WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, October 11, 2012

Drama-Addict: ข่าวสำนักพระราชวังกังนัมสไตล์!!

ที่มา Thai E-News




เรื่องมันมีอยู่ว่าวันนี้ข่าวพระราชสำนัก นำเสนอข่าวทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ฯ ทรงเสด็จเยือนเทศกาลหนังที่ประเทศ เกาหลี ประเด็นคือมีจังหวะประมาณห้าวินาทีในข่าวดังกล่าวที่ใช้เพลงประกอบเป็นเพลง เกาหลียอดฮิต ที่โด่งดังไปทั่วโลก และก่อดราม่ามาแล้วหลายหน นั่นคือเพลง “โอปป้ากังนัมสไตล์” เชิญไปรับชมข่าวพระราชสำนักกันก่อนนะครับ ......... (อ่านต่อที่ เว็บไซต์ดราม่า)
ข่่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง


ความคิดเห็นของนักวิชาการประวัติศาสตร์ ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล 




ขำ ที่ คนรักเจ้า จำนวนหนึ่ง เป็นเดือดเป็นร้อน กับการที่ มีการใช้เพลง "กังนัม สไตล์" ตอนต้น รายงาน ทรท. "ทูลกระหม่อม" เยือนเกาหลี?

แน่ใจหรือว่า ที่เขาใช้เพลงน้้นน่ะ ไมใช่มาจากการเห็นชอบ หรือต้องการของ "ทูลกระหม่อม" เอง?

วันหลัง ใช้เพลงนี้ เปิดนำแทนดีไหม?
http://www.youtube.com/watch?v=SZgncc6MYGQ



หรือไม่ ก็เพลงนี้
http://www.youtube.com/watch?v=vAGR_HnwRPs



หรือไม่ ก็เพลงนี้
http://www.youtube.com/watch?v=LwQ7mNfNmJ4



เหอๆ ไหนๆคืนนี้ พูดถึง "ทูลกระหม่อม" กัน ผมเอาภาพ "ประวัติศาสตร์" นี้ มาให้ดูอีกที นี่คือภาพที่ทรงถ่าย ในชุดเสื้อ "ซีทรู" ใน "ดิฉัน" เดือนกันยายน 2537 ที่ มีการพูดถึง ในหนังสือ The King Never Smiles (เคยโพสต์ไปหลายปีก่อน โพสต์ให้ดูอีก เผื่อหลายคน เพิ่งมารู้จักผม ยังไม่เคยเห็น)

 

วิกฤตเบอร์รี่ปี 2555 ปัญหาคนงานเบอร์รี่ยังไม่จบง่ายๆ

ที่มา Thai E-News

 จรรยา ยิ้มประเสริฐ
10 ตุลาคม 2555



เทป บันทึกภาพการนำเสนอปัญหาแรงงานทาส “คนงานเก็บเบอร์รี่ชาวไทยที่แลปแลนด์” และตามด้วยการแลกเปลี่ยนในประเด็นนี้ที่ดำเนินรายการโดยปลัดกระทรวงการจ้าง งานและ เศรษฐกิจของฟินแลนด์
* * * * * * * *

ฟินแลนด์สัมมนา “คนงานต่างชาติชาวเอเชียที่ฟินแลนด์”

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2555 มีงานเสวนาที่สำคัญมากเรื่อง “คนงานต่างชาติชาวเอเชียที่ฟินแลนด์” ที่เฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ จัดโดย “เวทีประชาชนเอเชียยุโรป (AEPF) ที่ร่วมนำเสนอและร่วมฟังโดยองค์กรที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชน สิทธิแรงงานจนเต็มห้องประชุม

จรรยา ได้นำเสนอเกี่ยวกับ “คนงานเก็บเบอร์รี่ชาวไทยที่แลปแลนด์” ทั้งนี้แลปแลนด์เป็นชื่อตอนเหนือของฟินแลนด์ที่เป็นเขตเบอร์รี่ป่า

คำว่าแลปแลนด์ ช่างพาให้คิดถึงเมืองลับแล จริงๆ คือลับจากสายตาผู้คน และแลหาความช่วยเหลือจากใครไม่มี และก็คุยกันก็ไม่รู้เรื่อง

คนงานเก็บ เบอร์รี่ชาวไทย "แรงงานทาสยุคใหม่" ในวีซ่า “นักท่องเที่ยว” จะถูกพาจากสนามบินไปยังแคมป์ที่พักทันทีที่เครื่องลงจอด และจะถูกพาจากแคมป์ แวะซื้อเสื้อผ้ามือสองระหว่างทางมาสนามบิน เพื่อขึ้นเครื่องกลับประเทศไทย โดยที่พวกเขาไม่เคยได้รับอนุญาตหรือสามารถทำตัวเป็น “นักท่องเที่ยว” ที่แท้จริงได้เลย อีกทั้งไม่เคยเห็นหรือเที่ยวดูแม้แต่เมืองหลวง “เฮลซิงกิ” ที่รถบัสพวกเขาวิ่งผ่านรอบนอก ทั้งขาไปและขากลับสนามบิน ด้วยข้ออ้างจากพวกบริษัทนายหน้าว่า “ยุ่งยาก ในการจัดการ”

พวกคนงานเก็บ เบอร์รี่ชาวไทยจึงเหมือนกับ “ผี” ที่คนฟินแลนด์ไม่เคยเห็นตัว รู้แต่เพียงว่ามีจำนวน “นักท่องเที่ยว-จ้างงานตัวเอง-คนงานเก็บเบอร์รี่” 3,000 คน เดินทางจากประเทศไทยมาเก็บเบอร์รี่ แต่ไม่รู้ว่ารูปร่างหน้าตาและสภาพความเป็นอยู่และสภาพการทำงานเป็นอย่างไร จะไปพบเจอได้ที่ไหนบ้าง

คนฟินแลนด์ ส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าแคมป์คนงานอยู่ตรงไหนกันบ้าง เพราะบริษัทเบอร์รี่ ไม่เปิดเผยชื่อแคมป์ต่อสาธารณะ แม้แต่นักข่าวจะเข้าไปถ่ายทำสภาพปัญหา ก็ต้องขออนุญาต และขอที่อยู่จากบริษัท

