WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, September 23, 2010

17-19 กันยา ปีนี้สำคัญอย่างไร?

ที่มา Thai E-News


ที่ สำคัญมากๆ คือ 19 กันยา ส่งสัญญาณให้อำมาตย์ว่าเขาไม่ได้ชนะ และจะไม่ชนะ และทุกนาทีที่ผ่านไป ประชาชนค่อยๆ เสื่อมศรัทธาในระบบที่ให้ความชอบธรรมกับเผด็จการด้วย เวลาอำมาตย์ฝันร้าย เขาจะได้ยินเสียงตะโกนของมวลชนว่า “เหี้ยสั่งฆ่า” และเรากับเขาทราบดีว่าประชาชนหมายถึงใคร..?



โดย ใจ อึ๊งภากรณ์

การ ที่คนเสื้อแดงเป็นหมื่นๆ ออกมาประท้วงที่ราชประสงค์แค่ 4 เดือนหลังจากการปราบปรามประชาชนอย่างโหดร้ายป่าเถื่อน มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อกระบวนการสร้างประชาธิปไตย

พร้อม กับการชุมนุมที่ราชประสงค์ มีการชุมนุมตามจุดต่างๆ ทั่วประเทศ และแม้แต่ในประเทศอื่นทั่วโลก ก่อนหน้านั้นมีการวางดอกกุหลาบหน้าเรือนจำ 17 แห่ง เพื่อรำลึกถึงนักโทษการเมืองอีกด้วย

การชุมนุมที่ราชประสงค์เป็นการต่อสู้ทางการเมืองที่ส่งสัญญาณและพิสูจน์ความจริงหลายอย่างคือ

1. มันพิสูจน์ว่าขบวนการเสื้อแดงไม่ได้ถูกทำลาย และยังเป็นขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย

ที่ แล้วมาเมื่อขบวนการประชาชนถูกปราบจนพ่ายแพ้ เช่นในวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ กว่าจะมีการฟื้นตัวของการเคลื่อนไหวในสังคมเปิดได้ ใช้เวลาหลายปี

แต่ วันนี้เราเห็นคนเสื้อแดงฝ่าฝืน พรก. ฉุกเฉิน แค่ 4 เดือนหลังการปราบปราม และการเคลื่อนไหวของคนจำนวนมากในสังคมเปิดเป็นการท้าทายอำมาตย์อย่างถึงที่ สุด

มันเป็นการยกนิ้วกลางด่าและท้าทายอำมาตย์ และเป็นการประกาศว่า “เราไม่กลัว” และ “เราจะไม่ยอมแพ้”

2. ในขณะที่แกนนำเสื้อแดงเกือบทุกคนติดคุก หรือต้องหลบหนีออกจากประเทศ คนเสื้อแดงได้แสดงความสามารถในการนำตนเองอย่างเห็นได้ชัด บก.ลายจุด-คุณสมบัติ บุญงามอนงค์ ประกาศตนเป็น “แกนนอน” เขาไม่ใช่นักการเมืองพรรคเพื่อไทย และเขาไม่มีแหล่งทุนมหาศาลจากใคร เขาเป็นนักกิจกรรม

วันที่ ๑๙ กันยา ปีนี้พิสูจน์ความจริงของคนเสื้อแดงว่า “กูมาเอง” ไม่ใช่ว่า คนเสื้อแดงต้องพึ่งพา “ผู้อุปถัมภ์” อย่างนายกฯทักษิณหรือนักการเมืองเพื่อไทย

3. คนส่วนใหญ่ที่มาต่อสู้ทางการเมืองที่ราชประสงค์ในวันที่ ๑๙ กันยา เป็นคนกรุงเทพฯ หรือจากจังหวัดใกล้เคียง สิ่งนี้พิสูจน์ว่าคนเสื้อแดงไม่ใช่เฉพาะคนชนบท หรือคนภาคเหนือ ภาคอีสาน

