WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, October 29, 2012

ชาญวิทย์ เกษตรศิริ: น่านเจ้า

ที่มา ประชาไท

 
ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ ๒ แล้วที่ชาวจีนได้เข้ามาครอบครองเหนือดินแดนที่เป็นมณฑลยูนนานในปัจจุบัน ณ ที่นั้น ชาวจีนได้พบกับความหลากหลายของบรรดาผู้คนที่จีนเรียกว่า “คนป่าคนเถื่อน” (หม่าน Man) ที่บางพวกก็ยอมรับอารยธรรมจีน ตระกูลผู้ปกครองท้องถิ่นหนึ่งนามว่า จ้วน (Zuan) มีศูนย์กลางอยู่ในอาณาบริเวณทางทิศใต้ของเมืองคุนหมิง ต่อไปจนจรดชายแดนเวียดนามปัจจุบัน ภายหลังการล่มสลายของราชวงศ์ฮั่น ในต้นศตวรรษที่ ๓ ตระกูลนี้ได้กลายเป็นเจ้าปกครองมณฑล
นี่คือดินแดนที่มีชนเผ่าไทและแม้ว/เย้าอาศัยอยู่ ส่วนด้านทางตะวันตกกับตะวันตก เฉียงใต้ของมณฑลนี้ ก็มีผู้คนที่ครอบครองอยู่แล้ว และจีนเรียกว่า หวู-หม่าน (Wu-man) หรือ “คนป่า-คนเถื่อนดำ” พวกนี้พูดภาษาในตระกูลทิเบต-พม่า คล้ายกับพวก “โลโล่” หรือ “ละหุ” ที่ก็ยังอาศัยอยู่ในดินแดนแถบนี้ พวกหวู-หม่านแห่งยูนนานตะวันตกนี่แหละที่ในศตวรรษที่ ๗ ได้กลายเป็นศูนย์กลางของรัฐน่านเจ้า
ภายในศตวรรษที่ ๗ ชาวจีนก็ได้เข้ามาครอบครองยูนนานได้ถึงครึ่งหนึ่ง การปกครองของจีนขยายไปทางตะวันตกจนจรดแม่น้ำโขง แต่ในไม่ช้าจีนก็ต้องตั้งรับการขยายตัวของทิเบต ซึ่งคุกคามต่อจีนตามชายแดนตะวันตกเฉียงใต้ในยูนนานและในเสฉวน จีนพยายามรักษาความมั่นคงทางชายแดน ด้วยการเป็นพันธมิตรกับแว่นแคว้นในท้องถิ่น พันธมิตรหนึ่งดังกล่าวก็คือพระเจ้าพีล่อโก๊ะ หนึ่งในหกของเจ้าแว่นแคว้นเล็กๆ รอบทะเลสาบต้าลี่ในยูนนานตะวันตก พระเจ้าพีล่อโก๊ะถือว่ารัฐเล็กรัฐน้อย ๖ รัฐนี้ อยู่ภายใต้การปกครองของตนตั้งแต่ประมาณปี ค.ศ. ๗๓๐
 และเมื่อปี ๗๓๘ ก็ได้รับการรับรองจากราชสำนักจีนให้เป็น “เจ้าแห่งยูนนาน” ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับ “เจ้าทางใต้ (น่านเจ้า)” ดำเนินไปฉันมิตรจนกระทั่งประมาณปี ๗๔๐ แต่ก็กลับเลวร้ายลงอย่างรวดเร็วใน ทศวรรษต่อมา ภายใต้ลูกชายของพีล่อโก๊ะเอง คือ โก๊ะล่อฝง ระหว่างปี ๗๕๒ ถึงปี ๗๕๔ จีนส่งทัพไปโจมตีน่านเจ้าถึง ๔ ทัพ แต่ทุกครั้งก็ถูกกองกำลังของโก๊ะล่อฝงตีแตกกลับมา และน่านเจ้าก็ขยายการปกครองของตนเหนือยูนนานตะวันออกกับกุ้ยโจวตะวันตก และเมื่อจีนยุ่งอยู่กับการกบฏ แรงกดดันต่อน่านเจ้าก็ลดถอยลง และการสถาปนาจักรวรรดิใหม่นี้ในเขตตะวันตกเฉียงใต้ก็สร้างขึ้นด้วยการตั้งเมืองหลวงที่สองที่เมืองคุนหมิงในปี ๗๖๔
