WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, November 11, 2008

ฟันธง!บึ้มทำเนียบฯฝีมือ'พันธมาร'ล่อกันเอง 'หมอผี'ปัดวิพากษ์หวั่น'ม็อบชั่ว'ด่าบนเวที


โฆษก บช.น.ฟันธง! เหตุบึ้มข้างเวทีพันธมาร ยิงจากด้านใน-ไม่ใช่ M79 ชี้ 'โจรกบฏ' ล่อเป้ากันเองยุติความขัดแย้งภายใน ขณะที่ 'นักรบใบกระท่อม' ขวางไม่ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ ด้าน 'หมอพรทิพย์' ปัดตอบบึ้ม! เสียวถูกม็อบโกเต็กซ์ด่ากราดบนเวทีฯ

พล.ต.ต.สุพร พันธุ์เสือ โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยถึงเหตุระเบิดข้างเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเมื่อคืนที่ผ่านมาว่า ไม่น่าจะเป็นระเบิด M 29 ตามที่หลายฝ่ายเข้าใจ และไม่ใช่เป็นลักษณะของการยิงมาจากด้านนอก โดยน่าจะเป็นการระเบิดขึ้นภายในมากกว่า อย่างไรก็ตามคาดว่าไม่น่าจะเป็นระเบิด M 79 เพราะอานุภาพทำลายล้างต้องมากกว่านี้

พล.ต.ต.สุพร กล่าวอีกว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุได้ เนื่องจากพันธมิตรฯยังไม่อนุญาตให้เข้าไปภายในทำเนียบ ส่วนจะเป็นการสร้างสถานการณ์หรือไม่นั้นยังไม่สามารถตอบได้ ส่วนการจับกุมผู้ต้องสงสัยไว้ 1 คน ขณะนี้ได้ปล่อยตัวแล้วเพราะจากการสอบสวนไม่น่าจะเกี่ยวข้อง

อนึ่งก่อนนห้านั้นเมื่อเวลาประมาณ 03.00 น.เกิดเหตุระเบิดที่บริเวณเต็นท์ห่างจากเวทีปราศรัยของกลุ่มพันธมิตรเพียง 50 เมตร เบื้องต้นพบว่าระเบิดตกบนหลังคาเต็นท์ก่อนเกิดการระเบิด แรงระเบิดทำให้เต็นท์เป็นรูกว้างประมาณ 1 เมตร มีผู้ได้รับบาดเจ็บทันที 2 ราย

'หญิงหมอ'หวั่นถูกด่าบนเวที

ขณะที่แพทย์หญิง คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีเหตุการณ์ระเบิดบ่อยครั้ง ที่บริเวณทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นเวทีปราศรัยของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยทางกลุ่มพันธมิตรไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่ ตำรวจเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุทันที ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถหาสาเหตุการระเบิดได้ทันที

พ.ญ.คุณหญิงพรทิพย์ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนไม่ขอพูด หรือออกความเห็นใด ๆ เพราะไม่อยากข้องเกี่ยวกับกลุ่มพันธมิตรฯ หากพูดพาดพิงไป ตนอาจจะถูกนำไปเป็นประเด็นด่าทอบนเวทีได้ อีกทั้งตนไม่ใช่เจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่โดนตรงในการตรวจสอบ ผู้ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุคือเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ผ่านมาตนเข้าไปทำหน้าที่ตรงนั้นก็เนื่องจาก ถูกเชิญให้เข้าไปช่วยดูแลเท่านั้น แต่ขณะนี้ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและ กำลังปฎิบัตงานอยู่ทางภาคใต้

ล่าสุดมีรายงานว่า พ.ต.อ.สมชาย เชยกลิ่น ผกก.สน.ดุสิต เปิดเผยว่า ยังไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ได้ เนื่องจากกลุ่มพันธมิตรฯไม่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่เข้าไปบริเวณที่เกิดเหตุ

ศาลอนุญาตฝากขังแท๊กซี่การ์ดอาสาพันธมิตรพกอาวุธปืน

ส่วนกรณี นายเกียรติศักดิ์ รักภู่ คนขับแท็กซี่ การ์ดอาสาพันธมิตร ซึ่งถูกเจ้าหน้าตำรวจควบคุมตัวในข้อหามีปืนไว้ในครอบครอง และพกพาอาวุธโดยไม่ได้รับอนุญาต นั้นร.ต.อ.ป้อมเพ็ชร โชติกลาง พนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง เปิดเผยว่า ได้นำตัวผู้ต้องหาไปขออำนาจศาลอาญาฝากขังเป็นครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน เนื่องจากพนักงานสอบสวนจะต้องสอบพยานเพิ่มอีก 4ปาก และรอผลตรวจสอบลายนิ้วมือ และประวัติอาชญากร โดยศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขังตามคำร้อง

เสธ.แดงจี้ม็อบโกเต๊กซ์ออกจากทำเนียบฯ

ด้านพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล (เสธ.แดง) ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก กล่าวถึงเหตุระเบิดในสถานที่ชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อกลางดึกวันที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมาว่า ตนเคยแจ้งเตือนและคอยรายงานข่าวสารให้พันธมิตรฯ ต้องขอขอบคุณลูกที่พาพ่อแม่ออกไปจากพื้นที่ ซึ่งภาพเมื่อคืนเห็นได้ว่า คนที่โดนระเบิดเป็นสาวกของพระโพธิรักษ์ทั้งนั้น ส่วนนักรบศรีวิชัยเอาตัวรอดไปอยู่ในบังเกอร์และหนีไปนอนนอกทำเนียบรัฐบาล

พล.ต.ขัตติยะ กล่าวว่า ผู้ชุมนุมที่เวทีพันธมิตรฯ มีไม่ถึง 20 คน แต่มีการตัดต่อภาพให้เห็นเป็น 100 คน เพราะภาพตอนที่วิ่งหนีระเบิด จะเห็นว่ามีไม่ถึง 20 คน แม้แต่สารวัตรทหาร (สห.) ซึ่งเป็นทหารจากกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ ยังใส่เสื้อเกราะทุกคน เห็นได้ว่าตรงจุดนั้นไม่มีความปลอดภัย

