WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, August 24, 2012

รู้นะว่า'หนก'เจ็บ!ทนเอานิดอย่าเพิ่งอกแตกตายนะ

ที่มา Thai E-News






รูปภาพ



ข่าวในพระราชสำนัก ประจำวันที่23สิงหาคม2555

ที่มา Thai E-New



พระบรมฯ-พระวรชายาฯเสด็จทางชลมารค ทอดพระเนตรแนวกั้นน้ำท่วม
สมเด็จ พระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทอดพระเนตรการดำเนินงานป้องกันอุทกภัย บริเวณโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพระพิมล สำนักชลประทานที่ 11 กรมชลประทาน จังหวัดนครปฐม

วันที่ 23 สิงหาคม 2555 เวลา 16.44 น. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ไปยังวัดสุวรรณาราม ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม โดยมี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วยข้าราชการ และประชาชนในบริเวณพื้นที่ เฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จ (ภาพข่าว:ครอบครัวข่าว3)

พระเทพฯ ทรงเปิดนิทรรศการเทิดพระเกียรติราชินี 80 พรรษา


สมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดนิทรรศการพิเศษ เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทยเรื่อง "สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ กับงานประณีตศิลป์" โดยมีนายขรรค์ชัย บุนปาน ประธานกรรมการ บริษัทมติชน จำกัด(มหาชน) เข้ารับพระราชทานเข็มเกียรติคุณวันอนุรักษ์มรดกไทย ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ.2555 (ภาพข่าว:ข่าวสด)

ฤกษ์ดี26สิงหาวันเกิดป๋าเปรม-เผาอากงเชิญVIPร่วมพรึ้บ สุชาติโดนแกล้งเลื่อนปล่อยสู่อิสรภาพพรุ่งนี้

ที่มา Thai E-News

  รูปภาพ : ร่วมต้อนรับวีรบุรุษประชาธิปไตย แดงรุ่นก่อตั้ง จากกลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ สู่อิสรภาพในวันพรุ่งนี้ หลังจากถูกกฎหมายเผด็จการ มาตรา112 เล่นงานมากว่า 3 ปี
นายวราวุธ ฐานังกรณ์ (สุชาติ นาคบางไทร) และ นายสุริยันต์ กกเปือย ผู้ถูกคุมขัง ม.112 ได้รับพระราชทานอภัยโทษจากพรฎ.พระราชทานอภัยโทษ 2555 โดยจะได้รับการปล่อยตัวในวันที่ 23 สิงหาคมนี้ เวลา 8.00 น. (นัดรวมตัว 6.00 น. พรุ่งนี้ หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพ

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
23 สิงหาคม 2555

ตามที่มีรายงานว่า สุชาติ นาคบางไทร แกนนำคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ กับนายสุริยันต์ กกเปือย (หมี ช่างซ่อมรองเท้า) จะพ้นโทษคดี112 สู่อิสรภาพ ในวันที่ 23 สิงหาคม เวลา 08.00 น. และผู้สนับสนุนได้นัดรวมตัวกันตอน 6.00 น. ประตู3หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพนั้น ปรากฎว่า ทั้งสองยังไม่ได้รับปล่อยตัวอต่อย่างใดในวันนี้

  
"เลื่อนปล่อยตัวไปเป็นพรุ่งนี้(24สิงหาคม)ครับ วันนี้มันแกล้ง เพิ่งเอาป้ายมาแปะเมื่อบ่ายสาม ลำดับที่สามร้อยกว่าๆ พรุ่งนี้ชัวร์ครับ เริ่ม 6 โมงเช้า"Nithiwat Wannasiri หรือป๋าจอมตั๊บฯ นักกิจกรรมที่เคลื่อนไหวรณรงค์ช่วยเหลือนักโทษการเมือง และนักโทษคดี 112 กล่าว และย้ำว่า กำหนด ปล่อยตัวน้าชาติจากเรือนจำกลางกรุงเทพฯ เป็นที่แน่นอนแล้ว ตามเอกสารที่เรือนจำได้นำมาติดไว้ที่บอร์ดหน้าทางเข้า เริ่มทยอยปล่อยตัวเวลา 6 โมงเช้าเป็นต้นไป น้าชาติได้ปล่อยตัวลำดับที่ 33 หมีลำดับที่ 34 จากทั้งหมด304คน.....หลังจากที่วันนี้โดนสับขาหลอก.....(ไม่รู้จากฝ่าย ไหน).....เจอกันประตู 3 ที่เดิมที่ตั้งเวทีประจำ .....เครื่องเสียงเข้าตั้งแต่คืนนี้.....อย่าลืม เราไม่ทอดทิ้งกัน.....

วันเดียวกันนี้ป๋าจอมตั๊บได้ไปแจกการ์ดเชิญบรรดาผู้เกี่ยวข้องกับความตาย ของ"อากง" และบรรดาแขกVIPให้มาร่วมงานฌาปนกิจศพอากงในวันที่ 26 สิงหาคมนี้

รูปภาพ


ร่วมเชิญชวนต่อ "ส่งโปสการ์ดให้กำลังใจนักโทษ 112 ในเรือนจำ"

ที่มา Thai E-News

 
23 สิงหาคม 2555

  เมตตา วงศ์วัด
ที่มา ประชาไท "รายงาน: นักโทษ112 ชวนส่ง 'อีเมลหยดน้ำ'– โปสการ์ดฝีมือ‘หลานอากง’"


หนุ่ม เรดนนท์ หนึ่งในผู้ต้องขังคดีมาตรา 112 ก่อตั้งโครงการร่วมส่งอีเมลเพื่อให้กำลังใจนักโทษการเมือง เขาเคยบอกว่าการสื่อสารจากคนภายนอกนั้นเป็นเสมือนหยดน้ำที่ทำให้พวกเขามี กำลังใจ กระทั่งมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ ไม่ว่ามันจะมาในรูปแบบการมาเยี่ยม จดหมาย โปสการ์ด หรือกระทั่งอีเมล และเพื่อเพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้ที่อยากส่งกำลังใจแต่ไม่สามารถไปเยี่ยมได้ ไม่มีตังค์ ไม่มีเวลา ไม่มีฯลฯ  เพียง “คลิ๊ก” เดียวข้อความของท่านก็จะไปถึงพวกเขา โดยผ่านอีเมลที่ทีมงานจะปริ๊นท์นำไปส่งตรงให้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และ/หรือ เรือนจำใหม่หลักสี่ 
อันที่จริงเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ก็มีอีเมลที่ให้ญาติมิตรพี่น้องของผู้ต้องขังส่งหาได้ แต่เหตุที่หนุ่ม เรดนนท์ ไม่แนะนำช่องทางนั้นก็เพราะเกรงว่าอาจมีการกลั่นแกล้ง หรือป่วนระบบอีเมลกลางของเรือนจำ
ผู้สนใจสามารถส่งอีเมลมาได้ที่   freedom4pp@gmail.com    (PP ย่อมาจาก Political Prisoners) 
(อ่านจดหมายหนุ่ม เรดนนท์ เกี่ยวกับโครงการนี้ได้ในล้อมกรอบด้านล่าง)
เครือข่ายญาติและผู้ประสบภัยมาตรา 112 เองก็มีการรณรงค์เรื่องทำนองเดียวกันนี้มาก่อนหน้านี้
สุกัญญา พฤกษาเกษมสุข ภรรยาของผู้ต้องขังคดี 112 สมยศ พฤกษาเกษมสุข เล่าให้ฟังว่า ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เครือข่ายญาติฯ ได้ร่วมกันสร้างโครงการ “ร่วมจุดเทียนของท่านให้เพื่อนนักโทษคดี 112 ด้วยการเขียนจดหมายให้กำลังใจ” มีสโลแกนว่า "It's better to lighten a candle better than curse the darkness" หรือ “ย่อมเป็นการดีกว่าที่พวกเรา
จะจุดเทียนขึ้นมาสักเล่ม แทนการสาปแช่งความมืดมิด”

