WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, October 8, 2012

สุภิญญา กลางณรงค์: SWOT กสทช.ในโอกาส 1 ปีการทำงาน

ที่มา ประชาไท





(7 ต.ค.55) สุภิญญา กลางณรงค์ หนึ่งในคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ทวีตวิจารณ์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และความเสี่ยง (SWOT) ของ กสทช. ผ่าน @supinya เนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปีการสถาปนาสำนักงาน กสทช. มีรายละเอียดดังนี้

                                                                                                00000


จุดแข็ง

1. เป็นองค์กรที่พร้อมในเรื่อง คน เงิน ของ ไม่ขัดสนเรื่องงบประมาณ บริหารคล่องตัวกว่าหน่วยงานรัฐอื่นๆ มาก อยากทำอะไร ทำได้
2. พนักงานส่วนใหญ่ตั้งใจ มีศักยภาพ เก่ง ทันสมัย ได้คนระดับหัวกะทิมาไม่น้อย ทำงานในเวทีระดับภูมิภาค/ชาติ/สากลได้ดี
3. โครงสร้างตามกฎหมายที่ออกแบบมาให้มีความเป็นอิสระสูง ไม่ถูกแทรกแซงจากฝ่ายการเมืองหรือทุนได้โดยง่าย (เว้นแต่จะยอมให้แทรกแซง)
4.ถือเป็นองค์กรใหม่ สังคมยังฝากความหวัง ให้ความเชื่อมั่น ภาพลักษณ์ทางการเมืองยังมีความเป็นกลาง ประสานความร่วมมือได้หลายฝ่าย
5.บอร์ด กสทช.11 คน เชี่ยวชาญคนละด้าน มีฐานที่มาคนละแบบ ก่อให้เกิดการคานงัด ถ่วงดุลทั้งในมิติเทคโนโลยี-ค.มั่นคง-ธุรกิจ-สังคม

จุดอ่อน

1.ธรรมาภิบาลองค์กรยังมีปัญหา ถูกตั้งคำถามจากสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการบริหารงบประมาณจากภาษีไม่คุ้มค่า ไม่โปร่งใส
2. ประเด็นเรื่องระบบอุปถัมภ์/ความเป็นธรรมภายในองค์กร ที่มีผลต่อความเชื่อมั่น ขวัญกำลังใจ (ปัญหาร่วมของหน่วยราชการ)
3. ความพยายามแทรกแซงโดยตรงและโดยอ้อมจากกลุ่มการเมืองและกลุ่มทุนเกิดขึ้นตลอดเวลา เพราะทุกการตัดสินใจมีเดิมพันสูง ผลประโยชน์มาก
4.การอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองและกลุ่มผลประโยชน์ อาจส่งผลต่อการกล้าตัดสินใจตามหลักการหรือต้องยอมประนีประนอมเกินไป
5.จุดแข็งจะกลายเป็นจุดอ่อน ถ้าขาดความเป็นมืออาชีพ แตกต่างอย่างสร้างสรรค์ เชื่อมจุดเหมือนสงวนจุดต่าง เผชิญหน้าดีกว่าลับหลัง

โอกาส

1. ถ้าเพิ่มธรรมาภิบาลทั้งในองค์กรและต่อสาธารณะให้มากขึ้น #กสทช. จะเป็นองค์กรอิสระแบบมืออาชีพ สังคมทุกส่วนให้ความเชื่อมั่นมากขึ้น
2.ถ้า #กสทช. ประสานประโยชน์ของทุกกลุ่ม (รัฐ-เอกชน-ประชาชน) บนหลักการที่รับฟังได้ เป็นธรรมระดับหนึ่ง จะส่งผลดีต่อวิกฤตของประเทศโดยรวม
3.การส่งเสริมอุตสาหกรรมสื่อ/โทรคม ให้โอกาสกลุ่มธุรกิจปลดแอกจากภาครัฐ และการถ่วงดุลประโยชน์ให้ผู้บริโภค/สาธารณะ ต้องไปควบคู่กัน
4.ใช้ ความเป็นองค์กรใหม่/ภาพลักษณ์ที่เป็นกลางทางการเมือง กำกับสื่อ/โทรคม บนหลักการของเสรีภาพและความรับผิดชอบต่อสังคม ไม่เลือกปฏิบัติ
5. สร้าง #กสทช. ให้เป็นองค์กรกำกับสมัยใหม่ โดดเด่นเรื่องการมีจุดคานงัด ถ่วงดุลซึ่งกัน สะท้อนพหุนิยมทางการเมือง (Political pluralism)


ความเสี่ยง

1.แม้จะตั้งใจทำงานดี แต่ถ้าองค์กรยังมีปัญหาธรรมภิบาลต่อเนื่อง สังคมจะไม่ให้ความเชื่อถือ ส่งผลต่อการทำงานและภาพลักษณ์มาก
2.ถ้าการจัดสรรผลประโยชน์ไม่เป็นธรรม อาทิ รัฐเสีย-เอกชนได้มาก-ผู้บริโภคยังไม่มีหลักประกัน จะไม่ใช่แนวทางที่ win-win-win
3. ถ้าเอื้อเอกชนมากเกินไป แม้ว่าจะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรม แต่ถ้าไม่มีหลักประกันเพื่อผู้บริโภคที่ชัดเจน ระบบจะเสียสมดุล
4.ถ้าประคับประคองจุดยืนที่เป็นกลางไม่ได้ เพราะเลือกปฏิบัติ ลุแก่อำนาจหรือกลัวอำนาจ จะทำให้เสียโอกาสในการช่วยวิกฤตประเทศ
5.ถ้าไม่ยกระดับเป็นองค์กรแบบมืออาชีพ ก็อาจกลายเป็นองค์กรดราม่า จากจุดคานงัดเพื่อถ่วงดุล จะกลายเป็นจุดแตกหัก ดับเครื่องชน

จบการทวิต 20 SWOT (จุดแข็ง-จุดอ่อน-โอกาส-ความเสี่ยง) ในวาระครบ 1 ปี วันนี้วิพากษ์องค์กรก็วิพากษ์ตัวเองด้วย โดยเฉพาะข้อ 5

