WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, November 10, 2008

ลิ้มตั๊บจำลองโดดเดี่ยวเดียวดายไร้มิตรสหาย พวกพ้องกำลังตีตนออกห่าง

บทความ โดย Bugbunny

มีข่าวแว่ว ๆ มาว่ากลุ่มพวกฝ่ายซ้ายเก่า NGO นักกิจกรรมสายกบฏ ฯลฯ จะจัดประชุมสัมนากันแถวนครชัยศรีอาทิตย์นี้ เพื่อกำหนดท่าทีและแนวทาง ภายหลังร่วมมือกับกลุ่มลิ้มตั๊บจำลอง ดำเนินนโยบายสุ่มเสี่ยงเอียงขวาจัด นำม็อบบุกยึดทำเนียบ ยึด NBT ยึดสภา ฯลฯ ทำกันรุนแรงขนาดนี้แล้วก็ยังยึดอำนาจรัฐไม่สำเร็จ แถมมวลชนกลายเป็นโกรธแค้น ทำให้หกตุลาของพวกเผด็จการศักดินาอำมาตย์ใกล้เข้ามาทุกที แต่วันนี้ลิ้มตั๊บกับจำลองก็ยังกุมการนำของม็อบเดรัจฉานไว้แน่นหนา เพราะคนหนึ่งคุมสื่อ ASTV อีกคนมีกำลังคนหลักจากสันติอโศก แถมทั้งสองคนกุมเรื่องสำคัญที่สุดในการเคลื่อนไหวไว้นั่นคือ Finance ส่วนกลุ่มแนวร่วมอื่น ๆ ถ้าไม่ใช่เบ๊เก่าแก่หรือมีผลประโยชน์ร่วมเป็นกอบเป็นกำ เช่น คำนูณ ประพันธ์ มาลีรัตน์ ประสาร สำราญ สมเกียรติ อีปอง ฯลฯ นั้น ต่างมีความเห็นคล้ายกันว่ารับแนวทางต่อสู้และวิธีการบริหารของลิ้มตั๊บไม่ได้ แค่จำลองก็แย่แล้ว

สาเหตุสำคัญคือเดินมาถึงทางตันหาทางลงแบบไม่เสียหมาแทบไม่ได้ แต่โอกาสที่จะลงแบบพินาศฉิบหายนั้นสูงเหลือเกิน หลายคนในกลุ่มรู้เช่นเห็นชาติอัตตาแบบเผด็จการของลิ้มตั๊บจำลอง ซึ่งความจริงเบื่อกันมากมาแสนนาน แต่หวังผลสุดท้ายไว้ว่าจะเป็นไปตามที่พวกตนประสงค์ก็ทน ๆ กันไป ไม่เห็นด้วยก็หยวน ๆ ถือว่าทุกฝ่ายมีศัตรูร่วมกันคือรัฐบาลและประชาธิปไตยแบบวันแมนวันโหวต รวมทั้งรับรู้กันชัดเจนว่ามีแบ๊คดี เป็นการเคลื่อนไหวของผู้มีทั้งอำนาจอิทธิพล และทุนสนับสนุนที่มาจากการรีดไถทุนใหญ่ในประเทศ ทำให้ลิ้มตั๊บจำลองมี Cash Flow ที่คล่องตัว อยู่ได้ยาวนาน ฝ่ายปกครองเกรงใจไม่อาจจัดการให้เด็ดขาด ทั้ง ๆ ที่เมื่อเปรียบเทียบกำลังไฟกำลังคนกันแล้วถือว่าเคลียร์ได้ไม่ยาก ที่คุมขังก็ไม่ต้องใหญ่โตขนาดสนามกีฬา แค่หอประชุมโรงเรียนมัธยมก็เก็บได้หมดแล้ว เนื่องจากจำนวนคนโหรงเหรงเหลือหลาย

ตอนนี้ลิ้มตั๊บเพี้ยนจัดอัดคนขวางอย่างไม่เลือกหน้า แม้สายตรงแบบเลขามูลนิธิทั้งหลาย แม่ทัพนายกอง สื่อมวลชน ฯลฯ เพราะเชื่อมั่นในแบ๊คของตน ทำให้กร่างจนลืมนโยบายแนวร่วม ใครเห็นต่างลิ้มตั๊บจับเป็นศัตรูหมด ใช้เป็นวิธีเดียวคือยุทธวิธีหมาบ้า เดินหน้าด่าลูกเดียว กัดไม่เลือกแม้แต่เจ้าของและผู้สนับสนุน ตอนนี้ถึงขั้นไร้สติสิ้นเหตุผล กลายเป็น คนเล่นของ บริกรรมคาถา ใช้อาถรรพ์ทุกรูปแบบ คุณไสยทุกชนิด ฯลฯ ซึ่งลึก ๆ ก็เพื่อผลทางจิตวิทยาทำตนให้เป็นหนึ่งเดียวกับจิตใจเหล่าแม่ยกที่ชื่นชมการใช้เวทย์มนตร์คาถาวิชามาร เสน่ห์ยาแฝด ฯลฯ กันอย่างไม่ลืมหูลืมตามาตลอดชีวิต ต้องยอมรับว่าคนประเภทนี้เป็นพลังสนับสนุนสำคัญของลิ้มตั๊บ หรือที่จริงยอมให้ลิ้มตั๊บหลอกไถเงินใช้ได้ตามคุณสมบัติทุรบุรุษที่ถนัดมาตลอดชีวิตของเขา

