WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, October 6, 2012

"เมื่อได้ยินอะซาน...ทุกอย่างต้องยุติ" คำชี้แจง 'วันศุกร์' จุฬาราชมนตรี

ที่มา ประชาไท



เปิดคำชี้แจงจุฬาราชมนตรี “การทำงานในวันศุกร์ มิได้ขัดแย้งกับหลักศาสนาอิสลาม” ระบุอิสลามบัญญัติให้บุคคลต้องไม่ให้ความสำคัญเรื่องหารายได้ มากกว่าพิธีละหมาดวันศุกร์ ...ผู้ทำงานทุกคนต้องระลึกเสมอคือ เมื่อได้ยินเสียงอะซานเรียกร้องสู่การละหมาด งานทุกอย่างต้องยุติลง
5 ต.ค. 55 - ต่อไปนี้ เป็นเนื้อหาในเปิดคำชี้แจงของจุฬาราชมนตรี เรื่องการทำงานในวันศุกร์มิได้ขัดแย้งกับหลักศาสนาอิสลาม หลังจากที่มีข่าวลือข่มขู่มิให้ประชาชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และบางส่วนของจังหวัดสงขลา ออกมาทำงานในวันศุกร์ จนส่งผลกระทบในวงกว้าง เนื่องจากร้านค้าต่างๆในพื้นที่ต่างปิดเงียบ โดยมีเนื้อหาดังนี้

การทำงานในวันศุกร์
มิได้ขัดแย้งกับหลักศาสนาอิสลาม

การทำงานเพื่อให้ได้มาซึ่งปัจจัยยังชีพเป็นสิ่งที่อิสลามให้ความสำคัญ เป็นอย่างสูง เพราะการดำรงชีพโดยมุ่งสู่เป้าหมายที่องค์อัลลอฮฺพระผู้เป็นเจ้าทรงกำหนด นั้น ต้องอาศัยการอุปโภคบริโภค สรรพสิ่งต่าง ๆ ที่พระองค์ทรงสร้างไว้ให้ ผู้ทำงานเพื่ออัลลอฮฺ เช่น บรรดานบีๆ (ศาสนทูตทั้งหลาย) จึงเป็นผู้ทำงานหนักเสมอ เพื่อให้สามารถดำรงชีพได้ โดยไม่เป็นภาระแก่ผู้อื่น และสามารถทำหน้าที่เพื่ออัลลอฮฺได้โดยไม่ตกอยู่ใต้อิทธิพลของผู้ใด นอกจากขอพึ่งพาอัลลอฮฺ (ซุบหานะฮฺ) เพียงผู้เดียวเท่านั้น
ผู้ทำงานด้วยน้ำพักน้ำแรงเพื่อเลี้ยงตนเองและครอบครัวด้วยอาชีพสุจริต จึงเป็นผู้ประเสริฐ และอาหารที่ได้มาจากการทำงานนั้นก็เป็นอาหารที่ประเสริฐด้วย ดังคำของศาสนทูตมุหัมมัด (ขอความสุขสวัสดิ์จากอัลลอฮฺจงบังเกิดแก่ท่านด้วยเถิด) ซึ่งบอกเล่าโดยมิกดาม มะอัดดีกริบา และบันทึกโดยบุคอรีย์ ว่า
عَنِ الْمِقْدَامِ بنْ مُعِد يَكْرِب رَضِيَ اللهُ عَنْهُ عَنِ النَّبِيِّ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ أَنَّهُ قَالَ: مَا أَكَلَ أَحَدٌ طَعَامًا قَطُّ خَيْرًا مِنْ أَنْ يَأْكُلَ مِنْ عَمَلِ يَدِهِ ، وَإِنَّ نَبِىَّ اللَّهِ دَاوُدَ - عَلَيْهِ السَّلاَمُ - كَانَ يَأْكُلُ مِنْ عَمَلِ يَدِهِ.(رواه البخاري)
“ไม่มีอาหารใดที่คน ๆ หนึ่ง รับประทานแล้ว จะมีความประเสริฐมากไปกว่าอาหารที่ได้มาจากการทำงานด้วยน้ำพักน้ำแรงของตน และแท้จริงดาวูดผู้เป็นศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺเอง ก็เป็นผู้ที่เลี้ยงชีพโดยการทำงานด้วยตัวเอง”
    "تيدقله سسؤرڠ مڠگونا سمسي ماكنن يڠ لبيه بأيك دري ماكنن يڠد حاصيلكن دري جريه تاڠن سنديري دان سسوڠگوهڽ نبي داود - عليه السلام-  دهولو سننتياس ماكن دري جريه ڤايه سنديري"

อีกทั้งผู้ทำงานอย่างมืออาชีพก็เป็นที่รักยิ่งของอัลลอฮฺ (ซุบหานะฮฺ) ดังคำของศาสนทูต มุหัมมัด (ขอความสุขสวัสดิ์จากอัลลอฮฺจงบังเกิดแก่ท่านด้วยเถิด) ซึ่งบอกเล่าโดยอิบนุอุมัร และบันทึกโดย ฏ็อบรอนีย์
إِنَّ اللَّهَ يُحِبُّ الْمُؤْمِنَ الْمُحْتَرِفَ
“แท้จริง องค์อัลลอฮฺทรงรักผู้ศรัทธาที่ประกอบอาชีพการงาน”
"سسوڠگوهڽ الله سبحانه وتعالى منچينتأي سؤرڠ مؤمن يڠ گيات بكرجا"