เวลาจะเข้าแคม ป์ต้องบอกว่า “เราไม่ใช่ NGOs” เพราะเป็นที่รับรู้กันว่าหัวหน้าแคมป์ (พวกสายและนายหน้า) รวมทั้งธุรกิจเบอร์รี่ไม่ชอบคนวิจารณ์และโยนความผิดให้ NGOs รับไปเต็มๆ

คนที่เข้าไป ถึงแคมป์และได้คุยกับคนงาน ต่างเล่าว่า เวลาคุยกับคนงาน จะอยู่ในสายตาที่จับจ้องของหัวหน้าแคมป์ และถ้าคุยนานก็จะเข้ามายืนฟัง และคอยสอดแทรกคำว่า “ไม่จริง” “ไม่ขาดทุน” เมื่อคนงานเปิดปากถึงสภาพปัญหาต่างๆ

คนงานเก็บเบอร์รี่ชาวไทยช่างดูประหนึ่ง "แรงงานทาส" เป็นนักโทษในค่ายกักกันแรงงานเสียเหลือเกิน

เมื่อพวกเขา เดินทางกลับมาถึงเมืองไทยพร้อมเรื่องราวความเจ็บปวดและสูญเสีย แดดสีทองแห่งมหานครเมืองเทพอมรดินแดนสุวรรณภูมิ ที่พวกเขาย่างเหยียบ ก็เผาสลายพวกเขา ราวกับแวไพร์ยามต้องแสงอาทิตย์

เมื่อไม่มีใครพยายามที่จะฟังความจริง พี่แมวพูดจับใจทุกคนว่า
“เรื่องเล่าแห่งความสวยงาม ก็เป็นได้แต่เพียงเรื่องเล่าแห่งความสวยงาม”

วิกฤตเบอร์รี่ปี 2555

คนไทยหลายพันคนเดินทางมาถึงตอนเหนือของสวีเดนภายใต้วีซ่าทำงานชั่วคราว - เพื่อเก็บเบอร์รี่ สวีเดนให้สิทธิสาธารณะกับใครก็ได้ที่จะเก็บเบอร์รี่ป่า แม้แต่ในพื้นที่ของเอกชน ในปีที่ผลิตผลดี (ซึ่งไม่น่าจะใช่ปีนี้) ป่าจะเต็มไปด้วยบลูเบอร์รี่และเบอร์รี่สีแดง มีคนสวีเดนเหลือเพียงไม่กี่คนที่ยังยอมทำงานหนักเช่นงานเก็บเบอร์รี่ แต่ความต้องการเบอร์รี่ก็เพิ่มสูงขึ้น เบอร์รี่ป่าเป็นที่ต้องการสูงมากของอุตสาหกรรมอาหารสุขภาพ: สี่ในห้าของเบอร์รี่ที่เก็บได้ส่งออกไปขายต่างประเทศ

ผลประโยชน์ ที่ตามมายังเป็นข้อกังขาทั้งในประเทศบ้านเกิดและต่างแดน บริษัทเบอร์รี่หันมาใช้แรงงานคนเอเชียกว่าสิบปีแล้ว คนไทยเดินทางมาในฤดูกาลเก็บ ปีนี้มีการอนุมัติวีซ่า 5,700 คน สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ เป็นคนไทยทั้งหมด กระนั้นสมาพันธ์แรงงานแห่งชาติสวีดิช (LO) เรียกงานเก็บเบอร์รี่ว่า “ทาสยุคใหม่” เมื่อเบอร์รี่ไม่ดก บ่อยทีเดียวที่ คนงานไม่สามารถเก็บได้มากพอคุ้มค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าอาหารและค่าที่พัก Thord Ingesson เจ้าหน้าที่ LO ที่รับผิดชอบงานด้านแรงงานต่างชาติ บ่นว่าสวีเดน “สูญเสียอำนาจการควบคุมสภาพการทำงาน เมื่อแรงงานโลกได้กลายเป็นสินค้าราคาถูก”

Economist, Foreign workers in Sweden: Berrypickers, unite!, 4 สิงหาคม 2012

ปีนี้ “เสียงที่ส่งต่อกันมา” ทั้งจากสวีเดนและฟินแลนด์ที่ถูกพวกนายหน้าค้าแรงงานและเจ้าหน้าที่กระทรวง แรงงานไทยปิดกั้นจนเงียบฉี่ที่เมืองไทย คือ “ปัญหาเยอะจริงๆ”

คนงานเก็บเบอร์รี่ที่สวีเดนบอกว่า ...

“คนเยอะมาก เป็นหมื่นคนเลย”
“สี่ห้าแคมป์ตั้งอยู่ใกล้กัน ไปไหนก็เจอกัน ใกล้ๆ ก็เอากันหมดแล้ว ต้องขับรถ 4-5 ชั่วโมงหาเบอร์รี่”
“มานอนรอเป็น 15 วัน ถึงได้เก็บ ไม่มีรถให้คนงาน”
“พอรถเสียก็ต้องหยุด 2-3 วันกว่าจะซ่อมเสร็จ”
"อาหารการกินก็แย่ (เหมือนเดิม) มีแต่ปีกไก่"
“ปีนี้ มีข่าวผู้ชายอายุ 48 ตายในป่าที่สวีเดน” (แต่ไม่มีใครมีรายละเอียดมากกว่านี้)
ฯลฯ

คนงานชาติอื่นเจอสภาพปัญหาก็มักประท้วงกันทันที

"เมื่อคนงานชาว บัลกาเรีย 500 คน ที่ตั้งแคมป์ที่หมู่บ้าน Mehedeby ทางตอนเหนือของสต๊อกโฮลม์ ถูกคนท้องถิ่นที่โกรธแค้นต่อว่า "ละเมิดสิทธิสาธารณะที่มีมาแต่ดั่งเดิมของพวกเขา" คนเก็บเบอร์รี่ก็ไม่มีความสุขเช่นกัน ไม่มีทั้งน้ำประปาหรือห้องน้ำ และเบอร์รี่ก็ไม่ดกด้วย บางคนอยากจะกลับบ้าน แต่ก็ทำไม่ได้ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและสถานทูตบัลกาเรียที่ตื่นตระหนก รีบขนคนเก็บเบอร์รี่ขึ้นรถบัสที่เช่ามาจอดรอที่ข้างโรงเรียน เพื่อส่งกลับบ้านเกิด แต่ก็ยังมีคนเก็บเบอร์รี่ชาวบัลกาเรียที่ถูกทิ้งให้รอความช่วยเหลือที่ หน้าประตูสถานทูตอีกเป็นจำนวนมาก"
Economist, 4 สิงหาคม 2555