การร่วมสัมมนากันครั้งนี้ของกลุ่มที่ไม่ใช่สาวกสายตรงของลิ้มตั๊บจำลองเพื่อกำหนดแนวทางการเคลื่อนไหวในกลุ่มพวกตน แต่น่าจะคงยืนยันไม่เอาทักษิณ แม้หลายคนจะเห็นโผล่ใส่เสื้อแดงไปที่สนามรัชมังคลา ฯ เมื่อ 1 พฤศจิกายน มาแล้ว แต่ก็ถือว่าทำไปเพื่อเป็นการร่วมพิทักษ์ประชาธิปไตยเท่านั้น ซึ่งก็ถือเป็นสิทธิไม่ว่ากัน คงจะเป็นวิธีหาทางลงให้บาดเจ็บน้อยที่สุดมากกว่าทั้งด้านกายภาพและชื่อเสียงเกียรติยศที่ถูกประณามหยามหยันกันไปทั่วแล้วว่า เป็นพวกสนับสนุนเผด็จการศักดินาอำมาตย์และต่อต้านประชาธิปไตย

แนวทางของพวกนี้น่าจะมีแนวโน้มอย่างนี้

  1. เรียกร้องให้สนับสนุนการสานเสวนาที่นำโดยคนอย่าง ปริญญา โสภณ บวรศักดิ์ ประเวศ อานันท์ หมอคนหนึ่งที่เคยลงสมัครผู้แทนกับ ปชป ที่ขอนแก่น ฯลฯ นำร่อง เพื่อคงความสำคัญต่อขบวนการประชาธิปไตยของพวกตนไว้บ้าง

  1. เรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติการใช้ความรุนแรง (ทุกฝ่ายนะครับ แม้ฝ่ายกบฏพันธมิตรที่ตนเคยสนับสนุนจะก่อความวุ่นวายและใช้กำลังรุนแรงขนาดไหนมาแล้ว ฝ่าย นปช ก็ไม่มีสิทธิเอาคืน กฎหมายก็ไม่ควรลงโทษ เพราะถือว่าไม่สมานฉันท์ แต่ฝ่ายตรงข้ามทำได้แค่อโหสิเท่านั้น ที่พวกพันธมิตรทำให้บาดเจ็บล้มตายไปนั้น ถือเป็น Collateral Damage) หรืออีกนัยหนึ่งหาทางปกป้องไม่ให้คนชั่วได้รับการลงโทษตอบแทนเลยก็ว่าได้

  1. จากนั้นก็ออกมาเคลื่อนไหวโจมตีผู้ไม่เห็นด้วยว่าไม่รักสันติ ไม่ยอมรับการสมานฉันท์ ซึ่งยืนยันได้ล่วงหน้าว่าเขาเล่นงานฝ่ายรัฐบาล นปช กลุ่ม 111 คน กลุ่มเสื้อแดง ฯลฯ แน่นอนว่า พวกนี้ไม่รักสันติ

คอยดูไปก็แล้วกัน

จาก thaifreenews

Sunday, November 9, 2008

ปมร้อนอังกฤษ"ถอนวีซ่า" สะเทือน"แม้ว-อ้อ"-คดีที่ดิน

ที่มา-นายศิริศักดิ์ ติยะพรรณ อธิบดีอัยการฝ่ายต่างประเทศ แสดงความคิดเห็นถึงผลกระทบ การขอให้อังกฤษส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนในคดีซื้อขายที่ดินย่านถนนรัชดาภิเษก ขณะที่ผู้ใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุถึงความยุ่งยากที่จะเกิดขึ้นตามมา หลังจากทางการอังกฤษ แจ้งเรื่องเพิกถอนวีซ่าเข้าประเทศของ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา



นายศิริศักดิ์ ติยะพรรณ


อธิบดีอัยการฝ่ายต่างประเทศ

"(ขอตัวผู้ร้ายข้ามแดน)เกิดความยุ่งยาก"

หากเป็นเรื่องจริง การยื่นเรื่องขอให้อังกฤษส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นผู้ร้ายข้ามแดน เนื่องจากต้องคำพิพากษาจำคุก 2 ปีคดีซื้อขายที่ดินย่านถนนรัชดาภิเษกของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ต้องเกิดความยุ่งยาก เนื่องจากเมื่อมีการยกเลิกวีซ่า หมายความว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะไม่ได้พำนักอยู่ที่ประเทศอังกฤษอีกต่อไป ซึ่งการขอส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนจะดำเนินการเมื่อมีหลักฐานชัดเจนว่าบุคคลนั้นมีที่อยู่เป็นหลักแหล่งในประเทศที่จะขอส่งผู้ร้ายข้ามแดน ดังนั้นถ้าประเทศอังกฤษยกเลิกวีซ่าและ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้อยู่ที่ประเทศอังกฤษแล้ว ก็ต้องเป็นหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้มีหน้าที่ปฏิบัติตามหมายจับของศาลในการติดตามตัวจำเลย ที่จะสืบหาข้อมูลที่ชัดเจนว่าขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ พำนักอยู่ที่ใด โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติอาจจะขอความร่วมมือประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศ ที่จะดำเนินการเรื่องดังกล่าว ซึ่งหลังจากที่มีข้อมูลชัดเจนแล้วว่า พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ที่ใดแน่นอน อัยการในฐานะผู้ที่ต้องทำหน้าที่ยื่นคำร้องขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน จะได้ดำเนินการต่อไป

