WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, October 3, 2012

ล้านคำบรรยาย (พิเศษ) การ์ตูนเซีย 03/10/55 ทนไม่ได้..ถ้าชาวนาลืมตาอ้าปากได้

ที่มา blablabla

โดย 

 ภาพถ่ายของฉัน




เสียงเห่าหอน อ้อนบาทา น่าสมเพช
พวกทุเรศ สามานย์ สันดานคิด
สร้างเรื่องราว สาไถย ใจวิปริต
ตั้งธงผิด จำนำข้าว บีบชาวนา....

ทนไม่ได้ ถ้ารุ่งเรือง เปรื่องศรีสุข
มันต้องทุกข์ ให้สมใจ ไอ้พวกบ้า
หวังลืมตา หมดยากเข็ญ ตามเป็นมา
พวกผีห่า ก็เอาเปรียบ รุมเหยียบกัน....

มันกินข้าว หรือแดกเพลิน เงินพ่อค้า
จึงเรียงหน้า มาเป็นบ่าง ไม่สร้างสรรค์
แค่น ตลก. ให้เร่งรีบ บีบเร็วพลัน
คือเป้าหมาย สิ่งเดียวนั้น มันต้องจน....

บ้าไปแล้ว เจ้าข้าเอ๋ย ไม่เคยเห็น
เปิดประเด็น เรื่องมารยา พาสับสน
สิ่งดีๆ กลับรุกไล่ ให้วกวน
นี่หรือคน มีการศึกษา หน้าไม่อาย....

คิดมุ่งหวัง รังแกเขา ดูเราบ้าง
สิ่งที่สร้าง เป็นเงื่อนงำ ทำฉิบหาย
เป็นดอกเตอร์ ไฉนมั่ว โง่กว่าฟาย
ศักดิ์ศรีนี้ มีไว้ขาย โคตรอายแทน....

๓ บลา / ๓ ต.ค.๕๕

ปลื้มปิติเรื่องเล่าในหลวงทรงทอดพระเนตรนิติราษฎร์

ที่มา Thai E-News




โดย หมอตำแย
ที่มา เว็บบอร์ดInternet Freedom

หมายเหตุไทยอีนิวส์:ผู้ใช้ นามว่าหมอตำแย ได้เขียนเรื่องต่อไปนี้ลงในเว็บบอร์ดInternet Freedom ยังความปลาบปลื้มปิติเป็นล้นพ้นแก่พสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า อย่างไรก็ตามเนื่องจากไม่มีหลักฐานยืนยันแน่ชัด ผู้อ่านพึงใช้วิจารณญาณ

..... เมื่อช่วงบ่ายวันอาทิตย์"สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว"ทรงมีพระอาการดีขึ้นจึงได้ทอดพระเนตรการถ่ายทอด"คณะนิติราษฎร์" โดยไม่รู้ว่าที่เห็นนั้นมันคืออะไร จึงได้ตรัสขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาว่า

..... นี่มันเป็นงานอะไรและเขาทำอะไรกัน.....???

ตอบ....เป็นงานของ"คณะนิติราษฎร์" ซึ่งจัดขึ้นเพื่อระลึกถึงคุณลุง"นวมทอง"และเป็นวันครบรอบ 6 ปีของรัฐประหาร พะย่ะค่ะ

ถาม.....คุณลุง"นวมทอง"คือใครและทำไมต้องจัดงานให้

ตอบ..... คุณ"ลุงนวมทอง"คือคนขับรถแท็กซี่ชนกับรถทหาร พะย่ะค่ะ

ถาม..... แล้ว"คณะนิติราษฎร์"เป็นใครและมาทำอะไร...???

ตอบ.....เป็นกลุ่มของ อ.วรเจตน์,อ.ปิยบุตร,อ.ตุ้ม,อ.หวาน,พะย่ะค่ะ

..... ช่วยต่อโทรศัทพ์เครื่องที่สองที่วางไว้บนโต๊ะให้หน่อยพอติดแล้วให้ทุกท่านออกไป จนกว่าจะได้ยินเสียงกริ่งเรียก จึงเข้ามาได้

..... ไม่มีใครรู้ได้ว่าท่านพูดกับใครและพูดเรื่องอะไร.....????? 


***********
เรื่องเกี่ยวเนื่อง


วรเจตน์ ภาคีรัตน์: เหตุใดจึงควรแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวดสถาบันกษัตริย์

คลิปงาน2ปีนิติราษฏร์6ปีรัฐประหาร

ชำนาญ จันทร์เรือง: ถ้าประเทศไทยไม่มีกองทัพ

ที่มา Thai E-News

 โดย ชำนาญ จันทร์เรือง
3 ตุลาคม 2555

ไม่น่าเชื่อว่าท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียดไปทั่วโลกไม่ว่าจะเป็น สถานการณ์การเผาสถานกุงสุลที่เบงกาซี ลิเบียจนเอกอัครราชทูตสหรัฐเสียชีวิต กรณีเผชิญหน้ากันระหว่างจีนกับญี่ปุ่นในการแย่งชิงเกาะเตียวหยูหรือเซนกากุ การประกาศจะถล่มอิหร่านของอิสราเอล ฯลฯ แต่ยังมีประเทศที่ปราศจากกองทัพอีกจำนวนหลายสิบประเทศที่ยังอยู่อย่างสุข สบายดี

ประเทศที่ไม่มีกองทัพเลย คือ เกรนาดา คอสตาริกา คิรีบาส ซานมาริโน ซามัว เซนต์คิดส์และเนวิส เซนต์ลูเซีย เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ โดมินิกัน ตูวาลู นาอูรู ปานามา มัลดีฟส์ ลิกเตนสไตน์ วาติกัน วานูอูตู หมู่เกาะโซโลมอน และเฮติ (ที่มา : Sarbey 2001)

ประเทศที่ไม่มีกองทัพแต่มีสนธิสัญญาป้องกัน คือ นีเออู(นิวซีแลนด์) ปาเลา(สหรัฐอเมริกา) โมนาโก(สหรัฐอเมริกา) ไมโครนีเซีย(สหรัฐอเมริกา) หมู่เกาะคุก(นิวซีแลนด์) หมู่เกามาร์แซลล์(สหรัฐอเมริกา) อันดอร์รา(สเปน,ฝรั่งเศส) และไอซ์แลนด์(นาโต,สหรัฐอเมริกา) (ที่มา : Sarbey 2001)

สำหรับประเทศที่เหลือที่ถึงแม้ว่าจะมีกองทัพแต่ก็ไม่มีการเกณฑ์ทหารก็คือ กรีซ กายนา คาซัคสถาน แคนาดา โครเอเชีย ซิมบับเว ซูรินาเม ไซปรัส เดนมาร์ก นอร์เวย์ เนเธอร์แลนด์ บราซิล บัลแกเรีย เบลเยียม เบอร์มิวดา ปารากวัย โปแลนด์ โปรตุเกส ฝรั่งเศส ฟินแลนด์ มอลโดวา มอลตา ยูเครน ยูโกสลาเวีย เยอรมัน รัสเซีย โรมาเนีย ลัตเวีย ลิทัวเนีย สเปน สวิตเซอร์แลนด์ สวีเดน สหรัฐอเมริกา สาธารณรัฐเช็ก สโลวีเนีย ออสเตรเลีย ออสเตรีย อาเซอร์ไบจัน เอสโตเนีย แอฟริกาใต้ อังกฤษ อิสราเอล อิตาลี อุรุกวัย อุซเบกิสถาน และฮังการี(ที่มา : Horeman and Stolwijk 1998)

