WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, September 4, 2012

PATANI FORUM: ฟังเสียงจากพื้นที่ ปฏิกิริยา ต่อปฎิบัติการชูธงมาเลย์

ที่มา ประชาไท

สันติกวี 
ยังคงเป็นข่าวครึกโครมให้ตื่นตกใจทุกวี่วัน สำหรับสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนใต้ โดยล่าสุดเมื่อเร็วๆนี้ (31 ส.ค.55) เกิดเหตุป่วนในพื้นที่ ท้าทายภาครัฐ รับวันชาติมาเลย์ ซึ่งตรงกับวันสถาปนาเบอร์ซาตู (ก่อตั้งเมื่อ 31 ส.ค.52 โดย ดร.วันกาเดร์ เจ๊ะมัน ประธานบีไอพีพี) ทั้งนี้จากรายงานของศูนย์ข่าวอิศรา ระบุว่า มีการลอบวางระเบิดกว่า 100 จุด ครอบคลุมพื้นที่ 3 จชต. และ 4 อำเภอสงขลา แต่ที่น่าตกใจคือมีการปักธงชาติมาเลย์ พร้อมติดป้ายยั่วยุท้าทายเจ้าหน้าที่รัฐ ขณะที่ในพื้นที่อำเภอจะแนะเกิดเหตุระเบิดจริง ทหารพรานเจ็บ โดยเหตุการณ์ลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นแล้วช่วงอดีตนายกอภิสิทธิ์พร้อมผู้นำมา เลย์เข้าพื้นที่เมื่อปลายปี 52 โดยการก่อเหตุครั้งนี้มีนักวิเคราะห์ชี้ว่าเพื่อตอกลิ่มเพื่อนบ้านและโชว์ ศักยภาพ
อย่างไรก็ดีหากจับสถานการณ์อย่างเกาะติด จะพบว่ายังมีควันหลงและแง่มุมอื่นๆจากเหตุการณ์ป่วนครั้งนี้ชวนให้คิด วิเคราะห์กันต่อ โดยเฉพาะในแง่ของผลกระทบต่อเนื่องจากปฏิบัติการ อีกทั้งผลสะเทือนทางการเมืองไม่เพียงแค่ภายในประเทศ แต่หมายรวมถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียอีกด้วย
ปฏิบัติการปูพรมธงชาติมาเลย์ครอบคลุม 3 จังหวัดชายแดนใต้ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 2 แล้ว โดยครั้งแรกเคยปรากฏขึ้นเมื่อปี 53 ดังนั้นในมุมของฝ่ายความมั่นคงแล้ว แน่นอนตัวผู้ก่อเหตุจะเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจากกลุ่มฝ่ายขบวนการเรียกร้อง เอกราชปาตานี โดยก่อนหน้านี้ทางด้านหน่วยข่าวกรองเองก็ทราบข่าวและรายงานไปยังหน่วยกอง กำลังต่างๆให้เตรียมความพร้อมรับมือการก่อเหตุต่างๆ ทำให้สอง สามวันก่อนวันก่อเหตุ มีการตรวจตรา ควบคุมพื้นที่อย่างเข้มงวด แต่ถึงกระนั้นก็ยังทำให้เกิดเหตุจนได้
ทั้งนี้นักวิเคราะห์หลายสำนักต่างวิเคราะห์ตรงกันว่ากลุ่มขบวนการมีการทำ งานอย่างมีระบบ ระเบียบ วินัย อีกทั้งมีความชำนาญการเส้นทางการเดินตรวจตราของเจ้าหน้าที่รัฐเป็นอย่างดี ทำให้การปฏิบัติการในครั้งนี้ฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐเองตามไม่ทัน กว่าจะรู้ตัวอีกที ก็เช้าวันก่อเหตุ จนเป็นข่าวครึกโครมบนสื่อไทย และต่างประเทศ ซึ่งชี้ให้เห็นว่ากลุ่มของฝ่ายขบวนการเองยังคงมีศักยภาพที่สามารถจะทำอะไร ที่ไหนอย่างไรได้ง่ายแม้จะมีกองกำลังของรัฐไทยอยู่เต็มพื้นที่ก็ตาม แต่หากวิเคราะห์ให้ลึกยิ่งขึ้นกลับพบว่า อาจเป็นมากกว่าการแสดงศักยภาพเท่านั้นก็เป็นได้
หากเริ่มต้นด้วยการเกาะติดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ก่อนทีจะไปเจาะลึก การวิเคราะห์ จากที่ได้พูดคุยกับชาวบ้านในหลายพื้นที่ ต่างก็มีปฏิกิริยาต่อเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่เหมือนกัน ในหลายพื้นที่ชาวบ้านรู้สึกตื่นตกใจไม่กล้าออกไปกรีดยาง หรือออกนอกบ้าน เพราะเห็นเจ้าหน้าที่ทหารมากกำลังปฏิบัติหน้าที่มากกว่าวันปกติ จนชาวบ้านเข้าใจว่ามีเหตุการณ์รุนแรง ดั่งเช่นที่บ้านสะเอะ อ.กรงปินัง จ.ยะลา หรือบ้านยาแลเบาะ ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส บางชุมชนในอำเภอปานาเระที่มีการจับเข่าคุยกันในวงน้ำชา หรือแม้กระทั่งในมัสยิดช่วงละหมาดวันศุกร์ คิดว่าจะมีการปฏิวัติ ตนเองควรทำอย่างไรดี ถึงกระนั้นก็ยังมีหลายพื้นที่ยังไม่รับรู้ด้วยซ้ำว่าเกิดเหตุอะไร
เสียงจากวัยรุ่นจากชุมชนดาลอ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี คนหนึ่งบอกว่า “วันนี้เป็นวันอะไร ทำไมธงมาเลย์ถึงเยอะ ผมไม่รู้เลยว่ามีทั่วสามจังหวัด  ก็พึ่งมารู้ก็ตอนเข้าเมืองเมืองปัตตานีนี่เอง” ถึงกระนั้นก็ไม่ได้ทำให้วัยรุ่นคนนี้ตื่นตูมมากนัก