จากนั้นในเดือนต่อมาก็ได้ผลิตโปสการ์ด ซึ่งปรากฏสัญลักษณ์ของเครือข่ายอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก(ด้านหลัง โปสการ์ด) โดยเป็นการออกแบบร่วมกันระหว่างคนในคุก (หนุ่ม เรดนนท์) และคนนอกคุก (พริตตี้บอย)
ส่วนรูปภาพของโปสการ์ดนั้นเป็นรูปจดหมายที่หลานคนหนึ่งส่งให้อากงในเรือนจำ ครั้งยังมีชีวิตอยู่ โปสการ์ดใบนี้ ราคา 10 บาท รายได้จากการขายจะร่วมสมทบทุนในกิจกรรมและการเคลื่อนไหวของเครือข่ายญาติฯ 
สุกัญญาบอกว่า ในเบื้องต้นจะวางขายโปสการ์ดนี้ในงานฌาปนกิจศพของ ‘อากง’ ที่จะมีขึ้นที่วัดลาดพร้าว ในวันที่ 25-26 ส.ค.นี้ และมีแผนจะวางขายตามงานเสวนาต่างๆ รวมถึงการฝากขายตามหน่วยงานต่างๆ ด้วย ตอนนี้อยู่ระหว่างติดต่อประสานงาน ในระยะเฉพาะหน้านี้ ผู้ที่ต้องการสั่งซื้อโปสการ์ด สามารถติดต่อสั่งซื้อได้ที่ 112familynetwork@gmail.com

สำหรับผู้ที่ต้องการส่งจดหมาย หรือโปสการ์ดให้กำลังใจนักโทษการเมือง สามารถส่งไปได้ที่
สำนักงาน Red Power 2539
อาคารอิมพีเรียลเวิร์ล ชั้น 5 ห้อง Al28-29
ถ.ลาดพร้าว แขวง/เขต วังทองหลาง กทม. 10310

นี่ก็จะเป็นอีกจุดรวมจดหมายและโปสการ์ดเพื่อนำไปส่งให้กลุ่มเป้าหมายที่เรือนจำ หรือจะส่งตรงไปที่ เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ก็ได้
เลขที่ 33 ถนนงามวงศ์งาน
แขวงลาดยาว เขตจตุจักร
กรุงเทพมหานคร 10900
โทร 02-9517060  ต่อ  24  (งานทะเบียนผู้ต้องขัง)

ถือเป็นการสื่อสารตรงที่ต้นทุนถูกที่สุด ปลอดภัย และหากอยากรู้ว่ามันมีความหมายแค่ไหนสำหรับเขา ก็เขียนที่อยู่แนบไปในอีเมลหรือจดหมายด้วย เพราะแม้เขาจะตอบกลับอีเมลไม่ได้ ตอบเฟซบุ๊คก็ไม่ได้ แต่เขาสามารถส่งจดหมายจากเรือนจำออกไปข้างนอกได้ (แต่ใช้เวลานานหน่อย)

คงไม่มากเกินไปหากจะบอกว่า นี่คือการสร้างบทสนทนาพิเศษท่ามกลางช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญในประวัติศาสตร์ การเมืองไทย ที่คุณทำได้ด้วยตัวคุณเอง


 




 
พวกเราอยู่กันจนถึงวันนี้ได้...ด้วยกำลังใจ
หนุ่มแดงนนท์
6 สิงหาคม 2555
 สอง ปีกว่าๆ แล้วที่พวกเราหลายสิบชีวิต ต้องถูกคุมขังอยู่ในสถานที่ที่ไม่ใช่บ้านของพวกเรา คนไม่เคยติดคุกคงไม่รู้หรอกว่า วันเวลาที่ผ่านไปในแต่ละวัน มันทุกข์ใจขนาดไหน ผมอยากให้เพื่อนๆ ข้างนอกแค่ลองคิดดูก็ได้ว่าถ้าสักวันหนึ่ง อาจต้องมาอยู่ในคุก เอาแค่วันเดียวก็พอ ที่ๆ เราไม่มีใครรู้จัก แวดล้อมด้วยนักโทษคดีต่างๆ อยู่ในพื้นที่ที่ล้อมด้วยกำแพงสูง มีลวดหนามแน่นหนา อาหารการกินก็เทียบกันไม่ได้กับข้างนอก ต้องอาบน้ำและนอนรวมกันกับผู้ต้องขังหลายสิบชีวิตและเปิดไฟตลอดทั้งคืน ไม่ได้กอกคนรัก ไม่ได้พูดคุยกับพี่น้องญาติมิตร และอะไรต่างๆ อีกมากมาย เพื่อนๆ จะอยู่กันได้ไหม?
แต่ พวกเราอยู่กันได้ อยู่โดยไม่ได้อยากจะอยู่ แต่มันประกันไม่ได้ เขาไม่ให้ บ้างก็ตัดสินมาแล้ว รอความช่วยเหลืออยู่ และรอมานานแล้ว ยังมองไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายทางเลย คนอย่างพวกเราจะทำอะไรได้จริงมั้ย? ทั้งๆ ที่ครั้งหนึ่งเราเคยมีความภาคภูมิใจในการออกมาต่อสู้ เรียกร้องประชาธิปไตยโดยใช้สิทธิของประชาชน พลเมืองตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ความเป็นคนเสื้อแดงในวันนั้น มันช่างยิ่งใหญ่เสียจริงๆ เสียงปลุกเร้า กระตุ้นจิตใจให้ฮึกเหิม เสียงโห่ร้องของมวลชน ทำให้เรามีกำลังใจ และมีใจเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน พวกเราคงจะนึกภาพออก

พวก เราที่ถูกขังอยู่ในวันนี้คือพวกที่พลาดในวันนั้น หรือจะเรียกว่า ซวย ก็ได้ ซวยที่ถูกจับในฐานที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเสื้อแดง ที่ซวยที่สุดเห็นจะเป็นเรื่องที่เราซวยที่ถูกจับแล้วยังต้องอยู่แบบตัวใคร ตัวมัน ไร้การเหลียวแล ช่วยเหลือจาก..ใครดีล่ะ เพื่อนๆ คิดว่าควรจะเป็นใครดี บอกตามตรงเลยว่าค่อนข้างผิดหวังมากๆ ไม่เชื่อถามพวกที่เพิ่งประกันตัวออกไปได้ล่าสุดดูสิ มุกดาหาร มหาสารคาม ว่าพวกเขารู้สึกอย่างไร 

แต่ พวกเราก็โชคดีที่ยังมีมวลชนกลุ่มเล็กๆ เพียงไม่กี่คนที่เห็นว่าพวกเราก็มีชีวิตจิตใจเหมือนกัน เป็นแดงที่ไม่ใช่แดงคอนเสิร์ต แต่เป็นแดงที่มีจิตใจงดงาม แวะเวียนมาให้กำลังใจคนตัวเล็กๆ กลุ่มเล็กๆ กลุ่มนี้แม้วันที่ไม่มีคนระดับแกนนำอยู่ในนี้แล้ว พวกเขาก็ยังมา (ขออนุญาตสดุดีความดีของพวกเขาในอนาคตแบบรวบยอดอีกที ผมไม่ลืมแน่นอน) มาอย่างสม่ำเสมอจนถึงปัจจุบันนี้ 

