WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, September 5, 2012

ทดสอบระบบป้องกันน้ำพท.ฝั่งตะวันตก คลองทวีวัฒนา

ที่มา thaifreenews



ทดสอบระบบป้องกันน้ำของรัฐบาลเป็นครั้งแรก ฝั่งตะวันตก
ผลักดันน้ำ  เปิดปิดประตูระบายน้ำที่ได้ก่อสร้างไว้
ดูระดับน้ำผ่านระบบ เก็บสถิติข้อมูลด้วยระบบคอมพิวเตอร์
ผลักดันน้ำทดสอบระบบการทำงาน ผ่านลำคลองทวีวัฒนา 
การทำงานระบบของน้ำจะปล่อยน้ำให้อยู่ในความควบคุม 30%
จุดที่ทดสอบระบบมีที่คลองทวีวัฒนาถนนเพชรเกษม 69
เป็นจุดปล่อยน้ำที่จะทดสอบ โดยใช้ปริมาณมวลรวมของน้ำ 30%
ผลักดันน้ำไปตามลำคลอง (เช็คประสิทธิภาพของลำคลองไปด้วย)

กำหนดทิศทาง ให้น้ำไหลไปตามคลอง 
(เช็คประสิทธิภาพของเครื่องผลักดันน้ำ)
ผ่านคลองบางไผ่ คลองบางแวก 
เข้าสู่สถานนีสูบน้ำคลองพระยาราชมนตรี
ซึ่งตรงนี้จะเช็คประสิทธิภาพของเครื่องสูบน้ำ
ที่ได้ทำการติดตั้งทดสอบระบบ

http://www.tfn5.info/board/index.php?topic=41638.0

ภาพยนตร์เกริกเกลียดแห่งสยามเข้าโลงพรุ่งนี้ ตั๊กแช่งอากงดารานำกนกเชียร์เกจินู้ดรับประกันเลิฟซีน

ที่มา Thai E-News

 

โปสเตอร์หนังจันดาราที่โฆษณาทาเว็บไซต์ASTVผู้จัดการ

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
5 กันยายน 2555





น้าวาด (บงกช คงมาลัย) - สตรีผู้ยึดมั่นในความกตัญญูกตเวทีต่อบรรพบุรุษอันยิ่งใหญ่ เธอถูกหล่อหลอมในกรอบจารีตประเพณีอันละเอียดประณีตบรรจงแห่งกุลสตรีสยาม อย่างสมบูรณ์แบบ แม่วาดงามทั้งกาย วาจา และใจ สมกับคำว่า “ผู้ดี” ทุกกระเบียด นิ้ว แต่ในส่วนลึกของเธอนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยเลือดเนื้อและจิตวิญญาณแห่งความเป็น สตรีเพศ เธอมีความปรารถนาอันซ่อนเร้นและบูชา “รักแท้”เยี่ยง มนุษย์ปุถุชน แต่ด้วยความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ ทำให้ชีวิตของเธอต้องพบกับความทรมานอย่างแสนสาหัสที่ไม่สามารถที่จะแสดงออก และปริปากได้แม้แต่คำเดียว

รูปภาพ : ตรงกลาง - หม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล ผู้กำกับชั้นครู นอกนั้นคือทีมดารานักแสดงจาก "จันดารา" ภาพยนตร์มหากาพย์แห่งโศกนาฏกรรมแห่งปี หนังที่คนไทยอายุ 18 ปีขึ้นไปควรชม ฉาย 6 กันยายน ซ้ายสุด - ศักราช ฤกษ์ธำรงค์ (หลวงวิสนันท์เดชา), ด้านหลัง - ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา (ขจร), หน้าซ้าย - นิว ชัยพล จูเลียน พูพาร์ต (เคน กระทิงทอง) อ้าว! แล้วมาริโอ้ (จันดารา) คนไหนล่ะเนี่ย??
หนังดังจ่อเข้าโลง-จัน ดารา แสดงนำโดยตั๊ก-บงกช โปรโมตโดยกนก รัตน์วงศ์สกุล จ่อคิวลงโลงทั่วประเทศ6กันยายนนี้ ผู้สร้างทำเป็น 2 ภาคให้เป็นภาพยนตร์เกริกเกลียดแห่งสยาม(ขอขอบคุณภาพจากKanok Ratwongsakul Fan Page)

ร่วมส่งเสียงเชียร์อย่างเป็นทางการโดย"เกจินู้ด"-เกจินู้ด “นิวัติ กองเพียร” พูดถึงเลิฟซีนใน "จันดารา ปฐมบท" ว่า... "ฉากสังวาสทั้งหมดในหนัง ไม่ได้ทำให้ผมเกิดอารมณ์ทางเพศเ
ลย อย่าเพิ่งงงนะครับ เพราะหนังที่มีฉากประเภทนี้แล้วทำให้คนดูรู้สึกทางเพศ มันคือหนังอนาจาร แต่กับเรื่องนี้ไม่เป็นเช่นนั้น ผมเห็นความสวยงาม... เป็นเลิฟซีนที่ไม่ได้สื่อความอนาจารแต่อย่างใด”(ภาพการ์ตูนด้านบน คัดมาจากที่นิวัติเขียนถึงนายกฯยิื่่งลักษณ์)


ภาพจากเฟซบุ๊คโปรโมตหนังจันดาราที่เกจินู้ดบอกว่า เป็นเลิฟซีนที่ไม่ได้สื่อความอนาจารแต่อย่างใด(ที่มา:facebookโปรโมตหนังจันดารา)

***********
เรื่องเกี่ยวเนื่อง


มันจบแล้วครับตั้ว!


สถิติไม่เคยโกหกใคร เจ๊งสนิท-มันจบแล้วครับบิณฑ์

เชิงอรรถ94ความตาย10เมษา-19พฤษภา53

ที่มา Thai E-News


































ที่มา ศูนย์ข้อมูลประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการสลายการชุมนุมเดือน เม.ย.-พ.ค.53  (ศปช.)

รวบรวมรายชื่อผู้เสียชีวิตจาก เหตุการณ์การสลายการชุมนุมเมื่อเดือนเมษายน - พฤษภาคม 2553 ทั้งประชาชน ทหาร และชาวต่างชาติ พร้อมรายละเอียดการเสียชีวิต จุดเกิดเหตุ พร้อมระบุเวลา และสถานที่เสียชีวิต โดยเรียงลำดับรายชื่อตามวันที่เกิดเหตุ...

อ่านต่อ...


เชิงอรรถความตาย



คลิิ้กที่รายชื่อเพื่อดูรายละเอียดของ 94 ความตาย

สวนสัตว์เขาดิน
27. นายมานะ อาจราญ
วันที่ 22 เมษายน 2553
28. นางธันยนันท์ แถบทอง
วันที่ 28 เมษายน 2553
29. พลทหาร ณรงค์ฤทธิ
วันที่ 8 พฤษภาคม 2553
31. จ.ส.ต.วิทยา พรมสารี
วันที่ 14 พฤษภาคม 2553
34. นางสาวละอองดาว กลมกล่อม
35. นายทิพเนตร เจียมพล
36. นายกิติพันธ์ ขันทอง
37. นายชัยยันต์ วรรณจักร
38. นายธันวา วงศ์ศิริ
39. นายเสน่ห์ นิลเหลือง
40. นายอินแปลง เทศวงศ์
41. นายบุญมี เริ่มสุข
42. นายฐานุทัศน์ อัศวสิริมั่นคง
43. นายประจวบ ศิลาพันธ์
44. นายปิยะพงษ์ กิติวงศ์
45. นายสมศักดิ์ ศิลารักษ์
46. นายบุญทิ้ง ปานศิลา
47. นายสรไกร ศรีเมืองปุน
48. นายเหิน อ่อนสา
49. น.ส.สัญธะนา สรรพศรี
50. นายมนูญ ท่าลาด
51. นายพัน คำกอง
52. ด.ช. คุณากร ศรีสุวรรณ
19 พฤษภาคม 2553
76. นางประจวบ เจริญทิม
77. นายปรัชญา แซ่โค้ว
78. นายถวิล คำมูล
79. นายธนโชติ ชุ่มเย็น
80. นายนรินทร์ ศรีชมภู
81. ส.อ. อนุสิทธิ์ จันทร์แสนตอ
82. ชายไม่ทราบชื่อ ถนนราชดำริ
83. Fabio Polenghi
84. นายมงคล เข็มทอง
85. นายสุวัน ศรีรักษา
86. น.ส. กมนเกด อัดฮาด
87. นายอัครเดช ขันแก้ว
88. นายอัฐชัย ชุมจันทร์
89. นายรพ สุขสถิตย์
90. นายกิตติพงษ์ สมสุข
91. นายทรงศักดิ์ ศรีหนองบัว
92. นายเพิน วงศ์มา
93. นายอภิชาติ ระชีวะ
94. น.ส.วาสินี เทพปาน