ด้วยความรักที่พระองค์มีให้ จึงพร้อมจะทรงอภัยโทษต่อผู้ประกอบอาชีพการงานในยาม   ที่พวกเขาเหนื่อยล้าจากการใช้แรงกาย และทรงถือว่าผู้ทำงานสุจริตเพื่อเลี้ยงตนเองและครอบครัว คือคนทำงานในหนทางของพระองค์ (ฟี สะบีลิลลาฮฺ) ดังหะดีษต่อไปนี้
عَنْ عَائِشَةَ رَضِيَ اللهُ عَنْهَا أَنَّ رَسُوْلَ اللهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ قَالَ : " مَنْ أَمْسَى كَالًا مِنْ عَمَلِ يَدَيْهِ أَمْسَى مَغْفُورًا لَهُ " (رواه الطبراني)
 “ผู้ใดเข้าสู่ยามเย็นอย่างเหนื่อยล้าจากการใช้แรงงาน เขาเป็นผู้ได้รับการอภัยโทษจากอัลลอฮฺ”
         "بارڠ سياڤ يڠ وقتو ڤتڠ دودوق دالم كللهن لنتاران ڤكرجأن يڠتله دلاكوكن، مك اي داڤتكن وقتو ڤتڠ ترسبوت دوساڽ٢ دامڤوني اوليه الله سبحانه وتعالى"
อีกหะดีษหนึ่งซึ่งทำให้เห็นว่าทุกคนต้องสนับสนุนผู้ประกอบอาชีพสุจริต คือหะดีษที่ระบุว่า
عن كَعْبِ بْنِ عُجْرَة رَضِيَ اللهُ عَنْهُ قَالَ : مَرَّ عَلَى النَّبِيِّ - صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ - رَجُلٌ فَرَاى أَصْحَابَ رَسُوْلِ اللهِ - صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ - مِنْ جَلَدِهِ وَنَشَاطِهِ فَقَالُوا : يَا رَسُوْلَ اللهِ! لَوْ كَانَ هَذَا فِي سَبِيلِ اللهِ؟ فَقَالَ رَسُوْلُ اللهِ - صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ - :«إِنْ كَانَ خَرَجَ يَسْعَى عَلَى وَلَدِهِ صِغَاراً فَهُوَ فِي سَبِيلِ اللهِ ، وَإِنْ كَانَ خَرَجَ يَسْعَى عَلَى أَبَوَيْنِ شَيْخَينِ كَبِيرَيْنِ فَهُوَ فِي سَبِيلِ اللهِ ، وَإِنْ كَانَ يَسْعَى عَلَى نَفْسِهِ يَعِفُّهَا فَهُوَ فِي سَبِيلِ اللهِ ، وَإِنْ كَانَ خَرَجَ رَيِاءً وَمُفَاخَرَةً فَهُوَ فِي سَبِيلِ الشَّيْطَانِ.
(رواه الطبراني برجال الصحيح)
“ชายผู้หนึ่งเดินผ่านกลุ่มมหามิตรแห่งบรมศาสนทูต พวกเขารู้ว่าชายคนนี้มีน้ำอดน้ำทน และทำงานอย่างขยันขันแข็ง จึงกล่าวกับบรมศาสนทูตว่า ถ้าชายคนนี้มาทำงานในหนทางของอัลลอฮฺ ย่อมเป็นการดียิ่ง (พวกเขาหมายถึงการสงคราม) บรมศาสนทูตบอกว่า หากชายคนนี้ออกไปทำงานหาเลี้ยงลูกเล็กๆ เขาก็อยู่ในหนทางของอัลลอฮฺแล้ว หากเขาออกไปทำงานเพื่อหาเลี้ยงพ่อแม่ที่แก่ชรา เขาก็อยู่ในหนทางของอัลลอฮฺแล้ว หากเขาออกไปทำงานเพื่อเลี้ยงตัวเองจะได้ไม่ต้องเป็นภาระของใครให้เสียสง่า ราศี เขาก็อยู่ในหนทางของอัลลอฮฺแล้ว ถ้าเขาออกไปทำงานเพื่อหวังให้ผู้อื่นยกย่องหรือเพื่อโอ้อวดกันต่างหาก เขาจะอยู่ในหนทางของซาตาน”
مقصودڽ : " سؤرڠ للاكي برجالن دتڤي ڤاراصحابة دان مريك تاهو بهوا للاكي ايت سؤرڠ يڠ برصبر دان راجين بكرجا لالو ايت مريك بركات كڤد رسول الله جك للاكي اين بكرجا دالم جالن الله ادله امت بأيك (مريك برمقصود دڠن ڤڤراڠن)  رسول الله بركات جك دي كلواربكرجا اونتوق انق كچيلڽ دي سوده براد دالم جالن الله، دان جك دي كلواربكرجا اونتوق ممليهارا ايبوباڤ يڠ توا دي سوده براد دالم جالن الله، دان جك دي كلواربكرجا اونتوق ممليهارا ديريڽ سڤاي تيدق ممببنكن اورڠ لأين دي سوده براد دالم جالن الله، جك دي كلواربكرجا اونتوق منداڤت كڤوجين دري اورڠ لأين اتاواونتوق منونجوق٢ دي سوده براد دالم جالن شيطان"