หากปรากฏข้อเท็จจริงชัดเจนว่าประเทศอังกฤษ ยกเลิกวีซ่า และ พ.ต.ท.ทักษิณ พำนักในประเทศอื่นที่ไม่มีสนธิส่งสัญญาณระหว่างประเทศในการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน อัยการก็ยังสามารถดำเนินการยื่นคำร้องต่อประเทศนั้นได้ โดยอาศัยการให้คำมั่นหลักต่างตอบแทนแลกเปลี่ยนกันแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย หรือที่เรียกว่า Reciprocity โดยเป็นการให้คำมั่นต่อกันว่าถ้าประเทศนั้นยินดีพิจารณาเรื่องและยินยอมส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนแล้ว ไทยก็ยินดีพิจารณาเรื่องเช่นเดียวกันหากประเทศนั้นต้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งการยื่นคำร้องโดยอาศัยหลักการต่างตอบแทน การพิจารณาเบื้องต้นก็จะอาศัยหลักสากลคือต้องเป็นความผิดของทั้ง 2 ประเทศ

ขณะนี้คณะทำงานอัยการ รวบรวมเอกสารที่จะใช้ประกอบยื่นคำร้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนไว้เกือบเสร็จสิ้นแล้ว ทั้งคำพิพากษาของศาลฎีกาฯ และเอกสารคำร้องขอส่งตัวที่แปลเป็นภาษาอังกฤษ โดยระหว่างนี้รอเพียงว่า ทนายความของ พ.ต.ท.ทักษิณ จะยื่นอุทธรณ์คดีหรือไม่ ซึ่งจะครบกำหนดยื่น 30 วัน ภายในวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้ หากชัดเจนแน่นอนว่าไม่ยื่นอุทธรณ์แล้ว คำพิพากษาศาลฎีกาฯ ที่ตัดสินจำคุก 2 ปีถือเป็นที่สุดที่จะใช้ดำเนินขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนได้ทันที ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นคาดว่าการยื่นคำร้องอัยการจะดำเนินการได้ภายในสิ้นปี 2551 แต่ทั้งนี้ต้องรอฟังความชัดเจนเรื่องที่อยู่ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ด้วยว่ายังอยู่ที่ประเทศอังกฤษหรือไม่ หรืออยู่ที่ประเทศอื่นแล้ว ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณ ย้ายไปพำนักประเทศอื่น ก็เพียงแค่ปรับข้อกฎหมายที่จะใช้ขอส่งตัวกับประเทศนั้นๆ โดยเชื่อว่าไม่มีปัญหายุ่งยากเพราะเอกสารคำร้องก็จัดเตรียมไว้พร้อมแล้ว



นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา

โฆษกส่วนตัว พ.ต.ท.ทักษิณ

" ต้องหาวิธีการใหม่เข้าอังกฤษ"

ได้สอบถามไปยังเลขานุการของ พ.ต.ท.ทักษิณแล้ว ได้รับการยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เคยได้รับแจ้งจากทางการอังกฤษในเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นวันหยุดราชการจึงไม่สามารถติดต่อสถานทูตอังกฤษประจำประเทศไทยเพื่อสอบถามเรื่องนี้ได้ จึงไม่ทราบว่าเป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ อย่างไรก็ตาม หากข่าวดังกล่าวมีที่มาจากทางการอังกฤษจริงก็สามารถเชื่อถือได้

ทั้งนี้ทางการอังกฤษคงจะดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายของประเทศเกี่ยวกับการออกวีซ่า ซึ่งผมไม่มีความชำนาญเรื่องวีซ่าของอังกฤษ แต่หากเทียบเคียงกับประเทศอื่น เช่น สหรัฐอเมริกา จะมีกฎระเบียบที่ระบุว่า ผู้ขอวีซ่าเคยต้องคำพิพากษาในคดีอาญาหรือไม่ ดังนั้นมีความเป็นไปได้ที่วีซ่าของ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน มีปัญหาจากสาเหตุดังกล่าว

หากเป็นไปตามนั้นจริงผมเชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะสามารถชี้แจงต่อทางการอังกฤษให้เข้าใจได้ว่าคดีความต่างๆ มีความเป็นมาอย่างไร

ถ้ามีเอกสารการเพิกถอนวีซ่าจากทางการอังกฤษจริง กรณีนั้นหมายความว่าการเดินทางเข้าประเทศของ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็จะเป็นไปอย่างลำบาก แต่ก็เชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะสามารถชี้แจงต่อทางการอังกฤษเพื่อขอวีซ่าใหม่ได้ แต่จะได้หรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของอังกฤษ นอกจากนี้เราก็จะต้องไปดูว่าการที่อังกฤษจะให้เข้าประเทศโดยไม่มีวีซ่ามีวิธีใดบ้าง



นายนพดล ปัทมะ

อดีตที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ

ไม่ทราบว่าเรื่องนี้ เนื่องจากไม่สามารถตรวจสอบได้ แต่ตามปกติแล้วหากเพิกถอนวีซ่าก็จะมีหนังสือแจ้งให้เจ้าตัวทราบ ทั้งนี้การเพิกถอนวีซ่าเป็นสิทธิของประเทศอังกฤษที่จะดำเนินการตามกฎหมายคนเข้าเมืองหรือไม่ ซึ่งในข้อกำหนดนั้น ก็ไม่ทราบว่ามีการระบุข้อห้ามบุคคลที่ต้องคำพิพากษาจำคุกหรือไม่ อย่างไรก็ตาม หากเรื่องดังกล่าวเป็นจริงคนที่ถูกปฏิเสธหรือถูกเพิกถอนวีซ่ามีสิทธิที่จะขอใหม่ได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับทางอังกฤษว่าจะอนุมัติหรือไม่