“นี่เป็นรายงานที่สะท้อนเสียงและมุมมองของประชานที่ตกเป็นเหยื่อ 
และเป็นเสมือนคำประกาศต่อสังคม ไทย ว่า เราจะไม่มีวันยอมรับ
ความพยายามใดๆ ที่จะให้ผู้ตกเป็นเหยื่อของความรุนแรง ผู้ที่สูญเสีย 
ลืม เงียบเฉยและยอมจำนน ต่อความอยุติธรรม เราไม่มีวันยอมรับการ
เปลี่ยนการก่ออาชญากรรมต่อประชาชน ให้เป็นสิ่งถูกกฎหมาย เราไม่มี
วันไม่ยอมรับวัฒนธรรมการบูชาความปรองดองและความมั่นคงของรัฐ 
แต่ดูถูกเหยียบย่ำสิทธิ เสรีภาพ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ถูก
กระทำ เราจะไม่มีวันยอมรับวัฒนธรรมการ เมืองที่ช่วยโอบอุ้มประเพณี
ของการปล่อยให้ผู้กระทำผิดที่มีอำนาจลอยนวล” ดร.พวงทอง  ภวัครพันธุ์ 
กรรมการศปช.

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 05/09/55 ด่าน "ปู" อยู่หน้ากระทรวง....

ที่มา blablabla

โดย 

 ภาพถ่ายของฉัน




ถึงฤดู โยกย้าย ลายเริ่มออก
ทั้งในนอก วิ่งเต้น ทุกเส้นสาย
บ้างสมหวัง ผิดหวัง ตั้งมากมาย
เรื่องวุ่นวาย มีให้เห็น เช่นทุกปี....

ตำแหน่งเล็ก ตำแหน่งใหญ่ ให้เหมาะสม
มันอาจล่ม หากงมงาย ขายศักดิ์ศรี
ชาติเจริญ เร็วล้ำ ควรทำดี
คุณค่ามี งามสง่า ถ้าชอบธรรม....

อำนาจเก่า ขัดแข้งขา พิจารณาด่วน
ที่ก่อกวน รวดร้าว คราวเจ็บช้ำ
คนดีๆ ต้องเกื้อกูล ช่วยหนุนนำ
พวกระยำ รีบร่วมด้วย ช่วยล้างบาง....

หากด่านนี้ เข้มแข็ง ทุกแรงก้าว 
ก็ถึงคราว เดินหน้า รีบสะสาง
หากใจเย็น นั่งหงอ รออับปาง
ทุกที่ทาง ถูกบีบคั้น กันร่ำไป....

พูดคิดดี ทำให้ดี เป็นที่ตั้ง
คือความหวัง ช่วยนำพา ฟ้าสดใส
ที่ปรึกษา คนข้างๆ หรือห่างไกล
ทำด้วยใจ ร่วมโอบเอื้อ เพื่อแผ่นดิน....

๓ บลา / ๕ ก.ย.๕๕

เอ๋อท่วมแน่! เปิดประตูระบายน้ำคลองทวีวัฒนาเช้านี้เพื่อให้น้ำไหลเข้าระบบ กวนการทดสอบของรัฐบาล

ที่มา uddred

 go6tv 5 กันยายน 2555 >>>





ระบายน้ำพื้นที่ฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯในช่วงบ่าย ล่าสุด ทางกรุงเทพมหานคร โดย "ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร" ผู้ว่าฯกรุงเทพฯ ได้วิทยุสั่งการเจ้าหน้าที่ในสังกัดให้เปิดประตูระบายน้ำคลองทวีวัฒนาให้น้ำ จากคลองมหาสวัสดิ์เข้าคลองทวีวัฒนาเพิ่มเพิ่มปริมาณน้ำในระบบ โดยสั่งการให้เจ้าหน้าที่จะเปิดประตูระบายน้ำให้มีขนาดกว้างขึ้นทุก30นาที

ทางด้าน ผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตจำนวนมาก ต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์เหตุการณ์ดังกล่าวว่า การสั่งเปิดประตูระบายน้ำคลองทวีวัฒนาเช้านี้ จะทำให้น้ำไหลเข้าระบบจำนวนมาก และรบกวนการทดสอบของรัฐบาลในช่วงบ่าย ซึ่งประชาชนกว่าร้อยละ 90 รู้สึกไม่เห็นด้วยกับเหตุการณ์ดังกล่าวโดยต่างระบุว่า รู้สึกผิดหวังที่พรรคประชาธิปัตย์ทำให้การแก้ปัญหาน้ำท่วมเป็น "น้ำการเมือง" รวมถึง เรียกโครงการอุโมงยักษ์ของกรุงเทพมหานครว่า "อุโมงยักษ์ยอก"

Tuesday, September 4, 2012

นายกฯสั่งหยุดระบายน้ำใน 5 นาทีหากพบปัญหา

ที่มา Voice TV



แผนการระบายน้ำในวันพรุ่งนี้ นายกรัฐมนตรี หากมีปัญหาในการระบายให้หยุดการทดสอบใน 5 นาที พร้อมสั่งให้กระทรวงมหาดไทย ติดตามสถานการณ์มรสุมที่พาดผ่านในช่วงนี้อย่างใกล้ชิด


นางสาวยิ่งลักษณ์  ชินวัตร  นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าสถานการณ์น้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลาก ที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดขณะนี้ ได้รับรายงานมีร่องมรสุมพัดผ่าน ทำให้มีฝนตกช่วงนี้ โดยได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทย ติดตามสถานการณ์และเตรียมพร้อมในการดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด และเนื่องจากจะมีการทดสอบการระบายน้ำในช่วงนี้ จึงฝากความห่วงใยไปแล้วว่าหากมีปัญหาให้หยุดการทดสอบใน 5 นาที แต่เชื่อว่าจะไม่มีผลกระทบมากนัก ส่วนบริเวณคลองลาดพร้าวที่ยังขุดไม่เสร็จนั้น นายกรัฐมนตรี ยืนยัน ว่า ได้คำนึงถึงปัจจัยดังกล่าว  เพราะมีบ้านพักอาศัยประมาณ 5 พันครัวเรือน ลุกล้ำเข้าไปในคูคลองลาดพร้าว ซึ่งอาจมีปัญหาบ้าง แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำ เพราะระดับน้ำจะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เนื่องจากเป็นการทดสอบประสิทธิภาพของคูคลอง


นายกรัฐมนตรีเปิดเผยด้วยว่าในวันทดสอบการระบายน้ำจะไม่ลงพื้นที่ติดตาม สถานการณ์ ด้วยตัวเองแต่จะติดตามจากกล้องวงจรปิดที่มีการติดตั้งแล้วทุกคูคลอง
4 กันยายน 2555 เวลา 14:56 น.

นายกฯลงใต้พรุ่งนี้

ที่มา Voice TV



นายกรัฐมนตรีเตรียมเดินทางลงพื้นที่ภาคใต้วันพรุ่งนี้ ประชุมติดตามการแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ ด้านรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคงทำหนังสือเชิญอดีตนายกรัฐมนตรีเข้าร่วมประชุมหารือด้วยในวัน ศุกร์นี้


นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ปฏิเสธที่จะตอบคำถามกรอบเวลาที่จะลงพื้นที่ภาคใต้ ที่จะเดินทางลงพื้นที่วันพรุ่งนี้ ซึ่งหากชัดเจนจะแจ้งให้ทราบ พร้อมยืนยันกระทรวงมหาดไทยและ ศอ.บต.จะดูแลการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ซึ่งมีหลักเกณฑ์ในการเยียวยาทั้งชีวิตและทรัพย์สินอยู่แล้ว


ด้านร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้นัดประชุมหารือการแก้ปัญหาภาคใต้ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติในวันศุกร์ที่ 7 กันยายนนี้เวลา 13.30 น. โดยวันนี้จะทำหนังสือเชิญนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ฐานะผู้นำฝ่ายค้าน และ ส.ส. ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมประชุมหารือ
4 กันยายน 2555 เวลา 14:47 น.