เมื่อคนเราต้องบริโภคทุกวัน อิสลามจึงไม่ห้ามที่จะทำงานทุกวัน แม้วันนั้นจะเป็นวันศุกร์ ซึ่งถือเป็นวันสำคัญประจำสัปดาห์ก็ตาม สิ่ง ที่อิสลามบัญญัติ คือ บุคคลต้องไม่ให้ความสำคัญแก่การทำงานหารายได้ มากกว่าการประกอบพิธีละหมาดญุมอะฮฺถวายเป็นอิบาดะฮฺต่ออัลลอฮฺพระผู้เป็น เจ้าดังปรากฏในพระดำรัสแห่งอัลลอฮฺซูรอฮฺอัลญุมุอะฮฺ อายะฮฺที่ 9-10 ว่า
" يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آَمَنُوا إِذَا نُودِيَ لِلصَّلَاةِ مِنْ يَوْمِ الْجُمُعَةِ فَاسْعَوْا إِلَى ذِكْرِ اللَّهِ وَذَرُوا الْبَيْعَ ذَلِكُمْ خَيْرٌ لَكُمْ إِنْ كُنْتُمْ تَعْلَمُونَ ، فَإِذَا قُضِيَتِ الصَّلَاةُ فَانْتَشِرُوا فِي الْأَرْضِ وَابْتَغُوا مِنْ فَضْلِ اللَّهِ وَاذْكُرُوا اللَّهَ كَثِيرًا لَعَلَّكُمْ تُفْلِحُونَ "
“ดูกร ผู้มีศรัทธาทั้งหลาย เมื่อเสียงเรียกร้องสู่การละหมาดดังขึ้นในวันศุกร์ พวกเจ้าก็จงรีบเร่งไปสู่การรำลึกถึงอัลลอฮฺเถิด และจงยุติการซื้อขายเสีย นั่นเป็นสิ่งที่ดีสำหรับพวกเจ้าหากพวกเจ้ารู้”
“ครั้นเมื่อการประกอบพิธีละหมาดเสร็จสิ้นลง พวกเจ้าก็จงกระจายไปในแผ่นดินเถิด จงแสวงหาคุณูปการแห่งอัลลอฮฺ (ทำงานหารายได้) และจงรำลึกถึงพระองค์ให้มาก เพื่อพวกเจ้าจะได้พบกับความสำเร็จ”
       "واهاي اورڠ٢ يڠ برايمان اڤبيل دسروكن اذان اونتوق مڠرجاكن سمبهيڠ ڤدهاري جمعة مك سگراله كاموڤرگي (كمسجد) اونتوق مڠيڠتي الله (دڠن مڠرجاكن سمبهيڠ جمعة) دان تيڠگلله برجوال بلي، لالواي ممبري تاهوكڤد كامو اڤ يڠ كاموتله لاكوكن (سرتا ممبالسڽ)"
        "كمدين ستله سلساي سمبهيڠ مك برتبارانله كامودموك بومي (اونتوق منجالنكن اوروسن ماسيڠ٢) دان چاريله اڤ يڠ كامو حاجتي دري الله، سرتا ايڠتله اكن الله سباڽق٢ (دالم ستيڤ كأدأن) سڤاي كاموبرجاي (ددنيا دان أخيرة)"
ทั้งสองอายะฮฺบ่งชี้ชัดเจนว่า แม้จะเป็นวันศุกร์ แต่อัลลอฮฺก็ยังส่งเสริมให้ทำงานแสวงหาคุณูปการที่พระองค์ทรงสร้างไว้ให้ สิ่งที่ผู้ทำงานทุกคนต้องระลึกถึงอยู่เสมอคือ เมื่อได้ยินเสียงอะซานเรียกร้องสู่การละหมาด งานทุกอย่างต้องยุติลงและบุคคลต้องเตรียมตัวไปร่วมละหมาดอย่างรีบเร่ง
ครั้นเมื่อละหมาดเสร็จสิ้นแล้ว ก็ให้ทำงานต่อไป โดยมีจิตระลึกอยู่เสมอว่า โภคปัจจัยที่ได้ มาล้วนเป็นคุณูปการแห่งอัลลอฮฺทั้งสิ้น บุคคลจึงควรแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ด้วยการปฏิบัติตนและใช้จ่ายทรัพย์สินที่ได้มา ไปตามครรลองแห่งพระองค์เท่านั้น นั่นจึงนับเป็นความสำเร็จ ทั้งในภพนี้และปรภพ
ในบริบทของสังคมประเทศไทยโดยรวม และเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มุสลิมสามารถทำงานวันศุกร์ได้ โดยไม่สูญเสียโอกาสในการละหมาดญุมอะฮฺเลย เนื่องจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ล้วนอนุญาตให้เจ้าหน้าที่หรือพนักงานออกไปละหมาดญุมอะฮฺได้เมื่อถึงเวลา ซึ่งนับเป็นเนียะมะฮฺ (สิ่งดี ๆ ที่องค์อัลลอฮฺทรงประทานให้) โดยแท้
ดังนั้น การข่มขู่คุกคามให้สุจริตชนต้องหยุดทำงานในวันศุกร์ นับเป็นการกระทำที่ละเมิดสิทธิของบุคคลอื่น เป็นการแอบอ้างศาสนาอิสลามเพื่อผลประโยชน์ของตนอย่างมิชอบ และเป็นการกระทำที่อยู่นอกกรอบแนวทางของอัลลอฮฺอย่างสิ้นเชิง.