นักข่าวชายแดนใต้ โดนตำรวจเรียกสอบ-ยึดรูปถ่าย

ที่มา ประชาไท



7 ตุลาคม 2555 เว็บไซต์โครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (http://freedom.ilaw.or.th/case/436) รายงานว่า มีนักข่าวพลเมื
องสองคนในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวไปสอบสวนที่ สถานีตำรวจภูธรนราธิวาส เป็นเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ก่อนได้รับการปล่อยตัวมาโดยไม่มีการตั้งข้อกล่าวหา
นักข่าวสองคนนี้ คนหนึ่งเป็น นักข่าวพลเมืองจากกลุ่มอินเซ้าท์ (Insouth) และอีกคนหนึ่งเป็นนักข่าวพลเมืองดีสลาตัน ของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส โดยเมื่อวันที่ 5 ต.ค. 55 เวลาประมาณ 10.00 น. เขาทั้งสองพร้อมด้วยกล้องวีดีโอหนึ่งตัวและกล้องถ่ายภาพนิ่งหนึ่งตัวออกขี่รถจักรยานเพื่อบันทึกภาพบรรยากาศภายในตัวเมืองจังหวัดนราธิวาสที่เงียบเหงา เนื่องจากวันนั้นเป็นวันศุกร์และร้านค้าภายในตัวเมืองไม่เปิดให้บริการ เพราะมีใบปลิวข่มขู่ออกมาจากกลุ่มผู้ไม่หวังดีก่อนหน้านั้นว่าให้ร้านค้าในพื้นที่ปิดบริการทุกวันศุกร์
ขณะที่ขี่จักรยานผ่านบริเวณหอนาฬิกากลางเมืองนราธิวาส มีเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบพร้อมชุด อส. ขี่รถจักรยานยนต์มาด้วยกันสองคนมาเรียกให้พวกเขาหยุด เพื่อถามถึงสาเหตุที่ออกมาถ่ายภาพในวันนั้น ก่อนที่จะมีเจ้าหน้าที่อีกหลายหน่วยตามมาสมทบ
หลังจากนั้น พวกเขาถูกนำตัวไปสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธรนราธิวาสโดยเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบหลายนายเป็นเวลา ประมาณสองชั่วโมง เจ้าหน้าที่พยายามสอบถามถึงชื่อ ที่อยู่ หน่วยงานที่สังกัด และวัตถุประสงค์ในการถ่ายภาพ แต่เมื่อแสดงบัตรผู้สื่อข่าวแล้วเจ้าหน้าที่ก็ยังไม่เชื่อ โดยเจ้าหน้าที่อ้างว่าไม่เคยได้ยินชื่อกลุ่มอินเซ้าท์มาก่อน และแม้เจ้าหน้าที่ตำรวจโทรศัพท์ไปตรวจสอบกับสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสแล้วพบว่า เป็นนักข่าวมีตัวตนอยู่จริง ก็ยังไม่เชื่อ ยังคงสอบสวนต่ออีกระยะหนึ่ง
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังขอหน่วยความจำในกล้องของพวกเขาไปตรวจสอบ และลบภาพที่ถ่ายในวันนั้นออกทั้งหมด หลังจากการสอบสวนเป็นเวลาประมาณ 2 ชั่วโมงพวกเขาก็ได้รับการปล่อยตัวโดยไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา และไม่มีการลงนามในบันทึกการสอบปากคำแต่อย่างใด แต่ได้ถ่ายรูปของพวกเขาเก็บไว้เป็นทะเบียนประวัติ และข่มขู่ว่าหากหลังจากนี้เกิดอะไรขึ้นในพื้นที่พวกเขาก็จะถูกเรียกมาสอบสวนก่อน
ขณะที่เพื่อนของพวกเขาอีกหนึ่งคนซึ่งพวกเขามาขอพักอาศัยที่บ้านในจังหวัดนราธิวาส ซึ่งไม่ได้เป็นนักข่าวก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนด้วยในฐานะผู้ให้ที่พักพิง
หลังจากนั้นพวกเขาจึงปรึกษากันและตัดสินใจนำเรื่องดังกล่าวไปร้องเรียนที่ศูนย์ทนายความมุสลิมจังหวัดนราธิวาส

จนท.ตรวจที่เกิดเหตุ เบิกความไต่สวนการตาย “ชาติชาย ชาเหลา” เหยื่อกระสุน พ.ค.53

ที่มา ประชาไท



พ.ต.ท.วัชรัศมิ์ เฉลิมสุขสันต์ เจ้าหน้าที่ตรวจสถานที่เกิดเหตุ เบิกความไต่สวนการตายกรณี “ชาติชาย ชาเหลา” เหยื่อกระสุน พ.ค.53 ระบุพบเส้นผมและรอยกระสุน ทิศทางมาทางฝังศาลาแดง ผู้ตายถูกกระสุน M16

เมื่อ วันที่ 5 ต.ค.55 ที่ผ่านมา ที่ห้องพิจารณา 501 ศาลอาญากรุงเทพใต้ พ.ต.ท.วัชรัศมิ์ เฉลิมสุขสันต์ อายุ 47 ปี เจ้าหน้าที่ตรวจสถานที่เกิดเหตุ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม เข้าเบิกความในการไต่สวนคำร้องชันสูตรพลิกศพเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตของ นายชาติชาย ชาเหลา อายุ 25 ปี ที่ถูกยิงเสียชีวิตคืนวันที่ 13 พ.ค.53 ที่บริเวณหน้าบริษัท กฤษณา มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ถนนพระราม 4 ตรงข้ามสวนลุมพินี ในช่วงที่มีการกระชับพื้นที่การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้าน เผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. โดย ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.)ในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

พ.ต.ท.วัชรัศมิ์ เฉลิมสุขสันต์ เบิกความว่า ได้รับแจ้งเรื่องกรณีนี้จากพนักงานสอบสวนเมื่อ ก.ย. 2553 และได้เดินทางไปตรวจสถานที่เกิดเหตุในวันที่ 24 ก.ย.53 ที่หน้า บริษัท กฤษณา มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ถนนพระราม 4 พบรอยบุบยุบที่ประตูเหล็กม้วนสูงจากพื้น 1.74 เมตร 1 รอย ซึ่งคาดว่าเกิดจากเศษโลหะที่น่าจะเป็นเศษกระสุนปืนมากระแทกอย่างแรงและเร็ว รวมทั้งพบเส้นผมติดที่ขอบปูนด้านข้างประตู 1 เส้น สูงจากพื้น 1.90 เมตร และเหตุที่เส้นผมอยู่สูงกว่ารอยกระสุนนั้น เพราะเมื่อกระสุนกระทบกับศีรษะจะทำให้กระสุนและกระโหลกศีรษะแตกออกและ กระเซ็นออกไปได้ ตำแหน่งจึงสูงกว่าได้