หาก พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่สามารถเดินทางเข้าประเทศอังกฤษได้ เชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะย้ายไปพำนักที่ประเทศอื่นที่สามารถเดินทางเข้าไปตามกฎหมายและเป็นประเทศที่ยินดีต้อนรับ พ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัว



นายประชา ประสพดี

ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชาชน

"ยังมีหลายประเทศยินดีต้อนรับ"

ไม่ทราบว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงหรือเป็นเพียงข่าวปล่อยจากเวทีพันธมิตรที่ต้องการดิสเครดิต พ.ต.ท.ทักษิณ โดยส่วนตัวเชื่อว่าอังกฤษเป็นประเทศที่มีความเป็นประชาธิปไตยสูง ดังนั้นย่อมมีเหตุผลว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องคดีอาญามาจากปัจจัยทางการเมือง แต่หากข่าวดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ก็ไม่จำเป็นต้องห่วงใย พ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัว เพราะยังมีประเทศบาฮามาส แอฟริกาและอีกหลายประเทศทั่วโลกยินดีให้การต้อนรับบุคคลที่มีความรู้ความสามารถและไม่เป็นคนกินบนเรือนขี้รดบนหลังคา อย่าง พ.ต.ท.ทักษิณ แน่นอน

ถ้าเป็นเรื่องจริงน่าเห็นใจ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นอย่างมากที่จะต้องเจอวิบากกรรมอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ผมเชื่อว่าคนอย่าง พ.ต.ท.ทักษิณจะไม่สิ้นไร้ไม้ตอกอย่างแน่นอน มีหลายประเทศที่ต้องการให้ท่านไปพำนักด้วย ในฐานะที่ผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร จะติดตามขอดูเอกสารและเหตุผลที่ทางการอังกฤษถอนวีซ่า พ.ต.ท.ทักษิณ ว่าพิจารณาจากพื้นที่อะไรเพื่อนำมาเป็นกรณีศึกษา

'โอบามาร์ค'แก้มปริ!ขายโต๊ะจีน300ล้านปชป.ระดมทุนอัปยศ


ขัดใจทำไปได้ 'โอบามาร์ค'

ผ่านพ้นไปอย่างหมาดๆ กับงานระดมทุนครั้งใหญ่ที่พรรคฝ่ายค้านประชาธิปัตย์ฉกชิงโอกาสหาเงินเข้ากระเป๋าเตรียมการเลือกตั้งครั้งใหม่ก่อนพรรคการเมืองใด แว่วมาจากเลขาธิการพรรค “สุเทพ” บอกว่างานนี้ผู้มีอุปการคุณจ่ายให้โต๊ะละ 1 ล้านบาท

... โต๊ะจีน 400 โต๊ะ แม้ว่าจะขายได้แค่ 300 โต๊ะ มันเป็นเงินเท่าไหร่หนอ... แล้วอย่างนี้ยังจะบอกอีกหรือไม่ว่าพรรคตัวเองยากจน เงินไม่พอใช้ ทำให้หาเสียงสู้ ส.ส.พรรคพลังประชาชนไม่ได้ ก็ขอให้สมพรปากนะครับท่าน ไม่งั้นเลือกตั้งเมื่อไรก็คงเป็นได้แค่ "เงา"ของคนอื่นอยู่ร่ำไป ไม่มีโอกาสเป็นตัวจริงเสียที แต่พฤติกรรมที่ขัดหูขัดตา ก็พฤติกรรมที่ชอบเลียนแบบนี่แหละ ถ้าพี่มาร์คยังทำตัวเป็นมิสเตอร์ก๊อบปี้อยู่อย่างนี้แล้วจะมาบริหารประเทศชาติได้อย่างไรกัน

แต่อยากแนะนำนิดนึง ยอดทะลุเป้า ได้เงินระดมทุนมากมายขนาดนี้ ก็อย่าลืมขอบคุณ 3 พิธีกรรายการ “ความจริงวันนี้” บ้างล่ะ อุตส่าห์ประชาสัมพันธ์ให้อย่างดีผ่านทางรายการ โดยไม่คิดค่าโฆษณาอีกต่างหาก

แต่ที่ทำให้ขำกลิ้งเหมือนที่ พี่เต้น โฆษกฯ บอก ก็อีตอนที่ท่านเลขาพรรคออกมายกยอปอปั้นว่า พี่มาร์ค มีโอกาสเป็นนายกฯแถม ดันกันสุดฤทธิ์ขนาดนำไปเทียบชั้นกับ 'โอบามา' เลยทีเดียว ทำไปได้นะท่าน แต่ก็ยังรู้สึกขัดใจว่าพี่มาร์คเหมือน โอบามา ตรงไหน เพราะ บารัค โอบามา ไม่หนีทหาร ไม่สนับสนุนม๊อบ ไม่ชอบเผด็จการ

พูดถึงประชาธิปัตย์ทีไร อดคิดถึง “เทพไท เสนพงศ์” ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ทุกครั้งที่ คุณสุเทพ แถลงข่าวจบ “เทพไท” ก็จะมีข่าวอีกประเด็นหนึ่งจัดมาให้สื่อ คล้ายๆ นายไม่พูดตูพูดให้เอง

อย่างวันก่อนได้หยิบยกเรื่อง “ความจริงวันนี้สัญจร” ครั้งที่ 3 ที่จะจัดในวัดสวนแก้ว มาเป็นประเด็นว่า ไม่ควรดึงศาสนา เข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมือง ควรจัดในสถานที่ที่เหมาะสม จึงอยากให้ผู้จัดรายการนี้ทบทวนถึงความเหมาะสม แต่ลืมไปแล้วหรือ คุณเทพไท พรรคประชาธิปัตย์ จัดทอดผ้าป่าระดมทุนครั้งที่ผ่านมา เล่นเอาฮือฮาทั่วประเทศเลย ยกเว้น กกต.ที่ป่านนี้ยังเงียบเหมือนไม่ได้ยิน