4. อย่าประเมินกิจกรรมวันอาทิตย์สีแดงเชิงสัญลักษณ์ต่ำเกินไปว่าไม่มีพลัง เพราะ เราเห็นว่ามันมีผลสำคัญในการกำจัดความกลัว และให้กำลังใจกับการเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย ตอนนี้มันมีความเป็นไปได้ว่ากิจกรรมแบบนี้ในอนาคตจะใหญ่ขึ้น คนอาจมาเป็นแสนๆ ได้

5. ความสำเร็จของการเคลื่อนไหวในวันที่ 17-19 กันยา พิสูจน์ความผิดพลาดของ

(ก) แนวคิดสยามแดง ที่มองว่าต้องจับอาวุธ หรือสู้ใต้ดิน เพราะการระดมมวลชนอย่างเปิดเผย “ทำไม่ได้”

(ข) แนวอาจารย์ชูพงษ์ที่เสนอว่า “เราสู้ไม่ได้ เพราะมีคนสำคัญที่สั่งทหารได้และมีอำนาจล้นฟ้า” เราเลย “ต้อง” จำใจขอความเมตตาจากคนนี้อย่างเดียว

(ค) แนวของคุณอาคมซิดนี่ย์ ที่มองว่าคนเสื้อแดงต้องพึ่งพาการจัดตั้งของพรรคเพื่อไทยตลอด สู้เองไม่ได้

6. กิจกรรมในวันที่ 19 กันยา เป็นเครื่องเตือนใจให้นักการเมืองพรรคเพื่อไทยทราบ ว่า เขาไม่สามารถหันหลังและมองข้ามข้อเรียกร้องของคนเสื้อแดงเพื่อการ “ปรองดอง” กับอำมาตย์ได้ ถ้าพรรคเพื่อไทยไม่สู้เพื่อความยุติธรรมและประชาธิปไตย คนเสื้อแดงจะสู้อย่างอิสระและลดความสำคัญของพรรคเพื่อไทยลง

และที่ สำคัญมากๆ คือ 19 กันยา ส่งสัญญาณให้อำมาตย์ว่าเขาไม่ได้ชนะ และจะไม่ชนะ และทุกนาทีที่ผ่านไป ประชาชนค่อยๆ เสื่อมศรัทธาในระบบที่ให้ความชอบธรรมกับเผด็จการด้วย เวลาอำมาตย์ฝันร้าย เขาจะได้ยินเสียงตะโกนของมวลชนว่า “เหี้ยสั่งฆ่า”

และเรากับเขาทราบดีว่าประชาชนหมายถึงใคร

--
ติดตามงานของใจ อึ๊งภากรณ์

http://siamrd.blog.co.uk/
http://wdpress.blog.co.uk/
http://redsiam.wordpress.com/

see YOUTUBE videos by Giles53
ผมไม่ใช้ twitter

รัฐมนตรีอินเดียเผยราชวงศ์ดูไบกับไทยสานพระราชไมตรีเล็งร่วมลงทุนสวนสนุก2แสนล้านรูปี

ที่มา Thai E-News


นายเมอรูเกช อาร์ เนอรานี (Murugesh R Nirani) รัฐมนตรีฝ่ายอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และขนาดกลาง ของอินเดีย

ที่มา Business Standard
แปลโดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
22 กันยายน 2553

เวบไซต์ข่าวธุรกิจในอินเดียชื่อ www.business-standard.com/india/ ได้นำเสนอข่าวพาดหัวเรื่อง Royal families of Thailand,Dubai eyeing 'gold' in Kolar(พระราชวงศ์ไทย,ดูไบมองหาช่องทางขุดทองในเมืองโคลาร์)

ทั้ง นี้ได้นำเสนอในรายงานข่าวว่า ราชวงศ์ของดูไบและไทยได้ยื่นข้อเสนอที่จะลงทุน 2 แสนล้าน รูปี สำหรับสวนสนุกที่ การ์นาตากา (Karnataka)

โดยกิจการ ที่รวมถึงที่พักอาศัยขนาดเมืองเล็ก ๆ และโรงแรม จะกินเนื้อที่กว่า 20,000 เอเคอร์ ในแคว้น โคลาร์ (Kolar) ซึ่งเป็นที่รู้จักว่าเป็นเมืองสำหรับการฝากทองคำ