แต่คนเก็บเบอร์รี่ชาวไทยอึดกว่าชาติใดในโลก

คนเจ้าถิ่นชาวฟินแลนด์และสวีดิช ต่างพากันฉงนงงงวยว่า คนงานไทยเอาพลังอึดมาจากไหน ถึงทำงานได้ราวกับเครื่องจักร 12-20 ชม. ทุกวันตลอด 70 วัน โดยที่ไม่เคยพัก ไม่ต้องผ่อน ไม่ต้องนอน ไม่ต้องมีวันหยุด แม้ป่วยก็ไม่พัก

กระนั้นปีนี้ คนงานเก็บเบอร์รี่ที่สวีเดนบอกว่า "คนงานกว่าครึ่งเก็บไม่ได้ตามเป้า และบริษัทบอกว่าจะไม่จ่ายเงินเดือนตามกฎหมาย เพราะเก็บไม่ได้ตามเป้า" ซึ่งก็หมายความว่าพวกเขาจะถือว่าทำงานฟรี เพราะเงินเดือนที่ระบุในสัญญาครอบคลุมแค่่ค่าเดินทางและกินอยู่เท่านั้น ไม่เหลือกำไรอยู่แล้ว

และจนถึงบัดนี้ คนงานหลายร้อยคนที่มาเก็บเบอร์รี่ที่สวีเดนที่เดินทางกลับบ้านเมื่อวันที่ 29 และ 30 กันยายน ก็ยังคงรอเงินเดือนที่ระบุตามสัญญาจ้าง ที่บริษัทที่พามาเก็บเบอร์รี่ยังไม่ยอมจ่ายให้คนงาน อ้างว่ายังเคลียร์ค่าเบอร์รี่ไม่ได้

ที่ฟินแลนด์ก็มีปัญหาเยอะมากเช่นกัน แต่เสียงยิ่งเงียบฉี่กว่าสวีเดน เพราะนายหน้าและบริษัทที่นี่อ่อนไหวต่อเรื่องภาพลักษณ์และป้องกันไม่ให้คน งานประท้วงหรือร้องเรียนได้สำเร็จกว่าที่สวีเดน (คนน้อยกว่า เลยคุมได้ง่ายกว่า)

พี่แมว คนฟินแลนด์ที่พูดและเขียนภาษาไทยได้คล่อง และช่วยเป็นล่ามให้คนงาน บอกว่ามีคนป่วยหนักต้องเข้าโรงพยาบาลนับสิบวัน 2 คน และกลับบ้านในสภาพที่ต้องได้รับการดูแล พร้อมหนี้ที่ยังอยู่กว่าสี่หมื่นบาท

พวกนายหน้าคือโซ่สุดท้ายที่อันตรายต่อเกษตรกร

นายหน้าหาคนงานไปต่างประเทศ ที่ตระเวณตามหมู่บ้านทั่วภาคอีสานและกระจายไปทุกภาคตอนนี้ คือแขนขาอันสำคัญยิ่ง ที่หล่อเลี้ยงเครือข่ายป้อนแรงงานทาสชาวไทยของพวกบริษัทจัดหางานทั้งถูก กฎหมายและผิดกฎหมาย เพื่อขายแรงงานไทยให้กับต่างชาติ

ในกรณีงาน เบอร์รี่ที่สวีเดนและฟินแลนด์ นายหน้าหลายคนเป็นคนเก็บเบอร์รี่เก่า ที่หารายได้จากการหาคนไปทำงาน หรือต้องการลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของตัวเอง จึงหาคนเก็บใหม่เพื่อค่าหัวคิว

และหลายคนก็ เป็นพวกคนที่มีอาชีพนายหน้าหาคนงานให้บริษัทจัดหางานไปประเทศ ต่างๆ ที่มีประสบการณ์ "ค้าความฝันลวง" พวกเขาจะเดินทางขยายพื้นที่ไปเรื่อยๆ เมื่อหมู่บ้านหนึ่งเจ๊งทั้งหมู่บ้าน ไม่ไปอีกแล้ว ก็ไปหาหมู่บ้านใหม่ เมื่ออีสานเริ่มมีบทเรียน ก็ไปภาคเหนือ หรือภาคใต้

พวกนี้จะเก่งในการโน้มน้าวให้คนไปทำงานต่างประเทศให้ได้ และไม่พูดความจริงหรือพูดความจริงไม่หมด ใช้คำหลอกล่อด้วยตัวเลขเงินที่จะได้ อ้างกันเป็นแสนหรือหลายแสน

นายหน้าคนหนึ่งที่แก้งค้อ หาคนเก็บเบอร์รี่มาสวีเดนเพื่อกินค่าหัวคิว ป้อนบริษัทจัดหางานได้ถึง 130 กว่าคน (ถ้าคิดตามอัตราที่รับรู้กันทั่วไปก็น่าจะได้ค่านายหน้า 5,000 บาท x 130 คน = 650,000 บาท) โดยที่ตัวเองก็ไม่ได้เดินทางมาดูแลคนงานด้วย

นี่คือหนึ่งในหลายสิบนายหน้า ที่ทำตัวหาคนงานมาเก็บเบอร์รี่ที่สวีเดนและฟินแลนด์ และกำลังจะขยายไปนอร์เวย์อีกด้วย

นายหน้าที่ทำ มาหากินกับค่าหัวคิว เห็นแก่เงิน และไร้ซึ่งจิตสำนึก ไม่มีความรู้ความเข้าใจในต้นต่อปัญหา ไร้ความรับผิดชอบ และไม่มีศักยภาพใดๆ ทั้งสิ้นที่จะรองรับความเสียหาย

โซ่สายส่ง "แรงงานทาส" ของธุรกิจค้าแรงงานข้ามชาติ คือ ต้นต่อปัญหาที่สั่งสมมากว่า 40 ปี ที่เมืองไทย 