ส่วน คำพูดที่ว่า “เป็นพระอย่ามายุ่งกับการเมือง ไม่ได้ห่มผ้าเหลืองอย่ามายุ่งกับพระ” น่าจะใช้ได้ดีกับม็อบเสื้อเหลือง เพราะเวลานี้ไม่รู้ว่าใครเป็นใครมั่วกันไปหมด และล่าสุดแกนนำ “แป๊ะลิ้ม” สนธิ ลิ้มทองกุล ก็ออกมาบอกแล้วว่าจะสู้ไม่ถอย ไม่ถอนกำลังออกจากทำเนียบรัฐบาลเด็ดขาด เพราะเข้าสู่ช่วงร้อยเมตรสุดท้ายแล้ว เฮ้อ... ไม่รู้ว่าสุดท้ายครั้งที่เท่าไรแล้ว

ช่างไม่ฟังเสียงทัดทานของ “เสธ.แดง” พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล กันซะบ้างเลย “หากพันธมิตรฯ ไม่ยอมจำนนจะมีคนเจ็บคนตายทุกวันนั้น” ต่อให้แก้เคล็ดด้วยการเดินจงกรมรอบทำเนียบ เอาสิ่งสกปรกไปวางไว้ที่พระบรมรูปทรงม้า หรือล่าสุดที่นิมนต์พระมาปัดรังควาน ความชั่วร้ายก็คงไม่หมดไป เพราะยังมีพวกพันธมิตรฯ สถิตย์อยู่ในทำเนียบอย่างนี้

ก็ไม่รู้จะต้องให้บอกกันกี่ล้านครั้งว่า “ไม่มีพันธมิตรฯ ประเทศไทยก็อยู่ได้”

ผู้นำชาติสมาชิก ACMES ขอบคุณไทยที่ให้ความช่วยเหลือ


เวียดนาม 8 พ.ย.-ผู้นำประเทศสมาชิก ACMES ขอบคุณประเทศไทย ที่ให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ แก่สมาชิก ขณะที่การประชุมได้มีการรับรองปฏิญญา 2 ฉบับ.

ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-11-08 19:52:29






'สมชาย'ปิดปาก'ทักษิณ'เล็งลี้ภัยเมืองจีน

วันนี้ (9 พ.ย.) นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม กรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อาจจะลี้ภัยไปอยู่ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน รวมถึงกรณีการเพิกถอนหนังสือเดินทางทูตพิเศษเล่มแดง (พาสปอร์ตเล่มแดง) ของ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยระบุเพียงสั้น ๆ ว่า อย่าสนใจอะไรกับเรื่องของคนเพียงคนเดียว



นายกฯเผยเตรียมเงินสำรองไว้ช่วยเกษตรกรหลังน้ำลดแล้ว

นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางตรวจเยี่ยมน้ำท่วมที่จ.อ่างทองว่า ขณะนี้ได้เตรียมเงินสำรองไว้ช่วยเหลือเกษตรกรแล้ว โดยคาดว่า หลังน้ำลดอาจมีเกษตรกรได้รับผลกระทบ

ส่วนกรณี อังกฤษยกเลิกวีซ่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และภรรยา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทำไมต้องไปสนใจกับเรื่องของคนเพียงคนเดียว พร้อมปฎิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กรณีการถอนพาสปอร์ตแดงของพ.ต.ท.ทักษิณ



'ณัฐวุฒิ'ขำกลิ้ง'เทพเทือก'ชู'มาร์ค'เทียบชั้น'โอบามา' ซัดถนัดแต่วิชาการเมืองสมัยโบราณ


'ณัฐวุฒิ'ออกโรงหยันปชป. ชี้การเป็นรัฐบาล ไม่ได้อยู่ที่การระดม ลั่นความพร้อมของพรรคการเมืองเป็นเรื่องที่เหมาะสม ขำ'เทพเทือก'ชู'อภิสิทธิ์'เทียบชั้น'โอบามา' จวกปชป.ถนัดแต่วิชาการเมืองแบบสมัยโบราณ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์จัดงานระดมทุนเมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา พร้อมประกาศจัดตั้งรัฐบาลที่ดีที่สุด ว่า การเป็นรัฐบาลของพรรคการเมืองคงไม่ได้อยู่ที่ความสามารถในการระดมทุน แต่อยู่ที่การระดมความศรัทธาจากพี่น้องประชาชน ระดมผลงานที่ผ่านมา และสร้างจุดยืนที่ชัดเจนในระบอบประชาธิปไตย ส่วนพรรคประชาธิปัตย์มีปัจจัยที่จะนำไปสู่การเป็นรัฐบาลได้แค่ไหน เป็นเรื่องที่ประชาชนจะให้คำตอบ แต่โดยส่วนตัวเห็นว่าการแสดงความพร้อมของพรรคการเมืองถือเป็นเรื่องที่เหมาะสม