มติครม.แต่งตั้ง'พระองค์ภา'ทรงดำรงตำแหน่งทูตไทยในยูเอ็น

ที่มา Voice TV

 มติครม.แต่งตั้ง'พระองค์ภา'ทรงดำรงตำแหน่งทูตไทยในยูเอ็น



ครม.มีมติแต่งตั้ง"พระองค์ภา"ดำรงตำแหน่งทูตไทยประจำ ออสเตรีย พร้อมตำแหน่งทูตประจำกมธ.ว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมฯ โยก"สมศักดิ์"เป็นทูตฝรั่งเศส"วราวุธ"เป็นทูตไทยประจำยูเออี
      
เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าที่ประชุมครม.มีมติอนุมัติการแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ ประเภทผู้บริหารระดับสูง ตามที่กระทรวงการต่างประเทศ คือ 1.นายสมศักดิ์ สุริยวงศ์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส แทนนายวีรพันธุ์ วัชราทิตย์ ที่เกษียณอายุราชการ
       
2.นายวราวุธ ชูวิรัช อัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แทนนายสมชัย จรณะสมบูรณ์ ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงสตอกโฮล์ม ราชอาณาจักรสวีเดน 3.นายเสข วรรณเมธี รองอธิบดีกรมสารนิเทศ ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ แทนนายจิระชัย ปั้นกระษิณ ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเม็กซิโก สหรัฐเม็กซิโก ทั้งนี้ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2555 เป็นต้นไป
       
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่าที่ประชุมครม.มีมติอนุมัติรับโอนพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ข้าราชการอัยการ ตำแหน่งอัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด และแต่งตั้งให้ทรงดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูต (นักบริหารการทูต ระดับสูง) ประจำคณะกรรมาธิการแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความ ยุติธรรมทางอาญา ณ กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย ซึ่งเป็นไปตามที่กระทรวงการต่างประเทศขอประทานถวายตำแหน่งเอกอัครราชทูต ณ กรุงเวียนนา สืบแทนนายสมศักดิ์ สุริยวงศ์ ซึ่งรัฐบาลสาธารณรัฐออสเตรีย ได้ตอบรับการเสนอขอความเห็นชอบการแต่งตั้งดังกล่าวแล้ว
       
โดยยังทรงปฏิบัติพระภารกิจในฐานะเอกอัครราชทูตประจำคณะกรรมาธิการแห่งสห ประชาชาติว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา จนสิ้นสุดวาระการเป็นองค์ประธานคณะกรรมาธิการฯในเดือน ธ.ค.2555 ทั้งนี้การแต่งตั้งดังกล่าวมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.55 เป็นต้นไป.

Source : dailynews
4 กันยายน 2555 เวลา 15:04 น.

ศาลนัดฟังคำสั่งยื่นประกันตัว 'เจ๋ง ดอกจิก' พรุ่งนี้

ที่มา uddred

 ไทยรัฐ 4 สิงหาคม 2555 >>>





ศาลอาญา นัดฟังคำสั่ง นปช.ยื่นประกันตัว "เจ๋ง ดอกจิก" พรุ่งนี้เวลา 10.00 น. หลังยื่นหลักทรัพย์ 6 แสนบาท ขอประกัน  ด้าน "นิพิฏฐ์" ร้องค้าน ส่วนแกนนำแดงรับ กรณี "เจ๋ง" ทำคนอื่นต้องระวังคำพูด...

วันที่ 4 ก.ย. ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอาญานัดไต่สวน นายยศวริศ ชูกล่อม หรือ "เจ๋ง ดอกจิก" เลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และจำเลยที่ 7 ในคดีก่อการร้าย ที่ถูกศาลสั่งเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราวไว้ มาสอบถามข้อเท็จจริง ภายหลัง นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความใช้เงินสด 6 แสนบาท ยื่นคำร้องขอประกันตัว นอกจากนี้ มี พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม และนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย มาเบิกความรับรองความประพฤติให้จำเลยด้วย

โดยวันนี้ นายยศวริศ จำเลยที่ 7 มาศาล เช่นเดียวกับ นางกรุณา มอริส ภรรยานายยศวริศ นางธิดา และ นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และคนเสื้อแดงประมาณ 10 กว่าคน เดินทางมาเป็นกำลังใจ


ขณะที่ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ผู้ร้อง ก็เดินทางมาศาลด้วย ต่อมานายยศวริศแถลงต่อศาลว่า ตนรู้สึกสำนึกผิดและตลอดระยะเวลาที่อยู่ในเรือนจำชั่วคราวหลักสี่ เป็นเวลา 2 อาทิตย์ ก็นึกทบทวนอยู่ตลอด และถ้าศาลเมตตาอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวอีกครั้ง ก็จะไม่ละเมิดสัญญาประกันตัว และจะระมัดระวัง ไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพบุคคลอื่น ดูหมิ่น หรือทำผิดกฎหมาย ตอนนี้ตนยังมีตำแหน่งเป็นเลขานุการ นายฐานิสร์ เทียนทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีภารกิจตามที่ได้รับมอบหมาย

นอกจากนี้ ก็มีหน้าที่เลี้ยงดูบุตร ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง และภรรยาของตนไม่มีรายได้ ส่วนกรณีที่ได้เผยแพร่ข้อมูลส่วนตัวของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนั้น ตนเคยขึ้นเวทีปราศรัยกล่าวขอโทษไปแล้ว และถ้าได้รับการประกันตัวก็จะทำหนังสือขอโทษไปยังองค์คณะตุลาการศาลรัฐ ธรรมนูญอย่างเป็นทางการอีกครั้ง และให้คำมั่นสัญญาว่าจะไม่มีการพูดปราศรัยหรือยุ่งเกี่ยวพาดพิงถึงศาลรัฐ ธรรมนูญอีก



ส่วนการประกันตัวในครั้งนี้ นอกจากเงินประกันตัวจำนวน 6 แสนบาทแล้ว ในการยื่นคำร้องครั้งนี้ตนเพิ่งทราบว่า ยังมี พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม และนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช อดีต รมช.มหาดไทย มาเบิกความและลงนามรับรองความประพฤติตนอีกด้วย ทั้งนี้ ยังมี นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รมว.มหาดไทย ซึ่งแม้ไม่ได้เดินทางมาเบิกความเนื่องจากติดภารกิจ แต่ก็ได้ร่วมลงรายชื่อรับรองความประพฤติให้ตนด้วย

ขณะที่ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้ร้อง แถลงคัดค้านการยื่นประกันตัวต่อศาลว่า จำเลยเพิ่งถูกควบคุมตัวเป็นระยะเวลาที่สั้น และเห็นว่ายังไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งศาล และนายยศวริศเองตอนที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ ก็มีความเป็นอยู่ที่ดีกว่าบุคคลทั่วไป อีกทั้งกรมราชฑัณฑ์ยังมีการอนุญาตให้ร้องเพลงคาราโอเกะในเรือนจำอีกด้วย นอกจากนี้ ที่ศาลอาญานัดจำเลยมาสอบถามการผิดเงื่อนไขประกันตัว เมื่อวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งถอนประกันตัวนายยศวริศ ได้มีการนำ นายฐานิสร์ เทียนทอง รมช.มหาดไทย ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา และ พ.ต.อ.ไกรเลิศ บัวแก้ว รองผบก.น.1 ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ดูแลการชุมนุมของกลุ่ม นปช. ที่หน้ารัฐสภา มาเบิกความรับรองนั้น ตนเห็นว่าเป็นพยานที่มีน้ำหนักมากกว่า พล.ต.อ.ประชา และนายเสริมศักดิ์ ที่ไม่ใช่ผู้บังคับบัญชาโดยตรง และในเรื่องนี้ควรจะมีข้อวินิจฉัยอยู่ประเด็นเดียว คือ จำเลยผิดเงื่อนไขการปล่อยตัวชั่วคราวหรือไม่

นายนิพิฏฐ์ กล่าวต่อว่า ในฐานะที่ตนเป็นผู้ร้องคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราว นายก่อแก้ว พิกุลทอง จำเลยที่ 5 ที่ศาลนัดสอบถามจำเลยในวันที่ 29 พ.ย.นี้ หากศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวนายยศวริศในครั้งนี้ ตนจะขอถอนคำร้องการคัดค้านการประกันตัวของนายก่อแก้ว จำเลยที่ 5 เพราะเห็นว่าไม่มีประโยชน์ในการยื่นคำร้องอีกต่อไป เพราะหากในตอนนั้นศาลมีคำสั่งถอนประกัน นายก่อแก้ว จำเลยที่ 5 ก็จะมีฝ่ายการเมือง เช่น พล.ต.อ.ประชา มารับรองอีก ศาลก็จะต้องให้ประกันตัว มิฉะนั้นจะเกิดข้อครหา หรือการวิพากษ์วิจารณ์ที่จะส่งผลเสียต่อกระบวนการยุติธรรม