ถ้าไปเมืองนอกแล้วรวยจริง คนอีสานต้องเป็นภาคที่คนรวยมากที่สุดในประเทศไทย

นับตั้งแต่ปี 2518 จนถึงปัจจุบัน มีคนไทยโดยเฉพาะเกษตรกรจากอีสานรวมกันว่า 4 ล้านคนเดินทางไปทำงานต่างประเทศ โดยที่ 90% เป็นการเดินทางไปกับบริษัทจัดหา(ค้า)งานเอกชนที่คิดค่าหัวคิวจากพวกคนงาน อย่างโหดร้าย

เงินจำนวนมาก ถูกหล่อเลี้ยงธุรกิจค้าแรงงานและสายป่านโยงใยข้าราชการและนักการเมือง ตั้งแต่ระดับกรุงเทพฯ จนถึงจังหวัดเป้าหมายต่างๆ มาอย่างยาวนานที่จำเป็นต้องแก้ไขให้ได้เสียที

เพราะระบบนี้ ส่วนมากแล้วคนงานต้องทำงานฟรีตามสัญญา ถ้าสัญญา 2 เดือนเช่นเก็บเบอร์รี่ ค่าใช้จ่ายแน่ๆ คือ 160,000 บาท (เท่ากับเงินเดือน 2 เดือน)

คนตกหลุมพรางส่วนใหญ่ จะถูกทำให้เชื่อลมปากมากกว่าสัญญา (ที่พวกเขาเห็นหลังจากจ่ายเงินให้นายหน้าไปแล้วหลายงวด) กับคำพูดประเภท "ไม่ต้องสนใจเงินเดือนตามสัญญา เพราะคนงานจะได้เงินจากรายได้พิเศษและค่าล่วงเวลามากมาย"

การแบ่งผลประโยชน์ระหว่างบริษัทเอกชนกับนักการเมืองและเจ้าหน้าที่ กระทรวงแรงงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรักษาโซ่ความสัมพันธ์ของธุรกิจค้าแรงงานชาว ไทย (ที่ทรหดและอดทนยิ่งกว่าควายเหล็ก) และดำรงการสนับสนุนให้บริษัทจัดส่ง โดยรัฐไม่ยอมดำเนินการจัดส่งเอง ด้วยข้ออ้างว่า "บริษัททำได้ดีกว่า" เพื่อเปิดโอกาสให้ 200-300 บริษัท ที่ได้รับอนุญาตและส่งเสริมจากกระทรวงแรงงาน ทำหน้าที่ส่งคนงานไปต่างประเทศปีละกว่าแสนคนเพื่อเงินค่าหัวคิว (ที่ไม่เคยเก็บตามกฎหมาย) และเงินใต้โต๊ะที่หล่อเลี้ยงกันทั้งกรมกองที่เกี่ยวข้อง (ที่ตรวจจับไม่ได้)

แม้ว่าจะมีการ เรียกร้องให้รัฐจัดส่งเอง เพื่อป้องกันการโกงและหลอกลวง กระทรวงก็ยังดื้อดึงให้บริษัทจัดหางานรับผิดชอบส่งคนงานที่ต้องผ่านกระทรวง แรงงานกว่า 90% ไปทำงานต่างประเทศ (ไม่รวมพวกพาคนเข้าเกาหลีหรือประเทศอื่นๆ ที่ไม่ต้องผ่านกระทรวงฯ) ทั้งนี้กระทรวงแรงงานดำเนินการจัดส่งเองตามข้อตกลงระหว่างประเทศที่ไม่มีค่า นายหน้าเพียง 5% เท่านั้น
บริษัทเหล่า นี้ ไม่มีศักยภาพ และไม่เตรียมรับผิดชอบความเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้นกับการส่งออก "แรงงานทาส สินค้ามีชีวิตราคาถูก" นับหมื่นนับแสนคนต่อปี ที่แต่ละบริษัทหลอกล่อมาเพื่อป้อนออเดอร์จากต่างประเทศ

คิดดูแล้วกันว่า เพราะเหตุใด อุตสาหกรรมเบอร์รี่นี้จึงชอบคนไทยนักหนา เพราะไม่มีคนงานชาติไหนทนกับสภาพการทำงานทาส ไร้ศักดิ์ศรี ต้องทำตัวเป็นเครื่องจักรเก็บเบอร์รี่ วันละ 12-20 ชั่วโมง ตลอด 60-70 วันไม่เคยหยุด “กินน้อย นอนน้อย ไม่หยุด ไม่ลาป่วย ไม่ต้องสนุก” เช่นคนไทยได้อีกแล้ว

ในขณะที่คนงาน ชาติอื่นๆ ทั้งจีน บังคลาเทศ หรือเวียดนาม ไม่สามารถทำงานได้เกิน 2 หรือ 3 อาทิตย์ก็ประท้วงกันแล้ว จนสถานทูตทั้งสองประเทศต้องปิดวีซ่าเก็บเบอร์รี่จากหลังเกิดการประท้วง

แต่จนกระทั่งบัดนี้ ก็ยังเป็นที่กังขากันว่าเพราะเหตุใด คนงานไทยที่เจอปัญหา เสียหายและประท้วงกันทุกปี แต่สถานทูตที่เมืองไทยก็ยังไม่ปิดวีซาพาคนมาเก็บเบอร์รี่ ธกส. ก็ยังปล่อยเงินกู้ และกรมการจัดหางานก็ยังเดินหน้าเจรจาให้บริษัทจัดหางานอยู่เช่นเดิม และยังส่งเสริมให้คนไทยมากันมากขึ้น ราวกับแม่งเมาบินเข้ากองไฟ จนสร้างความเสียหายมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกปีเช่นนี้

งานเก็บเบอร์รี่ ต้นทุนสูง เป็นงานค้าทาส ที่ไม่ควรส่งเสริมอย่างยิ่ง

การส่งเสริมมา เก็บเบอร์รี่เป็นนโยบายที่ผิดพลาดของกระทรวงแรงงาน ที่ชินกับการรับเงินใต้โต๊ะจากธุรกิจเบอร์รี่และบริษัทนายหน้าค้าเบอร์รี่มา ตั้งแต่ยุคอดีต รมต. ไพฑูรย์ แก้วทอง กระทรวงแรงงานจึงยังไม่ยอมหยุดหนุนและหยุดอุ้มธุรกิจเบอร์รี่ที่ประเทศ ร่ำรวย และไม่ยอมศึกษาความเสียหาย