พล.ต.ขัตติยะ กล่าวอีกว่า จะขอเตือนเป็นครั้งสุดท้ายให้ออกไปจากทำเนียบรัฐบาล ก่อนวันที่ 14 พ.ย. ซึ่งมีงานรัฐพิธีระหว่างวันที่ 14-19 พ.ย. โดยยอมจำนนปราศจากเงื่อนไข และส่งมอบทำเนียบรัฐบาลให้กับ พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 แล้วให้ พล.ต.ต.อำนวย ติดต่อเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบทรัพย์สินทั้งหมด ตั้งแต่สิ่งของรัชกาลที่ 3, 4 และ 5 ของที่ระลึกจากประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีต่างๆ แม้กระทั่งเก้าอี้ของรัชกาลที่ 5 ที่ขาหัก หลังวันที่ 14 พ.ย.จะประกาศหยุดยิง แต่หลังวันที่ 19 พ.ย.นี้ การทอดกฐินหลวงจะเกิดขึ้น กองกำลังไม่ทราบฝ่าย แก๊ง 47 โรนิน ซามูไรไร้สังกัด จะทอดกฐินหลวงแน่นอน เพราะพันธมิตรฯขาดความชอบธรรม

พล.ต.ขัตติยะ กล่าวต่อว่า เหตุระเบิดที่เกิดขึ้น เราไม่ต้องสงสารผู้ที่โดนระเบิด เพราะเป็นสาวกของศาสนาวิบัติ ซึ่งเพี้ยนและคู่กับผีบุญ คิดว่าตนเป็นกษัตริย์ และเป็นศาสดาอยู่ในตัวเอง ดังนั้นนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ จึงต้องโดนอย่างนี้

'พระพยอม'เปิดวัดสวนแก้วจัด'ความจริงวันนี้สัญจร3'


'ณัฐวุฒิ'เผย'พระพยอม' พร้อมเปิดวัดสวนแก้วรับเวที"ความจริงวันนี้"ในวันที่ 23 พ.ย. ด้าน'จตุพร'ยัน'ทักษิณ'ต่อสายแข้าแน่นอน

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการเตรียมจัดรายการ "ความจริงวันนี้สัญจร3" ว่า ได้หารือกับพระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ไว้แล้วว่าจะขอใช้สถานที่ในการจัดรายการครั้งต่อไป ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นในวันที่ 23 พ.ย.นี้

นอกจากนี้ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ส่วนรูปแบบของรายการคงไม่เอิกเกริกเหมือนกับที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน เนื่องจากเป็นพื้นที่วัด คงจัดแบบเรียบง่ายมากกว่า

ก่อนหน้านี้ นายจตุพร พรหมพันธุ์ กล่าวผ่านรายการความจริงวันนี้ คืนที่ผ่านมาว่า ขณะนี้กำลังประสานกับทางสนามกีฬาศุภชลาศัยอยู่ ซึ่งคาดว่าจะใช้จัดรายการ "ความจริงวันนี้สัญจร" อีกครั้งหนึ่งด้วย ก่อนที่จะมีการพิจารณาจัดรายการในพื้นที่ต่างจังหวัดต่อไป และยังยืนยันอีกด้วยว่า พร้อมที่จะให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะต่อสายเข้ามาพูดคุยกับประชาชนในรายการทุกครั้งที่จัดขึ้นแน่นอน


ทักษิณประกาศสู้แล้วครับ สงครามจะสงบได้เมื่อเราเข็มแข็งไม่ยอมคุกเข่าศิโรราบเท่านั้นครับ


บทความโดย...ลูกชาวนาไทย

จากการให้สัมภาษณ์ ผ่าน นพพร วงศ์อนันต์แห่งรอยเตอร์ผ่านโทรศัพท์เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายนนี้ ท่านนายกฯทักษิณ ชินวัตร ได้ประกาศสู้ตายแล้วหล่ะครับ สมใจอยากของนักรบไซเบอร์และประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทั้งหลาย ที่รอผู้นำในการต่อสู้กับพวกอำมาตยาธิปไตยมานาน หลังจากที่ประชาชนต้องต่อสู้กันตามลำพัง ตามมีตามเกิดมากว่า 2 ปีแล้ว

มาวันนี้ ผู้นำในดวงใจของประชาชนหลายล้านคน ได้ประกาศสู้แล้ว ยอมออกหน้ามวลชนแล้ว นี่คือข่าวดีที่สุดในรอบสองปีท่ามกลางวิกฤตการณ์ทางการเมืองที่ไม่จบไม่สิ้นสักทีนี้



มันเป็นกฎธรรมชาติของโลก ที่ผู้ที่เข็มแข็งเท่านั้นที่จะอยู่รอด หากเรายอมศิโรราบ แล้วแต่ศัตรูจะเมตตาปรานี ข้าศึกก็จะไม่มีวันปรานีเรา เพราะ "ความปรานี" ความสงสารเป็นเพียงแค่อารมณ์ความรู้่สึกของคนเท่านั้น ในขณะนั้น เวลานั้น ศัตรูของเราเขาอาจมีอารมณ์สะใจ มากกว่าอารมณ์สงสารก็ได้

ดังนั้นการคุกเข่า ขอความเมตตาจากศัตรู จึงมีแต่หนทางตายสถานเดียวเท่านั้น เป็นการเอาชีวิตไปฝากไว้กับอารมณ์ที่ไม่แน่นอนของมนุษย์ และมีน้อยมากที่ศัตรูจะยอมสงสารและปล่อยให้เรารอด

แต่หากเราต่อสู้จนศัตรูรู้ว่า หากเขาสู้ต่อไป เขาอาจต้องตายเอง หรือหากจะชนะได้ก็ต้องใช้ต้นทุนสูงอย่างยิ่งจนไม่คุ้มที่จะรบกันต่อ ศัตรูก็จะยอมเจรจา และล่าถอยไป

เพราะหากเราต่อสู้จนถึงที่สุดนั้น ไม่ว่าศัตรูจะอยู่ในอารมณ์ใด ความรู้สึกใด ไม่ว่าจะสะใจ หรือสงสาร ก็ไม่มีัความหมายแล้ว เพราะศัตรูจะถูกบังคับให้ต้องตัดสินใจว่า เขาจะสู้ต่อไปโดยอาจต้องตายไปด้วยกัน หรือเขาอาจจะแพ้ หรือแม้ว่าเขาจะชนะ เขาก็อาจจะขาดทุนจนไม่เหลืออะไรเลยก็ได้

เมื่อเวลานั้นมาถึง เขาก็ต้องเลือกทางเจรจา เพราะเป็นหนทางเดียวที่เขาจะหยุดการสูญเสียต่อไปได้