มันมาอีกแล้ว..จะเอาฮาไปถึงไหน?

ที่มา การ์ตูนมะนาว


ล้านคำบรรยาย (พิเศษ) การ์ตูนเซีย 06/10/55 ช่วยกันรักษ์..พิทักษ์เก้าอี้

ที่มา blablabla

โดย 

 ภาพถ่ายของฉัน




มีแต่เรื่อง สาละวน ผลประโยชน์
เบื่อเสียงโอด เสียงโอย พวกโหยหิว
หวังกอบโกย ไขว่คว้า จนตัวปลิว
หากได้ซิว เก้าอี้ใหญ่ ยิ่งใจพอง....

คนที่แสน น่าสงสาร ท่านนายกฯ
คิดไม่ตก จาดเรื่องหนึ่ง ลามถึงสอง
เก้าอี้โน้น เก้าอี้นี้ ตีตราจอง
ฉีกครรลอง อยากเป็นใหญ่ หวังได้ดี....

นี่คือเกม การเมือง เรื่องอุบาทว์
แสนสมเพช อเนจอนาถ ขาดศักดิ์ศรี
พอไม่ได้ ก็ถาโถม เข้าโจมตี
เรื่องอัปรีย์ จึงได้เห็น ไม่เว้นวัน....

อีกฝ่ายแค้น ยังดาหน้า แล้วท้าศึก
จิตสำนึก ชั่วดี มีไหมนั่น
จะเหลือใคร แม้วันหนึ่ง ถึงทางตัน
หากไม่คิด เรื่องสร้างสรรค์ กลับบั่นทอน....

เจอศึกนอก ศึกใน เอาให้อยู่
นายกปู ยังวุ่นวาย สุดถ่ายถอน
หากชีวิต เหน็บหนาว สุดร้าวรอน
กลับบ้านนอน กอดสามี ดีกว่าเอย....

๓ บลา / ๖ ต.ค.๕๕

หมอมิ้ง:36ปี6ตุลาฯภารกิจสืบสานเจตนารมณ์ต่อต้านเผด็จการ สร้างสรรค์ประชาธิปไตยยังไม่เสร็จสิ้น

ที่มา Thai E-News

 Horror in Pink (2001) - 1
ร่างปาฐกถา  36 ปี 6 ตุลา 2519 : ภารกิจสืบสานเจตนารมณ์ต่อต้านเผด็จการ สร้างสรรค์ประชาธิปไตยยังไม่เสร็จสิ้น โดย นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช



พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช
 เช้ามืดของวันที่ 6 ตุลาคม 2519  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตลาดวิชา สัญญลักษณ์แห่งเสรีภาพทางปัญญา ได้แปรเปลี่ยนเป็นทุ่งสังหารอันหฤโหด  ที่เข่นฆ่าทำร้ายผู้ชุมนุมต่อต้านเผด็จการกว่า 3000 คน โดยกองกำลังทหารตำรวจอาวุธครบมือ   ระเบิด กระสุนปืน และแก๊สน้ำตา ได้ถาโถมสาดใส่ผู้ชุมนุมอย่างไม่ปรานี ตั้งแต่ 5.30 น.

จวบจนแดดเริ่มจะแก่กล้าเมื่อเวลา 9.00น.  ยังผลให้วีรชนผู้กล้าเสียชีวิตจากอาวุธสงครามอย่างโหดร้ายทารุณ บ้างก็ถูกทุบตีและแขวนคอตาย บ้างก็ถูกราดน้ำมันจุดไฟเผาทั้งที่ยังไม่สิ้นใจ บางรายก็ถูกลิ่มตอกอก หรือ อวัยวะส่วนอื่นจนสิ้นใจ เสียชีวิตรวมทั้งสิ้นหลายสิบราย บาดเจ็บอีกหลายร้อยราย

ส่วนที่เหลือก็ถูกจับกุมคุมขัง โดยจับถอดเสื้อผ้าทั้งชาย-หญิง เหลือเพียงกางเกง-เสื้อชั้นใน ถูกต้อนขึ้นรถบรรทุก รถบัส ไปคุมขังเยี่ยงอาชญากรที่มีโทษอุกฉกรรจ์  โดยผู้ชุมนุมถูกใส่ร้ายป้ายสี ด้วยการแต่งเติมภาพกิจกรรมระหว่างการเคลื่อนไหวชุมนุม นำลงตีพิมพ์เผยแพร่ในหนังสือพิมพ์บางฉบับ กล่าวหาผู้ชุมนุมว่ามุ่งร้ายต่อองค์รัชทายาท แล้วปฏิบัติการล้อมปราบผู้ร่วมชุมนุมอย่างโหดเหี้ยมด้วยอาวุธสงคราม ติดตามด้วยการทำรัฐประหารรัฐบาลพลเรือนของ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช โดยมีพลเรือเอกสงัด ชลออยู่ เป็นหัวหน้าในวันเดียวกัน

หลังจากนั้นก็ติดตามกวาดล้างพวกที่เหลือ ด้วยการยัดข้อหา"ภัยสังคม" ทำให้ฝ่ายประชาธิปไตยต้องหลบซ่อน อำพรางตัว บ้างก็หลบหนีเข้าเขตป่าเขา ต่อสู้กับอำนาจรัฐด้วยกำลังอาวุธร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย

ความขัดแย้งแตกแยกในสังคมยังดำรงอยู่อีกหลายปี จนรัฐบาลต่อๆมาต้องประกาศใช้นโยบาย 66/2523 นิรโทษกรรม ให้โอกาสผู้รักชาติรักประชาธิปไตยที่ถูกข้อหา"ขบถ"ทะยอยกลับออกมาดำเนิน ชีวิตเยี่ยงปกติชน

ตุลาคม 2539 หลังชัยชนะของการต่อสู้หลั่งเลือดเพื่อประชาธิปไตยอีกครั้งหนึ่ง เมื่อพฤษภาคม 2535 และบรรยากาศเริ่มเปิดกว้างให้พลังประชาธิปไตย เพื่อนร่วมอุดมการณ์ที่รอดชีวิตจากยุค 6 ตุลาคม 2519 ได้ร่วมจัดงาน"20 ปี 6 ตุลาคม"ขึ้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อีกครั้ง และประสบผลสำเร็จในการกอบกู้พลิกภาพลักษณ์ของ"วีรชนและวีรกรรม 6 ตุลาคม 2519" จาก "ขบถ" เป็น"วีรชนประชาธิปไตย" และเชื่อว่าการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของประชาชนจะยังไม่จบสิ้น หากแต่พัฒนาต่อเนื่องเหมือนสายธารแห่งประวัติศาสตร์