แม้เปลี่ยนรัฐบาลแล้วก็ตาม ก็ยังคงดาหน้าดำเนินโครงการหาเงินกู้และรับประกันเงินกู้ ธกส. ส่งคนไทยไปตายเมืองนอกกันต่อไป

กรณีเบอร์รี่ เป็นหนึ่งในบทเรียนแห่งการไร้วิสัยทัศน์ของกระทรวงแรงงาน ของธนาคารของรัฐบาลไทย โดยเฉพาะ ธกส. (รับไปเต็มๆ) ที่ปล่อยเงินกู้ไม่รู้กี่พันคนจากจำนวนนับ 10,000 คน แทนที่จะปล่อยเงินกู้เพื่อพัฒนาเกษตรที่ไร่นาของตัวเอง

เป็นการปล่อยให้เกษตรกรไทย ขนเงินออกจากประเทศไทยปีนี้ทั้งสิ้นกว่า 700 ล้านบาท (ค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายจากประเทศไทยคนละไม่ต่ำกว่า 70,000 บาท) เพื่ออุดหนุนธุรกิจค้าแรงงานข้ามชาติชาวไทย และช่วยอุ้มธุรกิจเบอร์รี่ที่ประเทศร่ำรวย ที่ขยายเติบโตอย่างรวดเร็วบนน้ำพักน้ำแรง "ทาสชาวไทย"
ที่ฟินแลนด์ แรงงานไทยแค่หนึ่งในสี่ (3,000 ต่อ 12,000 คน) ของคนเดินทางเก็บเบอร์รี่จากประเทศอ่ืนๆ (โดยเฉพาะในยุโรปตะวันออกและยูเครน) และคนท้องถิ่น แต่สามารถเก็บเบอร์รี่ป้อนอุตสาหกรรมเบอร์รี่ในสัดส่วน 80% ของเบอร์รี่ที่เก็บขายให้บริษัทแปรรูปเบอร์รี่ทั้งหมด

แต่เกือบทุกปี คนงานเก็บเบอร์รี่จำนวนไม่น้อยไม่เหลือเงินติดตัวกลับมาบ้านเลย และส่วนใหญ่กลับพร้อมกับความรู้สึกว่าได้เงินไม่คุ้มค่าเหนื่อย
จากการพูดคุยกับหลายฝ่าย แม้ว่าอุตสาหกรรมเบอร์รี่ต้องการให้คนงานเก่ากลับมา แต่ทุกๆ ปี จะมีคนงานเก่ากลับมาแค่ 40% อีก 60% เป็นคนงานใหม่ แสดงว่าคนงาน 60% ของแต่ละปี มาครั้งเดียวแล้วก็รู้ฤทธิ์ความลำบากและการทำงานฟรี และก็ไม่มาอีก

ความโชคดีบนความเสียหายของคนจำนวนเยอะกว่า คือ คนไม่ถึง 40% ที่เริ่มชินกับความลำบาก รู้แหล่งเบอร์รี่ดก หรือหาคนงานใหม่มาให้บริษัท (ค่านายหน้าหาคนงานให้บริษัทหัวละ 3,000-5,000 บาท) เพื่อป้อนอุตสาหกรรมแลกกับการได้ลดค่านายหน้าและลดต้นทุนค่าใช้จ่ายตัวเอง

งานเก็บเบอร์รี่ เป็นงานที่ใช้แรงงานคนแทนเครื่องจักร ทำให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเห็นแต่ประโยชน์เฉพาะหน้า จนลืมความเป็นมนุษย์ ละเลยเรื่องงานที่มีคุณค่า เรื่องสิทธิแรงงาน และเรื่องสิทธิมนุษยชน

กระทรวงแรงงานต้องหยุดส่งเสริมและหยุดให้อนุญาตนักค้าแรงงานชาวไทยพาคนงานไปทำงานทาสเช่นนี้

และต้องต่อรองกับธุรกิจเบอร์รี่ว่า ถ้าธุรกิจเบอร์รี่ต้องการคนงานไทย ก็ให้จ่ายค่าใช้จ่ายให้คนงานทั้งหมด และดูแลคนงานไทยด้วยความให้เกียรติและปฏิบัติตามหลักกฎหมายฟินแลนด์และ สวีเดน

-------------------------

คลิปงานศาลไทยพึ่งไม่ได้ก็ต้องไปICC

ที่มา Thai E-News



คณะ กรรมาธิการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฏร และผู้เข้าร่วมสัมมนาเชิงวิชาการ เรื่อง "สิทธิการป้องกันตนเองของประชาชนกับศาลอาญาระหว่างประเทศ" 6 ตุลาคม 2555 ณ วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยากรประกอบด้วย ดร.ปิยะบุตร แสงกนกกุล,อาจารย์ตุ้ม รศ.สุดสงวน สุธีสร ดร.จารุพรรณ กุลดิลก อาจารย์กิตติบดี ใยพูล

ประเด็น-
ถ้าศาลไทย พึ่งไม่ได้ ปชช.จะเรียกร้องให้ลงสัตยาบันกรุงโรมฯ เพื่อไม่ให้ ปชช.ตายฟรี ซ้ำๆ ซากๆ







ประมวลภาพ "อัมสเตอร์ดัม" พบเสื้อแดงในอเมริกา

ที่มา Thai E-News

 โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
10 ตุลาคม 2555

นักข่าวอาสา คุณ Earn CA ได้ส่งภาพถ่ายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงเพื่่อต้อนรับและสนทนาการเมืองและ กฏหมายกับ มร.โรเบิรต์ อัมสเตอร์ดัม เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2555 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า "การจัดงานในครั้งนี้ เป็นไปด้วยความราบรื่น มีแต่รอยยิ้มและความประทับใจ ขอขอบคุณ Anthony Chai เจ้าของสถานที่ที่อำนวยความสะดวก เสียสละเวลา และระบบการรักษาความปลอดภัยที่ยอดเยี่ยม ขอขอบคุณในความมีน้ำใจของพี่น้อง เสื้อแดงจากหลายๆ เมือง ที่หอบหิ้ว อาหาร ขนม เครื่องดื่ม ผลไม้ งานนี้สลิ่มไม่มากวน เพราะได้แจ้งตำรวจท้องที่ในเขตแล้ว"

อนึ่ง มร.โรเบิรต์ อัมสเตอร์ดัม คือ หนึ่งในกลุ่มบุคคลที่พยายามจะดำเนินคดีกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผ่านทางศาลอาญาระหว่างประเทศ ในข้อหากระทำอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ หลังการสลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงอย่างโหดเหี้ยมในเดือน เมษายน-พฤษภาคม 2553

ท่านสามารถเข้าถึงเว็บไซต์ มร.โรเบิรต์ ได้ที่The Accountability Project และประเทศไทย Robert Amsterdam









ธาริตเปิดบ้านเปิดใจกับสื่อสุดเหวี่ยง

ที่มา Thai E-News

 

 ...ก็รอฟังว่าสื่อจะรายงานข่าวออกมาอย่างไร หลังจากเจอการต้อนรับเลี้ยงดูปูเสื่อเพียบขนาดนี้

ตามหาคนหาย...