ที่จริงท่านนายกฯทักษิณ ควรจะสู้ตั้งแต่ตอรที่พวกเขาทำรัฐประหารแล้วครับ โดยการตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น แต่ไม่เป็นไร สู้ตอนนั้นอาจจะไม่ชนะก็ได้ เพราะประชาชนยังไม่เห็นว่าใครอยู่เบื้องหลัง ความวุ่นวายทางการเมืองในขณะนี้ แต่มาบัดนี้ประชาชนตาสว่างกันแทบหมดประเทศแล้ว ศัตรูในที่ลับ มือที่มองไม่เห็นทั้งหลายปรากฎตัวแทบล่อนจ้อนกันทุกผู้ทุกนามแล้ว

ดังนั้น ในวันนี้ กาลเทศะเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะสู้ให้ถึงที่สุด

ขณะนี้ศัตรูของท่านทักษิณ ไม่มีอาวุธอื่นใดอีกแล้วนอกจากการทำรัฐประหาร กับ ตุลาการภิวัฒน์ อุดมการณ์ทางการเมืองก็ล้าหลัง เป็นเผด็จการอำมาตยาธิปไตย แนวคิดทางเศรษฐกิจก็ตามหลังภูฐาน

ในขณะที่ท่านนายกฯทักษิณ มีทั้งอุดมการณ์ประชาธิปไตย ระบบเศรษฐกิจที่ก้าวทันโลก ระบบสังคมที่เป็นรัฐสวัสดิการ สร้างความหวังให้กับประชาชน

ในทางอุดมการณ์ และยุทธศาสตร์นั้น เราชนะอยู่แล้ว

ลัทธิบูชาเทพ กับศตวรรษที่ 21 ไปด้วยกันไม่ได้หรอก หากพวกเขามีแต่แนวคิดแค่นี้ เขาไปไม่รอดอย่างแน่นอนในสงครามทางการเมืองครั้งนี้

กฎข้อแรกๆ ในตำราพิชัยสงครามซุนหวู ในการทำสงครามคือ

ในการทำสงครามนั้น จงอย่าเชื่อหมอดูหรือเชื่อดวงโดยเด็ดขาด แต่ให้เชื่อมั่นในกำลังรบ แผนการรบ ขุนพล และยุทโธปกรณ์

พระเจ้าเล่าเสี้ยน(อาเต๊า) บุตรที่สืบทอดราชบัลลังค์ของเล่าปี่ แห่งจ๊กก๊ก ต้องเสียเมืองให้กับวุยก๊ก เพราะในช่วงท้ายๆ ของสามก๊กหลังจากขงเบ้งตายไปแล้ว 20 ปี ราชสำนักจ๊กก๊กเชื่อเรื่องแม่มด หมอดู และหมอดูบอกว่าจะชนะสงคราม เลยไม่ทำอะไร รอแต่วันที่ดวงจะชนะ

สุดท้ายทหารของวุยก๊กมาถึงหน้าประตูวังแล้ว พระเจ้าเล่าเสี้ยน ยังงมงายไม่รู้ตัวเลย

ศัตรูของนายกฯทักษิณ ก็เชื่อแต่เรื่องดวง เรื่องโหร ดังนั้นสงครามครั้งนี้รบชนะไม่ยากเย็นอะไร
นัก เพียงแต่ต้องยืดเยื้อ เพราะรอให้ประชาชนตาสว่างเท่านั้น

อีกอย่างศัตรูสำคัญของท่านนายกฯทักษิณ ล้วนแต่อายุมากเกิน 80 ปีแล้วทั้งสิ้น ดังนั้น หากทำสงครามยืดเยื้อ พวกเขาขาดแคลนสิ่งเดียวนั้นคือ เวลา

อุดมการณ์ทางการเมืองของพวกเขาก็ไม่อาจดึงดูดใจประชาชนในศตวรรษที่ 21 ที่เรียนมาทางวิทยาศาสตร์กันเป็นส่วนใหญ่แล้ว

โอกาสที่ท่านนายกฯทักษิณ จะชนะจึงมีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม

จาก thaifreenews

สานเสวนา เวทีแห่งการโกหก ปาหี่ทางการเมือง


บทความโดย..ลูกชาวนาไทย

การสานเสวนา หากไม่สามารถดึงเอามือที่มองไม่เห็นออกมาคุยด้วย ก็ป่วยการที่จะดำเนินการ

สังคมไทยที่วุ่นวายไม่จบมากว่า 3 ปีแล้ว และไม่มีทีท่าว่าจะจบได้อย่างไรนี้ เป็นเพราะว่าทุกฝ่ายไม่ยอมพูดความจริง วิเคราะห์ปัญหาแบบโกหกตัวเอง พูดเฉียดไปเฉียดมา ไม่ยอมลงไปแตะต้องปัญหาที่แท้จริง ทั้งๆ ที่ทุกคนในประเทศนี้ ต่างก็ทราบกันทั้งนั้นว่า ปัญหาการเมืองไทยทุกวันนี้ ต้นเหตุและคู่ขัดแย้งคือใคร ปัญหาใหญ่คืออะไร


แต่เมื่อสังคมนี้ไม่ยอมรับการพูดความจริง ความสงบสุขก็ไม่มีทางกลับคืนมาสู่สังคมนี้ได้อย่างแน่นอน


ทุกวันนี้ ตัวแสดงต่างๆ ที่เห็นแสดงกันอยู่ ไม่ใช่คู่ขัดแย้งที่แท้จริงแต่อย่างใด เป็นแต่เพียง นอมินี ตัวแทน หรือ Proxy ของแต่ละฝ่ายเท่านั้น มีสภาพอะไรไม่ต่างจาก "หุ่น" ที่ถูกเชิดโดยมือที่มองไม่เห็น แต่ทุกคนในประเทศนี้ก็พอจะรู้ๆ กันอยู่ ว่าเจ้าของมือที่แท้จริงเป็นใคร



การนำเสนอแนวทางเสวนา เพื่อหาทางออกให้กับสังคมนี้ ที่ถูกนำเสนอขึ้นจากคนบางฝ่าย แม้ว่าจะเป็นแนวความคิดที่ดี แต่มันก็ไม่มีทางปฏิบัติได้ เพราะว่า ทุกฝ่ายต่างก็เลี่ยงที่จะไม่ยอมพูดความจริง และไม่มีใครไว้ใจคนที่เป็นพยายามจะเป็นตัวกลางเพื่อประสานงานให้มีการเสวนา เพราะไม่มีใครเชื่อว่าคนเหล่านั้น "เป็นกลางจริง" แต่เป็นเพียง "นอมินี" ของมือที่มองไม่เห็น กระทำการเพียงเพื่อปรับยุทธวิธี เนื่องจากเห็นว่า "ตัวแทน" ของตนในการทำสงครามภาคสนามคือ "กลุ่มพันธมิตรเพื่อประชาธิปไตย" กำลังเพลี่ยงพล้ำทางการเมือง และไม่สามารถดำเนินกลยุทธ์ต่อได้ จึงส่งบริวารอีกกลุ่มหนึ่ง แสร้างทำเป็น "คนกลาง" เพื่อที่จะเจรจาหาทางออก สร้างบทบาทให้กับกลุ่มพันธมิตร ที่กำลังอ่อนแรงอีกครั้งหนึ่ง