นายนิพิฏฐ์ แถลงต่ออีกว่า นอกจากในคดีนี้ นายยศวริศยังเป็นจำเลยในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งคดีความอยู่ที่ศาลอาญาแห่งนี้ และในคดีดังกล่าวจำเลยได้ขอถอนคำรับสารภาพในวันเดียวกับที่ศาลได้นัดฟังคำ พิพากษาด้วย และที่จำเลยแถลงว่า จำเป็นต้องปฏิบัติหน้าที่ทำเพื่อส่วนร่วม แต่ตนเกลับเห็นว่า จำเลยมีพฤติกรรมที่จะก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ขัดกับที่จำเลยแถลง และในคดีนี้ตนไม่ได้ร้องขอให้ศาลคุมขังจำเลยไว้ตลอดเวลา ระหว่างการพิจารณาคดี แต่เห็นว่าจำเลยเพิ่งจะอยู่ในเรือนจำเพียง 2 สัปดาห์ ระยะเวลาที่ถูกคุมขังในเรือนจำนั้นสั้นเกินไป การคุมขังควรจะมีระยะเวลาที่เหมาะสม และสามารถจะอธิบายต่อสังคมได้

ด้านนายวิญญัติ ทนายความจำเลย แถลงว่า ที่นายนิพิฏฐ์ยื่นคำร้องคัดค้านการประกันตัวนายยศวริศต่อศาลนั้น เห็นว่าเป็นการใช้สิทธิ์โดยไม่มีกฎหมายรับรอง หรือให้อำนาจไว้ เพราะหากจะมีการคัดค้านการประกันตัว ต้องดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธี พิจารณาความอาญา มาตรา 108/2 และเห็นว่าการจะให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยหรือไม่นั้น เป็นอำนาจและดุลพินิจของศาลที่จะต้องให้ความคุ้มครองสิทธิของจำเลย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 40

ส่วนการนำตัวนายฐานิสร์ ในฐานะผู้บังคับบัญชา มาเป็นพยานรับรองความประพฤติให้จำเลยเมื่อวันที่ 22 ส.ค.นั้นถูกต้องแล้ว แต่การนำ พ.ต.อ.ไกรเลิศ บัวแก้ว รองผบก.น.1 นั้น เพื่อมาให้ข้อเท็จจริงต่อศาลในฐานะเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูแลการชุมนุมของ นปช. บริเวณหน้ารัฐสภา แต่ไม่ได้มาเป็นพยานเพื่อรับรองความประพฤติให้จำเลย

นายวิญญัติ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่นายนิพิฏฐ์แถลงว่า กรณีที่ พล.ต.อ.ประชา และนายเสริมศักดิ์ มาเป็นพยานและรับรองความประพฤติให้กับจำเลยนั้นไม่มีน้ำหนักเพียงพอ หรือมีน้ำหนักน้อยกว่านายฐานิสร์ ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาจำเลยโดยตรงนั้น เห็นว่า พล.ต.อ.ประชา เป็นบุคคลที่มีความน่าเชื่อถือ และมีความสำคัญกับฝ่ายบริหาร เช่นเดียวกับนายเสริมศักดิ์ แต่ทั้งสองมาเบิกความในฐานะส่วนตัวที่เคยรู้จักและร่วมงานกับนายยศวริศ จำเลย มานานหลายปี และกรณีที่นายนิพิฏฐ์แถลงต่อศาลว่า จำเลยถูกดำเนินคดีในความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ มาตรา 112 อีกคดีว่า คดีดังกล่าว ตนเป็นทนายความให้จำเลยด้วย ที่จำเลยแถลงขอถอนคำรับสารภาพในภายหลังนั้น เพราะจำเลยมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนและเป็นการใช้สิทธิของจำเลย

และที่นายนิพิฏฐ์แถลงว่า หากศาลให้ประกันตัวนายยศวริศ ก็จะถอนคำร้องเสนอข้อเท็จจริงให้ศาลพิจารณาเพิกถอนประกันนายก่อแก้ว จำเลยที่ 5 เนื่องจากไม่มีประโยชน์นั้น เห็นว่าผู้ร้องใช้นายยศวริศเป็นตัวเป็นประกัน เป็นการใช้สิทธิโดยมิชอบ

นอกจากนี้ ที่นายนิพิฏฐ์ระบุว่า จำเลยถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำชั่วคราวหลักสี่ โดยระยะเวลาอันสั้นนั้น ถือเป็นดุลยพินิจของศาล และการนำคาราโอเกะไปร้องให้จำเลยฟังภายในเรือนจำนั้น ถือเป็นอำนาจหน้าที่และการใช้ดุลยพินิจของกรมราชทัณฑ์ ซึ่งได้ดำเนินการมาก่อนที่นายยศวริศจะถูกเพิกถอนประกันตัวและย้ายไปอยู่ เรือนจำชั่วคราวหลักสี่ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว

ทั้งนี้ ภายหลังไต่สวนนายยศวริศ จำเลยที่ 7 คดีก่อการร้ายเสร็จแล้ว ศาลได้นัดฟังคำสั่งให้ประกันตัวหรือไม่ ในวันพรุ่งนี้ เวลา 10.00 น.

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิญญัติ ทนายความของนายยศวริศ ที่ศาลอาญามีคำสั่งเพิกถอนการประกันตัวและ ถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำชั่วคราวหลักสี่ เมื่อวันที่ 22 ส.ค. กรณีขึ้นกล่าวปราศรัยและเปิดเผยที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและครอบครัวกับกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อ แดง ได้เปิดเผยก่อนการเบิกความขอยื่นประกันตัวนายยศวริศ ว่า เรายังคาดหวังว่า มีโอกาสที่สามารถยื่นขอประกันตัวนายยศวริศได้ ซึ่งการเข้าไปอยู่เรือนจำของนายยศวริศ ต้องยอมรับว่าเป็นการสมควร เพราะพฤติกรรมที่ขาดความยับยั้งชั่งใจ ถือเป็นบทเรียนให้นายยศวริศรู้จักระมัดระวังคำพูด และนายยศวริศจะต้องยอมรับข้อผิดพลาดนี้ต่อศาล

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา ศาลได้ไต่สวนพยาน 2 ปาก ประกอบด้วย พล.ต.อ.ประชา และนายเสริมศักดิ์ ซึ่งเคยเป็นข้าราชการระดับสูงและนักการเมืองที่มีความน่าเชื่อถือไปแล้ว เหลือเพียงไต่สวนนายยศวริศปากเดียวเท่านั้น เชื่อว่าวันนี้ศาลน่าจะมีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งได้ ส่วนหลักทรัพย์ที่ยื่นไว้ 6 แสนบาท หากไม่เพียงพอ ก็พร้อมยื่นหลักทรัพย์เพิ่มเติมได้  ขึ้นอยู่กับศาลว่าเห็นควรอย่างไร

ด้านนายวิภูแถลง กล่าวว่า เท่าที่ได้รับฟังจากผู้ใหญ่ พอทราบว่าครั้งนี้นายยศวริศน่าจะอยู่เรือนจำไม่นาน แต่ก็ยังมีตัวแปรอื่นอยู่ เพราะนายยศวริศเป็นเหยื่อของสถานการณ์ ซึ่งการเข้าไปอยู่เรือนจำของนายยศวริศก็อธิบายได้หลายเรื่อง ศาลต้องการให้นายยศวริศระวังคำพูด มีสติยั้งคิด เมื่อต้องพูดในที่สาธารณะ ทำให้พวกตนและแกนนำ นปช.คนอื่น ต้องระมัดระวังการปฏิบัติตัวให้มาก โดยใช้เรื่องของนายยศวริศเป็นสติเตือนใจไปด้วย

รวมคดี เกียรติคุณ-ประจวบ เหยื่อกระสุน’ 53 ใต้ทางด่วนพระราม4

ที่มา ประชาไท

 

 
ภาพจากศชป. ซึ่งนำมาจากคลิป afpbbnews ในเว็บไซต์ยูทูป
ในคลิปนี้เป็นภาพเหตุการณ์ขณะที่ทั้งคู่ถูกยิงใต้ทางด่วนพระรามสี่ และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล


3 ก.ย.55 ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ มีการไต่สวนการไต่กรณีของนายเกียรติคุณ ฉัตร์วีระกุล อายุ 25 ปีอาชีพขับมอเตอร์ไซด์รับจ้าง และนายประจวบ ประจวบสุข อายุ 42 ปี อาชีพรับจ้าง ทั้งสองเสียชีวิตบริเวณใต้ทางด่วนพระราม 4 เมื่อช่วงบ่ายแก่ของวันที่ 16 พ.ค.53 ขณะที่รวมตัวกันอยู่กับกลุ่มไทมุงที่ดูเหตุการณ์ของถนนอีกด้านบริเวณบ่อนไก่ ซึ่งมีทหารประจำการอยู่
นางอรุณี ฉัตร์วีระกุล ป้าของนายเกียรติคุณ เบิกความต่อศาลเพื่อยืนยันตัวผู้ตาย จากนั้นอัยการและทนายผู้เสียชีวิตได้ร้องขอให้มีการรวมคดีของนายเกียรติคุณ และนายประจวบเป็นคดีเดียวกัน เนื่องจากเกิดเหตุในที่เดียวกัน วันเวลาเดียวกันและใช้พยานหลักฐานชุดเดียวกัน ศาลอนุญาตตามร้องขอ และนัดพร้อมเพื่อบริหารคดีในวันที่ 19 ก.ย.นี้ เวลา 9.00 น.ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้
ทั้งนี้ รายงานของศูนย์ข้อมูลประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการสลายการชุมชนเดือน เม.ย.-พ.ค.53 หรือ ศปช. ระบุว่า นายประจวบ ถูกยิงที่บริเวณใต้ทางด่วนพระราม 4 เวลาประมาณ 15.30 เสียชีวิตในเวลาต่อมาจากบาดแผลกระสุนปืนทะลุหลอดเลือดแดงใหญ่และปอด ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันที่นายเกียรติคุณ ฉัตรวีระสกุล อายุ 25 ถูกยิงที่อกซ้าย เสียโลหิตจำนวนมากจากบาดแผลกระสุนปืนผ่านหลอดเลือดแดงใหญ่ในช่องอก และเสียชีวิตในเวลาต่อมา
รายงานระบุด้วยว่า นายเกียรติคุณมีอาชีพขับมอเตอร์ไซด์รับจ้างอยู่ย่านสำโรงเหนือ ถูกว่าจ้างให้มาส่งผู้โดยสารที่แยกถนนเชื้อเพลิง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุมีไทมุงดูเหตุการณ์จึงหยุดดูเหตุการณ์ด้วยและถูกยิง ดังกล่าว

PATANI FORUM: ฟังเสียงจากพื้นที่ ปฏิกิริยา ต่อปฎิบัติการชูธงมาเลย์

ที่มา ประชาไท

สันติกวี 
ยังคงเป็นข่าวครึกโครมให้ตื่นตกใจทุกวี่วัน สำหรับสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนใต้ โดยล่าสุดเมื่อเร็วๆนี้ (31 ส.ค.55) เกิดเหตุป่วนในพื้นที่ ท้าทายภาครัฐ รับวันชาติมาเลย์ ซึ่งตรงกับวันสถาปนาเบอร์ซาตู (ก่อตั้งเมื่อ 31 ส.ค.52 โดย ดร.วันกาเดร์ เจ๊ะมัน ประธานบีไอพีพี) ทั้งนี้จากรายงานของศูนย์ข่าวอิศรา ระบุว่า มีการลอบวางระเบิดกว่า 100 จุด ครอบคลุมพื้นที่ 3 จชต. และ 4 อำเภอสงขลา แต่ที่น่าตกใจคือมีการปักธงชาติมาเลย์ พร้อมติดป้ายยั่วยุท้าทายเจ้าหน้าที่รัฐ ขณะที่ในพื้นที่อำเภอจะแนะเกิดเหตุระเบิดจริง ทหารพรานเจ็บ โดยเหตุการณ์ลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นแล้วช่วงอดีตนายกอภิสิทธิ์พร้อมผู้นำมา เลย์เข้าพื้นที่เมื่อปลายปี 52 โดยการก่อเหตุครั้งนี้มีนักวิเคราะห์ชี้ว่าเพื่อตอกลิ่มเพื่อนบ้านและโชว์ ศักยภาพ
อย่างไรก็ดีหากจับสถานการณ์อย่างเกาะติด จะพบว่ายังมีควันหลงและแง่มุมอื่นๆจากเหตุการณ์ป่วนครั้งนี้ชวนให้คิด วิเคราะห์กันต่อ โดยเฉพาะในแง่ของผลกระทบต่อเนื่องจากปฏิบัติการ อีกทั้งผลสะเทือนทางการเมืองไม่เพียงแค่ภายในประเทศ แต่หมายรวมถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียอีกด้วย
ปฏิบัติการปูพรมธงชาติมาเลย์ครอบคลุม 3 จังหวัดชายแดนใต้ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 2 แล้ว โดยครั้งแรกเคยปรากฏขึ้นเมื่อปี 53 ดังนั้นในมุมของฝ่ายความมั่นคงแล้ว แน่นอนตัวผู้ก่อเหตุจะเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจากกลุ่มฝ่ายขบวนการเรียกร้อง เอกราชปาตานี โดยก่อนหน้านี้ทางด้านหน่วยข่าวกรองเองก็ทราบข่าวและรายงานไปยังหน่วยกอง กำลังต่างๆให้เตรียมความพร้อมรับมือการก่อเหตุต่างๆ ทำให้สอง สามวันก่อนวันก่อเหตุ มีการตรวจตรา ควบคุมพื้นที่อย่างเข้มงวด แต่ถึงกระนั้นก็ยังทำให้เกิดเหตุจนได้
ทั้งนี้นักวิเคราะห์หลายสำนักต่างวิเคราะห์ตรงกันว่ากลุ่มขบวนการมีการทำ งานอย่างมีระบบ ระเบียบ วินัย อีกทั้งมีความชำนาญการเส้นทางการเดินตรวจตราของเจ้าหน้าที่รัฐเป็นอย่างดี ทำให้การปฏิบัติการในครั้งนี้ฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐเองตามไม่ทัน กว่าจะรู้ตัวอีกที ก็เช้าวันก่อเหตุ จนเป็นข่าวครึกโครมบนสื่อไทย และต่างประเทศ ซึ่งชี้ให้เห็นว่ากลุ่มของฝ่ายขบวนการเองยังคงมีศักยภาพที่สามารถจะทำอะไร ที่ไหนอย่างไรได้ง่ายแม้จะมีกองกำลังของรัฐไทยอยู่เต็มพื้นที่ก็ตาม แต่หากวิเคราะห์ให้ลึกยิ่งขึ้นกลับพบว่า อาจเป็นมากกว่าการแสดงศักยภาพเท่านั้นก็เป็นได้
หากเริ่มต้นด้วยการเกาะติดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ก่อนทีจะไปเจาะลึก การวิเคราะห์ จากที่ได้พูดคุยกับชาวบ้านในหลายพื้นที่ ต่างก็มีปฏิกิริยาต่อเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่เหมือนกัน ในหลายพื้นที่ชาวบ้านรู้สึกตื่นตกใจไม่กล้าออกไปกรีดยาง หรือออกนอกบ้าน เพราะเห็นเจ้าหน้าที่ทหารมากกำลังปฏิบัติหน้าที่มากกว่าวันปกติ จนชาวบ้านเข้าใจว่ามีเหตุการณ์รุนแรง ดั่งเช่นที่บ้านสะเอะ อ.กรงปินัง จ.ยะลา หรือบ้านยาแลเบาะ ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส บางชุมชนในอำเภอปานาเระที่มีการจับเข่าคุยกันในวงน้ำชา หรือแม้กระทั่งในมัสยิดช่วงละหมาดวันศุกร์ คิดว่าจะมีการปฏิวัติ ตนเองควรทำอย่างไรดี ถึงกระนั้นก็ยังมีหลายพื้นที่ยังไม่รับรู้ด้วยซ้ำว่าเกิดเหตุอะไร
เสียงจากวัยรุ่นจากชุมชนดาลอ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี คนหนึ่งบอกว่า “วันนี้เป็นวันอะไร ทำไมธงมาเลย์ถึงเยอะ ผมไม่รู้เลยว่ามีทั่วสามจังหวัด  ก็พึ่งมารู้ก็ตอนเข้าเมืองเมืองปัตตานีนี่เอง” ถึงกระนั้นก็ไม่ได้ทำให้วัยรุ่นคนนี้ตื่นตูมมากนัก
เช่นเดียวกับลูกจ้าง 4,500 คนหนึ่งในพื้นที่หนองจิกบอกว่า  “เห็นธงชาติมาเลย์เต็มตามข้างทางถนน ก็ตกใจเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้สนใจมากนัก และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าวันนี้เป็นวันพิเศษอย่างไร และเธอก็วิเคราะห์ให้ฟังเพิ่มเติมว่า ที่จริงไม่ได้มีทุกหมู่บ้านนะ คิดว่า หมู่บ้านไหนมีธง น่าจะเป็นพื้นที่ที่มียูแวเยอะ แต่บ้านตัวเองไม่มีนะ มีก็แต่พวกที่ชอบกินใบกระท่อม พวกนี้เนี่ยะทำไมทหารไม่จับไปให้หมดๆ อีก”
ขณะที่คนทำงานราชการ และครูของบางโรงเรียน ต่างก็รู้สึกกลัวไม่กล้าไปทำงาน ทำให้บางโรงเรียนหยุดการเรียนการสอนไปหนึ่งวัน เช่นที่บ้านสะเอะ หรือแม้กระทั่งบางโรงเรียนแทบยะรัง เช่นเดียวกับผู้ประกอบการบางเจ้าถึงขั้นปิดค้าขายเพราะไม่ไว้ใจในสถานการณ์ เช่น ร้านบากูส แถวถนนสาย มอ.ปัตตานี
ผลสะเทือนดังกล่าว เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองท่านหนึ่งวิเคราะห์ว่า มีสิ่งที่ต้องขบคิดว่าประการแรก การปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นการปฏิบัติการเชิงสัญลักษณ์ที่ฉวยจังหวะโอกาสต่างๆ สามารถข่มขวัญ และป่วนเจ้าหน้าที่รัฐได้อย่างมากมายบ่งบอกว่า ฝ่ายขบวนการเองมีการสู้รบมากกว่าการใช้กำลังอาวุธ มีการคิดค้นยุทธวิธีใหม่อยู่ตลอดเวลา  เพราะทีผ่านมาก็มีการต่อสู้ด้วยการปล่อยเพลงปฏิวัติปาตานีใหม่ๆเยอะ หรือแม้กระทั่งในโลกเฟสบุค ก็มีการปลุกเร้า ปลุกระดมกันอย่างตรงไปตรงมา ทำให้มองได้ว่าให้ห้วงปีนี้อาจมีการก่อเหตุที่รุนแรง หลากหลายมากกว่าที่ผ่านมา ประการที่สอง ถึงแม้การปฏิบัติการจะชี้ไปยังฝ่ายขบวนการที่แฝงตัวอยู่ในชุมชนซึ่งเป็น กลุ่มคนที่ไม่เอารัฐไทย แต่ก็ยังมีชาวบ้านในสัดส่วนพอๆกัน ต่างก็ไม่รู้สึกรู้สา หรือตอบรับกับการปฏิบัติการครั้งนี้สักเท่าไหร่ ซึ่งชี้ให้เห็นว่า กลุ่มคนเหล่านี้เริ่มชินชากับสถานการณ์ในพื้นที่ หรือบางคนถึงขั้นไม่ตอบรับต่อแนวทางการของฝ่ายขบวนการไปเลยเพราะต้องสูญเสีย ผลประโยชน์ในการทำงานของตนเอง เลยมองได้ว่า มวลชนในพื้นที่มีทั้งเอา และไม่เอากับฝ่ายขบวนการ
ขณะที่การวิเคราะห์อีกด้านหนึ่ง การปฏิบัติการ ชูธงชาติมาเลย์ว่อนคลอบคลุมพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ของไทยซึ่งตรงกับวันชาติ มาเลย์-ก่อตั้งเบอร์ซาตู แน่นอนย่อมเป็นประเด็นที่อ่อนไหวค่อนข้างมากระหว่างรัฐไทยและมาเลย์ ยิ่งถูกปรากฏบนสื่อรับรู้ทั่วโลกแล้ว ก็ยิ่งไปกันใหญ่ ทั้งนี้หลายคนอาจคิดว่าปฏิบัติการที่เกิดขึ้น เป็นเพียงแค่การข่มขวัญ สร้างสถานการณ์เหมือนที่ผ่านมา แต่หากวิเคราะห์ให้ลึกยิ่งขึ้นอาจมีอะไรมากกว่านั้น ลองมาตั้งคำถาม แล้วลองวิเคราะห์กันดูว่า ทำไมต้องเป็นธงมาเลย์ หรือวันชาติมาเลย์ ทำไมไม่เป็นอินโดนีเซีย หรือ เป็นเพราะมีสัญญาณอะไรที่ที่เกี่ยวกับมาเลย์ในห้วงระหว่างนี้
เมื่อฟังจากการวิเคราะห์จากคนในพื้นที่ อาจทำให้มองเห็นอะไรได้ชัดขึ้น กล่าวคือ จะเป็นไปได้หรือไม่ ที่ผ่านมามีกระแสเรียกร้องให้เกิดการเจรจาระหว่างรัฐไทยและฝ่ายขบวนการ และเป็นกระแสที่มาแรงท่ามกลางการก้าวสู่ความเป็นประชาคมอาเซียนในอีกไม่กี่ ปีนี้ แต่ที่ผ่านมา รัฐไทยมีการเจรจาสะเปะสะปะ ไม่มีตัวกลางที่ชัดเจน แต่การปฏิบัติการครั้งนี้อาจส่งสัญญาณที่จะให้รัฐบาลมาเลเซีย กลายเป็นตัวกลางด้วยความเต็มใจหรือไม่เต็มใจก็ตามแต่ แต่ภาพภาพข่าวที่นำเสนอออกไป จำต้องทำให้ทั้ง 2 ประเทศเข้ามาเกี่ยวข้องในแง่ของความมั่นคงในจังหวัดชายแดนใต้มากยิ่งขึ้น ยิ่งประจวบเหมาะกับเร็วๆนี้ จะมีการประชุมขององค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) ที่ประเทศมาเลเซีย ยิ่งเป็นแรงผลักให้ทั้งมาเลย์ และไทยจำต้องอธิบายหากมีคำถามจากที่ประชุมขึ้นมา จนมองได้ว่าปัญหาภาคใต้ที่หมักหม่ม มานาน อาจจะมีอะไรดีๆมาบ้างในวงประชุม โอไอซี ครั้งนี้ ไม่แน่เราอาจจะได้เห็นประเทศมาเลย์ เป็นตัวกลางที่ไม่ถึงขั้นเจรจาแต่อาจเพียงแค่ขั้นพูดคุยสันติภาพตรงตัวมาก ยิ่งขึ้นก็เป็นได้
 