สภาพที่ไม่มีกองทัพหรือถึงแม้ว่าจะมีกองทัพแต่ก็ไม่มีการเกณฑ์ทหารจึงเป็น สิ่งที่ค่อนข้างจะน่าแปลกใจสำหรับคนไทยที่เห็นว่ากองทัพเป็นปัจจัยที่ขาดไม่ ได้ต่อความมั่นคงของชาติ แต่ตัวอย่างประเทศที่ยกมาข้างต้นแสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยจะ ปราศจากกองทัพ หรือหากแม้จะมีกองทัพแต่ก็ไม่มีการเกณฑ์ทหาร

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าประเทศไทยไม่มีกองทัพ



  1. เมื่อไม่มีกองทัพย่อมไม่มีการรัฐประหารเกิดขึ้น เพราะจากประวัติศาสตร์การเมืองของไทยเราที่ผ่านมา การรัฐประหารหรือกบฏที่เกิดขึ้นล้วนแล้วแต่เกิดจากการใช้กำลังทหาร ไม่ว่าจะเป็นการนำโดยทหารบกหรือทหารเรือ ตลอดจนการสนับสนุนจากทหารอากาศในการเข้ายึดอำนาจจากพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณหรือการเข้าร่วมเป็นองค์คณะของผู้ทำการรัฐประหารในเวลาแถลงข่าว โดยใช้ชื่อแตกต่างกันไป เช่น คณะปฏิวัติ คณะปฏิรูป คณะรักษาความสงบเรียบร้อย ฯลฯ ซึ่งก็คือคณะรัฐประหารดีๆนี่เอง แต่ไม่มีใครยอมเรียกชื่อตัวเองว่าเป็นคณะรัฐประหารเลย
  2. เมื่อไม่มีกองทัพก็ย่อมที่จะไม่มีการเกณฑ์ทหารเกิดขึ้น ช่องทางที่ใช้ทำมาหากิน ทุจริตคอรัปชันในการเกณฑ์ทหารก็หมดไป ที่สำคัญคดีหนีทหารของคนสำคัญๆที่คาราคาซังฟ้องร้องหมิ่นประมาทหรือปลอมแปลง เอกสารกันอยู่ย่อมหมดไปด้วย(ไม่ฮา) พ่อแม่ผู้ปกครองของเยาวชนที่ครบอายุเกณฑ์ทหารก็ไม่ต้องนอนผวาว่าลูกหลานตน เองจะถูกเกณฑ์ไปเป็นทหาร บางคนลูกตนเองเป็นนายทหารอยู่ดีๆวิ่งเต้นย้ายโอนไปเป็นนายตำรวจเสียดื้อๆ อ้างว่าไม่อยากให้ลูกตนเองถูกส่งไปภาคใต้เสียอย่างนั้น มิหนำซ้ำยังให้เหตุผลในการโอนย้ายว่าลูกชายตนเองยิงปืนแม่นเสียอีกแน่ะ
  3. เมื่อไม่มีกองทัพงบประมาณเป็นแสนๆล้านในแต่ละปีย่อมถูกนำไปใช้ในการพัฒนาประเทศในด้านอื่น ประเทศไทยเราคงจะเจริญรุ่งเรืองยิ่งกว่านี้
  4. เมื่อไม่มีกองทัพพี่น้องสามจังหวัดชายแดนภาคใต้คงอยู่เย็นเป็นสุขขึ้นมา บ้าง เพราะหนึ่งในสาเหตุที่ความไม่สงบเกิดขึ้นในภาคใต้ก็เนื่องเพราะการมีกำลัง ทหารจำนวนมากเข้าไปอยู่ในพื้นที่นั่นเอง มิหนำซ้ำบางส่วนยังไปจากพื้นที่อื่นซึ่งไม่ใช่กองกำลังในพื้นที่ ซึ่งมีแต่ไปเพิ่มปัญหามากกว่าไปแก้ปัญหาเพราะด้วยเหตุไม่รู้สภาพพื้นที่และ ขนบธรรมเนียมประเพณีของท้องถิ่น
  5. เมื่อไม่มีกองทัพทีทางต่างๆนับเป็นแสนหรือล้านๆไร่ก็ย่อมจะถูกนำไปใช้ ประโยชน์พัฒนาทางเศรษฐกิจได้คุ้มค่า ที่สำคัญยังมีประชาชนที่ยังไม่มีที่ทำมาหากินอีกมากมายต้องการ
  6. เมื่อไม่มีกองทัพก็ย่อมไม่ผู้นำเหล่าทัพไปเที่ยวกราดเกรี้ยวชี้หน้าด่า สื่อมวลชนหรือประชาชนว่าถามอะไรหรือพูดอะไรที่ทำให้อารมณ์บูดอยู่เสมอๆ
  7. เมื่อไม่มีกองทัพแล้วการที่ถูกนินทาว่าประเทศไทยมีจำนวนนายพลทหารประจำการต่อจำนวนประชากรมากที่สุดในโลกก็จะหมดไป
  8. เมื่อไม่มีกองทัพเราก็ไม่ต้องกังวลว่าจะมีการใช้ทหารไปปราบม็อบอีก
  9. เมื่อไม่มีกองทัพก็ย่อมลดความบาดหมางกับประเทศเพื่อนบ้าน  เพราะการปะทะกันด้วยกำลังทหารตามชายแดนย่อมน้อยลงหรือหมดไป ที่ผ่านมาแม้ว่าศักยภาพของกองทัพไทยจะเหนือกว่ากองทัพเขมรหลายเท่าตัว เครื่องบินรบไทยสามารถใช้เวลาบินไม่กี่นาทีถึงเมืองหลวงของเขมร แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรเขมรได้ เพราะติดด้วยระเบียบโลกที่ว่าด้วยกฎหมายระหว่างประเทศ มิหนำซ้ำกลับต้องเพลี่ยงพล้ำในเวทีการเมืองระหว่างประเทศที่ทำให้เขมรสามารถ นำคดีกลับไปสู่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ(International Court of Justice หรือ ICJ)เพื่อตีความคำพิพากษารอบใหม่ได้อีกทั้งๆคดีผ่านมาตั้งห้าสิบปีแล้ว ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าจะออกหัวหรือออกก้อย แต่ที่แน่ๆตอนนี้ได้เขตปลอดทหารมาแทนชั่วคราว ทำให้การมีกองทัพที่เหนือกว่าไม่มีความหมายอันใด

