกทักษิณที่อยากให้เกิดความสงบสุขของชุมชนไทยแห่ง นี้ และ Red USA ยินดีเพื่อจะรักษารัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ของประชาชน
วันนี้พวกเรา Red USA เสียใจและพวกเราอาจร้องไห้ ที่งานใหญ่ที่สุดในอเมริกาของเราถูกทำลายโดย พธม. แค่ 100 กว่าคน แต่เราทำดีที่สุดแล้ว แต่เหตุการณ์นี้ ทำให้ Red USA ต้องการกลับมายิ่งใหญ่ในดินแดนแห่งเสรีภาพผืนนี้อีกครั้ง
เดอะ โชว์ มัสต์ โกออน-คนเสื้อแดง และผู้รักชาติรักประชาธิปไตยยังเข้าร่วมกิจกรรมต่อไป แม้ต้องผิดหวังไม่ได้พบกับคนที่พวกเขารอคอย และอุตส่าห์ตั้งใจจัดงานนี้ขึ้น (กระบอกเสียงพันธมิตร ASTV โฆษณาชวนเชื่อว่ามีคนมาหลักสิบ)
บันทึกจากผู้อยู่ในเหตุการณ์และเป็นเจ้าของภาพชุดนี้:คุณทักษิณมางานไม่ได้ เพราะพวก foolish yellow buffalo อาละวาดหนักหน้างาน ขว้างปา ทุบรถผู้นำขบวนเสียหาย นอนขวางทางเข้า คุณทักษิณจึงเปลี่ยนเป็นการโฟน-อินเข้ามา แทนการปรากฎตัวบนเวที เพื่อรักษาสถานการณ์ไว้ ไม่ต้องการให้เกิดเรื่องขึ้นในงานเฉลิมพระชนม์ฯ 12 ส.ค. งานจึงยุติลงในเวลาสี่ทุ่ม (คุณ Benja Srijaroon)

เจ้าภาพ RED USA รายงานสดเกิดอะไรขึ้นแน่ที่ LA ?