หมายเหตุ: เผยแพร่ครั้งแรกใน PATANI FORUM

ไต่สวน 6 ศพวัดปทุม 2 พยานในเหตุการณ์คาดทหารยิง ไม่เห็นผู้ชุมนุมยิงต่อสู้

ที่มา ประชาไท

 
พยานยันเห็นทหารเล็งและยิงจากราง BTS อาสามงคล-อัครเดช-พยาบาลเกด ถูกยิงพร้อมกันในเต็นท์พยาบาลในวัดก่อนยิงได้ยินทหารตะโกน“กูให้มึงเลี้ยง ลูกเลี้ยงหลานอยู่กับบ้าน มาร่วมชุมนุมกันทำไม” พร้อมระบุไม่เห็นอาวุธและการยิงตอบโต้จากผู้ชุมนุม (มีคลิปประกอบ)
เมื่อวันที่ 30 ส.ค.55 ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 402 ศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลนัดไต่สวนคำร้องชันสูตรพลิกศพการเสียชีวิต คดีหมายเลขดำที่ ช. 5/2555 กรณีการเสียชีวิตของนายสุวรรณ ศรีรักษา อายุ 30 ปี อาชีพเกษตรกร ผู้เสียชีวิตที่ 1,นายอัฐชัย ชุมจันทร์ อายุ 28 ปี บัณฑิตคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ผู้เสียชีวิตที่ 2, นายมงคล เข็มทอง อายุ 36 ปี เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิปอเต็กตึ๊ง ผู้เสียชีวิตที่ 3, นายรพ สุขสถิตย์ อายุ 66 ปี อาชีพพนักงานขับรถรับจ้างในสนามบิน ผู้เสียชีวิตที่ 4, น.ส.กมนเกด อัคฮาด อายุ 25 ปี อาชีพพยาบาลอาสา ผู้เสียชีวิตที่ 5 และ นายอัครเดช ขันแก้ว อาชีพรับจ้าง ผู้เสียชีวิตที่ 6 ซึ่งทั้ง 6 ศพ ถูกยิงเสียชีวิตในวัดปทุมวนาราม ใกล้แยกราชประสงค์ ในช่วงที่มีการสลายการชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่ง ชาติ (นปช.) เมื่อวันที่ 19 พ.ค.53 ในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
โดยอัยการได้นำประจักษ์พยานในเหตุการณ์เข้าเบิกความ 2 ปาก ประกอบด้วย นายศักดิ์ชาย แซ่ลี้ อายุ 38 ปี และนายนายธวัช แสงทน หรือพระธวัช อายุ 50 ปี
นายศักดิ์ชาย แซ่ลี้ ในฐานะพยานเบิกความโดยสรุปว่าเข้าร่วมชุมนุมอยู่เต็นท์แดงชุมแพ 52 ซึ่งอยู่บริเวณหน้าวัดประทุมวนาราม ซึ่งมาเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่ม นปช. ตั้งแต่ มี.ค.ที่บริเวณสี่แยกคอกวัว ในวันที่ 19 พ.ค.53 หลังแกนนำ นปช.ประกาศยุติการชุมนุม และแจ้งให้ผู้ชุมนุมไปหลบภายในวัดหรือไปที่สนามกีฬาศุภชลาศัย หลังจากนั้นตัวพยานจึงได้เก็บของและหลบเข้าไปในวัดปทุม จนเวลาประมาณ 18.00 น. เห็นคนถูกยิงตรงเกาะกลางถนนหน้าประตูทางออกวัดปทุมฯ ซึ่งมาทราบภายหลังว่าบุคคลดังกล่าวคือนายอัฐชัย ชุมจันทร์(ผู้เสียชีวิตที่ 2) ขณะนั้นเห็นทหารถือปืนยาวอยู่บนรางรถไฟฟ้าหน้าวัดปทุม ตัวพยานจึงได้วิ่งไปอุ้มร่างนายอัฐชัย มายังเต็นท์พยาบาลในวัด หน้าสหกรณ์ และได้บอกพยาบาลแหวน หรือ ณัฐธิดา มีวังป่า ให้เข้ามาช่วย โดยพยาบาลแหวนได้ให้ พยาบาลเกด หรือ น.ส.กมนเกด อัคฮาด(ผู้เสียชีวิตที่ 5) นำถังออกซิเจนมาให้ผู้บาดเจ็บ แต่ออกซิเจนมีไม่เพียงพอ พยาบาลแหวนจึงปั้มหัวใจอยู่ประมาณ 10 นาที นายอัฐชัย จึงเสียชีวิต