“พวกราชวงศ์ต้อง การที่จะพัฒนาสวนสนุกด้วยการสร้างที่อยู่อาศัยแบบเมืองเล็ก ๆ มีศูนย์รวมความบันเทิง และโรงแรม อยู่ภายในสวนสนุก ด้วยการลงทุนด้วยเงิน 2 แสนล้านรูปี รัฐบาลได้เริ่มการคุยรอบแรกกับคณะตัวแทนแต่ยังไม่มีการตกลงตัดสินใจ” เมอรูเกช อาร์ เนอรานี (Murugesh R Nirani) รัฐมนตรีฝ่ายอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และขนาดกลาง กล่าว

การให้สัมภาษณ์ ครั้งนี้ในโอกาสที่เขาทำหน้าที่เปิดผลิตภัณฑ์ใหม่ของธนาคาร Corporation เมื่อวันอังคาร เนอรานีกล่าวว่ารัฐบาลเป็นฝ่ายผัดผ่อนการตัดสินใจการยื่นข้อเสนอ ในการนี้เป็นความริเริ่มจากราชวงศ์ดูไบในการคุย

เขากล่าวว่ารัฐบาล ได้ประกาศครั้งสุดท้ายในการถือสิทธิ์ 80,000 เอเคอร์ ในการแบ่งส่วนสำหรับโครงการอุตสาหกรรม เป็นที่แน่ชัดในช่วงการพบปะนักลงทุนจากทั่วโลกที่เพิ่งผ่านพ้นไป คณะกรรมการพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมการ์นาตากา ได้ประกาศการถือสิทธิ์เบื้องต้นสำหรับพื้นที่อีก 30,000 เอเคอร์ด้วย

ใน การประท้วงโดยเกษตรกรในแคว้น เบลลารี (Bellary), ฮาเวรี (Haveri) และ ไบจาปัวร์ (Bijapur) ในเรื่องการถือสิทธิ์ที่ดินของโครงการเหล็กของ อาร์คาลอร์ มิททัล (ArcelorMittal) และ ทาทา เมทัลลิคส์ (Tata Metaliks) และ โครงการที่ยื่นเสนอโดย บริษัทของรัฐ เอ็น ที พี ซี (NTPC Ltd) ใน ไบจาปัวร์ (Bijapur) เนอรานีกล่าวว่ารัฐบาลจะไม่บังคับเพื่อเข้ายึดที่ดินจากเกษตรกรคนใด

“เรา จะไม่บังคับเกษตรกรที่จะแบ่งพื้นที่ของพวกเขา หากกว่า 80 เปอร์เซนต์ของเกษตรกรในพื้นที่ประกาศโครงการปฏิเสธที่จะขายที่ดิน ในกรณีทั่วไป เกษตรกรยินดีที่จะขายที่ดินของพวกเขา รัฐบาลยื่นข้อเสนอที่จะจ่ายเงินเป็นสองเท่ากว่าราคาที่ประเมิน” เขากล่าว

เนอ รานีกล่าวว่ารัฐบาลมีความหวังว่าจะพัฒนาโครงการพลังงานอย่างน้อย 6,000 เมกะวัตต์ ควบคู่ไปกับท่อส่งก๊าซธรรมชาติ 2 ท่อ ภายใต้การดำเนินงานของรัฐ ในขณะที่บริษัท GAIL กำลังวางท่อน้ำมัน 800 กิโลเมตร จาก ดับโฮส (Dabhol) ในเมืองมหาราชตรา (Maharashtra) ไปยัง บิดาดี (Bidadi) (30 กิโลเมตร จาก บังกาลอร์) อีกท่อกำลังวางโดยบริษัท Reliance จากเชนไนไป มังกาลอร์ ผ่าน บังกาลอร์

Red Around The World-แดงยุโรปสัญจรวางดอกไม้แดงผูกโบว์ดำอาลัย+สานเจตนาวีรชนประชาธิปไตย