คุณทิฟฟี่ RED USA 1 ในคณะเจ้าภาพ รายงานมาจาก LA ว่า พูดไม่ออกค่ะเพราะผู้เขียนอยู่ในเหตุการณ์ด้วย ไม่น่าเชื่อว่าในโลกแห่งเสรีประชาธิปไตยสหรัฐอเมริกา ยังมีคนเถื่อน ถ่อย สถุล คลั่ง ยิ่งกว่าหมาบ้าอาศัยอยู่
คนเสื้อแดงที่มารวมตัวกันเป็นจำนวนประมาณ700คน ปวารณาตัวว่าพร้อมที่จะเป็นกำแพงให้กับท่าทักษินเมื่อท่านเดินทางเข้ามา พวกเรายืนออกันเต็มอยู่สองฝากฝั่งทางเข้าส่วนหนึ่ง เมื่อทราบว่าท่านทักษิณกำลังจะเดินทางมา ก็พากันลงมาจากข้างบนแบ่งยืนกันสองฝั่ง พร้อมที่จะปกป้องกันให้รถขบวน..
ขับเข้ามาข้างใน พวกเราหลายคนเลือดร้อนร้องโต้ตอบกับเขา พอพธม.ตะโกนว่าทักษิณ พวกเราก็ร้องตอบว่า "สู้ สู้" เป็นอย่างนีัสักพัก...เสียงพวกเราดังกว่าค่ะ..
700 กับ ร้อยกว่า ๆ ..สองร้อยนับแล้วนับอีกก็ยังไม่ถึง แต่เว็บมาเนเจอร์ออกข่าวในทันทีว่า พธม. มากันสองพัน และให้ร้ายว่าทางผู้จัดมีการให้เงินคนเสื้อแดงคนละ 150 เหรียญ "โกหก..ระดับโลกอีกแล้ว" ตัวหัวหน้าโจ๊กในกลุ่มต่อต้านที่คอยถือโทรโข่งกล่าวถ่อยคำยั่วยุ อารมณ์ฝ่ายของเขาให้ฮึกเฮิม...
อยู่ตลอดเวลา ก็ถ้อยคำเดิมๆ ที่พวกเราทราบกันอยู่แล้ว เรียกกว่าท่องมาเป็นแพทเทิ่ร์นมาล่ะค่ะ และสิ่งที่ขาดไม่ได้คือการนำเอารูปและธงของสถาบัน มาเป็นเครื่องมือในการประท้วง..แบบสลิ่มเหลืองเมืองไทยทำนั่นแหละ
มีพี่เสื้อแดงคนหนึ่งเดินไปเอาของที่รถ ขากลับโดนสลิ่มคนหนึ่งเอาเท้าเตะ พี่เขาเดินบ่นเข้ามาแต่มี Security เห็นจึงได้เข้ามาบอกให้พี่เขาไปชี้ตัวผล...ตำรวจจับสลิ่มคนนั้นใส่กุญแจมือ ไพล่อยู่ข้างหลังนำไปไว้ในรถ...ตำรวจที่จอดอยู่ข้างฟุตบาต รู้ไหมค๊ะว่า..สลิ่มคนนั้น..เป็นคนสูงอายุค่ะ น่าเวทนา..จริง ๆ
ในขณะที่รอเวลาท่านทักษิณจะเดินทางเข้ามา บนเวทีข้างบนนักร้องเก่าที่มีคุณภาพ คือคุณไฉไล ไชยทา คุณพราวตา ดาราเรือง คุณรุ่งพิรุณ เมธารมณ์ และอีกหนึ่งท่านที่ผู้เขียนไม่ทราบชื่อได้ขึ้นร้องเพลง
มีพวกเราออกไปเต้นอยู่ข้างหน้า..อย่างสนุกสนาน ตามแบบฉบับของคนเสื้อแดงที่จะขาดเสียมิได้
ต่อมาคุณป้าศิริวรรณ นิมิตรศิลป์ ได้ขึ้นเวทีพูดให้กำลังใจ สลับกับคุณดารุณีกฤตบุญญลัย ที่ได้ร้องเพลงไปด้วยพูดให้กำลังใจไปด้วย ตามแบบฉบับของพี่ดาแดงเดือด คือสนุกไปด้วยและได้ความรู้เรื่องการเมืองไปด้วย
จนเวลาล่วงเลยไปประมาณ 3 ทุ่มกว่า ประธานการจัดงาน คุณเชาว์ ซื่อแท้ ได้ขึ้นมาประกาศเหตุผล...ว่
าทาง LAPD (ตำรวจ LA) แนะนำให้ท่านทักษิณงดการเดินทางมางาน และท่านทักษิณเลือกที่จะทำตามคำแนะนำ แต่ท่านได้โฟนอินเข้ามาแทน
ในขณะที่ฟังการปราศรัย..ให้เหตุผลในการงดการมางานครั้งนี้ ท่านได้ขอบคุณและขอส่งกำลังใจมาให้พวกเราทุกคน พวกเรายอมรับในการตัดสินใจของท่าน ปรบมือให้กำลังใจท่านอย่างกึกก้อง มีหลายท่านที่เดินทางมาจากที่ไกล ขับรถ บินมาจากต่างรัฐ เสียดายและเสียใจที่ไม่ได้พบท่านทักษิณเหมือนพวกเราทุกคน
สลิ่มมีน้อย "แต่ความโหด ดิบ เถื่อน เกินจำนวนคนที่นับได้" และนี่เป็นการประจานความป่าเถื่อนของ พธม. ในสายตาชาวโลก "เรามีแต่ได้กับได้ค่ะ"

Sunday, August 12, 2012

'เสี่ยตัน' เบิกเงินสด 10 ล. รอรับ 'แก้ว พงษ์ประยูร'

ที่มา Voice TV

 'เสี่ยตัน' เบิกเงินสด 10 ล. รอรับ 'แก้ว พงษ์ประยูร'



นายตัน ภาสกรนที ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ว่าได้ทำการเบิกเงินสดจำนวน 10 ล้านบาท ไว้รอรับ 'แก้ว พงษ์ประยูร'  ด้วยตัวเองที่สนามบินสุวรรณภูมิ  หากแก้วนั้นสามารถคว้าเหรียญทองโอลิมปิก 2012 ได้ โดยรายละเอียดมีดังนี้ 
 