เริ่มตั้งแต่การอภิวัฒน์ 2475 , การจัดสร้างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ,การต่อสู้คัดค้านเลือกตั้งสกปรก 2500, เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ,6 ตุลาคม 2519 และพฤษภาคม 2535   จึงร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดสร้างอนุสรณ์สถานแห่ง"การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยกับมหาวิทยาลัยธรรม ศาสตร์" ในรูปงานศิลปะที่สะท้อนการต่อสู้ที่ต่อเนื่องเป็นสายธารดังได้เห็นอยู่นี้

ในวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ.2555 ,80 ปีหลังการอภิวัฒน์เปลี่ยนแปลงการ ปกครอง 2475 ,39 ปีหลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ,36 ปีหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ,20 ปีหลังพฤษภาคม 2535  การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยต่อต้านอำนาจเผด็จการที่แลกมาด้วยเลือดเนื้อและ ชีวิตของประชาชนยังไม่เสร็จสิ้น  ประชาชนที่เชื่อมั่นในพลังประชาธิปไตยได้สลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้า ร่วมต่อสู้ต่อไป

การยึดอำนาจจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ด้วยรัฐประหารเมื่อ 19 กันยายน 2549 โดยที่ผลพวงของการรัฐประหารยังดำรงอยู่  ได้เร่งเร้าให้ประชาชนที่ยึดมั่นประชาธิปไตยเข้าร่วมเคลื่อนไหวอย่างอาจหาญ เมื่อเดือนเมษายน 2552 และเมษายน-พฤษภาคม 2553 จนถูกปราบปรามอย่างเหี้ยมโหดไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าครั้งที่ผ่านๆมา

ต่างกันที่ครั้งนี้วีรชนคนกล้าฝ่ายประชาชนแตกต่างออกไปจากในอดีต ผู้เข้าชุมนุมไม่จำกัดเฉพาะปัญญาชนคนหนุ่มสาวเหมือนเมื่อ 36 ปีที่แล้ว แต่ขยายขอบเขตออกไปถึงผู้คนตามท้องไร่ท้องนาที่มีการส่งตัวแทนสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนมาร่วมชุมนุม ทั้งยังร่วมติดตามการเคลื่อนไหวผ่านสื่อทุกรูปแบบ ในขอบเขตทั่วประเทศและทั่วโลก

ขณะเดียวกัน คุณภาพของผู้เข้าร่วมชุมนุมก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง เยาวชนนักเรียนนักศึกษาไม่ต้องปลุกระดมชาวไร่ชาวนาให้เห็นปัญหาดังเช่นใน อดีตอีกแล้ว เพราะพวกเขากลับเป็นผู้รู้คุณค่าจากเสรีภาพและประชาธิปไตยที่เขาเคยลิ้มลอง และได้รับความสุขด้วยตนเอง จนเกิดเป็นความหวงแหนเมื่อถูกแย่งชิงไป นักศึกษาปัญญาชนต่างหากที่ต้องไปเรียนรู้จากพวกเขา

พวกเขาต้องการเลือกที่จะมีเสรีภาพในการรับรู้ข่าวสาร เสรีภาพในการตัดสินใจสร้างรายได้เพิ่มจากทุกโอกาสที่อำนวยให้ เสรีภาพที่จะเลือกลงทุนเพื่อสร้างรายได้จากทุนของเขาเอง เลือกโอกาสที่จะได้รับบริการที่ดีจากรัฐที่เก็บภาษีไปจากเขา จึงตัดสินใจเลือกผู้แทนราษฏรของตนไปแย่งชิงอำนาจรัฐเพื่อทำประโยชน์ให้กลุ่ม ตนได้อย่างแท้จริง ตามวิถีทางประชาธิปไตย

นี่เป็นข้อพิสูจน์ว่าคุณค่าการเสียสละของเหล่าวีรชนประชาธิปไตย ที่สั่งสมกันไม่เคยสูญเปล่า  แต่ฝ่ายนิยมเผด็จการต่างหากที่ไม่อาจเข้าใจการเปลี่ยนแปลงนี้ และยังคงฝืนรักษาอำนาจตามวิถีเดิมๆ เลือกใช้กลไกอำนาจรัฐที่ใช้อาวุธหรือใช้กฎหมายแบบเลือกปฏิบัติ ข่มเหงและปราบปรามประชาชนต่อไป โดยไม่รู้ว่านั่นคือการใส่ปุ๋ยเร่งความเติบโตของพลังประชาธิปไตย ภารกิจสืบสานเจตนารมณ์ต่อต้านเผด็จการ สร้างสรรค์ประชาธิปไตยจึงยังไม่เสร็จสิ้น

ขอเราจงร่วมกันไว้อาลัย รำลึกวีรกรรมของวีรชน 6 ตุลา และวีรชนประชาธิปไตยอื่นๆที่เสียสละชีวิตหรือพิการจากวีรกรรมต่างๆ ด้วยการสืบสานเจตนารมณ์การต่อสู้กับ เผด็จการ เพื่อประชาธิปไตย สร้างสิทธิเสรีภาพ เสมอภาค ยุติธรรม นิติธรรม ขจัดความเหลื่อมล้ำต่ำสูง สร้างโอกาสแก่ผู้ด้อยโอกาส ยึดมั่นในประโยชน์สุขของผู้คนส่วนใหญ่ในประเทศนี้ต่อไป

ด้วยจิตคารวะ
นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช

..................