 จดหมายเหตุร่วมสมัยที่ครอบคลุมเรื่องน่านเจ้าได้ดีที่สุดคือ “หม่านชู” (Man Shu) ที่เขียนขึ้นโดยข้าสำนักจีนเมื่อประมาณปี ๘๖๐ เอกสารนี้ชี้ให้เห็นถึงรัฐกึ่งทหารที่ได้รับการจัดตั้งเป็นอย่างดี ปกครองอยู่เหนือหลายชนเผ่าชาติพันธุ์ ในแง่การบริหารนั้น แบ่งเป็น ๖ “คณะกรรมการ” หรือกรม ต่างรับผิดชอบการสงคราม การประชากรและรายได้ การรับรองแขกต่างประเทศ การลงโทษทัณฑ์ การแรงงาน และการระดมพล เหนืออำนาจและสถานะของคณะกรรมการชุดนี้ก็จะมี “อัครเสนา ๑๒” ซึ่ง แต่ละวันๆ ...ต้องเข้าเฝ้า “น่านเจ้า” เพื่อพิจารณาข้อราชการ
และยังมี “ข้าราชการบริสุทธิยุติธรรม” ทั้งหกที่ทำหน้าที่เสมือนเป็นอง คมนตรีของเจ้าอีกด้วย การปกครองนี้ รวมถึงลำดับขั้นของเจ้าหน้าที่ จากระดับหัวหน้า ที่ดูแลหนึ่งร้อยครัวเรือน ไปจนถึงเจ้าเมืองที่ควบคุมครัวเรือนถึงหนึ่งหมื่น หัวหน้าครอบครัวที่เป็นชายจะต้องชำระภาษีเป็นปริมาณข้าว ๑๘ ลิตร รวมทั้งยังอาจต้องถูกเกณฑ์ไปเป็นไพร่พลทหาร กองทัพดึงดูดเด็กหนุ่มให้มาร่วมฝึกฝนเมื่อว่างจากงานการเกษตร กองทัพน่านเจ้ามีประสิทธิภาพ มีพลัง มีวินัยดี และมีผลสำเร็จเป็นอย่างดีในการสู้รบ
น่านเจ้าเป็นมหาอำนาจใหญ่ในกิจการของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทางตอนเหนือและทางเอเชียตะวันออกทางตอนใต้เป็นเวลาหลายศตวรรษ กองทัพน่านเจ้าสร้างแรงกดดันต่ออาณาจักรพยูในพม่าภาคกลาง จู่โจมตีดินแดนที่ในปัจจุบันคือพม่าตอนใต้กับไทยตอนเหนือ น่านเจ้ายังส่งกองทัพไปโจมตีเขมร เจนละ และมีบันทึกกล่าวไว้ว่า “ไปไกลถึงชายฝั่งทะเล” ทั้งยังส่งกองทัพไปตีอันนัม (เวียดนามเหนือ) ดินแดนในอารักขาของจีน ต่อจากนั้นอำนาจของน่านเจ้าก็ค่อยลดลง จีนกลับฟื้นตัวขึ้นใหม่ เวียดนามเป็นอิสระ (ปี ๙๓๙) และพัฒนาการใหม่ก็เริ่มก่อรูปขึ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตอนเหนือ
ความสำคัญของน่านเจ้าต่อประวัติศาสตร์ของคนเผ่าไท ไม่ได้อยู่ที่ว่าใครคือเจ้าผู้ปกครอง ซึ่งก็ไม่ได้เป็นคนเผ่าไท เจ้าของน่านเจ้าสืบสายกันทางบิดา มีระบบของการตั้งชื่อ พยางค์แรกของชื่อเจ้าแต่ละคน คือพยางค์เดียวกันกับพยางค์สุดท้าย ของนามบิดา ดังนั้น ก็จะเป็นเช่นนี้ คือ พี-ล่อ-โก๊ะ, โก๊ะ-ล่อ-ฝง, ฝง-เจี่ย-อี้, อี้-มู่-ซุ่น (Pi-lo-ko, Ko-lo-feng, Feng-chia-i, I-mou-hsun) ฯลฯ นี่เป็นแบบแผนที่พบทั่วไปในหมู่ของชนเผ่าโลโล่กับกลุ่มทิเบต-พม่า แต่ไม่เป็นที่รู้จักกันในชนเผ่าไท
นอกจากนี้บันทึกรายการของคำศัพท์น่านเจ้าที่กล่าวถึงไว้ในหนังสือหม่านชู ก็เทียบได้กับภาษาโลโล่ ไม่ใช่กับภาษาไท และตำนานชนเผ่าไท หรือพงศาวดาร ก็ไม่มีการเอ่ยถึงอาณาจักรน่านเจ้าหรือเจ้าตนใดเลย ในขณะที่ในศตวรรษที่ ๑๙ นี้ บรรดาหัวหน้าเผ่าโลโล่ในยูนนานกลางกลับสืบบรรพชนของตนกลับไปยังราชสำนักน่านเจ้า ในทางกลับกันความสำคัญของน่านเจ้าน่าจะต้องพิจารณาต่อผลกระทบที่มีต่อชนเผ่าไทที่อาศัยอยู่ในดินแดนทางตอนใต้และทางตอนตะวันออกตามชายขอบของจักรวรรดินั้น