อยากจะบอกว่า พวกเราได้กำลังใจจากคนกลุ่มนี้ ทั้งๆ ที่เราคาดหวังที่จะได้กำลังใจจากคนอีกกลุ่มหนึ่งมากกว่า  เพราะ เหมือนนำเรามา กำลังใจน้อยนิดนี้สามารถเติมเต็มให้เรามีความหวังและรู้สึกมีค่าขึ้น และไม่รู้สึกเสียดายที่เราต้องมาเผชิญชะตากรรมในคุก เรามีความหวังและรู้สึกมีค่าขึ้น ไม่รู้สึกเสียดายที่เราต้องมาเผชิญชะตากรรมในคุก
นอกจาก กำลังใจที่ได้จากมวลชนกลุ่มเล็กๆ นี้แล้ว อีกทางหนึ่งที่ทำให้เรามีกำลังใจได้เหมือนกันก็คือ จดหมาย หรือไปรษณียบัตร เขียนข้อความสั้นให้กำลังใจพวกเรา ที่เห็นมีทำอยู่ช่วงหนึ่งในช่วงที่แกนนำยังอยู่ แต่หลังจากนั้นก็หายไป 

เช่น กัน เราได้รับจดหมายจากบุคคลภายนอกน้อยมาก แทบไม่มี แม้แต่คนระดับหัวขบวนอย่างคุณสมยศ คุณสุรชัย ที่มีชื่อเสียงมากกว่าพวกเรา ก็ยังแทบไม่มีเลย แต่จดหมายน้อยๆ เหล่านี้อีกนั่นแหละที่เปรียบเสมือนสิ่งที่มีค่าที่สุดของพวกเรา ที่เราจะทนุถนอมเก็บเอาไว้อย่างดี เมื่อวันที่ท้อแท้ หมดกำลังใจ จดหมายพวกนี้แหละจะช่วยเพิ่มกำลังใจให้เรามีรอยยิ้มได้ (อากงผู้ล่วงลับ เวลาดูจดหมายของหลานๆ ของป้าอุ๊ อากงยังร้องไห้ทุกครั้งเลย) สร้างน้ำตาด้วยก็ได้ ผมเองก็มักจะหยิบจดหมายเก่าๆ ที่เก็บเอาไว้มาอ่านเสมอ บ่อยที่สุดก็ของลูก ของป๊า ส่วนของเพื่อนๆ แทบไม่มีใครส่งมา ดูแล้วไม่น่าเชื่อใช่ไหมครับ 

จุด นี้เองจึงเป็นที่มาของโครงการที่ผมอยากชักชวนเพื่อนๆ ชาวไซเบอร์ ส่งอีเมลมาให้กำลังใจพวกเราหน่อย ก็ขอกันตรงๆ แบบนี้ ในฐานะที่ก็เป็นคนไซเบอร์เหมือนกัน เพราะผมรู้ว่ากำลังจากคนข้างนอก มันสุดแสนจะมีค่าเพียงใดกับคนข้างใน แค่อีเมลครับ ไม่ต้องหยุดงานมาเยี่ยม ไม่เสียเงินด้วย อยากฝากกำลังใจให้ใครแบบเดี่ยวๆ หรือแบบกลุ่มก็ตามสะดวกครับ ส่วนรายละเอียด วิธีการส่ง รายชื่อผูต้องขังในแต่ละเรือนจำมีอย่างไร ขอแยกไว้อีกส่วนละกันนะครับ 

สุดท้าย นี้ ผมหวังว่าคงจะไม่เป็นการขอมากเกินไป ผมเชื่อว่าถ้าโครงการนี้สำเร็จ พวกเราในนี้ก็คงจะมีกำลังใจมากขึ้นอีกเยอะเลย จริงๆ ครับ *0* 


เชื่อมั่นและศรัทธา
หนุ่มแดงนนท์

รายชื่อผู้ต้องขัง
 เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร
คดี 112
1.สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์               แดน 1  (มี 5 คดี)
2.สมยศ พฤกษาเกษมสุข               แดน 1
6.วันชัย (สงวนนามสกุล)                แดน 1 (มี 2 คดี)
8.เสถียร (สงวนนามสกุล)               แดน 1
คดีอื่นๆ ที่เกี่ยวพันกับการชุมนุม
1.พิทยา แน่นอุดร             แดน 3
2.ทองสุข หลาสพ            แดน 8
 
เรือนจำชั่วคราวหลักสี่
กลุ่มกรุงเทพฯ
1.เอกชัย มูลเมษ
2.เพชร แสงมณี
3.พินิจ จันทร์ณรงค์
4.คำหล้า ชมชื่น
5.สายชล แพบัว
6.เอนก สิงขุนทด
7.ประสงค์ มณีอินทร์
8.โกวิทย์ แย้มประเสริฐ
9.บัณฑิต สิทธิทุม
 
กลุ่มอุบลราชธานี
10.สมศักดิ์ ประสานทรัพย์
11.สนอง เกตุสุวรรณ
12.วีระวัฒน์ สัสสุวรรณ
13.ปัทมา มูนมิน (หญิง)

กลุ่มอุดรธานี
14.อาทิตย์ ทองสาย
15.วันชัย รักสงวนศิลป์
16.กิตติพงษ์ ชุยกัง
17.เดชา คมขำ
18.บัวเรียน แฝงสา
กลุ่มอื่นๆ
19.ชาตรี ศรีจินดา
20.ปริญญา มณีโคตม์
 
ทัณฑสถานหญิงกรุงเทพฯ
 คดี 112
 

เตือนสาวไทยอยากทำงานเมืองนอก ระวังจะเป็นเหยื่อขบวนการค้ากาม

ที่มา Thai E-News



ภาพ เดลินิวส์ 

 23 สิงหาคม 2555
ที่มา เดลินิวส์  "จับผู้ต้องหาส่งสาวไทยค้ากามบาห์เรน"

วันนี้ ( 23 ส.ค.) ที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ ผบก.ปคม. พ.ต.อ.ประคัลภ์ แสงส่องฟ้า พ.ต.อ.ประเสริฐ พัฒนาดี รอง ผบก.ปคม. พ.ต.อ.ชิตภพ โตเหมือน ผกก.1 บก.ปคม.พร้อมด้วย นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี แถลงข่าวจับกุม นางอินทิรา หรือปุ๋ย สินศักดิ์โค อายุ 45 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1435/2555 ลงวันที่ 21 สิงหาคม 2555 ข้อหาร่วมกันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป กระทำผิดฐานค้ามนุษย์ เป็นธุระจัดหา ล่อไปหรือชักพาไปซึ่งบุคคลเพื่อการค้าประเวณี จับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 1/21 หมู่ 1 ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี

พล.ต.ต.ชวลิต กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้เนื่องจากได้รับการประสานจากมูลนิธิปวีณาฯ ว่า มีมารดาของ น.ส.ส้ม (นามสมมติ) อายุ 26 ปี ผู้เสียหายที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง และอยู่ระหว่างหางานทำ เข้าร้องเรียนว่าถูกผู้ต้องหา หลอกลวงไปค้าประเวณีที่ประเทศบาห์เรน เหตุเกิดตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคม- 6 มิถุนายนที่ผ่านมา ต่อเนื่องกัน จึงมอบหมายให้ชุดสืบสวน กก.1 บก.ปคม.ประสานไปยังตำรวจประเทศบาห์เรน เพื่อเข้าช่วยเหลือผู้เสียหายกลับประเทศไทย