เช่นเดียวกับลูกจ้าง 4,500 คนหนึ่งในพื้นที่หนองจิกบอกว่า  “เห็นธงชาติมาเลย์เต็มตามข้างทางถนน ก็ตกใจเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้สนใจมากนัก และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าวันนี้เป็นวันพิเศษอย่างไร และเธอก็วิเคราะห์ให้ฟังเพิ่มเติมว่า ที่จริงไม่ได้มีทุกหมู่บ้านนะ คิดว่า หมู่บ้านไหนมีธง น่าจะเป็นพื้นที่ที่มียูแวเยอะ แต่บ้านตัวเองไม่มีนะ มีก็แต่พวกที่ชอบกินใบกระท่อม พวกนี้เนี่ยะทำไมทหารไม่จับไปให้หมดๆ อีก”
ขณะที่คนทำงานราชการ และครูของบางโรงเรียน ต่างก็รู้สึกกลัวไม่กล้าไปทำงาน ทำให้บางโรงเรียนหยุดการเรียนการสอนไปหนึ่งวัน เช่นที่บ้านสะเอะ หรือแม้กระทั่งบางโรงเรียนแทบยะรัง เช่นเดียวกับผู้ประกอบการบางเจ้าถึงขั้นปิดค้าขายเพราะไม่ไว้ใจในสถานการณ์ เช่น ร้านบากูส แถวถนนสาย มอ.ปัตตานี
ผลสะเทือนดังกล่าว เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองท่านหนึ่งวิเคราะห์ว่า มีสิ่งที่ต้องขบคิดว่าประการแรก การปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นการปฏิบัติการเชิงสัญลักษณ์ที่ฉวยจังหวะโอกาสต่างๆ สามารถข่มขวัญ และป่วนเจ้าหน้าที่รัฐได้อย่างมากมายบ่งบอกว่า ฝ่ายขบวนการเองมีการสู้รบมากกว่าการใช้กำลังอาวุธ มีการคิดค้นยุทธวิธีใหม่อยู่ตลอดเวลา  เพราะทีผ่านมาก็มีการต่อสู้ด้วยการปล่อยเพลงปฏิวัติปาตานีใหม่ๆเยอะ หรือแม้กระทั่งในโลกเฟสบุค ก็มีการปลุกเร้า ปลุกระดมกันอย่างตรงไปตรงมา ทำให้มองได้ว่าให้ห้วงปีนี้อาจมีการก่อเหตุที่รุนแรง หลากหลายมากกว่าที่ผ่านมา ประการที่สอง ถึงแม้การปฏิบัติการจะชี้ไปยังฝ่ายขบวนการที่แฝงตัวอยู่ในชุมชนซึ่งเป็น กลุ่มคนที่ไม่เอารัฐไทย แต่ก็ยังมีชาวบ้านในสัดส่วนพอๆกัน ต่างก็ไม่รู้สึกรู้สา หรือตอบรับกับการปฏิบัติการครั้งนี้สักเท่าไหร่ ซึ่งชี้ให้เห็นว่า กลุ่มคนเหล่านี้เริ่มชินชากับสถานการณ์ในพื้นที่ หรือบางคนถึงขั้นไม่ตอบรับต่อแนวทางการของฝ่ายขบวนการไปเลยเพราะต้องสูญเสีย ผลประโยชน์ในการทำงานของตนเอง เลยมองได้ว่า มวลชนในพื้นที่มีทั้งเอา และไม่เอากับฝ่ายขบวนการ
ขณะที่การวิเคราะห์อีกด้านหนึ่ง การปฏิบัติการ ชูธงชาติมาเลย์ว่อนคลอบคลุมพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ของไทยซึ่งตรงกับวันชาติ มาเลย์-ก่อตั้งเบอร์ซาตู แน่นอนย่อมเป็นประเด็นที่อ่อนไหวค่อนข้างมากระหว่างรัฐไทยและมาเลย์ ยิ่งถูกปรากฏบนสื่อรับรู้ทั่วโลกแล้ว ก็ยิ่งไปกันใหญ่ ทั้งนี้หลายคนอาจคิดว่าปฏิบัติการที่เกิดขึ้น เป็นเพียงแค่การข่มขวัญ สร้างสถานการณ์เหมือนที่ผ่านมา แต่หากวิเคราะห์ให้ลึกยิ่งขึ้นอาจมีอะไรมากกว่านั้น ลองมาตั้งคำถาม แล้วลองวิเคราะห์กันดูว่า ทำไมต้องเป็นธงมาเลย์ หรือวันชาติมาเลย์ ทำไมไม่เป็นอินโดนีเซีย หรือ เป็นเพราะมีสัญญาณอะไรที่ที่เกี่ยวกับมาเลย์ในห้วงระหว่างนี้
เมื่อฟังจากการวิเคราะห์จากคนในพื้นที่ อาจทำให้มองเห็นอะไรได้ชัดขึ้น กล่าวคือ จะเป็นไปได้หรือไม่ ที่ผ่านมามีกระแสเรียกร้องให้เกิดการเจรจาระหว่างรัฐไทยและฝ่ายขบวนการ และเป็นกระแสที่มาแรงท่ามกลางการก้าวสู่ความเป็นประชาคมอาเซียนในอีกไม่กี่ ปีนี้ แต่ที่ผ่านมา รัฐไทยมีการเจรจาสะเปะสะปะ ไม่มีตัวกลางที่ชัดเจน แต่การปฏิบัติการครั้งนี้อาจส่งสัญญาณที่จะให้รัฐบาลมาเลเซีย กลายเป็นตัวกลางด้วยความเต็มใจหรือไม่เต็มใจก็ตามแต่ แต่ภาพภาพข่าวที่นำเสนอออกไป จำต้องทำให้ทั้ง 2 ประเทศเข้ามาเกี่ยวข้องในแง่ของความมั่นคงในจังหวัดชายแดนใต้มากยิ่งขึ้น ยิ่งประจวบเหมาะกับเร็วๆนี้ จะมีการประชุมขององค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) ที่ประเทศมาเลเซีย ยิ่งเป็นแรงผลักให้ทั้งมาเลย์ และไทยจำต้องอธิบายหากมีคำถามจากที่ประชุมขึ้นมา จนมองได้ว่าปัญหาภาคใต้ที่หมักหม่ม มานาน อาจจะมีอะไรดีๆมาบ้างในวงประชุม โอไอซี ครั้งนี้ ไม่แน่เราอาจจะได้เห็นประเทศมาเลย์ เป็นตัวกลางที่ไม่ถึงขั้นเจรจาแต่อาจเพียงแค่ขั้นพูดคุยสันติภาพตรงตัวมาก ยิ่งขึ้นก็เป็นได้
 