ส่วนกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ชูนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่นั้น นายณัฐวุฒิ หัวเราะก่อนตอบว่า ก็ต้องดูว่าเหมือนจริงหรือไม่ ซึ่งในความเป็นคนหนุ่ม มีความรู้ และมีการศึกษาอาจจะเหมือนกัน แต่โอบามาแสดงให้คนสหรัฐอเมริกา เห็นว่าจะเป็นผู้นำที่นำมาสู่การเปลี่ยนแปลง แต่โอบามาร์ค ไม่แน่ใจว่าจะทำให้ประชาชนเชื่อมั่นได้หรือไม่ว่าจะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลง เพราะพรรคประชาธิปัตย์ถนัดกับวิชาการเมืองแบบเก่า

'เทพเทือก'ฝันหวาน'มาร์ค'นั่งนายกฯยก...เทียบ'โอบามา'

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในระหว่างการจัดงานระดมทุนพรรค เมื่อค่ำวันที่ 8 พ.ย.ว่า มั่นใจว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค จะมีโอกาศได้เป็นนายกรัฐมนตรีวัยหนุ่มของไทย คล้ายกับนายบารัค โอบามา ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการจัดงานระดมทุน ภายใต้ชื่องาน ครั้งนี้ “เชื่อมั่นประเทศไทย มั่นใจประชาธิปัตย์” พรรคประชาธิปัตย์สามารถระดมทุนเข้าพรรค ได้เกือบ 400 ล้านบาท


นายกฯย้ำจัดพระราชพิธีพระศพฯอย่างสมพระเกียรติ จี้ผบ.ตร.เร่งเจรจาพันธมารเปิดเส้นทางเสด็จฯ






'สมชาย'ออกรายการรัฐบาลของประชาชน แจงจัดงานพระราชพิธี พระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ย้ำพร้อมจัดอย่างสมพระเกียรติ จี้'พัชรวาท'เร่งเจรจาพันธมารเปิดเส้นทางเสด็จฯ

วันนี้ (9 พ.ย.) นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวในรายการ รัฐบาลของประชาชน ถึงงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ โดยระบุว่าเป็นความภาคภูมิใจที่ได้แสดงความจงรักภักดี ถวายพระเกียรติ ร่วมอยู่ในริ้วขบวนพระราชอิสริยยศ

ส่วนในวันที่14 พ.ย. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และ พระบรมวงศานุวงศ์ จะเสด็จพระราชดำเนินบำเพ็ญพระราชกุศล แล้ว วันที่15 พ.ย. จะเป็นวันพระราชทานเพลิงพระศพ ก่อนเก็บพระอัฐิในวันที่16 พ.ย. ส่วนวันที่ 17 พ.ย. นั้น จะเป็นวันบำเพ็ญพระราชกุศลพระอัฐิ และวันที่ 18 พ.ย. จะอันเชิญพระโกศพระอัฐิ จากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ไปยังพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท รวมทั้งวันที่ 19 พ.ย. ซึ่งเป็นวันสุดท้ายในพระราชพิธีบรจจุพระสรีรังคาร

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี ยังเชิญชวนประชาชนทั่วประเทศ ร่วมไว้ทุกข์ตั้งแต่วันที่ 14 - 16 พ.ย. เพื่อถวายความอาลัยด้วย

ทั้งนี้ ภายหลังออกรายการรัฐบาลของประชาชน นายสมชาย ยังให้สัมภาษณ์ ถึงการประสานกับทางพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยให้เปิดเส้นทางเสด็จฯ ว่า เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของตำรวจที่มีพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)เป็นประธาน และอยากให้ทุกอย่างเรียบร้อย เพราะงานพระราชพิธีเป็นของประชาชนคนไทยทุกคนที่จะร่วมถวายไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้าย ส่วนเรื่องความแตกแยกทางความคิดนั้น นายกฯ กล่าวว่า ทุกคนสามารถแตกแยกได้ แต่ตนอยากขอให้งานพระราชพิธีเสร็จสิ้นก่อน แล้วค่อยมาแตกแยกขัดแย้งกันทีหลัง

ปัดบินฟิลิปปินส์คุย'ทักษิณ'

นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยังกล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกเพิกถอนวีซ่า ว่าเป็นเรื่องของรัฐบาลอังกฤษ จะไปวิพากษ์วิจารณ์อะไรไม่ได้

ส่วนเรื่องที่จะเดินทางไปเยือนประเทศฟิลิปปินส์ในสัปดาห์หน้านั้น นายกฯระบุว่า เป็นเรื่องที่ตกลงกันไว้นานแล้ว ยืนยันไม่เกี่ยวกับเรื่องพ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งการไปยืนครั้งนี้ไปในฐานะนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยที่อยู่ในประเทศอาเซียน 10 ประเทศ โดยได้ไปเยือนประเทศลาวเป็นครั้งแรก และฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่สองที่ต้องไป

ผู้สื่ข่าวถามว่า การเดินทางครั้งนี้คาดว่าจะได้พบกับพ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกันเลย เมื่อถามว่าเป็นห่วงหรือไม่ว่าอดีตนายกฯจะลำบากเมื่อถูกถอนวีซ่า นายสมชายกล่าวว่า ให้ไปถามพ.ต.ท.ทักษิณเอง

ต่อข้อถามว่าการเดินทางไปฟิลิปปินส์ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโฟนอินเข้ารายการความจริงวันนี้สัญจรเมื่อวันที่ 1 พ.ย.หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะไม่เกี่ยวกับอะไรตรงนั้น ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านเรียกร้องให้ถอนพาสปอร์ตแดงอดีตนายกฯนั้น นายสมชาย ปฎิเสธที่จะให้สัมภาษณ์