ที่มา blablabla

โดย 

 ภาพถ่ายของฉัน



ชาวนาคือผู้ทํานาปลูกข้าว
เลี้ยงเรามาจนเป็นหนุ่มสาว
ยันจนเหลาเฒ่าแก่ชรา แต่เหตุไฉนชาวนาไทยอับจนเรื่อยมา
เผชิญดินนํ้าลมฟ้า เผชิญปัญหาชะตากรรม


ถามคุณพ่อแม่ ปู่ย่าตายายของเรา
ลองกระซิบถามท่านเบาๆ ท่านโตด้วยข้าวมือใคร
ตอนเราเป็นเด็กเราได้ดื่มนํ้านมมากมาย
นมจากเต้าเอามาจากไหน ใช่หรือไม่เหงื่อไคลชาวนา


วิงวอนฝากมาถึงรัฐสภาจากชาวนาไทย
คุณนั่งห้องแอร์มันคงสบาย กลิ่นโคลนสาบควายยังนองนํ้าตา
ร่างนโยบายซื้อขายข้าวเปลือกประกันราคา
เกษตรกรเขานอนผวา รายได้ตํ่ากว่าราคาลงทุน


ดีชั่วตัวคุณเขาสนับหนุนคุณเป็นผู้แทน
เลือกเอาไปเป็นขาเป็นแขน อย่าปล่อยแฟนๆ ทิ้งไร่ทิ้งนา
หายหัวกบาลจนชาวบ้านเขาเอือมระอา
เลือกตั้งครั้งสมัยหน้า ใครเขาจะกล้าไปลงคะแนน


การเมืองเป็นร่งเป็นเรื่องของผลประโยชน์ ผมพูดความจริงขอจงอย่าโกรธ
ภาษาที่ใช้คําไทยโดดๆ ขอโทษทีครับแบนหําทําไม
หําคนทํากินใช่อันธพาลประเทศไทย
หําคําเดียวจําง่าย ชื่อจริงชื่อนายหําเทียม


นักเขียนนักข่าวหําขอร้องกล่าวปรับความเข้าใจ
อย่านึกว่าเป็นนักเขียนมันง่าย เขียนสุ่มกันไปรับเงินลูกเดียว
งานจับปากกาก็เหมือนชาวนาเขากําด้ามเดียว
ขีดเขียนเก็บเกี่ยวไม่ต่างกันตรงที่ความจริงใจ


เพลงหําครํ่าครวญชักชวนให้คุณเห็นความเป็นไทย
อย่าเอาหนังสือพิมพ์บ่อนทําลาย ควํ่ากระจาดตลาดลงทุน
อย่ายอมรับใช้เขียนซ้ายเลียขวาจนวุ่น
กวนบ้านเมืองจนขุ่น กวนโอ๊ยกวนส้นตีน


ยังมีอีกมากที่ลากออกมาพอเป็นกระสัย
แต่หําต้องขอทิ้งท้าย ศิลปินไทยฟังหําหน่อยซี
อย่าร้องอย่ารําอย่านําทางมั่วโลกีย์ สร้างตัวอย่างไม่ดี
ให้ลูกให้หลานให้เยาวชน


ใช่ร้องใช่รําทําด้วยแรงขนมปัง
จะร้องจะเล่นเห็นความจริงบ้าง ชาวนาเคว้งคว้างขัดสน
แหกปากเข้าไปเอาแต่จะได้ประโยชน์ใส่ตน
ถึงหําจะแปลว่าสัปดน ยังดีกว่าคนที่เนรคุณ

ล้านคำบรรยาย (พิเศษ) การ์ตูนเซีย 11/10/55 เปิบข้าว..กับมารคอหอย

ที่มา blablabla

โดย 

 ภาพถ่ายของฉัน




ข้าวแต่ละคำ ที่เปิบอยู่ รู้บ้างไหม?
จากมือใคร ผู้เหนื่อยยาก ลำบากแสน
วาทกรรม ต่ำทราม ตามดูแคลน
เติมรอยแค้น ฝังใจ ให้ชาวนา....

รวมหัวกัน จ้องเอาเปรียบ แล้วเหยียบมิด
วิกลจริต สุดอุบาทว์ ทาสพ่อค้า
เอาแค่อิ่ม ขอแค่ปลื้ม แค่ลืมตา
พวกผีห่า กลับคุ้มคลั่ง เหมือนดั่งมาร....

ทั้งกลั่นแกล้ง เตะถีบ บีบสารพัด
หาทางงัด อย่างริยำ ซ้ำหักหาญ
ผลงานโง่ ดีดัก นักวิชาการ
ที่ฟุ้งซ่าน เฉไฉ รับใช้นายทุน....

หวังลืมตา อ้าปาก อยากพ้นทุกข์
สร้างสมสุข โอบเอื้อ ผู้เกื้อหนุน
นโยบายรัฐ ชัดเจน เหมือนเป็นบุญ
พวกหมกมุ่น กลับคิดทราม ตามรังแก....

เปิบข้าวคำ ซ้ำทุกข์ จุกคอหอย
มารยังคอย รุกไล่ ให้ย่ำแย่
น้ำตาหยด รินรดใจ ใครดูแล
หรือต้องแพ้ ตลอดกาล มารชาวนา....

๓ บลา / ๑๑ ต.ค.๕๕

Tuesday, October 9, 2012

39ปี14ตุลา - 79ปีปราบกบฎ - ชั่วนาตาปีเขาพระวิหาร

ที่มา Thai E-News

 


กำหนดการงานรำลึก 14 ตุลา ประจำปี 2555
วันอาทิตย์ ที่ 14 ตุลาคม 2555  เวลา 07.00 - 17.00 น.
ณ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา 16 ถนนราชดำเนินกลาง กรุงเทพมหานคร และ  มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์(ท่าพระจันทร์)
โทรศัพท์ 02-622-1014-5  โทรสาร 02-622-1016
............................................................................