ที่เขียนมาทั้งหมดนี้ มิได้มุ่งหวังว่าจะทำให้เกิดการยุบเลิกกองทัพในประเทศไทยขึ้น เพราะเป็นไปได้ยากกว่าการยุบเลิกราชการส่วนภูมิภาค การแก้ไขมาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญา หรือแม้แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญหลายเท่าตัว แต่เพียงเพื่อจะชี้ให้เห็นว่า หากกองทัพมีขนาดที่เล็กลง ไม่มีการบังคับ   ขู่เข็ญให้ลูกคนจนต้องไปถูกเกณฑ์เป็นทหาร และจำกัดบทบาทของทหารที่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมืองแล้ว ประเทศไทยเราจะไปได้ดีกว่านี้

กองทัพจะอยู่ได้หรือไม่ได้อยู่ที่การยอมรับของประชาชนที่เป็นเจ้าของ อำนาจอธิปไตยที่แท้จริงเท่านั้น แม้ว่ากองทัพจะมีอาวุธยุทโธปกรณ์อยู่ในมือที่พร้อมจะรัฐประหารก็ตาม แต่หากประชาชนไม่เอาด้วยกองทัพก็ยากที่จะดำรงอยู่ได้ ดังจะเห็นได้จากประวัติศาสตร์โลกที่รัฐบาลทหารในหลายประเทศถูกโค่นล้มลง ล่าสุดก็จากการขยายตัวของปรากฏการณ์ปฏิวัติดอกมะลิและตัวอย่างการลบล้าง อำนาจของทหารโดยประธานาธิบดีพลเรือนของอียิปต์หรือล่าสุดการนำตัวทหารที่ พยายามทำการรัฐประหารไปขึ้นศาลในตุรกีนั่นเอง

---------------
หมายเหตุ เผยแพร่ครั้งแรกในกรุงเทพธุรกิจฉบับประจำวันพุธที่ 3 ตุลาคม 2555

ศพ‘เสธ.แดง’ยังไร้หลักฐานใครยิงปลิดชีพ

ที่มา redudd

 โลกวันนี้ 3 ตุลาคม 2555 >>>



         
        

ตำรวจส่งสำนวนชันสูตรพลิกศพผู้เสีย ชีวิตช่วงสลายการชุมนุมปี 2553 ให้อัยการยื่นศาลเปิดไต่สวนหาสาเหตุการตาย คนทำให้ตายเพิ่มอีก 2 ราย และยังมีอีก 8 รายที่อยู่ระหว่างการทำสำนวน ส่วนการตายของ “เสธ.แดง” ยังสรุปสำนวนไม่ได้ ต้องหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมต่อไป เพราะไม่มีสิ่งบ่งชี้ว่าชัดเจนว่าเกิดจากฝีมือเจ้าหน้าที่รัฐ

                                                                        ++++++++++++

ที่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รอง ผบช.น. ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิตจากการสลายการ ชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงเมื่อปี 2553 เปิดเผยว่า ได้สรุปสำนวนคดีการเสียชีวิตของนายสยาม วัฒนนุกูล และนายจรูญ ฉายแม้น ที่เสียชีวิตหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา ให้อัยการคดีพิเศษอาญาใต้พิจารณาส่งให้ศาลไต่สวนสาเหตุการตายแล้ว

“ตอน นี้ยังเหลือเพียงคดีของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ที่ต้องหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม เนื่องจากไม่ชัดเจนว่าการเสียชีวิตของ เสธ.แดงเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่หรือไม่”

อย่างไรก็ตาม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ส่งสำนวนคดีชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิตจากการสลายการชุมนุมมาเพิ่มอีก 4 รายคือ นายปิยะพงษ์ กิตติวงศ์ นายประจวบ ศิลาพันธุ์ นายสมศักดิ์ ศิลารักษ์ และนายนรินทร์ ศรีชมภู ซึ่งก่อนหน้านี้ส่งมา 2 รายคือ นายพรสวรรค์ นาคะไชย และนายมานะ แสนประเสริฐศรี ซึ่งทั้งหมดเสียชีวิตในสวนลุมพินี ขณะมีการกระชับพื้นที่ในวันที่ 14 พ.ค. 2553

นอกจากนี้ยังมีสำนวนของ นายถวิล คำมูล ถูกยิงที่จุดจอดรถแท็กซี่ ป้ายรถประจำทางหน้าตึก สก. โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และชายไทยไม่ทราบชื่อ ที่ถูกยิงเสียชีวิตบริเวณใกล้เคียงกันในวันที่ 19 พ.ค. 2553

Tuesday, October 2, 2012

ครม.ไฟเขียวแต่งตั้งโยกย้ายผู้ว่าฯตามที่มท.เสนอ

ที่มา Voice TV

ครม.ไฟเขียวแต่งตั้งโยกย้ายผู้ว่าฯตามที่มท.เสนอ


ที่ประชุมครม.มีมติเห็นชอบที่มท.เสนอบัญชีรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการพลเรือนกระทรวงมหาดไทย จำนวน 24 ตำแหน่ง  
 
 
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)วันนี้  มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงมหาดไทย เสนอบัญชีรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการพลเรือนกระทรวงมหาดไทย ในตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง ทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ตรวจราชกระทรวง จำนวน 24 ตำแหน่ง
 
ซึ่งนายชูชาติ หาญสวัสดิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะนำรายชื่อเดิมที่ได้รับการพิจาณาตั้งแต่ขณะที่นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ยังอยู่ในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เสนอต่อ ครม. ซึ่งประกอบด้วย
 
          1.นายประชา เตรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย
          2.นายจรินทร์ จักกะพาก ผู้ว่าฯสกลนคร ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย
          3.นายบุญส่ง เตชะมณีสถิตย์ รองอธิบดีกรมการปกครอง ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯสกลนคร
          4.นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าฯกาฬสินธุ์ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯขอนแก่น
          5.นายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าฯระยอง ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯอุดรธานี
          6.นายวิชิต ชาตไพสิฐ ผู้ว่าฯจันทบุรี ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯระยอง
          7.นายสุรชัย ขันอาสา ผู้ว่าฯลำพูน ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯจันทบุรี
          8.นายพรศักดิ์ เจียรณัย ผู้ว่าฯบึงกาฬ เป็นผู้ว่าฯชัยภูมิ
          9.นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ว่าฯระนอง ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯชุมพร
          10.นายธานินทร์ สุภาแสน ว่าฯเชียงราย ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าฯเชียงใหม่
          11.นายพงษ์ศักดิ์ วังเสมอ ผู้ว่าฯน่าน ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯเชียงราย
          12.นายวันชาติ วงษ์ชัยชนะ ผู้ว่าฯร้อยเอ็ด ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯนครปฐม
          13.นายสมศักดิ์ ขำทวีพรหม ผู้ตรวจราชการกระทรวง ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯร้อยเอ็ด
          14.นายวินัย บัวประดิษฐ ผู้ว่าฯเพชรบุรี ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯนครราชสีมา
          15.นายปรีชา เรืองจันทร์ ผู้ว่าฯนครสวรรค์ สลับไปเป็นผู้ว่าฯพิษณุโลก
          16.นายชัยโรจน์ มีแดง ผู้ว่าฯพิษณุโลก ไปเป็นผู้ว่าฯนครสวรรค์แทน
          17.นายศิริพงษ์ ห่านตระกูล ผู้ตรวจราชการกระทรวง ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯปทุมธานี
          18.นายประมุข ลมุล ผู้ตรวจราชการกระทรวง ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯปัตตานี
          19.นายจักริน เปลี่ยนวงษ์ ผู้ว่าฯสุโขทัย ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าฯพิจิตร
          20.นายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าฯพะเยา ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯภูเก็ต
          21.นายพิเชษฐ ไพบูลย์ศิริ ผู้ว่าฯสิงห์บุรี ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ ลพบุรี
          22.นายคณิต เอี่ยมระหงษ์ ผู้ว่าฯบุรีรัมย์ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯสมุทรปราการ
          23.นายวันชัย สุทธิวรชัย ผู้ตรวจราชกากระทรวง เป็นผู้ว่าฯอุบลราชธานี
          24.นายกำธร ถาวรสถิตย์ ผู้ว่าฯอำนาจเจริญ ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง
2 ตุลาคม 2555 เวลา 14:11 น.