เจ้าหน้าที่ตรวจสถานที่เกิด เหตุ เบิกความด้วยว่าหลังจากนั้นพนักงานสอบสวนได้นำข้อมูลเป็นภาพและวีดีโอคลิ ปขณะเกิดเหตุ รวมทั้งข้อมูลผลการชันสูตรศพ จึงได้มีการเข้าไปตรวจสถานที่เกิดเหตุอีกครั้งเมื่อวันที่ 18 พ.ย.53 เพื่อจำลองเหตุการณ์หาทิศทางการยิง ผลการจำลองประกอบภาพและคลิปขณะเกิดเหตุเป็นภาพใกล้เคียงช่วงเวลาที่นายชาติ ชายหรือผู้ตายถูกยิง ขณะนั้นอยู่ริมถนนด้านหน้าที่รถเข็นและแผงว่าเป็นที่กำบัง หันหน้าไปทางแยกศาลาแดง ซึ่งรอยบาดแผลกระสุนเข้าหน้าผากขวาทะลุศีรษะด้านหลังซ้าย กระสุนจึงมาจากทางฝังแยกศาลาแดง แนวกระสุนเป็นไปได้ทั้งระนาบตามแนวถนนและจากสะพานลอยข้ามถนนพระราม 4

พ.ต.ท. วัชรัศมิ์  เบิกความด้วยว่าจากการดูบาดแผลเกิดจากกระสุนขนาด .223 ซึ่งใช้กับปืนเล็กกล เช่น M16 และ ทราโว สำหรับภาพและคลิปนั้น ไม่ทราบว่าทางพนักงานสอบสวนได้มาจากไหนอีกที

แผนที่จุดเกิดเหตุ แผงลอย หน้า บ.กฤษณาฯ :

ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น

 วีดีโอคลิปขณะเกิดเหตุ “ชาติชาย” สวมเสื้อลายสีแดงขาว :



TCIJ: กระทรวงวิทย์รับโอนรองเลขาฯ คนสนิท ‘ปลอดประสพ’ จ่อขึ้นซี10

ที่มา ประชาไท



เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม รายงานข่าวแจ้งว่า กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้รับโอน น.ส.อัจฉรา วงศ์แสงจันทร์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไปดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ แทนรองเลขาธิการที่เกษียณอายุ
การรับโอนข้าราชการระดับ 9 เป็นอำนาจของปลัดกระทรวง ไม่ต้องผ่านมติคณะรัฐมนตรี เพียงผ่านความเห็นชอบของปลัดกระทรวงทั้งสอง
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2555 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีคำสั่งโอน น.ส.อัจฉรา จากผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ไปเป็นรองอธิบดีกรมป่าไม้ นับเป็นรองอธิบดีหญิงคนแรกในรอบ 115 ปี แต่ดำรงตำแหน่งได้เพียงเดือนเศษ เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2555 ก็มีคำสั่งย้ายไปเป็นรองอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2555 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติแต่งตั้งข้าราชการกระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี 3 ราย ตามที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเสนอ ได้แก่
1. น.ส.เสาวณี มุสิแดง รองปลัดกระทรวง  ให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ
2. นายสุทธิเวช ต.แสงจันทร์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ ให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ
3. นายสมชาย เทียมบุญประเสริฐ ที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานปลัดกระทรวง ให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง
การแต่งตั้งดังกล่าวทำให้มีตำแหน่งรองปลัดกระทรวงว่าง 2 ตำแหน่ง คือตำแหน่งของ นายวีระพงษ์ แพสุวรรณ ที่ขึ้นดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงคนใหม่ และตำแหน่งของ น.ส.เสาวณี มุสิแดง
การโอนย้าย น.ส.อัจฉรามาดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ จึงทำให้ น.ส.อัจฉราอยู่ในข่ายจะได้เลื่อนเป็นรองปลัดกระทรวงด้วยคนหนึ่ง
น.ส.อัจฉราเคยเป็นเลขานุการของนายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตั้งแต่สมัยดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมประมง อธิบดีกรมป่าไม้ และปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ เมื่อครั้งที่นายปลอดประสพ ถูกย้ายจากอธิบดีกรมป่าไม้ ในปี 2545 เพราะขัดแย้งกับฝ่ายการเมือง จนเป็นข่าวครึกโครม
นอกจากนี้ สำนักข่าวอิศราเคยรายงานว่า น.ส.อัจฉราเป็นผู้ถือหุ้น บริษัท เทสโก้ แคปปิตอล จำกัด, บริษัท รีเทค เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด และบริษัท ไทย – เยอรมัน เอนเนอร์ยี่ จำกัด ร่วมกับนางธัญญา สุรัสวดี ภริยานายปลอดประสพ และนายธรรมนูญ มงคล ผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัทเทสโก้ จำกัด แต่ต่อมานางธัญญาโอนหุ้นให้นายปิ่นสาย สุรัสวดี บุตรชาย
บริษัท เทสโก้ จำกัด เป็นบริษัทที่ปรึกษา ซึ่งได้รับการว่าจ้างจากหน่วยงานในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ 39 ครั้ง วงเงิน 163.8 ล้านบาท ระหว่างปี 2546-2554 เมื่อปี 2549 ยังได้รับว่าจ้างจากองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยว อย่างยั่งยืน เป็นที่ปรึกษาโครงการออกแบบกระเช้าลอยฟ้า เชิงดอยสุเทพ วงเงิน 44 ล้านบาทเศษ ล่าสุดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2555 ได้รับจ้างทำแผนแม่บทบูรณาการการบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษอุทยานประวัติ ศาสตร์สุโขทัย-ศรีสัชนาลัย กำแพงเพชร  วงเงิน 7.6 ล้านบาท ทำแผนแม่บทและแผนปฏิบัติการพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน วงเงิน 6.65 ล้านบาท

พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์นั่งรักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย

ที่มา thaifreenews

 



10.05 ที่ประชุม รก.กก.บห.พรรคเพื่อไทย 
มีมติให้ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ เป็นรก.หัวหน้าพรรค 
พร้อมนัดประชุมใหญ่ฯ เพื่อเลือก หน.พรรค 30 ต.ค. 55

คลิปงาน36ปี6ตุลา2519

ที่มา Thai E-News

 รูปภาพ : ชมคลิป เสวนา 6 ตุลากับทิศทางการเมืองไทย และสัปดาห์รำลึก 36 ปี 6 ตุลา และ 6-10-2012