หมายเหตุ: เผยแพร่ครั้งแรกใน PATANI FORUM

ไต่สวน 6 ศพวัดปทุม 2 พยานในเหตุการณ์คาดทหารยิง ไม่เห็นผู้ชุมนุมยิงต่อสู้

ที่มา ประชาไท

 
พยานยันเห็นทหารเล็งและยิงจากราง BTS อาสามงคล-อัครเดช-พยาบาลเกด ถูกยิงพร้อมกันในเต็นท์พยาบาลในวัดก่อนยิงได้ยินทหารตะโกน“กูให้มึงเลี้ยง ลูกเลี้ยงหลานอยู่กับบ้าน มาร่วมชุมนุมกันทำไม” พร้อมระบุไม่เห็นอาวุธและการยิงตอบโต้จากผู้ชุมนุม (มีคลิปประกอบ)
เมื่อวันที่ 30 ส.ค.55 ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 402 ศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลนัดไต่สวนคำร้องชันสูตรพลิกศพการเสียชีวิต คดีหมายเลขดำที่ ช. 5/2555 กรณีการเสียชีวิตของนายสุวรรณ ศรีรักษา อายุ 30 ปี อาชีพเกษตรกร ผู้เสียชีวิตที่ 1,นายอัฐชัย ชุมจันทร์ อายุ 28 ปี บัณฑิตคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ผู้เสียชีวิตที่ 2, นายมงคล เข็มทอง อายุ 36 ปี เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิปอเต็กตึ๊ง ผู้เสียชีวิตที่ 3, นายรพ สุขสถิตย์ อายุ 66 ปี อาชีพพนักงานขับรถรับจ้างในสนามบิน ผู้เสียชีวิตที่ 4, น.ส.กมนเกด อัคฮาด อายุ 25 ปี อาชีพพยาบาลอาสา ผู้เสียชีวิตที่ 5 และ นายอัครเดช ขันแก้ว อาชีพรับจ้าง ผู้เสียชีวิตที่ 6 ซึ่งทั้ง 6 ศพ ถูกยิงเสียชีวิตในวัดปทุมวนาราม ใกล้แยกราชประสงค์ ในช่วงที่มีการสลายการชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่ง ชาติ (นปช.) เมื่อวันที่ 19 พ.ค.53 ในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
โดยอัยการได้นำประจักษ์พยานในเหตุการณ์เข้าเบิกความ 2 ปาก ประกอบด้วย นายศักดิ์ชาย แซ่ลี้ อายุ 38 ปี และนายนายธวัช แสงทน หรือพระธวัช อายุ 50 ปี
นายศักดิ์ชาย แซ่ลี้ ในฐานะพยานเบิกความโดยสรุปว่าเข้าร่วมชุมนุมอยู่เต็นท์แดงชุมแพ 52 ซึ่งอยู่บริเวณหน้าวัดประทุมวนาราม ซึ่งมาเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่ม นปช. ตั้งแต่ มี.ค.ที่บริเวณสี่แยกคอกวัว ในวันที่ 19 พ.ค.53 หลังแกนนำ นปช.ประกาศยุติการชุมนุม และแจ้งให้ผู้ชุมนุมไปหลบภายในวัดหรือไปที่สนามกีฬาศุภชลาศัย หลังจากนั้นตัวพยานจึงได้เก็บของและหลบเข้าไปในวัดปทุม จนเวลาประมาณ 18.00 น. เห็นคนถูกยิงตรงเกาะกลางถนนหน้าประตูทางออกวัดปทุมฯ ซึ่งมาทราบภายหลังว่าบุคคลดังกล่าวคือนายอัฐชัย ชุมจันทร์(ผู้เสียชีวิตที่ 2) ขณะนั้นเห็นทหารถือปืนยาวอยู่บนรางรถไฟฟ้าหน้าวัดปทุม ตัวพยานจึงได้วิ่งไปอุ้มร่างนายอัฐชัย มายังเต็นท์พยาบาลในวัด หน้าสหกรณ์ และได้บอกพยาบาลแหวน หรือ ณัฐธิดา มีวังป่า ให้เข้ามาช่วย โดยพยาบาลแหวนได้ให้ พยาบาลเกด หรือ น.ส.กมนเกด อัคฮาด(ผู้เสียชีวิตที่ 5) นำถังออกซิเจนมาให้ผู้บาดเจ็บ แต่ออกซิเจนมีไม่เพียงพอ พยาบาลแหวนจึงปั้มหัวใจอยู่ประมาณ 10 นาที นายอัฐชัย จึงเสียชีวิต


ภาพนายอัฐชัย ชุมจันทร์ ผู้เสียชีวิตที่ 2 ขณะถูกยิงที่บริเวณเกาะกลางถนนหน้าวัดปทุมฯ
ภาพถูกเผยแพร่ใน
lightstalkers.org/steve_tickner ภาพโดย Steve Tickner
  
 
ภาพการปฐมพยาบาล นายอัฐชัย ผู้เสียชีวิตที่ 2
ในภาพจะเห็นนายมงคล ผู้เสียชีวิตที่ 3 (คนขวาสุด)ช่วยปฐมพยาบาลอยู่ด้วย ก่อนถูกยิงเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ภาพถูกเผยแพร่ใน
lightstalkers.org/steve_tickner ภาพโดย Steve Tickner

นายศักดิ์ชาย เบิกความต่อว่าหลังจากนั้นได้ไปที่เต็นท์พยาบาลสวนป่า ซึ่งเป็นเต็นท์พยาบาลที่อยู่ด้านในวัดอีก 1 เต็นท์ พบผู้บาดเจ็บถูกยิงที่กลางหลัง ทราบชื่อภายหลังว่านายกิตติชัย (นามสกุล “แข็งขัน” ชาวขอนแก่น – ประชาไท) ซึ่งพยาบาลแหวนได้เข้ามาปฐมพยาบาลด้วยการเอาไม้ดามหลังไว้ และมีอีกคนถูกยิงที่มือ ทราบชื่อภายหลังว่า “บัวศรี” ขณะวิ่งกลับมารับนายกิตติชัย เห็นทหารที่อยู่บนรางรถไฟฟ้าตั้งท่าโดยวางปืนประทับกับขอบรางรถไฟเล็งมาทาง พยาน จึงไปยังหลบหลังรถยนต์ที่อยู่ใกล้กัน จากนั้นได้ยินเสียงปืนดังขึ้น กระสุนปืนตกห่างตัวพยานราว 1 เมตร จึงหลบไปอยู่หลังรถยนต์และเห็นเจ้าหน้าที่ทหารใช้อาวุธปืนยิงใส่เต็นท์ พยาบาล เห็น น.ส.กมนเกด ที่กำลังก้มลงหลบถูกกระสุนปืนยิงแน่นิ่งไป โดยหันหัวเข้ามาทางด้านในวัดส่วนขาเหยียดไปนอกวัด
นายศักดิ์ชาย เบิกความอีกว่า ในเต็นท์ดังกล่าวยังมีอีก 2 คน โดยหนึ่งในนั้นทราบชื่อภายหลังว่านายอัครเดช (ผู้เสียชีวิตที่ 6) ร้องขอความช่วยเหลือ ขณะนั้นนายอัครเดชหันหัวออกไปนอกวัด ส่วนอีกคนทราบชื่อภายหลังคือนายมงคล(ผู้เสียชีวิตที่ 3)นอนนิ่งไปแล้ว ซึ่งขณะนั้นแสงจากดวงอาทิตย์ยังพอมองเห็น หลังเสียงปืนสงบและท้องฟ้ามือพยานจึงได้นำนายอัครเดช ซึ่งขณะนั้นยังไม่เสียชีวิตไปที่เต็นท์สวนป่าก่อน และกลับมารับศพ น.ส.กมนเกด และนายมงคล ซึ่งเสียชีวิตแล้วไปไว้ที่เต็นท์สวนป่าเช่นกัน และขณะนั้นนายอัครเดชยังไม่เสียชีวิตจึงได้ประสานให้พระในวันปทุมฯ โทรศัพท์แจ้งให้รถพยาบาลมารับคนเจ็บไปรักษา แต่ได้รับแจ้งว่า รถพยาบาลไม่สามารถเข้ามาได้ จนกระทั้ง เวลาประมาณ 23.00 น. นายอัครเดชจึงถึงแก่ความตาย  และหลังจากนั้นจึงรับแจ้งว่ารถพยาบาลจะเข้ามารับคนเจ็บแต่ห้ามผู้อื่นออก จากพื้นที่ไปกับรถพยาบาลด้วย พยานอยู่ในวัดจนเช้าวันที่ 20 พ.ค. 2553 เวลา 7.00 น. ยังเห็นทหารอยู่บนรางรถไฟฟ้า และได้ตรวจรถยนต์ของพยานที่จอดไว้หน้าวัดด้านในพบรอยกระสุนปืนที่ตัวรถด้วย
คลิป อัครเดช ผู้เสียชีวิตที่ 6 ถูกยิงนอนอยู่ในเต็นท์พยาบาล โดยมีพยาบาลเกดนอนเสียชีวิตอยู่ด้วย :