ภาพนายอัฐชัย ชุมจันทร์ ผู้เสียชีวิตที่ 2 ขณะถูกยิงที่บริเวณเกาะกลางถนนหน้าวัดปทุมฯ
ภาพถูกเผยแพร่ใน
lightstalkers.org/steve_tickner ภาพโดย Steve Tickner
  
 
ภาพการปฐมพยาบาล นายอัฐชัย ผู้เสียชีวิตที่ 2
ในภาพจะเห็นนายมงคล ผู้เสียชีวิตที่ 3 (คนขวาสุด)ช่วยปฐมพยาบาลอยู่ด้วย ก่อนถูกยิงเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ภาพถูกเผยแพร่ใน
lightstalkers.org/steve_tickner ภาพโดย Steve Tickner

นายศักดิ์ชาย เบิกความต่อว่าหลังจากนั้นได้ไปที่เต็นท์พยาบาลสวนป่า ซึ่งเป็นเต็นท์พยาบาลที่อยู่ด้านในวัดอีก 1 เต็นท์ พบผู้บาดเจ็บถูกยิงที่กลางหลัง ทราบชื่อภายหลังว่านายกิตติชัย (นามสกุล “แข็งขัน” ชาวขอนแก่น – ประชาไท) ซึ่งพยาบาลแหวนได้เข้ามาปฐมพยาบาลด้วยการเอาไม้ดามหลังไว้ และมีอีกคนถูกยิงที่มือ ทราบชื่อภายหลังว่า “บัวศรี” ขณะวิ่งกลับมารับนายกิตติชัย เห็นทหารที่อยู่บนรางรถไฟฟ้าตั้งท่าโดยวางปืนประทับกับขอบรางรถไฟเล็งมาทาง พยาน จึงไปยังหลบหลังรถยนต์ที่อยู่ใกล้กัน จากนั้นได้ยินเสียงปืนดังขึ้น กระสุนปืนตกห่างตัวพยานราว 1 เมตร จึงหลบไปอยู่หลังรถยนต์และเห็นเจ้าหน้าที่ทหารใช้อาวุธปืนยิงใส่เต็นท์ พยาบาล เห็น น.ส.กมนเกด ที่กำลังก้มลงหลบถูกกระสุนปืนยิงแน่นิ่งไป โดยหันหัวเข้ามาทางด้านในวัดส่วนขาเหยียดไปนอกวัด
นายศักดิ์ชาย เบิกความอีกว่า ในเต็นท์ดังกล่าวยังมีอีก 2 คน โดยหนึ่งในนั้นทราบชื่อภายหลังว่านายอัครเดช (ผู้เสียชีวิตที่ 6) ร้องขอความช่วยเหลือ ขณะนั้นนายอัครเดชหันหัวออกไปนอกวัด ส่วนอีกคนทราบชื่อภายหลังคือนายมงคล(ผู้เสียชีวิตที่ 3)นอนนิ่งไปแล้ว ซึ่งขณะนั้นแสงจากดวงอาทิตย์ยังพอมองเห็น หลังเสียงปืนสงบและท้องฟ้ามือพยานจึงได้นำนายอัครเดช ซึ่งขณะนั้นยังไม่เสียชีวิตไปที่เต็นท์สวนป่าก่อน และกลับมารับศพ น.ส.กมนเกด และนายมงคล ซึ่งเสียชีวิตแล้วไปไว้ที่เต็นท์สวนป่าเช่นกัน และขณะนั้นนายอัครเดชยังไม่เสียชีวิตจึงได้ประสานให้พระในวันปทุมฯ โทรศัพท์แจ้งให้รถพยาบาลมารับคนเจ็บไปรักษา แต่ได้รับแจ้งว่า รถพยาบาลไม่สามารถเข้ามาได้ จนกระทั้ง เวลาประมาณ 23.00 น. นายอัครเดชจึงถึงแก่ความตาย  และหลังจากนั้นจึงรับแจ้งว่ารถพยาบาลจะเข้ามารับคนเจ็บแต่ห้ามผู้อื่นออก จากพื้นที่ไปกับรถพยาบาลด้วย พยานอยู่ในวัดจนเช้าวันที่ 20 พ.ค. 2553 เวลา 7.00 น. ยังเห็นทหารอยู่บนรางรถไฟฟ้า และได้ตรวจรถยนต์ของพยานที่จอดไว้หน้าวัดด้านในพบรอยกระสุนปืนที่ตัวรถด้วย
คลิป อัครเดช ผู้เสียชีวิตที่ 6 ถูกยิงนอนอยู่ในเต็นท์พยาบาล โดยมีพยาบาลเกดนอนเสียชีวิตอยู่ด้วย :