กำหนดการ36ปี6ตุลา@ท่าพระจันทร์-อเมริกา

Horror in Pink (2001) - 2
กำหนดการ สัปดาห์รำลึก 36 ปี ตุลา ประชาธิปไตยประชาชน
ณ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

5-14 ตุลา นิทรรศการ

วันเสาร์ที่ ตุลาคม 2555 ณ สวนประวัติศาสตร์ หน้าหอประชุมใหญ่

07.00 น.- 07.30 น. พิธีตักบาตรพระสงฆ์ 19 รูป
07.30 น.- 09.30 น. พิธีวางพวงมาลา ณ ประติมานุสรณ์ 6 ตุลาคม 2519
อธิการบดีมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ กล่าวเปิดงาน
พิธีกร ( อมธ.) เชิญตัวแทนฝ่ายต่างๆกล่าวไว้อาลัยโดย
- นายแพทย์พรหมมินทร์ เลิศสุริย์เดชตัวแทนคณะกรรมการจัดงาน 20 ปี 6 ตุลา
- คุณพ่อจินดา ทองสินธุ์ ญาติวีรชน 6 ตุลา 2519
- อาจารย์สุชีลา ตันชัยนันท์ ตัวแทน 18 ผู้ต้องหา
- ผศ.จรัล ดิษฐาอภิชัย อดีตคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
- บุญเลิศ ช้างใหญ่ ตัวแทนคนตุลาสายสื่อมวลชน
- ประธานมูลนิธิ 14 ตุลา
- ประธานมูลนิธินิคม จันทรวิทุร
- ประธานสภาองค์การลูกจ้างสภาแรงงานศูนย์กลางแห่งประเทศไทย
- จิตรา คชเดช ตัวแทนองค์กรกรรมกร
- สมบุญ ศรีคำดอกแค ตัวแทนสมัชชาคนจน
- ศราวุฒิ ประทุมราช นักสิทธิมนุษยชน
- อมธ. สภานักศึกษา สนนท.
- วัฒน์ วรรลยางกูร ตัวแทนเครือข่ายเดือนตุลา
- ตัวแทนกลุ่มโดมรวมใจ
- องค์กรร่วมจัดงาน ฯลฯ

09.30 น. - 10.00 น. กวี และนาฏลีลา รำลึกวีรชน 6 ตุลา

10.00 น. - 11.30 น. ปาฐกถาพิเศษ ณ หอประชุมศรีบูรพา
6 ตุลา 2519 กับอุดมการณ์คนรุ่นหลัง 6 ตุลา
โดย ดร.พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์

13.30 น. - 16.30 น. เสวนา " 6 ตุลา กับ ทิศทางการเมืองไทย ”
ณ หอประชุมศรีบูรพา โดย
ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ
ผศ.จรัล ดิษฐาอภิชัย
ไท ปณิธาน พฤกษาเกษมสุข
พัชณีย์ คำหนัก องค์กรเลี้ยวซ้าย
ตัวแทนองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์
ดำเนินรายการโดย ใบตองแห้ง บรรณาธิการข่าว อาวุโสวอยส์ทีวี


16.30 น. - 18.00 น. ละครใบ้ และบทกวี
18.00 น. - 20.30 น. ดนตรีวงไฟเย็น และวัฒน์วรรลยางกูร

20.30 น. ดร.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์กล่าวเปิดงานละคร "จันตุลา"
20.40 น. - 21.40 น. ละคร “ จันตุลา” โดยการกำกับของคุณภรณ์ทิพย์ มั่นคง เรื่องราวของครอบครัวหนึ่งที่หัวหน้าครอบครัวพยายามจะลืมว่าเคยมีลูกชายที่เสียชีวิตในวันที่ 6ตุลาคม 2519 แต่ … ถึงอย่างไรก็ปิดไม่มิด

------------------------------------------------------------------------------
วันที่ 5-14 ตุลาคม
นิทรรศการ
การแสดงดราม่าประวัติศาสตร์ รอบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
------------------------------------------------------------------------------
สอบถามรายละเอียด ที่
วิภา ดาวมณี 081 6134792
อีเมล์ octnet72@yahoo.com
อยากรู้ความจริงเรื่อง 6 ตุลา คลิก www.2519.net
------------------------------------------------------------------------------

ผู้ร่วมจัดงาน
องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
สภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
โครงการกำแพงประวัติศาสตร์: ธรรมศาสตร์กับการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย
มูลนิธินิคม จันทรวิทุร
คณะกรรมการรับข้อมูลและสืบพยานเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519
เครือข่ายเดือนตุลา
และ เครือข่ายญาติและผู้ประสบภัยจากมาตรา 112

รูปแบบ
การทำบุญใส่บาตร และ การวางพวงมาลา และกล่าวสดุดี
โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วม

- ปาฐกถา 36 ปี 6 ตุลา และเสวนาวิชาการ
- การแสดงศิลปวัฒนธรรม ละคร คอนเสิร์ต และนิทรรศการ
- นิทรรศการศิลปะ กับการต่อสู้ทางการเมือง

สถานที่
สวนประติมากรรมประวัติศาสตร์ ธรรมศาสตร์กับการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย
หอประชุม ศรีบูรพา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์




แดงอเมริกาจัดงาน36ปี6ตุลาอินUSA



Horror in Pink (2001) - 1
ขอเชิญร่วมงาน
“อัมสเตอร์ดัม พบพี่น้องเสื้อแดง in U.S.A.
วันเสาร์ที่ ตุลาคม 2555 เวลา 5:00 P.M.–10:00 P.M.