นายศักดิ์ชาย ยังเบิกความยืนยันด้วยว่าขณะที่อยู่ในวัดไม่เห็นผู้ชุมนุมมีอาวุธหรือต่อสู้ กับเจ้าหน้าที่ทหาร และไม่ได้ยินเสียงปืนที่ยิงมาจากด้านในวัด นายศักดิ์ชายยังเบิกความอีกว่า ก่อนที่ทหารที่อยู่บนรางรถไฟฟ้าจะยิงลงมามีการตะโกนด้วยว่า “กูให้มึงเลี้ยงลูกเลี้ยงหลานอยู่กับบ้าน มาร่วมชุมนุมกันทำไม”  ส่วนสาเหตุที่ต้องนำร่างผู้เสียชีวิตมารวมกันด้านในวัด นายศักดิ์ชายให้เหตุผลว่าเพื่อไม่ให้ทหารนำเอาศพไปโดยมีประชาชนที่อยู่ที่ นั่นนั่งล้อมไว้ทั้งคืนประมาณ 100 คน
พยานปากต่อมานายธวัช แสงทน หรือพระธวัช เบิกความโดยสรุปได้ว่า ได้มาร่วมชุมนุมพยานอยู่บริเวณหน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์ และวันที่ 19 พ.ค. เวลา 12.00 น. แกนนำ นปช. ได้ประกาศยุติการชุมนุม และให้ประชาชนที่ต้องการเดินทางกลับบ้าน และให้ไปที่สนามกีฬาใกล้มาบุญครอง และให้เด็กและคนชราหลบอยู่ที่วัดปทุม เพราะเป็นเขตอภัยทาน โดยพยานได้เดินทางไปสนามกีฬา เกือบบ่าย 2 แต่ไม่สามารถไปถึงเนื่องจากมีทหารที่อยู่บริเวณสยามแสคว์ยิงเข้ามา พยานจึงวิงกลับมาหลบที่วัดปทุมฯ ซึ่งทหารบริเวณนั้นบางคนยิงมาทางกลุ่มผู้ชุมนุมในแนวราบ บางคนยิงขึ้นฟ้า โดยใช้ปืน M16 โดยทหารได้ตามเข้ามาเรื่อยๆ ด้วย ในตอนแรกพยานใส่เสื่อยืดดำ กางเกงยีนส์  แต่พอหลบเข้ามาในวัดปทุมฯ จึงได้เปลี่ยนเป็นสีเทาที่บริเวณเต็นท์พยาบาล เนื่องจากมีคนเตือนว่าหากใส่สีดำจะถูกทหารยิง ขณะนั้นเห็นทหารอยู่บนรางรถไฟฟ้าจำนวนมาก จึงเกิดความกลัวและหลบไปในกุฏิพระในวัดติดกับฝั่งสยามฯ ในระหว่างนั้นทหารที่อยู่บนรางรถไฟฟ้าได้มีการเล็งปืนลงมา จึงหลบเข้าไปและมีคนหลบตามมา 3-4 คน หลังจากนั้นจึงได้ยินเสียงปืนจากรางรถไฟฟ้า
พระธวัช เบิกความต่ออีกว่า กุฏิที่ตนเองหลบอยู่ มีคนต่อคิวรอเข้าห้องน้ำ 3-4 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นทราบภายหลังว่าชื่อนายสุวรรณ(ผู้เสียชีวิตที่ 1) ต่อคิวอยู่ด้วย โดยเวลาประมาณ 17.00 น. พยานสังเกตเห็นทหารถือปืนอยู่บนรางรถไฟฟ้าประมาณ 3 คนแต่งชุดพราง สวมหมวกเหล็ก ซึ่งมุมที่นายสุวรรณยืนอยู่จะมีช่องมองเห็นรางรถไฟฟ้า โดยขณะนั้นนายสุวรรณยืนต่อคิวเป็นคนสุดท้ายโดยตัวหันตัวไปทางห้องน้ำ แต่เอี้ยวหน้าไปมองทหารที่อยู่บนรางรถไฟผ่านช่องดังกล่าว จากนั้นได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 ชุด เห็นผู้เสียชีวิตที่ 1 ฟุบลงกับพื้น โดยมีผู้หญิงที่เข้าคิวตรงนั้นร้องขอความช่วยเหลือ พยานจึงได้วิ่งเข้าไปหามนายสุวรรณมาหลบอีกมุมหนึ่ง และเรียกให้คนมาช่วยพร้อมนำจีวรมาทำเป็นเพลหามเข้าซองไปไว้ที่หน้าศาลา ตรงเต็นท์พยาบาลสวนป่า ขณะนำร่างนายสุวรรณไปตรงนั้นมีศพ 1 ศพนอนอยู่แล้ว และภายหลังมีเข้ามาอีก 4 ศพ
พระธวัช เบิกความด้วยว่าขณะที่หลบอยู่ตรงเต็นท์ ได้ไปช่วยหามร่างพยาบาลเกดมาไว้ หลังจากนั้นจึงได้มาล้างเลือด และพระธวัช ยืนยันว่าไม่เห็นผู้ชุมนุมยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ และไม่เห็นชายชุดดำ ส่วนมากคนที่หลบอยู่ในวัดเป็นเด็กและคนชรา ส่วนนายสุวรรณ ผู้เสียชีวิตที่ 1 นั้นสวมเสื้อสีดำ
ทั้งนี้ คดีนี้จะมีการนัดไต่สวนครั้งต่อไปในวันที่ 6 ก.ย. เวลา 09.00 น เป็นต้นไป

เปิด..แผนทดสอบการระบายน้ำ วันที่ 5 และ 7 กย.นี้

ที่มา thaifreenews

 