ที่มา Thai E-News


โดย Rojana Treiling

แดง EU จัดชุมนุม 17-19 ทำกิจกรรมและวางดอกไม้ผูกโบว์ดำไว้อาลัยวีรชนประชาธิปไตยไทย

18 กันยายน 2010

หลัง จากกำหนดการรวมพลังของเสื้อแดงไทยในภูมิภาคยุโรปทั้งหมด อาทิ เยอรมัน ฝรั่งเศส เดนมาร์ค นอเวย์ สวีเดน สกอ๊ตแลนด์ กว่า 200 คน ในวันที่ 17 กันยายนแล้ว อีก 2 วันคือ18-19ก็มีการจัดกิจกรรมขึ้น 2 สถานที่

แห่ง แรกใจกลางเมืองฮัมบวร์กในวันที่ 18 จากนั้นเดินทางไกลอีกกว่า 300 กิโลเมตรสู่เบอร์ลินเพื่อทำพิธีรำลึกวีรชน 92 ศพ +วีรชนนวมทอง ไพรวัลย์ หน้าสถานทูตไทยในเบอร์ลิน









เยอรมนี-"ทัวร์ นกขมิ้นแดงแจ๊ด นปช.สัญจร" ร่วมกับ "แดงฮัมบวร์ก"จัดงานครบรอบ 4 ปีรัฐประหารประเทศไทยได้อะไร? ที่Gansemarkt กลางเมืองฮัมบวร์ก เยอรมนี

นปช.ฮัมบวร์กเป็นเจ้าภาพในการต้อนรับเคลื่อนไหวครั้งนี้ในวันที่ 18 กันยายน คศ.2010 มีการแสดง"เราเห็นคนตายที่ราชประสงค์"

เมื่อ ถึงเวลานัดหมายพรึบพร้อมสะพรั่งดั่งดอกไม้แดงบานกลางเมืองดั่งในภาพ ทุกคนจากทุกท้องถิ่นต่างได้นำป้ายประท้วง อุปกรณ์มาร่วมชุมนุม

งานชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยไทยจึงคึกคักเป็นที่สนใจของคนเยอรมัน และนักท่องเที่ยวที่ได้แวะเวียนมาสอบถาม ขอรายละเอียดตลอดเวลา

พวก เขาจะได้รับแผ่นใบปลิวข้อความจากกลุ่มคนเสื้อแดงไทยในภูมิภาคยุโรปอธิบายถึง ที่มา และ เหตุผลของการชุมนุมเรียกร้องความยุติธรรม มีเอกสารขอร่วมเซ็นต์ชื่อเพื่อรวบรวมส่งองค์กรเพื่อสิทธิมนุษยชนฟ้องเรื่อง การละเมิดประชาชนของรัฐบาลไทย

ถึงแม้ฝนจะตกลงต้อนรับ ยิ่งทำใพวกเราได้รับรู้ถึงความทุกข์ยากของเสื้อแดงเมืองไทยวัดไผ่เขียว ซึ่งได้ต่อสู้มาอย่างทรหดอดทนมาก่อนพวกเรา แม้ขณะนี้บางกลุ่มก็ยังถูกคุมขังล่ามโซ่ตรวน

ดังนั้นพวกเราจึงไม่มีใครย่อท้อ จนฝนผ่านไปสองครั้ง ถึงมีแดดออกอีก เหมือนเปิดโอกาศให้พวกเราได้ร่วมกิจกรรมรายงานเหตุการณ์จนสมบูรณ์

19 กันยายน 2010








09.00 น.ร่วม ทำบุญอุทิศส่วนกศลให้วีรชนผู้เสียชีวิต ณ วัดพุธบารมี ฮัมบวร์ก จากนั้นทัวรน์นกขมิ้นแดงแจ๊ด นปช.สัญจร จากฮัมบวร์ก เดินทางไกลอีก 300 กิโล มุ่งหน้าสู่เป้าหมายกรุงเบอร์ลิน