 ณ. Universal Freedom Garden เมือง Studio City, CA 91604 เนื่องในโอกาสครบรอบ 36 ปี “6 ตุลามหาวิปโยค” ขอเชิญชวนพี่น้องชาวไทยในสหรัฐอเมริกา ในมลรัฐแคลิฟอร์เนียและมลรัฐอื่นๆเข้าร่วมกิจกรรมรำลึก 6 ตุลา และร่วมต้อนรับ Robert Amsterdam ทนายความหัวใจสีแดง ผู้ที่จะมาให้ความกระจ่างในเรื่องความคืบหน้าของคดีสังหารประชาชน ศาลอาญาระหว่างประเทศ ร่วมรับประทานอาหารขันโตกดินเนอร์กลางสวนอันร่มรื่นกับรอเบิร์ต กิจกรรมปราศัย 
  • รอเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายความเพื่อคนเสื้อแดง 
  • Mary Christian : Human Rights Lawyer/ Winner of 2012 WLALA Woman Lawyer of The Year 
  • Anthony Chai : Human Rights Advocate (U.S.-Thai Peoples Friendship Association) กิจกรรมรำลึกเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 
  • เสวนา “6 ตุลา ทำไมต้องฆ่า” 
  • จุดเทียนรำลึก และพิธีกรรมทางสงฆ์ อุทิศบุญให้แก่เหยื่อเผด็จการ กิจกรรมทั่วไป 
  • ขันโตกดินเนอร์ 
  • ให้ความบันเทิง โดยทีมฟาร์โรห์ และขวัญรัก(จ่าประสิทธิ์ แอล.เอ.) 
  • เล่นเกมส์ ร้องคาราโอเกะ 

หมายเหตุ 
  1. มีบริการล่ามไทย-อังกฤษ ถาม-ตอบ โดย Anthony และ EarnUSA
  2. พิกัดสถานที่จัดงานจะแจ้งให้เฉพาะผู้ที่ลงทะเบียนมาร่วมงานเท่านั้น 
  3. ร่วมงานไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ประสงค์นำอาหารมาร่วมงาน ติดต่อ คุณเอิน 
สนับสนุนโดย Anthony Chai จาก (USTPFA), EarnUSA(Red Orange County),ใจแดง กลุ่มRed Freedom In U.S.A. ,กลุ่ม Pharaoh Hollywood, กลุ่ม Tu Dang North Hollywood กลุ่ม Sanan Melrose กลุ่ม Benja Gardena, กลุ่ม Paul+Pat L.A. , กลุ่ม Sam+Tom+Ngo,กลุ่มSatian Chino Hills, กลุ่มพลังไทย 
สนใจร่วมงานและขอข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ 
EarnUSA 714-709-3445  
Jai Dang 760-217-1554
*ภาพประกอบ:Pink Man โดยมานิต ศรีวานิชภูมิ

เสวนาเบื้องหลัง 6 ตุลา















เก็บตกจากเฟซบุ๊ค: วันนี้เขาแชร์อะไรกัน

ที่มา Thai E-News




Rak Dang 36 ที่ผ่านมาประชาธิปไตยไทยก็ยังคงเดิม ๆ ประชาชนโดนกดขี่ใส่ร้าย คนผิดเป็นถูก คนถูกเป็นผิดเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล นสพ.รายวัน ที่ออกวางจำหน่าย ตอนเช้า วันพุธที่ 6 ตุลาคม 2519


นายหนหวย หงุดหงิดรายวัน 

Zanfong Chang ต้องปล่อยคนเสื้อแดงที่ถูกขัง ถูกจำคุก ด้วยคำพิพากษาที่ไม่เป็นธรรม และ นำคดีความต่างๆ ที่เกิดขึ้นกลับมาพิจารณาคดีใหม่ทั้งหมด และอย่าปล่อยให้ใครมาฆ่าทิ้งง่ายๆ เหมือน นายกิติชัย แข็งขัน ที่เป็นผลจากการละเลย ไม่ใส่ใจ ไม่สนใจ 
หมายเหตุ: กำลังอัพเดต

มุมกลอน: เดือนตุลาวันที่หกตกวินาศ

ที่มา Thai E-News



      เดือนตุลาวันที่หกตกวินาศ
ขีดเส้นเด็ดขาดเลิกคบหา
เคยอยู่ร่วมรวมไทยแต่ไรมา
มาไล่ล่าฆ่าฟันกันทำไม
     วีรชนหกตุลากล้าประกาศ
เมื่อเสื้อแดงถึงฆาตเลิกร่ำไห้
มาเชื่อมสองประวัติศาสตร์อันบาดใจ
ฆาตกรคนใดก็คนเดิม
     สามสิบหกปีหนึ่งยุคสมัย
ความคับแค้นในใจก็พูนเพิ่ม
เมื่อหนึ่งเก้า-ห้าสามยังนามเดิ
ใครเพิ่มเชื้อไฟในนาคร?
                จักรภพ เพ็ญแข
                ๖ ตุลาคม ๒๕๕๕

Rak Dang 36 ที่ผ่านมาประชาธิปไตยไทยก็ยังคงเดิม ๆ ประชาชนโดนกดขี่ใส่ร้าย คนผิดเป็นถูก คนถูกเป็นผิดเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

มุมกลอน: เดือนตุลาวันที่หกตกวินาศ

ที่มา Thai E-News



      เดือนตุลาวันที่หกตกวินาศ
ขีดเส้นเด็ดขาดเลิกคบหา
เคยอยู่ร่วมรวมไทยแต่ไรมา
มาไล่ล่าฆ่าฟันกันทำไม
     วีรชนหกตุลากล้าประกาศ
เมื่อเสื้อแดงถึงฆาตเลิกร่ำไห้
มาเชื่อมสองประวัติศาสตร์อันบาดใจ
ฆาตกรคนใดก็คนเดิม
     สามสิบหกปีหนึ่งยุคสมัย
ความคับแค้นในใจก็พูนเพิ่ม
เมื่อหนึ่งเก้า-ห้าสามยังนามเดิ
ใครเพิ่มเชื้อไฟในนาคร?
                จักรภพ เพ็ญแข
                ๖ ตุลาคม ๒๕๕๕