ภาคเช้า ณ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา 16 (แยกคอกวัว)
พิธีการรำลึกและสดุดี

07.00 น.               พิธีตักบาตรพระสงฆ์ด้านหน้าอาคารอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา 16 จำนวน 14 รูป

08.30-09.00 น.     พิธีกรรมทางศาสนาเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516

09.00-10.00 น.     พิธีวางพวงมาลาและกล่าวสดุดีวีรชนเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516
                                ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี
                                ฯพณฯ ประธานรัฐสภา
                                ผู้นำฝ่ายค้าน
                                ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
                                ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
                                ผู้แทนญาติวีรชน 14 ตุลา
                                ผู้แทนฝ่ายประชาธิปไตยและแรงงาน
                                ผู้แทนชาวบ้านนักต่อสู้เพื่อสิทธิชุมชน
                                ผู้แทนเยาวชน-นิสิตนักศึกษา
                                                               
ปาฐกถา 14 ตุลา ประจำปี 2555

10.30-10.50 น.     ลงทะเบียน / แนะนำปาฐก...คุณสุนี  ไชยรส รองประธานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) / กรรมการมูลนิธิ 14 ตุลา

10.50-11.50 น.     การแสดงปาฐกถา 14 ตุลา ประจำปี 2555 หัวข้อ “ประชาธิปไตยกับการปกป้องทรัพยากรชุมชน” โดย...คุณจินตนา  แก้วขาว แกนนำกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติบ่อนอก-หินกรูด จ.ประจวบคีรีขันธ์

11.50-12.00 น.     ปัจฉิมกถา...ดร.นฤมล ทับจุมพล คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ภาคบ่าย ณ ห้องประชุมสัญญา ธรรมศักดิ์ 
และ ลานโพธิ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(ท่าพระจันทร์)

13.30-17.00 น.     - เสวนาหัวข้อ “มรดก 14 ตุลา ในมุมมองคนหลากรุ่น” วิทยากร : ศ.ดร.ธเนศ  อาภรณ์สุวรรณ, วัฒนชัย วินิจจะกูล , สินธุ์สวัสดิ์  ยอดบางเตย , ผู้แทนนักศึกษา ฯ

                             - พิธีการประกาศรับรองให้วันที่ 14 ตุลา เป็นวันสำคัญของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเปิดตัว “หมุด 14 ตุลา” ณ ลานโพธ์  โดย...อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ , ผู้แทนมูลนิธิ 14 ตุลา, ผู้แทนญาติวีรชน 14 ตุลา , นิสิต-นักศึกษา , ประชาชนทั่วไป

                             - Walking Tour ประวัติศาสตร์สถานที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ 14 ตุลา 16 - 6 ตุลา 19 ภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

.................

เชิญร่วมงาน 79ปี อนุสาวรีย์ปราบกบฏ วันอาทิตย์ที่ 14 ตุลาคม 2555

เชิญร่วมงาน 79 ปี อนุสาวรีย์ปราบกบฏ วันอาทิตย์ที่ 14 ตุลาคม 2555

10.00 น. ชมนิทรรศการภาพถ่ายในอดีต ที่หาชมได้ยาก นั่งรถเที่ยวชมพร้อมบรรยายเรื่องปี อนุสาวรีย์ปราบกบฏและสะพาน3แห่งที่เชื่อมโยงในประวัติศาสตร์

13.30-14.00 น. คณะกรรมการอนุสาวรีย์ปราบกบฏ แถลง การจัดการ งาน 79ปี อนุสาวรีย์ปราบกบฏ พ.ต.พุทธินาถ พหลพลพยุหเสนา(บุตร ชายพระยาพหลฯ)เป็นประธานเปิดกล่าวงาน มีพิธีสวดมนต์โดยพระสงค์พร้อมประชาชน79คน จากนั้นถวาย สังฑทานอุทิศส่วนกุศลแด่วีรชนที่เสียชีวิตจาการปราบกฎ

14.00-15.30 น. พิธีวางพวงมาลา โดย พ.ต.พุทธินาถ พหลพลพยุหเสนา อ.ธิดา ถาวรเศรษฐ ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อ่านบทกวีพร้อมกล่าวสดุดี โดย วัฒน์ วรรลยางกูล

15.30-17.30 น. เริ่มกิจกรรมเวที ณ สวนรักษ์ธรรมชาติตรงข้ามอนุสาวรีย์ปราบกบฏ พร้อมกล่าวสดุดี โดยนักสู้เพื่อประชาธิปไตย

17.30-19.00 น.ชมดนตรีจากพี่น้องร่วมรบ เช่น โอเล่24มิถุนา ซันซิโร่เจ้าของคอกม้าและอีกหลายท่านพร้อมปราศรัย

19.00-21.00 น.เสวนา 2476คระราษฎร ปราบกบฏบวรเดช โดย อ.ชีพธรรม คำวิเศษ อ.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ พร้อมกล่าวคำขอบคุณคณะราษฎรที่ทำการปกป้องประชาธิปไตยโดยคณะกรรมการ อนุสาวรีย์ปราบกบฏ

อ่านบทกวี โดย ไม้หนึ่ง ก.กุนที พร้อมจุดพลุฉลองชัยที่คณะราษฎรปราบกบฏ ได้สำเร็จ พร้อมปิดเวทีด้วยคำปฎิญาณตนที่จะสืบสานเจตนารมณ์คณะราษฎรให้ประเทศนี้เป็น ประชาธิปไตยของ ประชาชนโดยแท้จริง โดยคุณพรท เฉลิมแสง

สุดพิเศษ เพลงปราบกบฏ โดยวัฒน์ วรรลยางกูล

จัด โดย กลุ่ม24มิถุนาประชาธิปไตย คณะสืบสานเจตนารมณ์คณะราษฎร กลุ่มเพื่อนรัฐธรรมนูญ2540 แดงบางเขน แดงสายไหม แดงบางกระปิ แดงมีนบุรี สมัชชาเสื้อแดงสมุทรปราการ