15.00น. ทัวร์นกขมิ้นแดงเจ๊ด 3 คันรถบัส พร้อมแนวร่วมประชาธิปไตยท้องถิ่นเบอร์ลินเพื่อ รำลึกถึง เสธ.แดง-พลตรี ขัติยะ สวัสดิผล พร้อมหล่าวีรชนประชาธิปไตย 92 ศพ และวีรชน คุณนวมทอง ไพรวัลย์ วีรชนคนขับแทกซี่ชนรถถังผู้รักประชาธิปไตยยุครัฐประหาร19 กันยายน 2549

(ทัวร์ นกขมิ้นแดงแจ๊ดขอขอบคุณเพื่อนๆ เสื้อแดงไทยจากทุกหัวเมืองในเยอรมนี และ จากทุกประเทศที่เดินทางมาร่วมงาน ขอขอบพระคุณเจ้าภาพ วัดพุทธบารมี ตลอดจนบางท่านร่วมรับภาระเป็นสิ่งของ แรงงาน แรงกาย และกำลังเงินมา ณ ที่นี้)


***********
ข่าวเกี่ยวเนื่อง:ไฮไลต์ภาพกิจกรรมทุกมุมโลกRed Around The World

Wednesday, September 22, 2010

ภาพเสื้อแดงตาสว่างจากเชียงใหม่ยันเชียงราย

ที่มา thaifreenews

โดย หงส์ศาลาแดง

มาช้าหน่อยนะครับ
ทีแรกผมเตรียมโน๊ตบุ๊คไปด้วย
ปรากฏว่าลืมไว้ที่บ้าน 555



คลิ้กดูภาพชัดๆ ทั้งหมดได้ที่นี่ครับ

รัฐบาลแห่งชาติ ผมว่าเป็น "รัฐบาลแห่งอำมาตย์" มากกว่า ไม่ใช่ของคนไทย

ที่มา thaifreenews

โดย ลูกชาวนาไทย



จากบทวิเคราะห์ของมติชน
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1284973052&grpid=&catid=02


วันนี้ มีหลายฝ่ายที่คิดว่ารัฐบาลของนายอภิสิทธิ์คงไปไม่รอดเพราะมีปัญหามากมาย จึงมีความคิดกันว่า อาจมีการทำรัฐประมหารในเดือนตุลาคม และตั้งรัฐบาลแห่งชาติขึ้นมา โดยเอานักวิชาการชั้นนำทั้งหลายมาเป็นรัฐบาล

แค่ คิดก็ผิดแล้ว เป็นกรอบการคิดของระบอบการเมืองช่วงปี 2520-2540 ที่ล้าหลังไปแล้ว ในยุคนั้นปัญหาของประเทศยังไม่มาก แนวทางการพัฒนาประเทศก็แค่ส่งเสริมอุตสาหกรรมเท่านั้น ประชากรไม่มาก ส่วนใหญ่ก็เป็นแค่คนชนบท กับคนเมืองที่มีไม่ถึง 10% คนชนบทมีหลังพิง ไม่มีงานทำก็กลับไปทำนาได้ ปัญหาจึงไม่เยอะ

แต่ปัญหาของปี 2553 ประชากรมี 65 ล้านคน เป็นประเทศกึ่งอุตสาหกรรม ที่ประชากรกว่า 40% ไม่ได้ขึ้นกับภาคเกษตร หากตกงานก็อดตาย ปัญหาความยากจนมากมาย

ปัญหา ของนักวิชาการคือ " พวกเขาไม่รู้ว่าประชาชน" ต้องการอะไร พวกที่ไปเป็นรัฐมนตรีก็คิดว่าตัวเองรู้ดี และไม่ได้มาจากประชาชน จึงไม่ต้องรับผิดชอบต่อประชาชน สุดท้ายสิ่งที่พวกเขาคิดว่าดี นั้น "อาจไม่มีใครอยากได้เลยก็ได้"