ตำรวจเซ็ง'ม๊อบโกเต๊กซ์'ไม่ออกวีซ่าตรวจบึ้มทำเนียบ


ผกก. สน.ดุสิต ชี้ ระเบิดทำเนียบ ยังไม่คืบ เหตุ แก๊งมาร ไม่อนุญาตเข้าพื้นที่

จากเหตุการณ์ระเบิดภายในทำเนียบรัฐบาล บริเวณหน้าตึกสันติไมตรี ที่ชุมนุมของ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเมื่อช่วงเวลาประมาณ 04.00 น. วานนี้ พ.ต.อ.สมชาย เชยกลิ่น ผกก. สน.ดุสิต เปิดเผยว่าทางตำรวจเพิ่งจะสามารถเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ได้หลังจากได้เจรจา กับ ทางแกนนำของทางพันธมิตร มาตั้งแต่เกิดเหตุ ซึ่งทางแกนนำพธม.ไม่ ออกวีซ่าให้ทางตำรวจเข้าไปภายในทำเนียบรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ผกก.สน.ดุสิต ยังกล่าวอีกว่า คดีดังกล่าวขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใดเพราะเพิ่งสามารถเข้าไปในพื้นที่.

ความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากคน 2 สัญชาติ!!!


บทความ โดย ป้าพลอย

ความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากคน 2 สัญชาติ!!!



โดย : ป้าพลอย

วันเสาร์ที่ 8 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ.2551

วันนี้ขอเล่าเรื่องระหว่างคน 2 สัญชาติให้ฟัง การยกตัวอย่างเปรียบเทียบนี้ขอให้ท่านผู้อ่านใช้วิจารณญาณ พิจารณาด้วยตนเอง เป็นเรื่องของชนเชื้อสายอิสราเอลกับชนเชื้อสายปาเลสไตน์ คนทั้งสองเชื้อชาตินี้เป็นศัตรูกันมาช้านาน คนเชื้อสายยิวอิสราเอลมีประวัติศาสตร์ให้เล่ามากมาย แต่วันนี้จะไม่ขอเอ่ย

ท้าวความเป็นมาของชาวยิวอิสราเอลสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง จะเล่าเฉพาะที่มีปัญหากับชนชาวปาเลสไตน์เท่านั้น โดยที่แท้จริงแล้วทั้งอิสราเอลและปาเลสไตน์ก็เหมือนพี่น้องกัน ชาวปาเลสไตน์ส่วนหนึ่งเข้ามาทำงานในกรุง Tel Aviv และเมืองอื่นๆเนื่องจากความเป็นอยู่ของชนชาวปาเลสไตน์ไม่ทัดเทียมชนชาวอิสราเอลและมีเงื่อนซับซ้อนสำหรับชนสองเชื้อชาตินี้

สาเหตุที่เห็นชัดๆในปัจจุบันคืออิสราเอลไปรังแกชนชาวปาเลสไตน์มากเกินไป ฝ่ายอิสราเอลผู้ถือหางคืออเมริกาและยุโรป ส่วนปาเลสไตน์ชาติในเครืออาหรับตะวันออกกลางที่มีศาสนาเดียวกัน ทั้งสองฝ่ายไม่ยอมก้มหัวให้กัน ปาเลสไตน์ฆ่าคนอิสราเอลตายหนึ่งคน อิสราเอลต้องเอาคืนฆ่าปาเลสไตน์ตายถึงสองคน เนื่องจากอาวุธของอิสราเอลมีมากกว่าและมีประสิทธิ์ภาพกว่าเนื่องจากผลิตเอง แต่ชนชาวปาเลสไตน์ก็ยังยอมสู้หัวชนฝาไม่ยอมถอยแม้จะสูญเสียเพื่อนๆพี่น้องชาวปาเลสไตน์ไปเท่าไหร่ก็ยังยืนยัดสู้ ไม่สู้ต่อหน้าก็ใช้วิธีระเบิดพลีชีพ แอบเข้าไปในอิสราเอลแล้วขึ้นไปนั่งบนรถบัสที่มีผู้โดยสารเต็มคันแล้วระเบิดตัวเองตายพร้อมทั้งคนอิสราเอลที่ไม่มีรู้เรื่องต้องพลอยเสียชีวิตไปด้วย ทำเพราะความแค้นและสะใจที่ถูกอิสราเอลข่มเหง

ชาวปาเลสไตน์มีแค่ก้อนหินไล่ปาทหารอิสราเอลที่บุกรุกข้ามเขตเข้ามาในเขตปาเลสไตน์ การถืออำนาจบาดใหญ่ของอิสราเอลไม่ใช่เพียงเท่านี้ คนอิสราเอลบางกลุ่มยังถือสิทธิ์ฮุบที่ดินของชาวปาเลสไตน์ เอารถแมคโครมาทุบบ้านเรือนชาวปาเลสไตน์ ไล่เจ้าของที่ทั้งๆไม่ใช่ในเขตอิสราเอลเลย มันเป็นของชาวปาเลสไตน์ดังที่ดูภาพและข่าวที่ออกมาจากโทรทัศน์ หลังจากพังบ้านชาวปาเลสไตน์หลายหลังแล้ว ชาวอิสราเอลกลุ่มนี้ก็ฮุบถือเป็นกรรมสิทธิ์ที่ดินปลูกบ้านตัวเองบนคราบน้ำตาของชาวปาเลสไตน์ที่ไม่มีบ้านอยู่