"สุกำพล"บอกกลาโหมเร่งถอดยศมาร์ค เรียกเบี้ยหวัดคืนตามกฤษฎีกาตีความหนีทหาร

ที่มา เพื่อไทย

 

 
          แหล่งข่าวจากกระทรวงกลาโหมซึ่งที่เป็นหนึ่งในคณะกรรมการตรวจสอบตรวจสอบข้อเท็จจริง เปิดเผยความคืบหน้ากรณีที่กระทรวงกลาโหมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีผู้ตรวจราชการแผ่นดินทวงถามถึงการตรวจสอบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้นำฝ่ายค้าน ว่าไม่ได้เป็นเกณฑ์ทหาร และใช้เอกสารเท็จสมัครเข้ารับราชการเป็นอาจารย์ในโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ว่าหลังจากพล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ได้สั่งการให้กรมพระธรรมนูญ ส่งเรื่องดังกล่าวให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ เพื่อดำเนินคดีทางกฤษฏีกาได้ส่งผลกับมาให้ทางกระทรวงกลาโหม
         โดยระบุว่าเรื่องนี้เป็นอำนาจของรมว.กลาโหม ในการดำเนินการ ทางรมว. กลาโหมจึงได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นดำเนินการตรวจสอบรายละเอียด โดยมอบหมายให้เจ้ากรมพระธรรมนูญไปดำเนินการเรื่องนี้
         “ทางกระทรวงกลาโหมยืนยัน ว่าไม่ได้กลั่นแกล้งนายอภิสิทธิ์ และจะต้องใช้ระยะเวลาในการพิจารณาอีกนาน เพราะจะต้องพิจารณาเรื่องของกฎหมายให้ชัดเจน หากไม่ชัดเจนเกรงว่าจะเกิดปัญหากลับมาอีก พร้อมทั้งยืนยันว่าไม่ได้ตามใบสั่งของพรรคเพื่อไทย แต่ทำตามหน้าที่หลังจากสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน แจ้งมาให้ทางกลาโหมดำเนินการหลังมีคนไปร้องเรียนเอาผิดนายอภิสิทธิ์แหล่งข่าวจากกระทรวงกลาโหม กล่าว
          พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหมให้สัมภาษณ์ว่า ยังไม่เห็นเรื่องดังกล่าว แต่จะเดินหน้าเรื่องนี้ให้สุดทาง เพราะไม่ทำไม่ได้ แต่วิธีการขอดูอีกครั้งหนึ่งว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป สำหรับคณะกรรมการที่ตรวจสอบนั้น ต้องดูอีกทีว่ามีรายละเอียดเพิ่มเติมอย่างไร ตนไม่อยากรีบตอบอะไรในตอนนี้ เพราะการดำเนินการในขั้นตอนต่างๆ ต้องมีการพิจารณาเพิ่มอีก

ข่าวเที่ยงDNN 'เรืองไกร' ยื่น ดีเอสไอสอบ สนช ออก ก ม

ที่มา DNNTHAILAND



กวีประชาไท: ชนชั้นชาวนา

ที่มา ประชาไท




ชีวิตของ ชาวนา ค่ามันน้อย
ทุกวันคอย พึ่งพา แต่ฟ้าฝน
ไม่เคยมี เล่ห์เหลี่ยม ด้วยเจียมตน
สู้อดทน แทบสิ้นหวัง กลางท้องนา

ชีวิตนี้ มีแต่ แค่หนี้สิน
เป็นชาวดิน หมดสิทธิ์ คิดก้าวหน้า
นามสกุล ไม่ใช่ ณ อยุธยา
เป็นเพียงกา ยากไร้ ใช่หงส์ทอง

...หลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน กินไม่อิ่ม
ฝืนใจยิ้ม แต่แววตา พาเศร้าหมอง
หากบเขียด หาหนู ตามคูคลอง
พอยาท้อง ยาไส้ ไปวันวัน

ทำหน้าที่ ปลูกข้าว ให้เขากิน
ไม่เคยยิน เสียงบ่น คนขยัน
ขายข้าวได้ กำไรที ไม่กี่พัน
ได้ประกัน ราคาข้าว คงเข้าที

โอ้...ชาวนา คนไหน ใครจะรู้
ว่ามีผู้ เหยียดหยาม ตามกดขี่
พวก"อำมาตย์" ขัดขวาง ทุกวิธี
พวก"คนดี" เห็นใจ แต่"นายทุน"

"ชาวนา"กับ"กรรมกร" "ฆ้อน"กับ"เคียว"
ผู้โดดเดี่ยว สิ้นไร้ ใครเกื้อหนุน
จงหาญกล้า ท้าทาย พวกนายทุน
ที่อิ่มอุ่น อิ่มหมี นี่เพราะใคร!