เมื่อไม่มีความจริงใจ และไร้ความน่าเชื่อถือเช่นนี้ เวที สานเสวนา ที่กำลัง "โฆษณาชวนเชื่อ" กันอย่างมโหราฬ โดยสื่อที่ฝักใฝ่อำมาตยาธิปไตยแต่ต้น จึงเป็นแค่ เวทีปาหี่เท่านั้น เพราะคนที่เข้าร่วม "เสวนาทั้งหลาย" ต่างก็ไม่ใช่คู่ขัดแย้งทั้งสิ้น

ต่อให้เสวนาอย่างไร มันก็หาทางออกไม่เจอ ในเมื่อ ความตั้งใจของแต่ละฝ่ายยังคงเหมือนเดิม คือ อำมาตย์ก็ต้องการไล่ฆ่าทำลายล้าง กลุ่มนิยมทักษิณให้ได้ ทหารก็จ้องแต่จะทำรัฐประหาร เพื่อเอาระบอบแต่งตั้ง 70/30 เข้ามา มือที่มองไม่เห็น ก็ส่งสัญญาณรัฐประหารกันทุกวัน จนประชาชนเริ่มทนไม่ไว้


ผมคิดว่าเวลานี้ "มวลชนเสื้อแดงต่อต้านรัฐประหาร" ไม่มีความจำเป็นต้องสนใจแนวคิดสานเสวนา แต่อย่างใด เพราะมันเป็นแค่ กลลวงอีกอันหนึ่งของอำมาตย์เท่านั้น ปล่อยให้รัฐบาลเล่นเกมพวกนี้ไป แต่มวลชนเสื้อแดงจะต้องสร้างเครือข่ายต่อต้านการทำรัฐประหารให้เข็มแข็ง จนไม่กลัวว่าจะมีการทำรัฐประหาร ไม่ว่าฝ่ายทหาร หรือมือที่มองไม่เห็นมีความต้องใจจะทำรัฐประหารมากแค่ไหนก็ตาม

แกนนำ นปช. (ไม่เกี่ยวกับกลุ่มพีทีวีรายการความจริงวันนี้) ที่โง่แต่ขยัน จะต้องเลิกการปลุกระดมมวลชนที่เปล่าประโยชน์ในการไปปะทะกับกลุ่มพันธมิตร พวกเราต้องเลิกสนใจกลุ่มพันธมิตรโดยสิ้นเชิง เพราะคนกลุ่มนี้หมดคุณค่าทางยุทธการในทางการเมืองไปเรียบร้อยแล้ว พวกเขาจะแสดงอะไรต่อไปก็ไม่ต้องไปสนใจทั้งสิ้น


หากแกนนำ นปช. ยังต้องการทำงานมวลชน ก็ควรมีหน้าที่ประสานงานในระดับภูมิภาคเพื่อระดมพลังเสื้อแดงต่อต้านรัฐประหาร จัดกิจกรรมต้านรัฐประหาร แสดงบทบาทเชิงสัญลักษณ์ต่อต้านรัฐประหาร เช่น การฝึกนอนขวางทางวิ่งรถถัง หรือฝึกขว้างระเบิดโมโลต็อฟค็อกเทลต่อสู้รถถังให้เป็นภาพข่าว หรือ จัดมวลชน เข้าประท้วง "อารยะขัดขืนกับพวกตุลาการภิวัฒน์" ทั้งหลาย

การสานเสวนา ที่กำลังดำเนินการ โดยกลุ่มคนที่ "ไม่ได้เป็นกลางทางการเมือง" แต่อย่างใดในขณะนี้ คือ "เวทีปาหี่" ทางการเมืองแค่นั้นเอง พวกเขาอยากแสดงก็คงต้องปล่อยให้แสดงไป สุดท้าย ก็จะไม่ต่างจาก "พวกเสื้อขาวสองไม่เอา" ที่ไม่มีใครสนใจ

เพราะพวกเขาเริ่มต้นก็โกหก และไม่ยอมพูดความจริงกันแล้ว มันก็ป่วยการที่จะไปคาดหวังกับการแสดงละครหลอกคนดูในขณะนี้

สรุปการสานเสวนาคือ การสนทนาของคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการขัดแย้ง คู่ขัดแย้งเขาชกกันอยู่บนเวที ปล่อยกำลังภายในเข้าปะทะกัน พวกหน้าม้ารอบๆ เวทีของ "อำมาตยาธิปไตย" ก็ส่งเสียงโหวกเหวกเพื่อสานเสวนา ดูแล้วเป็นเรื่องตลกไร้สาระ กลายเป็นปาหี่ทางการเมืองไป



จาก thaifreenews

Monday, November 10, 2008

สมพงษ์ ยืนยันไม่สอบถามเหตุผลอังกฤษกรณีถอนวีซ่า ทักษิณ

กรุงเทพฯ 10 พ.ย. - รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศยืนยันจะไม่สอบถามเหตุผลในการถอนวีซ่าของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และภริยา เพราะถือเป็นสิทธิ์ของทางการอังกฤษ

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เห็นว่า การที่ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคพลังประชาชน ให้ข่าวว่ากระทรวงการต่างประเทศต้องสอบถามไปยังสถานทูตอังกฤษประจำประเทศไทย ถึงเหตุผลในการถอนวีซ่าของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และ คุณหญิงพจมาน ภริยา นายสมพงษ์ ระบุว่า รู้สึกไม่สบายใจกับข่าวนี้ เพราะอาจกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และการถอนวีซ่าถือเป็นสิทธิเด็ดขาดของทางอังกฤษ

นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศยังพร้อมให้ความร่วมมือกับสำนักงานอัยการสูงสุด ในการประสานขอตัว พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาดำเนินคดี เพราะสามารถตรวจสอบผ่านสถานทูตและสถานกงศุลทั่วประเทศได้ ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ที่ไหน แต่ขณะนี้ ยังไม่ได้รับการประสานมา

ส่วนปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา วันนี้ นายสมพงษ์ ได้มอบหมายให้ นายวศิน ธีระเวชญาณ ประธานคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือ เจบีซี ไปเป็นตัวแทนหารือเรื่องการปักปันเขตแดน ที่เมืองเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชาแล้ว และในวันที่ 12 พฤศจิกายนนี้ นายสมพงษ์ จะเดินทางไปประชุมด้วยตัวเอง ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนและได้ข้อตกลงระหว่างกัน.

ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-11-10 12:16:11



รุมประณาม‘พันธมารฮุสตัน’หลังโชว์ถ่อยชูป้ายไล่‘สมัคร’

เวรกรรมมีจริง!พันธมิตรฯฮุสตันถือป้ายประท้วง‘สมัคร’โดนชาวเว็บไซต์รุมประณามพฤติกรรมต่ำช้า ขณะที่เจ้าตัวรีบออกตัวการกระทำดังกล่าวเป็นสิทธิส่วนบุคคล

รายงานข่าวจากเว็บไซต์ Thai E-News ได้เผยแพร่รายงานเรื่อง “พธม.ฮิวสตันถูกกดันหนัก ประกาศถ่อยเองไม่เกี่ยวกับสมาคมคนไทย” โดยมีเนื้อหาตอนหนึ่งระบุว่า พันธมิตรในสหรัฐฯประกอบด้วย ชัชวาลย์ ท้าวอุตม์ รังสิมา ต่อประดิษฐ์ พเยาว์ ชาญศิริ ได้ลงประกาศในเว็บไซต์ “สมาคมไทยเท็กซัส” (http://thaitexas.org/) ว่า "ประกาศ กรณีชูป้ายไม่ต้อนรับคุณสมัคร ที่สนามบินฮิวสตัน เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายนนั้น เป็นสิทธิส่วนบุคคล และกระทำในนามของพันธมิตรฮิวสตัน มิได้เกี่ยวข้องกับ สมาคมไทย หรือองค์กรอื่นๆ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน"

เว็บไซต์ Thai E-News ระบุว่า ประกาศดังกล่าวมีขึ้นภายหลังจากคนไทยในสหรัฐได้พากันประณามการกระทำดังกล่าวอย่างมาก โดยมีการเขียนข้อความประนามในเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ไทยเท็กซัส ในหัวข้อว่า “ขอประนาม 7 คนไทย ที่ Houston” (http://www.thaitexasnews.com/modules.php?op=modload&name=PNphpBB2&file=viewtopic&p=775#775)โดยมีผู้เข้าไปแสดงความเห็นในทางประณามในเรื่องดังกล่าวจำนวนมาก เช่น

-ขอเรียกร้องให้คนไทยที่มีสามัญสำนึกในความเป็นคนไทยอย่างมีอารยะ ได้ร่วมประณามการกระทำของ 7 คนไทยจาก Houston ที่ปรากฎภาพ ตามที่มีในสื่อทั่วไป

-คนไทยนับแต่ปู่ยา ตายาย ไม่เคยสืบทอดลักษณะนิสัยที่ไร้ซึ่งความมีเมตตา เฉกเช่นที่ท่านได้ กระทำกับอดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ซึ่งเดินทางมารักษาตัวและ ต้องการกำลังใจเป็นอย่างยิ่ง

-ขอประณามการกระทำที่เกินกว่าเหตุ ไร้ความมีอารยะ ที่บุคคลทั่วไปพึงมี ไร้ซึ่ง ความมีน้ำใจ เฉกเช่นคนไทย เคยมีต่อกัน

-ร่วมประนาม 7 คนไทย จิตใจต่ำทรามด้วยคนครับ จิตใจแห่งความเป็นคนของพวกคุณมันหายไปหมดแล้วหรือไงครับ คนเจ็บคนป่วยยังไม่ละเว้น

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยชื่อ-ที่อยู่-เบอร์โทรศัพท์ ของบุคคลทั้ง 7 โดยใช้ชื่อว่า “โฉมหน้าของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าพันธมิตรฮุสตัน”

ตร.รวบ‘การ์ดพันธมาร’พกปืน-อาวุธออกรบเพียบ

นี่หรือประเทศไทย! ลิ่วล้อพันธมิตรเจอด่านตำรวจพบปืนพร้อมกระสุน-มีด-กระบองอื้อ ขณะที่หัวหน้าแก๊งมารโยนขี้มือพกบึ้มถูกไล่ออกจากแล้ว

เจ้าหน้าที่ตำรวจ รวบ การ์ดแท๊กซี่พันธมิตรพกอาวุธเพียบ 'โกตั๊บ-โกเต๊กซ์" โยนความผิด การ์ดพกระเบิด ถูกไล่ออกไปแล้ว เมื่อง 10 วันก่อน หัวหน้าแก๊งโยนขี้มือพกบึ้มถูกไล่ออกจากพธม.แล้วเมื่อช่วงดึกที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจพบอาวุธ นายเกียรติศักดิ์ รักภู่ อายุ 35 ปี ชาวจังหวัดชุมพร คนขับรถแท็กซี่ ซุกซ่อนไว้ภายรถแท๊กซี่ บริเวณด่านตรวจรถหน้าบ้านพิษณุโลก และได้ควบคุมต้วไว้จากการตรวจสอบภายในรถแท็กซี่คันดังกล่าวพบว่า มีอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก แต่ไม่พบกระสุนปืน มีดพับ กระบอง ท่อเหล็กยาว 2 ฟุต และบัตรอาสาสมัครการ์ดพันธมิตรฯ 9 ใบ

โดย ร.ต.ต.สัน พัฒนา ร้อยเวรเจ้าของคดีเปิดเผยว่า เบื้องต้น นายเกียรติศักดิ์ ปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยระบุว่าอาวุธที่พบเจอในรถแท็กซี่ของตนเป็นของคนอื่น

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีใบอนุญาต และพกพาอาวุธมีดไปในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต

ช่วงเวลาใกล้เคียงกันใน เวลาประมาณ 02.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจพบรถยนต์ต้องสังสัย ด่านตรวจอยู่บริเวณปากซอยลิขิต ถนนศรีอยุธยา ยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็คไฮแลนเดอร์ 4 ประตู สีน้ำเงิน ทะเบียน ช 4917 กรุงเทพมหานคร มีนายกวียุทธ บุญทองแก้ว อายุ 33 ปี เป็นคนขับ พร้อมผู้โดยสาร 7 คน ตรวจค้นภายในพบอาวุธปืนขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน .38 อีก 13 นัด บรรจุกระสุนพร้อมใช้ อาวุธมีด 2 เล่ม สายคาดเอว 1 เส้น และผ้าคาดศีรษะมีข้อความ “กู้ชาติ” 1 สาย