เบิกเงินสด 10 ล้านไว้แล้ว จะไปมอบให้น้องแก้วด้วยตัวเองที่สุวรรณภูมิ อย่าพี่ให้เบิกมาเก้อ ฮึดสุดท้ายสู้เต็มที่เพื่อความสุขและชื่่อเสียงของประเทศไทย เหรียญทอง เหรียญทอง เหรียญทอง !!!
 
สำหรับ'แก้ว พงษ์ประยูร' มีคิวขึ้นชกกับ ซู ชิ หมิง นักมวยจากประเทศจีน ในกลางดึกวันที่ 12 สิงหาคม นี้ เวลา 02.30 น.ตามเวลาในประเทศไทย
 
11 สิงหาคม 2555 เวลา 12:36 น.

โอ๊ค โพสต์ หนีทหารเดอะซีรีส์ ตอน 4 'คนเห็นผี'

ที่มา Voice TV

  โอ๊ค โพสต์ หนีทหารเดอะซีรีส์ ตอน 4  'คนเห็นผี'



นายพานทองแท้ ชินวัตร ลูกชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ หนีทหารเดอะซีรีส์ ตอนที่4 มีชื่อว่า คนเห็นผี


โดยในข้อความเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า โพสต์ก่อนผมพูดถึงลุงทองคำฯ ผมนึกว่าผมเจ๋งแล้วปรากฎว่ากระทรวงกลาโหมเร็วกว่าครับ ได้เรียกคุณลุง3ท่านที่เกี่ยวข้องกับการทำเอกสารการเกณฑ์ทหารของนาย อภิสิทธิ์ฯ รวมทั้งลุงทองคำฯมาบันทึกปากคำอย่างเป็นทางการเรียบร้อย ตามการร้องขอของผู้ตรวจการแผ่นดิน ทีมงานผมเอาเอกสารมาจากเวปไซต์ ชื่อ www.go6tv.com รายละเอียดการให้ปากคำของแต่ละท่าน

นั้นมัดแน่นจนไม่จนไม่รู้จะดิ้นไปทางไหนแล้วครับ คือจริงๆออกมายอมรับคำเดียว จบครับเรื่องเงียบ แต่เพราะใช้วิธีเงียบนี่แหละครับ เรื่องเลยไม่จบ

ลองอ่านดูกันเองนะครับ มีทั้งหมด10หน้า เพื่อให้บทความกระชับผมขอชี้ประเด็นของลุงไพโรจน์ฯอดีตสัสดีกรุงเทพฯ มาอธิบายแบบให้เข้าใจง่ายๆอีกสัก1จุด แค่นี้ก็สลบแล้วครับ ที่เหลือลองดูกันเองในเวปที่บอกครับ


พันเอกไพโรจน์ แก้ววงศ์ ผู้ที่ออกเอกสารรับรองที่กห.๐๔๘๑.๖๒/๕๐๕๓ โดยนายอภิสิทธิ์ฯได้นำไปใช้เป็นหลักฐานในการเข้าเป็นทหาร ซึ่งในเอกสารชื่อมารดาของนายอภิสิทธิ์ฯเปลี่ยนจากสดใสเป็นสดใจ ให้การว่า



"ตนเองได้ออกใบรับรองการผ่อนผันให้นายอภิสิทธิ์ฯจริง โดยที่ ตนไม่เคยเห็นเรื่องการขอผ่อนผัน และบิดามารดาหรือญาติของนายอภิสิทธิ์ฯ ก็ไม่เคยมาขอผ่อนผันเลย" เลยเกิดคำถามที่1ครับว่า ไม่เคยเห็นเรื่องแล้วออกใบรับรองให้ เรียกว่า"ใบรับรองเท็จ"หรือไม่