 พล.ต.ต.ชวลิต กล่าวต่อว่า หลังจากผู้เสียหายเดินทางกลับมาแล้วได้สอบปากคำจนทราบว่า ได้รับการชักชวนผ่านเพื่อนสาวที่รู้จักกัน อ้างว่ามีงานด้านการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการท่องเที่ยวที่ประเทศบาห์เรน โดยจะทำงานเป็นครั้งคราว ในช่วงเวลา 20 วัน ได้รับค่าตอบแทนเป็นเงิน 50,,000 บาท จึงหลงเชื่อ จากนั้นได้ติดต่อกับผู้ต้องหาและตกลงเดินทางไปพักที่รีสอร์ทบ้านสวน จ.นนทบุรี 2 วัน ก่อนจะเดินทางไปประเทศบาห์เรน แต่เมื่อไปถึงแล้วกลับถูกยึดหนังสือเดินทาง และถูกบังคับให้ค้าประเวณี โดยผู้ต้องหาอ้างว่าเป็นหนี้อยู่ 80,000 บาท ระหว่างนั้นจึงพยายามแอบใช้โทรศัพท์ติดต่อมารดา เพื่อขอให้หาทางช่วยเหลือ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการสอบปากคำผู้เสียหายพบว่า ยังมีผู้ต้องสงสัยที่ร่วมขบวนการค้ามนุษย์รายนี้อีก 2 ราย เป็นสองสามีภรรยา โดยฝ่ายชายเป็นชาวบาห์เรน กับผู้หญิงไทย ซึ่งอาศัยอยู่ที่ประเทศบาห์เรน ทั้งนี้ พนักงานสอบสวน บก.ปคม.อยู่ระหว่างเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ ต้องหาเพิ่มเติมต่อไป

 สอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่า รู้จักกับเพื่อนของผู้เสียหายที่แนะนำมาจึงเป็นผู้เปิดห้องที่รีสอร์ทดัง กล่าวและช่วยเหลือเกี่ยวกับการพาเดินทางไปประเทศบาห์เรน แต่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบังคับผู้เสียหายไปค้าประเวณีแต่อย่างใด

 ขณะที่ นางปวีณา กล่าวว่า การค้าประเวณีที่ประเทศบาห์เรน นั้น ผู้กระทำความผิดเป็นรูปของขบวนการข้ามชาติ ซึ่งมีเครือข่ายอยู่ทั้งในประเทศไทย และประเทศบาห์เรน โดยเครือข่ายที่อยู่ในประเทศบาห์เรน เป็นกลุ่มคนที่เคยถูกบังคับให้ไปค้าประเวณีมาก่อน จากนั้นจึงผันตัวมาเป็นธุระจัดหาหญิงสาวชาวไทย เพื่อไปค้าประเวณี ซึ่งตนอยากฝากไปถึงหญิงไทยที่ต้องการเดินทางไปทำงาน หรือเรียกว่าไปขุดทองที่ประเทศดังกล่าว อย่าไปหลงเชื่อบุคคลใดว่าสามารถพาไปทำงานที่มีรายได้ดี เพราะนอกจากจะเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางสูงแล้ว ยังถูกยึดหนังสือเดินทางแล้วบังคับค้าประเวณี ด้วยการอ้างว่าติดหนี้หลายแสนบาท

นางปวีณา กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ทางตำรวจบาห์เรน เคยเข้าไปช่วยเหลือหญิงไทยในประเทศบาห์เรน กว่า 200 คน ที่ถูกจำคุก ซึ่งเท่าที่ได้สอบถามเหยื่อเหล่านี้แล้วจึงทราบว่าส่วนใหญ่เป็นสาวฉันทนาที่ มีหนี่สินติดตัวหรือบางส่วนก็ตกงานจึงถูกหลอกได้ง่าย สำหรับสภาพความเป็นอยู่ที่บาห์เรน ก็พบว่าเป็นอพาร์ตเม้นต์ซึ่งมีความเป็นอยู่อย่างแออัด ห้องพักหนึ่งต้องอยู่ร่วมกันไม่ต่ำกว่า 10 คน

  “นอกจากในประเทศบาห์เรน ก็ยังพบอีกว่า มีทั้งประเทศแอฟริกาใต้ มาเลเซีย ซาอุดิอาระเบีย ที่มีปัญหาลักษณะเดียวกันนี้ด้วย ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานหน่วยงานต่างๆ หลายฝ่าย ทั้งกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเข้าให้การช่วยเหลือหญิงสาวที่ตกเป็นเหยื่อในขบวนการค้ามนุษย์ เช่นที่ แอฟริกาใต้ สามารถช่วยเหลือผู้เสียหายมาได้แล้ว 11 คน” นางปวีณา กล่าว

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 24/08/55 มีที่ไหนในโลกนี้..ที่เหมือนประเทศไทย

ที่มา blablabla

โดย 

 ภาพถ่ายของฉัน




อเมซิ่ง ไทยแลนด์ ดินแดนเถื่อน
คนตายเกลื่อน ยังเฉื่อยชา พากันเฉย
โน่นก็ฆ่า นี่ก็ยิง นิ่งเหมือนเคย
พิโธ่เอ๋ย นี่แหละหนา เขาว่าคน....

ยังเฉยชา กับความตาย หายนะ
เห็นไหมล่ะ อาชญากรรม ซ้ำปี้ป่น
เสียงปืนดัง ยังคุกรุ่น วุ่นเวียนวน
แม้ไม่สน แต่รู้ไหม มันใกล้ตัว....

นี่แหละหนอ ใจมนุษย์ สุดหยั่งถึง
พวกกูมึง แบ่งแยกเส้น ไม่เห็นหัว
ทั้งแก่งแย่ง สร้างวิบัติ ซัดกันนัว
แข่งทำชั่ว มีที่นี่ ประเทศไทย....

หลายชีวิต ถูกปลิดฆ่า ณ เมืองหลวง
พวกสมองกลวง กลับนิ่งเฉย เคยเห็นไหม
ตามืดบอด คิดแต่ชั่ว มั่วร่ำไป
แถมเฉไฉ ถูกปั่นหู ไม่รู้จริง....

อาชญากรรม ลุกลาม ตามที่เห็น
สร้างทุกข์เข็ญ หม่นมัว กว่าผีสิง
สังคมไทย ยังกลิ้งกลอก หลอกเหมือนลิง
แล้วทุกสิ่ง จะไม่เหลือ เมื่อสายไป....

๓ บลา / ๒๔ ส.ค.๕๕

จับตากก.สิทธิฯ

ที่มา uddred

 ข่าวสด 24 สิงหาคม 2555 >>>





คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม
สมิงสามผลัด


ไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมายอะไรเลยกรณี พรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องให้คณะกรรม การสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเปิดเผยร่างรายงานผลการตรวจสอบเหตุการณ์การชุมนุม ของคนเสื้อแดงเมื่อเดือนเม.ย.-พ.ค.2553 เพราะร่างของคณะอนุกรรมการฯ ฉบับนี้เคยเปิดเผยออกมาแล้วครั้งหนึ่ง จนกก.สิทธิฯ ชุดใหญ่ต้องปฏิเสธว่าเป็นร่างที่ยังไม่ได้รับความเห็นชอบที่ไม่แปลกใจ เพราะเนื้อหาของร่างดังกล่าวแทบไม่มีอะไรที่ปกป้องพิทักษ์สิทธิของผู้ชุมนุม เลย

แต่กลับปกป้องคุ้มครองรัฐบาลในขณะนั้นเพราะสรุปว่าการสั่งการใดๆ ของรัฐบาลชุดดังกล่าวถูกต้องเหมาะสมทั้งสิ้น การสลายการชุมนุมของรัฐบาลเป็นการกระทำภายใต้กฎหมายที่ให้อำนาจไว้ การสรุปแบบนี้เป็นที่ต้องการของปชป.อยู่แล้ว จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมน.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกปชป.ถึงต้องทำขึงขังเรียกร้องให้กก.สิทธิฯ เปิดเผยผลสอบชิ้นนี้ ยังไม่รู้ว่ากสม.ชุดใหญ่จะเห็นชอบกับร่างการตรวจสอบฉบับนี้หรือเปล่า  แต่มีคำถามหลายข้อถึงกก.สิทธิฯ หากมีการเห็นชอบร่างฉบับที่ถูกใจปชป.ขึ้นมาจริงๆ ต้องถามว่าทำไมกก.สิทธิฯ ไม่ปกป้องคุ้มครองสิทธิของผู้ชุมนุมที่เรียกร้องให้รัฐบาลในขณะนั้นลา ออก-ยุบสภา แต่กลับปกป้องผู้สั่งการให้เจ้าหน้าที่พร้อมอาวุธสงคราม และรถหุ้มเกราะ เข้าไปสลายการชุมนุมของประชาชน จนนำไปสู่การสูญเสีย 98 ศพ บาดเจ็บอีกกว่า 2 พันคน ทำไมไม่ปกป้องผู้เสียชีวิตจากการถูกสไนเปอร์ยิงกลางถนน ทำไมไม่ปกป้องผู้เสียชีวิต 6 ศพที่ถูกสังหารหมู่ที่วัดปทุมวนาราม ทำไมไม่ปกป้องผู้ต้องขังเสื้อแดงอีกนับร้อยที่ถูกจองจำด้วยข้อหาที่เกินความ เป็นจริงสุดท้ายคงต้องเฝ้ารอด้วยใจระทึก โดยหวังอย่างยิ่งว่ากก.สิทธิฯ จะยืนอยู่ฝั่งเดียวกับผู้สูญเสียไม่เลือกที่จะปกป้องคนสั่งการปราบปราม ประชาชน !?