ทั้งนี้จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า อาวุธปืนนี้แม้จะมีทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย แต่ไม่ใช่ของผู้ต้องหา ตำรวจจึงแจ้งข้อหาพกพาอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน ไปในที่สาธารณะโดยไม่มีใบอนุญาต พกพาอาวุธมีดไปในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต

ส่วนความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สามเสน นายวัฒนา กิจพิทักษ์สิน อายุ 22 ปี และ นายธนิต ขันอุไร อายุ 28 ปีจับกุม หลัง ตรวจพบ ระเบิดปิงปอง 22 ลูก, ประทัดยักษ์ 1 ลูก,ระเบิดน้อยหน่า 3 ลูก (MK23) , ระเบิดประดิษฐ์ 1 ลูก, กระสุนปืนลูกซอง 4 นัด, มีดปลายแหลม, หนังสติ๊ก, ลูกแก้ว, ถุงมือยาง และเสื้อแจ๊คเก็ต ระบุชื่อ กองทัพธรรม และนางวิไล อารีลักษณ์ แม่ของนายธนิต ยืนยันว่า นายวัฒนา เป็นการ์ดพันธมิตรฯ จริง และจะชักชวนบุตรชายตนเองออกไปด้วยกันบ่อยๆ

ขณะที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล หนึ่งในแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.) เปิดเผยว่า เรื่องนี้ไม่เป็นความจริง แต่ยอมรับว่า 1 ใน 2 ผู้ต้องสงสัยเคยเป็นการ์ดอาสาพันธมิตรฯ ซึ่งถูก พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ไล่ออกไปแล้วเมื่อ 10 วันก่อน เนื่องจากมีพฤติกรรมชอบใช้ความรุนแรง จึงเห็นว่าการจับกุมในครั้งนี้ เป็นความพยายามทำลายความน่าเชื่อถือของกลุ่มพันธมิตรฯ และเชื่อว่าตำรวจเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง เนื่องจากได้รับรายงานว่า ขณะนี้มีตำรวจเข้ามาซื้อตัวการ์ดอาสาบางส่วน และให้คนของฝ่ายพวกเขาแฝงตัวเข้ามา



จี้เชือด'อภิรักษ์'ปล่อยม็อบโกเต๊กซ์กร่าง!ขวางเส้นทางเสด็จฯ


'ทนายทักษิณ'เหลืออด!ลุยแจ้งความจี้ลงดาบ'หล่อเล็ก'ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เหตุปล่อย'ม็อบถ่อยพันธมาร'กร่าง! ปิดเส้นทางเสด็จพระราชดำเนิน

วันนี้ (10 พ.ย.) นายพิชา วิจิตรศิลป์ ทนายความพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามทุจริต และประพฤติมิชอบในวงราชการ หรือ เพื่อให้ดำเนินคดีกับ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 กรณีที่ปล่อยให้กลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรฯปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล และปิดล้อมถนนราชดำเนิน ซึ่งเป็นเส้นทางในการใช้เสด็จพระราชดำเนิน เพื่อไปยังมณฑลพิธีในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

อย่างไรก็ตาม กลุ่มพันธมิตรฯไม่ยอมเปิดถนนราชดำเนินช่วงสะพานมัฆวานรังสรรค์ อย่างแน่นอน จึงทำให้ตำรวจต้องเปลี่ยนเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินเป็นถนนหลานหลวงแทนซึ่งการกระทำที่มิบังควรอย่างใหญ่หลวง และเป็นการกระทำที่ขัดต่อพระราชบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องการรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยในเขตกรุงเทพมหานครปี 2523 แต่ นายอภิรักษ์ กลับนิ่งเฉยไม่ยอมดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด ตามหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ ดังนั้นการกระทำของผู้ว่ากทม. จึงถือว่าเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่


'ปู่ชัย'ย้ำชัดสภาฯเสาหลักประชาธิปไตย!ชี้ต้องเข้มแข็ง

'ปธ.รัฐสภา' ประกาศลั่นรัฐสภาเสาหลักประชาธิปไตย ย้ำต้องเข้มแข็ง จัดเลือกตั้งที่เป็นธรรม-บริสุทธิ์ ไม่แทรกแซงการทำงานของสื่อฯ

วันนี้ (9 พ.ย.) สถาบันพระปกเกล้า ร่วมกับรัฐสภา จัดสัมมนาทางวิชาการ เรื่อง "บทบาทรัฐสภากับการปฏิรูปการเมืองไทย" ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ เพื่อสนับสนุนและพัฒนาองค์ความรู้ทางวิชาการ ตลอดจนแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างสมาชิกรัฐสภา หน่วยงานภาครัฐ ประชาชน นักเรียนและนักศึกษา เพื่อทราบถึงมุมมองต่อบทบาทของรัฐสภาในการแก้ไขวิกฤติบ้านเมือง และเพื่อวิเคราะห์บทบาทของรัฐสภาในการทำหน้าที่ภายใต้กรอบกฎหมาย และอำนาจที่กำหนดไว้

รวมทั้งการใช้ช่องทางรัฐสภาในการแก้วิกฤติทางการเมืองอย่างสมานฉันท์สันติสุข ในสภาวะการณ์ปัจจุบันที่มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายทางการเมือง อันเนื่องมาจากบุคคลมีความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกัน จนก่อให้เกิดปัญหาความขัดแย้งกับสิ่งต่างๆ ภายในบ้านเมืองอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน

โดยนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา เป็นประธาน และมีนักวิชาการทั้งในประเทศและต่างประเทศร่วมงาน อาทิ นายอุทัย พิมพ์ใจชน อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร ศ.ดร.สุจิต บุญบงการ ประธานสภาพัฒนาการเมือง สถาบันพระปกเกล้า นายวิชา มหาคุณ อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา ร่วมกันอภิปราย