ชาญวิทย์ เกษตรศิริ: FUKUOKA PRIZE AWARD 13 SEPT 2012

ที่มา ประชาไท

 
 ชาญวิทย์ เกษตรศิริ


 
 
 
 
FUKUOKA PRIZE AWARD 13 SEPT 2012

once upon a time in Japan งานมอบรางวัล Fukuoka 13 กันยา ที่มีคนเข้าร่วมในหอประชุมใหญ่ หนึ่งพันคน ผ่านไปอย่างดี
 
เรามาดูกันว่า งานแบบญี่ปุ่นๆๆ ที่เจ้านายระดับสูงมาเป็นประธาน ทำกันอย่างไร
ต้องบอกว่า "แปลก" คือ งามสง่า เป็นระบบ (ต้องซ้อม) และเป็น "ประชาธิปไตย" (?) กระจาย "ความเท่าเทียม" ให้กับคนที่ "ไม่ (น่า) จะเท่าเทียมกัน" นัก อย่างน่าพิศวง
 
องค์ประธาน คือ เจ้าชาย Akishino ผู้มีสิทธิสืบบัลลังค์อันดับสอง ของประเทศที่มีสถาบันกษัตริย์/จักรพรรดิมั่นคงสุดๆ (ไม่มี กม หมิ่นฯ ?!) 
เจริญสุดๆ และอารยะสุดๆ กับชายา นั่งเป็นประธานจริงๆ ด้านขวาของเวที ได้รับเชิญให้ทรงกล่าวสั้นๆ
 
ที่นั่งตรงกลางเวทีเด่นเป็นสง่า กลับกลายเป็นที่นั่งของผู้รับราง วัลทั้ง 4 จากอินเดีย (นามศิวะ บอกว่ารู้จัก อ สุลักษณ์ อย่างดี เธอเป็นนักคิดนักเขียน สิ่งแวดล้อม) ไทย (ผมเอง) ฟิลิปปินส์ (คิตลัต นักสร้างหนัง น่าเชิญมาให้ SeasTU ฉายหนังเขา) อินโดฯ (นาฎศิลป์)
 
ที่นั่งด้านซ้าย เป็นของกลุ่ม กก ที่มีผู้ว่าฯ  Mayor (หนุ่มวัย 37) เป็นประธาน เขาบอกว่า เขาเป็น new generation นุ่งกางเกงขาลีบ รองเท้าหนังปลายงอน พูดเก่งแบบ "เซเล็บ" กับคนอย่างประธานมูลนิธิฯ (ผู้เฒ่า ที่ให้เงินกับงานนี้หลายๆ ล้าน) กับอธิการ ม คิวชู กับตัวแทนการค้า กับนักวิชาการ คละชายหญิง ส่วนใหญ่ สว (สูงวัย)
 
ผู้มอบและประกาศเกียรติคุณรางวัล กับเหรียญคล้องคอ คือ สองท่านนี้ ไม่ยักกะใช่เจ้า Akishino รับเสร็จ แขกเกียรติยศทั้ง 4 ก็กะเถิบมานั่งด้านหน้ากลางเวที ให้สัมภาษณ์ ตอบคำถาม  2 ข้อ ว่าประทับใจอะไร และจะทำอะไร (กับชีวิต ที่ยังเหลืออยู่น้อยนิด)
 
แน่นอน 
ผมตอบว่าขอบ ราเมน อร่อยมาก เมืองนี้ ทั้งราเมน/ramen และโซบะ/soba เอามาจากจีนสมัยหยวน มา "กำเนิด" ที่นี่ 700 ปีที่แล้ว แถมมีอนุสาวรีย์ราเมน และโซบะด้วย (เข้าท่าดี)
 
และผมตบท้ายอีกว่า ในฐานะ สว ผมมีอภิสิทธิ์ จะทำงานบ้าง ไม่ทำบ้าง และก็จะเดินทาง ท่องเที่ยว ไปในอุษาคเนย์ และเอเชีย เพื่อใช้เวลาที่เหลือ getting to know our ASEAN neighbors และ Make Love not Warครับ (especially with Cambodia and Laos)
 
เชื่อไหม ตอนเราให้สัมภาษณ์นั้น เจ้า Akishino และชายา ลงจากเวที ไปประทับนั่งเก้าอี้แถว (แบบหอประชุมศรีบูรพา) ตรงกลาง เหมือนๆ และเท่าๆ กับ กก และ ผู้เข้าร่วมงานทั้งหมด
 
ต้องบอกว่า อือ "รู้เล่น กับลูกชาวบ้าน" ให้ความรู้สึก spectre of comparison แปลกๆ และดีๆ อย่างบอกไม่ถูก ครับ
 
 
cK@FukuokaHakataJapan
 
 
PS:
ก. ตอนท้ายรายการ มีเด็ก นร เล็กๆ ขึ้นมามอบพวงดอกไม้ให้กับคนรับรางวัล และผู้ติดตาม (เบอร์สอง) ของทุกทีม
 
ข. ก่อนพิธี เจ้า Akishino ตรัสถาม เบอร์หนึ่งว่า รู้จัก อจ อิชิอิ โยเนะโอะ Ishii Yoneo (ผู้ล่วงลับไปแล้ว) ใช่ไหม  
เบอร์หนึ่งซึม และมึนไปเลย 
 
ท่านถามต่อว่า แล้วคิดอย่างไรกับ ปวศ สุโขทัย กับ อยุธยา ต้องบอกว่า เบอร์หนึ่ง ก็ซึมไปอีก (เล็กๆ) ครับ ไม่รู้ว่า ทรงแอบไปพลิก The Rise of Ayudhya หรือเปล่า เนี่ย
 
ค. คลิ๊กดู รายละเอียดรางวัลได้ที่ 
 
 
Our photos with Prince and Prencess Akishino of Japan.
รูปถ่าย เรียบง่าย งามสง่า นั่งเก้าอี้ทั้งหมด
ผู้รับรางวัลฟูกูโอกะ และผู้ติดตาม (4+4 Thailand, India, Philippines, Indonesia)
กับ เจ้าชายอกิชิโน และ ชายา
(Akishino ทรงเป็นหมายเลขสอง สืบราชสมบัติจักรพรรดิญีปุ่น
น่าแปลก ที่ญี่ปุ่น ไม่มี กม หมิ่น 112
 

'ใบตองแห้ง' ออนไลน์: พรรคพวกเพื่อนศาล Fast Track (2)