Thursday, August 23, 2012

'ยิ่งลักษณ์'รั้ง อันดับที่ 30 ใน100 สตรีทรงอิทธิพลโลกปีนี้

ที่มา Voice TV



นิตยสารฟอร์บส์ จัดอันดับ 100 สตรีทรงอิทธิพลที่สุดของโลก นางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมัน รั้งอันดับที่ 1 เป็นปีที่สองติดต่อกัน ขณะที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของไทยติดอันดับที่ 30 
 
 
นิตยสารฟอร์บส์ เผยแพร่รายงานการจัดอันดับสตรีทรงอิทธิพลของโลก 100 อันดับประจำปี 2555 โดยให้นายกรัฐมนตรีแองเกลา แมร์เคิล ของเยอรมนี รั้งอันดับ 1 เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน 
 
อันดับ 2 คือนางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐ อันดับ 3 คือประธานาธิบดีดิลมา รูสเซฟฟ์ ของบราซิล โดยอันดับของนางฮิลลารีและนางรูสเซฟฟ์ ไม่เปลี่ยนแปลงจากปีที่แล้ว 
 
นิตยสารฟอร์บส์ ให้เหตุผลที่ให้นางแมร์เคิล ครองอันดับ 1 ว่า เป็นเพราะเธอมีบทบาทสูงสุดในความพยายามแก้วิกฤติการเงินในสหภาพยุโรปและแก้ วิกฤติหนี้สาธารณะในเขตยูโรโซน จนได้ฉายา "หญิงเหล็ก" 
 
ส่วนนางคลินตัน มีผลงานโดดเด่นอย่างมากในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ถึงแม้เธอจะพ้นจากตำแหน่งในสิ้นปีนี้ 
 
ขณะที่นางรูสเซฟฟ์ แสดงความเป็นผู้นำบราซิล ประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 8 ของโลกได้อย่างโดดเด่น และมีคะแนนนิยมภายในประเทศสูงมาก 
 
อันดับ 4 คือนางเมลินดา เกตส์ ประธานร่วมของมูลนิธิการกุศล "บิลล์ แอนด์ เมลินดา เกตส์" ภริยาของนายบิลส์ เกตส์ ผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟต์ 
 
อันดับ 5 คือนางจิลล์ อับรามสัน บรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์นิวยอร์ก ไทม์ส 
 
ส่วนนางอองซาน ซูจี ผู้นำพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย ฝ่ายค้านหลักของพม่า อยู่อันดับที่ 19 
 
ขณะที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย อยู่อันดับที่ 30 เลื่อนอันดับขึ้นมากจากปีที่แล้ว ที่รั้งอันดับ 59 
 
การจัดอันดับสตรีผู้ทรงอิทธิพลประจำปีของ ฟอร์บส์ ครอบคลุมสตรีในทุกวงการ ทั้งแวดวงการการเมือง บันเทิง สื่อมวลชน เทคโนโลยี องค์กรการกุศลที่ไม่แสวงผลกำไร และอื่นๆ โดยวัดจากความร่ำรวย อิทธิพล และการตกเป็นเป้าสนใจของสื่อมวลชน  
23 สิงหาคม 2555 เวลา 10:42 น.

รายงานความเคลื่อนไหวภายใน กสม. เส้นทางวิบากก่อนได้ตัวรองเลขาธิการสำนักงาน

ที่มา ประชาไท

 