"รัฐบาลแห่งชาติ" ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนอยู่ดี อยู่ได้ไม่นานก็ถูกไล่อย่างแน่นอน มันมีปัญหามากมายที่คนจะประท้วง "รัฐมนตรีอำมาตย์" อยากไปคุยกับชาวบ้านหรือไม่ คุยกันไปก็ไม่รู้เรื่อง
สุดท้ายก็ไม่ต่างจากรัฐบาลสุรยุทธ์

ผม คิดว่าพวกอำมาตย์ไม่มีทางไปแล้ว การพยายามหลีกเลี่ยงความต้องการของคนส่วนใหญ่ เอาคนส่วนน้อยมาครอบงำคนส่วนใหญ่ ถึงอย่างไรมันก็ไปไม่ได้ คิดว่าเอานายอภิสิทธิ์มาจะแก้ปัญหาเรื่องการยอมรับได้

แต่หากนายอภิสิทธิ์ คนเขายอมรับมันก็ชนะเลือกตั้งไปนานแล้ว ไม่ต้องให้ใครมาดันจนต้องฆ่าคนไปมากมาย
เอานักวิชาการมาเป็น ส่วนใหญ่ก็คงเป็นนักวิชาการสาย "ซาบซึ๊ง" นักวิชาการสายพันธมิตร คุยกับพวกเสื้อแดงไม่รู้เรื่องอยู่ดี

อย่าคิดเลยว่านักวิชาการจะบริหารประเทศนี้ได้ การบริหารประเทศ มันต้องทำให้คนส่วนใหญ่พึงพอใจ

แต่เขาจะพอใจได้อย่างไร หรือจะรู้ว่าประชาชนต้องการอะไรได้อย่างไร หากไม่ใช่คนที่ประชาชนส่วนใหญ่เขาเลือกมา

วันนี้คิดจะตั้งรัฐบาลแห่งชาติ คงไปไม่รอด อีกเหมือนเดิม

ตัวอย่างเช่น

โรง ไฟฟ้านิวเคลียร์ เป็นสิ่งดีหรือไม่ หากให้ตอบทางวิชาการ ผมคิดว่า มันเป็นทางเลือกที่ดีมาก เพราะไม่มีการปล่อย ก๊าซคาร์บอนฯ ส่วนเรื่องความปลอดภัยนั้น ปัจจุบันนี้โลกมีมาตรการที่ดีและมีเทคโนโลยีที่ปลอดภัยอยู่แล้ว

ประเทศไทยผลิตไฟฟ้าจาก "ก๊าธธรรมชาติ" กว่า 70% ของความต้องการใช้ แต่ปัญหาคือ อีก 15-20 ปีข้างหน้า ก๊าธธรรมชาติจากอ่าวไทยจะหมดไป
ทางเลือกมีแค่ "ถ่านหิน" กับ นิวเคลียร์ เท่านั้น ส่วนพลังงานทดแทนนั้นมีไม่พอกับความต้องการใช้

แต่ นั้นเป็นการคิดแบบนักวิชาการ ดี ควรทำ แต่ จะเอาไว้ที่ "หน้าบ้านใคร" มีแต่คนเห็นดีแต่ต้องไม่ตั้งใกล้หน้าบ้านตนทั้งนั้น (not in my backyard)

http://en.wikipedia.org/wiki/NIMBY
------

ปัญหาอื่นๆ อีกเยอะแยะที่ไม่สามารถใช้ "นักวิชาการ" ตอบได้ เพราะมันเป็นเรื่อง "สิทธิในการเลือกของประชาชน" ด้วยว่าเขาอยากได้หรือไม่

ไม่ต้องมีคนไปคิดแทนเขา ไม่มีใครต้องการให้คนอื่นมาคิดแทนตน

ดังนั้น แนวคิดรัฐบาลแห่งชาติ มันไปไม่รอดหรอก

เพราะในที่สุด "ก็ไม่ใช่รัฐบาลแห่งชาติ"

แต่เป็น รัฐบาลของพวกอำมาตย์ โดยอำมาตย์ เพื่ออำมาตย์อย่างแท้จริง

เพราะปัญหาของสังคมตอนนี้คือ Cake มีอยู่ก้อนเดียว แย่งกันระหว่างคนชั้นล่าง ชั้นกลาง ชั้นสูง