นายศักดิ์ชาย ยังเบิกความยืนยันด้วยว่าขณะที่อยู่ในวัดไม่เห็นผู้ชุมนุมมีอาวุธหรือต่อสู้ กับเจ้าหน้าที่ทหาร และไม่ได้ยินเสียงปืนที่ยิงมาจากด้านในวัด นายศักดิ์ชายยังเบิกความอีกว่า ก่อนที่ทหารที่อยู่บนรางรถไฟฟ้าจะยิงลงมามีการตะโกนด้วยว่า “กูให้มึงเลี้ยงลูกเลี้ยงหลานอยู่กับบ้าน มาร่วมชุมนุมกันทำไม”  ส่วนสาเหตุที่ต้องนำร่างผู้เสียชีวิตมารวมกันด้านในวัด นายศักดิ์ชายให้เหตุผลว่าเพื่อไม่ให้ทหารนำเอาศพไปโดยมีประชาชนที่อยู่ที่ นั่นนั่งล้อมไว้ทั้งคืนประมาณ 100 คน
พยานปากต่อมานายธวัช แสงทน หรือพระธวัช เบิกความโดยสรุปได้ว่า ได้มาร่วมชุมนุมพยานอยู่บริเวณหน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์ และวันที่ 19 พ.ค. เวลา 12.00 น. แกนนำ นปช. ได้ประกาศยุติการชุมนุม และให้ประชาชนที่ต้องการเดินทางกลับบ้าน และให้ไปที่สนามกีฬาใกล้มาบุญครอง และให้เด็กและคนชราหลบอยู่ที่วัดปทุม เพราะเป็นเขตอภัยทาน โดยพยานได้เดินทางไปสนามกีฬา เกือบบ่าย 2 แต่ไม่สามารถไปถึงเนื่องจากมีทหารที่อยู่บริเวณสยามแสคว์ยิงเข้ามา พยานจึงวิงกลับมาหลบที่วัดปทุมฯ ซึ่งทหารบริเวณนั้นบางคนยิงมาทางกลุ่มผู้ชุมนุมในแนวราบ บางคนยิงขึ้นฟ้า โดยใช้ปืน M16 โดยทหารได้ตามเข้ามาเรื่อยๆ ด้วย ในตอนแรกพยานใส่เสื่อยืดดำ กางเกงยีนส์  แต่พอหลบเข้ามาในวัดปทุมฯ จึงได้เปลี่ยนเป็นสีเทาที่บริเวณเต็นท์พยาบาล เนื่องจากมีคนเตือนว่าหากใส่สีดำจะถูกทหารยิง ขณะนั้นเห็นทหารอยู่บนรางรถไฟฟ้าจำนวนมาก จึงเกิดความกลัวและหลบไปในกุฏิพระในวัดติดกับฝั่งสยามฯ ในระหว่างนั้นทหารที่อยู่บนรางรถไฟฟ้าได้มีการเล็งปืนลงมา จึงหลบเข้าไปและมีคนหลบตามมา 3-4 คน หลังจากนั้นจึงได้ยินเสียงปืนจากรางรถไฟฟ้า
พระธวัช เบิกความต่ออีกว่า กุฏิที่ตนเองหลบอยู่ มีคนต่อคิวรอเข้าห้องน้ำ 3-4 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นทราบภายหลังว่าชื่อนายสุวรรณ(ผู้เสียชีวิตที่ 1) ต่อคิวอยู่ด้วย โดยเวลาประมาณ 17.00 น. พยานสังเกตเห็นทหารถือปืนอยู่บนรางรถไฟฟ้าประมาณ 3 คนแต่งชุดพราง สวมหมวกเหล็ก ซึ่งมุมที่นายสุวรรณยืนอยู่จะมีช่องมองเห็นรางรถไฟฟ้า โดยขณะนั้นนายสุวรรณยืนต่อคิวเป็นคนสุดท้ายโดยตัวหันตัวไปทางห้องน้ำ แต่เอี้ยวหน้าไปมองทหารที่อยู่บนรางรถไฟผ่านช่องดังกล่าว จากนั้นได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 ชุด เห็นผู้เสียชีวิตที่ 1 ฟุบลงกับพื้น โดยมีผู้หญิงที่เข้าคิวตรงนั้นร้องขอความช่วยเหลือ พยานจึงได้วิ่งเข้าไปหามนายสุวรรณมาหลบอีกมุมหนึ่ง และเรียกให้คนมาช่วยพร้อมนำจีวรมาทำเป็นเพลหามเข้าซองไปไว้ที่หน้าศาลา ตรงเต็นท์พยาบาลสวนป่า ขณะนำร่างนายสุวรรณไปตรงนั้นมีศพ 1 ศพนอนอยู่แล้ว และภายหลังมีเข้ามาอีก 4 ศพ
พระธวัช เบิกความด้วยว่าขณะที่หลบอยู่ตรงเต็นท์ ได้ไปช่วยหามร่างพยาบาลเกดมาไว้ หลังจากนั้นจึงได้มาล้างเลือด และพระธวัช ยืนยันว่าไม่เห็นผู้ชุมนุมยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ และไม่เห็นชายชุดดำ ส่วนมากคนที่หลบอยู่ในวัดเป็นเด็กและคนชรา ส่วนนายสุวรรณ ผู้เสียชีวิตที่ 1 นั้นสวมเสื้อสีดำ
ทั้งนี้ คดีนี้จะมีการนัดไต่สวนครั้งต่อไปในวันที่ 6 ก.ย. เวลา 09.00 น เป็นต้นไป

เปิด..แผนทดสอบการระบายน้ำ วันที่ 5 และ 7 กย.นี้

ที่มา thaifreenews

 


นายรอยล จิตรดอน คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.)  
เปิดเผยกับทีมข่าวถึงการเตรียมปล่อยทดสอบการระบายน้ำท่วมช่วงวันที่ 5 และ 7 ก.ย. ว่า ในวันที่5 ก.ย.จะทดสอบระบายน้ำฝั่งตะวันตก 
ในระบบเครือข่ายคลองทวีวัฒนา มุ่งคลองภาษีเจริญ เพื่อระบายไปลง 
แม่น้ำท่าจีน และออกสู่ทะเล โดยจะแบ่งน้ำไปยังคลองบางแวก 
และ คลองบางไผ่ ด้วยเพื่อทดสอบประตูระบายน้ำ
และระบบเครื่องสูบน้ำใหม่ที่กทม.ติดตั้ง

ทั้งนี้คลองทวีวัฒนา สามารถรับปริมาณได้สูงสุด 
ที่ 45 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที 
แต่ กบอ.เตรียมทดสอบการระบายน้ำ 
ประมาณ 7ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ส่วนวันที่ 7 ก.ย. กบอ.ทดสอบการระบายน้ำ
ป้องกันน้ำท่วมกทม.ฝั่งตะวันออก 
โดยระบายน้ำลงคลองลาดพร้าวและเครือข่าย 
เพื่อดึงน้ำไปผ่านอุโมงค์ยักษ์ ไปออกที่สถานีสูบน้ำ 
พระโขนงลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อออกสู่ทะเลที่ จ.สมุทรปราการ
อย่างไรก็ตาม แผนเดิมจะมีการระบายน้ำ
เพื่อทดสอบระบบการระบายน้ำผ่านคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต 
แต่เนื่องจากคลองยังปรับปรุงไม่แล้วเสร็จดี 
จึงตัดสินใจยกเลิกการระบายน้ำผ่านคลองดังกล่าว 
ทั้งนี้ หากช่วงที่ทดสอบระบายน้ำฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออก 
ช่วงเวลา 14.00-18.00 น. เกิดมีฝนตกลงมา จะสั่งหยุดการทดสอบทันที
ด้าน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
เปิดเผยโดยในส่วนของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 
จะมีฝนตกทั่วไปถึงร้อยละ 70-90 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ขณะเดียวกัน ในวันที่ 5 ก.ย. ระดับน้ำทะเลจะหนุนสูงในช่วงเช้า เวลา 09.15 น. ที่ระดับ 0.78 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 
และหนุนสูงอีกครั้งในเวลา 21.01 น. 
ที่ระดับ 0.98 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง
ส่วนวันที่ 7 ก.ย. ระดับน้ำทะเลจะหนุนสูงในช่วงเช้าเวลา 10.32 น. 
ที่ระดับ 0.71 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 
และน้ำทะเลหนุนสูงอีกครั้งในช่วงค่ำ เวลา 21.34 น. 
ที่ระดับ 0.93 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง
ในพื้นที่ฝั่งตะวันตก ได้จัดทีมเฝ้าระวังระดับน้ำในคลองทวีวัฒนา 
และควบคุมการเปิด-ปิดประตูระบายน้ำทวีวัฒนา 
เฝ้าระวังสภาพอากาศ และระดับน้ำทะเลหนุน 
ตลอดจนจัดเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการ 
บริเวณคลองทวีวัฒนาตัดถนนเพชรเกษม 

วันที่ ก.ย. ซึ่งจะมีการทดสอบประสิทธิภาพน้ำในพื้นที่ฝั่งตะวันออก 
ได้จัดทีมเฝ้าระวังสภาพอากาศ และระดับน้ำทะเลหนุน 
เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการบริเวณประตูระบายน้ำคลองสอง 
พร้อมทั้งเฝ้าระวังระดับน้ำในคลองสอง คลองบัว
 คลองลาดพร้าวตลอดแนว จนถึงอุโมงค์พระราม  
และน้ำบางส่วนจะไหลไปทางคลองบางเขน 
ลงคลองเปรมประชากรที่บริเวณวัดเทวสุนทร 
แล้วสูบออกแม่น้ำเจ้าพระยาที่สถานีสูบน้ำคลองเปรมประชากร 

เนื่องจากสภาพคลองบางบัว คลองลาดพร้าว 
ขณะนี้ ยังไม่ได้รับการขุดลอก และพัฒนาระบบในการที่จะรับน้ำหลาก 
และมีปัญหาอุปสรรคเรื่องบ้านรุกล้ำเกือบตลอดแนวคลอง 
สำนักการระบายน้ำจะประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์น้ำฝน
และน้ำทะเลหนุนอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ (ก.ย.55) เวลา 17.30 น. 
และในวันที่มีการทดสอบ (5ก.ย.และ ก.ย. 55) ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและคณะผู้บริหารจะร่วมติดตามสถานการณ์ประจำ 
ณ สำนักการระบายน้ำ กทม.2

http://www.tfn5.info/board/index.php?topic=41617.0

dreamcatcher 1 โต้ นิธิ เอี่ยวศรีวงศ์

ที่มา thaifreenews



 dreamcatcher1 นักเขียนหนึ่งในสมาชิกไทยฟรีนิวส์ 
ได้วิพากษ์โต้แสดงข้อคิดเห็นต่อ "นิธิ เอี่ยวศรีวงศ์" 
ที่แสดงความคิดเห็นในหัวข้อเรื่อง 
นิธิ เอียวศรีวงศ์ : อนาคตทางการเมือง ของคนเสื้อแดง


http://www.tfn5.info/board/index.php?topic=41605.0