นายรอยล จิตรดอน คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.)  
เปิดเผยกับทีมข่าวถึงการเตรียมปล่อยทดสอบการระบายน้ำท่วมช่วงวันที่ 5 และ 7 ก.ย. ว่า ในวันที่5 ก.ย.จะทดสอบระบายน้ำฝั่งตะวันตก 
ในระบบเครือข่ายคลองทวีวัฒนา มุ่งคลองภาษีเจริญ เพื่อระบายไปลง 
แม่น้ำท่าจีน และออกสู่ทะเล โดยจะแบ่งน้ำไปยังคลองบางแวก 
และ คลองบางไผ่ ด้วยเพื่อทดสอบประตูระบายน้ำ
และระบบเครื่องสูบน้ำใหม่ที่กทม.ติดตั้ง

ทั้งนี้คลองทวีวัฒนา สามารถรับปริมาณได้สูงสุด 
ที่ 45 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที 
แต่ กบอ.เตรียมทดสอบการระบายน้ำ 
ประมาณ 7ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ส่วนวันที่ 7 ก.ย. กบอ.ทดสอบการระบายน้ำ
ป้องกันน้ำท่วมกทม.ฝั่งตะวันออก 
โดยระบายน้ำลงคลองลาดพร้าวและเครือข่าย 
เพื่อดึงน้ำไปผ่านอุโมงค์ยักษ์ ไปออกที่สถานีสูบน้ำ 
พระโขนงลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อออกสู่ทะเลที่ จ.สมุทรปราการ
อย่างไรก็ตาม แผนเดิมจะมีการระบายน้ำ
เพื่อทดสอบระบบการระบายน้ำผ่านคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต 
แต่เนื่องจากคลองยังปรับปรุงไม่แล้วเสร็จดี 
จึงตัดสินใจยกเลิกการระบายน้ำผ่านคลองดังกล่าว 
ทั้งนี้ หากช่วงที่ทดสอบระบายน้ำฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออก 
ช่วงเวลา 14.00-18.00 น. เกิดมีฝนตกลงมา จะสั่งหยุดการทดสอบทันที
ด้าน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
เปิดเผยโดยในส่วนของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 
จะมีฝนตกทั่วไปถึงร้อยละ 70-90 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ขณะเดียวกัน ในวันที่ 5 ก.ย. ระดับน้ำทะเลจะหนุนสูงในช่วงเช้า เวลา 09.15 น. ที่ระดับ 0.78 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 
และหนุนสูงอีกครั้งในเวลา 21.01 น. 
ที่ระดับ 0.98 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง
ส่วนวันที่ 7 ก.ย. ระดับน้ำทะเลจะหนุนสูงในช่วงเช้าเวลา 10.32 น. 
ที่ระดับ 0.71 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 
และน้ำทะเลหนุนสูงอีกครั้งในช่วงค่ำ เวลา 21.34 น. 
ที่ระดับ 0.93 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง
ในพื้นที่ฝั่งตะวันตก ได้จัดทีมเฝ้าระวังระดับน้ำในคลองทวีวัฒนา 
และควบคุมการเปิด-ปิดประตูระบายน้ำทวีวัฒนา 
เฝ้าระวังสภาพอากาศ และระดับน้ำทะเลหนุน 
ตลอดจนจัดเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการ 
บริเวณคลองทวีวัฒนาตัดถนนเพชรเกษม 

วันที่ ก.ย. ซึ่งจะมีการทดสอบประสิทธิภาพน้ำในพื้นที่ฝั่งตะวันออก 
ได้จัดทีมเฝ้าระวังสภาพอากาศ และระดับน้ำทะเลหนุน 
เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการบริเวณประตูระบายน้ำคลองสอง 
พร้อมทั้งเฝ้าระวังระดับน้ำในคลองสอง คลองบัว
 คลองลาดพร้าวตลอดแนว จนถึงอุโมงค์พระราม  
และน้ำบางส่วนจะไหลไปทางคลองบางเขน 
ลงคลองเปรมประชากรที่บริเวณวัดเทวสุนทร 
แล้วสูบออกแม่น้ำเจ้าพระยาที่สถานีสูบน้ำคลองเปรมประชากร 

เนื่องจากสภาพคลองบางบัว คลองลาดพร้าว 
ขณะนี้ ยังไม่ได้รับการขุดลอก และพัฒนาระบบในการที่จะรับน้ำหลาก 
และมีปัญหาอุปสรรคเรื่องบ้านรุกล้ำเกือบตลอดแนวคลอง 
สำนักการระบายน้ำจะประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์น้ำฝน
และน้ำทะเลหนุนอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ (ก.ย.55) เวลา 17.30 น. 
และในวันที่มีการทดสอบ (5ก.ย.และ ก.ย. 55) ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและคณะผู้บริหารจะร่วมติดตามสถานการณ์ประจำ 
ณ สำนักการระบายน้ำ กทม.2

http://www.tfn5.info/board/index.php?topic=41617.0

dreamcatcher 1 โต้ นิธิ เอี่ยวศรีวงศ์

ที่มา thaifreenews



 dreamcatcher1 นักเขียนหนึ่งในสมาชิกไทยฟรีนิวส์ 
ได้วิพากษ์โต้แสดงข้อคิดเห็นต่อ "นิธิ เอี่ยวศรีวงศ์" 
ที่แสดงความคิดเห็นในหัวข้อเรื่อง 
นิธิ เอียวศรีวงศ์ : อนาคตทางการเมือง ของคนเสื้อแดง


http://www.tfn5.info/board/index.php?topic=41605.0

สุนัย จุลพงศธร ปราศัยณ.วงเวียนใหญ่ 01-09-55

ที่มา thaifreenews

 



"สุนัย" ชี้ไม่มีทางปรองดองได้
ถ้าประชาธิปปัตย์ไม่ให้ความร่วมมือ
แนะเตรียมพร้อมทุกเมื่ออะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ 
"ผมเห็นความจำเป็นของเวทีการเมือง
ว่าเราจะเดินทางทิศทางไหน"
01-09-2555  ท้าอภิสิทธิ์ผ่าความจริงประเทศ



























แก้ปัญหาที่ง่ายที่สุด คือ พูดความจริงแล้วมรึงอย่าจับ 
- เหลืองกับแดงอย่าทะเลาะกันเลย
  เพราะเป็นชนชั้นที่จนทั้งคู่ ถูกขูดรีดด้วยกันทั้งคู่

ชัยชนะไม่ไกลเกินเอื้อม
วันนี้โครงสร้างมันแตกเรียบร้อยแล้ว 

รวมหนังสือ E-book โหลดอ่านฟรีของปรีดี พนมยงค์

ที่มา thaifreenews

 

 เวบไซค์ที่สามารถดาวน์โหลด 
หรือจะแค่เลือกอ่านหนังสือของปรีดี พนมยงค์
ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์
ได้ผ่านระบบคอมพิวเตอร์ได้ที่เวบ
 http://www.pridi-phoonsuk.org/pr1/

ท่านสามารถเลือกดาวน์โหลดเก็บเนื้อหาของหนังสือ
ของปรีดี พนมยงค์ได้ไว้ในคอมพิวเตอร์
หรือจะเลือกดาวน์โหลดเพื่ออ่าน 
(แต่ไม่บันทึกเซฟลงไปในเครื่อง โดยเลือกอ่านได้ตามหน้าต่างๆ
ที่ท่านอยากเลือกอ่านก็ได้ เช่น หนังสือเรื่อง 
THE KING OF THE WHITE ELEPHANT





























หนังสือประวัติศาสตร์ที่สามารถดาวน์โหลดไว้อ่าน 
หรือ เซฟเป็นไฟล์ในคอมพิวเตอร์ได้ 
http://www.pridi-phoonsuk.org/pr1/



























ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 04/09/55 อนาคต..ตามหลักกิโลฯ

ที่มา blablabla

โดย 

 ภาพถ่ายของฉัน




หนึ่งปีผ่าน เหนื่อยยาก ลำบากแสน
หนึ่งตัวแทน ถูกเลือกมา ว่าเหมาะสม
หนึ่งหญิงแกร่ง ที่มากมาย หลายอารมณ์
หลากคำชม มีท่วมท้น จากผลงาน....