น่านเจ้าได้เปิดเส้นทางคมนาคมข้ามแดนระหว่างอินเดียกับจีน ผลลัพธ์ทางภูมิปัญญาและวัฒนธรรมครั้งนี้สำคัญยิ่ง น่านเจ้ากลายเป็นรัฐนับถือพุทธ และคงได้ช่วยในการเผยแผ่พุทธศาสนาไปในดินแดนที่ตนครอบครองอยู่ รวมทั้งการเผยแพร่ศิลปะและวิทยาการของอินเดียด้วย การที่น่านเจ้าเรืองอำนาจขึ้นมาได้ ก็ปิดกั้นมิให้ดินแดนตอนเหนือของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ส่วนในติดต่อกับจีนได้โดยตรง ในเวลาเดียวกันอำนาจของน่านเจ้าก็ช่วยทำให้การค้าขายข้ามแดนระหว่างอินเดียกับจีนกระตุ้นต่อการค้าในท้องถิ่นของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตอนเหนือ เจ้าในท้องถิ่นก็คงจับโอกาสทางการเมืองใหม่นี้ได้ สามารถได้ผลประโยชน์ หรือไม่ก็ได้รับอารักขาในความสัมพันธ์ต่อสู้กับเพื่อนบ้าน พร้อมทั้งยังได้ลอกเลียนรูปแบบของการปกครองกับการทหารของน่านเจ้าด้วย
 แม้ว่าบรรดาเจ้าเผ่าไทที่ไม่ได้ตกอยู่ภายใต้อำนาจของน่านเจ้าโดยตรง แต่ก็อาจถูกกดดันให้รวบรวมกำลังพลเพื่อป้องกันตนเอง และน่านเจ้าหาใช่รัฐแรกที่รุกเข้ามาในโลกของเผ่าไทไม่ และก็ไม่ใช่รัฐสุดท้ายอย่างแน่นอน แต่น่านเจ้าก็เป็นระบอบสำคัญแรกที่เข้ามาพัวพันกับที่สูงตอนในของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภาคพื้นทวีป
กล่าวคือ ในดินแดนที่ปัจจุบันคือ รัฐฉานของพม่า ไทยภาคเหนือ และลาว ตลอดจนเวียดนามตะวันตกเฉียงเหนือ อย่างไรก็ตาม ในศตวรรษต่อจากยุครุ่งเรืองของน่านเจ้า ในศตวรรษที่ ๘ และ ๙ แรงกดดันกลับจะมาจากทางทิศใต้ จากจักรวรรดิใหญ่โตที่ต่างออกไป
หลักฐานเกี่ยวกับน่านเจ้าที่หลงเหลือตกทอดมา ไม่ได้กล่าวถึงอะไรที่จะทำให้คิดว่า นี่คือรัฐของชนเผ่าไทในดินแดนที่สูงของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งในศตวรรษที่ ๙ และที่ ๑๐ แต่หลักฐานก็กล่าวถึงบรรดารัฐเกือบทั้งหมดที่อยู่ข้างเคียงทางใต้ และเป็นปฏิปักษ์กับเผ่าไทในศตวรรษต่อๆ มา ทั้งยังมีความสำคัญยิ่งยวดในการสร้างอารยธรรมของชนเผ่าไท จากทิศตะวันออก ไปทิศตะวันตก จะรวมถึงหน่วยของเวียดนามในหุบเขาลุ่มแม่น้ำแดง และดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำในเวียดนามเหนือ รวมทั้งอาณาจักรจามปาทางฝั่งทะเลตอนกลางของเวียดนาม จักรวรรดิเขมรที่อังกอร์ (พระนครหลวง-ยโศธรปุระ) รวมทั้งบรรดาอาณาจักรในไทยภาคกลางกับภาคเหนือ อาณาจักรมอญกับพยูในพม่า โดยรวมแล้วบรรดาอาณาจักรเหล่านี้หันหน้าออกทะเล สร้างเป็นวงแหวนล้อมรอบชนเผ่าไทไว้ในดินแดนที่สูง