ปาฐกถาพิเศษ ณ หอประชุมศรีบูรพา 6 ตุลา 2519 กับอุดมการณ์คนรุ่นหลัง  โดย ดร.พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์
http://youtu.be/ZdHo3Quw09s

เสวนา 6 ตุลา กับทิศทางการเมืองไทย 6-10-55/1 
http://youtu.be/YvPQzVSwpZU

เสวนา 6 ตุลา กับทิศทางการเมืองไทย 6-10-55/2 
http://youtu.be/pzxKeK4iDK0

เสวนา 6 ตุลา กับทิศทางการเมืองไทย 6-10-55/3 
http://youtu.be/rloaFsftagg

กิจกรรมละครใบ้ และบทกวี งานสัปดาห์รำลึก 36 ปี 6 ตุลา ประชาธิปไตยประชาชน ณ หอประชุมศรีบูรพา 
http://youtu.be/xNuYrwbbh3c

งานสัปดาห์รำลึก 36 ปี 6 ตุลา 6-10-55/1
http://youtu.be/SsovgSeKsBk

งานสัปดาห์รำลึก 36 ปี 6 ตุลา 6-10-55/2 
http://youtu.be/jN-MqhBlJOM


เสวนา 6 ตุลากับทิศทางการเมืองไทย ณ หอประชุมศรีบูรพา โดยกรรมการรับข้อมูลสืบพยานเหตุการณ์ 6 ตุลา ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ ,ปณิธาน พฤกษาเกษมสุข ,พัชณีย์ คำหนัก ,องค์กรเลี้ยวซ้าย ,
ตัวแทนองค์กรนักศึกษามหาวิทยลัย ธรรมศาสตร์ ดำเนินรายการโดย ใบตองแห้ง

......................

วงเสวนา"6 ตุลากับทิศทางการเมืองไทย" ถกเข้มว่าด้วยเรื่อง ภาพติดตา6ตุลาฯ - ชายชุดดำ -เพื่อไทย 

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1349510972&grpid=01&catid=&subcatid=


"สุธาชัย" ชี้สังคมไทยเชื่อนิยาย "ชายชุดดำ" มากกว่าสำรวจข้อเท็จจริง
 
 
นายสุธาชัย ยิ้มประเสริฐ รองศาสตรจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกล่าวถึงแนวคิดกลุ่มชายชุดดำที่อยู่ปะปนกับกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 10 เมษายน 2553 ว่า สังคมไทยชอบเชื่อสิ่งที่เป็นนิยายคือเรื่องจริง เช่นกรณีชายชุดดำปรากฎตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 เมษายน แล้วรัฐบาลสมัยอภิสิทธิ์ก็บอกว่า ชายชุดดำเป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงก่อน ปรากฎตัวตามจุดต่าง ๆ ปะปนอยู่กับผู้ชุมนุมเสื้อแดงมากมาย มีบทบาทสำคัญที่สุดในเหตุการณ์ความวุ่นวายช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม ปี 2553 แต่ไม่พบหลักฐานใด ๆ ที่เห็นชายชุดดำในจุดอื่น ๆ เลย


นอกจากนี้ก่อนที่ฝ่ายพรรคประชาธิปัตย์จะสร้างตัวละครชายชุดดำเป็นผู้สังหารกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงนายสุเทพเทือกสุบรรณก็เคยบอกว่า การตายของกลุ่มคนเสื้อแดง 91 ศพที่ชุมนุมประท้วงรัฐบาลนายอภิสิทธิ์เมื่อเดือนเมษายน-พฤษภาคม ปี 2553 นั้นเกิดจากคนเสื้อแดงฆ่ากันเอง เพิ่งจะมาบอกว่าเป็นการกระทำของชายชุดดำ แสดงว่าเป็นตัวละครที่ฝ่ายพรรคประชาธิปัตย์เพิ่งจะสร้างขึ้นมา


รองศาสตราจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์จุฬาฯกล่าวว่า บทบาทของสังคมโดยเฉพาะฝ่ายที่ทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและวงการสื่อสารมวลชนไม่ได้ทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงแต่อย่างใดแต่กลับเชื่อว่าสิ่งที่รัฐบาลสมัยนายอภิสิทธิ์บอกนั้นเป็นเรื่องจริงเมื่อสื่อมวลชนไม่ตรวจสอบก็ทำให้ประชาชนเชื่อหรือเกิดความสับสน


โดยเฉพาะตัวอย่างสำคัญคือผังล้มเจ้าที่ศูนย์อำนวยการแก่้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เปิดเผยต่อสื่อมวลชนเพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุม ลดความน่าเชื่อถือของขบวนการคนเสื้อแดง แล้วตอนนี้ทหารในฝ่าย ศอฉ.เองออกมายอมรับภายหลังว่า ผังล้มเจ้าเป็นเพียงเอกสารชั้นต้นที่ยังไม่มีข้อเท็จจริงแต่อย่างใด แต่สื่อมวลชนก็นำไปเผยแพร่โดยไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเสียก่อน
 
 
 
ลูก"สมยศ" ย้ำ นศ.ที่สนใจการเมืองต้องไม่ติดภาพ 6 ตุลาฯ 

 
ด้าน  นายปณิธาน กล่าวถึงบทบาทของนิสิตนักศึกษากับการเมืองไทยว่า เหตุการณ์  6 ตุลาคม 2519 เป็นเพราะแนวคิดของนิสิตนักศึกษาได้รับพลังจากสังคมภายนอกด้วย โดยเฉพาะการต่อสู้ของแนวคิดสังคมนิยมและทุนนิยม โดยนิสิตนักศึกษามีแนวคิดแบบสังคมนิยมมากกว่าและเรียกร้องความเท่าเทียมกันของสังคม สนับสนุนขบวนการแรงงานและเกษตรกร   แต่ปัจจุบันนี้นิสิตนักศึกษามีแนวคิดแบบทุนนิยมและอาจสนับสนุนให้เกิดความเหลื่อมล้ำของสังคมเสียด้วยซ้ำดังนั้นภาพของการขับเคลื่อนประชาธิปไตยในปัจจุบันจึงอยู่ที่ประชาชนชนชั้นล่างและชนชั้นกลางระดับล่าง