ไม่เพียงถูกจับตาจากสังคมภายนอกถึงการปฏิบัติหน้าที่และความคืบหน้าใน กรณีที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่างๆ รวมถึงรายงานสลายการชุมนุมเม.ย.-พ.ค. 2553 ที่ยังไม่นำเสนอต่อสาธารณะ แต่ภายในองค์กรเอง กสม. ชุดนี้ก็ถูกตรวจสอบหนักไม่แพ้กัน
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ชุดนี้ ถูกจับตาจากสังคมถึงการปฏิบัติหน้าที่และความคืบหน้าในกรณีต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่กำลังเป็นกระแสขณะนี้หนีไม่พ้นรายงานการสลายการชุมนุม เม.ย.-พ.ค. 2553 ซึ่งจนบัดนี้ยังไม่มีการเสนอต่อสาธารณะ ขณะที่ร่างฯ ฉบับแรกนั้นหลุดออกมาเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว และถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจนกระทั่งเก็บเข้าลิ้นชักไปขัดเกลากันใหม่
ปมแต่งดำ ค้านตั้งรักษาการรองเลขาฯ
ขณะที่สังคมภายนอกจับตาการทำงานของกสม. ภายในสำนักงานเองก็มีความเคลื่อนไหวร้อนแรงไม่แพ้กัน โดยเมื่อวันที่ 2 ก.ค. ที่ผ่านมา ข่าวสดรายงาน อย่างละเอียดว่าข้าราชการและพนักงานในสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ(กสม.) ได้พากันแต่งชุดดำเพื่อประท้วงกรณีนายวีรวิทย์ วีรวรวิทย์ รองเลขาธิการ กสม. รักษาราชการแทนเลขาธิการ กสม. ลงนามคำสั่งเมื่อวันที่ 27 มิ.ย. แต่งตั้งนายโสภณธีณ์ ตะติโชติพันธุ์ ผอ.สำนักวินิจฉัยและคดี เป็น รรท.รองเลขาฯ (รักษาราชการแทน) แทนนายประนูญ สุวรรณภักดี รองเลขาฯ ที่ป่วยจนปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ (เสียชีวิตแล้วด้วยโรคมะเร็งเมื่อวันที่ 15 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยจะมีการพระราชทานเพลิงศพในวันพรุ่งนี้ 23 ส.ค.)
จากการรายงานของข่าวสด ระบุว่าข้าราชการและพนักงาน เห็นว่านายโสภณธีณ์ ขณะเป็นที่ปรึกษาประจำสำนักงาน ระดับ 9 เมื่อ พ.ศ. 2552 ทางสำนักงานเคยมีคำสั่งลงโทษไล่ออกจากราชการฐานกระทำผิดวินัยร้ายแรง และขณะนี้มีการร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่ง ชาติ(ป.ป.ช.) โดยเรื่องอยู่ระหว่างพิจารณา จึงไม่เหมาะสมจะดำรงตำแหน่งดังกล่าว
นอกจากนี้ ยังเห็นว่าคำสั่งแต่งตั้งรรท.รองเลขาฯ ผู้มีอำนาจลงนามควรเป็นประธานกสม. ไม่ใช่รรท.เลขาฯ อีกทั้งเมื่อได้รับแต่งตั้งเป็นรรท.รองเลขาฯแล้ว ระหว่างที่นายวีรวิทย์ ไปปฏิบัติภารกิจต่างจังหวัดวันที่ 28-30 มิ.ย. นายโสภณธีณ์ ยังมีหนังสือที่ สม. 001/ว1251 ลงวันที่ 28 มิ.ย. เวียนถึงหน่วยงานต่างๆ แจ้งว่าตนเองเป็นรรท.เลขาฯ ถือเป็นการลงนามแต่งตั้งตนเองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ข้าราชการที่ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งดังกล่าวได้ลงความเห็นว่าจะแสดงออกเชิง สัญลักษณ์โดยแต่งชุดดำเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ความคืบหน้าจากการประท้วงในครั้งนั้น ทำให้มีการเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ในสำนักงานฯ ได้เข้าฟังการแสดงวิสัยทัศน์ ของผู้เข้าสมัครชิงตำแหน่งรองเลขาธิการ ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 8 คนจากเจ้าหน้าที่ระดับ 9 (ซี 9) ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับบริหารในวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันลงคะแนนเพื่อสะท้อนความคิดเห็นว่า ผู้สมัครคนใดที่ขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งมากที่สุด มีเจ้าหน้าที่ร่วมลงคะแนนราว 90 คน แน่นอนว่าผลออกมาเป็นไปในทิศทางเดียวกับกระแสการแต่งดำประท้วง คือมีผู้ลงคะแนนว่านายโสภณธีร์ ไม่เหมาะที่จะดำรงตำแหน่งดังกล่าว 78 คน
ประชาธิปไตยในสำนักงาน ที่แลกกับความล่าช้า
โครงสร้างการบริหารของสำนักงาน กสม. นั้น ผู้บริหารสูงสุดคือ เลขาธิการสำนักงาน และกำหนดให้มีรองเลขาธิการ 3 ตำแหน่ง แต่ที่เป็นอยู่ขณะนี้ คือ มีนายวีรวิทย์ วีรวรวิทย์รองเลขาธิการ รักษาราชการแทน เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิ ขณะที่ รองเลขาฯ นั้น เดิมมีนายวีรวิทย์ และนายประนูญ ดำรงตำแหน่ง ขณะที่ตำแหน่งที่ 3 นั้นว่างเว้นไว้
กสม. ซึ่งมีหน้าที่คัดเลือกและเสนอชื่อบุคคลขึ้นดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการ ได้ประชุมมีมติเห็นชอบบุคคลที่เหมาะสม วันนี้ (22 ส.ค.)ได้รายชื่อคือนาย ขรรค์ชัย คงเสน่ห์ ผู้อำนวยการกลุ่มบริหารงานทั่วไป สำนักบริหารกลาง
แต่เส้นทางของผู้บริหารสำนักงานนี้ไม่ได้มาโดยง่าย และเส้นทางต่อไปก็คงจะน่าจับตาไม่น้อยเช่นกัน นอกเหนือจากประเด็นแต่งดำประท้วงโดยเจ้าหน้าที่แล้ว ในส่วนของกรรมการฯ เอง กสม. ไม่ได้เพิ่งประชุมสรรหาบุคคลที่มีคุณสมบัติครบถ้วนและเหมาะสมเป็นครั้งแรก ก่อนหน้านี้ในวันจันทร์ที่ผ่านมา ก็มีการพยายามจะสรรหากันไปครั้งหนึ่งแล้วในที่ประชุมของกสม. แต่เนื่องจากกสม. รายหนึ่ง มีอาการป่วยปุบปับ บุคลิกภาพเปลี่ยนไปชั่วขณะ (ภาษาชาวบ้านเรียกว่า “ผีเข้า”) เป็นเวลาหลายนาที ทำให้ที่สุดแล้วต้องเลื่อนการประชุมออกไป และมามีมติได้ในวันนี้ (22 ส.ค.)
มองในแง่ดี พิจารณากันเฉพาะประเด็นแต่งตั้งรองเลขาธิการสำนักงานนั้น ความวุ่นวายที่เกิดขึ้น และแรงกระเพื่อมในการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสำนักงานกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติซึ่งชื่อบอกหน้าที่ชัดเจนถึงหน้าที่ของสำนักงานแห่งนี้ ต้องเรียกได้ว่า อย่างน้อยที่สุดก็เป็นสำนักงานที่เปิดโอกาสการมีส่วนร่วมจากเจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติงาน และมีการตรวจสอบกันภายในองค์กร เมื่อได้รายชื่อผู้ที่จะดำรงตำแหน่งมาแล้ว ก็ต้องดูกันต่อไปว่า ว่าที่รองเลขาฯ นี้จะทำงานเข้าตาเจ้าหน้าที่หรือไม่ ถ้าไม่จะมีกระบวนการตรวจสอบอะไรกันต่อไปอีกหรือไม่



ศรีลังกาสั่งปิดมหาลัยทั่วประเทศ เหตุครู-อาจารย์ประท้วงรัฐแปรรูปการศึกษา

ที่มา ประชาไท

 
รัฐบาลศรีลังกาสั่งปิดมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ 13 แห่งจากทั้งหมด 15 แห่งโดยไม่มีกำหนด เหตุอาจารย์รวมตัวกันนัดหยุดงานได้เกือบสองเดือน เพื่อประท้วงการแปรรูปมหา'ลัย และเรียกร้องให้รัฐบาลอุดหนุนงบการศึกษามากขึ้น
เมื่อวันที่ 22 ส.ค. 55 สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า รัฐบาลศรีลังกาได้สั่งปิดมหาวิทยาลัยในเมืองต่างๆ ของศรีลังกาแล้ว 13 แห่ง จากทั้งหมด 15 แห่งโดยไม่มีกำหนดเปิด เพื่อเป็นมาตรการโต้ตอบกับสหภาพครู-อาจารย์แห่งชาติที่ได้นัดหยุดมาแล้ว เกือบสองเดือน ที่ประท้วงการแทรกแซงของรัฐบาลในมหาวิทยาลัย และเรียกร้องให้รัฐเพิ่มเงินอุดหนุนการศึกษามากขึ้น
โดยกลุ่มอาจารย์มหาวิทยาลัย นำโดยสหพันธ์สมาคมอาจารย์มหาวิทยาลัยของศรีลังกา ได้รวมตัวกันนัดหยุดงานทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อคัดค้านการแปรรูปมหาวิทยาลัยของรัฐบาลบางส่วนให้เป็นของเอกชน นอกจากนี้ สหพันธ์ครูและอาจารย์ยังเรียกร้องให้รัฐบาลยุติการแทรกแซงทางการเมืองใน มหาวิทยาลัย เพิ่มงบประมาณอุดหนุนการศึกษาให้เป็นร้อยละ 6 ของจีดีพี (ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ) และเพิ่มเงินเดือนและสวัสดิการอาจารย์มหาวิทยาลัยให้เหมาะสม