และ"ใบรับรองแบบที่ตนออกให้นี้ ตนไม่เคยทำมาก่อน เป็นใบที่ตนเซ็นต์ไปลอยๆ ไม่มีในระเบียบและใช้ไม่ได้" เลยเกิดคำถามที่2 อีกแล้วครับว่า ใบรับรองแบบนี้เรียกว่า "เอกสารผี"หรือไม่

ผมอ่านแล้ว คำจำพวกอะไรผีๆ มันผุดขึ้นมาให้เห็นเต็มไปหมดไม่ว่าจะเป็น ...บัตรเลือกตั้งผี....สปก.4-01ผี...ฯลฯ เลยตั้งชื่อตอนนี้ว่า "คนเห็นผี"ครับ

ส่วนคุณลุงทั้ง3ท่านนี้จะเป็น "คนปล่อยผี" หรือจะเป็น "คนปราบผี" กันแน่ หนทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คนครับ

Source : https://www.facebook.com/oakpanthongtae
เรียบเรียงข้อมูลล่าสุด  : Boonyisa 
11 สิงหาคม 2555 เวลา 17:54 น.

พคท.รอ. กับการเคลื่อนไหวหน้าศาลรัฐธรรมนูญ

ที่มา ประชาไท


จากกองทัพปลดแอกประชาชนไทย กลายเป็นกองทัพรับจ้างระบอบอำมาตย์และพรรคคอมมิวนิสต์บุพกาล
 
 
กรณีที่มีคนใส่หมวกดาวแดง แต่งชุดเขียว เสื้อคอปกแดงข้าวหลามตัด อ้างว่าเป็นกองทัพปลดแอกเพื่อประชาธิปไตย ปกป้องสถาบันหลักของชาติ และปกป้องตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มาชุมนุมกันที่หน้าศาลรัฐธรรมนูญนั้น
 
สภาผู้แทนคนเสื้อแดงในคุกหยิบยกมาอภิปรายถามไถ่ผู้รู้ที่เชี่ยวชาญ เรื่องราวของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย( พคท.) และกองทัพปลดแอกประชาชนไทย (ทปท.) ว่ามีความเป็นมาอย่างไร เกิดอะไรขึ้นกับสหายเก่าเหล่านั้น
 
ท่านผู้รู้จึงอธิบายให้ฟังว่า เมื่อพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ล่มสลาย จนเกิดสภาพป่าแตก ทหารแห่งกองทัพปลดแอกประชาชนไทย (ทปท.) ภายใต้การนำของ พคท.ก็วางอาวุธ ยอมมอบตัวกับรัฐบาล เป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (ผรท.) ปิดตำนานการต่อสู้ทางอุดมการณ์ที่ยาวนาน
 
ในการวางอาวุธ ยอมมอบตัวคราวนั้น ได้มีการตกลงกันว่า ทางรัฐบาลจะช่วยเหลือเรื่องอาชีพ และที่ดินทำกินโดยจะมอบที่ดิน 10 ไร่ และวัว 5 ตัวให้แต่ละครอบครัว แต่ปรากฏว่ารัฐบาลขณะนั้นและต่อมาไม่ได้ทำตามข้อตกลง
 
จนกระทั่งเมื่อ พล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์ ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีด้วยความรำลึกนึกถึงบิดาของท่านที่เป็นผู้นำระดับสูง ของ พคท. คือ ท่าน พ.ท.พโยม จุลานนท์ หรือ “สหายคำตัน” และมิตรสหายของบิดาอีกทั้งมีการติดต่อกันระหว่างอดีตผู้นำระดับสูงของ พคท.กับท่านพล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์ จึงต้องการซื้อใจเพื่อไม่ให้เข้าไปร่วมกับขบวนการคนเสื้อแดง พล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี จึงอนุมัติให้มีการจ่ายเงินแก่ ผรท.ในภาคเหนือและภาคอีสาน โดยคำนวณที่ดิน 10 ไร่ และวัว 5 ตัว เป็นเงิน 230,000 บาท จึงกลายเป็น ผรท.เหล่านี้ ถูกซื้อตัวจนถูกผูกติดอยู่กับระบอบอำมาตย์
 