นักกิจกรรมขบวนการนิสิตนักศึกษา ยังกล่าวถึง นิสิตนักศึกษาที่สนใจการเมืองว่าปัจจุบันจะแบ่งกลุ่มนิสิตนักศึกษาที่สนใจการเมืองออกเป็น3  ประเภท  คือ1.นิสิตนักศึกษาที่อยู่ในสายวิพากษ์วิจารณ์ 2.นิสิตนักศึกษาที่เป็นนักกิจกรรมขับเคลื่อนทางการเมือง และสุดท้ายนิสิตนักศึกษาที่ต้องการขับเคลื่อนขบวนการนักศึกษาให้เป็นแบบภาพของเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 และ 6 ตุลาคม 2519  ซึ่งโดยส่วนตัวคิดว่า กลุ่มนิสิตนักศึกษาที่อยู่ในประเภทที่สามจะมีปัญหาทางความคิดมากที่สุด เพราะยึดติดภาพของอดีตเป็นแนวทางในการขับเคลื่อน โดยไม่ได้สนใจว่าสถานการณ์ทางการเมืองโลกและภายในประเทศเองมีความเปลี่ยนแปลงไป ปัจจุบันผู้ที่มีพลังในการขับเคลื่อนหรือเป็นฝ่ายนำในการเรียกร้องประชาธิปไตยคือประชาชน ไม่ใช่นิสิตนักศึกษาเหมือนในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 อีกแล้ว


"เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 และเหตุการณ์เมษายน-พฤษภาคม ปี 2553 มีสิ่งที่สะท้อนเหมือนกันคือ ระบบนิติรัฐและนิติธรรมของประเทศไทยยังไม่สามารถใช้ได้จริงเพราะสองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่า รัฐยังไม่สามารถรับประกันสิทธิเสรีภาพของประชาชนได้ ยังมีการฆ่าประชาชนที่ไม่มีอาวุธ ดังนั้นบทบาทของนิสิตนักศึกษาจะต้องผลักดัน เรียกร้องให้สังคมไทยเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง โดยเข้าร่วมกับประชาชนมากกว่าจะเป็นฝ่ายนำเพราะบทบาทตอนนี้ประชาชนต้องเป็นฝ่ายนำมากกว่า" บุตรชายนายสมยศกล่าว
 
 
นักสังคมนิยมไทย"ชี้พรรคเพื่อไทยใช้นโยบายเอาใจมากกว่าลดความเหลื่อมล้ำ
 
 
นางสาวพัชณีย์ คำหนัก สมาชิกองค์กรเลี้ยวซ้าย ที่ศึกษาแนวคิดสังคมนิยม มหาบัณฑิตคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกล่าวถึงแนวทางการต่อสู้ของคนเสื้อแดงว่า กลุ่มคนเสื้อแดงต้องมีพรรคการเมืองเป็นของตัวเองเพราะตอนนี้กลุ่มคนเสื้อแดงกำลังไล่ตามกลุ่มนักการเมืองของพรรคเพื่อไทยถูกใช้ประโยชน์เพื่อนักการเมืองมากกว่า


สมาชิกองค์กรเลี้ยวซ้าย กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ในพรรคเพื่อไทยเองก็มีแนวคิดทางการเมืองที่หลากหลาย ทำให้หลายนโยบายที่สามารถลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริงเพราะพรรคเพื่อไทยมีสมาชิกพรรคคือกลุ่มนายทุนธุรกิจขนาดใหญ่แล้วนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่กำลังดำเนินการอยู่นั้นก็เป็นนโยบายที่ไม่ได้แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ เป็นนโยบายที่ฉาบฉวย ไม่ได้ปฎิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจเพื่อประชาชน


มหาบัณฑิตคณะรัฐศาสตร์จุฬาฯ กล่าวว่า คนเสื้อแดงจะต้องศึกษาทฤษฎีทางการเมืองเพื่อไม่ตกเป็นเครื่องมือของนักการเมือง ดังนั้นจะต้องมีการปฎิรูประบบเศรษฐกิจให้ชนชั้นล่างและชนชั้นกลางระดับล่างได้รับค่าตอบแทนที่เป็นธรรม มีพอใช้ในการดำรงชีวิตเพื่อจะได้มีเวลาว่างในการศึกษาทฤษฎีทางการเมือง ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของคนเสื้อแดงต่อไป
ชมคลิป เสวนา 6 ตุลากับทิศทางการเมืองไทย และสัปดาห์รำลึก 36 ปี 6 ตุลา และ 6-10-2012


รูปภาพ


http://youtu.be/ZdHo3Quw09s

เสวนา 6 ตุลา กับทิศทางการเมืองไทย 6-10-55/1
ณ หอประชุมศรีบูรพา โดยกรรมการรับข้อมูลสืบพยานเหตุการณ์ 6 ตุลา ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ ,ปณิธาน พฤกษาเกษมสุข ,พัชณีย์ คำหนัก ,องค์กรเลี้ยวซ้าย ,
ตัวแทนองค์กรนักศึกษามหาวิทยลัย ธรรมศาสตร์ ดำเนินรายการโดย ใบตองแห้ง


http://youtu.be/YvPQzVSwpZU

เสวนา 6 ตุลา กับทิศทางการเมืองไทย 6-10-55/2

http://youtu.be/pzxKeK4iDK0

เสวนา 6 ตุลา กับทิศทางการเมืองไทย 6-10-55/3

http://youtu.be/rloaFsftagg

กิจกรรมละครใบ้ และบทกวี งานสัปดาห์รำลึก 36 ปี 6 ตุลา ประชาธิปไตยประชาชน ณ หอประชุมศรีบูรพา

http://youtu.be/xNuYrwbbh3c

งานสัปดาห์รำลึก 36 ปี 6 ตุลา 6-10-55/1

http://youtu.be/SsovgSeKsBk

งานสัปดาห์รำลึก 36 ปี 6 ตุลา 6-1 0-55/2

http://youtu.be/jN-MqhBlJOM
......................