นายชัย กล่าวถึงบทบาทรัฐสภาในฐานะเสาหลักประชาธิปไตยว่า หลักรัฐสภามีหลัการ 7 ข้อ เกี่ยวกับประชาธิปไตย นั่นคือ ต้องเข้มแข็ง มีการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ และเป็นธรรม ต้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมกันทางเพศ และความเป็นธรรม ประชาสังคมต้องกระตือรือร้น มีพรรคการเมืองที่มีประสิทธิภาพ และมีสื่อมวลชนที่ทำงานอย่างอิสระ อีกทั้งระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง ต้องอยู่ที่กระบวนการปฎิรูปการเรียนรู้ของคนในสังคม ต้องทำให้คนในสังคมรู้จักคิด วิเคราะห์อย่างมีเหตุและผล ใช้หลักวิชาการ มีวุฒิภาวะ สามารถวิเคราะห์สภาพสังคม การเมือง ระบบอุปถัมภ์ ทุนนิยมผูกขาดได้อย่างสร้างสรรค์

นอกจากนี้ ประธานรัฐสภา กล่าวอีกว่า ระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงจะเกิดขึ้นได้ ต้องขึ้นอยู่กับ กระบวนการปฏิรูปการเรียนรู้ของคนในสังคมให้รู้จักคิด วิเคราะห์ อย่างเป็นเหตุผล มีหลักวิชาการ รู้จักมองในลักษณะกว้างไกลอย่างมีวุฒิภาวะ โดยไม่มองแบบแบ่งขั้วจนง่ายเกินไป รู้จักวิเคราะห์สภาพสังคม ระบบอุปถัมภ์การเมือง และทุนนิยมผูกขาดทางเศรษฐกิจได้อย่างสร้างสรรค์

ปธ.สภาฯปฎิเสธนัดหารือพรรคร่วม

ประธานสภาผู้เเทนราษฏร ปฏิเสธการนัดหารือกับนายวิทยา บุรณะศิริ ประธานคณะกรรมการผู้ประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล)

โดยกล่าวว่า ตนไม่เคยนัดใครหารือทั้งสิ้น พร้อมย้ำว่าการที่จะบรรจุญัตติการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 เข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมนั้นจะต้องใช้เวลาในการตรวจสอบความถูกต้องภายใน 7วันหลังจากมีการยื่นเรื่องเข้ามา หากพบว่าไม่ถูกต้องก็ต้องส่งเรื่องกลับ ซึ่งตนไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะมีการพิจารณาให้เสร็จทันสมัยการประชุมนี้หรือไม่ และในวาระการประชุมสมัยนี้มีเพียงวาระเดียวที่ต้องประชุมร่วมรัฐสภา คือการหารือข้อตกลงไทย-เกาหลี ในวันที่ 24 พฤศจิกายนนี้

อย่างไรก็ตาม หากมีการยื่นร่างดังกล่าวเข้ามาจริง และอาจจะมีกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยมาชุมนุม เช่นกับวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา มาตราการเดียวที่สภาฯ จะเตรียมรองรับคือการเลื่อนการประชุมออกไปเท่านั้น

ส.ส.มัชฌิมาฯหวั่นแก้รธน.'ม็อบถ่อย'จุดชนวนนองเลือด!ซ้ำรอย7ต.ค.


ส.ส.ปราจีนฯ พรรคมัชฌิมาฯยันไม่เห็นด้วยหากเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญ ม.291 สัปดาห์หน้า เกรงเกิดความวุ่นวายเหมือน 7 ต.ค. วอนรัฐบาล ฝ่ายค้าน พันธมิตรฯจูบปากแก้ปัญหาบ้านเมือง

นายเกียรติกร ภาคเพียรศิลป์ ส.ส.ปราจีนบุรี พรรคมัชฌิมาธิปไตย ในฐานะคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือ วิปรัฐบาล กล่าวว่า วันนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้นัดหารือกับ นายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปรัฐบาล และได้เชิญตนเองมาร่วมหารือว่าจะนำเรื่องใดเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรวันพุธนี้อย่างไม่เป็นทางการ โดยอาจมีการหารือเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ด้วย ซึ่งส่วนตัวก็เห็นด้วยกับการแก้ไข แต่เห็นว่าเวลานี้ยังไม่เหมาะสม น่าจะชะลอออกไปก่อน เพราะอาจก่อให้เกิดปัญหาความขัดแย้งขึ้นอีกเหมือนเหตุการณ์วันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา จึงอยากให้รัฐบาลหันมาแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง พืชผลทางการเกษตรเสียหาย

“ส่วนตัวต้องการให้ทั้งฝ่ายค้าน รัฐบาล พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ทหาร และตำรวจ เข้ามาหารือร่วมกันเพื่อหาทางออกให้กับวิกฤติของบ้านเมือง เพราะหากรัฐบาลดำเนินการฝ่ายเดียว เชื่อว่าปัญหาต่างๆ จะไม่จบ”ส.ส.พรรคมัชฌิมาฯ กล่าว

นายเกียรติกร กล่าวด้วยว่า ตนเชื่อว่าหากมีการบรรจุวาระแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรจริง ก็คงไม่สามารถพิจารณาได้ เพราะ ส.ส.หลายคน รวมทั้งข้าราชการของรัฐสภา คงไม่เข้ามาทำงานที่รัฐสภาในวันนั้น เพราะเกรงว่ากลุ่มพันธมิตรฯ จะมาปิดล้อมอีก ซึ่งอาจทำให้องค์ประชุมไม่ครบ



‘สมชาย’ชูประชานิยมรากหญ้า!เมินยึดคืนพาสพอร์ตแดง‘ทักษิณ'หวั่นเข้าทางโจรกบฏ


‘สมชาย’ ชูประชานิยมรากหญ้า กดปุ่มโอนเงิน 6.5 พันล้านเข้าโครงการ ‘เอสเอ็มแอล’ ปัดยกเลิกพาสปอร์ตแดง ‘ทักษิณ’ ชี้ปัญหาปากท้องประชาชนเป็นเรื่องใหญ่ อย่าให้ผู้ไม่หวังดีนำเรื่องไร้สาระมาทำลายประเทศชาติ ขณะที่ ‘ม็อบมือตบ’ สร้างความวุ่นวายไม่เลิก!ด่ากราดนายกฯสนองใบสั่ง ‘หัวหน้าโจรกบฎ’

นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เปิดเผยกรณีการจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือแรงงาน ซึ่งกลุ่มผู้ใช้แรงงานเตรียมยื่นเรื่องให้ รมว.แรงงาน เสนอให้ครม.พิจารณาในวันพรุ่งนี้ว่า รัฐบาลต้องมีแผนรองรับเมื่อมีคนตกงานจะทำอย่างไร