เหนื่อยหน่อยนะ คนดี หนึ่งปีพ้น
ต้องทุกข์ทน คนอิจฉา มาหักหาญ
ไม่ตอบโต้ ไม่ตีข่าว ให้ร้าวราน
ยังยิ้มหวาน นอบน้อม พร้อมสู้ไป....

ภารกิจ ใหญ่หลวง ที่หน่วงหนัก
มีคนรัก มีคนชัง ยังสู้ไหว
ประชาชน ทุกหนแห่ง เป็นแรงใจ
ผนังทองแดง กำแพงใหญ่ ให้พักพิง....

ด้วยมุ่งมั่น พัฒนา เดินหน้าสู้
จนโลกรู้ ประจักษ์แน่ แม้เป็นหญิง
พร้อมอดทน อดกลั้น ฝันเป็นจริง
แล้วทุกสิ่ง ก็ผ่านพ้น จนครบปี....

ก้าวที่สอง ยิ่งเหนื่อยยาก ลำบากกว่า
ความหม่นมัว รอท่า อย่าหน่ายหนี
อีกพวกมาร ที่ไล่ล่า ตามราวี
คิด ทำ ดี ย่อมเป็นหนึ่ง ถึงเส้นชัย....

๓ บลา  / ๔ ก.ย.๕๕

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 3/09/55 ทดสอบน้ำ ทดสอบคน....

ที่มา blablabla

โดย 

 ภาพถ่ายของฉัน




จากปัญหา น้ำท่วม อ่วมไปทั่ว
เติมหวาดกลัว ให้ประชา น่าใจหาย
หากยังมัว คุดคู้ นิ่งดูดาย
ต้องลอยคอ รอตาย วุ่นวายแน่....

พึ่งผู้ว่าฯ สี่ทุ่ม คงกลุ้มหนัก
ไม่รู้จัก เชี่ยวชาญ ชำนาญแก้
ปากพร่ำเพ้อ กทม.ขอดูแล
ไม่เปลี่ยนแปร ความเอ๋อ จนเซ่อกิน....

รัฐทดสอบ ระบายน้ำ ย้ำแก้ไข
พวกจัญไร กลับเร็วรี่ รีบติฉิน
ไม่ร่วมมือ กลับโห่ฮา เป็นอาจิณ
ใครได้ยิน สุดสมเพช ปนเวทนา....

ยิ่งแหกปาก พูดอัปรีย์ ไม่มีกึ๋น
ทำแสร้งมึน อวดโอ้ โง่นักหนา
จะทดสอบ พวกสันดาน สุดมารยา
หวังพึ่งพา คงฉิบหาย ตายยกบาง....

ทดสอบคน ทดสอบน้ำ ย้ำให้เห็น
กี่ประเด็น เห็นดีชั่ว หัวยันหาง
รัฐช่วยแก้ กลับเฉไฉ ให้อับปาง
พวกไร้ยาง มีแต่แถ แย่ทั้งปี....

๓ บลา / ๓ ก.ย.๕๕

นิธิ เอียวศรีวงศ์:อนาคตทางการเมืองของคนเสื้อแดง

ที่มา Thai E-News





โดย นิธิ เอียวศรีวงศ์
ที่มา  มติชน 

ขบวน การคนเสื้อแดงมีเป้าหมายทางการเมืองอะไรบ้าง--เรียกร้องความเป็นธรรมให้คุณ ทักษิณ และให้แก่ตนเองในกรณีที่ถูกสังหารโหดในปี 2552 และ 2553 ยุติการใช้กฎหมายและอำนาจรัฐรังแกประชาชนที่เป็นปฏิปักษ์กับฝ่ายอำนาจ คัดค้านการรัฐประหารในปี 2549 และต่อต้านการรัฐประหารซึ่งอาจมีขึ้นอีกในอนาคต ส่งเสริมและรักษาระบอบประชาธิปไตย จึงต่อต้านอำนาจ "นอกระบบ" ที่ปรากฏตัวในรูปต่างๆ

ล้วนเป็นเป้าหมายทางการเมืองที่น่ายกย่องทั้งนั้น

เพื่อ จะบรรลุเป้าหมายทางการเมืองดังกล่าว ขบวนการคนเสื้อแดงใช้พรรคเพื่อไทยเป็นเครื่องมือ จึงได้เทคะแนนให้แก่พรรคนี้ในการเลือกตั้ง จนได้รับชัยชนะท่วมท้น

แต่จนถึงวันนี้ ขบวนการคนเสื้อแดงควรคิดพิจารณาให้ดีว่า พรรคเพื่อไทยเป็นเครื่องมือทางการเมืองที่ดีของตนหรือไม่สัปดาห์ ที่แล้ว มีคลิปโทรศัพท์เสียงของ ส.ส. พรรคเพื่อไทยคนหนึ่ง พูดทำนองข่มขู่ข้าราชการให้ทำผิดกฎหมาย เพื่อช่วยพรรคพวกตน ขบวนการเสื้อแดงต้องแสดงให้เห็นว่า ไม่สนับสนุนการกระทำเยี่ยงนี้ พรรคจำเป็นต้องบีบให้ ส.ส.ผู้นั้นลาออกจากตำแหน่ง ถ้าพรรคเพื่อไทยจะเป็นเครื่องมือของขบวนการ พรรคต้องยืนในจุดที่สุจริต ไม่เช่นนั้นก็ไม่มีทางที่ขบวนการจะบรรลุเป้าหมายทางการเมืองได้... แต่ทั้งนี้ขบวนการคนเสื้อแดงต้องคุมพรรคการเมืองของตนได้