วงเสวนา"6 ตุลากับทิศทางการเมืองไทย" ถกเข้มว่าด้วยเรื่อง ภาพติดตา6ตุลาฯ - ชายชุดดำ -เพื่อไทย 

ที่มา:มติชนออนไลน์
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1349510972&grpid=01&catid&subcatid


"สุธาชัย" ชี้สังคมไทยเชื่อนิยาย "ชายชุดดำ" มากกว่าสำรวจข้อเท็จจริง

นาย สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ รองศาสตรจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกล่าวถึงแนวคิดกลุ่มชายชุดดำที่อยู่ปะปนกับกลุ่มคน เสื้อแดงในวันที่ 10 เมษายน 2553 ว่า สังคมไทยชอบเชื่อสิ่งที่เป็นนิยายคือเรื่องจริง เช่นกรณีชายชุดดำปรากฎตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 เมษายน แล้วรัฐบาลสมัยอภิสิทธิ์ก็บอกว่า ชายชุดดำเป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงก่อน ปรากฎตัวตามจุดต่าง ๆ ปะปนอยู่กับผู้ชุมนุมเสื้อแดงมากมาย มีบทบาทสำคัญที่สุดในเหตุการณ์ความวุ่นวายช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม ปี 2553 แต่ไม่พบหลักฐานใด ๆ ที่เห็นชายชุดดำในจุดอื่น ๆ เลย

นอก จากนี้ก่อนที่ฝ่ายพรรคประชาธิปัตย์จะสร้างตัวละครชายชุดดำเป็นผู้สังหาร กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงนายสุเทพเทือกสุบรรณก็เคยบอกว่า การตายของกลุ่มคนเสื้อแดง 91 ศพที่ชุมนุมประท้วงรัฐบาลนายอภิสิทธิ์เมื่อเดือนเมษายน-พฤษภาคม ปี 2553 นั้นเกิดจากคนเสื้อแดงฆ่ากันเอง เพิ่งจะมาบอกว่าเป็นการกระทำของชายชุดดำ แสดงว่าเป็นตัวละครที่ฝ่ายพรรคประชาธิปัตย์เพิ่งจะสร้างขึ้นมา

รอง ศาสตราจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์จุฬาฯกล่าวว่า บทบาทของสังคมโดยเฉพาะฝ่ายที่ทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและวงการสื่อสาร มวลชนไม่ได้ทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงแต่อย่างใดแต่กลับเชื่อว่าสิ่งที่ รัฐบาลสมัยนายอภิสิทธิ์บอกนั้นเป็นเรื่องจริงเมื่อสื่อมวลชนไม่ตรวจสอบก็ทำ ให้ประชาชนเชื่อหรือเกิดความสับสน

โดย เฉพาะตัวอย่างสำคัญคือผังล้มเจ้าที่ศูนย์อำนวยการแก่้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เปิดเผยต่อสื่อมวลชนเพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุม ลดความน่าเชื่อถือของขบวนการคนเสื้อแดง แล้วตอนนี้ทหารในฝ่าย ศอฉ.เองออกมายอมรับภายหลังว่า ผังล้มเจ้าเป็นเพียงเอกสารชั้นต้นที่ยังไม่มีข้อเท็จจริงแต่อย่างใด แต่สื่อมวลชนก็นำไปเผยแพร่โดยไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเสียก่อน

ลูก"สมยศ" ย้ำ นศ.ที่สนใจการเมืองต้องไม่ติดภาพ 6 ตุลาฯ 

ด้าน นายปณิธาน กล่าวถึงบทบาทของนิสิตนักศึกษากับการเมืองไทยว่า เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 เป็นเพราะแนวคิดของนิสิตนักศึกษาได้รับพลังจากสังคมภายนอกด้วย โดยเฉพาะการต่อสู้ของแนวคิดสังคมนิยมและทุนนิยม โดยนิสิตนักศึกษามีแนวคิดแบบสังคมนิยมมากกว่าและเรียกร้องความเท่าเทียมกัน ของสังคม สนับสนุนขบวนการแรงงานและเกษตรกร แต่ปัจจุบันนี้นิสิตนักศึกษามีแนวคิดแบบทุนนิยมและอาจสนับสนุนให้เกิดความ เหลื่อมล้ำของสังคมเสียด้วยซ้ำดังนั้นภาพของการขับเคลื่อนประชาธิปไตยใน ปัจจุบันจึงอยู่ที่ประชาชนชนชั้นล่างและชนชั้นกลางระดับล่าง

นัก กิจกรรมขบวนการนิสิตนักศึกษา ยังกล่าวถึง นิสิตนักศึกษาที่สนใจการเมืองว่าปัจจุบันจะแบ่งกลุ่มนิสิตนักศึกษาที่สนใจ การเมืองออกเป็น3 ประเภท คือ1.นิสิตนักศึกษาที่อยู่ในสายวิพากษ์วิจารณ์ 2.นิสิตนักศึกษาที่เป็นนักกิจกรรมขับเคลื่อนทางการเมือง และสุดท้ายนิสิตนักศึกษาที่ต้องการขับเคลื่อนขบวนการนักศึกษาให้เป็นแบบภาพ ของเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 และ 6 ตุลาคม 2519 ซึ่งโดยส่วนตัวคิดว่า กลุ่มนิสิตนักศึกษาที่อยู่ในประเภทที่สามจะมีปัญหาทางความคิดมากที่สุด เพราะยึดติดภาพของอดีตเป็นแนวทางในการขับเคลื่อน โดยไม่ได้สนใจว่าสถานการณ์ทางการเมืองโลกและภายในประเทศเองมีความเปลี่ยน แปลงไป ปัจจุบันผู้ที่มีพลังในการขับเคลื่อนหรือเป็นฝ่ายนำในการเรียกร้อง ประชาธิปไตยคือประชาชน ไม่ใช่นิสิตนักศึกษาเหมือนในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 อีกแล้ว

"เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 และเหตุการณ์เมษายน-พฤษภาคม ปี 2553 มีสิ่งที่สะท้อนเหมือนกันคือ ระบบนิติรัฐและนิติธรรมของประเทศไทยยังไม่สามารถใช้ได้จริงเพราะสอง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่า รัฐยังไม่สามารถรับประกันสิทธิเสรีภาพของประชาชนได้ ยังมีการฆ่าประชาชนที่ไม่มีอาวุธ ดังนั้นบทบาทของนิสิตนักศึกษาจะต้องผลักดัน เรียกร้องให้สังคมไทยเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง โดยเข้าร่วมกับประชาชนมากกว่าจะเป็นฝ่ายนำเพราะบทบาทตอนนี้ประชาชนต้องเป็น ฝ่ายนำมากกว่า" บุตรชายนายสมยศกล่าว

นักสังคมนิยมไทย"ชี้พรรคเพื่อไทยใช้นโยบายเอาใจมากกว่าลดความเหลื่อมล้ำ

นาง สาวพัชณีย์ คำหนัก สมาชิกองค์กรเลี้ยวซ้าย ที่ศึกษาแนวคิดสังคมนิยม มหาบัณฑิตคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกล่าวถึงแนวทางการต่อสู้ของคนเสื้อแดงว่า กลุ่มคนเสื้อแดงต้องมีพรรคการเมืองเป็นของตัวเองเพราะตอนนี้กลุ่มคนเสื้อแดง กำลังไล่ตามกลุ่มนักการเมืองของพรรคเพื่อไทยถูกใช้ประโยชน์เพื่อนักการเมือง มากกว่า