หมายเหตุ: แปลจากบางส่วนของหนังสือ Thailand : A short History ของ Prof. David K. Wyatt
 เผยแพร่ครั้งแรกที่: http://www.matichon.co.th

เสียงจากคนคุกเสื้อแดง : ชะตากรรมของประสิทธิ พลอยทับทิม

ที่มา ประชาไท

 
นายหัว ส.
 
 
 
การรณรงค์เรียกร้องต่อศาลให้พิจารณาคดีด้วยความยุติธรรมอย่างเสมอภาค จึงจะเป็นหนทางนำไปสู่การปรองดองของคนในชาติ
 
สภาผู้แทนคนเสื้อแดงในคุกรู้สึกสงสารและเห็นใจคนเสื้อแดงที่ยังถูกคุม ขังอยู่ในคุกทุกคน และมีความคิดเห็นว่ากระบวนการยุติธรรมโดยเฉพาะศาลมีความยุติธรรมลำเอียง ระหว่างคนเสื้อเหลืองและเสื้อแดง เป็นการสร้างเงื่อนไข ร้ายแรงที่ก่อให้เกิดความแตกยกของคนในชาติ เพราะคนเสื้อแดงยากจะทำใจได้ต่อความอยุติธรรมที่ได้รับจนเป็นกล่าวสรุปที่ ว่า “คนเสื้อเหลืองทำอะไรก็ไม่ผิด คุกก็ไม่ต้องติด แต่คนเสื้อแดงทำอะไรก็ผิดหมดต้องติดคุกอยู่ฝ่ายเดียว ช่างน่าแค้นใจนัก”
 
มีการลำดับเปรียบเทียบการกระทำความผิดระหว่างคนเสื้อเหลืองกับคนเสื้อ แดงดังนี้ คนเสื้อเหลืองชุมนุมสนับสนุนการให้ก่อรัฐประหารในปี 2549 ชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ทำร้ายนายณรงค์ศักดิ์ กรอบไธสงที่เป็นฝ่ายเสื้อแดงจนเสียชีวิต และพกพาอาวุธปืนขับรถไปยิงคนจนได้ รับบาดเจ็บหลายคน ที่ถนนวิภาวดีซอย 3 ใน 2550 บุกยึดทำเนียบรัฐบาล ยึดสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ยึดสนามบินดอนเมืองและสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ บุกล้อมรัฐสภา ขัดขวางการต่อสู้การปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ขับรถชน พยายามฆ่าเจ้าพนักงานในขณะปฏิบัติหน้าที่ แล้วถอยรถยนต์ชนซ้ำ พยายามฆ่าเจ้าพนักงานในขณะปฏิบัติหน้าที่โดยไตร่ตรองไว้ก่อนอีกกระทงหนึ่ง ทั้งหมดนี้เหตุเกิดในปี 2551
 
คดีต่างๆ เหล่านี้ผ่านมาห้าปีแล้วยังไม่มีคนเสื้อเหลืองคนใดถูกขังอยู่ในคุกเลย ที่ถูกดำเนินคดีได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวหมด ไม่ว่าจะเป็นคดีร้ายแรงแค่ไหน ยึดสนามบินสุวรรณภูมิเสียหายกว่าสองแสนล้านบาท มากกว่าศาลากลางที่ถูกเผาเป็นไหนๆ แล้วยังเข้าข่ายเป็นผู้ก่อการร้ายสากล ก็ยังได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว
 
ส่วนคดีพยายามฆ่าเจ้าพนักงานในขณะที่ปฏิบัติหน้าที่ถึงสองกระทง นอกจากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวตั้งแต่ต้นแล้ว สุดท้ายศาลพิพากษาจำคุก 3 ปี ให้มีการรอลงอาญาไม่ต้องติดคุก แล้วทราบว่าอัยการก็ไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดอย่างน่าอัศจรรย์
 