ทั้งนี้ ในปัจจุบัน เงินอุดหนุนการศึกษาของรัฐบาลศรีลังกาคิดเป็นราว 2-3 ของจีดีพีเท่านั้น ต่ำกว่ามาตรฐานของสหประชาชาติกำหนดไว้ที่ร้อยละ 6 ของจีดีพี
ต่อการนัดหยุดงานดังกล่าว รัฐบาลศรีลังกากล่าวว่าเหล่าครูและอาจารย์เหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อโค่นล้ม รัฐบาล ด้วยการสร้างความไร้เสถียรภาพและวิกฤติทางการเมือง เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนระบอบการปกครอง
มาฮิม เมนดิส โฆษกของสหพันธ์ดังกล่าว ได้เรียกร้องให้รัฐบาลยุติการ "เข้าแทรกแซงทางการเมืองและใช้วิธีทางการทหาร" ในมหาวิทยาลัย โดยเขาระบุว่ารัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ ได้จัดให้คนใกล้ชิดของตนเองเข้าดำรงตำแหน่งบริหารระดับสูงในมหาวิทยาลัย
"การมากล่าวหากันว่าเราต้องการจะเปลี่ยนแปลงระบอบนั้นเป็นเรื่องไร้สาระ มาก คุณต้องเข้าใจว่าสหพันธ์สมาคมอาจารย์ฯ นั้นได้รวมเอาครูและอาจารย์จากทุกพรรคการเมืองไว้ด้วยกัน นี่เป็นการต่อสู้ระดับชาติ" เมนติสกล่าว
เขายังคัดค้านการใช้คำสั่งเพื่อบังคับให้มหาวิทยาลัยต้องว่าจ้างบริษัท ความปลอดภัยที่อยู่ภายใต้กระทรวงกลาโหมเพื่อใช้ในเขตมหาวิทยาลัย และวิพากษ์วิจารณ์การอบรมวิชาทหาร ที่บังคับให้นักศึกษาที่เข้าใหม่ทุกคนต้องได้รับการอบรมเป็นเวลาสองสัปดาห์ ด้วย
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัย ถูกมองว่าเป็นแหล่งที่มาของความวุ่นวายในศรีลังกา โดยปัญหาและความไม่พึงพอใจต่อรัฐบาลของนักศึกษา มีส่วนทำให้กลุ่มกบฏทมิล อีแลมขยายตัวขึ้น เช่นเดียวกับการลุกฮือของกลุ่มสิงหลฝ่ายซ้ายในช่วงทศวรรษ 1970-1980 ซึ่งมีนักศึกษาจำนวนมากเป็นผู้ร่วมสนับสนุน
ที่มาภาพ: จากเว็บไซต์ Federation of University Teachers' Association


ที่มา: แปลและเรียบเรียงจาก
Sri Lanka government shuts down universities
http://www.bbc.co.uk/news/world-asia-19325358

เบิกความผู้เกี่ยวข้องคลิปสัมภาษณ์ลุงบุญมี เหยื่อสลายชุมนุม พ.ค.53 ก่อนตาย

ที่มา ประชาไท

 
22 ส.ค.55 - เวลาประมาณ 9.00 น. ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 402 ศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลออกนั่งบัลลังก์ไต่สวนคำร้อง คดีหมายเลขดำที่ ช. 7/2555  ที่พนักงานอัยการ จากสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 4  ขอให้ศาลไต่สวนชันสูตรการเสียชีวิต ของนายบุญมี เริ่มสุข อายุ  71 ปี ซึ่งถูกยิงที่ย่านบ่อนไก่ บริเวณท้องด้านซ้ายกระสุนตัดลำไส้เล็กขาดตอน เมื่อวันที่ 14 พ.ค.53 และเสียชีวิตเมื่อ วันที่ 28 ก.ค.53 ขณะถูกยิงเป็นช่วงที่มีการสลายการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้าน เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี โดยพนักงานอัยการ ได้นำนายพิชา วิจิตรศิลป์ อายุ 64 ปี อาชีพทนายความและประธานชมรมกฎหมายภิวัฒน์แห่งประเทศไทย เข้าเบิกความในฐานะผู้นำวีดีโอคลิปสัมภาษณ์นายบุญมี ขณะเข้ารับการรักษาที่ รพ.ตำรวจ ก่อนเสียชีวิตส่งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI)
นายพิชา เบิกความต่อศาลว่าหลังสลายการชุมนุมวันที่ 19 พ.ค.53 แล้วประมาณ 1 เดือนมีผู้นำแผ่นวีดีโอคลิปสัมภาษณ์นายบุญมี ดังกล่าวมาวางไว้หน้าสำนักงานชมรมกฎหมายภิวัฒน์แห่งประเทศไทย แต่ไม่ทราบว่าเป็นใคร ตนได้เปิดดูพบว่าเป็นการสัมภาษณ์ผู้ได้รับบาดเจ็บคนหนึ่งที่นอนรักษาตัวอยู่ ในโรงพยาบาล และทราบภายหลังว่าชายคนดังกล่าวในวีดีโอคลิปเสียชีวิต และทราบว่าทางกรมสอบสวนคดีพิเศษต้องการพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการสลาย การชุมนุม เม.ย.-พ.ค.53 จึงได้มอบวีดีโอคลิปดังกล่าวให้
ทั้งนี้ ตามหมายเรียกพยานแล้วจะมีการเบิกพยานอีก 2 ปาก คือ ผู้สัมภาษณ์ในคลิปคือ น.ส.กาญจน์ชนิษฐา เอกแสงศรี และผู้ถ่ายวีดีโอคลิป แต่เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้มีการไต่สวนนายวสันต์ สายรัศมี หรือเก่ง อายุ 28 ปี เจ้าหน้าที่กู้ภัยและอาสาพยาบาลฯ ผู้ที่ร่วมสัมภาษณ์ในวีดีโอคลิปดังกล่าวไปก่อนหน้าแล้ว ผู้พิพากษา อัยการและทนายญาติผู้เสียชีวิต จึงตกลงไม่เบิกตัวทั้ง 2 คนมาไต่สวนเพิ่ม
นายณัฐพล ปัญญาสูง ทีมทนายจากมูลนิธิไทยรักไทย ในฐานะทนายญาติผู้เสียชีวิต เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าในนัดหน้าวันพุธ ที่ 29 ส.ค.53 จะมี 4 ปากเบิกความ ซึ่งเป็นทหารที่เกี่ยวข้อง ส่วนในวันพรุ่งนี้(23 ส.ค.)การไต่สวนการตายกรณี 6 ศพวัดปทุมฯ จะมีการไต่สวนที่ศาลอาญากรุงเทพใต้เช่นเดียวกัน โดยจะมีผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์วัดปทุมฯ และถ่ายวีดีโอคลิปมาเบิกความจำนวน 3 ปาก



วีดีโอคลิปสัมภาษณ์นายบุญมี ขณะเข้ารับการรักษาที่ รพ.ตำรวจ ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา
คลิปจาก กาญจน์ชนิษฐา เอกแสงศรี


โดยในวีดีโอคลิป น.ส.กาญจน์ชนิษฐา และนายวสันต์ ได้มีสอบถามถึงอาการบาดเจ็บและการรักษาพยาบาลกับนายบุญมี และนายบุญมียังได้กล่าวถึงกระสุนที่ยังฝังอยู่บริเวณสะโพกของตนและเล่า เหตุการณ์ที่ตนถูกยิงด้วยว่ากระสุนยิงมาจากฝั่งทหารและขณะนั้นตนอยู่ไกลฝั่ง ทหาร โดนยิงเวลาประมาณ 4 โมงเย็น ซึ่งปรกติเวลานั้นบริเวณดังกล่าวจะเป็นตลาดนัดจึงได้ออกมาหาของกินตามปรกติ
นอกจากนี้ น.ส.กาญจน์ชนิษฐา ยังได้มีการโพสต์ข้อความกำกับไว้ใต้วีดีโอคลิปด้วยว่า ลุงบุญมี เริ่มสุข อายุ 71 ปี ยืนยันว่าถูกทหารยิง เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2553 โดยโดนยิงเข้าบริเวณช่องท้อง ลุงเล่าให้ฟังก่อนหน้านี้ว่า "ผมคิดว่าที่ทหารเขายิงชาวบ้าน เพราะถูกนักรบโบราณยิงหนังสติ๊กใส่ ผมมองเห็นว่าทหารหลายนายหลบกลัวกระสุนหนังสติ๊ก ทหารจึงใช้ทั้งกระสุนจริง กระสุนยาง แก๊สน้ำตายิงใส่ประชาชน สังเกตว่ากระสุนยางจะยิงทีละนัด หากเป็นเอ็ม 16 จะยิงเป็นชุด"