สมาชิก องค์กรเลี้ยวซ้าย กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ในพรรคเพื่อไทยเองก็มีแนวคิดทางการเมืองที่หลากหลาย ทำให้หลายนโยบายที่สามารถลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริง เพราะพรรคเพื่อไทยมีสมาชิกพรรคคือกลุ่มนายทุนธุรกิจขนาดใหญ่แล้วนโยบายของ พรรคเพื่อไทยที่กำลังดำเนินการอยู่นั้นก็เป็นนโยบายที่ไม่ได้แก้ปัญหาความ เหลื่อมล้ำ เป็นนโยบายที่ฉาบฉวย ไม่ได้ปฎิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจเพื่อประชาชน

มหา บัณฑิตคณะรัฐศาสตร์จุฬาฯ กล่าวว่า คนเสื้อแดงจะต้องศึกษาทฤษฎีทางการเมืองเพื่อไม่ตกเป็นเครื่องมือของนักการ เมือง ดังนั้นจะต้องมีการปฎิรูประบบเศรษฐกิจให้ชนชั้นล่างและชนชั้นกลางระดับล่าง ได้รับค่าตอบแทนที่เป็นธรรม มีพอใช้ในการดำรงชีวิตเพื่อจะได้มีเวลาว่างในการศึกษาทฤษฎีทางการเมือง ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของคนเสื้อแดงต่อไป

เก็บตกเรื่องขำขัน: มัลลิกาตามล่าทักษิณ

ที่มา Thai E-News

 เรื่องมัลลิกาตามล่าทักษิณ...



..................................................
ฮ่องกง :    ฮ่องกง เรียก อีติ่ง1 ทราบแล้วเปลี่ยน..
อีติ่ง1..  :   อีติ่ง1 ทราบ..เปลี่ยน...
ฮ่องกง :    ขณะนี้เรารู้ตำแหน่งทักกี้แล้ว...เปลี่ยน..

อีติ่ง 1.. :   รายงานด่วน..อยู่ที่ไหน?...เปลี่ยน...
ฮ่องกง :   ที่ 13° 18' 00'' N ..110° 36' 00'' E...เปลี่ยน
อีติ่ง 1.. :   รับทราบ 13° 18' 00'' N ..110° 36' 00'' E ถูกต้อง..เปลี่ยน..
ฮ่องกง :   ถูกต้อง...เปลี่ยน..
.................3 days later.................

.... เจ้าหน้าที่ตำรวจเวียดนาม..พบศพหญิงไม่ทราบชื่อ
.... ลอยเข้ามาติดชายฝั่ง...
.... เจ้าหน้าที่สันนิฐานว่า...เป็นหญิงเสียสติ..ที่พยายามเข้าไปในใจกลางพายุ แกมี...

.................The End.................

เครดิต Waruna Na  / จอนคูโบต้า

จาตุรนต์:จาก6ตุลาถึงรายงานคอป.

ที่มา Thai E-News





"..... ควรนิรโทษกรรมประชาชนที่ไม่ใช่แกนนำไปก่อน ส่วนจะนิรโทษกรรมผู้อื่นส่วนอื่นอย่างไรต้องใช้เวลา"นายจาตุรนต์กล่าว"

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1349594536&grpid=00&catid&subcatid

ดีใจ ที่ "พี่อ๋อย" เสนอเรื่องนิรโทษกรรมนะ ก็หวังว่า "พี่อ๋อย" จะใช้ "คอนเน็คชั่น" ทั้งหลายแหล่ที่มี กับ พรรครัฐบาล ผลักดันให้เป็นจริงเร็วๆ

ประเด็น เรื่อง "นิรโทษกรรมผู้อื่นส่วนอืน ..ต้องใช้เวลา" (ให้รอก่อน) นี่ ก็หวังว่า "พี่อ๋อย" จะมองเห็น และชักชวนให้คนอื่นในพรรค มองเห็นว่า ก
ารผูกเรือ่งนิรโทษกรรม ประชาชน เข้ากับ กรณีคุณทักษิณ ที "ต้องใช้เวลา" นั้น มีแต่ทำให้ การนิรโทษกรรม ประชาชน เป็นเรืองยาก เรียกว่า เป็นไปไม่ได้ ในระยะสั้นๆ เร็วๆเลย

...............

ปล. เมื่อเช้า ผมดูถ่ายทอดสดที่ "พี่อ๋อย" พูด (ขอบคุณ ทีมงานคู่ขวัญ ม้าเร็ว สปีดฮอสทีวี และ กาแฟ ทีมงานม้าเร็ว เช่น เคย) จริงๆ ประเด็น วิจารณ์ คอป. ของ "พี่อ๋อย" มีทีโต้แย้ง แลกเปลียนได้ (เรื่อง "รากเหง้าปัญหา" ที่ "พี่อ๋อย" เสนอ หรือ แม้แต่เรื่อง 112 ที่ คอป.เสนอ ที่ เสียดาย พี่อ๋อย ไม่ได้พูด ..... แต่ผมชอบประเด็น "ข้อ 2" ที่ "พี่อ๋อย" เสนอนี้มาก เ่รื่องอื่น เรื่องเล็กตอนนี้


cc Suda Rangkupan Nithiwat Wannasiri ไม้หนึ่ง ก.กุนที

"อ๋อย" แถลงสับรายงาน "คอป." ไม่ปรองดอง แนะ 3 ข้อ ยึด 6ตุลาโมเดล นิรโทษ ปชช.ทั่วไปเว้นแกนนำ

ล้านคำบรรยาย (พิเศษ) การ์ตูนเซีย 08/10/55 ความสุขของชาวนา..คือความทุกข์ ปชป.

ที่มา blablabla

โดย 

 ภาพถ่ายของฉัน




กุเรื่องเท็จ สารพัด เพื่อคัดค้าน 
พวกจัญไร สามานย์ สันดานสถุล
กอดแข้งขา โอบเอื้อ เพื่อนายทุน
เติมคุกรุ่น ด้วยวิปริต คิดอัปรีย์....

การจำนำ ทำรากฐาน มีการเปลี่ยน
สะอิดสะเอียน คำพูด สุดบัดสี
นั่นคือปาก อดีตผู้นำ มันย่ำยี
ไร้ศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์ สุดแสนเลว....