ต่างจากคดีฝ่ายเสื้อแดง คือ นายประสิทธิ์ พลอยทับทิม ที่ขัดขวางการเข้ารื้อเวทีและเต็นท์ของกลุ่ม “พิราบขาว 2006” ที่ชุมนุมขับเผด็จการ คมช. ที่ท้องสนามหลวงในเช้าตรู่ของวันที่ 14 มีนาคม 2550 ขัดขวางการเข้ารื้อเวทีและเต็นท์ของกลุ่ม “คนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ” โดยเจ้าหน้าที่เทศกิจในวันที่ 15 มีนาคม ถูกศาลจำคุกคดีละ 6 เดือน รวม 1 ปี
 
คนเสื้อแดงอื่นๆ ที่ถูกกล่าวหาว่า กระทำผิดในปี 2553 หลังคดีคนเสื้อเหลืองถึง 3 ปี และความร้ายแรงของคดีก็น้อยกว่า เวลานี้ถูกขังอยู่ในคุกหลายสิบคน นี่คือสิ่งที่คนเสื้อแดงมองว่าไม่ยุติธรรมอย่างมาก เป็นสองมาตรฐานที่น่าแค้นเคือง จึงควรที่คนเสื้อแดงทั้งประเทศ นปช. และรัฐบาลพรรคเพื่อไทยต้องออกมาเรียกร้องต่อศาลให้พิจารณาให้เกิดความ ยุติธรรมอย่างเสมอภาค ถ้าไม่ปล่อยคนเสื้อแดง ก็ต้องเอาคนเสื้อเหลืองที่คดีร้ายแรงกว่ามาขังคุกด้วยกัน
 
ขอให้คนเสื้อแดงจัดชุมนุมใหญ่อีกครั้งเพื่อรณรงค์เรียกร้องต่อศาลสถิต ยุติธรรมให้พิจารณาให้ความเป็นธรรมแก่คนไทยทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมกัน เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความปรองดองของคนในชาติ
 
6 ตุลาคม 2555
 
 

บ้านเมืองไม่ใช่ของเรา: ดูการเมืองอเมริกันอย่างไรให้มันส์ ตอนที่ 3

ที่มา ประชาไท

 Sun, 2012-10-28 19:08



มาคุยกันต่อกับ ดร.สติธร ธนานิธิโชติ นักวิจัยจากสถาบันพระปกเกล้า ถึงการเมืองอเมริกัน หลังการดีเบตรอบ 2 หรือรอบ Hall town ของว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐสมัยที่ 2 บารัค โอบามา กับคู่ท้าชิง มิค รอมนีย์ คะแนนสนับสนุนของทั้งสองฝั่งเริ่มสูสีกันมากขึ้น มาจับตาดูมลรัฐที่มักเป็นตัวชี้ขาดชัยชนะการเลือกตั้ง หรือที่เรียกว่า swing state ว่ามีมลรัฐไหนบ้าง และมาดูอินโฟกราฟฟิคสนุกๆ ทำนายทางเลือกของว่าที่ประธานาธิบดีทั้ง 2 คนว่าจะออกมาในรูปใดที่ http://elections.nytimes.com/2012/electoral-map?hp#scenario



5 ปีแช่แข็งประเทศ ม๊อบสนามม้า

ที่มา thaifreenews



5 ปีแช่แข็งประเทศ โมเดลเสธอ้าย

จตุพร:ไม่ได้เป็นรัฐมนตรีก็ไม่ตาย แต่...

ที่มา Thai E-News



โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
29 ตุลาคม 2555

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำเสื้อแดงกล่าวในงานเปิดโรงเรียน นปช.อุตรดิตถ์ เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ในวันที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯครม.ชุดใหม่ โดยไม่มีชื่อของเขาเป็นรัฐมนตรี ประเด็นสำคัญ