ที่มา ประชาไท



“หลักสูตรก็สำคัญ  คอนเนคชั่นก็สำคัญ มีเพื่อนดีๆ ที่สกรีนมาให้เราแล้ว ถึงมีเงินก็ใช่จะหากันได้ เพื่อนที่จบในรุ่นจะรักกันสนิทกันมาก แถมยังสนิทข้ามรุ่นอีกต่างหาก” หรีด-รพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ พีอาร์ประจำรุ่น วตท.9 วิเคราะห์ให้ฟังเป็นฉากๆ
ระหว่างความรู้กับคอนเนคชั่น ถ้าจะให้ว่ากันตามจริงในเมืองไทย เธอฟันธงเลยว่า  Know How ไม่สำคัญเท่า Know Who ถ้ารู้จักคน เข้าให้ถูกทาง จะทำงานอะไรก็ลื่น
“คุณหรีด” ยังประกาศชัดๆ ว่า งานหนึ่งของเธอคือล็อบบี้ยิสต์ ซึ่งทำมานานแล้ว แต่หลักๆ ตอนนี้จะเป็นล็อบบี้ยิสต์ประสานงานให้ธุรกิจปิโตรเคมีข้ามชาติแห่งหนึ่งที่ เคยมีแผนมาลงทุนในเมืองไทย
“ถึงไม่เป็นล็อบบี้ยิสต์ ยังไงเราก็ต้องรักษาคอนเนคชั่น หรีดทำรายการทีวีถ้าไม่รู้จักคน จะขายสปอร์เซอร์ได้ยังไง หรีดนั่งเป็นกรรมการที่บริษัทสามารถฯ ก็ต้องช่วยติดต่องาน ไม่ว่าอาชีพไหนก็ต้องมีคอนเนคชั่น”
คุณหรีดเล่าว่า ปีนี้เธอยอมตัดกิจกรรมหลายอย่างทิ้ง เพราะต้องเรียนควบ 2 หลักสูตร ทั้งวตท. และวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) ซึ่งบังเอิญได้เรียนทีเดียวพร้อมกัน จะสละสิทธิ์ก็เสียดาย โดยเฉพาะวปอ.ที่อยากเรียนมาก เฝ้ารอมานานถึง 3 ปี
.......................................
เมื่อคนที่ประสบความสำเร็จสูง ในชีวิตระดับผู้นำมาเรียนหนังสือร่วมกันเกือบร้อยชีวิต จะให้ชั้นเรียนของนักศึกษาวตท. “ธรรมดาๆ”ได้อย่างไร
ด้วยเพียบพร้อมทั้งสถานที่ เรียน และผู้บรรยายตั้งแต่ระดับเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ไปจนถึงบิ๊กๆ ในหน่วยงานราชการ ขณะที่งานเลี้ยงสังสรรค์ที่แบ่งกลุ่มกันเป็นเจ้าภาพในแต่ละสัปดาห์ ต่างงัดพลังศักยภาพออกมาสร้างความประทับใจกันเต็มที่
แค่ครั้งแรก กลุ่ม ”คุณหรีด” ก็สร้างความฮือฮาลงทุนยกบริการสปามาไว้บริการเพื่อนๆ พร้อมหมอนวด และเตียงให้บริการยกหน้าเด้ง
แต่ที่ลือลั่นสะท้านวงการกว่า ใครคือกลุ่มของกนกศักดิ์ ปิ่นแสง ที่ลงทุนยกห้องอาหารลอดจิมป์สุดหรูจากโอเรียนเต็ลมาให้บริการ ลือกันว่ามื้อนั้นไม่ต่ำกว่าหลักล้าน
“ที่นี่มีเอกชนมาเรียนเยอะ ข้าราชการน้อย คนที่มีฐานะก็ใจกว้างอยากจะบริการเพื่อนๆ“ อดิศักดิ์ ทิมมาศย์ ประธานแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว ศาลฎีกา เล่า
อดิศักดิ์ เป็นหนึ่งในนักศึกษากลุ่มผู้พิพากษา อัยการ หลายคนที่เข้ามาเรียนร่วมหลักสูตรเพิ่มพูนความรู้ตลาดทุนที่นี่ กลุ่มผู้พิพากษาที่จบไปรุ่นก่อนๆ กลับไปพูดถึงหลักสูตรกันอื้ออึง บอกว่าเรียนแล้วเหมือนได้มาคลายเครียด
“ปกติงานของผู้พิพากษาก็หนัก และเครียดอยู่แล้ว หาความบันเทิงยาก เพราะต้องวางตัวอยู่ในกรอบไม่ให้ออกนอกลู่นอกทาง ทุกคนพอถึงวัยนี้ ก็อยากจะมีความบันเทิงส่วนตัวบ้าง ถ้าเรียนวิชาการอย่างเดียวคงไม่มีใครอยากมา"
0 0 0
นี่ก๊อปมาจากบางส่วนของรายงานพิเศษในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจวันที่ 24 พฤศจิกายน 2552 เรื่อง “Leader Society ... ห้องเรียนนี้มีแต่เฟิร์สคลาส” โดยดุลยปวีณ กรณฑ์แสง ซึ่งกล่าวถึงหลักสูตรผู้บริหารระดับสูง สถาบันวิทยาการตลาดทุน หรือ “วตท.” โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รุ่นที่ 9 ซึ่งมีพินิจ จารุสมบัติ เป็นประธานรุ่น มีนักการเมืองเช่น ไตรรงค์ สุวรรณคีรี, วิษณุ เครืองาม, อนุทิน ชาญวีรกูล, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ,พรเทพ เตชะไพบูลย์ มีวัชรกิติ วัชโรทัย จากสำนักพระราชวัง ขณะที่ฝั่งธุรกิจมีสุรางค์ เปรมปรีด์, ปณต สิริวัฒนภักดี (ซึ่งบอกว่าพี่ชาย ฐาปน สิริวัฒนภักดี มาเรียนตั้งแต่รุ่น 5 พี่เขย อัศวิน เตชะเจริญวิกุล ผู้บริหารเบอร์ลียุคเกอร์ มาเรียนรุ่น 6)