อ่านเพิ่มเติม
บุญมี เริ่มสุข
"ลุงบุญมี" เหยื่อกระสุนบ่อนไก่เสียชีวิตแล้ว ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่ม 91 ราย
รำลึกบ่อนไก่-พระราม 4 : (3) เสียงผู้สูญเสีย

ศาลถอนประกัน เจ๋ง ดอกจิก-จตุพรรอด แม้พูดรุนแรงยังถือได้ว่าวิจารณ์

ที่มา ประชาไท

 
22 ส.ค.55 ศาลอาญานัดสอบถามนายจตุพร พรหมพันธ์ แกนนำ นปช. จำเลยที่ 2 ในคดีร่วมกันกับพวก 19 คนก่อการร้าย กรณีที่นายเชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ และนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นคำร้องต่อศาลอาญาเพื่อให้มีคำสั่งเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราว พร้อมด้วยนายวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก ซึ่งเป็นเลขานุการ รมช.มหาดไทย และนายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย กรณีมีพฤติการณ์เข้าข่ายผิดเงื่อนไขให้ประกันตัว โดยขึ้นเวทีปราศรัยที่หน้ารัฐสภา กล่าวโจมตีพาดพิง ข่มขู่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่รับคำร้องให้วินิจฉัยร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 ม.291 ขัด ม.68 ของรัฐธรรมนูญเป็นการล้มล้างการปกครองหรือไม่

ในช่วงเช้าก่อนเข้าเบิกความต่อศาล เจ๋งให้สัมภาษณ์ว่า เตรียมทั้งพยานบุคลและเอกสารเพิ่มเติมมามอบให้ศาล โดยพยานบุคลนั้น ได้แก่ นายเหวง โตจิราการ,พ.ต.อ.ไกรเลิศ บัวแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รองผบช.น. 1) , นายฐานิต เทียนทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย, นายจริน สวนแก้ว ประธานมูลนิธิ 5 ธันวาเป็นพยานเพิ่มเติม
นายยศวริศ กล่าวว่า ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจจะยืนยันว่าตนไม่มีเจตนายุยงปลุกปั่น หรือคุกคามตุลาการ และยังได้ขึ้นเวทีห้ามปรามประชาชน ส่วน รมช.มหาดไทยจะยืนยันถึงพฤติกรรมเรื่องการทำงานของตนว่าเป็นอย่างไร ส่วนนายจรินนั้นจะยืนยันว่าตนได้ทำงานเพื่อสถาบัน อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าไม่มีเจตนายุยงปลุกปั่น และมั่นใจในความยุติธรรมของศาลจึงไม่กังวลอะไร เพราะตนมีเจตนาที่ชัดเจน แต่คำวินิจฉัยจะออกมาเป็นอย่างไรก็ยอมรับ

ภายหลังการไต่สวนกว่า 2 ชั่วศาลอาญามีคำสั่งถอนประกันและให้คุมตัวนายยศวริศ โดยให้เหตุผลว่าเข้าข่ายยั่วยุปลุกปั่น ขณะที่แกนนำนปช.ที่เหลือ 18 คน ปล่อยตัวชั่วคราว

โดยศาลอาญาได้อ่านเหตุผลว่า กรณีนายจตุพรนั้นศาลได้ดูเอกสารประกอบกับของเลขาสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ โดยข้อเท็จจริงว่านายจุตุพรนั้นได้ปราศรัยแล้วคำกล่าวปราศรัยเป็นคำเสียดสี ประชดประชัน ไม่พอใจ และปราศรัยด้วยถ้อยคำไม่สุภาพหยาบคาย แต่ไม่มีคำใดที่กระทบต่อการดูหมิ่น เหยียดหยาม การกระทำของนายจตุพรยังฟังได้ว่าเป็นคำวิจารณ์ที่รุนแรงไปบ้าง แต่ยังไม่ถือว่าทำการใดกระทบต่อความเดือดร้อนที่จะกระทบต่อการปล่อยตัวชั่ว คราว จึงยังไม่เห็นเหตุผลอันสมควรให้ยกคำร้องของเลขาฯ ศาลรัฐธรรมนูญ
ส่วนกรณีของนายวริศนั้น ศาลฟังข้อเท็จจริงได้ว่านายวริศขึ้นปราศรัยหน้ารัฐสภาซึ่งจำเลยไม่ได้ปฏิเสธ และเห็นว่าพูดด้วยความสนุกสนานและชวนให้ขบขัน โดยเจตนาของนายวริศมีการชี้นำให้ผู้ฟังรู้สึกดูหมิ่นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ก่อนจะมีการนำข้อมูลส่วนบุคคลของตุลาการรัฐธรรมนูญและครอบครัวมาเปิดเผยใน เวลาไล่เลี่ยกัน และยังมีตอนหนึ่งว่า “ให้แวะเวียนไปเยี่ยม เอาดอกไม้ไปเยี่ยม โทรศัพท์ไปคุยและให้ไปจัดการ” อันเป็นการพูดที่อาจทำให้ผู้ฟังที่กำลังอยู่ในอารมณ์ที่เกลียดชังตุลาการศาล รัฐธรรมนูญ เข้าใจได้ว่านายวริศประสงค์จะให้มีการก่อความวุ่นวาย สร้างความเดือดร้อนรำคาญหรือกระทำการอันตรายต่อตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและครอบ ครัว และถือได้ว่าเป็นการคุกคามกดดันแก่บุคคลที่ถูกกล่าวอ้าง อีกทั้งเป็นการกดดันการทำหน้าที่ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญด้วย ซึ่งการนำข้อมูลส่วนตัวของบุคคลอื่นมาเปิดเผยโดยไม่มีเหตุจำเลยก็ไม่ใช่ วิสัยปกติของบุคคลทั่วไป แม้ภายหลังจะขอโทษก็ไม่อาจทำให้พ้นความผิด ทำให้ผิดเขื่อนไขการประกัน ส่วนที่อ้างว่าระลึกได้ในภายหลังจึงขอโทษ แต่นายวริศไร้ความช่างใจ จึงไม่แน่ว่าถ้าปล่อยตัวชั่วคราวอีกต่อไปแล้วจะทำเหตุการณ์ใดอีก และถ้อยคำดังกล่าวยังไปละเมิดผู้อื่นด้วย ทั้งยังเป็นการยั่วยุ จึงถือได้ว่าเป็นการกระทำผิดเขื่อนไขตามที่กำหนดไว้ จึงมีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งปล่อยตัวชั่วคราว

เวลา 16.00 น. เจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายยศวริศไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพ  โดยรถตู้ของกรมราชทัณฑ์ ซึ่งนำขบวนด้วยรถเก๋งและรถมอเตอร์ไซค์ของกองปราบปราม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และมีรถกระบะซึ่งบรรทุกเจ้าหน้าที่พร้อมอาวุธเพื่อรักษาความปลอดภัย และปิดท้ายขบวนด้วยรถตำรวจกองปราบอีกเช่นกัน

นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของนายยศวริศเปิดเผยว่าพร้อมยื่นขอประกันตัวใหม่ในทันที โดยใช้เงินสดสองล้านบาทเป็นหลักประกัน  ส่วนแกนนำ น.ป.ช. 5 คนที่เป็น ส.ส.  ยังคงใช้แนวทางเดิม ยันไม่กระทำการละเมิดกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม หลังจากแกนนำ นปช.ได้หารือกัน นายวิญญัติระบุว่า  ไม่สามารถยื่นประกันตัวได้ทันวันนี้  โดยต้องรอคำสั่ง รวมทั้งหาลักฐานใหม่เพื่อยื่นประกันตัว และจะหาคนในรัฐบาล รัฐมนตรี  และ หัวหน้าพรรคมารับรองพฤติกรรม
เรียบเรียงจาก เว็บไซต์ไทยรัฐ เว็บไซต์เดลินิวส์ เว็บไซต์คมชัดลึก