-ไม่ได้เป็นรัฐมนตรีก็ไม่ตาย เพราะได้รับกำลังใจจากเสื้อแดงท่วมท้นยิ่งกว่าได้รับตำแหน่ง
-ยังสนับสนุนรัฐบาลต่อไป ตราบเท่าที่ไม่คอรัปชั่น ทำเพื่อประชาชน ไม่ทรยศต่อประชาชน
-เผยเบื้องหลังวืดรัฐมนตรีเพราะบางคนที่ไม่เคยร่วมต่อสู้ เอาตัวรอดตอนมีรัฐประหาร19กันยาฯ แล้วกลับมามีอิทธิพลชี้นำรัฐบาลว่าไม่ควรให้จตุพรเป็นรัฐมนตรีอ้างว่ามีรอย ตำหนิ มีบาดแผล
-นี่ไม่ใช่การวิจารณ์รัฐบาลแบบสาดเสียเทเสีย แต่เตือนแบบคนรักกัน แต่หากเตือนแล้วไม่ฟังก็ต้องมาคิดว่าจะจัดการกับคนที่เรารักอย่างไร
-คนเสื้อแดงต่อสู้มาเพื่อประชาธิปไตยแต่รัฐบาลแทนที่จะฟังเสียง16ล้านคนที่ เลือกมากลับต้่องไปฟังเสียงอวค์กรอิสระของอำมาตย์ ถึงขั้นมาบอกว่ารายชื่อรัฐมนตรีใหม่ไม่ให้มี"ไอ้ตู่"
-ต้องเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปลดแอกอำมาตย์ ไม่ใช่มัวแต่จะใส่แอกอำมาตย์เอาไว้เพราะอยากอยู่ในตำแหน่งรัฐบาลต่อไป แอกมีไว้ใส่คอวัวคอควายไม่ใช่คอคน ทั้งที่คนเสื้อแดงต่อสู้เพื่อปลดแอกจากอำมาตย์ไปสู่ประชาธิปไตย และคนตั้งรัฐบาลก็เสียสละแลกเลือดเนื้อ เสียอิสรภาพ
-น้ำทำให้เรือลอยอยู่ได้ แต่ก็ทำให้เรือคว่ำได้ หากรัฐบาลทรยศประชาชน ไม่ต้องรอให้เสธ.อ้าย ม็อบสนามม้ามาไล่ พวกเราจะจัดการกับรัฐบาลที่เราแลกเลือกเนื้อให้มีรัฐบาลนี้ขึ้นมาเอง
-ผมไม่มีวันยอมแพ้ ตำแหน่งไหนก็ไม่ใหญ่เท่ากับเป็นคนเสื้อแดง ยังมีพลังกว่าเดิม

*********
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:

-เหตุผลที่จตุพรพลาดเก้าอี้รัฐมนตรี

-งานเปิดโรงเรียนนปช.อุตรดิตถ์



ล้านคำบรรยาย (พิเศษ) การ์ตูนเซีย 29/10/55 นอน...นอนให้หลับ

ที่มา blablabla

โดย 

 ภาพถ่ายของฉัน




เรื่องของตน ใช่ไหม..โทษใครหนอ
กทม. ยุคดัมมี่ นี่แหละหนา
สารพัด สิ่งที่เห็น ตามเป็นมา
ร้อยปัญหา บีบรัด ไล่มัดคอ....

นอน..ให้หลับ หลับให้ลง ขอจงหลับ
ยังคอยนับ วันเวลา ตาค้างถ่อ
โน่นไม่เสร็จ นี่ไม่ทัน กลั้นใจรอ
สุดท้ายหงอ เฉไฉ ไปไม่เป็น....

อะไรๆ ที่ทำไป ไม่สำเร็จ
แถมมดเท็จ โน่น นี่ นั่น มันแสนเข็ญ
ข้างๆ คูๆ งานลำบาก สุดยากเย็น
หลายคนเห็น สุดขำ ย้ำ "เอ๋อ" จริง....

จากอุโมงค์ยักษ์ ถึงฟุตซอล อ้อน..รอหน่อย
ไม่ซ้ำรอย เสร็จทันใจ ได้ทุกสิ่ง
คนกลับมอง ว่ากลับกลอก หลอกเหมือนลิง
แอบขำกลิ้ง คำแก้ตัว มั่วร่ำไป....

มือถือไวน์ ไฟส่องหน้า ตาเบิ่งค้่าง
มันอ้างว้าง หมองหม่น จนหวั่นไหว
ร้อยปัญหา ถาโถม โหมกวนใจ
เอ๋อ..เอาไง รีบบอกมา อย่ากวนTEEN....