อีกทั้งอดีตคณะกรรมการ กรมการเมือง ของ พคท.หลายคน ขายอุดมการณ์ไปรับใช้ระบอบอำมาตย์ทำการยึดการนำ ปลดนายธง แจ่มศรี เลขาธิการใหญ่ของ พคท.แล้วอุปโลกน์สหายชาวเขาที่เป็นลูกน้องของป้าผึ้ง ภรรยา “จาง หย่วน” หรือนายวิรัช อังคถาวร เป็นเลขาธิการใหญ่แทน แล้วมีการรื้อฟื้น พคท.ขึ้นมาใหม่ เป็นพรรคคอมมิวนิสต์ รอ. จึงทำให้ ผรท.จำนวนหนึ่ง อุปโลกน์เป็นกองทัพปลดแอก รอ.ตามไปด้วย นี่จึงเป็นที่มาของการชุมนุมของกองทัพรับจ้างแห่งประเทศไทย
 
ต่อมาเมื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ได้ประกาศนโยบายสานต่อคำสั่ง ที่ 66/2523 จ่ายเงินเยียวยาให้แก่ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยภาคใต้ด้วย เป็นการซื้อใจอีกระลอก รายละ 230,000 บาท ยกเว้น ผรท.ที่เป็นแกนนำคนเสื้อแดง ไม่จ่าย
 
ครั้นต่อมาเมื่อพรรคเพื่อไทยกลับมาเป็นรัฐบาล และได้มีการจ่ายเงินเยียวยาแก่ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากการสลายการชุมนุม ตั้งแต่ปี 2549-2553 และผู้ประสบภัยใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นจำนวนเงินนับล้านบาทก็มีการเคลื่อนไหวกันในหมู่ ผรท.ว่า การรับเงินเยียวยาที่ผ่านมา รายละ 230,000 บาทน้อยเกินไป จะต้องมีการชุมนุมเรียกร้องใหม่ ให้ได้จำนวนใกล้เคียงกัน คือ ต้องเป็นล้านบาทขึ้นไป จึงเป็นเงื่อนไขในการปลุกระดมของผู้นำ พคท.รอ. จัดการชุมนุมแสดงการรับใช้ระบอบอำมาตย์ ชูคำขวัญเพื่อปกป้องสถาบันหลักของชาติ ปกป้องตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กลุ่มคนเหล่านี้หมดสิ้นอุดมการณ์ เป็นเพียงพวกขายภาพเก่าๆ แจกเศษเงินเพื่อเลี้ยงซากชีวิตแก่ๆ ใกล้ตายเท่านั้น
 
ส่วนพวกคณะกรรมการกรมการเมืองที่อุปโลกน์กันขึ้นมาใหม่ ยิ่งเพี้ยนหนัก ชูคำขวัญต่อต้านทุนสามานย์ แต่ไม่ใช่มุ่งสู่สังคม “สังคมนิยม” กลับต้องการฟื้นสังคมศักดินาและต่อไปก็คงต่อต้านศักดินาสามานย์ มุ่งสู่สังคมทาน สุดท้ายต่อต้านนายทาสสามานย์มุ่งสู่สังคมคอมมิวนิสต์บุพกาลเข้าถ้ำแบบพออยู่ พอกิน แล้วเปล่งคำขวัญ “มนุษย์ถ้ำจงเจริญ”
 
นี่คืออุดมการณ์ของ พคท.รอ. ที่มีสหายชาวเขาค้อเป็นเลขาธิการพรรค สรุปว่าคนใส่หมวกดาวแดงแต่งชุด ทปท.ที่ชุมนุมกันในภาคอีสาน และหน้าศาลรัฐธรรมนูญนั้นไม่ใช่กองทัพปลดแอกประชาชนไทย ภายใต้การนำของ พคท.เดิม แต่เป็นกองทัพรับจ้างระบอบอำมาตย์ภายใต้การนำของ พคท.รอ.ที่มีอุดมการณ์มุ่งสู่สังคมคอมมิวนิสต์บุพกาลถอยหลังเข้าถ้ำนั่นเอง 
 
 
 
เสียงจากคุก
16 กรกฎาคม 2555