Rak Dang 36 ที่ผ่านมาประชาธิปไตยไทยก็ยังคงเดิม ๆ ประชาชนโดนกดขี่ใส่ร้าย คนผิดเป็นถูก คนถูกเป็นผิดเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

รำลึก 6 ตุลาฯ - สารคดี 6 ตุลาฯ ในยูทูปว์

ที่มา Thai E-News







“นพดล” ปัด “ทักษิณ” บินฮ่องกงจัดโผ ครม.

ที่มา uddred

 เดลินิวส์ 6 ตุลาคม 2555 >>>






เมื่อวันที่ 5 ต.ค. ที่พรรคเพื่อไทย นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเดินทางมาฮ่องกงของ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า เป็นธรรมดาที่ระหว่างนี้จะมีมิตรสหายทั้งนักการเมือง รัฐมนตรี ส.ส. เดินทางไปเยี่ยมเยียนจำนวนมาก แต่ยืนยันว่าการมาฮ่องกงของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้มาเพื่อปรับครม. เพราะถ้าจะปรับ ครม. จริง ก็ไม่ต้องมาถึงฮ่องกง พ.ต.ท.ทักษิณ บอกอยู่เสมอว่า เรื่องการปรับ ครม. เป็นอำนาจของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีที่จะพิจารณาว่าจะปรับ ครม. เมื่อไร ปรับใคร ถ้าให้ตนเดาใจคงไม่ปรับในเดือน ต.ค. แต่จะปรับหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะได้รู้ว่าผลงานของรัฐมนตรีแต่ละคนเป็นอย่างไร ใครจะถูกปรับออก หรือใครทำดีก็ได้อยู่ต่อ หลังจากนี้นายกรัฐมนตรีคงดูผลการทำงานของรัฐมนตรีทุกคน ทั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ จะอยู่ฮ่องกงประมาณ 2-3 วัน จากนั้นคาดว่าจะเดินทางต่อไปยังประเทศอังกฤษ
นายนพดล กล่าวถึงการคัดเลือกหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ ภายหลังนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ประกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยว่า ในวันที่ 8 ต.ค. จะมีการประชุมคณะรักษาการกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย ซึ่งจะทราบว่าจะให้ใครทำหน้าที่รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทยไปก่อน ส่วนตำแหน่งหัวหน้าพรรคอย่างเป็นทางการคาดว่าจะรู้ผลภายใน 1-2 เดือน อาจจะเป็นสมาชิกบ้านเลขที่ 111 อดีตกรรมการบริหารพรรคเดิม หรือเป็นคนนอกก็ได้ อย่างไรก็ตามคุณสมบัติของหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่จะเน้นเรื่องเก่ง งานบริหาร มีความเป็นผู้ใหญ่ เป็นที่ยอมรับของสมาชิกพรรค แต่ไม่จำเป็นต้องเก่งการเมืองเหมือนหัวหน้าของบางพรรคการเมือง โดยหัวหน้าพรรคคนใหม่ต้องได้รับฉันทานุมัติจาก ส.ส. ของพรรคเป็นส่วนใหญ่ ยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้เป็นผู้กำหนด
   “พ.ต.ท.ทักษิณ ทราบเรื่องการลาออกของนายยงยุทธแล้ว ก็รู้สึกเสียดายเพราะทำงานให้พรรคตั้งแต่พรรคเพื่อไทยยังไม่มี ส.ส. และชื่นชมสปิริตนายยงยุทธที่ไม่เอาเรื่องตัวเองมาเป็นภาระของพรรค ไม่อยากให้พรรคถูกโจมตี ทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีสมาธิในการบริหารงาน หลังจากนี้หากนายยงยุทธสามารถเคลียร์ข้อกล่าวหา ข้อกฎหมายได้ ก็สามารถกลับมาทำงานได้อยู่แล้ว เพราะพรรคไม่เคยลืมคนที่ทุ่มเททำงาน ไม่หนีพรรคไปไหน  ส่วนกระแสข่าวว่า พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ อดีตผบ.ตร.จะมาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยนั้น ยังไม่เคยได้ยินเรื่องนี้ เพราะ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ไม่ได้คลุกคลีกับการเมืองมาก สเปคหัวหน้าพรรคแม้ไม่จำเป็นต้องเก่งการเมือง แต่ก็ควรมีพื้นฐานการเมืองอยู่บ้าง เพราะเราเป็นพรรคการเมืองใหญ่” นายนพดล กล่าว

Wednesday, October 3, 2012

ประภัสร์ ชูนโยบายปรับโฉม รฟท.

ที่มา Voice TV



หนึ่งในผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้ว่า การการรถไฟแห่งประเทศไทย  ที่เป็นแคนดิเดตอันต้น ๆ  คือ นายประภัสร์ จงสงวน ที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติจากคณะกรรมการสรรหาแล้ว  
 
ซึ่งเขาระบุว่า หากได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง สิ่งแรกที่จะทำคือ เปลี่ยนให้การรถไฟ  หลุดพ้นจากคำว่า  แดนสนธยา  พัฒนาองค์กรและบุคลากรให้ดียิ่งขึ้น
2 ตุลาคม 2555 เวลา 20:38 น.