หวังลืมตา อ้าปาก อยากปลดนี้
พรรคกาลี กลับฉุดคร่า พาดิ่งเหว
แถมหาเรื่อง ใส่ไคล้ สุมไฟเปลว
จนแหลกเหลว สมใจ ไอ้บัดซบ....

ชาวนาต้อง ยากจน อย่างข้นแค้น
ทุกถิ่นแดน ต้องต่ำต้อย คอยสยบ
ส่วนนายทุน ต่างเริงร่า มาสมคบ
คิดเลี่ยงหลบ ก็รู้ทัน พวกจัญไร....

ความสุขของ ชาวนา หน้าเอมอิ่ม
มีรอยยิ้ม เบิกบาน สราญใส
ปชป. กลับร้อนรุ่ม ดั่งสุมไฟ
โถ..ช่างคิด..ไปได้..ไอ้พวกระยำ....

๓ บลา / ๘ ต.ค.๕๕

ฟ้อง ‘ศาลปกครอง’ ล้มประมูล 3จี ?by วีรพัฒน์ ปริยวงศ์

ที่มา uddred

 วีรพัฒน์ ปริยวงศ์ (Verapat Pariyawong)

จากกรณีที่มีนักวิชาการจะไป ฟ้องให้ศาลปกครอง “สั่งระงับการประมูล 3จี” ไว้ก่อน โดยอ้างว่า กสทช. ยังไม่ได้กำหนดเงื่อนไขการประมูลเพื่อประโยชน์ประชาชน 4 เรื่อง คือ
1. เรื่องคุณภาพการให้บริการ
2. เรื่องราคาค่าบริการ
3. เรื่องคุ้มครองผู้ด้อยโอกาส
4. เรื่องการนำเงินประมูลไปใช้ให้เกิดประโยชน์

ฟังในเบื้องต้น ผมเห็นว่า การฟ้องดังกล่าวไม่น่าจะนำไปสู่การระงับการประมูล 3จี ได้ โดยเหตุผลต่อไปนี้

1. การจะฟ้องคดีต่อศาลปกครองนั้น “ผู้มีสิทธิฟ้องคดี” ต้องเป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนเสียหาย หรืออาจจะเดือดร้อนเสียหาย “โดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้” อีกทั้งยังต้องได้ดำเนินการแก้ไขความเดือดร้อนตามขั้นตอนวิธีการที่กฎหมาย กำหนดไปก่อนแล้ว ดังนั้น หากผู้ใดฟ้องคดีอย่างกว้างๆ โดยคาดคะเนถึงสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นเป็นการทั่วไป ศาลอาจมองว่าผู้นั้น “ไม่มีสิทธิฟ้องคดี”

2. แม้สมมติว่า “มีสิทธิฟ้อง” แต่เหตุผลที่จะนำไปฟ้องนั้น เป็นการกล่าวอ้างว่า กสทช. ได้ “ละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ” ซึ่งย่อมเป็นคนละประเด็นกับ “การจัดการประมูล” กล่าวคือ การฟ้องว่า กสทช. กำหนดกฎระเบียบไม่ครบถ้วน ย่อมเป็นคนละประเด็นกับการฟ้องว่า การประมูลจัดขึ้นโดยผิดกฎหมาย ดังนั้น การจะขอให้ศาลสั่งระงับการประมูล ก็อาจเป็นคำขอที่ไม่ตรงประเด็น

3. ที่สำคัญ เนื้อหาสาระที่ฟ้อง ก็ฟังดูขาดน้ำหนัก เพราะหากพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น “ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นฯ ย่าน 2.1 GHz” จะเห็นว่า กสทช. เอง ก็มีข้อกำหนดเพื่อกำกับดูแลเรื่องดังกล่าวไว้แล้ว เช่น ข้อ 16 กำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตต้องดำเนินการให้โครงข่ายรองรับความเร็วได้ตาม มาตรฐานและคุณภาพ ต้องสนับสนุนการอำนวยความสะดวกต่อผู้มีรายได้น้อย คนพิการ อีกทั้งต้องกำหนดอัตราค่าบริการให้เป็นธรรม ไม่เอาเปรียบผู้บริโภค ฯลฯ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่ กสทช. กำหนด

ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ที่ กสทช. ต้องกำหนดในรายละเอียดนั้น บางส่วน กสทช. ได้กำหนดไว้แล้ว แต่บางส่วน ก็ไม่อาจกำหนดล่วงหน้าเร็วเกินไป เช่น เรื่อง ราคาหรืออัตราขั้นสูงของค่าบริการ ซึ่ง กสทช. ย่อมต้องกำหนดขึ้นโดยคำนึงถึงหลายปัจจัย เช่น สภาพตลาด ต้นทุนจากการประมูล ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งและขยายโครงข่าย ฯลฯ ซึ่ง กสทช. อาจกำหนดขึ้นหลังการประมูลเพื่อให้เป็นธรรมและสอดคล้องกับความเป็นจริง ก็เป็นได้

ส่วนประเด็นเรื่องการนำรายได้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์นั้น พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 ได้บัญญัติไว้แล้ว เช่น มาตรา 50 ที่กำหนดให้ กสทช. เรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพื่อนำไปจัดการโทรคมนาคมขั้นพื้นฐานโดยทั่วถึง หรือ มาตรา 65 ที่กำหนดเกี่ยวกับการนำรายได้ต่างๆ ของ กสทช. มาจัดสรรเพื่อสมทบกองทุนวิจัยและพัฒนาฯ หรือ กองทุนเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาฯ เป็นต้น การจะมองเฉพาะเงินประมูลส่วนเดียว ย่อมเป็นการมองที่แคบเกินไป

ที่ สำคัญ เมื่อสุดท้ายมีการนำเงินประมูลที่เหลือส่งเข้าเป็นรายได้แผ่นดิน ก็ย่อมเป็นความชอบธรรมทางประชาธิปไตยที่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจะนำราย ได้ไปใช้ในทางที่เป็นประโยชน์ แทนที่จะปล่อยให้ กสทช. ซึ่งเป็นเพียงองค์กรกำกับดูแลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง มากำหนดวิธีการใช้จ่ายเงินดังกล่าวเสียเอง และหากจะให้องค์กรตุลาการเข้าไปแทรกแซงเรื่องการบริหารรายได้แผ่นดิน ก็ยิ่งเป็นการไม่สมควรขึ้นไปอีก