โดยตอนนี้พยายามส่งเสริมอาชีพในชุมชนให้มากขึ้น โครงการเอสเอ็มแอลก็เป็นการส่งเสริมอาชีพในท้องถิ่น เมื่อคนทำงานในกรุงเทพฯตกงาน จะได้กลับไปทำมาหากินที่บ้านได้ ถือเป็นเรื่องที่ดีเป็นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยได้

ต่อข้อถามกรณีรัฐบาลไทยยังไม่ยกเลิกพาสปอร์ตแดงของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งนายกรัฐมนตรีตอบเพียงสั้นๆว่า วันนี้มาทำเรื่องทำมาหากินก่อน เรื่องอื่นปล่อยไปก่อนเป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขกันไป ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เรื่องใหญ่ก็คือประชาชนกำลังลำบากเป็นภาระหน้าที่ของรัฐบาล

ทั้งนี้ หลังให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวเสร็จ นายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปพบปะกับประชาชนกว่า 100 คน ที่มารอต้อนรับระหว่างเดินทางมาเป็นประธานพิธีโอนเงินการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน (เอสเอ็มแอล) ที่สถาบันถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ก่อนเดินทางโดยรถยนต์มาที่ท่าอากาศยานทหาร กองบิน 41 เพื่อขึ้นเครื่องบินของกองทัพอากาศไทย เดินทางไปปฎิบัติภาระกิจที่ประเทศฟิลิปปินส์

โดยระหว่างการเดินทางไม่ปรากฎมีผู้ให้การสนับสนุน หรือกลุ่มพันธมิตรเชียงใหม่มาดักรอเพื่อใช้มือตบพลาสติกตบใส่นายกรัฐมนตรี


โลกในไทยมันบิดเบี้ยว!!!!!

โลกในไทยมันบิดเบี้ยว!!!!!



โดย : ป้าพลอย

วันอาทิตย์ที่ 9 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ.2551

โลกใบนี้ทำไมมันเอียงเฉพาะในไทยใครรู้บ้างมั๊ยว่ามันเป็นเพราะอะไร? ทั้งที่ประเทศต่างๆที่ตั้งอยู่ในโลกใบนี้นับจำนวนหลายร้อยประเทศทำไมไม่เบี้ยวไม่เอียง แต่ทำไม๊ทำไมประเทศไทยโลกจึงเบี้ยวบิดไม่กลมเหมือนที่อื่นๆใครเป็นคนสั่งปั้นให้โลกของไทยบิดเบี้ยว? จะโทษมนุษย์ต่างดาวปั้นโลกเบี้ยวให้แก่ประเทศไทยก็ยังไม่ปักใจว่ามนุษย์ต่างดาวจะใจร้ายถึงขนาดนี้ แล้วมันมาจากสาเหตุอันใดหนอ หรือว่าเป็นเพราะคนไทยทำให้เบี้ยวเอง? โลกของเขากลมๆสวยๆ พวกอิจฉาตาร้อนเลยจับให้มันบิดจะได้ดูเท่และแปลกตากว่าที่อื่น เพื่อเรียกร้องความสนใจหรืออย่างไร?

ความคิดของคนที่ทำนี่ก็แปลกนะ คือคิดไม่เหมือนมนุษย์ธรรมดา จะว่าโง่ก็ไม่เชิงจะว่าฉลาดก็ไม่ใช่ หยวนๆสรุปแล้วว่าเพราะความงมงายในโลกจอมปลอมและเชื่อถือในสิ่งที่มองไม่เห็น จึงได้จับให้โลกใบนี้บิดเบี้ยวตามความเชื่อถือ มนุษย์ที่ถูกสร้างมาคู่กับโลกก็ยังไปทำลายโลกซะอีก แล้วมันจะอยู่ด้วยกันได้อย่างไร ความบิดเบี้ยวแบบนี้ผู้คนก็อึดอัดหายใจกันไม่ออกแล้วผู้คนที่อาศัยโลกเบี้ยวใบนี้จะทนได้นานอีกสักเท่าไหร่?

อะไรๆที่มันอัดแน่นกดดันโลกก็มีโอกาสระเบิดตูมเข้าสักวันหนึ่ง ที่นี้ก็จะได้เห็นความแตกกระจายของสะเก็ดโลกว่าอ้ายที่บิดๆเบี้ยวๆนี่น่ามันเป็นน้ำมือของมนุษย์ปั้น ไม่ใช่เบี้ยวอย่างธรรมชาติ ทีนี้ก็ต้องสืบสาวราวเรื่องคนที่ปั้นว่าโลกของเขากลมอยู่ดีๆแล้วด้วยสาเหตุใดจึงมาปั้นให้มันเบี้ยวๆ? มนุษย์ตนนี้คงต้องจับมาลงโทษที่ทำให้โลกเสียหาย กว่าที่โลกจะหลอมให้เป็นลูกกลมๆมาได้ต้องใช้เวลาหลายชั่วอายุมนุษย์ แล้วถือดีอย่างไรมาทำให้บิดเบี้ยว ทำให้คนไทยที่อาศัยโลกใบนี้ต้องเดือดร้อนไปทั่ว

อย่างไงประชาชนคนไทยต้องพร้อมใจกันฟ้องถึงศาลโลกลงโทษคนที่บังอาจดัดแปลงโลกใบนี้ให้บิดเบี้ยวฐานละเมิดกฎแห่งการอยู่ร่วมกันของโลกกลมๆไม่ใช่โลกเบี้ยวๆตามความต้องการของตัวเอง นี่แหละหนอมนุษย์ที่มีกิเลสหนาหน้ามืดตามัวหลงผิดคิดว่าโลกของตนเป็นดังสวรรค์ แต่หารู้ไม่ว่านั่นมันคือนรกที่ตนเองจะต้องไปชดใช้กรรมที่ทำไว้ เวรใครเวรมัน กรรมใดใครก่อก็รับไปเองไม่มีใครช่วยได้

ฉะนั้นในระหว่างที่ยังมีชีวิตอยู่ขอให้ทุกคนจงทำความดีมีศีลธรรม ทำในทางที่ถูกต้องและประพฤติในสิ่งที่ดีๆ จุดจบของชีวิตมันไปทางเดียวกันทุกคนไม่ว่าเขาไม่ว่าเรา ไม่มีใครที่จะฝืนธรรมชาติได้และก็ไม่มีใครเอาอะไรๆติดตัวไปได้นอกจากเสื้อผ้าที่ห่มร่างกายเท่านั้น แล้วจะโลภกันไปเพื่ออะไร????????????????

ป้าพลอย

จาก thaifreenews