การ ที่ผู้มีอำนาจนอกระบบทั้งหลายสามารถกีดกันมิให้ประเทศไทยได้พัฒนา ประชาธิปไตยไปเต็มที่ ก็เพราะประเทศไทยมีความเหลื่อมล้ำสูงมาก ไม่ว่าจะเป็นความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ ด้านการถือครองทรัพย์สิน ด้านการศึกษา และด้านสังคมวัฒนธรรมทั้งปวง แต่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยไม่เคยคิดริเริ่มการปฏิรูปประเทศอย่างจริงจัง การประกันราคาข้าวไม่ใช่การแก้ปัญหาให้แก่เกษตรกรได้ในระยะยาว รัฐบาลต้องเร่งปฏิรูปที่ดิน โดยมีเป้าหมายให้ผู้ถือครองที่ดินจำนวนมากเพื่อเก็งกำไร ต้องปล่อยที่ดินของตนออกมา ด้วยระบบภาษีก้าวหน้า

เวลา นี้มีเกษตรกรเดือดร้อนด้วยเรื่องที่ดินจำนวนมาก โดนกรมอุทยานตัดฟันต้นยางบ้าง โดนกรมป่าไม้ฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายกรณีทำให้โลกร้อนบ้าง ขบวนการต้องใส่ใจกับปัญหาของคนเล็กๆ ด้วยกันเหล่านี้ ไม่ว่าเขาจะเป็นเสื้อแดงหรือไม่ก็ตาม และเคลื่อนไหวผลักดันให้รัฐบาลแก้ปัญหา 

อย่างน้อยก็ต้องสั่งให้ยุติการไล่รื้อลงชั่วคราว เพื่อศึกษาว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร จึงจะเกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

คน ไทยส่วนใหญ่ได้หลุดออกจากภาคเกษตร กรรมมานานพอสมควรแล้ว (อันที่จริงส่วนใหญ่ของสมาชิกขบวนการเองก็ไม่ได้เป็นเกษตรกร) คนเหล่านี้เผชิญกับความยากลำบากในการเผชิญชีวิตนอกภาคเกษตร เพราะไม่มีหลักประกันเพียงพอ และขาดทักษะที่จะนำไปขายในตลาดด้วยราคาดีได้ แม้ว่ารัฐบาลจะเพิ่มค่าแรง 300 บาท แต่แรงงานส่วนใหญ่ของไทยเป็นแรงงานนอกระบบ รัฐต้องหาทางช่วยให้คนเหล่านี้มีสภาพชีวิตที่ดีขึ้น ส่วนแรงงานในระบบเองก็ควรได้สิทธิเสรีภาพในการรวมตัว เพื่อมีส่วนในการดูแลสวัสดิภาพของตนเอง 

แต่ รัฐบาลพรรคเพื่อไทยก็ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าประกาศขึ้นค่าแรง ซึ่งสมมุติว่าประสบความสำเร็จในการเพิ่มรายได้จริง ก็ไม่ได้แก้ปัญหาแรงงานส่วนใหญ่ของประเทศ

เครื่อง มือสำคัญของอำนาจนอกระบบที่จะขัดขวางพัฒนาการของประชาธิปไตยคือกองทัพ ซึ่งได้สั่งสมอำนาจทางกฎหมายเพิ่มขึ้นหลายอย่าง ระหว่างการรัฐประหารครั้งล่าสุด และนำเอาอดีตแม่ทัพมาเป็นนายกรัฐมนตรี รัฐบาลเพื่อไทยไม่คิดจะแก้กฎหมายเหล่านั้น เพื่อลดอำนาจของกองทัพลงอย่างน้อยก็ในทางกฎหมาย ซ้ำยังไม่ตัดลดงบประมาณของกองทัพแต่อย่างไร 

ความ ล้มเหลวในการจัดการความไม่สงบในภาคใต้ของกองทัพ ชี้ให้เห็นว่านโยบายที่ใช้การทหารเป็นผู้จัดการเด็ดขาดในพื้นที่ ควรต้องยกเลิก และหา

วิถี ทางใหม่ที่น่าจะได้ผลกว่า แต่รัฐบาลก็แทบจะไม่กล้าแตะต้องกองทัพด้วยประการใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งนี้เพราะเกรงว่าจะเป็นเหตุให้กองทัพก่อรัฐประหารล้มรัฐบาล 
ความใส่ใจของรัฐบาลมีอยู่เพียงอย่างเดียว คือขออยู่ในตำแหน่งต่อไปเรื่อยๆ แม้ไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันสักอย่างเดียวก็ไม่เป็นไร


ขบวน การเสื้อแดงจะปล่อยให้เครื่องมือของตน อยู่ในลักษณะที่ตั้งใจจะไม่ทำอะไรสักอย่าง เพื่อทำให้ประเทศไทยมีประชาธิปไตยที่มั่นคงเช่นนี้หรือ จะมีพรรคอื่นเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ก็ดูไม่ต่างจากมีพรรคเพื่อไทยตรงไหน

นัก โทษการเมืองอีกจำนวนหนึ่ง ยังถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ รัฐมนตรียุติธรรมในฐานะผู้บังคับบัญชาของกรมราชทัณฑ์ สามารถสั่งให้ย้ายผู้ต้องขังเหล่านี้ไปไว้บางเขนได้ แต่รัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยไม่เคยรู้สึกว่า ชะตากรรมของคนเสื้อแดงเป็นของพรรค ที่ตนจะต้องแก้ไขบรรเทาเท่าที่จะมีอำนาจพอทำได้ กลัวแต่ว่าจะถูกโจมตีทางการเมืองและทำให้เสียเปรียบทางการเมืองแก่ปรปักษ์ ของตน

จะ บรรยายความล้มเหลวของรัฐบาลนี้ไปอีกกี่หน้าก็ได้ โดยเฉพาะความล้มเหลวที่ทำให้ขบวนการเสื้อแดง ไม่มีเป้าหมายทางการเมืองใดๆ นอกจากคอยต้อนรับทักษิณกลับบ้าน เหตุใดจึงไปเชื่อว่า เมื่อคุณทักษิณได้รับความเป็นธรรมแล้ว คนอื่นจะได้รับความเป็นธรรมไปด้วย โดยเฉพาะคนส่วนใหญ่ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการเมืองในเวลานี้ คนที่ถูกไล่ที่ทำกิน คนที่ถูกศาลสั่งปรับหลายแสนหลายล้านบ้าน เพราะทำให้โลกร้อน (มากกว่าแอร์ที่เป่าอยู่ในห้องพิจารณาคดี) คนส่วนใหญ่ซึ่งต้องเสียค่าเอฟทีแก่ค่าไฟฟ้าอันอธิบายไม่ได้ คนส่วนใหญ่ที่ไม่รู้ว่าคณะกรรมการพลังงานกำลังทำอะไรอยู่ แต่ต้องจ่ายค่าน้ำมันแพงลิบลิ่ว ในขณะที่ ปตท.ทำกำไรมหาศาลทุกปี ฯลฯ