 ****************


แดงชิคาโก้จัดงานปัญหาปราสาทเขาพระวิหารกับการเมืองลัทธิชาตินิยมของกรุงเทพฯและกรุงพนมเปญ

คุณ ปรีชาประธานชมรมผู้รักประชาธิปไตยในมลรัฐอิลลินอยส์ (แดงชิคาโก้)กล่าวเปิดเผยว่า ชมรมฯร่วมกับชมรมต่างๆในสหรัฐฯกำลังจะจัดกิจกรรม Dinner Talk ที่ร้านอาหาร Thai Little Home Cafe. ในวันที่ 28 ตุลาคมที่จะถึงนี้ ในหัวข้อ "ปัญหาปราสาทเขาพระวิหารกับการเมืองลัทธิชาตินิยมของกรุงเทพฯและกรุงพนมเปญ"   โดย ดร. ชาญวิทย์  เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนักประวัติศาสตร์การเมืองคนสำคัญของไทย ในโอกาสที่ท่านได้รับเชิญให้มาเป็นองค์ปาฐก (Keynote Speaker) ในงาน Thai Studies Conference ที่ รัฐ Ohio สหรัฐอเมริกา และที่มหาวิทยาลัย Wisconsin ทำให้พวกเรามีโอกาสเรียนเชิญท่านมาพบปะ พูดคุยกับเราที่นี่

"ผม ในนามของชมรมผู้รักประชาธิปไตยไทยในมลรัฐอิลลินอยส์ ขอขอบคุณสมาคมสมาคมไทยแห่งรัฐอิลลินอยส์  สมาคมพยาบาล สมาคมชาวเหนือ สมาคมอีสาน สมาคมกอล์ฟ และสมาคมศิษย์เก่าสวนกุหลาบ ที่กรุณาร่วมเป็นเจ้าภาพในการจัดงานครั้งนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราคงจะได้รับการสนับสนุนจากท่านอีกในโอกาสต่อไป"พร้อม ทั้งเชิญชวนคนไทยในอเมริกาเข้าร่วมงาน โดยระบุว่าสถานที่จัดงานสะดวกมากอยู่ไม่ไกลจากสนามบิน O hare Airport และ ใกล้ สถานีรถไฟ สะดวกมาก

ร้าน อาหาร Thai Little Home มีที่จอดรถ สะดวก ที่หน้า ร้าน Add  638 E Golf Rd  Tel.  1 847 806 6221 Or 1 847 878  4042 คุณ โต้ง Precha  1 708 361  6109  or 1 708  435 1939

ดร. ชาญวิทย์  เกษตรศิริ

สบอช.สั่่ง กทม.นำกระสอบทรายออกภายใน 15 วัน

ที่มา Voice TV



กรมอุตุนิยมวิทยาคาด 3 จังหวัดภาคตะวันตก ยังต้องเฝ้าระวังฝนตก 1-2 วันนี้ ส่วนภาคใต้ตะวันออกต้องระวังต่ออีกประมาณ 1 เดือน ​ด้านประธาน กบอ.สั่ง สบอช.ทำหนังสือให้กรุงเทพมหานครนำกระสอบทรายออกจากท่อระบายน้ำภายใน 15 วัน 
 
 
นายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย หรือ กบอ. ได้สั่งการให้เลขาธิการสำนักงานนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ หรือ สบอช. ทำหนังสือกรุงเทพมหานคร เพื่อให้อธิบายเกี่ยวกับการใส่กระสอบทรายในท่อระบายน้ำในจุดใดบ้าง 
 
 
นายปลอดประสพยืนยันว่าไม่เคยมีเเนวคิดการ ใส่กระสอบทรายในท่อระบายน้ำ ซึ่งในทางเทคนิคแล้วต้องนำกระสอบทรายวางบนฟุตบาทหรือถนนโดยมีความสูงอย่าง มาก 2-3 ฟุต ซึ่งการนำกระสอบทรายไปไว้ในท่อระบายน้ำนั้นถือว่าเป็นปัญหาในการปิดกั้นทาง เดินน้ำ โดยเกรงว่าประชาชนจะเข้าใจผิดและนำไปปฏิบัติ ซึ่งจะทำให้เกิดความเสียหาย  จึงได้ย้ำให้กรุงเทพมหานครนำกระสอบทรายออกให้หมดภายใน15 วัน
 
 
ขณะที่ประธาน กบอ. คาดว่าสถานการณ์น้ำท่วมในประเทศไทยปีนี้จะคลี่คลายภายในสิ้นเดือนนี้ และหลังจากนี้จะไปดูแลเรื่องงบประมาณในการแก้ปัญหาน้ำท่วม 3 แสน 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งภายในปลายปีนี้จะทราบถึง 30 กลุ่มบริษัทที่ผ่านเข้าหลักเกณฑ์  โดยจะเริ่มใช้งบประมาณดังกล่าวช่วงเดือนเมษายนปีหน้า 
 
 
ส่วนสถานการณ์พายุ นายสมชาย ใบม่วง รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา  กล่าวว่า แม้พายุแกมีจะสลายตัวเป็นหย่อมความกดอากาศ แต่ยังส่งผลให้มีฝนตกอีก 1-2 วัน ในฝั่งตะวันตกของประเทศ ที่จังหวัดเพชรบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี โดยราชบุรี มีรายงานว่าฝนตกประมาณ 200 มิลลิเมตร ทำให้เกิดน้ำท่วมหลายพื้นที่ รวมถึงภาคกลางตอนล่างยังมีฝนตกบางพื้นที่ จากความกดอากาศสูง คาดว่าฝนจะหมดในเดือนพฤศจิกายนนี้
 
 
โดยพายุลูกใหม่ชื่อพระพิรุณ ไม่ส่งผลกระทบถึงไทย แต่จะขึ้นเหนือไปทางประเทศฟิลิปปินส์ และญี่ปุ่น ทั้งนี้ ในอีกประมาณ 1 เดือน ภาคใต้อาจมีพายุฝั่งตะวันออกบริเวณเกาะสมุยที่ต้องติดตามต่อไป
9 ตุลาคม 2555 เวลา 10:12 น.

8 10 55 ข่าวค่ำDNN 'สนธิ' ระบุ 'สุเทพ เนวิน' กลั่นแกล้งพันธมิตร

ที่มา DNNTNAILAND