รัฐบาลแห่งชาติ จะกล้าแบ่งเค็กให้คนชั้นล่างชิ้นใหญ่กว่าเดิมหรือไม่ ซึ่งไม่พ้นจะต้องไปเอาส่วนแบ่งของพวกคนชั้นสูงมา

ปัจจุบันโครงสร้างรายได้ประเทศไทย คน 5% ถือครองความมั่งคั่งถึง 80%

เหลืออีก 20% แบ่งกันระหว่างคนอีก 95%

รัฐบาลแห่งชาติ จะกล้าทำนโยบายให้คน 80% มีส่วนแบ่งความมั่งคั่ง 60%(ไม่ต้องถึงกับ 80%) หรือไม่

หากไม่กล้าทำ มันก็ไปไม่รอดอยู่ดี

แค่ทักษิณต้องการแบ่งให้คนรากหญ้ามากขึ้น ยังโดนหาเรื่องทำรัฐประหาร

ลุงยิ้ม ตาสว่าง‎ 26 กันยายน กิจกรรม"เกลียดไก่อูกินไก่ย่าง"

ที่มา thaifreenews

โดย MissCyber

"ลุง ยิ้ม ตาสว่าง‎26 กันยายน กิจกรรม"เกลียดไก่อูกินไก่ย่าง" มวลมหาประชาชิม 12.00 น. ร้านไก่ย่าง นปช คลองสาม รังสิต บ่าย พาสาวเสื้อแดง ทำผมร้านคนเสื้อแดง พาพญาแดง ชมตลาด เอซี คลองสี่ พ่อค้า แม่ค้านัดใส่แดงตั้งธง นปช ต้อนรับคนเสื้อแดง ทหารซื้อไม่ขาย ไปร่วมให้กำลังใจคนเสื้อแดงกันนะครับ"





http://www.internetfreedom.us/showthread.php?tid=8570

By ลุงยิ้มตาสว่าง
http://www.facebook.com/daeng.pencaca?ref=ts

'ตะโกนบอกฟ้า'เพลงใหม่ล่าสุดโดยพี่กี้ร์-อริสมันต์

ที่มา Thai E-News

ซาอุฯหยุดยาว-1.3หมื่นคนไทยรอวีซ่าไม่พึ่งรบ. ต้องโร่ไป ยื่นมาเลย์ ช่วยเหลือ

ที่มา ข่าวสด

สมาคมผู้ประกอบการจึงขอให้พรรคเพื่อไทย ในฐานะฝ่ายค้าน ประสานกับรัฐบาล
เพื่อให้ได้คำตอบว่าเมื่อใดจะยื่นขอวีซ่าได้
ไม่เช่นนั้นผู้ประกอบการจำเป็นต้องไปยื่นขอวีซ่าที่ประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ
มาเลเซีย พม่า บรูไน และเวียดนาม
เพื่อให้ชาวไทยมุสลิมได้ไปประกอบพิธีฮัจญ์ เบื้องต้นประสานไปยังมาเลเซีย และพม่าแล้ว
ซึ่งทางการมาเลเซียพร้อมช่วยออกวีซ่าให้ผู้แสวงบุญชาวไทย 2,000 เล่ม

"ขณะนี้พี่น้องที่จะไปแสวงบุญเกิดความสับสนและเป็นทุกข์มาก
เพราะสถานทูตซาอุฯ ยังไม่ออกวีซ่าให้
ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ก.ย. ทางผู้ประกอบการยื่นขอวีซ่าอีก 1,035 เล่ม
แต่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสถานทูตบอกว่างดรับทั้งหมด
และจะไม่ดำเนินการใดๆ ทั้งสิ้น จน กว่าจะได้รับคำชี้แจงจากรัฐบาล" นายหะยีนิสิตกล่าว

Sunt Toon. ตอน ทหารไม่ได้ฆ่า

ที่มา thaifreenews

โดย สันต์


จะไม่อยู่หลายวันอะครับ เลยวาดเผื่อไว้ก่อน