ขบวนการเสื้อแดงมีทางเลือกอะไรได้บ้าง
1.หันไปสนับสนุนพรรคการเมืองอื่น แต่น่าเสียดายที่คนเสื้อแดงไม่เหลือทางเลือกอีกแล้ว หลัง การปราบปรามอย่างเหี้ยมโหดจนถึงทุกวันนี้ พรรค ปชป.ยังไม่รู้สึกเลยว่าได้ทำอะไรผิด ส่วนพรรคเล็กอื่นๆ นั้น บางพรรคก็น่ารังเกียจแก่คนเสื้อแดงไม่น้อยไปกว่า ปชป. บางพรรคไม่มีประวัติการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยอยู่ในเงาของตัวเอาเลย อันที่จริงนักการเมืองของพรรคเพื่อไทยเอง ก็ไม่ได้ต่างจากพรรคอื่นมากนัก สถานการณ์บังคับให้ขบวนการเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทยต่างคิดว่าอีกฝ่ายหนึ่งจะ เป็นเครื่องมือทางการเมืองให้ได้ต่างหาก

ฉะนั้น การหันไปสนับสนุนพรรคการเมืองอื่น จึงยังไม่ใช่ทางเลือกในเวลานี้

2.ตั้งพรรคการเมืองของตนเอง นี่ เป็นความคิดของคนเล็กๆ หลายฝ่ายเคยคิดมาก่อนแล้ว (ตั้งแต่พรรคเขียวจนถึงพรรคการเมืองใหม่) ว่าเฉพาะขบวนการคนเสื้อแดง ก็ยังไม่เป็นทางเลือกที่เป็นไปได้อยู่นั่นเอง ลักษณะการจัดตั้งของขบวนการ (เท่าที่มีผู้ศึกษามา) ค่อนข้างแยกเป็นหน่วยย่อยที่ไม่เชื่อมต่อกันนัก และมีความเปราะบางในความสัมพันธ์ของแกนนำค่อนข้างสูง หากจะเลือกทางนี้คงต้องปรับขบวนการหลายอย่างหลายประการ ซึ่งคงยากมากกว่าที่จะทำได้สำเร็จ จึงเป็นทางเลือกที่เป็นไปได้ในอนาคตยาวไกลข้างหน้า แต่ไม่ใช่ในเวลานี้

3.ที่พอเป็นไปได้ในช่วงนี้ก็คือ หาทางที่จะควบคุมทิศทางของพรรคเพื่อไทยให้ได้มากขึ้น ไม่ใช่รณรงค์เข้าไปเป็นกรรมการบริหารพรรค แต่ต้องคุมให้ได้ในฐานะประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งนั่นเอง

เรื่องนี้ไม่ง่าย เพราะที่จริงแล้วยังไม่มีสมาชิกของพรรคการเมืองใดที่สามารถคุมพรรคของตนเองได้สักพรรคเดียว



ขบวน การต้องมีสื่อของตนเองซึ่งมีจุดยืนที่เป็นอิสระจากพรรคเพื่อไทย อันที่จริงเวลานี้ก็มีอยู่ เพียงแต่ไม่ใช่สื่อโทรทัศน์หรือสื่อหนังสือพิมพ์กระดาษเท่านั้น เพราะนั่นต้องการเงินลงทุนและมีลักษณะรวมศูนย์เกินไปกว่าที่คนเสื้อแดงจะทำ ได้ แต่มีสื่อออนไลน์จำนวนมาก ที่บางครั้งก็ประกาศตนเป็นคนเสื้อแดง บางครั้งก็ไม่ได้ประกาศ แต่มีจุดยืนอิสระของตนเองที่ไม่สอดคล้องกับพรรคเพื่อไทยในหลายกรณี ปัญหามาอยู่ที่ว่า ทำอย่างไรขบวนการคนเสื้อแดงจึงจะสามารถทำให้สมาชิกของตนเข้าถึงสื่อเหล่านี้ ให้มากขึ้น 

สื่อ ของขบวนการอาจไม่ใช่หนังสือพิมพ์กระดาษ แต่เป็นสื่อที่มีความเห็นหลากหลายจากจุดยืนของประชาชน แม้บางครั้งความเห็นนั้นอาจขัดแย้งกันก็ตาม แต่ไม่ใช่ความเห็นที่พรรคเพื่อไทย (หรือมือที่มองไม่เห็นของพรรคเพื่อไทย... ซึ่งมีหลายมือด้วย) ยัดเยียดมาให้ ดังที่เราอาจพบเสมอในวิทยุชุมชนบางแห่ง

กลไก ทางการเมืองเฉพาะหน้าที่ขบวนการควรร่วมกันรณรงค์ก็คือ พรรคเพื่อไทยต้องใช้กระบวนการ "ไพร์มารี" หรือการเปิดให้ประชาชนในแต่ละเขตเลือกตั้ง ได้ลงคะแนนเสียงเลือกผู้สมัคร (ส.ส., ส.ท. นายกเทศมนตรี อบจ. และรวมทั้งสมาชิกสภา อบต.ในแต่ละเขต) นี่ไม่ใช่ความคิดใหม่ คุณทักษิณ ชินวัตร เอง เคยเสนอไว้ก่อนการรัฐประหารด้วยซ้ำ

ส.ส.ต้องตอบสนองเป้าหมายทางการเมืองของประชาชน ไม่ใช่เพียงแต่ดึงงบประมาณลงท้องถิ่นอย่างเดียว แต่ ส.ส.พรรคเวลานี้ ส่วนใหญ่มี "สาย" ของตนเอง ซึ่งมีเฮียบ้าง เจ๊บ้างควบคุม "สาย" ของตนอยู่ ดังนั้น ส.ส.จึงตอบสนองเป้าหมายทางการเมืองของ "เฮีย" และ "เจ๊" ไม่ใช่ของประชาชนผู้เลือกตั้ง 

ขบวนการคนเสื้อแดงต้องทำลายระบบนี้ลงให้ได้ ด้วยการรณรงค์ให้พรรคยอมรับกระบวนการ "ไพร์มารี" ให้ได้
มี ความเป็นไปได้เหมือนกันที่จะประสบความสำเร็จ เพราะนอกจากพรรคเองจะได้ความมั่นคงในชัยชนะจากการเลือกตั้งมากขึ้นแล้ว ยังมี "แกนนำ" ของพรรคอยู่บ้างเหมือนกันที่ไม่มี "สาย" ของตนเอง (ด้วยเหตุต่างๆ กัน) จึงน่าจะพอใจที่ "มุ้ง" ต่างๆ ของพรรคเพื่อไทยจะอ่อนกำลังลง ทั้งเพื่อประโยชน์ทางการเมืองส่วนตัวและการเมืองของพรรค ฉะนั้นหากมี "ไพร์มารี" ได้เมื่อไร ชาวเสื้อแดงก็จะได้เห็นแม้แต่ระดับ "แกนนำ" บางคนของพรรค ต้องตอบสนองต่อเป้าหมายทางการเมืองของขบวนการคนเสื้อแดงมากขึ้น

จะมาเล่นปาหี่ เพื่อยกเลิกการแก้รัฐธรรมนูญกันอย่างหน้าด้านๆ เช่นนี้ไม่ได้

นี่ประเทศไทยคุกไม่ได้มีไว้ขังคนรวย-ลูกทั่นหลานเธอ

ที่มา Thai E-News