๓ บลา / ๒๙ ต.ค.๕๕

เหลียวหลังแลไปข้างหน้า : ความจริงที่ถูกป้ายสี

ที่มา uddred





ทีมข่าว นปช.
29 ตุลาคม 2555



รายการเหลียวหลังแลไปข้างหน้าเพื่อประชาธิปไตย (ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 21.00-22.00 น.) ประเด็น “ความจริงที่ถูกป้ายสี” ออกอากาศวันอาทิตย์ที่ 28 ตุลาคม 2555 โดย อ.ธิดา  ถาวรเศรษฐ
ในวันอาทิตย์ที่ 28 ตุลาคมนี้ มีการเปิดโรงเรียนการเมืองนปช. ปี 2555 ครั้งที่ 2 ที่จังหวัดอุตรดิตถ์ และอ.ธิดาหวังว่านักเรียนที่มาเรียนทุกคนเป็นผู้ปฏิบัติงานนปช. โดยมีแนวทางนโยบาย หลักทฤษฎีของนปช. วิธีคิด-วิธีทำงาน การขยายงานมวลชน  ปัญหาและอุปสรรคเป็นอย่างไร เพื่อเป้าหมายในการขยายมวลชนอีก 10 ล้านคน
ในประเด็น “ความจริงที่ถูกป้ายสี” อ.ธิดาเล่าให้ฟังว่าเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2555 ที่ผ่านมานี้  นางพิชซีร่า เฮร์ ที่ปรึกษาของ คอป. ที่ได้รับการสนับสนุนจากสถานทูตสวิสเซอร์แลนด์ มาเข้าพบและพูดคุยกันในระดับหนึ่ง  ต่อมาอ.ธิดาเล่าให้ฟังเรื่องที่ไปงานสัปดาห์หนังสือที่ศูนย์ประชุมสิริกิติ์ ได้ไปพบหนังสือ “ความจริงไม่มีสี” ของนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ อ.ธิดาบอกว่าไม่ต้องไปอุดหนุนหรอกหนังสือเล่มนี้ จะเล่าให้ฟังให้พี่น้องได้เก็บเกร็ดเรื่องราวเอาไปคุยและตอบโต้กับฝั่งตรงข้าม
รายละเอียดต่าง ๆ ติดตามรับชมได้ในคลิปรายการเหลียวหลังแลไปข้างหน้าเพื่อประชาธิปไตยข้างต้นค่ะ.....

Sunday, October 28, 2012

โปรดเกล้าฯ'ครม.ยิ่งลักษณ์3' รวม23ตำแหน่ง

ที่มา Voice TV




มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ  รายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ "ยิ่งลักษณ์ 3" รวมทั้งสิ้น 23 ตำแหน่ง
 
วันนี้ (28 ต.ค.55)  ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศ เรื่อง ให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีและแต่งตั้งรัฐมนตรี โดยมีรายละเอียดดังนี้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ 5 สิงหาคม พุทธศักราช 2554 และแต่งตั้งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดินตามประกาศลงวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2554 และประกาศครั้งสุดท้ายลงวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2555 นั้น
 
บัดนี้ นายกรัฐมนตรีได้กราบบังคมทูลว่า ได้มีรัฐมนตรีลาออกบางตำแหน่ง สมควรปรับปรุงรัฐมนตรีบางตำแหน่ง เพื่อความเหมาะสมและบังเกิดประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 171 และมาตรา 183 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีและแต่งตั้งรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้
 
1.ให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้
 
พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
 
นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
 
นางนลินี ทวีสิน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
 
นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
 
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
 
นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
 
พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
 
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
 
นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
 
นายภูมิ สาระผล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
 
นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
 
นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
 
นายฐานิสร์ เทียนทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
 
นางสุกุมล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
 
นายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
 
นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
 
นายศักดา คงเพชร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
 
นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
 
นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขิ พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
 
ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
 
 
ให้แต่งตั้งรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้
 
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เป็นรองนายกรัฐมนตรีอีกตำแหน่งหนึ่ง
 
นายปลอดประสพ สุรัสวดี เป็นรองนายกรัฐมนตรี
 
นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา เป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
 
นายวราเทพ รัตนากร เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
 
น.ส.ศันสนีย์ นาคพงศ์ เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
 
นายยุคล ลิ้มแหลมทอง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
 
นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
 
นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
 
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
 
พล.อ.พฤณท์ สุวรรณทัต เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
 
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
 
นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
 
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์
 
นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
 
พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
 
นายประชา ประสพดี เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
 
นายสนธยา คุณปลื้ม เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
 
นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
 
นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
 
นายประดิษฐ สินธวณรงค์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
 
นายชลน่าน ศรีแก้ว เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
 
นายประเสริฐ บุญชัยสุข เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
 
นายฐานิสร์ เทียนทอง เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
 
 
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
 
ประกาศ ณ วันที่ 27 ตุลาคม พุทธศักราช 2555 เป็นปีที่ 67 ในรัชกาลปัจจุบัน
 
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
นายกรัฐมนตรี
28 ตุลาคม 2555 เวลา 17:28 น.