ความคลั่งแค้นที่สุมอยู่ในอกของชาวปาเลสไตน์ไม่เคยจาง จากความเห็นแก่ตัวของชนชาวอิสราเอลบางกลุ่ม ชนสองชาตินี้เกิดมาเหมือนแค่ให้มาฆ่ากันโดยตรง แต่ที่สูญเสียเป็นส่วนใหญ่คือชาวปาเลสไตน์เพราะอิสราเอลใช้ทั้งจรวดใช้ทั้งรถถังใช้ทั้งปืนใหญ่ยิงถล่มชาวปาเลสไตน์ เมืองทั้งเมืองย่อยยับมีแต่รูกระสุน เห็นแต่ซากบ้านเรือนถล่ม แต่โลกนี้ก็หาความยุติธรรมอะไรไม่ได้ คนที่ถูกข่มเหงจะไปกู่ร้องให้ใครช่วย อเมริกาก็ปิดหูปิดตาทำหูทวนลมเพราะอเมริกายืนข้างอิสราเอลแต่ก็ไม่ยืนอยู่กลางแจ้ง เหมือนเช่นลูกเมียหลวงและลูกเมียน้อยนี่คือความลำเอียงของอเมริกา

ชาวปาเลสไตน์หวานอมขมกลืนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่ก็ต้องสู้เพื่อความอยู่รอดของคนในเชื้อชาติปาเลสไตน์ การตั้งหน้าตั้งตาห้ำหั่นกันอย่างเดียวมันเป็นผลเสียทั้งสองฝ่าย การต่อสู้ที่อยู่บนคราบน้ำตาของคนที่สูญเสียคนในครอบครัวไม่มีฝ่ายใดคำนึงถึง คนอิสราเอลและคนปาเลสไตน์บางคนก็ไม่เห็นด้วยที่ใช้วิธีรุนแรงต่อกัน

การประนีประนอมเกิดขึ้นหลายครั้งโดยรัฐมนตรีต่างประเทศอเมริกาและรัฐมนตรีบางประเทศในยุโรปเป็นผู้ไกล่เกลี่ย แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ เพราะคนที่มาเป็นกลางก็ยังทำตัวไม่เป็นกลางร้อยเปอร์เซ็นต์ การเอียงกระเท่เร่ของคนเป็นกลาง ชาวปาเลสไตน์ไม่ยอมรับข้อเสนอ การที่อิสราเอลไปรังแกเขาทุกวิถีทางจู่ๆจะให้อโหสิกรรมเลิกร้างต่อกันง่ายๆใครจะยอม อย่างไรอิสราเอลต้องคืนทุกสิ่งทุกอย่างให้ปาเลสไตน์ที่ได้ขโมยประเทศเขาไปครองรวมทั้งที่ดินของชาวบ้านและบ้านช่องของชาวปาเลสไตน์ที่ถูกทุบพังทลาย

ฉะนั้นในเมื่ออิสราเอลยังไม่อ่อนข้อให้ ปาเลสไตน์ก็ไม่มีทางอ่อนข้อต่ออิสราเอลเช่นกัน เกลือต้องจิ้มเกลือ ตาต่อตาฟันต่อฟัน เขาแรงมาข้าก็แรงไป นี่คือสุภาษิตของชาวปาเลสไตน์ สู้เพื่อรักษาเชื้อชาติของตนเอง แม้จะสู้ด้วยก้อนหินเล็กๆขว้างปาทหารอิสราเอลเขาก็สู้ สู้จนตัวตายเพราะถูกทหารอิสราเอลยิงด้วยปืน

ฉะนั้นการข่มขี่ข่มเหงกันเป็นผลให้อีกฝ่ายหนึ่งต้องฮึดสู้ สู้ให้ได้มาซึ่งความยุติธรรมเสมือนเวลานี้ในประเทศไทย มันแบ่งออกเป็น2 ฝ่ายทั้งที่เป็นคนชนเชื้อชาติเดียวกัน ซ้ายก็ไทย ขวาก็ไทยการฮึดสู้ของประชาชนชาวเสื้อแดงคงไม่ผิดไปจากชาวปาเลสไตน์นัก เพราะการที่เป็นฝ่ายถูกรังแกฝ่ายเดียวจากคนที่มีอำนาจ ความอดทนของคนก็ย่อมถึงจุดระเบิด การสมานฉันท์มันไม่ได้ผลหากจะมาประนีประนอมกัน โดยทางฝ่ายถูกรังแกก็ยังเป็นฝ่ายเสียเปรียบแล้วใครเล่าจะยอม ชาวปาเลสไตน์รู้ทันเกมของคนคดโกง

ฉะนั้นคนไทยก็ไม่ได้โง่จะรู้ไม่ทันเกมของผู้มีอำนาจเช่นกัน ต้องใช้วิธีตาต่อตาฟันต่อฟัน เขาแรงมาเราก็แรงไป เยี่ยงปาเลสไตน์ ถึงจะเรียกเป็นภาษาชาวบ้านว่าถึงพริกถึงขิง การยอมให้เขาข่มขู่เราก็ต้องอยู่ใต้เท้าเขาไม่มีวันเป็นอิสระดังนั้นชาวปาเลสไตน์จึงต้องสู้ เพื่อไม่ให้อยู่ใต้เท้าของอิสราเอลฉันใดประชาชนเสื้อแดงของไทยก็ต้องสู้ฉันนั้น เรื่องราวที่เขียนขึ้นนี้เขียนมาจากที่ได้อ่านข่าวทางหนังพิมพ์รายวันและข่าวสื่อทางโทรทัศน์ จึงได้เอามารวบรวมเขียนเป็นบทความ แต่คนเขียนก็ยังไม่เจนจัดใช้คำสำนวนเช่นนักเขียนมืออาชีพหากมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดบกพร่องขอประทานอภัยด้วยคะ

ป้าพลอย

จาก thaifreenews