คมชัดลึกยังมีรายงานเรื่อง “ควันหลง วตท.10 สปิริตเกิน 100” บรรยายงานรับน้อง วตท.10 ที่มีบุคคลระดับ “เฟิร์สคลาส” 350 คน ไปรวมกันที่รอยัลคลิฟบีช พัทยา เมื่อปี 2553 ว่า ละครเฮฮาที่จัดโดย “คุณหรีด” มีผู้แสดงตั้งแต่อดิศักดิ์ ทิมมาศย์ ที่ออกมาร้องเพลง “มนต์รัก วตท.” ท่านผู้หญิงวิระยา ชวกุล, ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล, ภริยาเอกอัครราชทูตอเมริกา, อนุทิน ชาญวีรกูล, พล.ต.อ. ดร.ชิดชัย วรรณสถิต, องอาจ คล้ามไพบูลย์ ขณะที่ “น้องรุ่น 10” ออกมารำเคียวเกี่ยวข้าว ได้แก่ "หมอเลี้ยบ" น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี, คีรี กาญจนพาสน์, สุกัญญา ประจวบเหมาะ, ปิยะนุช มาลากุล ณ อยุธยา, ชัชวาล เจียรวนนท์, สงกรานต์ อิสสระ, ตัน ภาสกรนที
คนอื่นๆ ที่ชื่นมื่นสังสรรค์กันอยู่ในงานก็เช่น วราเทพ เทพกาญจนา, คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, สนั่น และณัฐิกา อังอุบลกุล เป็นต้น
ฟังดูก็ตลกดี ในขณะที่คนข้างล่างแบ่งสีแบ่งฝ่าย ม็อบชนม็อบจะฆ่ากันตาย บุคคลระดับนำกลับสร้างคอนเนคชั่นโดยไม่ต้องเลือกข้าง
ศาลยุติธรรมส่งผู้พิพากษาระดับสูงมาเรียน วตท.รุ่นละคน อดิศักดิ์ ทิมมาศย์ เป็นตุลาการชั้น 8 และเป็น 1 ใน 9 ผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่วินิจฉัยให้ยึดทรัพย์ทักษิณฐาน “ได้ประโยชน์โดยไม่สมควร” (เข้าใจว่าท่านเรียนจบวิทยาลัยตลาดทุนแล้วกลับไปยึดทรัพย์พอดี)
ผมชอบที่คุณหรีดเธอพูด ชัดเจนตรงไปตรงมาดี ในสังคมไทย Know How ไม่เท่า Know Who ที่มาเรียนนี่ก็เพื่อจะรู้จักคน
ถามว่าพวกที่มาเรียนหลักสูตรแบบนี้โง่หรือครับ แต่ละคนฉลาดทั้งนั้น ไม่งั้นไม่ประสบความสำเร็จหรอก ไม่ต้องเรียนเขาก็ทำมาหากินร่ำรวยอยู่แล้ว กะอีแค่มาฟังวิทยากรบรรยาย จะมีอะไรนักหนา สิ่งสำคัญมันอยู่ที่การสรวลเสเฮฮา ทำกิจกรรม แบ่งกลุ่มทำรายงานด้วยกัน แล้วก็เดินทางไปทัศนศึกษา ทั้งในและต่างประเทศด้วยกันต่างหาก
แล้วเวลาเดินทางไปทั้งเมืองไทยเมืองนอกเนี่ย ก็เป็นโอกาสที่พ่อค้านักธุรกิจ จะช่วยเหลือเพื่อนร่วมรุ่นที่เป็นข้าราชการ ในด้านที่ตัวเองถนัด ตั้งแต่แนะนำโน่นนี่ พาไปช็อปไปกินนอกรอบ (หรือพาไปดูแดงเดือด-ฮา)
เอ้า สมมติคนมาจากทรู จากเอไอเอส เวลาไปต่างประเทศ พี่จะทำโรมมิงไหม เดี๋ยวผมจัดการให้ โอ๊ยไม่ต้องพี่ ค่าใช้จ่ายเล็กน้อย บริษัทผมเอง ฯลฯ
แล้วต่อไป เวลาไปมาหาสู่มีความสัมพันธ์กัน หน่วยงานของพี่ยังขาดงบประมาณอะไรบ้างไหมครับ บริษัทผมมีงบ CSR ช่วยเหลือกันได้
คำถามคือ เวลาไปอบรม บ.ย.ส. บ.ย.ป.บรรดาเศรษฐีล็อบบี้ยิสต์เหล่านี้จัดเลี้ยงมื้อเป็นล้านหรือบริการสปา หรูกันไหม (กนกศักดิ์ ปิ่นแสง ก็ไปอบรม บ.ย.ส.) ผมเชื่อว่าศาลท่านคงไม่ยอมให้ประเจิดประเจ้อขนาดนั้น แต่เวลาไปทัศนศึกษา ไปทัวร์เมืองนอก หรือจัดกิจกรรมนอกสถานที่ล่ะ เวลานัดตีกอล์ฟ เวลานัดทำรายงานในภัตตาคาร ฯลฯ ใครจะตามไปตรวจสอบได้
ที่พูดเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่าผู้พิพากษาตัวดี จ้องจะกินฟรีเที่ยวฟรี คบค้ามหาเศรษฐี ผมเชื่อว่าผู้พิพากษาตุลาการส่วนใหญ่ที่เข้าอบรมไม่ได้มีเจตนาเช่นนั้น แต่เจตนาของนักธุรกิจ นักการเมือง หรือทนายความ เห็นชัดเจน แล้วระบบอุปถัมภ์พวกพ้องเส้นสายในสังคมไทย มันก็มาพร้อมกับน้ำใจ มารยาทสังคม ที่ปฏิเสธยากหากมีช่องให้คบหากันแล้ว
ตลกร้ายคือผู้ที่เปิดช่องให้พ่อค้านักธุรกิจมีโอกาสมาตีสนิทชิดเชื้อ “เข้าถึงตุลาการ” กลับเป็นสำนักงานศาลยุติธรรม และสำนักงานศาลปกครองเสียเอง
น่าสังเกตด้วยว่า นอกจากมีโอกาสตีซี้ผู้พิพากษาตุลาการแล้ว พ่อค้านักธุรกิจยังมีโอกาสใกล้ชิดข้าราชการในพระองค์ รวมทั้งสื่อมวลชน ซึ่งได้รับเชิญเข้าอบรม บ.ย.ส. บ.ย.ป.รุ่นละ 2-3 คน (เข้าใจว่าได้ตั๋วฟรีหรือตีตั๋วเด็ก)

ใครจัดคิว
หลักสูตร บ.ย.ป.รุ่นที่ 4 ระบุค่าสมัครไว้ 120,000 บาทต่อหัว รวมค่าเดินทางไปทัศนศึกษาต่างประเทศ
แต่หลักสูตร บ.ย.ส.ไม่กำหนดค่าสมัครไว้ ไม่ทราบว่าเก็บตังค์ หรือเรียนฟรี แบบศาลยุติธรรมออกให้หมดแถมค่าสมุดดินสอ
ซึ่งก็เป็นไปได้ที่จะเรียนฟรี เพราะเท่าที่ทราบ สำนักงานศาลยุติธรรมจ่ายให้ผู้บรรยายตามระบบราชการ ชั่วโมงละ 600 บาทเท่านั้น (ถ้าเก็บตังค์เป็นแสน แบบหลักสูตรปริญญาโท เขาคงจ่ายแพงกว่านี้)
คำถามคือแล้วเวลาเดินทางไปดูงานต่างประเทศล่ะ ใครจ่าย อย่าบอกนะว่าสำนักงานศาลยุติธรรมจ่าย ควักงบประมาณพานักธุรกิจนักการเมืองล็อบบี้ยิสต์ไปเที่ยวเมืองนอกกับผู้ พิพากษา
หรือว่าให้ลงขันกันเอง อันนี้ยิ่งแล้วใหญ่ เพราะมันไม่ใช่แค่ค่าโรมมิ่ง หรือพาไปกินไปช็อปปิ้ง แต่จะบานปลายกว่านั้น
ขอฝากเป็นข้อกังขา เพราะสำนักงานศาลยุติธรรมไม่เปิดเผยว่าคิดค่าสมัครเท่าไหร่ ใช้งบประมาณเท่าไหร่ อันที่จริงหลักสูตรโด่งดังซะขนาดนี้ อย่าว่าแต่เงินแสนเลย 2-3 แสนหรือมากกว่านั้น นักธุรกิจก็พร้อมจ่าย จะเปิดประมูลก็ยังได้ สมมติเช่น บ.ย.ส.รุ่นนี้เรามีประธานศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายเข้าอบรมด้วยนะ พวกล้มบนฟูกใครอยากศึกษาหาความรู้ใส่ตัวบ้าง ขอเชิญประมูลออนไลน์ รีบด้วย ที่นั่งมีจำกัด
พูดเป็นเล่น แต่ไม่ใช่ว่าไม่มีมูล เพราะเมื่อหลักสูตรยอดฮิตอย่างนี้ มีคนเข้าคิวรอสมัครตั้งแต่ศาลฎีกา สนามหลวง ไปถึงศาลอาญา รัชดา ก็ต้องเกิดคำถามว่า แล้วสำนักงานศาลยุติธรรม หรือสำนักงานศาลปกครอง ท่านมีหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกคนอย่างไร ทำไมคนนั้นได้เข้าอบรม ทำไมคนนี้ไม่ได้เข้าอบรม ทำไมตัวแทนบริษัทนี้ได้บ่อยจัง ทำไมตัวแทนบริษัทนั้นเข้าไม่ได้เลย
ศาลท่านอาจมีกุศลจิต แต่ผู้สมัครเข้าอบรมไม่ได้มีกุศลจิตเสมอไปนะครับ พวกปากหอยปากปูก็เยอะ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจที่เขาแข่งขันช่วงชิงผลประโยชน์มหาศาลกันอยู่ เขาสู้กันทุกปริมณฑล ท่านเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในวังวนของเขา ก็เลี่ยงไม่ได้
แม้กระทั่งการแบ่งกลุ่มย่อยตอนเข้าอบรม ยังมีเสียงซุบซิบเลยว่าทำไมตัวแทนบริษัทนั้นได้เข้ากลุ่มกับตุลาการคนนี้ มีเลือกปฏิบัติหรือเปล่า ฯลฯ
ศาลยุติธรรมยังไม่เท่าไหร่ แม้จะว่าคดีแพ่ง คดีล้มละลาย คดีทรัพย์สินทางปัญญา คดีผู้บริโภค ก็อาจเกี่ยวข้องกลุ่มธุรกิจเพียงบางครั้ง แต่ศาลปกครองสิครับ เกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องสัมปทานรัฐ อย่างเช่นการประมูล 3G สัญญาระหว่างบริษัทมือถือกับ ทศท. กสท. ฯลฯ หรือเรื่องโรงงาน นิคมอุตสาหกรรม ที่พ่นมลภาวะใส่ชาวบ้าน
ฉะนั้นอย่าแปลกใจที่กลุ่มธุรกิจและสำนักงานกฎหมายแห่ไปอบรม บ.ย.ป.เพียบ บางกลุ่มก็ชนกันเอง เช่น ทรู กับบริษัท เบเคอร์ แอนด์ แม็คเคนซี่ จำกัด ซึ่งเป็นผู้รับมอบอำนาจจากทรูทำคดีมือถือทั้งหมด ตัวแทนบริษัทนี้เข้าอบรมทั้งรุ่น 2 รุ่น 3 โดยมีปริศนาคำทายว่าลูกสาวบิ๊กตุลาการคนไหนเอ่ย ทำงานอยู่บริษัทนี้ด้วย
ที่จริงก็เป็นเสรีภาพในการประกอบอาชีพสุจริต เชื่อว่าไม่มีนอกไม่มีนัยอะไร แต่พอมันมีจุดไขว้กันก็อดอึดอัดใจแทนไม่ได้
ปัญหาการคัดเลือกคนเข้าอบรม สถาบันพระปกเกล้าเคยโดนวิพากษ์วิจารณ์มาแล้ว ในการคัดคนเข้าอบรมหลักสูตรประกาศนียบัตร​ผู้นำยุค​ใหม่​ในระบอบประชาธิป​ไต ย รุ่นที่ 1 ​ซึ่งมี 120 รายชื่อ แต่ผลออกมา ตามโปรยข่าวไทยโพสต์ เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2554 “วุฒิสารแจงไม่มีเลือกปฏิบัติ แต่พบกว่า 70% ข้องเกี่ยว "กลุ่มทุน-นักการเมือง" ผงะ! เครือข่าย สนช.ติดโผพรึ่บ”
มันน่าเศร้าเพราะหลักสูตรนี้สถาบันพระปกเกล้าออกค่าใช้จ่ายให้หมด “เรียนฟรี” แต่ดูชื่อคนที่มาเรียนมีแต่ตระกูลดังๆ ลูกหลานนักการเมือง นักธุรกิจ เช่น ธนา เธียรอัจฉริยะ อดีตผู้บริหารดีแทค, วิชญะ เครืองาม (ลูกวิษณุ หลานบวรศักดิ์ ทำงานเป็นนักล็อบบี้ให้ทรู) ชลาทิพย์ พุกผาสุข ลูกสาว พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข นารถสินี ยุติธรรมดำรง ลูกสาวพชร ยุติธรรมดำรง ลูกสาวอดีตอัยการสูงสุด พีรพล สุวรรณฉวี ลูกชายไพโรจน์ สุวรรณฉวี เป็นต้น
หลักสูตรนักบริหารระดับสูงของ ก.พ.ก็ฟรีนะครับ ไปเมืองนอกฟรีด้วย แต่นั่นเขาจำกัดเฉพาะข้าราชการ ไม่มีภาคเอกชน
พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธี สถาบันพระปกเกล้า ผู้เคยร่างหลักสูตรให้ วปอ.ยอมรับว่าระยะหลังมี “นักล่าหลักสูตร” เข้ามาเยอะมาก ราว 1 ใน 4 ของผู้เรียน หลักสูตร ปนป.ของสถาบันพระปกเกล้า ยอมรับว่ามีลูกคนใหญ่คนโตมาเรียน แล้วพอรุ่น 1 ประสบความสำเร็จ รุ่น 2 ก็มากันเต็ม แต่ท่านมองว่าหลักสูตรที่เสี่ยงมากกับผลประโยชน์ทับซ้อนคือ หลักสูตรของ กกต.หลักสูตรของศาลยุติธรรม และหลักสูตรของศาลปกครอง ซึ่งถ้าสร้างคอนเนคชั่นเชื่อมไปยังผู้พิพากษาได้ ก็เสี่ยงมาก
แต่ไหนๆ ก็เปิดหลักสูตรฮิตมาถึงขนาดนี้แล้ว ศาลยุติธรรมกับศาลปกครองคงไม่ยุบหลักสูตรง่ายๆ กระมังครับ ท่านคงถือว่าท่านมีเจตนาบริสุทธิ์ ถึงร่วมทำกิจกรรมก็เป็นเรื่องการกุศล อย่างเช่นเมื่อต้นเดือนกันยายน ประธานศาลปกครองท่านก็เพิ่งไปปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติกับ บ.ย.ป.รุ่น 2 ที่มีนพดล พลเสน ประธานที่ปรึกษากองทุนอนุรักษ์มรดกโลกห้วยขาแข้ง (อดีต ส.ส.พรรคชาติไทยผู้ถูกตัดสิทธิ วันก่อนยังเห็นไปร่วมงานศพลูกชายชาดา ไทยเศรษฐ์) เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในพื้นที่
ผมก็ไม่ได้เรียกร้องให้ยุบ แต่อย่างน้อยทั้งสองศาลก็น่าจะประกาศหลักเกณฑ์ให้ชัดเจน ว่าคัดเลือกคนอย่างไร ตามคิว หรือตามคุณสมบัติ เพื่อขจัดเสียงนกเสียงกา โดยเฉพาะศาลยุติธรรม น่าจะชี้แจงด้วยว่าใช้งบประมาณจากไหน อย่างไร


อ่านตอนก่อนหน้า                                                                                             
ใบตองแห้ง...ออนไลน์: พรรคพวกเพื่อนศาล Fast Track (1)