แค่สงค์ฟันดำคนเดียวก็ทำให้เก้าอี้นายกสั่นสะเทีอนได้

ที่มา การ์ฺตูนมะนาว


โปรดเกล้าฯแล้ว ! ครม. ยิ่งลักษณ์ 3

ที่มา uddred

คมชัดลึก 28 ตุลาคม 2555 >>>






โปรดเกล้าฯ ครม.ยิ่งลักษณ์ 3 แล้ว "พงษ์เทพ" รองนายกฯควบ รมว.ศธ. "เสริมศักดิ์" รมช.ศธ. "จารุพงษ์" มท.1 "ปึ้ง" ขึ้นชั้นรองนายก

28 ต.ค. 2555 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะนี้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีและแต่งตั้งรัฐมนตรี โดยมีเนื้อหาว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ 5 ส.ค. 2554 และแต่งตั้งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดิน ตามประกาศลงวันที่ 9 ส.ค. 2554 และประกาศครั้งสุดท้ายลงวันที่  18 พ.ค. 2555 นั้น
บัดนี้ นายกฯได้กราบบังคมทูลฯว่ามีรัฐมนตรีลาออกบางตำแหน่ง สมควรปรับปรุงรัฐมนตรีบางตำแหน่งเพื่อความเหมาะสมและบังเกิดต่อการบริหาร ราชการแผ่นดิน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 171 และมาตรา 183 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ให้ รมต. พ้นจากความเป็น รัฐมนตรี และแต่งตั้ง รมต. ดังต่อไปนี้

1. ให้ รมต. พ้นจากความเป็นรัฐมนตรีดังต่อไปนี้ 

  • พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกฯ
  • นายวรวัจน์ เอื้อภิญญกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ
  • นางนลินี ทวีสิน รมต.ประจำสำนักนายกฯ
  • นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รมช.คลัง
  • นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตร
  • นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.คมนาคม
  • พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รมช.คมนาคม
  • นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ รมช.คมนาคม
  • นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์ รมว.พลังงาน
  • นายภูมิ สาระผล รมช.พาณิชย์
  • นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รมช.พาณิชย์
  • นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ รมช.มหาดไทย
  • นายฐานิสร์ เทียนทอง รมช.มหาดไทย
  • นางสุกุล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม
  • นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์
  • นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รมช.ศึกษาธิการ
  • นายศักดา คงเพชร รมช.ศึกษาฯ
  • นายวิทยา บุรณศิริ รมว.สาธารณสุข
  • นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รมช.สาธารณสุข และ
  • ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ วสวัสดิวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม

2. ให้แต่งตั้งรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้ 

  • นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เป็นรองนายกรัฐมนตรีอีกตำแหน่งหนึ่ง
  • นายปลอดประสพ สุรัสวดี เป็นรองนายกรัฐมนตรี
  • นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา เป็นรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ศึกษาธิการ
  • นายวราเทพ รัตนากร เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  • นางสาวศันสนีย์ นาคพงศ์ เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  • นายยุคล ลิ้มแหลมทอง เป็น รมว.เกษตรและสหกรณ์
  • นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ เป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์
  • นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร เป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์
  • นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เป็น รมว.คมนาคม
  • พลเอก พฤณท์ สุวรรณทัต เป็น รมช.คมนาคม
  • นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็น รมช.คมนาคม
  • นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล เป็น รมว.พลังงาน
  • นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็น รมช.พาณิชย์
  • นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เป็น รมว.มหาดไทย
  • พลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก เป็น รมช.มหาดไทย
  • นายประชา ประสพดี เป็น รมช.มหาดไทย
  • นายสนธยา คุณปลื้ม เป็น รมว.วัฒนธรรม
  • นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล เป็น รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
  • นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช เป็น รมช.ศึกษาธิการ
  • นายประดิษฐ สินธวณรงค์ เป็น รมว.สาธารณสุข 
  • นายชลน่าน ศรีแก้ว เป็น รมช.สาธารณสุข
  • นายประเสริฐ บุญชัยสุข เป็น รมว.อุตสาหกรรม และ
  • นายฐานิสร์ เทียนทอง เป็น รมช.อุตสาหกรรม

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 27 ตุลาคม พุทธศักราช 2555 เป็นปีที่ 67 ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี